KING MONGKUT'S INSTITUTE OF TECHNOLOGY LADKRABANG
สัญญาจำนำ
สัญญาจำนอง
สัญญาค้ำประกัน
14026115-BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS
คำนำ
E-BOOKเล่มนี้จัดทำขึ้นโดยนักศึกษาชิ้นงานในรายวิชา กฎหมาย
ธุรกิจและการพาณิชย์ รหัสวิชา 1402611 โดย อาจารย์ผู้สอน
ดร.ใยแก้ว ศีลรักษ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้าน
กฎหมาย เรื่อง สัญญาจำนำ สัญญาจำนอง และสัญญาค้ำประกัน
ให้กับบุคคลที่สนใจ คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสื่อเผยแพร่
ความรู้ทางด้านกฎหมายนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่สนใจไม่มากก็
น้อย
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ
สัญญาจำนำ 1
สัญญาจำนอง 9
สัญญาค้ำประกัน 23
ความแตกต่างระหว่างสัญญา 33
บรรณานุกรม 35
1
สัญญาจำนำ
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 2
สัญญา
จำนำ
คู่สัญญา
บุคคลที่มีความสามารถตามกฎหมายกำหนด โดยไม่เป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ คน
วิกลจริต และคนเสมือนไร้ความสามารถ หากนิติกรรมซึ่งได้กระทำโดยบุคคลผู้หย่อน
ความสามารถ นิติกรรมนั้นจะถูกบอกล้างนิติกรรมนั้นให้เป็นโมฆียะ
สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อใด
สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อคำเสนอ คำสนองจะต้องตรงกัน และต้องส่งมอบสิ่งจำนำให้แก่ผู้รับ
จำนำ เป็นสัญญาไม่มีแบบ สามารถทำได้ด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร
การแสดงเจตนา
ต้องแสดงเจตาโดยสมัครใจ โดยไม่ถูกข่มขู่กลฉ้อฉล เจตนาลวง สำคัญผิดและกระทำ
ลงโดยการแสดงเจตนาวิปริต นิติกรรมซึ่งกระทำลงโดยการแสดงเจตนาวิปริต ซึ่งแยก
ออกได้เป็น 3 กรณี คือ
1.สำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์ ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 157 ดังนี้ “การ
แสดงโมฆียะกรรม “นิติกรรมเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือ
ทรัพย์สิน เป็นโมฆียะ”
คุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินนั้นต้องเป็นเรื่องซึ่งตามปกตินับว่าเป็นสาระสำคัญ
เช่น ก ทำสัญญาจ้าง ข โดย ก คิดว่า ข เป็นช่างไม้มีฝีมือ แต่ที่จริง ข เป็นช่างปูน เช่นนี้
สัญญาจ้างระหว่าง ก และ ข เป็นโมฆียะ
2.ถูกฉ้อฉล มาตรา 159 บัญญัติว่า “การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็นโมฆียะ”
3.ถูกข่มขู่ มาตรา 164 บัญญัติว่า “การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่เป็นโมฆียะ” การข่มขู่ที่
จะทำให้การใดตกเป็นโมฆียะนั้น จะต้องเป็นการข่มขู่ที่จะให้เกิดภัยอันใกล้จะถึง และร้าย
แรงถึงขนาดที่จะจูงใจให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว ซึ่งถ้ามิได้มีการข่มขู่เช่นนั้น การนั้นก็จะ
มิได้กระทำขึ้น
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 3
สัญญา
จำนำ
วัตถุประสงค์ของสัญญา
โดยวัตถุประสงค์ต้องห้ามขัดแย้งกับกฎหมายห้ามขัดต่อความสงบเรียบร้อย
หรือศีลธรรมอันดี
ความหมายของสัญญาจำนำ
สัญญาจำนำมีบุคคล2ฝ่ายคือผู้จำนำและผู้รับจำนำ(ปพพ.มาตรา747) โดยผู้จำนำส่ง
มอบสังหาริมทรัพย์ ให้กับผู้รับจำนำเพื่อประกันการชำระหนี้ โดยสัญญานี้เป็นสัญญา
อุปกรณ์ ซึ่งมีสัญญาประธานคือ สัญญากู้ยืมเงิน ที่ต้องเกิดก่อน สัญญาจำนำจะเกิดขึ้น
โดยลำพังโดยปราศจากสัญญาประธานไม่ได้ ถ้าหากสัญญากู้ยืมเงินถูกระงับ ก็จะทำให้
สัญญาจำนำถูกระงับไปด้วย และ ผู้จำนำจะเป็นลูกหนี้หรือบุคคลภายนอก แต่ต้องเป็น
เจ้าของทรัพย์ที่นำมาจำนำเท่านั้น
ทรัพย์ที่นำมาจำนำได้
สังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ รวมไปถึงทรัพย์ที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ และสิทธิ
ทั้งหลายอันเกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์
1.ทรัพย์ที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ คือทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายได้โดยไม่เสียรูปทรงหรือไม่เสีย
สภาพ เช่นรถยนต์ เครื่องจักร หนังสือ
2.สิทธิทั้งหลายอันเกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์ได้แก่ กรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองใน
สังหาริมทรัพย์ ลิขสิทธิ์ สิทธิของผู้ถือหุ้น เป็นต้น
ลักษณะของสัญญา
1.เป็นสัญญาอุปกรณ์ ต้องมีสัญญาประธานก่อน คือสัญญาที่ก่อให้เกิดหนี้ระหว่างเจ้าหนี้
กับลูกหนี
2. ผู้จำนำจะเป็นลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกก็ได้ แต่ผู้จำนำต้องเป็นเจ้าของทรัพย์ที่นำมา
จำนำเท่านั้น
3. เป็นสัญญาที่ต้องส่งสิ่งที่จำนำแก่ผู้จำนำ หากไม่ส่งมอบสัญญาไม่เกิด
4. เป็นสัญญาที่ไม่มีแบบ ตกลงกันด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรหนังสือก็ได้
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 4
สัญญา
จำนำ
สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนำ
1. สิทธิของผู้รับจำนำ
1.1 สิทธิยึดทรัพย์สินที่จำนำไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน (ปพพ. มาตรา 758)
1.2 สิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น โดยผู้รับจำนำมีสิทธิได้รับการชำระหนี้
เป็นลำดับแรก ก่อนเจ้าหนี้อื่นๆ ตาม ปพพ. มาตรา 282
ตัวอย่าง นายเอนำรถยนต์ไปจำนำกับนายบี เพื่อประกันการชำระหนี้ ต่อมานายเอ
เป็นหนี้เงินกู้กับนายซี และไม่ชำระหนี้ นายซีจึงฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดี ศาลตัดสินติน
ให้ยึดทรัพย์นายเอ เพื่อขายทอดตลาด ทั้งนี้นายบีมีสิทธิได้รับการชำระหนี้จากเงินที่
ได้จากการขายทอดตลาดก่อนนายซี ถึงแม้ว่านายซีจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำตัดสินของ
ศาล
1.3 สิทธิดอกผลนิตินัยของทรัพย์สินที่จำนำ ผู้รับจำนำมีสิทธิจัดสรรดอกผลนิตินัย
ตามแต่จะตกลงกัน ระหว่างคู่สัญญา แต่ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้ กฏหมายให้จัดสรรดอก
ผลนิตินัยเป็นค่าดอกเบี้ยที่ค้างชำระและหนี้เงิน ต้นโดยต้องคิดคานวณเงินสาหรับค่า
ดอกเบี้ยที่ค้างชำระเสียก่อน หากไม่มีดอกเบี้ยค้างชำระจึงนาเงินดอกผล นิตินัยนั้น
มาชำระหนี้เงินต้น (ปพพ. มาตรา 761)
ตัวอย่าง นายเอ จำนำรถยนต์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้และยินยอมให้ผู้รับจำนำ
เอารถยนต์ ออกให้เช่าได้ ดังนี้ ค่าเช่ารถยนต์เป็นดอกผลนิตินัยที่ผู้รับจำนำจะต้องนา
มาชชำระค่าดอกเบี้ยตามสัญญาจำนำ หากมีเงินเหลืออีกก็ให้นามาชำระหนี้เงินต้น
แต่หากในสัญญามีการตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้เป็นไปตาม ความประสงค์ของคู่
สัญญา เช่นตกลงให้ดอกผลนิตินัยเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาทรัพย์
1.4 สิทธิเรียกเอาจากผู้รับประกันภัย กรณีทรัพย์จำนำมีสัญญาประกันภัยคุ้มครอง
ผู้รับจำนำย่อมมี สิทธิเรียกร้องเอาจากผู้รับประกันภัยด้วย (พนิตนาถ เย็นทรัพย์
และคณะ. 2558:228-229) 4 ตัวอย่าง นายเอกู้เงินนายบี โดยนำรถยนต์ที่มีสัญญา
ประกันภัยมาจำนำ หากเกิดอุบัติเหตุนายบีมี สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจาก
บริษัทประกันภัยนั้นได้
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 5
สัญญา
จำนำ
หน้าที่ของผู้รับจำนำ
2.1 ผู้รับจำนำมีหน้าที่รักษาทรัพย์สินที่จำนำ โดยผู้รับจำนำมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินที่
จำนำไว้ให้ ปลอดภัยและต้องสงวนทรัพย์สินที่จำนำเช่นอย่างวิญญูชนสงวนทรัพย์สิน
ของตน (ปพพ. มาตรา 758)
2.2 หน้าที่รับผิดชอบทรัพย์สินที่จำนำสูญหายหรือบุบสลาย หากทรัพย์สินที่จำนำนั้น
เกิดสูญหายหรือ บุบสลายขึ้นมา เพราะความผิดของผู้รับจำนำ ผู้รับจำนำต้องรับผิด
ชอบชดใช้ค่าเสียหาย แม้ว่าความเสียหาย หรือบุบสลายนั้นเกิดเพราะเหตุสุดวิสัย เว้นแต่
จะพิสูจน์ได้ว่า ถึงอย่างไรก็คงต้องสูญหายหรือบุบสลายอยู่ นั่นเอง (ปพพ. มาตรา 760)
สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำ
1. สิทธิของผู้จำนำ
ผู้จำนำมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์สิน การไถ่ถอนทำได้โดยการชำระหนี้และค่าอุปกรณ์ให้แก่ผู้รับ
จำนำ ผู้จำนำที่เป็นลูกหนี้ชั้นตนเอง หรือบุคคลภายนอกที่นาทรัพย์สินมาจำนำเพื่อประกัน
ให้ลูกหนี้ในหนี้ประธานต่าง ก็มีสิทธิในการไถ่ถอนจำนำ
2. หน้าที่ของผู้จำนำ
2.1 หน้าที่ในการเสียค่าใช้จ่ายอันควรในการบำรุงรักษาทรัพย์สินที่จำนำ ค่าใช้จ่ายในการ
บำรุง ทรัพย์สินที่จำนำเป็นค่าอุปกรณ์ที่ผู้จำนำจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งจะต้องเป็นค่าใช้จ่าย
อันควร ตาม ปพพ. มาตรา 762 “ค่าใช้จ่ายใด ๆ อันควรแก่การบำรุงรักษาทรัพย์สินจำนำ
นั้น ผู้จำนำจะต้องชดใช้ให้แก่ผู้รับจำนำ เว้นแต่ จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา”
อย่างไรก็ตาม หากคู่กรณีตกลงไว้อย่างใดไว้ก็สุดแท้แต่ข้อตกลงนั้น เช่น จำนำรถยนต์
โดยได้ตกลงกันไว้ว่าให้ผู้รับจำนำใช้งานได้ด้วย แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเติมน้ามันและ
ค่า บำรุงรักษา ผู้รับจำนำจะเรียกร้องเรียกร้องผู้จำนำในภายหลังไม่ได้
2.2 ไม่ทำให้สิทธิจำนำเสียหายสิ้นไป การไม่ทำให้สิทธิที่นำไปจำนำเสียหายหรือหมดสิ้นไป
เช่น การ นำใบหุ้นไปจำนำแล้วสละสิทธิไม่รับเงินปันผล การนำใบประทวนสินค้าไปจำนำ
แล้วเอาสินค้าไปจำหน่าย นำตั๋วแลกเงินไปจำนำแต่กลับตกลงกับคู่สัญญาเดิมลดหย่อน
หนี้ (ปพพ. มาตรา 755) (พนิตนาถ เย็นทรัพย์. 2558: 230)
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 6
สัญญา
จำนำ
ผลการบังคับจำนำ
หากบังคับทรัพย์สินที่จํานําไปขายทอดตลาดได้เงินไม่พอที่จะชําระหนี้ที่ลูกหนี้ ค้างชําระ
อยู่ลูกหนี้ยังต้องรับผิดในส่วนที่ขาดอยู่ซึ่งแตกต่างจากสัญญาจํานอง
อายุความ
การฟ้องร้องกระทำได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์ หรือขายทอดตลาด
ทรัพย์ (ปพพ. มาตรา763) การฟ้องร้องมีอยู่ 2 กรณี คือ
1. ผู้จำนำฟ้องร้องผู้รับจำนำ เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายอันเกิดแก่
ทรัพย์ที่จำนำ
2. ผู้รับจำนำฟ้องผู้จำนำ เพื่อเรียกค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาทรัพย์สินและเรียกค่า
สินไหมทดแทน
ความเสียหายเพราะความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินซึ่งไม่เห็นเป็นประจักษ์
ข้อสังเกตุ ถ้าเป็นการฟ้องเรียกให้ชดใช้ราคากรณีทรัพย์สินสูญหาย ใช้อายุความ
ทั่วไป 10 ปี ตามปพพ. มาตรา 193/30 คือ “อายุความนั้น ถ้าประมวลกฎหมายนี้
หรือ กฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะให้มีกำหนดสิบปี”
การขายทอดตลาดทรัพย์สิน
ผู้รับจำนำมีสิทธิบังคับจำนำโดยนำทรัพย์ที่จำนำออกขายทอดตลาดได้เลยไม่ต้องฟ้องต่อ
ศาลเหมือนกับการจำนอง แต่ทั้งจำนำและจำนองมีข้อที่เหมือนกันคือต้องกระทำโดยวิธี
การขายทอดตลาด การขายทอดตลาด หมายถึง ขายโดยเปิดเผยแก่มหาชนด้วยวิธีให้
โอกาสแก่ผู้ซื้อประมูลราคา ผู้ใดให้ราคาสูงก็มีสิทธิซื้อ ทรัพย์สินอันนั้นได้ การขายทอด
ตลาดไม่จำเป็นต้องกระทำในตลาด เพียงทาในที่เปิดเผยต่อสาธารณชนก็เพียงพอแล้ว แต่
ต้องกระทำดโยโปร่งใสเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทุกคนโดยวิธีการประมูลทรัพย์สินที่จะขาย
ทอดตลาด ทรัพย์สินที่จำนำขายทอดตลาดได้ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัย์หรือ
สังหาริมทรัพย์ การขายทอดตลาดนี้ย่อมสมบูรณ์ หรือจะสำเร็จลงได้ เมื่อมีการเคาะไม้ หรือ
ด้วยแสดงกิริยาอย่างหนึ่งอย่างใดตามจารีตประเพณี ในการขายทอดตลาด เช่น การตี
ฆ้อง การเคาะโต๊ะ ตบมือ ซึ่งวิธีทั้งปวงต้องมีการตกลงกันก่อนล่วงหน้า
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 7
สัญญา
จำนำ
ความระงับแห่งสัญญาจำนำ
ตาม ปพพ. มาตรา769 สัญญาจำนำย่อมระงับสิ้นไปด้วยเหตุ 2 กรณี คือ
1. เมื่อหนี้ซึ่งจำนำเป็นประกันอยู่นั้นระงับสิ้นไปเพราะเหตุประการอื่นมิใช่เพราะอายุความ
เช่นการชำระหนี้ การปลดหนี้ การแปลงหนี้ใหม่ เป็นต้น
2. เมื่อผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์สินจำนำกลับคืนไปสู่ครอบครองของผู้จำนำ ซึ่งการยอม
ให้ของจำนำกลับคืนไปแก่ผู้จำนำ จะยอมโดยการหลอกลวงหรือไม่ก็ตาม ย่อมเป็นการ
ส่งมอบให้ผู้จำนำเอากลับคืนไป (พินิจ ทิพย์มณี. 2558:235)
ข้อตกลงการจำนำที่ไม่สมบูรณ์
ตาม ปพพ. มาตรา 756 “การที่จะตกลงกันไว้เสียแต่ก่อนเวลาหนี้ถึงกำหนดชำระเป็น
ข้อความ อย่างใดอย่างหนึ่งว่าถ้าไม่ชำระหนี้ให้ผู้รับจำนำเข้าเป็นเจ้าของทรัพย์สินจำนำ
หรือให้จัดการแก่ทรัพย์สินนั้นเป็นประการอื่นนอกจากตามบทบัญญัติทั้งหลายว่าด้วย
การบังคับจำนำนั้นไซร้ข้อตกลงเช่นนั้นท่านว่าไม่สมบูรณ์”
จากมาตราข้างต้น หมายความว่า หากคู่สัญญาตกลงกันไว้ก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระ
กฎหมายถือว่าเป็นข้อตกลงที่ไม่สมบูรณ์กล่าวคือ ตกลงให้ผู้รับจำนำได้กรรมสิทธิ์ใน
ทรัพย์สิน ถ้าผู้จำนำไม่ชำระหนี้ หรือตกลงให้ผู้รับจำนำจัดการกับทรัพย์สินที่จำนำด้วยวิธี
การอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การบังคับจำนำ ข้อตกลงที่ไม่สมบูรณ์ดังกล่าวนี้ หาก
มีการมาฟ้องร้องต่อศาลให้บังคับกันเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลง ศาลจะไม่บังคับให้ แต่ถ้า
คู่กรณีปฏิบัติข้อตกลงนั้นไปแล้ว แม้กฎหมายจะบัญญัติว่าไม่สมบูรณ์ การที่ปฏิบัติไป
แล้วก็ใช้ได้ คู่กรณีฝ่ายหนึ่งจะฟ้องให้ยกเลิกการที่ทำไปแล้วนั้นไม่ได้ (พนิตนาถ เย็นทรัพย์
และคณะ. 2558:227)
ตัวอย่าง จำนำทองรูปพรรณไว้ แล้วถึงกำหนดชำระ ราคาทองตก เอาไปขายก็ได้เท่ากัน
เลยยอมให้เป็นของผู้รับจำนำ ข้อตกลงนี้ใช้ได้เพราะลูกหนี้มีโอกาสเลือกอยู่แล้ว หรือจะให้
ผู้รับจำนำไปขายที่ร้านทองเอาเงินมาใช้ดีกว่าขายทอดตลาดซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า
ยุ่งยากมากว่า แต่จะตกลงอย่างนี้ก่อนหนี้ถึงกำหนด
ชำระไม่ได้ ถึงแม้วิธีนี้จะดีกว่า เพราะกฎหมายต้องการปิดช่องมิให้สัญญาเอาเปรียบ
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 8
สัญญา
จำนำ
ตัวอย่างสัญญาจำนำ
ตัวอย่าง :
Q : การนำรถติดไฟแนนซ์ไปจำนำทำได้หรือไม่ ?
A : ไม่ได้ เนื่องจากการซื้อรถยนต์คันนี้เป็นสัญญาในรูปแบบเช่าซื้อ โดยผู้ซื้อจะเป็น
เจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ต่อเมื่อชำระดอกเบี้ยครบ แต่หากยังชำระหนี้ไม่ครบ ดังนั้นเจ้าของ
กรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของสถาบันการเงินเจ้าของสินเชื่อ หรือไฟแนนซ์
Q : ผิดกฎหมายยังไง ?
A : การนำรถยนต์ที่ตนไม่ได้เป็นเจ้าของไปจำนำ จึงถือเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์ซึ่งเป็น
ของผู้อื่นมาเป็นของตนโดยทุจริต ตามกฎหมายอาญา มาตรา 352 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3
ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Q : ผลการบังคับจำนำคืออะไร
A : มีผลเป็นโมฆะเนื่องจากผิดลักษณะของสัญญา ที่ไม่สามารถนำสิ่งของที่ตนไม่ได้เป็น
เจ้าของกรรมสิทธิ์มาจำนำต้องให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียร้องขอต่อศาล ให้ศาลตัดสินและจะ
ทำให้สัญญานี้ไม่เกิดผลผูกพัน กลับสู่สภาพเดิม และหากไฟแนนซ์ทราบจะดำเนินคดีใน
ข้อหาลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์ ความผิดฐานลักทรัพย์นี้มีบัญญัติอยู่ในประมวล
กฎหมายอาญา ภาค 2 ภาความผิด ลักษณะ 12 ความผิด เกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 1 ความ
ผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวม
อยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
และปรับไม่เกิน 6,000 บาท ตามมาตรา 334
9
สัญญาจำนอง
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 10
สัญญา
จำนอง
ความหมายของสัญญาจำนอง
สัญญาจำนอง หมายถึง สัญญากู้เงินชนิดหนึ่ง ที่ใช้หลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ (เช่น
โฉนดที่ดิน,บ้าน,โรงเรือน,สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น) โดยสัญญา จำนอง นี้จะต้องไปทำต่อหน้าเจ้า
หน้าที่กรมที่ดิน เท่านั้น ปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 ที่
บัญญัติว่า
"อันว่าจำนองนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่
บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สิน
นั้นให้แก่ผู้รับจำนอง ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้า
หนี้สามัญ มิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้ว
หรือหาไม่"
มีหลักดังนี้ (ม.702 วรรคหนึ่ง)
1.เป็นเรื่องที่ผู้จํานองนําทรัพย์สินไปตราไว้แก่ผู้รับจํานองเพื่อประกันการชําระ หนี้ถ้าลูกหนี้ไม่
ชําระหนี้เมื่อถึงกําหนด เจ้าหนี้ก็สามารถบังคับชําระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองได้ (ม.702 วรรค
สอง)
2.ผู้จํานองไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้รับจำนอง ผู้จํานองยังคงมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน
นั้นอยู่
3.สัญญาจํานองเป็นสัญญาอุปกรณ์ (ม.707)
ความรับผิดชอบของผู้จำนอง
เมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระแล้วและลูกหนี้ไม่ชําระหนี้นั้น เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับจํา
นอง(ม.728) โดยนําทรัพย์สินที่จำนองนั้นออกขายทอดตลาดเพื่อนําเงินมาชําระหนี้ได้และจํา
นองนั้นครอบไปถึงทรัพย์ที่ติดอยู่กับที่ดินที่จํานองด้วย
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 11
ทรัพย์สินที่จำนองได้ (ม.703) สัญญา
จำนอง
1.อสังหาริมทรัพย์ (ม.139)
2.สังหาริมทรัพย์ ชนิดพิเศษที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วตามกฎหมาย ได้แก่
(ก) เรือกําปั่ น หรือเรือมีระวางตั้งแต่ 6 ตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์มีระวางตั้งแต่
5 ตันขึ้นไป
(ข) แพ (floating house)
(ค) สัตว์พาหนะ
3.สังหาริมทรัพย์อื่นๆ ซึ่งกฎหมายหากบัญญัติไว้ให้จดทะเบียนเฉพาะการ เช่น
เครื่องจักรกลโรงงานแบบของสัญญาจํานอง ต้องทําเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่ หากไม่ปฏิบัติตาม สัญญาจํานองเป็นโมฆะ (ม.152)
การทำสัญญาจำนอง (ม.702)
1. สัญญา จำนอง ต้องไม่มีการโอนทรัพย์สิน จะเป็นแค่การนำโฉนดที่ดินนั้นไปจดทะเบียน
เพื่อตราไว้เป็นหลักประกัน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดินเท่านั้น
2. ในสัญญา จำนอง จะต้องระบุชัดเจนว่า ผู้จำนอง ทำการกู้เงินเป็นวงเงินจำนวนเงินเท่าไร
และทรัพย์ที่นำมา จำนอง คืออะไร มิเช่นนั้น สัญญาจะไม่สมบูรณ์
3. กรณีที่ ผู้จำนอง(ผู้ขอกู้เงิน) เกิดผิดสัญญา ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้รับจำนอง ก็ไม่
สามารถยึดทรัพย์ตามกฎหมายได้ทันที เพราะทรัพย์สินนั้นยังเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้อยู่
ต้องมีกระบวนการฟ้องร้องตามกฎหมาย ให้ศาลบังคับให้ลูกหนี้ นำที่ดินนี้ไปขายทอดตลาดที่
กองบังคับคดี เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ซึ่งจะเป็นในแบบเดียวกับที่ สถาบันการเงินฟ้องลูกหนี้
ลักษณะของการจำนองทรัพย์
1. มีกรรมสิทธิ์ภายในเงื่อนไขใดจำนองได้ภายในเงื่อนไขนั้น (มาตรา 706 ตาม ป.พ.พ.)
2. ทรัพย์หลายสิ่งจำนองประกันหนี้หลายราย (มาตรา 710 ตาม ป.พ.พ.)
(1) ระบุระดับบังคับจำนอง
(2) ระบุหนี้ที่ทรัพย์แต่ละสิ่งประกัน
3. ทรัพย์สิ่งเดียวจำนองประกันหนี้หลายราย (ม. 712)
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 12
สัญญา
จำนอง
อายุความสัญญาจำนอง
สัญญาจำนอง ที่จริงแล้วไม่มีอายุความ แต่จะมีการระบุระยะเวลาชำระหนี้ และหากมี
การผิดชำระเท่านั้น ตัวอย่าง เช่น ในสัญญาจะมีการระบุเอาไว้ว่า นายสมชาย ได้รับ
จำนองที่ดินไว้กับ นางสมหญิง กำหนดเวลารับชำระคือ 1 ปี หากไม่ชำระตามกำหนดจะ
คิดดอกเบี้ยเท่ากับการกู้เงิน (15% ต่อปี) ซึ่งเจ้าหนี้ สามารถทำการเก็บดอกหลังจาก
เวลาผิดนัดชำระได้นาน 5 ปี แต่ถ้าหากเจ้าหนี้ไม่ได้รับการชำระ เจ้าหนี้จะสามารถทำการ
ฟ้องให้ชำระหนี้ที่ค้างตามกฎหมาย รวมกับดอกเบี้ยที่ค้างเดิม และดอกเบี้ยตามระยะ
เวลาที่ผิดนัด หรือถ้าหากลูกหนี้ไม่สามารถชดใช้หนี้สินได้ จะมีการ บังคับจำนอง เพื่อ
นำที่ดินนั้นไปขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชดใช้
ผู้มีสิทธิจำนอง (ม.705)
1. เจ้าของ
2. ผู้ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายทำแทนเจ้าของ ยกเว้น
(1) เจ้าของประมาทเลินเล่อ
(2) เจ้าของรู้เห็นยินยอม
(3) เจ้าของที่ดินที่ถูกแย่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
***บุคคลย่อมมีความสามารถในการทำนิติกรรมสัญญา แต่มีบุคคลบาง
ประเภทที่กฎหมายถือว่าหย่อนความสามารถในการทำนิติกรรมสัญญา เช่น ผู้
เยาว์คนไร้ความสามารถและคนเสมือนไร้ความสามารถ ส่วนคนไร้ความ
สามารถต้องอยู่ในความอนุบาล กิจการใดๆ ของคนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาล
ซึ่งแต่งตั้งโดยศาลต้องเป็นผู้ทำเองทั้งสิ้น สำหรับคนเสมือนไร้ความสามารถ
ทำกิจการเองได้ทุกอย่าง เว้นแต่กิจกรรมบางอย่างตามกฎหมาย จะทำได้ต้อง
ได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ เช่น สัญญา ซื้อขายที่ดิน เป็นต้น
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 13
สัญญา
จำนอง
แบบของสัญญาจำนอง (ม.714 , 704 , 708 , 711)
1. ต้องทำเป็นหนังสือ
(1) ระบุทรัพย์ที่จำนอง
(2) ระบุเป็นเงินไทยจำนวนแน่นอน หรือจำนวนสูงสุด
(3) ไม่มีข้อตกลงบังคับจำนองก่อนหนี้ครบกำหนด
2.ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่
หนี้ที่ทรัพย์จำนองประกัน (มาตรา 715)
1. หนี้ประธาน หนี้ที่มีหนี้อีกรายพ่วงติดอยู่ด้วยในลักษณะที่หนี้รายแรกเป็นที่มา
ของหนี้รายหลัง โดยหนี้รายหลังนี้เรียก "หนี้อุปกรณ์"
2. ค่าอุปกรณ์
(1) ดอกเบี้ย
(2) ค่าสินไหมทดแทนการไม่ชำระหนี้
(3) ค่าฤชาธรรมเนียมบังคับจำนอง
***หนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์
- (ก) ความหมายแรก หมายถึงลำดับความสำคัญของหนี้ หนี้ประธานในแง่นี้
หมายถึง หนี้ที่หลักคู่สัญญาตกลงกัน ส่วนหนี้อุปกรณ์หมายถึง หนี้ซึ่งมีความ
สำคัญรองลงไป
- (ข) ความหมายที่สอง หมายถึง หนี้หลักกับหนี้ที่เป็นประกันของหนี้หลัก โดย
พิจารณาถึงลักษณะความรับผิดชอบเป็นตัวหลัก คือมีหนี้จะต้องชำระสำหรับตนเอง
หรือว่าเป็นเพียงผู้รับผิดชอบในชั้นรอง โดยเป็นการรับผิดชำระหนี้เพื่อผู้อื่น
หนี้อุปกรณ์ตามความหมายที่สองนี้ จะระงับสิ้นไปพร้อมไปพร้อมกับความระงับแห่ง
หนี้ประธาน แต่หนี้อุปกรณ์ตามความหมายแรกอาจคงอยู่ต่อไปตามลำพัง แม้หนี้
ประธานไม่มีอยู่ต่อไปแล้ว
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 14
สัญญา
จำนอง
ขอบเขตของสิทธิจำนอง
1. ครอบครองทุกสิ่งทุกส่วนที่จำนอง (มาตรา 716,717)
2. ครอบครองทั้งปวงอันติดอยู่กับทรัพย์จำนอง เว้นแต่ (มาตรา 718)
(1) โรงเรือนซึ่งปลูกสร้างในที่ดินจำนองภายหลังการจำนอง (มาตรา 719)
(2) จำนองโรงเรือนในที่ดินผู้อื่น ไม่ครอบที่ดิน (มาตรา 720)
(3) จำนองที่ดินมีโรงเรือนผู้อื่นปลูกอยู่ (มาตรา 720)
(4) ดอกผลของทรัพย์จำนอง (มาตรา 721)
ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองได้เฉพาะทรัพย์ที่จดทะเบียนจำนองเท่านั้น จะไป
บังคับถึงทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนจำนองไม่ได้ เช่น จำนองเฉพาะที่ดินย่อม
ไม่ครอบถึงโรงเรือนหรือบ้านที่ปลูกภายหลังวันจำนองเว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้ก่อน
หน้าว่าให้รวมถึงบ้านและโรงเรือนดังกล่าวด้วย
-จำนองเฉพาะบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของคนอื่น ก็มีสิทธิเฉพาะบ้านเท่านั้น
-จำนองย่อมไม่ครอบคลุมถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินซึ่งจำนอง เช่น จำนองสวนผล
ไม้ดอกผลที่ได้จากสวนผลไม้ยังคงเป็นกรรมสิทธิของผู้จำนองอยู่
***เว้นแต่เมื่อผู้รับจำนองได้บอกกล่าวแก่ผู้จำนองหรือผู้รับโอนว่าตนจะบังคับ
จำนอง
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 15
สัญญา
จำนอง
สิทธิของผู้จำนอง
1. โอนทรัพย์จำนอง (มาตรา 702 วรรค 2)
2. เอาทรัพย์จำนองไปจำนองต่อ (มาตรา 712)
3. ชำระล้างหนี้จำนองเป็นงวดๆ (มาตรา 713)
4. ไถ่ถอนจำนอง
5. ไล่เบี้ยลูกหนี้กรณีผู้จำนองเข้าชำระหนี้เสียเอง (มาตรา 724)
(1) เฉพาะกับลูกหนี้เท่านั้น
(2) คนหลังหลุดพ้นเท่าที่เสียหาย
(3) ไล่เบี้ยระหว่างผู้จำนองด้วยกันไม่ได้ (มาตรา 725)
6. ได้เงินเหลือจากบังคับจำนอง (มาตรา 732)
7. หลุดพ้นความรับผิดในบางกรณี (มาตรา 726,727)
(1) ผู้จำนองคนหลังหลุดพ้นเมื่อผู้จำนองคนก่อนได้รับปลดจำนอง
· จำนองระบุลำดับ
· คนหลังหลุดพ้นเท่าที่เสียหาย
· ลูกหนี้ไม่หลุดพ้น
(2) เมื่อไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิ (มาตรา 727,697)
(3) เมื่อเจ้าหน้าที่ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ (มาตรา 727,700)
(4) เมื่อขอชำระหนี้แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับ (มาตรา 727,701)
ผู้จํานองมีสิทธิที่จะไถ่ถอนทรัพย์สินที่จํานองได้ถ้ามีการจํานองซ้อนกันหลายราย ผู้ที่
รับจดทะเบียนจํานองก่อนย่อมมีสิทธิได้รับชําระหนี้ก่อนตามลําดับไป (ม.730) ถ้าหนี้
ของผู้รับจดทะเบียนจํานองรายหลังถึงกําหนดชําระก่อน ผู้รับจํานองรายหลังจะบังคับ
ตามสิทธิของตนให้เสียหายแก่ผู้รับจํานองรายแรก ซึ่งหนี้ยังไม่ถึงกําหนดชําระไมได้
หากผู้จํานองเป็นบุคคลภายนอกที่มิใช้ลูกหนี้แล้ว ผู้จํานองยังมีสิทธิที่จะได้รับเงินใช้คืน
จากลูกหนี้ตามจํานวนเงินที่ชําระแทน ลูกหนี้ไปด้วย (ม.724)
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 16
สัญญา
จำนอง
การบังคับจำนอง
1. ขายทอดตลาด (มาตรา 728)
(1) ต้องมีหนังสือบอกกล่าวลูกหนี้ก่อน
(ก) บอกให้ชำระหนี้
(ข) กำหนดเวลาสมควรให้ชำระหนี้
(2) ฟ้องคดีต่อศาล เมื่อลูกหนี้ละเลย
การฟ้องร้องต่อศาล คือ การบังคับจำนองเอาทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอด
ตลาด และการบังคับจำนองด้วยวิธีการเอาทรัพย์สินที่จำนองหลุดมาเป็นสิทธิ
การบังคับจำนองเอาแก่ทรัพย์ที่จำนองซ้อนให้ถือลำดับผู้รับจำนองเรียงตาม
วันเวลาผู้รับจำนองก่อนจะได้รับใช้หนี้ก่อนผู้รับจำนองคนหลัง
1. ต้องมีจดหมายบอกกล่าวให้ชำระหนี้จำนองเสียก่อน 1 เดือน
2. ในกรณีที่มีผู้รับจำนองหลายคน สิทธิในการบังคับจำนองให้เรียงลำดับตาม
วันและเวลาที่จดทะเบียน4.3 ถ้าเอาทรัพย์สินจำนองหลุด / เอาออกขายทอด
ตลาด ได้ราคาเท่าใด ลูกหนี้ / ผู้จำนองไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่4.4 จะ
บังคับจำนองแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองได้ จะต้องมีจดหมายบอกกล่าวให้
ผู้รับโอนทรัพย์สินจำนองทราบล่วงหน้า 1 เดือน จึงจะบังคับจำนองได้
2. เอาทรัพย์จำนองหลุด (มาตรา 729)
(1) เมื่อครบเงื่อไข 3 ประการ
(ก) ลูกหนี้ขาดส่งดอกเบี้ย 5 ปี
(ข) ผู้จำนองแสดงมิได้ว่าทรัพย์สูงกว่าหนี้ที่ค้าง
(ค) ไม่มีจำนองหรือบุริมสิทธิ์อื่น
***บุริมสิทธิ คือ สิทธิเหนือทรัพยสินของลูกหนี้ในการที่จะไดรับชําระหนี้อันคาง
ชําระแก่ตนจาก ทรัพยสินนั้นกอนเจ้าหนี้อื่น ๆ (ป.พ.พ. มาตรา 251)
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 17
สัญญา
จำนอง
ตัวอย่างสัญญาจำนอง
ตัวอย่าง
นายเอกได้กู้เงินจากนายโทเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาทโดยนำที่ดินราคา 1 ล้าน
บาทเช่นกันไปจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันการชำระหนี้ของตน โดยตกลงค่า
ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ต่อมาอีก 10 ปี นายเอกผิดนัดไม่เคยชำระเงิน
ต้นหรือดอกเบี้ยให้แก่นายโทเลย ดังนั้นเมื่อรวมยอดหนี้คือเงินต้น 1 ล้านบาท
กับดอกเบี้ยอีก 1 ล้านห้าแสนบาทแล้วจะเป็นเงิน 2 ล้านห้าแสนบาท นายโทมี
สิทธิฟ้องนายเอกต่อศาล ขอให้ศาลสั่งให้นายเอกโอนกรรมสิทธิในที่ดินดังกล่าว
ให้มาเป็นของนายโทได้เลย โดยไม่ต้องมีการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวแต่
อย่างใด
ถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายตลาดใช้หนี้ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่า
จำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่ หรือ ถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองหลุดเป็นของผู้รับ
จำนองและราคาทรัพย์นั้นมีราคาต่ำกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่ ทั้งสอง
กรณีนี้ เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใด ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบจำนวนในเงินที่ยัง
ขาดอยู่นั้น
ตัวอย่าง
นายเอกนำที่ดินไปจำนองนายโทเป็นเงิน 1 ล้านบาท ต่อมาเมื่อเจ้าหนี้บังคับ
จำนองเอาที่ดินออกขายทอดตลาดได้เงินเพียง 5 แสนบาท ดังนี้นายโทจะไป
บังคับให้นายเอกชดใช้เงินจำนวนที่ยังขาดอยู่อีก 5 แสนบาทไม่ได้
ข้อยกเว้น แต่ถ้าในสัญญาจำนองได้ตกลงกันไว้ว่า ในกรณีที่มีการบังคับ
จำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระยอดหนี้ เงินที่ยังขาดจำนวนนี้ลูกหนี้ยังคงต้องรับ
ผิดชดใช้ให้แก่ผู้รับจำนองจนครบถ้วนข้อตกลงเช่นนี้มีผลบังคับได้ไม่ถือว่า
เป็นการผิดกฎหมาย ผู้รับจำนองมีสิทธิที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ส่วนที่ยังขาด
จำนวนอยู่ดังกล่าวได้อีกจนครบถ้วน
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 18
สัญญา
จำนอง
ตัวอย่างสัญญาจำนอง
ตัวอย่าง
นายเอกนำที่ดินไปจำนองนายโท 1 ล้านบาท โดยตกลงกันว่าหากนายโทบังคับ
จำนองแล้วได้เงินไม่ครบ 1 ล้านบาท นายเอกยินยอมชดใช้เงินที่ยังขาดจำนวน
อยู่นั้นคืนให้แก่ผู้รับจำนองจนครบถ้วน ต่อมานายโทบังคับจำนองนำที่ดินออก
ขายทอดตลาดได้เงินเพียง 5 แสนบาท เงินที่ยังขาดอีก 5 แสนบาทนี้ นายโทมี
สิทธิบังคับให้นายเอกชำระคืนให้แก่ตนจนครบถ้วนได้
ในกรณีที่มีการบังคับจำนอง เมื่อนำที่ดินออกขายทอดตลาดได้เงินสุทธิเท่าใด
แล้วก็ให้นำเงินดังกล่าวชำระหนี้คืนให้แก่ผู้รับจำนอง หากมีเงินเหลืออยู่เท่าใดก็
ให้ส่งมอบคืนให้แก่ผู้จำนองผู้รับจำนองจะเก็บไว้เสียเองไม่ได้
ตัวอย่าง
นายเอกจำนองที่ดินไว้กับนายโทเป็นเงิน 1 ล้านบาท ต่อมาเมื่อนายโท บังคับ
จำนองได้เงินจากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวเป็นเงิน 2 ล้านบาท นายโทก็
หักเงินที่เป็นหนี้ตนอยู่ 1 ล้านบาท ส่วนเงินที่ยังเหลืออยู่อีก 1 ล้านบาทนั้น นายโท
ต้องคืนนายเอกไป
(2) ต้องมีหนังสือบอกกล่าวลูกหนี้ก่อน (มาตรา 728)
(ก) บอกให้ชำระหนี้
(ข) กำหนดเวลาสมควรให้ชำระหนี้
(3) ฟ้องคดีต่อศาล เมื่อลูกหนี้ละเลย
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 19
สัญญา
จำนอง
บังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ (มาตรา 733)
1.ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบในเงินที่ขาด
(1) ใช้บังคับเฉพาะกรณีบังคับจำนอง
(2) ถ้ามิใช่บังคับจำนอง ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในเงินที่ขาด
2. อาจทำสัญญาตกลงยกเว้นกันได้
3. ทำสัญญาค้ำประกันการจำนองอีกก็ได้
จำนองทรัพย์หลายสิ่งประกันหนี้รายเดียวและ
ไม่ระบุลำดับ (มาตรา 734)
1. บังคับจำนองแก่ทรัพย์ทุกสิ่งหรือบางสิ่งเท่าที่จำเป็น
2. ไม่ระบุจำนวนหนี้ที่ทรัพย์ประกัน
กระจายหนี้ไปตามส่วนราคาทรัพย์ (กรณีบังคับจำนองพร้อมกัน)
3.การรับช่วงสิทธิของผู้รับจำนองคนถัดไป
1. ผู้รับจองนองคนถัดไปเข้ารับช่วงสิทธิของผู้รับจำนองคนก่อน
2. บังคับจำนองเท่าทรัพย์จำนองอื่นที่เหลืออยู่
เอาชำระหนี้ได้เพียงเท่าส่วนของผู้รับจำนองคนก่อนจะพึงได้รับ ในกรณีบังคับ
จำนองพร้อมกัน
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 20
สัญญา
จำนอง
ตัวอย่างสัญญาจำนอง
ตัวอย่าง
นายเอกจำนองที่ดินแปลงหนึ่งไว้กับนายโท เป็นเงิน 1 ล้านบาท ต่อมานายเอกตาย
โดยยกมรดกที่ดินดังกล่าวไปให้นายจู๋ลูกชายของตน การตายของนายเอกหาได้
ทำให้สิทธิของนายโทหมดไปไม่ นายโทมีสิทธิบังคับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวได้
แม้ว่าจะเป็นชื่อของนายจู๋แล้วก็ตาม หนี้ที่ขาดอายุความไปแล้วจะมีผลกระทบถึงการ
จำนองหรือไม่ แม้ว่าหนี้ที่เป็นประกันนั้นจะขาดอายุความแล้วก็ตาม ผู้รับจำนองก็
ยังมีสิทธิที่จะบังคับจำนองเอาทรัพย์สินที่จำนองได้
ดังนั้น จึงไม่มีผลกระทบถึงสิทธิของผู้รับจำนองในทรัพย์สินที่จำนองแต่อย่างใด
แต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระในการจำนองเกินกว่า 5 ปีไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา
745)
ตัวอย่าง
นายเอกนำที่ดินไปจำนองไว้กับนายโทเป็นเงิน 1 ล้านบาทกำหนดชำระคืนในวันที่ 1
มกราคม 2510 เมื่อถึงกำหนดชำระแล้ว นายโทก็มิได้ติดตามทวงถามจากนายเอก
เลยจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2527 จึงได้บังคับจำนองซึ่งหนี้เงินกู้นั้นต้องฟ้องภายใน
10 ปีนับแต่วันที่ถึงกำหนด ซึ่งกรณีหนี้เงินกู้ขาดอายุความไปเป็นเวลานานแล้วนาย
เอกจะต่อสู้ว่าหนี้เงินกู้ได้ขาดอายุความไปแล้ว ดังนั้นตนจึงไม่ต้องรับผิดตาม
สัญญาจำนองไม่ได้ เพราะแม้ว่าหนี้เงินกู้จะขาดอายุความก็ตามแต่สิทธิจำนองยัง
อยู่หาได้หมดไปตามอายุความไม่ นายโทจึงมีสิทธิบังคับจำนองที่ดินดังกล่าวได้ แต่
นายโทจะบังคับในส่วนดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินกว่า 5 ปีไม่ได้
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการจำนองเป็นหลักประกันการชำระหนี้อย่างแท้จริง ดังนั้นหาก
เจ้าหนี้ประสงค์ที่จะได้รับชำระหนี้คืนแล้ว เจ้าหนี้จึงควรให้ลูกหนี้นำทรัพย์สินมา
จำนองเป็นประกันการชำระหนี้ด้วย
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 21
สัญญา
จำนอง
สัญญาจำนองระงับ (มาตรา 744)
1. เหตุทำให้ระงับ
(1) หนี้ประธานระงับ
(2) ปลดจำนองเป็นหนังสือ
(3) ผู้จำนองหลุดพ้น
(4) ถอนจำนอง
(5) ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในการบังคับจำนองหรือถอนจำนอง
(6) เอาทรัพย์จำนองหลุด
2. จำนองไม่ระงับเพราะอายุความ (มาตรา 745)
(1) ต้องบังคับจากทรัพย์จำนองเท่านั้น
(2) จะไปบังคับจากสินทรัพย์อื่นของลูกหนี้ไม่ได้
(3) บังคับเอาดอกเบี้ยได้เพียง 5 ปี
3. จำนองระงับต้องจดทะเบียน (มาตรา 746)
(1) ผ่อนชำระแต่ละครั้ง
(2) ชำระหนี้บางส่วน
(3) ชำระสิ้นเชิง
(4) แก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนอง
(5) แก้ไขเปลี่ยนแปลงหนี้อันจำนองเป็นประกัน
การชำระหนี้จำนองทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ดี การระงับหนี้จำนองไม่ว่าใน
กรณีใด ๆ ก็ดีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงในการจำนองก็ดี กฎหมายบังคับ
ให้ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มิฉะนั้น แล้วจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคล
ภายนอกไม่ได้
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 22
สัญญา
จำนอง
สัญญาจำนองระงับ (มาตรา 744)
1. เหตุทำให้ระงับ
(1) หนี้ประธานระงับ
(2) ปลดจำนองเป็นหนังสือ
(3) ผู้จำนองหลุดพ้น
(4) ถอนจำนอง
(5) ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในการบังคับจำนองหรือถอนจำนอง
(6) เอาทรัพย์จำนองหลุด
2. จำนองไม่ระงับเพราะอายุความ (มาตรา 745)
(1) ต้องบังคับจากทรัพย์จำนองเท่านั้น
(2) จะไปบังคับจากสินทรัพย์อื่นของลูกหนี้ไม่ได้
(3) บังคับเอาดอกเบี้ยได้เพียง 5 ปี
3. จำนองระงับต้องจดทะเบียน (มาตรา 746)
(1) ผ่อนชำระแต่ละครั้ง
(2) ชำระหนี้บางส่วน
(3) ชำระสิ้นเชิง
(4) แก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนอง
(5) แก้ไขเปลี่ยนแปลงหนี้อันจำนองเป็นประกัน
การชำระหนี้จำนองทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ดี การระงับหนี้จำนองไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ดีการ
เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงในการจำนองก็ดี กฎหมายบังคับให้ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
มิฉะนั้น แล้วจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกไม่ได้
ตัวอย่าง
นายเอกจำนองที่ดินของตนไว้กับนายโท ต่อมานายโทยอมปลดจำนองที่ดินดังกล่าวให้แก่นายเอก
แต่ทั้งสองฝ่ายมิได้ไปจดทะเบียนการปลดจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมานายโทโอนการจำนอง
ให้นายจัตวาโดยจดทะเบียนถูกต้อง แล้วนายจัตวาได้บังคับจำนองที่ดินแปลงนี้ นายเอกจะยกข้อ
ต่อสู้ว่านายโทปลดจำนองให้แก่ตนแล้วขึ้นต่อสู้กับนายจัตวาไม่ได้
23
สัญญาค้ำประกัน
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 24
สัญญา
ค้ำประกัน
ความหมายของการค้ำประกัน
คนเราถ้าขัดสนเงินทองก็ต้องกู้เป็นหนี้เขาแต่เขาอาจจะไม่ยอมให้กู้ถ้าไม่มีอะไรเป็น
หลักประกันให้ความมั่นใจว่าเขาจะได้รับชำระหนี้คืนค้ำประกันก็เป็นหลักประกันอัน
หนึ่ง ค้ำประกันคือการใครคนหนึ่งทำสัญญากับเจ้าหนี้ว่าถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ผู้ค้ำ
ประกันจะชำระหนี้นั้นแทนเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เจ้าหนี้ก็ย่อมมีสิทธิรียกร้องหรือฟ้อง
ให้ค้ำประกันรับผิดได้
การที่จะฟ้องให้ผู้ค้ำประกันรับผิดตามสัญญาค้ำประกันได้นั้นจะต้องมีหลักฐานเป็น
หนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญมิใช่ตกลงกันด้วยปากเปล่าซึ่งฟ้องไม่ได้
ตามธรรมดาถ้าทำสัญญาค้ำประกันตามแบบซึ่งมีขายอยู่ทั่วไปก็ไม่ค่อยมีปัญหา
เพราะเป็นแบบซึ่งทำโดยผู้รู้กฎหมายแต่ถ้าทำกันเองก็อาจเกิดปัญหาได้ ถ้าเราเป็นเจ้า
หนี้ก็ต้องระมัดระวังในข้อนี้ในเอกสารนั้นต้องมีข้อความอันเป็นสาระสำคัญว่า ถ้าลูก
หนี้ไม่ชำระหนี้ผู้ค้ำประกันจะชำระหนี้แทนมิฉะนั้นอาจฟ้องผู้ค้ำประกันไม่ได้เพราะไม่ใช้
เป็นสัญญาค้ำประกันตามกฎหมาย
ความหมายของสัญญาค้ำประกัน
คือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่า “ผู้ค้ำประกัน” สัญญาว่าจะชําระหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้
เมื่อลูกหนี้ไม่ยอมชําระหนี้ (มาตรา ๖๘๐) เช่น กรณีที่ นาย ก กู้เงินจากนาย ข เป็นจํา
นวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยนาย ค เซ็นชื่อค้ำประกัน หรือรับรองว่าหากนาย ก ไม่ชํา
ระหนี้เงินกู้นาย ค จะ ชําระหนี้แทนนาย ก เอง สัญญาดังกล่าว เรียกว่า “สัญญาค้ำ
ประกัน” โดยนาย ก เรียกว่า “ลูกหนี้” นาย ข เรียกว่า “เจ้าหนี้” นาย ค เรียกว่า “ ผู้ค้ำ
ประกัน”
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 25
สัญญา
ค้ำประกัน
คู่สัญญา
บุคคลที่มีความสามารถตามกฎหมายกำหนด โดยไม่เป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ
คน วิกลจริต และคนเสมือนไร้ความสามารถ หากนิติกรรมซึ่งได้กระทำโดยบุคคลผู้
หย่อนความสามารถ นิติกรรมนั้นจะถูกบอกล้างนิติกรรมนั้นให้เป็นโมฆียะ
การแสดงเจตนา
ต้องแสดงเจตาโดยสมัครใจ โดยไม่ถูกข่มขู่กลฉ้อฉล เจตนาลวง สำคัญผิด
และกระทำลงโดยการแสดงเจตนาวิปริต นิติกรรมซึ่งกระทำลงโดยการแสดงเจตนา
วิปริต ซึ่งแยกออกได้เป็น 3 กรณี คือ
1.สำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์ ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 157 ดังนี้
“การแสดงโมฆียะกรรม “นิติกรรมเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล
หรือทรัพย์สิน เป็นโมฆียะ”
คุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินนั้นต้องเป็นเรื่องซึ่งตามปกตินับว่าเป็นสาระ
สำคัญเช่น ก ทำสัญญาจ้าง ข โดย ก คิดว่า ข เป็นช่างไม้มีฝีมือ แต่ที่จริง ข เป็น
ช่างปูน เช่นนี้ สัญญาจ้างระหว่าง ก และ ข เป็นโมฆียะ
2.ถูกฉ้อฉล มาตรา 159 บัญญัติว่า “การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็น
โมฆียะ”
3.ถูกข่มขู่ มาตรา 164 บัญญัติว่า “การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่เป็นโมฆียะ” การ
ข่มขู่ที่จะทำให้การใดตกเป็นโมฆียะนั้น จะต้องเป็นการข่มขู่ที่จะให้เกิดภัยอันใกล้จะถึง
และร้ายแรงถึงขนาดที่จะจูงใจให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว ซึ่งถ้ามิได้มีการข่มขู่เช่น
นั้น การนั้นก็จะมิได้กระทำขึ้น
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 26
สัญญา
ค้ำประกัน
วัตถุประสงค์ของสัญญา
โดยวัตถุประสงค์ต้องห้ามขัดแย้งกับกฎหมาย ห้ามขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ
ศีลธรรมอันดี
ลักษณะของสัญญาค้ำประกัน
มาตรา 680 บัญญัติว่า อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอก
คนหนึ่งเรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ ในเมื่อ
ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใด อย่างหนึ่ง
ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้ บังคับคดีหาได้ไม่
อาจแยกสาระสำคัญของสัญญาค้ำประกันออกได้เป็น 5 ประการ คือ
1. สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาอุปกรณ์
2. ผู้ค้ำประกันต้องเป็นบุคคลภายนอก
3. บุคคลภายนอกผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ว่าเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้นจะชำระ
4. การค้ำประกันนั้นเป็นการทำสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับบุคคลภายนอกผู้
ค้ำประกัน
5. กฎหมายมิได้กำหนดแบบของสัญญาค้ำประกันไว้
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 27
สัญญา
ค้ำประกัน
1. สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาอุปกรณ์
จากบทบัญญัติที่ว่า .... “ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้
นั้น” สัญญาค้ำประกันจะเกิดขึ้นได้จะต้องมีหนี้ผูกพันระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้หรือที่เรียก
ว่า “หนี้ประธานหรือสัญญาประธาน” อยู่ก่อนแล้ว หนี้ตามสัญญาค้ำประกันจึงเป็นเพียง
“หนี้อุปกรณ์หรือสัญญาอุปกรณ์” ซึ่งโดยหลักแล้วสัญญาอุปกรณ์จะสมบูรณ์หรือไม่ย่อม
ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของสัญญาประธาน ตามบทบัญญัติ มาตรา 681 ว่า “อันค้ำ
ประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์” คือต้องมีหนี้ผูกพันระหว่างเจ้าหนี้และลูก
หนี้และต้องเป็นหนี้อันสมบูรณ์เท่านั้น ส่วนหนี้ที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเกิดขึ้นตามมูลหนี้ที่ค้ำ
ประกันจะเป็นหนี้อะไรก็ได้ เช่น กู้ยืม เช่าทรัพย์ ซื้อขาย จ้างทำของ เช่าซื้อ ฯลฯ แต่อย่างไร
ก็ตาม ถ้าลูกหนี้ต้องปฏิบัติชำระหนี้ด้วยตนเอง เช่น แสดงภาพยนตร์ทีวี ผู้ค้ำประกันจะ
ชำระหนี้แทนไม่ได้ แต่อาจค้ำประกันในทำนองให้เบี้ยปรับ หรือค่าเสียหายก็ได้ เช่น นาย ก.
ไปศึกษาต่อต่างประเทศ จึงทำสัญญากับกรมเจ้าสังกัดว่าเมื่อศึกษาจบแล้วจะกลับมารับ
ราชการเป็น 2 เท่าของเวลาที่รับทุน มิฉะนั้นจะให้ปรับเป็นเงิน 2 เท่าของเงินทุนและเงิน
เดือนที่ได้รับไประหว่างลาและมี นาย ข. เป็น ผู้ค้ำประกันโดยตรงลงว่า ถ้านาย ก. ผิด
สัญญาตนจะชำระหนี้นั้นแทน ดังนี้เป็นสัญญาค้ำประกัน
2. ผู้ค้ำประกันต้องเป็นบุคคลภายนอก ลูกหนี้จะทำสัญญาค้ำประกันตนเองไม่ได้
หมายถึงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ ในกรณีที่หนี้รายใดมีลูกหนี้รายหลาย หรือเจ้า
หนี้หลายคน ก็ต้องไม่ใช่บุคคลที่เป็นลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เหล่านั้น นอกจากนั้นบุคคลที่จะเป็น
ผู้ค้ำประกันอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2223/2539 แม้การที่โจทก์ทำหนังสือมอบสิทธิการรับเงิน
ฝากให้ไว้แก่ ธนาคารผู้ให้กู้ จะมิใช่การค้ำประกันตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 680 ก็ตาม แต่เป็นเรื่อง ความตกลงกันในทางฝากเงินเพื่อเป็นประกันหนี้อันเป็น
สัญญา อีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อจำเลยยอมรับว่าโจทก์ชำระหนี้แทนจำเลย และจำเลยรับจะ
ชำระเงินคืนให้โจทก์ จำเลยจึงต้องใช้เงินคืนแก่โจทก์ตามข้อสัญญาที่โจทก์และจำเลยได้
ตกลงไว้
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 28
สัญญา
ค้ำประกัน
3. บุคคลภายนอกผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ว่าเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้นจะชำระ
ความรับผิดของค้ำประกันเป็นความรับผิดในฐานะลูกหนี้ชั้นที่สอง คือจะต้องชำระหนี้ให้เจ้า
หนี้ก็ต่อเมื่อลูกหนี้ตามมูลหนี้ประธานผิดนัดไม่ชำระ ถ้าลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระนั้นแล้วผู้ค้ำ
ประกันตกลงจะเป็นผู้ชำระแทน แต่ทั้งนี้ไม่หมายรวมถึงกรณีที่รับรองว่าลูกหนี้สามารถที่
จะชำระหนี้ได้ ซึ่งในกรณีเช่นนั้นไม่ใช่ผู้ค้ำประกันเพราะมิได้ผูกพันตนว่าจะ ชำระแทนให้
ด้วยเหตุที่ความผูกพันของผู้ค้ำประกัน คือชำระหนี้ให้แทน เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ หนี้เป็น
ประกันนั้นจึงต้องเป็นหนี้ที่บุคคลภายนอกกระทำการชำระหนี้ให้แทนได้ หากเป็นหนี้ที่ลูก
หนี้ต้องปฏิบัติชำระหนี้ด้วยตนเองจะมีผู้ค้ำประกันไม่ได้ดังกล่าวมาแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ 1239/2505 จำเลยขอให้โจทก์ค้ำประกันบุคคลผู้ส่งข้าวไปขาย
ต่างประเทศต่อกระทรวงเศรษฐการ โดยจำเลยยอมรับผิดต่อโจทก์ ถ้าโจทก์ต้องเสียหาย
อย่างใดๆ ในการค้ำประกันนั้น ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 แต่เป็นสัญญาธรรมดาระหว่างโจทก์จำเลย เมื่อโจทก์ต้อง
เสียหายโดยชำระหนี้ค่าข้าวแทนบุคคลนั้นไปโดยสุจริต ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยใช้เงิน
นั้นได้ภายใน 10 ปีตามมาตรา 164 ไม่ใช่ 5 ปี ตามมาตรา 165
4. การค้ำประกันนั้นเป็นการทำสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับบุคคลภายนอกผู้ค้ำประกัน
ดังนั้นไม่จำเป็นที่ลูกหนี้จะต้องรู้เห็นยินยอมในการค้ำประกัน สัญญาค้ำประกันก็มีผล
สมบูรณ์ ผู้ค้ำประกันจะยกเอาการที่ลูกหนี้ไม่ได้ยินยอมนี้เป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ หรือหากผู้ค้ำ
ประกันชำระหนี้ไปตามสัญญาค้ำประกันแล้ว การใช้สิทธิไล่เบี้ยเอากับลูกหนี้ ลูกหนี้จะอ้าง
การที่ตนไม่ได้ยินยอมด้วยในการเข้าทำสัญญาค้ำประกันนั้นไม่ยอมให้ค้ำประกันใช้สิทธิไล่
เบี้ยไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 762/2519 สัญญาค้ำประกันไม่มีข้อความว่าลูกหนี้ยินยอมด้วย
เจ้าหนี้ ก็บังคับผู้ค้ำประกันได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 762/2512 การค้ำประกันนั้นหาจำต้องให้ลูกหนี้ยินยอมให้ผู้ค้ำ
ประกันเข้าค้ำประกันหนี้นั้นก่อนไม่ สัญญาค้ำประกันจึงไม่จำต้องมีข้อความว่าลูกหนี้
ยินยอมให้ผู้ค้ำประกันแล้ว (หลักฐานแห่งการค้ำประกันนั้น)
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 29
สัญญา
ค้ำประกัน
5. กฎหมายมิได้กำหนดแบบของสัญญาค้ำประกันไว้ มาตรา 680 วรรค 2 บัญญัติไว้
เพียง “สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใด อย่างหนึ่งลงลายมือ
ชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้ บังคับคดีหาได้ไม่” หมายความว่ากฎหมาย
บังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือเท่านั้น เพียงแต่ผู้ค้ำประกันลงชื่อ แม้เจ้าหนี้จะไม่ได้
ลงชื่อในสัญญานั้นด้วย ก็ฟ้องสามารถร้องบังคับคดีได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 992/2546 หนังสือค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำให้ไว้แก่โจทก์ จำเลย
ที่ 2 ฝ่ายเดียวลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
ผู้ค้ำประกันตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 680 วรรคสอง เท่านั้น มิใช่
หนังสือสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 อันจะถือเป็นตราสารที่ต้องปิดอากร
แสตมป์บริบูรณ์ตามความมุ่งหมายแห่ง ประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 103, 104 และ 118 แต่
อย่างใด ดังนั้น แม้หนังสือค้ำประกันดังกล่าวจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ใช้เป็นพยานหลัก
ฐานในคดีได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 7103/2539 ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีระบุถึงการ
ที่โจทก์ประสงค์จะขอถอนคำร้องทุกข์คดีอาญา เนื่องจากไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลย
ที่ 1 อีกต่อไป เพราะตกลงกันได้โดยจำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คพิพาท 3 ฉบับ สั่งจ่ายเงินรวม
410,000 บาท เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ และมีจำเลยที่ 2 ยืนยันว่าหากธนาคารปฏิเสธการ
จ่ายเงินตามเช็คทั้งสามฉบับ จำเลยที่ 2 ยินยอมรับชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งให้แก่โจทก์
นั้น ย่อมแสดงให้เข้าใจได้ชัดเจนว่าถ้าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยที่ 2 จะ
ยอมชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์นั่นเอง ทั้งจำเลยที่ 2 ก็ลงลายมือชื่อท้ายเอกสารดังกล่าวใน
ช่องที่ระบุว่าผู้ค้ำประกัน รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานเป็นหนังสือ
ที่จำเลยที่ 2 ยอมตนเข้าค้ำประกันการชำระเงินตามเช็คที่จำเลยที่ 1 ออกให้แก่โจทก์ จำเลย
ที่ 2 จึงต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 30
สัญญา
ค้ำประกัน
ขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำประกัน
เมื่อจำกัดความรับผิดไว้แล้วก็รับผิดเท่าที่จำกัดไว้แต้ถ้าไม่จำกัดความรับผิดเมื่อลูก
หนี้ผิดสัญญาต่อเจ้าหนี้ไม่ชำระเงินหรือค่าเสียหายมากน้อยเพยงใดผู้ค้ำประกันก็
ต้องรับผิดเมื่อลูกหนี้ผิดสัญญาต่อเจ้าหนี้ไม่ชำระเงินหรือค่าเสียหายมากน้อยเพียง
ใดผู้ค้ำประกันก็ต้องรับผิดจนสิ้นเชิงเช่นเดียวกับลูกหนี้ทุกอย่างเมื่อทำสัญญาค้ำ
ประกันแล้วผู้ค้ำประกันต้องผูกผันตามสัญญานั้นเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องหรือฟ้องให้
รับผิดได้ เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด
การพ้นความรับผิดของผู้ค้ำประกัน
เมื่อเซ็นชื่อในสัญญาแล้วผู้ค้ำประกันก็มีภาระต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้จนกว่าหนี้ของ
ลูกหนี้จะระงับไปตราบใดที่หนี้ของลูกหนี้ยังมีอยู่ผู้ค้ำประกันก็ไม่พ้นความรับผิด
แต่มีพฤติการณ์บางอย่าง ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ผู้ค้ำประกันพ้นความรับผิด
(1) เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้คือถ้าได้กำหนดวันชำระหนี้ไว้แน่นอนแล้ว
เจ้าหนี้ยืดเวลาผู้ค้ำประกันจะไม่กำจัดความรับผิดของตนไว้ในสัญญาค้ำประกัน
ด้วยก็ได้ถ้าไม่ต้องการรับผิดอะไรบ้าง หรือต้องการจำกัดขอบเขตความรับผิดไว้
เพียงใดก็ต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจน เช่น ลูกหนี้กู้เงินเจ้าหนี้ 100,000 บาท
อัตราเงินดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีผู้ค้ำประกันจะกำจัดความรับผิดเฉพาะกรณีที่
บุคคลนั้นทำความเสียหายเนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่ไม่รวมถึงประมาทเลินเล่อด้วย
ต่อไปอีกผู้ค้ำประกันก็พ้นความรับผิด
(2) เมื่อหนี้ของลูกหนี้ถึงกำหนดชำระแล้วผู้ค้ำประกันเอาเงินไปชำระให้แก่
เจ้าหนี้แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับโดยไม่มีเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ผู้ค้ำประกันก็หลุดพ้น
จากความรับผิดเช่นเดียวกัน
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 31
สัญญา
ค้ำประกัน
สิทธิของผู้ค้ำประกัน
(1) เมื่อผู้ค้ำประกันถูกเรียกร้องให้ชำระแทนลูกหนี้มิใช้ผู้ค้ำประกันต้องชำระหนี้
ทันทีแต่มีสิทธิที่จะเกี่ยงให้เจ้าหนี้ไปเรียกร้องเอาจากลูกหนี้ได้ทั้งนี้ภายใต้ข้อยกเว้นบาง
ประการและถ้าเจ้าหนี้ฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับลูกหนี้ก็ยังมีสิทธิพิสูจน์ต่อศาลว่าลูกหนี้มี
ทรัพย์สินชำระหนี้ได้และการที่บังคับเอาจากลูกหนี้นั้นศาลก็ต้องบังคับเอาจากทรัพย์สิน
ของลูกหนี้ก่อนเพราะหนี้ที่ผู้ค้ำประกันต้องชำระมิใช้ป็นหนี้ของผู้ค้ำประกันเองผู้ค้ำ
ประกันเป็นลูกหนี้ชั้นที่สอง
บางกรณีเจ้าหนี้เอาเปรียบลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน ในสัญญาสำเร็จรูป จะมีความว่า “ให้ผู้
ค้ำประกันยอมรับผิดร่วมกับลูกหนี้” คือลูกหนี้ร่วมเท่ากับให้ผู้ค้ำประกันรับผิดหนักขึ้น
ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาค้ำประกันจึงต้องพิจารณาว่าจะยอมรับผิดเช่นนั้นหรือไม่ถ้า
ยอมรับผิดร่วมกับลูกหนี้ก็ไม่มีสิทธิที่จะเกี่ยงดังกล่าวข้างต้น
(2) เมื่อมีผู้ค้ำประกันชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แล้ว ไม่ว่าจะชำระแต่โดยดีหรือชำระหนี้
โดยถูกบังคับคำพิพากษาผู้ค้ำประกันก็มีสิทธิรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ในอันที่จะเรียกเอา
เงินชำระให้เจ้าหนี้ใช้แล้วนั้นคืนจากลูกหนี้ได้ตามจำนวนที่ชำระไปตลอดจนค่าเสียหาย
ต่างๆเนื่องจากการค้ำประกัน
การเป็นผู้ค้ำประกันนั้นมีแต่เสียตามคำพังเพยที่ว่าเนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง มีแต่
เอากระดูกมาแขวนคอเพราะฉะนั้นก่อนที่จะเซ็นชื่อในสัญญาค้ำประกันต้องพิจารณาตัว
ลูกหนี้ซึ่งผู้ค้ำประกันจะชำระหนี้แทนให้ดีว่ามีความสามารถชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ได้แค่ไหน
และมีการซื่อสัตย์สุจริตเพียงใดทั้งต้องพิจารณาข้อความในสัญญาให้รอบคอบ บางที่
กำหนดให้ผู้ค้ำประกันรับผิดหนักขึ้นหรือสละสิทธิบางอย่างอันอาจทำให้ไล่เบี้ยเอาจาก
ลูกหนี้ไม่ได้เมื่อเข้าใจข้อความในสัญญาดีแล้วจึงค่อยลงชื่อในสัญญาค้ำประกัน
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 32
สัญญา
ค้ำประกัน
ตัวอย่างของฟอร์มสัญญา
หนังสือสัญญาค้ำประกัน
เขียนที่…………………………………………
วันที่…………..เดือน…………….พ.ศ………………...
ข้าพเจ้า………………………………………………ผู้ค้ำประกัน อายุ…………………ปี
อยู่บ้าน…………………..ตำบล………………………….…..อำเภอ………………………………
จังหวัด…………………………….ได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันให้ไว้แก่………………………...
ดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ 1. ตามที่ ………………………………………………………….ได้กู้ยืมเงินจากท่านผู้ให้กู้ไป
เป็นจำนวนเงิน………………………บาท (………………………………………………..)
ตามสัญญากู้ฉบับลงวันที่………………..เดือน………………..พ.ศ…………………..นั้น ผู้ค้ำประกัน
ยอมให้สัญญาว่า ถ้าผู้กู้ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่ท่านผู้ให้กู้ตามสัญญาก็ดี หรือผู้
กู้ถึงแก่กรรมก็ดี หรือหนี้ระงับด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ซึ่งกระทำให้ผู้ให้กูต้องขากศูนย์ต้นเงิน
หรือดอกเบี้ย ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดชอบ ชำระหนี้แทนให้ทั้งสิ้น ตลอดทั้งต้นเงินและ
ดอกเบี้ย กับ บรรดาค่าเสียหายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นเพราะผลแห่งผู้กู้ผิดสัญญา และผู้ค้ำ
ประกันยินยอมให้ผู้ให้กู้ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ได้
ข้อ 2. ถ้าผู้กู้ผิดสัญญา ผู้ค้ำประกันยอมให้ผู้ให้กู้ฟ้องร้องผู้ค้ำประกันได้ทีเดียว
โดยที่จ้ำองฟ้องผู้กู้ก่อน
ข้อ 3. ผู้ค้ำประกันทราบข้อความตามสัญญาค้ำประกันนี้ตลอดแล้ว จึงได้ลงชื่อให้
ไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน
ลงชื่อ…………………………………ผู้ค้ำประกัน
ลงชื่อ…………………………………พยาน
ลงชื่อ………………………สามีพยานให้ความยินยอม
33
ความแตกต่าง
ระหว่างสัญญา
BUSINESS AND COMMERCIAL LAWS 34
ความแตกต่าง
ของสัญญา
สัญญาจำนำ สัญญาจำนอง สัญญาค้ำประกัน
คู่สัญญา ผู้จำนำ-ผู้รับจำนำ ผู้จำนอง-ผู้รับจำนอง ผู้ค้ำประกัน-เจ้าหนี้
ทรัพย์ที่นำมาประกัน อสังหาริมทรัพย์,สังหาริม
สังหาริมทรัพย์ทุกชนิด -
ทรัพย์ชนิดพิเศษ
แบบของกฎหมาย ทำเป็นหนังสือและจด
ไม่มีแบบกฎหมายกำหนด ไม่มีแบบกฎหมายกำหนด
ทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่
การบังคับทรัพย์ที่นำมา
ขายทอดตลาดได้โดยไม่
ต้องฟ้องศาลเพื่อขาย
กรณีเมื่อลูกหนี้ผิดนัด
ทอดตลาด เมื่อถึงกำหนดวันเวลาที่
ประกัน ต้องฟ้องศาล
ต้องชำระหนี้ตามที่ได้
ตกลงกับเจ้าหนี้แล้ว
กฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้
มีหนังสือบอกกล่าวไปยัง
ผู้ค้ำประกันภายในหกสิบ
วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้
ผิดนัด ในระหว่างนี้ห้ามเจ้า
หนี้เรียกให้ผู้ค้ำประกัน
ชำระหนี้ก่อนที่หนังสือ
บอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำ
ประกัน
การบังคับทรัพย์ ไม่ต้องรับผิดชอบในส่วน
รับผิดชอบส่วนที่เหลือ -
เหลือ
35
บรรณานุกรม
36
สมาชิกในกลุ่ม
กิฤติยา ยอดแก้ว รหัส62100349
บุศรินทร์ สิงห์สุข รหัส62100445
พลกฤต สัญวัชญ์ รหัส62100478
ศิรา ศีลเมืองพรหม รหัส62100545
สดุดี ภู่สันติสัมพันธ์ รหัส62100559
อรอินน์ สติภา รหัส62100592