The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2. มาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฺBRMD, 2022-01-06 00:52:40

2. มาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทาง

2. มาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทาง

เคร�องเอกซเรยว มนิ ิจาตฉรยั ฐทาางนกคาุณรแพภาทพย

X-rayQuality Standards of Medical Diagnostic
Machines



มาตรฐานคุณภาพเคร่อื งเอกซเรยว์ ินจิ ฉยั ทางการแพทย์

(Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines)

มาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินจิ ฉัยทางการแพทย์
(Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines)

ISBN 978-616-11-4127-1

จดั ทำ� โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ

พมิ พค์ รั้งที่ 1 ตุลาคม 2562

จำ� นวน 2,000 เล่ม

พิมพ์ท่ี บริษัท บยี อนด์ พบั ลิสชง่ิ จำ� กัด

สงวนลขิ สทิ ธิ์ตามพระราชบัญญัตลิ ิขสทิ ธ์ิ

สำ� นกั พิมพ์ บริษทั บียอนด์ พับสสิ ชิ่ง จำ� กัด

โทร. 0-2672-2534-5 โทรสาร. 0-2672-2525

ประกาศกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

เรื่อง มาตรฐานคุณภาพเคร่อื งเอกซเรย์วนิ จิ ฉัยทางการแพทย์
พ.ศ.2562

.........................................

เครอื่ งเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั ทางการแพทย์ จดั อยใู่ นกลมุ่ ของเครอ่ื งกำ� เนดิ รงั สที อ่ี อกแบบมาเฉพาะสำ� หรบั ใชเ้ พอื่

การวินิจฉัยทางการแพทย์ซ่ึงไม่มีวัสดุกัมมันตรังสีเป็นส่วนประกอบและเพ่ือใช้งานในสถานพยาบาล ซ่ึงต้องมีการ
ควบคมุ การใช้งานภายใต้พระราชบญั ญตั ิพลังงานนวิ เคลยี ร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2562 โดยต้องแจง้ การครอบครองหรอื ใช้
ต่อผ้ทู ีร่ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานท่ีได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงสาธารณสขุ ใหด้ �ำเนินการรบั แจ้งการครอบครองหรือใช้เคร่ืองเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั ทางการแพทย์ อีกท้ังยงั เปน็
หน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการตรวจวิเคราะห์และประเมินคุณภาพความปลอดภัยของเครื่องก�ำเนิดรังสีที่ใช้ใน
ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ รบั ผดิ ชอบการประเมนิ ความเสยี่ งการไดร้ บั รงั สขี องประชาชนและผใู้ ชบ้ รกิ ารดา้ นรงั สี
ได้ค�ำนึงถึงความปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับรังสีเอกซ์จากบริการทางการแพทย์ ได้แก่
เครอื่ งเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั ทางการแพทยป์ ระเภทตา่ ง ๆ จงึ มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งกำ� หนดมาตรฐานคณุ ภาพและความปลอดภยั
เครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ขึ้น เพ่ือใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในการก�ำกับดูแลและตรวจสอบคุณภาพ
เครอ่ื งก�ำเนิดรังสเี อกซ์ใหม้ คี วามถูกตอ้ งและเป็นมาตรฐานของประเทศ
เพ่ือให้การตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยเคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ เป็นไปตาม
ขอ้ กำ� หนดของกฎหมายและเปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ทงั้ ประเทศ จงึ ขอประกาศมาตรฐานคณุ ภาพเครอ่ื งเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั
ทางการแพทย์ พ.ศ.2562 โดยให้หน่วยงานในสังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือหน่วยงานที่กรมวิทยาศาสตร์
การแพทย์มอบหมาย หรือหน่วยงานที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรองถือปฏิบัติตามรายละเอียดเอกสารท่ี
แนบทา้ ยประกาศฉบับนี้
ทัง้ น้ี ต้งั แต่บดั น้ีเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ตลุ าคม พ.ศ. 2562

(นายโอภาส การยก์ วินพงศ์)
อธิบดกี รมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์

คำ�นยิ ม

การใช้รังสีเอกซเ์ พื่อการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ เป็นทีย่ อมรับกันทัว่ โลกนับแตม่ กี ารคน้ พบรังสีเอกซ์เปน็ ตน้ มา
เนื่องจากภาพถ่ายทางรังสีช่วยให้แพทย์สามารถเห็นความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ ได้ แต่รังสีเอกซ์น้ันเป็นอันตรายต่อ
สิ่งมีชีวิต การใช้ประโยชน์จากรังสีในทางการแพทย์จึงต้องมีการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามหลักการป้องกันอันตรายจากรังสี
ตามมาตรฐานสากลทัง้ 3 ประการ คอื หลกั การ Justification หลกั การ Optimization และหลักการ Dose Limitation
กล่าวโดยย่อ คือ ใช้รังสีให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการวินิจฉัยโรค และมีการป้องกันการเกิดอันตรายจากรังสีให้น้อยที่สุด
กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ โดยส�ำนกั รังสแี ละเคร่ืองมอื แพทย์ มีภารกิจในการตรวจสอบคณุ ภาพและ
ความปลอดภัยเครอ่ื งก�ำเนดิ รังสีเอกซ์ ต้งั แต่ปี พ.ศ. 2509 (ภายใตช้ อ่ื เดมิ กองปอ้ งกันอันตรายจากรงั สี) และต่อมามกี ารจัดต้งั
ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ตามภูมิภาค เพ่ือเพิ่มศักยภาพการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองก�ำเนิดรังสีเอกซ์อย่างครอบคลุม
ท่ัวประเทศ
เพื่อให้การตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยเคร่ืองก�ำเนิดรังสีเอกซ์ มีความถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ทงั้ ประเทศ กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ ไดจ้ ดั ทำ� มาตรฐานคณุ ภาพเครอื่ งเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั ทางการแพทยข์ นึ้ เปน็ เอกสารอา้ งองิ
โดยฉบบั ลา่ สดุ คือ ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2558 จากการท่ีเทคโนโลยกี ารสรา้ งภาพถา่ ยทางรงั สีเปน็ เทคโนโลยขี น้ั สงู ท่ีมีการพฒั นา
ทร่ี วดเรว็ ทำ� ใหม้ าตรฐานบางรายการมกี ารเปลยี่ นแปลง รวมทงั้ เทคโนโลยกี ารตรวจสอบทไ่ี มเ่ ปน็ ปจั จบุ นั เกดิ ความไมส่ อดคลอ้ ง
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงจัดท�ำเอกสารมาตรฐานคุณภาพเคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ขึ้นใหม่ โดยปรับปรุง
ให้เป็นไปตามมาตรฐานทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA)
และเพิ่มข้อมูลเก่ียวกับมาตรฐานการตรวจ ให้ครอบคลุมเคร่ืองก�ำเนิดรังสีเอกซ์ท่ีใช้งานด้านการแพทย์ของประเทศไทย
ทั้ง 7 ประเภท ไดแ้ ก่ เครือ่ งเอกซเรย์วินิจฉัยทัว่ ไป เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปี เครอ่ื งเอกซเรยท์ ันตกรรม เคร่ืองเอกซเรย์
เตา้ นม เครอื่ งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ เครอ่ื งเอกซเรยม์ วลกระดกู เครอ่ื งเอกซเรยส์ ตั ว์ และขอ้ มลู เกย่ี วกบั มาตรฐานหอ้ งเอกซเรย์
และห้องเอกซเรยบ์ นรถเอกซเรยเ์ คลือ่ นท่ี
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสาร มาตรฐานคุณภาพเคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์
(ฉบับท่ี 1) พ.ศ.2562 น้ี จะเป็นประโยชน์ในการก�ำกับดูแลคุณภาพและความปลอดภัย เคร่ืองก�ำเนิดรังสีเอกซ์ให้มีความ
ปลอดภยั ทง้ั ตอ่ ผปู้ ว่ ยทม่ี ารบั บรกิ ารและประชาชนขา้ งเคยี ง เปน็ เอกสารอา้ งองิ ในการตรวจสอบเครอื่ งเอกซเรยท์ างการแพทย์
ท�ำให้เครื่องท่ีผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานน้ี สามารถน�ำไปให้บริการผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย ด้วยปริมาณรังสีที่ได้รับ
การควบคุมอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการก�ำกับดูแลการใช้รังสีเอกซ์ทาง
การแพทย์ของกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขทีม่ ีมาตรฐานเดยี วกนั ทั่วประเทศ

(นายโอภาส การยก์ วินพงศ์)
อธบิ ดีกรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์

บทนำ�

ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์จากรังสีอย่างกว้างขวางท้ังทางการแพทย์และอุตสาหกรรม
ในทางการแพทยร์ งั สีเอกซ์ถูกน�ำมาใชใ้ นการวินิจฉัยโรคให้แก่ผปู้ ่วย การที่ผปู้ ่วยไดร้ ับรงั สีอาจส่งผลให้เกดิ อันตราย
จากรงั สไี ด้ ดงั น้ันจงึ ต้องมกี ารก�ำกบั ควบคุมให้มีการใช้รงั สีกบั ผู้ปว่ ยในปริมาณที่น้อยที่สดุ เท่าทจ่ี ะเป็นไปได้ โดยท่ี
ยงั คงคณุ ภาพของภาพถา่ ยทางรังสีให้แพทยส์ ามารถวนิ ิจฉยั โรคได้
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานที่ด�ำเนินการตรวจสอบคุณภาพและ
ความปลอดภยั จากการใชเ้ ครอ่ื งเอกซเรยใ์ นสถานพยาบาลตา่ ง ๆ มาตง้ั แตป่ ี 2509 เพอ่ื การปอ้ งกนั อนั ตรายจากรงั สี
และเพอ่ื ใหเ้ ครอื่ งเอกซเรยม์ คี ณุ ภาพในการตรวจวนิ จิ ฉยั โรค โดยตรวจสอบคา่ มาตรฐานทางฟสิ กิ สข์ องเครอื่ งเอกซเรย์
เชน่ กโิ ลโวลต์ กระแสผ่านหลอดเอกซเรย์ เวลา การกรองรงั สขี องหลอดเอกซเรย์ระดบั ปริมาณรงั สี ปรมิ าณรงั สีรวั่
และปริมาณรงั สีกระเจิง เปน็ ตน้ โดยประยุกต์ใช้ขอ้ ก�ำหนดตามมาตรฐานสากล เช่น IEC, IAEA, AAPM, NCRP, US
FDA, NSW EPA, Health Canada, EC
เพื่อให้การตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ของประเทศไทยให้เป็นมาตรฐาน
เดียวกันมีความเหมาะสมกับสภาพของเคร่ืองเอกซเรย์ที่มีอยู่ในประเทศไทย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้ปรับปรุงข้อก�ำหนดมาตรฐานคุณภาพเคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์
เพื่อประกาศใช้เป็นมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยมีขอบเขตครอบคลุม
เครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไป เคร่ืองเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปี เคร่ืองเอกซเรย์ทันตกรรม เคร่ืองเอกซเรย์เต้านม
เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เคร่ืองเอกซเรย์มวลกระดูก และเครื่องเอกซเรย์สัตว์ รวมถึงความปลอดภัยของ
หอ้ งเอกซเรย์หรือสถานทต่ี ิดตง้ั เครอ่ื งเอกซเรย์

สารบัญ

หนา้
ขอ้ ก�ำหนดมาตรฐานคณุ ภาพเครือ่ งเอกซเรย์วนิ จิ ฉยั ทางการแพทย์
แนวปฏบิ ตั ิการใชเ้ คร่อื งเอกซเรย์วินิจฉยั ทางการแพทย์ 1
มาตรฐานคณุ ภาพเคร่อื งเอกซเรยว์ นิ ิจฉยั ทว่ั ไป 3
มาตรฐานคุณภาพเคร่ืองเอกซเรย์ฟลอู อโรสโคปี 5
มาตรฐานคุณภาพเคร่ืองเอกซเรยท์ นั ตกรรม 8
มาตรฐานคณุ ภาพเครอ่ื งเอกซเรยเ์ ต้านม 10
มาตรฐานคุณภาพเคร่อื งเอกซเรย์คอมพวิ เตอร ์ 11
มาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรยม์ วลกระดูก 13
มาตรฐานคณุ ภาพเครอ่ื งเอกซเรย์สัตว์ 13
มาตรฐานคุณภาพหอ้ งเอกซเรย์ 14
มาตรฐานคุณภาพห้องเอกซเรยบ์ นรถเอกซเรยเ์ คล่ือนที่ 19

ภาคผนวก 20
21
ข้อแนะน�ำในการใชค้ ู่มอื 21
32
คา่ ปรมิ าณรังสีอา้ งอิงจากการถ่ายภาพรังสี 33

วธิ กี ารทดสอบ

นยิ ามศัพท ์

เอกสารอา้ งอิง

1. แนวปฏิบตั กิ ารใชเ้ ครื่องเอกซเรยว์ นิ จิ ฉัยทางการแพทย์

1.1 การครอบครองหรอื ใชง้ านเครือ่ งเอกซเรย์วนิ จิ ฉยั ทางการแพทย์

1.1.1 ผู้ครอบครองหรือผู้ใช้งานเครื่องเอกซเรย์ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เครอื่ งเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั ทางการแพทยร์ วมถงึ หอ้ งเอกซเรยจ์ ะตอ้ งไดร้ บั การตรวจสอบประสทิ ธภิ าพและ
ความปลอดภัยดา้ นรงั สีจากหน่วยงานตามกฎหมาย เชน่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือหน่วยงานท่ี
ไดร้ บั มอบหมาย ซงึ่ หนว่ ยงานนน้ั ไดร้ บั การรบั รองตามระบบคณุ ภาพ เชน่ ISO:17025 และขนึ้ ทะเบยี น
เป็นหน่วยบริการทดสอบตามกฎหมาย หรือบคุ คลทีม่ คี ณุ สมบตั ิ เช่น บุคคลทม่ี คี ุณวฒุ ดิ า้ นฟิสิกส์ เคมี
ฟสิ กิ สก์ ารแพทย์ รงั สกี ารแพทยห์ รอื รงั สเี ทคนคิ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ หรอื สาขาอนื่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง โดยได้
รบั การอบรมและขน้ึ ทะเบยี นเปน็ ผตู้ รวจสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

1.1.2 ผู้ครอบครองหรือผู้ใช้งานเคร่ืองเอกซเรย์ จะต้องปฏิบัติตามหลักการป้องกันอันตรายจากรังสีให้กับ
ผปู้ ่วย เจา้ หน้าทผี่ ้ปู ฏบิ ตั งิ าน และประชาชนท่วั ไป

1.1.3 ผู้ครอบครองหรือผู้ใช้งานเคร่ืองเอกซเรย์ จะต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น ทางกล
ทางไฟฟ้า และทางรังสี และมีแผนการบา� รุงรกั ษาเชงิ ปอ้ งกันตามท่ีบรษิ ัทผูผ้ ลิตแนะนา�

1.1.4 ผูค้ รอบครองหรอื ผู้ใชง้ านเคร่อื งเอกซเรย์ ควรจดั ทา� โปรแกรมประกันคณุ ภาพ และควรจัดหาเครอ่ื งมือ
ทดสอบ เชน่ แฟนทอม (phantom) หรอื วตั ถทุ ดสอบคุณภาพของภาพรงั สเี พื่อควบคมุ คณุ ภาพและ
บ�ารุงรักษาระบบเคร่ืองเอกซเรย์และอุปกรณ์ประกอบ ให้มีสภาพพร้อมใช้งานและมีความปลอดภัย
หากพบว่ามีการช�ารุดหรือท�างานผิดพลาด ให้ด�าเนินการแก้ไขโดยด่วน ส�าหรับในกรณีที่มีการจัดหา
เครอ่ื งมอื ใหมค่ วรกา� หนดคุณลักษณะ ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และความปลอดภยั ในการใชง้ าน
ภาระงาน และเป็นเทคโนโลยที ท่ี ันสมัย

1.1.5 ผู้ครอบครองหรือผู้ใช้งานเครื่องเอกซเรย์ ควรจัดหาแหล่งจ่ายไฟฟ้าท่ีมีก�าลังงานเพียงพอต่อ
ความตอ้ งการของเครอื่ งเอกซเรย์ในแต่ละประเภทน้ัน ๆ

1.1.6 ผู้ครอบครองหรือผู้ใช้งานเคร่ืองเอกซเรย์ จะต้องแสดงข้อมูลและรายละเอียดเก่ียวกับระบบ
เคร่ืองเอกซเรย์ เครื่องก�าเนิดไฟฟ้า และหลอดเอกซเรย์ ซ่ึงประกอบด้วย ชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น
หมายเลขเครอ่ื งผผู้ ลิต ปีทผี่ ลิต ผู้จา� หนา่ ย ปีท่ีติดตั้ง เป็นต้น โดยจะตอ้ งตดิ ในต�าแหนง่ ท่เี ห็นได้ชัดเจน
ทง้ั นีร้ วมถึงเครือ่ งเอกซเรยท์ ี่ประกอบข้นึ ใหม่จากชนิ้ สว่ นของเครือ่ งเอกซเรยเ์ กา่

1.2 การปอ งกันอนั ตรายจากรงั สี

แหล่งก�าเนิดรังสีในทางการแพทย์ประกอบด้วย รังสีปฐมภูมิจากหลอดเอกซเรย์ รังสีกระเจิงจาก
ตัวผู้ป่วย และจากวัสดุที่รังสีตกกระทบ แม้เครื่องเอกซเรย์จะมีมาตรฐาน แต่หากใช้งานไม่ถูกต้องตาม
หลกั วชิ าการแล้วอนั ตรายจากการใชง้ านรังสนี ั้นยอ่ มมีโอกาสท่ีจะเกดิ ขึ้นไดเ้ สมอ
1.2.1 การสรา้ งหอ้ งเอกซเรย์ จะตอ้ งมกี ารออกแบบตามหลักวิชาการ และได้รับการประเมนิ ความปลอดภัย

จากรังสีโดยผูเ้ ชย่ี วชาญด้านรงั สี เช่น นักฟสิ กิ สก์ ารแพทย์ นักฟสิ ิกสร์ ังสี และนักฟิสิกสส์ ขุ ภาพ เป็นต้น
1.2.2 คา่ จา� กัดปรมิ าณรังสี (dose limit) ประจา� บุคคล จะตอ้ งมีค่าไมเ่ กิน ดงั น้ี

1.2.2.1 ส�าหรับผู้ปฏิบัตงิ านด้านรังสี จะต้องมีค่าไมเ่ กิน 20 มิลลิซเี วิรต์ ตอ่ ปี
(400 ไมโครซีเวิร์ตต่อสปั ดาห์)

1.2.2.2 ส�าหรับประชาชนหรือบคุ คลทัว่ ไป จะต้องมคี ่าไม่เกิน 1 มิลลิซีเวริ ์ตต่อปี
(20 ไมโครซเี วิรต์ ต่อสปั ดาห)์
มาตรฐานคณุ ภาพเคร่อื งเอกซเรย์วนิ จิ ฉยั ทางการแพทย์ 1

1.2.3 มีวัสดุป้องกันรังสีส�ำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านรังสี ผู้ป่วย หรือญาติผู้ป่วย เช่น เส้ือตะก่ัวหรือ
เสอ้ื กำ� บงั รงั สี ถงุ มอื กำ� บงั รงั สี ปลอกคอกำ� บงั รงั สี หรอื แผน่ กำ� บงั อวยั วะสบื พนั ธ์ุ ทำ� ดว้ ยตะกว่ั หรอื วสั ดุ
เทียบเทา่ กับตะก่วั ท่มี คี วามหนาอยา่ งนอ้ ย 0.25 มลิ ลเิ มตร

1.2.4 ก่อนที่จะฉายรังสีหรือถ่ายภาพรังสี จะต้องแน่ใจว่าไม่มีบุคคลอื่นนอกจากผู้ป่วยอยู่ในห้องเอกซเรย์
ยกเว้นในกรณีท่ีจ�ำเป็น เช่น กรณีท่ีผู้ปกครองหรือญาติจะต้องจับตัวผู้ป่วยเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวนั้น
จะตอ้ งใหผ้ ูป้ กครองหรือญาตใิ ส่เส้ือตะกั่วและหรอื ถุงมือตะกวั่ เป็นตน้

1.2.5 เจา้ หน้าทผ่ี ู้ปฏิบัตงิ านทางดา้ นรังสจี ะตอ้ งติดเครอ่ื งวดั รงั สีประจำ� บคุ คล (personal dosimeter) เชน่
แผน่ วดั รงั สีโอเอสแอล (OSL) หรือทีแอลดี (TLD) ทกุ คร้ังทีป่ ฏิบัติงาน โดยใช้บริการกับหน่วยงานทีไ่ ด้
รับการรับรองมาตรฐาน หรือได้รับมอบหมายจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากใช้เครื่องวัดรังสี
ประจ�ำบุคคลแบบอิเล็กทรอนิกส์น้ัน จะต้องมีรายงานผลการสอบเทียบเครื่องวัดรังสีดังกล่าวอยู่เป็น
ประจ�ำ เช่น ทุกสามปีหรือตามค�ำแนะน�ำของบริษัทผู้ผลิต และให้เก็บบันทึกผลการวัดปริมาณรังสี
ประจ�ำบุคคลนน้ั ไว้เป็นหลกั ฐานส�ำหรบั ในกรณที ม่ี กี ารร้องขอจากหน่วยงานอน่ื ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง

1.3 การใชร้ งั สใี นทางการแพทย์

1.3.1 การใช้รังสีในทางการแพทย์ แพทย์ผู้สั่งหรือร้องขอการตรวจทางรังสีจะต้องยึดหลักความมีเหตุผล
อันสมควร (justification) โดยจะตอ้ งมน่ั ใจว่าการใช้รังสีกบั ผู้ปว่ ยในแตล่ ะคร้ังน้นั จะเกดิ ประโยชนต์ ่อ
การรักษามากกว่าความเสี่ยงหรืออันตรายที่จะเกิดขึ้นจากรังสี ไม่มีการใช้รังสีเกินความจ�ำเป็นและ
ขาดเหตุผลมารองรับ เช่น แพทย์ยังไม่มีการตรวจวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยแต่มีการส่ังตรวจล่วงหน้า
เว้นแต่เป็นการตรวจตามโปรแกรม ไม่มีการสั่งตรวจคนไข้รายเดียวกันหลายคร้ังภายในวันเดียวกัน
โดยทไี่ มไ่ ดเ้ รยี กดภู าพรงั สจี ากการตรวจในครงั้ กอ่ นหนา้ น้ี เชน่ กรณสี ง่ ตอ่ ผปู้ ว่ ยไปรบั การรกั ษาระหวา่ ง
โรงพยาบาล เปน็ ตน้ นอกจากนี้แพทย์ควรเลอื กใช้วธิ กี ารตรวจวนิ ิจฉยั ชนิดอ่ืน ๆ ทีไ่ ม่ต้องใช้รังสี แตย่ ัง
คงให้ผลการวินิจฉัยที่เทียบเท่าหรือดีกว่าการใช้รังสี เช่น การสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กก�ำทอน
(magnetic resonance imaging) หรือการสร้างภาพดว้ ยคลืน่ เสยี งความถีส่ ูง (ultrasound) เปน็ ตน้

1.3.2 การใช้รังสีในทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านรังสี เช่น นักรังสีการแพทย์ จะต้องยึดหลัก
การหาความเหมาะสมที่มากท่ีสุด (optimization) และก่อให้เกิดประโยชน์มากท่ีสุด โดยการใช้
เครอื่ งมอื หรือระบบที่มีคุณภาพและเป็นไปตามข้อก�ำหนดมาตรฐาน เชน่ เครือ่ งเอกซเรย์ เครื่องสร้าง
ภาพรงั สี จอแสดงผล และภาพรังสี เป็นต้น มีการปรับกระบวนการ วธิ ีการ และเทคนิคการใชร้ งั สใี ห้
เหมาะสมทีส่ ุด กลา่ วคือใช้รังสีในปรมิ าณที่นอ้ ยท่สี ดุ ทย่ี งั คงสามารถสร้างภาพรงั สีทม่ี คี ุณภาพเพียงพอ
ต่อความต้องการในการวินิจฉัยโรคได้ ซ่ึงเป็นไปตามหลักของ ALARP (as low as reasonably
practicable) กล่าวคือผู้ครอบครองหรือผู้ใช้งานรังสีในทางการแพทย์จะต้องพยายามลดความเส่ียง
จากการใช้รังสีให้น้อยท่ีสุดเท่าที่จะสามารถกระท�ำได้ในทางปฏิบัติ จัดท�ำวิธีปฏิบัติงานท่ีดี (good
practice) เช่น มีการจำ� กัดขอบเขตของลำ� รังสีให้ครอบคลมุ เฉพาะส่วนของของรา่ งกาย หรอื อวยั วะที่
ต้องการในการวินิจฉัยโรค มีการต้ังค่าตัวแปรเทคนิคท่ีเหมาะสมกับขนาดร่างกายของผู้ป่วยใน
แต่ละราย นอกจากน้ีจะต้องพยายามปรับลดการถ่ายภาพรังสีซ�้ำจากเหตุที่สามารถป้องกันได้ เช่น
การตงั้ คา่ ตวั แปรเทคนคิ ผดิ พลาด การมภี าพแปลกปลอมจากชดุ หรอื เครื่องประดบั ของผปู้ ว่ ย การจัด
ท่าผ้ปู ว่ ยผดิ พลาด เปน็ ต้น

2 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

1.3.3 การใช้รังสีในทางการแพทย์ ผู้ครอบครองหรือผู้ใช้งานรังสี ควรจะบันทึกข้อมูลส�าคัญในกระบวนการ
ตรวจวินิจฉัยทางรังสีที่สามารถน�าไปประเมินค่าปริมาณรังสีให้กับผู้ป่วยได้ เพ่ือน�าไปสู่การจัดท�าค่า
ปริมาณรังสีเฉล่ียส�าหรับการตรวจวินิจฉัยในแต่ละประเภท โดยเฉพาะการตรวจวินิจฉัยที่ใช้ปริมาณ
รังสีสูงจากเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอรห์ รอื เคร่อื งเอกซเรยฟ์ ลูออโรสโคปี เป็นต้น โดยใชก้ ลุ่มตัวอยา่ ง
ผู้ป่วยผู้ใหญ่ขนาดปกติ เช่น น�้าหนัก 65±10 กิโลกรัม และรวมถึงกลุ่มผู้ป่วยเด็กท่ีมีอายุและขนาด
ร่างกายต่าง ๆ เป็นต้น การเก็บข้อมูลดังกล่าวนี้ อาจจะใช้โปรแกรมที่มาพร้อมกับระบบการสร้าง
ภาพรังสี หรือติดต้ังโปรแกรมเฝ้าติดตามปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ (patient dose monitoring)
ทส่ี ามารถเชอ่ื มตอ่ ฐานขอ้ มลู กบั ระบบสรา้ งภาพรงั สที ม่ี อี ยแู่ ลว้ เพอื่ สะดวกตอ่ การจดั การฐานขอ้ มลู และ
แสดงข้อมูลตัวช้วี ัดระดับปริมาณรังสจี ากการตรวจวนิ ิจฉยั ในภาพรวมของหนว่ ยงานได้

1.3.4 การใช้รังสีในทางการแพทย์ มีวัตถุประสงค์เพ่ือใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาโรคให้กับผู้ป่วยเท่านั้น
ผคู้ รอบครองหรอื ผใู้ ชง้ านเครอื่ งเอกซเรยค์ วรจะมมี าตรการหรอื แนวทางในการปอ้ งกนั รงั สใี หก้ บั บคุ คล
ทั่วไปท่ีปฏิบัติงานในบริเวณใกล้เคียงหรือในรอบ ๆ ห้องเอกซเรย์ มีการประเมินความเสี่ยงจาก
การได้รับรังสีให้กับบุคคลทั่วไปซ่ึงจะต้องไม่เกิน 1 mSv ต่อปี มีแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
ทางรังสี และมกี ารซอ้ มแผนเปน็ ประจ�าทุกปี

2. มาตรฐานคุณภาพเคร่ืองเอกซเรย์วินจิ ฉยั ทั่วไป
(General Radiography X-ray Machine)
เคร่ืองเอกซเรย์ทางการแพทย์ทจ่ี ัดอยใู่ นกลมุ่ นีป้ ระกอบด้วย เครื่องเอกซเรยว์ นิ จิ ฉัยท่ัวไป เครือ่ งเอกซเรย์

เคลอื่ นท่ี (mobile radiography) หรอื เครอ่ื งเอกซเรยช์ นดิ อน่ื ๆ ทใี่ ชใ้ นการตรวจวนิ จิ ฉยั โรคทว่ั ไปดว้ ยวธิ กี ารถา่ ยภาพ
รังสแี บบระนาบสองมิติ (plain radiography) เป็นตน้

2.1 ค่าความตา่ งศกั ย์หลอด (Tube Potential)

2.1.1 ความแม่น (accuracy) มีค่าไม่เกนิ ±10% ของคา่ ทตี่ ้ัง
2.1.2 ความท�าซ้�า (reproducibility) มีค่าไม่เกิน 2% ส�าหรับเครื่องก�าเนิดไฟฟ้าแบบความถี่สูงและแบบ

สามเฟส
2.1.3 ความท�าซา้� (reproducibility) มคี า่ ไมเ่ กนิ 5% ส�าหรบั เครื่องก�าเนิดไฟฟา้ แบบหนงึ่ เฟสเต็มคลืน่ และ

แบบครง่ึ คลน่ื

2.2 ค่าเวลาในการฉายรังสี (Exposure Time)

2.2.1 ความแมน่ (accuracy) จ�าแนกออกเป็นสองกรณดี ังน้ี
2.2.1.1 กรณีท่ีเวลามากกว่าหรือเทา่ กับ 0.1 วนิ าที (s) หรือ 100 ms มคี ่าไมเ่ กนิ ±10% ของค่าทตี่ ้งั
2.2.1.2 กรณที เ่ี วลานอ้ ยกวา่ 0.1 วนิ าที มคี า่ ไมเ่ กนิ ±2 ms หรอื 15% (แลว้ แตค่ า่ ไหนมากกวา่ ระหวา่ ง
±2 ms หรอื 15%)

2.2.2 ความทา� ซ�้า (reproducibility) มีค่าไม่เกนิ 5%
2.2.3 กรณที ี่เคร่อื งเอกซเรย์เปน็ ระบบ mAs อยา่ งเดียวไมต่ อ้ งรายงานหวั ขอ้ 2.2.1

มาตรฐานคุณภาพเครอื่ งเอกซเรยว์ นิ ิจฉยั ทางการแพทย์ 3

2.3 ปรมิ าณรังสี (Radiation Output)

2.3.1 ความท�ำซ้�ำ (reproducibility) มีคา่ ไม่เกนิ 5%
2.3.2 ความเป็นเชิงเสน้ (linearity) จ�ำแนกตามระบบการตงั้ คา่ กระแสผ่านหลอดเอกซเรย์ดงั นี้
2.3.2.1 กรณที ่เี ครอื่ งเอกซเรย์เป็นระบบตัง้ คา่ กระแสผา่ นหลอดเอกซเรย์ (mA) มีค่าไม่เกนิ 10%
2.3.2.2 กรณีทเ่ี ครื่องเอกซเรยเ์ ป็นระบบตงั้ คา่ ผลคณู ระหว่างกระแสกับเวลา (mAs) มคี า่ ไมเ่ กิน 20%
2.3.3 คา่ ระดับปรมิ าณรังสี (magnitude) ที่ 80 kVp ระยะ 1 เมตร มีคา่ ไมน่ อ้ ยกว่า 20 µGy/mAs โดยท่ี

การกรองรังสีหรอื ค่าความหนาครึ่งคา่ นั้นเป็นไปตามมาตรฐานหวั ขอ้ 2.4

2.4 การกรองรังสี (Filtration)

การกรองรังสีของหลอดเอกซเรย์ โดยพิจารณาจากค่าความหนาครึ่งค่า (half-value layer: HVL)
จะต้องไม่นอ้ ยกวา่ คา่ ดงั ทแ่ี สดงในตารางที่ 1

ตารางท่ี 1 ค่าความหนาคร่ึงค่า (HVL) ส�ำหรับเคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไป เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปี
เคร่ืองเอกซเรย์ทนั ตกรรม และเครื่องเอกซเรยอ์ ืน่ ๆ ท่ีมหี ลกั การท�ำงานคล้ายกนั นี้

ความตา่ งศกั ยห์ ลอด (kVp) ความหนาครง่ึ คา่ ขน้ั ต่ำ� (mm Al)
เครอ่ื งเอกซเรย์ เครือ่ งเอกซเรย์ เคร่ืองเอกซเรย์
ชว่ งการทำ� งาน คา่ การวดั ทันตกรรมแบบ ประเภทอ่ืน ๆ ประเภทอื่น ๆ
ทรี่ ะบุ ตวั รับภาพในชอ่ งปาก1 กล่มุ แรก2
กลมุ่ สอง3
นอ้ ยกว่า 51 30 1.5 0.3 0.3
51 – 70 40 1.5 0.4 0.4
มากกว่า 70 50 1.5 0.5 0.5
51 1.5 1.2 1.3
60 1.5 1.3 1.5
70 1.5 1.5 1.8
71 2.1 2.1 2.5
80 2.3 2.3 2.9
90 2.5 2.5 3.2
100 2.7 2.7 3.6
110 3.0 3.0 3.9
120 3.2 3.2 4.3
130 3.5 3.5 4.7
140 3.8 3.8 5.0
150 4.1 4.1 5.4

1 เครอื่ งเอกซเรยท์ ันตกรรมท่อี อกแบบมาสำ� หรับใชง้ านกบั ตัวรบั ภาพในชอ่ งปากและผลติ ขน้ึ หลงั วนั ที่ 1 ธนั วาคม พ.ศ. 2523
2 เครื่องเอกซเรยท์ นั ตกรรมทีอ่ อกแบบมาสำ� หรบั ใชง้ านกับตัวรับภาพในชอ่ งปากและผลิตข้นึ ก่อนหรือในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2523
และรวมถงึ เครื่องเอกซเรย์ประเภทอน่ื ๆ ที่ผลติ ขึน้ ก่อนวันที่ 10 มถิ ุนายน พ.ศ. 2549
3 เครื่องเอกซเรย์ประเภทอนื่ ๆ ยกเวน้ เคร่ืองเอกซเรย์ทันตกรรมทใี่ ช้งานกบั ตัวรบั ภาพในชอ่ งปาก ทผี่ ลติ ขน้ึ ตัง้ แตว่ นั ท่ี 10 มิถุนายน
พ.ศ. 2549
หมายเหตุ : เคร่อื งเอกซเรย์ฟันแบบพานอรามิคใชช้ ่องที่ 3

4 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

2.5 อปุ กรณ์จ�ากัดลา� รังสี (Beam Limiting Device)

2.5.1 อปุ กรณจ์ �ากัดลา� รงั สีตอ้ งเป็นแบบปรับได้ ขนาดลา� รงั สไี มค่ วรใหญ่เกนิ กวา่ ขนาดของตวั รับภาพ
2.5.2 อปุ กรณ์จา� กัดล�ารงั สีหรือคอลลเิ มเตอร์มีความสว่างแสงไฟไม่นอ้ ยกวา่ 100 ลกั ซ์ (lux) ทร่ี ะยะ 1 เมตร

จากต�าแหนง่ อา้ งองิ จุดโฟกัสของหลอดเอกซเรย์
2.5.3 การเหล่ือมล�้าระหว่างล�ารังสีกับล�าแสงไฟ ในแต่ละด้านของอุปกรณ์จ�ากัดล�ารังสีต้องมีค่าไม่เกิน 1%

ของระยะจากต�าแหนง่ อ้างอิงจุดโฟกสั ของหลอดเอกซเรย์ถงึ ตัวรับภาพ (source to image receptor
distance: SID)
2.5.4 ความตรงแนวของลา� รังสีกับตัวรับภาพ (beam alignment) ต้องมีความเบย่ี งเบนไมเ่ กนิ 3 องศา

2.6 ปริมาณรงั สีร่วั (Leakage Radiation)

ปริมาณรังสีร่ัวจากหลอดเอกซเรย์ท่ีระยะห่าง 1 เมตร จากจุดโฟกัสของหลอดเอกซเรย์ มีค่าไม่เกิน
876 ไมโครเกรย์ (µGy) ใน 1 ช่วั โมง โดยวัดท่ีตา� แหนง่ อยา่ งน้อย ดา้ นหนา้ ซา้ ย และขวาของหลอดเอกซเรย์

3. มาตรฐานคุณภาพเคร่อื งเอกซเรย์ฟลอู อโรสโคปี
(Fluorography X-ray Machine)
เคร่ืองเอกซเรย์ทางการแพทย์ ที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีหรือเครื่องส่องตรวจทางรังสี

ประกอบด้วย เคร่ืองเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีแบบทั่วไป ส�าหรับการตรวจระบบทางเดินอาหารหรืออวัยวะส่วนอ่ืน
เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีแบบ C-Arm หรือเครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีแบบ O-Arm ในโหมดการสร้างภาพ
แบบสองมิติ (2D) ที่รองรับการใช้งานประเภทต่าง ๆ เช่น ส�าหรับการตรวจหาต�าแหน่งก้อนนิ่ว ส�าหรับตรวจ
หลอดเลือดด้วยเทคนิคการลบสัญญาณภาพส่วนท่ีเหมือนกัน (digital subtraction angio-graphy) หรือส�าหรับ
การสวนหลอดเลอื ด (catheterization laboratory or cath lab) หรือสา� หรับการจา� ลองการฉายรังสรี กั ษาแบบ
ฟลูออโรสโคปี (fluoroscopy simulator) ท้ังนี้ให้รวมถึงเคร่ืองเอกซเรย์อื่น ๆ ที่มีหลักการท�างานเหมือน
เครอ่ื งเอกซเรยฟ์ ลอู อโรสโคปี กลา่ วคอื สามารถดภู าพรงั สไี ดใ้ นทนั ทขี ณะทมี่ กี ารฉายรงั สี (real-time x-ray imaging)

3.1 ค่าความต่างศกั ย์หลอด (Tube Potential)

3.1.1 ความแม่น (accuracy) มคี า่ ไม่เกิน ±10% ของค่าที่ตง้ั
3.1.2 ความท�าซ�้า (reproducibility) มีค่าไม่เกิน 2% ส�าหรับเคร่ืองก�าเนิดไฟฟ้าแบบความถ่ีสูง หรือ

แบบสามเฟส
3.1.3 ความท�าซ�้า (reproducibility) มคี า่ ไมเ่ กิน 5% สา� หรบั เครอื่ งกา� เนดิ ไฟฟ้าแบบหนึง่ เฟสเต็มคลืน่ หรอื

แบบครึ่งคลนื่

3.2 สวิตชฉ์ ายรงั สีของเครอ่ื งเอกซเรย์ฟลอู อโรสโคปี (Fluoroscopic Exposure Switch)

สวิตซฉ์ ายรังสีจะตอ้ งเป็นแบบกดตดิ -ปล่อยดบั (dead-man type)

มาตรฐานคณุ ภาพเครอ่ื งเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ 5

3.3 เครอ่ื งตัง้ เวลาสะสมการฉายรังสี (Cumulative Timing Device)

เครอื่ งต้ังเวลาสะสม สามารถต้ังคา่ ได้โดยมีคา่ เวลาสะสมสงู สุดในแต่ละครั้งไมเ่ กนิ 5 นาที โดยเรมิ่ นบั เวลา
ทุกครง้ั ท่ีมกี ารฉายรงั สีและคงค้างคา่ ไวจ้ นกว่าจะสัง่ ใหเ้ ร่ิมต้นใหม่ (reset)

3.4 การหยดุ ภาพสดุ ท้าย (Last Image Hold)

เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปที กุ ประเภท ตอ้ งสามารถหยุดภาพสดุ ทา้ ยค้างไว้บนจอภาพได้ ยกเวน้ เครือ่ ง
เอกซเรย์ฟลอู อโรสโคปีทผี่ ลติ กอ่ นปี พ.ศ. 2549

3.5 การกรองรงั สี (Filtration)

ตอ้ งมคี ่าความหนาครึ่งค่า ไม่นอ้ ยกวา่ คา่ ท่ีแสดงในตารางที่ 1

3.6 ปริมาณรังสี (Radiation Output)

3.6.1 ความท�ำซ้ำ� (reproducibility) ต้องมคี า่ ไม่เกนิ 5%
3.6.2 อัตราปริมาณรังสี (incident air kerma rate) ท่ีระดับผิวผู้ป่วย ระหว่างท�ำการฉายรังสีในโหมด

ฟลูออโรสโคปี ต้องไม่เกินค่าที่แสดงในตารางที่ 2 โดยการทดสอบอัตราปริมาณรังสีสูงสุดน้ันต้องใช้
ปริมาณรังสีปกติที่ใช้ในทางคลินิกน้ัน ต้องใช้แผ่นพลาสติกหรือวัสดุที่มีความหนาเทียบเท่าอย่างน้อย
10 เซนตเิ มตร ส�ำหรับผปู้ ว่ ยเดก็ และ 20 เซนติเมตร สำ� หรับผูป้ ว่ ยผูใ้ หญ่
ตารางที่ 2 อตั ราปริมาณรังสสี งู สดุ สำ� หรบั เครอื่ งเอกซเรย์ฟลอู อโรสโคปี

ระบบควบคมุ อตั ราปรมิ าณรังสีสงู สุด อตั ราปรมิ าณรังสสี �ำหรับผู้ป่วยปกติ
(mGy/min) (mGy/min)
กรณีทั่วไป 88
กรณรี ังสีสงู 176 DRL หรือ Baseline
DRL หรอื Baseline

โดยที่ตำ� แหนง่ ในการวดั ปริมาณรงั สนี ้นั จ�ำแนกออกเปน็ 5 กรณี ดงั ตอ่ ไปนี้
1) หลอดเอกซเรย์อยใู่ ต้เตยี งเอกซเรย์ วางหวั วัดรงั สบี นเตยี งเอกซเรย์
2) หลอดเอกซเรยอ์ ย่เู หนอื เตยี งเอกซเรย์ วางหวั วัดรงั สีสูงจากผิวเตียง 30 เซนตเิ มตร
3) ฟลอู อโรสโคปี แบบ C หรอื O-arm ทใ่ี ชร้ ว่ มกบั เตยี งเอกซเรย์ วางหวั วดั รงั สหี า่ งจากตวั รบั ภาพ 30 เซนตเิ มตร
4) ฟลูออโรสโคปี แบบ C หรือ O-arm ส�ำหรับแขนหรือขา วางหวั วัดรงั สที ่ีระยะโฟคอลสปอต ถึงผวิ ผ้ปู ่วย

(focus-to-skin distance: FSD)
5) ฟลูออโรสโคปีแบบอื่น ๆ ที่ไม่เป็นไปตามข้อ 1–4 วางหัววัดรังสีท่ีระยะห่าง 40 เซนติเมตร จากจุด

โฟคอลสปอต

6 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

3.6.3 อัตราปรมิ าณรังสี (incident air kerma rate) ท่ตี �ำแหน่งอา้ งอิง (reference point) โดยวางหัววัดรงั สี
ห่างจากจุดศูนย์กลางการหมุน (isocenter) 15 เซนติเมตร ไปทางหลอดเอกซเรย์ ค่าท่ีวัดได้ไม่เกิน
20% จากคา่ ทแี่ สดงบนตวั เคร่ือง

3.6.4 อตั ราปรมิ าณรงั สที ต่ี กกระทบพนื้ ผวิ ของตวั รบั ภาพ (entrance air kerma rate at surface of image
receptor) ในโหมดฟลูออโรสโคปีแบบอัตโนมัติตามที่ใช้งานในทางคลินิก ควรมีค่าไม่เกินค่าแสดงใน
ตารางที่ 3

ตารางท่ี 3 อตั ราปรมิ าณรงั สที ตี่ กกระทบพืน้ ผวิ ของตวั รับภาพ

ขนาดภาพ อัตราปริมาณรงั สี
(cm) (µGy/min)
11–14 120
80
> 14–23 60
> 23

3.7 อปุ กรณ์จ�ำกดั ล�ำรงั สี (Beam Limiting Device)

3.7.1 ศูนย์กลางลำ� รงั สีปฐมภูมิจะตอ้ งตรงกับศูนย์กลางของตัวรบั ภาพและอยตู่ รงกลางของจอภาพ
3.7.2 อุปกรณ์จ�ำกดั ลำ� รงั สจี ะต้องสามารถปรบั ขนาดลำ� รังสไี ด้และไมค่ วรเกิน ±2% ของ SID

3.8 ปริมาณรังสรี วั่ (Leakage Radiation)

ปริมาณรังสีร่ัวจากหลอดเอกซเรย์ท่ีระยะห่าง 1 เมตร จากจุดโฟกัสของหลอดเอกซเรย์ มีค่าไม่เกิน
876 ไมโครเกรย์ (µGy) ใน 1 ชว่ั โมง โดยวัดที่ต�ำแหนง่ อย่างนอ้ ย ด้านหนา้ ซ้ายและขวาของหลอดเอกซเรย์

3.9 การแยกวตั ถุท่ีมคี อนทราสสูง (High-Contrast Resolution)

ใช้เทคนิคการตรวจสอบตามคู่มือของแฟนทอมหรือวัตถุทดสอบ พร้อมวัสดุดูดกลืนรังสีส�ำหรับโหมด
การถ่ายภาพแบบอัตโนมัติ ที่ประมาณ 70 กิโลโวลต์ หรือเทคนิคท่ีใช้ในทางคลินิกส�ำหรับโหมดควบคุมด้วยมือ
โดยใชร้ ะยะ จากแหลง่ ก�ำเนิดรังสถี ึงตัวรบั ภาพตามทใ่ี ชใ้ นทางคลินกิ ค่าการแยกที่ไดจ้ ากการวัดจะต้อง ไม่น้อยกวา่
ค่าท่ีแสดง ในตารางท่ี 4

มาตรฐานคุณภาพเครอ่ื งเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ 7

ตารางที่ 4 การแยกวัตถุที่มีคอนทราสสงู

สถานะเคร่อื ง ขนาดของภาพ (cm) คา่ การแยก (lp/mm)
ตดิ ต้ังใหม่ < 18 1.8
1.6
หลงั ปี พ.ศ.2559 18 ถงึ < 26 1.4
26 ถงึ < 30 1.2
เคร่อื งเกา่ 30 ถึง 36 1.0
กอ่ นปี พ.ศ.2559 1.2
> 36 1.0
≤ 25
> 25

3.10 การแยกวัตถุทมี่ ีคอนทราสต�่า (Low-Contrast Resolution)

ใช้เทคนิคการตรวจสอบตามคู่มือของแฟนทอมหรือวัตถุทดสอบ พร้อมวัสดุดูดกลืนรังสีส�าหรับโหมด
การถา่ ยภาพแบบอตั โนมตั ิ ทปี่ ระมาณ 70 กโิ ลโวลต์ เชน่ แฟนทอมนา�้ ทม่ี คี วามหนา 10 เซนตเิ มตร หรอื แผน่ ทองแดง
หนา 1 หรือ 2 มิลลิเมตร โดยใช้ระยะจากแหล่งก�าเนิดรังสีถึงตัวรับภาพตามท่ีใช้ในทางคลินิกค่าคอนทราสข้ันต่�า
ที่สามารถตรวจพบได้จะต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3.9% ซ่ึงจะตรงกับวัตถุคอนทราสต�าแหน่งไหนน้ันข้ึนอยู่กับ
แฟนทอมที่ใชใ้ นการทดสอบ

4. มาตรฐานคณุ ภาพเครอื่ งเอกซเรย์ทนั ตกรรม
(Dental Radiography X-ray Machine)
เคร่ืองเอกซเรย์ทางการแพทย์ ที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องเอกซเรย์ทันตกรรมประกอบด้วย เครื่องเอกซเรย์ฟัน

แบบใสต่ ัวรับภาพไว้ในช่องปาก (intraoral dental x-ray) เครอ่ื งเอกซเรย์ฟันแบบใสต่ วั รับภาพไวใ้ นชอ่ งปากชนิด
มือถือ (intraoral hand-held portable dental x-ray) เครื่องเอกซเรย์ฟันแบบถ่ายภาพรอบปากและกะโหลก
ศรี ษะ (panoramic and chephalometric dental x-ray) เคร่อื งเอกซเรยฟ์ ันแบบสร้างภาพตดั ขวางด้วยลา� รงั สี
รปู กรวย (dental cone beam computed tomography) ทง้ั นใี้ หร้ วมถึงคร่อื งเอกซเรยอ์ ่ืน ๆ ที่มวี ตั ถุประสงค์
ส�าหรบั ใชง้ านในทางทันตกรรม

4.1 คา่ ความตา่ งศักย์หลอด (Tube Potential)

4.1.1 ความแม่น (accuracy) มีค่าไม่เกนิ ±10% ของค่าทีต่ ั้ง
4.1.2 ความท�าซ�้า (reproducibility) มีค่าไม่เกิน 2% ส�าหรับเครื่องก�าเนิดไฟฟ้าแบบความถี่สูงหรือแบบ

สามเฟส
4.1.3 ความทา� ซา�้ (reproducibility) มีคา่ ไม่เกิน 5% สา� หรบั เคร่อื งกา� เนิดไฟฟ้าแบบหน่งึ เฟสเต็มคลื่นหรือ

แบบครึ่งคล่ืน
8 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

4.2 ค่าเวลาในการฉายรงั สี (Exposure Time)

4.2.1 ความแมน่ (accuracy) ของคา่ เวลาในการฉายรงั สที ไ่ี ดจ้ ากการวดั ตอ้ งมคี า่ ความผดิ พลาดไมเ่ กนิ ±10%
ของคา่ ทต่ี ง้ั

4.2.2 ความท�ำซ�้ำ (reproducibility) มคี า่ ไมเ่ กิน 5%

4.3 ปริมาณรงั สี (Radiation Output)

4.3.1 ความท�ำซ�ำ้ (reproducibility) มคี า่ ไม่เกิน 5%
4.3.2 ความเป็นเชิงเส้น (linearity) มีค่าไม่เกิน 10% ส�ำหรับกรณีท่ีเครื่องเอกซเรย์สามารถต้ังค่ากระแส

ผา่ นหลอดเอกซเรย์ (mA) ได้ หรอื ตงั้ จากค่าผลคูณระหวา่ งกระแสกับเวลา (mAs)

4.4 การกรองรังสี (Filtration)

ต้องมีคา่ ความหนาครึ่งคา่ ไม่น้อยกวา่ คา่ ทแ่ี สดงในตารางท่ี 1

4.5 อุปกรณจ์ ำ� กดั ลำ� รังสี (Beam Limiting Device)

4.5.1 ในกรณีของเครื่องเอกซเรยฟ์ นั แบบใส่ตวั รับภาพไว้ในช่องปาก (intraoral image receptor)
4.5.1.1 อปุ กรณจ์ ำ� กดั ลำ� รงั สจี ะตอ้ งมลี กั ษณะเปน็ ทรงกระบอกหรอื ทรงสเ่ี หลยี่ ม ดา้ นปลายของอปุ กรณ์

จ�ำกัดล�ำรงั สีจ�ำกัดรงั สจี ะตอ้ งเป็นแบบปลายเปดิ (open-ended type)
4.5.1.2 ระยะทางจากจดุ โฟกสั ถงึ ปลายอปุ กรณจ์ ำ� กดั ลำ� รงั สี ตอ้ งมรี ะยะทางไมน่ อ้ ยกวา่ 18 เซนตเิ มตร
4.5.1.3 เส้นผ่านศูนย์กลางของอุปกรณ์จ�ำกัดรังสีต้องมีขนาดไม่เกิน 7 เซนติเมตร หรือขนาดล�ำรังสี

ปฐมภมู ิไม่เกิน 6 เซนตเิ มตร
4.5.2 ในกรณขี องเคร่ืองเอกซเรย์ฟนั แบบใส่ตัวรับภาพไว้ในชอ่ งปากชนิดมือถอื
4.5.2.1 ระยะทางจากจดุ โฟกสั ถงึ ปลายอปุ กรณจ์ ำ� กดั ลำ� รงั สี ตอ้ งมรี ะยะทางไมน่ อ้ ยกวา่ 18 เซนตเิ มตร

หากมรี ะยะทางนอ้ ยกวา่ เชน่ 10 เซนตเิ มตร ปรมิ าณรงั สที ร่ี ะดบั ผวิ ผปู้ ว่ ยตอ้ งไมเ่ กนิ คา่ ปรมิ าณ
รงั สีอ้างองิ ของประเทศไทย
4.5.2.2 เส้นผ่านศูนย์กลางของอุปกรณ์จ�ำกัดรังสีต้องมีขนาดไม่เกิน 7 เซนติเมตร หรือขนาดล�ำรังสี
ปฐมภูมิไม่เกิน 6 เซนติเมตร
4.5.2.3 ควรจะมีอุปกรณ์ป้องกันรังสีกระเจิง (backscatter shield) ที่ติดตั้งท่ีปลายอุปกรณ์จ�ำกัด
ลำ� รงั สีโดยท�ำจากวสั ดทุ ี่มคี วามหนาเทียบเท่าตะกวั่ มากกว่าหรอื เท่ากับ 0.25 มิลลิเมตร และ
เสน้ ผ่านศนู ย์กลางมากกว่า 15 เซนติเมตร
4.5.3 ในกรณีของเคร่อื งเอกซเรย์ฟันแบบพานอรามคิ
4.5.3.1 ส�ำหรบั โหมดพานอรามิค (panoramic) หรอื ถ่ายภาพรงั สฟี นั รอบปาก อปุ กรณจ์ ำ� กัดลำ� รงั สี
จะต้องมลี ักษณะเปน็ ช่องแคบ (slit) ทีส่ อดคลอ้ งกับขนาดของตวั รบั ภาพ
4.5.3.2 สำ� หรบั โหมดถา่ ยภาพกรามและกะโหลกศรษี ะ (cephalometric) อปุ กรณจ์ ำ� กดั ลำ� รงั สจี ะตอ้ ง
จ�ำกดั ล�ำรังสไี มใ่ หใ้ หญเ่ กนิ กว่าขนาดของตวั รับภาพ

4.6 ปรมิ าณรังสรี ว่ั (Leakage Radiation)

ปริมาณรังสีร่ัวจากหลอดเอกซเรย์ท่ีระยะห่าง 1 เมตร จากจุดโฟกัสของหลอดเอกซเรย์ มีค่าไม่เกิน
250 ไมโครเกรย์ (µGy) ใน 1 ชัว่ โมง โดยวดั ทีต่ �ำแหนง่ ดา้ นหน้า ดา้ นหลัง ซา้ ยและขวาของหลอดเอกซเรย์

มาตรฐานคุณภาพเครือ่ งเอกซเรย์วนิ ิจฉัยทางการแพทย์ 9

5. มาตรฐานคณุ ภาพเคร่อื งเอกซเรย์เตา้ นม
(Mammography X-ray Machine)

เครื่องเอกซเรย์ทางการแพทย์ ที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องเอกซเรย์เต้านมประกอบด้วย เคร่ืองเอกซเรย์เต้านม
ระบบสกรีน-ฟิล์ม เคร่ืองเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิทัล และเครื่องเอกซเรย์เต้านมแบบสร้างภาพตัดขวางด้วยล�ารังสี
รูปกรวย (breast cone beam computed tomography) ทัง้ นีใ้ ห้รวมถงึ เครอ่ื งเอกซเรย์อน่ื ๆ ท่มี ีวตั ถุประสงค์
ส�าหรับใช้งานในการสร้างภาพเตา้ นม

5.1 คา่ ความต่างศกั ย์หลอด (Tube Potential)

5.1.1 ความแมน่ (accuracy) มีคา่ ไมเ่ กนิ ±5% ของคา่ ท่ตี ั้ง
5.1.2 ความท�าซา้� (reproducibility) มีคา่ ไมเ่ กนิ 2%

5.2 คา่ เวลาในการฉายรงั สี (Exposure Time)

5.2.1 ความแมน่ (accuracy) มีคา่ ไมเ่ กนิ ±5% ของคา่ ทต่ี ้งั
5.2.2 ความทา� ซ�้า (reproducibility) มีคา่ ไม่เกนิ 5%

5.3 ปริมาณรังสี (Radiation Output)

5.3.1 ความท�าซ�้า (reproducibility) มคี า่ ไมเ่ กนิ 5%
5.3.2 ความเป็นเชิงเส้น (linearity) มีค่าไม่เกิน 10% ท้ังกรณีที่เคร่ืองเอกซเรย์สามารถต้ังค่ากระแสผ่าน

หลอดเอกซเรย์ (mA) หรือต้งั จากคา่ ผลคูณระหวา่ งกระแสกบั เวลา (mAs)
5.3.3 ค่าปรมิ าณรังสีดูดกลนื เฉลี่ยท่ีต่อมน้�านม (mean glandular dose)

ส�าหรับเคร่ืองเอกซเรย์เต้านมระบบสกรีน-ฟิล์ม และเคร่ืองเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิทัล
มีค่าไม่เกิน 2.5 มิลลิเกรย์ โดยใช้แฟนทอมพลาสติก PMMA ขนาดความหนา 4.5 เซนติเมตร
(ซ่ึงเทียบเทา่ กับเต้านมจรงิ ขนาด 5.3 เซนติเมตร)
5.3.4 ค่าปริมาณรังสีดูดกลืนเฉล่ียที่ต่อมน้�านมที่ค�านวณได้ จากข้อ 5.3.3 กับค่าท่ีแสดงบนหน้าจอของ
เครือ่ งเอกซเรยเ์ ตา้ นม (หากม)ี จะตอ้ งแตกตา่ งกันไม่เกนิ 25%

5.4 การกรองรังสี (Filtration)

ตอ้ งมีคา่ ความหนาครงึ่ ค่า ไม่นอ้ ยกว่าค่าทีไ่ ด้จากการค�านวณโดยใชส้ มการดังต่อไปน้ี
(kVp/100) + 0.03 ≤ HVL ≤ (kVp/100) + C

โดยท่ีค่า C ขึ้นกบั ชนิดของเป้าแอโนด/ฟิลเตอร์ ดงั แสดงในตารางที่ 5

ตารางที่ 5 คา่ คงท่ี C ส�าหรบั เปา้ แอโนด/ฟิลเตอร์ตา่ ง ๆ โดยมอี ุปกรณ์กดเต้านมอยู่ในลา� รังสี

เปา แอโนด/ฟลเตอร์ C
Mo/Mo 0.12
Mo/Rh 0.19
Rh/Rh 0.22
W/Rh 0.30
W/Ag 0.32
W/Al 0.25

10 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

5.5 การแยกวตั ถทุ ่มี ีคอนทราสสูง (High-Contrast Spatial Resolution)

5.5.1 กรณีใช้ตัวรับภาพแบบฟิล์ม ความสามารถในการแยกวัตถุท่ีมีคอนทราสสูง ในกรณีที่วางวัตถุทดสอบ
ขนานและตงั้ ฉากกบั แกนแอโนด-แคโทด จะตอ้ งมคี า่ มากกวา่ หรอื เทา่ กบั 11 เสน้ ค/ู่ มลิ ลเิ มตร (lp/mm)

5.5.2 กรณีใชต้ ัวรับภาพแบบดจิ ทิ ัล ความสามารถในการแยกวตั ถุที่มคี อนทราสสูง ในกรณที ว่ี างวัตถทุ ดสอบ
ขนานและตง้ั ฉากกบั แกนแอโนด-แคโทด จะตอ้ งมคี า่ มากกวา่ หรอื เทา่ กบั 4 เสน้ ค/ู่ มลิ ลเิ มตร (lp/mm)

5.6 ชดุ อุปกรณก์ ดเต้านม (Compression Device)

5.6.1 เคร่ืองเอกซเรยเ์ ตา้ นมต้องมีชดุ อปุ กรณก์ ดเตา้ นมเป็นอุปกรณม์ าตรฐานทีต่ ดิ ตั้งมาพร้อมกบั เครื่อง
5.6.2 สว่ นผิวของอุปกรณก์ ดเตา้ นมท่สี มั ผสั กบั เต้านมต้องมีลักษณะราบเรยี บไมโ่ ค้งงอ
5.6.3 ระบบการวดั ความหนาของเต้านมตอ้ งมคี ่าความผดิ พลาดไมเ่ กิน ±5 มิลลเิ มตร
5.6.4 แรงกดสงู สุดตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 150 นิวตัน (N) และไมเ่ กนิ 200 นิวตนั สา� หรับระบบอตั โนมัติ และไมเ่ กนิ

300 นวิ ตัน ส�าหรบั ระบบควบคุมด้วยมือ ทงั้ น้ีต้องมีความผดิ พลาดไมเ่ กิน ±20 นวิ ตนั

5.7 อุปกรณ์จ�ากัดลา� รังสี (Beam Limiting Device)

5.7.1 ลา� รงั สปี ฐมภมู สิ ามารถขยายขนาดไดจ้ นคลมุ ถงึ ขอบของตวั รบั ภาพ แตต่ อ้ งไมห่ ลดุ ออกนอกตวั รบั ภาพ
ยกเวน้ ด้านผนังหนา้ อกของผปู้ ่วยนนั้ สามารถขยายเกนิ ขอบของตวั รับภาพได้แตไ่ มเ่ กนิ 5 มลิ ลเิ มตร

5.7.2 ความเหล่อื มล�้าระหวา่ งลา� แสงไฟกบั ลา� รงั สีตอ้ งไม่เกิน ±1% SID
5.7.3 ความสว่างแสงไฟต้องไมน่ อ้ ยกว่า 160 ลกั ซ์ จากจุดโฟกัสถงึ ตวั รบั ภาพ

5.8 การควบคมุ การถ่ายภาพรงั สีอตั โนมตั ิ (Automatic Exposure Control or AEC)

5.8.1 ความทา� ซ้า� ของปรมิ าณรงั สี จากการฉายรังสีซา้� กันอยา่ งนอ้ ย 3 ครง้ั ต้องมีคา่ ไมเ่ กิน 5%
5.8.2 กรณีเปน็ ระบบฟิล์ม

5.8.2.1 ค่าความด�าบนแผ่นฟิล์ม ต้องมีค่าความแปรปรวนอยู่ในช่วง ±0.15 ของค่าเฉลี่ย เมื่อใช้ค่า
ความตา่ งศกั ย์หลอดคงที่ แต่เปล่ียนความหนาของแฟนทอม

5.8.2.2 ค่าความดา� บนแผน่ ฟิล์มตอ้ งมีคา่ ไมน่ อ้ ยกว่า 1.4 สา� หรบั ขนาดความหนาเต้านมปกติ
5.8.3 กรณีเป็นระบบดิจิทัล ถ้ามีค่าดัชนีปริมาณรังสี (exposure index) จะต้องอยู่ในช่วงการยอมรับของ

แต่ละผลติ ภัณฑ์ และมคี วามแปรปรวนไม่เกนิ 10% จากการทา� ซ้�าอย่างน้อย 3 คร้งั

5.9 ปรมิ าณรังสีรว่ั (Leakage Radiation dose)

ปริมาณรังสีร่ัวจากหลอดเอกซเรย์ท่ีระยะห่าง 1 เมตร จากจุดโฟกัสของหลอดเอกซเรย์ มีค่าไม่เกิน
876 ไมโครเกรย์ (µGy) ใน 1 ชัว่ โมง โดยวัดทีต่ า� แหนง่ อย่างน้อย ด้านหนา้ ซา้ ยและขวาของหลอดเอกซเรย์

6. มาตรฐานคุณภาพเคร่ืองเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์
(Computed Tomography X-ray Machine)

เครื่องเอกซเรย์ทางการแพทย์ ท่ีจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย เครื่องเอกซเรย์
คอมพิวเตอร์แบบหนึ่งสไลซ์หรือแบบหลายสไลซ์ เคร่ืองเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบล�ารังสีกว้าง (wide beam
computed tomography) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบล�ารังสีรูปกรวย (cone beam computed
tomography) และเครอ่ื งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอรจ์ า� ลองการฉายรงั สี (CT simulator) ทงั้ น้ี ใหร้ วมถงึ เครอ่ื งเอกซเรย์
อ่ืน ๆ ท่ีมีชดุ ของหลอดเอกซเรย์และตวั รับภาพมกี ารหมนุ รอบตัวผ้ปู ว่ ย

มาตรฐานคุณภาพเคร่ืองเอกซเรยว์ ินิจฉัยทางการแพทย์ 11

6.1 ค่าความแม่นของเลขซที ี (CT Number Accuracy)

ค่าเฉลี่ยของเลขซีที (mean CT number) ของนำ�้ ไมเ่ กนิ ±5 HU (Hounsfield Unit) และวัสดุอ่นื ๆ
ไม่เกิน ±10 HU เมือ่ เทียบกบั คา่ อ้างองิ พน้ื ฐาน (baseline) ของแต่ละวัสดนุ น้ั ๆ

6.2 สญั ญาณรบกวนภาพ (Image Noise)

สัญญาณรบกวนของภาพ (image noise) พิจารณาจากค่าความเบ่ียงเบนมาตรฐาน (standard
deviation) ของค่าเลขซที ี (CT number) โดยใช้เคร่ืองมอื วัด region of interest (ROI) ขนาดประมาณ 40%
ของขนาดภาพ จะตอ้ งมีค่าไมเ่ กนิ ±15% จากค่าอ้างองิ พ้ืนฐาน

6.3 การแยกวตั ถุท่ีมคี อนทราสสูง (High Contrast Spatial Resolution)

การแยกวตั ถุทม่ี ีคอนทราสสูง (high contrast resolution) ต้องสามารถแยกวตั ถุทม่ี ขี นาดน้อยกวา่
หรือเทา่ กับ 6 lp/cm

6.4 การตรวจพบวตั ถุทมี่ คี อนทราสตำ่� (Low Contrast Resolution)

การตรวจพบวตั ถทุ มี่ คี อนทราสตำ�่ ตอ้ งสามารถตรวจพบวตั ถทุ มี่ ขี นาดนอ้ ยกวา่ และเทา่ กบั 5 มลิ ลเิ มตร
ทรี่ ะดับคอนทราส 0.5% ได้

6.5 ความสม่�ำเสมอของภาพ (Image Uniformity)

ความสม�ำ่ เสมอของภาพ ไมเ่ กนิ ±4 HU

6.6 ความหนาของสไลซ์ (Image Slice Thickness)

ความหนาของสไลซ์ (Slice Thickness) สามารถจ�ำแนกได้ดงั แสดงในตารางท่ี 6

ตารางที่ 6 ความหนาของสไลซแ์ ละคา่ ความผดิ พลาดที่ยอมรับได้

ความหนาของสไลซ์ คา่ ที่ยอมรบั
≤1.0 มิลลิเมตร ±0.5 มิลลเิ มตร

>1.0 และ ≤2.0 มลิ ลิเมตร ±50%
>2.0 มิลลิเมตร ±1.0 มิลลิเมตร

6.7 ภาพแปลกปลอม (Image Artefacts)

ภาพรงั สจี ะตอ้ งไมม่ ภี าพแปลกปลอมทสี่ ง่ ผลตอ่ การวนิ จิ ฉยั โรค เชน่ ring artefacts, streak artefacts
และ shading artefacts

6.8 ความแม่นของระยะบนภาพ (Scan Projection Radiography Accuracy)

ความแมน่ ของการวัดระยะของเครอื่ งเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ (Distance measurement accuracy)
ไมเ่ กนิ ±2 mm

6.9 การเลอ่ื นต�ำแหน่งเตยี ง (Table Increment)

ความแม่นของการเลอ่ื นเตียงผู้ป่วย (Table increment accuracy) ไม่เกนิ ±2 mm

6.10 ปรมิ าณรังสี (Radiation Dose)

6.10.1 ดชั นีปรมิ าณรงั สีส�ำหรับอากาศ (computed tomography dose index or CTDI in air) ไม่เกิน
±20% ของคา่ Baseline (การตรวจวัดครั้งแรกอย่างนอ้ ยสามคร้ังแล้วน�ำมาหาคา่ เฉลยี่ )

6.10.2 ดัชนีปริมาณรังสีในแฟนทอมเชิงปริมาตร (CTDIvol) ที่ค�ำนวณได้ แตกต่างจากค่าที่แสดงบนหน้าจอ
ของเครอื่ ง ไม่เกนิ ±20%

12 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

7. มาตรฐานคณุ ภาพเคร่อื งเอกซเรย์มวลกระดูก
(Bone Mineral Densitometertry X-ray Machine)

เคร่ืองเอกซเรย์ทางการแพทย์ ท่ีจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องเอกซเรย์มวลกระดูกประกอบด้วย เครื่องเอกซเรย์
วเิ คราะหก์ ารดูดกลืนสองพลงั งาน (dual-energy x-ray absorptiometry or DEXA) หรือเครอื่ งเอกซเรยอ์ ื่น ๆ ที่
ใชใ้ นการวเิ คราะห์ปริมาณของแรธ่ าตุ (calcium hydroxyapatite) ในกระดูก เปน็ ตน้

7.1 การสอบเทียบโดยใชแ้ ฟนทอม

เคร่ืองเอกซเรยม์ วลกระดูก จะตอ้ งผา่ นการสอบเทยี บประจา� วนั โดยการใชแ้ ฟนทอมประจ�าตวั เครื่อง

7.2 คา่ ปริมาณรงั สี (Radiation Output)

7.2.1 ความท�าซ�า้ (reproducibility) มคี า่ ไม่เกิน 5%
7.2.2 คา่ ปรมิ าณรังสเี ชงิ พนื้ ที่ (dose area product) ทีว่ ัดได้ แตกต่างจากค่าท่ีแสดงบนหนา้ จอของเครอ่ื ง

ไม่เกนิ ±20%

7.3 ปริมาณรงั สกี ระเจงิ

ปริมาณรงั สกี ระเจงิ จากตวั เครอ่ื งเอกซเรย์มวลกระดูกขณะท�าการสแกน โดยใช้แฟนทอมประจ�าเครือ่ ง
ท่ีตา� แหน่งของผคู้ วบคมุ เครอ่ื งตอ้ งไมเ่ กนิ กว่าคา่ ขีดจา� กดั ปริมาณรงั สตี ามหวั ข้อ 1.2.2

8. มาตรฐานคุณภาพเคร่อื งเอกซเรย์สัตว์
(Veterinary X-ray Machine)

เคร่ืองเอกซเรย์ทางการแพทย์ ที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องเอกซเรย์สัตว์ประกอบด้วย เครื่องเอกซเรย์วินิจฉัย
สัตว์แบบติดตั้งกับที่ เคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยสัตว์แบบเคลื่อนท่ี และเคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยสัตว์แบบพกพา รวมถึง
เครื่องเอกซเรย์อืน่ ที่นา� มาใชใ้ นการวนิ ิจฉยั โรคสัตว์

8.1 คา่ ความตา่ งศักยห์ ลอด (Tube Potential)

8.1.1 ความแมน่ (Accuracy) มีคา่ ไม่เกนิ ±10% ของค่าท่ีตั้ง
8.1.2 ความท�าซ�้า (Reproducibility) มีค่าไม่เกิน 2% ส�าหรับเครื่องก�าเนิดไฟฟ้าแบบความถ่ีสูงและแบบ

สามเฟส
8.1.3 ความทา� ซา้� (Reproducibility) มคี ่าไม่เกนิ 5% สา� หรับเครอื่ งก�าเนิดไฟฟา้ แบบหนง่ึ เฟสเต็มคล่นื และ

แบบคร่ึงคล่นื

8.2 คา่ เวลาในการฉายรงั สี (Exposure Time)

8.2.1 ความแม่น (accuracy) จา� แนกออกเปน็ สองกรณดี งั น้ี
8.2.1.1 กรณีท่เี วลามากกวา่ หรอื เท่ากบั 0.1 วนิ าที (s) หรือ 100 ms มคี า่ ไม่เกิน ±10% ของค่าทีต่ ง้ั
8.2.1.2 กรณที เี่ วลานอ้ ยกวา่ 0.1 วนิ าที มคี า่ ไมเ่ กนิ ±2 ms หรอื 15% (แลว้ แตค่ า่ ไหนมากกวา่ ระหวา่ ง
±2 ms หรือ 15%)

8.2.2 ความทา� ซา้� (reproducibility) มคี ่าไมเ่ กนิ 5%
8.2.3 กรณีทเ่ี ครือ่ งเอกซเรยเ์ ปน็ ระบบ mAs อยา่ งเดยี วไมต่ อ้ งรายงานหัวขอ้ 8.2.1

มาตรฐานคุณภาพเครอื่ งเอกซเรย์วนิ จิ ฉยั ทางการแพทย์ 13

8.3 ปริมาณรังสี (Radiation Output)

8.3.1 ความทา� ซ้า� (reproducibility) มคี ่าไมเ่ กิน 5%
8.3.2 ความเป็นเชงิ เสน้ (linearity) จ�าแนกตามระบบการตัง้ คา่ กระแสผา่ นหลอดเอกซเรย์ดงั นี้

8.3.2.1 กรณีท่เี คร่อื งเอกซเรย์เป็นระบบตง้ั คา่ กระแสผ่านหลอดเอกซเรย์ (mA) มีค่าไมเ่ กนิ 10%
8.3.2.2 กรณีทเี่ ครอื่ งเอกซเรย์เปน็ ระบบตั้งคา่ ผลคณู ระหว่างกระแสกับเวลา (mAs) มีค่าไม่เกนิ 20%
8.3.3 ค่าระดับปริมาณรังสี (magnitude) ท่ี 80 kVp ระยะ 1 เมตร มีค่าไม่น้อยกว่า 20 µGy/mAs โดยท่ี
การกรองรงั สีหรือค่าความหนาครึ่งค่านน้ั เปน็ ไปตามมาตรฐานหัวข้อ 2.4

8.4 การกรองรงั สี (Filtration)

ต้องมคี า่ ความหนาครงึ่ ค่า (half-value layer) ไมน่ อ้ ยกวา่ ค่าดังท่ีแสดงในตารางท่ี 1

8.5 อปุ กรณ์จา� กดั ล�ารังสี (Beam Limiting Device)

8.5.1 อุปกรณจ์ า� กดั ล�ารังสตี ้องเปน็ แบบปรับได้ ขนาดลา� รงั สไี ม่ควรใหญเ่ กินกวา่ ขนาดของตวั รบั ภาพ
8.5.2 อปุ กรณ์จา� กดั ลา� รังสีหรอื คอลลเิ มเตอรม์ คี วามสว่างแสงไฟไม่น้อยกว่า 100 ลกั ซ์ (lux) ท่ีระยะ 1 เมตร

จากต�าแหน่งอ้างอิงจดุ โฟกัสของหลอดเอกซเรย์
8.5.3 การเหลอ่ื มล้�าระหว่างลา� รงั สีกบั ลา� แสงไฟ ในแตล่ ะดา้ นของอปุ กรณ์จ�ากดั ล�ารงั สตี ้องมีค่าไม่เกนิ ±1%

ของระยะจากตา� แหนง่ อ้างอิงจุดโฟกสั ของหลอดเอกซเรยถ์ งึ ตัวรับภาพ (source to image receptor
distance: SID)
8.5.4 ความตรงแนวของลา� รังสกี บั ตัวรับภาพ (beam alignment) ต้องมคี วามเบย่ี งเบนไม่เกนิ 3 องศา

8.6 ปรมิ าณรงั สีรั่ว (Leakage Radiation)

ปริมาณรังสีรั่วจากหลอดเอกซเรย์ที่ระยะห่าง 1 เมตร จากจุดโฟกัสของหลอดเอกซเรย์ มีค่าไม่เกิน
876 ไมโครเกรย์ (µGy) ใน 1 ช่ัวโมง โดยวดั ทตี่ �าแหน่งอย่างนอ้ ย ด้านหน้า ซ้ายและขวาของหลอดเอกซเรย์

9. มาตรฐานคณุ ภาพหอ้ งเอกซเรย์ (Medical X-ray Room)

ในการสร้างห้องเอกซเรย์ควรจะมีการออกแบบและปรึกษากับผู้เช่ียวชาญก่อนเสมอ ห้องเอกซเรย์สร้าง
ขน้ึ มาเพือ่ ลดทอนปรมิ าณรังสีจากเครื่องเอกซเรย์ ทผี่ ่านทะลผุ นังหอ้ ง พืน้ เพดาน ก�าแพงก�าบังรังสี และประตหู อ้ ง
สา� หรบั บรเิ วณรอบ ๆ ใหอ้ ยใู่ นเกณฑข์ องขดี จา� กดั ปรมิ าณรงั สี โดยอาศยั ขอ้ มลู ของ คา่ ความตา่ งศกั ยห์ ลอด ระยะหา่ ง
จากหลอดเอกซเรย์ถึงตา� แหน่งท่ีมบี ุคคลท�างานหรอื กจิ กรรมนั้น ๆ อยู่ ระยะเวลาทอี่ ยใู่ นบรเิ วณนน้ั ๆ และจา� นวน
ภาระงานของเคร่ืองเอกซเรย์ (workload) ในหน่วย mA.min/week แล้วค�านวณหาขนาดความหนาของวัสดุ
ท่ีใช้ เช่น ตะก่ัว (lead) คอนกรีต (concrete) ยิปซ่ัมบอร์ด (gypsum wallboard) เหล็ก (steel) และกระจก
ผสมตะกวั่ หนา (plate glass) เปน็ ตน้ จากนน้ั คอ่ ยเลอื กเอาชนดิ ของวสั ดทุ จี่ ะใชต้ ามความเหมาะสมและงบประมาณ
ท่ีมีและควรพิจารณาจ�านวนภาระงานสูงสุดที่อาจจะเป็นไปได้ไว้ก่อน เพ่ือลดความสิ้นเปลืองในการสร้างห้องหรือ
เพ่ิมความหนาของผนังเพ่ิมเติมในภายหลัง การมีห้องเอกซเรย์ท่ีแยกเป็นสัดส่วนและหากสามารถล็อกประตูได้
จะเปน็ การปอ้ งกนั มใิ หบ้ คุ คลภายนอกทไี่ มไ่ ดร้ บั อนญุ าตเขา้ มาใช้ ดดั แปลง หรอื ขโมยเครอื่ งเอกซเรยแ์ ละสว่ นประกอบ
ไปก่อเหตทุ อ่ี าจก่อให้เกดิ ความเสยี หายและผิดกฏหมายได้
14 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

9.1 การคำ� นวณภาระงานของเครื่องเอกซเรย์ (Workload or W)

ภาระงานเป็นเทอมท่ีบ่งบอกถึงค่าปริมาณรังสีที่เคร่ืองเอกซเรย์ผลิตออกมาในช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์
ซึ่งจะขึ้นอยู่กับค่ากระแสผ่านหลอด (tube current) และระยะเวลาท่ีมีการฉายรังสี (beam-on time)
มคี วามสมั พนั ธก์ บั ชนดิ ของการตรวจวนิ จิ ฉยั เทคนคิ ตวั แปรทต่ี งั้ จำ� นวนครงั้ การถา่ ยภาพรงั สสี ำ� หรบั การตรวจ
วินิจฉัย และจ�ำนวนผู้ป่วยต่อหนึ่งอาทิตย์ กรณีที่ภายในห้องเอกซเรย์น้ันมีเครื่องเอกซเรย์มากกว่าหน่ึงเคร่ือง
ใหค้ ดิ คา่ ภาระงานสำ� หรบั ของแตล่ ะหลอดเอกซเรยแ์ ลว้ นำ� มารวมกนั คา่ ภาระงานมหี นว่ ยเปน็ mA-min/week
ซง่ึ สามารถหาได้ โดยใชส้ มการดังต่อไปน้ี
W = จำ� นวนผปู้ ่วยต่อวัน x จำ� นวนวนั ต่ออาทิตย์ x จำ� นวนการถา่ ยภาพรังสตี ่อผู้ป่วย x
จ�ำนวน mAs ต่อภาพรังสี x 1 min/60 s
ขอ้ มลู ทมี่ าของคา่ ภาระงาน ควรจะไดม้ าจากสถานการณท์ เี่ กดิ ขน้ึ จรงิ หรอื ใกลเ้ คยี งมากทสี่ ดุ แตใ่ นกรณี
การสร้างหอ้ งเอกซเรยใ์ หม่ ใหค้ าดการณ์ล่วงหน้าและประเมนิ ความเปน็ ไปไดข้ องค่าตัวแปรต่าง ๆ ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ
ในอนาคต หากไม่สามารถประเมนิ ได้ ใหพ้ จิ ารณาเลอื กใช้ค่าทเี่ หมาะสมดงั ที่แสดงในตารางที่ 7

ตารางที่ 7 ภาระงานของเครอื่ งเอกซเรยส์ ำ� หรับการใชง้ านในแต่ละประเภท

ประเภทห้องเอกซเรย์ ภาระงาน จ�ำนวนผปู้ ่วยตอ่ อาทติ ย์ ภาระงานรวม
Radiographic (chest bucky) (Workload) (mA min week-1)
Radiographic (Floor/other barriers) (mA min เฉลีย่ สูง เฉลย่ี สูง
Dedicated Chest room patient-1) 120 250 75 150
Fluoroscopic Tube (R&F) 120 250 240 500
Radiographic Tube (R&F) 0.6 200 400 60 120
Mammographic suite 2.0 20 30 260 400
Cardiac Angiographic suite 0.3 25 40 40 60
Peripheral Angiographic suite. 13 80 160 550 1075
Computed Tomography 1.5 20 30 3200 4800
Intraoral Dental 6.7 20 30 1300 2000
OPG/ CBT Dental 160 60 150 12000 30000
64 50 200 6 24
200 50 75 115 172
0.12
2.3

9.2 ปรมิ าณรังสี

การสรา้ งหอ้ งเอกซเรย์ จะตอ้ งสามารถปอ้ งกนั รังสไี ด้ โดยท่ีคา่ ปรมิ าณรังสี Air Kerma ในบรเิ วณพนื้ ที่
ควบคมุ และไม่ควบคมุ ใหเ้ ป็นไปตามข้อดังตอ่ ไปนี้
9.2.1 พนื้ ทคี่ วบคมุ (controlled area) คอื บรเิ วณรงั สที มี่ กี ารควบคมุ หรอื จำ� กดั การเขา้ ออก เชน่ หอ้ งเอกซเรย์

ห้องควบคุมเคร่ืองเอกซเรย์ ห้องอ่านภาพรังสี ซ่ึงเป็นพ้ืนที่ปฏิบัติงานส�ำหรับเจ้าหน้าท่ีทางด้านรังสี

มาตรฐานคุณภาพเครอ่ื งเอกซเรย์วนิ ิจฉยั ทางการแพทย์ 15

เช่น รังสีแพทย์ นักรังสี และผู้ท่ีเกี่ยวข้อง โดยออกแบบและก�ำหนดให้ผู้ที่ท�ำงานในบริเวณน้ีได้รับ
ปริมาณรังสีไม่เกนิ 100 µGy/week (5 mGy/year) นอกจากนีก้ ารก�ำหนดขอบเขตพืน้ ท่คี วบคมุ รงั สี
ยังสามารถก�ำหนดได้ในบริเวณท่ีไม่มีห้อง เช่น กรณีใช้เคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยเคล่ือนท่ีในตึกผู้ป่วยใน
หรือห้องฉุกเฉิน ควรจะก�ำหนดแนวขอบเขตให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยืนห่างอย่างน้อย 3 เมตร
จากหลอดเอกซเรย์
9.2.2 พื้นที่ไม่ควบคุม (uncontrolled area) คือบริเวณอ่ืน ๆ ท่ีอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณรังสีและมีโอกาส
ท่จี ะไดร้ บั รงั สี เช่น บรเิ วณลงทะเบียนผู้ปว่ ย ทนี่ ัง่ พกั ผู้ป่วย ทางเดนิ และห้องทำ� งานของแผนกอน่ื ๆ
ซ่ึงเป็นพื้นท่ีส�ำหรับบุคคลทั่วไปท่ีไม่ได้ทำ� งานเก่ียวข้องกับรังสี โดยออกแบบและก�ำหนดให้ผู้ที่ท�ำงาน
หรอื อยอู่ าศยั ในบรเิ วณนไ้ี ดร้ บั ปรมิ าณรงั สไี มเ่ กนิ 20 µGy/week (1 mGy/year) แมจ้ ะมกี ารออกแบบ
ห้องเอกซเรย์มาเป็นอย่างดีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลท่ัวไปอาจจะได้รับปริมาณ
รังสีมากกว่าที่ก�ำหนดไว้ได้ เช่น ไม่ปิดประตูหรือปิดไม่สนิท การใช้งานรังสีมากเกินกว่าภาระงาน
ท่ีค�ำนวณไว้ การท่ีต้องเข้าไปในห้องเอกซเรย์เพ่ือจับตัวผู้ป่วย เคร่ืองเอกซเรย์ท�ำงานผิดพลาด เช่น
สวิตชค์ ้างหรอื ต้งั คา่ ตวั แปรเทคนคิ ผดิ ตำ� แหนง่ เป็นต้น

9.3 ขนาดห้องเอกซเรย์

การก�ำหนดขนาดของห้องเอกซเรย์ ให้พิจารณาถึงพื้นท่ีใช้สอยในส่วนต่าง ๆ เช่น พื้นที่ติดตั้ง
เครื่องเอกซเรย์และอปุ กรณป์ ระกอบต่าง ๆ ซึง่ ในแตล่ ะผลติ ภณั ฑห์ รอื ในแตล่ ะรุน่ ตวั เคร่อื งอาจจะมีขนาดเล็ก
หรือใหญ่แตกต่างกันไป การวางอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพ ความคล่องตัว
ในการปฏิบัติงาน เช่น การเข็นเปลผู้ป่วยเข้ามาในห้อง และการอ�ำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย เป็นต้น
นอกจากนีย้ ังต้องค�ำนึงถงึ ความเข้มของรงั สีกระเจิงที่เกดิ ข้นึ ภายในห้องน้ันด้วย ซึ่งหอ้ งทมี่ ีขนาดเล็กเกินไปจะ
เกดิ ปริมาณรังสีกระเจงิ สงู กว่าที่ระดับปกติ อันจะทำ� ใหผ้ ปู้ ่วยไดร้ ับปรมิ าณรังสเี พ่มิ โดยไม่จำ� เปน็ ไมว่ ่าจะเป็น
ห้องเอกซเรย์ที่สร้างข้ึนใหม่หรือปรับปรุงจากห้องเดิมที่มีอยู่ ควรจะได้รับค�ำแนะน�ำจากผู้เช่ียวชาญด้าน
การค�ำนวณความปลอดภัยของห้องเอกซเรย์ เช่น นักฟิสิกส์รังสีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือคณาจารย์
จากมหาวิทยาลยั ทีเ่ ชี่ยวชาญดา้ นฟสิ กิ ส์รงั สี รายละเอียดในแต่ละหัวข้อตอ่ ไปนเ้ี ปน็ แนวทางหรือขอ้ เสนอแนะ
เบอ้ื งต้น ซง่ึ อาจจะปรบั ไดต้ ามคำ� แนะน�ำหรือผลการค�ำนวณจากบุคคล ดังท่ีกล่าวมาแลว้
9.3.1 ห้องเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไป พื้นที่ส�ำหรับถ่ายภาพรังสีควรมีขนาดพ้ืนที่ไม่น้อยกว่า 4 x 5 เมตร และ

พ้นื ที่หอ้ งควบคมุ เครอ่ื งควรมีขนาดพนื้ ท่ไี มน่ อ้ ยกว่า 1.5 x 3 เมตร
9.3.2 ห้องเอกซเรยฟ์ ลูออโรสโคปี พืน้ ทีส่ ำ� หรับถ่ายภาพรังสคี วรมีขนาดพ้ืนที่ไมน่ ้อยกวา่ 5 x 5 เมตร และ

พ้ืนทห่ี อ้ งควบคุมเครื่องควรมขี นาดพื้นทไ่ี ม่น้อยกว่า 2 x 4 เมตร
9.3.3 หอ้ งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ พนื้ ทส่ี ำ� หรบั ถา่ ยภาพรงั สคี วรมขี นาดพนื้ ทไี่ มน่ อ้ ยกวา่ 4 x 6 เมตร และพนื้ ที่

ห้องควบคมุ เคร่ืองควรมีขนาดพ้ืนทไ่ี ม่นอ้ ยกวา่ 2 x 4 เมตร
9.3.4 หอ้ งเอกซเรย์เตา้ นม พื้นทีส่ �ำหรับถา่ ยภาพรงั สคี วรมีขนาดพนื้ ทไี่ มน่ อ้ ยกวา่ 3 x 3.5 เมตร และพนื้ ที่

ควบคมุ เคร่ืองเป็นฉากก�ำบังรังสที ี่มาพรอ้ มกบั ตัวเครื่อง
9.3.5 ห้องเอกซเรย์มวลกระดูก พ้ืนที่ส�ำหรับถ่ายภาพรังสีควรมีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3 x 4 เมตร และ

พน้ื ทีค่ วบคุมเครือ่ งเป็นฉากกำ� บังรงั สี

16 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

9.3.6 ห้องเอกซเรย์ทันตกรรม พ้ืนท่ีส�ำหรับถ่ายภาพรังสีควรมีขนาดพ้ืนท่ีไม่น้อยกว่า 2 x 3 เมตร ส�ำหรับ
เครอื่ งเอกซเรยฟ์ นั ท่ัวไป และไมน่ อ้ ยกวา่ 3 x 4 เมตร ส�ำหรับเครื่องเอกซเรย์ฟันแบบพานอรามคิ และ
เครอื่ งเอกซเรยฟ์ นั แบบสรา้ งภาพตดั ขวางดว้ ยลำ� รงั สรี ปู กรวย และพนื้ ทคี่ วบคมุ เครอื่ งเปน็ ฉากกำ� บงั รงั สี

9.3.6.1 ฉากก�ำบังรังสีควรจะสูงจากพื้นอย่างน้อย 2 เมตร และกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร
มกี ระจกชอ่ งมองผู้ป่วยทม่ี ขี นาดไม่นอ้ ยกวา่ 15 x 15 เซนติเมตร และบุด้วยตะกว่ั หรือวัสดุอ่นื
ทม่ี คี วามหนาเทียบเทา่ ตะกว่ั อย่างน้อย 1 มลิ ลิเมตร ช่องวา่ งระหว่างพน้ื กับขอบลา่ งของฉาก
ไม่เกิน 5 เซนตเิ มตร หรอื กรณีท่ียนื ควบคมุ เครื่องเอกซเรยท์ ห่ี นา้ ประตูหอ้ งเอกซเรย์ ประตนู ้นั
จะต้องมีกระจกช่องมองผู้ป่วยเช่นเดียวกันกับท่ีกล่าวมาแล้ว โดยติดต้ังท่ีความสูงในระดับ
สายตา

9.3.6.2 ในกรณีที่ท�ำการรักษาฟันในห้องท�ำฟัน แล้วต้องการถ่ายภาพรังสี หากผู้ป่วยไม่สะดวก
ในการเคลอ่ื นยา้ ยไปบรเิ วณหอ้ งเอกซเรยต์ ามปกตไิ ด้ ใหถ้ อื วา่ หอ้ งนนั้ เสมอื นเปน็ หอ้ งเอกซเรย์
ทันตกรรมโดยอนุโลม จะต้องป้องกันและควบคุมไม่ให้รังสีทะลุผ่านไปยังห้องท�ำฟันหรือ
ห้องท�ำงานอืน่ ๆ ท่อี ยู่ข้างเคียง เกินกว่าค่าขดี จำ� กัดปริมาณรังสสี �ำหรับบคุ คลท่ัวไป และควร
มีพื้นท่ีส�ำหรับให้เจ้าหน้าท่ีผู้ถ่ายภาพรังสี ยืนห่างจากหลอดเอกซเรย์และผู้ป่วยอย่างน้อย
3 เมตร และควรสวมเส้อื ตะกวั่ กันรงั สหี ากระยะหา่ งนั้นนอ้ ยกว่า 3 เมตร

9.3.6.3 ไม่ควรติดตง้ั เคร่อื งเอกซเรยใ์ นพนื้ ทคี่ บั แคบ เชน่ ใตบ้ นั ได หรอื บนชั้นลอยของบนั ได เปน็ ตน้
เน่อื งจากอาจจะสง่ ผลให้การจดั ทา่ ผูป้ ว่ ยไม่เหมาะสม หรือเกดิ อบุ ตั กิ ารณ์ทไ่ี ม่พงึ ประสงค์ได้

9.4 บรเิ วณควบคมุ เคร่ือง

9.4.1 ก�ำแพงก�ำบังรังสีควรจะสูงจากพื้นอย่างน้อย 2.5 เมตร มีกระจกช่องมองผู้ป่วยที่มีขนาดไม่น้อยกว่า
30 x 30 เซนติเมตร และเคลอื บตะกวั่ หรือวัสดอุ ่ืนทม่ี ีความหนาเทยี บเท่าตะกว่ั อย่างน้อย 1 มิลลิเมตร
สำ� หรบั เครอื่ งเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั ทว่ั ไป หรอื อยา่ งนอ้ ย 1.5 มลิ ลเิ มตร สำ� หรบั เครอ่ื งเอกซเรยฟ์ ลอู อโรสโคปที วั่ ไป
และเครอื่ งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ โดยใหข้ อบของกระจกชอ่ งมองเหลอื่ มกบั วสั ดทุ ใี่ ชท้ ำ� กำ� แพงกำ� บงั รงั สี
อยา่ งนอ้ ย 5 มลิ ลเิ มตร สว่ นความกวา้ งของกำ� แพงกำ� บงั รงั สใี หพ้ จิ ารณาตามประเภทของเครอ่ื งเอกซเรย์
ประเภทน้ัน ๆ เช่น เคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไป ก�ำแพงก�ำบังรังสีควรจะกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร
เครอื่ งเอกซเรยฟ์ ลอู อโรสโคปที วั่ ไปและเครอ่ื งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ กำ� แพงกำ� บงั รงั สคี วรจะกวา้ งเทา่ กบั
ขนาดความกวา้ งของหอ้ งเอกซเรย์ และมีประตทู างเขา้ ห้องควบคมุ บตุ ะก่วั หนาเทียบเทา่ กบั ความหนา
ของก�ำแพงกำ� บังรังสนี ั้น

9.4.2 เจ้าหนา้ ที่ผู้ถ่ายภาพรังสที ย่ี ืนอย่หู ลังกำ� แพงก�ำบังรงั สหี รอื ฉากก�ำบังรงั สี จะตอ้ งสามารถมองเห็นผู้ปว่ ย
และประตูทางเข้าห้องเอกซเรย์ได้อย่างชัดเจน และควรจะอยู่ใกล้ต�ำแหน่งของสวิตช์ตัดไฟเข้าระบบ
เครื่องเอกซเรย์ เผอ่ื ในกรณฉี กุ เฉินจะสามารถควบคมุ สถานการณไ์ ดท้ นั ทว่ งที

9.5 ประตูห้องเอกซเรย์

9.5.1 ประตูห้องเอกซเรย์ควรจะมีขนาดเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของห้องเอกซเรย์ในแต่ละประเภท
โดยคำ� นึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยในการเคลือ่ นยา้ ยผูป้ ่วยเขา้ มาในห้องเอกซเรย์นัน้ ๆ เช่น
ส�ำหรับ ห้องเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไป ควรจะกว้างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร และบุตะกั่วหนาอย่างน้อย

มาตรฐานคุณภาพเครอ่ื งเอกซเรยว์ ินิจฉยั ทางการแพทย์ 17

2 มลิ ลเิ มตร และส�ำหรบั หอ้ งเอกซเรย์ฟัน ควรจะกว้างไม่น้อยกวา่ 80 เซนติเมตร และบุตะกว่ั หนา
อย่างนอ้ ย 1 มลิ ลิเมตร เปน็ ตน้ แต่ทั้งน้ีสามารถค�ำนวณขนาดความหนาไดต้ ามภาระงานทใ่ี ช้จรงิ ซงึ่ ใน
ทางปฏิบัติจะต้องเผื่อไว้ในกรณีสูงสุดที่คาดว่าจะเกิดข้ึน มิฉะนั้นอาจจะเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง
เพ่ิมเตมิ ในภายหลังได้
9.5.2 ขอบประตูควรจะเหลื่อมกับขอบของผนังห้องอย่างน้อย 10 เซนติเมตร ด้านล่างของประตูหากมี
ช่องว่าง ๆ นนั้ ไมค่ วรเกนิ 1 เซนติเมตร
9.5.3 ประตจู ะตอ้ งสามารถเปิดปดิ ได้สะดวก มมี อื จับท่ีม่นั คงแข็งแรงและไม่ท�ำจากวัสดทุ มี่ ขี อบคม

9.6 เพดานและพ้ืนห้องเอกซเรย์

เพดานหอ้ งเอกซเรย์ ควรจะสงู จากพ้นื ห้องอยา่ งนอ้ ย 2.5 เมตร และใหพ้ จิ าณาความหนาเพิ่มเติมกรณี
ทีล่ �ำรงั สปี ฐมภมู ิตกกระทบเพดานและพื้นห้อง และมบี ุคคลอาศัยอยู่ด้านบนและดา้ นล่างหอ้ งเอกซเรย์น้ัน

9.7 ผนังห้องเอกซเรย์

ผนงั ห้องเอกซเรย์ ควรจะสูงเทา่ กบั เพดานห้อง หรือสงู ไมน่ อ้ ยกว่า 2.5 เมตร และจะตอ้ งไม่มีชอ่ งว่าง
ระหวา่ งรอยตอ่ ของวสั ดทุ ใ่ี ชท้ ำ� ผนงั (รวมถงึ ประต)ู เชน่ หากใชแ้ ผน่ ตะกวั่ หรอื แผน่ ยปิ ซมั่ บอรด์ ใหป้ ระกบแตล่ ะ
แผ่นเหล่ือมกันไม่น้อยกว่า 1.5 เซนติเมตร หากผนังคอนกรีตบริเวณไหนมีรอยเจาะและบางกว่าบริเวณอ่ืน
ให้บวุ สั ดเุ พ่มิ เตมิ เชน่ แผน่ ตะก่วั เพอ่ื ใหม้ ีความหนาเทยี บเทา่ กนั สว่ นความหนาของผนังจะขึ้นอยู่กับประเภท
ห้องเอกซเรย์ ควรจะปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญก่อนก่อสร้าง เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และไม่ส้ินเปลือง
คา่ ใช้จา่ ยเกนิ ความจ�ำเป็น

9.8 สญั ลักษณ์และข้อความเตือนภัยทางรังสี

9.8.1 ต้องมีเครื่องหมายเตือนภัยทางรังสีตามมาตรฐานสากลพร้อมข้อความแสดงบริเวณรังสี ติดหน้าประตู
หอ้ งเอกซเรย์ที่ความสูงระดับสายตา และมีขนาดท่สี ามารถมองเหน็ ได้ชัดเจน

9.8.2 ตอ้ งมปี า้ ยขอ้ ความแจง้ เตอื น สตรมี คี รรภห์ รอื สงสยั วา่ จะมคี รรภ์ โปรดแจง้ เจา้ หนา้ ที่ ตดิ หนา้ ประตหู อ้ ง
เอกซเรยท์ ่คี วามสงู ระดับสายตา และมขี นาดที่สามารถมองเห็นไดช้ ดั เจน

9.8.3 ต้องมสี ัญญาณไฟเตอื นและหรือขอ้ ความแสดงการหา้ มเข้าขณะมกี ารฉายรังสี ติดไว้บริเวณเหนอื ประตู
หอ้ งเอกซเรย์

9.8.4 ตอ้ งมอี ปุ กรณป์ อ้ งกนั รงั สสี ำ� หรบั ผปู้ ว่ ยและญาตทิ จ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งเขา้ มาภายในหอ้ งเอกซเรย์ เชน่ ฉากกำ� บงั
รังสี เสอ้ี ตะก่ัว ถงุ มอื ตะกั่ว และแผ่นตะกว่ั ก�ำบังอวัยวะสืบพันธุ์ เปน็ ตน้

18 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

10. มาตรฐานหอ้ งเอกซเรย์บนรถเอกซเรย์เคล่ือนท่ี
(Medical X-ray Room on Mobile Radiography Vehicle)

มาตรฐานคุณภาพรถเอกซเรย์เคล่ือนท่ี องค์ประกอบและข้อก�าหนดส�าคัญจะต้องเป็นไปตามประกาศ
กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ เรื่องมาตรฐานรถเอกซเรย์เคลอ่ื นที่ การตดิ ตง้ั เครื่องเอกซเรย์ในห้องเอกซเรย์บนตวั รถ
จะต้องค�านึงถึงความปลอดภัยจากการได้รับรังสีส�าหรับเจ้าหน้าท่ี ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ด้านในตัวรถและบุคคลท่ัวไป
ที่อยู่ด้านนอกรอบ ๆ ตัวรถ โดยสัดส่วนพื้นที่ภายในห้องตรวจทางรังสีจะต้องมีขนาดที่เพียงพอและเหมาะสม
ผู้ป่วยสามารถเข้าออกได้สะดวกและปลอดภัย ระยะห่างระหว่างหลอดเอกซเรย์กับฉากรับภาพจะต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานการถ่ายภาพรังสีท่ีดี ห้องควบคุมเครื่องเอกซเรย์ควรแยกจากห้องตรวจทางรังสี เพ่ือความปลอดภัยของ
ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน มแี สงสวา่ งภายในหอ้ งทเ่ี พยี งพอ มรี ะบบระบายอากาศ และมกี ารปอ้ งกนั การแพรเ่ ชอ้ื ตามหลกั อาชวี อนามยั
เครอื่ งเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั ทางการแพทยป์ ระเภทใด ๆ ทตี่ ดิ ตงั้ บนตวั รถเอกซเรยเ์ คลอื่ นทจี่ ะตอ้ งมคี ณุ ภาพมาตรฐานและ
ไดร้ ับการทดสอบตามวิธกี ารตามท่ปี ระกาศไวใ้ นคมู่ ือฉบบั น้ี

10.1 ห้องเอกซเรย์หรือหอ้ งถา่ ยภาพรงั สี

ห้องเอกซเรย์ควรมีขนาดพื้นที่ท่ีเหมาะกับการถ่ายภาพ กล่าวคือท่ีมีระยะจากหลอดเอกซเรย์ถึงสกรีน
(ฟิล์ม) สามารถถ่ายได้อย่างถูกต้องตามเทคนิคการถ่ายภาพ เช่น Chest ระยะจากหลอดเอกซเรย์ถึงฟิล์ม
ควรไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร โดยมีขนาดพน้ื ท่ีไมน่ ้อยกว่า 2 ตารางเมตร

10.2 บริเวณควบคุมเคร่ือง

ห้องหรือบริเวณควบคุมเครื่องเอกซเรย์ควรจะแยกเป็นสัดส่วนจากห้องเอกซเรย์ กรณีท่ีห้องควบคุม
แยกสว่ นกับห้องเอกซเรย์ ควรจะมีระบบอินเตอร์คอมหรอื ระบบเสยี งสา� หรบั ส่ือสารกับผู้ป่วย

10.3 ก�าแพงกา� บงั รงั สีหรือฉากก�าบังรงั สี

กา� แพงก�าบงั รงั สีหรือฉากก�าบังรงั สีกัน้ ระหว่างห้องเอกซเรยก์ บั ห้องควบคุมเครอื่ ง ท�าดว้ ยวสั ดุบตุ ะก่วั
หรอื วสั ดสุ มมลู ตะกั่วหนาเทยี บเท่าอยา่ งนอ้ ย 1.5 มิลลิเมตร ขนาดความกว้างไมน่ อ้ ยกวา่ 1.2 เมตร ความสูง
ไม่น้อยกว่า 1.9 เมตร และมีกระจกช่องมองเคลือบตะกั่ว มีความหนาเทียบเท่าอย่างน้อย 1.5 มิลลิเมตร
ขนาดพื้นท่ีไม่น้อยกว่า 30 x 30 เซนติเมตร ท้ังนี้ฉากก�าบังรังสีควรวางห่างจากหลอดเอกซเรย์อย่างน้อย
50 เซนตเิ มตร

10.4 ประตูหอ้ งเอกซเรย์

ประตูหอ้ งควรมขี นาด กว้าง x สงู ไมน่ ้อยกวา่ 0.7 x 1.8 เมตร บดุ ว้ ยตะกว่ั หรือวสั ดุท่ปี อ้ งกันรงั สีได้

10.5 ผนังหอ้ งเอกซเรย์

ผนังห้องทุกด้าน และประตบู ุตะก่ัวหรือวัสดสุ มมูลตะกัว่ หนาอย่างนอ้ ย 1.5 มลิ ลเิ มตร

10.6 สัญลกั ษณแ์ ละขอ้ ความเตือนภยั ทางรังสี

สัญลักษณ์และข้อความเตือนภัยทางรังสี ติดตรงประตูทางเข้าห้องเอกซเรย์และด้านข้างตัวรถ
ทัง้ สองด้าน และสามารถมองเหน็ ไดช้ ดั เจน
หมายเหตุ : สา� หรบั รถเอกซเรย์ท่ีผลิตหลังจากประกาศใชค้ ่มู ือฉบับนี้ 3 เดือน

มาตรฐานคณุ ภาพเครอ่ื งเอกซเรยว์ นิ จิ ฉยั ทางการแพทย์ 19

ภาคผนวก
ก ข้อแนะน�าในการใช้ค่มู ือ

1. การทดสอบค่าเวลาในการฉายรังสี ในกรณีที่เครื่องเอกซเรย์เป็นระบบ mAs ไม่ต้องรายงานค่าความแม่น
ของค่าเวลาตามหัวข้อ 2.2.1 เนื่องจากไม่สามารถตั้งค่าเวลาได้ แต่ควรรายงานค่าความท�าซ้�าของค่าเวลาตาม
หวั ขอ้ 2.2.2

2. หากเป็นไปได้ ควรจะท�าการวัดค่าปริมาณกระแสผ่านหลอดเอกซเรย์โดยใช้แคลมปมิเตอร์ (หรือแบบต่อวงจร
โดยตรง) เพื่อเปน็ การตรวจสอบวา่ คา่ กระแสท่ตี ั้งน้นั มีความถูกตอ้ งหรอื ไม่

3. การตรวจวัดปริมาณรังสีร่ัว ให้ทดสอบเฉพาะตอนตรวจรับเครื่องใหม่ หรือเมื่อสงสัยว่าจะเกิดการช�ารุดและเมื่อ
ไมท่ ราบประวตั ผิ ลการทดสอบครง้ั กอ่ นหนา้ น้ี เนอ่ื งจากการตง้ั คา่ เทคนคิ การทดสอบปรมิ าณรงั สรี วั่ นนั้ ตอ้ งตง้ั คา่
กโิ ลโวลตส์ งู สดุ ทหี่ ลอดเอกซเรยร์ องรบั ได้ เชน่ 125 kV และ 150 kV และกระแสผา่ นหลอดเอกซเรยแ์ บบตอ่ เนอื่ ง
เชน่ 3 mA หรอื 5 mA ซงึ่ ในทางปฏบิ ตั จิ ะตอ้ งทดสอบทโี่ รงงานผผู้ ลติ กอ่ นนา� มาจา� หนา่ ย ซงึ่ หากผา่ นการทดสอบ
แล้วจากโรงงานหรอื ตอนตรวจรบั ตามข้อกา� หนดคุณลกั ษณะ (acceptance test) แลว้ ก็ไมจ่ า� เป็นต้องทดสอบ
ทกุ ปี

4. รายการทดสอบอ่ืน ๆ นอกเหนือจากที่กลา่ วไว้ในคมู่ อื เล่มน้ี
- Performance of the X-ray tube and generator
- Patient dose
- Quantitative assessment of image quality
- Display screen performance
- Dentists/radiologists
- Routine QA testing
- Long term follow-up of CBCT image quality using QC phantom
- Medical physicists
- advanced imaging performance tests on units
- set up acceptable ranges
- Geometric accuracy
- Contrast-to-noise ratio (CNR)
- Contrast resolution
- Noise & uniformity Artefact
- Spatial resolution

20 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

5. ข้อแนะน�าเพมิ่ เตมิ ส�าหรบั Mammo
1) ควรทา� งานดว้ ยระบบ AEC
2) ระยะโฟคอลสปอตถงึ ตวั รบั ภาพไมน่ ้อยกวา่ 60 เซนติเมตร
3) มสี วิตซส์ �าหรับเทา้ เหยียบเพอื่ ควบคมุ อปุ กรณก์ ดเตา้ นม
4) มกี ารแสดงคา่ แรงกดและความหนาท่ีกด

6. ค่าพ้นื อา้ งอิงพนื้ ฐาน (CT Baseline Values)
สา� หรบั การตดิ ตง้ั เครอื่ งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอรใ์ นครงั้ แรก ถา้ หากไมม่ กี ารระบคุ า่ การยอมรบั สา� หรบั พารามเิ ตอร์

การทดสอบใด ๆ ไว้ จะตอ้ งทา� การทดสอบเพอื่ ก�าหนดค่าพืน้ ฐาน (Baseline Values) เชน่ สญั ญาณรบกวน (Noise)
ค่าเฉลี่ยของเลขซีที (Mean CT Number) ความสม�่าเสมอของภาพ (Uniformity) ความหนาของสไลซ์ (Slice
Thickness) การแยกวัตถุท่ีมีคอนทราสสูง (High Contrast Resolution) การแยกวัตถุที่มีคอนทราสต่�า (Low
Contrast Resolution) และดัชนีปรมิ าณรังสีของเครอ่ื งเอกซเรย์คอมพวิ เตอร์ (CT Dose Index: CTDI) เปน็ ต้น
เพ่ือใชเ้ ป็นข้อมลู เปรียบเทยี บกับการทดสอบในครั้งตอ่ ๆไป

ข คา่ ปรมิ าณรังสอี ้างองิ จากการถ่ายภาพรงั สี

เอกซเรย์ทนั ตกรรม intraoral :DRL และ achieve dose, การวัดปริมาณรังสี Entrance Skin Air Kerma
ท่รี ะยะ 10 มลิ ลิเมตร จากปลายโคน ในเทคนิคการถา่ ยภาพฟันกรามบน ไมเ่ กนิ 4 mGy, AAPM 175 แนะนา� ใหใ้ ช้
1.6 mGy Dental CBCT : DAP สา� หรบั CBCT ไม่เกนิ DRL, CTDI free in air และ CTDIw ไม่เกนิ 15% ปรมิ าณ
รงั สี Entrance surface air kerma

ค วธิ กี ารทดสอบ

เคร่ืองมือท่ีใช้ในการทดสอบตอ้ งผา่ นการสอบเทียบจากห้องปฏบิ ตั กิ ารรงั สีมาตรวทิ ยาทุติยภมู ิ (Secondary
Standard Dosimetry Laboratory, SSDL) ท่ีสอดคล้องกับมาตรฐาน IAEA TRS No.457 และห้องปฏิบัติการ
ทดสอบ/สอบเทยี บตอ้ งผา่ นการรบั รองมาตรฐาน ISO/IEC 17025

1. คา่ ความตา่ งศักย์หลอด (คา่ กิโลโวลต์ ในหน่วยkV)

1.1 ความแม่น (Accuracy)
วตั ถปุ ระสงค์
- เพือ่ ทดสอบความแตกต่างของคา่ กิโลโวลต์ท่ีวัดไดแ้ ละคา่ กโิ ลโวลตท์ ่ตี ้งั วา่ มคี วามแตกตา่ งอยใู่ นเกณฑ์
ทกี่ �าหนดหรอื ไม่
อปุ กรณ์
- เคร่อื งวัดคา่ กิโลโวลต์แบบ Non-Invasive X-ray Beam Analyzer

มาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วนิ จิ ฉยั ทางการแพทย์ 21

วตั ถปุ ระสงค์
- เพ่ือทดสอบความแตกต่างของค่ากิโลโวลต์ที่วัดได้และค่ากิโลโวลต์ท่ีต้ังว่ามีความแตกต่างอยู่ในเกณฑ์ท่ี
กำหนดหรือไม่
อปุ กรณ์
คู่มอื การใ -----วกชธิาปทปเว้งคกีรารรำ าตร างกบับัน่อืรง้ัเ าขตคคงรน้ังวรา่ ฉคัด่ือาเาค่าดคงย--ว--กกรวข่า ริธือ่า ิโัดกองัลรกีทวคปปงคิโงสตเโาามู่ลรร�ำลอ่าวีงง้ัรกับบัโือบำกลกเวคาครขตกนัิตโซล่ารงัลรนาง้ัทเ์ทตเฉส่ือครรโาคึก่ีแแ์าีใวยใง่าดรหชคยผบลว์กข่อื้งรค้า่งดัตบโิ อางคงักลรค์ไนเงสวโิอวโNอา่ลลวีบ้บภกoกบ�ำลโคคโิาวซnรนัตลุมยลลงั-เท์ทโIรสทใตมุnวึก่แียตีใ์ทต่ีลหvหผค์้รaอ้ตต่ีวั งั้คงา่ sงวไ์งั้คสกรiวกแัดvวีปิโอ้ภาลeรลบบฐราังะโคXวยมคสวคมุัดลใี-ภล่าตrทตุมทูaมต้ร์ท่ตีyหิี่วังัง้ ร้อต่ีดัสวัคBะงวั้งไีปา่eยกดแดั ฐamะา้ลรมmรจังะAภวสาคดัูมAกี่าแิnจทลตรุดa่วีะะ้งั lัดโคยyฟtไ่าะziดmกจem้ัสาreกขAคจอแดุงงทลหโฟะี่ลกอtัสiดmขเออeงกคหซงลเทรอ่ียด์ถเอึงเกคซรเื่อรยงว์ถัดงึ เตคารมอื่ งวดั ตาม
- ทำ ซำ้ โดยก- า รทปำ� รซับ้ำ� เโปดลยีย่กนารคปา่ รกบัิโลเปโวลล่ียตน์ไคป่าทก่คี โิ า่ลทโวีต่ ล้อตงไ์กปาทรจี่คะา่ ทดต่ี ส้อองกบารจะทดสอบ
การ วิเคราะกหา์ รวเิ คราะห์
- นำ ค่าที่วัด-ได ้มนา�ำคำา่ นทวี่ ณดั ไหดาม้ คาา่ คค�ำวนาวมณผหิดพาคลา่ คดวตาามมแสมม่นกตาารมดสงั ตมอ่กไาปรนด้ีังต่อไปน้ี

% ERROR = kVm − kVs 100
k Vs

kVm คอื คา่ ค เวมาือ่ มเต มkkา่ VVอื่ ง smศkักคคVยsือือ์หคคลค่าา่อือคคดววทคาาา่ี่ไมมดคตตจ้ว่า่าาางงกมศศกตัักกา่ายยรงหห์์วศัดลลักออยดด์หททล่ีี่ไตอด้งัด้จทาตี่กัง้การวัด

1.2 ความทำ� ซ�้ำ (Reproducibility)
วัตถปุ ระสงค์
อุป-กเรพณอ่ื ์ทดสอบค่ากิโลโวลตว์ า่ มีการเปล่ยี นแปลงไปหรอื ไม่เมือ่ ฉายรังสีซ�้ำที่ตัวแปรเทคน2คิ 0คา่ เดมิ
1.2- เคควรา่ือมทงวำซดั ำ้ ค(า่ Rกeโิpลroโวdลuตciแ์ bบiliบty)Non-Invasive X-ray Beam Analyzer
การตวั้งัตคถ่าปุ เรคะสรงอ่ื คง์ เอกซเรย์
วธิ ีก- าตอ--รัง้ ุปเเคพคกรือ่่ารอื่ ทเณงทดว์ สคัดอคนบ่าิคกคกิโา่ ลกาโโิ รวลลฉโตวาลแ์ ยตบรว์บังา่ มสNีกีโoาดnรย-เIปnเลลva่ียือsนกivแคeปา่ลXทง-ไrใี่ปaชyห้ใรBนอืeกไaมาmเ่ รมถ่อืAฉnา่ าaยยlภyรzงัาeสพrซี รำ้ ทงั ส่ีตัวีใแหป้กรบัเทผคปู้นิคว่ คย่าเเดชิม่น 80 kV 20 mAs
- วากงาเรคตรั้งค่อื ่างเควรดั อ่ื คงเ่าอกกิโซลเรโยว์ลตใ์ ห้รับรงั สปี ฐมภมู ิ ตามคมู่ อื การใชง้ าน
- ปฉาว--ริธยบัวตีการ้ังขางคังรเน่าสคเารที ื่ออดคงยขนวา่ิคอัดกงคงนา่าลรกอ้�ำฉิโรลยายโังวร3สลงั ีใตสคห์ใโี หดรค้ ย้ัง้รรบัเลอบรอื บงัันกสคทคปี า่ลฐกึ ทมมุ คใี่ภหชวูม้ใวัานิ ตมวกาดัาตมร่าคถงู่ม่าศยอื ภกกั าายพร์หใรชงัลง้ สาอใีนหดก้ ทบั อ่ี ผ่าูป้ น่วยไดเช้จน่ าก80เคkรVอ่ื ง2ว0ัดmAs
-
- ท-ำ� ซปร�้ำบัโดขนยากดาขรอปงลรำบัรังเสปใี ลห้คยี่ รนอคบ่าคกลุมโิ ลหวัโวัดลต์ไปท่ีคา่ ทต่ี ้องการจะทดสอบ
กา-รนวก--�ำิเคาผทฉราำรลวยซาทเิ รคำ้ ะงัไ่ีโรสหดดาียะ์ม้อกหยาา์า่ครงป�ำนรน้อบั ยวเปณ3ลคตย่ี รนางั้คมา่บสกันมิโทลกกึโวาคลรวตาไ์มปตท่าค่ีงศา่ ทกั ย่ตี ห์อ้ งลกอาดรทจ่ีอะ่าทนดไสดอจ้ บากเครือ่ งวัด
- คา่- รนอ้ำผยลลทะ่ไี ดส้มมั าปคำรนะวสณิทตธามค์ิ สวมากมาแรปรปรวน (Coefficient of Variation)
- คา่ ร้อยละสัมประสทิ ธคิ์ วามแปรปรวน (Coefficient of Variation)

% CV = SD 100
X

เม่ือ SเมD่ือคอื SคD่าเคบือี่ยงเคบา่นเมบาย่ีตรงฐเาบนน(มStาaตnรdฐarาdนD(eSvtiaatniodn)ard Deviation)

n

22 Quality Standards of MedicSaDl D=iagin=1o(sxtiic− xX)-2ray Machines
n −1

X คือ คา่ เฉลยี่ ของคา่ กิโลโวลต์ท่ไี ด้จากการวัด

%%CCVV == XX= SD110000100
% CV X

เเมมื่อือ่ SSเDมD่ือคคือSอื Dคคา่ คา่ เเอืบบย่ี คีย่ งงา่ เเบเบบนนยี่ มงมาเาบตตนรรฐมฐาาานตนร((SฐStาtaนann(dSdatarardnddDDaeervdviaiaDttieoiovnnia))tion)
nn
nxnxi−ii−=n−11−1xxxi22− x )2
 (( ( ))SSDD== i=i=11

SD =
n −1
2แf 2ff แ2fuurล.ue..ลllะlคllq2ค ะ คl2่าwuw.่าt่าw.1แf2tเ2he1เuaเวah ล.aวว.rnคvvlล1reค--อ--วvะคลlลce2ว--อ--eeว าัตeeปุวเคคเาา่ywตั e.ปุ าาเคคเใtคพถ1คอวาแแใเคพก่่าา hนถมpใแก่่aาาวรแนอ่ืุปตัมุปpวกกลลรร---rอืุ่ปนคกกกลvhื่อแรลลทe-ว--อ-กาถรh่ืแณิะิโะโกท eราณิวิโะงคเคโaมกาละลตัมะeาปุุปงดaมคเเคพรลละวร์ดsาhา่hใ่คพาน่โาวโสรถx์แsสณแhก่่าาน่รโัดtฉe่อืโสนวxกมpXวสกaaรดัฉeรงอื่ปุวhXวกมกลอะaรiลค)งทาลโิ(กอlิhอื่แl์โคiลค)ฉาลทr(สรlณิลบffิโะคAโ่นยลตา่คตดาeบfงAaม์ยลลตา่ะคตาดงโ์เwวwรโc์วทคครอืe์์สsทhเวววwน่รโc์โสทว(คxือ์ยทส่าังวcดัฉeวออืืXวอลี่Aaา่ลaังวa่ีcวลงค์สี่ลpaอวuรี่วiลค)าลคสv(ัvดตบlัาuคดcตั่าvคดีบัาfคดhAังยrตา่eeคา่คตีท์ไค(่าc์วไrเe์aทหือไส(่าaเไดวwรเEc์)วทดa)หอือื์เทา่uา่า่ดวี่วEวด)cเฉsี่า่วงัรcล้xตีcค้ตกเฉี่ดลัaวร่ีrล้วxตeyต้ค(สอัฉืดลupคา่yาa่าอ่ัาืvโิลดไัาคดpคEา่)า)่าา่คลีย่ีไใลง่าดr)เocงeี่ยไเใ(ง่าา่ไนxดวoเงaจหือยี่เกขคโดจนyต้Eวดs)จเกขคลจวp้กตscาขฉอโิรรu)าล้xตา่ก้ตาอโิลรuาากyา่าอือ่อืลกoงงpคลากr่าา่า่อืใกงตรโr)งคจคeงง่ยีใคนงรา่โsคoงควeงเคจฉ์ทนวคาว่าา่จกขฉค่uจาลกว่าs่าTาา่กาดัลเก่วีกา่าอิโเTารดัuเากตาฉrยกเฉัดคลกiรตฉกโิายอ่ืกงฉmรeiิโลrท์รลคmังลา่ไรโโิล์ทครคลeฉงังคลงัี่ยสวลดโวี่เ่ฉา่ียัง่ีวยสe่าโีว่าTสฉว่ี่ายลeัดไโีชค้เสวTาดัไกดัยไชี)ลวมลเีมฉไiต)นไลมรยมมีฉiรmโิรลนไมตด่ย่ีลเmีคัง้ท์รลตด่ดิ่เเังคีกลังต่ดิ์ทเไค้ทก่ีกย่าังสสโี่วท์ค้กe่าิี่มยนeท์แสรวิNิ่ีไไนนี่ัดีชีมแริNไี่นเ่ไดi)ม)ลั้งตีไ่ีมดกoนไง้ัม2ตคีดทo้จ่2เตดก5คีทนิจ้%n่ดิกก5เ่า้จา%nี่ท์%ค้ตกา่าี่แ-%iิตนกา5-iIแรา่ิกN่ไีนnตI(กา่%ดn(้ังงCตก(oงvก2Cก(าจCทจ้voก5าจCa%nตoราา(oาaี่ร%eตาCosว-รi่ากeกseวiIกfา่วดัoeงvni(ffคกัดvfงCfค(iจ(ดัefefcviCา่าจCefcio่าาifaciทรeาoioทcfทกeeisทiวกตnี่eieceค่ีสifตn่ีeัดvสี่ftคงั้nifา่าeti้ังnefอfcาา่toiทมอintoiมccยทefทยoาตี่tfiioาู่ใตn่ีeeรVู่ใ่สีf้ังนoรVfนtถงั้nnอaาถfVเaอวVเtotกrยมวVกraiยัดaafณi่ใูoาดัaarณoูใ่นคtrรiVคftrนaiiฑfo่าaถเiiฑaoa่าtกVเเท์tnวiกrVเทt์วnoiณaiวดัioกี่aณลo่ีก<rnลคt<ำฑniาrnำaiฑาหio่าก0<ท์aหtก0<เ<ท์nนi.าtว่ีกนo0.าi0ร่กี0ดลo00ำ�ร2<nดฉ2.ำหหา.ฉn0.ห0าห0fก0<รา5นfo5ยร5oนอ.าืยf<rด0อืรfo0rรfรดไo2งัหoไhมฉr.งัหhมส00rriรสา่fgisรีไ่.5ogอืssยีไ0hiดอืhfniiด2rไรn2no้ไมg2f้ังhgมgfrrlส่relfile่egeseoีไqhqiดrnpuppu้ gfhehhhrelnaeaeinagscqsscheeypueyhenascey
- เคร่ืองวัดคา่ เวลา หรือ เครือ่ งวัดรังสีชนิด Non-Invasive ท่สี ามารถวดั คา่ เวลาการฉายรังสไี ด้
ว-ก- ธิ าวปีกรารตางบั รเ้งั คเคปรา่ ลื่อเคย่ีงวนรวกดัือ่คธิาคง--่าเรกีา่เอวปวตเาากวรลง้ัรงลบัซาคเาทเคเ่ารปไร่ีตเวยคลื่ออ้้ใ์ ีย่รนงงื่อวนกลดังคาำเครร่าอา่วังเกวสเดั วลซีปลาโเฐรดาทมยไยต่ีวภ์ต้อ้ใูมน้งั งคิกลร่า�ำาะรรmยงัวะสดัAจปี าโแฐดกลมยจะภตุดูมk้ังโฟคVิ รา่กะคัสmยงหะทAลจ่ี เอาแชกดลน่ จเะอุด8กkโ0ฟซVkเกรคVัสยง2หต์ท0ลาี่0เมอชmดคน่ เมู่ Aอ8ือก0กซาkเรรVใยชต์2้ 0าม0คmู่มือAการใช้
- ปรบั ขนาดขอ-งลปำรรับังขสนีใหาด้คขรออบงลค�ำลรุมงั ขสนีใหาค้ดรขออบงหคัวลวุมัดขนาดของหวั วัด
- ทำการฉายรงั -สที บ�ำันกทารึกฉคาา่ ยเวรังลสาีทบีต่ นั ้งั ทแึกลคะคา่ เา่ วทล่ีวาัดทไ่ีตด้ัง้ และคา่ ทวี่ ัดได้
- ทำซ ำ้ โดยการ-ปทรบั�ำซเปำ้� โลดี่ยยนกคา่ารเปวรลบัาใเนปกลายี่ รนฉคาา่ ยเวรงัลสาีทใน่ีตก้อางรกฉาารยจระังวสดั ที ี่ต้องการจะวัด
ก ารว ิเคราะหก์ ารวเิ คราะห์
- นำค ่าที่วัดได้ม-านค�ำำคน่าวทณว่ี ตัดาไดม้มสามคก�ำานรควณ่าคตวาามมสคมลกาาดรเคา่ลค่อื วนามแม่น

% ERROR = TmT−s Ts 100

เมือ่เมื่อTmTmคคือือเวเวลลาาททวี่ ีว่ัดัดไดได้ แ้ แลละะ TTss คคืออื เเววลลาาทท่ตี ่ีต้ังง้ั

ห มายเหหตมุ ายเหตุ
- สำหรับ- กสา�ำรหวรดั ับเคกราอื่ รงวเัดอเกคซรเ่ือรงยเ์ทอี่มกรีซปู เรคยล์ท่นื ่ีมแีรบูปบคคลร่ืนง่ึ แคบล่นืบคคร่า่ึงเควลลา่ืนฉาคย่ารเวงั สลีจาฉะวาัดยจรังาสกีจขะอวบัดขจาาขก้นึ ขขออบงรขูปาขค้ึนลน่ืขอทงี่ รูปคล่ืนที่
ตำแหน่ง 7ต5�ำ%แหขนอง่ ง7ค5่า%kVขpอถงคึงตา่ ำkแVหpนง่ถขึงอตบ�ำแขหาลนง่ ของบรขูปาคลลง่ืนขอทง่ีตรำูปแคหลนนื่ ่งท7่ีต5ำ�%แหกนา่งรว7ดั 5ค%วากมาแรมวน่ัดขคอวงาเมวแลมา่นไมขจ่ อำงเเปว็นลาไม่จ�ำเป็น
สำหรบั เครส่ือำ� งหเอรบักเซคเรยื่อท์งเี่ตอั้งกคซ่าเแรยบท์บต่ี m้งั คA่าsแบบ mAs
2.2 ความทำซ้ำ (Reproducibility)
วตั ถุประสงค์ มาตรฐานคุณภาพเคร่อื งเอกซเรย์วนิ จิ ฉยั ทางการแพทย์ 23

- เพื่อทดสอบว่าค่าเวลาในการฉายรังสีซ้ำและวัดค่าท่ีได้จากการตั้งตัวแปรเทคนิคที่เดิมมีความแปรปรวน
ของค่าอยูใ่ นเกณฑ์ท่กี ำหนดหรือไม่

2.2 ความท�ำซ�้ำ (Reproducibility)
วตั ถุประสงค์
- เพอื่ ทดสอบวา่ คา่ เวลาในการฉายรงั สซี ำ�้ และวดั คา่ ทไ่ี ดจ้ ากการตง้ั ตวั แปรเทคนคิ ทเ่ี ดมิ มคี20วามแปรปรวน
ของค่าอยู่ในเกณฑท์ ่กี ำ� หนดหรือไม่
อ1ปุ .2กครวณาม์ ทำซำ้ (Reproducibility)
กา-รเตค-วอ้งัรตัุปเคอ่ืพถกา่ือ่ปุงรเวทรณคะัดด์ สรสคง่ืออา่คบงเ์ ควเอา่ลกกาโิ ซหลโเรวรือลยตเ์คว์ ่ารมือ่ ีกงาวรเัดปรลงั ี่ยสนชีแปนลดิ งไNปหoรnอื -ไIมnเ่ มvือ่aฉsาivยรeงั สทซี ่ีส้ำทา่ีตมัวาแรปถรวเทัดคคน่าคิ เคว่าลเดาิมการฉายรังสไี ด้

- ตง้ั- คเคา่ ร่อื kงVวัดแคลา่ กะโิ ลmโวลAต์แคบงบที่Nเชon่น-In8v0askivVe X2-0ra0y mBeAam0.A0n5alyszer
วิธ-ีกวาาวก-รงิธาตเีกรั้งคตาครร้ัง่าค่อืเท่างเควคนรัดิคอ่ื เกงวเาลอรกาฉซใานเยรรกยัง์สาีโรดฉยาเลยือรกงั คส่าีเทอีใ่ กช้ใซน์ไกวา้ใรนถ่าลย�ำภรางั พสรีปงั สฐใี หมก้ภับมู ผิูป้ รว่ ะยยเะชจน่ า8ก0จkุดVโฟ20กัสmหAลs อดเอกซเรย์ถงึ หวั วดั

ต-าวมาคงเมู่ คือร่ือกงาวรดั ใคช่ากเ้ คโิ ลรโอ่ืวลงต์ให้รบั รงั สปี ฐมภมู ิ ตามคู่มอื การใชง้ าน
กา รวเิ ครากะาห--ร์ปฉวาก---รเิ ยคาบัทปฉรารำรรขวยบซัังาเินรคำ้สขะังโารนซีสหดาดาียำ้�ะ์อดขกอหยขาอ์ยา่อรงงงา่ปนลลงร้อำำ�นบั รยรเ้องัปังส3ยลสีใคี่ยหีใ5รนค้หงั้คร้คคอ่าบรกรบันิโอ้ังคทลลบึกโบุมวคคลันหวลตัวาทไ์ุมวมปกึัดตขทคา่ น่คีงา่ ศ่าาเทกัวดยตี่ลขห์อ้ าองลทกงอาี่ตหดรทงั้วัจแี่อะว่าทลดั นดะไสคดอ้จ่าบาเกวเลคารทือ่ งวี่ วัดัดได้ 22

- น ำผลท่ไี ด้ม- านค--�ำำผคนน่าำลรผวทอ้ลณยไี่ทดลตี่ไะด้มาส้มามมัาคสคปำ�ำรมนนะกวสวณาทิ ณรธต์ิคคตาวมา่าาสรมมมอ้ แสกยปมารลรกปะารสวรนมัคป่า(Cรรoอ้ ะeยสffลiทิ cะiธeสิ์คnมัtวปoาfมรVะแaสปriิทaรtธปioิ์ครnวว)านมแปรปรวน

%%CCVV == SD 101000
SD

XX

เมอ่ื เSมDอื่ SคเมDือื่อคคอื Sา่ คDเ่าบเคบี่ยอืี่ยงงเเบคบ่านนเมมบาา่ียตตรงฐรเาบฐนานน(มStา(aSตntรdaฐanrาddนDa(erSdvtiaaDtnioednv)aiardtioDne)viation)

n( )n

xii =1
 ( )SSDD == −xxi 2 x 2



i =n1− 1
n −1

X คือ ค่าเฉลยี่ ของค่ากโิ ลโวลตท์ ไี่ ดจ้ ากการวดั

- ค่ากิโลโxวiลต์ท่ีวัดคไือดxX้ตiค่าง่าคคจกาิโือือลกโคคคว่าล่าา่เตฉทเฉล์ที่วี่ยว่ีลัดดัไ่ยีมไไดข่เดก้คอ้คินรงรั้ง2คทั้ง%่าท่ี iก่ี(Ciโิ ลoeโfวfiลciตen์ทtไ่ี oดfจ้ Vาaกriaกtาioรnว<ดั 0.02 for high frequency

และ three phase)

3. ป3ร.1ิม 3 าคว--อ-.ณวตัุปแเเป าพครถผกมรังรอ่ืปุ3่นรสิมื่อเ ท.รณปต1ี(งาะดRะ็นว์2fณสสuคaัดก.เวlองชวคldว่ัป2รคัตบ-่าwงิาก.iังร1์ถเaคเมa้นัวมหิสเสtปุคvวพลเ--อว-ราiรี้นeปวาาoตัรุปงัคเเณ่ือ(อืามใพคถะน็สแRก่nานมท(รเื่อปุรกลสรmีกLเปกอื่แaทดรชังณิะโOงางมiรลนะ็dสดnสAวริงค์hะน่โสuสเดัีฉเวอeisa์งชเอสaคาtล(จlคบaงบfิApย่าตน้t์งิเrเวwรคc์ทiสuวi่างัoctลaว(่ีวน้คสtuyLvัาดnา)า่ีขre)(iไเมaหnEอวด)cOรเลx้ตงeyปอืpา่าป)auใo็นงเนรrคจstเกิมiรuาชtpาอ่ืกาryิงรeงคuณ)ฉเว่าสTาัดtรเย้ฉน)iรงัmรังลสขังส่ียeสีตอชี ไ)ีมลนมงีค่ิดเอปก่าดแริNนตชิมoก5่วnา%ตง-ณI่ากnง(รvาจCaรังาosใสกeiชvคีตfeง้f่าiลาcททiนอตี่eีส่ ้ังnขดาอtมอชยoาง่วใู่รfกนงถVเรกวกaะัดณาrแคiรaฑสา่ ใtเท์iชหวoกี่ล้งลnำาาอหก<นดนาข0รดฉท.หอ0างรั้5งยอืแfกรoไบังมรrสบ่ะsไี iดแnm้ gสlหeAลpหอhรaดอืsemท้ังAแsบบ mA

กา รตัง้ คา่ เอคุปรื่อกงรเณอก์ ซเรย์
- ตัง้ คา่ 80 k-Vเค0ร.ื่อ0ง5วัดs ปครงิมทาี่ เณปรลงั ย่ี สนี ค่า mA หรอื เปลยี่ นค่า mAs
วธิ ีการ - แผน่ ตะกวั่ กนั้ รงั สีกระเจงิ
- ตง้ั หวั วัดในบรเิ วณพ้ืนท่ีรงั สปี ฐมภมู ิ ระยะจากจุดโฟกัสหลอดเอกซเรยต์ ามคำแนะนำการใช้เคร่ืองวัด
2-- 4วตาั้งงโหแผQม่นดuตกalะาitรกyววั่ ดัSลtแดaบทnบdอกaนrารdรงั sวสดัoกี ปfรระMมิเeจาdงิ ณจicราaกังlสบDรี รiวaเิ มวgnณ(oIพnstน้ืtiecทg่วีXraา-rงtaeหy)ัวMวัดachines
- ปรบั ขนาดของลำรงั สีใหค้ ลุมพ้ืนที่ขนาดของหัววัด
- วดั คา่ ปริมาณรงั สที ค่ี า่ mA หรือ mAs เท่าท่ีสามารถวัดได้ในทางปฏบิ ัติ

- เพอ่ื ทวดตั สถอปุ บรคะวสางมคเป์ น็ เชงิ เสน้ ของปริมาณรงั สตี ลอดชว่ งการใชง้ านของกระแสหลอด ทง้ั แบบ mA หรอื mAs
อปุ กรณ- ์เพอื่ ทดสอบความเปน็ เชงิ เส้นของปริมาณรงั สีตลอดช่วงการใช้งานของกระแสหลอด ทง้ั แบบ mA หรอื mAs
- เคร่อื องวปุ ดั กปรรณมิ ์ าณรังสี
- แผน่ ต- ะเคกรัว่ อื่กงั้นวรดั งั ปสรีกมิระาณเจริงังสี
--ก-วธิาตตตกีร้ง้ง้ััังตาคโหวกหรัง้่าวัธิา-ว--ก-คมวรีกิธ8า่าตแตตดดัตาีกร0เผัง้งั้ั้งกใคั้งรตาคหคนน่าคkรรง้ั่า่าวับรVตอ่ืา่คววะรเ8ง8่าัด0คเเิก00เวอ.ใรคแั่ว0นณกื่อkkรบก5บVVซ่ืองพบั้นเเรsงื้นกรอ00เเิ ควังยอา..กท00สณรง์กซีร่55ทกีวซงัพเดัรรี่สsเsเน้ืระยปปีปคคยเท์รฐจลงง์ิม่ีรมงิีย่ททงัาภน่ี่ีสณเเูมคปีปปริ่าฐลลรงั มี่ย่ยีะสmภนยนีรAวะูมคคมจิ่าา่หราร(ะmmกIอืnยจAAเtะุดปeจหโหลgาฟrรรยี่กaกืออืนจtัสเเeคุดปปห)า่โลลลฟยี่ีย่mอกนนดัสAคคเหsอา่า่ ลกmmอซดเAAรเssอยต์กาซมเรคยำต์ แานมะคน�ำำแกนาะรนใชำ� ้เกคารรือ่ ใชงว้เคดั รื่องวัด
- วางแ-ผต่น้งัตโะหกมั่วดลกดาทรอวนัดแรงับสบกี กราะรเวจัดงิ จปารกิมบารณิเวรณงั สพีร้ืนวมทว่ี (Iาnงtหeัวgวraัดte)
- ปรบั ข-นวาดงแขผอน่งลตำะรกงั ่วั สลใี ดหท้คอลนุมพรงั ้ืนสทกี ี่ขรนะเาจดิงขจอางกหบวั รวเิ วดั ณพืน้ ท่วี างหวั วัด
- วดั คา่ -ปปรรมิ บั าขณนรางั ดสขที อี่คง่าลmำ� รAงั สหีใหรือ้คลmมุ พAsื้นทเท่ีขา่ นทาีส่ ดาขมอางรหถัวววดั ดั ได้ในทางปฏบิ ตั ิ
การวิเค-รวาัดะคหา่ ์ ปริมาณรงั สที ่คี ่า mA หรอื mAs เท่าท่ีสามารถวดั ได้ในทางปฏบิ ัติ
- คำนกวาก-ณราควรคำ� ิเวา่นคิเปรวคารณรมิะาคหะา่าณห์ ปโ์ดรรงัยิมสกาตีาณอ่รรหคงั า่าสรเตีทคอ่ค่าคปน่ารคิ เิมททา่ีตคณง้ันริคงั ทmμสต่ีทีGAงั้ วี่ yดั sไmμด;Gด้ AX้วyยsค่า;
X
mAs
ท่ตี งั้
- จับ คคู่ ่า X ของโดmยกAาหรหรอืาโรดmคยา่กAปาsรทิมหาอี่ ณรยคู่ตร่าิดงั ปสกรีทนั ิมว่ี าัดณไดรด้งั สว้ ยที คีว่ า่ัดไmด้ดAว้ sยทค่ตีางั้ mAs ทต่ี งั้
- คำนว-ณจหับาคคคู่ ่าา่ สXัมปขรอะงสmทิ ธAิค์ วหารมอื เปm็นAเชsิงทเสอ่ี ้นยู่ตดิ กัน
- คำ� นวณหาคา่ สมั ประสทิ ธ์คิ วามเป็นเชิงเส้น
%%สมัสปมั ปร%ะรสะสทิสมั ทธิ ปค์ิธรวิค์ ะาวสมาทิเมปธเปน็ิ์คเวน็ ชาเงิชมเงิสเปเน้สน็ ้น=เช=งิ เสXXน้ 11 − X2
หมายเหตุ XX21  100  100
+= X1 − X2
+ X2

- ควรท�ำการวดั คา่ kVp ในแต่ละ mA ท่ีวัดปรมิ าณรังสีเพ่ือใช้ประเมินการปรบั ชดเชยคา่ kVp
- ควรหาค่าความเป็นเชิงเส้นทุกขนาดโฟกัสของหลอดเอกซเรย์ท้ังขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซ่ึงมักจะมีค่า
Gy/mAs เปล่ียนไป

3.2 ความทำ� ซำ�้ (Reproducibility)
วตั ถุประสงค์
- เพ่ือทดสอบว่าความแปรปรวนของปริมาณรังสีอยู่ในเกณฑ์ที่ก�ำหนดหรือไม่ เม่ือฉายรังสีซ�้ำและ
วัดค่าทีไ่ ดจ้ ากการตัง้ ตวั แปรเทคนิคทเี่ ดิม
อุปกรณ์
- เคร่ืองวดั คา่ เวลา หรอื เครือ่ งวัดรังสีชนดิ Non-Invasive ที่สามารถวดั ค่าเวลาการฉายรงั สไี ด้
การตัง้ ค่าเครื่องเอกซเรย์
- ตัง้ คา่ kV mA และ time คงท่ี เช่น 80 kV 200 mA และ 0.05 s
วิธกี าร
- ตงั้ เครอ่ื งวดั ในบรเิ วณพน้ื ทรี่ งั สปี ฐมภมู ิ ระยะจากจดุ โฟกสั หลอดเอกซเรยต์ ามคำ� แนะนำ� การใชเ้ ครอ่ื งวดั
- ปรับขนาดของลำ� รงั สใี หค้ ลุมพ้ืนทขี่ นาดของหัววดั
- ฉายรังสีอยา่ งนอ้ ย 5 ครั้ง โดยต้ังค่าเวลาที่ใช้งานประจำ�

มาตรฐานคณุ ภาพเครอื่ งเอกซเรย์วินิจฉยั ทางการแพทย์ 25

วิธีการวธิ กี าร
- ตง้ั เค- รวอาื่ งงเควรัด่ือใงนวดับคร่าเิกวโิ ณลโพวลน้ื ตท์ใหร่ี ร้ งับสรงปัี สฐปี มฐมภภมู มู ิ ิรตะามยคะู่มจอื ากกาจรใดุชง้โฟานกสั หลอดเอกซเรยต์ ามคำแนะนำการใช้เคร่ืองวดั
--ก-กานฉปา-รราำรนวยวผบั ิเ-----ก�ำรเิลคขคาผฉทปนคังทรนราา่สำำรรลวายรผี่ไบซัาาีอทิเอ้ะดรลคำ้ขดะยงัย่ีไโหทม้รนขสหดดลา่า่ไีา์าียอะะด์ม้งอดคกหสม้งนยขาาำมั์าลา่อคร้อคนปงงปำ�ำยนำลรวรรนนะอ้ำบัณัง5วสรยวสเณงัทิปตณส3คใีธลตาหใี ์คิรคต่ยีาหมวค้มงั้รนค้าาสงั้ลครมมโมมอา่บมุดแสกกบันกปยพมโิาคทลารรต้นืกลปกึรโงัุ้มวาทครคลคหวรวีข่่าตนวัา่าครน์ไวมเป่า(้อัดวตาCทรลย่าดoอ้ี่คงาลeขศ่ายทfะทกัอfลiใ่ีสยตี่cงะช์หiอ้ัมหeส้งงลnปัวกาัมอtวารนดปoรัดะทปจfรส่ีอะรVะ่าทิทaะสนดrธจiไิทสaดค์ิำtอธ้จiวoบ์ิคาาnกวม)เาคแมรปื่อแงรปวปดั รรปวรนวน

เ%มอื่ เCมSอ่ื DVSเมDอื่ คคือS=อื คDค่าSเคา่บXเDอืี่ย%บงเี่ยคบCงา่นเเมVบ1บาน0ยี่ตรมง0ฐ=เาาบตนนSรX(มSDฐtาาaตนnรd1(ฐaS0rาdt0นaDn(edSvtaiaartdniodnD)aerdviaDteiovnia)tion)

n
(xi − x )2n

i =1
 ( )SD =
SDn=−1 i=1 xi − x 2

n −1

X คือ คา่ เฉลยี่ ของค่ากิโลโวลตท์ ่ีได้จากการวัด
X xi คอื คคา่ือเฉคลา่ กย่ี ิโขลโอวงลคตา่ท์ กวี่ ดั โิ ไลดโค้ วรลั้งทตี่ท์i ไี่ ด้จากการวัด
33..33f2แuก .ล-ก3333กlาะคl2า....คาร3333333ก3-่าw.รt1ร่าเว....h....าคaตว21433333วปrัดรคvล่าeิด--วอ--....ัดรeตว2431าเเเเปัตeปปุเเคคตคคคคมิาปใพดิถแก่่าารนรมpั้งเเเเรรรรxอ่ืปุากกรลตรคคคคมิิมกเh่อืแออออ่ืืื่่ทณรณิิโะโิมคiง้ัารรรรงaมาลาละดงงงงวเรร์sาอือ่ื่่ืออื่hรน่โณณโสสฟฟฟฟคัดฉeวว่ือณaังงงงงงอลค)ารล(ลลลลlรคสรฟฟฟฟงบfAคยต่าื่อตรัง์อออููอููมงัีทเวwรcลลลล์ทอื์ทสงัวงสออออ่าืองัcี่ว่ีลอูอูออููaว่ีมสวทีคสuสีโโโโสัvดดัคัาดออออ่าสีือีรรรรrีว่eำไ(ำไเ่าไaหโโโโสสสสดEสำ�วด)ดัหดหรรรรทcรล้xตต้โโโโหำ�ไyสสสสต้อืรรpคคคคา่่ีวา่าดห)รใับงโโโโับ่าoงดัปปปปเนต้จคคคคับรคจงsเทไกาทีชีีทชีบั่ารuาจปปปปคเดกา่อืดกคงนนrมมี่ี่าทรชีททีีีชรค้คeงคจสรกฉดดิิหีีหอื่ว่านนดร่มมีี่่าาอื่อTาัดเคงเลลงั้สฉิิดดกหีหียหฉCiรบงฟา่mทลออรอังลคลลฟ-้อเังป่ีCหยส่ีดดล่ียAบeฉา่สออiงไีชลร-ไอ้)มอออูลเRมีปผนดดAมฉมิอู่งเคียยอMยี่่ิดเา่รกออRลผกา่าอเู่ใู่ไโติมินยยMแิNณหนยี่่าตมรโดัตาเูใู่่รoต2ไสเน้่เหรตก5ณตมสก%nดัโIงือ%ัตน้เ-nยีเ่นิโครสตI่าเกn(คIือtงตงังCปn(ียีveนิจC5ปสเoียatีงตาro%eีesีvงก5eยีifvrfคef%ivงefcา่(niiCecทeทti(ตnnี่oeiสี่Cotง้ัnteาอoitonมofยfefoา่ใูniรVfcนfถfaiVเieวกrcaiดัaณnireคtiatiฑo่าntเท์noiวtoก่ีลf<noำาVหก0<fนa.า0V0รดr2ฉi.aห0aาfrร5otยiอืfairรooไtงัhมrniสio่gsีไhiดn<n้ gfr<l0eeq.00pu5.he0)na5scey)

4. การหาคา่ ความหนาครง่ึ คา่ (Half-Value Layer)

วตั ถปุ ระสงค์
- เพอื่ ประเมินคณุ ภาพของล�ำรงั สีจากเคร่ืองเอกซเรยแ์ ละประเมนิ วา่ มีการกรองรงั สเี พียงพอหรือไม่
อุปกรณ์
- เครอ่ื งวดั ปรมิ าณรงั สแี บบ Non-Invasive X-ray Beam Analyzer
- แผน่ อะลมู ิเนียมชนิด 1100 มีความหนารวมตัง้ แต่ 0.5 มลิ ลเิ มตรขนึ้ ไป
- แผน่ ตะก่วั สำ� หรบั กั้นรังสีกระเจิง
- กระดาษกาวสำ� หรับตดิ แผ่นอะลมู ิเนียม
- ตลบั เมตรวัดระยะทาง
การตง้ั คา่ เคร่ืองเอกซเรย์
- ต้งั ค่า kVp mA และ เวลา คา่ ใดคา่ หน่ึงคงทตี่ ามทตี่ ้องการวัด เช่น 80 kV 200 mA 0.05 s
วิธีการ
- ติดต้ังเคร่ืองวัดปริมาณรังสีไว้ตรงต�ำแหน่งล�ำรังสีปฐมภูมิระยะทางจากจุดโฟกัสถึงหัววัดและขนาดพ้ืนที่
ลำ� รงั สตี ามวิธีใช้งานเครอ่ื งวัด วางแผน่ ตะกั่วไวใ้ ต้เครอื่ งวดั
- ท�ำการฉายรังสีขณะทไ่ี ม่มีแผน่ อะลมู เิ นียมกัน้ ล�ำรังสี 3 คร้ัง บันทึกค่าไว้ แล้วหาค่าปริมาณรงั สเี ฉล่ีย
26 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

- ตดิ แผน่ อะลมู เิ นยี มความหนา 1 มลิ ลเิ มตร กน้ั ลำ� รงั สรี ะหวา่ งหวั วดั และหลอดเอกซเรย์ วางไวห้ นา้ คอลลเิ มเตอร์
ฉายรงั สี บนั ทกึ ค่าปรมิ าณรงั สีและความหนาแผ่นอะลูมเิ นยี มที่ใชก้ ้ันรังสี
- ท�ำซ�้ำโดยเพ่ิมความหนาของแผ่นอะลูมิเนียมที่ใช้กั้นล�ำรังสีให้มีความหนารวมเพ่ิมข้ึน เช่น 2, 3 และ 4

มลิ ลเิ มตร ตามลำ� ดบั (ขนึ้ กบั ความหนาแผน่ อะลมู เิ นยี มทใ่ี ชง้ าน) วดั คา่ และบนั ทกึ ปรมิ าณรงั สที กุ ครงั้ ทเ่ี ปลย่ี น
ความหนาของแผน่ อะลมู เิ นยี ม
- ทำ� ซำ�้ จนกระทงั่ ค่าปรมิ าณรงั สีนอ้ ยกวา่ ครึ่งหนง่ึ ของค่าปริมาณรังสีทว่ี ดั ได้ขณะที่ไมม่ ีแผ่นอะลมู ิเนียมก้ัน
การวเิ คราะห์
- น�ำค่าปริมาณรังสีที่วัดได้เมื่อใช้แผ่นอะลูมิเนียมก้ันที่ความหนาต่าง ๆ มาเขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่าง
ปริมาณรังสีและค่าความหนาของแผ่นอะลูมิเนียมท่ีใช้ หาค่าความหนาของแผ่นอะลูมิเนียมที่ท�ำให้ปริมาณ
รงั สีลดทอนลงครึ่งหนึ่งจากกราฟหรอื ค�ำนวณจากสมการ 2 Point Log Interpolation
หมายเหตุ
- ควรทำ� การทดสอบ kVp กอ่ นท�ำการวัดค่า HVL ควรเลอื กค่าทว่ี ัดได้ใกลเ้ คียงคา่ ในตาราง
- คา่ kVp และเวลาการฉายรังสไี มม่ กี ารเปลยี่ นแปลงอยา่ งมีนยั สำ� คญั ในระหวา่ งการวดั

5. อปุ กรณจ์ ำ� กัดล�ำรังสี (Beam Limiting Device)

เครอื่ งเอกซเรย์ชนดิ วินิจฉัยท่วั ไป
วัตถปุ ระสงค์
- เพื่อทดสอบการท�ำงานของเคร่ืองจ�ำกัดล�ำรังสีว่า มีความเหล่ือมล้�ำของพ้ืนที่ล�ำรังสีกับพ้ืนที่แสงไฟจากที่

กำ� หนดหรอื ไม่ และทดสอบความตรงแนวของลำ� รังสีว่าตงั้ ฉากกบั ตวั รับภาพหรือไม่
อุปกรณ์
- คาสเซทบรรจฟุ ิลม์ เอกซเรย์
- ชดุ ทดสอบ Beam and Collimator Alignment Test
การตง้ั คา่
- ตง้ั เทคนิคทสี่ ามารถทำ� ให้เกดิ ภาพของเคร่อื งหมายของแผ่นทดสอบท่จี ะปรากฏบนฟิล์มชัดเจน เช่น 55 kV

10 mAs
วิธีการ
- วางคาสเซททบ่ี รรจฟุ ิล์มเอกซเรย์บนเตียงเอกซเรย์
- วัดระยะหา่ งจากจดุ โฟกัสของหลอดเอกซเรย์ถงึ ผวิ หนา้ คาสเซท 1 เมตร ปรบั ขนาดพ้นื ทีล่ �ำแสงไฟให้มขี นาด

พ้นื ทีต่ ามวธิ กี ารใช้แผน่ ทดสอบ และวางเครือ่ งมอื ทดสอบความตรงแนวของลำ� รงั สี โดยใหจ้ ุดโลหะดา้ นลา่ ง
ของเครอื่ งมอื ทดสอบอยู่บริเวณกงึ่ กลางของพน้ื ท่ลี ำ� แสงไฟ
- ฉายรังสีและล้างฟิลม์
การวิเคราะหผ์ ล
- การเหลอ่ื มล้ำ� ระหวา่ งล�ำรังสีกับล�ำแสงไฟของแตล่ ะด้านจะตอ้ งมคี า่ ไมเ่ กนิ 1% ของระยะจากแหล่งกำ� เนิด
รังสถี ึงตวั รับภาพ
- จดุ ขาวทเ่ี กดิ จากโลหะดา้ นลา่ งกบั โลหะดา้ นบนของเครอื่ งวดั ความตรงของแนวลำ� รงั สี เบยี่ งเบนไมเ่ กนิ 3 องศา

มาตรฐานคุณภาพเครอื่ งเอกซเรยว์ ินิจฉัยทางการแพทย์ 27

6. โหมดควบคุมการฉายรังสอี ตั โนมตั ิ (Automatic Exposure Control: AEC)

6.1 เครอ่ื งต้ังเวลา (Backup Timer)
วัตถปุ ระสงค์
- เพือ่ ทดสอบว่าระบบต้งั เวลาท�ำงานไดป้ กตแิ ละมคี า่ ไม่เกินคา่ ทกี่ ำ� หนด
อุปกรณ์
- แผน่ ตะกวั่ หนา อยา่ งนอ้ ย 2 มลิ ลิเมตร
- เคร่อื งวดั เวลาการฉายรงั สแี บบ Non-Invasive X-ray Beam Analyzer
การตงั้ คา่
- ต้งั ค่ากโิ ลโวลตต์ ่ำ� ๆ เช่น 50 kV
วธิ ีการ
- วางแผน่ ตะก่วั ระหว่างเครื่องวัดเวลาการฉายรังสกี ับหัววดั ควบคมุ การฉายรังสีอตั โนมัติ
- ตง้ั ค่า Automatic exposure control (AEC) ใหม้ ีค่าความดำ� ไว้ทีต่ ำ� แหน่ง 0
- ท�ำการฉายรงั สแี ละบันทึกเวลาในฉายรังสจี นกระทั่งเคร่อื งเอกซเรย์ตดั การท�ำงาน
- ตง้ั คา่ mA ต�่ำ เพือ่ ทดสอบเวลาตัดการท�ำงานเมือ่ ตงั้ คา่ การฉายรงั สแี บบ mA
- ต้งั ค่า mAs สงู เพ่อื ทดสอบเวลาตดั การท�ำงานเมือ่ ตัง้ คา่ การฉายรงั สีแบบ mAs
การวิเคราะห์
- เคร่ืองเอกซเรย์ควรตัดการท�ำงานก่อนเวลาในการฉายรังสีจะถึง 6 วินาที หรือ 600 mAs ขึ้นกับว่า
คา่ ใดถึงก่อน
6.2 ความทำ� ซ�้ำ (Reproducibility)
วัตถุประสงค์
- เพอื่ ทดสอบการเปลยี่ นแปลงของปรมิ าณรงั สี คา่ เวลาในการฉายรงั สี เมอื่ ทำ� การฉายรงั สวี ตั ถชุ นดิ เดยี วกนั
ซำ�้ กนั หลาย ๆ ครง้ั ในโหมดการถา่ ยภาพรงั สีอตั โนมตั ิ
อปุ กรณ์
- แฟนทอมน้�ำ ความหนา 20 เซนติเมตร หรือทองแดงหนา 2 มลิ ลเิ มตร
- เคร่อื งวดั ปรมิ าณรังสี เครือ่ งวัดเวลาในการฉายรงั สแี บบ Non-Invasive
- แผ่นฟิล์มเอกซเรยพ์ ร้อมคาสเซท จ�ำนวน 3 แผน่
- เครือ่ งวัดความดำ� ของฟิล์ม
การตั้งคา่
- ตั้งคา่ เทคนคิ ที่ 80 kV 200 mA
วธิ ีการ
- วางแฟนทอมบนต�ำแหนง่ หัววัดควบคมุ การฉายรงั สีอัตโนมตั ิ
- ตง้ั คา่ AEC ให้มีความด�ำท่ีต�ำแหนง่ 0
- ตัง้ คา่ SID (ระยะทางจากหลอดเอกซเรยถ์ งึ ตัวรับภาพ) และเลอื กขนาดโฟกัสหลอดเอกซเรย์
ท่ใี ช้ฉายรังสี เปน็ ประจ�ำ
- ฉายรังสแี ละลา้ งฟลิ ์ม
- ท�ำซำ�้ อีก 2 ครงั้

28 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

การวเิ คราะห์
- อ่านค่าความด�ำบนแผน่ ฟิล์มแตล่ ะแผน่
- คำ� นวณหาคา่ สมั ประสทิ ธค์ิ วามแปรปรวนของคา่ ความดำ� บนแผน่ ฟลิ ม์ บนั ทกึ คา่ ปรมิ าณรงั สแี ละบนั ทกึ
คา่ เวลาค่าสมั ประสิทธคิ์ วามแปรปรวน จะต้องมีคา่ ไมเ่ กิน 5%
6.3 เวลาตอบสนองในการฉายรังสี (Response Time)
วัตถปุ ระสงค์
- เพอื่ วัดค่าเวลาตอบสนองน้อยที่สุดในการฉายรังสขี องระบบถ่ายภาพรังสอี ัตโนมตั ิ
อุปกรณ์
- เครอ่ื งวดั ปริมาณรังสี และเครอื่ งวัดเวลาในการฉายรงั สี
- แผ่นพลาสตกิ ขนาด 24 x 30 เซนติเมตร หนา1 เซนติเมตร จ�ำนวน 6 แผน่
การต้งั คา่
- ตง้ั ค่า kV และ mA สูง เชน่ 120 kV 200 mA
วิธกี าร
- วางเครอ่ื งวัดปรมิ าณรงั สแี ละเคร่ืองวัดเวลาในการฉายรังสไี ว้บนตวั รบั ภาพ
- วางแผน่ พลาสตกิ ทงั้ 6 แผ่นด้านหนา้ หวั วดั AEC
- ทำ� การฉายรงั สี บนั ทึกปรมิ าณรังสแี ละเวลา
- ฉายรังสซี ้ำ� โดยลดจำ� นวนแผ่นพลาสตกิ ลดลงครั้งละ 1 แผ่น
- หยดุ การฉายรังสซี ำ�้ เมอ่ื เวลาในการฉายรังสีไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อนำ� แผ่นพลาสตกิ ออก
การวิเคราะห์
- ค่าเวลาการตอบสนองในการฉายรงั สีน้อยทีส่ ดุ จะต้องมีคา่ ไมเ่ กนิ 0.02 วนิ าที

7. ปริมาณรงั สีร่วั (Leakage Radiation dose)

วตั ถปุ ระสงค์
- เพื่อวัดปรมิ าณรังสรี ่ัวจากหัวหลอดเอกซเรยแ์ ละเครื่องจ�ำกัดลำ� รงั สี
อุปกรณ์
- เครื่องสำ� รวจรังสี (Survey Meter)
การตง้ั ค่า
- ต้งั คา่ kV mA และ time ท่คี า่ kV สงู เช่น 80 kV 100 mA และ 0.6 s (เวลาในการฉายรงั สไี มค่ วรเกิน
1 วินาที) และระวงั ไมใ่ หค้ ่าทีต่ ั้งเกนิ กวา่ อัตราการใช้งานหลอดเอกซเรย์ (Tube Rating)
- เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หห้ ลอดเอกซเรยไ์ ดร้ บั ความเสยี หาย ควรพจิ ารณาคา่ กโิ ลโวลตส์ งู สดุ กระแสสงู สดุ และสภาพ
เครื่องประกอบการตง้ั ค่า
วธิ กี าร
- ปดิ คอลลเิ มเตอรใ์ หส้ นิท หรือน�ำแผน่ ตะก่ัวท่สี ามารถกั้นรงั สี มคี วามหนาอยา่ งน้อย 10 HVL
- ท�ำการวัดปริมาณรังสีด้านแคโทด แอโนด และด้านหน้าของหลอดเอกซเรย์ห่างจากจุดโฟกัสของ
หลอดเอกซเรย์ 1 เมตร

มาตรฐานคณุ ภาพเครือ่ งเอกซเรย์วนิ ิจฉยั ทางการแพทย์ 29

- นำ� คา่ ปรมิ าณรงั สที แ่ี กค้ า่ ความถกู ตอ้ งแลว้ มาคำ� นวณปรมิ าณรงั สรี ว่ั โดยคำ� นวณเทยี บสดั สว่ นกบั คา่ กโิ ลโวลต์
และกระแสตำ�่ สุดท่หี ลอดเอกซเรย์สามารถทำ� งานได้
การวิเคราะห์
- ปริมาณรังสีรั่วบริเวณโดยรอบหลอดเอกซเรย์ที่ระยะทาง 1 เมตรจากจุดโฟกัส ต้องมีรังสีร่ัวไม่เกิน 876
ไมโครเกรยใ์ น 1 ช่ัวโมง
การคำ� นวณ
7.1 เครื่องเอกซเรย์วนิ จิ ฉัยท่วั ไป และ เครอื่ งเอกซเรย์แบบเคลอ่ื นที่ (ระบบ mA และระบบ mAs) วัดปรมิ าณ
รงั สรี ว่ั โดยห่างจากจุดโฟกสั ของหลอดเอกซเรย์ 1 เมตร นำ� ค่าปรมิ าณรังสมี าคำ� นวณตามสมการดงั น้ี

Leakage radiation dose = Dose Rate (µSv/hr) x 5 mA
100 mA

เคร่ืองเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไปน้ัน มีอัตราการจ่ายกระแสไฟฟ้าต่อเน่ืองที่หลอดสูงสุดอยู่ท่ี 3-5 mA
ที่ kVp สูงสุด สามารถตรวจสอบได้จาก Tube rating chat ของเคร่ืองเอกซเรย์ ค่าท่ีค�ำนวณได้จะอยู่ในหน่วย
µSv ทไ่ี ดเ้ ปลย่ี น เป็นหน่วย µGy
โดย 1Sv = 1Gy
Leakage radiation dose = 1 µGy ใน 1 ชัว่ โมง
7.2 เครอ่ื งเอกซเรย์ถ่ายภาพบนแผ่นเรอื งแสง
ส�ำหรับเครื่องที่มีแต่ระบบ Auto Exposure Control, AEC ไม่ต้องวัดค่าอัตราปริมาณรังสีรั่วของ
หลอดเอกซเรย์ เนอื่ งจากการปดิ Shutter ไมส่ นทิ จะทำ� ให้เคร่ืองเอกซเรย์ทำ� งานหนกั เกนิ ไป
ส�ำหรับเครื่องที่สามารถต้ังเทคนิคการถ่ายภาพเครื่องเอกซเรย์ได้และมีเวลาในการฉายรังสีแบบต่อเนื่อง
มากกว่า 4 วินาที สามารถคำ� นวณคา่ อัตราปริมาณรงั สีรว่ั ได้
ตามสมการ Leakage radiation dose = (W × X) / (60 × mA)

= (25 min/week × 10 µSv/hr) / (60 min/hr)
= 2.08 µSv ใน 1 สปั ดาห์
นำ� ค่าทค่ี �ำนวณไดใ้ นหน่วย µSv เปลี่ยนเป็นหน่วย µGy โดย 1 µSv = 1 µGy
Leakage radiation dose = 2.08 µGy ใน 1 สัปดาห์
ในการรายงานผลอัตราปริมาณรังสีรว่ั ใช้เกณฑไ์ ม่มากกว่า 876 µGy ใน 1 ชวั่ โมง
7.3 เครื่องเอกซเรยฟ์ ัน
ส�ำหรับเคร่ืองเอกซเรย์ฟันคา่ ปรมิ าณรังสีมาคำ� นวณตามสมการดังนี ้
Leakage Radiation Dose = คา่ Duty Cycle x ค่าท่ีวัดได้ (µSv/hr)

30 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

เครื่องเอกซเรย์ฟันจะมีค่าที่บอก Duty cycle ข้ึนอยู่กับโรงงานผลิตซ่ึงแต่ละเคร่ืองจะไม่เท่ากัน ซ่ึงค่า
duty cycle คืออัตราส่วนเวลาที่ท�ำการฉายรังสีต่อเน่ืองยาวนานท่ีสุดต่อเวลาพักจนเครื่องพร้อมท�ำการฉายรังสี
ต่อได้ ซึง่ ค่า duty cycle จะเปน็ ผลคณู กับการวัดอตั ราปรมิ าณรงั สีรว่ั ถา้ ให้ duty cycle ท่ี 1/60 ซ่งึ เปน็ duty
cycle ของเครอื่ งเอกซเรย์ฟัน
ในการรายงานผลอัตราปริมาณรงั สีรว่ั ใช้เกณฑ์ไม่มากกว่า 250 µGy ใน 1 ชวั่ โมง

8. ปริมาณรงั สกี ระเจงิ (Scatter radiation)
วตั ถุประสงค์
- เพ่อื วัดปรมิ าณรังสสี ะท้อนจากหวั หลอดเอกซเรยข์ องเครอ่ื งเอกซเรย์
อปุ กรณ์
- เคร่อื งสำ� รวจรงั สี (Survey Meter)
การต้งั คา่
- ตงั้ คา่ kV mA และ time ทค่ี า่ kV สงู เชน่ 80 kV 100 mA และ 0.6 s (เวลาในการฉายรงั สีไม่ควรเกนิ
1 วนิ าที) และระวังไม่ใหค้ า่ ทีต่ ้ังเกินกวา่ อตั ราการใชง้ านหลอดเอกซเรย์ (Tube Rating)
- เพื่อป้องกันไม่ให้หลอดเอกซเรย์ได้รับความเสียหาย ควรพิจารณาค่ากิโลโวลต์สูงสุด กระแสสูงสุด และ
สภาพเครอ่ื งประกอบการตัง้ ค่า
วธิ ีการ 29

แ ละแตกล้อรก----ะะงา ปนทเมแกรปำีร�ำ�สรรวดิงคักะิมติเสคคแา่าก--า่�ำรีอปรสราสณปนว่ัวลารตรดุำรไรัดวะมิล่ำคมมทิ ังเิหปสเิา่า่เคาห่ีสมกณดุปร์ณรีรลเินิมทราตร่ัวรอิมคาะ่หีงัอังบดณาหา่สลสรรณเคที์์ใอรีรอิเ่าหร่วัวังแี่ดกภงบัส้กณกเซสาอรีรวค้เโรทีกอเิรา้ ดา่วะ่แีซยงบคณงยทกเส์หาวรรโค้่ีสานาย้ออดม่าดุม(์สงยบคWาถเารววบอรมกูoอาาถกรตามrงบทิซเkรแอ้ถวบlำ�ถเฟoูกงณรรงทแตยaนเิาเำวลdอ์้นจทงใณว้ง)้ไานาอแมดเใหนบมจลนา้ ไนร้าใว้คตดนหมิเ้าำ�าว้ ตาทนนรณค�ำาา้ี่ปวำแคงทณฏนทหวป่ี ิบปว่ีบนฏ7ณัรตคง่ิบมิปิงผุมตัาารูป้ ิงณนบมิ ว่าารรยนณิเบงัทวสบรรณจ่ี รีังิรเะวสว่ับิเทวณโีรคุ ดณวั่ำ� คบโยกบดลุคคาคุยทรคำ� คคถนวั่ลำลา่ไวทนปทยณว่ัวัว่ภณไเไาทปปเพทยี แรบียแังลบลสสะสดัะีบดัสบรสว่รเิ ่วนวิเนวณกณกบัรบั รคอคอาบ่ ่ากบๆกโิๆโิลหลโโ้อหววงลล้อตตง์์
ต้องมรี งั สรี ่วั ไกมาเ่ รกคนิ ำคนา่ วคณ่าภาระงาน (Workload) ในตารางที่ 7
การคำ� เนควรอื่ณงเอกซเรยว์ นิ จิ ฉัยทว่ั ไป เครือ่ งเอกซเรย์แบบเคลอื่ นทไ่ี ด้ และเครื่องเอกซเรย์เต้านม (ระบบ mA และ
ระเคบรบอ่ื mงเอAกs)ซเกรายรว์ วนิ ดั จิ อฉตั ยั รทาปว่ั ไรปมิ าเคณรรอ่ื ังงสเอีสกะซทเ้อรนยแ์ทบำไบดเ้โคดลยอื่ เปนิดทเไี่ คดร้ แื่อลงะจเำคกรัดอื่ ลงำเอรังกสซเี เอรกยซเ์ ต์ า้(Bนeมam(ระlบimบitminAg แdลeะvรicะeบบor
mAsD)iกapารhวraดั gอmตั ร)าใปหร้กมิวา้ ณงสรุดงั แสลสี ้วะใทชอ้เคนรทือ่ ำ�งไสดำโ้ รดวยจเรปงั ดิ สเีควรัดอ่ื องัตจรำ� ากปดั รลิมำ� ารณงั สรเีงั อสกที ซ่ีต์ (ำBแeหaนm่งตli่าmงๆitiขnอgงdหe้อvงiเcอeกoซrเรDยia์ นpำhคr่าaอgmัตร)า
ให้กวป้ารงิมสาุดณแรลังว้ สใีมชาเ้ ครำื่อนงวสณ�ำตราวมจสรังมสกี าวรดั องั นตั รี้ าปรมิ าณรงั สีทต่ี �ำแหน่งต่างๆ ของหอ้ งเอกซเรย์ นำ� ค่าอัตราปรมิ าณรังสี
มาคำ� นวณตามสมการดังน้ี
ScaStctearttreardriadtioatniodnodseose = X (Sv)  Work load (mA - min/week)
= mA  60 (min)

เมอ่ื X = ปเรมิมือ่ าณXรงั ส=ที ป่วี รัดมิไดาณ้ (µรงัSสvที ใีว่นัดไ1ดช้ (ั่วµโSมvงใน) 1 ช่วั โมง )

หมายเหตุ : คห่ามภาายรเหะงตาุ น: ค(า่Wภoาrรkะlงoาaนd()Wใoนrกkาloรaคdำ� )นใวนณกใาชร้ตคาำรนาวงณทใี่ ช7้ตารางที่ 7

มาตรฐานคุณภาพเคร่อื งเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ 31

นิยามศัพท์

คา่ ความต่างศักย์หลอด (Tube Potential) หมายถงึ ความแตกต่างของพลังงานไฟฟา้ ระหวา่ งจุดสองจดุ ซึง่ ทำ� ให้
เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น โดยกระแสไฟฟ้าจะไหลจากจุดท่ีมีระดับพลังงานไฟฟ้าสูง (ศักย์ไฟฟ้าสูง) ไปยังจุดที่มีระดับ
พลังงานไฟฟ้าตำ่� กว่า (ศกั ยไ์ ฟฟา้ ต�ำ่ ) และจะหยุดไหลเม่อื ศกั ยไ์ ฟฟ้าทั้งสองจดุ เท่ากัน
Air KERMA หมายถงึ เปน็ ผลรวมของพลงั งานจลนข์ องประจทุ เ่ี กดิ จากโฟตอนในวตั ถตุ วั กลาง (เชน่ อากาศ หรอื นำ�้ )
มีหน่วยเปน็ จลู ต่อกโิ ลกรมั (J/kg; Gy)
ความแมน่ (Accuracy) หมายถึง ความสามารถเข้าใกลค้ ่าจริง (True Value) ของผลการวดั
ความท�ำซ้�ำ (Reproducibility) หมายถึง ระดับความใกล้ของค่าที่อ่านได้จากเคร่ืองมือวัดในเวลาที่แตกต่างกัน
หรอื คา่ ความสามารถในการแสดงคา่ ซ้�ำ
สมั ประสทิ ธคิ์ วามแปรปรวน (Coefficient of Variation) หมายถงึ อตั ราสว่ นระหวา่ งสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานกบั
คา่ เฉลีย่ เลขคณิตของข้อมลู ชุดนนั้
ความเป็นเชิงเส้น (Linearity) หมายถึง ความสามารถของเคร่ืองมือท่ีจะไม่เปล่ียนแปลงไปเมื่อมีการเปลี่ยนพิสัย
ของการทำ� งาน
การกรองรังสี (Filtration) หมายถึง การท�ำให้ล�ำรังสีที่ประกอบด้วยหลายพลังงานมีค่าพลังงานเฉล่ียสูงข้ึนโดย
ให้ล�ำรังสีฉายผ่านวัสดุดูดกลืน (absorber) ชนิดหนึ่ง การกรองรังสีสมบูรณ์ (total filtration) คือ ผลรวมของ
การกรองรังสี ทเ่ี กดิ ขึน้ เอง (inherent filtration) กบั ท่ีเพิ่มเตมิ เข้าไป (added filtration)
คา่ ความหนาครงึ่ คา่ (Half-Value Layer: HVL) หมายถงึ ความหนาของวสั ดุ (โดยทว่ั ไปใชอ้ ะลมู เิ นยี ม) ซงึ่ สามารถ
ลดความเข้มของล�ำรงั สีลงไปคร่ึงหนง่ึ จากความเขม้ เดมิ ของลำ� รังสคี า่ HVL จะมีคา่ เพ่มิ ขนึ้ ไปเรื่อยๆ ตามค่ากิโลโวลต์
ทั้งนี้เพราะเมื่อถูกกรองแล้วล�ำรังสีจะมีพลังงานเฉลี่ยสูงขึ้น (Hardened X-ray Beam) โดยที่รังสีที่มีพลังงานต�่ำ
จะถูกดดู กลนื เหลือไวแ้ ตร่ งั สที ม่ี ีพลงั งานมากกวา่ ผ่านไปได้
ปริมาณรังสีรั่ว (Leakage Radiation) หมายถึง การวัดการรั่วของรังสีรอบๆ หลอดเอกซเรย์ ในกรณีที่ปิด
คอลลเิ มเตอรแ์ ล้ว
คอลลิเมเตอร์ (Collimator) หมายถงึ เปน็ อปุ กรณท์ ่ดี ที ี่สดุ ในการใชก้ ารจ�ำกัดขอบเขตล�ำรงั สี
High Contrast Resolution หมายถงึ การตรวจสอบความสามารถในการแยกความเปรียบต่างท่ีมากของภาพ
Low Contrast Resolution หมายถงึ การตรวจสอบความสามารถในการแยกภาพท่ีมีความเปรียบตา่ งตํา่
Mean Glandular Dose หมายถึง ปริมาณที่ใช้เพื่ออธิบายปริมาณรังสีท่ีดูดซึมไปยังเต้านมในการตรวจเต้านม
มนั ขน้ึ อยู่กับการวัดอากาศ kerma และปจั จัยการแปลง สามารถค�ำนวณ MGD จากการวดั ทท่ี �ำด้วย PMMA

32 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines

เอกสารอ้างอิง

1. American Association of Physics in Medicine, AAPM Report No. 25: Protocols for The Radiation
Safety Surveys of Diagnostic Radiological Equipment, 1988.

2. American Association of Physics in Medicine, AAPM Report No. 74: Quality Control in
Diagnostic Radiology. Madison, WI, U.S.A., 2002.

3. American Association of Physics in Medicine, AAPM Report No. 93: Acceptance Testing and
Quality Control of Photostimulable Storage Phosphor Imaging Systems. U.S.A., 2006.

4. American College of Radiology, ACR: Mammography Quality Control Manual.
5. Department of Environment Protection Authority, NSW Australia, Registration Requirements &

Industry best Practice for Ionizing Radiation Apparatus used in Diagnostic Imaging, Radiation
Guideline 6, 2004.
6. European Commission. Radiation Protection N 162, Criteria for Acceptability of Medical
Radiological Equipment used in Diagnostic Radiology, Nuclear Medicine and Radiotherapy.
7. Food and Drug Administration, FDA 21 CFR 1020.30 Diagnostic X-ray systems and their major
components.
8. Food and Drug Administration, FDA 21 CFR 1020.31 Radiographic Equipment.
9. Food and Drug Administration, FDA 21 CFR 1020.32 Fluoroscopic Equipment.
10. Food and Drug Administration, FDA 21 CFR 1020.40 Cabinet x-ray systems.
11. Health Canada, X-ray Equipment in Medical Diagnosis Part A: Recommended Safety Procedures
for Installation and Use; Safety Code20A, 2000.
12. International Atomic Energy Agency, IAEA Human Health Series No.2: Quality Assurance
Programme for Screen Film Mammography. Vienna, 2009.
13. International Atomic Energy Agency, IAEA Human Health Series No.17: Quality Assurance
Programme for Digital Mammography. Vienna, 2011.
14. International Atomic Energy Agency, IAEA Human Health Series No.19: Quality Assurance
Programme for Computed Tomography: Diagnostic and Therapy Applications. Vienna, 2012.

มาตรฐานคณุ ภาพเครื่องเอกซเรยว์ ินิจฉัยทางการแพทย์ 33

15. International Standard. IEC 60601-2-7 Second edition 1998-02. Medical Electric
Equipment-Part 2-7. Particular requirements for safety of high-voltage generators of
diagnostic X-ray generators, 1998.

16. International Standard. IEC 61223-3-1 First edition 1999-03. Evaluation and routine testing
in medical imaging departments-Part 3-1. Acceptance tests-Imaging performance of X-ray
equipment for radiographic and radioscopic systems, 1999.

17. International Standard. IEC 61223-3-2 Second edition 2007 - 07. Evaluation and routine
testing in medical imaging departments-Part 3-2. Acceptance tests-Imaging performance of
mammographic X-ray equipment, 2007.

18. International Standard. IEC 61223-3-5 First edition 2004-08. Evaluation and routine testing in
medical imaging departments-Part 3-5. Acceptance tests-Imaging performance of computed
tomography X-ray equipment, 2004.

19. Institute of Physics and Engineering in Medicine, IPEM Report No.91, Recommended
Standards for The Routine Performance Testing of Diagnostic X-ray Imaging Systems, 2005.

20. National Council on Radiation Protection and Measurements, NCRP Report No.99, Quality
assurance for diagnostic imaging, 1988.

21. National Council on Radiation Protection and Measurements, NCRP Report No.145, Radiation
Protection in Dentistry, 2003.

22. National Council on Radiation Protection and Measurements, NCRP Report No.147, Structural
Shielding Design for Medical X-Ray Imaging Facilities, 2004.

23. The International Commission on Radiological Protection, ICRP Publication 103, 2007.
24. The Quality Assurance Working Group of the Radiation Protection Committee of the British

Institute of Radiology, BIR 2001. Assurance of Quality in the Diagnostic Imaging Department.
(2nd Edition)

34 Quality Standards of Medical Diagnostic X-ray Machines




Click to View FlipBook Version