การจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะ 5E อาจารย์ผู้สอน ดร.รัชกร ประสีระเตสัง . กิจกรรมสนุก แบบสืบเสาะ 5E
หนังสือเล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อส่วนหนึ่งของ รายวิชวิาการจัดการ เรียรีนรู้และการจัดการชั้นเรียรีน รหัสวิชวิา GTP514 เพื่อใช้ประโยชน์ ศึกษาหาความรู้ในเรื่อรื่งการจัดการเรียรีนรู้โดยใช้การจัดการเรียรีนรู้แบบ สืบเสาะ 5E และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียรีนรู้ ผู้จัดทำ ขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.รัชกร ประสีระเตสัง ที่คอย ให้คำ แนะนำ ในการจัดทำ หนังสือเล่มนี้ จนสำ เร็จไปได้ด้วยดี ผู้จัดทำ หวังวัว่าว่หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือรื นักเรียรีน นักศึกษา ที่กำ ลังหาข้อมูลเรื่อรื่งนี้อยู่หากมีข้อแนะนำ หรือรืข้อผิด พลาดประการใดผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ คำ นำ ก
ข คำ นำ สารบัญ การจัดการเรียรีนรู้แบบสืบเสาะ 5E 1.ลักษณะเด่น 2.แนวคิดสำ คัญ 3.ขั้นตอนการจัดการเรียรีนรู้ รายละเอียดขั้นตอนการจัดการเรียรีนรู้ 4.บทบาทของผู้สอน 5.บทบาทของผู้เรียรีน 6.ข้อเสอนแนะเพื่อการปรับใช้ 7.ตัวอย่างการจัดการเรียรีนรู้ แบบสืบเสาะ5E ตัวอย่างแผนการจัดการเรียรีนรู้ กลุ่มสาระการเรียรีนรู้วิทวิยาศาสตร์ บรรณานุกรม สารบัญ 5 11 12 12 13 25 ก ข 1 1 1 5
1.ลักษณะเด่น การจัดการเรียรีนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหามีลักษณะเด่นคือ ผู้เรียรีนเป็น ผู้ปฏิบัติกิจกรรม มีชิ้นงานที่เป็นรูปธรรมผู้เรียรีนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและเพื่อน ได้พัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาและตระหนักรู้ในปัญหาที่อาจเกิดขึ้น สามารถใช้ ทักษะกระบวนการที่พบ การจัดการเรียรีนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหามีความ สำ คัญต่อการเรียรีนรู้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเรียรีนรู้จากปัญหาของชีวิตวิและมี ความหมายต่อผู้เรียรีน ผู้เรียรีนได้ฝึกคิดด้วยตนเอง จากสถานการณ์หรือรืปัญหาที่น่า สนใจท้าทายให้คิด กระบวนการเรียรีนรู้ช่วยพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียรีนอย่าง เป็นลำ ดับขั้นตอน โดยผ่านการวิเวิคราะห์อย่างเป็นระบบตามกระบวนการทาง วิทวิยาศาสตร์ การจัดการเรียรีนรู้ใช้วิธีวิธีการที่หลากหลาย เช่น โครงงาน บทบาท สมมติ การศึกษานอกสถานที่ เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียรีนพร้อมกับการเห็น ประโยชน์ของการเรียรีนรู้และฝึกนิสัยให้เป็นคนมีเหตุผลและมีความคิดริเริริ่มริ่ สร้างสรรค์ 2. แนวคิดสำ คัญ การจัดการเรียรีนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา มีแนวคิดหลักการจาก นักการศึกษาทั้งของไทยและต่างประเทศ ได้แก่ -พระธรรมปิฎก (2539) -บลูม (Bloom,1961) -เลวินวิ (Lewin) -ทอแรนซ์ (Torrance, 1962) -ออซูเบล (Ausubel, 1963 -เพียเจต์ (Piaget, 1964) -บรุนเนอร์ (Bruner, 1965) 1 การจัดการเรีย รี นรู้แบบสืบเสาะ 5E
การจัดการเรียรีนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา มีแนวคิดสำ คัญ คือการนำ ปัญหามาใช้ในกระบวนการเรียรีนรู้โดยจะสามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้ เรียรีนเกิดความงุงงงสงสัยต้องการแสวงหาความรู้เพื่อขจัดความสงสัย ผู้ เรียรีนได้เผชิญปัญหาหรือรืสถานการณ์จริงริร่วมกันคิดหาทางแก้ไขปัญหา เกิดการเรียรีนรู้อย่างมีความหมาย สามารถพัฒนาทักษะกระบวนการต่างๆ การเรียรีนรู้ด้วยรูปแบบการแก้ปัญหานี้จะช่วยพัฒนาผู้เรียรีนในด้านต่างๆ เช่น การฝึกทักษะการสังเกต การเก็บข้อมูล การวิเวิคราะห์ข้อมูล การ ตีความและการสรุปความ โดยผู้เรียรีนจะเกิดพฤติกรรมการเรียรีนรู้ที่ พัฒนาการคิดด้านต่างๆไปด้วยกัน ได้แก่ ด้านความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำ ไปใช้ การวิเวิคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า เนื่องจากการพัฒนาการทางด้านความคิดของผู้เรียรีนจะพัฒนาเป็นลำ ดับ ขั้นไปตามช่วงวัยวัตามธรรมชาติ จากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่ง การจัด ประสบการณ์ที่ส่งเสริมริพัฒนาการของผู้เรียรีนแต่ละช่วงวัยวั ไปสู่ขั้นที่สูงกว่าว่ จะสามารถช่วยให้ผู้เรียรีนมีพัฒนาการที่เร็วขึ้น ผู้เรียรีนสามารถเลือกรับรู้สิ่งที่ ตนสนใจและเกิดการเรียรีนรู้จากกระบวนการการค้นพบด้วยตนเอง ซึ่งมี ลำ ดับขั้นตอนการเรียรีนรู้ ๓ ขั้นตอน คือ การเรียรีนรู้จากการกระทำ การ เรียรีนรู้จากความคิด และการเรียรีนรู้สัญลักษณ์และนามธรรมซึ่งเป็นขั้น พัฒนาการสูงสุดทางด้านความรู้ความเข้าใจ เปรียรีบได้กับขั้นระยะการแก้ ปัญหาด้วยเหตุผลกับสิ่งที่เป็นนามธรรม สามารถคิด หาเหตุผลและเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมตลอดจนคิดแก้ปัญหาได้ การแก้ ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ซึ่งจะประกอบด้วย โครงสร้างของกระบวนการใช้ จินตนาการ โดยเน้นให้ผู้เรียรีนพิจารณาหาทางเลือกหลายๆแบบก่อนตัดสิน ใจเลือกรูปแบบที่เหมาะสม มาใช้ในการแก้ปัญหา สร้างองค์ประกอบของ กระบวนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 2
รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E) นักวิชวิาการศึกษาเรียรีกวิธีวิธีการจัดการเรียรีนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ในคำ ที่แตกต่างกันไป เช่น การสอนแบบสืบสวนสอบสวน การสอนแบบ สอบสวน การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ การสอนแบบสืบเสาะ การสอน แบบสืบค้น การสอนแบบสืบสอบ เป็นต้น ในการวิจัวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัวิจัยใช้คำ ว่าว่ “สืบเสาะหาความรู้”ซึ่งได้มีผู้ให้ความหมายของการสอนแบบสืบเสาะ หาความรู้ ดังนี้ ภพ เลาหไพบูลย์ (2542) ให้ความหมายว่าว่การสอนแบบสืบเสาะ หาความรู้ หมายถึง การสอนที่เน้นกระบวนการแสวงหาความรู้ ที่จะช่วยให้ นักเรียรีนได้ค้นพบความจริงริต่าง ๆ ด้วยตนเองให้นักเรียรีนได้มีประสบการณ์ ตรงในการเรียรีนรู้เนื้อหาวิชวิา ครูวิทวิยาศาสตร์จึงจำ เป็นต้องมีการเตรียรีม สภาพแวดล้อมในการเรียรีนรู้ ศึกษาโครงสร้างของกระบวนการสอน การจัด ลำ ดับเนื้อหา โดยครูทำ หน้าที่คล้ายผู้ช่วย และนักเรียรีนทำ หน้าที่คล้ายผู้ จัดการวางแผนการเรียรีนนักเรียรีนเป็นผู้เริ่มริ่ต้นในการจัดการเรียรีนการสอน ด้วยตนเอง มีความกระตือรือรืร้นที่จะศึกษาหาความรู้โดยวิธีวิธีการเช่นเดียวกับ การทำ งานของนักวิทวิยาศาสตร์ และเปลี่ยนแนวความคิดจากการเป็นผู้รับ ความรู้มาเป็นผู้แสวงหาความรู้และใช้ความรู้ พิมพันธ์ เดชะคุปต์ (2544) ได้ให้ความหมายของการสอนแบบ สืบสวนหมายถึง การจัดการเรียรีนการสอนโดยวิธีวิธีให้นักเรียรีนเป็นผู้ค้นคว้าว้ หาความรู้ หรือรืสร้างความรู้ด้วยตัวเอง โดยใช้กระบวนการทางวิทวิยาศาสตร์ ครูเป็นผู้อำ นวยความสะดวก เพื่อให้นักเรียรีนบรรลุเป้าหมาย วิธีวิธีสืบเสาะ หาความรู้จะเน้นผู้เรียรีนเป็นสำ คัญ 3
ทิศนา แขมมณี (2551) ได้ให้นิยามการจัดการเรียรีนการสอนโดยเน้น กระบวนการสืบสอบ หมายถึง การดำ เนินการเรียรีนการสอนโดยผู้สอน กระตุ้นให้ผู้เรียรีนเกิดคำ ถาม เกิดความคิดและลงมือเสาะหาความรู้ เพื่อนำ มา ประมวลหาคำ ตอบหรือรืข้อสรุปด้วยตนเอง โดยที่ผู้สอนช่วยอำ นวยความ สะดวกในการเรียรีนรู้ในด้านต่าง ๆ ให้แก่ผู้เรียรีน สถาบันส่งเสริมริการสอนวิทวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551) ได้กล่าว ว่าว่การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้เป็นกระบวนการเรียรีนรู้ที่ผสมผสาน ระหว่าว่งการใช้กระบวนการคิดและทักษะต่าง ๆ เพื่อที่จะแก้ปัญหาและคำ ตอบ ทำ ให้เกิดความเข้าใจและสามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ได้ Good (1973) ให้ความหมายของการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ว่าว่ เป็นเทคนิคหรือรืกลวิธีวิธีเฉพาะประการหนึ่งในการจัดให้เกิดการเรียรีนรู้เนื้อหา บางอย่างของวิชวิาวิทวิยาศาสตร์โดยกระตุ้นให้นักเรียรีนมีความอยากรู้อยาก เห็นและแสวงหาความรู้โดยการใช้คำ ถาม และพยายามค้นหาคำ ตอบให้พบ ด้วยตนเอง เป็นวิธีวิธีการเรียรีนโดยการแก้ปัญหาในกิจกรรมการเรียรีนที่เกิดขึ้น (Problem-Solving) ซึ่งปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ที่นักเรียรีนเผชิญในแต่ละ ครั้งจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการคิด ด้วยการสังเกตอย่างถี่ถ้วนเป็นระบบ ออกแบบการวัดวัที่ต้องการแยกแยะ สิ่งที่สังเกตกับสิ่งที่สรุปประดิษฐ์คิดค้น ตีความหมายภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด การใช้วิธีวิธีการอย่างฉลาด สามารถทดสอบได้และการสรุปอย่างมีเหตุผล 4
Simpson and Anderson (1981) ให้ความความของการ สอนแบบสืบเสาะหาความรู้ว่าว่เป็นวิธีวิธีการที่ครูและนักเรียรีนเป็นองค์ ประกอบสำ คัญ โดยนักเรียรีนเป็นผู้ค้นหาความรู้ ด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการทางวิทวิยาศาสตร์ ครูเป็นเพียงผู้แนะนำ ผู้อำ นวยความสะดวก เพื่อให้นักเรียรีนบรรลุเป้าหมาย และเน้นนักเรียรีน เป็นสำ คัญ จากความหมายของการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้สรุปได้ว่าว่ การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ เป็นการจัดการเรียรีนการสอนที่ส่งเสริมริ ให้ผู้เรียรีนค้นพบความรู้ด้วยตนเอง โดยครูต้องเตรียรีมสภาพแวดล้อมใน การเรียรีนรู้ และทำ หน้าที่เป็นผู้ช่วยคอยอำ นวยความสะดวกในการเรียรีนรู้ ให้กับนักเรียรีน ขั้นตอนการจัดการเรียรีนรู้ สถาบันส่งเสริมริการสอนวิทวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2546) ได้ ให้แนวทางการจัดการเรียรีนการสอนวิทวิยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เน้น กระบวนการที่ผู้เรียรีนเป็นผู้คิดลงมือปฏิบัติ ศึกษาค้นคว้าว้อย่างมีระบบ ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายทั้งการทำ กิจกรรมในห้องปฏิบัติการและภาค สนาม ให้ผู้เรียรีนได้สังเกต สำ รวจตรวจสอบทดลอง ด้วยวิธีวิธีการต่าง ๆ จนทำ ให้ผู้เรียรีนเกิดความเข้าใจและเกิดการรับรู้อย่างมีความหมาย สามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ทำ ให้มีความรู้คงทนยาวนาน สามารถนำ มาใช้ได้เมื่อมีสถานการณ์ใด ๆ มาเผชิญหน้า โดยใช้ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อฝึกทักษะการแสวงหาความรู้และ พัฒนาการคิดขั้นสูงได้ โดยได้กำ หนดรูปแบบของการจัดการเรียรีนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ได้ 5 ขั้นตอน ดังนี้ 5
1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการนำ เข้าสู่บท เรียรีนหรือรืเรื่อรื่งที่สนใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเองจากความสนใจหรือรือาจเริ่มริ่จาก ความสนใจของตัวนักเรียรีนเองหรือรืเกิดจากการอภิปรายในกลุ่ม เรื่อรื่งที่ น่าสนใจอาจมาจากเหตุการณ์ที่กำ ลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานั้น หรือรืเป็น เรื่อรื่งที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่งเรียรีนมาแล้วเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียรีน สร้างคำ ถาม กำ หนดประเด็นที่จะศึกษา ในกรณีที่ยังไม่มีประเด็นที่น่า สนใจ ครูอาจให้ศึกษาจากสื่อต่าง ๆ หรือรืเป็นผู้กระตุ้นด้วยการเสนอ ประเด็นขึ้นมาก่อน แต่ไม่ควรบังคับให้นักเรียรีนยอมรับประเด็น หรือรื คำ ถามที่ครูกำ ลังสนในเป็นเรื่อรื่งที่จะใช้ศึกษา เมื่อมีคำ ถามที่น่าสนใจและ นักเรียรีนส่วนใหญ่ยอมรับให้เป็นประเด็นที่ต้องการศึกษาจึงร่วมกัน กำ หนดขอบเขตและแจกแจงรายละเอียดของเรื่อรื่งที่จะศึกษาให้มีความ ชัดเจนยิ่งขึ้น อาจรวมทั้งการรวบรวมความรู้จากประสบการณ์เดิม หรือรื ความรู้จากแหล่งต่า3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) เมื่อได้ ข้อมูลอย่างเพียงพอจากการสำ รวจตรวจสอบแล้ว จึงนำ ข้อมูลหรือรืข้อ สนเทศที่ได้มาวิเวิคราะห์ แปลผล สรุปผลและนำ เสนอผลที่ได้ในรูปแบบ ต่าง ๆ เช่น บรรยาย สรุป สร้างแบบจำ ลองทางคณิตศาสตร์ รูปวาด หรือรืสร้างตาราง ฯลฯการค้นพบในขั้นนี้อาจเป็นไปได้หลายทาง เช่น สนับสนุนสมมติฐานที่ตั้งไว้ โต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือรืไม่เกี่ยวข้อง กับประเด็นที่กำ หนดไว้ แต่ผลที่ได้จะอยู่ในรูปใดก็สามารถสร้างความรู้ และช่วยให้เกิดการเรียรีนรู้ได้ 6
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) เมื่อได้ข้อมูลอย่าง เพียงพอจากการสำ รวจตรวจสอบแล้ว จึงนำ ข้อมูลหรือรืข้อสนเทศที่ได้มา วิเวิคราะห์ แปลผล สรุปผลและนำ เสนอผลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บรรยาย สรุป สร้างแบบจำ ลองทางคณิตศาสตร์ รูปวาด หรือรืสร้าง ตาราง ฯลฯการค้นพบในขั้นนี้อาจเป็นไปได้หลายทาง เช่น สนับสนุน สมมติฐานที่ตั้งไว้ โต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือรืไม่เกี่ยวข้องกับ ประเด็นที่กำ หนดไว้ แต่ผลที่ได้จะอยู่ในรูปใดก็สามารถสร้างความรู้และ ช่วยให้เกิดการเรียรีนรู้ได้ 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) เป็นการนำ ความรู้ที่สร้างขึ้น ไปเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือรืแนวคิดที่ได้ค้นคว้าว้เพิ่มเติม หรือรืนำ แบบ จำ ลองหรือรืข้อมูลที่สรุปได้ไปใช้ อธิบายสถานการณ์หรือรืเหตุการณ์อื่น ๆ ถ้าใช้อธิบายเรื่อรื่งต่าง ๆ ได้มากก็ แสดงว่าว่ข้อจำ กัดน้อยซึ่งก็จะช่วยให้เชื่อมโยงกับเรื่อรื่งต่าง ๆ และทำ ให้มี ความรู้กว้าว้งขวางขึ้น 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) เป็นการประเมินการเรียรีนรู้ด้วย กระบวนการต่าง ๆ ว่าว่นักเรียรีนมีความรู้อะไรบ้าง อย่างไร และมากน้อย เพียงใด จากขั้นนี้จะนำ ไปสู่การนำ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในเรื่อรื่งอื่น ๆ 7
ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียรีนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ของ สถานบันส่งเสริมริการสอนวิทวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นการดำ เนิน กิจกรรมเป็นวงจรที่ต่อเนื่อง ดังแสดงในภาพประกอบที่ 1 ภาพประกอบที่ 1 แสดงกิจกรรมการเรียรีนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ที่มา : สถาบันส่งเสริมริการสอนวิทวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2546) 8
3. ขั้นตอนการจัดการเรียรีนรู้ 1. การเตรียรีมการจัดการเรียรีนรู้ 1.1 ศึกษาหลักสูตร จัดทำ ตารางการวิเวิคราะห์หลักสูตร เพื่อตรวจสอบ ความสอดคล้องสัมพันธ์กับหลักการ จุดหมาย มาตรฐานการเรียรีนรู้ และ คำ อธิบายรายวิชวิา เพื่อจัดทำ หน่วยการเรียรีนรู้ และออกแบบการจัดการ เรียรีนรู้ 1.2 กำ หนดเทคนิควิธีวิธีสอนและกิจกรรมการสอนที่สอดคล้องกับข้อ 1.1 โดยเลือกใช้เทคนิควิธีวิธีสอนที่หลากหลาย 1.3 สำ รวจองค์ประกอบที่ใช้ในการจัดการเรียรีนรู้ 1.3.1 จัดเตรียรีมสื่อและแหล่งการเรียรีนรู้ 1.3.2 จัดเตรียรีมเครื่อรื่งมือวัดวัผลประเมินผลที่หลากหลาย ครอบคลุม ทั้งด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย จิตพิสัยและเน้นการประเมินตาม สภาพจริงริ 2. แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียรีนรู้ 2.1 ขั้นนำ เข้าสู่บทเรียรีน เป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นกระตุ้นให้ผู้เรียรีนเกิดความสนใจ มีความ พร้อมที่จะเรียรีนรู้ โดยใช้วิธีวิธีการและสื่อที่หลากหลายประกอบการใช้คำ ถาม กระตุ้นซักถาม ทบทวนหรือรืแสดงความคิดเห็นให้ ผู้เรียรีนนำ ประสบการณ์ เดิมมาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ใหม่ 2.2 ขั้นดำ เนินการสอน ลักษณะกิจกรรมมุ่งให้ผู้เรียรีนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรม การเรียรีนรู้มากที่สุด ให้ผู้เรียรีนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ร่วมแสดงออกด้วยการ ตั้งคำ ถาม ตอบคำ ถาม โดยออกแบบ กรอบของความคิด ด้วยการใช้ คำ ถามตามสีของหมวก (หมวกแต่ละสีใช้แทนวิธีวิธีคิดแต่ละแบบ ) ซึ่งจะใช้ หมวกสีใดก่อนหลังก็ได้ และผู้เรียรีนสามารถใช้คำ ถามของหมวกแต่ละสีได้ไม่ จำ กัดจำ นวนครั้ง จนกระทั่งได้คำ ตอบหรือรืองค์ความรู้ในเรื่อรื่งที่เรียรีนอย่าง ชัดเจน ในขั้นตอนนี้จึงจำ เป็นต้องมีการร่วมกันวิเวิคราะห์ เพื่อให้ได้ความจริงริ ข้อเท็จจริงริหรือรืคำ ตอบที่ต้องการ 9
2.3 ขั้นสรุป เป็นการสรุปผลการเรียรีนรู้ตามวัตวัถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผู้สอน เดโอกาสให้ผู้เรียรีนมีส่วนร่วม โดยร่วมกันสรุปความรู้ ภาพรวมของ เรื่อรื่งที่เรียรีนหรือรืสรุปสารสำ คัญของบทเรียรีน โดยนำ ความรู้ที่ได้มา ทั้งหมดมานำ เสนอแลกเปลี่ยนเรียรีนรู้ร่วมกันสรุปข้อค้นพบ หรือรื สังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ใหม่ 2.4 ขั้นประเมินประเมินผล ควรใช้วิธีวิธีการที่หลากหลาย ประเมินสิ่งที่ผู้เรียรีนได้เรียรีนรู้ จากการจัดกิจกรรม ซึ่งได้จากการ สรุป การทดสอบ การบันทึก การตรวจผลงาน การประเมินผล อาจเปิดโอกาสให้ ผู้เรียรีน เพื่อน ผู้ปกครอง หรือรืชุมชนร่วมประเมินผลได้ 10
บทบาทครูผู้สอนในการจัดการเรีย รี นรู้โดยวิธีวิธีสอนแบบสืบเสาะ 1. ปฏิบัติงานเกี่ยวการจัดการเรียรีนการสอนและส่งเสริมริการเรียรีนรู้ของผู้ เรียรีนด้วยวิธีวิธีการที่หลากหลายโดยเน้นผู้เรียรีนเป็นสำ คัญ 2. จัดอบรมสั่งสอนและจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียรีน ให้มีคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ 3. ปฏิบัติงานวิชวิาการของสถานศึกษา 4. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียรีน 5. ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนและสถาน ประกอบการเพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียรีนตามศักยภาพ 6. ทำ นุบำ รุง ส่งเสริมริศิลปวัฒวันธรรม แหล่งเรียรีนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น 7. ศึกษา วิเวิคราะห์ วิจัวิจัย และประเมินพัฒนาการของผู้เรียรีนเพื่อนำ มา พัฒนาการเรียรีนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 8. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย 11
บทบาทหน้าที่ของนักเรีย รี น 1. ต้องแต่งกายด้วยเครื่อรื่งแบบที่ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียรีน 2. ต้องเป็นผู้มีระเบียบ วินัวินัย คุณธรรม จริยริธรรมที่ดี 3. ต้องให้ความเคารพเชื่อฟัง บิดามารดา ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ 4. ต้องประพฤติตามระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติต่างๆที่โรงเรียรีน กำ หนด 5. ต้องปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับกาลเทศะมีความสุภาพ อ่อนโยนทั้งกาย วาจา ใจ 6. ต้องมาโรงเรียรีนให้ทันเวลา และเข้าเรียรีนให้ตรงเวลา ไม่หนีเรียรีน 7. ต้องตั้งใจเล่าเรียรีน 8. ต้องไม่เสพสิ่งเสพติดทุกชนิดทั้งในและนอกโรงเรียรีน 9. ต้องมีความซื่อสัตย์ รักความสามัคคีไม่สร้างความเดือดร้อนต่อตนเอง และผู้อื่น 10. ต้องรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลรักษาความสะอาดห้องเรียรีน อาคาร เรียรีนและรักษาสภาพแวดล้อมในโรงเรียรีนให้สวยงาม 11. ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รู้จักคุณค่าของวัฒวันธรรมไทย และเอกลักษณ์ ของชาติ 12. ต้องเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียรีน ชุมชนและบำ เพ็ญประโยชน์ต่อสังคม 13. ต้องช่วยกันสร้างและรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของโรงเรียรีน 14. ต้องรู้จักประหยัดและสร้างคุณภาพชีวิตวิที่ดี 12
แผนการจัดการเรียรีนรู้ที่ 12 กลุ่มสาระการเรียรีนรู้วิทวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียรีนรู้ที่ 2 เรื่อรื่ง วัสวัดุและการใช้ประโยชน์ เวลา 21 ชั่วโมง เรื่อรื่ง ประโยชน์ของการนำ วัสวัดุกลับมาใช้ใหม่ เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสำ คัญ การนำ วัสวัดุมาทำ เป็นวัตวัถุในการใช้งานตามวัตวัถุประสงค์ขึ้นอยู่กับ สมบัติของวัสวัดุวัสวัดุที่ใช้แล้วอาจนำ กลับมาใช้ให้ได้เช่นกระดาษใช้แล้วอาจนำ มาทำ เป็นจรวดกระดาษดอกไม้ประดิษฐ์ถุงใส่ของ 2. มาตรฐานการเรียรีนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่าว่งสมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยว ระหว่าว่งอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยริาเคมี ตัวชี้วัดวั ว 2.1 ป.2/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วกลับมา ใช้ใหม่ โดยการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ 3. จุดประสงค์การเรียรีนรู้ 3.1 อธิบายประโยชน์การนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ 3.2 จำ แนกประโยชน์ของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ 3.3 เป็นผู้ใฝ่ เรียรีนรู้ ช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสงสัย และเป็นผู้ที่มี ความกระตือรือรืร้นในการเสาะแสวงหาความรู้ 4. สมรรถนะสำ คัญของผู้เรียรีน 4.1 ความสามารถในการคิด 4.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตวิ 5. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 5.1 มีวินัวินัย 5.2 ใฝ่เรียรีนรู้ 13
6. สาระการเรียรีนรู้ ประโยชน์ของการนำ วัสวัดุกลับมาใช้ใหม่ การนำ วัสวัดุเหลือใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ บางครั้งอาจจะเป็นการนำ วัสวัดุที่ ใช้แล้วมาผ่านกระบวนการผลิตใหม่ เพื่อให้ได้ของชิ้นใหม่ที่อาจจะดูเหมือน เดิมหรือรืไม่เหมือนเดิม เช่น แก้ว กระดาษ ซึ่งเป็นการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วกลับ มาใช้ใหม่นั้นมีประโยชน์ต่อโลก เพราะช่วยทำ ให้ปริมริาณขยะลดลงและช่วย ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการใช้หลักทรัพยากร อย่างประหยัดและคุ้มค่า ซึ่งมีแนวปฏิบัติที่สำ คัญ 7. การจัดกิจกรรมการเรียรีนรู้ • วิธีวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1.1 ครูให้นักเรียรีนดู คลิป เกี่ยวกับแนวทางการลดปริมริาณขยะ ลดปริมริาณขยะ https://www.youtube.com/watch? v=WToQA4wukRE 14
1.2 ครูถามคำ ถามนักเรียรีนคิดว่าว่คลิปดังกล่าวนักเรียรีน สามารถช่วยกันลดขยะได้อย่างไรบ้าง(แนวทางการตอบคำ ถาม: “การแยก ขยะก่อนทิ้ง การลดการใช้ของที่ไม่จำ เป็น เช่น ถุงพลาสติก การใช้ซ้ำ ”) 1.3 ครูถามคำ ถามต่อ นักเรียรีนคิดว่าว่หากทุกคนไม่ช่วยกันลด ขยะจะเกิดผลอย่างไร (แนวทางการตอบคำ ถาม :“เช่น มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กลิ่นเหม็น ส่ง ผลให้ปลา ตาย ภาวะโลกร้อน เป็นต้น” ) 1.4 ครูให้นักเรียรีนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4- 5 คน จากนั้นครูให้ นักเรียรีนช่วยกันระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับคำ ขวัญวัเกี่ยวกับการลดการทิ้ง ขยะ และแนวทางแก้ไขปัญหา และแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่ง แวดล้อม 1.5 ครูแจกกกระดาษแจกกระดาษชาร์ต พร้อมปากกาสี 1.6 ครูให้นักเรียรีนแต่ละกลุ่มช่วยการคิดคำ ขวัญวัเกี่ยวกับ การลดการทิ้งขยะ และแนวทางแก้ไขปัญหา และแนวทางการอนุรักษ์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 1.7 ขณะนักเรียรีนทำ กิจกรรมครูคอยให้อำ นวยความสะดวก และให้คำ แนะนำ นักเรียรีนในการทำ กิจกรรมและคอยกระตุ้นให้ผู้เรียรีนร่วม มือกันทำ กิจกรรม 1.8 ครูสุ่มนักเรียรีนออกมานำ เสนอผลการระดมความคิดเห็น เกี่ยวกับคำ ขวัญวัเกี่ยวกับการลดการทิ้งขยะและแนวทางแก้ไขปัญหา และ แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 15
ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 2 สำ รวจค้นหา 2.9 ครูให้นักเรียรีนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นครูให้ นักเรียรีนทำ กิจกรรมประโยชนของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่ 2.10 ครูแจกกกระดาษแจกกระดาษชาร์ต พร้อมปากกาสี 2.11 ครูให้นักเรียรีนช่วยกันระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับ ประโยชน์ ของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่ 2.12 ครูให้นักเรียรีนช่วยกันระบุว่าว่วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่ สามารถจำ แนกประเภทได้อย่างไรบ้าง 2.13 ขณะนักเรียรีนทำ กิจกรรมครูคอยให้อำ นวยความสะดวก และให้คำ แนะนำ นักเรียรีนในการทำ กิจกรรมและคอยกระตุ้นให้ผู้เรียรีนร่วม มือกันทำ กิจกรรม 2.14 ครูให้นักเรียรีนออกมานำ เสนอข้อค้นพบจากประโยชน์ของ การนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่พร้อมทั้งการจำ แนกประเภทของการ ประโยชน์ของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่ 16
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3.15 หลังจากนักเรียรีนทำ กิจกรรมเสร็จครูและนักเรียรีนร่วมกัน อภิปรายกิจกรรมการเพิ่มโดย ครูดำ เนินการให้ผู้เรียรีนร่วมกันอภิปราย ในประเด็นดังต่อไปนี้ นักเรียรีนคิด ว่าว่การนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่มีประโยชน์อย่างไร (แนวทางการตอบคำ ถาม : ตอบอิสระ เป็นการลดการใช้สิ่งของฟุ่มฟุ่เฟือย ทั้งยังเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ) นักเรียรีนคิดว่าว่นักเรียรีนจะสามารถนำ วัสวัดุกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไร (แนวทางการตอบคำ ถาม : ตอบอิสระ สามารถนำ วัสวัดุที่สามารถใช้งานได้ กลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดการเกิดขยะชิ้นใหม่ ) นักเรียรีนคิดว่าว่หากไม่นำ วัสวัดุที่ใช้แล้วไม่กลับมาใช้ใหม่จะเกิดปัญหาอย่างไร (แนวทางการตอบคำ ถาม : ตอบอิสระ เกิดปัญหาขยะล้นเมือง เกิดภาวะ โลกร้อน) 3.16 ครูและนักเรียรีนช่วยกันสรุป อภิปรายร่วมกันว่าว่การที่เรานำ วัสวัดุ ที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประโยชน์ต่อโลกเพราะช่วยทำ ให้ปริมริาณขยะลด ลงและช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการใช้หลัก ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4.17 ครูให้นักเรียรีนช่วยกันทำ แผนผังความคิด เกี่ยวกับ แนวทางการ แก้ไขปัญหา 4.18 ครูให้นักเรียรีนทำ ใบงาน เรื่อรื่ง ประโยชน์ของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้ว นำ กลับมาใช้ใหม่ 17
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 5.19 ครูทำ การตรวจความถูกต้องเรียรีบร้อยของใบงานของนักเรียรีน เรื่อรื่ง ประโยชน์ของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่ 5.20 ครูสุ่มเลขที่ด้วยโปรแกรมสุ่ม จากนั้นใครให้นักเรียรีนยกตัวอย่าง การใช้ประโยชน์ของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่และสามารถไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตวิประจำ วันวั ได้อย่างไร 8. สื่อการเรียรีนรู้ 1. สื่อการเรียรีนรู้ 1.1 คลิปเกี่ยวกับ การลดปริมริาณขยะ 1.2 หนังสือเรียรีน วิทวิยาศาสตร์ ป.2 1.3 กระดาษชาร์ต 1.4 ปากกาสี 1.5 ใบงาน เรื่อรื่ง ประโยชน์ของการนำ วัสวัดุที่ใช้แล้วนำ กลับมาใช้ใหม่ 2. แหล่งการเรียรีนรู้ 2.1 ห้องเรียรีน 2.2 ห้องสมุด 18
วิธีวิธีการ เครื่อรื่งมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน เกณฑ์การตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมใน กิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำ งานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัวินัย ใฝ่เรียรีนรู้ และมุ่งมั่นในการทำ งาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. การวัดวัและประเมินผลการเรียรีนรู้ 19
20 บันทึกการใช้แผนการจัดการเรียรีนรู้ ด้านความรู้/ความเข้าใจ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ด้านทักษะกระบวนการ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ด้านคุณธรรมและจริยริธรรม ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ด้านการบูรณาการ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ปัญหา อุปสรรค ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/ แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... สรุป ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................... ผู้สอน ( )
ลำ ดับ เกณฑ์คุณภาพ คุณภาพ 3 2 1 1 เขียนสาระสำ คัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคุมค่า 2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP 3 สาระเรียรีนรู้ครอบคลุมเนื้อหา เนื้อหา กระบวนการ คุณลักษณะ 4 กิจกรรมการเรียรีนรู้เน้นสมอง RL เกิด Active Learning 5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียรีน 6 ออกแบบการวัดวั ประเมินจากชิ้นงานกลุ่ม/เดี่ยวของผู้เรียรีน 7 มีความสัมพันธ์ระหว่าว่งองค์ประกอบข้อที่1-6 8 สื่อการเรียรีนรู้สอดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยวัสะดวกใช้ รวม เฉลี่ย แบบประเมินแผนการจัดการเรียรีนรู้สาระวิทวิยาศาสตร์ เกณฑ์การประเมินคุณภาพ 2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี 1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ 0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง 21 กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือรืผู้ที่ได้รับมอบหมาย ................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... ผู้ประเมิน ( ................................................ )
แบบสังสัเกตพฤติกรรมการมีส่มีวส่นร่วร่มในกิจกรรมชั้นชั้ ประถมศึกษาปีที่ปี ที่ 2 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำ ถามถูกต้อง ทำ งานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียรีนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ.................................ผู้สังเกต 22
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำ ชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียรีน แล้วขีด / ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือ รื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำ เสมอ ใ3 คะแนน ปฏิบัติหรือ รื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ใ2 คะแนน ปฏิบัติหรือ รื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้1 คะแนน 23 ลงชื่อ................................ ผู้สังเกต
24
บรรณานุกรม กรมวิชวิาการ,กระทรวงศึกษาธิการ. 2544. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ. ไทยวัฒวันาพานิช. กรมวิชวิาการ,กระทรวงศึกษาธิการ. 2544. การวิจัวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียรีนรู้ กรุงเทพฯ. โรงพิมพ์คุรุสภา. กาญจนา วัฒวัายุ. 2548. การวิจัวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา กรุงเทพฯ. ธนพรการพิมพ์. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำ นักงาน. 2547. รายงานการ สังเคราะห์รูปแบบการจัด กระบวนการเรียรีนรู้ของครูต้นแบบตามพระราช บัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ พิมพ์ครั้งที่ 1 แคนคิดมี เดี จำ กัด. ทิศนา แขมณี. 2547. ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัด กระบวนการเรียรีนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. สำ นักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทวิยาลัย.กรุงเทพฯ. หน่วยศึกษานิเทศก์, กรมสามัญศึกษา.2540. แนวการจัดการเรียรีนการ สอนที่เน้นผู้เรียรีนเป็นศูนย์กลาง.กรุงเทพฯ. คุรุสภาลาดพร้าว. สมจิต สวธนไพบูลย์. 2526. วิทวิยาศาสตร์สำ หรับครูประถม. กรุงเทพฯ.ภาค วิชวิาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยศรีนรีคริมริทร วิโวิรฒ. สมปอง ใจดีเฉย.2548. เอกสารประกอบการบรรยายรูปแบบการจัด กระบวนการเรียรีนรู้ รูปแบบการ พัฒนากระบวนการคิดแบบวิทวิยาศาสตร์ : กระบวนการแก้ปัญหา สาขาวิชวิาการมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ ภาควิชวิา หลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยศรีนรีครินริทรวิโวิรฒ. (อัดสำ เนา) สุนีย์ เหมะประสิทธิ์. 2543. เอกสารคำ สอนวิชวิาวิชวิาวิทวิยาศาสตร์สำ หรับครู ประถม. ภาควิชวิาหลักสูตร และการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัย ศรีนรีครินริทรวิโวิรฒ. กรุงเทพฯ. 25
เสนอ ดร.รัชกร ประสีระเตสัง รายวิช วิ า วิชวิาการจัดการเรียรีนรู้และการจัดการชั้นเรียรีน รหัสวิชวิา GTP514 ผู้จัดทำ 1. นางสาวจตุพร ตุ่นแก้ว เลขที่ 1 รหัสนักศึกษา 66300014 2. นางสาววราภรณ์ บริรัริรักษ์ เลขที่ 9 รหัสนักศึกษา 66300590 3. นางสาวศุภธิดา เกิดเรณู เลขที่ 14 รหัสนักศึกษา 66300785 4. นางสาวธัญญาลักษณ์ คีรีวรีงษ์ เลขที่ 15 รหัสนักศึกษา 66300850 5. นางสาวศิริลัริลักษณ์ เนตรพรม เลขที่ 19 รหัสนักศึกษา 66300956 26
การจัดการเรีย รี นรู้ แบบสืบเสาะ 5E ... กิจกรรม