บทที่5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง การจัดหมู่ ที่ส่งผล ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยได้นำเสนอวัตถุประสงค์ของการ วิจัย สมมติฐานการวิจัย สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กับเกณฑ์ร้อยละ 75 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน สมมติฐานการวิจัย 1. ประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ (E1 /E2 ) ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75/75 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์หลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน วิธีการดำเนินการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอุดรพัฒนาการ อำเภอเมือง อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 2. กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอุดรพัฒนาการ อำเภอเมือง อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จำนวน 28 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม( cluster random sampling)
40 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 1. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ แบบฝึกทักษะ จำนวน 6 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง รวม 6 ชั่วโมง 2. แบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างตามลำดับดังนี้ 1. ก่อนการทดลองให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2. ผู้วิจัยดำเนินการสอนกลุ่มตัวอย่างด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นจำนวน 6 แผน โดยให้นักเรียนเรียนและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ 3. เมื่อสิ้นสุดการทดลองสอนแล้ว นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชุดเดิมไปทดสอบนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยดำเนินการโดยใช้โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับ ข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ตามขั้นตอนดังนี้ 1. ศึกษาประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2. ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน
41 สรุปผลการวิจัย 1. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง การจัดหมู่ ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.93/83.21 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์75/75 ที่ตั้งไว้ 2. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง การจัดหมู่ ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ย หลังเรียนเท่ากับ 16.64 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.21 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 3. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง การจัดหมู่ ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยก่อน เรียนเท่ากับ 7.29 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 36.43 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.64 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.21 เมื่อเปรียบเทียบกันด้วย การทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t – test for Dependent Sample) ผลปรากฏว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน อภิปรายผล ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง การจัดหมู่ ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประเด็นน่าสนใจที่จะนำมา อภิปรายผล ดังนี้ 1. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง การจัดหมู่ ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบฝึกทักษะและคะแนนทดสอบหลังเรียนเท่ากับ ร้อยละ 88.93 และทำ คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เท่ากับ 83.21 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.93/83.21 แสดงว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง การจัดหมู่ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้ศึกษาพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ อาจเนื่องมาจาก แบบฝึกทักษะนี้ได้มีการสร้างจากกระบวนการที่ชัดเจน ผ่านการ ตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ มีการทดลองใช้แล้วนำมาปรับปรุงก่อนใช้จริง ทำให้นักเรียนได้ศึกษาด้วย ตนเอง ได้เรียนรูได้ตามศักยภาพของตน และแบบฝึกหัดมีความน่าสนใจ ท้าทายให้นักเรียนอยากลง มือทำ เพื่อหาคำตอบด้วยตนเองเนื่องจากมีความแปลกใหม่และเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาในชีวิตจริง ทำให้นักเรียนเกิดความคล่องแคล่ว ชำนาญในเนื้อหานั้น ๆ ช่วยให้เกิดทักษะเพิ่มมากขึ้น สอดคล้อง
42 กับงานวิจัยของ ประภาพร ถิ่นอ่อง. (2560) ได้ทำการวิจัย เรื่อง การพัฒนาแบบฝึกทักษะการบวกลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1) การพัฒนาแบบฝึกทักษะการบวกลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 88.04/82.38 นักเรียนทำแบบฝึกทักษะ การบวกลบระหว่างเรียนได้ถูกต้อง เฉลี่ยร้อยละ 88.04 และนักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนได้เฉลี่ยร้อยละ 82.38 แสดงว่า แบบฝึกทักษะการบวกลบ ที่ผู้วิจัยพัฒนา มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด คือ 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนโดยใช้ แบบฝึกทักษะการบวกลบ สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) นักเรียนมีความ พึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวกลบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2. นักเรียนที่เรียนด้วยการศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการจัด การเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง การจัดหมู่ ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียน พบว่า มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนจากคะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย ก่อนเรียนเท่ากับ 7.29 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 36.43 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.64 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.21 เมื่อนำมาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อาจเนื่องมาจาก การเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะความรู พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ มุ่งเน้นให้นักเรียน ได้ศึกษาหาความรูด้วยตนเอง นักเรียนได้แสดง ความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันกับเพื่อน ทำให้นักเรียนมีความสนใจในการ เรียนมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัย เกวลี ด่างเกษ (2561) จากการศึกษาวิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โดยใช้แบบฝึกทักษะ สรุปได้ ว่า 1) แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ ( E1/E2 )เท่ากับ 84.05/80.33 ซึ่งสูงกวาเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกทักษะ มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ มีความพึง พอใจ อยู่ในระดับมาก
43 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ประโยชน์ 1.1 ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะความรู้พื้นฐานทาง คณิตศาสตร์ ควรมีการแนะนำให้ผู้เรียนเข้าใจวิธีการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะก่อน เพราะถ้าผู้เรียน เกิดความสับสนหรือไม่เข้าใจ อาจส่งผลไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ 1.2 ครูผู้สอนควรทบทวนเนื้อหาให้กับนักเรียนที่บกพร่องหรือไม่เข้าใจในเนื้อหานั้น ๆ และควรมีการกล่าวชมเชย ให้รางวัล หรือเสริมแรงให้แก่นักเรียนที่ตั้งใจ 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยวิธีการสอนรูปแบบ ต่าง ๆ โดยใช้แบบฝึกทักษะความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์เป็นส่วนประกอบในกิจกรรมการเรียน การสอน 2.2 ควรมีการศึกษาการใช้แบบฝึกทักษะความรูพื้นฐานทางคณิตศาสตร์กับตัวแปรอื่น ๆ นอกเหนือจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เช่น ความมีวินัยในตนเอง ความรับผิดชอบ ความคงทนใน การเรียนรูความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นต้น
44 เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ . (2551) . หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ : โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด . กระทรวงศึกษาธิการ . (2560) . ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) . สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ : โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด . จินดา อุ่นทอง.(2558). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการบวกการลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสารมิตร. จันตรา ธรรมแพทย์. (2560) การพัฒนาแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ สำหรับ นักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ต่ำ. วิทยานิพนธ์ปริญญา ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ จันทรเกษม. ณัฐชา อักษรเดช. (2554). การสร้างแบบฝึกการอ่านจับใจความ สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). มหาสารคาม : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ทิชากร ทองระยับ. (2558). ผลการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่องความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนรู้ตามทฤษฎีคอน สตรัคติวิสต์. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้). บุรีรัมย์ : บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาราชภัฏบุรีรัมย์. นิตยา ฤทธิ์โยธี. (2559). การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะเพื่อสอนซ่อมเสริม เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. กรุงเทพฯ :วัฒนาพานิช. มยุรี พรสุวรรณ. (2560) การพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง ทศนิยม สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 .วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาหลักสูตร และ การสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. มวลทรัพย์ปาละวงศ์. (2554). การพัฒนาแบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่อง เซต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
45 วัชรี กาญจน์กีรติ . (2554) . การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์. เพชรบุรี: สาขาคณิตศาสตร์และ คอมพิวเตอร์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี . ศิริพร สะอาดล้วน. (2551) . ความสัมพันธ์ระหว่างความมีวินัยในตนเองกับผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ . ศึกษาศาสตร์ มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ . สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 เล่ม 2(พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว. สุธัญญา รัตนบรรพต. (2558). การพัฒนาแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการพัฒนา หลักสูตรและการเรียนการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี. Loring, D. H.(2003). “Effects of Worked Examples and Algebra Problem Problemsolving Skill on Error and Cognitive Load”. Dissertation Abstracts International, 64(5) : 1527-A ; November. Curtis, K.M.(2006). “Improving Student Attitudes : A Study of Mathematics Curriculum Innovation.” Dissertation Abstracts International, 67 (4) : unpaged
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย
48 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีรายนามดังต่อไปนี้ 1. นางสกาวเดือน เหมะธุลิน ครูชำนาญการพิเศษ วิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอุดรพัฒนาการ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 2. นางสาวลัดดาวรรณ เผื่อนผึ้ง ครูชำนาญการ วิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอุดรพัฒนาการ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 3. นายคำสา สุโพธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ วิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอุดรพัฒนาการ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
ภาคผนวก ข แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ
50 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป เกณฑ์การประเมินความสอดคล้อง (Index of consistency : IOC) ของผู้เชี่ยวชาญ มีดังนี้ + 1 สำหรับรายการประเมินที่เหมาะสมและสอดคล้อง 0 สำหรับรายการประเมินที่ไม่แน่ใจว่าเหมาะสมและสอดคล้อง - 1 สำหรับรายการประเมินที่ไม่เหมาะสมและสอดคล้อง ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ +1 0 -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและสัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและสอดคล้องกับ ความสามารถผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติ และ สร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และความสามารถ ผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และ เจตคติ
51 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................... ลงชื่อ...........................................ผู้เชี่ยวชาญ ( ) วันที่ ........ เดือน ….................. พ.ศ. ……......
52 แบบตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ โดยใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อม เขียนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป เกณฑ์การประเมิน +1 แน่ใจว่าข้อคำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 0 ไม่แน่ใจว่าข้อคำถามสอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม -1 แน่ใจว่าข้อคำถามไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม จุดประสงค์ การเรียนรู้ ข้อสอบ น้ำหนัก ข้อเสนอแนะ - 1 0 + 1 นักเรียนสามารถ บอกความหมาย วิธีการจัดหมู่ของ สิ่งของที่แตกต่าง กัน ทั้งหมดได้ 1. จำนวนวิธีจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกัน n สิ่ง โดยเลือกคราวละ r สิ่ง คือข้อใด ก. Cn, r = ! (−)! ข. Cn, r = (−)!! ค. Cn, r = ! (−)!! ง. Cn, r = ! (−)! นักเรียนสามารถ หาจำนวนวิธีการ จัดหมู่ของสิ่งของที่ แตกต่างกัน ทั้งหมด(Cn, r) ที่กำหนดให้ได้ 2. ข้อใดคือค่าของ 10, 2 ก. 45 ข. 50 ค. 55 ง. 60 3. ข้อใดคือค่าของ 7, 3 ก. 32 ข. 33 ค. 34 ง. 35
53 จุดประสงค์ การเรียนรู้ ข้อสอบ น้ำหนัก ข้อเสนอแนะ - 1 0 + 1 4. ข้อใดคือค่าของ 6, 2 ก. 14 ข. 15 ค. 16 ง. 17 5. ข้อใดคือค่าของ 5, 0 ก. 0 ข. 1 ค. 2 ง. 3 6. ข้อใดคือค่าของ 9, 9 ก. 3 ข. 2 ค. 1 ง. 0 7. ข้อใดคือค่าของ 5, 2 ก. 10 ข. 11 ค. 12 ง. 13 นักเรียนสามารถ หาจำนวนวิธีการ จัดหมู่ของสิ่งของที่ แตกต่างกัน ทั้งหมดได้ 8. , 2 = , 1 ข้อใดคือค่าของ n ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 9. , 2 = , 5 ข้อใดคือค่าของ n ก. 7 ข. 4 ค. 6 ง. 5 10. , 1 = , 4ข้อใดคือค่าของ n ก. 3 ข. 4 ค. 5 ง. 6
54 จุดประสงค์ การเรียนรู้ ข้อสอบ น้ำหนัก ข้อเสนอแนะ - 1 0 + 1 11. , 3 = , 1ข้อใดคือค่าของ n ก. 2 ข. 4 ค. 6 ง. 8 12. , 4 = , 2ข้อใดคือค่าของ n ก. 5 ข. 6 ค. 7 ง. 8 13. “จำนวนวิธีเลือกตัวแทนนักเรียน 8 คน จากนักเรียน 12 คน” เขียนสัญลักษณ์ได้ อย่างไร ก. 12, 12 ข. 8, 12 ค. 8, 8 ง. 12, 8 14. “ข้อสอบอัตนัยหนึ่งชุดมี 6 ข้อ ถ้าคำสั่ง ระบุว่าให้เลือกทำเพียง 4 ข้อ” เขียน สัญลักษณ์จำนวนวิธีในการเลือกทำข้อสอบได้ อย่างไร ก. 6, 4 ข. 4, 6 ค. 4, 4 ง. 6, 6 15. “ถ้าต้องการจัดคน 5 คน เพื่อถ่ายรูปครั้ง ละ 3 คน” เขียนสัญลักษณ์จำนวนวิธีในการ เลือกคนถ่ายรูปได้อย่างไร ก. 5, 3 ข. 5, 5 ค. 6, 5 ง. 3, 5
55 จุดประสงค์ การเรียนรู้ ข้อสอบ น้ำหนัก ข้อเสนอแนะ - 1 0 + 1 16. ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งมีคน 36 คน ถ้า สองคนใด ๆ จับมือกันหนึ่งครั้ง จงหาว่าจะมี การจับมือทั้งหมดกี่ครั้ง ก. 36, 5 ข. 36, 4 ค. 36, 3 ง. 36, 2 17. ข้อสอบชุดหนึ่งมีทั้งหมด 30 ข้อ นักเรียน สามารถเลือกทำได้ 25 ข้อ เขียนสัญลักษณ์ จำนวนวิธีในการเลือกทำข้อสอบได้อย่างไร ก. 31, 25 ข. 30, 25 ค. 25, 30 ง. 36, 2 นักเรียนสามารถ แก้โจทย์ปัญหา จำนวนวิธีการจัด หมู่ของสิ่งของที่ แตกต่างกัน ทั้งหมดได้ 18. ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งมีคน 24 คน ถ้าสอง คนใด ๆ จับมือกันหนึ่งครั้ง จงหาว่าจะมีการจับมือทั้งหมดกี่ครั้ง ก. 256 ข. 296 ค. 286 ง. 276 19. จงหาจำนวนรูปสามเหลี่ยมที่สร้างได้จาก การลากเส้นเชื่อมจุดยอด 6 จุด ของรูป 6 รูป ก. 10 ข. 20 ค. 30 ง. 40 20. จะเลือกนักเรียน 4 คน จากนักเรียน 17 คน เพื่อไปแข่งขันกีฬา จะมีวิธีเลือกกี่วิธี ก. 2,480 วิธี ข. 2,580 วิธี ค. 2,380 วิธี ง. 2,680 วิธี
56 จุดประสงค์ การเรียนรู้ ข้อสอบ น้ำหนัก ข้อเสนอแนะ - 1 0 + 1 21. จงหาจำนวนเส้นทแยงมุมของรูป 8 เหลี่ยม ก. 28 ข. 26 ค. 20 ง. 18 22. สุ่มหยิบไพ่ 2 ใบ จากสำรับไพ่ 1 สำรับ จะหยิบได้กี่วิธี ก. 1,326 ข. 1,342 ค. 14,32 ง. 1.462 23. หยิบไพ่ 10 ใบ จากไพ่ 13 ใบที่แตกต่าง กัน จะเลือกหยิบไพ่ได้กี่วิธี ก. 678 ข. 698 ค. 456 ง. 286 24. ในการเลือกกรรมการ 3 คน จากสมาชิก สโมสร 20 คน จะมีวิธีคัดเลือกได้กี่วิธี ก. 170 ข. 180 ค. 190 ง. 200
57 จุดประสงค์ การเรียนรู้ ข้อสอบ น้ำหนัก ข้อเสนอแนะ - 1 0 + 1 25. กำหนดจุด 10 จุด บนเส้นรอบวงของ วงกลมวงหนึ่ง ถ้าต้องการลากส่วนของเส้นตรง เชื่อมจุด 10 จุดนี้จะมีส่วนของเส้นตรงที่่เชื่อม จุดเหล่านี้มากที่สุดกี่เส้น ก. 30 ข. 45 ค. 60 ง. 75 26. ถ้าต้องการเลือกผลไม้ 3 ชนิด จากผลไม้ 6 ชนิด คือ ส้ม ชมพู่ มังคุด ละมุด มะม่วง และ จะมีวิธีเลือกทั้งหมด กี่วิธี ก. 20 ข. 40 ค. 60 ง. 80 27. มีนักเรียนชั้น ม.4 จำนวน 3 คน นักเรียน ชัน ม.5 จำนวน 4 คน และนักเรียนชั้น ม.6 จำนวน 2 คนต้องการเลือกนักเรียนเหล่านี้ ออกมา 5 คน จำนวนวิธีการเลือกเท่ากับกี่วิธี ก. 187 ข. 134 ค. 126 ง. 154
58 จุดประสงค์ การเรียนรู้ ข้อสอบ น้ำหนัก ข้อเสนอแนะ - 1 0 + 1 28. ต้องการจัดทีมฟุตบอล 7 ทีม ให้พบกันทุก ทีมจะต้องจัดให้มีการแข่งขันกี่ครั้ง ก. 20 ข. 21 ค. 11 29. จงหาจำนวนวิธีที่จะเลือกกรรมการชุดละ 8 คน จากนักเรียนหญิง 6 คน ชาย 10 คน โดยมีเงื่อนไขว่ากกรมการชุดนี้มีนักเรียนหญิง อย่างน้อย 5 คน ก. 740 ข. 730 ค. 720 ง. 710 30. นักเรียนชั้น ม.4 , ม.5 และ ม.6 ชั้นละ 4 คน ต้องการเลือกนักเรียนเหล่านี้ออกมาเป็น ตัวแทน 5 คน ถ้า a แทนจำนวนวิธีเลือก โดยต้องมีนักเรียน ชั้น ม.6 อย่างน้อยหนึ่งคน b แทนจำนวนวิธีเลือก โดยต้องมีนักเรียนครบ ทุกชั้นปี จงหา a-b ก. 112 ข. 113 ค. 114 ง. 115
59 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ลงชื่อ........................................ผู้ประเมิน (............................................................)
ภาคผนวก ค ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ
61 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ 1 ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญ ครบถ้วนและสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและ วัตถุประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและ สอดคล้องกับความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการ คิด การลงมือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับ ระดับชั้น +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และกิจกรรม +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
62 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ 2 ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญ ครบถ้วนและสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและ วัตถุประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและ สอดคล้องกับความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการ คิด การลงมือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับ ระดับชั้น +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และกิจกรรม +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
63 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ 3 ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญ ครบถ้วนและสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและ วัตถุประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและ สอดคล้องกับความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการ คิด การลงมือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับ ระดับชั้น +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และกิจกรรม +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
64 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ 4 ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญ ครบถ้วนและสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและ วัตถุประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและ สอดคล้องกับความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการ คิด การลงมือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับ ระดับชั้น +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และกิจกรรม +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
65 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ 5 ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญ ครบถ้วนและสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและ วัตถุประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและ สอดคล้องกับความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการ คิด การลงมือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับ ระดับชั้น +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และกิจกรรม +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ หมายเหตุ การแปลผลค่า IOC ใช้เกณฑ์ ดังนี้ IOC < 0.5 หมายถึง ข้อสอบไม่สอดคล้องกับเนื้อหา ควรตัดข้อสอบข้อนั้นทิ้งไป IOC > 0.5 หมายถึง ข้อสอบข้อนั้นสอดคล้องกับเนื้อหา สามารถใช้ข้อสอบข้อนั้นได้
66 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ 6 ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญ ครบถ้วนและสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและ วัตถุประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและ สอดคล้องกับความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการ คิด การลงมือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับ ระดับชั้น +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และกิจกรรม +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
67 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ ข้อที่ ผลการประเมินผู้เชี่ยวชาญ รวม IOC แปลผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 11 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 12 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 13 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 14 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 15 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 16 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 17 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 18 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 19 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 20 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 21 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 22 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 23 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
68 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง การจัดหมู่ ข้อที่ ผลการประเมินผู้เชี่ยวชาญ รวม IOC แปลผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 24 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 25 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 26 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 27 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 28 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 29 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 30 0 0 +1 1 0.33 ตัดทิ้ง หมายเหตุ การแปลผลค่า IOC ใช้เกณฑ์ ดังนี้ IOC < หมายถึง ข้อสอบไม่สอดคล้องกับเนื้อหา ควรตัดข้อสอบนั้นทิ้งไป IOC > หมายถึง ข้อสอบสอดคล้องกับเนื้อหา สามารถใช้ข้อสอบข้อนั้นได้
ภาคผนวก ง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ฟังก์ชันลอการิทึม ผลการวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r)
70 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 20 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลา 50 นาที คำชี้แจง แบบทดสอบฉบับนี้เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ โดยให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงในกระดาษคำตอบในข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. จำนวนวิธีจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกัน n สิ่ง โดยเลือกคราวละ r สิ่ง คือข้อใด ก. Cn, r = ! (−)! ข. Cn, r = (−)!! ค. Cn, r = ! (−)!! ง. Cn, r = ! (−)! 2. ข้อใดคือค่าของ 6, 2 ก. 14 ข. 15 ค. 16 ง. 17 3. ข้อใดคือค่าของ 5, 4 ก. 5 ข. 6 ค. 7 ง. 8 4. , 3 = , 1ข้อใดคือค่าของ n ก. 2 ข. 4 ค. 6 ง. 8 5. , 4 = , 2 ข้อใดคือค่าของ n ก. 9 ข. 8 ค. 7 ง. 6 6. “ถ้าต้องการจัดคน 7 คน เพื่อถ่ายรูปครั้ง ละ 4 คน” เขียนสัญลักษณ์จำนวนวิธีใน การเลือกคนถ่ายรูป ได้อย่างไร ก. 7, 4 ข. 4, 7 ค. 7, 5 ง. 7, 7 7. ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งมีคน 36 คน ถ้าสอง คนใด ๆ จับมือกันหนึ่งครั้ง จงหาว่าจะมี การจับมือทั้งหมดกี่ครั้ง ก. 36, 5 ข. 36, 4 ค. 36, 3 ง. 36, 2 8. ข้อสอบชุดหนึ่งมีทั้งหมด 30 ข้อ นักเรียน สามารถเลือกทำได้ 25 ข้อ เขียน สัญลักษณ์จำนวนวิธีในการเลือกทำ ข้อสอบได้อย่างไร ก. 31, 25 ข. 30, 25 ค. 25, 30 ง. 36, 2 9. ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งมีคน 15 คน ถ้าสองคนใด ๆ จับมือกันหนึ่งครั้ง จงหาว่าจะมีการจับมือทั้งหมดกี่ครั้ง ก. 135 ครั้ง ข. 125 ครั้ง ค. 115 ครั้ง ง. 105 ครั้ง
71 10. จงหาจำนวนรูปสามเหลี่ยมที่สร้างได้จาก การลากเส้นเชื่อมจุดยอด 5 จุด ของรูป ห้าเหลี่ยม ก. 10 รูป ข. 20 รูป ค. 30 รูป ง. 40 รูป 11. จะเลือกนักเรียน 16 คน จากนักเรียน 17 คน เพื่อไปแข่งขันกีฬา จะมีวิธีเลือกกี่วิธี ก. 15 วิธี ข. 16 วิธี ค. 17 วิธี ง. 18 วิธี 12. จงหาจำนวนเส้นทแยงมุม ของรูป 8 เหลี่ยม ก. 28 เส้น ข. 26 เส้น ค. 20 เส้น ง. 18 เส้น 13. สุ่มหยิบไพ่ 2 ใบ จากสำรับไพ่ 1 สำรับ จะหยิบได้กี่วิธี ก. 1,326 วิธี ข. 1,342 วิธี ค. 1,432 วิธี ง. 1,462 วิธี 14. หยิบไพ่ 10 ใบ จากไพ่ 13 ใบที่แตกต่าง กัน จะเลือกหยิบไพ่ได้กี่วิธี ก. 678 วิธี ข. 698 วิธี ค. 456 วิธี ง. 286 วิธี 15. ในการเลือกกรรมการ 3 คน จาก สมาชิกสโมสร 20 คน จะมีวิธีคัดเลือกได้กี่วิธี ก. 170 วิธี ข. 180 วิธี ค. 190 วิธี ง. 200 วิธี 16. กำหนดจุด 10 จุด บนเส้นรอบวง ของ วงกลมวงหนึ่ง ถ้าต้องการลากส่วนของ เส้นตรงเชื่อมจุด 10 จุดนี้ จะมีส่วนของ เส้นตรงที่่เชื่อมจุดเหล่านี้มากที่สุดกี่เส้น ก. 30 เส้น ข. 45 เส้น ค. 60 เส้น ง. 75 เส้น 17. ถ้าต้องการเลือกผลไม้ 3 ชนิด จากผลไม้ 6 ชนิด คือ ส้ม ชมพู่ มังคุด ละมุด มะม่วง และ ลิ้นจี่ จะเลือกได้กี่วิธี ก. 20 วิธี ข. 40 วิธี ค. 60 วิธี ง. 80 วิธี 18. มีนักเรียนชั้น ม.4 จำนวน 3 คน นักเรียน ชั้น ม.5 จำนวน 4 คน และนักเรียน ชั้น ม.6 จำนวน 2 คนต้องการเลือก นักเรียนเหล่านี้ออกมา 5 คน จำนวน วิธีการเลือกเท่ากับกี่วิธี ก. 187 วิธี ข. 134 วิธี ค. 126 วิธี ง. 154 วิธี 19. ต้องการจัดทีมฟุตบอล 7 ทีม ให้พบกัน ทุกทีมจะต้องจัดให้มีการแข่งขัน กี่ครั้ง ก. 20 ครั้ง ข. 21 ครั้ง ค. 11 ครั้ง ง. 10 ครั้ง 20. จงหาจำนวนวิธีที่จะเลือกกรรมการชุดละ 8 คน จากนักเรียนหญิง 6 คน ชาย 10 คน โดยมีเงื่อนไขว่ากรรมการชุดนี้มี นักเรียนหญิงอย่างน้อย 5 คน ก. 740 วิธี ข. 730 วิธี ค. 720 วิธี ง. 710 วิธี
72 เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง 1 11 2 12 3 13 4 14 5 15 6 16 7 17 8 18 9 19 10 20
73 ผลการวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ ข้อที่ ประสิทธิภาพแบบทดสอบ ผลการวิเคราะห์ ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) 1 0.50 0.56 ใช้ได้ 2 0.61 0.78 ใช้ได้ 3 0.61 0.56 ใช้ได้ 4 0.56 0.89 ใช้ได้ 5 0.56 0.67 ใช้ได้ 6 0.67 0.67 ใช้ได้ 7 0.44 0.22 ใช้ได้ 8 0.33 0.22 ใช้ได้ 9 0.67 0.44 ใช้ได้ 10 0.28 0.56 ใช้ได้ 11 0.44 0.22 ใช้ได้ 12 0.67 0.44 ใช้ได้ 13 0.33 0.22 ใช้ได้ 14 0.50 0.33 ใช้ได้ 15 0.39 0.33 ใช้ได้ 16 0.50 0.56 ใช้ได้ 17 0.50 0.78 ใช้ได้ 18 0.44 0.44 ใช้ได้ 19 0.44 0.22 ใช้ได้ 20 0.39 033 ใช้ได้ หมายเหตุ การพิจารณาค่าความยาก (p) ที่พอเหมาะ ควรมีค่าตั้งแต่ 0.20 – 0.80 การพิจารณาค่าอำนาจจำแนก (r) ที่พอเหมาะ ควรมีค่าตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
74 ผลการทดสอบระหว่างคะแนนหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป PSPP ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ (t-test for Dependent Sample) ระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป PSPP
75 ภาคผนวก จ แผนการจัดการเรียนรู้ ใบความรู้ แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบย่อย
76 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 2 ค31102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง หลักการนับเบื้องต้น ภาคเรียนที่ 2/2565 เรื่อง การจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมด 1 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวมณันยา พินะสา โรงเรียนอุดรพัฒนาการ 1. มาตรฐานและตัวชี้วัด สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น และนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 3.2 ม.4/1 เข้าใจและใช้หลักการบวกและการคูณ การเรียงสับเปลี่ยน และการจัดหมู่ในการแก้ปัญหา 2. สาระสำคัญ การจัดหมู่ (Combination) เป็นการนำสิ่งของที่มีความแตกต่างกันทั้งหมดหรือเพียง บางส่วนมา โดยไม่ถือตำแหน่งหรือลำดับก่อนหลังเป็นสำคัญ และในการเลือกสิ่งของ 1 ชุด เป็นการจัด 1 วิธี ดังนั้น จำนวนวิธีการจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกัน n สิ่ง โดยจัดทีละ r สิ่ง เท่ากับ ! (−)!! วิธีเขียนแทนด้วย Cn, r = ! (−)!! 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบบทเรียนนี้แล้ว นักเรียนสามารถ 3.1 บอกความหมายวิธีการจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมดได้(K) 3.2 เขียนวิธีการหาจำนวนวิธีการจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมดได้(P) 3.3 มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ การจัดหมู่ (Combination) 5. สมรรถนะของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด - การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้ การปฏิบัติ 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
77 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ เรื่อง การจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมด ให้นักเรียนทราบ 2. นักเรียนรับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3. ครูอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติตนในการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การจัดหมู่ของ สิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 4. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง การจัดหมู่การจัดหมู่ของสิ่งของ ที่แตกต่างกันทั้งหมด จำนวน 10 ข้อ ครูตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนแล้วบันทึกผลใน แบบบันทึกคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 5. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมายการจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมด โดยครูคอยแนะนำและอธิบายเพิ่มเติมเมื่อนักเรียนมีข้อสงสัย 6. นักเรียนทำแบบฝึกทักษะที่ 1 ครูเดินดูรอบห้องสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เสร็จแล้วให้นักเรียนเปลี่ยนกันตรวจโดยตรวจสอบ ความถูกต้องจากเฉลย ให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้วบันทึกผลในแบบบันทึก คะแนนแบบฝึกทักษะ ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 7. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปสาระสำคัญ เรื่อง ความหมายการจัดหมู่ การจัดหมู่ (Combination) เป็นการนำสิ่งของที่มีความแตกต่างกันทั้งหมด หรือเพียงบางส่วนมา โดยไม่ถือตำแหน่งหรือลำดับก่อนหลังเป็นสำคัญ และในการเลือก สิ่งของ 1 ชุด เป็นการจัด 1 วิธี Cn, r คือ จำนวนวิธีในการเลือกสิ่งของ r สิ่ง จากสิ่งของที่แตกต่างกัน n สิ่ง ซึ่งคือ จำนวนวิธีจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกัน n สิ่ง โดยเลือกคราวละ r สิ่ง ได้ข้อสรุป ดังนี้ จำนวนวิธีจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกัน n สิ่ง โดยเลือกคราวละ r สิ่ง คือ Cn, r = ! (−)!! วิธี จะสังเกตได้ว่า Cn, r = ! (−)!! = , !
78 7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ - หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของ สสวท. - แบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมด 7.2 แหล่งการเรียนรู้ - ห้องสมุดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของโรงเรียนอุดรพัฒนาการ - google : การจัดหมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมด 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ วิธีการ เกณฑ์การ ประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) 1.1 บอกความหมายวิธีการจัดหมู่ของ สิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมดได้ แบบฝึกทักษะที่ 1 ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ของ สิ่งของที่แตกต่าง กันทั้งหมด ตรวจ แบบฝึกทักษะที่ 1 ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ของ สิ่งของที่แตกต่างกัน ทั้งหมด ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 75 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 2.1 เขียนวิธีการหาจำนวนวิธีการจัด หมู่ของสิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมดได้ แบบฝึกทักษะที่ 1 ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ของ สิ่งของที่แตกต่าง กันทั้งหมด ตรวจ แบบฝึกทักษะที่ 1 ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ของ สิ่งของที่แตกต่างกัน ทั้งหมด ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 75 ขึ้นไป 3. ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์(A) 3.1 มีความรับผิดชอบต่องานที่ ได้รับมอบหมาย แบบสังเกต พฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม อยู่ในระดับ ดี ขึ้นไป
79 แบบประเมินด้านความรู้ (K) และด้านทักษะกระบวนการ (P) ประจำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง หลักการนับเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2/2565 ด้านความรู้ ประเมินจาก แบบฝึกทักษะที่ 1 ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ของสิ่งของที่ แตกต่างกันทั้งหมด ด้านทักษะกระบวนการ ประเมินจากแบบฝึกทักษะที่ 1 ของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การจัดหมู่ของ สิ่งของที่แตกต่างกันทั้งหมด เลขที่ ด้านความรู้ ด้านทักษะ กระบวนการ ผลการประเมิน คะแนนเต็ม (10) คะแนนเต็ม (10) ได้ ร้อยละ ได้ ร้อยละ ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17
80 เลขที่ ด้านความรู้ ด้านทักษะ กระบวนการ ผลการประเมิน คะแนนเต็ม (10) คะแนนเต็ม (10) ได้ ร้อยละ ได้ ร้อยละ ผ่าน ไม่ผ่าน 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 เกณฑ์การประเมิน นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ สรุปผลการประเมิน ผ่านเกณฑ์ จำนวน....................คน ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน....................คน ลงชื่อ……………………………………………..…ผู้ประเมิน (นางสาวมณันยา พินะสา)
81 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคลชั้น ม.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หลักการนับเบื้องต้น คำชี้แจง ทำเครื่องหมาย ✔ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติดังนี้ ระดับ 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก ระดับ 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นน้อย เลขที่ ความ กระตือรือร้น มีระเบียบ วินัย ความรับ ผิด ชอบ คะแนนรวม เกณฑ์การ ประเมิน หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23
82 เลขที่ ความ กระตือรือร้น มีระเบียบ วินัย ความรับ ผิด ชอบ คะแนนรวม เกณฑ์การ ประเมิน หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 24 25 26 27 28 ลงชื่อ……………………………………………..…ผู้ประเมิน (นางสาวมณันยา พินะสา) รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. ความ กระตือรือร้น ตั้งใจเรียน และสนใจใน การทำกิจกรรม ตลอดเวลา ตั้งใจเรียน และสนใจใน การทำกิจกรรมบางเวลา ไม่ตั้งใจเรียน และไม่ สนใจในการทำ กิจกรรม 2. การมี ระเบียบวินัย ในการทำงาน สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาด เรียบร้อย สมุดงาน ชิ้นงานส่วน ใหญ่สะอาดเรียบร้อย สมุดงาน ชิ้นงานไม่ ค่อยเรียบร้อย 3. ความ รับผิดชอบ ส่งงานก่อนหรือส่งตาม กำหนด เวลานัดหมาย ส่งงานช้ากว่ากำหนด แต่มีการติดต่อครูผู้สอน มีเหตุผลที่รับฟังได้ ส่งงานช้ากว่ากำหนด เกณฑ์การประเมิน คะแนนรวม ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดีมาก 6 - 7 ดี (ผ่านเกณฑ์) 4 - 5 พอใช้ ต่ำกว่า 4 ปรับปรุง
83 9. บันทึกผลหลังการสอน 9.1 ด้านความรู้ (K) ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ 9.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) ................................................................................................................................. ............................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 9.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์/เจตคติ(A) ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 9.4 สมรรถนะสำคัญผู้เรียน (C) ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ........................................................... (นางสาวมณันยา พินะสา)
84 ครูผู้สอน 10. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ความเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง …………………………………………….………………………………………………………………………………………….…… ลงชื่อ.......................................................... (นายไพโรจน์ คำพิมาน) ครูพี่เลี้ยง ............../................../.............. ความเห็น/ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ …………………………………………….………………………………………………………………………………………….…… ลงชื่อ.......................................................... (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ............../................../..............
85 ! ( ) ! ( )! ! ! ! ! ! ( )! , , , ,
86 , , , , , , , , , ,
87
88