The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาวิทนาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.2 วิทยาการคำนวณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sinejittima, 2022-03-09 02:22:29

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาวิทนาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.2 วิทยาการคำนวณ

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาวิทนาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.2 วิทยาการคำนวณ

Keywords: sinejittima

คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2)
รหัสวิชา ว12101 ระดับ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 จัดทาขึ้นเพ่ือใช้ในการจัดการเรียน
การสอนโดยมีการศึกษา และวิเคราะห์หลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง 2560) สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ คาอธิบายรายวิชา
โครงสร้างรายวิชา แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อนาไปใช้ในจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในปี
การศึกษา 2565

หวังเปน็ อยา่ งยิ่งวา่ แผนการจัดการเรยี นรจู้ ะเป็นประโยชน์ในการพัฒนา
คณุ ภาพการเรยี นรสู้ ง่ ผลให้การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้เปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ และ
นกั เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสูงขึน้ ตอ่ ไป

จิตติมา ตรีวุธ

สำรบญั หนา้

เรื่อง 1
2
วิสยั ทัศน์/หลักการ 3
จุดหมงุ่ หมาย/สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 5
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 8
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ 10
สาระมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ัด 12
คาอธิบายรายวชิ า 15
โครงสรา้ งรายวชิ า
หน่วยการเรยี นรู้ 17
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1
เร่ือง การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั
ภาคผนวก

หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560)

วสิ ยั ทศั น์

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) เป็นหลักสูตรท่ี
มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้สู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความรู้ดีคุณธรรม เป็นผู้นำ
ของสังคมมีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยึดมั่น
ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความพร้อมเข้าสู่ประชาคม
อาเซียนน สามารถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีรวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาในการประกอบอาชีพและ
การศึกษาตลอดชวี ิต

หลกั การ

หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ 2560 ) มหี ลักการที่
สำคัญ ดงั นี้

1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็น
เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มคี วามรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเปน็ ไทย
ควบคู่กับความเป็นสากล

2 เป็นหลกั สูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศกึ ษาอยา่ งเสมอภาคและมี
คณุ ภาพ

3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้
สอดคลอ้ งกับสภาพและความตอ้ งการของท้องถิ่น

4. เปน็ หลักสูตรการศึกษาทม่ี โี ครงสรา้ งยืดหยุ่นท้ังดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั การเรียนรู้
5. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาทีเ่ นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ
6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กล่มุ เปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 1

จุดหมาย

หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง 2560) มุง่ พัฒนาผู้เรียน
ใหเ้ ป็นคนดี มีปญั ญา มคี วามสขุ มีศกั ยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชพี จงึ กำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้
เกิดกบั ผเู้ รยี น เม่อื จบการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน ดงั น้ี

1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน
ตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนับถือ ยดื หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

2. มคี วามรู้ ความสามารถในการสอื่ สาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวติ

3. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มีสุขนิสัยและรกั การออกกำลังกาย

4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ

5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมมีจิต
สาธารณะทมี่ งุ่ ทำประโยชน์และสร้างสงิ่ ที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกนั ในสงั คมอยา่ งมีความสขุ

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) มุ่งเน้น
พัฒนาผู้เรียน ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถะสำคัญและคุณลักษณะอัน
พงึ ประสงคด์ งั นี้

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2560) มุ่งให้ผู้เรียน
เกดิ สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังน้ี

1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด
ปญั หาความขัดแยง้ ต่าง ๆ การเลอื กรบั หรือไม่รับขอ้ มลู ข่าวสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลอื กใช้วธิ กี ารสื่อสาร ทมี่ ปี ระสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบท่มี ตี อ่ ตนเองและสังคม

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพอื่ การตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 2

เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข
ปญั หาและมกี ารตัดสนิ ใจทมี่ ีประสิทธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทเ่ี กิดข้ึนต่อตนเอง สังคมและส่ิงแวดล้อม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสรา้ งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขดั แย้งตา่ ง 1 อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ ่สี ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผูอ้ ืน่

5. ความสามารถในการใชท้ คโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใชเ้ ทคโนโลยี ด้านตา่ งๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสารการทำงาน
การแกป้ ญั หาอย่างสรา้ ง งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ม่งุ พัฒนาผู้เรียน
ใหม้ คี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือใหส้ ามารถอยู่รว่ มกับผู้อ่ืนในสงั คมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมือง
ไทยและพลโลก ดังนี้

ขอ้ 1 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
1.1 เป็นพลเมอื งดีของชาติ
1.2 ธำรงไวซ้ ่ึงความเป็นชาติไทย
1.3 ศรัทธา ยดึ มั่นแ และปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา
1.4 เคารพเทดิ ทูน สถาบนั พระมหากษตั ริย์

ขอ้ 2 ซอื่ สตั ย์สุจรติ
2.1 ประพฤตติ รงตาม ความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทางกาย วาจาใจ
2.2 ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ต่อผู้อน่ื ทั้งทางกาย วาจาใจ

ข้อ 3 มีวนิ ยั

3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว โรงเรียนและสงั คม

3.2 ตรงต่อเวลาและรบั ผดิ ชอบในกรเรียน การปฏิบัตงิ าน

3.3 ปฏบิ ัตติ นในกิจวัตรประจำวันโดยไมล่ ะเมิดสิทธผิ ู้อน่ื

ขอ้ 4 ใฝเ่ รยี นรู้

4.1 ตง้ั ใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 3

9.2 แสวงหาความรูจ้ าก แหลง่ เรียนร้ตู ่างๆ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น ด้วยการเลือกใช้
สื่ออย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้ และสามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้
ขอ้ 5 อยอู่ ย่างพอเพยี ง

5.1 ดำเนนิ ชวี ิตอย่างพอประมาณ มีเหตผุ ล รอบคอบ มคี ณุ ธรรม
5.2 มีภมู คิ มุ้ กันในตวั ทด่ี ี ปรับตัวเพ่ืออยู่ในสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสุข
ข้อ 6 มุ่งมั่นในการทำงาน
6.1 ต้ังใจและรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิหน้าทกี่ ารงาน
6.2 ทำงานด้วย ความเพียร พยายาม และ อดทนเพื่อใหง้ านสำเรจ็ ตามเป้าหมาย
ขอ้ 7 รกั ความเป็นไทย
7.1 ภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศิลปะ วฒั นธรรมไทย และมคี วามกตญั ญกู ตเวที
7.2 เห็นคณุ ค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
7.3 อนุรักษ์ สบื ทอดภูมปิ ญั ญาไทย
ขอ้ 8 มจี ิตสาธารณะ
8.1 ช่วยเหลอื ผู้อืน่ ด้วยความเตม็ ใจโดย ไม่หวงั ผลตอบแทน
8.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมท่ีเปน็ ประยชน์ตอ่ โรงเรียน ชุมชน และสังคม

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 4

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์

บทนำ

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาชัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ นี้ ไดก้ ำหนดสาระ
การเรียนรู้ออกเป็น ๔ สาระ ได้แก่ สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์
กายภาพสาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ และสาระที่ ๔ เทคโนโลยี มีสาระเพิ่มเติม
๔ สาระ ได้แก่ สาระชีววิทยา สาระเคมี สาระฟิสิกส์ และสาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
ซึ่งองค์ประกอบของหลักสูตร ทั้งในด้านของเนื้อหา การจัดการเรียนการสอน และการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของ
ผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ให้มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จนถึงช้ัน
มัธยมศึกษาบีท่ี ๖ สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้กำหนดตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรู้
แกนกลาง ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพื่อให้สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการดำรงชีวิต
หรือศึกษาต่อในวิชาชีพที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์ได้ โดยจัดเรียงลำดับความยากง่ายของเนื้อหาแต่ละ
สาระในแต่ละระดับชั้นให้มีการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิดทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์
วิจารณ์ มที ักษะที่สำคญั ท้งั ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑ ในการ
ค้นคว้าและสร้างองคค์ วามรดู้ ้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
สามารถตัดสินใจ โดยใช้ขอ้ มลู หลากหลายและประจักษ์พยานทต่ี รวจสอบได้

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตระหนักถึงความสำคัญของ
การจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ทมี่ งุ่ หวงั ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตอ่ ผู้เรียนมากทส่ี ดุ จึงไดจ้ ัดทำตวั ช้ีวัดและ
สาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ขน้ึ เพ่อื ให้สถานศกึ ษา ครูผู้สอน
ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหนังสือเรียน คู่มือครู สื่อประกอบการ
เรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล โดยตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่ม
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่จัดทำขึ้นนี้ได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน
ภายในสาระการเรียนรู้เดียวกัน และระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ตลอดจนการเช่อื มโยงเน้อื หาความรู้ทางวทิ ยาศาสตรก์ ับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากน้ยี ังได้ปรับปรุง
เพื่อให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลง และความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการต่าง ๆ และ
ทดั เทียมกับนานาชาติ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ สรุปเปน็ แผนภาพได้ ดงั น้ี

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 5

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 6

• เรยี นรู้อะไรในวทิ ยาศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผเู้ รียนได้เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ท่ีเนน้ การเชื่อมโยงความรู้กับ

กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแกป้ ัญหาทหี่ ลากหลาย ให้ผ้เู รียนมีส่วนรว่ มในการเรียนรทู้ ุกขั้นตอน มีการทำกจิ กรรมดว้ ยการลงมือปฏิบัติ
จรงิ อยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกับระดับชนั้ โดยกำหนดสาระสำคัญ ดังน้ี

▪ เทคโนโลยี
o การออกแบบและเทคโนโลยี เรียนรู้เกี่ยวกับ เทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มี
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึง
ผลกระทบต่อชีวติ สงั คม และสง่ิ แวดล้อม
o วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับ การคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็น
ขั้นตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอ่ื สาร ในการแกป้ ญั หาทพ่ี บในชีวติ จรงิ ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 7

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
วชิ า วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.2

สาระที่ ๔ เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง
อยา่ งรวดเรว็ ใช้ความรแู้ ละทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อน่ื ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือ
พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง
เหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และส่ิงแวดล้อม

มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ร้เู ท่าทัน และมีจริยธรรม

ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป. 2 ๑. แสดงลำดับข้ันตอนการทำงานหรือการ • การแสดงขน้ั ตอนการแกป้ ญั หา ทำได้โดยการ

แก้ปัญหาอยา่ งงา่ ยโดยใชภ้ าพ สญั ลกั ษณ์หรอื เขยี นบอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใชส้ ญั ลักษณ์

ขอ้ ความ • ปญั หาอยา่ งงา่ ย เชน่ เกมตวั ตอ่ ๖-๑๒ ช้ิน

การแต่งตัวมาโรงเรียน

๒. เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ • ตวั อย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมส่งั ให้

หรือส่อื และตรวจหาข้อผิดพลาดของ ตัวละครทำงานตามท่ีต้องการ และตรวจสอบ

โปรแกรม ข้อผิดพลาด ปรบั แก้ไขให้ไดผ้ ลลพั ธต์ ามที่

กำหนด

• การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ทำได้โดยตรวจสอบ

คำสง่ั ท่ีแจ้งข้อผิดพลาด หรอื หากผลลัพธ์ไม่

เป็นไปตาม

ที่ตอ้ งการใหต้ รวจสอบการทำงานทลี ะคำสัง่

• ซอฟตแ์ วร์หรือสื่อท่ีใชใ้ นการเขียนโปรแกรม

เช่น ใชบ้ ตั รคำส่งั แสดงการเขียนโปรแกรม,

Code.org

๓. ใช้เทคโนโลยีในการสรา้ ง จัดหมวดหมู่ • การใช้งานซอฟต์แวรเ์ บื้องต้น เช่น การเข้า

คน้ หา จัดเกบ็ เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค และออกจากโปรแกรม การสรา้ งไฟล์การ

จดั เกบ็ การเรยี กใชไ้ ฟลก์ ารแกไ้ ขตกแต่ง

เอกสาร ทำไดใ้ นโปรแกรม เช่น โปรแกรม

ประมวลคำ

โปรแกรมกราฟกิ โปรแกรมนำเสนอ

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 8

๔. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย • การสรา้ ง คดั ลอก ย้าย ลบ เปลยี่ นช่อื จัด
ปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ หมวดหมูไ่ ฟล์และโฟลเดอร์อย่างเปน็ ระบบจะ
ร่วมกนั ดูแลรักษาอุปกรณ์เบื้องตน้ ใช้งาน ทำใหเ้ รยี กใช้คน้ หาข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว
อยา่ งเหมาะสม
• การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั
เชน่ รจู้ ักข้อมลู ส่วนตัว อันตรายจากการ
เผยแพรข่ ้อมูลส่วนตวั และไม่บอกข้อมูล
สว่ นตัวกับบุคคลอนื่ ยกเวน้ ผ้ปู กครองหรอื ครู
แจง้ ผู้เกีย่ วขอ้ ง เม่ือต้องการความชว่ ยเหลอื
เก่ยี วกับการใช้งาน
• ขอ้ ปฏิบัติในการใชง้ านและการดแู ลรักษา
อุปกรณ์ เช่น ไม่ขดี เขยี นบนอุปกรณ์ทำความ
สะอาด ใช้อปุ กรณ์อยา่ งถูกวธิ

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 9

คำอธบิ ายรายวิชา

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับชั้น ประถมศกึ ษาปีที่ 2
รหัสวชิ า ว 12101 จำนวน 40 ช่ัวโมง
ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 1 หน่วยกิต

ศึกษาการแสดงลำดบั ขั้นตอนการทำงานหรือแกป้ ัญหาอย่างงา่ ย โดยใชภ้ าพ สญั ลักษณ์ หรือข้อความ
ตลอดจนการเขียนโปรแกรมสรา้ งลำดบั ของคอมพิวเตอร์ทำงาน และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม ศึกษา
การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องตัน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้าง และจัดการกับข้อมูลอย่างเป็นระบบ
รวมถึงการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Base Learning) เพื่อเน้นให้ผู้เรียน
เกิดการเรียนรู้จากการฝึกแก้ปัญหาตา่ ง ๆ ผ่านกระบวนการคิด การปฏิบัติอย่างมีระบบ และสร้างองค์ความรู้
ใหมจ่ ากการใช้ปัญหาท่ีเกดิ ขึ้นจรงิ ในชีวิตประจำวันได้

เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะการคดิ เชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ มีทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการสื่อสารเบื้องต้นในการ
แก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ต่อสังคม และการดำรงชีวติ จนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและจินตนาการ
ความสามารถในการแก้ปัญหา การจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้มี
จติ วทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

ตวั ชว้ี ดั

ว 4.2 ป.2/1 แสดงลำดับข้นั ตอนการทำงานหรือการแก้ปญั หาอย่างงา่ ยโดยใชภ้ าพ สัญลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ

ว 4.2 ป.2/2 เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใชซ้ อฟต์แวร์ หรือส่ือ และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม

ว 4.2 ป.2/3 ใช้เทคโนโลยีในการสรา้ ง จดั หมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรยี กใชข้ อ้ มลู ตามวัตถปุ ระสงค์

ว 4.2 ป.2/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกันดูแล
รักษาอุปกรณเ์ บือ้ งตน้ ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

รวม 4 ตวั ช้วี ดั

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 10

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 11

โครงสร้าง

รายวิชา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
รหสั วิชา ว12101

ลำดับ หน่วยการเรยี นรู้/เรือ่ ง มาตรฐาน ผลการเรียนรู้

ท่ี การเรยี นรู้/

ตัวชว้ี ดั

1 การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็น ว 4.2 ป.2/1 แสดงลำดบั ขั้นตอนการ ก

ข้ันตอน ทำงานหรือการแก้ปญั หา ก

อยา่ งงา่ ยโดยใชภ้ าพ ก

สัญลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ ก



4





















แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12

งรายวิชา

ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2
จำนวน 20 ชว่ั โมง

สาระสำคญั จำนวน น้ำหนักคะแนน คะแนน
(ชั่วโมง) K P A เตม็

การแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น 4 5 5 5 15
การแก้ปัญหาการเดินทางไปโรงเรียน การทำ
การบ้าน การเล่นเกม ดังนั้น จึงต้องเรียนรู้ขั้นตอน
การแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้
อย่างถูกต้องและรวดเรว็ ข้นั ตอนของการแก้ปัญหามี
4 ขั้นตอน ดังนี้ พิจารณาและทำความเข้าใจปัญหา
คือ การทำความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหา
นั้น วางแผนการแก้ปัญหา คือ การกำหนดและ
จัดลำดับขั้นตอนของสิ่งที่ต้องกระทำเพื่อแก้ปัญหา
จากข้อมูลที่ได้รับ ลงมือแก้ปัญหาคือ การกระทำ
ตามขั้นตอนที่ได้วางแผนเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และตรวจสอบผลการ
แก้ปัญหาคือ การตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้ดำเนินการ
ว่าตรงตามแนวทางที่จะแก้ไขหรือไม่ โดยผลลัพธ์ท่ี
กิดขึ้นอาจจะไม่เป็นไปตามแนวทางการแก้ปัญหาที่
วางไว้

2101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 12

2 การเขยี นโปรแกรมและ ว 4.2 ป.2/2 เขียนโปรแกรมอย่างง่าย ก

ตรวจหาข้อผิดพลาด โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ หรือส่ือ ค

และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด โ

ของโปรแกรม ซ















3 การใช้งานซอฟต์แวร์ ว 4.2 ป.2/3 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ ง ก

และจัดระบบไฟลง์ าน จดั หมวดหมู่ คน้ หา ช

จดั เกบ็ เรียกใชข้ ้อมูล ท

ตามวตั ถุประสงค์ ท

















แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12

การเขียนโปรแกรม คือ การเขียนชุดคำสั่งให้ 3 6 7 7 20
คอมพิวเตอร์ทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนดการเขียน 6 6 7 7 20
โปรแกรมแบบวนซ้ำ เป็นการเขียนโปรแกรมทำงาน
ซ้ำกันหลายรอบการตรวจสอบข้อผิดพลาดจากการ
ขียนโปรแกรมเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญในการเขียน
โปรแกรม ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าได้ ผลลัพธ์ตรง
ตามที่ต้องการหรือไม่ โดยข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นมี 2
ลักษณะ คือขอ้ ผดิ พลาดทเ่ี กิดจากการเขยี นคำสง่ั ผิด
และข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเขียนคำสั่งผิดรูปแบบ
แบ่งเป็นการตรวจสอบคำสั่งขั้นตอนการทำงานของ
โปรแกรม การตรวจสอบคำสั่งผิดรูปแบบทีละคำสงั่

การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น ซึ่งซอฟต์แวร์เป็น
ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์
ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลำดับขั้นตอนการ
ทำงานที่เขียนขึ้นด้วยคำสั่งของคอมพิวเตอร์ คำสั่ง
หล่านี้เรียงกันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์การ
นำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมต่าง ๆเช่น โปรแกรม
กราฟิก ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการวาดภาพ หรือ
ออกแบบกราฟิกบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้แก่
โปรแกรม Paint การสร้างและการจัดเก็บไฟล์ด้วย
โปรแกรมกราฟิก การเรียกใช้โปรแกรมกราฟีก
การแก้ไขตกแต่งเอกสารด้วยโปรแกรมกราฟิกการ
นำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมนำเสนอการจัดการไฟล์

2101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 13

4 การใชเ้ ทคโนโลยี ว 4.2 ป.2/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เ
สารสนเทศอย่าง อย่างปลอดภยั ปฏบิ ัติ ต
ปลอดภยั ตามข้อตกลงในการใช้ ห
คอมพวิ เตอร์ร่วมกัน
ดูแล รักษาอปุ กรณ์ ใ
เบ้อื งตน้ ใชง้ านอยา่ ง ก
เหมาะสม ช

สอบปลายภาค เ
รวม ก
เท




แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12

ป็นการจัดระเบียบไฟล์งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ 7 555 15
ตั้งแต่การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยนชื่อ และจัด
หมวดหมู่ เพ่ือให้สะดวกรวดเร็วในการใชง้ าน 1 30
20 100
ในสภาพสังคมที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมาก
การรู้จักข้อมูลส่วนตัวของตนเอง และการขอความ
ช่วยเหลือเมื่อพบปัญหาจากการเผยแพร่ข้อมูล
ส่วนตัว เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้สามารถใช้
ทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้
การเรียนรู้ข้อปฏิบัติ การดูแลรักษาอุปกรณ์
ทคโนโลยีและการใชง้ านอุปกรณท์ คโนโลยีอย่าง
หมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
ทคโนโลยีให้ใช้งานได้นานมากขึ้นตลอดจนสามารถ
ใชง้ านไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ

2101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 14

หนว่ ยการเรยี นรู้

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564

เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 การแก้ปญั หาอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน จำนวน 4 ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง แก้ปัญหากนั ดีกว่า

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 เรอ่ื ง การแสดงขั้นตอนการแก้ปญั หา

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 เรือ่ ง การเขยี นผังงาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 เร่ือง สัญลักษณข์ องผงั งานอย่างง่าย

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การเขียนโปรแกรมและตรวจหาขอ้ ผิดพลาด จำนวน 3 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง การหาเสน้ ทาง

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง การตรวจหาข้อผิดพลาดจากการเขยี นโปรแกรม

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมดว้ ย Code.org

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 การใช้งานซอฟต์แวรแ์ ละจัดระบบไฟลง์ าน จำนวน 6 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง วาดภาพตัวฉนั

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง การสร้างนิทาน

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง การจัดหมวดหมู่ข้อมลู

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 เรอ่ื ง การลบไฟล์และโฟลเดอร์

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 เรื่อง การเปลย่ี นชื่อไฟลแ์ ละโฟลเดอร์

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6 เรือ่ ง การจัดเรียงไฟล์

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย จำนวน 7 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ข้อมลู ส่วนตวั

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เรื่อง ปลอดภัยหรือไม่

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง อันตรายจากการถกู เผยแพรข่ ้อมลู สว่ นตวั

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่อง การใชง้ านอปุ กรณ์เทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 15

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 เรอ่ื ง การดูแลรกั ษาอุปกรณ์เทคโนโลยี
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง ขน้ั ตอนการใช้งานอปุ กรณเ์ ทคโนโลยี
สอบปลายภาค
รวมทั้งหมด จำนวน 7 ช่วั โมง
จำนวน 20 ชัว่ โมง

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 16

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 1

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2

ช่อื หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เร่ือง การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ระยะเวลา 7 ชัว่ โมง

หน่วยการเรียนร้ยู ่อยท่ี 1 เรอ่ื ง ข้อมูลสว่ นตัว ระยะเวลา 1 ช่วั โมง

สอนวนั .......................ท.่ี ...........เดอื น..............................พ.ศ...........................ห้อง…………………………

ผสู้ อน นางสาวจติ ติมา ตรีวุธ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาทีพ่ บในชวี ติ จรงิ อย่างเปน็ ข้ันตอน
และเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรยี นร้กู ารทำงาน และการแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทัน และมีจริยธรรม

ตัวช้ีวัด

ว 4.2 ป.2/4 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์
ร่วมกนั ดแู ลรักษาอปุ กรณเ์ บ้ืองต้น ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายความหมายของขอ้ มลู ส่วนตวั ไดถ้ กู ต้อง (K)

2. จำแนกข้อมลู สว่ นตวั ได้อย่างถูกตอ้ ง (K)

3. เขยี นวิธีการขอความช่วยเหลอื เมอ่ื พบปัญหาจากการเผยแพร่ข้อมูลสว่ นตวั ได้ (P)

4. เห็นความสำคญั ของขอ้ มลู สว่ นตวั และการเกบ็ รักษาข้อมลู ส่วนตัวไดเ้ ปน็ อย่างดี (A)

3. สาระสำคัญ

สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถิ่น

การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
รู้จกั ขอ้ มลู สว่ นตวั อนั ตรายจากการเผยแพรข่ ้อมลู
ส่วนตัว และไม่บอกข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลอื่นยกเวน้
ผ้ปู กครองหรือครู แจ้งผเู้ ก่ียวข้องเมือ่ ต้องการความ
ชว่ ยเหลือเกีย่ วกับการใช้งาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 17

4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

ข้อมูลส่วนตัว เป็นข้อมูลเฉพาะบุคคลที่ใช้ในการยืนยันตัวตนของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จึงไม่
ควรเผยแพร่ให้บุคคลอื่นรับรู้ และเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว แต่ถ้ามีบุคคลที่ไม่หวังดีแอบนำข้อมลู
สว่ นตัวไปใช้ โดยไม่ได้รบั อนุญาต ผ้ใู ช้สามารถขอความช่วยเหลือจากผทู้ ี่มสี ่วนเกยี่ วข้องได้

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี นิ ัย รับผิดชอบ
- ทกั ษะการแลกเปลี่ยนข้อมูล 2. ใฝ่เรยี นรู้
- ทกั ษะการสื่อสาร 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

2. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

- ทักษะการสำรวจ
- ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 วิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ข้ันนำ

• ข้ันที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1. ครนู ำนกั เรยี นเข้าสูบ่ ทเรียนโดยการใหน้ ักเรยี นย่นื แขนมาดา้ นหน้าทงั้ สองขา้ งและสลดั มือ ยกขน้ึ
บน เอยี งตวั ไปทางซา้ ย ขวา หลัง หนา้ ทา่ ละ 5 วินาที
2. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “ปรบมือ” ตามจำนวนคร้งั ท่ีครูบอก มแี บ่งเป็น 3 เซท
- เซทที่ 1 เพิ่มจำนวนบวก 1
- เซทที่ 2 ลดจำนวนลบ 1
- เซทที่ 3 ปรบมือตามจำนวนขาสตั วท์ ค่ี รูบอก
3. ครทู บทวนความรู้ครั้งทแี่ ล้วเรื่อง การสรา้ งโฟลเดอร์ สรา้ งไฟล์ และการเปลี่ยนช่ือโฟลเดอร์
4. ครเู ปดิ สอื่ การสอน PowerPoint และบอกชื่อเรอ่ื งทจ่ี ะเรียนในวันน้ี เรือ่ ง
“ข้อมลู สว่ นตัวในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย”

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 18

5. ครูถามคำถามเพื่อกระตุน้ ความสนใจของนกั เรยี นวา่
“นักเรยี นคิดวา่ ขอ้ มลู ส่วนตัวท่ีเปน็ ข้อมลู เฉพาะบุคคลมีอะไรบา้ ง”
(แนวตอบ : ขอ้ มูลเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลรหัสผ่าน ข้อมลู เลขบตั รประชาชน เปน็ ตน้ )

6. จากน้นั ครูถามคำถามประจำหัวขอ้ กบั นักเรียนวา่ “นักเรียนคดิ ว่าการเผยแพร่ข้อมูลสว่ นตัวให้แก่
ผู้อื่นจะทำให้เกดิ โทษอยา่ งไร”
(แนวตอบ : คำตอบขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนกั เรียนแต่ละคน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพนิ จิ ของ
ครผู ู้สอน เชน่ ผูท้ ไี่ ม่หวงั ดนี ำขอ้ มูลไปใชใ้ นทางท่ผี ดิ นำเลขบัตรประชาชนไปสวมรอยทำให้เกดิ
อนั ตรายในการใช้ชีวิตประจำวนั เช่น การลักขโมย การลกั พาตวั เปน็ ตน้ )

ขน้ั สอน

• ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Exploration)

7. ครใู หน้ กั เรียนชมสื่อวดี ที ศั น์ เร่ือง “รเู้ ท่ากันโลกออนไลน์” จากรายการวติ ามินข่าว สำนกั งาน
กองทุนสนับสนนุ การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ (สสส.) แหลง่ ท่มี า https://www.thaihealth.or.th

8. เมอ่ื ดูส่ือวีดีทัศน์จบแลว้ ครูถามกบั นักเรยี น วา่ นักเรยี นมคี วามคดิ เหน็ อย่างไรกับสื่อวดี ีทศั น์ทีน่ ้ี

• ขั้นท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation)

9. ครอู ธบิ ายกับนกั เรียนวา่
- อินเตอรเ์ น็ต ไมใ่ ช่พ้นื ท่ีส่วนตวั เพราะเมื่อเราโพสตข์ ึน้ อินเทอร์เนต็ แล้วนน้ั จากขอ้ มูลสว่ นตวั จะ
กลายเป็นข้อมูลส่วนรวม ดงั นน้ั ไมค่ วรโพสต์เรื่องสว่ นตวั ทง้ั หมด ไม่ควรเชค็ อินหรือแชร์ตำแหนง่ ในทุก
สถานที่ที่ไป เพราะอาจจะมีมิจฉาชพี หรือผู้ไมห่ วงั ดี ทำใหเ้ กิดความไม่ปลอดภัยตอ่ ตนเองได้ จะสงั เกต
จากข่าวตามสื่อทัว่ ไป เช่น ผชู้ ายแอบชอบผหู้ ญิงผา่ นเฟสบุค๊ โดยรู้ตัวตนของผู้หญงิ เปน็ อย่างดี ไมว่ า่
จะเป็นเรอ่ื งการแต่งตัว ขบั รถยห่ี อ้ อะไร ทะเบียนรถเลขอะไร บ้านอยทู่ ี่ไหน ตอนน้กี ำลังทำอะไร จน
ทำใหเ้ กิดอนั ตรายกับผู้หญงิ คนดังกลา่ วได้ เป็นตัน

- อินเทอร์เนต็ มที ั้งข้อมลู ทีถ่ ูกและทผ่ี ดิ ทง้ั เช่ือถือได้ และไม่ได้ มีทั้งข่าวจรงิ และขา่ วปลอม เชน่
"กินอาหารค้างคืน" อุ่นซ้ำ ทำให้เปน็ "โรคมะเร็ง" ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวง
สาธารณสุข ได้ชีแ้ จงว่า การรับประทานอาหารค้างคนื และนำกลับมาอุน่ ซำ้ ไม่เก่ียวข้องกับการเกิด
โรคมะเร็ง แต่อันตรายอาจเกิดจากการเก็บรักษาที่ไมถ่ ูกวิธี เชน่ เกบ็ ในตู้เย็นทม่ี ีความเย็นไม่เพียงพอ
ทำใหม้ ีเชอ้ื จลุ ินทรยี เ์ จริญเติบโตจนสร้างสารพิษขึน้ มา เมอ่ื ทานอาหารเข้าไปกจ็ ะมีผลตอ่ ระบบ
ทางเดนิ อาหารได้ ฉะนน้ั นกั เรยี นควรหาขอ้ มลู อยา่ งน้อย 3 เวบ็ ไซต์ที่เชื่อถือได้ และดูจดุ ประสงคข์ อง
เวบ็ ไซตน์ ัน้ ดว้ ย)

- การแบ่งเวลา การแบ่งเวลาเปน็ สิง่ สำคญั หากแบ่งเวลาไม่มีดี ชวี ติ จะเกดิ ความวนุ่ วาย และมี
ผลกระทบตามมามากมาย เชน่ เล่นเกมจนไม่ทำการบ้าน มีผลตอ่ การเรียน อารมณ์แปรปรวน
กา้ วรา้ ว เปน็ ที่ไม่สบายใจของพอ่ แม่ ดังนนั้ การใช้เทคโนโลยีควนแบ่งเวลาใหเ้ หมาะสม และรหู้ น้าที่
ของตนเอง

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 19

- ฉะนั้น นักเรยี นจำเป็นต้องดูแลรกั ษาข้อมูลสว่ นตัวไมบ่ อกข้อมูลส่วนตัวใหก้ บั คนแปลกหน้าคนท่ีเรา
ไมส่ นิท เพ่ือป้องกันไม่ใหเ้ กิดอนั ตรายทจี่ ะตามมา

• ข้ันที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)

10. ครแู บ่งกล่มุ นกั เรยี นออกเปน็ 3 กล่มุ ๆละ 5 คน เลน่ เกม “ข้อมลู ส่วนตัว หา้ มร่ัวไหล” โดยครจู ะ

มหี ัวข้อ 3 หมวด คอื 1. ข้อมูลสว่ นตวั 2. บคุ คลที่บอกข้อมลู 3. การเผยแพรข่ ้อมลู เมอ่ื ครูเลือก

หยบิ หัวขอ้ หมวดใดหมวดหนง่ึ ก็จะแปะไว้บนกระดาน โดยจะประกอบดว้ ยหัวข้อย่อย 2 หวั ข้อที่จะ

มาพร้อมกบั หมวดนนั้ ๆ คือ

1. ขอ้ มูลสว่ นตัว หัวขอ้ ประกอบดว้ ยคำว่า “เป็นสว่ นตวั / ไมเ่ ปน็ ส่วนตัว”

2. บคุ คลทบี่ อกข้อมลู หวั ขอ้ ประกอบด้วยคำวา่ “บอกได้ / บอกไม่ได้”

3. การเผยแพร่ขอ้ มลู หวั ขอ้ ประกอบดว้ ยคำว่า “ควรทำ / ไม่ควรทำ”

ในแต่ละหมวดจะมีรปู ภาพหรือสญั ลักษณ์ 14 รูป

กติกา 1. ใหส้ มาชิกในกลุม่ หยิบรปู ภาพหรือสัญลักษณ์ท่อี ยู่ในตะกร้าของหมวดน้นั
2. นกั เรียนชว่ ยกนั ระดมความคิดวา่ รูปภาพที่หยบิ หรือสญั ลักษณ์ไดน้ ้นั ควรอยูฝ่ ่งั ใด
3. ครทู ำการจับเวลาวา่ กลุม่ ใดทำเสรจ็ โดยใชเ้ วลาเร็วและถูกต้องทส่ี ดุ เปน็ ทีมชนะ

Note

วตั ถปุ ระสงค์ของกจิ กรรมเพื่อให้นักเรยี น
- มีทักษะการทำงานร่วมกันโดยใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงานเพื่อให้นักเรียนได้

ส่ือสารและแลกเปล่ยี นความคิดเห็นร่วมกนั
- มที ักษะการคิดวิเคราะห์ ในการพิจารณาข้อมลู ต่าง ๆ ว่าขอ้ มลู ใดจดั เปน็ ข้อมลู

สว่ นตัว, บุคคลทีบ่ อกข้อมลู ได้ และการเผยแพร่ข้อมลู ที่ถูกต้อง

- มที กั ษะการสำรวจ โดยการเปดิ โอกาสให้นักเรยี นไดส้ ำรวจสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัวและ
บอกไดว้ า่ สงิ่ ใด คือ ข้อมลู สว่ นตัว และในชวี ติ ประจำวนั มกี ารใชข้ อ้ มลู สว่ นตวั ในดา้ นใดบ้าง

ขนั้ สรปุ

• ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)

11. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปตอบคำถามเกี่ยวกับ เรื่อง ข้อควรระวังในการเผยแพร่ข้อมูล และ
หาทางปอ้ งกันไม่ให้เกิดการเผยแพรข่ ้อมูลส่วนตัวใหผ้ ู้อื่นทราบ จากสถานการณ์ทค่ี รูยกตวั อย่างในสไลด์ 7
ข้อ ดงั นี้

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 20

12. ครปู ระเมนิ ผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม และจากเล่นเกมหน้าชัน้ เรยี น

7. การวัดและประเมนิ ผล วิธีวัด เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน

รายการวดั สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
พฤติกรรมการทำงานกลมุ่ การทำงานกลมุ่ การทำงานกล่มุ ผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สังเกตความมวี นิ ัย - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
ความรบั ผิดชอบ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
นักเรยี นให้ความรว่ มมอื ในการ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมั่น อันพงึ ประสงค์
ทำกจิ กรรมในชั้นเรยี นเปน็ อย่างดี ในการทำงาน
สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม มผี ลการประเมิน
ในระดบั ดีขน้ึ ไป

8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) สื่อวดี ที ัศน์ เรอื่ ง “รเู้ ทา่ กันโลกออนไลน์” จากรายการวิตามินขา่ ว สำนกั งานกองทุน

สนบั สนุนการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) แหล่งทีม่ า https://www.thaihealth.or.th
2) เกม “ข้อมลู สว่ นตวั หา้ มร่ัวไหล”
3) ส่ือการสอน PowerPoint เรอื่ ง การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั

8.2 แหล่งการเรียนรู้
- อนิ เทอรเ์ น็ต

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 21

9. ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย )
ข้อเสนอแนะ .......

ลงชื่อ
(

ตำแหนง่

10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
 ด้านความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน

 ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

 ด้านอืน่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทีม่ ปี ญั หาของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 22

บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ……......….....................………. เรอื่ ง ……………………………………..……………….………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ……....................……….. เรือ่ ง ………………………………………………………………….....
ผลการจดั การเรยี นรผู้ ลการเรียนรู้ของนักเรียน ชน้ั .......................................... ห้อง ............
วันที่ ....................................................................... คาบเรียนที่ ............................................
จำนวนนักเรียนผา่ นการประเมนิ ……………..คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………..
จำนวนนักเรยี นทีไ่ มผ่ า่ นการประเมนิ ………คน คดิ เปน็ ร้อยละ ……….. ดา้ นความรู้ (K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นกระบวนการ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ด้านเจตคติ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรยี นทต่ี ้องดูแลเปน็ พเิ ศษ…………………………………………………………………………………………………...............
นกั เรยี นทีเ่ ดน่ ควรสง่ เสริมเปน็ พิเศษ…………………………………………………………………………………………………….
ปัญหา /อุปสรรค…………………………………………………………………………………………………………………...............
…………………………………………………………………………………………………….........................................................
แนวทางการแก้ไขและพฒั นา
………………………………………………………………….…………………………………….……………………………………………
……………………………………………………………………………………………................................................................

ลงชื่อ ……………………………………………….. ผ้สู อน
(……………………………………………..)

ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
............................................................................................................................. .........................................

ลงชื่อ ……………………………………….ผ้อู ำนวยการ
(…………………..………..………..……..)
วนั ที.่ ......เดอื น....................พ.ศ...........

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 23

แบบบนั ทกึ การสงั เกต

การเ ้ขาร่วมกิจกรรมกลุ่ม การจำแนกเ ิงนเหรียญชนิดต่าง หมายเหตุ

การรายงานบอกค่าของเ ิงน
เหรียญชนิดต่าง ๆ
ความต้ังลอกรูปเหรียญแต่ละ
ชนิด
สรุปผลการประเมิน
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ
012012012012 ผ่าน
ไ ่มผ่าน

0 = ตอ้ งแกไ้ ข
1 = พอใช้
2 = ดี - ดมี าก

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 24

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 25

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 26

ภาคผนวก

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 27

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 28

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 29

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 30

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 31

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั ว12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 32


Click to View FlipBook Version