ดา้ นท่ี ๑
ด้านท่ี ๑ ดา้ นการปฏบิ ตั ิตน
๑.๑ วินยั และการรกั ษาวินัย
1.๑. การแสดงออกทางอารมณ์กิริยาท่าทางและพดู สอ่ื สารได้เหมาะสมกบั กาลเทศะต่อผเู้ รียน
๑.๒. การแสดงออกทางอารมณ์กริ ยิ าทา่ ทางและพดู สือ่ สารได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะตอ่ ผ้บู ังคับบญั ชา เพื่อนร่วมงาน ผู้ปกครองและ
บคุ คลอื่น
๑.๓. การมีเจตคติเชงิ บวกกับประเทศชาติ
๑.๔. การปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บหลกั เกณฑ์ทเี่ กยี่ วข้องกบั ความเปน็ ขา้ ราชการ
๑.๕. การปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บหลกั เกณฑท์ ี่เกย่ี วข้องกบั ความเปน็ ขา้ ราชการครู
๑.๖. การปฏิบตั ิตามกฎหมาย
1.๗. สนบั สนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรฐั ธรรมนญู และสนบั สนนุ นโยบายของรัฐบาล
๑.๘. ต้ังใจอบรมสัง่ สอนศษิ ยแ์ ละปฏิบตั หิ นา้ ที่ตามระเบยี บวา่ ด้วยกาหนดเวลาทางาน
และวันหยดุ ราชการของสถานศึกษา โดยปฏิบตั ริ าชการกอ่ นเวลา 08.00 น. และเลกิ งานหลัง เวลา 16.30 น.
1.๙. ปฏบิ ตั ิหนา้ ทร่ี าชการด้วยความซอ่ื สตั ย์สุจรติ เที่ยงธรรมและไม่ประมาทเลินเลอ่ ในหนา้ ที่ราชการจนเป็นเหตใุ ห้เกิดความเสียหายแก่
ทางราชการ
1.๑๐. ปฏบิ ัติตามคาสง่ั ของผู้บงั คับบญั ชา ซึง่ สง่ั ในหนา้ ท่รี าชการโดยชอบดว้ ยกฎหมาย
1.๑๑. ปฏบิ ตั ิหน้าท่ตี ามคาสงั่ ของโรงเรียน กฎหมาย ระเบียบแบบแผน หลกั เกณฑ์และวิธีปฏิบตั ริ าชการ อยา่ งเครง่ ครดั
สนบั สนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
และสนับสนนุ นโยบายของรัฐบาล
ต้งั ใจอบรมส่งั สอนศษิ ย์ ปฏบิ ตั ิหน้าท่รี าชการดว้ ยความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
ปฏบิ ัติหน้าทต่ี ามคาสง่ั ของโรงเรยี น ปฏิบัติตนตามกฎหมาย
ระเบยี บแบบแผน หลักเกณฑ์และวธิ ปี ฏิบัติราชการอย่างเครง่ ครดั
ดา้ นที่ ๑ ดา้ นการปฏบิ ัติตน
๑.๒ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
๒.๑. การปฏบิ ตั ติ ามหลกั ศาสนาท่ีนับถอื อยา่ งเคร่งครัด
๒.๒. การเขา้ รว่ ม ส่งเสรมิ สนบั สนุน ศาสนกจิ ของศาสนาทีน่ บั ถอื อยา่ งสมา่ เสมอ
๒.๓. การเหน็ ความสาคัญ เขา้ รว่ ม ส่งเสริม สนับสนนุ เคารพ กิจกรรมทแ่ี สดงถึงจารตี ประเพณีวฒั นธรรมท้องถน่ิ หรอื ชมุ ชน
๒.๔. การเหน็ ความสาคัญ เขา้ ร่วม สง่ เสริม สนบั สนุน เคารพ กิจกรรมทแี่ สดงถึงจารีตประเพณีวัฒนธรรมของชาติ
๒.๕. การมจี ติ บริการและจิตสาธารณะ
๒.๖. การต่อต้านการกระทาของบุคคลหรือกล่มุ บคุ คลทส่ี ง่ ผลต่อความม่นั คงของชาติหรือผลกระทบเชงิ ลบตอ่ สังคมโดยรวม
2.๗. นาเอาหลกั คาสอนทางศาสนาพุทธ มาประยกุ ต์ใชเ้ ปน็ แนวทางในการดาเนนิ ชวี ติ
2.๘. มีความสนใจและหว่ งใยในการเรยี นและความประพฤติของนักเรียน
2.๙. มคี วามเอือ้ เฟื้อเผอื่ แผ่ชว่ ยเหลอื เพอื่ นร่วมงานและช่วยเหลอื สงั คม
2.๑๐. ดูแลเอาใจใส่ต่อนกั เรียนทกุ คนอย่างเสมอภาคและไมล่ าเอยี ง
2.๑๑. ตดั สนิ ปัญหาของนกั เรยี นดว้ ยความเปน็ ธรรม
2.๑๒. เขา้ รว่ มกิจกรรมประเพณแี ละวัฒนธรรมท้องถน่ิ
2.๑๓. ปฏบิ ัติตนตามบทบาทและหน้าที่ของตนเองและเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ีให้กบั ผเู้ รียน
2.๑๔. จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนโดยสอดแทรกคุณธรรมจรยิ ธรรมควบคกู่ บั ความรู้กบั หน่วยการเรียนรู้ตา่ งๆ
2.๑๕. ใหบ้ ริการผู้ปกครองนักเรยี น ดา้ นผลการเรยี น พฤตกิ รรมของนักเรยี น
จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
โดยสอดแทรกคณุ ธรรมจรยิ ธรรมควบคกู่ บั ความรู้ตา่ งๆ
จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
โดยสอดแทรกคณุ ธรรมจรยิ ธรรมควบคกู่ บั ความรู้ตา่ งๆ
นานักเรียนสอบธรรมสนามหลวงธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก
สนามสอบวัดกู่เรอื ง (โรงเรยี นชุมชนบา้ นเหมืองจ้ี)
มีความสนใจและห่วงใยในการเรียน
ดแู ลเอาใจใสต่ ่อนกั เรยี นทุกคนอยา่ งเสมอภาคและไมล่ าเอยี ง
นาเอาหลกั คาสอนทางศาสนาพุทธ
มาประยกุ ต์ใชเ้ ปน็ แนวทางในการดาเนนิ ชวี ติ
นาเอาหลกั คาสอนทางศาสนาพุทธ
มาประยกุ ต์ใชเ้ ปน็ แนวทางในการดาเนนิ ชวี ติ
เขา้ รว่ มกิจกรรมประเพณแี ละวัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ
เขา้ รว่ มกิจกรรมประเพณแี ละวัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ
เขา้ รว่ มกิจกรรมประเพณแี ละวัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ
ด้านท่ี ๑ ดา้ นการปฏบิ ัติตน
๑.๓ จรรยาบรรณวชิ าชีพ
๓.๑. การพฒั นาวิชาชีพและบุคลิกภาพอย่างต่อเนอื่ ง
๓.๒. การมวี สิ ยั ทศั น์ รแู้ ละเขา้ ใจ สนใจ ติดตาม ความเปล่ียนแปลงดา้ นวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สงั คม การเมืองของไทยและนานาชาติในปจั จบุ นั
๓.๓. การไมอ่ าศัยวชิ าชพี แสวงผลประโยชน์ที่ไม่ถูกตอ้ ง
๓.๔. การมุง่ มั่นต่อการพฒั นาความรู้ ความสามารถของผูเ้ รียน
๓.๕. การให้ความสาคัญตอ่ การเขา้ ร่วม สง่ เสรมิ สนบั สนนุ กิจกรรมท่เี กย่ี วขอ้ งกบั วิชาชพี อย่างสม่าเสมอ
๓.๖. รัก เมตตา เอาใจใส่ ชว่ ยเหลือ ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหบ้ รกิ ารผ้เู รยี นทุกคนดว้ ยความเสมอภาค
3.7 การประพฤตติ นเป็นท่ยี อมรบั ของผู้เรียน ผ้บู ริหารเพื่อนร่วมงาน ผู้ปกครอง และชมุ ชน
๓.๘. การไม่ปฏบิ ตั ิตนที่ส่งผลเชิงลบตอ่ ร่างกายและจติ ใจของผเู้ รยี น
๓.๙. การทางานกบั ผ้อู ื่นได้ โดยยึดหลกั ความสามัคคี เก้อื กูลซึ่งกนั และกัน
3.10. การใช้ความร้คู วามสามารถท่ีมอี ยู่นั้น ทาให้เกดิ การเปล่ียนแปลงในทางพัฒนาให้กับผ้เู รยี น โรงเรยี น หรอื ชุมชนในดา้ นใดด้านหน่งึ (ด้านการอนุรกั ษ์
ศิลปวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญา และสิ่งแวดล้อม)
3.1๑. เข้าร่วมการประชุมของสถานศึกษาครั้ง
3.๑2. ใหค้ าปรึกษานกั เรียนท้ังเรือ่ งการเรยี นและเรอื่ งส่วนตัว
3.๑3. เขา้ ร่วมกจิ กรรมงานเกษยี ณอายรุ าชการครแู ละร่วมกจิ กรรมการแสดงบนเวที
3.๑๔. เขา้ รว่ มกจิ กรรมประเพณแี ละวัฒนธรรมท้องถิ่น
3.๑๕. นานักเรยี นเขา้ รว่ มเปน็ กรรมการตัดสินงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน คร้งั ที่ 70 ปกี ารศึกษา 2565
3.๑๖. จัดบรรยากาศภายในหอ้ งเรยี น อาคารเรยี นเพอื่ สง่ เสริมการเรียนรู้ใหแ้ ก่ผู้เรียน
เขา้ รว่ มกจิ กรรมครู และร่วมกจิ กรรมการแสดงในงานเกษียณอายรุ าชการครู
เขา้ รว่ มกจิ กรรมครู และร่วมกจิ กรรมการแสดงในงานเกษียณอายรุ าชการครู
อบรม สั่งสอน ฝกึ ฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
เพื่อพฒั นาศษิ ยอ์ ย่างเตม็ ศักยภาพ
อบรม สั่งสอน ฝกึ ฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
เพื่อพฒั นาศษิ ยอ์ ย่างเตม็ ศักยภาพ
เขา้ อบรมเพื่อพฒั นาองคค์ วามรู้และพัฒนาวิชาชีพ
เขา้ ร่วมการประชมุ ประจาเดอื นของสถานศึกษาทกุ คร้งั
นานักเรียนเข้ารว่ มการแขง่ ขันทกั ษะวิชาการ
งานศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี น คร้งั ที่ 70 ระดบั เครอื ขา่ ย
ด้านที่ ๑ ดา้ นการปฏิบตั ิตน
๑.๔ การดารงชวี ติ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๔.๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๔.๒. มีการนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ไปปรบั ประยกุ ต์ใช้กบั การจัดการเรยี นรูใ้ นห้องเรยี น
๔.๓ มีการนาปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ไปปรับปรงุ ประยุกตใ์ ช้กบั ภารกจิ ท่ีได้รับมอบหมายอน่ื
๔.๔.มกี ารนาปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ไปปรบั ประยกุ ต์ใชก้ ับการดารงชวี ติ ของตนเอง
๔.๕ เป็นแบบอยา่ งในการนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปปรับประยกุ ตใ์ ช้กับภารกจิ ตา่ งๆ หรอื การดารงชีวิตของตน
4.๖. จดั กิจกรรมการเรยี นการสอนโดยสอดแทรกหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งควบคกู่ ับความรู้กับหน่วยการเรยี นรตู้ ่างๆ เชน่
- สอนใหเ้ ดก็ รจู้ ักแบ่งปันสิ่งของทม่ี อี ยู่ใหก้ บั ผอู้ ืน่
- สอนใหเ้ ดก็ แตง่ ตัวใหเ้ รียบร้อยตามระเบยี บของโรงเรียน
- สอนใหเ้ ด็กประหยัดนา้ โดยใหป้ ิดนา้ ทุกครั้งหลงั เลกิ ใช้งาน
- สอนให้เด็กช่วยเหลอื เพ่ือน
- สอนใหเ้ ดก็ รู้จักการรอคอย
- สอนใหเ้ ดก็ รับประทานอาหารให้หมดจาน ไมก่ นิ ทิง้ กนิ ขว้าง
- สอนใหเ้ ด็กชว่ ยกันรักษาความสะอาดสภาพแวดลอ้ มในห้องเรยี น
- สอนให้เด็กมคี วามสุภาพออ่ นนอ้ ม
- สอนใหเ้ ดก็ รู้จกั การประหยดั อดออมในรปู ของการฝากออมทรัพยใ์ นห้องเรียน
สอนใหเ้ ด็กร้จู กั การประหยัด อดออมในรปู ของการฝากออมทรพั ยใ์ นห้องเรยี น
สอนใหเ้ ดก็ รบั ประทานอาหารใหห้ มดจาน สอนให้ร้จู กั ความพอดใี นการกนิ
นอ้ มนาเอาแนว “หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง”
มาประยกุ ต์ใช้ในการทางานและการดาเนินชีวิต
นอ้ มนาเอาแนว “หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง”
มาประยกุ ต์ใช้ในการทางานและการดาเนินชีวิต
นอ้ มนาเอาแนว “หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง”
มาประยกุ ต์ใช้ในการทางานและการดาเนินชีวิต
ดา้ นที่ ๑ ดา้ นการปฏบิ ัติตน
๑.๕ จติ วิญญาณความเปน็ ครู
๕.๑. การเข้าสอนตรงเวลาและสอนเตม็ เวลา
๕.๒. การตระหนักในความรแู้ ละทักษะทถ่ี กู ตอ้ ง รวมถึงสิง่ ดดี ใี หก้ บั ผเู้ รยี น
๕.๓. การสร้างความเสมอภาคเปน็ ธรรมกบั ผเู้ รยี นทุกคน
๕.๔. การร้จู ักใหอ้ ภยั ปราศจากอคติ ชว่ ยเหลือ สง่ เสริม สนับสนุน ให้ผเู้ รียนประสบความสาเรจ็ ตามศักยภาพความสนใจหรือความต้งั ใจ
๕.๕. การเปน็ ทพ่ี ง่ึ ใหก้ บั ผเู้ รยี นได้ตลอดเวลา
๕.๖. การจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การใฝร่ ู้ ค้นหา สร้างสรรค์ ถ่ายทอด ปลูกฝงั และเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ขี องผู้เรียน
๕.๗. การทมุ่ เทเสียสละในการจัดการเรยี นรูใ้ ห้กบั ผูเ้ รียน
5.๘. ศรทั ธาและยึดมั่นในอดุ มการณแ์ หง่ วิชาชพี มุ่งม่ัน ทุ่มเทในการทางาน
5.๙. ประพฤติตนเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ีใหแ้ กศ่ ษิ ย์ ดูแลเอาใจใส่และหวังดีตอ่ ศษิ ย์
5.๑๐. ให้บรกิ ารผูป้ กครองนักเรียน ด้านผลการเรียน พฤตกิ รรมของนกั เรยี น
5.๑๑. เขา้ รบั การอบรม สัมมนา เพือ่ เพม่ิ พูนความรู้มาใชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
5.๑๒. เขา้ รว่ มงานสาคญั ต่างๆ ทชี่ มุ ชนจัดขนึ้
5.๑๓. อบรมสงั่ สอนเดก็ นกั เรียนให้มคี วามรู้ ฝึกทกั ษะดา้ นการอา่ น การเขียน การคิดวเิ คราะห์ เพ่ือใหเ้ กดิ พฒั นาการทางการเรียนรูต้ ามช่วงวัย
5.๑๔. รว่ มมือกับผูบ้ ริหารและคณะครูในโรงเรยี น เพื่อพัฒนาการเรยี นรู้ของเดก็ นักเรียนเปน็ สาคัญเพือ่ ให้มีพัฒนาการตามชว่ งวยั
ศรัทธาและยดึ ม่นั ในอดุ มการณแ์ หง่ วชิ าชีพ มงุ่ มน่ั ทุ่มเทในการทางาน
ประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างท่ดี ใี หแ้ กศ่ ษิ ย์ ดแู ลเอาใจใส่และหวงั ดตี ่อศษิ ย์
รว่ มมือกบั ผู้บรหิ ารและคณะครูในโรงเรียน เพือ่ พัฒนาการเรียนรู้
ของเด็กนักเรยี นเป็นสาคญั เพ่อื ให้มีพัฒนาการตามชว่ งวัย
วทิ ยากรกจิ กรรมการแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ส่งเสริมการคัดแยกขยะในโรงเรยี น
ณ. โรงเรียนบ้านห้วยส้ม จังหวัดลาพูน
วทิ ยากรกจิ กรรมการแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ส่งเสริมการคัดแยกขยะในโรงเรยี น
ณ. โรงเรียนบ้านห้วยส้ม จังหวัดลาพูน
เขา้ รว่ มงานสาคญั ต่างๆ ท่ชี มุ ชนจดั ข้นึ
เขา้ รว่ มงานสาคญั ต่างๆ ท่ชี มุ ชนจดั ข้นึ
เขา้ รว่ มงานสาคญั ต่างๆ ท่ชี มุ ชนจดั ข้นึ
กจิ กรรมเยี่ยมบา้ นนกั เรียน ใหบ้ รกิ ารผู้ปกครองดา้ นผลการเรยี น
และพฤติกรรมของนักเรยี น
กจิ กรรมเยี่ยมบา้ นนกั เรียน ใหบ้ รกิ ารผู้ปกครองดา้ นผลการเรยี น
และพฤติกรรมของนักเรยี น
กจิ กรรมเยี่ยมบา้ นนกั เรียน ใหบ้ รกิ ารผู้ปกครองดา้ นผลการเรยี น
และพฤติกรรมของนักเรยี น
ดา้ นที่ ๑ ด้านการปฏิบตั ิตน
๑.๖ จิตสานกึ ความรบั ผิดชอบในวชิ าชีพครู
๖.๑. การมีเจตคตเิ ชงิ บวกกบั วิชาชีพครู
๖.๒. การมุ่งม่นั ทุ่มเทในการสรา้ งสรรค์นวตั กรรมใหมๆ่ เพอ่ื ให้เกิดการพฒั นาวชิ าชีพและให้สงั คมยอมรับ
๖.๓. ประพฤติปฏบิ ัติตนในการรกั ษาภาพลักษณ์ในวชิ าชีพ
๖.๔. การปกปอ้ ง ป้องกนั มใิ หผ้ ู้ร่วมวิชาชีพประพฤติปฏบิ ตั ิในทางที่จะเกิดภาพลักษณ์เชิงลบต่อวิชาชพี
๖.๕. การจดั กิจกรรมสง่ เสริมการใฝ่รู้ คน้ หา สร้างสรรค์ ถา่ ยทอด ปลกู ฝงั และเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ขี องเพื่อนร่วมงานและสงั คม
6.๖. ตั้งใจอบรมสั่งสอนศิษย์และปฏบิ ัตหิ นา้ ทีด่ ว้ ยความซ่อื สัตยส์ จุ ริต
6.๗ จัดทาแผนการสอนทีส่ ามารถนาไปใชส้ อนจรงิ ในห้องเรียน มกี ารบนั ทึกปญั หาและข้อเสนอแนะในแบบบนั ทกึ หลังการสอนทกุ ครั้ง
6.๘. อบรมสั่งสอนเดก็ นกั เรียนให้มคี วามรู้ ฝกึ ให้เด็กนกั เรียนสามารถอ่าน ออกเขียนได้ คดิ เลขเป็น มพี ัฒนาการทางการเรยี นรูก้ า้ วหนา้ ไป
ตามพัฒนาการตามช่วงวัย
6.๙. เข้ารบั การอบรม สมั มนา เพือ่ เพิ่มพนู ความรู้ มาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนในช้นั เรียน
จัดทาแผนการสอนทส่ี ามารถนาไปใช้สอนจริงในห้องเรียน
มกี ารบันทกึ ปญั หาและขอ้ เสนอแนะในแบบบันทกึ หลังการสอนทกุ คร้งั
อบรมสงั่ สอนเด็กนกั เรยี นใหม้ ีความรู้ กล้าแสดงออก ฝึกการแกไ้ ขปญั หา
มพี ฒั นาการทางการเรยี นรู้ก้าวหน้าไปตามพฒั นาการตามชว่ งวยั
อบรมสงั่ สอนเด็กนกั เรยี นใหม้ ีความรู้ กล้าแสดงออก ฝึกการแกไ้ ขปญั หา
มพี ฒั นาการทางการเรยี นรู้ก้าวหน้าไปตามพฒั นาการตามชว่ งวยั