The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานประจำปี 2565
สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฺBRMD, 2023-01-30 02:40:33

Annual Report 2022

รายงานประจำปี 2565
สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

Keywords: รายงานประจำปี,Annual Report

สารจากผู้อำนวยการ 1 ประวัติความเป็นมา ทำเนียบผู้อำนวยการ 2 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 อัตลักษณ์ ค่านิยม 5 ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 6 โครงสร้างการบริหารงานหน่วยงาน 7 รางวัลระดับองค์กร 9 บทบาทหน้าที่ตามโครงสร้าง 12 อัตรากำลัง 24 งบประมาณ 26 คำรับรองปฏิบัติราชการ 29 รางวัลเชิดชูเกียรติ 31 โครงการสำคัญ และผลงานเด่น 34 งานตามภารกิจและผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ 40 สื่อเผยแพร่ 58 การพัฒนาบุคลากร 76 งานพัฒนาระบบการให้บริการ 93 ความร่วมมือ 96 งานวิจัย และการเผยแพร่ผลงานวิชาการ 99 ภาพกิจกรรม 101


(นางสาววรางคณา อ่อนทรวง) ผู้อำนวยการสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ส ำ นั ก รั ง สี แ ล ะ เ ค รื่ อ ง มื อ แ พ ท ย์ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นห้องปฏิบัติการ ทางมาตรวิทยาด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และ สาธารณสุข และเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิง ด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ของประเทศ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้รับการ รับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบและ สอบเทียบ และ ISO 9001 สำหรับระบบ บริหารจัดการ เป็นการสร้างความมั่นใจและ ความน่าเชื่อถือให้กับผู้รับบริการ และในปี พ.ศ. 2562 สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้รับภารกิจใหม่จากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้เป็นหน่วยงานรับแจ้งการครอบครองหรือใช้ เครื่องกำเนิดรังสีตามมาตรา 26/1 แห่ง พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 1 คณะผู้บริหารตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยได้จัดตั้ง หน่วยงานขึ้นมาเพื่อรองรับภารกิจดังกล่าว อีกทั้งสำนัก ฯ มีความมุ่งมั่นพัฒนา คุณภาพห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยของประเทศ และนำองค์ความรู้จากการเป็น ห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์มาพัฒนางานเพื่อให้เกิดนวัตกรรม (Innovation) ด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการหรือผู้ที่ เกี่ยวข้องในอนาคตต่อไป


2 นายแพทย์โรจน์ สุวรรณสุทธิ์ ได้เสนอให้มีงาน Radiation Health ขึ้นในประเทศไทยเพื่อตรวจตรา และ ควบคุม การใช้รังสีต่างๆ ในด้าน สาธารณสุขเกี่ยวกับความปลอดภัย และสุขภาพของประชาชน กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำเนินการโดยได้รับความร่วมมือจาก องค์การอนามัยโลก รัฐบาลนิวซีแลนด์ และรัฐบาลไทยเพื่อจัดให้มีงานเกี่ยวกับ การป้องกันอันตรายจากรังสีขึ้น 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 ได้พัฒนาเป็น “กองป้องกันอันตราย จากรังสี” โดยมี แพทย์หญิงลักษณา สามเสน เป็นผู้อำนวยการคนแรก 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ ตามราชกิจจา นุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 114 ตอนที่ 24 ก วันที่ 8 กรกฎาคม 2540 เป็น “กองรังสีและเครื่องมือ แพทย์” 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ถึงปัจจุบัน ได้ปรับโครงสร้างหน่วยงานตามกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เล่ม 126 ตอนที่ 98 ก (หน้า 70-79) วันที่ 28 ธันวาคม 2552 เป็น “สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์”


พ.ศ.2517 - พ.ศ.2525 แพทย์หญิงลักษณา สามเสน พ.ศ.2525 – พ.ศ.2529 นายแพทย์ไพบูลย์ สงบวาจา นายสัตวแพทย์ศิริ สวัสดิโกศล พ.ศ.2529 - พ.ศ.2531 พ.ศ.2531 นายแพทย์ปรีชา ดีสวัสดิ์ นายสุธี จำนงชอบ พ.ศ.2531 - พ.ศ.2535 นายดนัย ลีลาสมสิริ พ.ศ.2540 - พ.ศ.2545 นายสุรศักดิ์ ปริสัญญกุล พ.ศ.2547 - พ.ศ.2553 นางหรรษา ไชยวานิช พ.ศ.2556 นางสาววรางคณา อ่อนทรวง พ.ศ.2563 - ปัจจุบัน พ.ศ.2535 – พ.ศ.2540 นายกิจจา จงกิติวิทย์ พ.ศ.2545 – พ.ศ.2547 นายกิจจา จงกิติวิทย์ พ.ศ.2553 – พ.ศ.2555 นายอรรถโกวิท สงวนสัตย์ พ.ศ.2557 – พ.ศ.2563 นายศิริ ศรีมโนรถ 3


พัฒนาและรักษามาตรฐาน ทางมาตรวิทยาด้านรังสี เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิง ด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ กำหนดมาตรฐานวิธีการทดสอบ/ สอบเทียบทางห้องปฏิบัติการ ด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการ ด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ ประเมินความเสี่ยงเพื่อแจ้งเตือนภัย ด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ พันธกิจ 2 3 4 5 1 วิสัยทัศน์ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ มีความเป็นเลิศทางมาตรวิทยา ด้า นรั ง สีใ นระ ดั บอ า เซีย น และเป็นผู้นำด้านห้องปฏิบัติการ ทดสอบ/สอบเทียบด้านรังสีและ เครื่องมือแพทย์ในระดับประเทศ พัฒนาระบบประเมินความเสี่ยง เพื่อแจ้งเตือนภัยด้านรังสี และเครื่องมือแพทย์ ส่งเสริมศักยภาพ ห้องปฏิบัติการด้านรังสี และเครื่องมือแพทย์ ภาครัฐและเอกชน เสริมสร้างและรักษา มาตรฐาน ทางมาตรวิทยาด้านรังสี พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการ อ้างอิงด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ พัฒนามาตรฐานวิธีการ ทดสอบ/สอบเทียบ ทางห้องปฏิบัติการ ด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ 1 2 3 4 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ 4


อัตลักษณ์ (Identity) มุ่งมั่นพัฒนา ศึกษาวิชาการ บริการเป็นเลิศ D S B (Development) (Sciences & Standard) (Best Services) OUR VALUE ค่านิยม 5


นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 6


หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเป็นการภายใน โครงสร้างตามกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมวิทยาศาตร์การแพทย์ 2522 อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ รองผู้อำนวยการด้านบริหาร รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ รองผู้อำนวยการด้านบริการ ฝ่ายบริหารทั่วไป กลุ่มพัฒนาคุณภาพ และวิชาการ งานกำกับเครื่องเอกซเรย์ ทางการแพทย์ กลุ่มคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า กลุ่มรังสี กลุ่มมาตรวิทยา ทางรังสี กลุ่มเครื่องมือแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรังสี และเครื่องมือแพทย์ (นักฟิสิกส์รังสีเชี่ยวชาญ) 7


นางสาววรางคณา อ่อนทรวง ผู้อำนวยการสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ นางอนงค์ สิงกาวงไซย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ (นักฟิสิกส์รังสีเชี่ยวชาญ) นางสาวอริณญา พงศธรพิศุทธิ์ รองผู้อำนวยการด้านบริการ นายยุทธนา บางม่วง รองผู้อำนวยการด้านบริหาร นายพรเทพ จันทร์คุณาภาส รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ นางสาวอริณญา พงศธรพิศุทธิ์ หัวหน้ากลุ่มคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นายพรเทพ จันทร์คุณาภาส หัวหน้ากลุ่มเครื่องมือแพทย์ นายชัยยศ อินทร์ติยะ หัวหน้างานกำกับเครื่องเอกซเรย์ทางการแพทย์ นายยุทธนา บางม่วง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพและวิชาการ นางจินตภาณี วัฒนพุทธิเลิศ หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป นายประเชิญ เชษฐสิงห์ หัวหน้ากลุ่มรังสี นายฉลอง ธรรมสุขวงศ์ หัวหน้ากลุ่มมาตรวิทยาทางรังสี 8


9


สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการเป็นองค์กร คุณธรรมต้นแบบในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเป็น หน่วยงานคุณธรรมอย่างยั่งยืนในปีงบประมาณ 2564 สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้รับผลการประเมินองค์กร ตามโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กรอำเภอ และจังหวัด คุณธรรม ภายใต้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559-2564) ใน ระดับองค์กรคุณธรรม มอบโดยคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ให้ ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2565 สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้เข้าร่วม การประเมินคุณธรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ได้คะแนนร้อยละ 100 ภายใต้ความร่วมมือของคณะทำงานจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริม คุณธรรม และบุคลากรของสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ 10


สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมจัดกิจกรรม รณรงค์ด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อมเนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬา ภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยจัด กิจกรรม Big Cleaning Day ด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อความปลอดภัยทางด้าน ห้องปฏิบัติการและสถานที่ปฏิบัติงานของสำนัก ฯ โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ จัดกิจกรรมทำความสะอาดและจัดบริเวณพื้นที่ของสำนักงานที่เป็นห้องทำงาน ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาด และจัดกิจกรรมทำความสะอาดและจัดบริเวณพื้นที่ ของห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะ อาด และปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ 11


12


งานธุรการ งานสารบรรณ งานบริหารบุคคลเบื้องต้น งานงบประมาณ งานการเงินและพัสดุ งานยานพาหนะและอาคารสถานที่ งานรับตัวอย่าง และการรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ หน้าที่ความรับผิดชอบ 13


จัดทำแผนงาน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของ หน่วยงาน พัฒนาและรักษาระบบประกันคุณภาพทางห้องปฏิบัติการ ด้านบริหารจัดการและวิชาการ พัฒนาและประเมินคุณภาพทางห้องปฏิบัติการ หน้าที่ความรับผิดชอบ 14


ประเมินความเสี่ยงการได้รับรังสีให้แก่ประชาชน และผู้ใช้บริการด้านรังสี ตรวจวิเคราะห์และประเมินปริมาณรังสีประจำบุคคล เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานด้านรังสี ติดตามให้คำแนะนำในการแก้ไขการได้รับรังสีในปริมาณสูง หน้าที่ความรับผิดชอบ 15


• เครื่องเอกซเรย์ทั่วไป • เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปี • เครื่องเอกซเรย์ทันตกรรม • เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ • เครื่องตรวจความหนาแน่นของกระดูก • เครื่องเอกซเรย์เต้านม • เครื่องเอกซเรย์ระบบหลอดเลือด • เครื่องเอกซเรย์สัตว์ ตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ ทางการแพทย์ ได้แก่ หน้าที่ความรับผิดชอบ 16


ตรวจวิเคราะห์ปริมาณรังสีและประเมินคุณภาพความปลอดภัย ของเครื่องกำเนิดรังสีรักษาที่ใช้ในทางการแพทย์หรือเครื่องฉายรังสี ได้แก่ • เครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูงโฟตอนและ อิเล็กตรอน • เครื่องเร่งอนุภาคโฟตอนอย่างเดียว • เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนอย่างเดียว • เครื่องกำเนิดรังสีรักษาโคบอลต์-60 • เครื่องเอกซเรย์รักษา • เครื่องใส่แร่รังสีรักษา • การตรวจสอบความปลอดภัย ห้องรังสีรักษา หน้าที่ความรับผิดชอบ 17


ห้องปฏิบัติการรังสีมาตรฐานทุติยภูมิ(Secondary Standard Dosimetry Laboratory: SSDL) ได้รับการแต่งตั้งจากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานมาตรวิทยาด้านรังสีทางการแพทย์ ได้แก่ รังสีรักษา รังสีวินิจฉัย และ BRACHY-THERAPY เป็นสมาชิกในเครื่องข่าย IAEA / WHO Network บริการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องวัดรังสี เช่น เครื่องสำรวจรังสี(Survey Meter) เครื่องวัดรังสีรักษา (Radiotherapy Dosimeter) ในตัวกลางน ้า และในตัวกลางอากาศ เครื่องวัดรังสีวินิจฉัย เครื่องใส่แร่รังสีรักษา (Brachy Therapy Dosimeter) ทดสอบความชำนาญการกำหนดปริมาณรังสีจากเครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูง หน้าที่ความรับผิดชอบ 18


• เครื่องเอ็มอาร์ไอ (Magnetic Resonance Imaging : MRI) • ทดสอบเตาไมโครเวฟ (Microwave oven) • ทดสอบผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UVC ตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ใน การวินิจฉัยและรักษาโรคและอุปกรณ์ที่ใช้หลักการของคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หน้าที่ความรับผิดชอบ 19


พัฒนาระบบ และทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ (ทางกายภาพ) ให้เป็นไปตาม กฎหมายหรือมาตรฐานสากล เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านเครื่องมือแพทย์ทางกายภาพ พัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการ สนับสนุนด้านวิชาการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการ ทดสอบแก่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย หน้าที่ความรับผิดชอบ 20


พัฒนาระบบและทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ (ทางชีวภาพ) ให้เป็นไปตาม กฎหมายหรือมาตรฐานสากล เช่น การทดสอบ Biocompatibility ประสิทธิภาพ การฆ่าเชื้อ การป้องกันเชื้อความเป็นพิษต่อเซลล์ในผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านเครื่องมือแพทย์ทางชีวภาพ พัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการสนับสนุนด้านวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการ ทดสอบแก่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ ได้รับมอบหมาย หน้าที่ความรับผิดชอบ 21


พัฒนาระบบ และทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ (ทางเคมี) ให้เป็นไปตาม กฎหมายหรือมาตรฐานสากล เช่น การทดสอบความเป็นกรดหรือความเป็นด่าง โลหะ ตะกั่ว แคดเมียม สารรีดิวส์ ในผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านเครื่องมือแพทย์ทางเคมี พัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการ สนับสนุนด้านวิชาการ และถ่ายทอดเทคโนโลยี การทดสอบแก่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ ได้รับมอบหมาย หน้าที่ความรับผิดชอบ 22


พัฒนาระบบงานแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ทางการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 พัฒนาศูนย์ข้อมูลการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ทางการแพทย์ พัฒนา ปรับปรุง ระบบแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ทาง การแพทย์ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ ทางการแพทย์ ให้คำปรึกษา และสนับสนุนข้อมูลด้านวิชาการที่เกี่ยวกับการแจ้งการครอบครอง หรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ทางการแพทย์ ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย หน้าที่ความรับผิดชอบ 23


24


บุคลากรสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ จำนวน 95 อัตรา จำแนกตามโครงสร้างการบริหารงาน จำแนกตามชื่อตำแหน่ง ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 25 ข้าราชการ จำนวน 37 คน ร้อยละ 38.95 ลูกจ้างประจำ จำนวน 1 คน ร้อยละ 1.05 ร้อยละ 9.47 พนักงานราชการ จำนวน 9 คน ร้อยละ 29.47 ร้อยละ 21. 50 พนักงานกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 28 คน บุคลากรจ้างเหมาบริการ จำนวน 20 คน


26


เงินงบประมาณ ได้รับ 2,039,308.61 บาท เบิกจ่าย 2,039,308.61 บาท (คิดเป็น ร้อยละ 100) งบลงทุน (ค่าครุภัณฑ์) ได้รับ 27,200,000.00 บาท เบิกจ่าย 27,200,000.00 บาท (คิดเป็น ร้อยละ 100) งบเบิกแทนกัน (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ได้รับ 700,000.00 บาท เบิกจ่าย 699,999.06 บาท (คิดเป็น ร้อยละ 100) ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 27


งบดำเนินงาน ได้รับ 19,138,507.00 บาท เบิกจ่าย 19,138,507.00 บาท งบลงทุน (ค่าครุภัณฑ์) รายจ่าย 13,550,198.00 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 งบรายจ่ายพื้นฐาน จ้างเหมาบุคลากร รายจ่าย 484,706.00 บาท โครงการ ปัญญาประดิษฐ์ รายจ่าย 1,504,617.00 บาท งานสนับสนุน (ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารทั่วไป และกลุ่มพัฒนาคุณภาพและ วิชาการ) รายจ่าย 5,260,600.00 บาท งบบุคลากร ค่าตอบแทน รายจ่าย 393,600.00 บาท รายรับ รายจ่าย 35,572,188.00บาท 3,474,777.00บาท 12,951,000.00บาท 1,078,284.00บาท 3,015,500.00บาท 762,547.00บาท 8,677,750.00บาท 2,619,047.00บาท 641,825.00บาท 352,480.00บาท 28


29


ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ น ้าหนัก (ร้อยละ) เกณฑ์การให้คะแนน ผลการดำเนินงาน 1 2 3 4 5 ผลการ ดำเนิน งาน ค่าคะแนน ที่ได้ คะแนน ถ่วง น ้าหนัก มิติภายนอก : การประเมินประสิทธิผล/คุณภาพการให้บริการ (น ้าหนัก : ร้อยละ 70) 4.8333 2.9000 1. ด้านประสิทธิผล (น ้าหนัก : ร้อยละ 60) 4.8333 2.9000 ตัวชี้วัดที่ 1.1.1 ระดับความสำเร็จของการ จัดทำค่าปริมาณรังสีอ้างอิงของประเทศ 25 1 2 3 4 5 ระดับ 5 5.0000 1.2500 ตัวชี้วัดที่ 1.1.2 ระดับความสำเร็จของการ เฝ้าระวังอันตรายจากรังสีของ ผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีร่วมรักษา 20 1 2 3 4 5 ระดับ 4 4.5000 0.9000 ตัวชี้วัดที่ 1.1.3 ระดับความสำเร็จของการ จัดทำฐานข้อมูลของผู้ครอบครองหรือใช้ เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ 15 1 2 3 4 5 ระดับ 5 5.0000 0.7500 2. ด้านคุณภาพ (น ้าหนัก : ร้อยละ 10) 4.5000 0.4500 ตัวชี้วัดที่ 2 ระดับความสำเร็จของการ สำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและ การปรับปรุงคุณภาพบริการ 10 1 2 3 4 5 ระดับ 4 4.5000 0.4500 มิติภายใน : การประเมินประสิทธิภาพ/การพัฒนาองค์การ (น ้าหนัก : ร้อยละ 30) 4.9167 1.4750 1. ด้านประสิทธิผล (น ้าหนัก : ร้อยละ 15) 4.8333 0.7250 ตัวชี้วัดที่ 3.1 ร้อยละความสำเร็จของการ เบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายภาพรวม 5 1 2 3 4 5 ระดับ 5 5.0000 0.2500 ตัวชี้วัดที่ 3.2 ร้อยละความสำเร็จของการ เบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน 5 1 2 3 4 5 ระดับ 5 5.0000 0.2500 ตัวชี้วัดที่ 4 ระดับความสำเร็จของการ บริหารผลการปฏิบัติราชการของ หน่วยงานในสังกัด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 5 1 2 3 4 5 ระดับ 4 4.5000 0.2250 2. ด้านพัฒนาองค์กร (น ้าหนัก : ร้อยละ 15) 5.0000 0.7500 ตัวชี้วัดที่ 5 ระดับความสำเร็จของ หน่วยงานที่ดำเนินการพัฒนาคุณภาพ การบริหารจัดการภาครัฐผ่านเกณฑ์ที่ กำหนด 7.5 1 2 3 4 5 ระดับ 5 5.0000 0.3750 ตัวชี้วัดที่ 6 ระดับความสำเร็จการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของหน่วยงาน 7.5 1 2 3 4 5 ระดับ 5 5.0000 0.3750 30


31


นายพรเทพ จันทร์คุณาภาส นั ก ฟ ิ สิ ก ส ์ รั ง สี ช ำ น า ญ ก า ร พิ เ ศ ษ ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น โดยมีผลงานพัฒนาห้องปฏิบัติการทดสอบ ชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย (Personal Protective Equipment ,PPE) ห้องปฏิบัติการทดสอบหน้ากาก อนามัยทางการแพทย์ (Medical mask) และห้องปฏิบัติการทดสอบเครื่องวัดอุณหภูมิ ร่างกายแบบไม่สัมผัส (Noncontact Thermometer) เพื่อรองรับสถานการณ์ แพร่ระบาดโรคโควิด -19 มอบรางวัล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2565 32


บ ุ คลากรดเ ี ด ่ น นายกิตตินันท์ แซ่ลิ้ม นักฟิสิกส์รังสี ได้รับรางวัลบุคลากร ดีเด่น โดยมีผลงานพัฒนางานประจำ ให้มีความถูกต้อง รวดเร็วในการ ให้บริการ เพื่อลดระยะเวลาการรอคอย ให้แก่ผู้รับบริการ จากการพัฒนา งานดังกล่าวได้มีการปรับรูปแบบ ให้มีการทำงานไปในแนวทางเดียวกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อนำ มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา ilab plus เป็นหัวหน้าทีมตรวจสอบคุณภาพและ ความปลอดภัยเครื่องเอกซเรย์ ทางการแพทย์ เป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ มีจิตอาสาร่วมกิจกรรมที่หน่วยงานจัด ปฏิบัติตามคุณธรรมอัต ลักษณ์ ของกรมฯ และคุณธรรมพึงประสงค์ 4 ประการ 33


34


โครงการเฝ้าระวังอันตรายจากรังสีของผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีร่วมรักษา ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีกฎหมายหรือมาตรฐานกำหนดการใช้งานอุปกรณ์วัดปริมาณรังสี บุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีร่วมรักษาที่ต้องทำงานใกล้ชิดและใช้เวลาขณะปฏิบัติงานกับรังสีเป็น เวลานาน ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานจึงต้องมีเครื่องป้องกันรังสีและควรติดแผ่นวัดรังสี 2 ตำแหน่ง ตามคำแนะนำของ IAEA สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์เห็นความสำคัญของผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวจึงได้ จัดทำโครงการฯ เพื่อศึกษาค่าปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับและนำไปเป็นแนวทางในการป้องกัน อันตรายจากรังสีของผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีร่วมรักษา แพทย์ 322 คน พยาบาล 418 คน นักรังสีการแพทย์ 73 คน นักเทคโนโลยีฯ 54 คน ผู้ช่วยพยาบาล 100 คน อื่น ๆ 44 คน จากการดำเนินโครงการพบว่าการเฝ้าระวังการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีร่วมรักษา ควรเน้นไปที่แพทย์ผู้ทำหัตถการผู้ป่วยเป็นลำดับแรกเนื่องจากขณะทำหัตถการ แพทย์จะใกล้ชิดและใช้เวลา อยู่กับรังสีเป็นเวลานาน อีกทั้งควรใช้งานแผ่นวัดรังสีโอเอสแอลจำนวน 2 แผ่น เนื่องจากในการคำนวณ ค่าปริมาณรังสี Hp (10) นั้นจะคำนวณโดยนำค่าตัวประกอบถ่วงน ้าหนักของรังสีต่ออวัยวะหรือเนื้อเยื่อ ชนิดต่าง ๆ (Tissue weighting factor) ของทุกอวัยวะมาใช้ในการคำนวณ ซึ่งจะมีอวัยวะบางส่วนที่ ไม่ได้อยู่ภายใต้เสื้อตะกั่ว อีกทั้งการวัดปริมาณรังสี Hp (0.07) และ Hp (3) นั้นจำเป็นต้องใช้ค่าปริมาณรังสี จากแผ่นวัดรังสีที่ติดบริเวณไทรอยด์ชิลด์ เนื่องจากเป็นแผ่นวัดรังสีที่ติดในบริเวณที่ใกล้เคียงกับผิวหนัง และดวงตาทำให้คำนวณค่าปริมาณรังสีที่เลนส์ตาได้ ส่วนระยะเวลาในการใช้งานแผ่นวัดรังสีโอเอสแอลนั้น การจัดทำโครงการในครั้งนี้ไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีร่วมรักษาต้องใช้ระยะเวลาเท่าใด เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยและระยะเวลาในการทำหัตถการของแต่ละสถานที่ไม่เท่ากัน แต่เพื่อให้การเฝ้าระวังมี ประสิทธิภาพทางสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์แนะนำให้แพทย์ที่ปฏิบัติงานด้านรังสีร่วมรักษาใช้งานแผ่น วัดรังสีโอเอสแอลเป็นระยะเวลา 1 เดือน หรือ 2 เดือน สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้ทำการสำรวจผู้ที่ สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อส่งแผ่นวัดรังสี โอเอสแอลให้ผู้เข้าร่วมโครงการใช้งานจำนวน 2 ตำแหน่ง ติดบริเวณลำตัวภายในเสื้อตะกั่วและด้าน นอกบริเวณไทรอยด์ชิลด์ เมื่อครบรอบการใช้งาน นำกลับมาประเมินค่าปริมาณรังสีตามคำแนะนำของ NCRP แบ่งรอบการใช้งานเป็น 3 รอบคือ รอบที่ 1 เดือน ธันวาคม 2564 – กุมภาพันธ์ 2565 เป็น ระยะเวลา 3 เดือน รอบที่ 2 เดือน มีนาคม 2565 - เมษายน 2565 เป็นระยะเวลา 2 เดือน และรอบที่ 3 เดือน พฤษภาคม 2565 เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 1,011 คน แบ่งเป็น แพทย์ 322 คน พยาบาล 418 คน นักรังสี การแพทย์ 73 คน นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก 54 คน ผู้ช่วยพยาบาล 100 คน และอื่นๆ 44 คน 35


โครงการจัดทำค่าปริมาณรังสีอ้างอิงจากเครื่องเอกซเรย์ฟันแบบ ถ่ายภาพรอบช่องปากและกะโหลกศีรษะ (Panoramic and Cephalometric dental x-ray) และเครื่องเอกซเรย์ฟันแบบสร้างภาพตัดขวางด้วยลำรังสีรูปกรวย (Dental cone beam computer tomography) การจัดทำค่าปริมาณรังสีอ้างอิงจากการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์ เพื่อให้ โรงพยาบาลและสถานประกอบการที่ใช้เอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์สามารถนำค่าปริมาณรังสีอ้างอิงไป ใช้เปรียบเทียบกับค่าปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์จากรังสีให้เกิด ประโยชน์สูงสุดและเป็นแนวทางการปรับลดปริมาณรังสีที่ไม่จำเป็นเพื่อไม่ไห้มีการใช้ปริมาณรังสีกับผู้ป่วย สูงเกินไป พร้อมทั้งให้ได้ภาพถ่ายภาพทางรังสีที่มีคุณภาพซึ่งสามารถนำไปวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง การเก็บข้อมูลจากเครื่องเอกซเรย์ฟันแบบถ่ายภาพรอบช่องปากและกะโหลกศีรษะและเครื่องเอกซเรย์ฟัน แบบสร้างภาพตัดขวางด้วยลำรังสีรูปกรวยของสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์ การแพทย์ ทั้ง 15แห่ง ดำเนินการเก็บข้อมูลได้ 482 เครื่อง จากเป้าหมาย 415 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 116.14 ผลสัมฤทธิ์ที่ได้ 1. มีค่าปริมาณรังสีอ้างอิงสำหรับเครื่องเอกซเรย์ฟันแบบถ่ายภาพรอบช่องปากและกะโหลกศีรษะและ เครื่องเอกซเรย์ฟันแบบสร้างภาพตัดขวางด้วยลำรังสีรูปกรวยของประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพในการ ป้องกันอันตรายจากรังสี ลดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและประชาชนที่มารับการตรวจวินิจฉัย ทางรังสีได้รับบริการที่เป็นพึงพอใจ 2. เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้รับองค์ความรู้วิธีการการปฏิบัติงานและการจัดทำค่าปริมาณรังสีอ้างอิง เครื่องเอกซเรย์ฟันแบบถ่ายภาพรอบช่องปากและกะโหลกศีรษะและเครื่องเอกซเรย์ฟันแบบสร้า ง ภาพตัดขวางด้วยลำรังสีรูปกรวย โอกาสพัฒนาต่อยอดในอนาคต แนวทางการลดปริมาณรังสีผู้ป่วยได้รับขณะทำการฉายรังสีกล่าวคือถ้าพบว่าหน่วยงานหรือ โรงพยาบาลใดมีการใช้ปริมาณรังสีเกินค่าปริมาณรังสีอ้างอิงหลังจากที่ได้มีการวิเคราะห์ในภาพรวมของ ข้อมูลทั้งประเทศแล้ว โดยการเชิญกลุ่มที่มีการใช้ปริมาณรังสีเกินค่าปริมาณรังสีอ้างอิงมาแจ้งเพื่อทราบ และชี้แจงทำความเข้าใจพร้อมทั้งให้ความรู้และให้มีการตระหนักถึงปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ 36


โครงการการเฝ้าระวังและประเมินความเข้มของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า จากสถานีฐาน (Base Station) โทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขต ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และ ภาคใต้ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจาก สถานีฐานระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อไปโดยจะทำการสำรวจอีก 5ปี ข้างหน้า ซึ่งคาดว่าอาจมีการติดตั้งสถานีฐานเพิ่มมากขึ้นหรือระบบ เทคโนโลยีจะพัฒนาเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการสร้างสถานีฐาน เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มจากสิ่งแวดล้อม มากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาทางด้านสังคมเนื่องจากความวิตก กังวล ของประชาชน เกี่ยวกับผลกระทบต่อ สุขภาพ ซึ่งทำให้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของสถานีฐาน ระบบ โทรศัพท์เคลื่อนที่ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้จัดทำโครงการฯ นี้ขึ้นร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 13แห่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยได้สำรวจวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้า จากสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขตอำเภอเมืองของจังหวัดที่ สำคัญหรือจังหวัดใหญ่ๆ ของภูมิภาคดังกล่าว จำนวน 528 สถานี ซึ่งค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำการวัดอยู่ในช่วงความถี่ (700– 2,100) MHz ทุกค่าที่วัดได้ต ่ากว่าขีดจำกัดมาตรฐานสากล โดยวัดได้ ค่าสูงสุดของแต่ละจังหวัดอยู่ในช่วง (0.0008093 - 0.009403) W/m2 แสดงให้เห็นว่าค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากสถานีฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่มีค่าต ่ากว่าขีดจำกัดมาตรฐานสากลประมาณ 700 - 5,000 เท่า และเมื่อใช้เครื่องมือวัดสำรวจค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจาก สถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมทั้งหมด (Carmountingkit) วิ่งวัด ค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าโดยรอบตัวเมือง พบว่ามีค่าต ่ากว่าขีดจำกัด มาตรฐานเช่นกัน โดยค่าสูงสุดต ่ากว่าขีดจำกัดมาตรฐาน 6 เท่า แสดงให้เห็นว่าแม้จะวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าโดยรวมทั้งหมดก็มีค่าไม่ เกินขีดจำกัดมาตรฐาน ดังนั้น ค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากสถานีฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย จึงมีความปลอดภัยไม่ก่อให้เกิด อันตราย 37


โครงการทดสอบความชำนาญการตรวจสอบคุณภาพ เครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไป การทดสอบความชำนาญ (Proficiency testing, PT) คือ การประเมินความสามารถ ของห้องปฏิบัติการโดยการเปรียบเทียบผลระหว่างห้องปฏิบัติการ เป็นหนึ่งในการจัดทำระบบประกัน คุณภาพห้องปฏิบัติการทดสอบหรือสอบเทียบตามข้อกำหนดของ ISO/IEC 17025 ในการกำกับ ดูแลมาตรฐานการประกันคุณภาพของห้องปฏิบัติการ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของ ผู้รับบริการ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ในฐานะผู้ให้บริการ ทดสอบและสอบเทียบเครื่องมือวัดทางรังสี ได้ดำเนินการ จัดโครงการทดสอบความชำนาญการตรวจสอบคุณภาพ เครื่องเอกซเรย์ทั่วไปสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานรังสีวินิจฉัย จากสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์และศูนย์วิทยาศาสตร์ การแพทย์ 15 แห่ง เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของ ห้องปฏิบัติการด้านรังสีในการทดสอบความชำนาญการ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไป ผลการ ดำเนินงานการทดสอบความชำนาญการตรวจสอบคุณภาพ เครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทั่วไป พบว่ามีห้องปฏิบัติการที่เข้าร่วม การทดสอบสามารถให้ผลการตรวจสอบเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัย ทั่วไป ได้อย่างถูกต้องในระดับน่าพึงพอใจในทุกรายการ ห้องปฏิบัติการ (คิดเป็นร้อยละ 6.25) ห้องปฏิบัติการที่ได้รับ ผ ล ก า ร ท ด ส อ บ บ า ง ร า ย ก า ร ใ น ร ะ ดั บ น ่ า ส ง สั ย 12 ห้อง ปฏิบัติการ ( คิดเ ป็น ร้อยละเ ฉลี่ย 75.00) และห้องปฏิบัติการที่ได้รับผลการทดสอบบางรายการในระดับไม่ น่าพึงพอใจ 2 ห้องปฏิบัติการ (คิดเป็นร้อยละเฉลี่ย 12.50) สำหรับห้องปฏิบัติการสมาชิกที่ มีผลการทดสอบอยู่ในระดับน่า สงสัยให้ทำการวิเคราะห์หาสาเหตุและเฝ้าระวังต่อไป 38


พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 5 เมษายน 2562 กำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับใช้ เพื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์ ซึ่งไม่มีวัสดุกัมมันตรังสีเป็นส่วนประกอบ และเพื่อใช้งานใน สถานพยาบาล ไม่ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) แต่ให้ดำเนินการ แจ้งการครอบครองหรือใช้กับผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย โดยมอบหมายให้ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นผู้รับแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีฯ สำนักรังสี และเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เตรียมการเพื่อรองรับความต้องการตามภารกิจที่ ได้รับมอบหมาย โดยดำเนินการพัฒนาโปรแกรมระบบแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี เอกซ์ทางการแพทย์ อย่างครบวงจร (One Stop Service) ตั้งแต่การยื่นคำขอ ตรวจสอบคำขอ และการออกใบรับแจ้ง ผู้แจ้งสามารถดำเนินการยื่นคำขอแจ้งการครอบครองหรือเครื่องกำเนิดรังสีฯ ผ่านโปรแกรมได้ 24 ชั่วโมง และใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำกับดูแลสถานพยาบาลที่ครอบครองหรือใช้ เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ทางการแพทย์ทั่วประเทศ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลสถานพยาบาลที่ครอบครองหรือ ใช้เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ทางการแพทย์ทั่วประเทศ มีเป้าหมายในการจัดทำฐานข้อมูลจำนวน 2,000 แห่ง โดยสำรวจจากแหล่งข้อมูล 3 แห่ง ได้แก่ ฐานข้อมูลจากห้องปฏิบัติการทดสอบเครื่องกำเนิดรังสี วินิจฉัย สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ฐานข้อมูลจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และฐานข้อมูลจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จากการสำรวจพบว่าฐานข้อมูลจากห้องปฏิบัติการทดสอบเครื่อง กำเนิดรังสีวินิจฉัยและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพอาจจะเป็นฐานข้อมูลที่ซ ้ากัน เนื่องจาก สถานพยาบาลที่ขอรับบริการตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ทางการแพทย์ อาจจะเป็นสถานที่เดียวกันกับที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดังนั้น ในการจัดทำจะใช้ ข้อมูลจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเป็นข้อมูลหลัก จากผลการดำเนินงานได้ฐานข้อมูลของผู้ ครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี รวมทั้งสิ้น 2,056 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 102.8 แบ่งเป็นฐานข้อมูล ประเภทนิติบุคคล จำนวน 1,644 แห่ง และประเภทบุคคลธรรมดา จำนวน 412 แห่ง ปัจจุบัน กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์ฯ ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงไม่ สามารถดำเนินการออกใบรับแจ้งให้กับสถานพยาบาลได้ ทำให้สถานพยาบาลยังไม่ยื่นเรื่องแจ้งการ ครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเข้าสู่ระบบ อีกทั้ง ยังมีสถานพยาบาลอีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าสู่ ระบบการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ทำให้ หน่วยงานไม่มีฐานข้อมูลกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากกฎกระทรวงประกาศในราชกิจจานุ เบกษาจะมี สถานพยาบาลเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก การจัดทำฐานข้อมูลของผู้ครอบครองหรือใช้ เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ทางการแพทย์ 39


40


ห้องปฏิบัติการรังสีบุคคล กลุ่มรังสี สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีหน้าที่ประเมิน ติดตาม เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยสุขภาพ โดยได้ประเมินความเสี่ยงสุขภาพสำหรับ ผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีตามคำแนะนำของ ICRP ซึ่งรวบรวมข้อมูลปริมาณรังสีบุคคลของผู้ปฏิบัติงานด้าน รังสีที่ใช้บริการอุปกรณ์วัดรังสีบุคคลจากสำนักรังสีฯ ประจำปีงบประมาณ 2565 ตามลักษณะการใช้ งาน 7 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มรังสีวินิจฉัย มีผู้ได้รับค่าปริมาณรังสีสูงสุด 25.72mSv ปริมาณรังสีเฉลี่ย 0.03 mSv และไม่มีผู้ได้รับรังสีสูงเกินขีดจำกัด กลุ่มรังสีร่วมรักษา มีผู้ได้รับค่าปริมาณรังสีสูงสุด 4.79 mSv ปริมาณรังสีเฉลี่ย 0.04 mSv และไม่มีผู้ได้รับรังสีสูงเกินขีดจำกัด กลุ่มทันตกรรม มีผู้ได้รับค่าปริมาณ รังสีสูงสุด 1.98 mSv ปริมาณรังสีเฉลี่ย 0.02 mSv และไม่มีผู้ได้รับรังสีสูงเกินขีดจำกัด กลุ่มอุตสาหกรรม มีผู้ได้รับค่าปริมาณรังสีสูงสุด 11.38mSv ปริมาณรังสีเฉลี่ย 0.07mSv และไม่มีผู้ ได้รับรังสีสูงเกินขีดจำกัด กลุ่มเวชศาสตร์นิวเคลียร์ มีผู้ได้รับค่าปริมาณรังสีสูงสุด 1.80mSv ปริมาณ รังสีเฉลี่ย 0.06mSv และไม่มีผู้ได้รับรังสีสูงเกินขีดจำกัด กลุ่มวิจัย มีผู้ได้รับค่าปริมาณรังสีสูงสุด 2.30 mSv ปริมาณรังสีเฉลี่ย 0.01mSv และไม่มีผู้ได้รับรังสีสูงเกินขีดจำกัด และกลุ่มรังสีรักษา มีผู้ได้รับค่า ปริมาณรังสีสูงสุด 1.21 mSv ปริมาณรังสีเฉลี่ย 0.01 mSv และไม่มีผู้ได้รับรังสีสูงเกินขีดจำกัด การประมินความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งของผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีจะดำเนินการตามข้อกำหนด ของ ICRP 103 เมื่อค่า risk coefficients เท่ากับร้อยละ 5.5 ต่อปริมาณรังสี 1 Sv หรือมีอัตราเสี่ยง การเกิดโรคมะเร็ง 5.5 คนต่อบุคลากร 100,000 คน พบว่าอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งมีค่ามากที่สุดใน กลุ่มอุสาหกรรม กล่าวคือถ้าหากมีบุคลากร 100,000 คนได้รับปริมาณรังสีเฉลี่ย 0.07 mSv จะพบว่า มี 1 คนที่เป็นโรคมะเร็ง ดังนั้นทางสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ จึงแนะนำผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีให้ใช้งานแผ่นวัดรังสีให้ เหมาะสม ดังนี้กลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานทดสอบแบบไม่ทำลายควรเฝ้าระวังการได้รับอันตรายจาก รังสีทุกเดือน กลุ่มรังสีร่วมรักษา ที่ปฏิบัติงานกับเครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีในระยะใกล้และเป็นเวลานาน มีโอกาสได้รับปริมาณรังสีกระเจิงจากตัวผู้ป่วยในระดับที่สูง ควรใช้อุปกรณ์วัดรังสีบุคคล 2 แผ่นเป็น ประจำทุกเดือน แผ่นที่ 1 ติดภายนอกเครื่องป้องกันบริเวณต่อมไทรอยด์ และแผ่นที่ 2 ติดภายในเสื้อ ตะกั่วบริเวณลำตัว ทั้งนี้ควรใส่แว่นตาตะกั่ว ตามคำแนะนำของ NCRP 168 กลุ่มเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ควรติดอุปกรณ์วัดรังสีบุคคลเพิ่มเติมที่ข้อมือหรือข้อนิ้ว และควรเฝ้าระวังการได้รับอันตรายจากรังสีทุก เดือน กลุ่มวิจัยและกลุ่มรังสีวินิจฉัย ควรมีการประเมินค่าปริมาณรังสีบุคคลอย่างน้อยทุก 3 เดือน หากจำเป็นต้องอยู่ภายในห้องขณะฉายรังสีควรสวมเครื่องป้องกันอันตรายจากรังสีหรือใช้เครื่องกำบัง รังสี กลุ่มรังสีรักษา หากทำงานกับเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนที่พลังงานสูงกว่า 10 MV ควรใช้ อุปกรณ์วัดรังสีบุคคลที่สามารถวัดรังสีเอกซ์ แกมมา และนิวตรอน และกลุ่มทันตกรรม ปริมาณรังสีที่ ผู้ปฏิบัติงานได้รับจะเป็นรังสีกระเจิงจากตัวผู้ป่วยควรมีการใช้เครื่องป้องกันร่วมด้วยรวมถึงควรมีการ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องกำเนิดรังสีตามกำหนดระยะเวลาและปฏิบัติตามหลักการป้องกันอันตรายจาก รังสีอย่างเคร่งครัด 41


ห้องปฏิบัติการทดสอบเครื่องกำเนิดรังสีวินิจฉัย ทางการแพทย์ ให้บริการตรวจวิเคราะห์และประเมิน คุณภาพความปลอดภัยของเครื่องกำเนิดรังสีฯ ตามมาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2562 รับผิดชอบการให้บริการในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล ในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องและ ห้องเอกซเรย์ พบว่ามีเครื่องเอกซเรย์ที่มีอายุการใช้งาน นานไม่ผ่านเกณฑ์ต้องมีการซ่อมและบำรุงรักษา และ ตรวจสอบซ ้าเพื่อให้เครื่องสมารถใช้งานได้ สถานพยาบาลและสถานประกอบการควรจัดให้มีคู่มือใช้ งานและคู่มือบำรุงรักษาฉบับย่อไว้บริเวณปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐาน เดียวกัน นอกจากนี้สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ มีการจัดทำคู่มือการพัฒนาห้องปฏิบัติการทางรังสี วินิจฉัยในสถานพยาบาล และสถานประกอบการ และ คู่มือการใช้งานค่าปริมาณรังสีอ้างอิงในการถ่ายภาพ รังสีวินิจฉัยทางการแพทย์ของประเทศไทย เพื่อให้ สถานพยาบาลได้ศึกษาและนำไปใช้กับผู้ป่วยให้เหมาะสม 42


ห้องปฏิบัติการทดสอบรังสีรักษา ให้บริการตรวจวิเคราะห์และประเมินคุณภาพความปลอดภัย ของเครื่องกำเนิดรังสีรักษาหรือเครื่องฉายรังสีที่ใช้ในการแพทย์ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ทำหน้าที่ในการตรวจสอบปริมาณรังสีของเครื่องฉายรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ โดยใช้กระบวนการและความรู้ ทางฟิสิกส์รังสีมาใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องฉายรังสี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลนำ ข้อมูลจากการทดสอบไปใช้งานหรือเทียบเคียงกับผลการตรวจวัดได้ และยังสามารถควบคุมคุณภาพ ของเครื่องฉายรังสีให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานกำหนดได้ด้วย ในปีงบประมาณ 2565 มีผู้ขอรับบริการตรวจวัดปริมาณรังสีรักษาของเครื่องฉายรังสีทั้งสิ้น 112 เครื่อง จาก 51 โรงพยาบาลทั่วประเทศ และในอนาคตเครื่องฉายรังสีในประเทศไทยมีแนวเพิ่มขึ้นตาม นโยบายของรัฐบาลมะเร็งรักษาทุกที่ (Cancer Anywhere) และรองรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีจำนวน เพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับการรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว และลดระยะการ รอคอย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นหน่วยงานสำคัญในการสนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐานของเครื่องฉายรังสี ให้เครื่องฉายรังสีมีประสิทธิภาพและถูกต้องสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการ รักษา สร้างความเชื่อมั่นได้ว่าผู้ป่วยสามารถได้รับการรักษาที่ปลอดภัย 43


ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทุติยภูมิ (Secondary Standard Dosimetry Laboratory : SSDL) ให้บริการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือวัดทางรังสีตามมาตรฐานทบวง การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency ; IAEA) ได้แก่ เครื่องสำรวจรังสี(Survey meter) เครื่องวัดปริมาณรังสีวินิจฉัย เครื่องวัดปริมาณรังสีรักษา (Therapy Dosimeter) รวมไปถึงให้บริการทดสอบความสามารถในการป้องกันรังสีของวัสดุ ป้องกันรังสี ในปีงบประมาณ 2565 มีผู้ขอรับบริการสอบเทียบเครื่องมือวัดทางรังสีทั้งจาก หน่วยงานรัฐและเอกชน ในประเทศและต่างประเทศ มากถึง 797 ตัวอย่าง และยังมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นทุกปี โดยห้องปฏิบัติการรังสีมาตรฐานทุติยภูมิ (SSDL) ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมาย ให้พัฒนา และรักษามาตรฐานการวัดแห่งชาติในสาขาการวัดปริมาณรังสีที่ใช้ในด้านการแพทย์ การวินิจฉัยและรักษาโรค Ionizing Radiation : Radiotherapy dosimetry, Brachytherapy dosimetry, Diagnostic radiology dosimetry จากสถาบันมาตรวิทยา แห่งชาติ ลงนามเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2554 นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการทดสอบรังสีรักษายัง เป็นผู้จัดทำแผนทดสอบความชำนาญ (PT Provider) ให้บริการทดสอบความชำนาญการ กำหนดปริมาณรังสีจากเครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูง ด้วยแผ่นวัดรังสี NanoDot สำหรับงาน รังสีรักษาของโรงพยาบาลสมาชิกอีกด้วย 44


กลุ่มคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ได้แก่ ตรวจสอบ คุณภาพเครื่องเอ็มอาร์ไอ ทดสอบเตาไมโครเวฟ และทดสอบผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UVC โดยการตรวจสอบคุณภาพเครื่องเอ็มอาร์ไอ และตรวจสอบความปลอดภัยของห้องเอ็มอาร์ไอ ใช้วิธีการตรวจสอบตามข้อกำหนดการควบคุมคุณภาพเครื่องเอ็มอาร์ไอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี พ.ศ. 2564 ทดสอบเตาไมโครเวฟทดสอบตาม มอก. 1773-2548 และเนื่องจากสถานการณ์การ แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่-2019 (COVID-19) ที่ขยายวงกว้างและเกิดความรุนแรง ทำให้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลนิยมใช้หลอดรังสี UVC สำหรับฆ่าเชื้อโรคและไวรัสในห้องตรวจโรค ห้องปฏิบัติการ ห้องเครื่องมือวินิจฉัย รวมทั้งการใช้ฆ่าเชื้อโรคบนหน้ากากอนามัย N-95 เพื่อนำ กลับมาใช้ซ ้า สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ จึงได้ให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์ใช้ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UVC ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการเฝ้าระวังความปลอดภัย การควบคุมคุณภาพ และการตรวจสอบ คุณภาพประจำปี ในปีงบประมาณ 2565 สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องเอ็มอาร์ไอและตรวจสอบความปลอดภัย ของห้องเอ็มอาร์ไอ ณ สถานพยาบาล ในประเทศไทย จำนวน 61 ตัวอย่าง และจำนวน 62 ตัวอย่าง ตามลำดับ ทดสอบเตาไมโครเวฟ จากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป จำนวน 16 ตัวอย่าง และทดสอบผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UVC จำนวน 66 ตัวอย่าง พบว่าเครื่องเอ็มอาร์ไอไม่ผ่านมาตรฐาน จำนวน 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 1.64 โดยหัวข้อที่ไม่ผ่าน มาตรฐาน คือ Slice Position อาจมีสาเหตุความบกพร่องจาก กลไกการเลื่อนเตียง หรืออาจเกิดจากการสอบเทียบ gradient ไม่ถูกต้อง หรือความสม ่าเสมอของสนามแม่เหล็กไม่ดีพอ สำหรับ ห้องเอ็มอาร์ไอผ่านมาตรฐานทุกตัวอย่าง ดังนั้น คุณภาพของ เครื่องเอ็มอาร์ไอและความปลอดภัยของห้องเอ็มอาร์ไอในประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด ในส่วนของการ ทดสอบเตาไมโครเวฟ พบว่าไม่ผ่านตามมาตรฐาน จำนวน 1 ตัวอย่าง คิดเป็น ร้อยละ 6.25 สาเหตุที่ไม่ผ่านมาตรฐานเนื่องจาก เตาไมโครเวฟมีรูรั่วทำให้มีการรั่วของคลื่นไมโครเวฟเกินค่ามาตรฐาน 45


• ตรวจสอบคุณภาพถุงยางอนามัย ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 625-2559, ISO 4074 : 2015, ISO 23409 : 2011 • ตรวจสอบคุณภาพถุงมือยางทางการแพทย์แบ่งเป็น ถุงมือยางสำหรับการตรวจโรค ตรวจตาม มาตรฐาน มอก. 1056 เล่ม 1-2556, ISO 11193-1 : 2020 ถุงมือยางสำหรับการศัลยกรรม ตรวจตามมาตรฐาน มอก. 538–2548, ISO 10282 : 2014 การทดสอบถุงยางอนามัย และถุง มือทางการแพทย์ แบ่งเป็นหลายกรณี คือ ตัวอย่างก่อนได้รับอนุญาตเพื่อขึ้นทะเบียน เพื่อควบคุมรุ่นการผลิต และควบคุมตามมาตรฐานกำหนด ตรวจสอบคุณภาพหลังจำหน่ายเพื่อ เฝ้าระวังคุณภาพ กรณีพิเศษ/ร้องเรียน และกรณีส่งตรวจซ ้า • ทดสอบเครื่องวัดความดันโลหิต ตามมาตรฐาน OIML R 148-1: 2020 (E), OIML R 148-2: 2020 (E), OIML R 149-1: 2020 (E), OIML R 149-2: 2020 (E) • สอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ อ้างอิงมาตรฐาน OIML R 126, Evidential breath analyzers. Edition 2012 (E) • ทดสอบเครื่องมือแพทย์อื่นๆ ตรวจสอบตามมาตรฐาน มอก. มาตรฐานสากล หรือตามที่ ผู้รับบริการร้องขอ เช่น กระบอกฉีดยาผ่านใต้ผิวหนังปราศจากเชื้อชนิดใช้ครั้งเดียว กระบอกฉีด อินซูลินปราศจากเชื้อชนิดใช้ครั้งเดียว ชุดปีกผีเสื้อใช้ในการแพทย์ สายต่อใช้ในการแพทย์ เป็นต้น 46


ห้องปฏิบัติการทางชีวภาพ เป็นห้องปฏิบัติการที่จัดตั้งขึ้นมาในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้อุปโภคในด้านคุณภาพและความ ปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์ ให้บริการทดสอบหน้ากากทางการแพทย์ และชุดป้องกันทางการแพทย์ (PPE) ในหัวข้อด้านชีวภาพ ได้แก่ ประสิทธิภาพการกรองแบคทีเรียของหน้ากากทางการแพทย์ ทดสอบ การซึมผ่านของจุลินทรีย์ในสภาพแห้งและเปียก และความสามารถในการป้องกันไวรัสของชุดอุปกรณ์ ป้องกันความปลอดภัย อย่างไรก็ตามห้องปฏิบัติการทางชีวภาพยังต้องพัฒนาขีดความสามารถการ ให้บริการทดสอบต่อไป เพื่อให้สามารถทดสอบเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานได้อย่างครอบคลุม ห้องปฏิบัติการทางเคมี เป็นห้องปฏิบัติการที่สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์จัดตั้งขึ้นตามโครงสร้างในช่วง สถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปัจจุบันอยู่ในช่วงพัฒนาขีด ความสามารถการให้บริการทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ทางด้านเคมีได้ครอบคลุมมากขึ้น 47


Click to View FlipBook Version