เอกสารประกอบการตวิ
วิทยาศาสตร์ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
รวบรวมโดย
พระใบฎกี าวชริ วชิ ญ์ อธปิ ญฺโ
โรงเรียนวัดพระแก้วดอนเตา้ สชุ าดาราม
ตำบลเวียงเหนอื อำเภอเมืองลำปาง จังหวดั ลำปาง
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาลำปาง เขต 1
โรงเรยี นวดั พระแกว้ ดอนเต้าสชุ าดราม 1
เอกสารประกอบการติววชิ าวิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1
1. ข้อความในข้อใดที่ไม่ได้เกิดจากการสังเกต
ก. วันนี้อากาศร้อนอบอา้ ว
ข. โต๊ะตัวน้ีสูง 150 เซนตเิ มตร
ค. นำ้ ยาขวดนม้ี กี ลนิ่ ฉนุ
ง. ผา้ ผืนนมี้ ันวาวกว่าผ้าผืนนั้น
2. ขอ้ ใดเป็นขน้ั ตอนแรกของกระบวนการศกึ ษาทางวิทยาศาสตร์
ก. การสงั เกตเพ่อื ระบปุ ญั หา
ข. การหาข้อมูลเพื่อรวบรวมข้อมูล
ค. การนำเสนอข้อมลู ให้ผู้อ่ืนเข้าใจ
ง. การคาดคะเนคำตอบของปญั หา
3. ถ้านักเรยี นต้องการทำการวดั ปริมาตรของนำ้ ดื่มขวดหนง่ึ ควรเลือกใชเ้ ครื่องมือวดั ใด เพื่อให้ไดค้ ่าที่
ถูกต้องมากทีส่ ดุ
ก. ขวดนำ้ ดื่ม ข. เครือ่ งชั่งแบบดิจิตอล
ค. ถงั น้ำ ง. กระบอกตวง
4. ส่ิงของที่เห็นในภาพ คือขอ้ ใด
ก. ราวตากผ้า
ข. รองเท้า
ค. ดา้ ย
ง. เชือกฟาง
5. ความหนาแน่น คือข้อใด
ก. อัตราสว่ นระหว่าง มวล ส่วน ปริมาตร
ข. อัตราสว่ นระหว่าง มวล สว่ น น้ำหนัก
ค. อัตราส่วนระหว่าง ปรมิ าตร ส่วนมวล
ง. อตั ราสว่ นระหว่าง ปรมิ าตร ส่วน น้ำหนกั
6. ทุกข้อเป็นลักษณะของการเขียนรายงานการทดลองท่ีดี ยกเวน้ ข้อใด
ก. มีส่วนประกอบครบถว้ น
ข. ใช้ภาษาในการเขียนทเี่ ข้าใจง่าย
ค. จัดระบบข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ
ง. มีข้อมูลที่เก่ยี วข้องเพมิ่ เติมมากๆ
โดย...... พระใบฎีกาวชริ วชิ ญ์ อธปิ ญฺโ
โรงเรียนวดั พระแก้วดอนเต้าสุชาดราม 2
เอกสารประกอบการตวิ วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
7. สมมติฐานคอื อะไร
ก. การระบุคำถามซง่ึ เกดิ ข้ึนจากการสังเกต
ข. การวางแผนการทำงาน
ค. การคาดคะเนคำตอบของคำถาม หรือสิง่ ทสี่ งสัย
ง. การตอบคำถามก่อนทำการทดลอง
8. ข้อใดเป็นลำดับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ก. ระบุปญั หา รวบรวมข้อมูล ตั้งสมมติฐาน ทดลอง สรุปผล
ข. ระบุปญั หา ตงั้ สมมติฐาน ทดลอง รวบรวมขอ้ มูล สรุปผล
ค. ต้ังสมมตฐิ าน สงั เกต ระบปุ ัญหา ทดลอง สรุปผล
ง. สังเกต ระบปุ ัญหา รวบรวมข้อมลู ต้ังสมมติฐาน ทดลอง
9. ขอ้ ใดเป็นเครื่องมือในการวดั ทเี่ ปน็ มาตรฐาน
ก. กระบอกตวง ตาชง่ั สองแขน แทง่ ไม้
ข. ฝ่ามือ นว้ิ เทอรโ์ มมิเตอร์
ค. ไมบ้ รรทดั ตาชั่งสปรงิ กระบอกตวง
ง. เทอร์โมมเิ ตอร์ ไมเ้ มตร ขวดนำ้
10. ขอ้ ใดเป็นประโยชนข์ องกระบวนการศึกษาทางวทิ ยาศาสตร์
ก. เกิดการคดิ อย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล
ข. เกิดการแก้ปญั หาเพ่ือหาคำตอบของสิ่งท่สี งสยั อยา่ งเปน็ ระบบ
ค. ข้อมูลที่ได้รับมีความนา่ เชื่อถือ และเผยแพร่แกผ่ ้อู นื่ ได้
ง. ถกู ทุกข้อ
โดย...... พระใบฎีกาวชิรวชิ ญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรยี นวดั พระแกว้ ดอนเต้าสุชาดราม 3
เอกสารประกอบการติววิชาวทิ ยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1
1. ตอบ ข เหตผุ ล ข้อมูล โต๊ะสงู 150 เซนติเมตร เปน็ ขอ้ มูลที่ได้จากการวัดปริมาณ
2. ตอบ ก เหตผุ ล การสงั เกตทำใหเ้ กิดคำถามท่ีตอ้ งการหาคำตอบ ซ่ึงนำไปสู่การหาคำตอบ
การสรุปผล เพอ่ื นำเสนอใหผ้ ู้อน่ื ทราบต่อไป
3. ตอบ ง เหตผุ ล กระบอกตวง บีกเกอร์ เป็นเครอ่ื งมือมาตรฐานในการวัดปริมาตร
ของของเหลว
4. ตอบ ข รองเท้า
5. ตอบ ก เหตุผล ความหนาแน่น = มวล / ปรมิ าตร
โดย มวลหาไดโ้ ดยการชงั่
ปริมาตรหาได้โดยการแทนท่นี ้ำ
6. ตอบ ง เหตผุ ล การมขี ้อมูลทเี่ กยี่ วข้องเพิ่มเติมมากๆ ไม่ใช่สง่ิ สำคัญในการเขียนรายงาน
เพราะจะทำให้ผู้อ่านรายงานสบั สน
7. ตอบ ค เหตผุ ล สมมติฐาน คือ การคาดคะเนคำตอบล่วงหนา้ ซงึ่ ผลการทดลองอาจเปน็ ไป
ตามสมมติฐานหรือไม่กไ็ ด้
8. ตอบ ข เหตุผล กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์เกดิ จากการสงั เกตเพ่ือระบุปัญหา จากนัน้
ตัง้ สมมตฐิ าน แล้วทำการทดลองเพ่ือรวบรวมข้อมลู แลว้ สรปุ ผล
9. ตอบ ค เหตผุ ล ไม้บรรทัด เปน็ เครอ่ื งมือมาตรฐานที่ใช้ในการวัดความยาว
ตาช่ังสปรงิ เปน็ เครอ่ื งมือมาตรฐานทีใ่ ชใ้ นการหามวล
กระบอกตวง เป็นเคร่ืองมือมาตรฐานท่ีใช้ในการหาปริมาตร
10. ตอบ ง ถกู ทุกข้อท่กี ลา่ วมา
โดย...... พระใบฎกี าวชิรวิชญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรยี นวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดราม 4
เอกสารประกอบการตวิ วิชาวิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2
1. ข้อความตอ่ ไปนี้ ข้อใดไมถ่ ูกต้องเกี่ยวกับการใช้กลอ้ งจลุ ทรรศน์
ก. การหาภาพต้องหมุนปุ่มปรับภาพหยาบให้ลำกล้องขึน้ ไปอยทู่ ่ีตำแหนง่ สูงสุดก่อน แลว้ จึงเล่ือนลง
ข. การเร่มิ ดูภาพจากกล้องจุลทรรศน์ใหห้ มุนเลนสใ์ กล้วตั ถุอนั ที่มกี ำลังขยายต่ำสดุ มาอยู่ตรง
ลำกล้อง
ค. ถ้าตอ้ งการเล่อื นภาพที่เหน็ จากกล้องลงดา้ นล่างต้องเลือ่ นแผน่ สไลดข์ ึ้นด้านบน
ง. การปรับหาภาพใหห้ มุนป่มุ ปรับภาพหยาบจนเห็นวตั ถุ แล้วจงึ หมุนปมุ่ ปรบั ภาพละเอียด
2. อปุ กรณ์ในข้อใดเม่ือเลิกใช้กล้องจลุ ทรรศนแ์ ลว้ ต้องถอดเกบ็
ก. เลนสใ์ กลว้ ัตถุ ข. เลนสใ์ กลต้ า
ค. กระจกเงารบั แสง ง. ปมุ่ ปรับภาพหยาบ
3. หน่วยทเี่ ลก็ ท่สี ุดที่ทำหน้าทใี่ นการดำรงชวี ติ อย่างสมบรู ณ์ ได้แก่
ก. เมด็ คลอโรพลาสต์ ข. โมเลกลุ ของโปรตนี
ค. เซลล์ ง. นวิ เคลียส
4. เซลลใ์ ดมีลักษณะเปน็ เสน้ ยาว และมีเส้นใยเป็นกิง่ แขนงมากมายมที ั้งยาวและสน้ั
ก. เซลล์อสจุ ิคนและเซลล์เมด็ เลือดขาวคน
ข. เซลลป์ ระสาทคน
ค. เซลล์เม็ดเลอื ดแดงและเซลล์ประสาทคน
ง. เซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง
5. “อะมบี า”เป็นสิ่งมีชวี ิตเซลล์เดยี วมีรปู ร่างและลักษณะของเซลล์ท่ีแตกตา่ งกนั เพื่อใหเ้ หมาะกบั การ
ดำรงชีวิตมีการเคลื่อนที่โดยใช้สง่ิ ใด
ก. แส้ ข. ขน
ค. ขาเทยี ม ง. หาง
6. สงิ่ มชี วี ิตใดท่ีมรี ปู ร่างรียาว มแี ฟลเจลลา (แส้) อยู่ด้านบน ใช้ประโยชน์ในการเคลื่อนที่
ก. ยกู ลีนา ข. ไฮดรา
ค. อะมบี า ง. พารามีเซียม
7. เซลลใ์ นรา่ งกายมนุษยม์ ีนวิ เคลียส ยกเว้นเซลลใ์ นข้อใด
ก. เซลลห์ ัวใจ ข. เซลล์ตบั
ค. เซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง ง. เซลลส์ มอง
โดย...... พระใบฎีกาวชิรวชิ ญ์ อธปิ ญฺโ
โรงเรียนวัดพระแกว้ ดอนเตา้ สุชาดราม 5
เอกสารประกอบการตวิ วิชาวิทยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 - 3
8. องค์ประกอบใดทพ่ี บเฉพาะเซลลพ์ ืชเทา่ นนั้
ก. ผนังเซลล์ ข. เยื่อหมุ้ เซลล์
ค. นวิ เคลียส ง. ไรโบโซม
9. ผนงั เซลลป์ ระกอบดว้ ยสารใดเปน็ หลักสำคัญ
ก. ไขมัน ข. เซลลูโลส
ค. โปรตนี ง. คารโ์ บไฮเดรต
10. ส่วนใดของเซลลท์ ส่ี ำคญั ที่สุดทช่ี ่วยให้เซลล์ดำรงสภาพอยู่อย่างปกติ
ก. ผนงั เซลล์ ข. เยื่อหุ้มเซลล์
ค. ไซโตพลาสซึม ง. นวิ เคลยี ส
11. พชื สร้างอาหารได้เองเพราะในไซโตพลาสซมึ มีสารใด
ก. ไรโบโซม ข. นวิ เคลยี ส
ค. ไมโทคอนเดรยี ง. เม็ดคลอโรพลาสต์
12. จงพจิ ารณาข้อความต่อไปน้ีข้อใดกลา่ วไม่ถูกต้อง
1) เซลลเ์ ป็นหนว่ ยพืน้ ฐานทีเ่ ล็กทส่ี ดุ ของส่ิงมชี ีวติ
2) เซลลม์ ีรปู ร่างและขนาดแตกต่างกนั เซลล์พชื ส่วนมากจะมรี ูปส่เี หลย่ี ม
3) เซลล์ท่มี ขี นาดใหญ่มองเหน็ ด้วยตาเปล่า ได้แก่ ไขข่ องสัตว์ปกี
4) เซลล์ท่ยี งั มีชวี ิตต้องมนี ิวเคลียสเสมอ
ก. 1 เทา่ น้ัน ข. 2 เท่าน้ัน
ค. 3 เท่านน้ั ง. 4 เทา่ นัน้
13. เยื่อห้มุ เซลลม์ ีคณุ สมบัติเป็นเยอ่ื เลอื กผา่ น หมายความว่าอยา่ งไร
ก. ยอมให้นำ้ ผา่ นได้เท่าน้ัน ข. ยอมให้โมเลกลุ ของสารบางชนดิ ผา่ น
ค. ยอมใหส้ ารทุกชนดิ ผ่านได้ ง. ไม่ยอมให้สารใดๆ ผา่ นเข้าออก
14. เซลล์จะเกบ็ สะสมสารต่างๆ ไวใ้ นโครงสร้างใด
ก. กอลจิบอดี ข. ไรโบโซม
ค. ร่างแหเอนโดพลาสซึม ง. แวคิวโอล
15. เซลล์เม็ดเลือดขาวทำหนา้ ที่กำจดั สง่ิ แปลกปลอมทเี่ ข้ามาในรา่ งกาย ดงั น้ันเซลล์เม็ดเลือดขาวนา่ จะมี
โครงสร้างของเซลล์เปน็ อยา่ งไร
ก. มนี วิ เคลียสขนาดเลก็ ข. มแี วควิ โอลขนาดใหญ่
ค. มีคลอโรพลาสต์จำนวนมาก ง. มีไลโซโซมจำนวนมาก
โดย...... พระใบฎีกาวชริ วิชญ์ อธปิ ญฺโ
โรงเรียนวัดพระแกว้ ดอนเตา้ สุชาดราม 6
เอกสารประกอบการตวิ วิชาวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2
1. ตอบ ก เหตุผล การดวู ตั ถจุ ากกล้องจลุ ทรรศน์เม่ือนำสไลดว์ างบนแทน่ วตั ถุ แล้วตอ้ งหมุนปมุ่
ปรบั ภาพหยาบใหล้ ำกล้องเล่ือนลงมาอยูใ่ กล้วัตถุมากทสี่ ดุ โดยระวังอย่าใหเ้ ลนส์
ใกล้วัตถสุ ัมผัสกบั กระจกปดิ สไลด์ แล้วจงึ คอ่ ยๆ เล่ือนเลนสข์ น้ึ เพ่ือหาภาพ
2. ตอบ ข เหตุผล ควรถอดทำความสะอาดเลนสเ์ พอ่ื ป้องกนั เช้ือรา
3. ตอบ ค เหตุผล เซลล์ คอื หนว่ ยเลก็ ท่สี ดุ ท่ีทำหนา้ ทีใ่ นการดำรงชวี ติ อยา่ งสมบูรณ์
4. ตอบ ข เหตผุ ล เซลลป์ ระสาทคน มลี ักษณะเปน็ เส้นยาว และมเี สน้ ใยเป็นกิ่งแขนงมากมายทั้งยาว
และส้ัน
5. ตอบ ค เหตผุ ล อะมีบา มกี ารเคลอ่ื นทโ่ี ดยใช้ขาเทียม
6. ตอบ ก เหตุผล ยูกลนี า มรี ูปรา่ งรียาว มีแฟลเจลลา (แส้) อยู่ดา้ นบน เพ่ือใช้ประโยชนใ์ นการ
เคลื่อนที่
7. ตอบ ค เหตุผล ในสตั ว์เลย้ี งลูกดว้ ยนมเซลล์เม็ดเลือดแดงจะมีลักษณะกลมแบน และตรงกลางเวา้
เลก็ นอ้ ย เม่ือเจริญเติบโตเต็มท่ีนวิ เคลียสจะสลายไป
8. ตอบ ก เหตผุ ล ผนังเซลล์พบเฉพาะเซลลพ์ ชื เทา่ นน้ั
9. ตอบ ข เหตผุ ล ผนงั เซลล์ประกอบดว้ ยเซลลโู ลสเป็นหลกั
10. ตอบ ข เหตผุ ล เยือ่ หมุ้ เซลลเ์ ปน็ โครงสร้างสำคญั ทสี่ ุดของเซลล์ เพราะช่วยใหเ้ ซลล์ดำรงสภาพ
สมดลุ อย่ไู ดโ้ ดยเยื่อหุ้มเซลล์เปน็ เยือ่ เลอื กผ่าน คดั เลือกสารทจ่ี ะผา่ นเขา้ ออกเซลล์
11. ตอบ ง เหตุผล คลอโรพลาสตเ์ ปน็ โครงสร้างทำหน้าท่สี รา้ งอาหารของพืช
12. ตอบ ง เหตผุ ล ในสตั วเ์ ล้ยี งลูกด้วยนมเซลลเ์ ม็ดเลือดแดงจะมีลักษณะกลมแบน และตรงกลางเว้า
เล็กนอ้ ย เม่ือเจริญเตบิ โตเต็มทน่ี วิ เคลยี สจะสลายไป
13. ตอบ ข เหตุผล เย่อื หมุ้ เซลล์เปน็ เย่ือเลือกผา่ น ยอมใหโ้ มเลกุลของสารบางชนดิ ผา่ นได้
14. ตอบ ง เหตุผล กอลจบิ อดี มีหน้าที่อดั โปรตนี ให้เลก็ ลง ไรโบโซม มหี น้าทีส่ ังเคราะห์โปรตนี
ร่างแหเอนโดพลาสซึม ทำหน้าที่สรา้ งโปรตนี และเป็นทางส่งออกของสารจาก
นวิ เคลยี สไปสู่ไซโทพลาสซึม
15. ตอบ ง เหตุผล ไลโซโซมมีเอนไซมย์ ่อยสง่ิ แปลกปลอม
โดย...... พระใบฎีกาวชิรวิชญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรยี นวดั พระแกว้ ดอนเตา้ สุชาดราม 7
เอกสารประกอบการติววชิ าวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3
1. ขอ้ ความใดไมถ่ ูกต้อง
ก. ออสโมซสิ ไมใ่ ช่การแพร่แต่เป็นการเคลอื่ นทีข่ องสารผ่านเยื่อบางชนิด
ข. การแพร่เกิดจากบรเิ วณทีม่ สี ารเขม้ ไปยังบรเิ วณที่มีสารเจือจางกวา่
ค. ออสโมซิสเป็นกระบวนการแพรช่ นิดหนึ่ง
ง. การแพร่มไี ด้ท้งั สามสถานะของสาร
2. เมือ่ นำเซลล์พืชใสล่ งไปในสารละลายทเี่ ขม้ ขน้ น้อยกว่าเซลล์พชื เซลลพ์ ชื จะมีการเปลย่ี นแปลงอย่างไร
ก. เซลลพ์ ืชจะเห่ยี ว ข. เซลล์พืชจะแตก
ค. เซลล์พชื จะเต่ง ง. เซลล์พืชจะไม่เปล่ียนแปลง
3. เมื่อใสป่ ๋ยุ ลงในดนิ รอบๆ โคนพืชมากเกินไป พืชจะตาย เพราะเหตใุ ด
ก. ปยุ๋ แพร่เขา้ ไปในเซลลม์ ากเกินไป ทำใหเ้ ซลลแ์ ตก
ข. ปุย๋ และนำ้ แพร่เขา้ ไปในเซลล์มากเกินไป จนเซลล์แตก
ค. นำ้ แพร่ออกจากเซลล์มากเกนิ ไป ทำให้เซลล์เหีย่ ว
ง. นำ้ แพรเ่ ข้าไปในเซลล์มากเกนิ ไป ทำใหเ้ ซลล์เตง่ จนแตก
4. การทสี่ ารจะแพร่ผ่านเยื่อก้ันบางๆ ไปได้ข้นึ อยู่กับปัจจยั ใด
ก. ขนาดอนุภาคของสาร ข. สมบตั ิของเยือ่ ทกี่ ้นั
ค. ความเข้มขน้ ของสารใน 2 บริเวณตา่ งกัน ง. ถูกทุกข้อ
5. ออกซเิ จนที่ไดม้ าจากการสงั เคราะหด์ ้วยแสง ได้มาจากสารใด
ก. น้ำ ข. แรธ่ าตุที่พชื ดูดขึ้นไป
ค. คาร์บอนไดออกไซด์ ง. กลโู คส
6. ขอ้ ใดไม่ใช่ปจั จยั ท่จี ำเปน็ ต่อกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
ก. น้ำ ข. แสง
ค. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ง. แกส๊ ออกซิเจน
7. พชื ทมี่ สี ีอืน่ ทไี่ ม่ใช่สเี ขียว เชน่ ใบหัวใจมว่ ง จะมคี ลอโรฟีลล์อยู่หรือไม่
ก. มี เพราะเปน็ พชื ชนดิ หนง่ึ
ข. มี เพราะสามารถสรา้ งอาหารไดเ้ อง
ค. ไมม่ ี เพราะไม่ใช่พืชท่ีแทจ้ ริง
ง. ไม่มี เพราะไมเ่ หน็ สีเขยี ว
8. ปจั จยั ตอ่ ไปน้สี ามารถเพม่ิ อัตราการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง ยกเวน้ ข้อใด
ก. การเพิ่มคารบ์ อนไดออกไซด์ ข. การเพ่ิมความเข้มของแสง
ค. การเพิ่มอุณหภมู ิ ง. การเพ่ิมออกซเิ จน
โดย...... พระใบฎกี าวชิรวิชญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรียนวดั พระแก้วดอนเต้าสชุ าดราม 8
เอกสารประกอบการตวิ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3
9. ข้อใดสรปุ เก่ยี วกบั การหมนุ เวียนกา๊ ซในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงที่ใบพืชได้ถกู ต้อง
ก. มกี ารคายกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดเ์ พยี งอย่างเดียว
ข. มีการคายกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์และดูดกา๊ ซออกซเิ จน
ค. มกี ารดูดกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์และคายก๊าซออกซเิ จน
ง. มกี ารคายกา๊ ซออกซิเจนเพียงอยา่ งเดยี ว
10. สารทีเ่ ป็นผลติ ภณั ฑต์ วั แรกที่เกิดจากการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง คืออะไร
ก. แป้ง ข. กลูโคส
ค. เซลลโู ลส ง. ซโู ครส
11. การคายนำ้ ของพืชไม่มสี ว่ นช่วยในการทำหน้าทอ่ี ะไร
ก. การลดอณุ หภมู ิทีใ่ บเมื่อไดร้ ับแสงแดด
ข. การลำเลยี งอาหารทางท่อลำเลียงอาหาร
ค. การลำเลียงเกลือแรข่ ้นึ สู่ใบ
ง. การลำเลียงนำ้ ทางทอ่ ลำเลียงนำ้
12. น้ำตาลทพ่ี ืชสรา้ งขึ้นจะลำเลียงไปในลักษณะใด
ก. ลำเลียงไปในท่อลำเลียงนำ้
ข. ลำเลียงไปในท่อลำเลียงอาหาร
ค. ลำเลียงไปในท่อลำเลยี งแร่ธาตุ
ง. ลำเลยี งไปโดยการแพรไ่ ปตามสว่ นต่างๆ ของพืช
13. พชื ในข้อใดที่มีท่อนำ้ และท่ออาหารไมเ่ ปน็ ระเบียบ
ก. มะพรา้ ว ข. ทุเรียน
ค. ส้มโอ ง. มะขาม
14. xylem มคี วามสำคญั ต่อพืช คือทำหน้าทส่ี ำคญั เกี่ยวกบั อะไร
ก. ลำเลยี งน้ำและสารอาหารอินทรียท์ ปี่ รงุ ได้จากใบ
ข. ลำเลยี งนำ้ และสารละลายเกลือแร่จากดนิ
ค. ให้ความแข็งแรง หรอื พยงุ ส่วนที่อย่เู หนือพื้นดินของพชื
ง. ถกู ทัง้ ข และ ค
15. ข้อใดคือการเคลื่อนท่ีของน้ำจากดินเขา้ สู่ขนรากและลำตน้ เคลือ่ นที่ต่อไปยังท่อลำเลียงน้ำที่อยู่ในราก
ก. การเปดิ และปิดของปากใบ ข. การสังเคราะห์ด้วยแสง
ค. แอคทีฟทรานสปอรต์ ง. ออสโมซิส
โดย...... พระใบฎีกาวชริ วิชญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรียนวดั พระแก้วดอนเตา้ สุชาดราม 9
เอกสารประกอบการตวิ วชิ าวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3
1. ตอบ ก. เหตุผล ออสโมซิสไม่ใชก่ ารแพรแ่ ตเ่ ป็นการเคลือ่ นท่ีของสารผ่านเยื่อบางชนดิ เป็น
ข้อความท่ีผิด เพราะออสโมซิสเป็นการแพร่ชนิดหน่งึ โดยแพร่ผ่านเยอื่ เลือกผ่าน
ที่ยอมให้สารขนาดเล็กเท่าน้นั ท่จี ะผ่านได้
2. ตอบ ค. เหตุผล นำ้ จากสารละลายจะเคล่อื นท่ีเขา้ ไปในเซลล์ทำใหเ้ ซลล์พืชเต่ง
3. ตอบ ค. เหตผุ ล น้ำจะเคลื่อนที่จากบริเวณท่มี ีความเข้มขน้ น้อย (นำ้ มาก) ไปสู่บรเิ วณทีม่ คี วาม
เขม้ ขน้ มาก (น้ำน้อย)
4. ตอบ ง เหตุผล การทีส่ ารจะแพร่ผา่ นเย่ือก้นั ไปได้ขนึ้ อย่กู บั ขนาดอนภุ าคของสาร สมบตั ิของเยื่อ
ทกี่ ้นั และความเข้มข้นของสารใน 2 บริเวณทต่ี ่างกัน
5. ตอบ ก เหตุผล ออกซิเจนที่ได้มาจากการสงั เคราะหด์ ้วยแสงไดม้ าจากนำ้
6. ตอบ ง เหตุผล ปจั จยั ทีจ่ ำเปน็ ต่อการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง ได้แก่ แสง น้ำ คลอโรฟิลล์ และแกส๊
คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งผลิตภณั ฑท์ ี่ได้ คือ นำ้ ตาลกลโู คส แกส๊ ออกซิเจน และน้ำ
ดงั สมการ H2O คลอโรฟิลลด์ ูดพลงั งานแสง
CO2 + C6H12O6 + O2 + H2O
แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ น้ำ น้ำตาลกลู โคส แก๊สออกซเิ จน น้ำ
7. ตอบ ข เหตุผล คลอโรฟลี ล์เปน็ โครงสรา้ งทำหนา้ ทส่ี รา้ งอาหารของพืช
8. ตอบ ง เหตุผล การเพ่ิมออกซเิ จนไมส่ ามารถเพิ่มอตั ราการสังเคราะห์ดว้ ยแสงได้
9. ตอบ ค เหตุผล การหมุนเวียนกา๊ ซในกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงทใ่ี บพืช มกี ารดูดกา๊ ซ
คาร์บอนไดออกไซด์และคายก๊าซออกซเิ จน
10. ตอบ ข เหตผุ ล ผลผลติ ท่ีไดจ้ ากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง คือ นำ้ ตาลโมเลกุลเดยี่ ว จากนนั้ จึง
เกบ็ สะสมในรปู ของแปง้ ในภายหลัง
11. ตอบ ข เหตผุ ล การคายนำ้ ของพืชเป็นกลไกสำคญั ท่ีช่วยในการลำเลยี งนำ้ เกลอื แร่ และช่วยลด
อุณหภมู ขิ องพชื แตไ่ มม่ สี ่วนในการลำเลยี งอาหาร
12. ตอบ ข เหตผุ ล นำ้ ตาลจะถูกลำเลยี งจากแหล่งสร้างไปยังแหล่งอน่ื ๆโดยลำเลยี งไปในท่อลำเลียง
อาหาร
13. ตอบ ก เหตผุ ล พชื ใบเลี้ยงเด่ยี วมีท่อลำเลียงน้ำและท่อลำเลยี งอาหารไม่เปน็ ระเบียบ
14. ตอบ ง เหตุผล นอกจากทำหนา้ ท่ีลำเลยี งน้ำและแรธ่ าตุจากดินแล้ว ยงั มเี ซลลผ์ นังหนาหลายชนิด
เช่น fiber tracheid และ vessel จงึ ชว่ ยพยงุ และใหค้ วามแขง็ แรงด้วย
15. ตอบ ง เหตผุ ล การเคลอ่ื นทีข่ องน้ำจากดินเข้าส่ขู นรากและลำตน้ เคลื่อนที่ต่อไปยังท่อลำเลยี งนำ้ ท่ี
อยู่ในราก คอื การออสโมซิส
โดย...... พระใบฎกี าวชริ วิชญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรยี นวัดพระแกว้ ดอนเต้าสชุ าดราม 10
เอกสารประกอบการติววชิ าวทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4
1. ลำดับขัน้ ตอนการผสมพนั ธ์ุของพืชดอกเปน็ ดงั นี้
ก. ไซโกต เอ็มบริโอ การปฏิสนธิ
ข. การปฏิสนธิ การถา่ ยละอองเรณู การงอกของละอองเรณู
ค. การถ่ายละอองเรณู การงอกของละอองเรณู การปฏสิ นธิ
ง. การงอกของละอองเรณู การถ่ายละอองเรณู การปฏิสนธิ
2. ส่วนของดอกท่ีมีความสำคัญที่สุดต่อการสืบพันธแุ์ บบใช้เพศ คือข้อใด
ก. กลบี เลย้ี งและกลบี ดอก ข. ยอดเกสรตวั เมียและฐานรองดอก
ค. เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี ง. ละอองเรณูและผนงั รงั ไข่
3. คำวา่ ดอกสมบูรณ์เพศ หมายถงึ ข้อใด
ก. ดอกทีม่ ีเฉพาะเกสรเพศผู้อยา่ งเดียว
ข. ดอกทม่ี ีเฉพาะเกสรเพศเมยี อยา่ งเดียว
ค. ดอกทีม่ คี รบทง้ั เกสรเพศผ้แู ละเกสรเพศเมยี ในดอกเดยี วกัน
ง. ดอกท่มี คี รบทง้ั เกสรเพศผูแ้ ละเกสรเพศเมยี ในตน้ เดียวกัน
4. การถ่ายละอองเรณูของดอกนั้นเกดิ โดยวธิ ีใด
ก. คนนำไป ข. สัตว์นำไป
ค. ลมและน้ำพดั พาไป ง. ท้ัง 1, 2 และ 3
5. การปฏสิ นธิของพชื เกดิ ขึน้ เมอื่ ใด
ก. กลีบดอกไมเ้ ริ่มบาน ข. ละอองเรณตู กบนยอดเกสรเพศเมยี
ค. เมล็ดเร่ิมงอกเป็นต้นใหม่ ง. เสปิรม์ เซลล์ผสมกับเซลลไ์ ข่
6. สว่ นใดของดอกทีเ่ จริญไปเปน็ ผลหลังจากปฏิสนธิแล้ว
ก. รงั ไข่ ข. ออวุล
ค. ไข่ออ่ น ง. ฐานรองดอก
7. การเคลอ่ื นไหวแบบใดไมส่ มั พันธ์กับทศิ ทางของสง่ิ เรา้
ก. การหบุ และบานของกล้วยไม้ ข. การหนั เขา้ หาแสงของดอกทานตะวัน
ค. การเจรญิ ของยอดพืชเข้าหาแสง ง. การเจริญของรากพชื เข้าหาน้ำ
8. ดอกทานตะวันหนั ไปตามดวงอาทิตยต์ ลอดทัง้ วัน เป็นผลเน่ืองมาจากสิ่งเรา้ ชนดิ ใด
ก. ความชน้ื ข. อุณหภูมิ
ค. แสง ง. แรงโนม้ ถ่วง
โดย...... พระใบฎกี าวชริ วชิ ญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรยี นวดั พระแก้วดอนเต้าสุชาดราม 11
เอกสารประกอบการตวิ วชิ าวิทยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
9. ลกั ษณะการงอกของรากพืชเนอ่ื งมาจากสาเหตุใดเปน็ สำคัญ
ก. มีแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นส่ิงเร้า ข. ใตด้ นิ มีอุณหภูมิต่างจากผิวดนิ
ค. พืชต้องการหาอาหารใหไ้ ด้ไกลๆ ง. ความเตง่ ของเซลลภ์ ายในตน้ พชื
10. พืชชนิดใดทม่ี ีการตอบสนองต่อการเปล่ยี นแปลงอุณหภมู ิ
ก. ดอกบวั ข. ไมยราบ
ค. สน ง. กระบองเพชร
11. ข้อใดเปน็ การกำจัดแมลงโดยวิธชี ีวภาพ
ก. ปลกู พชื หมุนเวียน
ข. ทำลายซากพืชซากสัตว์
ค. ใชแ้ มลงชนดิ หนงึ่ ทำลายอีกชนิดหนึ่ง
ง. ทำลายส่วนตา่ งๆ ของพชื ท่แี มลงไขแ่ ละอาศยั อยู่
12. วธิ กี ารใดทไ่ี มจ่ ัดวา่ เปน็ การปรับปรงุ พันธ์ุ
ก. การเกบ็ ข้าวโพดลักษณะดีไว้ทำพนั ธ์ใุ นปีตอ่ ไป
ข. การชักนำให้พชื เพมิ่ จำนวนชุดของโครโมโซม
ค. การใชฮ้ อร์โมนกระตุ้นใหป้ ลาบึกวางไข่
ง. การส่งั ซอ้ื พชื หรอื สตั วพ์ ันธดุ์ เี ข้ามาจากต่างประเทศเขา้ มาเล้ียงปนกบั พนั ธ์ุพ้ืนเมือง
13. “แคลลสั ” มีความสัมพันธก์ ับส่ิงใดต่อไปน้ีมากทีส่ ุด
ก. การตัดแต่งพันธกุ รรม ข. การคัดเลือกพนั ธุ์
ค. พนั ธวุ ิศวกรรม ง. การเพาะเลี้ยงเน้ือเย่อื
14. ความสำคัญของเทคโนโลยีชวี ภาพสอดคล้องกับข้อใด
ก. หาทางลดพืน้ ทที่ ำการเกษตร ข. เพมิ่ ผลผลติ พืชใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ค. ป้องกันไมใ่ ห้พชื กลายพันธุ์ ง. กำจัดพชื ทเ่ี ปน็ ภัยต่อส่ิงแวดล้อม
15. การนำเทคโนโลยชี วี ภาพมาใช้ ก่อใหเ้ กิดความวิตกกงั วลในเรอื่ งใด
ก. ไม่สามารถควบคุมคณุ ภาพให้แน่นอนได้ ข. มรี าคาแพง
ค. อาจทำใหส้ ายพันธพ์ุ นื้ เมืองสูญพันธุ์ ง. อาจมีผลต่อสุขภาพของผบู้ รโิ ภค
โดย...... พระใบฎกี าวชริ วชิ ญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรียนวดั พระแก้วดอนเตา้ สชุ าดราม 12
เอกสารประกอบการตวิ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหน่วยการเรยี นรู้ที่ 4
1. ตอบ ค เหตผุ ล เพราะการผสมพันธุ์พชื จะเรมิ่ ตน้ ท่กี ารถ่ายละอองเรณู ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น มนษุ ย์
เป็นผกู้ ระทำ สัตวเ์ ปน็ ผ้กู ระทำ หรอื โดยธรรมชาติ เม่อื ละอองเรณูตกลงบนยอด
เกสรเพศเมียแล้ว จะเกิดการงอกของหลอดละอองเรณูลงไปในกา้ นเกสรเพศเมีย
จนไปถึงรังไข่ จากนั้นจะเกดิ การปฏิสนธิ ซง่ึ คอื การทเ่ี ซลลส์ ืบพันธ์ุเพศผู้ ผสมกับ
เซลลส์ บื พันธุเ์ พศเมยี
2. ตอบ ค เหตผุ ล เพราะเกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมียเป็นเซลล์สบื พันธขุ์ องพชื ทีท่ ำให้เกิดการปฏิสนธิ
3. ตอบ ค เหตผุ ล เพราะดอกสมบรู ณ์เพศ หมายถึง ดอกทม่ี ีเกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี อยู่ในดอก
เดียวกัน เช่น ดอกกุหลาบ ดอกชบา ดอกกล้วยไม้
4. ตอบ ง เหตุผล เพราะ การถา่ ยละอองเรณูเกิดขน้ึ ไดจ้ ากหลายๆ วิธี เชน่ มนษุ ย์เป็นผทู้ ำการผสม
พันธพ์ุ ชื เอง การท่ีนกหรอื แมลงดดู น้ำหวานจากดอกไม้ แล้วละอองเรณูของพชื
ติดไปกับสตั ว์ไปสอู่ ีกต้นหนง่ึ และการท่ีลมหรือนำ้ พดั ละอองเรณูของพชื ต้นหน่ึง
ไปตกทีพ่ ชื อีกตน้ หนึ่ง กส็ ามารถเกดิ การถ่ายละอองเรณูได้
5. ตอบ ง เหตุผล เพราะการปฏสิ นธิ คือ การที่เซลลส์ ืบพันธุเ์ พศผู้ ซง่ึ คือ เสปิรม์ เซลล์ เข้าไปผสมกับ
เซลลไ์ ข่ภายในออวุล
6. ตอบ ก เหตุผล เพราะหลังการปฏิสนธิ รงั ไข่จะเจรญิ ไปเปน็ ผล ออวลุ จะเจริญไปเป็นเมลด็
ไข่อ่อนจะเจริญไปเปน็ ต้นอ่อน
7. ตอบ ก เหตผุ ล เพราะการหบุ และบานของดอกกล้วยไมเ้ ป็นไปตามธรรมชาติของดอก ไม่ได้
เกยี่ วกับการตอบสนองต่อส่ิงเรา้ ใดดงั เช่นข้ออ่นื
8. ตอบ ค เหตผุ ล เพราะพชื จะตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ท่เี ปน็ แสง โดยการเบนเขา้ หาหรอื การหนีแสง
สว่ นของยอดลำตน้ จะเจริญเข้าหาแสงสวา่ ง นอกจากน้แี สงสว่างยงั มผี ลต่อการหบุ
และบานของดอกไม้ดว้ ย ดอกทานตะวนั เปน็ พชื ที่จะบานเมือ่ ไดร้ ับแสงอาทติ ย์
9. ตอบ ก เหตผุ ล เพราะรากของพืชจะเจรญิ เขา้ หาแรงโน้มถ่วงของพืชเสมอ แม้จะวางต้นพืชให้
ขนานกับพนื้ รากของพืชกจ็ ะเบนเขา้ หาพืน้ ดินตามแรงโน้มถ่วง
10. ตอบ ค เหตุผล เพราะในระดับความสงู ท่ีมากข้ึน อุณหภมู ิทีล่ ดตำ่ ลง จะทำให้พชื พันธุ์ตา่ งๆ
เปลย่ี นแปลงตาม สนเป็นพชื ที่ขึน้ ในที่ทม่ี ีอุณหภมู ติ ำ่
11. ตอบ ค เหตผุ ล เพราะวธิ ีชวี ภาพ คือ การใชธ้ รรมชาตดิ ูแลและคงสมดุลตามธรรมชาติ
ด้วยกนั เอง โดยไมใ่ ช้การกระทำของมนุษย์ หรอื สารเคมี ดงั นน้ั การใช้แมลงกำจดั
แมลงดว้ ยกันจงึ ถือเปน็ วธิ ีชีวภาพวิธหี นงึ่
โดย...... พระใบฎกี าวชริ วิชญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรยี นวัดพระแกว้ ดอนเต้าสชุ าดราม 13
เอกสารประกอบการตวิ วิชาวิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 - 3
12. ตอบ ค เหตุผล เพราะการปรับปรงุ พนั ธมุ์ จี ุดมุ่งหมายเพ่ือทำใหพ้ ชื มีคุณภาพท่ีดีขึน้ การใช้ฮอรโ์ มน
13. ตอบ ง เหตุผล กระตนุ้ ใหป้ ลาบึกวางไข่ เป็นเพียงวิธีการเร่งให้มีการขยายพันธุ์ให้เร็ว หรือมากขนึ้
14. ตอบ ข เหตุผล เท่านั้น ไม่ได้ทำให้ปลาบึกกลายเป็นพนั ธุ์ทีด่ ีข้นึ
15. ตอบ ง เหตุผล เพราะแคลลสั คือ กลุม่ เซลล์ทส่ี ามารถชกั นำใหเ้ กดิ เปน็ พืชต้นใหมท่ สี่ มบูรณ์มาก
ได้เกดิ จากการนำส่วนใดสว่ นหนึ่งของพชื มาเพาะเล้ียง ในอาหารสังเคราะห์
ซ่ึงเรียกว่า การเพาะเล้ียงเนือ้ เยือ่
เพราะเทคโนโลยชี ีวภาพ คือ การนำความรู้ด้านชีววิทยามาใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์
โดยมจี ุดมุ่งหมายเพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธิภาพของพันธ์พุ ืช และพนั ธุส์ ัตว์
เพราะการใช้เทคโนโลยชี ีวภาพกบั พันธพุ์ ืช และพันธส์ุ ตั ว์นั้น มีจุดมงุ่ หมายเพอื่ เพ่มิ
ประสทิ ธิภาพ หรือแกไ้ ขจดุ บกพร่องของพนั ธน์ุ ั้น โดยวิธกี ารตา่ งๆ เช่น การตัดต่อ
พนั ธกุ รรม จึงยังเปน็ ที่กงั วลใจอยวู่ ่า จะมผี ลตอ่ สุขภาพของผบู้ ริโภคหรอื ไม่ เพราะ
วิธีการแกไ้ ขจดุ บกพร่องของพืชพันธ์ุน้ัน จนกลายเป็นพชื พันธใ์ุ หม่ อาจก่อให้เกิด
ความผิดปกติกบั รา่ งกายของผบู้ ริโภค ทร่ี บั การบรโิ ภคพชื พันธุท์ ีต่ า่ งจากเดิม
โดย...... พระใบฎีกาวชิรวชิ ญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรยี นวัดพระแกว้ ดอนเตา้ สุชาดราม 14
เอกสารประกอบการติววิชาวิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5
1. ขอ้ ใดไม่จดั เป็นสสาร
ก. อากาศ ข. เสียงคุย
ค. น้ำแข็ง ง. ควันไฟ
2. ข้อใดเป็นการเปลีย่ นแปลงทางเคมขี องสาร
ก. การเผากระดาษ ข. การเดอื ดของน้ำ
ค. การละลายนำ้ ของสารจุนสี ง. การทบุ ดินน้ำมนั
3. ถา้ ใชส้ ถานะของสารเปน็ เกณฑ์ สารในขอ้ ใดเป็นสารประเภทเดยี วกนั
ก. น้ำตาล น้ำส้ม นำ้ กลนั่ ข. ดนิ น้ำมัน นำ้ โคลน น้ำแปง้
ค. อากาศ ฟวิ ส์ กำมะถนั ง. ถ่าน ทองเหลือง เพชร
4. ข้อใดไมใ่ ช่คุณสมบัติของสารเนือ้ เดียว
ก. อาจมสี ารเพียงชนิดเดยี วหรือหลายชนดิ ประกอบกันก็ได้
ข. มองดว้ ยตาเปลา่ เหน็ เน้ือสารกลมกลนื กัน ไม่แยกเป็นส่วนๆ
ค. สารทเี่ ป็นส่วนประกอบมเี พียงสถานะ คือ ของแข็งและของเหลว
ง. แบง่ ได้เป็น 2 ชนิด คือ สารบรสิ ุทธิ์ กบั สารละลาย
5. อากาศมีสารใดเป็นตวั ทำละลาย
ก. ก๊าซออกซิเจน ข. กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์
ค. ก๊าซไฮโดรเจน ง. ก๊าซไนโตรเจน
6. สารบรสิ ทุ ธใิ์ นขอ้ ใดจัดเปน็ สารประกอบ
ก. คาร์บอน ข. ทอง
ค. นำ้ ง. ออกซเิ จน
7. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้อง
ก. สารละลายทกุ ชนดิ เปน็ สารเนื้อเดียว ข. สารเนื้อเดียวทุกชนดิ เป็นสารบรสิ ทุ ธิ์
ค. สารประกอบบางชนิดเป็นสารละลาย ง. สารบรสิ ุทธิท์ กุ ชนดิ เปน็ ธาตุ
8. ขอ้ ใดเปรียบเทยี บความแตกต่างระหวา่ งธาตุกบั สารประกอบได้ถูกต้อง
ก. ธาตเุ ป็นสารเนือ้ เดียว สารประกอบเปน็ สารเนอ้ื ผสม
ข. ธาตุเปน็ สารบรสิ ทุ ธ์ิ สารประกอบเป็นสารไมบ่ รสิ ุทธิ์
ค. ธาตมุ เี พียง 1 อะตอม สารประกอบมีตัง้ แต่ 2 อะตอมขน้ึ ไป
ง. ธาตุเกดิ จากสารเพยี งชนดิ เดียว สารประกอบเกิดจากธาตุต้ังแต่ 2 ชนิดขึ้นไป
โดย...... พระใบฎกี าวชริ วิชญ์ อธปิ ญโฺ
โรงเรียนวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดราม 15
เอกสารประกอบการติววิชาวิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 - 3
9. ครนู กต้องการน้ำเช่ือมท่ีมคี วามเข้มข้น 10 % โดยปรมิ าตร ถ้าครูนกต้องการทำน้ำเชื่อมสำหรบั งาน
ปาร์ต้ี โดยเตรยี มนำ้ ไว้ 2,700 ลบ.ซม. ครูนกต้องเตรยี มน้ำตาลเท่าไร
ก. 270 ลบ.ซม. ข. 300 ลบ.ซม.
ค. 1,500 ลบ.ซม. ง. 2,400 ลบ.ซม.
10. แม่มนี ้ำเกลอื ความเขม้ ขน้ ร้อยละ 20 โดยมวลต่อปริมาตร อยู่ 240 ลบ.ซม. จากน้ันแม่ต้องการทำให้
น้ำเกลือเจือจางลงโดยเติมน้ำลงไปในนำ้ เกลือ 160 ลบ.ซม. อยากทราบว่าน้ำเกลือใหม่ทไ่ี ด้จะมี
ความเขม้ ขน้ เทา่ ไร
ก. น้ำเกลือใหม่ท่ไี ด้มคี วามเข้มข้น 12 % ข. น้ำเกลือใหมท่ ี่ได้มีความเขม้ ข้น 36 %
ค. น้ำเกลือใหมท่ ่ีไดม้ ีความเขม้ ข้น 48 % ง. นำ้ เกลอื ใหมท่ ่ีได้มีความเข้มข้น 56%
11. สารใดสามารถเคลื่อนที่ผ่านเซลโลเฟนได้
ก. นำ้ สม้ คั้น ข. นำ้ อบไทย
ค. น้ำสม้ สายชู ง. นำ้ สลัด
12. สารขอ้ ใดต่อไปนี้ เป็นสารเนือ้ ผสมทัง้ หมด ยำวุ้นเส้น น้ำสลัด น้ำแข็งใส
ก. น้ำตาลทราย ข้าวสาร น้ำกล่นั ข. น้ำหวาน นมสด แกงจืดว้นุ เส้น
ค. ขา้ วผดั นำ้ อดั ลม ลอดช่องน้ำกะทิ ง.
13. ข้อความใดไม่เป็นลกั ษณะของคอลลอยด์
ก. เปน็ สารทม่ี ขี นาดอนุภาคใหญ่ทส่ี ดุ
ข. มี 3 สถานะ คือ ของแขง็ ของเหลว กา๊ ซ
ค. ควนั จดั เปน็ คอลลอยดป์ ระเภทแอโรซอล
ง. กรองผ่านกระดาษกรองแต่ไม่ผ่านแผ่นเซลโลเฟน
14. สารในข้อใดเปลี่ยนสกี ระดาษลติ มสั จากสีนำ้ เงินเป็นสีแดง
ก. น้ำปูนใส ข. น้ำส้มสายชู
ค. น้ำนม ง. น้ำปลา
15. ข้อใดต่อไปน้ีไม่ใช่สมบัติของสารละลายกรด
ก. เปลย่ี นกระดาษลติ มสั สนี ำ้ เงินเปน็ สแี ดง
ข. ส่วนใหญ่มีรสเปร้ยี ว และนำไฟฟ้าได้
ค. สามารถกัดกร่อนโลหะ หินปูนได้
ง. ทำปฏิกิริยากบั น้ำมนั พชื ได้สารละลายขนุ่
โดย...... พระใบฎีกาวชริ วิชญ์ อธปิ ญฺโ
โรงเรยี นวัดพระแกว้ ดอนเต้าสชุ าดราม 16
เอกสารประกอบการตวิ วิชาวิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
แบบทดสอบ ประจำหน่วยการเรียนรู้ท่ี 5
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพยี งคำตอบเดยี ว
1. ตอบ ข เหตุผล สสาร (Matter) หมายถึง ส่งิ ทม่ี ตี วั ตน มมี วล ตอ้ งการที่อยู่และสมั ผสั ได้ ดังนัน้
อากาศ น้ำแขง็ และควนั ไฟจึงเป็นสสาร แตเ่ สยี งคยุ ไม่มีตัวตน ไม่มมี วล
ไมต่ ้องการทีอ่ ยู่ และสัมผสั ไม่ได้
2. ตอบ ก เหตุผล การเปลย่ี นแปลงทางเคมี หมายถึง การเปล่ียนแปลงสมบตั ิทางเคมี และภายหลัง
การเปล่ียนแปลงจะไดส้ ารใหมเ่ กิดขึน้ เสมอ ซงึ่ การเผากระดาษเปน็ การทำ
ปฏิกิรยิ าระหว่างเชือ้ เพลงิ กับก๊าซออกซเิ จนในอากาศ ทำใหเ้ กิดสารใหม่ คือ
กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ นำ้ และพลงั งาน
3. ตอบ ง เหตุผล ถ่าน ทองเหลือง เพชร มสี ถานะเป็นของแขง็ เหมอื นกันท้ังหมด
4. ตอบ ค เหตผุ ล สารเนอื้ เดียวไม่ไดป้ ระกอบด้วยสารทมี่ ีสถานะเปน็ ของแข็งและของเหลวเทา่ นั้น
แต่มสี ถานะเปน็ ก๊าชได้ เช่น อากาศ ประกอบด้วย ก๊าซออกซิเจน
กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจน ฝุ่นละออง และอนื่ ๆ
5. ตอบ ง เหตุผล อากาศมีส่วนประกอบเปน็ ก๊าซไนโตรเจนมากทส่ี ดุ ดงั นน้ั ก๊าซไนโตรเจนจึงเป็น
ตัวทำละลาย
6. ตอบ ค เหตุผล น้ำ เพราะนำ้ ประกอบด้วยธาตุ 2 ชนดิ คือ ไฮโดรเจน และออกซิเจน
7. ตอบ ก เหตุผล สารละลายเกดิ จากสารบริสุทธิส์ องชนิดขึ้นไปผสมกัน โดยผสมกันอยู่อย่าง
กลมกลืน มองเหน็ เปน็ เน้ือเดียวกันตลอด ดงั นน้ั สารละลายทกุ ชนดิ เปน็ สารเนื้อ
เดียว
8. ตอบ ง เหตุผล ธาตแุ ละสารประกอบเปน็ สารเนื้อเดยี วประเภทสารบรสิ ุทธเ์ิ หมือนกนั โดยอาจ
เกิดจากธาตุต้งั แต่ 2 อะตอมข้ึนไป แตธ่ าตุเกิดจากสารเพียงชนดิ เดียว สารประกอบ
เกดิ จากธาตุตั้งแต่ 2 ชนดิ ข้ึนไป
9. ตอบ ข เหตผุ ล มกี ารคิดคำนวณ ดังน้ี
น้ำเชือ่ มความเข้มข้น 10 % โดยปริมาตร หมายความว่า ในน้ำเช่อื ม 100 ลบ.ซม.
มีน้ำตาลละลายอยู่ 10 ลบ.ซม. เปน็ น้ำ 90 ลบ.ซม.
จะไดว้ ่า น้ำ 90 ลบ.ซม. ใชน้ ้ำตาล 10 ลบ.ซม.
น้ำ 2,700 ลบ.ซม. ใชน้ ำ้ ตาล (10 90) 2,700 = 300 ลบ.ซม.
ดังนน้ั ครูนกต้องเตรยี มน้ำตาล 300 ลบ.ซม.
โดย...... พระใบฎกี าวชิรวิชญ์ อธปิ ญฺโ
โรงเรียนวดั พระแกว้ ดอนเตา้ สชุ าดราม 17
เอกสารประกอบการตวิ วชิ าวิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 - 3
10. ตอบ ก เหตุผล มีการคดิ คำนวณ ดงั นี้
หาความเขม้ ข้นของนำ้ เกลอื 240 ลบ.ซม.
นำ้ เกลอื ความเข้มข้นร้อยละ 20 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร หมายความว่า
น้ำเกลือ 100 ลบ.ซม. มีเกลือละลายอยู่ 20 กรมั
ดงั นนั้ ถ้าน้ำเกลือ 240 ลบ.ซม. จะมเี กลอื ละลายอยู่ (20 100) 240 = 48 กรัม
หาความเข้มขน้ ของน้ำเกลอื ท่ีเพมิ่ นำ้ ไปอีก 160 ลบ.ซม.
ปริมาตรของน้ำเกลือใหม่ เทา่ กบั 240 + 160 = 400 ลบ.ซม.
นำ้ เกลือ 400 ลบ.ซม. มีเกลอื ละลายอยู่ 48 กรมั
ดงั นั้น ถ้านำ้ เกลอื 100 ลบ.ซม. จะมเี กลือละลายอยู่ (48 400) 100 = 12 กรัม
จะได้ว่า นำ้ เกลือท่ีได้ใหม่มีความเขม้ ขน้ 12 % โดยมวลตอ่ ปริมาตร
11. ตอบ ค เหตุผล น้ำส้มสายชเู ปน็ สารละลาย ซ่งึ สารละลายมสี มบตั สิ ามารถผ่านกระดาษเซลโลเฟน
ได้ ส่วนน้ำส้มคั้น น้ำอบไทย และน้ำสลัดเปน็ สารเนอ้ื ผสมทไ่ี มส่ ามารถผ่าน
กระดาษเซลโลเฟนได้
12. ตอบ ข เหตผุ ล ยำวนุ้ เสน้ น้ำสลดั และนำ้ แขง็ ใส มีลักษณะเน้ือสารไมก่ ลมกลนื เป็นเน้ือเดียวกัน
มองเหน็ ไดว้ ่ามีสารเปน็ องคป์ ระกอบมากกว่า 1 ชนดิ จึงจดั เปน็ สารเนอื้ ผสม
ทั้งหมด
13. ตอบ ก เหตุผล สารคอลลอยด์มขี นาดอนภุ าคเลก็ กวา่ สารแขวนลอย ดงั นนั้ สารที่มขี นาดอนุภาค
ใหญท่ ี่สุด คอื สารแขวนลอย
14. ตอบ ข เหตุผล น้ำสม้ สายชูเปน็ สารละลายกรด ดงั นั้นเมือ่ นำไปทดสอบกับกระดาษลติ มสั จะทำ
ใหก้ ระดาษลติ มัสเปล่ียนจากสีน้ำเงินเปน็ สีแดง
15. ตอบ ง เหตผุ ล สารทที่ ำปฏิกิริยากับนำ้ มันพืชได้สารละลายขุน่ คอื สารละลายเบส
โดย...... พระใบฎีกาวชริ วชิ ญ์ อธปิ ญฺโ