The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nana.krid, 2021-07-08 07:56:57

นวัตกรรม-สุขะ-ม.5-ยาเสพติด7

นวัตกรรมการเรียนการสอน



แบบฝึกทักษะสุขศึกษา เรื่อง การใช้ยาและสารเสพติด



ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2563
























โดย


นายกฤษณะ ถึกไทย



ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ









โรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม “จงจินต์รุจิรวงศ์อุปถัมภ์”



อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด


สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด

คำนำ




เอกสารประกอบการเรียนรู้ แบบฝึกเสริมทักษะสุขศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
5 ฉบับนี้ ทางผู้ศึกษาได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งมีเนื้อหา
ตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการจัดทำเนื้อหาและแบบฝึกใบงานพร้อมเฉลยให้สามารถ
ศึกษาได้เอง เอกสารประกอบการเรียนรู้เล่มนี้ได้รวบรวมเรียบเรียงสาระสำคัญโดยสังเขปชัดเจน เนื้อหาที่ได้

ื่
บรรจุในเอกสารประกอบการเรียนรู้เล่มนี้ได้มาจากการศึกษาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อแกนกลางเพอให้
มีความเหมาะสมกับนักเรียนเป็นที่สุด
ผู้ศึกษาขอกราบขอบพระคุณ เพื่อนครู ครูผู้อาวุโส ครูชำนาญการ ศึกษานิเทศน์ และผู้อำนวยการ
โรงเรียนที่ได้กรุณาให้คำแนะนำและตรวจสอบความถูกต้องของแบบฝึกเสริมทักษะสุขศึกษา เรื่องการใช้ยาและ

สารเสพติด กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ฉบับนี้ด้วยดี และขอบใจนักเรียนทุกคนที่ให้
ความร่วมมือในการเรียนและช่วยแก้ไขขอผิดพลาดบางประการจนทำให้เอกสารฉบับนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น การ


เรียนการสอนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหากมความผิดพลาดข้อบกพร่องข้อเสนอแนะ คำ
ติชมใดพึงมี ถือเป็นการสร้างกุศลยิ่งแก่แวดวงวิชาการผู้เขียนขอน้อมรับและปรับปรุงแก้ไขเสมอ



.........................................................

ผู้จัดทำ

คำแนะนำสำหรับครูการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสุขศึกษา






การนำแบบฝึกทักษะสุขศึกษาฉบับนี้ ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูควรให้คำแนะนำในการเรียนรู้

พร้อมทำข้อตกลงในการเรียน และปฏิบัติดังนี้
1. ครูผู้สอนควรให้คำแนะนำขั้นตอนการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสุขศกษา เรื่องการใช้ยาและสารเสพติด

กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาแก่นักเรียนอย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนแต่ละคนเขาใจตรงกัน รวมทั้งการให้

คะแนนทั้งการทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน และคะแนนจากแบบฝึกเสริมทักษะแต่ละกิจกรรม
2. แบบฝึกเสริมทักษะฉบับนี้ นอกจากการใช้สอนตามแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว ยังสามารถนำใช้สอน

เสริมนอกเวลาเรียนปกติ หรือตามความเหมาะสม
3. ครูผู้สอนต้องอธิบายขั้นตอนการใช้แบบฝึกเสริมทักษะนี้กับนักเรียนทีละขั้นตอน โดยให้นักเรียนทำ
แบบทดสอบก่อนศึกษาเนื้อหาและทำแบบฝึกเสริมทักษะครูจะต้องบันทึกคะแนนทุกครั้งไว้ด้วย

4. ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามความเหมาะสม โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการ
เรียนรู้สุขศึกษา เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้
5. ครูผู้สอนให้นักเรียนศึกษาองค์ความรู้ ที่อยู่ในแบบฝึกเสริมทักษะโดยศึกษา ทำความเข้าใจอธิบาย
ซักถาม ประกอบแล้วจึงให้นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะในแต่ละกิจกรรม

6. ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะตั้งแต่ต้นจนจบตามลำดับใน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่วางไว้
7. ครูผู้สอนตรวจแบบฝึกเสริมทักษะที่นักเรียนได้ทำใบกิจกรรมพร้อมบันทึกคะแนนทุกครั้งให้
เรียบร้อยให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน

8. ครูผู้สอนดำเนินการตรวจแบบฝึกทักษะทั้งหมดและสังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมของนักเรียน
บันทึกคะแนน และแจ้งผลการประเมินแก่นักเรียนเป็นรายบุคคลและแจ้งนักเรียนต่อไป

คำแนะนำสำหรับนักเรียนการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสุขศึกษา






เอกสารประกอบการเรียนรู้ แบบฝึกเสริมทักษะสุขศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาที่สร้างขึ้นนี้
ื่
จัดทำขึ้นเป็นนวัตกรรมสำหรับจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพอให้นักเรียนได้ศึกษาด้วย
ตนเองและมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้ยาและสารเสพติด ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนใช้ได้ถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้


นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ ถึงความสำคัญในการศึกษาคนคว้าและเป็น ดังนั้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ
จัดการเรียนรู้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
1. ให้นักเรียนอ่านคำแนะนำสำหรับนักเรียนก่อนลงมือศึกษาเอกสารประกอบ การเรียนรู้เล่มนี้ทุกครั้ง
2. นักเรียนควรอ่านและทำแบบทดสอบก่อนเรียนตามที่กำหนดไว้ในแบบฝึกเสริมทักษะให้ครบทุกกิจกรรม


3. นักเรียนควรตั้งใจศึกษาและทำความเข้าใจคำชี้แจง และคำสั่งกอนที่จะลงมือปฏิบัติกิจกรรมในแบบฝึกเสริม
ทักษะต่างๆ ตามทกำหนดไว้ในแบบฝึกเสริมทักษะ
ี่

4. นักเรียนควรอ่านทบทวนแบบฝึกเสริมทักษะแต่ละแบบฝึกที่ทำทุกครั้งกอนส่งครู เพื่อตรวจทานความถูกต้อง
5. นักเรียนควรสำรวจตนเองว่าทำคะแนนในแบบฝึกเสริมทักษะในแต่ละแบบฝึกและแบบประเมินต่างๆ ผ่าน
เกณฑ์อยู่ในระดับใด เพอแกไขข้อบกพร่องและพัฒนาตนเองให้มีความสามารถมากขึ้น
ื่

6. ให้นักเรียนตั้งใจทำแบบทดสอบหลังเรียนด้วยความตั้งใจและเต็มความสามารถ เพราะคะแนนที่ได้จากการทำ
แบบทดสอบหลังเรียนจะเป็นคะแนนเก็บที่ใช้ในการประเมินผลของนักเรียน
7. หากนักเรียนมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจในเนื้อหาของเอกสารประกอบการเรียนรู้ เล่มนี้และต้องการทบทวน

ิ่

เนื้อหาใหม่อีกครั้งหรือต้องการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เป็นตัวอย่างในกรณีศกษาเพมเติม นักเรียนสามารถ
ยืมเอกสารประกอบการเรียนรู้เล่มนี้ได้แต่ต้องรักษาให้อยู่ในสภาพดีเสมอ

สารบัญ




เรื่อง หน้า

คำนำ 1

คำแนะนำสำหรับครูการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสุขศึกษา 2
คำแนะนำสำหรับนักเรียนการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสุขศึกษา 3
แบบทดสอบก่อนเรียน 4

ใบความรู้ 7
ใบงานที่ 1 19
ใบงานที่ 2 21
ใบงานที่ 3 22

ใบงานที่ 4 23
ใบงานที่ 5 24
ใบงานที่ 6 26
แบบทดสอบหลังเรียน 28

แบบบันทึกคะแนน 30

4




แบบทดสอบกอนเรยน

ี่
ื่
ชอ ชั้น เลขท
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการติดยา 6. ข้อใดจัดเป็นสารเสพติดธรรมชาติ
ก. การเลือกซื้อยาราคาถก ก. เฮโรอีน มอร์ฟีน

ข. ยามีสีสันน่ารับประทาน ข. โคเคน ทินเนอร์
ค. การหลงเชื่อคำโฆษณา ค. เห็ดขี้ควาย กัญชา ฝิ่น
ง. การซื้อยาตามความนิยม ง. แอลเอสดี กาว แอมเฟตามีน


2. การติดยาชูกำลังเกิดจากสาเหตุใด 7. ยาเสพติดประเภทใดมฤทธิ์หลอนประสาท
ก. สาเหตุจากร่างกายมีอาการปวดเมื่อย ก. โคเคน
ข. สาเหตุจากร่างกายเกิดอาการง่วงซึม ข. กระท่อม

ค. สาเหตุจากร่างกายต้องการพลังงานทดแทน ค. เห็ดขี้ควาย
ง. สาเหตุจากการอ่อนเพลียเนื่องจากทำงานหนัก ง. แอมเฟตามีน
3. การใช้ยาแก้ง่วง เป็นสาเหตุสำคัญในการนำไปสู่การติด 8. สภาพครอบครัวในข้อใดนำไปสู่ปัญหาสารเสพติดใน
สารเสพติดประเภทใด ชุมชน

ก. ยาบ้า ก. สภาพครอบครัวที่อบอุ่น
ข. ยาแก้ปวด ข. สภาพครอบครัวที่แตกแยก
ค. ยาแก้แพ ้ ค. สภาพครอบครัวที่มีฐานะยากจน
ง. ยาสเตียรอยด์ ง. สภาพครอบครัวที่มีกิจกรรมร่วมกัน

4. ลักษณะอาการที่เกิดจากการใช้ยาลดความอ้วนเป็น 9. ข้อใดไม่จัดเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง
อย่างไร ก. เห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ก. รู้สึกง่วงอยู่ตลอดเวลา ข. มองโลกในแง่ร้าย
ข. หงุดหงิด เวียนศีรษะ ค. มีทักษะในการปฏิเสธ

ค. ใจสั่น ง่วงนอน ท้องผูก ง. ตระหนักในคุณค่าของตนเอง
ง. กระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา 10. ข้อใดมีความสำคัญที่สุดในการสร้างความเข้มแข็งและ
5. หากเกิดอาการแพ้ยา ควรปฏิบัติอย่างไร ป้องกันปัญหาสารเสพติด

ก. ลดปริมาณยาลงจากเดิม ก. ชุมชน
ข. เปลี่ยนยาทันทีที่รู้ว่าแพ ้ ข. โรงเรียน
ค. ซื้อยาแก้แพ้มารับประทาน ค. ครอบครัว
ง. หยุดใช้ยาทันทีและจดชื่อยาไว้ ง. หน่วยงานภาครัฐ

เฉลย
1. ข 2. ง 3. ก 4. ข 5. ง 6. ค 7. ค 8. ข 9. ข 10. ค

5


กระดาษคำตอบ




เรื่องการใช้ยาและสารเสพติด



ชื่อ...............................................................................เลขที่........................



ทดสอบก่อนเรียน



ข้อ ก ข ค ง

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10





คะแนนที่ได้__________คะแนน


คะแนนเต็ม 10 คะแนน

6


ใบความรู้

7
ยาและการใช้ยา


ความหมายและความสำคัญของยา

• ยา หมายถึง สารหรือวัตถุที่ให้ผลต่อร่างกายและจิตใจ โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อการวิเคราะห์ บำบัด บรรเทา รักษา

และป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วยของมนุษย์และสัตว์

ยา” หมายความว่า (ในพระราชบัญญัติ พ.ศ.2522 )


(1) วัตถุที่รับรองไว้ในตำรายาที่รัฐมนตรีประกาศ

(2) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการวินิจฉัย บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรือความเจ็บป่วยของมนุษย์หรือ

สัตว์

(3) วัตถุที่เป็นเภสัชเคมีภัณฑ์ หรือเภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป หรือ


(4) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับให้เกิดผลแก่สุขภาพ โครงสร้าง หรือการกระทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์

วัตถุตาม (1) (2) หรือ (4) ไม่หมายความรวมถึง


(ก) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการเกษตรหรือการอุตสาหกรรมตามที่รัฐมนตรีประกาศ


(ข) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้เป็นอาหารสำหรับมนุษย์ เครื่องกีฬา เครื่องมือ เครื่องใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ
เครื่องสำอาง หรือเครื่องมือและส่วนประกอบของเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบโรคศิลปะหรือวิชาชีพเวชกรรม

(ค) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในห้องวิทยาศาสตร์สำหรับการวิจัย การวิเคราะห์ หรือการชันสูตรโรคซึ่งมิได้กระทำ

โดยตรงต่อร่างกายของมนุษย์

ประเภทของยา


สามารถแบ่งออกเป็นประเภทได้ ดังนี้

ประเภทของยาแบ่งตามลักษณะการควบคุมการจำหน่ายได้ 4 ประเภท คือ
1.ยาสามัญประจำบ้าน (household medicine) หมายถึง ยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรี(กระทรวง


สาธารณสุข) ประกาศเป็นยาสามัญประจำบ้านซึ่งมีฉลากแสดงสรรพคุณและวิธีใช้อย่างละเอยดยาสามัญประจำบ้านนี้
เป็นยาที่มีพิษน้อยมากโดยเฉพาะเมื่อใช้ถูกต้องตามคำแนะนำฉลากยา จึงเป็นยาที่ควรเลือกใช้ในการรักษาอาการ
เจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ และควรมีไว้ประจำตู้ยาในบ้าน ยาประเภทนี้มีจำหน่ายทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบอนุญาต

8
























2.ยาอันตราย (dangerous drug) หมายถึง ยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรี(กระทรวงสาธารณสุข)
ประกาศเป็นยาอันตราย ตามกฎหมายยาอันตรายจะต้องจำหน่ายโดยเภสัชกรหรือผู้ที่อยู่ในความควบคุมของเภสัชกร


เท่านั้น และที่ข้างบรรจุภัณฑ์ของยาอันตรายจะมอกษรสีแดงบอกว่าเป็นยาอันตรายอย่างชัดเจน ยาอันตรายนี้เป็นยาที่
ทำให้เกิดพิษภัยแก่ผู้ใช้ได้ง่าย หากใช้ไม่ถูกวิธี การใช้ยาอันตรายต้องใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ควร
ซื้อยาอันตรายใช้เอง





















3.ยาควบคุมพิเศษ (special controlled drug) หมายถึง ยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรี(กระทรวง

สาธารณสุข) ประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ และที่ข้างบรรจุภัณฑ์ของยาควบคุมพิเศษจะมีอักษรสีแดงบอกว่าเป็นยา
ควบคุมพิเศษอย่างชัดเจน โดยที่เภสัชกรควรให้คำแนะนำและจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น พร้อมทั้งมีการจดบันทึก
รายการซื้อขายยา

9











































4.ยาอื่นๆ (other drugs) ที่ไม่เข้าอยู่ใน 3 ประเภทข้างต้น ยาประเภทนี้จะขายได้ทั้งในร้ายขายยาแผนปัจจุบันทั่วไป

และร้านขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ



























ประเภทของยาแบ่งตามกำเนิดของยาได้ 3 ประเภท คือ


1.ยาแผนปัจจุบัน (modern drugs) หมายถึง ยาที่มุ่งสำหรับใช้ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม การประกอบโรค
ศิลปะแผนปัจจุบันหรือบำบัดโรคสัตว์

10

2.ยาแผนโบราณ (traditional drugs) หมายถึง ยาที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณหรือ
การบำบัดโรคสัตว์ ซึ่งอยู่ในตำราแผนโบราณที่รัฐมนตรี (กระทรวงสาธารสุข) ประกาศ หรือยาที่รัฐมนตรี (กระทรวง

สาธารณสุข) ประกาศเป็นยาโบราณ หรือยาที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับยาเป็นโบราณ

3.ยาสมุนไพร (herbal medicine) หมายถึง ยาที่ได้รับจากพฤกษชาติ สัตว์ หรือแร่ ซึ่งมิได้ผสม ปรุง หรือแปร
สภาพ


ประเภทของยาแบ่งตามการใช้งานของยาได้ 2 ประเภท คือ

ยาใช้ภายนอก หมายความว่า ยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่มุ่งหมายสำหรับใช้ภายนอก ทั้งนี้ ไม่รวมถึง
ยาใช้เฉพาะที่

ยาใช้เฉพาะที่ หมายความว่า ยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่มุ่งหมายใช้เฉพาะที่กับหู ตา จมูก ปาก
ทวารหนัก ช่องคลอด หรือท่อปัสสาวะ


ประโยชน์ของการใช้ยา

ื่
• เพื่อการรักษาโรคให้หายขาด เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะเพอใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อ หรือการใช้ยาเพอรักษา
ื่
โรคเรื้อรังและโรคทั่วไปต่างๆ เป็นต้น

• เพื่อการควบคุมโรคหรือบรรเทาอาการต่างๆ เช่น ไอ เป็นไข้ คัน เป็นต้น ซึ่งยาที่ใช้ในการรักษาจะต้องมี
สรรพคุณตรงกับอาการที่ผู้ป่วยเป็นอยู่

• เพื่อการป้องกันโรค เช่น การใช้ยาเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ ได้แก่ การฉีดวัคซีน ป้องกันโรคระบาด การ
ให้วัคซีนป้องกัน โรคโปลิโอในเด็ก เป็นต้น


ปัญหาและผลกระทบจากการใช้ยา

1. เกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจในการใช้ยา

2. คุณภาพของยาไม่ได้มาตรฐาน หรือยาอาจหมดอายุแล้ว

3. พยาธิสภาพของผู้ใช้ยา เช่น พันธุกรรม สภาพร่างกายของแต่ละคน มีผลต่อการใช้ยาแตกต่างกัน

11

สาเหตุของการใช้ยาผิดหรือการติดยา


การใช้ยาผิดหรือการติดยาเป็นผลมาจากพฤติกรรมของบุคคลในการเลือกใช้ยาที่ไม่เหมาะสมต่อการรักษาโรค
รวมทั้งในด้านประเภทของยา บุคคล เวลา วิธีการใช้ ขนาด ตลอดจนระยะเวลาที่กำหนด โดยมีสาเหตุที่สำคัญในการ
ใช้ยาผิดหรือการติดยา ดังนี้

• เลือกซื้อยาที่มีราคาถูก และหาซื้อได้ง่าย หรือซื้อตามความนิยมตามสังคม •มีความเชื่อแบบผิดๆ ว่ายาบาง

ชนิดรักษาโรคนี้ได้

• หลงเชื่อคำโฆษณาของสรรพคุณยาชนิดนั้น

• เลียนแบบบุคคลที่ใกล้ชิด เช่น คนในครอบครัว เพื่อน เป็นต้น

• ขาดความระมัดระวังในการใช้ยา ขาดมาตรการในการลงโทษต่อการซื้อขายยา และการผลิตยาที่ไม่ถูกต้อง

สถานการณ์การใช้ยาในปัจจุบัน


• ในสภาพสังคมปัจจุบันที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า ทำให้สินค้าทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคถูกคิดค้นขึ้นใหม่ เพอ
ื่
อำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ รวมไปถึงยาต่างๆ ที่มีส่วนต่อการดำรงชีวิต ซึ่งหากเรามีความรู้ความเข้าใจในการใช้
ยาที่ถูกต้อง ย่อมจะส่งผลดีต่อผู้ใช้ยา แต่หากมีพฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ดังนี้


1.การใช้ยาเพื่อคลายความเครียด 2.การใช้ยาชูกำลัง 3.การใช้ยาแก้ง่วง 4.การใช้ยาแก้ปวด 5.การใช้ยาชุด 6.การใช้ยา
ลดความอ้วน 7.ยาและอาหารเสริม

ปัญหาและอันตรายจากการใช้ยา


• การแพ้ยา การแพ้ยาเป็นภาวะที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงต่อการตอบสนองของยา เนื่องจากเคยได้รับยา
ชนิดนั้นมาก่อนแล้ว ซึ่งทำให้เกิดการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า “สิ่งต่อต้าน” ขึ้นมา ทำให้เกิดอาการ
ต่างๆ เช่น เป็นผื่นคันและบวม อาเจียน ช็อก หรืออาจเสียชีวิตได้ เป็นต้น


• การดื้อยา การดื้อยาเป็นผลจากการใช้ยาไม่ถูกกับชนิดของเชื้อโรค ไม่ถูกขนาด ไม่ครบจำนวน หรือไม่ถูก
ตามกำหนดเวลาที่สามารถทำลายเชื้อโรคนั้น และจะเกิดการต่อต้านยาชนิดนั้นขึ้น


• ผลข้างเคียงขฟองการใช้ยา หมายถึง ผลหรืออาการอื่นๆ ของยาที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากภาวะการรักษา
โรคอันมีผลต่อสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงในระยะเวลาหนึ่ง หรือแสดงอาการอย่างชัดเจน

• การติดยา ยาบางชนิดถ้าใช้ไม่ถูกต้องหรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน อาจจะมีผลต่อการติดยาขนาน

นั้นได้ง่าย

• พิษของยา การใช้ยาเกินขนาดเพราะใช้ไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ซึ่งมีผลต่อระบบ
อวัยวะของร่างกายต่างๆ ดังนี้


1.ระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ กระวนกระวาย


2.ระบบเส้นประสาท ทำให้หูอื้อ หูตึง หูหนวก

12

3.ระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ เกิดความผิดปกติของเม็ดเลือด


4.ระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร


5.ครรภ์มารดา มีอันตรายต่อทารกในครรภ์ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียอวัยวะตั้งแต่ตั้งครรภ์

6.อวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ไต ที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกาย แต่เนื่องจากสถานการณ์ที่ต้องทำงาน

หนัก หรือได้รับยาบางชนิด ส่งผลต่อสภาพของร่างกายได้ เป็นต้น

แนวทางการจัดกิจกรรมป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้ยา


ตัวอย่างแนวทางการจัดกิจกรรมป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้ยา มีดังนี้

• แสดงบทบาทสมมติเมื่อไปซื้อยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกร บอกรายละเอียดยาที่ใช้ ประวัติการแพ้ยา
ผลข้างเคียง


• นำตัวอย่างยาที่ใช้อยู่ประจำ หรือที่เคยรับประทาน มาอธิบายให้เพื่อฟัง ทั้งชื่อยา สรรพคุณ การใช้ยา ข้อ
ระมัดระวังในการใช้ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับยา และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง


• สาธิตการอ่านฉลากยา โดยนำฉลากยาหลากหลายประเภทมาอ่านให้เพื่อนในห้องฟัง และควรเน้นย้ำให้
เพื่อนในห้องฟังและปฏิบัติตามเกี่ยวกับการเก็บรักษายา


• เชิญวิทยากรมาบรรยาย ถึงยาที่ใช้รับประทานที่มีปฏิกิริยาระหว่างยา อาหาร เครื่องดื่ม หรืออาหารเสริม
และวิธีการหลีกเลี่ยง


• ยกตัวอย่างกรณีศึกษา หรือบุคคลที่รู้จักวิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยา

แนวทางการจัดกิจกรรมป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้ยา


ตัวอย่างแนวทางการจัดกิจกรรมป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้ยา มีดังนี้

• แสดงบทบาทสมมติเมื่อไปซื้อยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกร บอกรายละเอียดยาที่ใช้ ประวัติการแพ้ยา
ผลข้างเคียง


• นำตัวอย่างยาที่ใช้อยู่ประจำ หรือที่เคยรับประทาน มาอธิบายให้เพื่อฟัง ทั้งชื่อยา สรรพคุณ การใช้ยา ข้อ
ระมัดระวังในการใช้ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับยา และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง


• สาธิตการอ่านฉลากยา โดยนำฉลากยาหลากหลายประเภทมาอ่านให้เพื่อนในห้องฟัง และควรเน้นย้ำให้
เพื่อนในห้องฟังและปฏิบัติตามเกี่ยวกับการเก็บรักษายา


• เชิญวิทยากรมาบรรยาย ถึงยาที่ใช้รับประทานที่มีปฏิกิริยาระหว่างยา อาหาร เครื่องดื่ม หรืออาหารเสริม
และวิธีการหลีกเลี่ยง


• ยกตัวอย่างกรณีศึกษา หรือบุคคลที่รู้จักวิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยา

13
• องค์การอนามัยโลกได้ให้ความหมายของคำว่า “สารเสพติด” ไว้ว่า สารเสพติด คือ สารที่การทำกิจกรรมที่

ตนเองชื่นชอบ ในยามว่าง สามารถป้องกันการติดสารเสพติดได้เสพเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดความต้องการทั้งทาง
ร่างกายและจิตใจ โดยไม่สามารถหยุดเสพได้และจะต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจเสพเข้าสู่ร่างกายโดยการ
กิน สูบ ฉีด หรือดมเป็นเวลาติดต่อกัน จนในที่สุดร่างกายจะทรุดโทรมและจิตใจอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ ทำให้เกิดโรคภัย
ไข้เจ็บแก่ร่างกายและจิตใจ


สถานการณ์เกี่ยวกับสารเสพติดในปัจจุบัน

• ปัญหาการใช้สารเสพติดเป็นปัญหาที่บ่อนทำลายชาติอย่างทั่วโลก การปราบปรามไม่สามารถจะทำลายหรือ

ทำให้สำเร็จได้ง่าย เพราะมีผลประโยชน์เกี่ยวพันกันอย่างมหาศาล ซึ่งปัจจุบันยังมีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชน ดังนั้นการหาแนวทางแก้ไขที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อชุมชนที่จะสร้างพลัง
ในการช่วยป้องกันชุมชนของตนเองให้มีความปลอดภัยจากสารเสพติด เป็นชุมชนที่มีสุขภาพดี มีความสุข ทั้งตนเอง
และบุคคลที่อยู่ร่วมกันในชุมชน ตามปัจจัยตามหลักระบาดวิทยา


ปัจจัยเชื่อมโยงที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของสารเสพติด


• บุคคล กลุ่มเป้าหมาย ผู้ค้า

• สารเสพติด มีการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น


• สิ่งแวดล้อม ทั้งครอบครัว ชุมชน เศรษฐกิจ การเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
























ผลกระทบที่เกิดจากสารเสพติด


ปัญหาสารเสพติดมีผลกระทบต่อบุคคล ครอบครัว และชุมชน ดังต่อไปนี้


ปัญหาสุขภาพ สารเสพติดก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้
ด้านร่างกาย • ทำให้ร่างกายทรุดโทรม สมองเสื่อม สติปัญญาลดลง น้ำหนักลด ความต้านทานของร่างกายน้อยลง
บุคลิกภาพแปรปรวน อารมณ์และจิตใจไม่ปกติ ฟุ้งซ่าน ขาดความรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น

14


โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง โรคไวรัสตับอักเสบ โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ เป็นต้น ตลอดจนการเสียชีวิต
เนื่องจากการใช้สารเสพติดเกินขนาด

ด้านจิตใจ • มีอาการของโรคจิต โรคประสาท เช่น ซึมเศร้า หดหู่ ชอบแยกตัวอยู่คนเดียว คลุ้มคลั่ง จิตใจเลื่อนลอย

ประสาทหลอนจนถึงขั้นซึมเศร้ารุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายในที่สุด

ปัญหาครอบครัว • ทำให้ครอบครัวแตกแยก เกิดการทะเลาะวิวาท การลักขโมย รายได้ตกต่ำ ไม่พอเลี้ยงครอบครัว
ขาดความรักความอบอุ่น ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ซึ่งเป็นต้นเหตุนำไปสู่การเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา


ปัญหาชุมชนและสังคม • ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ เช่น ลักทรัพย์ ปล้นจี้ ฆ่าตัดตอน ก่อเหตุทะเลาะวิวาท
การถูกสังคมรังเกียจ การขายบริการ ทางเพศเพื่อแลกกับการซื้อยามาเสพ การทอดทิ้งบุตร เป็นต้น


ปัญหาเศรษฐกิจ • สารเสพติดบ่อนทำลายเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศชาติที่จะต้องใช้ในการดำเนินการ
ป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ประชาชนขาดรายได้ ประชาชนว่างงาน






































สถานการณ์เสี่ยงที่นำไปสู่ปัญหาสารเสพติดในชุมชน


การที่บุคคลใช้สารเสพติดนั้นเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกมาในด้านของร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ซึ่งจะ
เป็นสถานการณ์เสี่ยงที่จะนำไปสู่ปัญหาสารเสพติดในชุมชนได้ ดังนี้

สถาบันครอบครัว สภาพครอบครัวที่แตกแยก หย่าร้าง ขาดความอบอุ่น ขาดการอบรมสั่งสอน ขาดผู้นำ
ครอบครัว การถูกทอดทิ้ง ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวที่จะนำไปสู่การใช้สารเสพติดได้ จึงมักมีคำกล่าวว่า “ครอบครัว

คือภูมิคุ้มกันสารเสพติด” พฤติกรรมส่วนบุคคล การเที่ยวเตร่ตามสถานบันเทิงในเวลากลางคืน การอยากทดลอง

15

การเลียนแบบจากบุคคลในครอบครัว เพื่อน ผู้ใกล้ชิด หรือผู้ที่ตนชื่นชอบ การอยากให้สังคมยอมรับ เป็นต้น
กลุ่มคนที่มีแนวโน้มต่อสารเสพติดในชุมชน ผู้มีอิทธิพลที่เป็นผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้จำหน่าย แหล่งผลิต แหล่งจำหน่ายภายใน

หรือบริเวณรอบๆ ชุมชน ความอ่อนแอทางสังคม และวัฒนธรรมของชุมชน การมีแหล่งเสื่อมโทรม ชุมชนแออัด การ
ขาดความรัก ขาดการมีส่วนร่วม ขาดความรับผิดชอบ ขาดกฎระเบียบของชุมชน เป็นต้น สถาบันทางการศึกษา
โรงเรียน ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง ชุมชน มีส่วนช่วยพัฒนาเยาวชน ตลอดจนกลุ่มเพื่อนซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล

มากกว่าครอบครัว สถาบันทางสังคมและการเมือง ด้านมาตรการทางสังคม การเมือง ขาดกฎระเบียบ กฎหมายหย่อน
ยานที่เอื้อต่อกลุ่มบุคคลบางคนของภาครัฐ และการเมืองสภาพสังคมอ่อนแอ เสื่อมโทรม

ลักษณะทางจิตที่เสี่ยงต่อการติดสารเสพติด ลักษณะทางจิตที่เสี่ยงต่อการติดสารเสพติด มีดังนี้ •มุ่งอนาคต
และควบคุมตน นักเรียนที่มีความมุ่งอนาคตต่ำ ย่อมไม่ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตนในอนาคต เช่น นักเรียนที่ไม่

ตั้งใจเรียน มีชีวิตอยู่โดยไม่มีจุดมุ่งหมาย จึงมีแนวโน้มที่เสี่ยงต่อการติดสารเสพติด เพื่อใช้เป็นทางออกของชีวิตใน
ปัจจุบัน เป็นต้น •ความเชื่ออำนาจในตน นักเรียนที่มีความเชื่ออำนาจในตน จะเป็นผู้ที่เข้าใจชีวิต สามารถยอมรับว่าสิ่ง
ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเป็นเพราะการกระทำของนักเรียนเอง ดังนั้น นักเรียนที่มีความเชื่ออำนาจในตนสูงจะปลอดภัย
และเอา ตัวรอดจากการติดสารเสพติดได้ ซึ่งตรงข้ามกับนักเรียนที่มีความเชื่ออำนาจนอกตน ซึ่งมีความคิดว่าสิ่งที่

เกิดขึ้น ในชีวิตเป็นเรื่องบังเอญ ขึ้นอยู่กับโชคชะตา วาสนาเคราะห์กรรม หรือเกิดจากการกระทำของผู้อน จึงมีโอกาส
ื่

เสี่ยงต่อการติดสารเสพติดได้มาก
การป้องกันปัญหาและแก้ไขปัญหาสารเสพติด

การพัฒนาบุคคล เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการที่คนจะติดหรือเป็นทาสสารเสพติดมาจากปัจจัยของบุคคล อัน

เนื่องมาจากสภาพทั้งร่างกายและจิตใจที่มีผลกระทบมากที่สุด ซึ่งการพัฒนาบุคคล สามารถใช้กลวิธีต่างๆ ดังนี้

การพัฒนาบุคคล เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการที่คนจะติดหรือเป็นทาสสารเสพติดมาจากปัจจัยของบุคคล อัน
เนื่องมาจากสภาพทั้งร่างกายและจิตใจที่มีผลกระทบมากที่สุด ซึ่งการพัฒนาบุคคล สามารถใช้กลวิธีต่างๆ ดังนี้

• การให้การศึกษา ให้ความรู้ทั้งในโรงเรียนและแหล่งชุมชน


• ให้ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ ผ่านเสียงตามสายโรงเรียน ชุมชน
หอกระจายข่าวตามหมู่บ้าน สถานีอนามัย

• จัดกิจกรรมสัมมนา การฝึกอบรม การอภิปราย การโต้วาทีหรือรณรงค์การป้องกันยาเสพติด

• จัดกิจกรรมทางเลือก กิจกรรมนันทนาการ เช่น การออกกำลังกาย การแข่งกีฬา การเข้าค่ายธรรมะ


• การสร้างภูมิคุ้มกันเดินรณรงค์การป้องกันยาเสพติด การรู้ถูกผิด โทษของยาเสพติด

สังคมและสิ่งแวดล้อม มีกลวิธี ดังนี้

ครอบครัว


• ครอบครัวต้องมีความรักใคร่ กลมเกลียวกัน สร้างความอบอุ่น พึ่งพาอาศัยกันและกันช่วยกันแก้ไขปัญหา
อุปสรรคต่างๆ

• การให้การศึกษาแก่สมาชิกในครอบครัว จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ดี

16

• การให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่สมาชิกในครอบครัว เกี่ยวกับปัญหาสารเสพติด


เพื่อน

• ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น การออกค่ายอาสา ออกกำลังกาย การเล่นกีฬา
การเชียร์กีฬานันทนาการ เป็นต้น

• เลือกคบเพื่อน โดยใช้กระบวนการของการตัดสินใจการปฏิเสธ เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันปัญหาสารเสพติด
โรงเรียนและสถานศึกษา


• ครู-อาจารย์ ต้องรับนโยบายสถานศึกษา ตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลนักเรียนหรือนักศึกษา
อย่างใกล้ชิด รวมถึงเป็นที่ปรึกษาปัญหาต่างๆ ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

17



































หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกลวิธี ดังนี้

• การกำหนดนโยบาย แผนงาน กิจกรรม เพื่อป้องกันปัญหาสารเสพติดอย่างต่อเนื่อง


• การกำหนดพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงานที่เหมาะสม

• การผสมผสานมาตรการ วิธีการ กลวิธีหลายๆ วิธี เช่น การใช้สื่อข่าวสารการโฆษณา การจัดนิทรรศการ
การประชุมสัมมนา เป็นต้น

• ประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาด


• สนับสนุนทรัพยากรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการดำเนินงาน

• การใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในชุมชน เพื่อพัฒนา ทดสอบ ปรับปรุงคุณภาพให้เหมาะสมต่อการสร้างงานและ
สร้างคนของชุมชน




แนวทางการจัดกิจกรรมป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด

การแก้ไขปัญหาสารเสพติดในชุมชนควรคำนึงถึงสภาพปัญหาที่แท้จริง โดยให้ชุมชนมองดูตนเองจาก
องค์ประกอบต่างๆ ๔ ประการ คือ

จุดแข็ง หมายถึง การวิเคราะห์ความพร้อม สิ่งที่ชุมชนมีอยู่ที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด


จุดอ่อน หมายถึง การวิเคราะห์หาปัญหา ข้อบกพร่องของชุมชนต่อสถานการณ์การป้องกันและแกไขปัญหา


18

โอกาส หมายถึง สิ่งที่สนับสนุนเกื้อกูลแก่ชุมชน เช่น งบประมาณที่มีต่อชุมชน ในการป้องกันและฟื้นฟ ู
กำหนดนโยบายอย่างชัดเจนร่วมกันของรัฐและชุมชน การแก้ไขกฎหมาย มาตรการให้มีบทลงโทษอย่างหนัก เป็นต้น


ข้อจำกัดและภัยคุกคาม หมายถึง สิ่งที่เป็นอุปสรรค เช่น มีการผลิต และจำหน่ายรอบชุมชนทั้งรายใหญ่ ราย
ย่อย ขาดงบประมาณ มีแหล่งอบายมุขเพิ่มขึ้น เป็นต้น

กฎหมายเกี่ยวกับสารเสพติด

พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕ จัดให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของ

สำนักงานเป็นเขตสูบบุหรี่หรือเขตปลอดบุหรี่ ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

• จัดเขตสูบบุหรี่ให้มีสภาพลักษณะ และมาตรฐานตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสภาพลักษณะ
เขตสูบบุหรี่ ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท


• ติดเครื่องหมายแสดงเขตปลอดบุหรี่ในโรงเรียน โรงพยาบาล ศาสนสถาน ท่าอากาศยาน สนามกีฬา
ธนาคาร สถานที่ออกกำลังกาย ห้างสรรพสินค้า และสถานที่สาธารณะทั่วไป ให้อยู่ในบริเวณที่มองเห็นชัดเจน ผู้ใดฝ่า
ฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕

• “ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด” หมายความว่า การกระทำใดๆ อันเป็นการบำบัดการติดสารเสพติดและ

ฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ติดสารเสพติดรวมถึงการรักษาสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ซึ่งเสพสารเสพติดให้
กลับ สู่สภาพปกติโดยไม่เสี่ยงต่อการเป็นผู้ติดสารเสพติด

• ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

• จัดให้มีคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด


พระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. ๒๕๓๓

• “สารระเหย” หมายความว่า สารเคมีหรือผลิตภัณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศว่าเป็นสารระเหย

• “ผู้ติดสารระเหย” หมายความว่า ผู้ซึ่งต้องใช้สารระเหยบำบัดความต้องการของร่างกายหรือจิตใจเป็น
ประจำ

















19
ใบงานที่ 1 รอบรู้เรื่องยา

ชื่อ ชั้น เลขที่
คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามที่กำหนดให้ถูกต้อง


1. การใช้ยาเพื่อป้องกันโรค เป็นการใช้ยาในลักษณะใด







2. ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการใช้ยา มีสาเหตุมาจากอะไร







3. สถานการณ์การใช้ยาในปัจจุบันเกิดจากสาเหตุใด







4. ยาที่มีส่วนประกอบของสารสเตียรอยด์ ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร







5. การใช้ยาเกินขนาด ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร

20
เฉลย ใบงานที่ 1 รอบรู้เรื่องยา

ชื่อ ชั้น เลขที่
คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามที่กำหนดให้ถูกต้อง


1. การใช้ยาเพื่อป้องกันโรค เป็นการใช้ยาในลักษณะใด
เป็นการใช้ยาเพอป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดต่างๆ การให้วัคซีนป้องกัน
ื่
โรคโปลิโอในเด็ก

2. ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการใช้ยา มีสาเหตุมาจากอะไร

ขาดความรู้ในการใช้ยา คุณภาพของยาซึ่งเป็นผลมาจากการเก็บยา การผลิตยาที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และ
พยาธิสภาพของผู้ใช้ยา เช่น พันธุกรรม สภาพร่างกาย
3. สถานการณ์การใช้ยาในปัจจุบันเกิดจากสาเหตุใด


1) การใช้ยาชูกำลัง เนื่องจากเกิดการออนเพลียจากการทำงานหนัก หรือการอดนอน
2) การใช้ยาแก้ปวด เพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก
3) การใช้ยาลดความอ้วน เพอแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน รูปร่างไม่สวยงาม
ื่
4. ยาที่มีส่วนประกอบของสารสเตียรอยด์ ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร

เมื่อรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีผลต่อกระดูก กล้ามเนื้อ และส่งผลให้การทำงานของตับ ไต

ผิดปกติ และอาจทำให้เสียชีวิตได้
5. การใช้ยาเกินขนาด ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร
การใช้ยาเกินขนาดส่งผลกระทบต่อระบบอวัยวะของร่างกาย เช่น ระบบประสาทส่วนกลาง (ทำให้ปวด

ศีรษะ นอนไม่หลับ) ระบบเส้นประสาท (ทำให้หูอื้อ หูตึง หูหนวก) ระบบทางเดินอาหาร (ทำให้เกิดแผลในกระเพาะ

อาหาร)

21
ใบงานที่ 2 รอบรู้เรื่องยา

ชื่อ ชั้น เลขที่
คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามที่กำหนดให้ถูกต้อง

ตัวอย่างสารเสพติด / ลักษณะอาการ
ประเภทการออกฤทธิ์
ตัวอย่างสารเสพติด ลักษณะอาการ


………………………………………….………. ………………………………………….……….
………………………………………….………. ………………………………………….……….


ประเภทกดประสาท ………………………………………….………. ………………………………………….……….
………………………………………….………. ………………………………………….……….


………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

ประเภทกระตุ้นประสาท ………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

ประเภทหลอนประสาท ………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน ………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

………………………………………….………. ………………………………………….……….

22

ใบงานที่ 3 รอบรู้เรื่องยา

ชื่อ ชั้น เลขที่
คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามที่กำหนดให้ถูกต้อง

23
ใบงานที่ 4 รอบรู้เรื่องยา

ชื่อ ชั้น เลขที่
คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามที่กำหนดให้ถูกต้อง



24

ใบงานที่ 5 สถานการณ์สารเสพติดในปัจจุบน


ชื่อ ชั้น เลขที่

ี่
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามทกำหนดให้ถูกต้อง

1. การแพร่ระบาดของสารเสพติดมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับปัจจัยใดบ้าง







2. เพราะเหตุใดรัฐบาลจึงกำหนดยุทธศาสตร์ให้พื้นที่ชายแดนภาคเหนือเป็นพื้นที่เป้าหมายในการสกัดกั้นสารเสพติด








3. การลักลอบนำเข้าสารเสพติด นอกจากเขตพื้นที่ชายแดนแล้วมักพบช่องทางการนำเข้าในช่องทางใด







4. เพราะเหตุใดผู้ติดสารเสพติด จึงควรเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธี

25

เฉลย ใบงานที่ 5 สถานการณ์สารเสพติดในปัจจุบัน


ชื่อ ชั้น เลขที่

1. การแพร่ระบาดของสารเสพติดมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับปัจจัยใดบ้าง


ปัจจัยเชื่อมโยงที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของสารเสพติด ได้แก่ คน สารเสพติด และสิ่งแวดล้อม





2. เพราะเหตุใดรัฐบาลจึงกำหนดยุทธศาสตร์ให้พื้นที่ชายแดนภาคเหนือเป็นพื้นที่เป้าหมายในการสกัดกั้นสารเสพติด

เพราะพื้นที่ชายแดนภาคเหนือเป็นพื้นที่ในการแพร่ระบาดและนำเข้าของสารเสพติดประเภทยาบ้า โดยพบการนำเข้าทาง

ชายแดนภาคเหนือมากที่สุด จึงจำเป็นต้องกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายในการสกัดกั้นสารเสพติด




3. การลักลอบนำเข้าสารเสพติด นอกจากเขตพื้นที่ชายแดนแล้วมักพบช่องทางการนำเข้าในช่องทางใด

พบการลักลอบนำเข้าสารเสพติดผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิอย่างต่อเนื่อง และเริ่มจับกุมได้ทางท่าอากาศยานภูเก็ต





4. เพราะเหตุใดผู้ติดสารเสพติด จึงควรเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธี


เพราะสถานบำบัดช่วยแก้ไขสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ติดสารเสพติดให้เลิกจากการเสพติดได้ และสามารถกลับไป
ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข

26

ใบงานที่ 6 กฎหมายสารเสพติด


ชื่อ ชั้น เลขที่

ี่

คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความทกำหนด แล้วตอบคำถามให้ถกต้อง
1. “มนัส ถูกตำรวจจับกุมในขอหาเสพยาบ้า และมียาบ้าในครอบครอง 20 เม็ด” มนัส มีความผิดตามพระราชบัญญัติ

สารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 อย่างไร










2. “นายเสก ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาเสพยาบ้า และมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย น้ำหนัก 8 กิโลกรัม”
นายเสก มีความผิดตามพระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 อย่างไร











3. “นางนวลนุช ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาเสพกัญชา และมีกัญชาไว้ในครอบครองเพอจำหน่าย น้ำหนัก 20 กิโลกรัม”
ื่
นางนวลนุช มีความผิดตามพระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 อย่างไร

27

เฉลย ใบงานที่ 6 กฎหมายสารเสพติด


ชื่อ ชั้น เลขที่

ี่

คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความทกำหนด แล้วตอบคำถามให้ถกต้อง
1. “มนัส ถูกตำรวจจับกุมในขอหาเสพยาบ้า และมียาบ้าในครอบครอง 20 เม็ด” มนัส มีความผิดตามพระราชบัญญัติ

สารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 อย่างไร
มนัส มีความผิดตามพระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ดังนี้
1) ข้อหา เสพ จำคุก 6 เดือน ถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2) ข้อหา ครอบครอง จำคุก 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ






2. “นายเสก ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาเสพยาบ้า และมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย น้ำหนัก 8 กิโลกรัม”
นายเสก มีความผิดตามพระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 อย่างไร

นายเสก มีความผิดตามพระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ดังนี้
1) ข้อหา เสพ จำคุก 6 เดือน ถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) ข้อหา จำหน่าย ครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับ 40,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้ง

ปรับ





ื่
3. “นางนวลนุช ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาเสพกัญชา และมีกัญชาไว้ในครอบครองเพอจำหน่าย น้ำหนัก 20 กิโลกรัม”
นางนวลนุช มีความผิดตามพระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 อย่างไร
นางนวลนุช มีความผิดตามพระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ดังนี้

1) ข้อหา เสพ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) ข้อหา จำหน่าย ครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับ 200,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท

28

แบบทดสอบหลังเรียน

ชื่อ ชั้น เลขที่

คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การติดยาชูกำลังเกิดจากสาเหตุใด 6. ลักษณะอาการที่เกิดจากการใช้ยาลดความอ้วนเป็น
ก. สาเหตุจากร่างกายเกิดอาการง่วงซึม อย่างไร
ข. สาเหตุจากร่างกายมีอาการปวดเมื่อย ก. หงุดหงิด เวียนศีรษะ

ค. สาเหตุจากการอ่อนเพลียเนื่องจากทำงานหนัก ข. รู้สึกง่วงอยู่ตลอดเวลา
ง. สาเหตุจากร่างกายต้องการพลังงานทดแทน ค. ใจสั่น ง่วงนอน ท้องผูก
2. การใช้ยาแก้ง่วง เป็นสาเหตุสำคัญในการนำไปสู่การติด ง. กระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา

สารเสพติดประเภทใด 7. หากเกิดอาการแพ้ยา ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ยาบ้า ก. เปลี่ยนยาทันทีที่รู้ว่าแพ ้
ข. ยาแก้แพ ้ ข. ลดปริมาณยาลงจากเดิม
ค. ยาแก้ปวด ค. ซื้อยาแก้แพ้มารับประทาน

ง. ยาสเตียรอยด์ ง. หยุดใช้ยาทันทีและจดชื่อยาไว้
3. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการติดยา 8. ข้อใดไม่จัดเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง
ก. การเลือกซื้อยาราคาถก ก. มองโลกในแง่ร้าย

ข. การหลงเชื่อคำโฆษณา ข. เห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ค. ยามีสีสันน่ารับประทาน ค. มีทักษะในการปฏิเสธ
ง. การซื้อยาตามความนิยม ง. ตระหนักในคุณค่าของตนเอง

4. ยาเสพติดประเภทใดมฤทธิ์หลอนประสาท 9. ข้อใดมีความสำคัญที่สุดในการสร้างความเข้มแข็งและ
ก. แอมเฟตามีน ป้องกันปัญหาสารเสพติด

ข. เห็ดขี้ควาย ก. ชุมชน ข. โรงเรียน
ค. กระท่อม ค. ครอบครัว ง. หน่วยงานภาครัฐ
ง. โคเคน 10. สภาพครอบครัวในข้อใดนำไปสู่ปัญหาสารเสพติดใน
5. ข้อใดจัดเป็นสารเสพติดธรรมชาติ ชุมชน

ก. โคเคน ทินเนอร์ ก. สภาพครอบครัวที่มีกิจกรรมร่วมกัน
ข. เฮโรอีน มอร์ฟีน ข. สภาพครอบครัวที่มีฐานะยากจน
ค. เห็ดขี้ควาย กัญชา ฝิ่น ค. สภาพครอบครัวที่แตกแยก
ง. แอลเอสดี กาว แอมเฟตามีน ง. สภาพครอบครัวที่อบอุ่น

เฉลย
1. ค 2. ก 3. ค 4. ข 5. ค 6. ก 7. ง 8. ก 9. ค 10. ค

29


กระดาษคำตอบ




เรื่องการใช้ยาและสารเสพติด



ชื่อ...............................................................................เลขที่........................



ทดสอบหลังเรียน



ข้อ ก ข ค ง

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10





คะแนนที่ได้__________คะแนน


คะแนนเต็ม 10 คะแนน

30


แบบบันทึกคะแนน
การทดสอบก่อนเรียน / หลังเรียน และแบบฝึกทักษะ
เรื่องการใช้ยาและสารเสพติด



ชื่อ................................................................................................ชั้น..........................................เลขที่....................

โรงเรียน............................................................................


สังกัด........................................................................

แบบทดสอบ/แบบฝึก คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ หมายเหตุ

แบบทดสอบก่อนเรียน 10
แบบทดสอบหลังเรียน 10
แบบฝึกทักษะใบงานที่ 1-6 60

รวมคะแนนทั้งหมด 80

ลงชื่อ......................................................ครูผู้สอน

( ....................................................... )
ตำแหน่ง................................................


Click to View FlipBook Version