The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยบูรณาการภาษาอังกฤษ ล่าสุด ของจีโน่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sawita Kachanta, 2024-02-29 07:52:47

หน่วยบูรณาการภาษาอังกฤษ ล่าสุด ของจีโน่

หน่วยบูรณาการภาษาอังกฤษ ล่าสุด ของจีโน่

1 หน่วยบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมหวัง นิลพันธ์ ผู้จัดทำ นาย อัศวิน ชินชาด รหัสนักศึกษา 6494110065 นักศึกษาชั้นปีที่3 รายวิชา ED 13309 การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการระดับประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ก คำนำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาED 13309 การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ระดับประถมศึกษา ผู้จัดทำได้ศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการบูรณาการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ และแผนการเรียนรู้ภายในศาสตร์เดียวกันและการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ของกลุ่มสาระ ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่3 ได้ศึกษาค้นคว้า ความหมายของการบูรณาการ กลัก การ แนวคิดและทฤษฎีของบรูณาการ รูปแบบบูรณาการ วิธีบูรณาการ สาระการเรียนรู้ มาตรฐาน ตัวชี้วัด คำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่3 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐานพุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) ตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการ เรียนรู้ภายในศาสตร์และข้ามศาสตร์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้เข้ามาศึกษาหาความรู้ได้ อย่างสะดวก ผู้จัดทำหวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้ามาศึกษาค้นคว้าหา ความรู้จากหนังสือเล่มนี้อย่างยิ่งและหากมีข้อผิดพลาดประการใดทางผู้จัดทำจะน้อมรับไว้ ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ นาย อัศวิน ชินชาด


ข เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข 1.ความหมายการบูรณาการ 1 2.หลักการ แนวคิดและทฤษฎีของบรูณาการ 2 3.รูปแบบบูรณาการ 3 4.วิธีบูรณาการ 6 5.การบรูณาการภายในศาสตร์เดียวกันกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 10 5.1 ตัวชี้วัด 10 5.2 โครงสร้างรายวิชา 13 6.ตัวอย่างการจัดทำหน่วยบรูณาการ กลุ่มสาระภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่4 23 6.1 ชื่อหน่วย My shool กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ อ.14110 23 6.2 สาระ/ มาตรฐาน / ตัวชี้วัด 23 6.3 สาระสำคัญ 25 6.4 จุดประสงค์การเรียนรู้ 26 6.5 สาระการเรียนรู้ 28 6.6 การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 28 6.7 การวัดและการประเมินผล 29 6.8 ชิ้นงาน 31 6.9 สื่อและแหล่งเรียนรู้ 31 6.10 เวลา 32 7.ตัวอย่างแผนบูรณากาาภายในศาสตร์เดียวกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่3 33 7.1 แผนบูรณาการภายในศาสตร์เดียวกัน 33 8.ตัวอย่างหน่วยบูรณาการข้ามศาสตร์พร้อมแผนบูรณาการข้ามศาสตร์ 38 8.1 ตัวอย่างทฤษฎีบูรณาการข้ามศาสตร์ 38 8.2 ตัวอย่างของหน่วยบูรณาการข้ามศาตร์ 40 8.3 ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ อย่างละ1แผน 41 ภาคผนวก 56 -ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นป.6 57 บรรณานุกรม 67 สารบัญ


1 1. ความหมายการบูรณาการ การบรณาการมีนักวิชาการหลายท่านได้ให้ความหมายในลักษณะใกล้เคียงกัน ไว้ดังนี้ความหมาย การบูรณาการตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Integration มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า Integrate คำว่าบูรณา การในความหมายทั่วไป หมายถึง การทำสิ่งที่บกพร่องให้สมบูรณ์แบบ โดยการเพิ่มเติมบางส่วนที่ขาดอยู่ให้ สมบูรณ์ หรือการนำส่วนประกอบย่อยมารวมกันตั้งแต่สองส่วนเพื่อทำให้เป็นส่วนประกอบใหญ่ของทั้งหมด ดังนั้นการบูรณาการเป็นการเชื่อมสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งเข้ามาเป็นส่วนประกอบกับอีกสิ่งหนึ่งให้มี ความสมบูรณ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลักหรือส่วนประกอบที่ใหญ่กว่า (เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, 2546) พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) (2540) ได้ให้ความหมายบูรณาการ หมายถึง การท าให้หน่วยย่อยที่มีอยู่ ทั้งหลายที่สัมพันธ์อิงอาศัยซึ่งกันและกันเข้ามาร่วมท าหน้าที่ประสานกลมกลืนให้เป็นองค์รวมหนึ่งเดียวที่มี ความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ในตัว ประเวศ วะสี(2545) ได้ให้ความหมายของการบูรณาการเป็นความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆ ไปด้วยกัน อย่างลงตัวและอย่างสมดุล ทิศนา แขมณี(2548) ได้ให้นิยามของการบูรณาการ หมายถึงการทำให้สมบูรณ์โดยการน าหน่วยย่อยๆ ที่มี ความสัมพันธ์มาทำหน้าที่อย่างผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวให้ครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวเองไม่ได้แยกเป็น ส่วนๆ บีเน่ (Beane, 1991) การบูรณาการเป็นการเชื่อมโยงความรู้ประสบการณ์ในลักษณะผสมผสานเข้าด้วยกัน ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องสมบูรณ์โดยรวมกันมากกว่าการแยกส่วน การบูรณาการ (Integration) หมายถึง การประสานกลมกลืนกันของแผนกระบวนการ สารสนเทศ การ จัดสรรทรัพยากร การปฏิบัติการ ผลลัพธ์ และการวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนเป้าประสงค์ที่สำคัญของสถาบัน (Organization-wide Goal) การบูรณาการที่มีประสิทธิผลเป็นมากกว่าความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน (Alignment) ซึ่งการดำเนินการของแต่ละองค์ประกอบภายใน ระบบการจัดการ ผลการด าเนินการมีความ เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ (คณะกรรมการการอุดมศึกษา, 2557, หน้า 35) สรุปจากความหมายที่กล่าวมา การบูรณาการหมายถึง กระบวนเชื่อมประสานสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่ง ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เข้ามารวมกันให้มีความประสานสัมพันธ์แบบองค์รวมเป็นหนึ่งเดียว ครบถ้วน สมบูรณ์ เป็น เอกภาพในตัวแบบไม่แยกส่วน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลักหรือส่วนประกอบที่ใหญ่ขึ้น


2 2.หลักการ แนวคิดและทฤษฎีของบรูณาการ ปรัชญาการศึกษาแบบ Progressivism ของ John Dewey -การศึกษาคือชีวิตคน : คนต้องศึกษาตลอดชีวิต (ความรู้มากมายมหาศาล) -เน้นเรียนเป็นศูนย์กลาง -การเรียนโดยการแก้ปัญหา -ส่งเสริมร่วมมือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน -สร้างเสริมการอยู่ร่วมกันในวิถีประชาธิปไตย ทฤษฎีการเรียนรู้ในด้าน Cognitive ที่ใช้ Constructivism Approachหลักสำคัญของ Constructivism คือ ผู้เรียนต้องสร้างความรู้เอง ครูเป็นผู้ช่วยโดยจัดหาข้อมูลข่าวสารที่มีความหมายให้แก่ผู้เรียน หรือให้โอกาส ผู้เรียนได้ค้นผบด้วยตนเอง และเป็นผู้ลงมือกระทำ ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของ Ausubel ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Ausubel เน้นความสำคัญของการ เรียนรู้อย่างมีความเข้าใจและมีความหมาย การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้เชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้ใหม่เข้ากับ ความรู้เดิมที่อยู่ในสมองของผู้เรียน ทฤษฎีการเรียนรู้ปัญญานิยม (Cognitive Theory) บรูเนอร์ กล่าวไว้ว่า วิธีการที่ ผู้เรียนใช้เป็นเครื่องมือในการค้นพบความรู้มี 3 ขั้น คือ วิธีการที่ใช้ รูปธรรม วิธีการที่ใช้กึ่งสัญลักษณ์ และวิธีการที่ใช้สัญลักษณ์ และเชื่อว่าถ้าผู้สอนเข้าใจพัฒนาการทางเชาวน์ปัญญาของผู้เรียนและจัดสภาพแวดล้อมของห้องเรียนให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสเรียนรู้ตามขั้นพัฒนาการของตน กรมวิชาการ. (2549 : 3-4) ได้แบ่งประเภทการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการออกเป็น 2 แบบ คือ การบูรณาการภายในวิชา เป็นการเชื่อมโยงการสอนระหว่างเนื้อหาวิชาในกลุ่มประสบการณ์หรือรายวิชา เดียวกันเข้าด้วยกัน


3 3.รูปแบบบูรณาการ วิเศษ ชิณวงศ์(2544: 29) ได้กล่าวถึงการเรียนการสอนมีสองประเภท คือ บูรณาการ ภายในวิชาและบูรณาการ ระหว่างวิชา โดยรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ (Modelsof Integration) ระหว่างวิชามี 4 รูปแบบดังนี้ 1. การสอนบูรณาการแบบสอดแทรก (Infusion) เป็นการสอนที่ครูผู้สอนในวิชาหนึ่งสอดแทรก เนื้อหาของวิชาอื่นเข้าไปในการสอนของตน เป็นการวางแผนการสอนและสอนโดยครูคนเดียว 2. การสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน (Parallel Instruction) เป็นการสอนที่ครูตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ สอนต่างวิชากัน ต่างคนต่างสอน แต่มาวางแผนการสอนร่วมกัน โดยมุ่งสอนหัวเรื่องความคิดรวบยอด ปัญหา เดียวกัน (Theme/Concept/Problem) ระบุสิ่งที่ร่วมกันและตัดสินใจร่วมกันว่าจะสอนหัวเรื่องความคิดรวบ ยอด ปัญหานั้น ๆ อย่างไรในวิชาของแต่ละคนงานที่มอบหมายนักเรียนจะแตกต่างกันไปตามลักษณะวิชาแต่อยู่ ภายใต้หัวเรื่อง ความคิดรวบยอดหรือปัญหาเดียวกัน 3. การสอนบูรณาการแบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary Instruction) การสอนแบบนี้ คล้ายกับการสอนแบบคู่ขนาน กล่าวคือ เป็นการสอนที่ครูตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่สอนต่างวิชากันใช้หัวเรื่อง ความคิดรวบยอด ปัญหาเดียวกัน ต่างคนต่างสอน แต่มีการมอบโครงการหรือโครงงานร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการ เชื่อมโยงสาขาวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ครูทุกคนต้องวางแผนร่วมกันในการสร้างโครงการเหมือนกันและแบ่ง โครงการย่อยให้นักเรียนปฏิบัติในแต่ละวิชา 4. การสอนบูรณาการแบบข้ามวิชา (Trans disciplinary Instruction) การสอนตามรูปแบบนี้ ครูที่ สอนวิชาต่าง ๆ จะมาร่วมกันสอนเป็นคณะหรือทีม ร่วมกันวางแผน ปรึกษาหารือกันกำหนดหัวเรื่อง ความคิด รวบยอด ปัญหาร่วมกัน แล้วดำเนินการสอนนักเรียนกลุ่มเดียวกัน อรัญญา สุธาสิโนบล (2545: 23) ได้กล่าวถึงรูปแบบการสอนแบบบูรณาการมีรูปแบบดังนี้ 1. การสอนบูรณาการแบบครูผู้สอนเพียงคนเดียว หรือแบบสอดแทรก ( Infusion Instruction) เป็น การสอนโดยครูผู้สอนจะสอดแทรกเนื้อหาสาระอื่น ๆ ให้เข้ากับหัวข้อเรื่องหรือสาระที่กำหนดขึ้นมาทำให้ ผู้เรียนได้ใช้ทักษะกระบวนการเรียนรู้ไปแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหาสาระที่กำหนด 2. การสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน (Parallel Instruction) เป็นการสอนโดยครูสอนตั้งแต่สองคนขึ้นไป ที่สอนวิชาต่างกัน ต้องวางแผนร่วมกันในการกำหนดหัวเรื่อง (Theme) สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอด


4 (Concept) และปัญหา (Problem) เดียวกัน เมื่อวางแผนร่วมกันแล้วครูแต่ละคน ก็จะวางแผนการสอนของ แต่ละคนซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะวิชา 3. การสอนบูรณาการแบบพหุวิทยาการ (Multidisciplinary Instruction) เป็นรูปแบบการสอนที่มี ลักษณะคล้ายกับการสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน โดยครูผู้สอนตั้งแต่สองคนขึ้นไปได้ร่วมกันวางแผนในการ กำหนดหัวเรื่อง ความคิดรวบยอด และปัญหาร่วมกัน แล้วแต่ละคนก็สอนตามลักษณะวิธีการของตน จากนั้น ครูผู้สอนก็จะมีการกำหนดงานหรือโครงการให้นักเรียนปฏิบัติโดยกิจกรรมในโครงการนั้นจะต้องเชื่อมโยงวิชา ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน 4. การสอนบูรณาการแบบข้ามวิชาหรือการสอนเป็นคณะ (Transdisciplinary instruction) เป็นการ สอนที่ครูผู้สอนในวิชาต่าง ๆ กันร่วมกันวางแผนเป็นคณะ (Team) โดยร่วมกันวางแผนปรึกษากันในการ กำหนดหัวเรื่อง ความคิดรวบยอด และปัญหาร่วมกัน และดำเนินการสอนนักเรียนกลุ่มเดียวกัน สิริพัชร์เจษฎาวิโรจน์ (2549: 67) ได้กล่าวถึงวิธีการบูรณาการที่มีหลายรูปแบบ ซึ่งมีทั้งบูรณาการ ตั้งแต่น้อยไปจนถึงมาก คือบูรณาการตั้งแต่ภายในกลุ่มสาระเดียวไปจนถึง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้และ แม้กระทั่งการบูรณาการที่สมบูรณ์สูงสุดด้วย ซึ่งเป็นวิธีการบูรณาการตามรูปแบบของ Robin Fogarty (2002) ได้เสนอวิธีการบูรณาการ 10 รูปแบบ ดังนี้การบูรณาการหลักสูตรสามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งมีลักษณะที่ แตกต่างกันไป และเหมาะสมกับระดับชั้นต่าง ๆ กันไป Fogarty ได้เสนอรูปแบบการบูรณาการหลักสูตรที่ น่าสนใจไว้10 แบบ ดังนี้คือ 1. Cellular หรือ Fragmented เป็นรูปแบบการบูรณาการ เนื้อหาสาระภายในวิชาเดียวกันโดย สัมพันธ์ต่อเนื่องกันในลักษณะ ของการเรียงลำดับหัวข้อตามความเหมาะสม เช่น เรียงจากเรื่องที่ง่ายไปหายาก เรื่องที่มีความซับซ้อนน้อยไปหาเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น หรือเรียงจากเรื่องที่เป็นพื้นฐานไปหาเรื่องที่สัมพันธ์ ต่อเนื่องกันและกว้างขวางขึ้น ในการสอนจะสอนตามหัวข้อที่กำหนดเมื่อจบหัวข้อหนึ่งก็ขึ้นหัวข้อใหม่ต่อไป 2. Connected เป็นรูปแบบการบรณาการเนื้อหาสาระ ภายในเนื้อหาของแต่ละวิชาเช่นเดียวกัน แต่ ในการสอนมีการเชื่อมโยงหัวข้อหรือความคิดรวบยอดถึงกัน เชื่อมโยงความคิดต่าง ๆให้สัมพันธ์กัน ทำให้เห็น ความต่อเนื่องหรือเกี่ยวข้องกันของเนื้อหาที่เรียนในหัวข้อต่าง ๆ เช่น หัวข้อร่างกายของฉัน และอาหารที่มี ประโยชน์ในการสอน 2 หัวข้อนี้ สามารถเชื่อมโยงให้เห็นว่าร่างกายต้องการอาหารเพราะอะไร และอาหารมี ความจําเป็นต่อคนอย่างไรเป็นต้น 3. Nested เป็นรูปแบบการบูรณาการเนื้อหาสาระภายในวิชาเดียวกันอีกรูปแบบหนึ่งแต่เพิ่ม ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมากขึ้น คือ การบูรณาการทักษะหลาย ๆ ทักษะเข้าด้วยกันในการรวมเป็นเป้าหมาย หลักของหัวข้อ เช่น หัวข้ออาหารที่มีประโยชน์ ครูนําทักษะต่าง ๆ มาบูรณาการสอนหัวข้อนี้ได้หลายทักษะ


5 ได้แก่ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการคาดเดา ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการคิด ทักษะทางสังคม ทักษะการจัด ข้อมูล โดยตั้งประเด็นปัญหา หรือคําถามขึ้นแล้วให้นักเรียนนําทักษะเหล่านี้ไปฝึกคิดอภิปราย และหาคําตอบ 4. Sequenced รูปแบบนี้ เริ่มเป็นการบูรณาการระหว่าง 2 วิชารูปแบบนี้ สามารถทำได้ง่ายโดยการ นําหน่วยการเรียนรู้ที่ใช้สอนกันอยู่มาพิจารณาความคิดรวบยอด ทักษะหรือเจตคติของหน่วยใดคล้ายกันบ้างให้ นํามาเชื่อมโยงบูรณาการกัน ซึ่งทั้ง 2 วิชายังสอนแยกกันอยู่แต่สอนในเวลาเดียวกัน ดังนั้น ต้องมีการจัดลำดับ การสอนหัวข้อเรื่องหรือหน่วยการเรียนต่าง ๆ ใหม่ เพื่อจะได้สอนในช่วงเวลาเดียวกันได้ อาจมีการปรับ กิจกรรมการเรียนการสอนให้ชัดเจนขึ้นแล้ววางแผนว่าจะสอนในช่วงเวลาใด เพื่อสิ่งที่นํามาบูรณาการกันนั้นจะ ได้ประสานกันอย่างกลมกลืน 5. Shared เป็นการบูรณาการระหว่าง 2 วิชา โดยเนื้อหาสาระที่สอนนั้นมีสาระความรู้ หรือความคิด รวบยอด ที่คาบเกี่ยวกันอยู่ส่วนหนึ่งในการบูรณาการรูปแบบนี้ ต้องมีการวางแผนร่วมกันสอนร่วมกันในส่วนที่ คาบเกี่ยวกัน โดยอาจจัดเป็นหัวข้อร่วมกัน หรือทำโครงงานร่วมกัน และอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้คาบเกี่ยวกันนั้นครู ก็สอนแยกกันไปตามปกติ 6. Webbed เป็นรูปแบบการบูรณาการระหว่างวิชาหลายวิชา มีลักษณะเป็นการกำหนดหัวข้อเรื่อง (theme) ขึ้นมา แล้วเชื่อมโยงไปสู่วิชาต่าง ๆ ว่ามีประเด็นหรือเนื้อหาสาระใดที่เห็นว่ามีความสัมพันธ์กัน คล้ายคลึงกัน หรือต่อเนื่องกัน ที่จะสามารถนํามาจัดรวมเป็นหัวข้อเรื่องเดียวกันเพื่อที่จะได้สอนรวมกันไปอย่าง กลมกลืนได้ในการบูรณาการรูปแบบนี้ จะบูรณาการกี่วิชาก็ได้ขึ้นอยู่กับประเด็นเนื้อหาสาระความคิดรวบยอด หรือทักษะ ส่วนเนื้อหาสาระใดของวิชาใดไม่สามารถนํามาบูรณาการกันได้ ก็ให้สอนตามปกติ 7.Threaded เป็นรูปแบบการบูรณาการที่ใช้ทักษะใดทักษะหนึ่งที่ต้องการฝึกเป็นหลัก เช่นทักษะการ คาดเดา ทักษะการแก้ปัญหาทักษะการวิเคราะห์แล้วกำหนดเนื้อหา ตลอดจนจัดการเรียนการสอนในแต่ละ รายวิชาให้สัมพันธ์กับทักษะที่กำหนดซึ่งจะเป็นกี่วิชาก็ได้ 8. Integrated เป็นการจัดหลักสูตรบูรณาการ แบบสหวิทยาการที่นําเอาความรู้ ความคิดรวบยอด หรือทักษะที่เหลื่อมล้ำกันอยู่ของวิชาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ สังคม ศึกษาภาษาไทยศิลปศึกษามา วางแผนจัดสอนร่วมกันเป็นทีม การบูรณาการแบบนี้เป็นการช่วยสร้างความเข้าใจและความซาบซึ้งระหว่างวิชา ต่าง ๆ ให้กับผู้เรียน 9. Immersed เป็นรูปแบบบูรณาการที่นักเรียนได้ เรียนรู้เนื้อหาสาระในวิชาต่าง ๆ และมีความสนใจใน เนื้อหาวิชาด้านใดด้านหนึ่งแล้วนักเรียนใช้ความรู้เนื้อหานั้นในการศึกษาค้นคว้าซึ่งเปรียบเหมือนการใช้แว่น ขยายประสบการณ์ของตนเอง สร้างประสบการณ์ให้กับตนเองโดยในการหาประสบการณ์นั้นนักเรียนอาจจะ ต้องบูรณาการข้อมูลที่เรียนรู้ทั้งหมดมาใช้


6 10. Networked เป็นรูปแบบบูรณาการที่กลั่นกรองความรู้ที่มิใช่จากการศึกษาค้นคว้าของนักเรียนเพียง อย่างเดียว แต่นักเรียนจะได้เรียนรู้จากครูผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิรวมทั้งการใช้เครือข่ายการเรียนรู้ เรียนรู้ทั้ง ภายในสาชาวิชาและนอกสาขาวิชา แล้วเชื่อมโยงความรู้เข้ารวมด้วยกันทั้งหมดเพื ่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิด ความคิดขยายออกไปเป็นแนวทางใหม่ลักษณะและรูปแบบของการบูรณาการหลักสูตรดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามี วิธีการบูรณาการเนื้อหาวิชาต่างๆเข้าด้วยกันได้หลายวิธี มีทั้งแบบบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เดียวกัน บูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ และบูรณาการจากความคิดของผู้เรียนเองการเลือกใช้รูปแบบ ใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเนื้อหาสาระ ความคิดรวบยอด เจตคติและทักษะที่ต้องการเน้นซึ่งผู้สร้าง หลักสูตรบูรณาการจะต้องรู้ เนื้อหาสาระของหลักสูตรแล้วพิจารณาเลือกรูปแบบใช้ให้เหมาะสม 4.วิธีบูรณาการ 1. กําหนดเรื่องที่จะสอนโดยการศึกษาหลักสูตรและวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของ เนื้อหาที่มีความ เกี่ยวข้องกัน เพื่อนํามากําหนดเป็นหัวข้อเรื่องความคิดรวบยอดหรือปัญหา 2. กําหนดจุดประสงค์การเรียนรู้โดยการศึกษาจุดประสงค์วิชาหลัก และวิชารองจะนํามาบูรณาการ และกําหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ในการสอนสําหรับหัวข้อเรื่องนั้น ๆ เพื่อการวัดและประเมินผล 3. กําหนดเนื้อหาย่อยเป็นการกําหนดเนื้อหาย่อย ๆ สําหรับการเรียนรู้ให้สนองกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ที่กำหนดไว้ 4. วางแผนการสอนเป็นการกําหนดรายละเอียดของการสอนตั้งแต่ต้นจนจบโดยการเขียนแผนการสอน ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบที่สําคัญเช่นเดียวกับแผนการสอนทั่วไปนั่นคือ สาระสําคัญ จุดประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล 5. ปฏิบัติการสอนเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่กําหนดไว้ในแผนการสอน รวมทั้งมีการสังเกต พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ความสอดคล้องกันของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผลสําเร็จของการเรียนรู้ตาม จุดประสงค์โดยมีการบันทึกจุดเด่นจุดด้อยไว้สําหรับการปรับปรุง และพัฒนา 6. การประเมินปรับปรุงและพัฒนา เป็นการนําผลที่ได้จากการบันทึกรวบรวมไว้ในขณะปฏิบัติการสอน มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงพัฒนาแผนการสอนแบบบูรณาการให้มีความสมบูรณ์ ยิ่งขึ้น อัญชลี สารรัตนะ (2542: 29-31) ได้กล่าวถึงขั้นตอนการสร้างบทเรียนและการจัดการเรียนการสอนแบบ บูรณาการไว้ดังนี้ 1. กําหนดเรื่องที่จะสอน โดยการศึกษาหลักสูตรและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ เนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้อง กันเพื่อนํามากําหนดเป็นหัวเรื่อง ความคิดรวบยอดหรือปัญหาในการสอน หรืออาจกําหนดเรื่องที่จะสอนจาก


7 การเลือกจุดประสงค์รายวิชา 2 รายวิชาขึ้นไปและนํามาสร้างเป็น หัวเรื่องความคิดรวบยอดหรือปัญหาในการ สอน 2. กําหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ในการสอน สําหรับหัวเรื่องที่กําหนดให้ในขั้นที่ 1 โดยกําหนดความรู้และ ความสามารถที่ต้องการจะให้เกิดแก่ผู้เรียน ควรเขียนให้ชัดเจนเพื่อนําไปสู่การจัดกิจกรรมและการประเมินผล 3. วางแผนการสอนเป็นการกําหนดรายละเอียดของการสอนตั้งแต่ต้นจนจบโดยการเขียนแผนการสอนซึ่ง อาจจัดในรูปแผนการสอนรายวิชาและแผนการสอนรายคาบ รวมทั้งระบุทรัพยากรแหล่งความรู้ อุปกรณ์หรือ วัสดุอื่นที่ต้องใช้ 4. ปฏิบัติการสอนเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการสอนกําหนด ขึ้นในขั้นที่ 3 รวมทั้ง มี การสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน ความสอดคล้องสัมพันธ์กันของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผลสําเร็จของการสอนตามจุดประสงค์โดยมีการบันทึกจุดเด่นจุดด้อยของกิจกรรมไว้สําหรับการปรับปรุงหรือ พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น 5. การประเมินผลเป็นการประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนและการบรรลุผลตามจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยใช้วิธีการประเมินผลที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง เช่นการสังเกต การปฏิบัติงาน ตรวจ ผลงาน ทดสอบและสัมภาษณ์ วิเศษ ชิณวงศ์ (2544: 31) ได้กล่าวถึงการสร้างบทเรียนแบบบูรณาการมี 2 ลักษณะ คือการสอนบูรณา การตามรูปแบบที่ 1 และ 2 และการสอนบูรณาการตามรูปแบบที่ 3 และ 4 การสอนบูรณาการตามรูปแบบที่ 1 แบบสอดแทรก และ 2แบบคู่ขนาน มี 2 วิธี คือ วิธีที่ 1 เลือกหัวเรื่อง (Theme) ก่อนแล้วดําเนินการพัฒนาหัวเรื่องให้สมบูรณ์ มีการกําหนดวัตถุประสงค์ ของกิจกรรมให้ชัดเจน กําหนดแหล่งข้อมูหรือทรัพยากรที่จะใช้ในการค้นคว้าและเรียนรู้ แล้วจึงพัฒนากิจกรรม การเรียนการสอนตามลําดับ โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. เลือกหัวเรื่อง (Theme) โดยมีวิธีการต่อไปนี้ 1.1 ระดมสมองของครูและนักเรียน 1.2 เน้นให้สอดคล้องกับชีวิตจริง 1.3 ศึกษาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 1.4 กําหนดหัวเรื่องให้แคบลง โดยให้สัมพันธ์กับชีวิตจริงตามความสนใจ 2. พัฒนาหัวเรื่องดังนี้


8 2.1 เขียนวัตถุประสงค์โดยกําหนดความรู้และความสามารถที่ต้องการที่จะให้เกิดกับผู้เรียนเขียน วัตถุประสงค์ให้เชื่อมโยงระหว่างวิชาให้ชัดเจนเพื่อนําไปสู่กิจกรรม 2.2 กําหนดเวลาสอนให้เหมาะสมกับกําหนดการต่างๆ ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน 2.3 เตรียมสื่อ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่จะใช้ในการดําเนินกิจกรรม 3. ระบุทรัพยากรที่ต้องการ ควรคํานึงถึงสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น หาง่าย ประหยัด 4. พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนดังนี้ 4.1 กําหนดกิจกรรมที่จะเชื่อมโยงกับเนื้อหาวิชาอื่น 4.2 กําหนดจุดมุ่งหมายของกิจกรรมให้ชัดเจน 4.3 เลือกวิธีที่ครูวิชาต่างๆจะทํางานร่วมกัน 4.4 เลือกวิธีสอนที่เหมาะสม 4.5 จัดทําเอกสารแนะนําการปฏิบัติกิจกรรม 4.6 ครูเตรียมสื่อ วัสดุ ล่วงหน้าได้แก่ ใบความรู้ใบงาน แบบบันทึก แบบประเมินแบบทดสอบ และอื่น ๆ 5. ดําเนินกิจกรรมตามรายการที่วางไว้อย่างเคร่งครัด มีการตรวจสอบและร่วมมือกับครูคนอื่นอยู่เสมอเพื่อ ความก้าวหน้าของกิจกรรม 6. ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน 7. ประเมินกิจกรรมการสอน หาจุดเด่นจุดด้อย เพื่อนํามาปรับปรุง 8. แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างครูด้วยกัน วิธีที่ 2 เลือกจุดประสงค์รายวิชาจาก 2 วิชาขึ้นไปแล้วนํามาสร้างเป็นหัวเรื่องร่วมกัน ระหว่างจุดประสงค์ที่เลือกไว้ กําหนดแหล่งข้อมูลหรือทรัพยากรที่จะใช้ในการค้นคว้าและเรียนรู้แล้วจึง พัฒนาการเรียนการสอนตามลําดับโดยมีขั้นตอนต่อไปนี้ 1. เลือกจุดประสงค์การเรียนรู้จาก 2 รายวิชาที่มีความสัมพันธ์กัน 2. นําจุดประสงค์ตามขั้นตอนที่ 1 มาสร้างเป็นหัวเรื่อง 3. ระบุทรัพยากรที่ต้องการ


9 4. พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน 5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 6. ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน 7.ประเมินกิจกรรมการสอนหาจุดเด่นจุดด้อยเพื่อนำมาปรับปรุง 8.แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างครูด้วยกันสำหรับการบูรณาการตามรูปแบบที่ 3 แบบสหวิทยาการ และรูปแบบที่ 4 แบบข้ามวิชาหรือสอนเป็นคณะที่เน้นงานหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหามากกว่า 1 สาขาวิชาดังนั้นวิธีการสร้างบทเรียนบูรณาการในขั้นที่ 4 การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน จึงสร้างเป็นงาน กิจกรรมหรือโครงการให้นักเรียนทำเพราะจะส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยง และนำความรู้ความสามารถจาก รายวิชา มาสร้างกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการได้อย่างดีจากขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จึงสรุปได้ ว่าขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมีทั้งหมด 7 ขั้นตอนคือ 1.การกำหนดหัวเรื่องที่จะสอน 2.สอนการพัฒนาหัวเรื่องโดยกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ 3. การกำหนดเนื้อหาย่อย 4 การวางแผนเตรียมสื่อทรัพยากรสำหรับการเรียนรู้ 5.การดำเนินกิจกรรมปฏิบัติการสอน 6.การประเมินผลปรับปรุงและพัฒนา 7.การประเมินผลการจัดการเรียนรู้แบบบูรณากา


10 5.การบรูณาการภายในศาสตร์เดียวกันกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 5.1ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดชั้นปี สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่ามี เหตุผล สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความ คิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ป.4 1. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ (instructions) ง่ายๆ ที่ฟังหรืออ่าน 2. อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะถูกต้องตาม หลักการอ่าน 3. เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย ตรงตามความหมายของ ประโยคและ ข้อความสั้นๆที่ ฟังหรืออ่าน 4. ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยคบทสนทนา และนิทานง่ายๆ ตัวชี้วัด ป.4 1. พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล 2. ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตง่ายๆ 3. พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ 4. พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองเพื่อนและครอบครัว 5. พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆตามแบบที่ฟัง


11 สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและ การเขียน ตัวชี้วัด ป.4 1. พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว 2. พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวตามที่ฟังหรืออ่าน 3. พูดแสดงความคิดเห็นง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ป.4 1. พูดและทำท่า ประกอบ อย่างสุภาพ ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 2. ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ ง่ายๆ ของเจ้าของภาษา 3. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ วัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด ป.4 1. บอกความแตกต่างของของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของภาษา ต่างประเทศและ ภาษาไทย 2. บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลอง ตามวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับของ ไทย สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น


12 มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานใน การพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ตัวชี้วัด ป.4 1. ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นและนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ป.4 1. ฟังและพูด/อ่าน ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด ป.4 1. ใช้ภาษา ต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ


13 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางต้องรู้และควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ 5.2 โครงสร้างรายวิชา ปฏิบัติและใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ คำขออนุญาต เลือกภาพหรือสัญลักษณ์ตรงตามความหมาย ที่ฟังและอ่านออกเสียงคำ สะกดคำ ค้นคว้าคำศัพท์และข้อมูลต่างๆ พูด เขียน โต้ตอบในการสื่อสารระหว่าง บุคคล แสดงความต้องการของตนเอง ขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ และทำท่าทางประกอบอย่า สุภาพตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆใกล้ตัว ตามที่ฟังหรืออ่าน ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา นิทานสั้นๆเกี่ยวกับวันสำคัญ เทศกาล งานฉลองของเจ้าของภาษา บอกความเหมือนความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ เทศกาลไทยและภาษาต่างประเทศ แสวงหาความรู้ เปิดโลกทัศน์ของตนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมและโลก รหัสตัวชี้วัด ต.1.1 ป.4/1 ต.1.1 ป.4/2 ต.1.1 ป.4/3 ต.1.1 ป.4/4 ต.1.2 ป.4/1 ต.1.2 ป.4/2 ต.1.2 ป.4/3 ต.1.2 ป.4/4 ต.1.3 ป.4/1 ต.1.3 ป.4/2 ต.1.3 ป.4/3 ต.2.1 ป.4/1 ต.2.1 ป.4/2 ต.2.1 ป.4/3 ต.2.2 ป.4/1 ต.2.2 ป.4/2 ต.3.1 ป.4/1 ต.4.1 ป.4/1 ต.4.2 ป.4/1 รวม 19 ตัวชี้วัด คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ 4 รหัสวิชา อ 14101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 120 ชั่วโมง/ปี


14 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 1 Hi Tony! Hi Jenny ต 1.1ป4/1 ต 1.1ป4/2 ต 1.1ป4/3 ต 1.2ป4/1 ต 1.2ป4/4 ต 1.3ป4/1 ต 1.1ป4/2 ต 2.1ป4/1 ต 1.1ป4/3 ต 2.2ป4/1 ต 3.1ป4/1 ต 4.1ป4/1 ต 4.2ป4/1 -คำสั่งและคำขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน และคำแนะนำในการ เล่นเกม การวาดภาพ หรือการทำอาหารและเครื่องดื่ม คำสั่ง เช่น Look at the…/here/over there./ Say it again./ Read and draw./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t go over there. etc. คำขอร้อง เช่น Please take a queue./ Take a queue, please./ Can you help me, please? etc. คำแนะนำ เช่น You should read everyday./Think before you speak./ คำศัพท์ที่ใช้ในการเล่นเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the dice./ Count the number./ Finish./ คำ บอกลำดับขั้นตอน First,..Second,.. Then,… Finally,... etc. -ประโยค บทสนทนา นิทานที่มีภาพประกอบ คำถาม เกี่ยวกับใจความสำคัญของเรื่อง เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน - Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes,…is/are/can./ - โครงสร้างรายวิชา วิชา ภาษาอังกฤษ 4 รหัสวิชา อ14101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับชั้นประถมศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4


15 หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง น้ำหนัก คะแนน 2 Are you dancing? ต 1.1 ป 4/2 ต 1.1 ป 4/3 ต 1.1 ป 4/4 ต 1.2 ป 4/1 ต 1.2 ป 4/4 ต 1.3 ป 4/1 ต 1.1 ป 4/2 ต 2.1 ป 4/1 ต 2.1 ป 4/3 ต 2.2 ป 4/1 ต 3.1 ป 4/1 ต 4.1 ป 4/1 ต 4.2 ป 4/1 No,…isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. Wh-Question เช่น Who is/are…? He/She is…/They are… What…?/Where…? It is …/They are… What...doing? …is/am/are… etc. Or-Question เช่น Is this/it a/an...or a/an…? It is a/an… etc. -บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ การพูดแทรกอย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความที่ใช้แนะนำ ตนเอง เพื่อน และบุคคลใกล้ตัว และสำนวนการตอบรับ เช่น Hi/Hello/Good morning /Good afternoon /Good evening/I am sorry. /How are you?/I’m fine. Thank you. And you?/ Hello.I am… Hello,…I am… This is my sister.Her name is… Hello,…/Nice to see you. Nice to see you too./Goodbye./ Bye./See you soon/later./ Thanks./Thank you./Thank you very much./You’re welcome./It’s O.K. etc. -คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตที่ใช้ในห้องเรียน -คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง สิ่งใกล้ตัว เพื่อน และครอบครัว เช่น What’s your name? My name is… What time is it? It is one o’clock. What is this ? It is a/an… - หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 3 I’m washing the car. ต 1.1 ป 4/2 ต 1.1 ป 4/3 How many…are there? There isa /an…/There are… -


16 ต 1.1 ป 4/4 ต 1.2 ป 4/1 ต 1.2 ป 4/4 ต 1.3 ป 4/2 ต 2.1 ป 4/1 ต 1.1 ป 4/3 ต 2.2 ป 4/1 ต 3.1 ป 4/1 ต 4.1 ป 4/1 ต 4.2 ป 4/1 Where is the…? It is in/on/under. -ประโยคและข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคล สัตว์และเรื่องใกล้ตัว เช่น ชื่อ อายุ รูปร่าง สี ขนาด รูปทรง สิ่งต่างๆ จำนวน 1-100 วัน เดือน ปี ฤดูกาล ที่อยู่ของสิ่งต่างๆ และ เครื่องหมายวรรคตอน Review 1 ต 1.1 ป 4/1 ต 1.1 ป 4/2 ต 1.1 ป 4/3 ต 1.2 ป 4/1 ต 1.2 ป 4/2 ต 1.2 ป 4/4 ต 1.3 ป -คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้แสดงความต้องการและ ขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ เช่น I want …/ Please…/ May…?/ I need your help./ Please help me./ Help me! etc. -คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง สิ่งใกล้ตัว เพื่อน และครอบครัว เช่น What’s your name? My name is… What time is it? It is one o’clock. What is this? It is a/an… How many…are there? There is - หน่วย ที4 ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน


17 4/1 ต 1.3 ป 4/2 ต 1.3 ป 4/3 ต 2.1 ป 4/3 ต 2.2 ป 4/1 ต 3.1 ป 4/1 ต 4.1 ป 4/1 ต 4.2 ป 4/1 a /an…/There are… Where is the…? It is in/on/under… -คำและประโยคที่ใช้แสดงความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบ ไม่ชอบ รัก ไม่รัก เช่น I/You/We/They like…/He/She likes… I/You/We/They love…/ He/She loves… 5 Where are you going? ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/3 ต1.1 ป4/4 ต1.2 ป4/1 ต1.2 ป4/4 ต1.3 ป4/1 ต1.3 ป4/2 ต2.1 ป4/1 ต2.1 ป4/3 ต2.2 ป4/1 ต3.1 ป4/1 ต4.1 ป4/1 ต4.2 ป4/1 I/You/We/They don’t like/love/feel He/She doesn’t like/love/feel… I/You/We/They feel… etc. -ประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว - 6 It’s 3:15. ต 1.1 ป 4/1 ต 1.1 ป 4/2 ต 1.1 ป 4/3 ต 1.1 ป 4/4 ต 1.2 ป 4/1 ต 1.2 ป 4/2 ต 1.2 ป 4/4 ต 1.3 ป 4/1 -กลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และ ความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้าอากาศ และ เป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ 450-700 คำ (คำศัพท์ที่เป็น รูปธรรมและนามธรรม) -คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตที่ใช้ในห้องเรียน -


18 ต 1.3 ป 4/2 ต 2.1 ป 4/1 ต 2.1 ป 4/3 ต 2.2 ป 4/1 ต 3.1 ป 4/1 ต 4.1 ป 4/1 ต 4.2 ป 4/1 -คำ กลุ่มคำที่มีความหมายสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว เช่น การระบุ/เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของภาพกับคำ หรือ กลุ่มคำ โดยใช้ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง -ประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว -การใช้ภาษาในการฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในห้องเรียน 7 I like eating. ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/3 ต1.1 ป4/4 ต1.2 ป4/1 ต1.2 ป4/4 ต1.2 ป4/5 ต1.3 ป4/1 ต1.3 ป4/2 ต2.1 ป4/1 ต2.1 ป4/3 ต2.2 ป4/1 ต3.1 ป4/1 ต4.1 ป4/1 ต4.2 ป4/1 -คำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ บทพูดเข้าจังหวะ และการ สะกดคำ การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น การออก เสียงพยัญชนะต้นคำและพยัญชนะท้ายคำการออกเสียง เน้นหนัก-เบา ในคำและกลุ่มคำ การออกเสียงตามระดับ เสียงสูง-ต่ำ ในประโยค -ประโยค บทสนทนา นิทานที่มีภาพประกอบ คำถาม เกี่ยวกับใจความสำคัญของเรื่อง เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน Yes/No Question เช่น Is/Are/Can…? Yes,…is/are/can./ No,…isn’t/aren’t/can’t. Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc. Wh-Question เช่น Who is/are…? He/She is… /They are… - หน่วยที่ ชื่อหน่วย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนั คะแนน What…?/Where…? It is …/They are… What...doing? …is/am/are… etc. OrQuestion เช่น Is this/it a/an...or a/an…? It is a/an… etc. -คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง สิ่งใกล้ตัว เพื่อน และครอบครัว เช่น What’s your name? My name is… What time is it? It is one o’clock. What is this? It is a/an… How many…are there? There isa /an…/There are… Where is the…? It is in/on/under…


19 หน่วยที่ ชื่อหน่วย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 8 Review 2 ต1.1 ป4/1 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/3 ต1.1 ป4/4 ต1.2 ป4/1 ต1.2 ป4/2 ต1.2 ป4/4 ต1.3 ป4/1 ต1.3 ป4/2 ต2.1 ป4/1 ต2.1 ป4/3 ต3.1 ป4/1 -คำและประโยคที่ใช้แสดงความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบ ไม่ชอบ รัก ไม่รัก เช่นI/You/We/They like../He/She likes. I/You/We/They love../He/She loves… I/You/We/They don’t like/love/feel… He/She doesn’t like/love/feel… I/You/We/They feel… etc. -มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การ ขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทางประกอบ การพูดขณะแนะนำ ตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ / ไม่ชอบ การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ -การค้นคว้า การรวบรวม และการนำเสนอ คำศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น -


20 9 Are these blue socks yours? ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/3 ต1.1 ป4/4 ต1.2 ป4/1 ต1.2 ป4/4 ต1.3 ป4/1 ต1.3 ป มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด -มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การ ขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทางประกอบ การพูดขณะแนะนำ ตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ / ไม่ชอบ การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ -คำศัพท์และข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่ม -ความ เหมือน/ ความ แตกต่าง ระหว่าง เทศกาล และงาน ฉลองตาม วัฒนธรรม ของ เจ้าของ ภาษากับ ของ ประชากร จังหวัด สุรินทร์ -วันขึ้นปี ใหม่ -ประเพณี หน่วยที่ ชื่อหน่วย สาระแกนกลาง สาระ ท้องถิ่น เวลา(ชั่วโมง) 4/2 ต2.1 ป4/1 ต2.1 ป4/3 ต2.2 ป4/1 ต3.1 ป4/1 ต4.1 ป4/1 ต4.2 ป4/1 สงกรานต์ -ประเพณี ลอย กระทง


21 10 What do you want to do? ต 1.1 ป4/2 ต 1.1 ป4/3 ต 1.1 ป4/4 ต 1.2 ป4/1 ต 1.2 ป4/3 ต 1.2 ป4/4 ต 1.3 ป4/1 ต 1.3 ป4/2 ต 2.1 ป4/1 หน่วยที่ ชื่อหน่วย มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ต 2.1 ป 4/3 ต 2.2 ป4/1 ต 3.1 ป4/1 ต4.1 ป4/1 ต4.2 ป4/1 -กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกมการร้อง เพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง บทบาทสมมุติ วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่วันวาเลนไทน์ -กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การ ร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง บทบาทสมมุติ วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่วันวาเลนไทน์ -ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และงาน ฉลอง ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ของไทย -ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และงาน ฉลองตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ของไทย -


22 11 I’m a doctor. ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/2 -กลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และ ความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-ขาย และลมฟ้าอากาศ และ เป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ 450-700 คำ (คำศัพท์ที่เป็น รูปธรรมและนามธรรม) -คำและประโยคที่ใช้แสดงความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบ ไม่ชอบ รัก ไม่รัก เช่น - หน่วยที่ ชื่อหน่วย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 12 Review 3 ต1.1 ป4/2 ต1.1 ป4/3 ต1.1 ป4/4 ต1.2 ป4/1 ต1.2 ป4/3 ต1.2 ป4/4 ต1.3 ป4/1 ต1.3 ป4/2 ต2.2 ป4/1 ต2.1 ป4/3 ต2.2 ป4/1 ต4.2 ป4/1 ต4.1 ป4/1 I/You/We/They like../He/She likes. I/You/We/They love../He/She loves. I/You/We/They don’t like/love/feel… He/She doesn’t like/love/feel… I/You/We/They feel… etc. -กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การ ร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง บทบาทสมมุติ วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่วันวาเลนไทน์ -การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและการรวบรวม คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ - รวมตลอดปี 200


23 6.ตัวอย่างการจัดทำหน่วยบรูณาการภายในศาสตร์เดียวกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้น ประถมศึกษาปีที่4 6.1 ชื่อหน่วย My shool กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ อ.14110 ชั้นประถมศึกษาปีที่4 ชื่อแผนการจัดการเรียนรู้13 เรื่อง My shool 1. Our classroom 8. My school 2.School personnel 9.Types of spots in school 3. Christmas Day 10. my school supplies 4. New year s day 11.สอบประจำหน่วย 5. My Diary and 1 day 6. Classroom events 7. My friend 6.2 สาระ / มาตรฐาน / ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่าง มีเหตุผล ตัวชี้วัด ป.4 1. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ (instructions) ง่ายๆ ที่ฟังหรืออ่าน 2. อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะถูกต้องตาม หลักการอ่าน 3. เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย ตรงตามความหมายของ ประโยคและ ข้อความสั้นๆที่ ฟังหรืออ่าน 4. ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยคบทสนทนา และนิทานง่ายๆ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ตัวชี้วัดชั้นปี


24 สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด และการเขียน ตัวชี้วัด ป.4 1. พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว 2. พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวตามที่ฟังหรืออ่าน 3. พูดแสดงความคิดเห็นง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ป.4 1. พูดและทำท่า ประกอบ อย่างสุภาพ ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 2. ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ ง่ายๆ ของเจ้าของภาษา 3. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษา และวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด ป.4 1. พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล 2. ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตง่ายๆ 3. พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ 4. พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองเพื่อนและครอบครัว 5. พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆตามแบบที่ฟัง


25 ตัวชี้วัด ป.4 1. บอกความแตกต่างของของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของภาษา ต่างประเทศและ ภาษาไทย 2. บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลอง ตามวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับของ ไทย สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ตัวชี้วัด ป.4 1. ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นและนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ป.4 1. ฟังและพูด/อ่าน ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด ป.4 1. ใช้ภาษา ต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ 6.3 สาระสำคัญ สาระสำคัญ/ความคิดรวมยอด 1. Our classroom ป.4/1 ป.4/2 2. School personnel ป.4/1 ป.4/2 3. Christmas Day ป.4/1 ป.4/2 4. New year s day ป.4/1 ป.4/2 5. My Diary and 1 day ป.4/1 ป.4/2


26 6. Classroom events ป.4/1 ป.4/2 7. My friend ป.4/1 ป.4/2 8. My school ป.4/1 ป.4/2 9. Types of spots in school ป.4/1 ป.4/2 10.my school supplies ป.4/1 ป.4/2 6.4 จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(K) 1.นักเรียนสามารถบอกคำศัพท์สิ่งของต่างๆที่อยู่ในห้องเรียนได้ 2.นักเรียนสามารถบอกคำศัพท์เกี่ยวกับบุคลากรในโรงเรียนตามบัตรคำได้ 3.นักเรียนสามารถฟังและร้องเพลงเกี่ยวกับเทศกาลวันคริสมาสต์ได้ 4.นักเรียนสามารถตอบคำถามจากบัตรภาพเทศกาลปีใหม่แต่ละประเทศได้ 5.นักเรียนสามารถเขียนและพูดในชั้นเรียนว่าในหนึ่งวันทำอะไรบ้างเป็นภาษาอังกฤษ 6.นักเรียนอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ในห้องเรียนได้ 7.นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของเพื่อนได้ 8.นักเรียนสามารถบอกลักษณะของสิ่งต่างๆในโรงเรียนได้ 9.นักเรียนสามารถบอกประเภทกีฬาต่างๆในโรงเรียนได้ 10.นักเรียนสามารถบอกเกี่ยวกับอุปกรณ์ในการเรียนได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ(P ) ทักษะในศตวรรตที่21 1.พูดและเขียนคำศัพท์เกี่ยวกับโรงเรียนได้ 2.ยกตัวอย่างบบทสนทนาเกี่ยวกับสมาชิกในโรงเรียนได้ 3.แต่งประโยคเกี่ยวกับคนในโรงเรียนของตัวเองได้


27 ด้านเจตคติ/ ด้านคุณลักษณะ/ค่านิยม (A) ด้านสมรรถนะ 5 ด้าน 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอด ความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความ ขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้ วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและมี การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการ สร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การ ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม


28 6.5 สาระการเรียนรู้ 1. Our classroom ป.4/1 ป.4/2 2. School personnel ป.4/1 ป.4/2 3. Christmas Day ป.4/1 ป.4/2 4. New year s day ป.4/1 ป.4/2 5. My Diary and 1 day ป.4/1 ป.4/2 6. Classroom events ป.4/1 ป.4/2 7. My friend ป.4/1 ป.4/2 8. My school ป.4/1 ป.4/2 9. Types of spots in school ป.4/1 ป.4/2 10.my school supplies ป.4/1 ป.4/2 6.6 การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จะมีรูปแบบการสอนที่หลากหลายตามธรรมชาติวิชา ได้แก่ รูปแบบการสอนโดยใช้แผนภาพความคิด รูปแบบการสอนวิธีเปิด รูปแบบการสอนมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบการสอนการสอนบรรได5ขั้น รูปแบบการสอนหมวก 6 ใบ รูปแบบการสอนเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน รูปแบบการสอน STAD รูปแบบการสอน 5E ฯลฯ รูปแบบการสอนโครงงานเป็นฐาน แต่หน่วยบูรณาการ เรื่อง..........กลุ่มสาระ......ชั้น.....ใช้รูปแบบการสอนแผนภาพความคิดโดยมีขั้นตอน ดังนี้


29 6.7 การวัดและการประเมินผล สิ่งที่วัด วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การวัด ด้านความรู้(K) 1.นักเรียนสามารถบอก คา ศพัทส์ ิ่งของต่างๆที่ อยู่ในห้องเรียนได้ ประเมินการพูดค าศัพท์ แบบประเมินการพูด ค าศัพท์ พูดค าศัพท์เกี่ยวกับ ครอบครัวได้อย่างน้อย 10 ค า 2.นักเรียนสามารถบอก ค าศัพท์เกี่ยวกับบุคลากร ในโรงเรียนตามบัตรค า ได้ ประเมินการสะกด ค าศัพท์และการจด บันทึก แบบประเมินการสะกด ค าศัพท์และการจด บันทึก สะกดค าศัพท์เกี่ยวกับ ครอบครัวได้อย่างน้อย 10 ค า 3.นักเรียนสามารถฟัง และร้องเพลงเกี่ยวกับ เทศกาลวันคริสมาสต์ ได้ ประเมินการเขียน ค าศัพท์ แบบประเมินการเขียน ค าศัพท์ เขียนอธิบายค าศัพท์ เกี่ยวกับครอบครัวได้ อย่างน้อย 10 ค า 4.นักเรียนสามารถตอบ ค าถามจากบัตรภาพ เทศกาลปี ใหม่แต่ละ ประเทศได้ ประเมินการอธิบาย ลักษณะของคนใน ครอบครัว แบบประเมินการอธิบาย ลักษณะของคนใน ครอบครัว สามารถบอกลักษณะ ของคนในครอบครัวได้ 5.นักเรียนสามารถเขียน และพูดในช้นัเรียนวา่ ใน หนึ่งวันท าอะไรบ้างเป็ น ภาษาอังกฤษ ประเมินการยกตัวอย่าง ค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนใน ครอบครัว แบบประเมินการ ยกตัวอย่างค าศัพท์ที่ใช้ เรียกคนในครอบครัว บอกแล้วยกตัวอย่าง ค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนใน ครอบครัวได้อย่างน้อย 10 ค า 6.นักเรียนอธิบาย เกี่ยวกับสถานการณ์ใน ห้องเรียนได้ ประเมินการท า แบบฝึ กหัด แบบประเมินการท า แบบฝึ กหัด บอกความหมายของ ค าศัพท์ได้อย่างน้อย 10 ค า


30 7.นักเรียนสามารถ อธิบายลักษณะของ เพื่อนได้ ประเมินการยกตัวอย่าง บทสนทนา แบบประเมินการ ยกตัวอย่างบทสนทนา ยกตัวอย่างบทสนทนา เกี่ยวกับครอบครัวได้ อย่างน้อย 10 ประโยค 8.นักเรียนสามารถบอก ลกัษณะของสิ่งต่างๆใน โรงเรียนได้ ประเมินการพูดบท สนทนา แบบประเมินการพูดบท สนทนา พูดแนะน าตัวเองได้ใน ระดบัพอใชข้้ึนไป 9.นักเรียนสามารถบอก ประเภทกีฬาต่างๆใน โรงเรียนได้ ประเมินการพูดบท สนทนา แบบประเมินการพูดบท สนทนา พูดแนะน าคนใน ครอบครัวได้ในระดับ พอใชข้้ึนไป 10.นักเรียนสามารถ บอกเกี่ยวกับอุปกรณ์ใน การเรียนได้ ประเมินการท า แบบทดสอบ แบบประเมินการท า แบบทดสอบ เขียนประโยคเกี่ยวกับ ครอบครัวได้อย่างน้อย 10 ประโยคข้ึนไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 1.พูดและเขียนค าศัพท์ เกี่ยวกับโรงเรียนได้ ประเมินการพูดและ เขียนค าศัพท์ แบบประเมินการพูด และการเขียนค าศัพท์ อยใู่นระดบัพอใชข้้ึนไป 2.ยกตัวอย่างบทสนทนา เกี่ยวกับสมาชิกใน ห้องเรียนได้ ประเมินการยกตัวอย่าง บทสนทนา แบบประเมินการ ยกตัวอย่างบทสนทนา ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้ ข้ึนไป 3.แต่งประโยคเกี่ยวกับ คนในห้องเรียนได้ ประเมินการแต่ง ประโยคเกี่ยวกับคนใน ครอบครัว แบบประเมินการแต่ง ประโยคเกี่ยวกับคนใน ครอบครัว ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้ ข้ึนไป 4.ถาม-ตอบลักษณะของ คนในห้องเรียนได้ ประเมินการถามตอบ ลักษณะของคนใน ครอบครัว ประเมินการถามตอบ ลักษณะของคนใน ครอบครัว ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 5.อ่านและเขียนบรรยาย เกี่ยวกับห้องเรียนได้ ประเมินการอ่านและ เขียนบรรยาย ประเมินการอ่านและ การเขียนบรรยาย ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป ด้านเจตคติ/คุณลกัษณะ (A)


31 1. มีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย สังเกตพฤติกรรมการ ท างาน แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้ ข้ึนไป 2.มีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนวิชาภาษาอังกฤษ สังเกตพฤติกรรมที่ดีต่อ การเรียนภาษาอังกฤษ แบบสังเกตพฤติกรรมที่ ดีต่อการเรียนวิชา ภาษาอังกฤษ ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 3.เห็นความส าคัญของ การใช้ค าศัพท์ ภาษาอังกฤษ สังเกตพฤติกรรมการใช้ ค าศัพท์ภาษาอังกฤษ แบบสังเกตพฤติกรรม การใช้ค าศัพท์ ภาษาอังกฤษ ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 4.นักเรียนมีเจตคติที่ดี ต่อการใช้ภาษาอังกฤษ สังเกตพฤติกรรมการ เรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 5.มีความสนใจที่จะ ศึกษาเรียนรู้ สังเกตความสนใจ แบบสังเกตความสนใจ ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 6.8 ชิ้นงาน แผนภาพความคิด(Mind Mapping)กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) 1.การถามตอบในช้นัเรียน 2. จดบันทึก 3.จดบันทึก 4. พูดบทสนทนา 5. ท ากิจกรรมในคาบ 6. แบบฝึ กหัด 7.แบบฝึ กหัด 8. แบบทดสอบ 9. การถามตอบ 10.แบบทดสอบ 6.9 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1.ประเภทสื่อ 1.1.เอกสารประกอบการเรียน 1.2.ใบกิจกรรม


32 1.3.สมุดจดบันทึก 1.4. คลิปวีดีโอเรื่องลักษณะของคนในครอบครัว 1.5. ใบกิจกรรม 1.6.แบบฝึ กหัด 1.7.คลิปวีดีโอ เรื่องบทสนทนาเกี่ยวกับครอบครัว 1.8.คลิปวิดีโอ การพูดแนะน าตัวเอง 1.9.คลิปวิดีโอ การพูดแนะน าสมาชิกในครอบครัว 1.10.แบบทดสอบ 2.ประเภทแหล่งการเรียนรู้ 2.1. ห้องสมุด 2.2. หนังสือเรียน 2.3. เอกสารประกอบการเรียน 2.4. เว็บไซต์ 2.5. YouTube 2.6. ห้องปฏิบัติการภาษาอังกฤษ 6.10 เวลา (เวลาเรียนของแผนการเรียนรู้) จ านวน 16 ชวั่โมง( 2ชวั่โมงต่อ1 แผนการจัดการเรียนรู้)


33 7.ตัวอย่างหน่วยและแผนบูรณาการข้ามศาสตร์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) 7.1 กรณีตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้


34 7.2 กรณีตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 2 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้บูรณาการแบบสอดแทรกเรื่อง Thai Foods วันที่……เดือน……พ.ศ….. ____________________________________________________________________________________ 1. สาระส าคัญ การเรียนรู้ค าศัพท์และความหมายเกี่ยวกับอาหารไทย การพูดให้ ข้อมูล การพูดเข้าจังหวะ (Chant) การเขียน บรรยายการพูดโตต้อบ ดว้ยประโยคส้ันๆง่ายๆเกี่ยวกบัอาหารไทย ทา ใหน้กัเรียนไดฝ้ึกใชภ้าษาและสามารถ นา ไปใชใ้นการสื่อสารกบัุคคลภายนอกไดอ้ยา่งมนั่ใจ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 ป.3/2 อ่านออกเสียงค า สะกดค าา อ่านกลุ่มค า ประโยค และบทพูดเข้าจังหวะ (chant) ง่าย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ป.3/2 อธิบายความหมายของค าา และข้อความ ที่อ่าน มาตรฐาน ค 1.1 ป.3/5 หาค่า ของตัวไม่ทราบค่าใน ประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยค สัญลักษณ์การลบของจ านวนนับ มาตรฐาน ว. 1.2 ป.3/2 ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหารและอายุ การเก็บ รักษาอาหาร มาตรฐาน ส 2.2 ป.3/1 ระบุบทบาทหน้าที่ของสมาชิกของชุมชน ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ กระบวนการประชาธิปไตย มาตรฐาน พ 4.1 ป.3/3 การเลือกกินอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่ เหมาะสม มาตรฐาน ง 1.1 ป.3/3 ทา งานอยา่งเป็นข้นัตอนตามกระบวน การทา งานดว้ยความสะอาด ความรอบคอบ และอนุรักษส์ ิ่งแวดลอ้ม มาตรฐาน ศ1.1 ป.3/6วาดภาพ ถ่ายทอดความคิดความ รู้สึกจากเหตุการณ์ชีวิตจริง โดยใช้เส้นรูปร่าง รูปทรง สีและพ้ืนผิว 3. ตัวชี้วัด อ่านออกเสียงสะกดค าาอ่านกลุ่มค าประโยคและบทพูดเข้าจังหวะ (Chant) ง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ตรงตามความหมายของกลุ่มค า และประโยคที่ฟัง


35 พูดและท าท่าประกอบตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ฟังและพูดในสถานการณ์ง่ายๆที่เกิดข้ึนในหอ้งเรียน 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ออกเสียงค าศัพท์และประโยคที่เกี่ยวกับอาหารไทยได้ 2. บอกค าศัพท์และประโยคเกี่ยวกับอาหารไทย 3. วาดภาพอาหารไทยที่ชอบตามที่ก าหนดให้ได้ 4. พูดถามตอบเกี่ยวกับอาหารไทยได้ 5. มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาอังกฤษ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 6. คุณลกัษณะอนัพงึประสงค์ 1. ใฝ่ เรียนรู้ 2. มุ่งมนั่ในการทา งาน 7. สาระการเรียนรู้ 1. อ่านออกเสียงและสะกดค าศัพท์ได้ถูกต้อง 2. อธิบายค าศัพท์และความหมายค้าศัพท์ 8.กจิกรรมการเรียนรู้ ข้ันที่1 ข้ันน าเข้าสู่บทเรียน ( WARM UP) 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน 2. ครูอธิบายบทเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นน าเสนอ (PRESENTATION] 3.ครูถามนักเรียนว่ารู้จักอาหารไทยอะไรบ้าง แล้วถาม นักเรียนว่าตอนอยู่บ้านนักเรียนชอบทานอาหารไทย อะไรบ้าง 4. ครูพานักเรียนอ่านออกเสียงสะกดค าศัพท์ที่เกี่ยวกับเรื่อง Thai Foods ทีละค า โดยใช้บัตรจ าน าเสนอ เช่น Tom yum kung, Pad Thai, Papaya salad etc .5. ครูให้นักเรียนดูที่หน้า Handout 2 จากน้นัครูอธิบายโครงสร้างของประโยคบทสนทนาใหน้กัเรียนฟัง


36 จากน้นัครูพา นกัเรียนพูดบทสนทนาโดยครูจะพูดประโยคแรกก่อนจากน้นั ให้นกัเรียนพูดตามดงัประโยค เช่น A: Do you like Thai food? B: Yes, I do./ No, I don't A: What's your favorite Thai food? B: My favorite Thai food is... ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติ (PRACTICE) 6. ครูให้นักเรียนจับคู่เพื่อท าการสนทนาถามตอบ โดยใช้ประโยค A: Do you like Thai food? 7. นักเรียนจับคู่ฝึ กสนทนาถามตอบ เช่น A: Do you like Thai food? B: Yes, I do./ No, I don't A: What's your favorite Thai food? B: My favorite Thai food is............ 8.ครูใหน้กัเรียน ออกมาพูดประโยคหนา้ช้นัเรียน ทีละคู่ 9. นักเรียนพูดประโยคสนทนาแต่ละคู่เสร็จครบทุกคู่ 10. ครูให้นักเรียนท า Worksheet 1 ครูอธิบายว่าให้นักเรียน วาดภาพอาหารไทยที่นักเรียนชอบทานลงใน กรอบช่องวา่งพร้อมท้งัเขียนคา ศพัทใ์หถู้กตอ้งและระบายสีใหส้วยงาม ขั้นที่ 4 ขั้นน าไปใช้ [PRODUCTION] 11.ครูอธิบายคา สั่ง ใน Worksheet 2 ให้นักเรียนค้นหาค าศัพท์ ในตารางและเขียนค าศัพท์ให้ตรงกับรูปภาพ ให้ถูกต้อง 12. ครูเฉลย Worksheet2 บนกระดานใหน้กัเรียนดู1ขอ้จากน้นัครูสุ่มนกัเรียน 4คนออกมาเฉลยขอ้ที่เหลือ คนละขอ้จากน้นัครูตรวจสอบคา ตอบบนกระดานวา่นกัเรียนออกมาเขียนถูกตอ้ง หรือไม่ ข้ันที่5 ข้ันสรุป (WRAP UP] 13.ครูทบทวนคา ศพัทแ์ละประโยคแลว้ใหน้กัเรียนพูดคา ศพัท์และประโยคบทสนทนาอีกคร้ัง 14.ครูสอบถามนักเรียนเกี่ยวกับข้อสงสัยต่าง ๆ


37 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการบรรยาย :ค าศัพท์ 2. เอกสารแจก :บทสนทนาเกี่ยวกับอาหารไทย 3. ใบงาน :เกี่ยวกับอาหารไทย 4. ใบงาน :เกี่ยวกับอาหารไทย 10.การวัดและการประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การผ่าน ประเมินการออกเสียงค าศัพท์ แบบประเมินการอ่านออกเสียง ค าศัพท์ อ่านถูกต้องอย่างน้อย 5 ค า ประเมินการพูดสนทนา แบบประเมินการพูดสนทนา อ่านถูกต้องอย่างน้อย 3 ประโยค สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ อยใู่นระดบัพอใชข้้ึนไป ตรวจแบบฝึ กหัดในใบงาน แบบฝึ กหัดเกี่ยวกับเรื่อง thai food ถูกต้องอย่างน้อย 3 ข้อ


38 8.ตัวอย่างหน่วยบูรณาการข้ามศาสตร์พร้อมแผนบูรณาการข้ามศาสตร์ 8.1 ตัวอย่างทฤษฎีบูรณาการข้ามศาสตร์ การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนภาพความคิด Mind Mapping โทนี บูซาน ซึ่ง Mind Map น้ีเป็น Graphic Organizers รูปแบบหนึ่งที่ท างานตามธรรมชาติความคิดของเรา เป็ นเทคนิคเชิงกราฟฟิ คที่ทรงพลังเสมือน กุญแจสารพัดประโยชน์ที่จะเปิ ดสมองให้ท างานได้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะเป็ นการใช้ความสามารถของ สมองท้งั2 ซีกคือ ซา้ยและขวาใหม้ีกระบวนการคิดที่เชื่อมโยงกนัการถ่ายทอดความคิด หรือขอมูลต่าง ๆ ที่ ้ มีอยู่ในสมองลอกลงกระดาษ โดยการใช้ ภาพ สี เส้น และการโยงใย แทนการจดย่อแบบเดิม คนที่คิดเรื่อง Mind map ข้ึนมาคือ‘โทนี่ บูซาน’โทนี่เป็ นคนที่สนใจศึกษาถึงเรื่องการท างานของสมองมนุษย์ เมื่อ 30 ปี ก่อนนกัวิทยาศาสตร์พบวา่สมองของมนุษยม์ี2 ซีก ซีกซายจะเป็ นเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีต่าง ๆเหตุผล ้ ตัวเลขตรรกะ ล าดับ การวิเคราะห์ จังหวะ ส่วนซีกขวา คือเรื่อง จินตนาการ ภาพ มิติ ภาพรวม สี แต่ ขบวนการการเรียนการสอนในปัจจุบัน ฝึ กให้เราใช้สมองซีกซ้ายเพียงข้างเดียว คือ จ าแต่ตัวหนังสือ อ่านแต่ ตัวหนังสือ เราจึงไม่ได้ใชส้มองท้งัสองส่วนอยา่งเตม็ที่ โทนี่สังเกตวา่คนที่เรียนเก่ง ๆ จะมีวิธีการจดบนัทึกที่ไม่เหมือนคนทวั่ ไป คือแทนที่จะเริ่มเขียนจากมุมซา้ย กระดาษเป็นแถว ๆ ไปจนจบบรรทดัแลว้ข้ึนบรรทดัใหม่แต่คนเหล่าน้ีจะเลือกใชค้า หรือประเด็นหลกัๆ หรือภาพแทนประโยคยาว ๆ เขาเลยพัฒนาแนวความคิดข้ึนมา Mind map น้ีก็เป็นที่นิยมไปทวั่โลก มีคนใช้ วิธีการน้ีทงั่ในดา้นการเรียนและการทา งานเป็นลา้น ๆ คน ข้ันตอนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แผนภาพความคิด Mind Mapping 1. ก าหนดประเด็น 2. ระดมสมองค้นและการคัดเลือกข้อมูล 3. เขียน Key Word /ประเด็นหลัก/ประเด็นรอง/สัญลักษณ์ 4. การจัดระบบเชิงภาพ Mind Map 5. ตรวจสอบความถูกต้องของ Mind Map 6. น าเสนอ Mind Map


39 ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมความพร้อม 1.1 กิจกรรมจัดกลุ่ม 1.2 แนะน ากติกา/อุปกรณ์/สื่อ ขั้นที่ 2 การก าหนดประเด็น/หัวข้อ/เงื่อนไข/สถานการณ์โดยใช้เกม/กิจกรรม/ใบงาน/สื่อต่างๆ ข้ันที่3 ข้ันแลกเปลยี่นการเรียนรู้/กิจกรรมกลุ่มระดมการคิดวิเคราะห์แลกเปลี่ยนการเรียนรู้สรุปสาระส าคัญ ของเรื่องโดยจัดท าเป็ นแผนภาพความคิดกลุ่ม ขั้นที่ 4 ขั้นน าเสนอผลงาน ขั้นที่ 5 ขั้นช้ีแนะครูและนกัเรียนช้ีแนอธิบายแสดงขอ้คิดเห็นร่วมกนัและเพิ่มเติมขอ้ประเด็นความรู้ ขั้นที่6 ขั้นจัดท าแผนภาพความคิดอิสระ (mind mapping ) โดยสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการสรุปการ คิดวิเคราะห์สาระส าคัญของเรื่องเป็ นของตัวเอง


40 8.2 หน่วยบูรณาการ หน่วยบูรณการตามหลกัปรัชญาเศรษฐกจิพอเพยีงด้วยชุดการสร้างความรู้ เรื่องแผนภาพความคิดเกาะติดอุทกภัย สาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา ศาสนาฯ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเขียน แผนภาพ ความคิด คือ การถ่ายทอด ความคิดหรือข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ ในสมองลงใน กระดาษ โดยการใช้ภาพ สี เส้น และการโยงใย แทนการจดย่อใช้แสดง การเชื่อมโยงข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ระหว่างความคิดหลัก ความคิดรอง และ ความคิดย่อยที่เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กัน อุทกภัย เป็ นภัยที่เกิดจากสภาวะน้า ท่วม หรือน้า หลากอย่างฉับพลัน สาเหตุหลักเกิดจาก ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็ นเวลานาน หรือ เขื่อนพัง อุทกภัยส่วนใหญ่มักเกิดใน บริเวณพ้ืนที่ที่ราบลุ่ม ที่ราบน้า ทว่มถึง และที่ราบเชิงเขาโดยเกิดน้า ป่าไหลหลาก อันเนื่องมาจากมีฝนตกต่อเนื่องยาวนาน จากอิทธิพลของหย่อมกดอากาศต ่า หรือ จากร่องฝนจากลมมรสุม ที่มีก าลังแรง และ พายุเมื่อเกิอุทกภัยจะเกิดความ เสียหายโดยตรง ดงัน้ี 1. น้า ท่วมอาคารบา้นเรือน สิ่งก่อสร้าง และสาธารณสถาน ซึ่งท าให้เกิดความ เสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมาก 2. เส้นทางคมนาคมและการขนส่งอาจถูก ตัดขาด โดยความแรงของกระแสน้า 3. ระบบสาธารณูปโภคจะได้รับความ เสียหาย เช่น ไฟฟ้า ประปา 4. พ้ืนที่การเกษตรและปศุสัตวจ์ะไดร้ับ ความเสียหายเมื่อเกิดอุทกภัยจะต้องรู้วิธี ป้องกันตนเองและบรรเทาจากอุทกภัย เช่น วางแผนใช้ที่ดินอย่างประสิทธิภาพ ออกแบบสิ่งก่อสร้างอาคารต่างๆ การ เคลื่อนย้ายวัสดุ การสร้างเขื่อน ฯลฯ แนวคิดส าคัญ: การด ารงชีวิตของ มนุษย์เรามี ความสัมพันธ์กับ สิ่งแวดลอ้มและ ทรัพยากรธรรมชาติเป็ น อยา่งมาก ดงัน้นัเราจึง ควรช่วยกันอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ รวมท้งันา มาใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ามากที่สุดและมี จิตส านึกในการใช้ที่ ถูกต้อง ความพอประมาณ หมายถึงความพอดีที่ไม่ น้อยเกินไปและไม่มากเกิน โดยไม่ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิต และการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจ เกี่ยวกบัระดบัของความพอเพียงน้นัจะตอ้ง เป็ นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจาก ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนค านึงถึงผลที่คาด ว่าจะเกิดข้นึจากการกระทา น้นัๆ อยา่ง รอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันทีดีในตัว หมายถึง การ เตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการ เปลี่ยนแปลงดา้นต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดข้ึน ในอนาคตท้งัใกลแ้ละไกล เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่าง รอบด้าน ความรอบคอบที่จะน าความรู้ เหล่าน้นัมาพิจารณา ให้เชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผนและความระมัดระวังใน ข้นั ปฏิบตัิ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนัก ในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มี ความเพียร ใช้สติ ปัญญาในการ ด าเนินชีวิต


41 8.3 แผนการจัดการเรียนรู้1 แผน แผนจัดการเรียนรู้ที่ 4 หน่วยบูรณาการตามหลกัปรัชญาเศรษฐกจิพอเพยีงด้วยชุดการสร้างความรู้ฯ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 เรื่องแผนภาพความคิดเกาะติดอุทกภัย จ านวน 2 ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ___________________________________________________________________________ มาตรฐาน ท1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ 5. อธิบายการน าความรู้และความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ 2. เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม 3. เขียนแผนภาพโครงเรื่อง และแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร ์ มาตรฐาน ว 6.1 เขา้ใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนบนผิวโลกและภายในโลกความสัมพนัธ์ของ กระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนา ความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตวัช้ีวดัที่3. สืบคน้และอธิบายธรณีพิบตัิภยัที่มีผลต่อมนุษยแ์ละสภาพแวดลอ้มในทอ้งถิ่น สืบ เสาะหาความรู้ และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนา ความรู้ไปใชป้ระโยชน์


42 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ส.3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่ มีอยู่จ ากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ารวมท้งัเขา้ใจหลกัการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการด ารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ ตวัช้ีวดัที่3. บอกวิธีและประโยชน์ของการใชท้รัพยากรอยา่งยงั่ยนื หลกัปรัชญาและเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกิน โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึงการตดัสินใจเกี่ยวกบัระดบัของความพอเพียงน้นั จะต้องเป็ นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคา นึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดข้ึนจากการกระทา น้นัๆ อยา่งรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันทีดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่คาดว่า จะเกิดข้ึนในอนาคตท้งัใกลแ้ละไกล เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะน า ความรู้เหล่าน้นัมาพจิารณาให้เชื่อมโยงกนัเพื่อประกอบการวางแผนและความระมดัระวงัในข้นั ปฏิบตัิ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนัก ในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมี ความอดทน มีความเพียรใช้สติ ปัญญาในการ ด าเนินชีวิต สาระส าคัญ อุทกภยัเป็นภยัที่เกิดจากสภาวะน้า ท่วมหรือน้า หลากอยา่งฉบัพลนัไหลท่วมบา้นเรือนหรือสิ่งต่างๆ ดว้ยความรุนแรงจนก่อให้เกิดความเสียหายจึงจา เป็นที่มนุษยจ์ะตอ้งตระหนกถึงปัญหา สาเหตุ และ ั เตรียมการวางแผนรับมือและป้องกันอย่างรอบคอบ การเขียนแผนผังความคิดเป็ นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้การ วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆเพื่อการวางแผนในการป้องกันและเตรียมตัวเมื่อเกิดอุทกภัยโดยใช้แนวทางปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(K) 1. บอกความหมายของอุทกภัยได้ 2. วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบ ของการเกิดอุทกภัยได้ 3. เสนอแนะวิธีป้องกันและการเตรียมตัวเมื่อเกิดอุทกภัยโดยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าภายใต้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านทักษะ(P) 1. สืบค้นเกี่ยวกับเรื่องอุทกภัยได้ 2. เขียนแผนผังความคิดเกี่ยวกับอุทกภัยได้


43 ด้านคุณลกัษณะอนัพงึประสงค์(A) 1.ความพอประมาณ:รู้คุณค่าและเลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด 2.ความมีเหตุผล: ตัดสินใจวางแผนป้องกันและเตรียมตัวเมื่อเกิดอุทกภัยโดยค านึงเห็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่าง รอบคอบเหมาะสม 3.ภูมิคุ้มกัน: เกิดความภาคภูมิใจในการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าและมีความพร้อมในการรับผลกระทบที่จะ เกิดจากอุทกภัยในอนาคต 4.เงื่อนไขความรู้:น าความรู้เรื่องอุทกภัยมาประกอบการวางแผนเตรียมตัวป้องกันเมื่อเกิดอุทกภัย อย่าง รอบคอบ 5.เงื่อนไขคุณธรรม: มีความตระหนัก และมีสติในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์ สูงสุด สาระการเรียนรู้ 1. อุทกภัย (รายละเอียดอยู่ในสื่อชุดฐานข้อมูลและฐานการให้ความช่วยเหลือ) 2. การเขียนแผนผังความคิด (รายละเอียดอยู่ในสื่อชุดฐานข้อมูลและฐานการให้ความช่วยเหลือ) 3. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ(รายละเอียดอยู่ในสื่อชุดฐานข้อมูลและฐานการให้ความช่วยเหลือ) 4.หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (รายละเอียดอยู่ในสื่อชุดฐานข้อมูลและฐานการให้ความช่วยเหลือ) กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นการจัดการ เรียนรู้ กจิกรรมการเรียนรู้สื่อและแหล่งการเรียนรู้ เวลา ขั้นน า: การ เชื่อมโยงความรู้ เดิมสู่ความรู้ใหม่ 1 นกัเรียนดูคลิปวีดิโอน้า ท่วมที่ กรุงเทพมหานคร 2สนทนาเกี่ยวกับความเสียหาย ความ เดือดร้อนที่ประชาชนได้รับ น้า ท่วมหรืออุทกภยัน้ีเกิดข้ึนที่ไหน อีก ท าไมจึงถึงเกิดอุทกภัย -คลิป วีดิโอน้า ท่วม กรุงเทพมหานคร 5 นาที


44 ข้ันการจัดการเรียนรู้กจิกรรมการเรียนรู้สื่อและแหล่งการเรียนรู้เวลา ข้ันสร้างความรู้ 1.ขั้นเผชิญสถานการณ์ปัญหา: ให้นักเรียนเข้ากลุ่มและศึกษา สถานการณ์ปัญหาเรื่อง แผนภาพ ความคิดเกาะติดอุทกภัย (ภาคผนวก)และปฏิบัติภารกิจตามที่ กา หนดดงัน้ี (1)นักเรียนช่วยโจ้วิเคราะห์ว่า ปัญหาน ้าท่วมดังกล่าวมาจาก สาเหตุใด จะมีวิธีป้องกันอย่างไร และถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จะมีวิธีการ เตรียมตัวอย่างไร(2)ให้นักเรียน เขียนแผนภาพความคิดสรุปสาเหตุ วิธีการป้องกันและการเตรียมตัวเมื่อ ต้องเผชิญกบัอุทกภัย (3)ให้นักเรียนวิเคราะห์ว่าหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะช่วย ป้องกนัหรือแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ หรือไม่อย่างไร 2.ขั้นส่งเสริมและช่วยเหลือในการ สร้างความรู้: (1)ให้นักเรียนเสนอแนะแนวคิดที่ ได้จากการสร้างความรู้ด้วยตนเอง มาอภิปรายแลกเปลี่ยนกันในกลุ่ม ตามกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดการสร้างความรู้ หน่วยบูรณาการตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เรื่องแผนภาพ ความคิดเกาะติดอุทกภัย 80 นาที


45 แหล่งการเรียนรู้/สื่อการเรียนรู้ 1.ชุดการสร้างความรู้หน่วยบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง แผนภาพความคิดเกาะติด อุทกภัยประกอบด้วย 1.1 ชุดสื่อสถานการณ์ปัญหา/ภารกิจ 1.2 ชุดสื่อฐานข้อมูล 1.3 ชุดฐานการให้ความช่วยเหลือ 2.หนังสือเรียนวิชาภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีที่6 3.หนงัสือเรียนวิชาสังคม ช้นั ประถมศึกษาปีที่6 4.หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ช้นั ประถมศึกษาปีที่6 (2)ถ้ายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ให้ เข้าไปศึกษาในฐานความช่วยเหลือ 3.ข้ันแลกเปลยี่นมุมมองที่หลากหลาย : (1)ตัวแทนกลุ่มน าผลการตอบ ภารกิจในแต่ละข้อติดบนกระดาน ด าและนักเรียนทุกคน ทุกกลุ่ม สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการ ตอบภารกิจของเพื่อนๆ และ สามารถเติมเต็มประเด็นค าตอบให้ สมบูรณ์ได้ (2)นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอ ภารกิจทีละข้อ (3)นักเรียนทุกกลุ่มร่วมกันอภิปราย และเสนอแนะเพมเติมในแต่ละภารกิจ ิ่ ข้ันสรุป ข้ันร่วมสรุปแนวคิด : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ ความรู้จากภารกิจในภาพรวม 15นาที


46 5.คลิปวิดีโอ น้า ท่วม กรุงเทพมหานคร 6.สื่อภาพอุทกภัยจาก Inter netและ www. ต่างๆ 7.สื่อวัสดุประเภท กระดาษชาร์ด กระดาษเอ4 สี สี ปากกาเคมี และอื่นๆ กระบวนการวัดและประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้(K) 1.บอกความหมายของอุทกภัยได 2.วิเคราะห์สาเหตุแลผลกระทบ ของ การเกิดอุทกภัยได้ 3. เสนอแนะวิธีป้องกันและการ เตรียมตัวเมื่อเกิดอุทกภัยโดยการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าภายใต้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1.ตรวจผลงานจาก การตอบภารกิจ 2.สังเกตการ น าเสนอภารกิจ 3.สังเกตการ อภิปราย การแสดง ความคิดเห็น การ ให้ข้อเสนอแนะ ชุดการสร้างความรู้ หน่วยบูรณาการ ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง แผนภาพ ความคิดเกาะติด อุทกภัย 1.ตอบภารกิจได้ครบถ้วน ครอบคลุมประเด็นถูกต้อง อย่างน้อย ร้อยละ 75 2.น าเสนอภารกิจได้ ครอบคลุมประเด็นครบถ้วน ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 75 ด้านทักษะ (P) 1. สืบค้นเกี่ยวกับเรื่องอุทกภัยได้ 2. เขียนแผนผังความคิดเกี่ยวกับ อุทกภัยได้ 1.ตรวจผลงานจาก การตอบภารกิจ 2.จากการตรวจ ชิ้นงาน 1.ชุดการสร้าง ความรู้หน่วยบูรณา การตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เรื่อง แผนภาพความคิด เกาะติดอุทกภัย 2.แบบประเมิน ทักษะการเขียน แผนผังความคิด 1.ตอบภารกิจได้ครบถ้วน ครอบคลุมประเด็นถูกต้อง อย่างน้อย ร้อยละ 75 2.ผา่นเกณฑใ์นระดบัดีข้ึนไป


47 คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์(A) 1.ความพอประมาณ:รู้ คุณค่าและ เลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อยา่งประหยดั 2.ความมีเหตุผล: ตัดสินใจ วางแผนป้ องกนัและเตรียมตวั เมื่อเกิดอุทกภยัโดยคา นึงถึง ปัจจยัที่เกี่ยวขอ ้ งอยา่งรอบคอบ เหมาะสม 3.ภูมิคุม ้ กนั: เกิดความภาคภูมิใจ ในการใชท ้ รัพยากรอยา่งมีคุณค่า และมีความพร้อมในการรับ ผลกระทบที่จะเกิดจากอุทกภยั ในอนาคต 4.เงื่อนไขความรู้:น าความรู้เรื่อง อุทกภัยมาประกอบการวางแผน เตรียมตวัป้ องกนัเมื่อเกิดอุทกภยั อยา่งรอบคอบ 5.เงื่อนไขคุณธรรม:มีความตระหนัก และมีสติในการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอยา่งประหยดั และเกิดประโยชน ์ สูงสุด 1.จากการประเมิน คุณลักษณะปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 1.จากการ ประเมิน คุณลักษณะ ปรัชญา เศรษฐกิจ พอเพียง 1.ผลการประเมิน คุณลักษณะปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงอยใู่น ระดบัดีข้ึนไป


Click to View FlipBook Version