The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วชิรวิชญ์, 2021-08-05 05:37:19

การงานอาชีพ ม.3

การงานอาชีพ ม.3

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 หลกั การทำงานเพ่ือการดำรงชีพ วิชา การงานอาชพี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3

ใบความรู้

1. ทกั ษะในการทาํ งานเพ่อื การดาํ รงชวี ติ
ทักษะเพื่อพฒั นาการทํางาน หมายถึง การนำความรู้ ความสามารถ เทคนิค และวิธีการตา่ งๆ มาใช้

ในชีวติ ประจำวัน มีทกั ษะกระบวนการทำงาน มีทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หา มที กั ษะการวิเคราะห์งาน มีการ
วางแผนในการทำงานอย่างเป็นขั้นตอนสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความคิดริเริ่ม ใช้ทักษะการ
จัดการในการบริหารงาน ใช้กระบวนการทำงานร่วมกันสามารถปรับตัวเข้ากับบุคคลอื่นและสถานที่ได้เป็น
อย่างดี ใช้ทักษะการแสวงหาความรู้ในการพฒั นางานอยา่ งต่อเน่อื ง มคี ุณธรรม มลี ักษณะนสิ ัยทด่ี ีในการทำงาน
เปน็ ต้น ซงึ่ ทักษะเพ่ือพฒั นาการทำงานท่ีสำคญั มดี ังน้ี

1.2 ทกั ษะกระบวนการทำงานเพ่ือดำรงชวี ติ
ทักษะกระบวนการทำงาน หมายถึง การลงมือทำงานต่างๆด้วยตนเองหรือการทำงานกลุ่มให้บรรลุ

ตามเป้าหมายท่ตี งั้ ไว้ โดยมีข้นั ตอนดังนี้
1. วิเคราะหก์ ารทำงาน เป็นการกำหนดภาวะของงานหรือแจกแจงงานที่จะทำว่าเปน็ งานประเภท
ใด หรอื ลกั ษณะงานที่จะตอ้ งทำ ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง และมลี ำดบั ขน้ั ตอนในการปฏิบัติงาน
2เปน็ อย่างไรบา้ ง
2. วางแผนในการทำงาน ว่าจะใช้กำลังคนในการทำงานจำนวนเท่าไร จะทำคนเดียวหรือจะทำ
เป็นกลุ่มใช้ระยะเวลาในการปฏิบัติงานนานเท่าใด ใช้สถานที่ใด จะต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์
อะไรบา้ ง ปริมาณเท่าไร มใี ครรับผิดชอบอะไรบา้ ง เป็นตน้
3. การลงมือทำงาน เป็นการทำงานตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้เป็นการฝึกให้มีนิสัยรักในการ
ทำงาน มีความรับผิดชอบในหน้าท่กี ารมคี วามอดทนและขยนั หมน่ั เพยี รในการทำงานจึงจะทำ
ให้งานประสบผลสำเรจ็ ได้
4. การประเมินการทำงาน เป็นการตรวจสอบและการประเมินผลในการทำงานทุกขั้นตอนโดย
จะตอ้ ง วเิ คราะหถ์ ึงสภาพปัญหาการทำงานที่เกิดขึ้น การประเมนิ การทำงานนั้นสามารถทำได้
2 ช่วงคือ ชว่ งแรก เป็นการประเมินในขณะการปฏิบัติงานว่าการปฏิบัตงิ านเปน็ ไปตามข้ันตอน
หรอื ไม่ อยา่ งไร สว่ นในชว่ งท่ี 2 เปน็ การประเมินผลงานหลังจากท่ีได้ทำงานตามท่ีวางแผนไว้
ทง้ั หมดแล้ว

รูปที่ 1 ทกั ษะกระบวนการทำงาน
(ทีม่ า : https://images.app.goo.gl/SJri4UsN3ZUpi2xF9)

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 หลกั การทำงานเพือ่ การดำรงชีพ วิชา การงานอาชพี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
1.3 ทกั ษะการทำงานร่วมกนั ใหม้ ปี ระสิทธิภาพ

รูปท่ี 2 ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั
(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/BKbEfkbEU7UmjVNR8)

ทกั ษะการทำงานร่วมกนั เปน็ เรอื่ งของการทำงานร่วมกันหลายๆ คน ซ่งึ เกย่ี วกับการติดต่อกับบุคคล
หรือสังคม ความสำคัญของการทำงานร่วมกัน ก็คือการทำงานร่วมกันหลายๆ คนแล้วทำให้งานออกมามี
คุณภาพ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสื่อสาร ซึ่งการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนั้นขึ้นอยู่กับ
สถานการณ์การยอมรับ และการโตต้ อบอยา่ งมีเหตุผล

1. วธิ ีการทำงานรว่ มกันใหป้ ระสบผลสำเรจ็ ควรปฏบิ ัตดิ งั น้ี
1. รจู้ กั บทบาทหนา้ ทภี่ ายในกลมุ่
2. มีทักษะในการฟัง พูด แสดงความคิดเห็นและอภิปรายในกลุ่ม ในการทำงานร่วมกับคนอื่น
ควรฝึกฝนท่จี ะเป็นผฟู้ งั ที่ดี ยอมรบั ความคดิ เห็นของคนอ่นื และมวี ธิ ีการพูดท่ีประนปี ระนอม
กัน พูดจามีหลักการและเหตุผล
3. มีคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงานร่วมกัน การทำงานร่วมกันหลายๆคนนั้น แต่ละคน
ย่อมมีความแตกต่างกนั ในหลายๆด้าน โดยเฉพาะลกั ษณะนิสัยเราจงึ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด
ความขัดแย้งกนั ในที่ทำงาน การสร้างลักษณะนิสัยที่ดีและคุณธรรมในการทำงานรว่ มกัน มี
คุณธรรมในการทำงานรว่ มกัน เช่น มคี วามซ่ือสตั ย์ มคี วามเสียสละ มีความยุตธิ รรม มีความ
ประหยดั มีความขยนั และอดทน มีความรับผิดชอบ มีความตรงตอ่ เวลา เป็นต้น
4. สร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน ให้มีความเป็นกันเองซึ่งจะทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกดีต่อกนั
และกนั ไม่รู้สกึ กดดันในการทาํ งาน
5. สรุปการทำงานร่วมกัน ควรมีการสรุปผลงานออกมาอย่างเป็นรูปประธรรม อาจอยู่ใน
รูปแบบของการจดั ทำรายงาน การอภปิ รายภายในกลุม่ การชแ้ี จงผลของการทำงานโดยใช้
วธิ ีการประชมุ เพ่ือใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ ท่รี ่วมงานกนั ไดท้ ราบความเคลื่อนไหวของงานหรือทราบ
ถึงปัญหา จะทำให้สมาชิกในกลุ่มดำเนนิ งานร่วมกันได้อย่างมี พร้อมทจ่ี ะพัฒนาทีมงานและ
องค์กรให้ดีย่งิ ขึน้

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 หลักการทำงานเพื่อการดำรงชีพ วิชา การงานอาชพี ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

เทคนิคในการทำงานรว่ มกนั
1. มีทศั นคตทิ ด่ี ตี ่อเพ่ือนร่วมงาน คิดบวกในทางท่ดี ีๆ
2. มีความจรงิ ใจและเต็มที่ท่จี ะทำงานรว่ มกบั ผอู้ นื่ ไมแ่ กง่ แยง่ ชงิ ดีกนั
3. สร้างความรสู้ ึกท่ีดีต่อสมาชกิ ร่วมงานทกุ คน และมองเห็นคุณคา่ ของคนอน่ื
4. รบั ฟังและยอมรับความคิดเหน็ ของคนอ่ืน ยอมรบั ขอ้ บกพรอ่ งของตนเองและเพื่อนร่วมงาน
5. ใหค้ วามรักและความเสียสละตอ่ เพื่อนที่รว่ มงานกัน
6. มีมนุษยสัมพนั ธ์และเปน็ กนั เอง เชน่ ไม่ใชอ้ ำนาจหนา้ ทก่ี ารทำงานบังคับข่มเหงเพอื่ นร่วมงาน
การให้เกียรติซงึ่ กนั และกัน
7. สร้างความชน่ื ชมเมือ่ เพอ่ื นรว่ มงานทำงานได้ดี อาจจะให้รางวลั เปน็ สิง่ ตอบแทนหรือกล่าวคำ
ชมเชยเสรมิ กำลงั ให้

1.4 ทกั ษะการแสวงหาความรเู้ พอื่ พฒั นาการเรียนและการทำงาน

รปู ที่ 3 การแสวงหาความรู้
(ที่มา : https://images.app.goo.gl/BcRx7ctRv1kdHs3u5)

ทักษะการแสวงหาความรู้ คือ การค้นคว้าหาความรู้โดยสร้างความรู้ใหม่เพิ่มเติมขึ้นจากการคิด
การศกึ ษา การทดลอง การค้นคว้า การฝึกอบรม หรอื การลงมอื ปฏิบัติดว้ ยตนเองแลว้ นำความรนู้ ้นั มาวิเคราะห์
เพ่ือให้เกดิ ความรู้ใหม่ๆ ซึ่งสัมพนั ธก์ บั ความรู้เดิมทีม่ ีอยูแ่ ล้ว ดว้ ยวธิ กี ารศึกษาคน้ คว้าโดยไม่จำกัดว่าจะมาจาก
แหลง่ ความรู้ใดบ้าง เชน่ ความรู้ในห้องเรียน ความรู้ตามป้ายนิเทศหรอื สถานที่ต่างๆและสอื่ อืน่ ๆ

นักเรียนสามารถฝึกฝนทักษะการแสวงหาความรู้ได้หลายวิธีการ โดยเริ่มจากความสนใจหรือความ
ต้องการของตนเอง อาจจะปรกึ ษาหรอื ขอความชว่ ยเหลือจากบุคคลอืน่ ๆ รอบข้าง เช่น ครูประจำชัน้ ครูแนะ
แนว ครปู กครอง ผรู้ ู้ เพอื่ ให้ได้ขอ้ มูลท่ีตวั เองสนใจหรอื ต้องการ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 หลกั การทำงานเพอ่ื การดำรงชีพ วิชา การงานอาชพี ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3

1. ขน้ั ตอนในการแสวงหาความรู้ มดี งั น้ี
1. กำหนดปัญหาในการสืบค้นข้อมูลความรู้ คือ การตั้งหัวข้อและการตั้งประเด็นที่จะ
ทำการศึกษาค้นคว้าความรู้น้ัน กำหนดขอบเขตของหัวข้อหรือประเดน็ ที่ต้องการจะค้นควา้
ความรู้ การวางแผนในการสบื ค้นขอ้ มูลความรูน้ ัน้ เม่อื คดิ หาหัวขอ้ หรือประเด็นที่เราต้องการ
จะสบื ค้นไดแ้ ล้ว ตอ้ งวางแผนกำหนดเป้าหมายในการสืบคน้ ขอ้ มูล เชน่ จะศกึ ษาความรู้จาก
ทใี่ ดบา้ ง จะศกึ ษาหาความรู้อยา่ งไร ควรเรม่ิ ตน้ เมื่อใด สถานทีไ่ ด เปน็ ตน้
2. การวางแผนในการสืบค้นข้อมูลความรู้ เมื่อคิดหาหัวข้อหรือประเด็นที่จะศึกษาค้นคว้าได้
แล้ว ก็ต้องวางแผนกำหนดเป้าหมายว่าจะทำการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งใดวิธีการอย่างไร
ควรเร่มิ ต้นเมอื่ ใดเป็นตน้
3. การดำเนนิ การสบื คน้ ขอ้ มูล เป็นการดำเนินการสืบค้นขอ้ มูลความรู้ตามหวั ขอ้ ท่ีต้องการและ
ทำตามแผนงานที่วางไวต้ ามลำดบั ข้นั ตอน
4. การวิเคราะห์ข้อ คือ การนำเอาข้อมูลความรู้ต่างๆที่ได้จากการศึกษาค้นหาหรือได้รับมา
แลว้ นำเอาขอ้ มลู มาพิจารณาอยา่ งละเอียด จัดลำดับขอ้ มลู ความน่าเชอื่ ถอื ความถกู ตอ้ งและ
ชดั เจนของขอ้ มลู
5. การสรุปผล คือ การนำเอาข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าหาความรู้มาทำการบันทึกและ
จัดเก็บให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการค้นหาในครั้งต่อไป มีวิธีการบันทึก
จัดเก็บข้อมูลที่รวบรวมมาได้หลากหลายรูปแบบที่ง่ายต่อการค้นหา เช่น จัดเก็บไว้ใน
คอมพิวเตอร์ การจดบนั ทกึ ข้อมลู ชนดิ ตา่ งๆ ลงในสมดุ การถา่ ยสำเนาเอกสารไว้ในแฟม้ การ
จดั เก็บลงในแผ่น CD เปน็ ตน้

2. วิธีการแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง มีดงั น้ี
1. การอา่ น เปน็ การศึกษาความรู้จากเอกสาร ตำรา และสือ่ ตา่ งๆ เพอ่ื เป็นการเพ่ิมพูนความรู้
ทำให้เป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทันต่อสถานการณ์ และเป็นการพัฒนาด้านอารมณ์ ช่วย
ผอ่ นคลายความตึงเครียดได้ เช่น การอ่านนยิ าย การอา่ นบทความ หรือบทกวีตา่ งๆ
2. การฟังเปน็ การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยใจที่เปิดรับเมื่อรับฟัง ข้อมูลต่างๆ แล้ว
นำมาวิเคราะห์ ประมวลผลความคิดเปน็ ของตนเอง เปน็ การสะสมความรู้ให้กับตนเอง และ
แหล่งข้อมูลในการฟังที่ดี เช่น การเข้าร่วมอบรมฟังคำบรรยาย การเข้าร่วมอบรมความรู้
ต่างๆ เปน็ ต้น
3. การศึกษาค้นควา้ โดยการหา ข้อมูลข่าวสาร ความเข้าใจ ความคิดเห็นในรูปแบบตา่ งๆ ด้วย
ตนเอง จากตำราเอกสารทางวชิ า การผลงานการวิจยั แหลง่ การเรยี นรจู้ ากครอบครวั ชุมชน
ผเู้ ท่ียวชาญเปน็ ต้น
4. การสังเกตเป็นการเฝ้าดูสิ่งที่เราพบเห็นอย่างเข้าใจ แล้วนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ หรือหา
ความเปน็ จริงในสิ่งท่ีเกดิ ข้นึ กับสิ่งท่ีตวั เองอยากรู้

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 หลกั การทำงานเพ่อื การดำรงชพี วิชา การงานอาชีพ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

5. การซักถาม เป็นการรับฟังข้อมูลจากแหล่งต่างๆ แล้วนำข้อสงสัยไปซักถามกับผู้รู้ และ
ผู้เชีย่ วชาญ แตก่ ารซกั ถามน้ันจะตอ้ งมกี ารอนญุ าต

6. การสมั ภาษณ์ เป็นการสนทนาพดู คยุ กับบุคคลอ่นื อย่างมจี ดุ มุง่ หมาย เพ่ือค้นหาขอ้ มลู ความรู้
ความเป็นจริง ตามวัตถุประสงค์ท่ีตอ้ งการจะศึกษาคน้ คว้าไว้ล่วงหน้า และนำความรู้ท่ีได้มา
ทำการรวบรวมขอ้ มลู

7. การรวบรวมและการบันทึกข้อมูล เป็นการนำข้อมูลจากการแสวงหาความรู้ และบันทึก
ขอ้ มูลนนั้ ให้อยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่นการจดบนั ทึกในสมุด การบันทกึ ลงในแฟม้ เอกสาร การ
บนั ทกึ ลงในคอมพิวเตอร์ การบันทกึ ไวใ้ นแผน่ CD เป็นต้น ซึง่ สิ่งเหลา่ น้ีถอื ว่าเป็นการจดั เก็บ
ฐานขอ้ มูลสารสนเทศ

1.5 ทักษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทํางานเพอ่ื การดาํ รงชีวติ
ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน คือ การแก้ปัญหาในการทำงาน เพื่อให้ประสบความ

สำเร็จ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นมาสามารถหาแนวทางในการแก้ปัญหาไดอ้ ย่างเป็นระบบ ซึ่ง คือ จะต้องวิเคราะห์
ปญั หาตง้ั แตท่ เ่ี ป็นปัญหาเลก็ ๆ กลา้ เผชญิ กบั ปญั หา และพยายามหาหนทางใหมๆ่ ในการแกป้ ัญหาอย่างไม่ย่อ
ท้อและสามารถแก้ปญั หาไดอ้ ย่างเดด็ ขาด

ข้ันตอนการแกป้ ญั หาในการทำงาน
1. สำรวจปัญหา เปน็ วธิ กี ารสังเกตการณ์ เฝา้ คอยดูสถานการณ์ตา่ งๆ ท่เี กิดขน้ึ หรอื อาจจะเกิดข้ึน
จากการทำงาน หรือการทดลอง และพยายามค้นหาผลลพั ธท์ ่ีอาจจะเป็นไปได้
2. วิเคราะห์ปัญหา เป็นการกำหนดรายละเอียดของปัญหา คือ การทำความเข้าใจกับปัญหาที่
เกดิ ขนึ้ แยกแยะขอ้ มลู วา่ มีปญั หาอะไรบ้าง ลำดับปญั หาท่ีตอ้ งการแก้ไขกอ่ น หลัง
3. สร้างทางเลือก เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลแล้ววิธีการที่จะต้องใช้ในการแก้ปัญหามีอะไรบ้างและ
ดำเนินการคิดค้นหาวิธีการทำงานที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพว่ามี
ทางเลือกอะไรบ้าง
4. ประเมินทางเลอื ก เมอื่ สร้างทางเลือกไดห้ ลายวธิ ีแลว้ กต็ อ้ งสรุปหรอื ประเมนิ วา่ วิธีการใดบ้างท่ี
เหมาะสมหรือดีทส่ี ุดทจ่ี ะนำไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา เช่น การสร้างหรอื ผลิตชน้ิ งาน การซ่อมแซม
การปรับปรุงแกไ้ ขชิน้ งานต่างๆให้มสี ภาพการใช้งานที่ดี สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเลอื กทำงาน
ชนิดใด หรือทำในเร่ืองใดบ้าง
5. วางแผนปฏิบัติงาน เป็นการกำหนดกรอบแนวความคิด ในการทำงาน การวางแผน การแบ่ง
ความรับผิดชอบงาน และลำดับขั้นตอนการทำงานได้อยา่ งเหมาะสม ตามทักษะ กระบวนการ
งานอาชพี
6. ลงมือปฏิบัติงาน เป็นการลงมือปฏิบัติงานตามแผนการทำงานที่ได้วางไว้อย่างเป็นระบบและ
ถกู ต้องตามขนั้ ตอนทักษะกระบวนการงานอาชพี ดว้ ยความปลอดภยั

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 หลกั การทำงานเพอื่ การดำรงชพี วิชา การงานอาชีพ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3

7. การประเมินผลและการแก้ปัญหา เป็นการประเมินผลการปฏิบัติงาน การนำเสนอผลการ
ปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ประเมินว่าอยู่ในระดับใด เป็นไปตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้
หรือไม่ หากผลการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือแผนการที่ได้กำหนดไว้ ให้นำไป
ปรบั ปรงุ แก้ไขในการทำงานครงั้ ตอ่ ๆไป

เทคนิคการแกป้ ญั หาในการทาํ งานเพ่ือการดํารงชีวติ
การทำงานกับปัญหาในการทำงานเป็นของคู่กัน ปัญหาต่างๆในการทำงานมีหลากหลายปัญหา เช่น

ปญั หาในการประสานงานกบั ลกู ค้า กบั เพอื่ นร่วมงาน กบั นายจา้ ง หรือปัญหาจากการทำงานของตนเองในการ
แก้ปัญหาแต่ละเรื่องจะมีวิธีที่แตกต่างกัน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นเราจะต้องมีหลักคิดที่จะหาทางในการแก้ปัญหา
หรือช่วยให้การแก้ปญั หาน้ันง่ายข้ึนได้ ซง่ึ วธิ ีการคดิ ในการแก้ปญั หามี ดงั น้ี

1. ทำไมส่งิ นจ้ี งึ เปน็ ปัญหา ให้ถามตัวเองซำ้ ๆวา่ ทำไมสิง่ นี้จงึ เปน็ ปญั หา แลว้ หาสาเหตทุ ี่แท้จริของ
ปญั หาว่าเกดิ จากอะไรแลว้ ค่อยๆคดิ หาสาเหตทุ ่ีเรามั่นใจ เพ่ือจะได้คดิ หาวิธกี ารแก้ไข

2. คิดแก้ปัญหาได้จากหลายๆหนทางในการแก้ปัญหาอาจได้ความคิดมาจากคนหลายๆ คน
หลายๆวยั ทำใหไ้ ดห้ ลายทางเลอื ก เช่น จากตำรา จากผู้ร้หู รือผเู้ ช่ียวชาญ จากพ่อแม่ จากเพอื่ น
สนิทเป็นต้น จะทำให้ได้รับคำตอบจากมุมมองที่แตกต่างกัน ในที่สุดก็จะได้วิธีแก้ปัญหาท่ี
ตอ้ งการได้

3. คิดแบบยืดหยุ่นปัญหาในการทำงาน บางปัญหาเราจำเปน็ ตอ้ งคิดแบบยืดหยุ่น คือให้หลุดออก
จากกรอบเดิมๆ จึงจะพบวธิ ใี หม่ๆ ในการแก้ปญั หา ซึง่ อาจจะดีกว่าวธิ ีเดมิ ๆ ทเี่ ราสามารถใช้ใน
การแก้ปัญหาได้

4. ทกุ อย่างอยทู่ ่ีใจ ร่างกายกบั จติ ใจนัน้ ถือว่ามีความเชอ่ื มโยงและสัมพันธก์ ัน ถ้าร่างกายเราถูกใช้
งานหนักจนเกนิ ไป เครง่ เครียดกับงานจนไมม่ เี วลาพกั ผ่อน จิตใจกไ็ มไ่ ดพ้ กั ผ่อนตามไปด้วย เรา
ควรใหเ้ วลากับการผอ่ นคลายจติ ใจบา้ ง เช่น ฟังเพลง ดหู นัง ออกกำลงั กาย ว่ายน้ำ หรือทำงาน
อดิเรกต่างๆ ที่เราชื่นชอบ เพื่อทำให้จิตใจของเราว่างและเปิดกว้างพอที่จะเกิดความคิด
สรา้ งสรรคส์ ง่ิ ใหม่ๆขนึ้ มา รวมถงึ วธิ ีการแก้ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 หลกั การทำงานเพื่อการดำรงชพี วิชา การงานอาชีพ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3
1.6 ทักษะการจัดการทำงาน

รูปท่ี 4 ทักษะเก่ยี วกับงาน
(ท่ีมา : https://images.app.goo.gl/1NxTCJW18bh4i6199)

ทกั ษะการจัดการ หมายถงึ กระบวนการดำเนนิ งานอย่างใดอยา่ งหนง่ึ ท่ีเปน็ ระบบโดยเร่ิมต้ังแต่
การวางแผนดำเนนิ งาน การทำกจิ กรรมตา่ งๆตามหน้าท่ีอย่างสร้างสรรค์และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยราบร่ืน
มปี ระสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสงู สุด รวมไปถงึ การประเมินงานเพื่อปรับปรุง แกไ้ ขหรอื พัฒนาให้ดีขึ้น ซ่ึง
ทักษะ

การจัดการสามารถจัดไดเ้ ปน็ 3 กลุ่ม ดงั นี้
1. ทักษะเกี่ยวกับคน (Human Skill) คือ การที่สามารถเข้าใจ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
เนอื่ งจากผจู้ ดั การคือบุคคลท่ีทำงานสำเรจ็ โดยใช้บุคคลอนื่ ผจู้ ดั การจำเป็นต้องสามารถโน้ม
น้าว จูงใจและสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล เช่น การพูดจาสุภาพ ให้เกียรติซึ่งกัน
และกนั กบั เพ่ือนร่วมงาน
2. ทักษะเกี่ยวกับงาน (Technical Skills) คือ ความสามารถและความเชี่ยวชาญในงาน
เฉพาะอย่างการมอบหมายงาน และความรับผิดชอบในหน้าทีก่ ารทำงานของแตล่ ะคน เช่น
ผู้จัดการฝ่ายบัญชีมีความรู้ความสามารถในหลักการบัญชี รวมทั้งสามารถสรุปผลการ
ดำเนินงานในรปู บญั ชีได้ ในขณะที่ผูจ้ ัดการฝ่ายผลิต มีความรู้ความสามารถในกระบวนการ
และขัน้ ตอนในการผลิตเป็นตน้
3. ทกั ษะเกี่ยวกับการคดิ (conceptual Skill) ประกอบด้วยความร้แู ละความสามารถในการ
วิเคราะห์ และสามารถมองเห็นภาพรวมของส่วนต่างๆ ในองค์การ การคิดแก้ปัญหาเพื่อ
ประโยชน์สำหรบั องค์การ

รูปที่ 1.9 ทกั ษะเกี่ยวกบั การคิด
(ที่มา : https://images.app.goo.gl/ZYb78Lw8uzTm3bUR8)

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 หลกั การทำงานเพ่อื การดำรงชพี วิชา การงานอาชพี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

1.7 การใชท้ รัพยากรในการปฏิบัตงิ านอย่างคุม้ คา่ และยง่ั ยืน
การใช้ทรัพยากรในการทำงานจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก มีคุณธรรมและจริยธรรมในการ

ปฏบิ ัตงิ าน โดยการเลือกใช้ทรพั ยากรท่ไี มท่ ำลายสง่ิ แวดล้อม และเราควรช่วยกนั ใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงาน
ให้คมุ้ ค่าและเกิดประโยชน์สงู สุด โดยมหี ลกั การใชท้ รัพยากรอยา่ งคุ้มค่า ดงั น้ี

1. การใช้ทรัพยากรอยา่ งประหยัด คือ การใช้เท่าที่มีความจำเป็น เพื่อให้มีทรัพยากรใช้ได้นานและ
เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด เชน่ ปดิ สวิตชไ์ ฟฟ้าทกุ คร้งั หลงั จากไม่ได้ใช้งาน ปิดก๊อกน้ำทุก
คร้งั หลังจากใช้งานเสร็จ เปน็ ต้น

2. การนำเอาทรพั ยากรกลบั มาใช้ซำ้ อีก เนอ่ื งจากสิ่งของบางอยา่ งเม่ือมีการใชแ้ ล้วคร้ังหน่ึงสามารถ
ที่จะนำกลับไปใช้ซ้ำได้อีก เช่น กระดาษเมื่อใชไ้ ปแล้ว 1 หน้า จะสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหน้า
หนึ่งเ ป็นต้น หรือสามารถที่จะนำมาใช้ใหม่โดยผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การนำกระดาษหรือ
ขวดพลาสตกิ ขวดโลหะ ทใี่ ช้แล้วไปผา่ นกระบวนการต่างๆ เพ่ือทำเปน็ กระดาษแขง็ ขวดพลาสติก
เปน็ ตน้ ซึง่ เป็นการลดปรมิ าณการใช้ทรัพยากร และการทำลายส่งิ แวดลอ้ มได้

3. การใช้สิ่งอื่นทดแทน เป็นวิธีการที่จะช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยลงและไม่ทำลาย
สิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ถุงผา้ แทนถงุ พลาสติก การใช้ใบตองใส่อาหารแทนใช้โฟม การใช้พลังงาน
แสงแดดแทนแรเ่ ชื้อเพลิง การใช้ปยุ๋ ชวี ภาพ ปุ๋ยคอกแทนปุ๋ยเคมี เป็นตน้

รูปท่ี 1.10 การใช้พลงั งานทดแทน
(ทม่ี า : https://images.app.goo.gl/gX82cfk6LgwxTTr7A)

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 หลักการทำงานเพอ่ื การดำรงชีพ วิชา การงานอาชพี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3

4. การบรู ณะซอ่ มแซม ส่งิ ของบางอย่างเม่ือใช้เป็นเวลานานอาจเกดิ การชำรุดเสยี หายได้ ถา้ มีการบูรณะ
ซ่อมแซมจะทำให้สามารถยืดอายกุ ารใช้งานตอ่ ไปได้

รูปที่ 1.11 การซอ่ มแซมสง่ิ ของเครอื่ งใชท้ ช่ี ำรุด
(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/gX82cfk6LgwxTTr7A)
5. การบำบดั และการฟื้นฟู เป็นวิธีการทีจ่ ะช่วยลดความเส่ือมโทรมของทรัพยากรด้วยการบำบัดกอ่ นที่
จะนำไปใช้ เชน่ การบำบัดน้ำเสียจากบา้ นเรือนหรอื โรงงานอตุ สาหกรรม ก่อนท่ีจะปลอ่ ยลงสู่แหล่งน้ำ
สาธารณะ การฟื้นฟธู รรมชาตใิ หก้ ลับสู่สภาพเดิม เชน่ การปลกู ป่า การปลูกปา่ ชายเลนเพือ่ ฟืน้ ฟูความ
สมดลุ ของปา่ ชายเลนใหก้ ลบั มาอุดมสมบูรณเ์ ป็นต้น

รูปท่ี 1.12 การบำบัดและฟื้นฟูแหลง่ นำ้ ธรรมชาติ
(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/q4dQaUYkkS1YKYSE9)
6. การเฝ้าระวังดูแลและป้องกัน เป็นวิธีการที่จะไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย
เชน่ การเฝ้าระวังการท้งิ ขยะหรือสิง่ ปฏกิ ลู ลงแม่น้ำลำคลอง การจดั ทำแนวปอ้ งกันไฟป่า

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 หลักการทำงานเพือ่ การดำรงชีพ วิชา การงานอาชีพ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3

รปู ท่ี 1.13 การเฝ้าระวงั ปลูกป่าชายเลน และการทิ้งขยะ
(ที่มา : https://images.app.goo.gl/mDMpSoeJoEqbVmYS8)

1.8 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการทำงาน
การมีคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงาน เป็นการทำงานอย่างมีจิตสำนึก ถูกวิธี เป็นขั้นตอน มี

ประสทิ ธิภาพ และเปน็ ท่ียอมรบั ของผู้อ่ืนในสงั คม ซงึ่ มีองคป์ ระกอบสำคัญ ดงั น้ี
1. มกี ารประกอบอาชพี ท่สี ุจริต ในการทาํ งานเราจะต้องเลือกประกอบอาชพี ท่ีสุจริตไม่เดอื ดร้อน ไม่
เป็นภัยตอ่ สงั คม และคนทั่วไปเลอื กที่จะประกอบอาชีพนั้น
2. มีความเสียสละ อุปกรณ์ในการทำงานร่วมกับผู้อืน่ เราจะต้องเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกวา่
ประโยชน์สว่ นตน ไม่เหน็ แก่ตัว รจู้ ักใหแ้ ละการแบ่งปัน ชว่ ยคนอืน่ โดยไม่หวังผลตอบแทน
3. มีความซื่อสัตย์ ในการทำงานเราจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และงานที่เราได้รับมอบหมาย
ปฏิบตั งิ านดว้ ยความจริงใจ และไม่คดโกงหรอื หลอกลวงผอู้ น่ื
4. มีความขยันและอดทน จะต้องมีความมุ่งมั่นต่องานที่เราได้รับมอบหมาย เพื่อให้งานนั้นบรรลุ
เปา้ หมาย เม่อื พบปญั หาหรอื อุปสรรคในการทำงาน ให้นำปัญหาหรอื อปุ สรรคนนั้ มาปรับปรุงและ
แกไ้ ขให้ดียง่ิ ข้ึน
5. มีความยุติธรรม ในการทำงานเราจะตอ้ งไมล่ ำเอียง ยึดถือความถูกตอ้ งเป็นหลัก ไม่อคติกับเร่อื ง
ตา่ งๆทไ่ี ด้ยนิ หรอื รับฟงั จึงจะเปน็ ที่นา่ นบั ถือของเพื่อนร่วมงาน
6. มีความรับผิดชอบ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย จากเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า สังคม
และสิ่งแวดล้อม โดยใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพมาผลิตสินค้า ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดลอ้ ม
7. มีความตรงต่อเวลา เป็นวนิ ยั พ้ืนฐานในการทำงานมีความตรงตอ่ เวลา ไมม่ าทำงานสายและต้องส่ง
งานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายตามกำหนด และทำใหง้ านนนั้ สำเรจ็ ตามเปา้ หมายทว่ี างไว้

ท่ีมา :https://sites.google.com/a/knw.ac.th/kar-ngan-xachiph-5/thaksa-ni-kar-thaa-ngan-pheux-ka-rdaa-rng-chiwit

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 หลกั การทำงานเพ่อื การดำรงชพี วิชา การงานอาชพี ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3

ใบงานท่ี 1.1
เรื่อง ทักษะการทำงานร่วมกนั และทกั ษะการจัดการ

คำชแี้ จง : อา่ นขอ้ ความท่กี ำหนด แล้วตอบคำถาม

กลุ่ม A กลุ่ม B

1. มสี มาชกิ จำนวน 6 คน 1. มีสมาชกิ จำนวน 4 คน
2. หวั หนา้ กลมุ่ แบ่งงานใหก้ บั สมาชกิ ตาม 2. สมาชิกทกุ คนไดท้ ำงานตามความถนัดและ

ความพึงพอใจของตนเอง ความสามารถของตนเอง
3. สมาชกิ ในกลมุ่ ต่างทำงานของตนเอง 3. กอ่ นลงมอื ปฏิบัตงิ าน สมาชิกในกล่มุ จะ

เพอ่ื ใหเ้ สร็จในแตล่ ะวัน รว่ มกันวางแผนการทำงาน
4. สมาชิกทุกคนมีความคิดเห็นไมต่ รงกัน 4. เม่อื สมาชกิ คนใดคนหน่ึงเกดิ ปัญหาข้นึ ใน
5. หัวหนา้ กลุ่มไม่สามารถแกไ้ ขปัญหาท่ี
การทำงาน ทกุ คนในกล่มุ จะชว่ ยเหลอื กนั
เกิดข้ึนได้ 5. สมาชกิ ในกลุ่มมสี มั พนั ธภาพทดี่ ตี ่อกัน

1. กลมุ่ A และกล่มุ B มคี วามแตกต่างกนั อย่างไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

2. กล่มุ ใดสามารถใชท้ กั ษะการทำงานร่วมกันและทกั ษะการจัดการในการทำงานกล่มุ ไดส้ ำเร็จ เพราะเหตุใด
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 หลกั การทำงานเพ่อื การดำรงชพี วิชา การงานอาชพี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3

ใบงานที่ 1.2
เรอื่ ง คุณธรรมและจริยธรรมในการทำงาน

คำช้แี จง : นำคำทก่ี ำหนดให้ มาแตง่ เรือ่ งราวเกีย่ วกับการมีคณุ ธรรมและจริยธรรมในการทำงาน

1. ขยนั อดทน

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

2. มคี วามสามัคคี

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

3. ประหยัด อดออม

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

4. ตรงต่อเวลา

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 หลกั การทำงานเพือ่ การดำรงชีพ วิชา การงานอาชพี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

ใบงานที่ 1.3
เรอื่ ง การใชท้ รพั ยากรในการปฏบิ ตั งิ าน

คำชแี้ จง : วางแผนการใชท้ รัพยากรในการปฏบิ ัตงิ านของตนเองตามหลักการทก่ี ำหนดให้

ทรพั ยากรท่ีใช้ คอื ..................

ใชท้ รัพยากรใหถ้ กู วตั ถุประสงค์ ..................................................................
..................................................................
เลือกใช้ทรพั ยากรใหม้ ีสดั ส่วนที่ ..
เหมาะสม
..................................................................
วางแผนกอ่ นการปฏบิ ัติงาน ..................................................................

นำเทคโนโลยีสมัยใหมม่ าใช้ ..................................................................
ในการปฏิบัตงิ าน ..................................................................

นำทรพั ยากรกลับมาใช้ใหม่ ..................................................................
..................................................................

......................................................................
......................................................................
.

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 ผ้าและการตัดเย็บ วชิ า การงานอาชีพ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

ใบความรู้
เส้อื ผา้ เปน็ ปัจจัยสำคญั ในการดำรงชีวิตเพราะทุกคนจำเป็นตอ้ งสวมเสื้อผ้าเพ่ือปกปิดร่างกาย ป้องกัน
ความรอ้ นหนาว และเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี ดงั นน้ั การเรียนรเู้ กยี่ วกับการดูแลรักษาเสื้อผ้า การซ่อมแซม
ตกแต่งและดัดแปลงเสื้อผ้า รวมทั้งการตัดเย็บเสื้อผ้า นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้าแล้วยังช่วย
ประหยัดค่าใช้จ่าย และยงั ไดเ้ ส้ือผา้ ท่ดี สู วยงามแปลกใหม่อีกดว้ ย
(1.) การดูและเส้ือผ้า
1.1) หลักการดูแลรกั ษาเสื้อผ้า

- ขณะสวมเส้อื ผ้าตอ้ งระมัดระวงั ไม่ใหเ้ ปรอะเปอ้ื นและการถกู ของแหลมคมเกย่ี ว
- เมื่อถอดเสื้อควรแขวนไวก้ ับไม้แขวนเสื้อ ไม่ควรแขวนไว้บนตะขอหรือตะปูเพราะจะทำให้เสอ้ื
เสยี รูปทรงและฉกี ขาดไดง้ ่าย แต่ถา้ เป็นเสอ้ื กันหนาวไม่ควรแขวนท้งิ ไว้ เพราะวา่ จะทำให้เสอ้ื ยดื เสยี รปู ทรง
- ในกระเปา๋ เสอ้ื ไม่ควรใส่ของทีห่ นักมาก เพราะจะทำใหก้ ระเป๋าเสื้อเสียรปู ทรงและฉกี ขาดเรว็
- เม่อื ถอดเสื้อผ้าออกจากตัว ควรตรวจดูรอบเป้อื น ถ้าเสอ้ื ถกู รอยเปือ้ นให้รีบขจดั รอยเปอื้ นในทันที
เพราะว่ารอยเป้ือนใหมจ่ ะทำความสะอาดได้งา่ ยกว่าปลอ่ ยทิ้งไวน้ าน
- หากพบว่าเสื้อผา้ มสี ่วนที่ชำรดุ ก่อนการนำไปทำความสะอาดควรซ่อมแซมให้เรียบรอ้ ยเสียกอ่ น
- เมอ่ื ประกอบอาหารหรอื ทำกจิ กรรมอนื่ ๆที่อาจทำใหเ้ สือ้ ผ้าเป้ือน ควรสวมผ้ากนั เป้อื นทุกครง้ั
- กอ่ นการซกั ผา้ ให้แยกผา้ สีและผ้าขาว เพราะว่าผ้าแตล่ ่ะชนดิ มคี ุณสมบตั ติ า่ งกัน
- เสื้อผ้าที่สวมแล้วและเปียกเหงื่อ ควรแขวนไว้ใหห้ มดเหงื่อ ดีกว่าการนำผ้าที่ใช้แล้วถอดใส่ตระ
กลา้ ทันที เพราะจะทำให้มีกลิ่นอับชนื้ จากเหงือ่ ควรนำเสอ้ื ผา้ ทใ่ี ช้แลว้ แขวนในที่ท่ีลมโกรก หรือแขวนผึง่ ไวใ้ นที่
อากาศปลอดโปร่งเพื่อให้เหงอ่ื แหง้
- ถุงเท้าเมื่อสวมใส่แล้วต้องทำความสะอาดทุกครั้ง ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีกลิ่น ไม่ควรสวมใส่ซ้ำ
เพราะว่าจะทำให้เกิดโรคผวิ หนังได้
- เครื่องประกอบการแต่งกายควรทำความสะอาดอยู่เสมอ เช่นหมั่นซักรองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนัง
ควรเชด็ และขัดให้สะอาดสวยงาม เม่ือชำรุดตอ้ งรบี ซ่อมแซมเชน่ เดียวกนั เพราะรองเท้าทช่ี ำรดุ จะไม่เหมาะกับ
เส้อื ผา้ ทส่ี วยงาม เปน็ ตน้

วิธซี ักผ้าทมี่ ีรอยเป้ือนชนดิ ตา่ ง ๆ
1. เส้อื ผา้ เปอื้ นคราบเลือดฝังแนน่ ใช้ฟองน้ำจุ่มนำ้ เยน็ ทีผ่ สมเกลอื จนชมุ่ ถูเบา ๆ จนรอยค่อย ๆ
จางลง แล้วใช้นำ้ เปล่าถูอีกคร้งั สุดทา้ ยใช้ทิชชู่ซับนำ้ ใหแ้ หง้
2. เสื้อผ้าเป้อื นครมี เนย นำ้ มัน ใหน้ ำแป้งทใ่ี ช้สำหรบั ทาตัวมาโรย ใชก้ ระดาษทิชชู่หรอื กระดาษบาง
อื่น ๆ วางทับ นำเตารีดท่มี ีความรอ้ นพอสมควรทับบนกระดาษ จนแป้งดูดคราบออกจนหมด แล้วจึงนำไปซัก
3. เสื้อผา้ เปอ้ื นน้ำมัน ใหใ้ ช้เนยหรอื มาการีน ทารอยเปือ้ นทงิ้ ไวป้ ระมาณครง่ึ ชวั่ โมง นำไปซักกบั
ผงซกั ฟอก หรือโรยเบคกิ้งโซดาลงบนรอยเปื้อน ทิง้ ไว้ 2-3 ชว่ั โมง แล้วจงึ นำไปซกั
4. เสือ้ ผา้ เป้อื นน้ำมนั รถ ให้ใช้มะนาวถูบริเวณท่เี ปอื้ น จนรอยเปือ้ นจางลง แลว้ จงึ นำไปซัก
5. เส้ือผ้าเปือ้ นเบียร์ ซักในนำ้ เยน็ ทนั ที หรอื ใชแ้ ปรงจมุ่ น้ำเยน็ แปรงตรงรอยเปื้อนทันที

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 ผ้าและการตัดเย็บ วิชา การงานอาชีพ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3

6. เสอ้ื ผา้ เป้อื นรอยสนมิ นำผา้ มาชุบนำ้ ให้เปยี กก่อน หลังจากน้นั บีบนำ้ มะนาวลงบนรอยเปอ้ื น ท้ิงไว้
ซกั ครู่ แลว้ จึงนำไปซกั ตามปกติ

7. ผา้ ขาวที่ออกสเี หลอื ง ใชเ้ ปลอื กไข่ป่นละเอียดใสล่ งไปในอา่ งแชผ่ ้า ทิ้งไวซ้ ักครูแ่ ล้วจึงซัก 8. ผ้าที่
ขึ้นราเล็กน้อย รบี นำผ้าท่รี าขึน้ ใหม่ ๆ ซกั ในนำ้ สบู่รอ้ น ๆ ให้เร็วท่ีสุดเท่าท่จี ะทำได้ หรือให้บีบมะนาวลงไป
แลว้ แชผ่ ้าไว้ในผงซักฟอกสกั ครู่ แล้วจึงซักผ้าตามปกติ

9. เสือ้ ผ้าทเ่ี ปอ้ื นมัสตาร์ด ใหใ้ ช้นำ้ ส้มสายชถู ู แล้วรบี นำไปซกั 10. เส้อื ผ้าเปอ้ื นยาแดง เชด็ รอยเปอื้ น
ดว้ ยแอมโมเนยี หรือซกั ดว้ ยน้ำสม้ สายชูผสมน้ำ

11. เสอ้ื ผา้ เปอ้ื นยาทาเลบ็ ซบั ท่ีรอยเปือ้ นด้วยนำ้ ยาล้างเล็บและเช็ดดว้ ยผา้ ที่สะอาดจนกระทง่ั รอย
เปื้อนจางลง (ควรลองหยดนำ้ ยาล้างเลบ็ ลงผ้ากอ่ น)

12. เสื้อผา้ เปอ้ื นยางกล้วย ใช้มะนาวที่ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ถูตรงรอยเปอ้ื นท่เี ป็นคราบดำ แลว้ รีบ
นำมาซกั ทันที

13. เส้ือผา้ เปอื้ นยางหญา้ ยางดอกไม้ นำมาซกั ในนำ้ สบทู่ ่ีขน้ และรอ้ น ถ้ายงั ไม่ออกให้ใชส้ ารฟอกขาวช่วย
14. เสือ้ ผ้าเปอื้ นลปิ สตกิ ใช้น้ำมนั เปลวหมูทาตรงรอยเป้อื น หรือใช้น้ำมันหมูทา แล้วจงึ ซกั ดว้ ยน้ำสบู่
รอ้ น ๆ หรอื ใช้ผงซกั ฟอกขาว โรยตรงรอยเปอ้ื นแลว้ ขย้ี แล้วจงึ ซกั ตามปกติ หรือใชว้ าสลีนถตู รงรอยเปอื้ น แล้ว
นำมาซักตามปกติ หรือนำมาแชใ่ นนำ้ ผสมเกลอื ทง้ิ ไว้ 1 คืน จะทำให้รอลิปสติกหาย
15. เส้อื ผา้ เปอื้ นเลอะดนิ สอ ใชย้ าสฟี ันป้ายลงบนรอยดินสอ แลว้ ขยี้
16. เสอื้ ผ้าเปอ้ื นเลอะปากกาลกู ลนื่ ใช้ฟองน้ำชบุ แอลกอฮอลล์ เช็ด จนรอยเลอะจางลง แล้วจึงนำไปซกั
17. เสื้อผ้าเปอื้ นเลอะสปี ากกาเมจิก ถูด้วยนำ้ มนั สน แล้วนำไปซกั
18. เสื้อผา้ เปอื้ นสเี คลือบเงา ซบั ท่รี อยเปอ้ื นด้วยนำ้ มนั สน หรอื ผสมแอมโมเนียกบั นำ้ มันสนใน
อตั ราส่วนทเี่ ท่ากนั แช่ผ้าไวจ้ นกระทงั่ รอยเป้อื นละลายออก จากนน้ั ซักในน้ำสบู่
19. เสอื้ ผ้าเปอ้ื นสนี ำ้ มัน ใชน้ ้ำมนั เบนซนิ เช็ดที่รอยเปือ้ นใหช้ มุ่ แลว้ ใช้นำ้ มนั สนเช็ดอีกที แล้วจึงซักทันที
20. เสื้อผ้าเปอื้ นสอี มี ัลชั่น แช่หรือซบั รอยเป้อื นทย่ี งั ใหม่อยดู่ ว้ ยน้ำเยน็ จากน้ันซักตามปกติ
21. เสอ้ื ผา้ เปอื้ นหมากฝรัง่ ขดู ยางหมากฝร่งั ออกดว้ ยสนั มดี แลว้ ใช้น้ำแขง็ ถูเพือ่ ให้ยางนั้นแข็งตัว
ค่อย ๆ แกะออก แล้วใช้สำลชี ุบแอลกอฮอลลเ์ ช็ด นำไปซักในนำ้ สบู ่อ่อน
22. เสอ้ื ผา้ เปอื้ นหมกึ จีน ใหฝ้ นหวั ผักกาดขาว ห่อด้วยผ้ากอซ ถจู นรอยเปือ้ นจาง แล้วซักตามปกติ
23. เส้ือผ้าเปอื้ นหมึกแห้ง ใชส้ เปรย์ฉีดผมฉีดตรงรอยน้นั ท้ิงไว้ให้แห้ง แล้วใชน้ ำ้ ส้มสายชูผสมน้ำ
อย่างละเทา่ กันเช็ดให้แหง้ แลว้ นำไปซัก
24. เสื้อผา้ เปอื้ นเหงอ่ื ซักด้วยน้ำทีผ่ สมน้ำส้มสายชูเลก็ น้อย หรือนำ้ มะนาว แช่ผา้ ไว้ในนำ้ ยาซักผ้าที่
ทำให้เจือจางในน้ำ จากนน้ั ซักได้ตามปกติ หรอื ละลายแอสไพรนิ 2เม็ด ลงในนำ้ แล้วแช่ผ้าไวซ้ ักครู่ จึงซกั
ตามปกติ

ทม่ี า : https://www.kroobannok.com/54885

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ผ้าและการตัดเย็บ วชิ า การงานอาชีพ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3

(2.) การซอ่ มแซม ตกแต่ง และดัดแปลงเสื้อผ้า
การซอ่ มแซม ตกแตง่ และดดั แปลงเส้ือผ้า เป็นวธิ กี ารทช่ี ่วยยืดอายกุ ารใช้งานให้กับเส้ือผ้าโดยเส้ือผ้า

ชำรุดเล็กนอ้ ยควรซ่อมแซม สว่ นผ้าที่ใชม้ านานแตะสภาพยงั ดีอยู่ก็อาจตกแตง่ ดัดแปลงแบบใหม่ให้ดูแปลกตา
และสวยงาม ถอื เป็นการฉลาดใช้ ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายให้กบั ครอบครัวและสามารถนำไปประกอบอาชีพได้

2.1) หลกั การซอ่ มแซม ตกแต่ง และดัดแปลงเสอ้ื ผา้
- เลอื กใช้วิธีการซ่อมแซมและดัดแปลงให้เหมาะสม
- ออกแบบใหเ้ หมาะสมกับวยั ของผูใ้ ช้
- เลอื กใช้อปุ กรณต์ กแตง่ ใหเ้ หมาะกบั เน้ือผ้า
- เตรยี มเครื่องมอื ใหพ้ ร้อม
- คำนึงถึงความคุ้มค่า

(3.) การตัดเยบ็ เส้อื ผ้า
การเรียนรู้วิธีการตัดเยบ็ เสื้อผ้า จะสามารถดัดแปลง ซ่อมแซมเสื้อผ้าที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานได้นาน

ช่วยให้ประหยดั ค่าใช้จา่ ย และได้เสือ้ ผา้ ทตี่ รงกบั ความตอ้ งการของผูใ้ ช้
3.1) อุปกรณ์ เครือ่ งมอื และเครอ่ื งใช้ในการตดั เยบ็
อปุ กรณ์ เครอ่ื งมือ และเคร่ืองใช้ในการตัดเยบ็ เปน็ เรื่องสำคญั ท่ีควรศึกษา ทำความเข้าใจ เลือกใช้

ให้ถูกต้องและถูกวิธี เพราะจะส่งผลให้เสื้อผ้าสวยงาม มีคุณภาพ รวมทั้งช่วยประหยัดเวลา แรงงาน และ
ค่าใช้จ่าย ถ้าศึกษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน จะทำให้สามารถเลือกใช้อุปกรณ์
ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยและมปี ระสิทธิภาพ ดัฃนั้น จึงควรเรียนรู้เกี่ยวกบั อุปกรณ์ เครื่อฃมือ และเครื่องใช้ใน
ดา้ นต่างๆ

ทีม่ า : https://sites.google.com/site/phalaeakartadyeb/neuxha

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ผ้าและการตดั เย็บ วชิ า การงานอาชีพ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

ใบงานที่ 2.1
เร่อื ง การดแู ลรักษาเสอ้ื ผา้ และเคร่ืองประกอบการแต่งกาย

คำชแี้ จง : ดูภาพ แล้วอธิบายลกั ษณะรอยเปอ้ื น ผลติ ภัณฑท์ ่ใี ช้ และวิธกี ารกำจัดรอยเป้อื น

1 ลักษณะรอยเปอื้ น คือ..........................................
ผลิตภัณฑท์ ่ีใช้ดูแลรักษา ได้แก่............................
.............................................................................
วิธกี ารกำจดั รอยเปือ้ น คือ....................................
.............................................................................
.............................................................................

2 ลักษณะรอยเป้อื น คือ..........................................
ผลิตภัณฑ์ทใี่ ช้ดูแลรักษา ไดแ้ ก่...........................
.............................................................................
วธิ กี ารกำจดั รอยเป้ือน คอื ....................................
.............................................................................
.............................................................................

3 ลกั ษณะรอยเปื้อน คือ..........................................
ผลติ ภัณฑท์ ่ใี ชด้ ูแลรกั ษา ไดแ้ ก.่ ..........................
.............................................................................
วิธกี ารกำจัดรอยเป้ือน คือ....................................
.............................................................................
.............................................................................

4 ลักษณะรอยเปือ้ น คือ..........................................
ผลติ ภัณฑท์ ใ่ี ช้ดูแลรักษา ได้แก่...........................
.............................................................................
วธิ กี ารกำจดั รอยเปอ้ื น คือ....................................
.............................................................................
.............................................................................

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ผ้าและการตดั เย็บ วิชา การงานอาชีพ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3

ใบงานท่ี 2.2
เรอ่ื ง การซอ่ มแซมเส้ือผา้

คำช้ีแจง : สำรวจเสอ้ื ผ้าของตนเองทช่ี ำรดุ แลว้ นำมาซ่อมแซม พรอ้ มตดิ ภาพ

เสือ้ ผ้าท่ชี ำรุด คือ ...................................
วิธกี ารซอ่ มแซม คอื ...............................

(ติดภาพกอ่ นซ่อมแซม) (ติดภาพหลังซ่อมแซม)

ขั้นตอนการซอ่ มแซมเส้อื ผ้า

1...........................................................................................................................................................................
2...........................................................................................................................................................................
3...........................................................................................................................................................................
4...........................................................................................................................................................................
5...........................................................................................................................................................................

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 ผ้าและการตดั เย็บ วชิ า การงานอาชพี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3

ใบงานที่ 2.3
เรอ่ื ง การตกแต่งเสอ้ื ผา้

คำชแี้ จง : สำรวจเสอื้ ผ้าของตนเองท่ีไมไ่ ด้สวมใส่แล้ว นำมาตกแตง่ ใหส้ วยงาม พรอ้ มตดิ ภาพ

วธิ ีการตกแต่ง คอื ...............................

(ตดิ ภาพก่อนตกแตง่ ) (ติดภาพหลังตกแตง่ )

ขั้นตอนการตกแตง่ เสือ้ ผ้า

1...........................................................................................................................................................................
2...........................................................................................................................................................................
3...........................................................................................................................................................................
4...........................................................................................................................................................................
5...........................................................................................................................................................................

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 ผ้าและการตดั เย็บ วิชา การงานอาชีพ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3

ใบงานท่ี 2.4
เรอ่ื ง การดดั แปลงเสือ้ ผ้า

คำชี้แจง : สำรวจเสื้อผ้าของตนเองที่ยังคงสภาพดีแต่ไม่ค่อยได้สวมใส่แล้ว นำมาดัดแปลงให้สวยงามและมี
ความ

ทันสมยั มากขึน้ พรอ้ มตดิ ภาพ

วิธีการดดั แปลง คือ ...............................

(ติดภาพก่อนดัดแปลง) (ตดิ ภาพหลงั ดัดแปลง)

ขัน้ ตอนการดดั แปลงเสือ้ ผา้

1...........................................................................................................................................................................
2...........................................................................................................................................................................
3...........................................................................................................................................................................
4...........................................................................................................................................................................
5...........................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version