ธนาธิปัตย์ 1
“ดารารตั น์” ดอกไม้แห่งความทรงจำ�
“ดอกดารารตั น์” ดอกไม้จนั ทน์ พระราชพิธีถวายพระเพลงิ พระบรมศพ ในหลวงรชั กาลที่ ๙
ในการเตรียมดอกไม้จันทน์เพ่ือใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ซึ่งมีดอกไม้ชนิดหนึ่งที่จิตอาสาหลายต่อหลายคนตั้งใจร่วมเรียนรู้และประณีตบรรจงติดกลีบดอกไม้ชนิดน้ีทีละกลีบด้วยหัวใจ เพื่อร่วม
แสดงความอาลยั เปน็ ครั้งสุดทา้ ย...
ถา้ หากพดู ถึง “ดอกดารารัตน์” หลายคนอาจจะตง้ั ค�ำถามว่า คอื อะไรบ้าง ลักษณะหนา้ ตาของดอกจริงเปน็ อยา่ งไรบา้ ง แล้วทำ� ไม
กระทรวงวัฒนธรรมถึงยกให้เป็นหน่ึงในต้นแบบของการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช ใชไ่ หมล่ะคะ วันนท้ี างกองบรรณาธกิ ารฯ เลยจะพาทกุ คนไปหาค�ำตอบ และทำ� ความ
รู้จักกบั ดอกไม้อนั ทรงคุณค่า ท่ีจะตอ้ งถกู จารกึ ไว้ในหวั ใจของคนไทยตลอดกาล พร้อมทง้ั ประวัติความส�ำคญั ลกั ษณะ วธิ ปี ลูก การดูแล
รักษา และประโยชน์ดๆี น่าสนใจของดอกไม้ชนดิ นี้กันคะ่
ดอกดารารัตน์ มีที่มาและความสำ� คัญอยา่ งไร
ดอกไมท้ ม่ี ีความหมายสูงคา่ นนั่ กค็ ือ “ดอกดารารัตน”์ คอื ชอ่ื ในภาษาไทยของ “แดฟโฟดิล” (Daffodil) หรอื “ดอกนาร์ซซี ัส”
ซงึ่ เปน็ ดอกไม้ของประเทศเมอื งหนาว เปน็ สญั ญาณบ่งบองถึงการมาของฤดใู บไมผ้ ลิ หลังจากความเหนบ็ หนาวทผ่ี า่ นพ้นไป แดฟโฟดิล
จึงเปน็ ดอกไมช้ นิดแรกทผ่ี ลอิ อกรับแสงแรกของฤดู ถือเปน็ การเรมิ่ ต้นใหม่ของส่งิ มชี ีวติ อีกครั้ง
สำ� หรบั “ดอกดารารตั น”์ ในภาษาไทยนั้น มีความหมายท่ีลกึ ซง้ึ ซอ่ นอยู่ ค�ำว่า “ดารา” หมายถงึ ดวงดาว น่ันคอื สง่ิ ท่อี ยสู่ งู สดุ
สว่ นคำ� ว่า “รัตน”์ แปลว่า แกว้ หรอื สิง่ ล้ำ� ค่า เมอื่ รวมกันแลว้ กจ็ ะหมายถงึ สิ่งล�้ำคา่ ทอี่ ยูส่ งู สดุ นั่นเอง สอดคลอ้ งกับความหมายสากล
ท่ีว่าดอกไม้ชนิดน้ีเป็นดอกไม้ที่แสดงถึงความรัก ความระลึกถึง ความหวัง เกียรติยศ และความกล้าหาญ จนถูกขนานนามให้เป็น
“ดอกไมแ้ หง่ อศั วิน” รวมไปถงึ องค์กรท่เี ก่ียวกับโรคมะเรง็ มักจะใช้ดอกดารารัตน์ หรือ แดฟโฟดิล เป็นสัญลักษณ์แหง่ ความหวัง ในการ
ระดมทนุ ช่วยเหลือผปู้ ว่ ยโรคมะเรง็ อีกทง้ั ดอกยังมีสเี หลืองสดซ่งึ เป็นสปี ระจำ� วันพระบรมราชสมภพของในหลวงรชั กาลท่ี ๙ อกี ดว้ ย
ครงั้ หนง่ึ สมเดจ็ พระนางเจา้ พระบรมราชนิ นี าถ ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชเสดจ็ ฯ มาทดี่ อยอา่ งขาง พระองค์
ทอดพระเนตรเหน็ ดอกแดฟโฟดลิ ดงั กลา่ วทปี่ ลกู กนั อยู่ จงึ ทรงโปรดใหจ้ ดั ดอกไมน้ น้ั ใสแ่ จกนั ประดบั บนโตะ๊ เสวย ขา้ ราชบรพิ ารกจ็ ดั เตรยี ม
ให้ตามพระราชประสงค์กอ่ นทีส่ มเด็จฯ ทา่ นจะทรงเล่าถงึ ความผกู พันของพระองค์กบั ดอกไมช้ นิดนี้ให้ผู้ตามเสด็จไดฟ้ งั
2 ธนาธิปัตย์
ดอกดารารตั น์ มลี ักษณะเป็นแบบไหน
ดอกดารารัตน์ หรือ ดอกแดฟโฟดิล เป็นไม้ดอกท่มี ีตน้ ก�ำเนิด
มาจากแถบเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น และพบมากในเขตเมอื งหนาว อาจจะ
พบเห็นในแถบเอเชียบ้างบางสายพันธ์ ซึ่งสายพันธุ์ของดอกไม้
ชนดิ นม้ี ีไมต่ �ำ่ กวา่ ๕๐ สายพันธุ์ รวมถงึ สายพันธผุ์ สมอกี มากมาย
มักจะออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิซะส่วนใหญ่ แต่บางสายพันธุ์ก็
ออกดอกในชว่ งฤดใู บไม้รว่ ง
ลกั ษณะลำ� ตน้ สงู ๖-๒๐ นวิ้ ใบเรยี วยาวออกตามลำ� ตน้ ลกั ษณะ
ดอกคลา้ ยปากทรมั เปต็ และมฐี านดอกทรงกลมรองอกี ชนั้ ออกดอก
หลายสตี ามแตล่ ะชนดิ ไมว่ า่ จะเปน็ สเี หลอื งทอง สขี าว สชี มพู หรอื
บางชนิดกม็ ี ๒ สีในดอกเดยี วกัน เจริญเตบิ โตจากหัวท่เี กบ็ สะสม
อาหารอยู่ใต้ดนิ เป็นดอกไม้ทมี่ ีกลน่ิ หอมมากแตไ่ ม่ฉุน โดยเฉพาะ
ชนดิ ท่อี อกดอก สเี หลอื งจะหอมมากเปน็ พเิ ศษ
เมื่อคร้ังท่ียังมิได้ราชาภิเษกสมรส ขณะนั้นสมเด็จพระนางเจ้า ดอกดารารัตน์ มีวธิ ปี ลูกและการดูแลรักษาอย่างไร
พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช หรือ ม.ร.ว.หญิงสิริกิติ์ กิติยากร ทรงประทับอยู่ท่ี ส่วนใหญ่มักจะขยายพันธุ์ด้วยการน�ำหัวที่อยู่ใต้ดินมาปลูก
ปารสี เนอื่ งจากพระบดิ าของพระองคเ์ ปน็ เอกอคั รราชทตู ไทยประจำ� ถา้ เปน็ หวั ขนาดใหญส่ ดุ ตอ้ งขดุ ดนิ หลมุ ปลกู ใหล้ กึ ประมาณ ๖-๘ นวิ้
ฝรั่งเศส ในขณะท่ีในหลวงรัชกาลที่ ๙ นัน้ ทรงศึกษาและประทบั อยู่ หัวขนาดกลางตอ้ งขดุ ลึกประมาณ ๓-๖ นว้ิ และหัวขนาดเลก็ สดุ
ทปี่ ระเทศสวสิ เซอรแ์ ลนด์ หากพอมเี วลาวา่ งครงั้ ใด ในหลวงรชั กาล ตอ้ งขดุ ลกึ ประมาณ ๒-๓ น้ิว ควรใชด้ นิ ทรี่ ะบายนำ้� ได้ดี มคี วาม
ท่ี ๙ กม็ กั จะขบั รถยนตด์ ว้ ยพระองคเ์ องขา้ มพรมแดนมาเยย่ี มเยยี น เปน็ กรดเลก็ นอ้ ย และเป็นดนิ ท่ีโดนแสงแดดบา้ ง หากปลูกในดนิ ท่ี
พระราชินฯี อย่เู สมอ ทุกครั้งท่ใี นหลวงรชั กาลที่ ๙ เสด็จมา กจ็ ะมี มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายให้ปลูกลึกกว่าดินเน้ือเหนียวสักเล็ก
ดอกไมม้ าให้พระราชินฯี และดอกไมท้ ่ีพระองค์น�ำมาให้เปน็ ประจำ� ก็ นอ้ ย ควรหาวสั ดมุ าคลมุ ดนิ ทโ่ี คนตน้ เพราะจะชว่ ยรกั ษาความชมุ่ ชน้ื
คือดอกไม้สีเหลืองดังกล่าวนี้เอง ดอกไม้นี้มีช่ือว่า แดฟโฟดิล ให้ต้นได้ดี ดูแลรดน้�ำมากในช่วงที่ดอกก�ำลังเจริญเติบโตแล้ว
(Daffodil) คอ่ ยลดลงตามลำ� ดบั และหลกี เลยี่ งการบำ� รงุ ดว้ ยปยุ๋ ทม่ี ไี นโตรเจนสงู
และนค่ี อื ทมี่ าและความสำ� คญั ของการน�ำดอกไม้ชนิดน้ี มาเปน็
ดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง
รัชกาลที่ ๙ น้ัน เพราะวา่ เนือ่ งจากเปน็ ดอกไมท้ ่ี ในหลวงรชั กาล
ที่ ๙ ทรงโปรด และทรงมอบให้กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ
พระบรมราชินีนาถ
ธนาธิปตั ย์ 3
ดอกดารารัตน์ มปี ระโยชน์และสรรพคณุ อะไรบา้ ง
นอกจากความสวยงามและกลน่ิ หอมทพ่ี อดแี ลว้ ดอกดารารตั น์
หรอื แดฟโฟดลิ ยงั มสี รรพคณุ ทางยาทท่ี ำ� ใหอ้ าเจยี น เปน็ ยาระบาย
ลดการกระตุกของกล้ามเน้ือ และท�ำให้ง่วงหรือหมดความรู้สึก
รวมไปถงึ คณุ สมบตั ใิ นการบำ� รงุ ผวิ พรรณ จงึ ไดม้ กี ารนำ� ดอกไมช้ นดิ นี้
มาสกดั ทำ� เคร่ืองสำ� อางในการบำ� รงุ ผวิ พรรณอีกดว้ ย
ถงึ อยา่ งไรกต็ าม ดอกดารารตั น์ หรอื แดฟโฟดิล น้มี ีพษิ อยทู่ ี่
บรเิ วณก้าน หากจะน�ำมาใชค้ วรศึกษาวธิ กี ารก�ำจัดพษิ และวธิ กี าร
ใช้อยา่ งถกู ตอ้ งด้วยนะคะ
เม่ือได้รู้ถึงที่มาของดอกดารารัตน์ท่ีน�ำมาเป็นต้นแบบในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายในหลวงรัชกาลท่ี ๙ แล้ว ย่ิงท�ำให้
ประชาชนคนไทยรู้สกึ ซาบซ้งึ และระลึกถงึ สง่ิ ท่ีพระองค์ทา่ นทรงท�ำเพอื่ พวกเราเสมอมา
ขอขอบคณุ ขอ้ มูลจาก
Theflowerexpert, Vichakaset, และ CM108
4 ธนาธปิ ตั ย์
กองจัดการ เหมอื นจ้อย หวั หน้ากองฯ /
พ.ท.ภาณุวฒั น ์ เลขานุการ
คงเจริญถ่ิน เหรัญญกิ
ร.อ.ทศพร
กองอ�ำ นวยการ กองบรรณาธกิ าร
พล.ต.ชูชาติ สุกใส ผู้อ�ำ นวยการ พ.อ.ประสงค ์ สุนทรสัตย ์ บรรณาธิการ
พ.อ.กฤษณ ์ จาดสุวรรณ รองผูอ้ �ำ นวยการ
พ.อ.สุจนิ ต์ สวสั ด ี ผู้ชว่ ยผู้อ�ำ นวยการ ฝา่ ยวชิ าการกองบรรณาธกิ าร
ฝา่ ยบริหาร
พ.อ.หญิง ปิยวรรณ มหายศนันทน ์ ผู้ช่วยผู้อ�ำ นวยการ พ.อ.ชยั ยุทธ สขุ เข
ฝ่ายวชิ าการ
พ.อ.จริ ชาต ิ อ่นุ จิต
พ.อ.ทัศน์เชษฐ์ วรรณสวสั ด์ิ
พ.อ.ธนภทั ร ตาปสนนั ทน์
พ.อ.วชั รภทั ร นุชอำ�พนั ธ์
ท่ีปรึกษา พ.อ.หญิง สมุ ณี า ทิวะพันธุ์
พ.อ.ชยั ยุทธ สุขเข พ.อ.วีระชยั พลา้ โน๊ต
พ.อ.จิรชาติ อนุ่ จติ พ.อ.เสมา จติ อำ�ไพ
พ.อ.ทัศนเ์ ชษฐ ์ วรรณสวัสด์ิ พ.อ.เทพาย ผดงุ ยศ
พ.อ.ธนภัทร ตาปสนนั ทน์ ประจำ�กองบรรณาธิการ
พ.อ.สมกฤษ อินทรพงษส์ กุล
พ.อ.วชั รภทั ร นุชอ�ำ พนั ธ์ พ.อ.เริงศานต์ิ ทยามันตท์ ิรนนั ท่์
พ.อ.โอภาส วดั โส
พ.อ.หญงิ สมุ ณี า ทิวะพันธ์ พ.อ.หญิง อรนุช ปสงั คมาน
พ.อ.หญงิ พร้อมศริ ิ โรจนวศิ วกรรม
พ.อ.สมชาย แกว้ ทอง
พ.อ.ไชยง เพียรวิบลู ย์
พ.อ.รณชัย ภู่สอน
พ.อ.อนันตชัย อยู่แสง เจา้ หน้าทป่ี ระจ�ำ กองบรรณาธิการ
พ.อ.ชูวทิ ย์ แจง้ แสงทอง พ.ท.นพิ นธ์ กรรณแก้ว
พ.อ.สมชาย ปัญญาสิทธ์ิ พ.ท.กฤษณ์กร สรอ้ ยสด
พ.อ.ธ�ำ รง พัวพนั ธพ์ งษ์ ร.ท.กฤช ประดษิ ฐ์สมยั
พ.อ.ผดงุ สหะรัตน์ จ.ส.อ.ไพโรจน ์ บุณณรังศรี
พ.อ.เจริญศกั ดิ์ พืชนะ ส.ต.หญิง สุกัญญา วฒุ ยิ า
พ.อ.หญงิ รังรอง โฉมรงุ่ ส.ต.หญิง ณฐั รยี า สอนนอ้ ย
พ.อ.หญิง นชุ ประกร แสงอากาศ สำ�นักงาน
โรงเรยี นทหารการเงนิ กรมการเงินทหารบก
กองสมาชกิ สมั พนั ธ์ 41/10 ถ.เทอดด�ำ ริ แขวงถนนนครไชยศรี
พ.อ.สุพฒั น์ สขุ ี เขตดุสติ กทม. 10300
โทร. 02-241-4052
ประจ�ำ กองสมาชิกสัมพนั ธ์ เว็บไซต์ กง.ทบ. : www.findept.com
พ.อ.วีระชัย พล้าโนต๊ เว็บไซต์ รร.กง.กง.ทบ : www.armyfinanceschool.com
อีเมล์ [email protected]
พมิ พท์ ี่ บริษทั โรงพิมพ์ คลังวิชา จ�ำ กัด 198/1 หมู่ 9 ต. บางกระสอ อ.เมืองนนทบรุ ี จ.นนทบุรี 11000 โทร. 02-9686997
ปีที่ 61 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม 2560
สารบัญ
• ค�ำขวัญวนั แม.่ ............................................................ 1
• “ดอกดารารตั น”์ ดอกไม้แหง่ ความทรงจ�ำ............................. 2
• บรรณาธิการแถลง......................................................... 7
วัตถปุ ระสงค์ • ประวตั โิ รงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก................... 9
เพื่อเป็นส่ือกลางสำ�หรับเผยแพร่
และแลกเปลี่ยนความรู้ทางการเงิน • งานประติมากรรมหมิ พานต์ ประกอบพระเมรมุ าศ
การบญั ชี การงบประมาณ ระเบยี บการ
เงิน เศรษฐกจิ สงั คมและการบรหิ าร พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช................... 13
คา่ บำ�รุง ตง้ั แต่ปี 2554 เป็นต้นไป
• ธรรมาภบิ าล.............................................................. 18
นายทหารสญั ญาบตั รปีละ
150 บาท • ป.ป.ช.วางทศิ ทาง รฐั บาลน�ำทีมภาครฐั รว่ มขับเคลอ่ื น...กวก.กง.ทบ. 19
นายทหารชั้นประทวนปลี ะ
100 บาท • คอร์รปั ชน่ั : ส�ำคญั ที่ “จิตใจ”.............................กวก.กง.ทบ. 20
การเข้าเป็นสมาชกิ และช�ำ ระคา่ บำ�รุง
แจง้ ความจ�ำ นงยงั • รอบรั้วส�ำนกั งานตรวจสอบภายในทหารบก.................สตน.ทบ. 22
กองสมาชิกสัมพันธ์
โรงเรยี นทหารการเงนิ • รายงานผลการแพรก่ ระจายมลั แวร์ Wanna Crypt
กรมการเงนิ ทหารบก
โทร. 02-241-4052 ของระบบปฏิบตั ิการ Microsoft Windows............................ 23
หรอื โอนเงนิ
ผา่ นธนาคารทหารไทย • ระเบยี บ กค. ว่าดว้ ยการเบิกเงินชว่ ยเหลือคา่ รกั ษาพยาบาล
สาขาศรยี ่าน บัญชอี อมทรัพย์
เลขท่ี 041-2-20133-7 ส�ำหรับข้าราชการซึง่ มีต�ำแหนง่ หนา้ ทปี่ ระจ�ำอยใู่ นต่างประเทศ
ช่ือบัญชี “ค่าบำ�รุงสมาชิกนิตยสาร
ธนาธปิ ตั ย”์ พ.ศ. 2559............................................................... 26
“ข้อมูลในฉบับนีม้ ิใชข่ อ้ มูลของ • ปา่ ค�ำชะโนด……….............................…..กองบรรณาธิการ 36
ทางราชการเปน็ ความเหน็ สว่ นตัว”
• 5 ทริป เท่ยี วใกล้กรุงเทพ...........................กองบรรณาธิการ 37
• กรมบัญชกี ลางสรุปผลการเบิกจา่ ย 8 เดอื น.......................... 39
• หมายเลขความช�ำนาญการทางทหาร (ชกท.) ทใ่ี ครหลายๆ คน
หลงลมื ไป !!...............................................กกพ.กง.ทบ. 40
• โครงการพัฒนาระบบสมรรถนะก�ำลังพล ทบ...........กกพ.กง.ทบ. 43
• สนกุ กบั ประวตั ศิ าสตร…์ ……………....พ.ท.กฤษณ์กร สรอ้ ยสด 46
• ข่าว กบข................................................................. 49
• ประกาศเกียรติคุณแสดงความช่ืนชมยินดี............................. 55
• ภาพกจิ กรรม............................................................. 57
• เร่ืองนา่ รเู้ กีย่ วกบั สมุนไพรกบั ธาตเุ จา้ เรือน.........กองบรรณาธิการ 73
• English today……………..พ.ท.หญงิ บษุ บงทิพย์ สวุ รรณวเิ ชยี ร 75
• ก�ำหนดแนวปฏบิ ตั ิเกย่ี วกบั การเบิกเงนิ จ่ายค่ารกั ษาพยาบาลฯ....... 78
• พระราชกฤษฎกี าคา่ ใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการฯ................ 83
• สรุปแบบธรรมเนยี มทางดา้ นการเงนิ และการบญั ชี
หว้ งเดอื น พ.ค. – ส.ค.๖๐..............................กวก.กง.ทบ. 84
6 ธนาธปิ ัตย์
เรยี น สมาชิกนิตยสารธนาธิปตั ย์ทุกท่าน
นิตยสารฯ ฉบับนี้เปน็ ฉบบั ที่ 2 ของปี 61 ซงึ่ เปน็ หว้ งท่ตี รงกับวนั กอ่ กำ� เนดิ โรงเรยี นทหารการเงนิ กรมการเงิน
ทหารบก ทางคณะผู้จัดท�ำจึงได้น�ำภาพของ โรงเรียนทหารการเงินฯในปัจจุบันมาตีพิมพ์เป็นภาพปกของ
นิตยสารฯ สมาชกิ ท่านใดทเี่ คยรับราชการ หรอื เคยศกึ ษาทโ่ี รงเรียนแห่งนีแ้ ลว้ ห่างหายไปนาน เมื่อไดเ้ ห็นหน้าปก
ของนิตยสารฯ ฉบับน้แี ลว้ คงพอจะหายคดิ ถึงกันไดบ้ ้างนะครบั
ภายในนติ ยสารฯ ฉบบั นป้ี ระกอบไปดว้ ยเนอ้ื หาสาระหนา้ รตู้ า่ งๆ มากมายเชน่ เดมิ โดยเฉพาะเนอื้ หา ในเรอื่ งของ
ระเบียบ ค�ำส่ัง อาจจะเยอะสักหน่อย ก็เนื่องจากที่ผ่านมาการท�ำงานด้านการเงินมีการปรับเปลี่ยน อยู่ตลอด
จงึ ท�ำใหม้ ีรายละเอียด ข้อปฏบิ ัตติ ่างๆ ทจี่ ำ� เป็นต้องปรบั ปรงุ แกไ้ ข หวังวา่ สมาชิกทุกท่านคงไม่เบ่ือนะครับ เพราะ
เราไดส้ อดแทรกเรอื่ งอ่นื ๆ ทีน่ ่าสนใจอีกหลายเร่ืองไวใ้ นเลม่ นค้ี รับ เช่น เรื่องดอกดารารตั น์ เรอ่ื งงานประติมากรรม
หิมพานต์ ประกอบพระเมรมุ าศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
การท�ำหน้าท่ีบรรณาธิการของผมในนิตยสารฯ ฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้ายแล้วครับ เพราะวันที่ 30 ก.ย.60
ก็จะเป็นวันท่ีสิ้นสุดการท�ำงานในฐานะข้าราชการประจ�ำ หลังจากรับราชการมาเป็นเวลานานแล้ว ก็คงต้องไป
ท�ำหน้าท่ีในบทบาทอื่นท่ีเห็นว่าความเหมาะสมกับช่วงอายุ (เลี้ยงหลานครับ) ผมต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน
ที่ไดต้ ดิ ตามนิตยสารฯ มาโดยตลอด ที่ผา่ นมาผมพยายามอยา่ งเตม็ ทีท่ ีจ่ ะคดั สรรบทความดีๆ ทม่ี ีประโยชน์มา
ลงตีพิมพ์ในนิตยสารฯ เพื่อให้ทุกท่านได้อ่านกันอย่างเต็มท่ี แต่ก็พร้อมรับค�ำติชม ข้อเสนอแนะต่างๆ อยู่เสมอ
เพราะผมคดิ ว่าคำ� ตชิ มทเ่ี ป็นสาธารณะจะนำ� มาซง่ึ การปรับปรงุ ทเี่ ป็นประโยชน์ และตรงใจสมาชิกท่สี ดุ
สดุ ทา้ ยนผ้ี มขอขอบพระคณุ ผบู้ งั คบั บญั ชาทไ่ี ดใ้ หค้ วามไวว้ างใจมอบโอกาสใหท้ ำ� หนา้ ทสี่ ำ� คญั น้ี และขอขอบคณุ
คณะท�ำงานทุกท่านท่ีร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา ผมเชื่อม่ันว่าภายไต้การท�ำงานของบรรณาธิการท่านใหม่ที่จะ
มารับหน้าที่แทนผม เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความคิดริเริ่ม ซงึ่ จะท�ำให้สมาชิกได้รับประโยชน์ และ
ความเพลิดเพลินอยา่ งแนน่ อน ขอบคณุ ครับ
บรรณาธกิ าร
ธนาธิปตั ย์ 7
อภินันทนาการ
จาก
บริษทั อทิ ธพิ ร อิมปอร์ต จ�ำ กดั
สำ�นักงานใหญ่ตงั้ อยู่เลขท่ี 96/11-12, 102-103 ถนนวภิ าวดรี งั สิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลกั สี่ กรงุ เทพฯ
โทรศพั ท์ 02-9733560-3
8 ธนาธิปตั ย์
ประวตั ิ
โรงเรยี นทหารการเงนิ กรมการเงินทหารบก
โรงเรยี นทหารการเงนิ กรมการเงนิ ทหารบก มปี ระวตั คิ วามเปน็ มาทว่ี วิ ฒั นาการจนถงึ ปจั จบุ นั อาจสรปุ ได้
ดงั นี้.-
- วนั ท่ี ๑ เมษายน ๒๔๖๕ ในขณะทก่ี รมการเงนิ ทหารบก ยงั คงมชี อื่ เรยี กวา่ “กรมคลงั ทหารบก” ขน้ึ อยกู่ บั
ยกบตั รทหารบก และมกี ารตง้ั กองโรงเรยี นการสมหุ บ์ ญั ชที หารบก ขน้ึ ในกรมจเรพสั ดุ ส�ำ หรบั สง่ั สอนบคุ คล
ซึ่งจะเข้ารับราชการในหน้าที่สมุห์บัญชี ซ่ึงควรจะถือได้ว่าโรงเรียนทหารการเงิน ฯ ได้ถือกำ�เนิดข้ึนแล้ว
แตไ่ ม่ไดข้ ึน้ อยู่กับกรมการเงินทหารบก มที ่ีตั้งในศาลายุทธนาธิการ
- วนั ท่ี ๖ มถิ นุ ายน ๒๔๘๑ ไดม้ พี ระราชกฤษฏกี าจดั หนว่ ยยอ่ ยในกระทรวงกลาโหม (ฉบบั ท่ี ๕) พทุ ธศกั ราช
๒๔๘๑ ตงั้ กรมการเงนิ ทหารบก ขน้ึ ตรงตอ่ กองทพั บก ซง่ึ มผี ลใหใ้ ชบ้ งั คบั ตง้ั แตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
คอื วนั ที่ ๖ มถิ นุ ายน ๒๔๘๑ ท�ำ หนา้ ทเี่ บกิ จา่ ยเงนิ บญั ชเี งนิ และมหี นา้ ทเี่ กยี่ วกบั งบประมาณของกองทพั บกมี
พ.อ.พระสรุ ยิ สตั ย์ ปลดั บญั ชี เปน็ เจา้ กรมการเงนิ ทหารบก อกี ต�ำ แหนง่ หนง่ึ แตข่ ณะนน้ั ยงั ไมม่ อี ตั ราการจดั
โรงเรยี นทหารการเงนิ อยูใ่ นกรมการเงนิ ทหารบก แตอ่ ย่างใด
- ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๑ จนถงึ พ.ศ.๒๔๘๑ เป็นตน้ มา การศกึ ษาอบรมใหก้ บั กำ�ลงั พลเหล่าทหารการเงนิ
ยงั คงไมใ่ ชภ่ ารกจิ ของกรมการเงนิ ทหารบกโดยตรง เนอ่ื งจากยงั จดั ใหเ้ ขา้ รบั การศกึ ษารว่ มกบั นายทหารเหลา่
พลาธกิ าร จนกระท่ัง พ.ศ.๒๔๘๑ ซึ่งได้เปดิ การศกึ ษาเฉพาะนายทหารนักเรยี นเหลา่ ทหารการเงนิ ข้ึนเปน็
รนุ่ แรกโดยใชเ้ จา้ หนา้ ทขี่ องกรมการเงนิ ทหารบกท�ำ หนา้ ท่ีครู–อาจารย์และใชส้ ถานทใี่ นกรมการเงนิ ทหารบก
(กระทรวงกลาโหม) ท�ำ การสอน
- พ.ศ.๒๔๙๙ กรมการเงินทหารบก ไดร้ ับอนุมตั ิให้เพมิ่ อตั รา “โรงเรียนทหารการเงินทหารบก” โดยมี
ก�ำ ลงั พลนายทหาร ๒๓ นาย และนายสบิ ๒๙ นาย ตงั้ แต่ ๑๑ มกราคม ๒๔๙๙ มสี ถานทต่ี งั้ ณ โรงเรยี นทหาร
การเงนิ ในปัจจบุ นั มีหนา้ ท่ีอำ�นวยการฝึกศึกษาเหลา่ ทหารการเงนิ
- พ.ศ.๒๕๑๒ กองทัพบกได้แต่งตั้งคณะกรรมการสำ�รวจวิธีการจัดปริมาณงาน และอัตรากำ�ลังพลใน
กรมการเงนิ ทหารบก และมกี ารแบง่ สว่ นราชการในกรมการเงนิ ทหารบกใหม่ รวมทงั้ มกี ารเปลยี่ นแปลงภารกจิ
ให้โรงเรียนการเงินทหารบก มีหน้าท่ีอำ�นวยการฝึกศึกษาให้แก่ทหารเหล่าทหารการเงิน และเหล่าทัพอื่น
ที่เก่ยี วขอ้ งกับหน้าทกี่ ารเงินให้เปน็ ไปตามนโยบายและโครงการฝึกศึกษา
- พ.ศ.๒๕๒๗ ได้มกี ารปรับปรุงอตั ราและการจดั ของกรมการเงินทหารบกคร้ังใหญ่นับแต่ได้ก่อตั้งมา
ในสว่ นของโรงเรียนการเงินทหารบก ได้เปล่ยี นเป็น โรงเรียนทหารการเงนิ กรมการเงนิ ทหารบก มรี าย
ละเอยี ดท่ตี ง้ั ดงั น.้ี -
โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงนิ ทหารบก (ในบรเิ วณ กรมยุทธศึกษาทหารบก)
เลขท่ี ๔๑/๑๐ ถนนเทอดดำ�ริ เขตดสุ ติ กรุงเทพ ฯ ๑๐๓๐๐
โทรศพั ท์ (๐๒) ๒๔๑ - ๐๓๗๐ โทรทหาร ๕๓๒ – ๑๕๐๗ โทร.ทบ. ๘๙๒๗๗
ธนาธปิ ัตย์ 9
สสญััญลลกั ักษษณณข์ ์ขอองงโรโรงงเรเรยี ยีนนททหหารากรการาเรงเนิงนิ กรกมรกมากราเรงนิเงทนิ หทาหราบรกบก
สัญลักษสณญั ข์ อลงักโรษงเรณียนข์ ทอ หงาโรรกงาเรรเงยี ินนกทรหมกาารรกเงาินรทเหงาินรบกกรคมือก“าพรรเะงธินนบทดหี”า รเปบน็ กภาคพือทป่ี “รพะทรับะนธงั่ นอบย่ใู ดนี”
เ ป น็บุษภบากพทท่ีฐา่ปี นขรอะงทบุษับบนกน่งั ้ันอ มยีอักู่ใษนรบไทษุยวบ่า ก“ธนทบ่ฐี ดาี” น ขด้าอนขง ้าบงขุษอบงบกุษบนกน้ั ปรมะีอกอกั บษด้วรยไลทายยกวนก่าใต“้ดธวนงตบราดมี”ี
ดา้ นขภา้ างษขติองจบาุษรบกึ กอปยรู่ใะนกแอพบรดแว้ ถยบลาวยา่ ก“นสกุจใตรด้ ติ วํ งอตมรตามํ กีภมาษฺมติ”ํ จดารวึกงอตยรใู่ านนแไี้พมร่จแำ�ถกบดัวา่ขน“าสดุจรติ ํ อมตํ กมฺมํ ” ดวงตราน้ไี ม่จำกัดขนาด
กรมศลิ ปการกมรศไลิ ดปอ้ าอกกรไแดบ้อบอกดแวบงตบรดาวนงตใ้ี หราเ้ นมใ้ีอ่ื หพ้เม.่อืศ.พ๒.๔ศ.๙๒๙๔๙ต๙ามตหานมงั หสนอื ังสทือี่ ๒ท๒่ี ๒๖๒/๒๖๔/๒๙๔๙๙๙ลงวลนั งวทนั ่ี ๘ที่ พ๘ฤพศฤจศกิ จาิกยานยน
พ .ศพ.๒.ศ๔.๙๒๔๙๙๙โด ยโดอยาอศายั ศแัยนแวนคววคาวมาคมคดิ ิดขขอองงรราาชชบบณั ัณฑฑติ ิตยยสสถถาานน แแลละะขขนนาานนนนาามมเเททพพอองงคค์นน์ ี้วี้ว่าา่ ““พพรระะธธนนบบดดี””ี
แแลปะลเเแกงปวนิ็บ่าลรขเวักอจา่ษงเ้าาจทแเา้งาหนิแงหขร่งอาง่ทชงททรกราัพาพั งรรยยาท์ค์ทชงั้ำ�กงั้ หวาหา่ลรลา“คยาำธเยวนพ่าเบรพ“าดธะร”ี นไาดบนะค้ดเี้ไ�ำี”ปดนน็น้คงึ นีเ้ภำปาาน็นมรนงึขกาภอจิมาหงขจรลอตกงกั จโุ ขิจลตอหกุโงลบลเกหากับลลาขา่ปลอทปรหงะระเจาหจรำ�ำกทลทาิศ่าิศรเทเเหหงหนินนาอือื คทรทอื พี่กี่พกราระาระพรเพรรงบัรหินหม–มเคปจเน็อืปา่ ผยน็ ู้ปกผแราปู้ละระรทรเะากบันทบ็ ใาหร–นกั้ ใจษหา่า้ ย
ภาษิตภภาายษใติ ตภ้ดายวใงตตด้ รวงาตทร่ีวาท่า่วี า่ ““สุจสุจรริติตํํ ออมมตตํ กํ มกฺมมํ ”ฺมนํ”น้ั แนป้ันลวแ่าป“ลควว่าามส“ุจครติวเาปมน็ สกุาจรรกิตระเปทำ็นทกไ่ี มา่ตรากยร”ะทพ.ำ�อท.ปี่ไิน่ ม่ตมาทุ ยุกัน”ต์
เปน็ ผพคู้ .ดัอเ.ลปอื ่ินก ใ หม้ทุ แกุละนั ไตด์้ใเชปเ้ ปน็ ็นผค้คู ำดั ขเวลัญือขกอใงหเห้ แลล่าทะหไดารใ้ ชกเ้าปรเ็นงินค�ำ ขวญั ของเหลา่ ทหารการเงนิ
ผังการจัดสว่ นราชการ (ปีงบประมาณ ๒๕๖๐)
โรงเรียนทหารการเงิน
ผู้บญั ชาการโรงเรียนทหารการเงนิ
รองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารการเงนิ
กองบญั ชาการ กองการศึกษา กองพนั นักเรยี น
- แผนกธุรการ ฯ - แผนกวิชาธนาธกิ ารกจิ ฯ - พนั .นร.รร.กง.กง.ทบ.
- แผนกเตรียมการ ฯ - แผนกวิชาทหารและทวั่ ไป ฯ - กองร้อยนักเรยี นนายสิบ ฯ
- แผนกสนบั สนุนการศึกษา ฯ - แผนกวิชาการบัญชี ฯ
- แผนกประเมินผลและสถิติ ฯ - แผนกวชิ าปลัดบัญชี ฯ
อัตลักษณ์
“แหลง่ เรยี นรู้ทอาตั งลกากั รษเงณนิ ์ ของกองทพั บก”
“ แหล่งเรยี นรูท้ างปการรัชเงญินาของกองทัพบก ”
“ศึกษาดี ปมรีวัชนิ ญยั าใฝค่ ุณธรรม”
10 ธนาธิปัตย์
ปณธิ าน
ม่งุ ม่นั ทจ่ี ะพฒั นาไปสู่องคก์ รแหง่ การเรยี นรู้
เพือ่ ผลติ บคุ ลากรเหลา่ การเงนิ
และพัฒนาประสทิ ธิภาพบุคลากรของกองทพั บกให้เป็นคนดี
มีคณุ ลักษณะทางทหารท่ีดี อยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ
พันธกิจ
- ผลติ ก�ำ ลงั พลระดับประทวนใหม้ ีคณุ ภาพ สอดคล้องกบั ความต้องการของหนว่ ยในกองทพั บก
- พัฒนาประสิทธภิ าพบุคลากรเหล่าทหารการเงนิ ให้สามารถใช้เทคโนโลยที ที่ นั สมัยควบคู่กับการบริการ
- พฒั นาประสทิ ธภิ าพบคุ ลากรเหลา่ ทหารการเงนิ และเหลา่ อน่ื ๆ ทางดา้ นวชิ าการ ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
- ใหบ้ รกิ ารงานวชิ าการแกส่ ังคม ทัง้ ภายในและภายนอกกองทพั บก
- พฒั นาระบบการเรยี นการสอนใหส้ อดคล้องกับการเปลย่ี นแปลงของระบบสารสนเทศในปัจจุบัน
- พฒั นาบุคลากรเหลา่ ทหารการเงนิ ให้มีภาพลกั ษณแ์ ละคณุ ลกั ษณะทางทหารทีด่ ี
- ปลูกฝงั ทัศนคติบุคลากรเหล่าทหารการเงิน ใหม้ ีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และอยูใ่ นสงั คมได้อยา่ งมคี วามสขุ
วิสัยทัศน์
“เป็นองคก์ รแหง่ การผลติ และพัฒนาบุคลากร
ทางดา้ นการเงนิ การบญั ชี และงบประมาณทมี่ ีมาตรฐาน
ดว้ ยเทคโนโลยที ่ที นั สมยั ของกองทพั บก”
จากอดีต สู่ปจั จุบัน โรงเรยี นทหารการเงนิ กรมการเงนิ ทหารบก
ธนาธปิ ตั ย์ 11
รายนาม รองผูบ้ ญั ชาการ
โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงนิ ทหารบก
--------------------------------------------------------------
๑. พ.อ.สุวรรณ เกษมมงคล ๗ พ.ย.๐๑ - ๒๙ ธ.ค.๐๓
๒. พ.อ.อมร กสุ ินทรเ์ กิด ๓๐ ธ.ค.๐๓ - ๓๐ ก.ย.๐๗
๓. พ.อ.อาคม สตุ ตะเสวี ๑ ต.ค.๐๗ - ๓๐ ก.ย.๑๐
๔. พ.อ.กระจ่าง เอมโอชะ ๑ ต.ค.๑๐ - ๓๐ ก.ย.๑๑
๕. พ.อ.ผาด ตระกลู ดิษฐ์ ๑ ต.ค.๑๑ - ๒๔ ม.ค.๑๓
๖. พ.อ.เฟ้อื ทองภกั ดี ๒๕ ม.ค.๑๓ - ๔ พ.ย.๒๓
๗. พ.อ.ประภสั ร์ วรพสิ ิษฐ ์ ๕ พ.ย.๒๓ - ๘ ต.ค.๒๔
๘. พ.อ.วศิ ษิ ฐ ์ สงั โขบล ๙ ต.ค.๒๔ – ๓๐ ก.ย.๒๘
๙. พ.อ.ปรีชา ปุษปาคม ๑ ต.ค.๒๘ - ๓๐ ก.ย.๓๓
๑๐. พ.อ.พานชิ พัฒนโอฬาร ๑ ต.ค.๓๓ - ๙ ต.ค.๓๔
๑๑. พ.อ.สมพงษ์ โชตนิ ิรันดร์ ๑๐ ต.ค.๓๔ - ๓๐ พ.ย.๓๗
๑๒. พ.อ.ศภุ ชยั สนองคณุ ๑ ธ.ค.๓๗ - ๒๓ พ.ย.๓๘
๑๓. พ.อ.วรัตน ์ หอมเนยี ม ๒๔ พ.ย.๓๘ - ๒๓ ธ.ค.๓๙
๑๔. พ.อ.หญงิ ชูจิต คมุ้ ทกุ ทิศ ๓ ธ.ค.๓๙ – ๒๕ พ.ค.๔๓
๑๕. พ.อ.ณรงค ์ สุนทรหงศ ์ ๒๖ พ.ค.๔๓ - ๓๑ พ.ค.๔๔
๑๖. พ.อ.สรชยั แกว้ นพ ๑๔ มิ.ย.๔๔ - ๙ ต.ค.๔๔
๑๗. พ.อ.พันธุ์ด ี มหาศรานนท์ ๑๐ ต.ค.๔๔ - ๒๘ พ.ค.๔๗
๑๘. พ.อ.หญงิ ทิพาพร สุวรรณลักษณ์ ๒๘ พ.ค.๔๗ – ๓ พ.ค.๔๘
๑๙. พ.อ.อดุลยเดช อนิ ทะพงษ์ ๔ พ.ค.๔๘ - ๑๑ ต.ค.๔๘
๒๐. พ.อ.ถาวร เจรญิ สุข ๑๒ ต.ค.๔๘ - ๓๐ ก.ย.๔๙
๒๑. พ.อ.นฤทธิ์ สนู านนท์ ๔ ต.ค.๔๙ - ๒๑ ต.ค.๕๑
๒๒. พ.อ.วีระวฒั น ์ ตันวเิ ชยี ร ๒๒ ต.ค.๕๑ – ๓๐ ก.ย.๕๒
๒๓. พ.อ.ณัฏฐิพงษ ์ เผอื กสกนธ์ ๓๐ ต.ค.๕๒ – ๑๕ ต.ค.๕๓
๒๔. พ.อ.หญิง สุดจิต เลก็ สกุล ๑๖ ต.ค.๕๓ – ๒๐ ต.ค.๕๔
๒๕. พ.อ.ฉมาวทิ ย ์ สาตรรอด ๒๐ ต.ค.๕๔ – ๕ ต.ค.๕๕
๒๖. พ.อ.วิทยา วรี ะคงสุวรรณ ๖ ต.ค.๕๕ – ๓ ต.ค.๕๖
๒๗. พ.อ.ชูชาติ สุกใส ๔ ต.ค.๕๖ – ๑๗ เม.ย.๕๘
๒๘. พ.อ.สุจินต ์ สวสั ดี ๑๘ เม.ย.๕๘ – ๕ ต.ค.๕๘
๒๙. พ.อ.หญิง ปยิ วรรณ มหายศนันทน ์ ๖ ต.ค.๕๙ – ปัจจุบัน
--------------------------------------------------
12 ธนาธิปตั ย์
งพารนะบปารทะตสมิมาเดก็จรพรมระหปมิ รพมานิ นทตร์ ปมรหะากภอูมบิพพลรอะดเมุลรยมุ เาดศช
โดย นายกอ่ เกยี รติ ทองผดุ นายชา่ งศิลปกรรมชำ� นาญงาน
กองบรรณาธิการฯ
พระเมรมุ าศสำ� หรบั ถวายพระเพลงิ พระบรมศพ พระบาท องคพ์ ระเมรมุ าศพระบรมศพพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร-
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ส�ำนัก มหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นพระเมรุมาศทรงบุษบกเก้ายอด
สถาปตั ยกรรมจดั สรา้ งในครง้ั นี้ มคี วามเปน็ สงา่ กวา่ สงู กวา่ บนชน้ั ฐานชาลายอ่ มมุ ไมส้ บิ สอง โครงสรา้ งภายในเปน็ เหลก็
และใหญก่ วา่ พระเมรมุ าศในทุกคราว มีขนาดความกวา้ ง แบบยึดด้วยน็อต ฐานรากโครงสร้างแบบใช้พื้นดินรับ
๖๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร และสูง ๕๐.๔๙ เมตร ซง่ึ จะใช้ นำ้� หนกั โดยไมม่ เี สาเขม็ องคพ์ ระเมรมุ าศปดิ ผวิ ประดบั ดว้ ย
พน้ื ทข่ี องทงุ่ พระเมรุ (ทอ้ งสนามหลวง) เกอื บเตม็ พนื้ ที่ ๔๗ ไร่ ไม้อัด กรุกระดาษทองย่นตกแต่งลวดลายและเครื่อง
๖๓ ตารางวา พระเมรมุ าศนี้เป็นสถาปตั ยกรรม รูปแบบ ประกอบพระอิสริยยศ มีเทวดาเชิญฉัตรและบังแทรก
กรุงรัตนโกสินทร์ ผสมผสานกับศลิ ปกรรมสมยั รัชกาลที่ ๙ มอี งค์มหาเทพ ๕ พระองค์ คือ พระพิฆเนศวร พระอนิ ทร์
มีแนวคิดการจัดวางแบบพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ พระพรหม พระศวิ ะ และพระนารายณ์
ที่เขาธงชัย อ�ำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ซงึ่ เปน็ วดั ประจำ� รชั กาลท่ี ๙ โดยเปน็ พระเมรมุ าศทรงบษุ บก
มี ๙ ยอด บุษบกประธานเป็นยอดทรงปราสาท ๗ ชน้ั
เชงิ กลอนรายรอบดว้ ยบษุ บกขนาดเลก็ ทม่ี มุ ทงั้ ๔ วางลดหลนั่
ลงมาเปน็ ชนั้ โดยเปรยี บเสมอื นวา่ บษุ บกองคใ์ หญต่ รงกลางนนั้
เปน็ เขาพระสเุ มรุ หรอื ศนู ยก์ ลางของโลกและจกั รวาล ตามคติ
ความเช่ือแบบพราหมณ์ อันเป็นท่ีสถิตขององค์ทวยเทพ
ตามล�ำดับ ในบริเวณโดยรอบพระเมรุมาศเปรียบเสมือน
เชงิ เขาพระสเุ มรุ เปน็ ทต่ี ง้ั ของปา่ หมิ พานต์ มสี ตั วห์ มิ พานต์
น้อยใหญอ่ าศยั และมสี ระอโนดาตสรา้ งความรม่ รนื่ รม่ เยน็
อยเู่ สมอ
ธนาธิปัตย์ 13
ท้ังสองพระองค์ คือ พระพิเนกและพระพินาย จัดสร้าง
พระรปู มาประหน่ึงรับเสดจ็ สู่สรวงสวรรค์
๑. พระพเิ นก หรอื พระพิฆเนศวร
พระพิเนก หรือพระพิฆเนศวร เป็นบุตรแห่งองค์พระ
อศิ วรและพระอมุ าเทวี เปน็ เทพแหง่ ความสำ� เรจ็ ทรงฉลาด
ลอบรู้ในทุกศิลปะและวิทยา แสดงถึงพระอัจฉริยภาพของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชท่ีทรง ๒. พระอินทร์
รอบรแู้ ละทรงใชส้ ตปิ ญั ญาในการแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ ใหแ้ ก่ พระผสู้ ามารถบนั ดาลความสขุ ใหแ้ กโ่ ลก ไดแ้ ก่ บนั ดาล
ประชาชนเสมอมา องคพ์ ระพฆิ เนศวร ไดก้ ำ� หนดทปี่ ระดษิ ฐาน ใหเ้ กดิ ฝนตกตามฤดกู าล บันดาลใหพ้ ืชพรรณงดงาม
ไว้บนฐานไพทีชั้นที่สองในต�ำแหน่ง หน้าบันไดทางขึ้นฐาน
ไพทีช้ันทสี่ ามด้านทิศเหนือ
พระพินาย คือพระโกญจนาเนศวร พระพินายะ หรือ
พระพนิ าย มอี ีกนามวา่ พระโกญจนาเนศวร เปน็ โอรสของ
พระอศิ วร มศี ักด์ิเปน็ น้องของพระพฆิ เนศวร มีพระพักตร์
เป็นช้างเช่นเดียวกับพระพิฆเนศวร เป็นเทพเจ้าแห่งช้าง
ทุกชนดิ เป็นผสู้ รา้ งช้างเอราวณั ช้างคิรยิ เมขละไตรดายคุ
และชา้ งเผอื กในโลกและดว้ ยในแผน่ ดนิ ของพระบาทสมเดจ็
พระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีช้างเผือกบังเกิดขึ้น
หลายเชอื กเปน็ มหามงคลแกป่ ระเทศไทย ดว้ ยพระมหากรณุ า
ธคิ ณุ ยง่ิ แกป่ ระชาชนทรงจดั ตงั้ กองทนุ การศกึ ษาขน้ึ มากมาย ๓. พระพรหม
เพ่ือสร้างบุคลากรอันมีค่าเปรียบเช่นช้างเผือกท่ีอยู่ในป่า พระผูก้ ำ� หนดชะตาชวี ิตของมนษุ ย์
น�ำมากลั่นกรองหล่อหลอมให้เป็นผู้มีคุณประโยชน์แก่ชาติ
บา้ นเมอื ง องคพ์ ระโกญจนานศวรไดก้ ำ� หนดทป่ี ระดษิ ฐานไว้
บนฐานไพทีช้นั ทส่ี องในตำ� แหน่ง หน้าบันไดทางขน้ึ ฐานไพที
ชั้นท่ีสาม ด้านทิศเหนือคู่กับองค์พระพิฆเนศ มหาเทพ
14 ธนาธิปตั ย์
๔. พระอิศวร (พระศวิ ะ)
พระองค์ทรงประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นท�ำความดี
และยึดมัน่ ในศลี ธรรม
บษุ บกประธานผงั พนื้ อาคารเปน็ สเ่ี หลย่ี มยอ่ มมุ ไมส้ บิ สอง
ชั้นฐานเป็นฐานสิงห์ เหนือฐานสิงห์เชิงบาตร ช้ันที่หน่ึง
เป็นช้ันครุฑยุดนาค เชิงบาตรชั้นท่ีสองเป็นช้ันเทพพนม
เครอื่ งยอดบษุ บกเชงิ กลอนเจด็ ชน้ั บนยอดสดุ ปกั นภปฎลหา-
เศวตฉัตร (ฉัตรขาว ๙ ช้ัน)
โถงกลางภายในเป็นที่ประดิษฐานพระจิตกาธานส�ำหรับ
ประดิษฐานพระบรมโกศ ติดตั้งฉากบังเพลิงท้ังส่ีทิศ
๕. พระนารายณ์ (พระวษิ ณุ) เขียนรูปพระนารายณ์อวตารในปางต่างๆ และโครงการ
การอวตารของพระนารายณ์มามีชีวิตบนโลกเพ่ือปราบ อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ มีบันไดทางขึ้นจากฐานชาลา
ยุคเข็ญรายรอบพระเมรุมาศชั้นลานอุตราวรรตมีสระ ทงั้ สท่ี ศิ ทศิ ตะวนั ตกหนั หนา้ เขา้ พระทน่ี งั่ ทรงธรรม ทศิ ตะวนั ตก
อโนดาดทั้งสี่ทิศ มนี ้ำ� ไหลจากสตั วม์ งคลประจ�ำทศิ ส่สู ระ และทิศใต้ติดตั้งลิฟท์ที่ชั้นฐานชาลาแต่ละชั้น ทางด้าน
อโนดาด ภายในสระประดบั ดว้ ยประตมิ ากรรมสตั วห์ มิ พานต์ ทิศเหนือของพระเมรุมาศ มีสะพานเกรินส�ำหรับใช้เป็นที่
เคลือ่ นพระบรมโกศจากราชรถปนื ใหญข่ ึ้นบนพระเมรมุ าศ
ฐานชาลาชน้ั ที่ ๑ เปน็ ฐานสงิ หเ์ ปน็ รว้ั ราชวตั ร ฉตั ร แสดง
อาณาเขตพระเมรุมาศ มีท้าวจตุโลกบาลประทับยืน
ที่มุมฐานชาลาหนั หนา้ เขา้ ส่บู ุษบกประธาน มเี ทวดาคุกเขา่
ถือบงั แทรก
ฐานชาลาชั้นที่ ๒ เป็นฐานปทั มเ์ ปน็ ท่ีต้ังของ บษุ บกหอ
เปลือ้ งเครอื่ งยอดบษุ บกเชิงกลอนหา้ ชน้ั จ�ำนวน ๔ องค์
ธนาธิปตั ย์ 15
ตงั้ อยทู่ มี่ มุ ฐานทง้ั สท่ี ใ่ี ชส้ ำ� หรบั จดั เกบ็ พระโกศทองใหญแ่ ละ ถัดขึ้นไปเปน็ บัวเขิงบาตรฐานชั้นนีเ้ ป็นท่ตี ้ังของ บุษบกซา่ ง
พระโกศไมจ้ ันทนแ์ ละอุปกรณส์ ำ� หรับงานพระราชพธิ ี เครอื่ งยอดบษุ บกเชิงกลอนห้าช้นั จ�ำนวน ๔ องคต์ ้ังอยทู่ ี่
ฐานชาลาชั้นที่ ๓ เป็นฐานสิงห์เหนือฐานสิงห์เป็น มมุ ฐานทง้ั สเี่ ปน็ ทส่ี ำ� หรบั พระพธิ ธี รรม ๔ สำ� รบั นง่ั อยปู่ ระจำ�
ฐานเชงิ บาตรทอ้ งไมม้ เี ทพชมุ นมุ โดยรอบจำ� นวน ๑๐๘ องค์ บุษบกซ่าง โดยจะผลัดกันสวดในการสวดพระอภิธรรม
16 ธนาธปิ ัตย์
โดยจะผลดั กนั สวดทลี่ ะซา่ งเวยี นกนั ไปตลอดงานพระเมรมุ าศ ท่มี าของข้อมลู : เอกสารประกอบในกิจกรรม พพิ ธิ ภณั ฑ์
ลักษณะพระเมรุมาศพิเศษสุดอยู่ที่การแสดงศิลปกรรม เสวนา คร้ังที่ ๔ เรือ่ ง “สถาปตั ยกรรมเน่อื งในพระราช
ล�้ำเลิศเฉลิมพระบารมีย่ิงใหญ่ไพศาลพระมหากษัตริย์ พิธีพระบรมศพ” เม่ือวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐
รชั กาลที่ ๙ แหง่ พระบรมราชจกั รวี งศ์ ผดู้ ำ� รงสริ ริ าชสมบตั ิ ณ พิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ พระนคร
ยาวนานท่ีสดุ และสถิตย์อยู่ในหวั ใจของชาวไทยนจิ นิรนั ดร์ เอกสารประกอบในกิจกรรม พิพิธภัณฑ์เสวนา ครั้งท่ี ๕
เร่ือง “งานประณีตศิลป์เน่ืองในพระราชพิธีพระบรมศพ”
เม่ือวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ พิพิธภัณฑสถาน
แหง่ ชาติ พระนคร
ธนาธิปตั ย์ 17
ธรรมาภิบาล
กลโกงการทุจริตคอร์รัปชั่นในปัจจุบันยังเห็นกันอยู่บ่อย ในทกุ ดา้ น ลดปญั หาการทจุ รติ ชว่ ยใหร้ ะบบบรหิ ารของรฐั มคี วาม
จะวา่ ไปแลว้ กเ็ ปน็ ปญั หาใหญร่ ะดบั ชาตเิ ลยกว็ า่ ไดอ้ ยา่ งเชน่ กรณี น่าเช่ือถือ ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ท่ีส�ำคัญ
ลา่ สดุ การทจุ รติ สอบนายสบิ ต�ำรวจของกองบญั ชาการต�ำรวจภธู ร เป็นมาตรฐานสากลที่บ่งช้ีถึงระดับการพัฒนาประเทศให้ได้รับ
ภาค 7 ซงึ่ เปน็ ขา่ วครกึ โครม การยอมรบั จากสงั คมทงั้ ภายในและระหวา่ งประเทศ
ปัจจุบันประเทศไทยยังคงให้ความส�ำคัญกับการปฏิรูป นอกจากจะมีธรรมภิบาลในหน่วยงานภาครัฐแล้วส�ำหรับ
ประเทศใหป้ ราศจากการทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั่ ทง้ั จากหนว่ ยงานภาครฐั หน่วยงานเอกชน ได้มีการน�ำหลักธรรมาภิบาลมาใช้เพื่อก�ำกับ
และเอกชน โดยค�ำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นการบริหาร ดูแลในภาคธุรกิจเอกชนด้วย ซึ่งธรรมาภิบาลเป็นองค์ประกอบ
กิจการบ้านเมืองและสังคมท่ีดี เป็นแนวทางส�ำคัญในการจัด ส�ำคัญของทุกองค์กร ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชนเนื่องจากเป็นเร่ือง
ระเบยี บสงั คมรฐั ภาคธรุ กจิ เอกชนและภาคประชาชน ใหส้ ามารถ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การปฏบิ ตั ติ อ่ กนั ในทกุ องคก์ รไมว่ า่ จะเปน็ ภาครฐั
อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีความรู้รักสามัคคีและร่วมกัน ภาคเอกชน หรือองค์กรอิสระ การปฏิบัติต่อกันระหว่าประเทศ
เป็นพลังก่อให้เกิดกรพัฒนาอย่างย่ังยืน และเป็นส่วนเสริม โดยมหี ลกั การทสี่ �ำคญั คอื
ความเขม้ แขง็ หรอื สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั แกป่ ระเทศ ...ความโปรง่ ใสอธบิ ายได้ และ ความรบั ผดิ ชอบ...
ส�ำหรบั ค�ำวา่ “ธรรมาภบิ าล” ทกุ คนคงไดย้ นิ กนั มาพอสมควร องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ได้ให้ความส�ำคัญกับเรื่อง
แลว้ ซงึ่ ค�ำวา่ ธรรมภบิ าลคอื วธิ กี ารทดี่ ใี นการใชอ้ �ำนาจเพอ่ื บรหิ าร ธรรมาภบิ าลมากตวั อยา่ งเชน่ ในทศั นะของธนาคารโลก ธรรมา-
จดั การทรพั ยากรขององคก์ รระหวา่ งฝา่ ยตวั การและฝา่ ยตวั แทน ภิบาลเป็นองค์ประกอบที่ส�ำคัญของนโยบายเศรษฐกิจที่ดี
ตลอดจนการวางระบบกระบวนการบริการงาน เพื่อควบคุม เนื่องจากการบริหารจัดการภาครัฐท่ีค�ำนึงถึงประสิทธิภาพ
ปอ้ งกนั การรวั่ ไหล พฤตกิ รรมทไี่ มถ่ กู ตอ้ งเหมาะสม การเอาเปรยี บ ความโปร่งใส และความรบั ผิดชอบรวมไปถงึ ยังมีกรอบกฎหมาย
หรอื การแสวงหาประโยชนส์ ว่ นตนรวมถงึ การวางหลกั เกณฑแ์ ละ และนโยบายที่มีความแน่นอนและชัดเจน เป็นสิ่งส�ำคัญอย่างย่ิง
มาตรการในการท�ำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายและคุณค่า ส�ำหรับประสิทธิภาพของระบบตลาดและการพัฒนาเศรษฐกิจ
ทก่ี �ำหนดไว้ ความสนในของธนาคารโลกในเร่ืองธรรมาภิบาลเป็นประเด็น
สาเหตทุ ่ีต้องมีการน�ำธรรมภิบาล มาใช้ในการปฏิบัตริ าชการ ส�ำคญั ของความพยายามสง่ เสรมิ การพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื และเทา่ เทยี มกนั
ภาครัฐ มาจากหลายสาเหตุ เช่นภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจของ ทั้งนี้ จากผลการศึกษาของนักวิชาการจากธนาคารโลกช้ี
ประเทศ การทจุ รติ การไมต่ อบสนองความตอ้ งการของประชาชน ให้เห็นว่าระดับธรรมาภิบาลสูงมีสัมพันธ์กับระดับรายได้ที่สูง
การท�ำงานแบบต่างคนต่างท�ำยึดกฎระเบียบเป็นหลักขาดความ ซงึ่ ธรรมาภบิ าลไมเ่ พยี งแตม่ คี วามส�ำคญั ตอ่ เจา้ ของธรุ กจิ ทบ่ี รหิ าร
ยืดหยุน่ ประชาชนขาดศรัทธาตอ่ ตวั ขา้ ราชการและต่อหนว่ ยงาน งานเองโดยตรงดังกรณีข้างต้น แต่ยังส�ำคัญต่อนักลงทุนหาก
ภาครฐั บริษัทไม่มีธรรมาภิบาล การเพิ่มทุนจากต่างประเทศอาจต้อง
โดยประการส�ำคัญ คือมีการแทรกแซงทางการเมืองเกิดข้ึน ประสบอุปสรรค์ เพราะชาวต่างชาติลังเล ท่ีจะเข้ามามีหุ่นส่วน
ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติว่าบุคคลผู้เป็น ในบริษัทโดยไม่มีอ�ำนาจในการบริหาร อย่างไรก็ตาม การที่ภาค
ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของหน่วยงานราชการหน่วยงาน รัฐหรือภาคเอกชนจะมี ธรรมาภิบาลได้น้ัน นอกจากต้องปฏิบัติ
ของรฐั หรอื เจา้ หนา้ ทอ่ี น่ื ของรฐั มหี นา้ ทดี่ �ำเนนิ การใหเ้ ปน็ ไป ตาม ตามกฎหมายแลว้ ตอ้ งเออ้ื ประโยชนต์ อ่ ผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทกุ ฝา่ ย
กฎหมายเพ่ือรักษาประโยชน์ของส่วนรวม อ�ำนวยความสะดวก อยา่ งเหมาะสมโดยไมไ่ ปเบยี ดเบยี นฝา่ ยใด
รวมไปถึงการให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลของ ภาครฐั หรอื ภาคเอกชนทมี่ ธี รรมาภบิ าล ยอ่ มไมเ่ อาเปรยี บหนุ้
การบรหิ ารกจิ การบา้ นเมอื งทดี่ ี ส่วน ไม่ขูดรีดแรงงานลูกจ้าง ไม่ฉ้อโกงลูกค้า ไม่เอาเปรียบคู่ค้า
...หลักธรรมาภิบาลจะต้องมีองค์ประกอบทั้ง 8 คือ ไม่ท�ำลายสิ่งแวดล้อมหรือท�ำลายชุมชนโดยรอบท่ีต้ังของภาครัฐ
การมีประสิทธิผล การมีประสิทธิภาพ มีการตอบสนอง มีภาระ หรอื ภาคเอกชนอกี ดว้ ย!!!
ความรบั ผดิ ชอบ มคี วามโปรง่ ใส มสี ว่ นรว่ ม มกี ารกระจายอ�ำนาจ
มหี ลกั นติ ธิ รรม มคี วามเสมอภาค และมงุ่ เนน้ ฉนั ทามต…ิ
อยา่ งไรกต็ ามเมอื่ น�ำหลกั ธรรมาภบิ าลมาใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน
จะเปน็ พนื้ ฐานสรา้ งความเปน็ ธรรมในสงั คม ท�ำใหเ้ กดิ การพฒั นา
แก้ปัญหาการขัดแย้งในองค์กร ช่วยให้สังคมมีความเข้มแข็ง
18 ธนาธิปัตย์
ป.ป.ช.วางทศิ ทาง รฐั บาลนำ� ทมี ภาครฐั รว่ มขบั เคลอื่ น
การลดปญั หาการทจุ รติ ตามเปา้ หมายของยทุ ธศาสตรช์ าตวิ า่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปราม
การทจุ รติ ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 – 2564): เหน็ แสงสวา่ งปลายอโุ มงค์
กวก.กง.ทบ.
ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ต้ังเป้าหมายเพิ่มดัชนี การรับรู้
การทุจริต (CPI) ให้ไก้คะแนนสูงข้ึนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และลดปัญหาการทุจริตในสังคมไทย เพื่อให้สามารถยกระดับมาตรฐาน
จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและความโปรง่ ใสของประเทศไทยในทกุ มติ ิ ใหม้ มี าตรฐานตามอนสุ ญั ญาสหประชาชาตวิ า่ ดว้ ยการตอ่ ตา้ นทจุ รติ
ค.ศ.2003 (United Nation Convention Against Corruption : UNCAC
คณะกรรมการพจิ ารณาการจดั ทำ� งบประมาณในลกั ษณะบรู ณาการ UNCAC)
ในการขบั เคลอ่ื นยทุ ธศาสตรช์ าตวิ า่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ป.ป.ช. กบั รฐั บาล
ได้ร่วมกันบูรณาการการขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ภายใต้ทิศทางของยุทธศาสตร์ชาติฯ โดยอาศัยกลไกความร่วมมือของ ป.ป.ช. และ
ของรฐั บาล ดงั น.้ี -
กลไกของ ป.ป.ช. กลไกของฝา่ ยรฐั บาล
1. คณะอนกุ รรมการอำ� นวยการขบั เคลอ่ื นและตดิ ตามผลการ 1. คณะกรรมการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ แหง่ ชาติ (คตช.)
2. ดำ� เนนิ งานตามยทุ ธศาสตรช์ าตฯิ (ประธานกรรมการ ป.ป.ช.
เปน็ ประธาน) (หวั หนา้ คสช.เปน็ ประธาน)
3. คณะอนกุ รรมการขบั เคลอ่ื นฯกลไกศาสนา 2. คณะกรรมการพิจารณาการจัดท�ำงบประมาณในลักษณะ
4. คณะอนกุ รรมการขบั เคลอ่ื นฯกลไกการศกึ ษา บรู ณาการเรอื่ งการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ
5. คณะอนกุ รรมการขบั เคลอื่ นฯกลไกภาคเอกชน (นายวษิ ณุ เครอื งาม ) ประธาน
6. คณะอนกุ รรมการขบั เคลอื่ นฯ กลไกภาคประชาสงั คม และ 3. ศนู ยอ์ ำ� นวยการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ แหง่ ชาติ (ศอ.ตช.)
สอื่ มวลชน 4. คณะอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการปลูก
7. คณะอนกุ รรมการขบั เคลอ่ื นฯกลไกภาครฐั ฝงั จติ สำ� นกึ และสรา้ งการเรยี นรู้
(ป.ป.ท. เจา้ ภาพหลกั ) 5. คณะอนกุ รรมการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ แหง่ ชาตดิ า้ นการปอ้ งกนั
การทจุ รติ
6. คณะอนกุ รรมการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ แหง่ ชาตดิ า้ นการประชาสมั พนั ธ์
7. คณะอนกุ รรมการประสานความรว่ มมอื ขอ้ ตกลงคณุ ธรรม
8. ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารตอ่ ตา้ นการทจุ รติ (สปท) 35 สว่ นราชการ
9. ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารตอ่ ตา้ นการทจุ รติ ระดบั จงั หวดั (ศปท.จงั หวดั )
(มผี วู้ า่ ราชการจงั หวดั เปน็ ประธานและ ผอ.ป.ป.ท.จงั หวดั
เปน็ ฝา่ ยเลขานกุ าร)บรู ณาการการทำ� งานรว่ มกนั เพอ่ื แกป้ ญั หา
ธนาธิปตั ย์ 19
คอร์รัปชั่น :
สำ� คัญท่ี “จิตใจ”
กวก.กง.ทบ.
เรอ่ื งของสนิ บนขา้ มชาตดิ จู ะเรอ่ื งลกุ ลามไปหลายสว่ น ทง้ั หนว่ ยราชการและรฐั วสิ าหกจิ ดไี มด่ เี รอ่ื งทำ� นองนอ้ี าจเกดิ ขนึ้ ได้
ทกุ จดุ ทกุ หนว่ ยงานทม่ี กี ารจดั ซอ้ื จดั จา้ งกไ็ ด้ มากหรอื นอ้ ยเปน็ อกี เรอื่ งหนงึ่ เมอื่ มองยอ้ นไปดคู วามเปน็ มากจ็ ะเหน็ ไดว้ า่
มีข้อมูลการสรุปรวมเก่ียวกับความเสียหายหรือเงินที่เกิดจากการคอร์รัปชั่นและรัฐต้องเสียประโยชน์ไปเป็นจำ� นวนร่วม
แสนลา้ นบาทเงนิ จำ� นวนมากมายดงั กลา่ วหากนำ� มาพฒั นาประเทศหรอื กอ่ สรา้ งสง่ิ ใดๆ กจ็ ะเกดิ ประโยชนอ์ ยา่ งใหญห่ ลวง
สามารถสรา้ งความเจรญิ ใหบ้ า้ นเมอื งไดอ้ กี เปน็ จำ� นวนมาก
การทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการลุกลามมาถึง การบังคับใช้กฎหมาย ในการปราบปรามการทุจริตประพฤติ
ภาคธุรกิจนั้นมีให้เห็นดาษด่ืนมีกรณีท่ีน่าสนใจใหญ่โตเกิดข้ึน มิชอบน้ันเป็นเรื่องท่ีท�ำได้ล�ำบาก เหมือนกับการไล่จับเงา
กว็ า่ กนั ที สอบสวนกนั ที แลว้ เรอื่ งก็เงียบหายไป น้อยนกั ทจี่ ะขนึ้ การกระท�ำผดิ กเ็ ปลย่ี นรปู แบบไปเรอ่ื ยๆ ยากทจ่ี ะจบั ได้ ไลท่ นั ได้
สู่โรงศาล ถึงข้ันน�ำผู้กระท�ำผิดมาลงโทษได้ ในทางการเมือง ในทุกเร่ืองที่เกิดขึ้น คนที่กระท�ำผิดเม่ือไม่กลัวกฎหมายเสียแล้ว
นกั การเมอื งกเ็ ขา้ มาเกยี่ วขอ้ งกบั เรอื่ งนอี้ ยา่ งไปเกรงกลวั กฎหมาย กย็ ง่ิ ไมก่ ลวั บาป รเู้ หมอื นกนั วา่ เปน็ สงิ่ ทผี่ ดิ แตก่ ถ็ อื วา่ เปน็ โอกาสดี
และการตรวจสอบจากหนว่ ย งานทเ่ี กยี่ วขอ้ งนกั การเมอื งดว้ ยกนั ของตนทส่ี ามารถกระท�ำไดจ้ งึ ตอ้ งฉวยโอกาสไมย่ อมใหโ้ อกาสนนั้
ตรวจสอบก็มาถึงจุดที่ว่า ไม่มีใบเสร็จ หาใบเสร็จ หาหลักฐาน ผ่านไป การแก้ไขปัญหาจึงอยู่ท่ีการสร้างความเข้มแข็งทาง
ไมไ่ ด้ หรอื หนกั เขา้ กก็ ลา่ วหากนั ไป กลา่ วหากนั มาท�ำนองวา่ คณุ วา่ จิตใจของผู้ท่ีเก่ียวข้อง มีการดูแลให้พออยู่พอกิน มีอุดมการณ์ท่ี
ผมโกง คุณก็โกงเหมือนกันพรรคไหนก็ไม่ต่างกัน ก็เลยเจ๊ากันไป แข็งแกร่ง หากใจไม่เข้มแข็งก็ไม่ควรอยู่และท�ำลายประเทศชาติ
เปน็ การท�ำหนา้ ทแ่ี บบปาหี่ตม้ คนดูไป ปัญหาก็ลกุ ลาม พอกพูน ต่อไป ควรออกไปอยู่ท่ีอ่ืน มีการตรวจสอบท่ีพร้อมมูลตั้งแต่ต้น
ขยายวงไปสู่ระดับท้อถ่ิน ท้ังเทศบาล องค์การบริการส่วนต�ำบล อย่ามัวไปมองอยู่ท่ีกฎหมายเพียงอย่างเดียวต้องรณรงค์ให้เกิด
หรือ อบต.เป็นต้นเมื่อรูปลักษณ์ หรือธรรมเนียมความเป็นมา ความละอายท่ีจะท�ำชั่ว โดยเฉพาะการท�ำช่ัวต่อประเทศชาติ
เก่ียวกับเรื่องนี้ เป็นไปในท�ำนองดังกล่าว จึงท�ำให้มีการทุ่มเท ของทุกคน อันเป็นการท�ำลายชาติ หากมีความละอายน้อย
เงินทองในการสมัครรับเลือกต้ัง เพราะต้องการเข้ามากอบโกย ก็ท�ำระย�ำมาก หากมีความละอายมากก็ท�ำระย�ำน้อย สองส่ิงน้ี
หาผล ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่ค�ำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม แปรผันซึ่งกันและกันและผู้กระท�ำต้องนึกตรึกตรองเตือนตน
เมอ่ื มาในจดุ ทจ่ี ะเรยี กรบั ผลประโยชน์ กจ็ ะเชอื่ มโยงเครอื ขา่ ยกบั เอาเองว่า ตัวเองก�ำลังท�ำส่ิงที่ไม่ดีอยู่หรือไม่ จะเลิกละลดน้อย
ส่วนต่างๆ ทั้งเอกชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันทุจริตหา ถอยออกมาไม่เกี่ยวข้องไม่กระท�ำอีกต่อไปได้อย่างไร หากส�ำนึก
ประโยชนใ์ นทางมชิ อบอยา่ งไม่ละอายไมแ่ ครส์ งั คม เพราะสังคม ระงบั ไดก้ จ็ ะเปน็ การแกไ้ ขปญั หาการคอรร์ ปั ชนั ไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื และ
ไม่ได้จับจ้องสอดส่องอยู่ตลอดเวลา จนถึงขั้นชินชาเป็นเร่ือง เกดิ ภมู คิ มุ้ กนั ทถี่ าวรยาวนานตอ่ ไป การคอรร์ ปั ชน่ั นนั้ ไมต่ า่ งอะไร
ธรรมดาท่ียอมรับได้คนที่โกงก็ลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม กับการท�ำร้ายลูกหลานที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคต ท�ำให้เกิด
อย่างได้รับการยกย่อง เป็นบุคคลมีหน้ามีตา มีคนนับหน้าถือตา ความเดือนร้อน อัตคัด ขาดแคลน กระทบถึงความเป็นอยู่
เพราะอยใู่ นฐานะทจ่ี ะสนบั สนนุ ชว่ ยเหลอื คนอนื่ ได้ การพฒั นาเพอื่ ความเจรญิ กา้ วหนา้ การมอี นาคตทด่ี ี และสง่ มอบ
อนาคตท่ีดีต่อลูกหลานผู้คนในรุ่นต่อๆ ไป การแก้ไขไม่ต้องไป
ถกเถียงเร่ืองโทษทัณฑ์กันหรอกว่าสูงไหม หนักไหม ถึงขั้น
ประหารชีวิตหรือไม่ เพราะหากใจยังด้านชาเพลิดเพลินใน
ความชวั่ แลว้ กฎหมายหรอื ใครกไ็ มส่ ามารถยบั ยง้ั ขดั ขวางได้
20 ธนาธิปัตย์
ในหลวงรัชกาลท่ี 9 ท่านได้พระราชทานแนวทางเก่ียวกับ งอกงามข้ึนโดยทั่วกันจะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความ
เร่ืองนี้ไว้แล้วดังพระบรมราโชวาทท่ีขอเชิญมาซึ่งเป็นคาถา สุข ความร่มเย็น และมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนา ให้มั่นคง
หรือหลักในการป้องกันคอร์รัปชันได้เป็นอย่างดี คือพระบรม กา้ วหนา้ ตอ่ ไปดงั ประสงค.์ ....”
ราโชวาทเร่ืองคุณธรรมส่ีประการ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระ พระบรมราชาวาทเรื่องคุณธรรมส่ีประการนี้ สอดคล้องกับ
ปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชรชั กาลท่ี 9 ไดท้ รงพระราชทาน หลกั พทุ ธธรรมในเรอ่ื ง ฆราวาสธรรม 4 คอื
ไวใ้ นพระราชพธิ บี วงสรวงสมเดจ็ พระบรู พมหากษตั รยิ าธริ าชเจา้ 1. สัจจะ มีความจริงใจต่อตนเองที่จะรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับ
เมอ่ื วนั ท่ี 5 เมษายน 2525 ความวา่ ตนเอง
“.....คณุ ธรรม.. ทที่ กุ คนควรจะศกึ ษาและนอ้ มนำ� มาปฏบิ ตั ิ 2. ทมะการรจู้ กั ขม่ ใจตนเองทจ่ี ะปฏบิ ตั ติ ามสจั จะทก่ี �ำหนด
มอี ยสู่ ป่ี ระการ ประการแรกคอื การรกั ษาความสจั ความจรงิ ใจ 3.ขันติ มีความอดทนอดกลั้นที่จะปฏิบัติตามสัจจะน้ันให้
ต่อตนเอง ที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งท่ีเป็นประโยชน์และเป็น ส�ำเรจ็ ลลุ ว่ ง
ธรรม ประการที่สองคือการรู้จักข่มใจตนเองฝึกใจตนเอง 4. จาคะ การสละความชั่ว ความทุจริตตามสัจจะน้ันๆ
ใหป้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ยใู่ นความสจั ความดนี นั้ ประการทส่ี ามคอื พระองคท์ า่ นพราชทานไวต้ ง้ั แตป่ ี 2525 หลายปผี า่ นไปแลว้ สง่ิ ท่ี
การอดทน อดกลั้น และอดออมท่ีจะไม่ประพฤติล่วงความ เหลอื อยคู่ อื รปู ธรรมแหง่ การปฏบิ ตั หิ ากรว่ มมอื กนั ทกุ ฝา่ ยทกุ คนก็
สัจสุจริต ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด ประการที่ส่ี คือการรู้จัก จะเป็นพลังส�ำคัญผลักดันให้การแก้ปัญหา การคอร์รัปชันลุล่วง
ระวางความช่ัว ความทุจริตและรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อย ไปได้ ขอพวกเราชาวไทยทกุ คนมารว่ มพลงั กนั เพอื่ ปฏบิ ตั บิ ชู าตอ่
ของตน เพ่ือประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง คุณธรรม พระองค์ท่านให้สมกับท่ีพระองค์ท่านทรงรักพสกนิกรและอุทิศ
ส่ีประการน้ี ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบ�ำรุงให้เจริญ พระวรกายและทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งเพอ่ื ผนื แผน่ น้ี กนั เถดิ .....
อภนิ นั ทนาการ
จาก
ห้างหุ้นส่วนจ�ำ กดั พี.ซ.ี ว.ี ดีเวลล็อปเมน้ ท์
62/21 ซ.นาคบำ�รุง ถ.บำ�รุงเมอื ง เขตป้อมปราบศัตรพู า่ ย
กรงุ เทพมหานคร 10100
รับเหมากอ่ สรา้ ง ตกแต่งภายใน ทาสี งานไฟฟ้า งานประปา
คุณชเนศร์ ศรรี ัตโนภาส (083-0662027)
ธนาธปิ ัตย์ 21
…รอบรั้วสำ�นกั งานตรวจสอบภายในทหารบก...
สตน.ทบ.
บริเวณท่ีต้ังส�ำนักงานตรวจสอบภายในทหารบกเดิมคือ ผอ.สตน.ทบ. เปน็ ประธานในการจดั งานบรวงสรวง
บา้ นของมหาเสวกเอกพระยาบรุ ษุ รตั นราชพลั ลภ (นพ ไกรฤกษ)์ พิธีเบิกเนตรประติมากรรมรูปเหมือน พระยาบุรุษรัตนราช-
ท่านเป็นผู้รับราชการสนองพระเดชพระคุณพระมหากษัตริย์ พัลลภ ณ ส�ำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก เมื่อ 29 มิ.ย.60
ในราชวงศจ์ ักรี ถงึ 3 แผ่นดนิ โดยได้ถวายตัวเขา้ รับราชการเป็น และได้รับเกียรติจากอาจารย์นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์ จาก
มหาดเล็กในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้ปั้น การด�ำเนินการเร่ิมต้ังแต่วันที่
รชั กาลท่ี 5 11 ก.พ.60 โดยมีข้ันตอนตั้งแต่การขึ้นรูปด้วยดินน้�ำมัน จัดท�ำ
ด้วยความอุตสาหะและจงรักภักดี จนได้รับความไว้วาง แม่พิมพ์ และน�ำส่งโรงหล่อ จนกระท่ังแล้วเสร็จตามก�ำหนด
พระราชหฤทัยให้เป็นผู้รับใช้ใกล้ชิดโดยตลอด รัชกาลที่ 5 จึงได้ ในวันท่ี 26 มิ.ย.60 ได้น�ำประติมากรรมรูปเหมือนพระยาบุรุษ-
พระราชทานที่ดินบริเวณปลายถนนราชวิถีและเงินอีก 300 ช่ัง รัตนราชพัลลภขนาดคร่ึงตัวความสูงประมาณ 70 เซนติเมตร
เพอื่ ใชใ้ นการปลกู สรา้ งบา้ นใหแ้ กพ่ ระยาบรุ ษุ รตั นราชพลั ลภ ทงั้ นี้ วัสดุบรอนซ์รมสีน้�ำผึ้ง มาประดิษฐาน ณ บ้านพระยาบุรุษ-
เพอ่ื ความสะดวกในการเดนิ ทางไปรบั ราชการ รัตนราชพัลลภรวมท้ังประกอบพิธีบวงสรวงในวันที่ 29 มิ.ย. 60
ต่อมามีการเปล่ียนแปลงท่ีส�ำคัญ ในปี พ.ศ.2495 เปล่ียน ทั้งน้ีเพ่ือให้ก�ำลังพลส�ำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก
บทบาทสู่การเป็นสมบัติของแผ่นดินโดยกระทรวงการคลัง ได้ระลึกถึงคุณความดี ความซ่ือสัตย์จงรักภักดีต่อองค์พระมหา-
ใชเ้ ปน็ ทที่ �ำการของกรมการสารวตั รทหารบก มสี ว่ นส�ำคญั ในการ กษตั รยิ แ์ ละชาตบิ า้ นเมอื งของพระยาบรุ ษุ รตั นราชพลั ลภรวมทง้ั
ฝึกทหารส่งไปร่วมรบในสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม ยดึ ถอื เปน็ แบบอยา่ งทดี่ สี บื ไป
ต่อมากรมศิลปากรข้ึนทะเบียนเป็นโบราณสถานประเภทท่ีพัก
อาศยั เอกชน ในปี พ.ศ.2521 และส�ำนกั งานตรวจบญั ชกี องทพั บก
ได้เข้ามารับผิดชอบสถานที่ต้ังแต่ปี พ.ศ.2522 จนถึงปัจจุบัน
(ปี พ.ศ.2560) รวมระยะเวลาทง้ั สน้ิ 112 ปี
ด้วยส�ำนึกในบุญคุณของพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภผู้เป็น
เจ้าของพื้นที่เดิมให้ก�ำลังพลของส�ำนักงานตรวจสอบภายใน
ทหารบก ได้ใช้เป็นสถานท่ีปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน อันเป็น
เครอื่ งมอื การบรหิ ารงานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพของกองทพั บกตลอดมา
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน พลตรี ฉมาวิทย์ สาตรรอด ผู้อ�ำนวยการ
ส�ำนกั งานตรวจสอบภายในทหารบก จงึ มดี �ำรจิ ดั สรา้ งรปู เหมอื น
พระยาบรุ ษุ รตั นราชพลั ลภขนึ้ โดยความรว่ มมอื จากมหาวทิ ยาลยั
ศลิ ปากร
22 ธนาธิปัตย์
ธนาธปิ ัตย์ 23
24 ธนาธิปตั ย์
ธนาธปิ ัตย์ 25
26 ธนาธิปตั ย์
ธนาธปิ ัตย์ 27
28 ธนาธิปตั ย์
ตารางเปรยี บเทียบระเบียบ กค. ว่าดว้ ยการจ่ายเงนิ ช่วยเหลอื คา่ รกั ษาพยาบาลสาหรบั ข้าราชการ
ซ่ึงมตี าแหน่งหน้าที่ประจาอยู่ในตา่ งประเทศ พ.ศ. 2534 (เดมิ ) กับ พ.ศ. 2559
ฉบับเดิม (พ.ศ.2534) ฉบับใหม่ (พ.ศ.2559) หมายเหตุ
- ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.59 เป็นต้นไป
ขอ้ 1 ระเบียบนเี้ รียกว่า "ระเบียบ กค. วา่ ด้วยการจา่ ยเงนิ ช่วยเหลือค่ารักษา ขอ้ 1 ระเบียบนเ้ี รียกวา่ "ระเบียบ กค. ว่าดว้ ยการเบิกเงนิ ช่วยเหลอื คา่ รักษา
- เพม่ิ เติมคาและความหมายของคาว่า
พยาบาลสาหรบั ข้าราชการซงึ่ มตี าแหนง่ หน้าทป่ี ระจาอยู่ในต่างประเทศ พยาบาลสาหรบั ข้าราชการซ่งึ มตี าแหนง่ หน้าทป่ี ระจาอยู่ในตา่ งประเทศ "ผมู้ ีสิทธิ" (เดมิ ไมม่ ี)
พ.ศ.2534" พ.ศ.2534"
ข้อ 2 ระเบียบนใี้ หใ้ ช้บังคบั ต้ังแตว่ นั ที่ 9 ธนั วาคม 2534 เป็นต้นไป ขอ้ 2 ระเบียบนใ้ี หใ้ ช้บังคบั ตัง้ แตว่ ันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
เป็นตน้ ไป
ขอ้ 3 บรรดาคาสัง่ หรอื ระเบียบอ่ืนใดในส่วนทกี่ าหนดไวแ้ ลว้ ในระเบียบน้ี ขอ้ 3 ใหย้ กเลกิ ระเบียบ กค. วา่ ดว้ ยการจา่ ยเงนิ ช่วยเหลอื คา่ รกั ษาพยาบาล
หรือซ่ึงขัดหรือแย้งกบั ระเบียบน้ี ใหใ้ ช้ระเบียบนแ้ี ทน สาหรับข้าราชการซึ่งมีตาแหนง่ หน้าทปี่ ระจาอยู่ในตา่ งประเทศ พ.ศ.2534
บรรดาระเบียบและคาสงั่ อืน่ ใดทก่ี าหนดไว้แลว้ ในระเบียบนี้ หรือซ่ึงขดั
หรือแย้งกับระเบียบนใี้ หใ้ ช้ระเบียบนแี้ ทน
ขอ้ 4 ในระเบียบนี้ ขอ้ 4 ในระเบียบน้ี
"ผูม้ ีสทิ ทธิ" หมายความวา่ ขา้ ราชการซ่ึงได้รบั แต่งตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ที่
ประจาอยู่ในต่างประเทศและได้ไปปฏิบัติหนา้ ทใ่ี นตาแหนง่ ดงั กลา่ ว
"สานักงาน" หมายความว่า หน่วยงานสงั กัดส่วนราชการทป่ี ระจาอยู่ใน "สานกั งาน" หมายความว่า สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ - ขยายความหมายของคาว่า "สานักงาน"
ตา่ งประเทศ สถานกงสลุ สถานรองกงสลุ ส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ใหช้ ดั เจน มากย่ิงขึ้น
ทเ่ี รียกชื่อเป็นอย่างอนื่ และปฏิบัติหน้าทเ่ี ช่นเดียวกับสถาน
ธนาธปิ ัตย์ 29 เอกอัครราชทูตหรอื สถานกงสลุ ใหญ่ สานักงานของคณะผแู้ ทนถาวรหรอื
คณะผูแ้ ทนไทยหรือหนว่ ยงานประจาในตา่ งประเทศของส่วนราชการอ่ืน
แลว้ แต่กรณี
30 ธนาธิปตั ย์ ฉบับเดมิ (พ.ศ.2534) ฉบับใหม่ (พ.ศ.2559) หมายเหตุ
ข้อ 4 ขอ้ 4 "หวั หน้าสานักงาน" ไดแ้ ก่ บุคคลดังต่อไปน้ี - เพม่ิ เติมคาและความหมายของคาว่า
"หวั หนา้ สานกั งาน" (เดิมไมม่ ี)
(ก) หวั หนา้ คณะผแู้ ทน กรณีสถานเอกอคั รราชทูต สถานกงสลุ ใหญ่
สถานกงสุล สถานรองกงสลุ ส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ
ทเี่ รยี กช่ือเป็นอย่างอนื่ และปฏิบัติหนา้ ทเ่ี ช่นเดียวกบั สถาน
เอกอคั รราชทูตหรือสถานกงสลุ ใหญ่ หรือสานกั งานของคณะผแู้ ทนถาวร
หรือคณะผูแ้ ทนไทย แล้วแตก่ รณี
(ข) หวั หนา้ หน่วยงาน กรณหี น่วยงานประจาในตา่ งประเทศของสว่ น
ราชการอืน่ ซงึ่ มิใช่หนว่ ยงานตาม (ก)
"หวั หน้าคณะผ้แู ทน" หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกระทรวง-
การตา่ งประเทศ ฯ
ขอ้ 4 "คา่ รักษาพยาบาล" หมายความว่า เงนิ ทส่ี ถานพยาบาลในตา่ งประเทศ ข้อ 4 "ค่ารักษาพยาบาล" หมายความวา่ เงนิ ทส่ี ถานพยาบาลในต่างประเทศ - เพม่ิ เติมรายการ "คา่ รักษาพยาบาล" ไดแ้ ก่
เรยี กเกบ็ ในการรกั ษาพยาบาลดงั นี้.-
(1) ค่ายา ค่าเลือดและสว่ นประกอบของเลอื ด หรือสารทดแทน ค่า เรียกเก็บในการรกั ษาพยาบาลดงั น้ี.- คา่ เวชภณั ฑ์ ค่าอปุ กรณ์ทางการแพทย์
นา้ ยาหรอื อาหารทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน และอ่ืน ๆ ทานองเดียวกนั
เฉพาะทใี่ ช้ในการบาบัดรักษาโรค (1) ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ คา่ อุปกรณท์ างการแพทย์ คา่ เลือดและสว่ น- ค่าซอ่ มแซม คา่ บริการทางการพยาบาล
(2) คา่ อวัยวะเทียม และอปุ กรณ์ในการบาบัดรกั ษาโรค
(3) คา่ บรกิ ารทางการแพทย์ ค่าตรวจ ค่าวเิ คราะหโ์ รค แต่ไมร่ วมถึง ประกอบของเลือดหรอื สารทดแทน คา่ นา้ ยาหรืออาหารทางเส้นเลอื ด วนิ จิ ฉยั โรค คา่ ธรรมเนียมแพทย์พิเศษ
ค่าจา้ งพยาบาลพิเศษ คา่ ธรรมเนยี มพเิ ศษ และค่าบรกิ ารอ่ืน ทานอง
เดยี วกันทมี่ ีลักษณะเป็นเงนิ ตอบแทนพเิ ศษ ค่าออกซิเจน และอืน่ ๆ ทานองเดียวกันทใี่ ชใ้ นการบาบัดรักษาโรค ค่าตรวจครรภ์ ค่าคลอดบุตรและการดูแล-
(4) คา่ หอ้ งและคา่ อาหารตลอดเวลาทเี่ ขา้ รับการรักษาพยาบาล
(2) ค่าอวัยวะเทียมและอปุ กรณใ์ นการบาบัดรกั ษาโรค รวมทงั้ ค่าซอ่ มแซม หลังคลอดบุตร
(3) ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบริการทางการพยาบาล คา่ ตรวจ
วนิ ิจฉยั โรค คา่ วเิ คราะหโ์ รค แต่ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมแพทย์พเิ ศษ
ค่าธรรมเนียมพิเศษ ค่าจา้ งผ้พู ยาบาลพิเศษ และคา่ บรกิ ารอนื่ ทานอง
เดียวกันทมี่ ลี กั ษณะเป็นเงนิ ตอบแทนพิเศษ
(4) ค่าตรวจครรภ์ ค่าคลอดบุตรและการดูแลหลังคลอดบุตร
(5) ค่าหอ้ งและคา่ อาหารตลอดระยะเวลาทเ่ี ข้ารบั การรกั ษาพยาบาล
ฉบับเดมิ (พ.ศ.2534) ฉบับใหม่ (พ.ศ.2559) หมายเหตุ
"สถานพยาบาลในต่างประเทศ" หมายความว่า สถานบรกิ ารตรวจและ "สถานพยาบาล" หมายความว่า - เปล่ียนจากคาวา่ "สถานพยาบาลใน
รักษาโรคอันเนอื่ งมาจากการเจบ็ ป่วยโดยแพทย์แผนปัจจบุ ันทไ่ี ดร้ บั อนุญาต (1) สถานบริการตรวจและรักษาโรคอันเนอ่ื งจากการเจบ็ ป่วย ต่างประเทศ" เป็นคาว่า "สถานพยาบาล"
ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของประเทศทสี่ ถานพยาบาลนน้ั ตัง้ อยู่ ซง่ึ ไดร้ ับอนญุ าตใหป้ ระกอบกิจการ และดาเนินการตาม - เดมิ ระบุว่าเป็น สถานบรกิ ารทตี่ รวจและ
และใหห้ มายความรวมถึงสถานทจ่ี าหนา่ ยยาทไ่ี ดร้ บั อนุญาตตาม กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับของประเทศทส่ี ถานพยาบาลนนั้ ตงั้ อยู่ รกั ษาโรคโดยแพทย์แผนปัจจบุ ันเท่านนั้
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับของประเทศนน้ั ซ่ึงจาหน่ายใหแ้ ก่ผ้ปู ่วยตาม (2) สถานทจ่ี าหนา่ ยยาทไี่ ด้รบั อนญุ าตตามกฎหมาย ระเบียบ
ใบสั่งแพทย์ทร่ี กั ษา ขอ้ บังคบั ของประเทศนน้ั ซึง่ จาหนา่ ยใหแ้ กผ่ ้ปู ่วยตามใบส่ังแพทย์ทร่ี ักษา
ฯลฯ
ขอ้ 5 ฯลฯ ขอ้ 4 "บุคคลในครอบครัว" หมายความวา่ - เพมิ่ คาและความหมายของ "บุคคลใน
สาหรับบุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ในราชอาณาจกั ร ใหเ้ บิกค่ารักษา (1) บุตร ครอบครัว" (เดมิ ไมม่ ี)
พยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาเงนิ สวสั ดกิ ารเกย่ี วกบั การรักษา พยาบาล (2) คู่สมรสทช่ี อบดว้ ยกฎหมายของผูม้ ีสทิ ธิ
พ.ศ.2523 (3) มารดาหรือบิดาทช่ี อบด้วยกฎหมายของผสู้ ิทธิ - ขยายความหมายของสิทธิการไดร้ บั เงนิ
ชว่ ยเหลือคา่ รักษาพยาบาลของ ผู้มีสทิ ธิ
ขอ้ 8 ฯลฯ คู่สมรส และบุตร ใหช้ ดั เจนมากข้นึ
กรณีผู้มสี ทิ ธิได้รับคาส่ังใหเ้ ดนิ ทางไปราชการ ไปศึกษาฝกึ อบรม ดงู าน
ธนาธปิ ัตย์ 31 ในต่างประเทศ ซงึ่ มิใช่ประเทศทปี่ ระจา เกิดเจบ็ ป่วยและเขา้ รบั การ
รกั ษาพยาบาลในสถานพยาบาลของประเทศนน้ั ใหม้ ีสิทธิไดร้ ับเงนิ
ชว่ ยเหลอื คา่ รกั ษาพยาบาล ตามระเบียบน้ี เว้นแต่ ได้รบั ความช่วยเหลอื
จากต่างประเทศ หรือจากหนว่ ยงานใด ๆ ในเรอ่ื งสวัสดกิ ารเกี่ยวกบั การ
รักษาพยาบาลแล้ว ไม่มีสทิ ธไิ ด้รับเงนิ ชว่ ยเหลือค่ารักษาพยาบาลตาม
ระเบียบนี้ แต่หากได้รบั ต่ากวา่ สทิ ธิทพ่ี ึงจะได้รับตามหลักเกณฑ์น้ี ใหม้ ี
สิทธไิ ดร้ ับเงนิ ชว่ ยเหลือค่ารกั ษาพยาบาลเฉพาะในส่วนทข่ี าดอยู่
ฯลฯ
32 ธนาธิปตั ย์ ฉบับเดิม (พ.ศ.2534) ฉบับใหม่ (พ.ศ.2559) หมายเหตุ
1 ฯลฯ ข้อ 11 ฯลฯ
- เพม่ิ เตมิ การมีสิทธิไดร้ ับเงนิ ช่วยเหลือ
ในกรณที ผ่ี ูม้ สี ทิ ธิ คูส่ มรสและบุตรได้รบั อนมุ ตั ใิ หเ้ ดนิ ทางไปเขา้ รับการ ค่ารักษาพยาบาล ฯ ตามระเบียบใหม่
รกั ษาพยาบาลในตา่ งประเทศ ซึง่ มใิ ชป่ ระเทศทขี่ า้ ราชการประจาการ
ใหผ้ มู้ ีสทิ ธมิ ีสิทธไิ ดร้ ับเงนิ ชว่ ยเหลอื คา่ รักษาพยาบาลสาหรับตนเอง
คสู่ มรส และบุตร ตามระเบียบนี้
ค่าใช้จา่ ยในการเดินทางไปรกั ษาพยาบาลกรณีนใี้ หร้ ายงาน - ยกเลิก - - เปลี่ยนแปลงไมต่ ้องรายงานค่าใช้จา่ ย
กรมบัญชกี ลางทราบ ตามแบบทกี่ าหนด เดินทางใหก้ รมบัญชีกลางทราบ (เดิมต้องไมม่ ี)
ขอ้ 12 อัตราเงนิ ช่วยเหลอื คา่ รกั ษาพยาบาล ใหเ้ บิกได้ตามรายการทกี่ าหนด - ขยายความหมายของอัตราเงนิ ช่วยเหลือ
ขอ้ 10 คา่ ใชจ้ า่ ยในการรักษาฟัน รวมทงั้ คา่ บริการของแพทย์ และคา่ ยา ดงั ตอ่ ไปนี้.- ค่ารักษาพยาบาล ค่ารกั ษาทางทันตกรรม
ทงั้ นี้ ไม่รวมถึงคา่ ทาฟนั ทม่ี ิใช่เพอ่ื การรกั ษาฟนั ใหเ้ บิกได้ครง่ึ หนงึ่ ของ คา่ หอ้ งและค่าอาหาร ใหช้ ดั เจนยิ่งข้ึน
จานวนทจี่ า่ ยจรงิ ฯลฯ
(2) คา่ รักษาทางทันตกรรม ใหเ้ บิกในอัตรารอ้ ยละหา้ สิบของทจี่ า่ ยจริง - ขยายขอบเขตของอัตราเงนิ ช่วยเหลือ
ข้อ 8 (วรรคสอง) ผู้ทเ่ี ขา้ รับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลใน ตามทส่ี ถานพยาบาลเรียกเกบ็ คา่ รักษาทันตกรรม (เดมิ ค่าทาฟันทม่ี ใิ ช่
ตา่ งประเทศซงึ่ มิใช่ผู้ดารงตาแหนง่ หน้าทเ่ี อกอัครราชทูตประจาใน เพอ่ื การรกั ษาฟนั เบิกไมไ่ ด้)
ต่างประเทศและคู่สมรสทอ่ี ยู่รวมด้วยประเภทผู้ป่วยภายใน หากพักหอ้ ง (3) คา่ หอ้ งและคา่ อาหาร ยกเว้นกรณตี ามข้อ 13 ใหน้ าไปรวมเป็น
พิเศษเตยี งเดียวใหห้ กั ร้อยละย่ีสบิ ของจานวนเงนิ คา่ หอ้ งและค่าอาหารท่ี คา่ รักษาพยาบาล ตาม (1)
จา่ ยจรงิ กอ่ นแลว้ จงึ นาจานวนเงนิ ทเ่ี หลอื ไปรวมคานวณเป็นคา่
รักษาพยาบาล
ธนาธปิ ัตย์ 33 ฉบับเดมิ (พ.ศ.2534) ฉบับใหม่ (พ.ศ.2559) หมายเหตุ
ขอ้ 8 ผู้ทเ่ี ข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลในต่างประเทศ ซ่งึ มใิ ช่ ขอ้ 13 ในกรณีผเู้ ขา้ รบั การรกั ษาพยาบาลประเภทผ้ปู ่วยใน ซง่ึ มิใชผ่ ู้ดารง - เพม่ิ เตมิ โดยมอบอานาจใหห้ วั หนา้ ส่วน
ราชการเป็นผมู้ อี านาจในการพิจารณาอนมุ ัติ
ผู้ดารงตาแหน่งหน้าทเี่ อกอัครราชทูตประจาในตา่ งประเทศ และคู่ ตาแหนง่ เอกอคั รราชทูต หรอื ค่สู มรส หากพักหอ้ งพเิ ศษเตียงเดีย่ ว ใหพ้ ัก ในกรณที มี่ คี วามจาเป็นต้องพักหอ้ งพเิ ศษ
สมรสทอี่ ยู่รวมดว้ ยประเภทผูป้ ่วยภายใน หากพักหอ้ งพเิ ศษเตยี งเดย่ี ว รอ้ ยละย่ีสบิ ของคา่ หอ้ งและค่าอาหารทจ่ี า่ ยจริงก่อนนาไปรวมเป็นค่า เตยี งเด่ยี ว
ใหห้ กั ร้อยละยี่สิบของจานวนเงนิ คา่ หอ้ งและค่าอาหารทจี่ า่ ยจรงิ ก่อน รกั ษาพยาบาล ตามข้อ 12 (1) เวน้ แต่ ในกรณเี หน็ ว่ามเี หตผุ ลความ
แล้วจงึ นาจานวนเงนิ ทเ่ี หลอื ไปรวมคานวณเป็นคา่ รกั ษาพยาบาล จาเป็นต้องพักหอ้ งพิเศษเตยี งเด่ียว ใหเ้ ป็นดุลพนิ ิจของหวั หนา้ สว่ น - เปลย่ี นแปลงหลกั เกณฑก์ ารใช้สทิ ธิขอรบั
ราชการเจา้ ของงบประมาณทจี่ ะพิจารณาใหน้ าคา่ หอ้ งและคา่ อาหารไป เงนิ ชว่ ยเหลือฯ (เดิม วธิ ีปฏิบัติเกย่ี วกับการ
ขอ้ 12 ใหห้ วั หนา้ สานกั งานเป็นผ้อู นุมัตกิ ารเบิกจา่ ยเงนิ คา่ รักษาพยาบาลของ รวมเป็นคา่ รักษาพยาบาลโดยไมต่ อ้ งหกั ร้อยละย่ีสิบ เบิกจา่ ยเงนิ ช่วยเหลอื ฯ ขอ้ 3)
ข้าราชการประจาสานักงานนน้ั ไม่เกินคนละสามหมน่ื บาทต่อเดือนหาก ข้อ 15 การใชส้ ิทธิเบิกเงนิ ชว่ ยเหลอื ค่ารกั ษาพยาบาลสาหรับบุตรในกรณผี ู้มี
เกินต้องใหห้ วั หนา้ ส่วนราชการเจา้ ของงบประมาณเป็นผู้อนุมัติ สิทธิมคี สู่ มรส เป็นผูม้ สี ทิ ธิเช่นเดยี วกนั ใหค้ สู่ มรสฝ่ายใดฝ่ายหนง่ึ เป็น - เปลีย่ นแปลงอานาจการรับรองสิทธิ
ผใู้ ชส้ ิทธิเบิกเงนิ ช่วยเหลอื ค่ารักษาพยาบาล แต่เพยี งฝ่ายเดียว โดยผู้ใช้ (เดมิ ปฏิบัตติ าม วธิ ปี ฏิบัติเก่ียวกบั การเบิก
สิทธติ อ้ งรับรองตนเองในใบเบิกเงนิ ชว่ ยเหลือค่ารกั ษาพยาบาลว่าตนเป็น จา่ ยเงนิ ชว่ ยเหลอื ฯ ข้อ 4)
ผใู้ ช้สิทธิเบิกเงนิ ช่วยเหลือค่ารกั ษาพยาบาลบุตรแตเ่ พยี งฝา่ ยเดยี ว ใหน้ า - เปล่ยี นแปลงอานาจการอนมุ ตั ิเบิกคา่ รักษา-
ความในวรรคหนง่ึ มาใชบ้ ังคับแกก่ รณีการหย่าโดยอนุโลม ทง้ั นี้ ไม่วา่ พยาบาลของหวั หน้าสานกั งาน จากเดมิ
การหย่าจะเกิดขึ้นกอ่ นหรอื หลังจากทม่ี ีการใชส้ ิทธเิ บิกเงนิ ช่วยเหลอื ค่า ไม่เกินคนละสามหมนื่ บาทต่อเดือน
รักษาพยาบาลไปแล้ว โดยไมต่ อ้ งรบั มอบอานาจ เป็น คนละครง้ั ละ
ข้อ 16 ใหผ้ ูม้ ีสทิ ธเิ ป็นผรู้ ับรองการมีสทิ ธขิ องตนเอง ของคสู่ มรสหรือของบุตรที่ ไมเ่ กนิ หา้ หมนื่ บาท โดยตอ้ งได้รบั มอบอานาจ
อาศัยสทิ ธขิ องตน
ขอ้ 17 การอนุมัตเิ บิกเงนิ ชว่ ยเหลือค่ารกั ษาพยาบาล ใหเ้ ป็นอานาจของหวั หน้า
ส่วนราชการเจา้ ของงบประมาณ การอนุมัตเิ บิกเงนิ ช่วยเหลือคา่ รักษา
พยาบาลของผ้มู สี ทิ ธิ แตล่ ะคนในแต่ละคร้งั ถา้ เป็นเงนิ จานวนไม่เกนิ หา้
หมื่นบาท หวั หนา้ ส่วนราชการเจา้ ของงบประมาณอาจมอบอานาจ
ใหแ้ กห่ วั หน้าสานักงานก็ได้
34 ธนาธิปตั ย์ ฉบับเดิม (พ.ศ.2534) ฉบับใหม่ (พ.ศ.2559) หมายเหตุ
ขอ้ 15 การยื่นใบเบิกเงนิ ชว่ ยเหลอื คา่ รกั ษาพยาบาลตอ่ ผ้บู ังคบั บัญชาใหก้ ระทา
ขอ้ 18 การขอเบิกเงนิ ชว่ ยเหลือค่ารักษาพยาบาล ใหผ้ ู้มสี ิทธิย่ืนใบเบิกเงนิ - เปลีย่ นแปลงการนับระยะเวลาการมสี ทิ ธยิ ่ืน
ภายในระยะเวลาหนงึ่ ปีนบั ถัดจากวันหรอื เดอื นทเี่ ขา้ รบั การรกั ษา
พยาบาลตามสิทธทิ ก่ี าหนดในขอ้ 8 หรอื ขอ้ 10 แล้วแต่กรณี หากพ้น ช่วยเหลอื คา่ รกั ษาพยาบาลตามแบบทกี่ รมบัญชกี ลางกาหนด พรอ้ มดว้ ย ขอเบิกเงนิ คา่ รกั ษาพยาบาลใหช้ ัดเจนข้ึน
กาหนดเวลาดังกลา่ ว ใหถ้ อื วา่ หมดสทิ ธิในการรกั ษาพยาบาลในครง้ั นนั้
หลกั ฐานการรับเงนิ ของสถานพยาบาล ณ สานกั งานทข่ี า้ ราชการผู้นนั้
ขอ้ 13 การเบิกจา่ ยเงนิ ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ใหส้ ่วนราชการผเู้ บิกวางฎกี า
เงนิ งบประมาณจากหมวดค่าตอบแทน ใชส้ อยและวัสดุ และเขียนหลัง ดารงตาแหนง่ ประจา ภายในระยะเวลาหนงึ่ ปีนับถดั จากวันทปี่ รากฏใน
ฎีกาในช่องประเภทว่า "เงนิ ชว่ ยเหลอื คา่ รักษาพยาบาลของข้าราชการ
ซงึ่ มีตาแหนง่ หน้าทป่ี ระจาอยู่ในต่างประเทศ หลักฐานการรบั เงนิ หากพ้นกาหนดเวลาดงั กล่าว ใหถ้ อื ว่าผ้มู สี ิทธไิ มป่ ระสงค์
เบิกเงนิ ช่วยเหลอื รักษาพยาบาลในครั้งนน้ั
ขอ้ 19 การเบิกจา่ ยเงนิ ช่วยเหลอื ค่ารักษาพยาบาล ใหส้ ่วนราชการเบิกจา่ ยจาก - ยกเลกิ การเขียนหลงั ฎีกาเบิกเงนิ
งบดาเนินงานตามงบประมาณรายจา่ ยของปีงบประมาณนนั้
ข้อ 20 ในกรณที ผ่ี ู้มีสิทธเิ บิกเงนิ ช่วยเหลอื คา่ รักษาพยาบาล โดยไมเ่ ป็นไปตาม - กาหนดเพมิ่ เตมิ (ระเบียบเดิมไม่มี)
ระเบียบน้ี หรอื เกินสิทธทิ จ่ี ะได้รบั ตามระเบียบน้ี ใหผ้ ้มู ีสทิ ธินาเงนิ ส่วนที่
ได้รับเกินไปหรอื ไมถ่ ูกต้องนนั้ สง่ คืนใหแ้ กส่ านักงานโดยเรว็
เงนิ ทสี่ ง่ คืนใหแ้ ก่สานกั งานตามวรรคหนง่ึ หากเป็นเงนิ ของปีงบประมาณ - กาหนดระยะเวลารายงานใหช้ ดั เจนมาก
ปัจจบุ ัน ใหส้ านกั งานนาเขา้ ไวใ้ นงบดาเนนิ งานของสานักงาน แต่ถา้ เป็น ข้นึ (เดมิ ถือปฏิบัตติ าม วิธีปฏิบัติเกยี่ วกับการ
เงนิ ของปีงบประมาณทผ่ี า่ นมาใหน้ าส่งคลงั เป็นรายได้แผ่นดนิ เบิกจา่ ยเงนิ ชว่ ยเหลือฯ ขอ้ 7)
ขอ้ 21 เม่ือสน้ิ ปีงบประมาณ ใหส้ ว่ นราชการสง่ รายงานการเบิกจา่ ยเงนิ - กาหนดเพอื่ เป็นแนวทางปฏิบัติ
ช่วยเหลอื ค่ารกั ษาพยาบาล ตามแบบทกี่ รมบัญชกี ลางกาหนด ให้
กรมบัญชกี ลางทราบภายในสน้ิ เดอื นพฤศจกิ ายนของทุกปี
ขอ้ 22 ค่ารกั ษาพยาบาลทเ่ี กิดขึน้ ก่อนทรี่ ะเบียบนม้ี ผี ลใช้บังคบั ใหถ้ ือปฏิบัติตาม
ระเบียบ กค. วา่ ดว้ ยการจา่ ยเงนิ ช่วยเหลือคา่ รกั ษาพยาบาลสาหรับ
ข้าราชการซง่ึ มตี าแหนง่ หนา้ ทปี่ ระจาอยู่ในต่างประเทศ พ.ศ.2534
ฉบับเดิม (พ.ศ.2534) ฉบับใหม่ (พ.ศ.2559) หมายเหตุ
ข้อ 23 ในระหว่างทย่ี ังมไิ ดก้ าหนดแบบและแบบพิมพท์ ใ่ี ช้เกย่ี วกับการเบิกจา่ ย - กาหนดเพอ่ื เป็นแนวทางปฏบิ ัติ
เงนิ ชว่ ยเหลือค่ารักษาพยาบาล ตามขอ้ 5 และขอ้ 18 ใหใ้ ชแ้ บบและ
แบบพิมพ์ทก่ี าหนดตามระเบียบ กค. วา่ ด้วยการจา่ ยเงนิ ชว่ ยเหลือค่า
รักษาพยาบาลสาหรบั ขา้ ราชการซึ่งมตี าแหน่งหนา้ ทปี่ ระจาอยู่ใน
ตา่ งประเทศ พ.ศ.2534
ตรวจถูกต้อง
พ.ต.หญิง ดาวสดุ า แสงประดับ
( ดาวสุดา แสงประดบั )
ประจาแผนก สปช.ทบ.
7 เม.ย.60
ธนาธปิ ัตย์ 35
ป่าคำ�ชะโนด
กองบรรณาธิการ
ปา่ ค�ำชะโนด หรือ เมืองชะโนด หรือ วังนาคนิ ทร์ค�ำชะโนด เมื่อถึงสุทโธนาคได้ออกไปล่าสัตว์หาอาหารได้เนื้อช้างมา
ตงั้ อยใู่ นพน้ื ท่ี ๓ ต�ำบล คอื ต.วงั ทอง ต.บา้ นมว่ ง และ ต.บา้ นจนั ทร์ จึงน�ำเน้ือช้างท่ีได้แบ่งให้สุวรรณนาค พร้อมท้ังน�ำขนของช้างไป
ใน อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เป็นป่าที่มีลักษณะเหมือนเกาะขึ้นอยู่ ยนื ยันวา่ เป็นเน้อื ช้างจริง อกี คร้งั ท่ีสวุ รรณนาคออกไปล่าสตั วห์ า
กลางท่งุ นา เต็มไปด้วยตน้ ชะโนด ซึ่งเปน็ พชื จ�ำพวกปาลม์ ความ อาหารอีก คร้ังนี้ได้เม่นมาเป็นอาหาร จึงได้น�ำเน้ือเม่น และ
ยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร ป่าค�ำชะโนดเปน็ สถานทๆ่ี ปรากฏใน ขนของเม่นไปมอบให้แก่สุทโธนาคเหมือนเช่นเคย แต่สุทโธนาค
ต�ำนานพ้ืนบ้าน เป็นสถานที่ท่เี ชือ่ วา่ เปน็ ทส่ี ิงสถิตของพญานาค กลับแสดงความไม่พอใจ เพราะเมื่อดูจากขนของเม่นที่มีขนาด
และสิ่งล้ีลับต่างๆ บ่อยครั้งท่ีชาวบ้านในละแวกน้ันจะพบเห็น ใหญก่ วา่ ขนของชา้ ง ปรมิ าณเนอื้ ทไ่ี ดก้ ค็ วรมมี ากกวา่ เนอื้ ของชา้ ง
ชาวเมืองชะโนดไปเท่ียวงานบุญพระเวสสันดร รวมถึงหญิงสาว แต่ปริมาณเน้ือน้ันกลับมีน้อยกว่ามากนัก จึงคิดว่าสุวรรณนาค
ท่ีมายืมเคร่ืองมือทอผา้ อยู่เปน็ ประจ�ำ และเมื่อเกิดเหตกุ ารณน์ ำ�้ ไม่มีความซื่อสัตย์ ฝ่ายสุวรรณนาคพยายามอธิบายอย่างไรก็
ทว่ มใหญใ่ นทร่ี าบลมุ่ แมน่ ำ�้ โขง รวมถงึ ท่ี อ.บา้ นดงุ แตน่ ำ�้ กไ็ มท่ ว่ ม ไม่เป็นผล จึงเกดิ สงครามระหวา่ งสทุ โธนาคและสวุ รรณนาค
บรเิ วณค�ำชะโนด เมอื่ ระดบั นำ้� ลดลง ค�ำชะโนดกย็ งั คงอยเู่ ชน่ เดมิ พระอนิ ทรไ์ ดท้ ราบเรือ่ ง จึงหาวิธกี ารที่จะท�ำให้พญานาคท้งั
ต�ำนานปา่ ค�ำชะโนด สองนน้ั หยดุ ท�ำสงครามกนั โดยใหพ้ ญานาคทง้ั สองสรา้ งแมน่ ำ้� ขนึ้
ตามต�ำนานได้กล่าวไว้ว่า มีพญานาคอยู่สองตนได้ปกครอง คนละสาย ถ้าใครสร้างได้ถึงทะเลก่อนจะให้ปลาบึกข้ึนอยู่ใน
เมืองหนองกระแส โดยคร่ึงหนึ่งเป็นของ สุทโธนาค (พญาศรี แม่น�้ำน้ัน เม่ือได้ยินเช่นน้ัน สุทโธนาคก็ได้สร้างแม่น�้ำมุ่งไปทาง
สทุ โธ) สว่ นอกี ครงึ่ หนง่ึ เปน็ ของ สวุ รรณนาค ทงั้ สองปกครองเมอื ง ทศิ ตะวนั ออกของหนองกระแส และดว้ ยความทสี่ ทุ โธนาคมนี สิ ยั
อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสงบสขุ แตม่ ขี อ้ ตกลงกนั อยวู่ า่ ถา้ เมอ่ื ฝา่ ยใดออกไป ใจร้อน เม่ือพบเจอภูเขากั้นทางแม่น�้ำก็จะท�ำการหลบหลีก โค้ง
ล่าสัตว์หาอาหาร อีกฝ่ายหน่ึงจะต้องไม่ไป เนื่องจากเกรงว่าจะ ไปโคง้ มา จงึ เกดิ เปน็ แมน่ ำ�้ โขง (โคง้ ) สว่ นทางฝา่ ยสวุ รรณนาคนนั้
เกดิ การกระทบกระทงั่ กนั และเมอ่ื ฝา่ ยทอี่ อกไปลา่ สตั วห์ าอาหาร ได้ท�ำการสรา้ งแมน่ ำ�้ ขนึ้ ทางทิศใต้ของหนองกระแส สวุ รรณนาค
มาได้นนั้ ใหน้ �ำมาแบง่ กนั อยา่ งละคร่งึ มีความละเอียด และใจเย็น แม่น�้ำที่สร้างข้ึนจึงมีความตรงกว่า
แม่น้�ำทกุ สาย ได้แก่ แมน่ �ำ้ นา่ น
สทุ โธนาคเป็นผทู้ สี่ ร้างแมน่ ำ้� ไดเ้ สร็จก่อน จึงมีปลาบกึ ข้ึนอยู่
ในแม่น�้ำโขงเพียงแห่งเดียว และเมื่อเป็นเช่นนั้น สุทโธนาคก็ได้
ขอทางข้ึน-ลง ระหว่างเมอื งบาดาล กับเมอื งมนษุ ย์ไว้อกี 3 แห่ง
หน่ึงในนั้นก็คือ ค�ำชะโนด ซ่ึงมีต้นชะโนดข้ึนเป็นสัญลักษณ์
ใหส้ ทุ โธนาค พร้อมบรวิ ารสามารถกลายรา่ งเป็นมนุษย์ (พญาศรี
สุทโธ) และต้ังบ้านเมืองปกครองอยู่ที่ค�ำชะโนดได้เมื่อข้างข้ึน
๑๕ วัน อีก ๑๕ วันข้างแรม ให้กลายเป็นนาค อาศัยอยู่เมือง
บาดาล (พญานาคราชศรสี ุทโธ)
ทมี่ า : รายงานการศกึ ษาดงู านพน้ื ทภ่ี าคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
(ทภ.๒) ของ นทน.หลักสตู รชน้ั นายพนั เหล่า สบ.ของ บก.ทท.
ประจำ� ปี พ.ศ.๒๕๖๐ และกลูเกลิ Images
36 ธนาธิปตั ย์
5 ทรปิ เที่ยวใกล้กรุงเทพ
กองบรรณาธิการฯ
มวี นั หยดุ แคเ่ สาร-์ อาทติ ย์ หรอื หยดุ แคว่ นั เดยี ว เวลาเทย่ี วพกั ผอ่ นนอ้ ยไมร่ จู้ ะไปทไ่ี หน สดุ ทา้ ยกจ็ บดว้ ยการเทยี่ วหา้ ง ในฉบบั นี้
กองบรรณาธกิ ารฯ มี 5 ทรปิ เทยี่ วใกลก้ รงุ เทพ มาแนะน�ำ รบั รองเดนิ ทางงา่ ยใชเ้ วลาแคไ่ มก่ ช่ี วั่ โมง และยงั มเี วลาเทย่ี วอกี เหลอื เฟอื
วนั หยดุ หนา้ นแ้ี พลนไปไดเ้ ลย ไมต่ อ้ งรรี อ!...
วนั สบายเทย่ี วใกลก้ รงุ ณ สถานตากอากาศบางปู
สถานตากอากาศบางปู เปน็ ทเ่ี ทย่ี วใกลก้ รงุ เทพยอดนยิ มทมี่ เี วลาวา่ งเพยี งหนง่ึ วนั หรอื แคค่ รง่ึ วนั กส็ ามารถ ไปเทยี่ วได้ เดนิ ทางไปงา่ ย
และยงั เปน็ สถานทพ่ี กั ผอ่ นหยอ่ นใจชน้ั เยยี่ มอกี ดว้ ย วา่ งๆ ไปดนู กกนั !
นครนายก เชา้ ไปเยน็ กลบั ขบั รถเทยี่ ว
สมั ผสั สายนำ�้ เยน็ ของนำ้� ตกชอื่ ดงั ใกลก้ รงุ เทพฯ ทเ่ี มอื งแหง่ นำ้� ตก จงั หวดั นครนายก นอกจากนำ�้ ตกแลว้ นครนายก ยงั มที เ่ี ทย่ี ว
อกี หลายแหง่ ทนี่ า่ สนใจ ทง้ั การไปสกั การะหลวงพอ่ ปากแดง เดนิ ชลิ ลช์ มพนั ธไ์ุ มท้ วี่ งั ตะไคร้ และชมววิ สวยๆ ทเี่ ขอื่ นขนุ ดา่ นปราการชล
นงั่ รถไฟไปเทย่ี วชยั นาทและอยธุ ยา สมั ผสั มนตเ์ สนห่ ล์ มุ่ นำ�้ เจา้ พระยากบั รถจกั รไอนำ้� ขบวนพเิ ศษ
ข้ึนรถไฟขบวนพิเศษ รถจักรไอน้�ำ ไปทริปสั้นๆ ท�ำบุญไหว้พระ ล่องเรือชิลล์ๆ และรับประทานอาหารอร่อยกันท่ีจังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยาและจงั หวดั ชยั นาท สมั ผสั บรรยากาศความคลาสสคิ แบบไทยๆ ลองไปสกั ครงั้ แลว้ จะรวู้ า่ นงั่ รถไฟไปเทยี่ วกส็ นกุ ไปอกี แบบ
ธนาธปิ ัตย์ 37
ทรปิ บางเสร่ ทะเลใกลก้ รงุ เทพ
บางเสร่ ชลบรุ ี เปน็ ทะเลใกลก้ รงุ เทพฯ อกี แหง่ หนง่ึ ทห่ี ลายคนเคยมองขา้ มไป เพราะรสู้ กึ วา่ ไมม่ อี ะไรใหเ้ ทยี่ ว แตท่ จี่ รงิ แลว้ บางเสร่
มอี ะไรเยอะแยะกวา่ ทเี่ ราคดิ แถมราคายงั จดั วา่ จา่ ยไดแ้ บบยม้ิ ๆ อยา่ รอชา้ ตามไปนอนชลิ ลช์ มทะเล กนิ ซฟี ดู้ สดๆ กนั เลย!
เทยี่ วกาญจนบรุ ี เมอื งแหง่ สายนำ�้ และการผจญภยั
จะมสี กั กคี่ รงั้ ทจี่ ะไดน้ อนชลิ ลบ์ นแพฟงั เสยี งสายนำ้� แควทไ่ี หลเออ่ื ยไปทา่ มกลางขนุ ใหญแ่ ละผนื ปา่ จงั หวดั กาญจนบรุ ี เปน็ อกี จดุ หมาย
ส�ำหรบั นกั ทอ่ งเทย่ี วสายธรรมชาติ ดมื่ ดำ่� สดชนื่ ไปกบั เมอื งสายนำ้� และสนกุ สนานตน่ื เตน้ กบั กจิ กรรมผจญภยั ทจี่ ะท�ำใหว้ นั หยดุ ของคณุ
ไมม่ วี นั เบอื่
ขอขอบคณุ แหลง่ ขอ้ มลู
http://travel.trueid.net/detail/76047
38 ธนาธิปัตย์
ธนาธปิ ัตย์ 39
ทใ่ี ครหลายๆ คนหลงลมื ไป !!
กกพ.กง.ทบ.
ตามค�ำสงั่ ทบ. ที่ ๓๑๕/๒๒๘๓๗ ลง ๙ พ.ย.๒๔๙๙ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) เรอื่ ง ใหใ้ ชร้ ะบบหมายเลขความช�ำนาญการทางทหารส�ำหรบั
นายทหารประทวนและพลทหาร และค�ำสงั่ ทบ. ท่ี ๓๘/๒๓๔๘๐ เรอื่ ง ระบบหมายเลขความช�ำนาญการทางทหารส�ำหรบั นายทหาร
สญั ญาบตั ร กลา่ วไวว้ า่ การน�ำระบบหมายเลขความช�ำนาญการทางทหารเขา้ มาใชใ้ นกจิ การดา้ นก�ำลงั พลของ ทบ. น้ี นบั เปน็ มลู ฐาน
ส�ำคญั ซง่ึ จะสนบั สนนุ กจิ การเกยี่ วกบั การแบง่ ประเภทและการทดสอบก�ำลงั พล, การฝกึ ก�ำลงั พล, การจดั การก�ำลงั พลใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ ทง้ั จะชว่ ยขจดั ความสบั สนในการลงบนั ทกึ ประวตั กิ �ำลงั พลใหห้ มดสนิ้ ไปดว้ ย อนั เปน็ ผลใหก้ ารใชก้ �ำลงั พลทหารสญั ญาบตั ร
นายทหารประทวน และพลทหาร ของ ทบ. อยใู่ นลกั ษณะประหยดั และไดผ้ ลคมุ้ คา่ ฉะนน้ั หากไดม้ กี ารแบง่ ประเภทและทดสอบ
ก�ำลงั พล, การฝกึ ก�ำลงั พล, การจดั การก�ำลงั พลประเภทนายทหารสญั ญาบตั ร นายทหารประทวน และพลทหารอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
แลว้ กจ็ ะเปน็ เครอ่ื งชว่ ยสง่ เสรมิ ให้ ทบ. มปี ระสทิ ธภิ าพ
ระบบหมายเลขความช�ำนาญการทางทหารของนายทหารประทวนและพลทหาร ไดเ้ รม่ิ ใชใ้ น ทบ. มาตง้ั แตป่ ี พ.ศ.๒๔๙๙ และ
ของนายทหารสญั ญาบตั ร ไดเ้ รม่ิ ใชใ้ น ทบ. มาตงั้ แตป่ ี พ.ศ.๒๕๐๒ โดยการใชร้ ะบบหมายเลขฯ ของนายทหารสญั ญาบตั รมคี วามมงุ่ หมาย
เพอื่ ประหยดั ก�ำลงั พลและใหก้ ารใชก้ �ำลงั พลเปน็ ไปโดยถกู ตอ้ งเหมาะสมกบั งานและความช�ำนาญของแตล่ ะบคุ คล อนั จะยงั สง่ ผลให้
การใชก้ �ำลงั พลประเภทนบ้ี งั เกดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ เพอ่ื จดั แบง่ ประเภทอาชพี นายทหารไวอ้ ยา่ งเปน็ สดั สว่ น เพอ่ื ใชเ้ ปน็ หลกั ในการก�ำหนด
อตั ราการจดั ก�ำลงั และยทุ โธปกรณแ์ ละอตั ราก�ำลงั พลอน่ื ๆ เพอื่ ใหส้ ามารถด�ำเนนิ กรรมวธิ เี กยี่ วกบั การจดั หา บรรจุ ถา่ ยเท หมนุ เวยี น
ก�ำลงั พลไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และเพอ่ื สะดวกแกก่ ารรายงานและการควบคมุ ยอดก�ำลงั พลแยกตามประเภทอาชพี เพอ่ื น�ำไปใชใ้ นการพจิ ารณา
วางแผนเกย่ี วกบั การใหก้ ารศกึ ษาและการฝกึ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
หมายเลขความช�ำนาญการทางทหารของเหลา่ กง. ทงั้ นายทหารสญั ญาบตั รและนายทหารประทวนทใี่ ชอ้ ยใู่ นปจั จบุ นั มจี �ำนวน
๘ ชกท. (ไมไ่ ดก้ �ำหนดชนั้ ยศ) ไดก้ �ำหนดหนา้ ทไี่ วต้ ามต�ำแหนง่ ตา่ งๆ ดงั น.้ี -
นายทหารสญั ญาบตั ร
ชกท. ๖๑๐๐
นายทหารการเงนิ และการบญั ชี
(นายทหารการเงนิ , นายทหารฝา่ ยการเงนิ )
หนา้ ทท่ี ว่ั ไป อ�ำนวยการและประสานการจา่ ยเงนิ และการท�ำบญั ชขี องหนว่ ยชนั้ กองพลหรอื เทยี บเทา่ ขนึ้ ไป และท�ำหนา้ ทเี่ ปน็ ผใู้ ห้
ค�ำแนะน�ำตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชาในเรอื่ งทง้ั ปวงเกย่ี วกบั การเงนิ และเรอื่ งราวเกย่ี วกบั เจา้ หนา้ ทเ่ี หลา่ การเงนิ ของหนว่ ยการเงนิ
หนา้ ทเี่ ฉพาะ - ปฏิบัติการท�ำบัญชีเงินท้ังปวงของทางราชการ ตลอดจนบัญชีเงินของกิจการต่างๆ ซึ่งส่วนราชการน้ันๆ เป็น
ผรู้ บั ผดิ ชอบด�ำเนนิ การ
- ควบคมุ ตรวจสอบการรบั – จา่ ยเงนิ
- ควบคมุ เกบ็ รกั ษาเงนิ หลกั ฐานการเงนิ และการบญั ชี
- อ�ำนวยการเกย่ี วกบั การรบั – จา่ ยเงนิ ราชการ และเงนิ ทกุ ประเภท ทอี่ ยใู่ นความรบั ผดิ ชอบของหนว่ ย
- ใหค้ �ำแนะน�ำในเรอื่ งการใชเ้ งนิ ราชการแกผ่ บู้ งั คบั บญั ชา
- ประสานงานกบั ฝา่ ยอ�ำนวยการอน่ื ๆ ในเรอ่ื งทเ่ี กย่ี วกบั หนา้ ทข่ี องเหลา่ การเงนิ
- ใหค้ �ำแนะน�ำชว่ ยเหลอื ทางวทิ ยาการ ก�ำกบั ดแู ลการปฏบิ ตั หิ นา้ ทเี่ กย่ี วกบั การเงนิ ตลอดจนการบญั ชเี งนิ ของหนว่ ยรอง
โดยใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบายของทางราชการ
- รวบรวม, วเิ คราะห์ และสรปุ ผลรายงานกจิ การเงนิ ทง้ั ปวงตามทท่ี างราชการก�ำหนด
- พจิ ารณา, แกไ้ ข, ปรบั ปรงุ , ตามค�ำแนะน�ำและขอ้ ทกั ทว้ งของเจา้ หนา้ ทตี่ รวจกจิ การเงนิ และบญั ชเี งนิ
40 ธนาธิปตั ย์
ชกท. ๖๑๐๑
นายทหารการบญั ชี
หนา้ ทท่ี วั่ ไป วางรปู บญั ชี ควบคมุ การท�ำบญั ชี ตรวจบญั ชี และปฏบิ ตั งิ านเกยี่ วกบั หนา้ ทกี่ ารเงนิ อน่ื ๆ
หนา้ ทเ่ี ฉพาะ - วเิ คราะหก์ ารท�ำบญั ชี ปรบั ปรงุ วธิ ที �ำบญั ชแี ละการตรวจบญั ชี รวมทง้ั บญั ชเี งนิ ทนุ บญั ชที รพั ยส์ นิ และวธิ ลี งบญั ชี
ดว้ ยเครอ่ื งจกั ร
- รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปผลรายงานฐานะทางการเงินเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ทราบประโยชน์ในการ
งบประมาณ และการบรหิ ารงาน
- ควบคมุ การท�ำบญั ชี และตรวจบญั ชภี ายใน
- แนะน�ำแกไ้ ขระบบและวธิ กี ารท�ำบญั ชเี พอื่ ใหก้ ารควบคมุ เปน็ ไปอยา่ งรดั กมุ
- ตรวจหลกั ฐานการรบั จา่ ยเงนิ ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บของทางราชการ
- เสนอแนะเปลยี่ นระบบการบญั ชใี หเ้ หมาะสมกบั ววิ ฒั นาการของกองทพั บก
ชกท. ๖๒๐๐
นายทหารการเงนิ ฝา่ ยอำ� นวยการ
หนา้ ทท่ี วั่ ไป พจิ ารณานโยบายและอ�ำนวยการดา้ นการเงนิ ของกองบญั ชาการ ตง้ั แตร่ ะดบั กองพลหรอื เทยี บเทา่ ทว่ั ไป
หนา้ ทเ่ี ฉพาะ - จดั ใหม้ กี ารรบั จา่ ย และเรยี กเกบ็ เงนิ ของทางราชการใหเ้ หมาะสมทส่ี ดุ
- วางระเบยี บและใหค้ �ำชแ้ี จงเกย่ี วกบั กจิ การเงนิ ในหนว่ ยรองถอื ปฏบิ ตั ิ
- ใหค้ �ำชแ้ี จงในปญั หากฎหมาย และระเบยี บทางการเงนิ ของราชการ
- ตรวจตราระบบการท�ำบญั ชขี องหนว่ ยรองใหเ้ ปน็ ไปโดยถกู ตอ้ ง
- อ�ำนวยการฝกึ เจา้ หนา้ ทกี่ ารเงนิ ของหนว่ ยในบงั คบั บญั ชาของกองบญั ชาการ
ชกท. ๖๒๐๑
นายทหารธนารกั ษ์ (นายทหารรบั จา่ ยเงนิ )
หนา้ ทท่ี ว่ั ไป ท�ำการรบั – จา่ ย เกบ็ และรกั ษาเงนิ ตลอดจนรบั ผดิ ชอบเงนิ ราชการและเงนิ ทกุ ประเภทของหนว่ ย
หนา้ ทเ่ี ฉพาะ - อ�ำนวยการและปฏบิ ตั กิ ารรบั – จา่ ยเงนิ ของทางราชการใหร้ ดั กมุ และปลอดภยั
- เกบ็ รกั ษาเงนิ และหลกั ฐานการเงนิ
- ตรวจสอบหลกั ฐานการรบั – จา่ ยเงนิ
- ปฏบิ ตั กิ ารท�ำบญั ชปี ระกอบการรบั – จา่ ยเงนิ
- ใหค้ �ำปรกึ ษาและแนะน�ำเกย่ี วกบั ปญั หาการเงนิ ในดา้ นการรบั – จา่ ยเกบ็ และรกั ษาเงนิ
- ตรวจสอบ แกไ้ ข รายงานและบญั ชปี ระกอบของหนว่ ยรองตามทท่ี างราชการก�ำหนด
ชกท. ๖๓๐๑
นายทหารการเงนิ (นายทหารควบคมุ การเบกิ จา่ ย)
หนา้ ทท่ี ว่ั ไป รกั ษาระเบยี บการบญั ชี เกบ็ หลกั ฐานทางการเงนิ เกยี่ วกบั บญั ชเี งนิ งบประมาณ บญั ชเี งนิ ทนุ และบญั ชที รพั ยส์ นิ เตรยี ม
และรวบรวมทางงบประมาณของหนว่ ย
หนา้ ทเ่ี ฉพาะ - ปฏบิ ตั กิ ารท�ำบญั ชเี งนิ งบประมาณและควบคมุ งบประมาณอนญุ าตประจ�ำปี
- ประสานงาน ใหค้ �ำปรกึ ษา และเตรยี มท�ำงบประมาณของหนว่ ย
- แนะน�ำผบู้ งั คบั บญั ชาในเรอ่ื งการงบประมาณ สถานะภาพของงบประมาณและประสทิ ธภิ าพของโครงการใชเ้ งนิ
ในปจั จบุ นั
- ประสานงานและใหค้ �ำแนะน�ำแกห่ นว่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการท�ำงบประมาณ ศกึ ษา วเิ คราะห์ ประมาณการเพอ่ื ประโยชน์
ในการท�ำงบประมาณ
- เก็บรักษาหลักฐานเกี่ยวกับข้อผูกพัน ค่าใช้จ่ายผลงานและสถิติ อ่ืน ๆ เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมวินิจฉัย
งบประมาณของหนว่ ย
- อ�ำนวยการในเรอื่ งเกบ็ หลกั ฐานการเงนิ และงบประมาณตา่ งๆ
ธนาธิปัตย์ 41
- ท�ำรายงานประจ�ำเดอื นหรอื ประจ�ำงวด เกย่ี วกบั ขอ้ ผกู พนั คา่ ใชจ้ า่ ยสถานะภาพของงบประมาณทจ่ี ดั สรร และ
การเงนิ อน่ื ๆ
- พจิ ารณา โตต้ อบเรอ่ื งทเี่ กยี่ วกบั งบประมาณ บญั ชเี งนิ ทนุ และบญั ชที รพั ยส์ นิ
นายทหารประทวน
๗๓๐ เสมยี นการเงนิ
- ท�ำหนา้ ทเ่ี ปน็ ผเู้ ขยี นเอกสารการเงนิ และท�ำหนา้ ทเี่ สมยี นธรุ การในส�ำนกั งานของฝา่ ยการเงนิ
- เตรยี มบญั ชแี ละหลกั ฐานการเงนิ ของส�ำนกั งาน เชน่ บญั ชแี ละหลกั ฐานการเบกิ บญั ชจี า่ ยเงนิ
- ชว่ ยในการตรวจสอบหลกั ฐานการเบกิ จา่ ย ซงึ่ หนว่ ยรองเสนอ
- เกบ็ รกั ษาเอกสารทางการเงนิ ของส�ำนกั งาน
- ชว่ ยปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ทธี่ รุ การตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
- ชว่ ยในการคดิ ค�ำนวณวงเงนิ ทจ่ี ะเบกิ จา่ ย
- เบกิ จา่ ยสงิ่ อปุ กรณป์ ระจ�ำส�ำนกั งาน และการบ�ำรงุ รกั ษาสง่ิ อปุ กรณ์
- ชว่ ยเจา้ หนา้ ทก่ี ารเงนิ พเิ ศษอน่ื ๆ ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่
๗๓๑ เสมยี นควบคมุ เครดติ งบประมาณ
- ปฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั บญั ชคี วบคมุ เครดติ งบประมาณทไ่ี ดร้ บั
- ชว่ ยในการตรวจสอบการเบกิ จา่ ยเงนิ เพอื่ ใหอ้ ยใู่ นวงเครดติ งบประมาณ
- ชว่ ยตรวจการลงบญั ชจี า่ ยเบยี้ เลย้ี ง เงนิ เดอื น และเงนิ อน่ื ๆ เชน่ เงนิ สโมสร เงนิ การซกั รดี เหลา่ นเ้ี ปน็ ตน้
- ชว่ ยในการรวบรวมท�ำรายงานเกย่ี วกบั ขอ้ บกพรอ่ งในการเบกิ จา่ ยเงนิ ของหนว่ ย
- ชว่ ยในการเตรยี มเอกสารธรุ การอนั เกย่ี วกบั งานควบคมุ เครดติ งบประมาณ
๗๓๒ เสมยี นการเบกิ จา่ ยเงนิ
- ชว่ ยในการคดิ ค�ำนวณและด�ำเนนิ กรรมวธิ ตี อ่ เอกสารการเบกิ เงนิ เพอื่ ตงั้ จา่ ยตามระเบยี บ
- ชว่ ยในการรวบรวมบญั ชกี ารจา่ ยเงนิ เพอื่ ตรวจสอบกบั เอกสารการเบกิ จา่ ย
- ชว่ ยในการตรวจสอบ และลงบนั ทกึ และรายงานการจา่ ยเงนิ
- ปฏบิ ตั งิ านธรุ การอน่ื ๆ ในสว่ นของเจา้ หนา้ ทจี่ า่ ยเงนิ
๗๓๓ เสมยี นบญั ชเี งนิ
- ชว่ ยในการประมาณการวเิ คราะหง์ บประมาณซงึ่ ไดเ้ บกิ จา่ ย
- ชว่ ยในการตรวจสอบบญั ชเี งนิ ซงึ่ เบกิ จา่ ยตามประเภทของเงนิ ไดถ้ กู ตอ้ ง
- ชว่ ยในการงบดลุ บญั ชเี งนิ ประจ�ำปี
- ชว่ ยในการเตรยี มท�ำงบประมาณ และจดั เตรยี มขอ้ มลู ตา่ งๆ ในการเสนอของงบประมาณ
- เกบ็ รกั ษาบญั ชี หลกั ฐานการเงนิ และดแู ลใหไ้ ดด้ ลุ กบั ตวั เงนิ ทม่ี อี ยู่
- ก�ำกบั การเกย่ี วกบั การเตรยี มบญั ชเี งนิ ใหเ้ ปน็ ไปโดยเรยี บรอ้ ย
- ชว่ ยในการเตรยี มและลงบญั ชเี กยี่ วกบั การเงนิ ทง้ั ปวง ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
อภนิ ันทนาการจาก
บริษัท เอสเอส โมเดอร์น บิสซิเนส จ�ำ กัด
S.S. MODERN BUSINESS CO., LTD.
42 ธนาธิปัตย์
กกพ.กง.ทบ.
ธนาธิปตั ย์ 43
44 ธนาธิปตั ย์
ธนาธปิ ัตย์ 45
โดย...พ.ท.กฤษณ์กร สรอ้ ยสด
ฉบบั ทแ่ี ลว้ เปน็ ศกึ ชงิ ราชบลั ลงั ก์ ระหวา่ งลงุ กบั หลานจนมาถงึ จงึ มเี จา้ เมอื งตา่ งๆ ใหค้ วามเคารพเกรงใจเปน็ อยา่ งยงิ่ ไดย้ กทพั
การครองราชยข์ องสมเดจ็ พระนครอนิ ทร์ ข้ึนไปเมืองพิษณุโลกเพ่ือไประงับเหตุด้วยตัวเอง ยังมิทันได้ถึง
ฉบับนี้เป็นศึกสายเลือดระหว่างพี่กับน้อง เหตุการณ์จะเป็น พษิ ณโุ ลกเลย สองพนี่ อ้ งกร็ บี เดนิ ทางออกมาตอ้ นตง้ั แตเ่ มอ่ื มาถงึ
อยา่ งไรนน้ั โปรดตดิ ตามได้เลยครบั ... แตก่ อ่ นอน่ื ขอย้อนกลบั ไป เมอื งพระบาง (จ.นครสวรรค)์ แลว้ ดว้ ยเพราะเกรงในบารมี โดย
ก่อนท่ีสมเด็จพระนครอินทร์จะเสด็จขึ้นครองราชย์มีเหตุการณ์ เจ้านครอินทร์ใช้ความเคารพย�ำเกรงที่ทั้งสองพระองค์มีต่อท่าน
ส�ำคญั เหตกุ ารณห์ นง่ึ ทผี่ เู้ ขยี นอยากใหผ้ อู้ า่ นไดร้ บั รวู้ า่ ความผกู พนั ตัดสินให้พระยาบาลเมือง หรือพระบรมปานครองกรุงสุโขทัย
ทางสายเลอื ดของกษตั รยิ พ์ ระองคห์ นง่ึ เปน็ เหตทุ น่ี �ำมาสกู่ ารผนวก เปน็ พระมหาธรรมราชาที่ ๔ ซงึ่ เปน็ กษตั รยิ ล์ �ำดบั ท่ี ๙ และเปน็
รวมกนั ของสองราชธานี ล�ำดับสุดท้ายของกรุงสุโขทัย ส่วนพระยารามค�ำแหงให้ไป
ครองเมอื งศรสี ชั นาลยั แทน กรงุ สโุ ขทยั จงึ กลบั คนื สสู่ ภาวะปรกติ
แต่เจ้านครอินทร์ก็ยังมิได้ วางใจซะทีเดียว และก็อยากที่จะ
ผกู สมั พนั ธจ์ งึ ไดข้ อพระราชธดิ าของพระมหาธรรมราชาที่ ๔ มา
อภเิ ษกสมรสกบั เจา้ สามพระยาพระราชโอรสองคเ์ ลก็ ของพระองค์
และนเ่ี ปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ ทผี่ เู้ ขยี นกลา่ วไวใ้ นตอนตน้ วา่ เปน็ ความผกู พนั
ทางสายเลอื ด แตจ่ ะเปน็ กษตั รยิ พ์ ระองคใ์ ดนน้ั ผอู้ า่ นอยา่ ลมื ตดิ ตาม
สนกุ กบั ประวตั ศิ าสตรอ์ ยา่ ไดข้ าดชว่ งเชยี วนะครบั
ณ เมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของกรุงสุโขทัยซึ่ง ณ กลบั มาเขา้ เรอ่ื งกนั ตอ่ ดกี วา่ นะครบั จากฉบบั ทแี่ ลว้ หลงั จาก
ตอนน้ีเป็นเมืองประเทศราชของกรุงศรีอยุธยาไปแล้วน้ัน เกิด ทเ่ี จา้ นครอนิ ทรข์ นึ้ ครองราชยเ์ ปน็ สมเดจ็ พระนครอนิ ทราธริ าชกไ็ ด้
จลาจลขนึ้ อยา่ งรนุ แรงท�ำใหบ้ า้ นเมอื งอยใู่ นสภาวะกลยี คุ สาเหตกุ ็ ส่งราชบุตรสามองค์ไปคุมตามหัวเมืองต่างๆ โดยลูกคนโตคือ
มาจากการแยง่ ชงิ ราชสมบตั กิ นั ของสองพนี่ อ้ ง ซงึ่ เปน็ พระราชโอรส เจา้ อา้ ยพระยาไปครองเมอื งสพุ รรบรุ ี ลกู คนที่ ๒ คอื เจา้ ยพ่ี ระยา
ของพระมหาธรรมราชาที่ ๓ (พระยาไสลอื ไท) คอื พระยาบาล ครองเมอื งสรรค์ และลกู คนที่ ๓ คอื เจา้ สามพระยา ครองเมอื ง
เมอื ง พระราชโอรสองคโ์ ต และพระยารามค�ำแหง (ไมใ่ ชพ่ อ่ ขนุ ชยั นาท บา้ นเมอื งเปน็ ไปดว้ ยความสงบสขุ จนเมอื่ สมเดจ็ พระนคร
รามค�ำแหงนะครบั ) พระราชโอรสองคร์ อง เมอื่ พระมหาธรรมราชา อนิ ทราธริ าชทรงประชวรใกลจ้ ะสวรรคต โดยทยี่ งั ไมท่ รงมอบหมาย
ท่ี ๓ สวรรคตลงราชบลั ลงั กไ์ รซ้ งึ่ กษตั รยิ ป์ กครอง ทงั้ ๒ พระองค์ ใหใ้ ครเปน็ ผสู้ บื ทอดราชสมบตั ิ เจา้ อา้ ยพระยาพช่ี ายคนโตหวงั ท่ี
ต่างปรารถนาในราชสมบัติจึงเปิดศึกช่วงชิงอ�ำนาจกันขึ้นท�ำให้ จะครองราชยอ์ ยแู่ ลว้ จงึ ไดย้ กทพั กองทพั จากสพุ รรณบรุ มี าอยธุ ยา
บา้ นเมอื งลกุ เปน็ ไฟเกดิ การจลาจลครงั้ ใหญ่ และขา่ วนน้ั กไ็ ดล้ ว่ งรู้
ไปถึงหูของเจ้านครอินทร์ เจ้าเมืองสุพรรณบุรี ในขณะน้ัน ซึ่ง
เจา้ นครอนิ ทรผ์ นู้ เ้ี ปน็ ลกู ของนอ้ งชายขนุ หลวงพระงว่ั ทเี่ มอื่ คราว
ขุนหลวงพระงั่วข้ึนครองราชย์ได้แต่งต้ังน้องชายให้ครองเมือง
สพุ รรณบรุ ี เจา้ นครอนิ ทร์ จงึ เปน็ เสมอื นลกู พล่ี กู นอ้ งกบั พระราม-
ราชาธริ าชกษตั รยิ แ์ หง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยาในเวลานน้ั เจา้ นครอนิ ทรเ์ ปน็
ผู้ที่มีบารมีมากและทัดเทียมกับสมเด็จพระรามราชาธิราช
46 ธนาธิปัตย์
อย่างรวดเร็ว แต่ไม่เพียงเจ้าอ้ายพระยาที่คิดแบบนี้เจ้าย่ีพระยา เกอื บทกุ สมยั มาครองในเวลาตอ่ มาแมว้ า่ จะมาอยตู่ า่ งบา้ นตา่ งเมอื ง
กค็ ดิ ทจ่ี ะไดร้ าชสมบตั เิ ชน่ เดยี วกนั เมอื่ รวู้ า่ เสดจ็ พเ่ี จา้ อา้ ยพระยา แตพ่ ระราเมศวรบรมไตรโลกนาถกท็ รงศกึ ษาหาความรอู้ ยตู่ ลอดเวลา
ยกทพั มากรงุ ศรอี ยธุ ยาเจา้ ยพี่ ระยาจงึ ยกทพั จากเมอื งสรรคม์ าดกั และการท่ีทรงเคยประทับอยู่ท้ังทางเหนือและทางใต้ จึงรู้แจ้ง
ขวางหนา้ เพอ่ื ไมใ่ หเ้ ขา้ ไปภายในพระราชวงั และแลว้ ศกึ สายเลอื ด แตกฉานซงึ่ สภาพแวดลอ้ มของบา้ นเมอื ง แตกฉานทงั้ ทางดา้ นอกั ษร
แท้ๆ ระหว่างพ่ีน้องท่ีคลานตามกันมาเพ่ือช่วงชิงความเป็นหน่ึง ศาสตร์ นติ ศิ าสตร์ รฐั ศาสตร์ และอกี หลายแขนงวชิ า ในขณะที่
ในแผน่ ดนิ กเ็ กดิ ขน้ึ จนได้ ทง้ั สองฝา่ ยตา่ งเขา้ ตอ่ สฟู้ นั แทงประหตั ทา่ นเพลดิ เพลนิ กบั การความรใู้ หมๆ่ อยนู่ น้ั พระองคก์ ไ็ ดร้ บั ขา่ วรา้ ย
ประหารกันอย่างเอาเป็นเอาตายเสมือนว่าท่ีนี่ไม่ใช่ท่ีเกิดที่อยู่ท่ี เมื่อราชทูตจากกรุงศรีอยุธยาแจ้งข่าวการสวรรคตของเสด็จพ่อ
กินด้วยกัน และท่ีรบกันอยู่ไม่ใช่คนไทยด้วยกันไม่ใช่พ่ีน้องกัน สมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชท่ี ๒ (เจา้ สามพระยา) ท�ำใหพ้ ระราเมศวร
ท�ำเหมอื นราวกบั วา่ เปน็ ศตั รคู อู่ าฆาตมาแตช่ าตปิ างไหน การรบ ตอ้ งกลบั อยธุ ยาและขนึ้ ครองราชยเ์ ปน็ พระมหากษตั รยิ ล์ �ำดบั ท่ี ๘
เปน็ ไปดว้ ยความบา้ คลงั่ สญู เสยี ผคู้ นและทหารทมี่ ฝี มี อื จ�ำนวนมาก มพี ระนามวา่ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ (ราชวงศส์ วุ รรณภมู )ิ
และแลว้ การรบกส็ นิ้ สดุ ลงทงั้ สองพระองคถ์ กู พระแสงของา้ วคอขาด เมอื่ พระองค์ข้นึ ครองราชย์ ก็ได้รับข่าวการแยง่ รบกนั ชิงราช
ทง้ั สองพระองค์ เปน็ สาเหตขุ องการขนึ้ ครองราชยข์ องนอ้ งคนเลก็ สมบตั ริ ะหวา่ งพกี่ บั นอ้ งของหวั เมอื งทางเหนอื ซง่ึ สมเดจ็ พระราเมศวร
เจา้ สามพระยาเปน็ พระมหากษตั รยิ ล์ �ำดบั ท่ี ๗ แหง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา นน้ั ไมช่ อบเลย เนอ่ื งจากทา่ นตาของพระองคค์ อื พระยาบาลเมอื ง
ในพระนามสมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชที่ ๒ (ราชวงศส์ วุ รรณภมู )ิ กบั พระยารามค�ำแหงกร็ บกนั เอง ทา่ นลงุ ของพระองคค์ อื เจา้ อา้ ย
สมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี ๒ ข้ึนครองราชย์ได้ไม่นาน พระยาและเจา้ ยพ่ี ระยากร็ บกนั ตายทงั้ คเู่ พอื่ ชงิ ราชสมบตั ิ พระองค์
พระมเหสี ก็ได้ประสูติราชบุตรในพระนาม พระราเมศวรบรม- จงึ คดิ วา่ มนั นา่ จะเกดิ จากปญั หาการดแู ลทไ่ี มท่ วั่ ถงึ และธรรมเนยี ม
ไตรโลกนาถ ท่ีมีสายเลือดครึ่งหน่ึงเป็นอยุธยา (พ่อเป็นกษัตริย์ การปกครองทสี่ มเดจ็ พระเจา้ อทู่ องปฐมบรมกษตั รยิ แ์ หง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา
อยธุ ยา) อกี ครง่ึ หนงึ่ เปน็ สโุ ขทยั (แมเ่ ปน็ พระธดิ าของพระยาบาล ทรงวางรากฐานไวอ้ าจตอ้ งเปลยี่ นแปลงแกไ้ ขเสยี ที มฉิ ะนน้ั กจ็ ะ
เมอื งกษตั รยิ ก์ รงุ สโุ ขทยั ) ทรงเกดิ มาพรอ้ มสตปิ ญั ญาทปี่ ราดเปรอ่ื ง เกดิ ปญั หาซำ�้ ซากเนอ่ื งจากหวั เมอื งตา่ งๆ มอี สิ รภาพในการปกครอง
ชอบใฝ่หาความรู้ เม่ือเจริญเติบโตถึงวัยอันควรสมเด็จพระบรม ตวั เองมากเกนิ ไปท�ำไหค้ วบคมุ ไดย้ าก เวลาทก่ี รงุ ศรอี ยธุ ยาออ่ นแอ
ราชาธิราชที่ ๒ ก็ทรงแต่งตั้งให้พระราเมศวรบรมไตรโลกนาถ เมืองพระยามหานครและเมืองประเทศราชก็มักแข็งข้อเสมอ
เปน็ พระมหาอปุ ราช ครองเมอื งพษิ ณโุ ลกเมอื งหลวงของกรงุ สโุ ขทยั ส่วนเมืองหน้าด่านที่เจ้าเมืองมีอ�ำนาจมากๆ มักใหญ่ใฝ่สูงก็มัก
ซงึ่ พระมหาธรรมราชาท่ี ๔ พระยาบาลเมอื ง ซง่ึ กเ็ ปน็ เสดจ็ ตาแทๆ้ จะยกทพั เขา้ ชงิ ราชสมบตั ิ ดงั นน้ั พระองคจ์ งึ รวมศนู ยอ์ �ำนาจไวท้ ี่
ของพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถเพงิ่ สวรรคตไดไ้ มน่ าน และเพอื่ กรุงศรีอยุธยาท่ีเดียว โดยให้เมืองหน้าด่านคือเมืองลพบุรี เมือง
เปน็ การแกป้ ญั หาการแยง่ ชงิ บลั ลงั กก์ นั เองในราชวงศส์ โุ ขทยั อกี ดว้ ย นครเขอื่ นขนั ธ์ (พระประแดง) เมอื งนครนายก เมอื งสพุ รรณบรุ ี
พระราเมศวรบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเติบโตมากับความเจริญ เปลยี่ นเปน็ หวั เมอื งชนั้ ใน โดยพระองคจ์ ะเปน็ ผสู้ ง่ คนไปปกครอง
ของอยธุ ยา ฉะนนั้ การทม่ี าครองเมอื งพษิ ณโุ ลกท�ำใหพ้ ระองคไ์ ด้ แทน (เรยี กวา่ ผรู้ งั้ ) ผรู้ ง้ั จะไมม่ อี �ำนาจเดจ็ ขาดตอ้ งรอค�ำสง่ั จาก
ซมึ ซบั รบั รขู้ นบธรรมเนยี มประเพณี วฒั นธรรม จารตี และวถิ ชี วี ติ อยธุ ยา และใชร้ ปู แบบการปกครองแบบกรงุ ศรอี ยธุ ยาเหมอื นกนั
ของชาวเมอื งสโุ ขทยั อกี ดว้ ย และท�ำใหเ้ มอื งพษิ ณโุ ลกทเ่ี คยเปน็ แค่ สว่ นเมอื งพระยามหานคร ใหเ้ ปลย่ี นเปน็ หวั เมอื งชนั้ นอก โดยจะ
เมืองประเทศราช กลายเป็นเมืองส�ำคัญที่พระมหาอุปราช แต่งตั้งเช้ือพระวงศ์หรือขุนนางผู้ใหญ่ท่ีมีความสามารถและ
จงรักภักดีไปปกครอง แต่จะแต่งต้ังขุนนางจากส่วนกลางใน
ต�ำแหนง่ ยกกระบตั รไปคอยก�ำกบั ดแู ล เพราะยกกระบตั รจะคอย
ธนาธิปตั ย์ 47
เปน็ หเู ปน็ ตาใหพ้ ระองค์ ฉะนน้ั เจา้ เมอื งตา่ งๆ ตอ้ งแจง้ ขอ้ ราชการ เปน็ องคร์ ชั ทายาท สว่ นต�ำแหนง่ ของสนมเอกกม็ กี ารจดั ล�ำดบั ไว้
ใหย้ กกระบตั รทราบ สว่ นหวั เมอื งประเทศราช ซง่ึ กค็ อื เมอื งทไ่ี กล เชน่ กนั โดยสนมเอกล�ำดบั ท่ี ๑ คอื ทา้ วอนิ ทรสเุ รนทร์ ล�ำดบั ท่ี ๒
จากราชธานี มปี ระเพณภี าษาทแี่ ตกตา่ งใหป้ กครองตนเองแตต่ อ้ ง ท้าวศรีสุดาจันทร์ ล�ำดับท่ี ๓ ท้าวอินทร์เทวี ล�ำดับท่ี ๔ ท้าว
สง่ เครือ่ งราชบรรณนาการ ต้นไมเ้ งนิ ต้นไมท้ อง มาแสดงความ ศรจี ฬุ าลกั ษณ์
จงรกั ภกั ดี มเิ ชน่ นน้ั จะถอื วา่ คดิ คดกบฏใหย้ กทพั หลวงไปปราบใหส้ นิ้ ในสมยั ของสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถมศี กึ สงครามกบั เมอื ง
ในสว่ นทอ้ งถนิ่ นนั้ มกี ารจดั ล�ำดบั และผดู้ แู ลคอื ถา้ เปน็ หมบู่ า้ น เชยี งใหมอ่ ยเู่ นอื งๆ พระองคจ์ งึ ทรงประทบั ทเี่ มอื งพษิ ณโุ ลกเพอี่ ที่
ใหผ้ ใู้ หญบ่ า้ นดแู ล ถา้ มหี ลายหมบู่ า้ นเปน็ ต�ำบลใหก้ �ำนนั ดแู ล ถา้ มี จะไดค้ วบคมุ ก�ำกบั หวั เมอื งทางเหนอื ไมใ่ หก้ ระดา้ งกระเดอื่ งโดยให้
หลายต�ำบลรวมกนั เปน็ แขวง ใหต้ งั้ หมนื่ แขวงดแู ล ถา้ หลายแขวง พษิ ณโุ ลกเปน็ เมอื งหลวงของกรงุ ศรอี ยธุ ยาอกี แหง่ หนงึ่ ดว้ ย และ
รวมกันเป็นเมือง ให้พระยามหานครดูแล ท�ำให้การปกครอง ทรงประทบั ทเี่ มอื งพษิ ณโุ ลกจนเสดจ็ สวรรคตเลย ความรสู้ กึ ของ
กรงุ ศรอี ยธุ ยา มรี ะเบยี บแบบแผนและสรา้ งความเปน็ ปกึ แผน่ เปน็ ผเู้ ขยี นมองวา่ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถผทู้ มี่ สี ายเลอื ดทง้ั สโุ ขทยั
“ระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าช” ทสี่ มบรู ณส์ ง่ ผลใหเ้ กดิ รากฐานการ และอยธุ ยาเปน็ พระมหากษตั รยิ ท์ ม่ี คี วามเกง่ และชาวเมอื งรกั มากๆ
ปกครองทสี่ รา้ งความรงุ่ เรอื งใหแ้ ก่ กรงุ ศรอี ยธุ ยามาเปน็ รอ้ ยๆ ปี คนหนงึ่ เลยทเี ดยี วสามารถเปลย่ี นแปลงรปู แบบการปกครองโดยที่
แบ่งแยกหน้าที่ราชการโดยก�ำหนดฐานะต�ำแหน่ง และ ไมเ่ กดิ ปญั หาอะไรใหญโ่ ตและเปน็ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ยพระองค์
บรรดาศกั ดิ์ ชนั้ เจา้ นาย ขนุ นาง ตลอดจนไพรอ่ อกเปน็ ๒ ฝา่ ย ประทับได้ทั้งสุโขทัยและอยุธยาอย่างมีความสุขอย่างมีคนรัก
คือ ฝ่ายทหาร และฝ่ายพลเรือน ฝ่ายทหารมีสมุหพระกลาโหม พระองค์เกิดในกรุงศรีอยุธยาแผ่นดินพ่อและตายในกรุงสุโขทัย
เป็นผู้ปกครองสูงสุด ส่วนฝ่ายพลเรือนมีสมุหนายก ให้มีอ�ำนาจ แผน่ ดนิ ของแม่ เปน็ ความรสู้ กึ ของผเู้ ขยี นนะครบั วา่ ทา่ นนา่ จะเปน็
หน้าที่ในการดูแลราชการในสถานท่ีของพลเรือนท้ังหมดรวมถึง พระมหากษตั รยิ ท์ ม่ี คี วามสขุ พระองคห์ นงึ่ ทเี ดยี ว
การควบคุมจตุสดมภ์ทั้งสี่ด้วย และเปล่ียนชื่อจตุสดมภ์ทั้งส่ีใหม่ หลังจากท่ีสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จสวรรคตลงพระ
ดงั นค่ี อื กรมเวยี ง เปลยี่ นเปน็ กรมนครบาล ปกครองดแู ลในเขต ราชโอรสองคโ์ ตคอื พระบรมราชา กไ็ ดข้ นึ้ เปน็ กษตั รยิ ล์ �ำดบั ท่ี ๙
ราชธานีมีพระยายมราชเป็นเจ้ากรม กรมวัง เปลี่ยนเป็นกรม แหง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยาตอ่ จาก เสดจ็ พอ่ ทรงพระนามวา่ สมเดจ็ พระบรม
ธรรมมาธกิ รณ์ ดแู ลภายในราชส�ำนกั มเี จา้ พระยาธรรมมาธกิ รณ์ ราชาธริ าชท่ี ๓ (ราชวงศส์ วุ รรณภมู )ิ ท�ำใหก้ รงุ ศรอี ยธุ ยากลบั มาเปน็
เปน็ เจา้ กรม กรมคลงั เปลย่ี นเปน็ กรมโกษาธบิ ดี มหี นา้ ทเ่ี กบ็ ภาษี ราชธานอี กี ครงั้ แตห่ ลงั จากสมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชที่ ๓ ครอง
อากร ดแู ลกองคลงั การคา้ ขายกบั ตา่ งชาตมิ พี ระยาธรรมราชหรอื ราชยไ์ ดเ้ พยี ง ๓ ปี กเ็ สดจ็ สวรรคต เหลา่ เสนาอ�ำมาตย์ ไดอ้ ญั เชญิ
พระยาโกษาธบิ ดเี ปน็ เจา้ กรม กรมนา เปลย่ี นเปน็ กรมเกษตราธกิ าร พระราชโอรสอีกพระองค์คือพระเชษฐา ข้ึนครองราชย์โดยทรง
มีหน้าที่ตรวจตราและส่งเสริมเกี่ยวกับการท�ำนาของราษฎรมี พระนามวา่ สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ ๒ พระมหากษตั รยิ ล์ �ำดบั ท่ี
พระยาพลเทพเปน็ เจา้ กรมมกี ารถว่ งดลุ อ�ำนาจระหวา่ งขนุ นางกบั ๑๐ ทไ่ี ดข้ น้ึ ครองราชอาณาจกั รกรงุ ศรอี ยธุ ยา
เจา้ นายในราชส�ำนกั โดยลดอ�ำนาจบรรดาเชอื้ พระวงศล์ งและเพมิ่ สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ ๒ หรอื พระเชษฐาเมอื่ ขนึ้ ครองราชย์
อ�ำนาจขนุ นางขน้ึ เนอื่ งจากอ�ำนาจของเชอื้ พระวงศอ์ าจท�ำใหเ้ กดิ แลว้ ไดท้ รงโปรดใหแ้ ตง่ ตงั้ ต�ำแหนง่ พระสรุ สั วด(ี สสั ด)ี มหี นา้ ทจี่ ดั
การชงิ ราชบลั ลงั กจ์ งึ ใหม้ กี ารถว่ งดลุ กนั ไว้ การถว่ งดลุ โดยใหอ้ �ำนาจ ท�ำบญั ชกี ารเกณฑไ์ พรพ่ ลเขา้ รบั ราชการทหารและพลเรอื น อกี ทง้ั
ขนุ นางมากขนึ้ ในครง้ั นน้ี น้ั เปน็ เครอ่ื งปอ้ งกนั เชอื้ พระวงศท์ ค่ี ดิ แยง่ ยังวางรากฐานงานทางทหารและโปรดเกล้าให้มีการแต่งต�ำรา
ชิงอ�ำนาจได้เป็นอย่างดี แต่ก็อาจเป็นจุดเร่ิมต้นของการควบคุม พชิ ยั สงครามขน้ึ โดยเปน็ ต�ำรายทุ ธการวา่ ดว้ ยแนวทางแผนการรบ
ขนุ นางทท่ี �ำไดย้ ากมากขน้ึ เพราะขนุ นางกเ็ รม่ิ มบี ทบาทมากในชว่ ง กบั ตา่ งชาตติ า่ งเมอื ง เรยี กไดว้ า่ เปน็ สายเลอื ดของสมเดจ็ พระบรม-
สมยั ราชวงศป์ ราสาททองและราชวงศบ์ า้ นพลหู ลวง อยากใหผ้ อู้ า่ น ไตรโลกนาถอยา่ งแทจ้ รงิ เพราะเชอื้ สายของพระบรมไตรโลกนาถ
ไดต้ ดิ ตามไปเรอ่ื ยๆ นะครบั ทกุ พระองคล์ ว้ นหว่ งใย ในระบบการปกครองและพยายามปรบั ปรงุ
นอกจากการวางรากฐานการปกครองแลว้ พระองคย์ งั ทรงตรา แก้ไขให้ดีข้ึนอยู่ตลอดเวลา จะเรียกว่าเป็นสายเลือดแห่งการ
กฎมนเทยี รบาลขน้ึ เพอื่ ใชใ้ นราชส�ำนกั ระบถุ งึ ล�ำดบั ชน้ั ของผทู้ จ่ี ะได้ วางรากฐานการปกครองเลยกว็ า่ ได้
ข้ึนครองราชย์เมื่อพระมหากษัตริย์องค์เดิมสวรรคตลง โดยให้ ...เปน็ อยา่ งไรบา้ งครบั ฉบบั นเ้ี ตม็ อม่ิ กบั สมเดจ็ พระบรมไตรโลก-
พระราชโอรสท่ีเกิดแก่พระอัครมเหสี ให้กินต�ำแหน่งหน่อ นาถกันเลยทีเดียว หากยังไม่หน�ำใจหรือสงสัยว่าท�ำไมสมเด็จ
พระพทุ ธเจา้ เปน็ องคร์ ชั ทายาทอนั ดบั ท่ี ๑ สว่ นพระราชโอรสทเ่ี กดิ พระบรมไตรโลกนาถจ�ำตอ้ งไปประทบั ทพ่ี ษิ ณโุ ลกดว้ ยสามารถยอ้ น
กบั พระมเหสี ใหก้ นิ ต�ำแหนง่ พระมหาอปุ ราช เปน็ องคร์ ชั ทายาท ไปอา่ นสนกุ กบั ประวตั ศิ าสตรต์ อนท่ี ๓ ซงึ่ ถอื เปน็ การลม่ สลายของ
อนั ดบั ที่ ๒ และตอ้ งเปน็ พระราชโอรสเทา่ นนั้ พระราชธดิ าไมน่ บั อาณาจกั รสโุ ขทยั ไดน้ ะครบั แลว้ พบกนั ฉบบั หนา้ ...พมา่ มาแลว้ ...
48 ธนาธิปัตย์