ลิลิตตะเลงพ่าย
วชิ าภาษาไทย
ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาท่ี ๕
ผ้แู ตง่ : สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานุชติ ชโิ นรส
พระประวตั ิ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต
ชิโนรส มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวาสุกรีเป็นพระ
เจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา
โลกมหาราช ประสูติเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๓ ทรงผนวชเป็น
สามเณรเม่ือพระชนมายุ ๑๒ พรรษา จนทรงผนวช
เป็นพระภิกษุ ประทับอยู่ ณ วัดพระเชตุพนฯ ทรงเป็น
พระราชาคณะ และได้รับการสถาปนาเป็นกรมหม่ืนนุ
ชติ ชิโนรสในสมัยรชั กาลท่ี ๒ พ.ศ. ๒๓๙๔
ผู้แต่ง : สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรส
พระประวัติ
รชั กาลท่ี ๔ โปรดเกล้าฯให้เลื่อนเปน็ กรม
สมเดจ็ พระปรมานชุ ติ ชิโนรส และสิ้นพระชนมใ์ นสมณ
เพศเมือ่ พ.ศ. ๒๓๙๖ รวมพนระชนมายุได้ ๖๔
พรรษา ต่อมารัชกาลท่ี ๖ โปรดเกล้าฯสถาปนา ขนึ้
เปน็ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต
ชิโนรส
พระนพิ นธข์ องพระองคท์ ่านมีหลายหลาย เช่น สรรพสทิ ธ์คิ าฉันท์
ลิลิตตะเลงพา่ ย กฤษณาสอนน้องคาฉันท์ เป็นต้น
ลักษณะคาประพันธ์
เรอื่ งลลิ ิตตะเลงพ่าย
แต่งดว้ ยลิลิตสุภาพ ซ่งึ ประกอบด้วยร่ายสุภาพ โคลงสอง
สภุ าพ โคลงสามสภุ าพ และโคลงส่สี ุภาพ แตง่ สลบั กันไป จานวน
๔๓๙ บท
โดยได้แบบอย่างการแต่งมาจากลลิ ติ ยวนพ่าย ทแ่ี ต่งข้ึนใน
สมยั อยธุ ยาตอนตน้
ลิลติ เปรยี บได้กับงานเขยี นมหากาฬ จัดเปน็ วรรณคดี
ประเภทเฉลิมพระเกยี รตพิ ระมหากษัตรยิ ์
ลักษณะการแต่งลิลิต
ลิลติ คือ คาประพนั ธ์ชน้ั สูง ท่ตี อ้ งใชถ้ อ้ ยคา สานวนโวหารทง้ั
ของไทย และทไ่ี ด้จากต่างประเทศ การแต่งลิลิตจะประกอบด้วย
รา่ ย และโคลง มี ๒ ประเภท
๑. ลลิ ิตสภุ าพ แตง่ ด้วยรา่ ยสภุ าพ และโคลงสุภาพ
๒. ลิลติ โบราณ แต่งดว้ ยรา่ ยด้ัน และโครงดั้น
ลักษณะบังคับของรา่ ยสุภาพ
ร่ายสภุ าพบทหน่ึงมีตั้งแต่ ๕ วรรคขึน้ ไป และตอนทา้ ยตอ้ งจบด้วยโคลง
สองสภุ าพ รา่ ยสุภาพแต่ละวรรคกาหนดให้มี ๕ คา
สาหรบั สัมผสั บงั คบั ของร่ายสุภาพ กาหนดให้คาสุดท้ายของวรรคหน้าส่ง
สัมผัสไปยังคาท่ี ๑ หรอื ท่ี ๒ หรอื ที่ ๓ เพยี งดาใดคาหนง่ึ ในวรรคถัดไป การ
สง่ สมั ผสั เป็นไปเชน่ นีจ้ นกระทั่งจบดว้ ยโคลงสองสุภาพ สว่ นสัมผสั ในซงึ่ เปน็
สัมผสั ท่ีไมบ่ งั คบั ในร่ายสุภาพใช้ไดทง้ั สัมผัสพยญั ชนะและสัมผัสสระ แต่นิยม
สัมผัสพยัญชนะมากกว่า
ตัวอยา่ งรา่ ยสภุ าพ
เสร็จเสาวนยี ส์ ่ังสนม เนอื งบังคมคาราช พระบาทบทนั
นทิ รา จวนเวลาล่วงสาง พืน้ นภางค์เผือดดาว แสงเงนิ ขาวขอบฟ้า
แสงทองจ้าจบั เมฆ........ฯลฯ..........ขอลาองคท์ า่ นไท้ ไปเผดจ็
ดสั กรให้ เหอื ดเส้ยี นศกึ สยาม สิ้นนา
ลักษณะบังคับของโคลงสองสุภาพ
โคลงสองสภุ าพบทหนง่ึ มี ๓ วรรค ๆ หน่ึงมี ๕ คา ยกเว้นวรรคสุดทา้ ย
มเี พยี ง ๔ คา ในตอนทา้ ยมคี าสร้อยได้ ๒ คา
สัมผสั ของโคลงสองสุภาพมเี พียงแห่งเดยี ว คือคาสุดท้ายของวรรคแรก
สง่ สัมผสั ไปยงั คาสดุ ทา้ ยของวรรคท่ี ๒
ตัวอย่างโคลงสองสภุ าพ
พระฟงั ความลูกท้าว ลาเสดจ็ ศึกดา้ ว
ดัง่ เบอ้ื งบรรหาร
ลักษณะบังคับของโคลงสามสุภาพ
โคลงสามสุภาพบทหน่ึงมี ๔ วรรค ๆ ละ ๕ คา ยกเว้นวรรคสุดท้ายซ่ึง
มี ๔ คา และมคี าสรอ้ ยตอนทา้ ยอีก ๒ คา
สัมผัสโคลงสามสุภาพกาหนดให้คาสุดท้ายของวรรคแรกส่งสัมผัสไปยัง
คาท่ี ๓ ของวรรคที่ ๒ และคาสุดท้ายของวรรคท่ี ๒ ส่งสัมผัสไปยังคาสุดท้าย
ของวรรคที่ ๓
ตัวอย่างโคลงสามสภุ าพ
ลว่ งลุดา่ นเจดยี ์ สามองค์มแี หง่ ห้นั
แดนตอ่ แดนกันนั้น เพื่อรรู้ าวทาง
ลักษณะบังคับของโคลงสีส่ ภุ าพ
โคลงสี่สุภาพบทหนึ่งมี ๔ บาท แต่ละบาทประกอบด้วย ๒ วรรค คือ
วรรคหน้า ๕ คา วรรคหลัง ๒ คา ยกเว้นบาทท่ี ๔ ที่มีวรรคหลัง ๔ คา
นอกจากนี้ในบาทท่ี ๑ และบาทที่ ๓ อาจมีสร้อยคาได้อกี บาทละ๒ คา
โคลงส่ีสุภาพบังคับคาเอก ๗ คา คาโท ๔ คา โดยถือรูปวรรณยุกต์
เปน็ เกณฑ์ และคาเอกอาจใช้คาตายแทนได้
ลักษณะบังคับของโคลงส่สี ุภาพ
สัมผัสโคลงสี่สุภาพได้แก่ คาสุดท้ายของบาทท่ี ๑(ไม่นับคาสร้อย)
ส่งสัมผัสไปยังคาที่ ๕ ของบาทท่ี ๒ และบาทท่ี ๓ คาสุดท้ายของบาทที่ ๒
ส่งสัมผัสไปยังคาท่ี ๕ ของบาทท่ี ๔ ส่วนสัมผัสในของโคลงสี่สุภาพนิยมสัมผัส
อักษร
ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพ
กระเตน็ กระต้ัวตืน่ แตกคน
ยงู ย่องยอดยงู ยล โยกยา้ ย
นกเปลา้ นกปลปี น ปลอมแปลก กนั นา
คล่าคลา่ คลง้ิ โคลงคล้าย ค่เู คล้าคลอเคลีย
จุดมุ่งหมายในการแต่ง
๑. เพอื่ งานพระราชพิธฉี ลองตึกวัดพระเชตุพนฯ
ในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ นง่ั เกล้าเจ้าอยหู่ วั
๒. เพอื่ เฉลมิ พระเกยี รตสิ มเด็จพระนเรศวรมหาราช
๓. เพ่ือผนู้ พิ นธ์จะไดอ้ านิสงค์บรรลุนพิ พาน
ความหมายของชือ่ เรอื่ ง
ตะเลง แปลวา่ มอญ พ่าย แปลว่า แพ้
รวมความหมายวา่ มอญแพ้ แต่ในทีน่ ้ี หมายถึง รวมพม่าด้วย เพราะ
เม่ือพม่าได้ครอบครองดินแดนและยึดเมืองหลวงของมอญ คือ กรุงหงสาวดี
เป็นเมืองหลวงของตน พระเจ้าแผ่นดินจึงเป็นพระเจ้าแผ่นดินมอญด้วย และ
ทหารทเ่ี กณฑ์มารบกม็ ีทหารมอญปะปนมาดว้ ยมากมาย
เราจึงเรียกพมา่ และมอญรวม ๆ ไปว่า ตะเลง
ประวัติความเป็นมา
ลลิ ิตตะเลงพ่าย
เป็นวรรณคดไี ทยท่แี ต่งดว้ ยถ้อยคาไพเราะและสามารถถ่ายทอดอารมณ์
ได้อย่างลึกซ้ึงอย่างยิ่งท้ังน้ีเพราะกวีได้ตอบสนองรสนิยมของคนไทย ท่ีมีจิตใจ
ละเอยี ดอ่อน ชอบวรรณศลิ ป์ ชอบใชถ้ อ้ ยคาที่คล้องจอง คมคาย และชวนคิด
ลิ ลิ ต ต ะ เ ล ง พ่ า ย เ ป็ น ห นั ง สื อ ท่ี มี ศิ ล ป ะ ก า ร ใ ช้ ภ า ษ า ที่ เ ป็ น ไ ป ต า ม
วตั ถปุ ระสงคข์ องการแตง่ เพ่ือเฉลิมพระเกียรตพิ ระมหากษตั รยิ ผ์ ทู้ รงกอบกูช้ าติ
ประวัติความเปน็ มา
ลลิ ิตตะเลงพ่าย
ความดีเด่นของลิลิตตะเลงพ่าย คือ การเล่นคาและการใช้โวหาร
อุปมาอุปไมย เพ่ือให้เกิดภาพพจน์ จินตนาการ และสะเทือนอารมณ์ กวีได้
สอดแทรกความรู้ต่างๆมากมาย เช่น การจัดกระบวนทัพของไทยสมัยอยุธยา
และยุทธศาสตร์แตไ่ มเ่ คร่งครดั ในดา้ นภูมศิ าสตร์
นอกจากน้ีกวียังได้นาช่ือนกและช่ือต้นไม้มาใช้ในบทครวญถึงนางตาม
แบบอยา่ งลลิ ติ ยวนพ่าย
ประวตั ิความเป็นมา
ลลิ ิตตะเลงพ่าย
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส (พ.ศ.
๒๓๓๓ - ๒๓๙๖) ผู้ทรงพระนิพนธ์ลิลิตตะเลงพ่าย มีพระนามเดิมว่าพระองค์
เจ้าวาสุกรี ทรงเป็นโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
กรมสมเดจ็ พระปรมานชุ ติ ชิโนรสทรงอุปสมบทเมือ่ พ.ศ. ๒๓๕๔
ประวตั ิความเปน็ มา
ลลิ ติ ตะเลงพ่าย
และทรงครองเพศสมณะจนสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงเป็นนักปราชญ์ที่
แท้จริง แม้จะทรงมีพระภารกิจด้านศาสนาอยู่มาก แต่ก็ทรงศึกษาหนังสือท้ัง
ด้านศาสนา นิติศาสตร์ โหราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ จึงทรงพระนิพนธ์หนังสือ
ได้มากมาย ทางด้านวรรณคดี ทรงมีฝีมือเป็นเลิศในการแต่ง โคลง ฉันท์ และ
ลิลติ
ประวัติความเป็นมา
ลลิ ติ ตะเลงพา่ ย
เนื้อเรื่องของลิลิตตะเลงพ่าย ได้เค้าเร่ืองมาจากพงศาวดารสมัยสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช กล่าวถึงการเสด็จเสวยราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดา
และมพี ระราชประสงคท์ ีจ่ ะเสดจ็ ไปตีเขมร เพอื่ เป็นการแก้แค้นเขมรท่ียกทัพมาตี
ชายแดนไทย ต่อจากนั้น เน้ือเร่ืองกล่าวถึงพระเจ้าหงสาวดีโปรดให้พระมหาอุป
ราชากรฑี าทัพมาตไี ทย
ประวัติความเปน็ มา
ลลิ ติ ตะเลงพ่าย
เมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงทราบขา่ วศึกก็ยกทัพเสด็จออกไปทาศึกนอก
พระนครระหว่างที่ทัพพม่าปะทะกับทัพหน้าของไทย ช้างทรงของสมเด็จพระ
นเรศวร และของสมเด็จพระเอกาทศรถตกมนั ว่ิงเขา้ ไปท่ามกลางข้าศกึ ตามลาพัง
สมเด็จพระนเรศวรทรงระงับความตกพระทัย และตรัสท้าพระมหาอุปราชา
กระทาสงครามยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถทรง
ได้รบั ชัยชนะ
ประวตั ิความเป็นมา
ลิลิตตะเลงพ่าย
เมื่อเลิกทัพกลับพระนคร สมเด็จพระนเรศวรทรงปูนบาเหน็จรางวัลแก่
ทหารผู้มีความชอบ และลงโทษประหารทหารท่ีติดตามพระองค์ไม่ทัน ท้ังนี้
เป็นไปตามกฎมณเฑียรบาล แต่สมเด็จพระวันรัตวัดป่าแก้วได้กราบทูลขอ
พระราชทานอภยั โทษใหแ้ กท่ หารเหลา่ นนั้
ประวัติความเปน็ มา
ลลิ ิตตะเลงพา่ ย
สมเด็จพระนเรศวรทรงยินยอมและโปรดให้ไปทาสงครามแก้ตัว
หลังจากนั้นทรงดาเนินพระราชกรณียกิจต่อ ด้วยการทานุบารุงหัวเมืองเหนือ
และรบั ทูตจากเมอื งเชยี งใหมท่ ี่มาขอเป็นเมืองขนึ้
ประวัติความเปน็ มา
ลิลิตตะเลงพ่าย
ตัวอย่าง โวหารแสดงความโกรธจากลิลิต ตะเลงพ่าย ตอนท่ีสมเด็จ
พระนเรศวรมหาราชทรงปรารภเร่ืองท่ีจะไปปราบเขมร เนื่องจากเขมรมักจะยก
ทพั มาตไี ทยระหว่างที่ไทยมีศึกกับพม่าทรงรู้สึกโกรธและเจ็บช้าพระทัย ทาให้คิด
อะไ รก็ ห ม ดค ว า ม ร่ืน รม ย์ จึง ต้อ งยก ทั พ ไ ปปร าบ ใ ห้ห ายแ ค้ น ดั ง นี้
ประวัติความเปน็ มา
ลลิ ิตตะเลงพ่าย
“...คลุ้มกมลแค้นค่ัง ดังหนามเหน็บเจ็บช้า ย้ายอกทรวงดวงแด แลบ
ชน่ื อ่ืนชม...”
“...คราน้ีกูสองตน ผ่านสกลแผ่นหล้า ควรไปร้ารอนเข็น เห็นมือไทยที่
แกล้ว แผ้วภพให้เป็นเผือ่ น เกล่อื นภพใหเ้ ป็นพง...”
เนื้อเรอ่ื งยอ่ ลิลิตตะเลงพา่ ย
เหตุการณ์ทางกรุงหงสาวดี
ฝ่ายพระมหาอุปราชาได้ทรงหาปรึกษากันว่า พระมหาธรรมราชาทรง
สวรรคต แล้วขณะน้ีก็เป็นช่วงเวลาท่ีเหมาะสมอย่างยิ่งท่ีจะยกทัพไปตีเมือง
อยุธยา เพราะ ช่วงเวลานอ้ี าจเกิดการแย่งชิงราชสมบัติ พระเจ้านันทบุเรงก็ทรง
มีพระราชดาริให้พระมหาอุปราชาทรงออกไปรบ แล้วโหนก็ทานายว่าพระมหา
อุปราชาจะถึงฆาต พระมหาอุปราชาจงึ หวาดกลวั กบั คาทานาย
เนื้อเรอ่ื งยอ่ ลิลิตตะเลงพ่าย
เหตุการณท์ างกรงุ หงสาวดี
พระเจ้านนั ทบเุ รง จงึ ประชดว่า ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรไม่เห็นต้องออก
คาสง่ั ใหไ้ ปออกรบ สมเด็จพระนเรศวรทรงทาด้วยความเต็มใจ สมกับเป็นลกู ของ
นักรบ พระมหาอุปราชาทรงฟังจบ ก็ทรงกลัวพระราชบิดาโกรธ จึงจัดทหาร 4
เหลา่ เดนิ ทางเพ่ือจะออกรบเพื่อเผดจ็ ศกึ เมอื งอยธุ ยา
เน้ือเรอื่ งยอ่ ลิลิตตะเลงพา่ ย
เหตกุ ารณ์ทางกรงุ หงสาวดี
แล้วทรงมีพระราชโองการป่าวประกาศไปทั่วเมืองรอบๆ ให้เตรียมทัพ
สาหรับออกรบ ต่างก็ตกแต่งช้าง ม้า เตรียมเสบียงให้พร้อม ให้สมกับทัพหลวง
และศึกอันยิ่งใหญ่น้ี เมื่อถึงเวลาเช้าตรู่ ก็ทรงเสด็จไปพบพระสนมด้วยสีหน้า
เศร้าหมอง เพื่อล่าลานางอันเป็นที่รัก ด้วยความจาใจที่ต้องทาการศึกยิ่งใหญ่
ครงั้ น้ี
เนื้อเรอ่ื งย่อลิลิตตะเลงพา่ ย
เจา้ กรงุ หงสาวดปี ระทานโอวาท
พระเจ้ากรุงหงสาวดีประทานโอวาทแก่พระมหาอุปราชา โดยกล่าวว่า
สงครามไม่มีอะไรมากมาย อย่าทาตามใจตนเอง ให้พินิจพิจารณาศึกสงครามให้
อยา่ งถถ่ี ว้ น แล้วก็บอกถึง เคลด็ ลบั ในการทาศึกทัง้ ๘ ขอ้ ท่ีโบราณสอนไว้วา่
๑. หมั่นเอาใจทหารใหม้ กี าลังใจอยเู่ สมอ
๒. อยา่ เกียจคร้าน
๓. อยา่ โงเ่ ขลา
เน้ือเรอ่ื งย่อลิลิตตะเลงพา่ ย
เจา้ กรุงหงสาวดีประทานโอวาท
๔. ควรรูก้ าลังข้าศึก
๕. มีความรู้เจนชานาญ
๖. รตู้ าราการตงั้ คา่ ย
๗. ให้รู้จกั มอบรางวัลให้กบั คนเกง่
๘. อยา่ เกียจครา้ นในการทาศึก
แลว้ ขอใหล้ กู จงจาคาทีพ่ อ่ สอนไว้ ขอใหพ้ ระจงคุ้มครองเจ้าให้
ชนะศกึ ในครั้งน้ี
เนื้อเรอื่ งย่อลิลิตตะเลงพ่าย
พระมหาอปุ ราชาราพนั ถึงนาง
พระมหาอุปราชาราพันถึงนางอันเป็นท่ีรักว่า พระองค์มาคน
เดียวรู้สึกเปล่าเปล่ียวเดียวดาย เศร้าสร้อยมาก ดูดอกไม้เบิกบานใจก็ทา
ให้คดิ ถึงนางอันเป็นทรี่ ัก เห็นตน้ สลดั ไดกท็ าให้พระองค์คิดว่า ทาไมตัวเรา
จึงต้องท้ิงพระสนมไว้เพ่ือมาทาการศึกคิดถึงต้นสละก็คล้ายกับการสละ
พระสนม
เนื้อเรอื่ งย่อลิลิตตะเลงพา่ ย
พระมหาอุปราชาราพนั ถึงนาง
เม่ือนึกถึงต้นระกาก็ช้าใจ พอเห็นดอกสายหยุดกลิ่นของดอก
สายหยุดก็หายไปแต่กี่คืนกี่วันไม่สามารถหยุดความคิดถึงนางอันเป็นที่รัก
ได้ ความรกั ของพระมหาอปุ ราชาไมเ่ คยหายยงั คงคดิ ถึงพระสนมอยู่เสมอ
เน้ือเรอ่ื งย่อลิลิตตะเลงพา่ ย
ลางร้ายของพระมหาอปุ ราชา
พระองค์ทรงฝืนใจขับช้างมาเร่ือยๆ จนกระทั่งมาถึงอาเภอ พนมทวน
ก็เกิดเหตุประหลาดให้ทราบ คือ เกิดหมอกทาให้ท้องฟ้ามืดมิดมีลม เวรัมภา
พัดคลุมทาให้ฉัตรบนหลังช้างหักตกลงมา พระมหาอุปราชาจึงตรัสให้ โหรมา
ทานายถงึ เหตกุ ารณเ์ มอ่ื ครู่น้ี
เน้ือเรอื่ งยอ่ ลิลิตตะเลงพ่าย
ลางรา้ ยของพระมหาอปุ ราชา
โหรไม่กล้าทูลบอกความจริงแก่พระมาหาอุปราชาเพราะเกรงกลัวโทษ
ถ้าหากตนเองพูดไม่ถูกพระทัย จึงทูลให้ทราบแต่เร่ืองที่ดีๆ โดยกล่าวว่า
เหตุการณ์นี้ถ้าเกิดตอนเช้าไม่ดี แต่ถ้าเกิดตอนเย็นจะเป็นลางดี ขออย่าให้
พระองค์ทรงเป็นกงั วลไปเลย จะมผี ลกระทบตอ่ การทาศึกเสยี เปล่าๆ
เนื้อเรอ่ื งยอ่ ลิลิตตะเลงพ่าย
พระมหาอปุ ราชาราพงึ ถงึ พระบิดา
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นน้ีพระมหาอุปราชาก็ทรงคิดถึงพระราชบิดา (
พระเจ้านันท-บุเรง ) แล้วคร่าครวญว่าถ้าหากพระราชบิดาสูญเสียตนเองไปก็
เหมือนกับการถูกตัดแขน ตัดขาไป ข้างหน่ึง จะทาให้พระราชบิดาไม่มีพระองค์
คอยช่วยรบกับบุเรงนอง พระองค์ทรงเป็นกังวลว่าตนเองจะทาการศึกครั้งนี้ไม่
สาเร็จ พระองคก์ ็ทรงมีพระพรรษามากแล้ว
เน้ือเรอ่ื งยอ่ ลิลิตตะเลงพา่ ย
พระมหาอปุ ราชาราพงึ ถึงพระบดิ า
สงครามคราวนี้ยิ่งใหญ่มาก ถ้าหากพระองค์ทรงสวรรคต ใครจะมารับ
ร่างของพระองค์ไปให้พระราชบิดา ร่างของพระองค์ก็คงจะถูกทิ้งอยู่ในสนามรบ
อยู่บ้านเมืองกค็ งไม่มีใครมาเป็นคู่คิด จะทาการอันใดก็คงจะข้องใจไปหมด และ
พระมหาอุปราชาก็ทรงกลัวว่าจะไม่ได้ตอบแทนพระคุณอันใหญ่หลวงราวกับ
แผ่นดนิ ทีไ่ ดเ้ ลีย้ งดูมา
เนื้อเรอ่ื งยอ่ ลิลิตตะเลงพา่ ย
พระสุบินและพระนมิ ิตของสมเด็จพระนเรศวร
เทวดาบนั ดาลให้สมเด็จพระนเรศวรทรงพระสุบนิ (ฝัน) เห็นกระแสน้า
ไหลลงมาจากทิศตะวันตก (พม่า) เมอื่ มองไปทางใดก็ทรงเห็นแต่น้า เมื่อลุยน้า
ก็เจอกับจระเข้ตัวใหญ่แล้วทรงเข้าปะทะต่อสู้กันจนน้าในแม่น้ากระจัดกระจาย
พระองคท์ รงใช้พระแสงโดดเข้าฟันจระเข้ กระท่ังจระเข้ตาย น้าจึงเหือดแห้งไป
เมื่อพระองคต์ ืน่ ก็ทรงดใี จมากทีส่ ามารถชนะศตั รไู ด้
เนื้อเรอื่ งย่อลิลิตตะเลงพา่ ย
พระสุบนิ และพระนมิ ติ ของสมเดจ็ พระนเรศวร
จึงเรียกโหรมาทานาย เม่ือโหรได้ฟังพระนเรศวรจบจึ่งได้กล่าวว่า
เป็นความฝันแบบเทพสังหรณ์ คือ เทวดาดลใจให้ฝันเป็นนัยๆ การท่ีมีแม่น้า
นองมาเต็มป่า เปรียบได้ดั่งกองทัพของพม่า ซ่ึงการทาศึกอาจจะต้องทายุทธ
หตั ถีดว้ ย แล้วการที่สมเดจ็ พระนเรศวร ทรงฟันจระเข้ด้วยมีดคอง้าว เปรียบได้
ด่งั ศัตรตู อ้ งสน้ิ ชีวิตลงดว้ ยน้าพระหตั ถ์ของพระองค์เอง (มือของพระองค์เอง)
เน้ือเรอื่ งย่อลิลิตตะเลงพ่าย
พระสุบนิ และพระนิมิตของสมเด็จพระนเรศวร
และพระองค์ก็จะสามารถเอาชนะข้าศึกได้ ด่ังท่ีทรงพระสุบิน สมเด็จ
พระนเรศวรจึงตรัสให้เตรียมยกทัพ ให้พร้อมทั้งกาลังพล และ เสบียงท้ังหลาย
ในขณะที่รอการตั้งขบวนยกทัพเพ่ือศึกคร้ังยิ่งใหญ่น้ีก็ได้เกิดนิมิตหมายอันดีกับ
สมเด็จพระนเรศวรอีกคร้ัง เม่ือพบพระบรมสารีริกธาตุลอยมาวนรอบกองทัพ
โดยเป็นลักษณะ วนทางขวาเมื่อวานรอบๆ แลว้ กท็ รงหายไป
เน้ือเรอื่ งยอ่ ลิลิตตะเลงพ่าย
ช้างทรงสมเดจ็ พระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝา่ เขา้ ไปในกองทพั ขา้ ศกึ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสั่งทหารให้เคล่ือนพลตามเกล็ดนาค
มที หารเป็นจานวนมาก อยู่ล้อมรอบ ส่วน เจ้าพระยาไชยานุภาพช้างทรงของ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเจ้าพระยาปราบไตรจักร ช้างทรงของ
พระเอกาทศรถ เม่ือได้ยินเสียงฆ้องกลอง ดัง ก็เกิดความตกใจ วิ่งออกจาก
กองทพั เข้าสู่ฝา่ ยของศัตรู
เน้ือเรอ่ื งย่อลิลิตตะเลงพา่ ย
ช้างทรงสมเด็จพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝา่ เข้าไปในกองทัพขา้ ศึก
ทาให้นายทหารท้ังหลายไม่สามารถวิ่งตามทันได้ และทาให้ สมเด็จ
พระนเรศวรและพระเอกาทศรถ เข้ามาอยู่ในวงล้อมของข้าศึก พม่าทากลลวง
ใหพ้ ระนเรศวรสับสนหาพระมหาอปุ ราชาไมพ่ บ ในท่ีสุด สมเด็จพระนเรศวรทรง
เห็นชา้ งเชือกหน่งึ อยู่ใต้ต้นข่อย มที หารแวดลอ้ มมากมาย จึงทรงคะเนว่าผู้ท่ีอยู่
บนหลงั ช้าง คือ พระมหาอปุ ราชา
เน้ือเรอ่ื งยอ่ ลิลิตตะเลงพา่ ย
ยทุ ธหัตถแี ละชัยชนะของไทย
สมเด็จพระนเรศวร ทรงเชิญพระมหาอุปราชาออกกระทายุทธ-
หตั ถี โดยใช้วาทศิลป์ทไี่ พเราะ ด่ังคากลอนนี้
พระพพี่ ระผ้ผู ่าน ภพอตุ -ดมเอย
ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุด รม่ ไม้
เชญิ ราชรว่ มคชยทุ ธ์ เผยอเกยี รติ ไวแ้ ฮ
สืบกวา่ สองเราไสร้ สดุ สน้ิ ฤามี
เน้ือเรอ่ื งย่อลิลิตตะเลงพ่าย
ยทุ ธหตั ถแี ละชยั ชนะของไทย
และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงฟันพระมหาอุปราชาขาดคาคอช้าง
ส่วนพระเอกาทศรถทรงชนช้างกับมางจาชโร พระพ่ีเลี้ยงของพระมหาอุปราชา
และฟันมางจาชโรตายเช่นกัน ศึกคร้ังน้ี สมเด็จพระนเรศวรทรงเสียควาญช้าง
และพระเอกาทศรถทรงเสียกลางช้าง หลังจากนั้นกองทัพไทยตามมาถึง และเข้า
สรู้ บกับพม่าจนพมา่ แตกพ่ายไป
เน้ือเรอ่ื งย่อลิลิตตะเลงพ่าย
ยทุ ธหตั ถีและชัยชนะของไทย
สมเด็จพระนเรศวรโปรดฯให้สร้างสถูปครอบพระศพของระมหาอุปราชา
ณ ตาบลตระพังตรุ สุพรรณบุรี แล้วทรงปูนบาเหน็จให้แก่ เจ้ารามราฆพ กลาง
ชา้ งของพระองค์ ขุนศรีคชคง ควาญช้างของพระเอกาทศรถ ส่วนนายมหานุภาพ
และหมื่นภักดีศวร ควาญช้างและกลางช้างที่ตายในสนามรบ ทรงพระราชทาน
บาเหน็จบานาญทรัพย์สินและสารดแก่ ภรรยาและบุตรของทั้งสองคน ส่วนแม่
ทพั นายกองทต่ี ามเสด็จไม่ทัน รับส่งั ให้ประหารตามกฎพระอัยการศึก
เนื้อเรอ่ื งย่อลิลิตตะเลงพ่าย
สมเด็จพระวนั รัตสดดุ ีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว ทรงนาคณะสงฆ์ ๒๕ รูป เข้าเฝ้าสมเด็จ
พระนเรศวร เพื่อทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่แม่ทัพนายกอง โดยสมเด็จ
พระวันรัตกราบทูลเปรียบเทียบว่าการท่ีพระนเรศวรมหาราชทรงชนะศึกในคร้ังน้ี
กเ็ หมือนกับ การทีพ่ ระพุทธเจา้ ทรงชนะมารทั้งหลาย
เนื้อเรอื่ งยอ่ ลิลิตตะเลงพ่าย
สมเดจ็ พระวนั รัตสดดุ ีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
จึงทูลขอให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชพระราชทานโทษให้แก่นายทหาร
ท่ีตามไปไม่ทัน สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระราชทานอภัยโทษแต่ต้องให้
ทางานแก้ตัว โดยให้ทัพเจ้าพระยาพระคลังไปตีเมืองทวาย และ ทัพเจ้าพระยา
จกั รไี ปตเี มอื งมะรดิ และตะนาวศรี
คุณธรรมท่ีได้รบั จากเรอื่ งลิลิตตะเลงพา่ ย
๑. ความรอบคอบไมป่ ระมาท
ในเร่ืองลิลิตตะเลงพ่ายน้ีเราจะเห็นคุณธรรมของพระนเรศวรได้อย่าง
เด่นชัดและส่ิงที่ทาให้เราเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชา
สามารถมากที่สดุ คือ ความรอบคอบ ไมป่ ระมาท
คุณธรรมที่ได้รบั จากเรอ่ื งลิลิตตะเลงพ่าย
๑. ความรอบคอบไม่ประมาท
ดงั่ โคลงสีส่ ุภาพตอนหนึ่งกลา่ วว่า
๖๒(๑๖๔) พระห่วงแตศ่ ึกเสี้ยน อสั ดง
เกรงกระลับก่อรงค์ รว่ั หลา้
คือใครจักคุมคง ควรคู่ เขญ็ แฮ
อาจประกันกรงุ ถา้ ทพั ขอ้ ยคนื ถงึ
คุณธรรมท่ีได้รบั จากเรอ่ื งลิลิตตะเลงพา่ ย
๑. ความรอบคอบไมป่ ระมาท
หลังจากที่พม่ายกกองทัพเข้ามาพระองค์ก็ทรงส่ังให้พ่ายพลทหารไป
ทาลายสะพานเพ่ือว่าเมื่อฝ่ายไทยชนะศึกสงคราม พ่ายพลทหารของฝ่ายพม่าก็
จะตกเปน็ เชลยของไทยท้ังหมด น่ันแสดงให้เราเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่
มี ทั ศ น ค ติ ที่ ก ว้ า ง ไ ก ล ซึ่ ง มี ผ ล ม า จ า ก ค ว า ม ร อ บ ค อ บ ไ ม่ ป ร ะ ม า ท