The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการแสดงนาฏศิลป์ภาคเหนือในชุดการแสดงฟ้อนล้านนาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paweethida Khrueangkham, 2022-08-28 03:38:32

รายงานการแสดงนาฏศิลป์ภาคเหนือ

รายงานการแสดงนาฏศิลป์ภาคเหนือในชุดการแสดงฟ้อนล้านนาไทย

46

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

47

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

48

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

49

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

50

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

51

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

52

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

53

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

54

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

55

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

56

เพลงล้านนาไทย

ท่ารำเพลงล้านนาไทย

ท่ารำที่ใช้มีทั้งหมด 32 ท่ารำ มีดังนี้

57

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

การประกอบพิ ธีกรรม

ในแง่พิธีกรรมในล้านนาแล้ว มีพิธีเพียงสองแนวคือ แนว
พุ ทธกับแนวผี คือ พิธีกรรมเชิงพุ ทธศาสนาและพิธีกรรมเกี่ยวกับผี ซึ่ง
ทั้งสองแนวดังกล่าวดนตรีมีบทบาทเป็นเพียงส่วนประกอบ เช่น ในงาน
ฉลองรื่นเริงหรือในงานศพซึ่งมีพิธีทางพุ ทธศาสนานั้น พบว่าดนตรีเป็น
เพียงส่วนที่ช่วยให้งานคึกคักหนักแน่นขึ้น ซึ่งหากจะไม่มีดนตรีในกิจกร
รมนั้นๆ แล้ว กิจกรรมดังกล่าวก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ ในกิจกรรม
เกี่ยวกับผีนั้น ในการบูชาผีหรือแก้บนนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องมีดนตรี
ประกอบก็ได้ แต่ในการฟ้อนผีนั้นที่ต้องมีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องก็เพราะมี
การฟ้อนรำอัน เป็นส่วนประกอบในพิธีเลี้ยงผีเท่านั้น

การประกอบแสดง

ดนตรีจะมีบทบาทสำคัญต่อการแสดงหลายอย่าง ที่เป็นทั้งการแสดงเพื่อ
ประกอบในงานประเพณีหรือเพื่อความบันเทิง ดังจะเห็นได้ว่าการฟ้อนรำหรือการ

ขับซอหรือขับขานนั้น จะต้องมีดนตรีประกอบเสมอ

58

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องดนตรีพื้ นเมืองล้านนา

เครื่อง ดนตรีล้านนาเป็นเครื่องดนตรีที่ประกอบขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีพื้นบ้าน
คือเป็นเครื่องดนตรีที่มีลักษณะเรียบง่ายและประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุใน

ธรรมชาติ หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งตัวผู้เล่นเองนั้นนอกจากจะมี
ความสามารถในการเล่นดนตรีแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักมีความสามารถในการ
ประดิษฐ์เองได้ด้วย เครื่องดนตรีล้านนามีครบทุกประเภทตามวิธีการปฏิบัติ
ที่ทำให้เกิดเสียงดนตรี คือครบทั้ง ๔ ประเภท ได้แก่ เครื่องดีด สี ตีและเป่า

ดังต่อไปนี้

59

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องเป่า

เครื่องดนตรีที่ใช้ลมเป่าออกจากปากผ่านเครื่องดนตรีทำให้เกิดสุ้มเสียง
ต่างๆ ประกอบด้วย ปี่ แนและขลุ่ย ดังนี้
ปี่ คือเครื่องเป่าที่ลำตัวทำด้วยไม้ไผ่และมีลิ้นโลหะที่เมื่อลมเป่าผ่านจะเกิด เสียง ปี่
ที่ใช้เป่าประกอบการซอนั้นจะต้องใช้เป็นชุดจำนวน ๓,๔ หรือ ๕ เลา เรียกว่า ปี่ ชุม
(อ่าน “ ปี่ จุม ” ) คือเป็นชุด ตัวปี่ ทำด้วยไม้ไผ่ตระกูลไม้รวก ปี่ ชุมหนึ่งจะต้องใช้
ไม้ไผ่ลำเดียวกันทำ สาเหตุที่ต้องใช้ไม้ไผ่ลำเดียวกันนั้น เพราะขนาดช่วงปล้อง
และความหนาของเนื้อไม้จะไล่กันได้ระดับดี เมื่อเลือกไม้ไผ่ได้แล้วก็จะตัดเป็นขนาด
ต่างๆ กันตามลำดับ ปี่ แต่ละเลาจะมีปลายด้านหนึ่งตัดโดยอาศัยข้อไม้ปิด อีก
ปลายหนึ่งเปิดใกล้กับข้อไม้ด้านที่ตัน ด้านปิดนี้เป็นที่ติดลิ้นปี่ ซึ่งทำด้วยแผ่นทอง
เหลืองบางๆ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางรีดเป็นรูปตัว V ยาวๆ ถัดจากลิ้น
ไปทางด้านเปิด ลำตัวปี่ มีรูที่เจาะเรียงกันไปเป็นระยะจำนวน ๗ รู ปกติแล้วปี่ มี
เสียงเบา แต่ถ้าบรรเลงพร้อมกันทั้งชุมหรือทั้งชุดก็จะให้เสียงที่มีพลังหรือน้ำ
หนัก มากขึ้น

ปี่ ของ ทางล้านนาถูกเรียกหลายชื่อว่า ปี่ ชุม หรือ ปี่ ซอ เพราะใช้ประกอบ
การขับซอ แต่ชาวล้านนาเองนั้นมักจะเรียกว่าปี่ ชุม ชุมนั้นหมายถึง ชุด หรือชุม
ปี่ ชุมมีทั้งหมด ๕ เลา คือ

60

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องเป่า

๑. ปี่ แม่ หรือ ปี่ เค้า (อ่าน “ ปี่ เก๊า ” ) ทำจากไม้ไผ่ส่วนโคนมีขนาดใหญ่
ที่สุดของแต่ละชุม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ ๒ เซนติเมตร ยาวไม่ต่ำกว่า
๗๕ เซนติเมตร ปี่ แม่มีเสียงทุ้มต่ำ

๒. ปี่ กลาง (อ่าน “ ปี่ ก๋าง ” ) มีขนาดรองลงไป ทำจากไม้ไผ่ช่วงที่ถัด
จากปี่ แม่ลงไป มีความยาวประมาณ ๔ ส่วนใน ๕ ส่วนของปี่ แม่ ปี่ กลางมีเสียง
สูงขึ้นมา

๓. ปี่ ก้อย มีขนาดเล็กถัดจากปี่ กลางลงไป ทำจากไม้ช่วงที่ถัดจากปี่
กลางลงไป มีความยาวประมาณ ๓ ส่วน ใน ๔ ส่วนของปี่ กลาง ปี่ ก้อยมีเสียง
สูงกว่าปี่ กลาง

๔. ปี่ เล็ก เป็นปี่ ที่ทำจากไม้ช่วงที่ถัดจากปี่ ก้อยลงไป มีความยาวเป็นครึ่ง
หนึ่งของปี่ กลางและเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑.๒-๑.๔ เซนติเมตร ปี่ เล็กเป็นปี่
ที่มีเสียงสูงกว่าปี่ ก้อย

๕. ปี่ ตัด เป็นปี่ ที่มีขนาดเล็กที่สุดของชุม ซึ่งเป็นปี่ ที่เพิ่งจะเพิ่มมาภาย
หลัง ปัจจับันไม่ค่อยนิยมใช้เท่าใดนักเพราะเป็นปี่ ที่เป่ายากที่สุดในชุม

61

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องดีด

เครื่องดนตรีของล้านนาประเภทที่อาศัยการดีดที่สายเพื่ อให้เกิดเสียงมี
สองอย่าง คือ เพียะ (อ่าน “ เปี๊ ยะ ” ) และ ซึง ในโคลงนิราศหริภุญชัย เรียก
ซึงว่าติ่งเช่นเดียวกับที่ชาวไทใหญ่เรียก เพียะ เป็นเครื่องดีดจำพวกพิณ
จัดเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งของล้านนาและปรากฎการกล่าวถึงใน
กาพย์ห่อโคลง ของพระศรีมโหสถในสมัยอยุธยาด้วย มีลักษณะคล้ายพิณน้ำ
เต้าของภาคอีสาน มีผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีสันนิษฐานว่าอาจจะได้รับอิทธิพล
มาจากพิณสายเดี่ยวของ อินเดีย

เพียะมีกะโหลกซึ่งทำหน้าที่เป็นกล่องเสียง ทำด้วยกะลามะพร้าวผ่าซีกด้าน
ข้างเจาะรูหนึ่งรู คันทวนทำด้วยไม้เนื้อแข็งยาวประมาณ ๗๐-๙๐ เซนติเมตร
ปลายคันทวนมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑.๐-๑.๕ เซนติเมตร ปลายยอดเป็น
รูปโลหะหล่อ ด้านโคนคันทวนมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒-๓ เซนติเมตร มี
ลูกบิดเสียบอยู่ มีสายไหมหรือเส้นลวดจำนวน ๒-๗ สาย ขึงพาดระหว่าง
ลูกบิดกับหัวเพียะ ขนาดของสายจะเท่ากันทุกสาย ใช้หวายรัดสายเพียะแนบ
ติดกับด้ามเสียก่อนแล้วสอดปลายลอดรูกะโหลกไปผูกกันไว้ ขัดด้วยแท่งไม้
เล็กๆ ระหว่างด้ามกับกะโหลกมีท่อนไม้เล็กๆ ยาวประมาณ ๔-๕ เซนติเมตร
คั่นอยู่อันหนึ่ง เพื่อแยกด้ามกับกะโหลกให้ห่างกันพอที่จะสอดนิ้วมือเข้าไปจับ
ประคองเพียะใน ขณะบรรเลง

62

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี

เรียกตามกิริยาอาการที่ใช้มือหรือวัตถุตีกระทบกับวัตถุทำให้เกิด
เสียง ล้านนามีทั้งเครื่องตีที่ทำด้วยไม้ เช่น เกราะพาทย์ (อ่าน “ ป้าด ”
) คือ ระนาด เครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ เช่น ฆ้อง กังสดาล ฉิ่ง สว่า (ฉาบ)
และเครื่องตีที่ทำด้วยการขึงหนังสัตว์ให้ตึงเป็นแผ่น ได้แก่ กลอง

กลอง (อ่าน “ ก๋อง ” ) เป็นเครื่องตีให้จังหวะที่มีหลายชนิด หลายขนาด
ในท้องถิ่นภาคเหนือ มีทั้งประเภทขึ้นหนังหน้าเดียวและประเภทขึ้นหนัง
สองหน้า ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

63

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี ( ต่อ )

๑. กลองหลวง หรือ กลองห้ามมาร
รูปลักษณะเป็นกลองยาวคอดกลางปลายบานเป็นลำโพง ยาว

ประมาณ ๓.๐-๓.๕ เมตร ขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๖๐-๘๐
เซนติเมตร ต้องวางบนล้อเกวียน ใช้คนลากหลายคน เวลาตีต้องขึ้นนั่ง
คร่อมตีหรือยืนอยู่ด้านหน้ากลอง ใช้มือขวาตีโดยมีผ้าพันมือทำเป็นรูปกรวย
แหลมให้ผ้าพันมือกระทบหน้ากลอง ใช้ตีเป็นสัญญาณวันพระ ๘ ค่ำ หรือ
๑๕ ค่ำ ในล้านนามีประเพณีการแข่งขันตีกลองหลวง ซึ่งนิยมกันมากในช่วง
พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นต้นมา

64

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี ( ต่อ )

๒. กลองแอว หรือ กลองตึ่งนง
คำว่า “ แอว ” แปลว่า สะเอว เรียกตามลักษณะกลองที่มีเอวคอด

กลาง ส่วนคำว่า “ ตึ่งนง ” เรียกตามลักษณะเลียนเสียงตีกลองและฆ้อง
กลองแอวมีรูปทรงแบบเดียวกับกลองหลวงแต่มีขนาดเล็กกว่า คือ ยาว
ประมาณ ๑๗๕ เซนติเมตร ขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓๐
เซนติเมตร ใช้หามหรือใช้ตั้งกับที่ตี ใช้ตีประสมวงกลองแอว และมีประเพณี
การแข่งขันการตีกลองแอวเดี่ยวๆ ด้วย

65

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี ( ต่อ )

๓. กลองปูเจ่
เป็นกลองก้นยาวแบบของชาวไทใหญ่มีขนาดเล็กกว่ากลองแอว ยาว
ประมาณ ๑๔๐ เซนติเมตร ขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒๖
เซนติเมตร ใช้สะพายตีและเล่นประสมวงกลองปูเจ่

๔. กลองสิ้งหม้อง
คือ กลองยาวขึ้นหนังหน้าเดียวแบบของภาคกลาง รูปร่างคล้าย

กลองปูเจ่ และหน้ากลองมีขนาดเท่าๆ กัน แต่มีรูปทรงสั้นกว่า คือยาว
ประมาณ ๘๐-๙๐ เซนติเมตร คนตีกลองสามารถใช้สะพายบ่าได้ ใช้ในขบวน
แห่ต่างๆ

66

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี ( ต่อ )

ประเภทขึ้นหนังสองหน้า ได้แก่

๑. กลองปูชา

(อ่าน “ ก๋องปู๋จา ” ) คือกลองบูชา เดิมเรียกว่ากลองนันทเภรี เป็นก
ลองขึ้นหนังสองหน้าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กับที่ แต่ใช้ตีหน้าเดียว มีหน้ากว้าง
ประมาณ ๓๐ นิ้ว ขึ้นไป ปกติจะตั้งไว้ที่ศาลาไว้กลอง หรือตั้งไว้ภายในวัด
ประกอบด้วยกลองขนาดใหญ่ ๑ ใบ ซึ่งมีขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลาง
ประมาณ ๑ เมตร ความยาวของตัวกลองประมาณ ๑.๕ เมตร และกลอง
ขนาดเล็ก เรียกว่า “ กลองแสะ ” หรือ “ ลูกติบ ” อีก ๒-๓ ใบ ซึ่งมีขนาด
ลดหลั่นกัน กลองปูชาใช้ตีเป็นพุ ทธบูชาในโอกาสเกี่ยวกับพิธีกรรมทางพุ ทธ
ศาสนา เช่น วันขึ้นหรือแรม ๗ ค่ำ และ ๑๔ ค่ำ ระหว่างเข้าพรรษา เป็นต้น
บางแห่งใช้ตีเป็นสัญญาณบอกเวลาด้วย เวลาตีกลองปูชาจะใช้ผู้ตี ๒ คน
คนหนึ่งใช้ไม้ค้อนตี ๒ มือ ตีทั้งกลองใหญ่และกลองเล็ก เป็นทำนองต่างๆ
อีกคนหนึ่งใช้ไม้แสะ (ไม้ไผ่ผ่าซีกจักปลาย) ตีขัดจังหวะกลอง ยืนทำนองไป
ตลอด นอกจากนี้หากเป็นการตีประกวดกัน ก็ยังมีคนตีฆ้อง โหม่ง และฉาบ
ประกอบด้วย

67

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี ( ต่อ )

๒. กลองสะบัดชัย

เป็นกลองที่ดัดแปลงมาจากกลองปูชา (บูชา) ที่มีขนาดเล็กกว่า
เพื่ อใช้หามนำหน้าขบวนแห่ได้ใช้ตีเพื่ อความเป็นสิริมงคลในงานมงคลต่างๆ
(ยกเว้นงานอวมงคล) โดยเฉพาะนำขบวนแห่ครัวทาน กลองมีขนาดเส้นผ่า
ศูนย์กลางประมาณ ๑ เมตร ด้านข้างหนาประมาณ ๓๐ เซนติเมตร และมีกลอง
เล็กที่ใช้ตีประกอบอีก ๓ ใบ เรียกว่า “ ลูกตุบ ” โดยผู้ที่ตีจะเป็นคนเดียวกันกับที่
ตีกลองสะบัดชัย ต่อมา ครูคำ กาไวย์ แห่งโรงเรียนนาฎศิลป์เชียงใหม่ ได้นำเอา
กลองรุงรัง คือกลองอย่างกลองสะบัดชัยแต่ไม่มีลูกตุบมาเสนอจนเป็นที่รู้จัก
กันในนามกลอง สะบัดชัยแทนกลองสะบัดชัยแบบดั้งเดิม

68

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี ( ต่อ )

๓. กลองมองเซิง

รูปลักษณะคล้ายกลองปูชา แต่มีขนาดเล็กกว่า ขนาดหน้ากลองมีเส้นผ่า
ศูนย์กลางประมาณ ๔๕-๖๐ เซนติเมตร ด้านข้างยาวประมาณ ๗๕-๙๐
เซนติเมตร สามารถใช้สะพายตีได้ ปกติจะใช้ตีประกอบวงมองเซิงซึ่งเป็นดนตรี
แบบของไทใหญ่ มีฆ้องชุดซึ่งมีขนาดและเสียงไล่ระดับกันมีสว่า (ฉาบ) ตี
ประกอบ

69

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี ( ต่อ )

๔. กลองตะหลดปด

เป็นกลองสองหน้าขนาดเล็กมักนิยมแขวนติดกับกลองหลวงหรือกลอง
แอว ใช้ตีดัดจังหวะร่วมกับการประสมวงกลองแอวหรือวงตึ่งนง เล่นประกอบ
การฟ้อนเล็บ หรือฟ้อนเมือง ขนาดหน้ากลองมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๕
-๒๐ เซนติเมตร ตัวกลองยาวประมาณ ๖๐ เซนติเมตร

70

เพลงล้านนาไทย

เครื่องดนตรี

ประเภทเครื่องตี ( ต่อ )

๕. กลองเต่งถิ้ง หรือ กลองโป่งป้ง

เป็นกลองขึ้นหนังสองหน้า มีขาตั้ง ใช้ตีทั้งสองหน้าลักษณะเดียว
กับตะโพนไทยและตะโพนมอญ ใช้เล่นประสมวง “ เต่งถิ้ง ” หรือ วง “ พาทย์ ”
(วงปี่ พาทย์มอญ) และวงสะล้อ-ซึง (ดูเรื่องการประสมวงต่อไป) กลองชนิดนี้มี
หลายขนาด มีตั้งแต่ขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๐-๔๐ เซนติเมตร และ
ความยาวของตัวกลองตั้งแต่ ๔๕-๖๐ เซนติเมตร ถ้าเป็นขนาดเล็กบางทีก็
เรียกว่า “ กลองโป่งป้ง ” หรือ “ กลองตัด ” (ดูเพิ่มที่กลอง)

71

เพลงล้านนาไทย

เครื่องแต่งกายผู้หญิง

เสื้อผ้าฝ้ายผู้หญิง ผ้าถุงลายไทย

โก๊ะผมนางรำ ปิ่ นปักผมนางรำ

72

เพลงล้านนาไทย

เครื่องแต่งกายผู้หญิง

ผ้าไหมล้านนา หัวเข็มขัดลงยา
สายเข็มขัดลงยา

กำไลข้อมือทอง สายสังวาลย์ล้านนา

73

เพลงล้านนาไทย

เครื่องแต่งกายผู้หญิง

ทับทรวง ต่างหู

74

เพลงล้านนาไทย

เครื่องแต่งกายผู้ชาย

ทับทรวงตัวพระ กรองคอลงยา

กำไลรัดต้นแขน ผ้าถุงลายไทย

75

เพลงล้านนาไทย

เครื่องแต่งกายผู้ชาย

สายสังวาลย์ล้านนา สายสังวาลย์ล้านนา

76

สถานที่สำคัญในเพลง

ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมา

ประตูท่าแพ(ชั้นใน) เดิมเป็นประตู 2 ชั้น วางตำแหน่งเยื้องกันและมีป้อมยื่น
ออกมาข้างประตูเมือง เพื่อใช้เป็นปราการป้องกันเมืองยามศึกสงครามในอดีต (ดัง
ปรากฏในแผนที่เมืองนครเชียงใหม่ พ.ศ. 2436[1] ในรัชสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์)
ประตูท่าแพซึ่งตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่และกรมศิลปากรได้ร่วมกัน
สร้างขึ้นมาใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2528 โดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ประกอบกับภาพถ่ายประตูเมืองเชียงใหม่ประตูหนึ่ง

(ปัจจุบันสันนิษฐานเป็นประตูท่าแพชั้นนอก บริเวณวัดแสนฝาง) ซึ่งถ่ายเมื่อปี
พ.ศ. 2422

77

สถานที่สำคัญในเพลง

ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมา

ประตูท่าแพที่ถูกเรียกกันในปัจจุบันนั้น แท้จริงมีนามว่า "ประตูเชียง
เรือก" เพราะอยู่ใกล้หมู่บ้านเชียงเรือก สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพญา
มังราย เมื่อแรกตั้งเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1839 ส่วนประตูท่าแพของ
จริงนั้นเดิมเคยตั้งอยู่บริเวณสี่แยกวัดแสนฝาง ซึ่งเป็นประตูของแนว
กำแพงเมืองชั้นนอก ต่อมาเมื่อมีการรื้อแนวกำแพงชั้นนอกออกจึงเหลือ
แต่ประตูเชียงเรือกที่เป็นประตูชั้นใน ชาวบ้านจึงเรียกประตูเชียงเรือกนี้ว่า
ประตูท่าแพแทน

78

สถานที่สำคัญในเพลง

ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมา

ในสมัยโบราณ คำว่า "เชียง" หมายถึง "เวียง" หรือ "เมือง" ส่วนคำ
ว่า "เรือก" นั้นมีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า เรือ หรือ เฮือ ซึ่งหมายถึง
พาหนะที่ใช้เดินทางไปมาทางแม่น้ำ คู ครอง ฝายเหมือง เป็นต้น ดังนี้ คำ
ว่า "เชียงเรือก" หากพู ดเป็นภาษาชาวบ้าน ก็อาจแปลออกมาได้เป็นเชียง
เรือ หรือเวียงเรือ ซึ่งก็หมายถืงเมืองของเรือ ที่ขายของทางเรือ หรือ
สถานที่มีเรือมากก็ว่าได้ เหตุนี้ในสมัยต่อมาจึงถูกเรียกว่าท่าแพ ซึ่งก็มี
ความหมายเดิม คือที่จอดแพหรือเรือ มีความหมายเดียวกันคือ เมือง

ของเรือ ที่ขายของทางเรือ หรือสถานที่มีเรือมาก

79

ฉากที่ใช้ในการแสดง

ภาพสเก็สฉาก

ภาพสเก็ตฉากประตูท่าแพ

80

ฉากที่ใช้ในการแสดง

อุปกรณ์ในการทำฉาก

วัสดุอุปกรณ์

1. กล่องลัง
2. กระดาษสี

- สีน้ำตาล
- สีขาว
- สีเหลือง
- สีเขียว
- สีแดง
3. ไม้ไผ่
4. กาวสองหน้า
5. กาวร้อน
6. เทป
7. กรรไกร
8. คัดเตอร์
9. ลวด

81

ฉากที่ใช้ในการแสดง

ขั้นตอนในการทำฉาก

ขั้นตอนการทำฉาก

ฉากประตูท่าแพ

1. เตรียมวัสดุอุปกรณ์
2. นำกล่องลังมาต่อกันให้มีรูปแบบคล้ายประตูท่าแพ
3. ติดเทปยึดให้กล่องลังติดกัน
4. นำกระดาษสีมาแปะบนกล่องลัง เพื่อความเสมือนจริง

ฉากวัด

1. นำกล่องลังมาตัดและกางกล่องลังออก
2. วาดภาพร่างของวัดบนกล่องลังและตัดภาพร่างบนกล่องลังออกมา
3. ติดกระดาษสีบนกล่องลังในข้อที่ 2 และ ตัดกระดาษสีออก
4. นำฉากวัดในข้อ 3 มายึดติดกับไม้ไผ่โดยใช้ลวดเป็นตัวยึด
5. ทำฐานของฉากโดยการนำกล่องลังมาต่อกันและยึดติดกันด้วยเทปกาว

ฉากเจดีย์

1. นำกล่องลังมาตัดและกางกล่องลังออก
2. วาดภาพร่างของเจย์ดีบนกล่องลังและตัดภาพร่างบนกล่องลังออกมา
3. ติดกระดาษสีบนกล่องลังในข้อที่ 2 และ ตัดกระดาษสีออก
4.นำฉากเจย์ดีในข้อ 3 มายึดติดกับไม้ไผ่โดยใช้ลวดเป็นตัวยึด
5. ทำฐานของฉากโดยการนำกล่องลังมาต่อกันและยึดติดกันด้วยเทปกาว

82

ฉากที่ใช้ในการแสดง

ฉากที่เสร็จสมบูรณ์

83

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

84

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

85

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

86

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

87

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

88

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

89

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

90

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

91

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

92

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

93

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

94

แบบแผนการปฏิบัติงาน

ข้อมูลการทำงานแต่ละสัปดาห์

95

โปสเตอร์

โปสเตอร์การแสดง

แบบฉบับร่าง


Click to View FlipBook Version