หลัลั ลั ก ลั กการใช้ช้ ช้ช้ Present simple tense
ลัลั ลั ก ลั กษณะการใช้ช้ ช้ช้present simple tense ใช้เพื่อพูดถึงความเป็นจริงในชีวิตประจำ วัน หรือความเป็นจริงตามธรรมชาติ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นอดีตหรืออนาคตก็ตาม เช่น Durian is the king offruit. (ทุเรียนเป็นราชาผลไม้) ใช้เพื่อให้คำ แนะนำ หรือการบอกทิศทาง เช่น Turn off the television before going to bed. (ปิดโทรทัศน์ก่อนเข้านอน) ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ นิสัย หรือการกระทำ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เป็นประจำ ทุกวัน เช่น I walk to school every day. (ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวัน)
รูรู รู ป รู ปประโยคของ present simple tense
1.ประโยคบอกเล่ล่ ล่ า ล่ า โครงสร้ร้า ร้ า ร้ งของประโยคบอกเล่ล่ ล่ า ล่ า : Subject + Verb.1 + Object + (คำคำ คำคำ บอกเวลา) ทั้ง ทั้ นี้คำ กริยริาช่อ ช่ งที่ 1 นั้น นั้ จะมีก มี ารเติม s หรือ รื es ถ้าหากประธานของประโยคเป็น ป็ เอกพจน์(He, She, It) แต่ถ้าประธานเป็น ป็ I, You หรือ รืประธานพหูพ หู จน์ (You (หลาย คน), We, They) ให้ค ห้ งรูป รู คำ กริยริานั้น นั้ ๆ ไว้เ ว้ ช่น ช่ เดิมดิ เช่น ช่ -He plays guitar very well. (เขาเล่นกีตาร์เร์ก่งมาก) -I go to university by bus every morning. (ฉันไปมหาวิทวิยาลัยโดยรถโดยสารประจำ ทาง ทุก ทุ เช้า ช้) -They enjoy playing the football. (พวกเขาสนุก นุ กับการเล่นฟุตบอล)
คคววาามมรู้รู้รู้รู้ รู้ เ รู้ รู้ รู้ เ รู้ เ รู้ รู้ เ รู้ พิ่พิ่พิ่พิ่ พิ่ ม พิ่พิ่ ม พิ่ มเเติติติติ ติ ม ติติ ม ติ ม คำ กริยริาอื่น ๆ ที่ไม่ไม่ ด้ล ด้ งท้าย ด้ว ด้ ยพยัญยัชนะทั้ง ทั้ 6 ตัวนั้นนั้ ให้ เติม s หลังคำ กริยริาในประโยคที่ มีปมีระธานเป็น ป็ เอกพจน์ไน์ด้เ ด้ ลย ถ้าหากคำ กริยริานั้นนั้ลงท้ายด้ว ด้ ย y ให้ เปลี่ยน y เป็น ป็ i แล้วเติม es ท้ายคำ กริยริานั้นนั้เช่น ช่ study - studies, fly - flies, carry - carries เป็น ป็ ต้น แต่มีข้มีอ ข้ ยกเว้น ว้ คือ ถ้าหาก หน้า น้ y เป็น ป็ สระ (A, E, I, O, U) ให้ เติม s ได้ทั ด้ ทันที เช่น ช่ play - plays, buy - buys, stay - stays หลักการเติม s,es นั้นนั้ง่ายนิดนิ เดียดีว คือ คำ กริยริาที่ลงท้ายด้ว ด้ ย ch, o, s, ss, sh, x ให้เ ห้ ติม es เมื่อมื่ ประธานของประโยคเป็น ป็ เอกพจน์ (He, She, It) หลักการเติม s,es
ใช้เ ช้ มื่อมื่ ในประโยคนั้นนั้มี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เช่น ช่ She is my sister. ---> Is she your sister ? (หล่อนเป็น ป็ น้อ น้ งสาวคุณ คุ หรือรืเปล่า?) แ บ บ ที่ 1 : Verb to be + Subject + Object/ส่วนขยาย + (คำ บอก เว ล า) ? 2. ประโยคคำคำ คำคำ ถาม โครงสร้างของประโยคคำ ถามใน Present Simple Tense มี สองรูปแบบคือ แ บ บ ที่ 2 : Verb to do + Subject + Verb.1 + Object + (คำ บอก เว ล า ) ? ใช้เ ช้ มื่อมื่ประโยคนั้นนั้ ไม่มี ม่ มีV. to be จึงจึต้องนำ V. to do ได้แ ด้ ก่ do กับ does เข้า ข้ มาช่ว ช่ ย เช่น ช่ That cat eats fish. ---> Does that cat eat fish ? (แมวตัวนั้นนั้กินปลาหรือรื เปล่า?)
3. ประโยคปฏิฏิ ฏิ เ ฏิ เสธ แบบที่ 1 : Subject + Verb to be + not + Object/ส่วนขยาย + (คำ บอกเวลา) ใช้เ ช้ มื่อมื่ ในประโยคนั้นนั้มี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เช่น ช่ I am your servant. ---> I am not your servant. (ฉันไม่ไม่ ด้เ ด้ป็น ป็ คนรับรัใช้ข ช้ องคุณคุ ) เมื่อมื่เห็น ห็ V. to be ในประโยคให้เ ห้ ติม not ไว้ห ว้ ลัง V. to be ได้ทั ด้ ทันที แบบที่ 2 : Subject + Verb to do + not + Verb.1 + Object + (คำ บอก เวลา) ใช้เ ช้ มื่อมื่ประโยคนั้นนั้ ไม่มี ม่ มีV. to be จึงจึ ต้องนำ V. to do ได้แ ด้ ก่ do กับ does เข้า ข้ มาช่ว ช่ ยแล้วตามหลังด้ว ด้ ย not เช่น ช่ He watches television at home. ---> He does not watch television at home. (เขา ไม่ไม่ ด้ดู ด้ โดูทรทัศน์อน์ยู่ที่ ยู่ ที่ บ้า บ้ น) รูปแบบประโยคปฏิเสธใน Present Simple Tense มีสองรูปแบบคล้ายกับรูปแบบประโยคคำ ถามคือ
คำคำ คำคำ บอกเวลาใน Present Simple Tense ADVERBS OF FREQUENCY : คำ บอกเวลา ALWAYS : สม่ำ เสมอ, เป็นประจำ FREQUENTLY : บ่อย ๆ OFTEN : บ่อย ๆ USUALLY : โดยปกติ HARDLY : แทบจะไม่เคย NRVER : ไม่เคย RARELY : แทบจะไม่เคย SELDOM : นาน ๆ ครั้งรั้ SOMETIMES : บางครั้งรั้ ในประโยค Present Simple Tense มักมัจะมีคำมี คำ บอกเวลาซึ่ง ซึ่ เป็น Adverbs of Frequency ปรากฎ อยู่ใยู่ นประโยคเพื่อพื่บอกความถี่ของเหตุก ตุ ารณ์หณ์รือรืการกระทำ นั้นนั้ๆ ได้แ ด้ ก่ และนอกจากตัวอย่างคำ บอกเวลาที่พบบ่อยใน Present Simple Tense แล้ว ยังอาจพบ คำ ว่าว่every + ... เช่น every month, every morning, every Saturday เพื่อ บอกความถี่ของเหตุการณ์หรือรืการกระทำ ก็ได้ เช่น -My teacher always drinks coffee in the morning. (ครูของฉันดื่มกาแฟในตอนเช้าเป็นประจำ ) -Kimmy hangs out with her friends every Saturday night. (คิมมี่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอทุกคืนวันวั เสาร์)