ส 3 3 1 0 1 สั ง ค ม ศึ ก ษ า 1 1
FRENCH
REVOLUTION
ก า ร ป ฏิ วั ติ ฝ รั่ ง เ ศ ส
1789 - 1848
เสนอ
ค รู ช า ญ วุ ฒิ ท อ ง จั น ท ร์
TABLE OF
CONTENTS
The French
Revolution
01 การปฏิวัติ
ฝรั่งเศส
02 สาเหตุ
การปฎิวัติ
03 เหตุการณ์
ที่เกิดขึ้น
07 ประวัติิ 11 ส่งผลกับ
บุคคลสำคัญ ประเทศไทย
อย่างไร
09 ผลจาก 12 สมาชิก
การปฎิวัติ ผู้จัดทำ
10 ส่งผลกับ 13 เรื่องน่ารู้
มนุษยชาติ ของฝรั่งเศส
อย่างไร
ก า ร ป ฏิ วั ติ
ฝ รั่ ง เ ศ ส
French Revolution
การเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งใหญ่ของฝรั่งเศส จากระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ครองอำนาจและรุ่งเรืองมายาวนานสู่การปกครอง
แบบสาธารณรัฐใน ค.ศ.1789 ช่วงรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งราชวงศ์
บูร์บอง (Bourbon) แม้จะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นหลายครั้งแต่เหตุการณ์การ
ทลายคุกบาสติลในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์
ของการปฏิวัติและเป็นวันประกาศอิสรภาพปลดแอกฝรั่งเศสจากระบอบเก่า
และต่อมาถือวันที่ 14 กรกฎาคมเป็นวันชาติฝรั่งเศส แต่กว่าจะเปลี่ยนสู่ระบอบ
การปกครองแบบใหม่อย่างแท้จริงก็ล่วงมาจนถึงปี ค.ศ. 1848
ส า เ ห ตุ
ก า ร ป ฏิ วั ติ
ด้านเศรษฐกิจ
1. พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ทรงใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยในราชสำนัก เป็นปัญหาสั่งสมมาจนถึง
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16
2. เป็นปัญหาสืบเนื่องมาจากการที่ฝรั่งเศสเข้าไปพัวพันกับสงครามในต่างประเทศ
มากเกินไป โดยเฉพาะสงครามกู้เอกราชของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1776 จึงทำให้เกิด
ค้าใช้จ่ายสูง
3. เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพเศรษฐกิจจากภาคเกษตรกรรมมาสู่ภาค
อุตสาหกรรม ทำให้เกิดวิกฤตการทางการเกษตร ราคาอาหารสูงขึ้นไม่สมดุลกับค่าแรง
ที่ได้รับ การเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดชนชั้นใหม่ขึ้นมา คือชนชั้นกลาง (พ่อค้า นายทุน)
ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปฏิวัติ
4. พระเจ้าหลุยส์ไม่สามารถตัดค่าใช้จ่ายในราชสำนักได้ จึงพยายามแก้ไขโดย
- ปรับปรุงการเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อให้เกิดการไม่พอใจในกลุ่ม
คนบางกลุ่มที่ไม่เคยเสียภาษี
- เพิ่มการกู้เงิน ซึ่งก็ช่วยทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยมากขึ้น
ด้วยเช่นกัน
- ตัดรายจ่ายบางประการ เช่น การเลิกเบี้ยบำนาน ลดจำนวนค่าราชการ ซึ่ง
ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการ ยังส่งผลถึงการทำงานของราชการไม่มี
ประสิทธิภาพ
(การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากแก้ไขที่ไม่ตรงจุด จึงไม่
สามารถตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงไปได้)
ด้านสังคม
1. การรับอิทธิพลทางความคิดของชาวต่างชาติ จาการที่ฝรั่งเศสเข้าไปช่วย
สหรัฐอเมริกาทำสงครามประกาศอิสภาพจากอังกฤษ จึงทำให้รับอิทธิพลทางความคิด
ด้านเสรีภาพนั้นกลับเข้ามาในประเทศด้วย อิทธิพลทางความคิดที่สำคัญที่รับมาคือจาก
บรรดานักปรัชญากลุ่ม ฟิโลซอฟส์ (Philosophes)
2. เกิดปัญหาความแตกต่างทางสังคม อันเนื่องมาจากการแบ่งพลเมือง
- ฐานันดรที่ 1 พระ
- ฐานันดรที่ 2 ขุนนาง
- ฐานันดรที่ 3 สามัญชน
ฐานันดรที่ 1 และ 2 เป็นกลุ่มที่มีอภิสิทธิ์ชน คือไม่ต้องเสียภาษี ทำให้กลุ่มฐานันดรที่
ต้องแบกรับภาระทั้งหลายอย่างเอาไว้เช่น การเสียภาษี การจ่ายเงินค่าเช่าที่ดิน และ
การถูกเกณฑ์ไปรบ กลุ่มฐานันดรที่ 3 ถือเป็นกลุ่มไม่มีอภิสิทธิ์ชน
ด้านการเมือง
1. พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ไม่มีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศ จึงเปิดโอกาสให้คณะ
บุคคลบางกลุ่มเข้ามามีสิทธิร่วมในการบริหารประเทศ
2. สภาท้องถิ่น ตกอยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพลของขุนนางท้องถิ่น เริ่มกลับเข้ามามี
บทบาทอีกครั้ง
3. สภาปาลมองต์ หรือศาลสูงสุดของฝรั่งเศส ทำหน้าที่ให้การปรึกษากับกษัตริย์มีสิทธิ์
ยังยั้งการออกกฎหมายใหม่ ซึ่งเป็นสภาที่เป็นปากเป็นเสียงของประชนเคยถูกปิดไป
แล้ว กลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงยอมให้สภาปามองต์แสดง
บทบาทสามารถต่อรองขอสิทธิบางอย่างทางการเมือง
4. สภาฐานันดรหรือสภาทั่วไป ที่จัดตั่งขึ้นในยุคกลางในสมัยพระเจ้าฟิลิปที่ 4 เพื่อ
ต่อต้านอำนาจของสันตปาปา ซึ่งมีผลทำให้เกิดชนชั้นของประชาชน 3 ชนชั้นคือ พระ
ขุนนาง และสามัญชน ในปี ค.ศ. 1789 สถานะทางด้านการคลังของประเทศเกิดปัญหา
ขาดดุลอย่างหนัง ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เปิดสภานี้ขึ้นมาใหม่หลังจากจากที่ถูกปิดไป
ถึง 174 ปี เพื่อขอเสียงสนับสนุนจากตัวแทนของประชาชนในการขอเก็บภาษีเพิ่มขึ้น
แต่เกิดปัญหาการนับคะแนนเสียงขึ้น จนกลายเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในเดือน
กรกฎาคม ค.ศ. 1789
5. ประเทศฝรั่งเศสไม่มีรัฐธรรมนูญ ทำให้การปกครองเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
และประชาชนไม่ได้รับการคุ้มครอง
In 1790 - 1792
On October 1789
On 4 August 1789
TIMELINE
.. .
On 14 July 1789
On June 1789
On May 1789
1789 - 1848
In 1848 ... .
In 1830 - 1848
On July 1830
In 1805
In 1793
On 21 January 1793
On September 1792
TIMELINE
On May 1789 On 14 July 1789
มีการประชุมสภาฐานันดร ซึ่งพระเจ้าหลุยส์ที่ ประชาชนเดินขบวนประท้วงการปกครองของ
16 ประกาศให้มีการเลือกตั้งสภาฐานันดร ซึ่งแบ่ง พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งปล่อยให้ประชาชนทุกข์
ออกเป็น 3 ฐานันดร หรือ 3 สภา ได้แก่ ฐานันดร ยาก ด้วยการบุกไปทลายคุกบาสติล ที่คุมขัง
ขุนนาง ฐานันดรพระ และฐานันดรที่สาม นักโทษทางการเมือง
การจัดประชุมครั้งนี้มีที่มาจากความขัดแย้งและปัญหา เหล่าปัญญาชน บรรดาพ่อค้าแม่ค้า แรงงาน และ
ที่สั่งสมมาตั้งแต่การใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยในสมัยพระเจ้า- ประชาชน ต่างยกพล ย่ำเท้า และเดินขบวนประท้วง โดยจุด
หลุยส์ที่ 14 เป็นต้นมา ทำให้รัฐบาลกษัตริย์ฝรั่งเศสต้องพบกับ มุ่งหมายหลักคือ การบุกทลายคุกบาสตีย์ (Bastille) ซึ่งเป็น
ปัญหาด้านการเงิน ราชสำนักจำเป็นต้องเร่งการเก็บภาษี สถานที่กักขังนักโทษการเมือง เหตุการณ์นี้นับว่าเป็น
อย่างเท่าเทียมเพื่อบรรเทาปัญหาด้านการเงินของรัฐบาล สัญลักษณ์ของการปลดแอกจากระบอบการปกครองแบบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ภายใต้การปกครองของพระเจ้า
เมื่อมีการจัดเก็บภาษีอย่างเท่าเทียมทำให้เกิดการขัดผล หลุยส์ที่ 16
ประโยชน์กับขุนนาง เพราะเดิมทีขุนนางและพระสงฆ์ได้รับ
อภิสิทธิ์ในการจ่ายภาษีไม่เท่ากับสามัญชนทั่วไป ทำให้เกิดเป็น On 4 August 1789
ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกษัตริย์กับกลุ่มขุนนางในเรื่อง
การจัดเก็บภาษีเป็นขั้นเบื้องต้น มีคำประกาศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิ
พลเมือง ตามแนวคิดของนักปรัชญาการเมือง
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จึงเรียกประชุมฐานันดรขึ้นในวันที่ 5 ฌอง ฌากส์ รุสโซ (Jean-Jacques
พฤษภาคม ค.ศ. 1789 เพื่อลดความขัดแย้งและให้ตกลงผล Rousseau)เปลี่ยนการปกครองตามแนวคิดใน
ประโยชน์ของแต่ละฐานันดร โดยมี 3 ฐานันดรคือ ฐานันดร ระบอบเก่ามาเป็นระบอบใหม่ ที่ยึดหลักการ
ที่ 1 = ขุนนาง ฐานันดรที่ 2 = พระสงฆ์ ฐานันดรที่ 3 = สามัญ- “เสมอภาค เสรีภาพ และภราดรภาพ” และวันนี้
ชน, ประชาชน ถือเป็นวันสิ้นสุดของระบอบศักดินาในฝรั่งเศส
On June 1789 การยกเลิกระบบศักดินาและกฎเดิมภาษีและสิทธิพิเศษที่
เหลือจากอายุของระบบศักดินา สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติ
สมาชิกฐานันดรที่สามประกาศคำปฏิญาณ ทำหน้าที่ในคืนวันที่ 4 สิงหาคม 1789 ประกาศว่า "สมัชชาแห่ง
สนามเทนนิส ชาติยกเลิกระบบศักดินาอย่างสิ้นเชิง." ยกเลิกทั้ง
สิทธิseigneurial ของฐานันดรที่สอง (ขุนนาง) และส่วนสิบที่
ในวันที่ 17 มิถุนายน 1789 คณะฐานันดรที่สามซึ่งนำโดย รวบรวมโดยFirst Estate (คณะสงฆ์คาทอลิก)
ออนอเร มีราโบ เริ่มเรียกคณะของตนว่าสมัชชาแห่งชาติ
(Assemblée nationale) และในเช้าของวันที่ 20 มิถุนายน On October 1789
เหล่าสมาชิกสมัชชาแห่งชาติต่างพากันตกตะลึงเมื่อพบว่า
ห้องโถงเดตาต์ที่ใช้ประชุมสมัชชาแห่งชาติถูกลงกลอนและ ฝ่ายปฏิวัติเดินขบวนสู่พระราชวังแวร์ซาย และ
เฝ้ายามโดยทหารหลวง เหล่าสมาชิกกลัวว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ บีบบังคับให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และสมาชิกราชวงศ์
16 จะมีบัญชาให้ทหารเข้าโจมตีกลุ่มของตน เหล่าสมาชิกจึง ย้ายออกจากวังไปอยู่ในเขตตัวเมืองปารีส
พากันไปรวมตัวที่สนามเฌอเดอโปม (Jeu de paume) อันเป็น
สนามเทนนิสในร่มซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันแทน ฌ็อง ซีลแว็ง บายี การเดินขบวนเริ่มต้นขึ้นในหมู่ผู้หญิงในตลาดปารีส ซึ่งใน
ได้นำสมาชิกทั้งหมดร่วมกันกล่าวคำคำปฏิญาณอย่างจริงจัง เช้าวันที่ 5 ตุลาคม 1789 เกือบจะก่อจลาจลเรื่องราคาที่สูง
ว่า: และการขาดแคลนขนมปัง การเดินขบวนของพวกเขาเกี่ยว
พันกับกิจกรรมของนักปฏิวัติอย่างรวดเร็ว ซึ่งกำลังแสวงหา
เราขอสาบานว่าจะไม่มีวันแตกแยก และจะรวมตัวกันไม่ การปฏิรูปการเมืองแบบเสรีนิยมและสถาบันพระมหากษัตริย์
ว่าในที่แห่งหนหรือสถานการณ์ใดก็ตาม จนกว่าธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญสำหรับฝรั่งเศส
แห่งอาณาจักรจะถูกตราขึ้นและตั้งอยู่บนรากฐานอันมั่นคง
In 1790- 1792
คำปฏิญาณสนามเทนนิสคือเครื่องหมายในเชิงสัญลักษณ์
ชิ้นแรกที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวฝรั่งเศสลุกขึ้นมาเผชิญ มีการต่อสู้ระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา
หน้ากับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 อย่างเป็นทางการ และท่าทีของ
สมัชชาแห่งชาติที่ไม่ยอมกลับไปสู่ระบอบเดิม ทำให้พระเจ้า
หลุยส์ทรงต้องยอมโอนอ่อนตามฝ่ายประชาชน คำปฏิญาณนี้
ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำประกาศอิสรภาพ
สหรัฐอเมริกาในปีค.ศ. 1776
On September 1792 On July 1830
มีการประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐ แต่ ประชาชนลุกฮืออีกครั้ง
สาธารณรัฐฝรั่งเศสยังถูกปกครองด้วยกลุ่ม
อำนาจที่เป็นเผด็จการ ประชาชนลุกฮืออีกครั้ง เพราะปัญหาความยากจนและไม่
เท่าเทียม ใน “การปฏิวัติเดือนกรกฎาคม” (July Revolution)
สาธารณรัฐฝรั่งเศส สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน โดยมีการยึดอำนาจจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 10 ทายาทองค์
1792 โดยสภากงว็องซียงแห่งชาติ หลังจากการล่มสลาย สุดท้ายของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และราชวงศ์บูร์บอง อำนาจ
ของราช-อาณาจักรฝรั่งเศส ซึ่งในยุคนี้มีการเข่นฆ่าชีวิตผู้คน ตกทอดไปยังญาติห่างๆ ของชาร์ลส์ ที่ 10 นั่นคือ ดยุคแห่งอ
มากมายตามคำสั่งของมักซีมีเลียง รอแบ็สปีแยร์ ประธาน อร์ลีออง ผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลขุนนางออร์ลีออง ซึ่งขึ้น
สภากงว็องซียงแห่งชาติ จึงทำให้ผู้คนเรียกยุคสมัยนั้นว่า ครองอำนาจด้วยพระนาม พระเจ้าหลุยส์-ฟิลลิปส์ ที่ 1
สมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว
In 1830 - 1848
On 21 January 1793
พระเจ้าหลุยส์-ฟิลลิปส์ ที่ 1 เป็นผู้ปกครอง
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกประหารชีวิตด้วยกิโย สูงสุดถือเป็นยุคที่สถาบันกษัตริย์ได้อำนาจมา
ติน ต่อหน้าสาธารณชน จากการปฏิวัติเดือนกรฎาคม ค.ศ. 1830
เมื่อสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 1 จัดตั้งขึ้นอย่างสมบูรณ์ In 1848
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ได้ถูกตัดสินโทษเป็น ‘กบฏ’ ต่อประเทศ
ชาติ นำไปสู่การประหารชีวิตด้วยเครื่องตัดหัวกิโยติน เมื่อ เกิด “การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ ” (February
วันที่ 21 มกราคม 1793 โดยก่อนที่จะเสียชีวิต พระองค์ได้ Revolution)
กล่าวประโยคสุดท้ายไว้ว่า “ประชาชนทุกคน ข้าพเจ้าเป็น
ผู้บริสุทธิ์จากทุกสิ่งที่ถูกกล่าวหา และหวังว่าเลือดของ การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ (February Revolution)
ข้าพเจ้าจะทำให้ความสุขของประชาชนชาวฝรั่งเศสทุก ได้โค่นล้มพระเจ้าหลุยส์-ฟิลลิปส์ที่ 1 โดยการปฏิวัติช่วงปี
คนหวนคืนกลับมาได้ดังเดิม” (Gentlemen, I am ค.ศ.1848 นี้ ไม่ใช่เฉพาะในฝรั่งเศสเท่านั้นแต่ อำนาจการ
innocent of everything of which I am accused. ปกครองของสถาบันกษัตริย์ถูกล้มล้างไปทั้งทวีปยุโรป
I wish that my blood may be able to cement the เริ่มต้นที่ซิชีลี (ปัจจุบันรวมกับอิตาลี) ฝรั่งเศส เยอรมนี
happiness of the French.)
อิตาลี และจักรวรรดิออสเตรีย เหตุการณ์การ
In 1793 ปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์นี้นับว่าเป็นการปฏิวัติครั้งที่
3 ของประชาชนฝรั่งเศส (ครั้งที่หนึ่งเมื่อ ค.ศ. 1789 และ
นายพลนโปเลียน โบนาปาร์ต ทำการ ครั้งที่สอง เมื่อ ค.ศ. 1830 ) และเป็นครั้งที่อำนาจของ
ปฏิวัติรัฐประหาร และสถาปนาตัวเองเป็น สถาบันกษัตริย์ถูกล้มล้างไปอย่างสิ้นเชิง
กษัตริย์
นโปเลียน โบนาปาร์ต เป็นทหารนักรบ ที่ได้
สร้างวีรกรรมในสนามรบจนพาตัวเองสู่
ตำแหน่งนายพลและเป็นวีรบุรุษผู้นำทัพ
ฝรั่งเศสชนะสงครามในคาบสมุทรอิตาลีและ
ดินแดนทางตะวันตกของแม่น้ำไรน์ที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดในรอบหลายร้อยปี
In 1805
มีพิธีสวมมงกุฎสถาปนาให้ นโปเลียน
โบนาปาร์ต เป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
แห่งฝรั่งเศส ในโบสถ์นอเตรอะดาม
ป ร ะ วั ติ
บุ ค ค ล สำ คั ญ
ราชวงศ์
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พระนางมารีอ็องตัวแน็ต
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (Louis XVI) ประสูติเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1754 ณ พระราชวังแวร์ซาย พระนาม
เดิมคือ Louis-Auguste, Duc de Berry พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนม์เพียง 20 พรรษาต่อจาก
พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 พระราชบิดา ซึ่งสวรรคตในปี ค.ศ. 1774
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 อภิเษกสมรสกับ พระนางมารีอ็องตัวแน็ต (Marie Antoinette) องค์หญิงจาก
ออสเตรีย ขณะพระชนม์เพียง 16 พรรษา ส่วน พระนางมารีอ็องตัวแน็ต มีพระชนม์เพียง 15 พรรษา (ได้ขึ้นเป็น
พระราชินีเมื่อพระชนม์เพียง 19 พรรษา) ซึ่งงานฉลองการแต่งงานจัดที่รอยัล โอเปราเฮาส์ ในพระราชวังแวร์
ซาย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 1770 ถือเป็นงานยิ่งใหญ่อลังการแห่งศตวรรษที่ 18 เลยทีเดียว เพราะนี่คือการ
แต่งงานเพื่อเชื่อมอำนาจของสองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งยุโรป แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็กลายเป็นจำเลยของ
ประวัติศาสตร์ จากข้อกล่าวหาถึงชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อ นิยมความหรูหรา และการใช้ทรัพย์สินในท้องพระคลังจนเกือบ
ถึงขั้นล้มละลาย ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องอยู่อย่างลำบากยากแค้น
การเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบ “พลิกดินคว่ำฟ้า” ในฝรั่งเศส และภาพของการประหารชีวิตสายเลือด
ราชวงศ์บูร์บง (Bourbon) ที่สร้างความรุ่งเรืองที่สุดให้แก่อาณาจักรฝรั่งเศสได้กลายเป็นความสยดสยอง
และเป็นเหตุการณ์สั่นสะเทือนประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของยุโรปและของโลก โดยเมื่อวันที่ 21
มกราคม ค.ศ. 1793 พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกประหารชีวิตด้วยกิโยติน ต่อหน้าสาธารณชน กลางจัตุรัสหลุยส์ที่ 15
หรือ กลางจัตุรัสกงกอร์ด (Place de la Concorde)
ผู้มีบทบาทในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส
มักซีมีเลียง ฟร็องซัว มารี อีซีดอร์
เดอ รอแบ็สปีแยร์
นักกฎหมาย นักการเมือง รวมทั้งเป็นหนึ่งในบุคคล
ผู้มีบทบาทที่สุดในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นทั้งสมาชิก
รัฐสภาและสมาชิกสโมสรฌากอแบ็ง เขาเป็นกระบอก
เสียงให้แก่คนยากจนและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และยัง
เป็นผู้ผลักดันการควบคุมราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขั้นพื้น
ฐานตลอดจนการล้มล้างระบบทาสในอาณานิคมของ
ฝรั่งเศส เขายังเป็นแกนนำผู้คัดค้านโทษประหารชีวิต
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขากุมอำนาจประเทศ เขากลับ
กวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ปราณีจนนำไปสู่สมัยแห่ง
ความน่าสะพรึงกลัว พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ขุนนาง และ
นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามจำนวนมาก ล้วนถูกประหาร
ชีวิตด้วยกิโยตีนไปในช่วงเวลานี้
นโปเลียน โบนาปาร์ต
ชื่อเกิดเป็นภาษาอิตาลีคือ นโปลีโอนิ ดิ บัวนาปาร์ต
มีพระนามเล่นว่า "เลอคอร์ส"(ชาวคอร์ซิกา) หรือ
"เลอเปอติ กาโปรัล" (สิบโทน้อย)
เป็นรัฐบุรุษและผู้นำทหารชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงใน
ฐานะผู้บัญชาการทหารปืนใหญ่ในช่วงการปฏิวัติ
ฝรั่งเศส เขานำการทัพที่ประสบความสำเร็จมากมายใน
ช่วงสงครามปฏิวัติฝรั่งเศส และปราบดาตนเป็น
จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสในพระนามว่า นโปเลียนที่ 1
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1804 จนถึง ค.ศ. 1814 และอีกครั้งในช่วง
เวลาสั้น ๆในปี ค.ศ. 1815 ในช่วงสมัยร้อยวัน นโปเลียน
ครอบงำกิจการในทวีปยุโรปและทั่วโลกมานานกว่า
ทศวรรษ ในขณะที่ได้นำพาฝรั่งเศสเข้าต่อสู้รบกับกลุ่ม
พันธมิตรประเทศรอบด้านในช่วงสงครามนโปเลียน เขา
ได้รับชัยชนะในศึกสงครามหลายครั้งและการรบส่วน
ใหญ่ของเขาได้แผ่กว้างใหญ่ไพศาล ได้ก่อตั้งจักรวรรดิ
ขนาดใหญ่ที่ปกครองทั่วทวีปยุโรปส่วนใหญ่ก่อนที่จะล่ม
สลายในที่สุดในปี ค.ศ. 1815 เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น
หนึ่งในผู้บัญชาการทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
และการทำสงครามและการทัพต่าง ๆ ของเขาได้ถูก
บรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนวิชาทหารทั่ว
โลก มรดกทางการเมืองและวัฒนธรรมของนโปเลียน
ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ถกเถียงกัน
มากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ลูว์ซี แซ็งปลิส กามีย์ เบอนัว เดมูแล็ง
เป็นบรรณาธิการและนักการเมืองชาวฝรั่งเศส
เขามีบทบาทสำคัญในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เขาเป็น
เพื่อนกับมักซีมีเลียง รอแบ็สปีแยร์มาตั้งแต่เด็ก และ
ยังเป็นเพื่อนสนิทและพันธมิตรทางการเมืองของฌ
อร์ฌ ด็องตง ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลในช่วงการปฏิวัติ
ฝรั่งเศส ต่อมาในสมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัวเมื่อ
คณะกรรมาธิการความปลอดภัยส่วนรวมคิดถอนราก
ถอนโคนอำนาจของด็องตง เดมูแล็งก็ถูกจับกุมและ
ประหารชีวิตด้วยกิโยตีนพร้อมกับด็องตง
ฟร็องซัว โกลด อามูร์ ดูว์ ชารีโยล
มาร์กี เดอ บูเย
เป็นนายพลชาวฝรั่งเศส ภายหลังจากได้มีชื่อเสียงโด่งดังใน
สงครามเจ็ดปี เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าการทหารแห่งกัวเดอ
ลุปในปี ค.ศ. 1768 ความสำเร็จทางทหารที่เป็นที่เลื่องลือของเขาเกิด
ขึ้นในหมู่เกาะเวสต์อินดีสในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพอเมริกา ที่
ซึ่งเขาได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับฝรั่งเศสยึดทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง
ของบริติช ภายหลังสงคราม เขาได้เดินทางกลับฝรั่งเศส ซึ่งเขาได้
ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ
ประเทศในช่วงเวลาของการปฏิวัติฝรั่งเศส ด้วยความยึดมั่นต่อลัทธิ
กษัตริยนิยม เขาได้เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการ
ลักลอบพาพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ในการหลบหนีซึ่งล้ม
เหลวใน ค.ศ. 1791 ด้วยความล้มเหลวในครั้งนี้ทำให้บลูเยต้องลี้ภัย
ออกนอกประเทศ เขายังคงมีบทบาทหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแก่
สมาชิกของสหสัมพันธมิตรครั้งที่หนึ่ง ซึ่งทำการต่อต้านกองทัพของ
ฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศสในช่วงปีแรกของสงครามปฏิวัติฝรั่งเศส เขาเสีย
ชีวิตลงในขณะที่ลี้ภัยอยู่ในกรุงลอนดอน และถูกกล่าวขานว่า เป็นผู้
นิยมกษัตริย์ซึ่งเป็นที่เกลียดชังของประชาชนซึ่งปรากฏในเนื้อเพลง
ลามาร์แซแยซ เพลงประจำชาติฝรั่งเศส
ฌ็อง-ฌัก-เรฌิส เดอ ก็องบาเซแร็ส
เป็นขุนนาง รัฐบุรุษ และนักกฎหมายชาวฝรั่งเศสในช่วง
การปฏิวัติฝรั่งเศสและสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 1 เขาเป็นหนึ่ง
ในคณะผู้ร่างประมวลกฎหมายนโปเลียน ซึ่งกลายเป็น
รากฐานของประมวลกฎหมายแพ่งของฝรั่งเศสตลอดจน
กฎหมายแห่งในหลายประเทศ ก็องบาเซแร็สเกิดในเมือ
งมงเปอลีเยในตระกูลขุนนางยากจนในปี 1744 เขาสำเร็จ
การศึกษาด้านกฎหมายและสืบทอดงานต่อจากบิดาใน
ตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักบัญชีและการเงินในเมืองตูลูซ
เขาเป็นผู้สนับสนุนการปฏิวัติฝรั่งเศสซึ่งเริ่มขึ้นในปี 1789
ต่อมาในปี 1792 เขาได้เป็นผู้แทนในสภากงว็องซียงแห่งชาติ
และต่อมาได้เข้าเป็นสมาชิกในคณะกรรมาธิการความ
ปลอดภัยส่วนรวมหลังการสิ้นอำนาจของรอแบ็สปีแยร์
ผลจาก
ก า ร ป ฏิ วั ติ
— มีการเปลี่ยนแปลงระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบสาธารณรัฐ
— เกิดการล้มล้างกลุ่มอภิสิทธิชน โดยเอกสิทธิ์ของศาสนจักรและขุนนางได้
หมดสิ้นลง กลุ่มสามัญชนและกลุ่มชั้นชนกลางเข้ามามีอำนาจแทนที่มากขึ้น
โดยความเสมอภาค ความเป็นพลเมืองและสิทธิที่ไม่อาจโอนให้กันได้ อันเป็น
หลักการใหม่แห่งยุครุ่งเรืองปัญญา
- พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกดำเนินคดีข้อหาทรยศต่อชาติ โดยมีการเปิดเผย
เอกสารลับจากตู้เก็บเอกสารชองพระองค์ที่มีเนื้อหาต้องการยึดพระราช
อำนาจคืน และถูกประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยติน ในวันที่ 21 มกราคม
ค.ศ.1793 และจากนั้น 9 เดือนต่อมา พระนางมารี อังตัวเนตต์ก็ต้องพบ
จุดจบเช่นเดียวกับพระสวามี ในวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ.1793
- เกิดภัยคุกคามระหว่างประเทศ ซึ่งในระหว่างนั้นเป็นสงครามต่อเนื่องที่เกิด
ขึ้นระหว่างรัฐบาลฝ่ายการปฏิวัติฝรั่งเศสกับรัฐต่าง ๆ ในยุโรป และสิ้นสุด
ลงด้วยชัยชนะของฝรั่งเศส และการที่ฝรั่งเศสจะทำการสู้รบกับราช
อาณาจักรบริเตนใหญ่ยุติลงด้วย “สนธิสัญญาอาเมียงส์”
— ในส่วนของภายในประมาณเกิดความวุ่นวาย เนื่องจากประชาชนบางส่วน
ยังยึดติดกับการปกครองในระบอบเก่า ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 - 20 มี
การเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพในการปกครองตนเองของประชาชนนำไปสู่
รัฐธรรมนูญเป็นของตนเอง และยังเป็นแม่แบบให้ชาวตะวันตกในการเรียก
ร้องสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองอีกด้วย
ส่ ง ผ ล กั บ
ม นุ ษ ย ช า ติ
อ ย่ า ง ไ ร
ส่ ง ผ ล กั บ
ประเทศไทย
อ ย่ า ง ไ ร
ส ม า ชิ ก ผู้ จั ด ทำ
ห้อง ม.6.12
.. เลขที่ 4 . เลขที่ 17
เลขที่ 6 นางสาวธวัลรัตน์ ลาภพรประเสริฐ
นางสาวศุภญา พวงจันทราดี
. เลขที่ 24
นางสาวเพ็ญนีติ์ สุรพงษ์ชาญเดช
. เลขที่ 16 . เลขที่ 37
เ รื่ อ ง น่ า รู้ ข อ ง
ฝ รั่ ง เ ศ ส