The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by araya.am, 2021-06-17 23:49:59

คู่มือการเลี้ยงปลากรพง

zlyd

อนิ เทคค์ ฟี ด ไดก้ อ่ ตงั้ เพอ่ื ผลติ และจำหนำ่ ยอำหำรสตั วส์ ำเรจ็ รูป หลำยหลำกชนดิ อำทิ

อำหำรกงุ้ อำหำรปลำ อำหำรสกุ ร อำหำรไก่ไข่ อำหำรเป็ดไข่ อำหำรโคนม อำหำรแพะ และ

อำหำรสตั วช์ นิดอ่ืน ทม่ี ีคณุ ภำพสำหรบั เกษตรกรผเู้ ลยี้ งสตั วช์ ำวไทย

ช่ือบรษิ ัท คำวำ่ “อินเทคค”์ หรอื เขียนภำษำองั กฤษวำ่ “INTEQC” นนั้ มำจำกอกั ษรนำของ

คำในภำษำองั กฤษท่ีสือควำมหมำยถึงปณิธำนของบริษัท 5 คำ คือ Innovation (สร้างสรรค์)
Technology (เทคโนโลยี) Excellence (ท่ีดีเลิศ) Quality (เพื่อคุณภาพ) Commitment (ตาม
คาม่ันสญั ญา)

ผลิตภณั ฑอ์ าหารสตั วน์ ้า ประกอบไปด้วย

อาหารกุ้งกุลาดา กุ้งขาว และกุ้งทะเลอื่น ๆ

อาหารกุ้งกุลาดา กุ้งขาว และ อาหารปลานิล ปลาดุก ปลาสลดิ และปลานา้ จืดอนื่ ๆ อาหารปลาทะเลกนิ เนือ้
กุ้งทะเลอน่ื ๆ เช่นปลากะพง ปลากะรัง

ดว้ ยควำมม่งุ ม่นั ในดำ้ นคุณภำพ กำรบริกำรดำ้ นวิชำกำร และกำรพฒั นำอย่ำงต่อเนื่อง
เป็นผลใหผ้ ลติ ภณั ฑข์ องบรษิ ัทไดร้ บั กำรยอมรบั จำกผใู้ ชอ้ ยำ่ งกวำ้ งขวำง อกี ทงั้ บรษิ ัทฯ กอ่ ตงั้
“ศูนยค์ วามรู้ วิจัย และพัฒนา” ขนึ้ เพื่อทำงำนดำ้ นวิจัย พฒั นำผลติ ภณั ฑอ์ ำหำรสตั วใ์ หม้ ี
คณุ ภำพดี และเหมำะสมตอ่ กำรเลยี้ งสตั วใ์ นสภำพพนื้ ท่ี และภมู อิ ำกำศของประเทศไทย
กลำ่ วไดว้ ำ่ เรำมคี วำมมงุ่ ม่นั ทจี่ ะอยเู่ คยี งคผู่ เู้ ลยี้ งสตั วข์ องไทย “ใหท้ ุกท่าน เลีย้ งได้ กาไรดี และ
มคี วามสุข”

คานา

คู่มือกำรเลีย้ งปลำกะพงฉบับนี้ จัดทำขึน้ โดยรวบรวมท่ีไดจ้ ำกพืน้ ท่ีจริงโดย
ทีมงำนทำกำรสำรวจ เก็บรวบรวมขอ้ มลู และคน้ ควำ้ เรยี บเรียงจำกตำรำต่ำง ๆ มำจดั ทำ
เป็นรูปเลม่ เพ่ือใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ผเู้ ลยี้ งปลำกะพงเชิงกำรคำ้ ในประเทศไทยมำกท่ีสดุ

จำกควำมมงุ่ ม่นั ท่มุ เท ดงั ปณิธำนของบรษิ ัทท่ีทีมงำนทกุ คนถือเป็นเปำ้ หมำยใน
กำรทำงำน หวังเป็นอย่ำงย่ิงว่ำคู่มือกำรเลีย้ งปลำกะพงเล่มนี้ จะนำมำซ่ึง
ประโยชนแ์ กล่ กู คำ้ ผมู้ ีอปุ กำรคณุ และผสู้ นใจเลีย้ งปลำกะพงทกุ ท่ำน

หำกมีควำมผิดพลำด ขำดตกบกพร่องประกำรใด ทีมงำนขอรบั คำแนะนำเพ่ือ
แกไ้ ขปรบั ปรุง และนอ้ มรบั ควำมผิดพลำดนีไ้ วแ้ ตเ่ พียงผเู้ ดียว

ติดตอ่ ทีมงำนฝ่ ำยวิจยั และพฒั นำผลิตภณั ฑไ์ ดท้ ่ี [email protected] หรือ
ติดตอ่ ผ่ำนทีมงำนขำยของบรษิ ัทไดท้ กุ คน

“ขอให้ทุกท่านเลีย้ งปลาได้ กาไรดี มีความสุข ทกุ คนค่ะ”

คณะผ้จู ัดทา
มนี าคม 2564
บริษัท อนิ เทคค์ ฟี ด จากดั

อนิ เทคค์ ฟี ด

การเลี้ยงปลากะพง เชิงการค้า

1. ทำควำมรู้จัก...ปลำกะพง

ปลำกะพงขำว หรือ ปลำกะพงนำ้ จืด
(Lates calcarifer, Bloch)

ปลากะพงขาวเป็นปลานา้ กร่อยขนาดใหญ่สามารถอาศยั อยู่ไดท้ งั้ ในนา้ กร่อย
และนา้ เค็ม อาทิ จงั หวดั ฉะเชิงเทราและจงั หวดั ชายทะเลทางภาคใต้ สว่ นการเลีย้ งปลา
กะพงในน้าจืด อาทิ จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เน่ืองจากปลากะพงเป็นปลาท่ีเลีย้ งง่าย มีการเจริญเติบโตท่ีเรว็ เนือ้ ปลามีรสชาติดีและ
ราคาค่อนขา้ งสูง ซ่ึงในปัจจุบันประเทศไทยสามารถเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวไดเ้ ป็น
จานวนมาก เพ่ือขายในประเทศและสง่ ขายตา่ งประเทศ

ปลากะพงสามารถเพาะเลีย้ งและเจริญเติบโตไดใ้ นนา้ ท่ีมีความเค็ม 1-30 ppt
(สว่ นในพนั สว่ น) ปลากะพงจงึ ถกู จดั เป็นปลาสองนา้ ซง่ึ ...

 ในน้ำกร่อยถึงเค็ม ค่ำควำมเค็ม 20-30 ppt ไดแ้ ก่ บริเวณแมน่ า้ ลาคลองท่ีตดิ
กบั ทะเลหรือทะเลสาบ มีการหนนุ หรอื ไหลเขา้ ของนา้ ทะเลตามรอบนา้ ขนึ้ นา้ ลง

 ในน้ำจืดถึงกร่อย ค่ำควำมเค็ม 1-20 ppt ไดแ้ ก่ แม่นา้ ลาคลอง หรือแอ่งนา้
ใกลช้ ายฝ่ังทะเล ท่ีนา้ ทะเลสามารถแพรถ่ ึงในช่วงฤดฝู น ทาใหม้ ีสภาพเป็นนา้ จืด
คอ่ นขา้ งกรอ่ ยเลก็ นอ้ ย

1

2. สถำนกำรณก์ ำรเพำะเลีย้ งปลำ
ในปัจจบุ นั การกเพะาพะงเลีย้ งปลากะพง แบ่งออกเป็น 3 กลมุ่ หลกั ๆ ซง่ึ ประกอบดว้ ย

 ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ปลา ทาหนา้ ท่ีผลิตลกู ปลากะพง และอนบุ าลดว้ ยอาหารมี
ชีวติ เช่น โรตเิ ฟอร์ และอารท์ ีเมีย จนลกู ปลามขี นาด 1-2 เซนตเิ มตร (ปลาตมุ้ ) จงึ ทา
การขายตอ่
 ฟาร์มอนุบาลลูกปลา ทาหนา้ ท่ีเลีย้ งลกู ปลาตมุ้ และทาการฝึกใหล้ กู ปลากิน
อาหารสาเรจ็ รูป จนมีขนาด 3-4 นิว้ จงึ ทาการขายตอ่ ไปยงั ฟารม์
 ฟาร์มเลีย้ งปลารุ่น ทาการเลีย้ งขนุ ปลากะพงใหม้ ีขนาดตามท่ีตลาดตอ้ งการ เพ่ือ
ขายออกสตู่ ลาด

การแบ่งกลมุ่ การเลีย้ งกะพง เพ่ือใหไ้ ดค้ ณุ ภาพและมาตรฐานเดียวกนั มีปริมาณ
เพียงพอตอ่ ความตอ้ งการเลีย้ งกะพงในบอ่ ดนิ และกระชงั อกี ทงั้ เพ่ือไมใ่ หเ้ กิดการแย่งตลาด
กนั และผลผลิตไมล่ น้ ตลาด ซง่ึ เป็นอีกแนวทางหน่ึงท่ีเป็นการป้องกนั การตกต่าของราคา
ปลากะพงได้

ภำพท่ี 1 สถานการณก์ ารเพาะเลยี้ งปลาในปัจจบุ นั

2

อนิ เทคค์ ฟี ด

3. กำรแพร่ขยำยพนั ธุข์ องปลำกะพง
ฤดผู สมพนั ธุข์ องปลากะพงขาวจะเร่ิมในช่วงกลางฤดรู อ้ น ซ่งึ ปลากะพงขาวจะ

วางไขก่ อ่ นฤดฝู นเลก็ นอ้ ย ในชว่ งเดือนมีนาคม-มิถนุ ายน ของทกุ ปี
พ่อแม่พนั ธุค์ วรมคี วำมสมบรู ณแ์ ขง็ แรง ไม่เป็ นโรค มีอำยุใกล้เคยี งกัน

 ปลาพอ่ พนั ธุท์ ่ีดี ควรมนี า้ หนกั ประมาณ 2.5 กิโลกรมั ขนึ้ ไป และมีอายุ 2 ปีขนึ้ ไป
 ปลาแมพ่ นั ธทุ์ ่ีดี ควรมขี นาดใหญ่กว่าปลาพ่อพนั ธุ์ มีนา้ หนกั ประมาณ 3 กิโลกรมั ขนึ้

ไป และมีอายุ 3 ปีขนึ้ ไป
ปลากะพงขาววางไข่ครงั้ ละประมาณ 200,000-400,000 ฟอง ไข่ท่ีถูกผสมกบั นา้ เชือ้
จะลอยนา้ และถูกรวบรวมโดยใชส้ วิงยา้ ยไปท่ีบ่อเพาะฟัก ประมาณ 16-18 ช่วั โมงหลังการ
ผสมไข่จะฟักเป็นลกู ปลา ลกู ปลาจะมีการใชอ้ าหารจากถุงไข่แดงท่ีติดอยู่บริเวณหนา้ ทอ้ ง
ซ่งึ ใชเ้ วลาประมาณ 3 วนั จากนนั้ จึงอนุบาลลกู ปลาดว้ ย โรติเฟอร์ อารท์ ีเมีย และอาหาร
สาเร็จรูปชนิดผง ประมาณ 40 วัน จากนัน้ จึงยา้ ยปลาไปเลีย้ งเป็นปลาขุนในบ่อดินหรือ
กระชงั เพ่ือใหไ้ ดข้ นาดตามท่ีตลาดตอ้ งการ ดงั ภาพท่ี 2

ภำพท่ี 2 วงจรชีวติ ของปลากะพงขาว

3

4. กำรอนุบำลและกำรให้อำหำรลูกปลำกะพงตวั
อ่อนหลงั จากท่ีลกู ปลาฟักออกจากไข่ทาการอนบุ าลลกู ปลาวยั อ่อนในบอ่ ซีเมนต์
โดยมีอตั ราการปลอ่ ยลกู ปลาท่ีมีความหนาแน่นแตกตา่ งกนั ขนึ้ อย่กู บั ขนาดของลกู
ปลา (ตารางท่ี 1) และขนึ้ กบั สภาพแวดลอ้ มเป็นปัจจยั ท่ีสาคญั นา้ ท่ีใชเ้ ลีย้ งตอ้ งมี
คณุ ภาพดี อีกทงั้ ควรมีการเปล่ียนถ่ายนา้ ทกุ ๆ วนั

ภำพที่ 3 บอ่ ซเี มนตท์ ี่ใชใ้ นการอนบุ าลลกู ปลากะพงวยั ออ่ น

โปรแกรมกำรใหอ้ ำหำรลูกปลำกะพงวัยอ่อนตำมภำพท่ี 4 และ ตำรำงท่ี 1

ภำพที่ 4 การอนบุ าลและการใหอ้ าหารลกู ปลากะพงตวั ออ่ น (Larval –Fry phase)
4

อนิ เทคค์ ฟี ด

ตำรำงท่ี 1 การอนบุ าลลกู ปลากะพงตวั ออ่ น (Larval –Fry phase)

อำยุ ขนำดปลำ กำรให้อำหำร มือ้ /วัน ปลอ่ ยปลำ
(วนั ) (ตวั /ตรม.)

1-3 <1.5 มม. ไมใ่ หอ้ าหาร ปลาจะใชอ้ าหารจากถงุ ไข่ - 60,000-
แดงที่หนา้ ทอ้ ง 4-5 80,000

3-14 1.5-5 มม. โรติเฟอร์ ทคี่ วามหนาแนน่ 5-30 ตวั /ซีซี

14-16 5-8 มม. โรติเฟอรท์ ่คี วามหนาแนน่ 20-30 ตวั /ซีซี 4-5 20,000-
อารท์ เี มยี ท่ีความหนาแนน่ 0.5 ตวั /ซีซี 1 40,000

อารท์ ีเมยี ทีค่ วามหนาแนน่ 0.5 ตวั /ซซี ี 1

16-30 0.8-1 นวิ้ รว่ มกบั อาหารสาเรจ็ รูป แบบผง 4-5 5,000-10,000
เป็นการฝึกใหก้ ินอาหารสาเรจ็ รูป

30-40 1-1.5 นวิ้ อาหารปลากะพง อินเทคค์ ฟีด 2 1,000-5,000
ใหอ้ าหาร 5-7% ของนา้ หนกั ตวั

ทมี่ า: กองวจิ ยั และพฒั นาการเพาะเลยี้ งสตั วน์ า้ ชายฝ่งั , 2544
หมายเหต:ุ < หมายถงึ นอ้ ยกวา่ , มม. ย่อมาจาก มลิ ลเิ มตร, ตรม. ย่อมาจาก ตารางเมตร

ในระหวา่ งการอนบุ าลควรมีการคดั แยกขนาดลกู ปลาท่ีมีขนาดตา่ งกนั โดยทา
การคดั แยกลกู ปลาตวั ท่ีโตไปเลีย้ งไวต้ ่างหาก เพ่ือไม่ใหล้ กู ปลากินกนั เอง แตต่ อ้ งไมใ่ ห้
ลกู ปลาบอบชา้

ภำพที่ 5 การคดั แยกขนาดลกู ปลากะพง
5

เม่อื ลกู ปลากะพงมีอายุ 1 เดือนขนึ้ ไป หรอื มขี นาด 0.8-1 นิว้ จะถกู ยา้ ยไปอนบุ าล
ในบ่อดินหรือกระชัง โดยมีอตั ราการปล่อยลกู ปลาและการใหอ้ าหารลกู ปลากะพงวยั
ออ่ นตามภาพท่ี 4 และตารางท่ี 1

การอนุบาลลูกปลากระชังในบ่อดิน เลีย้ งในกระชังอวนมงุ้ สีฟ้าตาถ่ี ขนาดตา
0.1 เซนติเมตร กวา้ ง 1 เมตร ยาว 1.5-2 เมตร ลกึ 1.5 เมตร ซง่ึ บอ่ ดนิ ควรมขี นาดตงั้ แต่ 50-
200 ตารางเมตรขนึ้ ไป จากนนั้ จงึ สบู นา้ เขา้ บ่อใหม้ รี ะดบั นา้ 50 เซนติเมตร จงึ ปลอ่ ยปลาลง
อนบุ าล เม่อื ลกู ปลากะพงขาวไดข้ นาด 3 เซนตเิ มตรขนึ้ ไป จงึ สามารถจาหนา่ ยได้

ภำพท่ี 6 การอนบุ าลลกู ปลากระชงั ในบอ่ ดนิ

การอนุบาลลูกปลากระชังในเเม่น้า เลีย้ งในกระชงั อวนมงุ้ สีฟ้าตาถ่ี ขนาดตา
0.1 เซนติเมตร กวา้ ง 1 เมตร ยาว 1.5-2 เมตร ลกึ 1.5 เมตร ทาการติดตงั้ กระชงั ใหร้ ะดบั นา้ ลกึ
ประมาณ 60 เซนตเิ มตร สามารปลอ่ ยลกู ปลาลงอนบุ าลไดห้ นาแนน่ กวา่ ในบอ่ ดิน เน่ืองจากมี
นา้ ไหลถ่ายเทไดส้ ะดวก จากนั้นอนุบาลลกู ปลาใหม้ ีขนาด 3 เซนติเมตรขึน้ ไป จึงสามารถ
จาหน่ายได้ นอกจากนีค้ วรหม่นั ดแู ลกระชงั อาหาร คณุ ภาพนา้ และศตั รูของลกู ปลาอย่าง
สม่าเสมอ

6

อนิ เทคค์ ฟี ด

5. แหล่งพันธุป์ ลำวัยอ่อน
ปัจจบุ นั การอนบุ าลลกู ปลากะพงขาวมีการผลิตลกู ปลา เพ่ือใหผ้ เู้ ลีย้ งไดร้ บั ความ

สะดวกตามความตอ้ งการมากย่ิงขึน้ เช่น มีการฝึกใหล้ ูกปลากะพงขาวกินอาหารเม็ด
สาเร็จรูปเพ่ือเลีย้ งดว้ ยอาหารเม็ดสาเร็จรูปต่อไป หรือมีการปรบั ความเค็ม โดยค่อย ๆ
ปรบั ความเค็มใหล้ กู ปลาสามารถอย่ใู นนา้ จืดได้ ผเู้ ลีย้ งสามารถนาไปปลอ่ ยเลีย้ งตอ่ ใน
แหลง่ นา้ จืดได้

ในปัจจุบันลูกปลำกะพงขำวทน่ี ำมำเลยี้ งส่วนใหญ่ไดม้ ำจำก...
5.1 ซือ้ จำกโรงเพำะฟักหน่วยงำนของกรมประมง

- ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาการเพาะเลีย้ งสตั วน์ า้ ชายฝ่ัง สรุ าษฎรธ์ านี
- ศนู ยว์ จิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยีและนวตั กรรมสตั วน์ า้ ชายฝ่ัง สงขลา
- ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาการเพาะเลีย้ งสตั วน์ า้ ชายฝ่ังระนอง
- ศนู ยว์ จิ ยั และพฒั นาประมงชายฝ่ังประจวบคีรขี นั ธ์
- ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาประมงชายฝ่ังภเู กต็
- ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาการเพาะเลีย้ งสตั วน์ า้ ชายฝ่ังตรงั
5.2 ซือ้ จำกโรงเพำะฟักของเอกชน หรอื ฟำรม์ อนุบำลลูกปลำของเอกชน

7

6. กำรเลอื กซอื้ ลูกพันธุป์ ลำกะพง

6.1 ซอื้ จำกแหล่งทมี่ มี ำตรฐำนกำรผลติ เชน่ มกษ. 7429-2559 GAP ไดแ้ ก่...
- ฟาร์มมีการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ เพ่ือให้ได้ลูกปลาท่ีมีคุณภาพและโตเร็ว
ตา้ นทานตอ่ โรคไดด้ ี
- มรี ะบบการปอ้ งกนั และควบคมุ โรคท่ีดี
- จานวนลกู ปลาตรงตามท่ีส่งั ซือ้
- มคี วามชานาญในการขนสง่ ลกู ปลา เพ่ือใหล้ กู ปลาบอบชา้ และเครยี ดนอ้ ยท่ีสดุ

6.2 ลักษณะของลูกปลำตอ้ งมคี วำมสมบูรณ์ สุขภำพแขง็ แรง โดยสงั เกต...
- การวา่ ยนา้ ตอ้ งปราดเปรียว ไมเ่ สยี การทรงตวั
- ลาตวั ไมเ่ ป็นแผล เกรด็ ไมพ่ อง หางและครีบไมก่ รอ่ น ไมพ่ ิการ
- ขนาดของลกู ปลาตอ้ งสม่าเสมอกนั ไมอ่ ว้ นหรือไมผ่ อมจนเกินไป

6.3 กำรขนส่งลูกปลำ ควรใส่ยำเหลืองในถุงปลำ เพ่ือฆ่าเชือ้ โรคท่ีมากบั ลกู ปลา
6.4 กำรลำเลียงลูกปลำ ควรเป็ นตอนเช้ำหรือเยน็

ภำพท่ี 7 ลกั ษณะลกู ปลากะพงทส่ี ขุ ภาพแข็งแรง

8

อนิ เทคค์ ฟี ด

7. กำรขนส่งลูกปลำกะพงขำว
ก่อนการขนส่งลาเลียงลูกปลากะพงควรอดอาหารอย่างน้อย 24 ช่ัวโมง

เพ่ือใหอ้ าหารท่ีมีอย่ใู นทอ้ งปลาถูกใช้หมดก่อนท่ีจะถกู ลาเลียง เพ่ือป้องกนั การขบั ของ
เสียในระหว่างขนสง่ ซ่งึ เป็นสาเหตหุ น่ึงในการเกิดแก๊สแอมโมเนียคารบ์ อนไดออกไซด์
และพวกซลั ไฟดส์ ะสมทาใหล้ กู ปลาตายได้

สำหรับภำชนะทใี่ ช้ในกำรลำเลยี งลูกปลำกะพงขำว แบง่ เป็น 2 แบบ คอื
7.1 ภำชนะแบบปิ ด ใชล้ าเลยี งลกู ปลากะพงขาว ขนาด 0.8-1 นิว้
 บรรจุดว้ ยถงุ พลาสติก ขนาด 20x30 นิว้ ใส่นา้ ท่ีสะอาดตามความเค็มท่ีใชใ้ นการ
อนบุ าล
 ควรใสย่ าเหลือง ความเขม้ ขน้ 1 ppm (สว่ นในลา้ นสว่ น) เพ่ือป้องกนั การติดเชือ้
ของโรคในขณะลาเลยี ง
 นาลกู ปลาใสถ่ งุ ละ 1,000 ตวั อดั ออกซิเจนเตม็ ถงุ และ มดั ปากถงุ อยา่ งแน่นหนา
 ในการขนสง่ ควรลดอณุ หภูมิ เพ่ือใหล้ กู ปลาเคล่ือนไหวนอ้ ยท่ีสดุ และปูพืน้ ดว้ ย
กระสอบป่ านชบุ นา้ และนา้ แข็งท่ีพืน้ เพ่ือป้องกนั ความรอ้ นจากพืน้ รถยนต์

ภำพที่ 8 การลาเลยี งลกู ปลากะพงขาวดว้ ยถงุ พลาสตกิ

9

7.2 ภำชนะแบบเปิ ด ใชล้ าเลยี งลกู ปลากะพงขาว ขนาด 3-4 นิว้
 ขนส่งดว้ ยรถยนตท์ ่ีมีถงั พลาสติก ขนาด 60-100 ลิตร โดยบรรจุนา้ 2 ใน 3 ส่วน

ของถงั ใสน่ า้ ท่ีสะอาดตามความเคม็ ท่ีใชใ้ นการอนบุ าล
 จานวนลกู ปลาตอ่ ถงั ขนึ้ อย่กู บั ขนาดของลกู ปลา
 มีเคร่ืองใหอ้ ากาศแบบชนิดแบตเตอร่ีหรือ เคร่ืองยนตข์ นาดเล็ก ใหอ้ ากาศตลอด

ระยะเวลาการเดนิ ทางจนถงึ กระชงั เลีย้ งปลา
ภำพท่ี 9 การลาเลียงลกู ปลากะพงขาวดว้ ยถงั พลาสตกิ

10

อนิ เทคค์ ฟี ด

8. สงิ่ ทตี่ อ้ งคำนึงในกำรปล่อย
ปล8ำ.1 เวลำทเ่ี หมำะสมสำหรับกำรปล่อยปลำ คือ เวลาเชา้ ตรูห่ รอื เยน็

 ก่อนปล่อยปลาตอ้ งตรวจวดั ความแตกตา่ งของอณุ หภมู ิและความเค็มของนา้ ใน
ภาชนะขนสง่ และนา้ ในกระชงั หรอื บ่อดนิ หากมคี วามแตกตา่ งกนั ควรทาการปรบั
อณุ หภมู แิ ละความเคม็ ของนา้ ใหใ้ กลเ้ คียงกนั กอ่ นทาการปลอ่ ย

 หากลาเลียงโดยบรรจุในถุง นาถุงบรรจุลูกปลาแช่น้า ให้ลอยอยู่ในกระชัง
ประมาณ 10-15 นาที เปิดปากถุงใหน้ า้ ในกระชงั ไหลเขา้ ไปในถุงอย่างชา้ ๆ ลกู
ปลาจะคอ่ ย ๆ วา่ ยออกมาจากถงุ

8.2 อัตรำปล่อยปลำ
 การเลีย้ งปลาในกระชงั สามารถปล่อยปลาลงเลีย้ งไดห้ นาแน่นกว่าบ่อดินหลาย

เท่า แตต่ อ้ งทาการคดั ขนาดลกู ปลาอย่างสม่าเสมอ ซง่ึ อตั ราการปลอ่ ยปลาขนึ้ อยู่
กบั การเลยี้ งในกระชงั หรือบอ่ ดนิ และขนึ้ อย่กู บั ขนาดของปลากะพง

11

9. กำรเลยี้ งปลำกะพงรุ่น

การเลยี้ งปลากะพงขาวนิยมเลีย้ งกนั อยู่ 2 วธิ ี ดงั นี้
9.1 กำรเลีย้ งปลำกะพงขำวในบ่อดิน เพ่ือใหป้ ลามีการเจริญเติบโตดีและใหผ้ ล
ผลิตท่ีมากขนึ้ ควรมขี อ้ พิจารณาในการเลยี้ งดงั นี้
กำรเลือกสถำนท่ี เพ่ือใหก้ ารเลีย้ งปลามีประสิทธิภาพและประหยดั ควรพิจารณา
ถงึ ปัจจยั ตา่ ง ๆ ดงั นี้
1. พืน้ ท่ีบอ่ เลีย้ งปลากะพงขาวควรมีถ่ายเทนา้ ไดด้ ี
2. นา้ ควรมีคณุ สมบตั ทิ ่ีเหมาะสมและมีปริมาณท่ีเพียงพอตอ่ การเลยี้ งปลา
3. การเขา้ ถงึ ไฟฟ้า ใชส้ าหรบั อปุ กรณเ์ พ่ิมอากาศในนา้ เคร่ืองสบู นา้ เป็นตน้
4. บ่อเลีย้ ง ควรอยหู่ ่างจากโรงงานอตุ สาหกรรม เพ่ือหลกี เล่ียงนา้ เสียมลพิษจากโรงงาน
5. ควรมตี ลาดรองรบั เพ่ือสะดวกในการจาหน่าย

ภำพท่ี 10 ลกั ษณะบอ่ ดนิ ท่ีใชเ้ ลยี้ งปลากะพง

12

อนิ เทคค์ ฟี ด

กำรเตรยี มบ่อ
1. บ่อเลีย้ งปลากะพงขาว ควรมีขนาด ½ - 2 ไร่ และความลกึ 1.5-2.0 เมตร รูปร่าง

บ่อเลยี้ งสว่ นใหญ่เป็นรูปส่เี หล่ยี มผืนผา้
2. ก่อนการเลีย้ งปลา ควรมีการลอกเลนทาความสะอาดบ่อ หากเป็นบ่อเก่าใชป้ นู

ขาวในอตั รา 25-30 ก.ก./ไร่ หวา่ นใหท้ ่วั บอ่ เพ่ือเป็นการฆ่าเชือ้ โรค แลว้ ตากบ่อใหแ้ หง้
3. นา้ ท่ีนาเขา้ บ่อเลีย้ ง ควรกรองผา่ นตะแกรงเพ่ือปอ้ งกนั ศตั รูของปลากะพงขาวโดย

ใสน่ า้ ในบ่อมคี วามลกึ ประมาณ 1.5-1.8 เมตร
สาหรบั ลกู ปลาท่ีนามาปลอ่ ยเลีย้ งควรมขี นาดความยาว 3-4 นิว้ และเป็นปลาท่ีฝึกให้

กินอาหารสาเรจ็ รูป อตั ราการปล่อยปลาคือ 4,000-5,000 ตวั ต่อไร่ ใหอ้ าหารสาเร็จรูป
วนั ละ 2 มือ้ โดยมีแนวทางการเลีย้ งปลากะพงบ่อดินตามตารางท่ี 2 เม่ือเลีย้ งปลาได้ 6
เดือน ปลาจะมีนา้ หนกั ประมาณ 500-800 กรมั อตั ราการรอดชีวิตของปลาประมาณ
70-80 %

ภำพที่ 11 การเลยี้ งปลากะพงขาวในบอ่ ดิน ดว้ ยอาหารสาเรจ็ รูป

13

ตำรำงที่ 2 แนวทางการเลยี้ งปลากะพงขาวในบอ่ ดนิ ดว้ ยอาหารสาเรจ็ รูป

แนวทำง วิธีกำร ผลทไ่ี ดร้ ับ

กาหนดพนื้ ท่ี - กนั้ คอกสาหรบั ปลอ่ ยปลาในบอ่ - ปลารูท้ ่ีกินอาหาร อาหาร
ปลอ่ ยปลาและฝึก เลยี้ งในสดั สว่ น 30% ของพืน้ ท่ี สญู เสยี นอ้ ย
กินอาหารในบอ่ เป็นเวลา 20 วนั ก่อนปลอ่ ยปลา - สะดวกตอ่ การฝึกใหก้ ินอาหาร
กระจายท่วั บอ่ - ปลาไดก้ ินอาหารอยา่ งท่วั ถงึ

- สรา้ งคอกใหอ้ าหารขา้ งในคอก

กาหนดจดุ ให้ ท่ีปลอ่ ยปลา - อาหารไมล่ อยตดิ ขอบบอ่
อาหาร - ใชอ้ วนมงุ้ ฟา้ กวา้ ง 90 ซม. ยาว - งา่ ยตอ่ การตรวจสอบการกิน
38-40 เมตร ลอ้ มกนั้ คอก เนอื้ อาหารของปลา
อวนจมอยใู่ นนา้ 30 ซม. เพ่อื ให้

ปลาเขา้ ออกได้

การปรบั เปลยี่ น - ใหอ้ าหารท่มี ีขนาดเหมาะสมกบั -อาหารสญู เสยี นอ้ ย
ขนาดอาหาร ขนาดปลา

14

อนิ เทคค์ ฟี ด

9.2 กำรเลีย้ งปลำกะพงขำวในกระชัง
ปลากะพงขาวท่ีจะปล่อยเลีย้ งในกระชงั ควรมีความยาวประมาณ 3-4 นิว้ ขนึ้ ไป

โดยทาการคดั เลือกปลาท่ีมีขนาดใกลเ้ คียงกนั เลีย้ งอย่ใู นกระชงั เดียวกนั เพ่ือป้องกนั การ
แย่งการกินอาหารของปลาท่ีมีขนาดใหญ่กว่า อัตราการปล่อยและการจัดการตาม
ตารางท่ี 3

เม่ือปลามีขนาดใหญ่ขนึ้ ตอ้ งทาการเปล่ียนกระชงั ตามความเหมาะสมของขนาด
ปลา หากปลามีขนาด 20 กรมั ขึน้ ไป เลีย้ งในกระชงั ขนาดตาอวน 3 เซนติเมตร ขนาด
กระชงั 3x3x2.5 เมตร, 4x4x2.5 เมตร และ 5x5x2.5 เมตร ในอตั ราการปลอ่ ย 100-200
ตวั ตอ่ ตารางเมตร เป็นตน้

นอกจากนีอ้ ตั ราการปลอ่ ยปลาขนึ้ อย่กู บั สภาพแวดลอ้ มและทาเลท่ีตงั้ ของกระชงั
เลีย้ งปลาดว้ ย จากนนั้ ทาการเลีย้ งปลากะพงขาวในกระชงั เป็นระยะเวลา 6-7 เดือนจะ
ไดข้ นาดตามท่ีตลาดตอ้ งการ (500-800 กรมั ) ซ่งึ ปลาจะมีอตั ราการรอดชีวิตประมาณ
70-80% ทงั้ นีข้ นึ้ อย่กู บั สภาพแวดลอ้ ม

ภำพที่ 12 ลกั ษณะการเลยี้ งปลากะพงในกระชงั

15

ตำรำงที่ 3 กำรเลีย้ งปลำกะพงรุ่น (Juvenile phase) ในกระชัง

ขนำดปลำ กำรจัดกำร ปล่อยปลำ
(ตวั /ตร.ม.)

3 นวิ้ ขนึ้ ไป เลยี้ งในกระชงั ไนลอ่ น ขนาดตาอวน 1.5 ซม. ขนาด 200-250
(10 กรมั ขนึ้ ไป) กระชงั 2x4x2 เมตร หรอื 2x3x1.5 เมตร

4 นวิ้ ขนึ้ ไป เลีย้ งในกระชัง ขนาดตาอวน 3 ซม. ขนาดกระชัง 100-200
(20 กรมั ขนึ้ ไป) 3x3x2.5 เมตร, 4x4x2.5 เมตร และ 5x5x2.5 เมตร

ทมี่ า: กองวจิ ยั และพฒั นาการเพาะเลยี้ งสตั วน์ า้ ชายฝ่งั , 2544

กำรดแู ลรักษำกระชงั
ผเู้ ลีย้ งปลากะพงขาวในกระชงั ตอ้ งหม่นั ตรวจสอบดแู ลกระชงั ใหส้ ะอาดอยู่เสมอ

เพ่ือใหน้ า้ ถา่ ยเทไดส้ ะดวก มีผลใหป้ ลากินอาหารไดด้ ี ทาใหป้ ลาเจริญเติบโตเรว็ ขนึ้
1. ทาความสะอาดกระชงั ทุก 10-15 วนั โดยใชแ้ ปรงขดั ถสู ่ิงสกปรก เช่น ตะไคร่

นา้ เพรียง เป็นตน้
2. หม่นั ตรวจสอบรูร่วั ของกระชงั ท่ีเกิดจากปหู รอื สตั วน์ า้ อ่นื ๆ กดั กระชงั ขาด ควร

ทาการซอ่ มแซมอย่างรวดเรว็
3. การป้องกนั ไมค่ วรใหเ้ ศษอาหารเหลอื ตกคา้ งอย่บู รเิ วณกน้ กระชงั ซง่ึ เป็นส่ือให้

ปมู ากดั กระชงั เพ่ือเขา้ มากินเศษอาหาร
4. หม่นั สงั เกตดอู าการความเป็นอย่ขู องปลา และการเกิดโรคตา่ ง ๆ

16

อนิ เทคค์ ฟี ด

10. อำหำรและกำรใหอ้ ำหำรปลำกะพง
ขำรวูปแบบของอาหารปลากะพงขาวในปัจจบุ นั ท่ีนิยมใชก้ นั ไดแ้ ก่…

1. อาหารสด ไดแ้ ก่ ปลาเป็ด (ปลาขนาดเลก็ จบั ไดจ้ ากประมงอวนรุน อวนลาก ฯลฯ)
และปลาสด (เชน่ ปลาหลงั เขียว ปลาขา้ งเหลือง ฯลฯ)

2. อาหารผสมสด หมายถึง อาหารจากการนาอาหารสด เช่น ปลาเป็ด มาผสมกบั
วตั ถดุ ิบอาหารสตั วใ์ นอตั ราสว่ นท่ีแตกตา่ งกนั และผลิตออกมาเป็นเมด็

-อาหารผสมสดมีลกั ษณะเป็นเมด็ จมนา้ เปียก เนอื่ งจากใชป้ ลาเป็ดทมี่ คี วามชนื้ เป็น
สว่ นผสม ทาใหม้ คี วามชนื้ มากกวา่ 50% ขนึ้ ไป

3. อาหารผสมอัดเม็ด เป็นอาหารท่ีสามารถปรุงแต่งอาหารใหม้ ีคุณภาพสูงตาม
ความตอ้ งการของปลา นาวตั ถุดิบอาหารรวมกัน เติมสารอาหารท่ีขาดหรือมีนอ้ ย เช่น
วิตามิน เกลือแร่ เติมสีแต่งกล่ินเพ่ือดึงดูดใหป้ ลากินอาหาร ผสมสารเหนียวเพ่ือให้
อาหารคงทนอยใู่ นนา้ ไดน้ าน

4. อาหารเมด็ ลอยนา้ สาเรจ็ รูป เป็นอาหารเม็ดท่ีผลิตขนึ้ มามีคณุ สมบตั ิลอยนา้ ไดด้ ี ทา
ใหส้ ะดวกตอ่ การจดั การและการตรวจสอบการกินอาหารของปลากะพงขาวไดช้ ดั เจน

ภำพที่ 13 การเลยี้ งปลากะพงในกระชงั ดว้ ยอาหารสาเรจ็ รูป

17

ตำรำงท่ี 4 ขอ้ ดแี ละขอ้ เสียของอาหารปลากะพงในรูปแบบตา่ ง ๆ

อำหำร ข้อดี ขอ้ เสยี

1. ปลาเป็ด - ราคาถูก ทาให้ต้นทุน - หากปลาไม่สด มีการสูญเสียระหว่างการ

, ปลาสด อาหารต่า เก็บรกั ษา อาจนาเชือ้ โรคและพยาธิมาสปู่ ลา

กะพงได้

- เสียเวลาในการคัดเลือกสัตว์น้าท่ีเป็ น

อนั ตรายออก เช่น ปลาปักเปา้ , ปลาววั

- เสียเวลาในเตรียมชืน้ เนือ้ ปลาใหเ้ หมาะสม
กบั ขนาดของปลาที่เลยี้ ง

- ความสม่าเสมอของคณุ ภาพควบคมุ ไดย้ าก

- สารอาหารอาจไม่เพียงพอตอ่ ความตอ้ งการ
ของปลา เช่น วติ ามินหรอื แรธ่ าตุ

- ใชพ้ นื้ ทเี่ ยอะและไมส่ ามารถจดั เก็บไดน้ าน

- การเลีย้ งปลาอยู่ในพืน้ ท่ีจากัดขยายหรือ
พฒั นาไดย้ าก เนื่องจากแหลง่ เลีย้ งปลาตอ้ ง

อยใู่ กลป้ ลาเหยื่อ

2. อาหาร - ตน้ ทนุ อาหารต่ากว่า เมื่อ - เสียเวลาในการเตรียมอาหารและคดั ปลามี

ผสมสด เทียบกบั อาหารสาเรจ็ รูป พิษออกจากปลาเป็ด

- ความสม่าเสมอของคุณภาพปลาเป็ ด

ควบคมุ ไดย้ าก

- สารอาหารอาจไม่เพียงพอตอ่ ความตอ้ งการ
ของปลากะพง

-ไม่สามารถจดั เก็บไดน้ านและอาหารตอ้ งแช่

เย็น

18

อนิ เทคค์ ฟี ด

ตำรำงที่ 4 ขอ้ ดแี ละขอ้ เสียของอาหารปลากะพงในรูปแบบตา่ ง ๆ (ตอ่ )

อำหำร ขอ้ ดี ขอ้ เสยี

3. อาหารผสม - สารอาหารเพียงพอต่อความ - อาหารจม ไม่สามารถตรวจสอบ

อดั เมด็ ตอ้ งการของปลา การกินของปลาได้

- ดงึ ดดู การกินอาหารของปลา - อายุการจัดเก็บต่า เม่ือเทียบกับ

- มีความคงทนอยใู่ นนา้ ไดน้ าน อาหารสาเรจ็ รูป

- ปลาไดร้ บั สารอาหารทส่ี ม่าเสมอ

4. อาหารเม็ด - สารอาหารเพียงพอต่อความ - ราคา 1 กก. สูง เมื่อเทียบกับ
ลอยนา้
สาเรจ็ รูป ตอ้ งการของปลา อาหารสด

- ดงึ ดดู การกินอาหารของปลา

- มคี วามคงทนอยใู่ นนา้ ไดน้ าน

- ปลาไดร้ บั สารอาหารที่สม่าเสมอ

- อาหารลอยน้า สามารถ

ตรวจสอบการกินของปลาได้

- น้าไม่เน่าเสียง่าย ง่ายต่อการ

จดั การ

- อายุการจัดเก็บนานขึ้น เม่ือ

เทียบกบั อาหารรูปแบบอ่นื ๆ

อำหำรเมด็ ลอยนำ้ สำเร็จรูป

19

10.1 คุณภำพของอำหำรปลำสำเร็จรูปทเ่ี หมำะสม
1. อตั รำกำรเจริญเตบิ โตต่อวัน (Average daily growth: ADG) จะทาใหร้ ูว้ า่ ปลา
มีนา้ หนกั เฉล่ยี ตอ่ วนั เพ่ิมขนึ้ วนั ละก่ีกรมั โดยคานวณจาก

อัตรำกำรเจริญเตบิ โตตอ่ วัน = นำ้ หนักเฉลย่ี ท่เี พม่ิ ขนึ้ ของปลำท่ีเลีย้ ง (กรัม)
จำนวนวนั

เช่น ส่มุ ปลาในวนั ท่ี 10 มีนาคม ปลากะพงมีนา้ หนักเฉล่ียตวั ละ 200 กรมั และทา
การส่มุ ช่งั นา้ หนกั ปลาอีกครงั้ ในวนั ท่ี 30 มีนาคม พบว่าปลากะพงมีนา้ หนกั เฉล่ียตวั ละ
300 กรมั หมายความว่าระยะเวลา 20 วนั ปลากะพงมีนา้ หนักเฉล่ียเพ่ิมขึน้ ตวั ละ 50
กรมั

เมือ่ คำนวณ อตั รำกำรเจริญเติบโตตอ่ วนั = (300–200) = 5 กรมั /วนั
20

แสดงใหเ้ หน็ วา่ ปลากะพงท่ีเลีย้ งในบอ่ แตล่ ะตวั มีนา้ หนกั ตวั เพ่ิมขนึ้ วนั ละ 5 กรมั /วนั
2. อัตรำกำรแลกเนือ้ (Feed conversion ratio: FCR) บอกถงึ ประสิทธิภาพของอาหาร
ท่ีปลากินได้ คือ ปรมิ าณอาหารท่ีใชใ้ นการผลติ ปลา 1 กิโลกรมั คานวณจาก

อตั รำกำรแลกเนือ้ = ปริมำณอำหำรที่ให้ปลำกนิ ทั้งหมด (กโิ ลกรมั )
น้ำหนักปลำที่จบั ได้ (กิโลกรมั )

เช่น อตั ราการแลกเนือ้ 1.4 หมายความวา่ ใหอ้ าหารปลากะพงไป 1.4 กิโลกรมั จะได้
ผลผลติ ของปลากะพง 1 กิโลกรมั

“ อาหารทีท่ าให้ปลามีน้าหนักเพ่ิมขึน้ ในแต่ละวัน และมีค่าอัตราแลกเนือ้ ต่า
คือ อาหารทมี่ ีประสิทธิภาพสูง จะทาให้ผู้เลีย้ งเลือกใช้อาหารได้อย่างคุ้มค่า”

20

อนิ เทคค์ ฟี ด

ในการเพาะเลีย้ งปลากะพงใหม้ ีอตั ราการเจริญเติบโต (ADG) ท่ีสงู และอตั ราการ
แลกเนื้อ (FCR) ต่านั้น คุณภาพของอาหารและการจัดการมีความสาคัญมาก ซ่ึง
นอกเหนือจากการจดั การท่ีดีแลว้

ผเู้ ลีย้ งปลาจงึ ตอ้ งคานงึ ถงึ คณุ ภาพของอาหารเป็นสาคญั ซง่ึ อาหารสาเรจ็ รูปท่ีดี
มีคณุ ภาพ ควรมีลกั ษณะดงั นี้

1. สสี วย และสม่าเสมอ
2. กล่นิ หอม ไมเ่ หมน็ หืน
3. ไมจ่ บั ตวั เป็นกอ้ น ไมเ่ ปียกชนื้ และไมข่ นึ้ รา
4. ขนาดเมด็ สม่าเสมอ
5. ลอยตวั อย่ใู นนา้ ไดน้ าน

ภำพท่ี 15 ลกั ษณะอาหารสาเรจ็ รูป ชนิดเมด็ ลอยนา้ ท่ีดี
21

อำหำรปลำทะเลกนิ เนือ้ ชนิดเมด็ ลอยนำ้ เช่น ปลำกะพง ปลำกะรัง
สูตรพเิ ศษของ อนิ เทคค์ ฟี ด มีดอี ยำ่ งไร ?
เป็ นอำหำรทพี่ ถิ พี ิถันภำยใตเ้ ทคโนโลยี คอื ...

ข้อดขี องอมิ มูนเทคค์ เทคโนโลยี ตอ่ กำรเลยี้ งปลำ
 โปรแกรมเสรมิ สรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ในปลา
 กระตนุ้ ภมู กิ นั ในปลา ดว้ ยสว่ นผสมของยีสตส์ ารเสริม
 ดงึ ดดู การกิน เพ่ิมอตั ราการกิน
 คณุ ภาพคงท่ี
 รกั ษาส่ิงแวดลอ้ ม

อีกทั้ง อำหำรปลำทะเลกินเนื้อ ของ อินเทคค์ ฟี ด มีกรดไขมันสำยกลำง
(Medium chain fatty acids หรือ MCFA) เป็ นองคป์ ระกอบ มผี ลทำให้...

 ชว่ ยปรบั สมดลุ ระบบทางเดินอาหาร และช่วยเพ่ิมการดดู ซมึ สารอาหาร
 ช่วยยบั ยงั้ และตอ่ ตา้ นการตดิ เชือ้ แบคทีเรยี ที่กอ่ โรคในปลาทะเล
 ช่วยกระตนุ้ สรา้ งระบบภมู ิคมุ้ กนั ทาใหป้ ลามีสขุ ภาพแข็งแรงและเพมิ่ การรอดชีวิต
 ช่วยเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการผลติ และลดการใชย้ าปฏชิ ีวนะในระหวา่ งการเลยี้ งปลา

22

อนิ เทคค์ ฟี ด

10.2 กำรใหอ้ ำหำรปลำกะพงขำว
1. ปริมาณอาหารท่ีใหส้ าหรบั การเพาะเลีย้ งปลากะพง ขนึ้ อย่กู ับขนาดของปลา

และอายุ ดงั ภาพท่ี 16 และตารางท่ี 5
2. ควรใหอ้ าหารเวลาเดิม และใหอ้ าหารท่ีเดิมทกุ ครงั้ เพ่ือปลาจะไดเ้ กิดความจา

หากเป็นกระชงั ควรโยนอาหารใหเ้ ป็นบริเวณตน้ นา้ ท่ีเร่ิมไหลเขา้ กระชงั
3. ควรใหโ้ ดยการหว่านหรือโยนอาหารเป็นครงั้ ๆ ละนอ้ ย ๆ เม่ือเห็นปลาฮุบกิน

อาหารหมดแลว้ จงึ หวา่ นอาหารครงั้ ตอ่ ไป
4. สงั เกตการกินอาหารของปลาใหท้ ่วั ถงึ และเร่งใหก้ ินเม่ือปลาแย่งอาหาร คอย

สงั เกตดูหากปลากินอาหารชา้ ลง หรือไม่ขึน้ มาฮุบอาหาร แสดงว่าปลาใกลจ้ ะอ่ิม จึง
หยดุ ใหอ้ าหาร เพ่ือป้องกนั ไมใ่ หอ้ าหารเหลือ

ภำพที่ 16 โปรแกรมการใหอ้ าหารปลากะพง อนิ เทคค์ ฟีด

23

ตำรำงท่ี 5 อาหารปลาทะเลกินเนือ้ เช่น ปลากะพง ปลากะรงั อาหารชนิดเมด็ ลอย

ฟิ ชเฟิ รส์ น.น.ปลำทะเล คุณคำ่ ทำงสำรอำหำร (%) ให้อำหำร/ มอื้ /วนั
น.น. ตวั (%)
(เบอร)์ (กรมั ) โปรตีน ไขมัน กำก ควำมชนื้

490 5-20 42 6 4 12 5-7 2

491 1 นวิ้ -10 42 8 4 12 5-7 2

492 10-20 42 8 4 12 5-7 2

493 20-50 42 8 4 12 5-7 2

494 50-150 40 7 4 12 4-5 2

495 150-300 40 7 4 12 3-4 2

496 300-600 38 7 4 12 2.5-3 2

497 600-900 38 7 4 12 1.5-2.5 2

498 900-1,800 36 7 5 12 1-1.5 1-2

499 มากกวา่ 1,800 36 7 5 12 0.5-1 1-2

อำหำรปลำทะเลกนิ เนือ้ ชนิดเมด็ ลอยน้ำ
เช่นปลำกะพง ปลำกะรัง

24

อนิ เทคค์ ฟี ด

11. คุณภำพนำ้ ในกำรเพำะเลีย้ งปลำกะพง

ตขำำรวำงที่ 6 คณุ ภาพนา้ ท่ีเหมาะสมตอ่ การเพาะเลีย้ งปลากะพงขาว

คุณภำพนำ้ ค่ำที่เหมำะสม

ปรมิ าณออกซเิ จนทลี่ ะลายนา้ (DO: Dissolved Oxygen) ไมต่ ่ากวา่ 5.0 มลิ ลกิ รมั /ลติ ร

อณุ หภมู ิ (Temperature) 28-32 องศาเซลเซียส

ความเป็นกรดหรอื ดา่ ง (pH) 6.5-9.0

ความเป็นดา่ ง (Alkalinity) 80-120 มิลลกิ รมั /ลติ ร

ความเค็ม (Salinity) 29-32 ppt

ความโปรง่ ใส (Transparency) 180-280 เซนตเิ มตร

แอมโมเนีย (Ammonia, NH3) ไมเ่ กิน 0.02 มิลลกิ รมั /ลติ ร

ไนไตรท์ (NO2-) นอ้ ยกวา่ 1 มลิ ลกิ รมั /ลติ ร

ไนเตรท (NO3-) นอ้ ยกวา่ 150 มลิ ลกิ รมั /ลติ ร

ความขนุ่ (Turbidity)

- ของแขง็ แขวนลอย ขนาดอนภุ าคมากกวา่ 1 ไมโครเมตร 2-10 มลิ ลกิ รมั /ลติ ร

- ของแขง็ แขวนลอย ขนาดอนภุ าคนอ้ ยกวา่ 1 ไมโครเมตร 2-3 มลิ ลกิ รมั /ลติ ร

ทีม่ า: Contribution to the FAO UNDP Training Course on Seabass Spawning and Larval Rearing held at the
National Institute of Coastal Aquaculture (NICA). Songkhla, Thailand, 1–20 June 1982.

ภำพท่ี 17 ชดุ สารสาหรบั ตรวจวดั คณุ ภาพนา้
25

12. โรคและกำรป้องกันรักษำ
โรค โรคท่ีพบในปลากะพง แบ่งออกเป็น โรคไม่ติดเชือ้ (เกิดจากสาเหตุ การขาด
สารอาหาร, คณุ ภาพนา้ และสารพิษ) ดงั ภาพท่ี 18 และโรคติดเชือ้ (เกิดจากการติดเชือ้
ปรสติ , แบคทีเรยี , เชือ้ รา และไวรสั ) ดงั ตารางท่ี 7

ภำพท่ี 18 โรคไมต่ ิดเชือ้ ในปลา

26

อนิ เทคค์ ฟี ด

ตำรำงที่ 7 โรคและกำรป้องกันรักษำโรค

โรคติดเชือ้ ปรสติ

สำเหตุ อำกำร กำรรักษำ กำรป้องกนั

1. โรคจุดขำว - เกิดเมื่อน้าเลี้ยงปลา - มีจดุ กลมขาวท่ีลาตวั ครบี - ใชส้ ารคอปเปอรซ์ ลั เฟต - ทาความสะอาดและฆ่าเชือ้ ท่ีกระชงั
สกปรก ทาใหซ้ ิลิเอตโปร - ว่ายนา้ ควงสว่านเป็นครงั้ เขม้ ขน้ 0.5 ppm เป็นเวลา สวิง และอุปกรณ์อ่ืนๆ ที่ใช้อย่าง
โตซัวท่ีเกาะตามภาชนะ คราว และถตู วั กบั กระชงั 5-7 วนั สมา่ เสมอ
ห รื อ วั ต ถุ ใ น แ ห ล่ ง น้ า - ไมก่ ินอาหาร - แช่น้าจืดครัง้ ละ 1 ชม. - ใหอ้ าหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
- รว มกลุ่มที่ผิ ว น้า เ พ่ื อ ติดตอ่ 2-3 วนั ครบถ้วน จะช่วยให้ปลาแข็งแรง
ทมี่ า: ศนู ยว์ จิ ยั สขุ ภาพสตั วน์ ้าสงขลา, 2562 เ มื่ อ อ า ก า ศ เ ย็ น เ ชื ้อ จ ะ หายใจจนกระท่งั ตาย ตา้ นทานโรคอีกทางหนง่ึ
แตกตวั ออกมาเกาะปลา - แชฟ่ อรม์ าลนี เขม้ ขน้ 20-
บรเิ วณผิวตวั และเหงอื ก - สีลาตัวคลา้ ลง ครีบหลัง 30 ppm ติดตอ่ 1-2 วนั - ทาความสะอาดกระชงั เลยี้ ง โดยการ
หรอื ครบี หางขาดลยุ่ เหงือก - แช่ฟอร์มาลีนเข้มข้น เปลี่ยนบ่อย ๆ (2 เดือนครงั้ เป็นอย่าง
2. โรคเห็บระฆงั - เกิดจากซลี ีเอคโปรโตซวั อาจซีดและชา้ 250 ppm เป็ นเวลา 30- นอ้ ย) ฆ่าเชอื้ โรคท่กี ระชงั โดยการแชใ่ น
- เห็บระฆังอาศัยอยู่ท่ี - สภาพแวดลอ้ มที่ไม่ดีทา 60 นาที คลอรีนเข้มข้น 30 กรัมต่อน้า 1,000
ทม่ี า: ศูนยว์ จิ ยั สขุ ภาพสตั วน์ า้ สงขลา, 2562 ตะกอนอาหารสะสมอยทู่ ี่ ให้ปลาอ่อนแอ เห็บระฆัง ลติ ร นาน 2 วนั แลว้ นาไปตากใหแ้ หง้
พืน้ ดินและเพิ่มจานวนได้ เขา้ เกาะทาลายปลาทนั ที
ในแหลง่ นา้ ที่ถา่ ยเทนา้ ไม่
ดี หรอื ทีส่ กปรก

27

การเลยี้ งปลากะพง เชงิ การคา้

ตำรำงท่ี 7 โรคและกำรป้องกันรักษำโรค (ต่อ)

สำเหตุ อำกำร กำรรกั ษำ กำรป้องกนั

3. โรคปลงิ ใส - เกิดจากปรสิตพวกตัว - สลี าตวั คลา้ ลง อา้ ปากทีผ่ ิว - แชฟ่ อรม์ าลีนเขม้ ขน้ 250 - เม่ือนาปลาจากท่ีอื่นมาเลีย้ ง ควรส่มุ

แบน (ปลิงใส) เขา้ ไปเกาะ น้า หากมีปลิงใสเกาะอยู่ ppm นาน 30 นาที วันละ ปลาตรวจก่อนลงเลีย้ ง หากพบปลิงใส

ตามตวั และเหงือก มากจะมองเห็นเหงือกมี ครงั้ ติดต่อ 3 วัน หรือจน เพียงเล็กน้อยควรกา จัดด้วยน้ายา

สภาพแดงชา้ หายจากโรค ฟอร์มาลีนเข้มข้น 250 ppm นาน 30

- ปลากินอาหารนอ้ ยลง และ นาที กอ่ นปลอ่ ยลงเลยี้ งรวมกบั ปลาอ่นื

ทม่ี า: www.marineparasites.com/ มอี ตั ราการตายสงู

4. โรคแฟลกซแิ บคเตอร์ - เกิดจากแบคทีเรียสกุล - มีแผลเล็ก ๆ ท่ีตวั หางกดุ มี -ผสมออกซิเตตราไซคลิน - คัดปลาอย่างระมัดระวังไม่ให้เกล็ด

แฟลกซิแบค เข้าทาลาย ตะกอนสีเหลืองบรเิ วณแผล อัตราส่วน 150-200 มก./ หลุด หรือผิวหนังถลอก โดยเฉพาะฤดู

ป ล า ท่ี เ กิ ด แ ผ ล ถ ล อ ก - มีเกล็ดหลุดเป็ นแถบ ๆ อาหาร 1 กก. ร่วมกับแช่ รอ้ น ควรคัดแยกปลาช่วงเชา้ หรือเย็น

หลงั จากคดั แยก คล้ายแผลไฟไหม้หรือน้า ปลาในด่างทับทิบเขม้ ขม้ เทา่ นนั้ เพื่อลดความเครยี ดใหป้ ลา

ทมี่ า: ศูนยว์ จิ ยั สขุ ภาพสตั วน์ ้าสงขลา, 2562 รอ้ นลวก 2 ppm นาน 30 นาที วัน - ให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ละครงั้ ตดิ ตอ่ กนั 3 วนั ค รบ ถ้ว น จะช่ว ยใ ห้ป ล า แ ข็ งแ ร ง

ตา้ นทานโรคอกี ทางหน่ึง

หมายเหต:ุ ฟอรม์ าลีนเขม้ ขน้ 250 ppm หมายถึง สารฟอรม์ าลีน 250 ซซี ี ตอ่ นา้ 1,000 ลติ ร, ฟอรม์ าลนี เขม้ ขน้ 20-30 ppm หมายถงึ สารฟอรม์ าลีน 20-30 ซีซี ตอ่ นา้ 1,000 ลติ ร

ดา่ งทบั ทบิ เขม้ ขม้ 2 ppm หมายถงึ ดา่ งทบั ทบิ 2 ซีซี ตอ่ นา้ 1,000 ลติ ร, มก. ยอ่ มาจาก มลิ ลกิ รมั , กก. ย่อมาจาก กิโลกรมั

28

อนิ เทคค์ ฟี ด

ตำรำงท่ี 7 โรคและกำรป้องกันรักษำโรค (ต่อ)

โรคติดเชือ้ แบคทีเรีย

สำเหตุ อำกำร กำรรักษำ กำรป้องกนั

5. โรคสเตรปโตคอคสั - เกิดจากแบคทีเรียสกุล - ว่ายนา้ เฉ่ือย ตาโปนขาว มี -ผสมออกซิเตตราไซคลิน - ไมค่ วรนาปลาเป็นโรคมาเลยี้ งปนกบั
สเตปโตคอคัส เข้าไป แผลนูนชา้ บริเวณโคนครีบ อั ต ร า ส่ ว น 150 ม ก . / ปลาที่ไม่เป็นโรค ควรผ่านการตรวจ
อาหาร 1 กก. กินติดตอ่ 5 และรกั ษาใหห้ ายเสยี กอ่ น
ทาลายอวยั วะภายใน โดย หลัง เม่ือผ่าทอ้ งดจู ะเห็นตบั วนั - ใหอ้ าหารท่ีมีคณุ ค่าทางโภชนาการ
ครบถ้วน จะช่วยให้ปลาแข็งแรง
ตดิ เชอื้ จากอาหารและการ ชา้ มา้ มและไตบวม กำรรกั ษำ ตา้ นทานโรคอีกทางหน่งึ

นาปลาเป็นโรคเขา้ ฟารม์ -ผสมออกซิเตตราไซคลิน กำรป้องกนั
อั ต ร า ส่ ว น 150 ม ก . /
ทมี่ า: ศูนยว์ จิ ยั สขุ ภาพสตั วน์ า้ สงขลา, 2562 สำเหตุ อำกำร อาหาร 1 กก. กิน 5 วนั - ควบคมุ คณุ ภาพนา้ ใหเ้ หมาะสม
-ใช้จุลินทรีย์ผสมอาหาร - เลยี้ งปลาท่ีความหนาแนน่ เหมาะสม
6. โรคติดเชือ้ กลุม่ วบิ ริโอ - เกิดจากเชือ้ กลุ่มวิบริโอ - ปลาที่ติดเชือ้ มีแผลตาม ใหก้ ิน เพื่อลดเชอื้ ก่อโรค - เลีย้ งปลาดว้ ยอาหารที่มีคณุ คา่ ทาง
เป็นแบคทีเรยี แกรมลบ ล า ตั ว ต ก เ ลื อ ด แ ล ะ มี - ลดเชอื้ โดยการถา่ ยนา้ โภชนาการครบถ้วนจะช่วยให้ปลา
ทม่ี า: ศูนยว์ จิ ยั สขุ ภาพสตั วน์ ้าสงขลา, 2562 ของเหลวสะสมในช่องท้อง แข็งแรงตา้ นทานโรค
ทาใหป้ ลามีอาการทอ้ งบวม
นา้

29

การเลยี้ งปลากะพง เชงิ การคา้

ตำรำงที่ 7 โรคและกำรป้องกันรักษำโรค (ต่อ)

โรคติดเชอื้ รำ

โรคท่เี กิดจำกเชอื้ รำ สำเหตุ อำกำร กำรรักษำ กำรป้องกนั

- เกิดจากเชอื้ ราทีอ่ าศยั - ลาตวั หรอื ไข่ปลามีเสน้ ใยสี - แช่ในไตรฟูลาลิน 0.08- - บ่อท่ีคณุ ภาพนา้ ไมด่ ี มกั เป็นสาเหตุ
0.1 ppm ของการเกิดเชือ้ รา ใชว้ สั ดปุ ูนในการ
ในอาหารท่ีตกคา้ งใน ขาว - แช่ด่างทับทิม ความ จบั ตะกอน 60 กิโลกรมั /ไร่
เข้มข้น 0.01 ppm เป็ น - จดั การอาหารไมใ่ หเ้ หลือบรเิ วณขอบ
บอ่ หรอื บอ่ สกปรก ไปมี - ป ล า ว่า ยน้า ใช้ลาตัวถู เวลา 30 นาที บ่อหรือกระชัง เนื่องจากเป็นสาเหตุ
ของเชอื้ ราได้
เชือ้ รำบนตัวปลำ ผลทาใหป้ ลาที่ออ่ นแอ กระชงั หรอื บอ่ - เลีย้ งปลาดว้ ยอาหารท่ีมีคณุ ค่าทาง
(เช่น ขาดสารอาหาร โภชนาการครบถว้ นอย่ตู ลอดเวลา จะ
ชว่ ยใหป้ ลาแข็งแรงตา้ นทานโรค
อากาศหนาว คุณภาพ

นา้ ต่า) ป่ วยเป็นโรคตดิ

เชอื้ รา

เชือ้ รำบนไขป่ ลำ

ทม่ี า: ศูนยว์ จิ ยั สขุ ภาพสตั วน์ ้าสงขลา, 2562

หมายเหต:ุ สารไตรฟลู าลนิ เขม้ ขน้ 0.08-0.1 ppm หมายถงึ สารไตรฟลู าลนิ 0.08-0.1 ซซี ี ตอ่ นา้ 1,000 ลติ ร หรือ สารไตรฟลู าลนิ 8-10 ซีซี ตอ่ นา้ 100 ลกู บากศเ์ มตร

30

อนิ เทคค์ ฟี ด

ตำรำงท่ี 7 โรคและกำรป้องกันรักษำโรค (ต่อ)

โรคตดิ เชอื้ ไวรัส

สำเหตุ อำกำร กำรรกั ษำ กำรป้องกนั

1. โรคหูดปลำ - เกิดจากไวรสั พวกลิม - มีตุ่มเล็กๆ ใสคลา้ ยเม็ด - ไม่ต้องใช้ยา เพียงแต่ - อยา่ นาปลาเป็นโรคมาเลยี้ งรวมกบั
อย่าไปรบกวนใหป้ ลาชา้ ปลาปกติ พรอ้ มกับดแู ลสขุ ภาพปลา
โฟซิสติส เข้าไปทาให้ สาคูจับกันเป็นก้อน ติดอยู่ เทา่ นนั้ อาการของโรคจะ ใหแ้ ข็งแรงอยเู่ สมอ
หายไปเองภายใน 2-3 - เลยี้ งปลาดว้ ยอาหารที่มคี ณุ คา่ ทาง
เซลลผ์ ิวหนังขยายตัว ตามครีบ และครีบหาง พบ เดือน โภชนาการครบถ้วนอยู่ตลอดเวลา
จะช่วยใหป้ ลาแข็งแรงตา้ นทานโรค
อยา่ งผิดปกติ เฉพาะในปลากะพงขาว - ยังไม่มียาและสารเคมี และสภาพแวดลอ้ มท่ีไมเ่ หมะสม
ในการรกั ษา - ควรหลีกเลี่ยงการคัดแยกหรือขน
2. โรคอริ ิโดไวรสั -เกิดจากเชือ้ อิริโดไวรสั - ออ่ นเพลีย ลาตวั ซดี ไมก่ ิน ยา้ ยปลาในฤดแู ลง้
เข้าไปทาลายอวัยวะ อาหาร ตายอยา่ งเฉียบพลนั - เลยี้ งปลาดว้ ยอาหารทม่ี ีคณุ คา่ ทาง
สรา้ งเลือด ซึ่งมีอยู่ใน ภายใน 2-3 วัน หลังจาก โภชนาการครบถ้วนจะช่วยใหป้ ลา
ไต และมา้ ม แสดงอาการ แข็งแรงตา้ นทานโรค

31

การเลยี้ งปลากะพง เชงิ การคา้

12. กำรเจรญิ เตบิ โตและกำรจับจำหน่ำย

การเลีย้ งปลากะพงขาวในบ่อดินหรอื กระชงั เพ่ือใหไ้ ดข้ นาดท่ีตลาดตอ้ งการ (500-
800 กรัม) ใชร้ ะยะเวลาเลีย้ งประมาณ 6-7 เดือน ส่ิงท่ีผูเ้ ลีย้ งปลาควรทาคือ ตรวจสอบ
ขนาด และจานวนปลาใหแ้ น่นอนกอ่ นตดิ ตอ่ ผซู้ ือ้ และตอ้ งไมล่ มื วา่ ความสดของปลาช่วยให้
ราคาปลาสงู ขนึ้ จงึ ควรรกั ษาความสดของปลากะพงขาวอยเู่ สมอ

ภำพที่ 19 ปลากะพงขาวในบอ่ ดนิ หรอื กระชงั ทม่ี ีขนาดท่ีตลาดตอ้ งการ

13. ปัญหำและอุปสรรคในกำรเลีย้ งปลำ
กะพงขำว

1. ปัญหาการตายของปลาเน่ืองจากโรคและพยาธิ ซ่งึ พบไดท้ งั้ ในปลาวยั อ่อน จนถึง
ขนาดพ่อแมพ่ นั ธุท์ ่ีมนี า้ หนกั 3-4 กิโลกรมั ขนึ้ ไป

2. ปัญหาการกินกนั เองของปลากะพงขาว ซง่ึ เป็นลกั ษณะนิสยั ท่วั ไปของปลากินเนือ้ จงึ
ควรหม่นั คดั ขนาดของปลาแยกออกไปเลยี้ งตา่ งหาก

32

อนิ เทคค์ ฟี ด

อำหำรปลำอนิ เทคค.์ ..

อาหารปลาท่ีผ่านการผลิตอย่างพิถีพิถนั ภายใตเ้ ทคโนโลยีใหม่ คือ อิมมนู เทคค์
เทคโนโลยี โดยการคดั สรรวตั ถดุ ิบอาหารสตั วแ์ ละสารเสรมิ เพ่ือกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั โรค
และเพ่ิมความสามารถในการตา้ นทานโรคใหด้ ีขนึ้ อีกทงั้ ปรบั สภาวะการผลติ ใหมท่ า
ใหย้ ่อยและดดู ซมึ อาหารไดด้ ขี นึ้

อิมมนู เทคค์ เทคโนโลยี ดงึ ดดู และกระตนุ้ กำร
กนิ อำหำร
เปปไตดส์ ำยสนั้
และกรดอะมโิ น ละลำยชำ้ สญู เสยี น้อย

เจรญิ เติบโตดี ไม่มีสำรตกค้ำง
มพี ัฒนำกำรสมบรู ณ์ เป็ นมติ รกับสง่ิ แวดลอ้ ม

บริษัท อนิ เทคค์ ฟี ด จำกัด

77/12 หมู่ 2 ถ. พระรำม 2 ต. นำโคก อ. เมอื งสมุทรสำคร จ. สมุทรสำคร 74000
โทร. 034-851-211, 034-851-219 แฟกซ์ : 034-851-112
Website : www.Inteqcgroup.com

33

การเลยี้ งปลากะพง เชงิ การคา้

บันทกึ ควำมสำเร็จ

...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................

34

อนิ เทคค์ ฟี ด

บันทกึ ควำมสำเร็จ

...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................

35

เอกสารอ้างอิง

กรมประมง. (2520). การเลยี้ งปลากะพงขาวในกระชงั , วารสารเกษตรกร. กรมประมง กระทรวง
เกษตรและสหกรณ.์ 3(9) : 48-52

กรมประมง. (2523). การเลยี้ งปลานา้ กรอ่ ย. กรุงเทพฯ : กรมประมง.
สโมสรนิสิตคณะประมง. (2531). การเพาะเลีย้ งปลากะพงขาว (หลกั การและแนวปฏิบัติ).

กรุงเทพมหานคร: สานกั พมิ พช์ ่อนนทร.ี
กรมประมง. (2536). การเลยี้ งปลานา้ กรอ่ ย. กรุงเทพฯ : กรมประมง.
กรมประมง. (2542). คณุ ภาพนา้ ชายฝ่ังทะเลตงั้ แต่ อาเภอปากพนงั จงั หวดั นครศรธี รรมราช ถงึ

อาเภอเมอื งปัตตานี จงั หวดั ปัตตานี ระหวา่ งปี 2535-2539.กรุงเทพฯ : กรมประมง.
กรมประมง. (2544). การเลยี้ งปลานา้ กรอ่ ย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตร

แหง่ ประเทศไทยจากดั .
กรมประมง. (2544). พืน้ ท่ีเลยี้ งสตั วน์ า้ ชายฝ่ังสารวจในปี 2544. กรุงเทพฯ:กองเพาะเลยี้ งสตั วน์ า้

ชายฝ่ัง กรมประมง.
กรมประมง. (2562). โรคปลาทะเล, ศนู ยว์ ิจัยสตั วส์ งขลา, กองวิจัยปละพฒั นาสขุ ภาพสตั วน์ า้

กรมประมง. กรุงเทพฯ: กรมประมง.
Contribution to the FAO UNDP Training Course on Seabass Spawning and Larval Rearing

held at the National Institute of Coastal Aquaculture (NICA). Songkhla, Thailand, 1-20
June 1982.

สอบถามข้อมูลเพม่ิ เตมิ ได้ท่ี
โทร. 034-886 132-56

1011 (ฝ่ ายขายและการตลาด) / 2353 (ฝ่ ายวิชาการ)
Fax. 034-851 167


Click to View FlipBook Version