๑ นายจีรพันธ์ การรัตน์ ม.๖.๑๒ เลขที่ ๑ ๒ นายรัฐภูมิ ใจชื่น ม.๖.๑๒ เลขที่ ๙ ๓ นายพรรธนธร เชียงภูเขียว ม.๖.๑๒ เลขที่ ๑๘ ๔ นายพันธนา คันธะมาลา ม.๖.๑๒ เลขที่ ๑๙ ๕ นางสาวอรอุมา เทศเงิน ม.๖.๑๒ เลขที่ ๓๔ รายงานเรื่อง การวิเคราะห์คำ ประพันธ์ เรื่องขุนช้างขุนเเผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา เสนอ ครูณัฐยา อาจมังกร จัดทำ โดย รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย ท33101 ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๗ โรงเรียนมัธยมวัดหนองเเขม
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย ผู้เขียนจัด ทำ ขึ้นเพื่อศึกษาการวิเคราะห์คำ ประพันธ์ โดยได้รับเนื้อหา จากหนังสือและสื่อบนอินเทอร์เน็ต ในรายงานนี้ประกอบไป ด้วยบทประพันธ์การถอดคำ ประพันธ์ แปลคำ ศัพท์ และการ วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี ผู้จัดทำ หวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากมีผิดพลาดประการใด ขออภัยมาไว้ ณ ที่นี่ และจะนำ ไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น คณะผู้จัดทำ วันที่ ๑๑/๖/๖๗ คำ นำ
เรื่อง คำ นำ ๑ ถอดคำ ประพันธ์ ๒ อธิบายความหมายคำ ศัพท์ ๓ วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ ด้านเนื้อหา ด้านการนำ ไปใช้ ด้านสังคม หน้า ก สารบัญ ๔ ๓๑ ๓๓ ๔ บรรณานุกรม ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗
รูปร่างวิปริตผิดกว่าคน ทรพลอัปรีย์ไม่ดีได้ ทั้งใจคอชั่ว ชั่ โฉดโหดไร้ ช่างไปหลงรักใคร่ได้เป็นดี วันนั้นแพ้กูเมื่อดำ น้ำ ก็กริ้วซ้ำ จะฆ่าให้เป็นผี แสนแค้นด้วยมารดายังปรานี ให้ไปขอชีวีขุนช้างไว้ แค้นแม่จำ จะแก้ให้หายแค้น ไม่ทดแทนอ้ายขุนช้างบ้างไม่ได้ หมายจิตคิดจะให้มันบรรลัย ไม่สมใจจำ เพาะเคราะห์มันดี ถอดคำ ประพันธ์ จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เมื่อเป็นความชนะขุนช้างนั่น นั่ กลับมาอยู่บ้านสำ ราญครัน เกษมสันต์สองสมภิรมย์ยวน พร้อมญาติขาดอยู่แต่มารดา นึกนึกตรึกตราละห้อยหวน โอ้ว่าแม่วันทองช่างหมองนวล ไม่สมควรเคียงคู่กับขุนช้าง เออนี่เนื้อเคราะห์กรรมนำ มาผิด น่าอายมิตรหมองใจไม่หายหมาง ฝ่ายพ่อมีบุญเป็นขุนนาง แต่แม่ไปแนบข้างคนจังไร ถอดได้ว่า เมื่อพลายงามชนะความขุนช้าง ก็ได้กลับมาอยู่บ้านอย่างสุขสบาย ขาดก็แต่มารดา พลายงามคิด ว่าแม่วันทองไม่ควรอยู่กับขุนช้าง อาจ จะเป็นเคราะห์กรรมของแม่วันทองถึงต้องมาอับอายแบบนี้ พ่อก็เป็น ถึงขุนนาง แต่แม่กลับไปอยู่กับคนจัญไร ถอดได้ว่า รูปร่างน่าเกลียด ใจคอโหดเหี้ยม ไม่รู้ว่าแม่วันทองไปรักขุนช้างได้อย่างไร เท้าความถึง ตอนที่ขุนช้างดำ น้ำ เพื่อพิสูจน์โทษเมื่อเป็นคดีกับตน พลายงามโกรธมากและจะฆ่าขุน ช้างให้ตาย แต่มารดาห้ามและขอชีวิตไว้
อย่าเลยจะรับแม่กลับมา ให้อยู่ด้วยบิดาเกษมศรี พรากให้พ้นคนอุบาทว์ชาติอัปรีย์ ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความโกรธา อัดอึดฮึดฮัดด้วยขัดใจ เมื่อไรตะวันจะลับหล้า เข้าห้องหวนละห้อยคอยเวลา จวนสุริยาเลี้ยวลับเมรุไกร เงียบสัตว์จัตุบททวิบาท ดาวดาษเดือนสว่างกระจ่างไข น้ำ ค้างตกกระเซ็นเย็นเยือกใจ สงัดเสียงคนใครไม่พูดจา ถอดได้ว่า พลายงามแค้นขุนช้างมาก จะต้องหาทางแก้แค้นขุนช้างให้ได้ ใจก็อยากให้ขุนช้างตาย แต่ขุนช้าง ดวงดีไม่เป็นดังที่ตนหวังไว้ ก็เลยจะรับแม่(นางวันทอง)ให้มาอยู่บ้านกับพ่อ(ขุนแผน) จะพาแม่หนี ให้พ้นจากขุนข้างคนชั่ว ชั่ ช้าใจทราม ยิ่งคิดก็ยิ่งคับแค้นใจ กระวนกระวายว่าเมื่อไรจะค่ำ ที่จะได้ไปรับ แม่กลับบ้าน จนตะวันลับขอบฟ้า ไม่มีแม้แต่เสียงเท้าสัตว์เดิน ดาวที่อยู่บนท้องฟ้าส่องแสงสว่าง ในตอนมืดอากาศเริ่มเย็นมีน้ำ ค้าง เงียบสงัดไม่มีแม้แต่เสียงคนพูด ได้ยินเสียง ได้ยินเสียงฆ้องย่ำ ประจำ วัง ลอยลมล่องดังถึงเคหา คะเนนับย่ำ ยามได้สามครา ดูเวลาปลอดห่วงทักทิน ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิ้น จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว ลงยันต์ราชะเอาปะอก หยิบยกมงคลขึ้นใส่หัว เป่ามนตร์เบื้องบนชอุ่มมัว พรายยั่ว ยั่ ยวนใจให้ไคลคลา ถอดได้ว่า เสียงฆ้องตีบอกเวลาจากวัง ลอยมาตามลมได้ยินถึงบ้าน นับได้เป็นเวลาตี สาม เป็นเวลาที่จะได้ปลดปล่อยความชั่ว ชั่ ร้าย เมื่อท้องฟ้าเต็มไปด้วย ดวงดาวและดวงจันทร์สว่างไม่มีเมฆบดบัง จึงได้นำ เหล้าและอาหารไปเซ่น ให้ผีพรายกิน เอาขมิ้นมาทาตามตัว ลงยันต์ที่อกและเอาสิ่งมงคลมาใส่หัว เป่ามนตร์คาถา เพื่อให้หลงมนตร์ที่เป่าลงไป
จับดาบเคยปราบณรงค์รบ เสร็จครบบริกรรมพระคาถา ลงจากเรือนไปมิได้ช้า รีบมาถึงบ้านขุนช้างพลัน เห็นคนนอนล้อมอ้อมเป็นวง ประตูลั่น ลั่ มั่น มั่ คงขอบรั้วกั้น กองไฟสว่างดังกลางวัน หมายสำ คัญตรงมาหน้าประตู จึงร่ายมนตรามหาสะกด เสื่อมหมดอาถรรพณ์ที่ฝังอยู่ ภูตพรายนายขุนช้างวางวิ่งพรู คนผู้ในบ้านก็ซานเซอะ ถอดได้ว่า นำ ดาบที่เคยรบมาร่ายมนตร์เสกคาถา และลงจากเรือนรีบไปบ้านขุนช้าง เมื่อมาถึงก็เห็นคนนอนหลับกันหมด ประตูปิดสนิท มีกองไฟสว่างอยู่ หน้าบ้าน พลายงามรีบมาที่หน้าประตู ร่ายมนตร์สะกดพวกผีพรายของขุน ช้าง ผู้คนในบ้านต่างง่วงหลับด้วยมนตร์ของพลายงาม ทั้งชายหญิงง่วงงมล้มหลับ นอนทับคว่ำ หงายก่ายกันเปรอะ จี่ปลาคาไฟมันไหลเลอะ โงกเงอะงุยงมไม่สมประดี ใช้พรายถอดกลอนถอนลิ่ม รอยทิ่มถอดหลุดไปจากที่ ย่างเท้าก้าวไปในทันที มิได้มีใครทักแต่สักคน มีแต่หลับเพ้อมะเมอฝัน ทั้งไฟกองป้องกันทุกแห่งหน ผู้คนเงียบสำ เนียงเสียงแต่กรน มาจนถึงเรือนเจ้าขุนช้าง ถอดได้ว่า ผู้คนในบ้านต่างก็ง่วงหลับด้วยมนต์ของพลายงาม นอนทับกันไปมา พลายงามจึงใช้ให้พรายไปถอด กลอนประตู และก้าวเข้าไปถึงเรือนของขุนช้าง
จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย ภูตพรายโดดเรือนสะเทือนผาง สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง ย่างเท้าก้าวขึ้นร้านดอกไม้ หอมหวนอวลอบบุปผชาติ เบิกบานก้านกลาดกิ่งไสว เรณูฟูร่อนขจรใจ ย่างเท้าก้าวไปไม่โครมคราม ข้าไทนอนหลับลงทับกัน สะเดาะกลอนถอนลั่น ลั่ ถึงชั้นสาม กระจกฉากหลากสลับวับแวมวาม อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา ถอดได้ว่า พลายงามจุดเทียนร่ายมนต์สะกด โปรยข้าวสารเสกใส่ทำ ให้ ภูตพรายหนีกันอลหม่าน จึงสะเดาะกลอนประตูเข้าไปถึงสาม ชั้น บานหน้าต่าง เข้าไปข้างในห้อง และได้กลิ่นหอมของ ดอกไม้ที่หอมหวนอบอวลไปทั่ว ทั่ ห้อง แล้วก้าวเข้าไปอย่าง เงียบๆ พวกข้ารับใช้กำ ลังนอนหลับ พลายงามจึงใช้มนตร์ สะเดาะกลอนประตูเข้ามาภายในถึง3ชั้น ม่านมู่ลี่มีฉากประจำ กั้น อัฒจันทร์เครื่องแก้วก็หนักหนา ชมพลางย่างเยื้องชำ เลืองมา เปิดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง นิ่งนอนอยู่บนเตียงเคียงขุนช้าง มันแนบข้างกอดกลมประสมสอง เจ็บใจดังหัวใจจะพังพอง ขยับจ้องดาบง่าอยากฆ่าฟัน จะใครถีบขุนช้างที่กลางตัว นึกกลัวจะถูกแม่วันทองนั่น นั่ พลางนั่ง นั่ ลงนอบนบอภิวันทน์ สะอื้นอั้นอกแค้นน้ำ ตาคลอ ถอดได้ว่า เมื่อเข้าไปถึงในห้องมีทั้งกระจกฉาก และม่านมู่ลี่ที่กั้น อยู่ เมื่อพลายงามเดินมาถึง พลายงามจึงเปิดมุ้งและ เห็นขุนช้างนอนกอดแม่วันทองอยู่ จึงเจ็บใจจนอยาก จะชักดาบมาฆ่ามัน คิดจะถีบขุนช้างก็กลัวจะถูกแม่วัน ทอง พลายงามจึงนั่ง นั่ ลงและยกมือไหว้ สะอื้นน้ำ ตาคลอ
โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ เวรกรรมนำ ไปไม่รั้งรอ มิพอที่จะต้องพรากก็จากมา มันไปฉุดมารดาเอามาไว้ อ้ายหัวใสข่มเหงไม่เกรงหน้า ที่ทำ แค้นกูจะแทนให้ทันตา ขอษมาแม่แล้วก็ขับพราย เป่าลงด้วยพระเวทวิทยา มารดาก็ฟื้นตื่นโดยง่าย ดาบใส่ฝักไว้ไม่เคลื่อนคลาย วันทองรู้สึกกายก็ลืมตา ถอดได้ว่า พลายงามรำ พันว่านางวันทองไม่ควรพลัดพรากจากขุนแผน แล้วโทษว่าเป็นเวรกรรมที่ทำ ให้ต้องแยกกัน พรายงามได้แม่ แล้วขอขมาไล่พราย พร้อมทั้งเป่ามนต์ให้แม่วันทองตื่นขึ้นมา ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง ต้องมนตร์มัวหมองเป็นหนักหนา ตื่นพลางทางชำ เลืองนัยน์ตามา เห็นลูกยานั้นยืนอยู่ริมเตียง สำ คัญคิดว่าผู้ร้ายให้นึกกลัว กอดผัวร้องดันจนสิ้นเสียง ซวนซบหลบลงมาหมอบเมียง พระหมื่นไวยเข้าเคียงห้ามมารดา อะไรแม่แซ่ร้องทั้งห้องนอน ลูกร้อนรำ คาญใจจึงมาหา จะร้องไยใช่โจรผู้ร้ายมา สนทนาด้วยลูกอย่าตกใจ ถอดได้ว่า นางวันทองรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาสายตามองเห็นพลายงามแต่คิด ว่าเป็นโจรจึงเข้า กอดขุนช้างด้วยความกลัว พลายงามปลอบ บอกนางวันทองว่าลูกพลายงามเอง ไม่ใช่โจรผู้ร้าย แม่อย่า ตกใจไปเลย
ครานั้นวันทองผ่องโสภา ครั้นรู้ว่าลูกยาหากลัวไม่ ลูกออกมาพลันด้วยทันใด พระหมื่นไวยเข้ากอดเอาบาทา วันทองประคองสอดกอดลูกรัก ซบพักตร์ร้องไห้ไม่เงยหน้า เจ้ามาไยป่านนี้นี่ลูกอา เขารักษาอยู่ทุกแห่งตำ แหน่งใน ใส่ดาลบ้านช่องกองไฟรอบ พ่อช่างลอบเข้ามากระไรได้ อาจองทะนงตัวไม่กลัวภัย นี่พ่อใช้ฤาว่าเจ้ามาเอง ถอดไ้ด้ว่า เมื่อวันทองรู้ว่าพลายงามมาหา ก็รีบลุกเข้าไปกอดพลายงามแล้วก็ซบหน้าร้องไห้ แล้วถามว่าลูกผ่านคนที่คอยเฝ้าอยู่มาได้ยังไงที่นี่มีคนคอยเฝ้าดูแลอยู่ทุกตำ แหน่ง ทำ ไมถึงรอดเข้ามาได้ลูกไม่กลัวหรอ นี่ขุนแผนใช้ลูกมา หรือ ลูกมาเอง ขุนช้างตื่นขึ้นมิเป็นการ เขาจะรุกรานพาลข่มเหง จะเกิดผิดแม่คิดคะนึงเกรง ฉวยสบเพลงพลาดพล้ำ มิเป็นการ มีธุระสิ่งไรในใจเจ้า พ่อจงเล่าแก่แม่แล้วกลับบ้าน มิควรทำ เจ้าอย่าทำ ให้รำ คาญ อย่าหาญเหมือนพ่อนักคะนองใจ จมื่นไวยสารภาพกราบบาทา ลูกมาผิดจริงหาเถียงไม่ รักตัวกลัวผิดแต่คิดไป ก็หักใจเพราะรักแม่วันทอง ถอดได้ว่า ถ้าขุนช้างตื่นมาอาจจะทำ ร้ายลูกได้นะแม่เป็นห่วงมาก แม่กลัวว่าถ้าลูกเสียจังหวะ พลาดพล้ำ ไปพลายงามอาจจะถูกทำ ร้ายได้นะแม่กลัว ถ้ามีธุระอะไรด่วนก็รีบมาเล่าให้แม่ ฟัง แล้วก็รีบกลับไปซะ อย่าทำ ตัวกล้าหาญเหมือนขุนแผนพ่อของลูก พลายงามกราบ เท้าแม่แล้วบอกว่าลูกทำ ผิดจริงจะไม่เถียงผิดที่คิดไปแต่ก็ต้องจำ ใจเพราะรักแม่วันทอง ทุกวันนี้ลูกชายสบายยศ พร้อมหมดเมียมิ่งก็มีสอง มีบ่าวไพร่ใช้สอยทั้งเงินทอง พี่น้องข้างพ่อก็บริบูรณ์ ยังขาดแต่แม่คุณไม่แลเห็น เป็นอยู่ก็เหมือนตายไปหายสูญ ข้อนี้ที่ทุกข์ยังเพิ่มพูน ถ้าพร้อมมูลแม่ด้วยจะสำ ราญ ลูกมาหมายว่าจะมารับ เชิญแม่วันทองกลับคืนไปบ้าน แม้จะบังเกิดเหตุเภทพาล ประการใดก็ตามแต่เวรา ถอดได้ว่า ทุกวันนี้พลายงามสบายมียศถาบรรดาศักดิ์ มีพร้อมทุกอย่างทั้ง เงินทองบ่าวไพร่เมียก็มีสองคน ผู้ใหญ่ฝ่ายพอก็อยู่ดี ยังขาดแต่แม่ วันทองไม่มองเห็น อยู่ไปก็เหมือนตายไม่เคยสนใจเพราะอย่างนี้ที่ ยังทุกข์หนัก ถ้ามีแม่วันทองด้วยจะสุขสำ ราญ ที่ลูกมาตั้งใจว่าจะ มารับแม่วันทองกลับบ้านเรา ถึงจะเกิดเรื่องก็แล้วแต่เวรแต่กรรม
มาอยู่ไยกับอ้ายหินชาติ แสนอุบาทว์ใจจิตริษยา ดังทองคำ เลี่ยมปากกะลา หน้าตาดำ เหมือนมินหม้อมอม เหมือนแมลงวันว่อนเคล้าที่เน่าชั่ว ชั่ มาเกลือกกลั้วปทุมมาลย์ที่หวานหอม ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม ว่านักแม่จะตรอมระกำ ใจ แม่เลี้ยงลูกมาถึงเจ็ดขวบ เคราะห์ประจวบจากแม่หาเห็นไม่ จะคิดถึงลูกบ้างฤาอย่างไร ฤาหาไม่ใจแม่ไม่คิดเลย ถ้าคิดเห็นเอ็นดูว่าลูกเต้า แม่ทูนเกล้าไปเรือนอย่าเชือนเฉย ให้ลูกคลายอารมณ์ได้ชมเชย เหมือนเมื่อครั้งแม่เคยเลี้ยงลูกมา ถอดได้ว่า มาอยู่ทำ ไมกับคนเลวทรามชั่ว ชั่ ขี้อิจฉาแบบนี้ หน้าตาก็มอมแมมดำ อย่างกับเขม่าที่ ติดก้นหม้อ น่าเกลียดเหมือนแมลงวันเน่ามาบินตอมดอกไม้ที่สวยงามอย่างแม่ เหมือนคนชั่ว ชั่ มาปนกับคนดี จะว่ามากก็กลัวแม่จะทุกข์ใจ แม่เลี้ยงลูกมาถึง 7 ขวบ เพราะเคราะห์กรรมของแม่ถึงต้องจากกัน แม่วันทองคิดถึงลูกบ้างไหม หรือ ว่าแม่ไม่คิดถึงลูกเลย ถ้าแม่ยังเอ็นดูลูกอยู่ แม่รีบไปกับอยู่กับลูก เหมือนครั้งที่แม่ เคยเลี้ยงดูลูกมา ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง เศร้าหมองด้วยลูกเป็นหนักหนา พ่อพลายงาม ทรามสวาดิ ของแม่อา แม่โศกาเกือบเจียนจะบรรลัย ใช่จะอิ่มเอิบอาบด้วยเงินทอง มิใช่ของตัวทำ มาแต่ไหน ทั้งผู้คนช้างม้าแลข้าไท ไม่รักใคร่เหมือนกับพ่อพลายงาม ทุกวันนี้ใช่แม่จะผาสุก มีแต่ทุกข์เจ็บดังเหน็บหนาม ต้องจำ จนทนกรรมที่ติดตาม จะขืนความคิดไปก็ใช่ที ถอดได้ว่า นางวันทองก็ตอบพลายงามว่า เศร้าใจเจียนตาย เงินทองข้าทาส บริวารไม่มีอะไรสำ คัญกว่าลูกทุกวันนี้ที่นางวันทองทนอยู่ก็มีแต่ความ ทุกข์ไม่ได้มีความสุขเลยแต่ก็ต้องทนอยู่ทำ ตามใจตนเองก็ไม่ได้ เมื่อพ่อเจ้าเข้าคุกแม่ท้องแก่ เขาฉุดแม่ใช่จะแกล้งแหนงหนี ถึงพ่อเจ้าเล่าไม่รู้ว่าร้าย เป็นหลายปีแม่มาอยู่กับขุนช้าง เมื่อพ่อเจ้ากลับมาแต่เชียงใหม่ ไม่เพ็ดทูลสิ่งไรแต่สักอย่าง เมื่อคราวตัวแม่เป็นคนกลาง ท่านก็ วางบท คืนให้บิดา เจ้าเป็นถึง หัวหมื่นมหาดเล็ก มิใช่เด็กดอกจงฟังคำ แม่ว่า จงเร่งกลับไปคิดกับบิดา ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์ ถอดได้ว่า เมื่อตอนขุนแผนถูกจับเข้าคุก แม่ก็ท้องแก่ ขุนช้างฉุดแม่มาไม่ได้หนี ขุนแผนมา ตอนขุนแผนเขารบชนะเชียงใหม่มีความดีความชอบ พระพัน วษาก็ตัดสินให้ไปอยู่กับขุนแผน ลูกเป็นถึงหัวหมื่นมหาดเล็ก ไม่ใช่เด็ก แล้วจงกลับไปคิดไตร่ตรองกับพ่อให้ดี แล้วไปกราบทูลพระพันวษา
พระองค์คงจะโปรดประทานให้ จะปรากฏยศไกรเฉิดฉัน อันจะมาลักพาไม่ว่ากัน เช่นนั้นใจแม่มิเต็มใจ ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายงาม ฟังความเห็นว่าแม่หาไปไม่ คิดบ่ายเบี่ยงเลี่ยงเลี้ยวเบี้ยวบิดไป เพราะรักอ้ายขุนช้างกว่าบิดา จึงว่าอนิจจาลูกมารับ แม่ยังกลับทัดทานเป็นหนักหนา เหมือนไม่มีรักใคร่ในลูกยา อุตส่าห์มารับแล้วยังมิไป ถอดได้ว่า พระพันวษาคงจะโปรดประทานให้ ถ้าจะมาลักตัวแม่กลับแม่ไม่ว่า แต่แม่จะไม่เต็มใจกลับ พลายงามได้ฟังที่นางวันทองพูดจึงตอบไป ว่า เพราะว่าแม่รักชุนช้างมากกว่าขุนแผนแม่ถึงได้บ่ายเบี่ยงไม่ยอม ที่จะกลับทั้งๆที่ลูกก็มาแล้วแล้ว หรือว่าแม่ไม่รักลูกแล้ว เสียแรงเป็นลูกผู้ชายไม่อายเพื่อน จะพาแม่ไปเรือนให้จงได้ แม้นมิไปให้งามก็ตามใจ จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที จะตัดเอาศีรษะของแม่ไป ทิ้งแต่ตัวไว้ให้อยู่นี่ แม่อย่าเจรจาให้ช้าที จวนแจ้ง แสงศรี จะรีบไป ครานั้นวันทองผ่องโสภา เห็นลูกยากัดฟันมันไส้ ถือดาบฟ้าฟื้นยืนแกว่งไกว ตกใจกลัวว่าจะฆ่าฟัน ถอดได้ว่า พลายงามตอบว่าตนเป็นลูกผู้ชายวันนี้จะต้องพาแม่กลับบ้านไปให้ ได้ถึงแม้ว่าแม่จะไม่ยอมก็ตาม ถ้าแม่ไม่กลับไปขอทำ บาปกรรมแล้ว วันนี้ ต่อให้ตัดหัวของแม่ไปแล้วทิ้งแต่ตัวไว้ที่นี่ก็จะทำ แม่อย่ามัว พูดอยู่ รีบไปเถอะฟ้าจะแจ้งแล้ว ฝ่ายนางวันทองพอเห็นลูกกัดฟัน แกว่งดาบฟ้าฟื้นก็กลัว จึงปลอบว่าพลายงามพ่อทรามรัก อย่าฮึกฮักว่าวุ่นทำ หุนหัน จงครวญใคร่ให้เห็นข้อสำ คัญ แม่นี้พรั่น รั่ กลัวแต่จะเกิดความ ด้วยเป็นข้าลักไปไทลักมา เห็นเบื้องหน้าจะอึงแม่จึงห้าม ถ้าเจ้าเห็นเป็นสุขไม่ลุกลาม ก็ตามเถิดมารดาจะคลาไคล ว่าพลางนางลุกออกจากห้อง เศร้าหมองโศกาน้ำ ตาไหล พระหมื่นไวยก็พามารดาไป พอรุ่งแจ้งแสงใสก็ถึงเรือน ถอดได้ว่า นางวันทองปลอบลูกว่าอย่าหุนหัน ที่แม่ไม่ไปนั้นเพราะกลัวลูกจะเดือด ร้อนเป็นคดีความ แต่ถ้าลูกเห็นว่าดีว่างามแม่ก็จะตามกลับไป แล้ววัน ทองก็ตามพลายงามกลับบ้าน พลายงามพาแม่ไปถึงบ้านเมื่อใกล้สว่าง
จะกล่าวถึงเจ้าจอมหม่อมขุนช้าง นอนครางหลับกรนอยู่ป่นเปื้อน อัศจรรย์ฝันแปรแชเชือน ว่าขี้เรื้อนขึ้นตัวทั่ว ทั่ ทั้งนั้น หาหมอมารักษา ยาเข้าปรอท มันกินปอดตับไตออกไหลลั่น ลั่ ทั้งไส้น้อยไส้ใหญ่แลไส้ตัน ฟันฟางก็หักจากปากตัว ตกใจตื่นผวาคว้าวันทอง ร้องว่าแม่คุณแม่ช่วยผัว ลุกขึ้นงกงันตัวสั่น สั่ รัว ให้นึกกลัวปรอทจะตอดตาย ถอดได้ว่า ขุนช้างที่นอนหลับอยู่ ก็ได้ฝันร้ายว่า “เป็นขี้เรือนทั่ว ทั่ ทั้งตัว พอไปหา หมอกินยาประสมปรอทจึงถูกปรอทกินกินตับไตไส้พุงและฟันฟางก็ หักออกจากปาก” เมื่อขุนช้างตื่นขึ้นมาก็ผวาจะคว้าหานางวันทอง ลืมตาเหลียวหาเจ้าวันทอง ไม่เห็นน้องห้องสว่างตะวันสาย ผ้าผ่อนล่อนแก่นไม่ติดกาย เห็นม่านขาดเรี่ยรายประหลาดใจ ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย หาขานรับเช่นเคยซักคำ ไม่ ทั้งข้าวของมากมายก็หายไป ปากประตูเปิดไว้ไม่ใส่กลอน พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น อีอุ่นอีอิ่มอีฉิมอีสอน อีมีอีมาอีสาคร นิ่งนอนไยหวามาหากู ถอดได้ว่า พอขุนช้างลืมตาขึ้นมามองก็ไม่เห็นนางวันทองอยู่ในห้อง จึงตะโกน เรียกหาวันทอง ก็ไม่มีเสียงขานรับกลับมา พอมองไปในห้องก็เห็น ข้าวของมากมายหายไป จึงตะโกนเรียกบ่าวไพร่ในบ้านให้เข้ามาหา บ่าวผู้หญิงวิ่งไปอยู่งกงัน เห็นนายนั้นแก้ผ้ากางขาอยู่ ต่างคนทรุดนั่ง นั่ บังประตู ตกตะลึงแลดูไม่เข้ามา ขุนช้างเห็นข้าไม่มาใกล้ ขัดใจลุกขึ้นทั้งแก้ผ้า แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา ย่างเท้าก้าวมาไม่รู้ตัว ยายจังงันงกยกมือไหว้ นั่น นั่ พ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว ไม่นุ่งผ่อนนุ่งผ้าดูน่ากลัว ขุนช้างมองดูตัวก็ตกใจ ถอดได้ว่า บ่าวที่เป็นผู้หญิงก็วิ่งกันไปหาแต่เห็นขุนช้างแก้ผ้าอยู่ ก็หลบกันไปอยู่ หลังประตูไม่กล้าเข้ามา ชุนช้างเห็นดังนั้นก็ขัดใจจึงลุกขึ้นทั้งๆที่ยังแก้ผ้า อยู่ ยืนค้างถ่างขาแล้วก้าวออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว ยายจันก็ยกมือไหว้แล้ว ถามขุนช้างว่าจะไปไหน เสื้อผ้าไม่ใส่ พอขุนช้างมองดูตัวเองก็ต้องตกใจ
สองมือปิดขาเหมือนท่าเปรต ใครมาเทศน์เอาผ้ากูไปไหน ให้นึกอดสูหมู่ข้าไท ยายจันไปเอาผ้าให้ข้าที ยายจันตกใจเต็มประดา เข้าไปฉวยผ้าเอามาคลี่ หยิบยื่นส่งไปให้ทันที เมินหนีอดสูไม่ดูนาย ขุนช้างตัวสั่น สั่ เทาบอกบ่าวไพร่ เจ้าวันทองไปไหนอย่างไรหาย เอ็งไปดูให้รู้ซึ่งแยบคาย พบแล้วอย่าวุ่นวายให้เชิญมา ถอดได้ว่า ขุนช้างเอามือไปปิดขาเหมือนท่าที่เปรตยืน แล้วบอกว่าใครมาเอาผ้า ไปไหน เลยนึกละอายใจกับเหล่าคนใช้ แล้วบอกให้ยายจันไปเอาผ้า มาให้ ยายจันก็ตกใจแล้วไปหยิบผ้ามาคลี่แล้วส่งไปให้กับขุนช้าง แล้ว ตนเองก็หลบไปไม่กล้ามอง ขุนช้างก็บอกคนใช้อย่างสั่น สั่ เทาว่า นางวัน ทองหายไปไหน ให้ไปดูว่าอยู่ที่ไหนถ้าเจอตัวแล้วก็ให้เชิญตัวกลับมา ข้าไทได้ฟังขุนช้างใช้ ต่างเที่ยวค้นด้นไปจะเอาหน้า ทั้งห้องนอกห้องในไม่พบพา ทั่ว ทั่ เคหาแล้วไปค้นจนแผ่นดิน เห็นประตูรั้วบ้านบานเปิดกว้าง ผู้คนนอนสล้างไม่ตื่นสิ้น เสาแรกแตกต้นเป็นมลทิน กินใจกลับมาหาขุนช้าง บอกว่าได้ค้นคว้าหาพบไม่ แล้วเล่าแจ้งเหตุไปสิ้นทุกอย่าง ข้าเห็นวิปริตผิดท่าทาง ที่นวลนางวันทองนั้นหายไป ถอดได้ว่า พวกคนใช้ได้ฟังที่ขุนช้างใช้ต่างก็ไปค้นหาเพื่อที่จะเอาหน้า แต่หา เท่าไรก็ยังหากันไม่พบพอออกไปหน้าบ้านก็เห็นประตูบ้านเปิดอยู่กับ คนที่นอนเกลื่อนกลาดเพราะมนต์สะกด ก็กลับมารายงานขุนช้างว่า ไม่พบนางวันทอง เห็นแต่ “เสาแรกแตกต้น” ซึ่งดูผิดประหลาดไป ครานั้นขุนช้างฟังบ่าวบอก เหงื่อออกโซมล้านกระบาลใส คิดคิดให้แค้นแสนเจ็บใจ ช่างทำ ได้ต่างต่างทุกอย่างจริง สองหนสามหนก่นแต่หนี พลั้งทีลงไม่รอดนางยอดหญิง คราวนั้นอ้ายขุนแผนมันแง้นชิง นี่คราวนี้หนีวิ่งไปตามใคร ไม่คิดว่าจะเป็นเห็นว่าแก่ ยังสาระแนหลบลี้หนีไปไหน เอาเถิดเป็นไรก็เป็นไป ไม่เอากลับมาได้ไม่ใช่กู ถอดได้ว่า ขุนช้างได้ฟังที่คนใช้พูดเหงื่อก็ออกเต็มหัวล้าน คิดไปแล้วขุนช้างก็เจ็บใจขุนช้าง พอได้ยินก็เหงื่อท่วมตัวทั้งแค้น ทั้งเจ็บใจ บ่นด่านางวันทองว่าหายไปไหน หนี ตนไปได้สองสามครั้งแล้ว พอได้โอกาสก็หนี ตอนนั้นขุนแผนเป็นคนพาไป แล้วคราวนี้นางวันทองไปกับใคร แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องตามกลับมาให้ได้
จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เกรงเนื้อความนั่ง นั่ นึกตรึกตรองอยู่ อ้ายขุนช้างสารพัดเป็นศัตรู ถ้ามันรู้ว่าลักเอาแม่มา มันก็จะสอดแนมแกมเท็จ ไปกราบทูลสมเด็จพระพันวษา ดูจะระแวงผิดในกิจจา มารดาก็จะต้องซึ่งโทษภัย คิดแล้วเรียกหมื่นวิเศษผล เอ็งเป็นคนเคยชอบอัชฌาสัย จงไปบ้านขุนช้างด้วยทันใด ไกล่เกลี่ยเสียอย่าให้มันโกรธา ถอดได้ส่า พลายงามเกรงว่าขุนช้างจะนำ เรื่องที่เอาตัวนางวันทองมา ไปกราบทูลพระ พันวษา ทำ ให้นางวันทองต้องรับโทษไปด้วย คิดได้ดังนั้นจึงเรียกหมื่นวิเศษ ผล ให้ไปบ้านขุนช้างแล้วไกล่เกลี่ยเรื่องนางวันทอง อย่าให้ขุนช้างโกรธ บอกว่าเราจับไข้มาหลายวัน เกรงแม่จะไม่ทันมาเห็นหน้า เมื่อคืนนี้ซ้ำ มีอันเป็นม เราใช้คนไปหาแม่วันทอง พอขณะมารดามา ส่งทุกข์ ร้องปลุกเข้าไปถึงในห้อง จึงรีบมาเร็วไวดังใจปอง รักษาจนแสงทองสว่างฟ้า ไม่ตายคลายคืนฟื้นขึ้น กูขอแม่ไว้พอเห็นหน้า แต่พอให้เคลื่อนคลายหลา จึงจะส่งมารดานั้นคืนไป ถอดได้ว่า ให้หมื่นวิเศษผลบอกกับขุนช้างว่าตนไม่สบายมาหลายวันจึงอยากพบ หน้าแม่ เลยใช้คนไปตามแม่ถึงส้วม แม่จึงรีบมาหาตน แต่ตอนนี้ตนไม่ เป็นอะไรแล้ว แต่ขอให้แม่อยู่กับตนสักระยะหนึ่งแล้วจะส่งแม่กลับ หมื่นวิเศษรับคำ แล้วอำ ลา รีบมาบ้านขุนช้างหาช้าไม่ ครั้นแอบดูอยู่แต่ไกล เห็นผู้คนขวักไขว่ทั้งเรือนชาน ขุนช้างนั่ง นั่ เยี่ยมหน้าต่างเรือน ดูหน้าเฝื่อนทีโกรธอยู่งุ่นง่าน จะดื้อเดินเข้าไปไม่เป็นการ คิดแล้วลงคลานเข้าประตู ครานั้นเจ้าหม่อมขุนช้าง นั่ง นั่ คาหน้าต่างเยี่ยมหน้าอยู่ เห็นคนคลานเข้ามาเหลือบตาดู นี่มาหลอกกูหรืออย่างไร ถอดได้ว่า หมื่นขุนวิเศษรับคำ จากจมื่นไวย(พลายงาม) แล้วมาที่บ้านขุนช้าง พอเข้าไปถึงเรือนขุนช้าง ดูท่าทางขุนช้างกำ ลังโกรธเคืองจึงคลาน เข้าไปหา ขุนช้างเห็นเข้าก็โกรธเพราะนึกว่ามาหลอกตน
อะไรพอสว่างวางเข้ามา เด็กหวาจับถองให้จงได้ ลุกขั้นถกเขมรร้องเกนไป ทุดอ้ายไพร่ขี้ครอกหลอกผู้ดี ครานั้นวิเศษผลคนว่องไว ยกมือไหว้ไม่วิ่งหนี ร้องตอบไปพลันในทันที คนดีดอกข้าไหว้ใช่คนพาล ข้าพเจ้าเป็นบ่าวพระหมื่นไวย เป็นขุนหมื่นรับใช้อยู่ในบ้าน ท่านใช้ให้กระผมมากราบกราน ขอประทานคืนนี้พระหมื่นไวย ถอดได้ว่า หมื่นวิเศษรีบยกมือขึ้นไหว้แล้วตอบว่าตนเป็นคนดีไม่ใช่คนร้าย เป็นบ่าวของจมื่นไวยเป็นขุนหมื่นรับใช้อยู่ในบ้าน พลายงามไม่ สบายจึงใช้ให้ตนมาแจ้ง ขอให้นางวันทองอยู่ด้วยหนึ่งคืน เจ็บจุกประจุบันมีอันเป็น ก็ไขก็เห็นหาหายไม่ ร้องโอดโดดดิ้นเพียงสิ้นใจ จึงใช้ให้ตัวข้ามาแจ้งการ พอพบท่านมารดามาส่งทุกข์ ข้าพเจ้าร้องปลุกไปในบ้าน จะกลับขึ้นเคหาเห็นช้านาน ท่านจึงรีบไปในกลางคืน พยาบาลคุณพระนายพอคลายไข้ คุณอย่าสงสัยว่าไปอื่น ให้คำ มั่น มั่ สั่ง สั่ มาว่ายั่ง ยั่ ยืน พอหายเจ็บแล้วจะคืนไม่นอนใจ ถอดได้ว่า พลายงามไม่สบายเลยจึงอยากพบหน้าแม่ เลยให้คนใช้ไป ตามแม่มาถึงส้วม แม่จึงมาหาหลายงามหลพลายงามจึง หมื่นวิเศษผลมาแจ้ง ถ้าหายแล้วจะพานางวันทองกลับไป ครานั้นขุนช้างได้ฟังว่า แค้นดังเลือดตาจะหลั่ง ลั่ ไหล ดับโมโหโกรธาทำ ว่าไป เราก็ไม่ว่าไรสุดแต่ดี การเจ็บไข้ล้มตายไม่วายเว้น ประจุบันเป็นทั้งกรุงศรี ถ้าขัดสนสิ่งไรที่ไม่มี ก็มาเอาที่นี่อย่าเกรงใจ ว่าแล้วปิดบานหน้าต่างผาง ขุนช้างเดือดดาลทะยานไส้ ทอดตัวลงกับหมอนถอนฤทัย ดูดู๋เป็นได้เจียววันทอง ถอดได้ว่า ขุนช้างได้ฟังแล้วรู้สึกแค้นขึ้นมา แต่แกล้งพูดต่อไปว่า การเจ็บไข้นั้น เป็นเรื่องปกติเป็นกันทั่ว ทั่ ไป ถ้าขัดสนสิ่งใดให้มาขอที่ตน พอขุนช้างพูด เสร็จก็ปิดประตูดังผาง แล้วเข้าไปนอนแค้นนางวันทองกับครอบครัว
เพราะกูแพ้ความจมื่นไวย มันจึงเหิมใจทำ จองหอง พ่อลูกแม่ลูกถูกทำ นอง ถึงสองครั้งแล้วเป็นแต่เช่นนี้ อ้ายพ่อไปเชียงใหม่มีชัยมา ตั้งตัวดังพญาราชสีห์ อ้ายลูกเป็นหมื่นไวยทำ ไมมี เห็นกูนี้คนผิดติดโทษทัณฑ์ มันจึงข่มเหงไม่เกรงใจ จะพึ่งพาใครได้ที่ไหนนั่น นั่ ขุนนางน้อยใหญ่เกรงใจกัน ถึงฟ้องมันก็จะปิดให้มิดไป ถอดได้ว่า เพราะว่าตนแพ้ความจมื่นไวยจึงทำ ให้จมื่นไวยเหิมใจนัก ทั้งขุนแผนและ พลายงามนั้นชนะตนถึง 2 ครั้งแล้ว แล้วคิดขึ้นมาได้ว่าจะไปฟ้องคดีแย่ง นางวันทองคืน ถ้าฟ้องตามกระบวนการพวกขุนนางจะช่วยสองพ่อลูกนั้น ได้ ตามบุญตามกรรมได้ทำ มา จะเฆี่ยนฆ่าหาคิดชีวิตไม่ ยิ่งคิดเดือดดาลทะยานใจ ฉวยได้กระดารชนวนมา ร่างฟ้องท่องเทียบให้เรียบร้อย ถ้อยคำ ถี่ถ้วนเป็นหนักหนา ลงกระดาษพับไว้มิได้ช้า อาบน้ำ ผลัดผ้าแล้วคลาไคล วันนั้นพอปิ่นนรินทร์ราช เสด็จประพาสบัวยังหากลับไม่ ขุนข้างมาถึงซึ่งวังใน ก็คอยจ้องที่ใต้ตำ หนักน้ำ ถอดได้ว่า เคราวนี้ต้องฟ้องกับพระพันวษาเองถึงจะถูกเฆี่ยนตีก็ตาม ว่าแล้วก็หยิบ กระดานชนวนขึ้นมาร่างคำ ฎีกาแล้วลอกใส่กระดาษอีกที เสด็จแล้วก็อาบ น้ำ เตรียมตัวไปทูลพระพันวษา ขุนช้างมาคอยจ้องเข้าเฝ้าพระพันวษาที่ ตำ หนักน้ำ ตั้งแต่ยังไม่เสด็จกลับจากประพาสบัว จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงเดช เสด็จคืนนิเวศน์พอจวนค่ำ ฝีพายรายเล่มมาเต็มลำ เรือประจำ แหนแห่เซ็งแช่มา พอเรือพระที่นั่ง นั่ ประทับที่ ขุนช้างก็รี่ลงตีนท่า ลอยคอชูหนังสือดื้อเข้ามา ผุดโผล่โงหน้ายึดแคมเรือ เข้าตรงบโทนอ้นต้นกัญญา เพื่อนโขกลงด้วยกะลาว่าผีเสื้อ มหาดเล็กอยู่งานพัดพลัดตกเรือ ร้องว่าเสือตัวใหญ่ว่ายน้ำ มา ถอดได้ว่า พระพันวษารีบเสด็จกลับตอนค่ำ ขุนช้างรีบลงจากท่าแล้วลอยคอชู หนังสือฎีกาถวาย โดยโผล่เข้ามาทางที่แคมเรือจนคนบนเรือตกใจ นึกว่าเป็นผีน้ำ หรือเสือว่ายมา ทำ ให้เกิดความวุ่นวาย จนมหาดเล็ก อยู่งานพลัดตกจากเรือ แล้วร้องว่าเสือตัวใหญ่ว่ายน้ำ มา
ขุนช้างดึงดื้อมือยึดเรือ มิใช่เสือกระหม่อมฉานล้านเกศา สู้ตายของถวายซึ่งฎีกา แค้นเหลือปัญญาจะทนทาน ครานั้นสมเด็จพระพันวษา ทรงพระโกรธาโกลาหล ทุดอ้ายจัญไรมิใช่คน บนบกบนฝั่งดังไม่มี ใช่ที่ใช่ทางวางเข้ามา ฤๅอ้ายช้างเป็นบ้ากระมังนี่ เฮ้ยใครรับฟ้องของมันที ตีเสียสามสิบจึงปล่อยไป ถอดได้ว่า ขุนช้างเอามือไปยึดเรือแล้วพูดว่าเป็นตนเองไม่ใช่เสือจะมาขอถวายฎีกา พระพันวษากริ้วว่าขุนช้างมิใช่คนบนฝั่งก็มีไม่ไปกลับลุยน้ำ มาหาหรือว่าขุน ช้างเป็นบ้าถึงทำ เช่นนี้ จึงสั่ง สั่ ให้มหาดเล็กไปรับฎีกาแล้วโบยขุนช้าง 30 ที แล้วจึงปล่อยไป มหาดเล็กก็รับเอาฟ้องมา ตำ รวจคว้าขุนช้างหางวางไม่ ลงพระราชอาญาตามว่าไว้ พระจึงให้ตั้งกฤษฎีกา ว่าตั้งแต่วันนี้สืบไป หน้าที่ของผู้ใดให้รักษา ระวางโทษเบ็ดเสร็จเจ็ดสถาน ถึงประหารชีวิตเป็นผุยผง ตามกฤษฎีการักษาพระองค์ แล้วลงจากพระที่นั่ง นั่ เข้าวังใน ถอดได้ว่า มหาดเล็กรับคำ ฟ้องของขุนช้าง แล้วนำ ตัวขุนช้างไปเฆี่ยนตี และพระพันวษาทรงออกกฎ (กฤษฎีกา) ว่า ถ้าใครประมาท ปล่อยให้คนเข้ามาได้เช่นนี้อีกจะลงโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จะกล่าวถึงขุนแผนแสนสนิท เรืองฤทธิ์ลื ธิ์ ลื อจบพิภพไหว อยู่บ้านสุขเกษมเปรมใจ สมสนิทพิสมัยด้วยสองนาง ลาวทองกับแก้วกิริยา ปรนนิบัติวัตถาไม่ห่างข้าง เพลิดเพลินจำ เริญใจไม่เว้นวาง คืนนั้นในกลางซึ่งราตรี นางแก้วลาวทองทั้งสองหลับ ขุนแผนกลับผวาตื่นฟื้นจากที่ พระจันทรจรแจ่มกระจ่างดี พระพายพัดมาลีตรลบไป ถอดได้ว่า ขุนแผนมีความสุขที่มีนางลาวทองและนางแก้วกิริยาคอยปรนนิบัติ คืนนั้นขณะที่นางทำ สองหลับไปขุนแผนกลับผวาตื่น
คิดคะนึงมิตรแต่ก่อนเก่า นิจจาเจ้าเหินห่างร้างพิสมัย ถึงสองครั้งตั้งแต่พรากจากพี่ไป ดังเด็ดใจจากร่างก็ราวกัน กูก็ชั่ว ชั่ มัวรักแต่สองนาง ละวางให้วันทองน้องโศกศัลย์ เมื่อตีได้เชียงใหม่ก็โปรดครัน จะเพ็ดทูลคราวนั้นก็คล่องใจ สารพัดที่จะว่าได้ทุกอย่าง อ้ายขุนช้างไหนจะโต้จะตอบได้ ไม่ควรเลยเฉยมาไม่อาลัย บัดนี้เล่าเจ้าไวยไปรับมา ถอดได้ว่า ขุนแผนคิดถึงนางวันทองซึ่งได้พรากจากตนไปถึง 2 ครั้ง โดยที่ตนนั้นมัวแต่ อยู่กับนางลาวทองและนางแก้วกิริยาปล่อยให้นางวันทองต้องเศร้า เมื่อตอน ไปตีเชียงใหม่ได้ก็ไปทูลขอนางวันทองก็ได้กลับมาแล้วขุนช้างก็ไปพรากอีก ตอนนี้พลายงามไปรับตัวนางวันทองมาแล้ว จำ กูจะไปสู่สวาทน้อง เจ้าวันทองจะคอยละห้อยหา คิดพลางจัดแจงแต่งกายา น้ำ อบทาหอมฟุ้งจรุงใจ ออกจากห้องย่องเดินดำ เนินมา ถึงเรือนลูกยาหาช้าไม่ เข้าห้องวันทองในทันใด เห็นนางหลับใหลนิ่งนิทรา ลดตัวลงนั่ง นั่ ข้างวันทอง เตือนต้องด้วยความเสน่หา สั่น สั่ ปลุกลุกขึ้นเถิดน้องอา พี่มาหาแล้วอย่านอนเลย ถอดได้ว่า ขุนแผนคิดว่าตนต้องไปหานางวันทองป่านนี้คงจะเฝ้ารอตนอยู่ว่าแล้วจึง แต่งตัวแล้วออกจากห้องไปยังเรือนพลายงาม เข้าไปในห้องนารงวันทอง เห็นนางหลับอยู่ จึงนั่ง นั่ ลงข้างๆแล้วปลุกให้นางตื่น ว่าตนมาหาแล้วให้ตื่น นางวันทองตื่นอยู่รู้สึกตัว หมายใจว่าผัวก็ทำ เฉย นิ่งดูอารมณ์ที่ชมเชย จะรักจริงฤๅจะเปรยเป็นจำ ใจ แต่นิ่งดูกิริยาเป็นช้านาน หาว่าขานตอบโต้อย่างไรไม่ ทั้งรักทั้งแค้นแน่นฤทัย ความอาลัยปั่นป่วนยวนวิญญา ถอดได้ว่า ชุนแผนมาถึงเรือนพลายงาม เข้าไปในห้องนางวันทองแล้ว พบนางหลับไป จึงนั่ง นั่ ข้างๆแล้วปลุกให้นางตื่น ว่าตนมาแล้ว
โอ้เจ้าแก้วแววตาของพี่เอ๋ย เจ้าหลับใหลกระไรเลยเป็นหนักหนา ดังนิ่มน้องหมองใจไม่นำ พา ฤๅขัดเคืองคิดว่าพี่ทอดทิ้ง ความรักหนักหน่วงทรวงสวาท พี่ไม่คลาดคลายรักแต่สักสิ่ง เผอิญเป็นวิปริตที่ผิดจริง จะนอนนิ่งถือโทษโกรธอยู่ไย ว่าพลางเอนแอบลงแนบข้าง จูบพลางชวนชิดพิสมัย ลูบไล้พิไรปลอบให้ชอบใจ เป็นไรจึงไม่ฟื้นตื่นนิทรา ถอดได้ว่า ขุนแผนง้อนางวันทองด้วยคำ พูดหวานๆและขอโทษนางวัน ทอง ว่าอย่าโกรธขุนแผนเลย จะนอนนิ่งไม่คุยกับขุนแผนเลย หรอ ขุนแผนพูดไปแล้วก็ก้มลงนอนแนบข้างๆนางวันทอง พร้อมพรมจูบ ลูบแขน และถามนางวันทองว่าทำ ไมไม่ตื่น ขึ้นมาคุยกับขุนแผน เจ้าวันทองน้องตื่นจากที่นอน โอนอ่อนวอนไหว้พิไรว่า หม่อมน้อยใจฤๅที่ไม่เจรจา ใช่ตัวข้านี้จะงอนค่อนพิไร ชอบผิดพ่อจงคิดคะนึงตรอง อันตัวน้องมลทินหาสิ้นไม่ ประหนึ่งว่าวันทองนี้สองใจ พบไหนก็เป็นแต่เช่นนั้น ที่จริงใจถึงไปอยู่เรือนอื่น คงคิดคืนที่หม่อมเป็นแม่นมั่น มั่ ด้วยรักลูกกรักผัวยังพัวพัน คราวนั้นก็ไปอยู่เพราะจำ ใจ ถอดได้ว่า นางวันทองจึงตื่นขึ้นมาบอกว่า ขุนแผนน้อยใจนางวันทองเหรอ นางวันทอง ไม่ได้งอนแต่รู้สึกว่าตัวนางเป็นคนสองใจอยู่ตลอดเวลา ถึงตัวจะอยู่ที่เรือน ของขุนช้างแต่ใจนั้นยังรักลูกและขุนแผนมาก ที่อยู่กับขุนช้างเพราะจำ ใจ แค้นคิดด้วยมิตรไม่รักเลย ยามมีที่เชยเฉยเสียได้ เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร กินผลไม้ต่างข้าวทุกเพรางาย พอได้ดีมีสุขลืมทุกข์ยาก ก็เพราะหากหม่อมมีซึ่งที่หมาย ว่านักก็เครื่องเคืองระคาย เอ็นดูน้องอย่าให้อายเขาอีกเลย ฯ พี่ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง เหมือนลืมน้องหลงเลือนทำ เชือนเฉย ใช่จะเพลิดเพลินชื่นเพราะอื่นเชย เงยหน้าเถิดจะเล่าอย่าเฝ้าแค้น ถอดได้ว่า นางวันทองแค้นใจที่ขุนแผนมัวแต่หลงนางลาวทองกับแก้ว กิริยาจนลืมนางวันทอง เสียแรงที่ได้เคยอาศัยอยู่กินกันในป่า พอไปได้ดิบได้ดีมีความสุขก็ลืมนางวันทอง เป็นเพราะ ขุนแผนมีที่หมายใหม่ นางวันทองอยากให้ขุนแผนรักเอ็นดู นางวันทองไม่ทิ้งนางให้ขายหน้าอีก ขุนแผนกล่าวว่าพี่ผิดไป แล้ว ไม่ได้ลืมน้องเพราะมีหญิงอื่น เงยหน้าเถอะอย่าโกรธพี่ เลย
เมื่อติดคุกทุกข์ถึงเจ้าทุกเช้าค่ำ ต้องกลืนกกล้ำ โศกเศร้านั้นเหลือแสน ซ้ำ ขุนช้างคิดคดทำ ทดแทน มันดูแคลนว่าพี่นี้ยากยับ อาลัยเจ้าเท่ากับดวงชีวิตพี่ คิดจะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ เกรงจะพากันผิดเข้าติดทับ แต่ขยับอยู่จนได้ไปเชียงอินทร์ กลับมาหมายว่าจะไปตาม พอเจ้าไวยเป็นความก็ค้างสิ้น ถอดได้ว่า ขุนแผนจึงขอโทษนางวันทองและเล่าเรื่องราวทั้งหมดเพื่อ ปรับความเข้าใจกับนางวันทองว่าสาเหตุที่ไม่ได้ไปหาก็ เพราะติดคุก แต่คิดถึงนางวันทองตลอดเวลา ตอนออก จากคุกก็ว่าจะไปพานางวันทองกลับมา แต่มีเรื่องของพลายงามเกิดขึ้นเสียก่อน หัวอกใครได้แค้นในแผ่นดิน ไม่เดือดดิ้นเท่าพี่กับวันทอง คิดอยู่ว่าจะทูลพระพันวษา เห็นช้ากว่าจะได้มาร่วมห้อง จะเป็นความอีกก็ตามแต่ทำ นอง จึงให้ลูกรับน้องมาร่วมเรือน จะเป็นตายง่ายยากไม่ยากรัก จะฟูมฟักเหมือนเมื่ออยู่ในกลางเถื่อน ขอโทษที่พี่ผิดอย่าบิดเบือน เจ้าเพื่อนเสนหาจงอาลัย พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน ถอดได้ว่า ขุนแผนจะไปทูลพระพันวษาแต่เห็นว่าคงดำ เนินเรื่องช้าเลยให้พลายงาม เป็นคนรับนางวันทองกลับมา จะดูแลนางวันทองเหมือนตอนที่อยู่ด้วยกัน ในป่า ขุนแผนขอโทษนางวันทองแล้วบอกว่าอย่าโกรธขุนแผน ขุนแผน ผิดจึงมาขอโทษจะโกรธเคืองไปถึงไหน ความรักพี่ยังรักระงมใจ อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย ว่าพลางทางแอบเข้าแนบอก ประคองยกของสำ คัญมั่น มั่ หมาย เจ้าเนื้อทิพย์หยิบชื่นอารมณ์ชาย ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา ใจน้องมิให้หมองอารมณ์หม่อม ไม่ตัดใจให้ตรอมเสนหา ถ้าตัดรักหักใจแล้วไม่มา หม่อมอย่าว่าเลยฉันไม่คืนคิด ถอดได้ว่า ความรักที่ขุนแผนมีให้ยังมีอยู่เต็มหัวใจ อย่าตัดความสัมพันธ์ให้เจ็บช้ำ ขุน ช้างพูดไปก็ซบนางวันทอง นางวันทองไม่เคยตัดใจจากขุนแผน ถ้าตัดใจ แล้วคงไม่กลับมาหาขุนแผน
ถึงตัวไปใจยังนับอยู่ว่าผัว น้องนี้กลัวบาปทับเมื่อดับจิต หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร ถ้ามิปลิดเสียให้เปลื้องไม่ตามใจ คราวนั้นเมื่อตามไปกลางป่า หน้าดำ เหมือนหนึ่งทามินหม้อไหม้ ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา ทีนี้หน้าจะดำ เป็นน้ำ หมึก กำ เริบใจด้วยเจ้าไวยกำ ลังฮึก จะพาแม่ตกลึกให้จำ ตาย ถอดได้ว่า ตัวนางวันทองอยู่กับขุนช้างแต่ใจอยู่กับขุนแผนตลอด นางวันทองกลัว บาปที่มีสามีสองคน ตอนหนีไปอยู่ป่ากับขุนแผนก็เสียหน้ามารอบหนึ่ง แล้ว พอขุนช้างฉุดไปอยู่ด้วยก็เหมือนโดนฉุดไปอยู่ใต้ทะเลลึก พอมาตอนนี้พลายงามก็มารับกลับไปอีกก็ได้อายเขาอีกรอบ มิใช่หนุ่มดอกอย่ากลุ้มกำ เริบรัก เอาความผิดคิดหักให้เหือดหาย ถ้ารักน้องป้องปิดให้มิดอาย ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ ไม่พักวอนดอกจะนอนอยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นฉันไม่เลยจะเคยตัว ครั้นเวลาดึกกำ ดัดสงัดเงียบ ใบไม้แห้งแกร่งเกรียบระรุบร่อน พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจันทรแจ่มแจ้งกระจ่างดวง ถอดได้ว่า นางวันทองเลยบอกกับขุนแผนว่า ถ้าขุนแผนรักนางจริงต้องช่วยนาง ไป ทูลพระพันวษาขอนางวันทองคืนให้ถูกต้องตามขั้นตอน ไม่อย่างนั้นก็ห้าม ขุนแผนแตะเนื้อต้องตัวนางอีก ในเวลาค่ำ นั้นเสียงเงียบสงัดจนได้ยิน เสียงของใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ พระจันทร์ก็ส่องแสงสว่าง ดุเหว่าเร้าเสียงสำ เนียงก้อง ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง วันทองน้องนอนสนิทรวง จิตง่วงระงับสู่ภวังค์ ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง พอนางดั้นป่ามาถึงที่ โดดตะครุบคาบคั้นในทันที แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร ถอดได้ว่า นกก็ต่างร้องสียงดัง เสียงระฆังจากในวังก็ตีบอกเวลา นางวันทอง ที่นอนหลับสนิทอยู่ ก็ฝันว่าตนหลงไปในป่า หาทางกลับไม่ได้ ยิ่ง เดินเลี้ยวไปไหนต่อไหนก็ยิ่งหลงทาง และก็ไปเจอเสือสองตัวนอน หมอบอยู่ริมข้างทางแล้วก็ตะครุบนางเข้าไปในป่า
สิ้นฝันครั้นตื่นตกประหม่า หวีดผวากอดผัวสะอื้นไห้ เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย ประหลาดใจน้องฝันพรั่น รั่ อุรา ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา ยิ่งหวาดหวั่น วั่ พรั่น รั่ ตัวกลัวมรณา ดังวิญญานางจะพรากไปจากกาย ครานั้นขุนแผนแสนสนิท ฟังความตามนิมิตก็ใจหาย ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย ฝันร้ายสาหัสตัดตำ รา ถอดได้ว่า นางก็ตื่นขึ้นมาร้องไห้ผวากอดขุนแผนและเล่าความฝันให้ขุนแผนฟัง ยิ่งได้ยินเสียงหนูร้องและแมงมุมทุ่มอกยิ่งใจหายกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดี พิเคราะห์ดูทั้งยามอัฐกาล ก็บันดาลฤกษ์แรงเป็นหนักหนา มิรู้ที่จะแถลงแจ้งกิจจา กอดเมียเมินหน้าน้ำ ตากระเด็น จึงแกล้งเพทุบายทำ นายไป ฝันอย่างนี้มิใช่จะเกิดเข็ญ เพราะวิตกหมกไหม้จึงได้เป็น เนื้อเย็นอยู่กับผัวอย่ากลัวทุกข์ พรุ่งนี้พี่จะแก้เสนียดฝัน แล้วทำ มิ่งสิ่งขวัญให้เป็นสุข มิให้เกิดราคีกลียุค อย่าเป็นทุกข์เลยเจ้าจงเบาใจ ถอดได้ว่า เมื่อขุนแผนได้ฟังความฝันของนางวันทองก็รู้ว่าเป็นลางบอก เหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น แต่ไม่รู้จะบอกนางวันทองยังไงเลยปลอบ ใจนางวันทอง จึงแกล้งบอกปลอบใจนางวันทองว่าเป็นเพราะ นางคิดมากไปไม่ได้จะเกิดเหตุร้ายหรอก อยู่กับพี่ไม่ต้องกลัว เดี๋ย ดี๋ วพรุ่งนี้จะแก้สิ่งไม่เป็นมงคลให้และทำ สิ่งดีทำ ให้นางมี ความสุข ไม่ให้เกิดสิ่งร้ายๆ สบายใจได้ ครั้นว่ารุ่งสางสว่างฟ้า สุริยาแย้มเยี่ยมเหลี่ยมไศล จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงชัย เนาในพระที่นั่ง นั่ บัลลังก์รัตน์ พร้อมด้วยพระกำ นัลนักสนม หมอบประนมเฝ้าแหนแน่นขนัด ประจำ ตั้งเครื่องอานอยู่งานพัด ทรงเคืองขัดขุนช้างแต่กลางคืน แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมือนมันบ้าง ทุกอย่างที่จะชั่ว ชั่ อ้ายหัวลื่น เวียนแต่เป็นถ้อยความไม่ข้ามคืน น้ำ ยืนหยั่ง ยั่ ไม่ถึงยังดึงมา ถอดได้ว่า วันรุ่งขึ้นสมเด็จพระพันวษาประทับบนบัลลังก์มีนางกำ นัลและสนม หมอบเฝ้าอยู่ ตั้งเครื่องกินและอยู่งานพัดตามหน้าที่ สมเด็จพระพันวษา ขัดเคืองขุนช้างตั้งแต่เวลากลางคืน ทรงเห็นว่าขุนช้างเป็นคนชั่ว ชั่ คอยแต่ มีคดีความกับผู้อื่น
คราวนั้นฟ้องกันด้วยวันทอง นี่มันฟ้องใครอีกอ้ายชาติข้า ดำ ริพลางทางเสด็จยาตรา ออกมาพระที่นั่ง นั่ จักรพรรดิ พระสูตรรูดกร่างกระจ่างองค์ ขุนนางกราบลงเป็นขนัด ทั้งหน้าหลังเบียดเสียดเยียดยัด หมอบอัดถัดกันเป็นหลั่น ลั่ ไป ทอดพระเนตรมาเห็นขุนช้างเฝ้า เออใครเอาฟ้องมันไปไว้ไหน พระหมื่นศรีถวายพลันในทันใด รับไว้คลี่ทอดพระเนตรพลัน ถอดได้ว่า คราวก่อนก็ฟ้องร้องเรื่องวันทอง ครั้งนี้ไม่ทรงทราบว่าจะฟ้องใครอีก พระองค์จึง เสด็จออกมาที่พระที่นั่ง นั่ จักรพรรดิ เมื่อม่านรูดออกขุนนางก็พร้อมกันกราบลง หมอบเฝ้ากันอยู่มากมายตามลำ ดับ ทรงทอดพระเนตรเห็นขุนช้างเข้าเฝ้าอยู่จึง ตรัสถามขุนนางว่าจะฟ้องใคร หมื่นศรี จึงถวายฎีกาให้ทอดพระเนตร พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา ก็โกรธาเคืองขุ่นหุ่นหัน มันเคี่ยวเข็ญทำ เป็นอย่างไรกัน อีวันทองคนเดียวไม่รู้แล้ว ราวกับไม่มีหญิงเฝ้าชิงกัน หรืออีวันทองนั้นมันมีแก้ว รูปอ้ายช้างชั่ว ชั่ ช้าตาบ้องแบ๋ว ไม่เห็นแววที่ว่ามันจะรัก ใครจะเอาเป็นผัวเขากลัวอาย หัวหูดูเหมือนควายที่ตกปลัก คราวนั้นเป็นความกูถามซัก ตกหนักอยู่กับเฒ่าศรีประจัน ถอดได้ว่า พอทอดพระเนตรเสร็จก็กริ้วว่าเรื่องวันทองคนเดียว ทำ ไมไม่จบกันเสียที เหมือนกับไม่มีผู้หญิงคนอื่นอีกแล้ว และทรงไม่เห็นว่าวันทองจะมีใจรัก ขุนช้าง ใครก็ไม่อยากได้ขุนช้างไปเป็นผัว เพราะดูรูปร่างหน้าตาน่าเกลียด วันทองกูสิให้กับไอ้แผน ไยแล่นมาอยู่กับอ้ายช้างนั่น นั่ จมื่นศรีไปเอาตัวมันมาพลัน ทั้งวันทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย ฝ่ายพระหมื่นศรีได้รับสั่ง สั่ ถอยหลังออกมาไม่ช้าได้ สั่ง สั่ เวรกรมวังในทันใด ตำ รวจในวิ่งตะบึงมาถึงพลัน ขึ้นไปบนเรือนพระหมื่นไวย แจ้งข้อรับสั่ง สั่ ไปขมีขมัน ขุนช้างฟ้องร้องฎีกาพระทรงธรรม์ ให้หาทั้งสามท่านนั้นเข้าไป ถอดได้ว่า คราวก่อนก็ยกวันทองให้กับขุนแผนไปแล้ว ทำ ไมจึงมาอยู่กับขุนช้างอีก จึงให้จมื่น ศรีไปนำ ตัววันทอง ขุนแผนและจมื่นไวย พระหมื่นศรีได้รับคำ สั่ง สั่ ให้ถอยหลังออก มาในไม่ช้าและสั่ง สั่ หารในวังทันทีให้ทหารวิ่งมาอย่างเร่งรีบและขึ้นไปบนเรือนพระ หมื่นไวยและแจ้งรับสั่ง สั่ ให้รีบไปในทันที ขุนช้างได้ยืนคำ ร้องทุกข์ให้พระเจ้าแผ่น ดินให้เรียกทั้งสามคนมาเข้าเฝ้า
ครานั้นวันทองเจ้าพลายงาม ได้ฟังความคร้ามครั่น รั่ หวั่น วั่ ไหว ขุนแผนเรียกวันทองเข้าห้องใน ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์ สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวทย์ ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน น้ำ มันพรายน้ำ มันจันทน์สรรเสกปน เคยคุ้มขังบังตนแต่ไรมา แล้วทำ ผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์ คนเห็นคนทักรักทุกหน้า เสกกระแจะจวงจันทร์น้ำ มันทา เสร็จแล้วก็พาวันทองไป ถอดได้ว่า ตอนนั้นนางวันทองและพลายงามได้ฟังคำ รับสั่ง สั่ แล้วรู้สึกตื่นเต้น และขุนแผนเรียกนางวันทอง เข้าไปข้างในห้อง เพราะไม่ไว้ใจเลยเสกมนตร์ใส่นางวันทอง เอาขี้ผึ้งมาปากและกินหมากที่ลง มนตร์ไว้ มันเป็นของที่ช่วยแก้ปัญหาทุกอย่าง มีทั้งน้ำ มันพรายและน้ำ มันจันทน์ที่ใช้พลางตัว มาตลอด แล้วนำ ผงเสน่ห์มาทาหน้าเพื่อให้คนที่เห็นที่ทักทุกคนต่างหลงรักตนและเสกเครื่อง หอมที่ทำ ด้วยไม้จันทร์ทำ ให้เป็นน้ำ มันพอทำ เสร็จแล้วก็พานางวันทองออกไป ครานั้นทองประศรีผู้มารดา ครั้นได้แจ้งกิจจาไม่นิ่งได้ เด็กเอ๋ยวิ่งตามมาไวไว ลงบันไดงันงกตกนอกกชาน พลายชุมพลกอดก้นทองประศรี กูมิใช่ช้างขี่ดอกลูกหลาน ลุกขึ้นโขย่งโก้งโค้งคลาน ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป ครั้นถึงยั้งอยู่ประตูวัง ผู้รับสั่ง สั่ เร่งรุดไม่หยุดได้ ขุนแผนวันทองพระหมื่นไวย เข้าไปเฝ้าองค์พระภูมี ฯ ถอดได้ว่า เมื่อแม่ของนางวันทองได้รู้ข่าวก็ร้อนใจ รีบเรียกลูกหลานให้วิ่งตามมาให้รีบ ลงจากบันไดจนตกออกนอกชาน พลายชุมพลก็เข้ากอดก้นนางทองประศรี นางทองประศรีจึงตะโกนบอกว่าพลายชุมพลว่าตนไม่ใช่ช้าง แล้วก็ลุกขึ้น เมื่อถึงหน้าประตูวัง ทั้งสามคนจึงรีบเข้าไปเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ ครานั้นพระองค์ผู้ทรงเดช ปิ่นปักนคเรศเรืองศรี เห็นสามราเข้ามาอัญชลี พระปรานีเหมือนลูกในอุทร ด้วยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ์ เผอิญคิดรักใคร่พระทัยอ่อน ตรัสถามอย่างความราษฎร ฮ้าเฮ้ยดูก่อนอีวันทอง เมื่อมึงกลับมาแต่ป่าใหญ่ กูสิให้อ้ายแผนประสมสอง ครั้นกูขัดใจให้จำ จอง ตัวของมึงไปอยู่แห่งไร ถอดได้ว่า เมื่อพระพันวสาเห็นทั้งสามคน(ขุนช้าง พระไวย และนางวัน ทอง)เดินเข้ามาก็เกิดความเอ็นดูอย่างลูก จึงตรัสถามความว่าเมื่อ กลับมาจากป่าที่ตัดสินให้ไปอยู่กับขุนแผนเป็นอย่างไร
ทำ ไมไม่อยู่กับอ้ายแผน แล่นไปอยู่กับอ้ายช้างใหม่ เดิมมึงรักอ้ายแผนแล่นตามไป ครั้นยกให้เต้นกลับเล่นตัว อยู่กับอ้ายช้างไม่อยู่ได้ เกิดรังเกียจเกลียดใจด้วยชังหัว ดูยักใหม่ย้ายเก่าเฝ้าเปลี่ยนตัว ตกว่าชั่ว ชั่ แล้วมึงไม่ไยดี ฯ ครานั้นวันทองได้รับสั่ง สั่ ละล้าละลังประนมก้มเกศี หัวสยองพองพรั่น รั่ ทันที ทูลคดีพระองค์ผู้ทรงธรรม์ ถอดได้ว่า ให้ไปอยู่กับขุนแผนทำ ไมถึงไม่ไปอยู่ แต่กลับไปอยู่กับขุนช้าง ทั้งๆที่ แต่ก่อนรักกับขุนแผนไม่ใช่เหรอพอจะยกให้ไปอยู่กับขุนช้าง ก็ รังเกียจขุนช้างขึ้นมา เปลี่ยนไปเปลี่ยนมามันไม่ดี เมื่อนางวันทองได้ รับสั่ง สั่ ก็รู้สึกละล้าละลังจึงประนมมือไหว้เหนือหัว นางรู้สึกกลัวมาก ขอเดชะละอองธุลีพระบาท องค์หริรักษ์ราชรังสรรค์ เมื่อกระหม่อมฉันมาแต่อรัญ ครั้งนั้นโปรดประทานขุนแผนไป ครั้นอยู่มาขุนแผนต้องจำ จอง กระหม่อมฉันมีท้องนั้นเติบใหญ่ อยู่ที่เคหาหน้าวัดตะไกร ขุนช้างไปบอกว่าพระโองการ มีรับสั่ง สั่ โปรดประทานให้ กระหม่อมฉันไม่ไปก็หักหาญ ยื้อยุดแดคร่าทำ สามานย์ เพื่อนบ้านจะช่วยก็สุดคิด ถอดได้ว่า นางวันทองทูลขอพระพันวษาว่า เมื่อตอนที่ออกจากป่าพระองค์ยกหม่อมฉันให้ ขุนแผน ต่อมาขุนแผนถูกเข้าคุก ดิฉันได้ตั้งทอง ขุนช้างก็เข้ามากระหม่อมไปอยู่ด้วย โดยอ้างว่าเป็นพระบัญชาของพระองค์ มาฉุดกระหม่อมไปเพื่อนบ้านก็เกรงกลัวเพราะ คิดว่าเป็นพระบัญชาของพระองค์ ด้วยขุนช้างอ้างว่ารับสั่ง สั่ ให้ ใครจะขัดขืนไว้ก็กลัวผิด จนใจมิไปก็สุดฤทธิ์ ชีวิตอยู่ใต้พระบาทา ฯ ครานั้นพระองค์ผู้ทรงภพ ฟังจบกริ้วขุนช้างเป็นหนักหนา มีพระสิงหนาทตวาดมา อ้ายบ้าเย่อหยิ่งอ้ายลิงโลน ตกว่ากูหาเป็นเจ้าชีวิตไม่ มึงถือใจว่าเป็นเจ้าที่โรงโขน เป็นไม่มีอาชญาสิทธิ์คิ ธิ์ คิ ดถึงโดน เที่ยวทำ โจรใจคะนองจองหองครัน ถอดได้ว่า พระพันวษาได้ฟังขุนช้างทูลก็ทรงกริ้ว ตวาดเสียงดังลั่น ลั่ ว่าถ้า พระองค์ไม่เป็นกษัตริย์ ขุนช้างก็คงมองไม่เห็นหัว จะต้องเฆี่ยนเสีย ด้วยหวาย
เลี้ยงมึงไม่ได้อ้ายใจร้าย ชอบแต่เฆี่ยนสองหวายตลอดสัน แล้วกลับความถามข้างวันทองพลัน เออเมื่อมันฉุดคร่าพามึงไป ก็ช้านานประมาณได้สิบแปดปี ครั้งนี้ทำ ไมมึงจึงมาได้ นี่มึงหนีมันมาหรือว่าไร หรือว่าใครไปรับเอามึงมา วันทองฟังถามให้คร้ามครั่น รั่ บังคมคัลประนมก้มเกศา ขอเดชะพระองค์ทรงศักดา พระอาญาเป็นพ้นล้นเกล้าไป ถอดได้ว่า พระพันวษาก็ตรัสถามนางวันทองว่า เมื่อขุนช้างฉุดไปเป็นเวลาประมาณ 18 ปี ทำ ไมถึงหนีมาได้ หนีมาเองหรือว่าใครไปรับมา นางวันทองได้ฟังคำ ถามก็รู้สึก กลัว ครั้งนี้จมื่นไวยนั้นไปรับ กระหม่อมฉันจึงกลับคืนมาได้ มิใช่ย้อนยอกทำ นอกใจ ขุนแผนก็มิได้ประเวณี แต่มานั้นเวลาสักสองยาม ขุนช้างจึงหาความว่าหลบหนี ขอพระองค์จงทรงพระปรานี ชีวีอยู่ใต้พระบาทา ฯ ถอดได้ว่า นางวันทองกราบทูลสมเด็จพระพันวษาว่าจมื่นไวยไปรับตอน กลางคืน ขุนช้างจึงคิดว่าหนีออกมา ขุนแผนก็ไม่ได้ทำ อะไรไม่ดี ไม่งาม นางทูลขอความกรุณาจากสมเด็จพระพันวษา ครานั้นพระองค์ผู้ทรงเดช ฟังเหตุขุ่นเคืองเป็นหนักหนา อ้ายหมื่นไวยทำ ใจอหังการ์ ตกว่าบ้านเมืองไม่มีนาย จะปรึกษาตราสินให้ไม่ได้ จึงทำ ตามน้ำ ใจเอาง่ายง่าย ถ้าฉวยเกิดห่าฟันกันล้มตาย อันตรายไพร่เมืองก็เคืองกู อีวันทองกูให้อ้ายแผนไป อ้ายช้างบังอาจใจทำ จู่ลู่ ฉุดมันขึ้นช้างอ้างถึงกู ตะคอกขู่อีวันทองให้ตกใจ ถอดได้ว่า เมื่อพระพันวษาได้ฟังความจากนางวันทอง ก็โกรธจมื่นไวยที่ทำ การอุกอาจทำ เหมือน บ้านเมืองไม่มีกฎหมาย ถ้าเกิดมีการฆ่าฟันล้มตาย ประชาชนจะขุ่นเคืองพระพันวษา ได้ ทางด้านขุนช้างก็ผิดที่ไปฉุดตัวนางวันทองมา แล้วยังอ้างชื่อพระพันวษาไปข่มขู่ พาตัวนางวันทองมา
ชอบตบให้สลบลงกับที่ เฆี่ยนตีเสียให้ยับไม่นับได้ มะพร้าวห้าวยัดปากให้สาใจ อ้ายหมื่นไวยก็โทษถึงฉกรรจ์ มึงถือว่าอีวันทองเป็นแม่ตัว ไม่เกรงกลัวเว้โว้ทำ โมหันธ์ ไปรับไยไม่ไปในกลางวัน อ้ายแผนพ่อนั้นก็เป็นใจ มันเหมือนวัวเคยขาม้าเคยขี่ ถึงบอกกูว่าดีหาเชื่อไม่ อ้ายช้างมันก็ฟ้องเป็นสองนัย ว่าอ้ายไวยลักแม่ให้บิดา ถอดได้ว่า เฆี่ยนตีขุนช้างให้สลบคาที่ แล้วเอามะพร้าวห้าวยัดปาก จมื่นไวยก็มีความ ผิดฉกรรจ์ที่ไปพาตัวนางวันทองมากลางดึก คงจะมีขุนแผนผู้เป็นพ่อคอย หนุนหลัง เพราะว่าขุนช้างเอาเรื่องมาบอกพระพันวษาว่า จมื่นไวยฉุดนาง วันทองกลับไปให้พ่อถือว่าเป็นความผิด เป็นราคีข้อผิดมีติดตัว หมองมัวมลทินอยู่หนักหนา ถ้าอ้ายไวยอยากจะใคร่ได้แม่มา ชวนพ่อฟ้องหาเอาเป็นไร อัยการศาลโรงก็มีอยู่ หรือว่ากูตัดสินให้ไม่ได้ ชอบทวนด้วยลวดให้ปวดไป ปรับไหมให้เท่ากับชายชู้ มันเกิดเหตุทั้งนี้ก็เพราะหญิง จึงหึงหวงช่วงชิงยุ่งยิ่งอยู่ จำ จะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู ให้ลูกดอกดกอยู่แต่กิ่งเดียว ถอดได้ว่า ถ้าจมื่นไวยอยากได้ตัวแม่ ทำ ไมไม่พาพ่อมาฟ้องศาล หรือคิดว่าพระพัน วษาไม่สามารถตัดสินให้ได้ ต้องลงโทษด้วยลวดและปรับ ส่วนขุนช้างก็ บังอาจอ้างราชโองการ ควรตบให้สลบ แล้วเอามะพร้าวยัดปาก แล้วรับสั่ง สั่ ว่าจะต้องแก้ปัญหานี้ให้จบเสียที ต้องตัดรากใหญ่(ปัญหา) ให้เหลือ ลูกดอกกิ่งเดียว (ให้นางวันทองตัดสินใจเลือกเพียงหนึ่ง) อีวันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลียว ให้เด็ดเดี่ยวรู้กันแต่วันนี้ เฮ้ยอีวันทองว่ากระไร มึงตั้งใจปลดปลงให้ตรงที่ อย่าภวังค์กังขาเป็นราคี เพราะมึงมีผัวสองกูต้องแค้น ถ้ารักใหม่ก็ไปอยู่กับอ้ายช้าง ถ้ารักเก่าเข้าข้างอ้ายขุนแผน อย่าเวียนวนไปให้คนมันหมิ่นแคลน ถ้าแม้นมึงรักไหนให้ว่ามา ถอดได้ว่า นางวันทองเหมือนกับรากแก้วถ้าตัดโคนได้แล้วใบก็จะเหี่ยวไปเอง พระพันวษาตรัส ว่านางวันทองจะตกลงยังไง อย่าลังเลเพราะมีทั้งผัวและลูก ถ้ารักใหม่ก็ให้ไปอยู่กับ ขุนช้าง แต่ถ้ารักก็เลือกขุนแผน อย่าชักช้าคนจะนินทาเอาได้ จะเลือกใครก็ว่ามา
ครานั้นวันทองฟังรับสั่ง สั่ ให้ละล้าละลังเป็นหนักหนา ครั้นจะทูลกลัวพระราชอาญา ขุนช้างแลดูตายักคิ้วลน พระหมื่นไวยใช้ใบ้ให้แม่ว่า บุ้ยปากตรงบิดาเป็นหลายหน วันทองหมองจิตคิดเวียนวน เป็นจนใจนิ่งอยู่ไม่ทูลไป ครานั้นพระองค์ทรงธรณินทร์ หาได้ยินวันทองทูลขึ้นไม่ พระตรัสความถามซักไปทันใด หรือมึงไม่รักใครให้ว่ามา ถอดได้ว่า นางวันทองได้ฟังคำ พระพันวษาก็เกิดลังเลว่าจะเลือกใคร มองไปทางขุนช้างก็ยักคิ้ว มองไปทาง จมื่นไวยก็ทำ ปากบุ้ยไปตรงพ่อ วันทองคิดวนไปวนมา ก็ยังไม่ทูลอะไรแก่พระพันวษา พระพันวษาไม่เห็นว่านางวันทองทูลอะไร ทรงตรัสถามต่อว่าจะไม่รักใครให้ว่ามา จะรักชู้ชังผัวมึงกลัวอาย จะอยู่ด้วยลูกชายก็ไม่ว่า ตามใจกูจะให้ดังวาจา แต่นี้เบื้องหน้าขาดเด็ดไป นางวันทองรับพระราชโองการ ให้บันดาลบังจิตหาคิดไม่ อกุศลดลมัวให้ชั่ว ชั่ ใจ ด้วยสิ้นในอายุที่เกิดมา คิดคะนึงตะลึงตะลานอก ดังตัวตกพระสุเมรุภูผา ให้อุธัจอัดอั้นตันอุรา เกรงผิดภายหน้าก็สุดคิด ถอดได้ว่า จะไปอยู่กับลูกไหม ตามแต่ใจ แต่ถ้าตอบมาแล้วจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ นางวันทองรับพระราชโองการดังนั้นก็คิดไม่ออก ถึงเวลาสิ้นอายุ จึง เกิด “อกุศล” ทำ ให้ประหม่าและเกรงว่าจะตัดสินใจผิด จะว่ารักขุนช้างกระไรได้ ที่จริงใจมิได้รักแต่สักหนิด รักพ่อลูกห่วงดังดวงชีวิต แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน อย่าเลยจะทูลเป็นกลางไว้ ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน คิดแล้วเท่านั้นมิทันนาน นางก้มกรานแล้วก็ทูลไปฉับพลัน ความรักขุนแผนก็แสนรัก ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์ สู้ลำ บากบุกป่ามาด้วยกัน สารพันอดออมถนอมใจ ถอดได้ว่า จะว่ารักขุนช้างก็ไม่ได้เพราะตนไม่ได้รัก ถ้าเกิดทูลพระพันวษาผิด ก็จะเป็นทูล จึงทูลเป็นกลางๆตามแต่พระทัยของพระพันวษาว่าจะ ตัดสินใจอย่างไร จึงทูลออกไปว่าขุนแผนนั้นก็แสนรักร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกันมานาน
ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา คำ หนักหาได้ว่าให้เคืองไม่ เงินทองกองไว้มิให้ใคร ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว จมื่นไวยเล่าก็เลือดที่ในอก ก็หยิบยกรักเท่ากันกับผัว ทูลพลางตัวนางเริ่มระรัว ความกลัวอาญาเป็นพ้นไป ครานั้นพระองค์ผู้ทรงภพ ฟังจบแค้นคลั่ง ลั่ ดังเพลิงไหม้ เหมือนดินประสิวปลิวติดกับเปลวไฟ ดูดู๋เป็นได้อีวันทอง ถอดได้ว่า ขุนช้างอยู่ด้วยกันมาก็ไม่เคยทำ เรื่องให้ขุ่นเคืองใจและมีเงินทองบ่าวไพร่ ใช้ไม่ขัดสน ส่วนจมื่นไวยที่เป็นลูกชายก็เป็นเหมือนเลือดในอก ย่อมรัก เท่ากับรักผัวอยู่แล้ว ทูลเสร็จนางวันทองก็สั่น สั่ ด้วยความกลัว หลังจากนางวันทองทูล พระพันวษากริ้วอย่างมากเหมือนดินประสิวที่โดน ไฟแล้วปะทุ จะว่ารักข้างไหนไม่ว่าได้ น้ำ ใจจะประดังเข้าทั้งสอง ออกนั่น นั่ เข้านี่มีสำ รอง ยิ่งกว่าท้องทะเลอันล้ำ ลึก จอกแหนแพเสาสำ เภาใหญ่ จะทอดถมเท่าไรไม่รู้สึก เหมือนมหาสมุทรสุดซึ้งซึก น้ำ ลึกเหลือจะหยั่ง ยั่ กระทั่ง ทั่ ดิน อิฐผาหาหาบมาทุ่มถม ก็จ่อมจมสูญหายไปหมดสิ้น อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ ดังเพชรนิลเกิดขึ้นในอาจม ถอดได้ว่า นางวันทองไม่ยอมบอกว่าจะเลือกใคร พระพันวษารับสั่ง สั่ ด่านางวันทองว่ารัก ข้างไหนเลือกไม่ถูกจะเอาไว้สำ รองทั้งสองยิ่งว่าความลึกของทะเลทอดสมอ ลึกเกินจะหยั่ง ยั่ ถึงได้ คนถ่อย จัญไร ใจทมิฬ เหมือนเพชรที่เกิดในสิ่ง สกปรก รูปงามนามเพราะน้อยไปหรือ ใจไม่ซื่อสมศักดิ์เ ดิ์ ท่าเส้นผม แต่ใจสัตว์มันยังมีที่นิยม สมาคมก็แต่ถึงฤดูมัน มึงนี่ถ่อยยิ่งกว่าถ่อยอีท้ายเมือง จะเอาเรื่องไม่ได้สักสิ่งสรรพ์ ละโมบมากตัณหาตาเป็นมัน สักร้อยพันให้มึงไม่ถึงใจ ว่าหญิงชั่วชั่ผัวยังคราวละคนเดียว หาตามตอมกันเกรียวเหมือนมึงไม่ หนักแผ่นดินกูจะอยู่ไย อ้ายไวยมึงอย่านับว่ามารดา ถอดได้ว่า หน้าตาสวยงามชื่อเพราะน้อยไปหรือถึงได้จิตใจไม่ซื่อเท่ากับเส้นผม เลวกว่า สัตว์เพราะสัตว์ยังมีฤดูผสมพันธุ์ หญิงชั่ว ชั่ ยังมีผัวคราวละคน จะอยู่ให้หนักแผ่น ดินทำ ไม ทรงหันไปตรัสกับจมื่นไวยว่าอย่านับนางวันทองเป็นแม่ให้อายเขา
กูเลี้ยงมึงถึงให้เป็นหัวหมื่น คนอื่นรู้ว่าแม่ก็ขายหน้า อ้ายขุนช้างขุนแผนทั้งสองรา กูจะหาเมียให้อย่าอาลัย หญิงกาลกิณีอีแพศยา มันไม่น่าเชยชิดพิสมัย ที่รูปรวยสวยสมมีถมไป มึงตัดใจเสียเถิดอีคนนี้ เร่งเร็วเหวยพระยายมราช ไปฟันฟาดเสียให้มันเป็นผี อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี อย่าให้มีโลหิตติดดินกู เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน ตกดินจะอัปรีย์กาลีอยู่ ฟันให้หญิงชายทั้งหลายดู สั่ง สั่ เสร็จเสด็จสู่ปราสาทชัย ถอดได้ว่า รับสั่ง สั่ ขุนช้างกับขุนแผนพระองค์จะทรงหาเมียใหม่ให้ แล้ว รับสั่ง สั่ ให้เอานางวันทองไปประหารชีวิต เอาขวานผ่าอก แล้ว เอาใบตองมารองเลือดให้หมากิน อย่าให้เลือดอัปรีย์กาลีตก ถึงพื้นดินเลย รับสั่ง สั่ เสร็จก็เสด็จเข้าสู่ปราสาทที่ประทับ
คำ ศัพท์ยาก วันนั้นแพ้กูเมื่อดำ น้ำ หมายถึง จมื่นไวยเท้าความถึงตอน ที่ขุนช้างดำ น้ำ พิสูจน์โทษเมื่อเป็นคดีกับตัว เมรุไกร หมายถึง ภูเขาใหญ่ จัตุบททวิบาท หมายถึง (สัตว์) สี่เท้า สองเท้า มงคล ในบทนี้หมายถึงสิ่งที่ทำ เป็นวงใช้สวมศีรษะ ทักทิน หมายถึง วันชั่ว ชั่ ร้ายตามความเชื่อโหราศาสตร์ บริกรรม หมายถึง สำ รวมในร่ายมนตร์หรือเสกคาถาซ้ำ ๆ หลายๆหน เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิ ดิ์ สิ ทธิ์ ข้าวสารปราย หมายถึง ข้าวสารที่เสกแล้วซัดให้กระจาย ร้านดอกไม้ ในบทนี้หมายถึงชานเรือนโบราณที่ปลูก ดอกไม้ไว สะเดาะกลอน หมายถึง ทำ ให้กลอนประตูหลุดออกได้ด้วย คาถาอาคม อัฒจันทร์ ในที่นี้หมายถึง ชั้นที่ตั้งเครื่องแก้วซึ่งเป็นของ ประดับบ้าน วิทยา หมายถึง ความรู้ นัยน์ตา หมายถึง ดวงตา ฉวยสบเพลง หมายถึง บังเอิญถูกจังหวะ มินหม้อ หมายถึง เขม่าดำ ที่ติดก้นหม้อ ทรามสวาดิ หมายถึง ผู้เป็นที่รัก วางบท หมายถึง ถูกกำ หนดให้แสดงไปตามบท คือ หน้าที่ที่กำ หนดให้ในที่นี้หมายถึง ครั้งหนึ่งสมเด็จพระพัน วษาได้เคยทรงตัดสินให้นางวันทองกลับไปอยู่กับขุนแผน
หัวหมื่นมหาดเล็ก หมายถึง ตำ แหน่งข้าราชการมหาดเล็กถัดจากตำ แหน่งจางวาง ซึ่งเป็นตำ แหน่งหัวหน้าข้ารับใช้ของเจ้านายชั้นบรมวงศ์หรือทรงกลมลงมา แสงศรี หมายถึง มาจากคำ ว่า แสงสุรีย์ศรี หมายถึง แสงอาทิตย์ ยาเข้าปรอท หมายถึง ยาที่ประสมสารปรอทซึ่งอาจทำ ให้เป็นพิษได้ ล่อนแก่น หมายถึง สิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีติดตัว ถอดความได้ว่า แหงนเถ่อ หมายถึง ค้างอยู่ จังกา หมายถึง คือ จังก้า เป็นลักษณะยืนถ่างขาตั้งท่าเตรียมสู้ เป็นต้น แง้นชิง หมายความว่า แง้น ในที่นี้น่าจะเป็นคำ เดียวกับคำ ว่า แง่น ซึ่งแปลว่าแยก เขี้ยวจะกัด แง้นชิงจึง หมายถึง แสดงอาการโกรธ แย่งชิง ทั้งๆที่ไม่สมควรจะได้ ส่งทุกข์ หมายความว่า เข้าส้วม ถอง หมายถึง กระทุ้งด้วยศอก ถกเขมร หมายถึง การนุ่งผ้าหยักรั้งขึ้นไปให้พ้นหัวเข่าถึงง่ามก้น บางทีเรียกว่าขัด เขมร ร้องเกน หมายถึง ร้องตะโกนดังๆ ทุด หมายถึง คำ ที่เปล่งออกมาแสดงความไม่พอใจหรือติเตียน เจ็บจุกประจุบัน หมายถึง มีอาการจุกเสียดขึ้นมาทันที ส่งทุกข์ หมายถึง เข้าส้วม ทัณฑ์ หมายถึง โทษเนื่องด้วยความผิด เสด็จประพาสบัว หมายถึง การเสด็จประพาสท้องทุ่งในฤดูน้ำ หลากที่มีน้ำ เต็มเปี่ยม มีดอกบัวและพันธุ์ไม้ น้ำ ที่งดงาม อาจเป็นฤดูเล่นเรือหรือเล่น ดอกสร้อยสักวา นิเวศน์ หมายถึง บ้าน,วัง พิสมัย หมายถึง ความรัก,ความปลื้มใจ คำ ศัพท์ยาก
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี คุณค่าด้านวรรณศิลป์: - สะท้อนถึงอารมณ์โกรธแค้นและสะเทือนใจ ยิ่งคิดเดือดดาลทะยานใจ ฉวยได้กระดานชนวนมา ร่างฟ้องท่องเทียบให้เรียบร้อย ถ้อยคำ ถี่ถ้วนเป็นหนักหนา -การพรรณณาถึงเรื่องฝันร้าย ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย ฝันร้ายสาหัสตัดตารา พิเคราะห์ดูทั้งยามอัฐกาล ก็บันดาลฤกษ์แรงเป็นหนักหนา มิรู้ที่จะแถลงแจ้งกิจจา กอดเมียเมินหน้าน้ำ ตากระเด็น -ใช้ถ้อยคำ เกิดความโศกเศร้า สะเทือนใจสงสารในชะตา กรรมของตัวละคร วันนี้แม่จะลาพ่อพลายแล้ว จะลาจากลูกแก้วไปสูญสิ้น พอบ่ายก็จะตายลงถมดิน ผินหน้ามาแม่จะขอชม เกิดมาไม่เหมือนกับเขาอื่น มิได้ชื่นเชยชิดสนิทสนม -การบรรยายโวหาร ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดสิ้น จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมิ้นว่านยาทาตัว -เชิงเปรียบเทียบ อีวันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลียว ให้เด็ดเดี่ยวรู้กันแต่วันนี้ -สัมผัสแบบกลอนแปด กวีแทรกอารมณ์ขันในการแต่ง ขุนช้างเห็นข้าไม่มาใกล้ แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา ยายจันงันงกยกมือไหว
-สัมผัสพยัญชนะ คือการนำ พยัญชนะเสียงเดียวกันมาวาง ไว้ใกล้กัน ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย หาขานรับเช่นเคยสักคำ ไม่ ทั้งข้าวของมากมายก็หายไป ปากประตูเปิดไว้ไม่ใส่กลอน พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น อีอุ่นอีอิ่มฉิมอีสอน อีมีอีมาอีสาคร นิ่งนอนไยหวามาหากู -สัมผัสสระ คือการนำ เสียงสระที่มีเสียงเหมือนกันมาวางไว้ ใกล้กัน ครานั้นพระองค์ผู้ทรงเดช ปิ่นปักนัคเรศเรืองศรี เห็นสามราเข้ามาอัญชลี พระปรานีเหมือนลูกในอุทร ด้วยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ์ เผอิญคิดรักใคร่พระทัยอ่อน ตรัสถามอย่างความราษฎร ฮ้าเฮ้ยดูก่อนอีวันทอง คุณค่าด้านสังคม: -แสดงค่านิยมและความเชื่อของคนในสังคมสมัยอยุธยาซึ่งแม้ว่าจะไม่อาจ ประเมิน ข้อเท็จจริงทางสังคมได้เช่นเดียวกันกับเอกสารทางประวัติศาสตร์แต่ วรรณคดีเรื่องนี้ก็เป็นภาพสะท้อนให้ เห็นถึงสภาพครอบครัวขุนนางสมัย อยุธยาและรัตนโกสินทร์ว่ามีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อย่าง สูงสุด เพียงใด สะท้อนให้เห็นว่าสังคมสมัยนั้นกษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิ ราชยิ่งมีอ านาจอยู่เหนือ กฎหมายและสะท้อนให้เห็นในสมัยนั้นจะมีการ ตี ฆ้องบอกเวลาและจะมีเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ เช่น เชื่อ เรื่องภูตผีปีศาจ คาถาอาคม เรื่องโชคชะตาดวงของคน
-การปกครอง พระมหากษัตริย์ทรงมีอ านาจสูงสุดในการปกครองบ้าน เมืองและ ดูแลราษฎร ตัดสินคดีความต่างๆ ครั้นอยู่มาขุนแผนต้องจำ จอง กระหม่อมฉันมีท้องที่เติบใหญ่ อยู่ที่เคหาหน้าวัดตะไกร ขุนช้างไปบอกว่าพระโองการ มีรับสั่ง สั่ โปรดปรานประทานให้ กระหม่อมฉันไม่ไปก็หักหาญ ยื้อยุดฉุดคร่าท าสามานย์ เพื่อนบ้านจะช่วยก็สุดคิด ด้วยขุนช้างอ้างว่ารับสั่ง สั่ ให้ ใครจะขัดขืนไว้ก็กลัวผิด จนใจจะมิไปก็สุดฤทธิ์ ชีวิตอยู่ใต้พระบาทา -ค่านิยม ผู้หญิงในสมัยนั้นไม่มีสิทธิ์ด ธิ์ า เนนิชีวิตดว้ยตนเอง ตอ้งเชื่อฟังและปฏิบัติ ตามที่สามีบอกเสมอ คราวนั้นเมื่อตามกลางป่า หน้าดำ เหมือนหนึ่งทามินหม้อไหม้ ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา ที่นี้หน้าจะดำ เป็นน้ำ หมึก กำ เริบใจด้วยเจ้าไวยก าลังฮึก จะพาแม่ตกลึกให้จำ ตาย -ความเชื่อ ในสมัยก่อนคนไทยมีความเชื่อเกี่ยวกับเวชมนตร์ คาถาของขลัง และการเลี้ยงผี ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิ้น จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว ลงยันต์ราชะเอาปะอก หยิบยกมงคลขึ้นใส่หัว เป่ามนตร์เบื้องบนชอุ่มมัว พรายยั่ว ยั่ ยวนใจให้ไคลคลา จับดาบเคยปราบณรงค์รบ เสด็จครบบริกรรมพระคาถา ลงจากเรือนไปมิได้ช้า รีบมาถึงบ้านขุนช้างพลัน
คุณค่าด้านเนื้อหา: - คำ ประพันธ์เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา เป็นตอนหนึ่งใน ๘ ตอน ที่ได้รับยกย่อง จากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดกลอนสุภาพที่ไพเราะดีเลิศทั้ง เนื้อหา และกระบวนกลอน เป็น เรื่องเอกที่คนไทยรู้จักมาก ที่สุดและนิยมอ่านเพราะติดใจในเนื้อเรื่อง - ตัวละคร ซึ่งแต่ละตัวละครจะมีบุคคลิกภาพหรือนิสัยที่ต่างกัน เช่น 1. สมเด็จพระพันวษา เป็นพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ชี้ชะตาชีวิตให้กับตัว ละครทุกตัว 2. ขุนแผนเป็นชายที่มีความรักต่อนางวันทองเสมอมา 3. ขุนช้างเป็นตัวละครที่มีความรักมั่น มั่ คง แต่เป็นคนที่ไม่คิดไตร่ตรองให้ รอบคอบ 4. นางวันทองเป็นผู้หญิงไทยที่ถูกผู้ชายชี้ชะตาชีวิต 5. พลายงามเป็นตัวละครที่มีอารมณ์หุบหันพลันแล่น ไม่ค่อยคิดไตร่ตรองให้ รอบคอบ คุณค่าด้านการนำ ไปใช้: - ควรยึดค่านิยมที่ว่าผู้หญิงไม่ควรจะ ดำ ลงชีวิตอยู่ตัวคนเดียวควรปฏิบัติ เชื่อฟังคำ ของสามีของ ตนเอง -มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ -ควรมีการตัดสินใจที่ดี มีเหตุผล
บรรณานุกรม https://wewantknowless.wordpress.com/2014/01/21/ สืบค้น ๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ มหาลัยราชภัฏสวนสุนันทาขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้าง ถวายฎีกา (ออนไลน์) https://online.pubhtml5.com/irsbn/ruun/ WE WANT KNOW-LESSถอดความขุน ช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา สืบค้น ๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ pubhtml5ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา https://pubhtml5.com/ สืบค้น ๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ for-m6.blogspotถอดคำ ประพันธ์ ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุน ช้างถวายฎีกา 1 https://for-m6.blogspot.com/ สืบค้น ๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ pubhtml5ถอดคำ ประพันธ์-วรรณคดีเรื่องเสภาขุนช้างขุนแผน https://pubhtml5.com/echg/vpgr/basic/ สืบค้น ๘ มิถุนายน ๒๕๖๗