The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง คัมภัร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สังเคราะห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by linda-nai, 2022-02-16 04:32:20

เรื่อง คัมภัร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สังเคราะห์

เรื่อง คัมภัร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สังเคราะห์

คมั ภีรฉ์ นั ทศาสตร์

แพทยศาสตรส์ งเคราะห์

จดุ ประสงค์

๑. ราษฎรที่ป่วยไข้ต้องหาวิธีรักษาตนเอง จึงควรมีการรวบรวม
ให้เป็นเล่มเดียวกัน ราษฎรจะได้คดั ลอกไว้เป็นค่มู ือได้

๒. ตาราหลวงกจ็ ะใช้กนั ในเฉพาะแพทย์หลวง ราษฎรสามัญไม่มีสิทธิใ์ ช้
๓. ต้องการจะอนรุ กั ษ์ตาราแพทย์แผนไทยไว้ให้คนรุ่นหลงั

ความเป็ นมา

ในปีมหามงคลทีพ่ ระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช
รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี เจริญพระชนมายุ ๗๒ พรรษา รฐั บาลจึงได้จดั งานเฉลิมพระเกียรติ

เพื่อถวายเป็นราชสกั การะ และได้จดั พิมพห์ นงั สือที่เปน็ ทีร่ ะลึก
แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เป็นหนึง่ ในหนังสือเหล่าน้ัน
ภูมิปัญญาทางการแพทย์และมรดกทางวรรณกรรมของชาติฉบับเฉลิมพระเกียรตินี้

ได้นาต้นฉบับแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ของ พระยาพศิ ณปุ ระสาทเวช เล่มท่ี ๒
พิมพ์คร้งั ที่ ๒ ร.ศ.๑๒๘ และเล่มที่ ๒ พิมพ์คร้งั ที่ ๑ ร.ศ.๑๒๖ โดยจัดพิมพ์ใหม่ โดยจดั ทาอธิบายส่วนๆต่าง
เพือ่ ให้เข้าใจง่ายข้นึ เหมาะสมแก่ยุคสมยั และเผยแพร่ความรู้แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ให้เกิดประโยชน์สูงสดุ

คมั ภรี ฉ์ นั ทศาสตร์

แพทยศาสตร์สงเคราะห์

วตั คิ วามเป็นมา

พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว รัชกาลท่ี ๕

รวบรวมตาราแพทย์ ก่อตั้ง โรงเรียนราชแพทยาลัย
จึงจัดพิมพ์ตาราแพทย์ศาสตร์ข้นึ
ก่อต้ัง โรงเรียนเวชสโมสร จึงจดั พิมพ์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

จดั พมิ พส์ มบรู ณ์ โดยพระยาพิษณปุ ระสาทเวช (คง ถาวรเวช)
วนั ที่ ๑ มีนาคม ๒๔๕๐

ทีม่ า

เมื่อคร้ังรชั กาลที่ ๕ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า ให้ตั้ง “โรงเรียนแพทยาลัย ”
โปรดให้จัดพิมพ์ตาราแพทย์หลวงเป็นครั้งแรก เรียกว่า “ตาราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ”

พมิ พไ์ ด้ ๓ เลม่ ต้องยกเลกิ

ผู้สาเรจ็ การศึกษาจากราชแพทยาลัยต้งั “โรงเรยี นเวชสโมสร”
พิมพต์ าราแพทยศ์ าสาตรส์ งเคราะห์ เช่นเดิม (แต่เน้นไปที่การรักษาตามแบบฝรงั่ ไม่มีจะใช้
ยาไทย พิมพ์ได้เพียง ๔ ฉบบั กย็ กเลิก)

ท่มี า

พระยาพิศณปุ ระสาทเวช (คง ถาวรเวช) หรอื “หมอคง

อาจารย์ผ้เู ชีย่ วชาญของราชแพทยาลัย
ริเริม่ จัดพิมพ์ “ตาราแพทย์ศาสตรส์ งเคราะห”์ ฉบบั สมบูรณ์
โดยได้รบั พระอนุญาตจากสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดารงราชานุภาพ
(นายกสภาหอสมุดวชิรญาณ เพื่อให้อนุรกั ษ์ตาราแพทย์แผนไทยให้ไว้คนรุ่นหลัง)
จัดพิมพ์เป็น ๒ เล่มจบ เมือ่ วนั ที่ ๑ มีนาคม ๒๔๕๐

ลกั ษณะคาประพันธ์

ตอนเปิดเรื่องใช้ กาพยย์ านี ๑๑
ตอนที่อธิบายลักษณะของทบั ๘ ประการใช้คาประพนั ธ์แบบร่าย

เนอื้ หา สังเขป

- อาการของโรค การรกั ษาโรคแบบกว้าง
- คณุ สมบัติของแพทย์ผู้รกั ษา
- ลกั ษณะของแพทย์ที่ดี และแพทย์ที่ไม่ดี

ความสาคญั ของ อวัยวะในร่ายกาย (กายนคร)

จิตใจ กษัตริย์
โรค ข้าศกึ
แพทย์ ทหาร
อาหาร เสบียง
หวั ใจ น้า อาหาร (แพทย์ควรให้ความสาคญั )

ลกั ษณะของแพทย์ท่ีควรจะเป็น

1.เลือกครทู ี่มีความรู้
2.ไม่ควรเรียนกับครูทีไ่ ม่มีตาราแพทย์
3.อย่าดหู มิ่นตารา
4.อย่าอวดรู้ อวดชานาญ
5.อย่าคาดคะแนนวา่ โรคเกิดจากกรรม
5.อย่าหลงในลาภ สิ่งของ

ลักษณะของแพทย์ที่ดี

1.อย่าเดาโรค รู้เพียงสิง่ เดียว ก็มาคะเนรกั ษาคน
2.อย่าประมาทโรค โรคยิ่งหนกั ต้องใช้ยาทีด่ ี
3.อย่ากล่าวตามอาเภอใจ ว่าโรคนี้เคยรกั ษาหายมาแล้ว
4.คนต่างกันต้องรักษาต่างกนั
5.อย่าโทษว่ายาไม่ดี โรคเป็นแล้วก็เปน็ อีกได้

ลกั ษณะของแพทย์ที่ดี

6.อย่าอวดสรรพคุณยา พอรกั ษาไม่หายกโ็ ทษภตู ผีปีศาจ
7.รู้น้อยอย่าทารู้มาก
8.อย่าเร่งให้ยา อาการจะแย่ลง
9.พิจารณาปริมาณยาให้เหมาะสม
10.หมอบางคนรู้ยาแขนงใด แขนงหนึง่ ก็เทีย่ วอวดตวั รกั ษาทั่วไป

อาจทาให้โรคหนักขึ้นกไ็ ด้

บาป ๑๔ ประการที่แพทย์ควรละ

๑.โลภ ๗.ถือตน ๑๓.อโนตตปั ปะ(กลวั บาป
๒.โทสะ (โกรธ)
๓.โมหะ(หลง) ๘.ล่วงเกินผู้อืน่ ๑๔.รังเกียจคนไข้
๔.วิจิกิจฉา (สงสัย)
๕.อทุ ธัจจะ (ฟุ้งซ่าน) ๙.วิตก
๖.ทิฐิมานะ
๑๐.พยาบาท วิหิงสา

๑๑.กามราคะ

๑๒.หิริ (ไม่ละอายบาป)

เร่อื งย่อ

เร่ิมเปดิ เร่อื งดว้ ยบทไหวค้ รู

หมอชีวกโกมารภจั

หมอชีวกโกมารภจั

อ่านวา่ ชี-วะ-กะ-โก-มา-ระ-พดั

บรมครูแห่งการแพทย์แผนโบราณเปน็
แพทย์ประจาพระองค์ของพระเจ้าพิมพิสาร
ได้ทรงถวายให้เปน็ แพทย์ประจาพระองค์
ของพระพุทธเจ้าด้วย

เรื่องย่อ

๑. บทไหวค้ รู ซึ่งเปน็ การไหว้พระรตั นตรยั ไหว้เทพเจ้าของ พราหมณ์ ไหว้หมอชีวกโกมารภจั จ์
๒. กล่าวถึงความสาคญั ของแพทย์
๓. กล่าวถึงคณุ สมบตั ิของแพทย์ทีพ่ ึงมี
๔. กล่าวถึงโรคและการรกั ษา เช่น ลกั ษณะของหญิงทีม่ ีน้านมดีหรือน้านมชว่ั ธาตุท้งั ๕ คือ ดิน
น้า ลม ไฟ และอากาศ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค อาการไข้ป่วงและการรักษา อาการท้องร่วง
ลักษณะต่าง ๆ วิธีสังเกตนิมิตของผู้ใกล้ตาย อาการโรคลมทราง
๕. เปน็ คาเตือนแพทย์ให้ศึกษาคัมภีร์ฉนั ทศาสตร์
๖. ลักษณะของแพทย์ทีด่ ี
๗. คาขอพรของผ้ปู ระพันธ์

เรื่องยอ่

บทไหว้ครู ไหว้พระรตั นตรยั ไหว้เทพ
ไหว้หมอชีวกโกมารภจั จ์
เจ้าของพรมหมณ์ แพทย์โดยทว่ั ไป

ไหว้ครู ความรู้แพทย์
จรรยาบรรณแพทย์
ความสาคญั ของแพทย์

คุณสมบัติทีแ่ พทย์พึงมี

โรคและการรักษา วิธีสงั เกตไข้และยารักษาโรค
กาเนิดโรคภัย

คาเตือนแพทยใ์ ห้ศึกษาคัมภีรฉ์ นั ทศาสตร์

ลักษณะแพทยท์ ีด่ ี คาอวยพร ของคนแต่ง

ตอนที่ ๑ บทไหว้ครู

ขา้ ขอประนมหตั ถ์ พระไตรรตั นาถา ถอดบทประพนั ธ์
ตรโี ลกอมรามา อภิวาทนาการ
อนึ่งขา้ อญั ชลี พระฤๅษีผูท้ รงญาณ ขอกราบไหวพ้ ระรตั นตรยั และฤาษีครแู พทยท์ ้งั
แปดองคเ์ ธอมีฌาน โดยรอบรใู้ นโรคา ๘ องค์ ซึง่ เป็ นปฐมครูผูส้ อน เป็ นครูผูป้ ระสิทธ์ิ
ประสาทวชิ าการแพทยแ์ ละเภสชั กรรมแผน
โบราณ และเป็ นผูร้ อบรเู้ ก่ยี วกบั โรคภยั ต่าง ๆ

คัมภีร์ฉนั ทศาสตร์

แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

ไหวค้ ุณพระอิศวเรศ ท้งั พรหมเมศทุกช้นั ฟ้า ถอดบทประพนั ธ์
สาปสวรรคซ์ ึ่งหวา้ นยา ประทานทวั่ โลกธาตรี
ไหวค้ รูกุมารภจั ผูเ้ จนจดั ในคมั ภีร์ ขอการกราบไหวพ้ ระอศิ วรและพระพรหม ซ่ึง
เวชศาสตรบรรดามี ใหท้ านทวั่ แกน่ รชน เป็ นผูท้ ี่ประทานสมุนไพรรวมไปถึงการกราบไหว้
ไหวค้ รผู ูส้ งั่ สอน แต่ปางกอ่ นเจริญผล หมอชีวกโกมารภจั จ์ ซึ่งเป็ นแพทยป์ ระจา
ล่วงลุนิพพานดล สาเร็จกจิ ประสิทธ์ิพร พระองคข์ องพระพทุ ธเจา้ และพระเจา้ พมิ พสิ าร

นอกจากน้ันยงั รวมไปถึงการไหวบ้ รรดาครู
อาจารยท์ ี่สงั่ สอนในวชิ าแพทยด์ า้ นต่าง ๆ

ตอนท่ี ๒ ความสาคญั ของคัมภีร์ฉนั ทศาสตร์

จะกล่าวคาภีรฉ์ นั ทศาสตรบ์ รรพท์ ่ีครสู อน

เสมอดวงทินกร แลดวงจนั ทรก์ ระจา่ งตา ถอดบทประพนั ธ์

ส่องสตั วใ์ หส้ วา่ ง กระจ่างแจง้ ในมรรคา คมั ภีรฉ์ นั ทศาสตรเ์ ปรียบเสมอื นพระอาทิตย์
และพระจนั ทร์ ท่ีคอยส่องแสงสวา่ งช้ ีทางชีวติ
หมอนวดแลหมอยา ผเู้ รียนรูค้ มั ภีรไ์ สย์ ใหแ้ กผ่ ูค้ น รวมถึงหมอนวด และหมอยาที่ตอ้ ง
เรียนรคู้ มั ภีรแ์ พทย์ (คมั ภีรไ์ สย)์ โดยมีท้งั ส้ ิน
เรียนรูใ้ หค้ รบหมด จนจบบทคมั ภีรใ์ น ๑๔ ขอ้

ฉนั ทศาสตรท์ ่านกล่าวไข สิบส่ีขอ้ จงควรจา

ตอนท่ี ๓ เนือ้ เร่อื งทีเ่ ก่ียวกับความสาคัญของอวยั วะ

อนึ่งจะกล่าวสอน กายนครมีมากหลาย ถอดบทประพนั ธ์

ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญิงชายในโลกา ร่างกายของคนเราท้งั ชาย และหญิงเสมอื นเมือง
แหง่ หน่ึง โดยมพี ระราชาเป็ นหวั ใจ และเปรียบ
ดวงจติ คือกระษัตริย์ ผ่านสมบตั ิอนั โอฬาร์ แพทยเ์ ป็ นทหาร ที่ทาหนา้ ท่ีปกป้องดูแล
บา้ นเมืองและต่อสูก้ บั ขา้ ศึก ซ่ึงก็คือโรคภยั ไขเ้ จ็บ
ขา้ ศึกคือโรคา เกิดเข่าฆ่าในกายเรา ต่าง ๆ ที่มาทาใหร้ า่ งกายของเราอ่อนแอ หรือ
เสียชวี ติ ได้
เปรียบแพทยค์ ือทหาร อนั ชานานรลู้ าเนา

ขา้ ศึกมาอยา่ งใจเบา หอ้ มลอ้ มรอบทุกทิศา

ตอนที่ ๓ เน้ือเร่อื งท่เี กี่ยวกับความสาคญั ของอวัยวะ

ใหด้ ารงกระษัตรยิ ไ์ ว้ คือดวงใจใหเ้ รง่ ยา ถอดบทประพนั ธ์
อนึ่งหา้ มอยา่ โกรธา ขา้ ศึกมาจะอนั ตราย
ปิ ตต คือ วงั หนา้ เรง่ รกั ษาเขมน่ หมาย สามสิ่งสาคญั ที่ตอ้ งหมนั่ ดูแลไมใ่ หข้ า้ ศึก ซึ่งกค็ ือ
อาหารอยใู่ นกาย คือเสบียงเล้ ียงโยธา เช้ ือโรคต่าง ๆ เขา้ มาทาลายได้ คือ หนึ่ง หวั ใจ
หนทางท้งั สามแหง่ เรง่ จดั แจงอยรู่ กั ษา (เปรียบเทียบไดก้ บั พระราชาผูค้ รองเมือง) ซึ่ง
หา้ มอยา่ ใหข้ า้ ศึกมา ปิ ดทางไดจ้ ะเสียที เป็ นอวยั วะที่สาคญั ท่ีสุดในร่างกาย โดยตอ้ งดูแล
สภาพจิตใจไมใ่ หเ้ กิดความโกรธ สอง ถุงน้าดี
(ปิ ตต) เปรียบเสมอื นวงั หนา้ และ สาม อาหาร
เปรียบเสมือนเสบียงเล้ ียงบา้ นเมอื งซึ่งก็คือ
รา่ งกายของเรานัน่ เอง

ตอนที่ ๓ เน้อื เรอื่ งทเ่ี กยี่ วกับความสาคญั ของอวยั วะ

อน่ึงเล่ามีคาโจทก์ กล่าวยกโทษแพทยอ์ นั มี ถอดบทประพันธ์
ปรีชารคู้ มั ภีร์ เหตุฉนั ใดแกม้ ฟี ัง
คาเฉลยแกป้ ุจฉา รรู้ กั ษากจ็ ริงจงั กล่าวกนั วา่ แพทยท์ ่ีเป็ นผูเ้ ชี่ยวชาญดา้ นการ
ดว้ ยโรคเหลือกาลงั จง่ึ มฟิ ังในการยา รกั ษาโรคและความรูม้ ากมาย ไมส่ ามารถรกั ษา
เมื่ออ่อนรกั ษาได้ แกแ่ ลว้ ไซรย้ ากนักหนา คนใหห้ ายจากโรคภยั ไขเ้ จบ็ ได้ นัน่ เป็ นเพราะ
ไขน้ ้ันอุปมา เหมือนเพลิงป่ าไหมล้ ุกลาม โรคบางชนิดน้ันรา้ ยแรงเกนิ ไปราวกบั เพลิงป่ า
ประกอบกบั การด้ ือยายงั ทาใหร้ กั ษาโรคยากข้ นึ
ดว้ ย แต่ถา้ มีอาการไมห่ นัก ไมร่ ุนแรง ย่อมรกั ษา
ไดง้ า่ ยกวา่

ตอนที่ ๓ เนอื้ เรื่องที่เกี่ยวกับความสาคัญของอวยั วะ

เป็ นแพทยม์ สี าคญั โอกาสน้ันมอี ยสู่ าม ถอดบทประพนั ธ์
เคราะหร์ า้ ยขดั โชคนาม บางทีรเู้ กินรไู้ ป
บางทีรไู้ มท่ นั ดว้ ยโรคน้ันใช่วสิ ยั แพทยม์ โี อกาสจะรกั ษาโรค ไม่ สาเร็จมอี ยู่ ๓
ตน บ รูท้ ิฏฐิใจ ถือวา่ รขู้ นื กระทา ประการดว้ ยกนั คือ หน่ึง วนิ ิจฉยั โรคเกิน
จบเรื่องท่ีตนรู้ โรคน้ันสูว้ า่ แรงกรรม จริง สอง ไมร่ จู้ กั โรคน้ันมาก่อน แลว้ โทษวา่ เป็ น
ไมส่ ้ ินสงสยั ทา สุดมือมว้ ยน่าเสียดาย เวรกรรมของผูป้ ่ วย และสาม แมว้ า่ แพทยอ์ าจ
บางทีก็มีชยั แต่ยาใหโ้ รคน้ันหาย สามารถรกั ษาโรคใหห้ ายได้ แต่เป็ นเพราะไดย้ า
ท่านกล่าวอภิปราย วา่ ชอบโรคน้ันเป็ นดี รกั ษาโรคท่ีดี ไมไ่ ดม้ าจากความสามารถของ
แพทยแ์ ต่อยา่ งใด

ตอนท่ี ๓ ลกั ษณะของแพทย์ทคี่ วรจะเป็น
เลอื กครูอาจารย์ท่ีมคี วามร้เู ป็นอยา่ งดี

ผูใ้ ดจะเรียนรู้ พเิ คราะหด์ ูผูอ้ าจารย์ ถอดบทประพนั ธ์
เที่ยงแทว้ า่ พิศดาร ท้งั พทุ ธไสยจง่ึ ควรเรียน
แต่สกั เป็ นแพทยไ์ ด้ คมั ภีรไ์ สยไมจ่ าเนียร ใครอยากจะเป็ นแพทยต์ อ้ งเลือกอาจารยใ์ หด้ ี ๆ
ครูน้ันไมค่ วรเรียน จานาตนใหห้ ลงทาง โดยอาจารยท์ ่ีดีตอ้ งรูท้ ้งั การแพทยแ์ ผนไทย
เราแจง้ คมั ภีรฉ์ นั ทศาสตรอ์ นั บุราณปาง (พุทธ) และแผนอินเดีย (ไสย) ถา้ อาจารยค์ น
กอ่ นกล่าวไวเ้ ป็ นทาง นิพพานสุศิวาไลย ไหนไมเ่ ชี่ยวชาญครบท้งั สองดา้ น ไมค่ วร
เสียเวลาไปเรียนเพราะจะเกิดความเขา้ ใจผิดได้
ดงั น้ัน ผูท้ ่ีอยากเรียนแพทย์ ควรศึกษาคมั ภีร์
ฉนั ทศาสตร์ เพราะมเี น้ ือหาท่ีถูกตอ้ ง

ตอนที่ ๓ ลักษณะของแพทยท์ ่ีควรจะเป็น
เลือกครอู าจารยท์ ่มี ีความรเู้ ป็นอยา่ งดี

อยา่ หม่นิ วา่ รงู้ ่าย ตารบั รายอยถู่ มไป ถอดบทประพันธ์
รบี ด่วนประมาทใจ ดงั น้ันแทม้ ิเป็ นการ
ลอกไดแ้ ต่ตารา เที่ยวรกั ษาโดยโวหาร อยา่ ดูหม่นิ และดูถูกวา่ การเป็ นหมอน้ันงา่ ย
อวดรวู้ า่ ชานาญ จะแกไ้ ขใหพ้ ลนั หาย ถึงแมจ้ ะมตี ารบั ตาราใหเ้ รียนรมู้ ากมายแต่ก็
อยา่ ไดป้ ระมาทใจ แพทยบ์ างคนอาจทาไดแ้ ค่
รกั ษาตามตารา แต่เท่ียวอวดรวู้ า่ ตวั เองมคี วาม
ชานาญ

อยา่ รักษาโรคโดยการคาดเดา โทษว่าเป็นแรงกรรม

โรคคือครุกรรม บรรจบจาอยา่ พึงทาย ถอดบทประพนั ธ์
กล่าวเล่หอ์ ุบายหมาย ดว้ ยโลกหลงในลาภา
บา้ งจาแต่เพศไข้ ส่ิงเดียวไดส้ งั เกตมา โรคภยั คือกรรมหนักหรือบาปหนัก แพทยท์ ี่ดีไม่
กองเลือดวา่ เสมหา กองวาตาวา่ กาเดา ควรรกั ษาโรคเพราะหวงั ในทรพั ยส์ ินเงินทอง
คมั ภีรก์ ล่าวไวห้ มด ไยมจิ ดมิจาเอา และไมค่ วรใชเ้ ฉพาะการสงั เกตอยา่ งเดียวแลว้
ทายโรคแต่โดยเดา ใหเ้ ช่ือถือในอาตมา อา้ งวา่ รู้ ท้งั ๆ ที่ไมไ่ ดร้ จู้ กั โรคน้ันจริง ๆ ไมค่ วร
รนู้ ้อยอยา่ บงั อาจ หม่นิ ประมาทในโรคา เดาสุ่มแต่ควรเชื่อถือในตารามากกวา่ นอกจากน้ ี
แรงโรควา่ แรงยา มคิ วรถือวา่ แรงกรรม หากรนู้ ้อยกไ็ มค่ วรอวดตวั แลว้ เที่ยวโทษวา่
รกั ษาไมไ่ ดเ้ พราะเวรกรรม แต่จริง ๆ แลว้ เป็ น
เพราะใหย้ าไมด่ ี

อย่าวนิ ิจฉัยโรคแค่วา่ ตนเคยรกั ษาโรคมาก่อน

อน่ึงท่านไดก้ ล่าวถาม อยา่ กล่าวความบงั อาจอา ถอดบทประพันธ์
เภอใจวา่ ตวั จา เพศไขน้ ้ ีอนั เคยยา
ใช่โรคสิ่งเดียวดาย จะพลนั หายในโรคา อยา่ บงั อาจกล่าวตามอาเภอใจวา่ การรกั ษาโรค
ต่างเน้ ือกต็ ่างยา จะชอบโรคอนั แปรปรวน น้ันง่าย เพราะเคยรกั ษามาแลว้ โรคภยั น้ันไมไ่ ด้
บางทีกย็ าชอบ แต่เคราะหค์ รอบจ่ึงหนั หวน มชี นิดเดียว แต่มีมากมายหลายชนิด อีกท้งั
หายคลายแลว้ ทบทวน จะโทษยาก็ผิดที คนไขแ้ ต่ละคนกไ็ มเ่ หมอื นกนั ใชว้ า่ เป็ นโรค
เดียวกนั แลว้ จะตอ้ งใชย้ าชนิดเดียวกนั เสมอไป

อยา่ ประมาทในการรกั ษาโรค โรคย่ิงหนักเพราะใหย้ ามากเกินไป

อวดยาคร้นั ใหย้ า เห็นโรคาไมถ่ อยหนี ถอดบทประพนั ธ์
กลบั กล่าววา่ แรงผี ท่ีแทท้ าไมร่ ทู้ า
เห็นลาภจะใคร่ได้ นิยมใจไมเ่ กรงกรรม เมอ่ื เหน็ วา่ คนไขไ้ มห่ ายเสียที แพทยก์ ลบั ใหย้ า
รนู้ ้อยบงั อาจทา โรคระยาเพราะแรงยา เพมิ่ มากข้ นึ ซึ่งอาจแรงเกินไป และทาใหค้ นไข้
โรคน้ันคือโทโส จะภิยโยเรง่ วฒั นา อาการหนักข้ นึ เปรียบโรคภยั ไดก้ บั ความโกรธ ท่ี
แพทยเ์ ร่งกระหนา่ ยา กย็ ่งิ ยบั ระยาเยิน ยง่ิ เมือ่ เติมเช้ ือไฟ จะยง่ิ รุนแรงมากยิ่งข้ ึน

อยา่ อวดรู้ ควรพิจารณาปรมิ าณยาใหเ้ หมาะสม

รแู้ ลว้ อยา่ อวดรู้ พินิจดูอยา่ หม่นิ เมนิ ถอดบทประพันธ์
ควรยาหรือยาเกิน กวา่ โรคน้ันจงึ่ กลบั กลาย
ถนอมทาแต่พอควร อยา่ โดยด่วนเอาพลนั หาย ไมค่ วรอวดรู้ ตอ้ งพจิ ารณาเร่ืองปริมาณยาที่จะ
ผิโรคน้ันกลบั กลาย จะเสียท่าดว้ ยผิดที ใหก้ บั คนไขอ้ ยา่ งถ่ีถว้ น เพราะหากคนไขเ้ กดิ แพ้
ยา อาจทาใหอ้ าการหนักมากข้ นึ

หมอบางคนรเู้ พียงยาแขนงหนงึ่ แตอ่ วดรู้ ทาให้โรคหนกั ขนึ้ ได้

บา้ งไดแ้ ต่ยาผาย บรรจุถ่ายจนถึงดี ถอดบทประพนั ธ์
เห็นโทษเขา้ เป็ นตรี จ่ึงออกตวั ดว้ ยตกใจ
บา้ งรแู้ ต่ยากวาด เท่ียวอวดอาจไมเ่ กรงภยั แพทยบ์ างคนรจู้ กั แค่ยาระบาย (ยาผาย มี
โรคนอ้ ยใหห้ นักไป ดงั กอ่ กรรมใหต้ ิดกาย คุณสมบตั ิในการขบั ลม) พออาการหนักข้ นึ
รุนแรงข้ นึ กต็ กใจทาอะไรไมถ่ ูก สว่ นยากวาด
(ยาที่ตอ้ งนามาบดใหล้ ะเอียด ใชผ้ สมกบั น้า
แลว้ นามาป้ายหรือลว้ งกวาดท่ีลาคอ) แต่เท่ียว
อวดรวู้ า่ ตวั เองรจู้ กั ยามากมายหลายชนิด ทาให้
โรคที่ตวั เองรกั ษาอยู่ จากเบากลายเป็ นหนัก ซ่ึง
ถือเป็ นการกอ่ กรรมกบั ผูอ้ ื่น

๑. คณุ ค่าดา้ นเน้ ือหา

เน้ ือหาของคมั ภีรฉ์ นั ทศาสตรแ์ ละแพทยศาสตร์
เนน้ คุณค่า จรรยาบรรณของแพทย์ สิ่งท่ี แพทยท์ ่ีดี
พึงปฏิบตั ิและไมพ่ ึงปฏบิ ตั ิ
สว่ นท่ีสอง คือ ตาราแพทยแ์ ผนโบราณ

๒. คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์

การสรรคา ผูใ้ ดใครทาชอบ ตามระบอบพระบาลี
การเลน่ เสียงสมั ผสั กุศลผลจะมี อเนกนับเบ้ ืองหนา้ ไป
กายไมแ่ กร่ ู้ ประมาทผูอ้ ุดมญาณ
การซ้าคา แมเ้ ด็กเป็ นเด็กชาญ ไมค่ วรหมิ่นประมาทใจ
ใหด้ ารงกระษัตริยไ์ ว้ คือดวงใจใหเ้ ร่งยา
การเพิ่มเสียง ร อนึ่งหา้ มอยา่ โกรธา ขา้ ศึกมาจะอนั ตราย

๒. คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์

การใชภ้ าพพจน์ ทศาสตรบรรพท์ ี่ครสู อน
อปุ มา จะกล่าวคมั ภีรฉ์ นั แลดวงจนั ทรก์ ระจา่ งตา
โรคน้ันสูว้ า่ แรงกรรม
เสมอดวงทินกร สุดมอื มว้ ยน่าเสียดาย
บุคคลวตั จบเรื่องที่ตนรู้ ผ่านสมบตั ิอนั โอฬาร์
เกดิ เขน่ ฆ่าในกายเรา
ไมส่ ้ ินสงสยั ทา
อปุ ลกั ษณ์ ดวงจติ คือกระษัตริย์

ขา้ ศึกคือโรคา

๒. คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์

รสทางวรรณคดี ขา้ ขอประนมหตั ถ์ พระไตรรตั นนาถา
เสาวรจนี ตรีโลกอมรมา อภิวาทนาการ
ไมร่ กั จะทายบั พาตารบั เท่ียวขจร
พิโรธวาทงั เสียแรงเป็ นครูสอน ท้งั บุญคุณก็เส่ือมสูญ
ไมร่ คู้ มั ภีรเ์ วช ห่อนเหน็ เหตุซึ่งโรคทา
สลั ลาปังคพิสยั แพทยเ์ อ๋ยอยา่ งมคลา จกั ขมุ ืด บ เหน็ หน

๑. คณุ ค่าดา้ นวรรณศิลป์

การใชโ้ วหาร อน่ึงจะกล่าวสอน กายนครมมี ากหลาย
ทาให้ผอู้ า่ นเขา้ ใจความหมาย ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญิงชายในโลกา
ดวงจติ คือกระษัตริย์ ผ่านสมบตั ิอนั โอฬาร์
และเหน็ ภาพชดั เจนย่ิงข้นึ ขา้ ศึกคือโรคา เกดิ เขน่ ฆา่ ในกายเรา
เปรียบแพทยค์ ือทหาร อนั ชานาญรลู้ าเนา
ขา้ ศึกมาอยา่ ใจเบา หอ้ มลอ้ มรอบทุกทิศา
ใหด้ ารงกระษตั ริยไ์ ว้ คือดวงใจใหเ้ รง่ ยา
อนึ่งหา้ มอยา่ โกรธา ขา้ ศึกมาจะอนั ตราย

๒. คณุ คา่ ดา้ นสงั คม

สะทอ้ นใหเ้ หน็ ความเชือ่ ของสงั คมไทย ฉนั ทศาสตรม์ ีความหมายวา่ ตารา (ศาสตร)์ ท่ีแต่งเป็ นสตู ร
(ฉนั ท)์ ตามอยา่ งตาราการแพทยใ์ นคมั ภีรอ์ าถรรพเ์ วท ตาราอาถรรพเ์ วท เป็ นพระเวทหน่ึงในศาสนา
พราหมณ์ จงึ มีเร่ืองเกย่ี วกบั ไสยศาสตรด์ ว้ ย จึงมกั พบคาวา่ “คมั ภีรไ์ สย”์ ปรากฏอยใู่ นคาประพนั ธ์ ดงั
ตวั อยา่ ง

เรียนรใู้ หช้ ดั เจน จบจงั หวดั คมั ภีรไ์ สย์

ต้งั ตน้ ปฐมใน ฉนั ทศาสตรด์ งั พรรณนา

แต่ในคมั ภีรฉ์ นั ศาสตร์ มกี ารประสานความเช่ือความคิดต่างๆ ทางสงั คมและทาง

พระพุทธศาสนาเขา้ ดว้ ยกนั เน้ ือหาจึงปรากฏคาบาลีแสดงใหเ้ ห็นตลอด ทาใหไ้ ดร้ บั ความรูเ้ กี่ยวกบั

คาศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา เชน่ มจิ ฉา (ความผิด) วริ ิยะ (ความเพียร) วจิ กิ ิจจา (ความลงั เล)

อุทธจั (ความฟุ้งซ่าน) วหิ ิงษา (เบียดเบียน) อโนตปั ปัง (ความไมส่ ะดุง้ กลวั ต่อบาป) อธิกรณ์ (โทษ)

๒. คณุ ค่าดา้ นสงั คม

สะทอ้ นใหเ้ ห็นคุณคา่ เรื่องแพทยแ์ ผนไทย ถา้ พจิ ารณาในสว่ นท่ีกล่าวถึงทบั ๘ ประการ จะ
เป็ นไดว้ า่ แพทยแ์ ผนไทยเป็ นวธิ ีการรกั ษาโรคอีกวิธีหนึ่ง เป็ นแพทยท์ างเลือกท่ีมีความจาเป็ นในการ
รกั ษาโรค

สะทอ้ นใหเ้ ห็นคุณคา่ เรื่องแพทยแ์ ผนไทย ถา้ พิจารณาในสว่ นท่ีกล่าวถึงทบั ๘ ประการ จะ
เป็ นไดว้ า่ แพทยแ์ ผนไทยเป็ นวธิ ีการรกั ษาโรคอีกวธิ ีหน่ึง เป็ นแพทยท์ างเลือกที่มคี วามจาเป็ นในการ
รกั ษาโรค เราจะคิดวา่ เป็ นเรื่องที่ลา้ สมยั ไมไ่ ด้ เพราะเวชกรรมแผนโบราณเป็ นที่ยอมรบั เชื่อถือมาชา้
นาน กอ่ นที่จะรบั เอาวทิ ยาการแพทยแ์ ผนใหมม่ าจากชาติตะวนั ตกมาใช้ ซึ่งปัจจุบนั การคน้ ควา้ วจิ ยั
ทางแพทย์ จะกลบั มาใหค้ วามสนใจในการรกั ษาดว้ ยยาสมุนไพรตามแบบโบราณ โดยถือวา่ เป็ น
ทางเลือกทางหน่ึงในการรกั ษาโรคในปัจจุบนั

๒. คณุ คา่ ดา้ นสงั คม

ใหค้ วามรเู้ ร่ืองศพั ทท์ างการแพทยแ์ ผนโบราณ เช่น คาวา่
“ธาตุพกิ าร”ธาตุท้งั สี่ (ดิน น้า ลม และไฟ) ในรา่ งกายไมป่ กติ ทา
ใหเ้ กิดโรคต่าง ๆ ข้ ึนตามกองธาตุเหล่าน้ัน คาวา่ “กาเดา” หมายถึง
อาการไขอ้ ยา่ งหน่ึงเกดิ จากหวดั เรียกวา่ “ไขก้ าเดา” อาการของโรค
จะมเี ลือดไหลออกทางจมูก เรียกวา่ เลือดกาเดา คาวา่ “ปวดมวน”
หมายถึงการปัน่ ป่ วนในทอ้ ง

สรุป

คมั ภีรฉ์ นั ทศาสตร์ แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะหเ์ ป็ นตาราเก่ยี วกบั การแพทยแ์ ผนโบราณของ
ไทยท่ีสืบทอดกนั มา จดั ทาข้ นึ ตามพระราชดาริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ซ่ึง
ทางเห็นวา่ คมั ภีรแ์ พทยโ์ บราณและตารายาพ้ นื บา้ นของไทยมคี ุณค่ายิ่ง สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงการ
รกั ษาโรคของไทยในอดีตทาใหไ้ ดเ้ รียนรูถ้ ึงความเป็ นมาตลอดจนวถิ ีชีวติ ในอดีตไดเ้ ป็ นอยา่ งดี มี
วธิ ีการนาเสนอดว้ ยคาอธิบายเป็ นส่วนใหญ่ โดยใชบ้ ทเปรียบเทียบเร่ืองท่ีเป็ นนามธรรมเพ่ือให้
ผูอ้ ่านเขา้ ใจความหมายไดง้ า่ ยและชดั เจนมากข้ นึ โดยเน้นคุณสมบตั ิของแพทยเ์ ป็ นพิเศษทาให้
แพทยย์ ง่ิ ตระหนักถึงบทบาทและความสาคญั ของตน มคี วามประณีตในการใชถ้ อ้ ยคา แฝงขอ้ คิด
หลายประการใหก้ บั ผูอ้ า่ น การอ่านอยา่ งพนิ ิจคุณค่าทาใหผ้ ูอ้ ่านตระหนักถึงความสาคญั และเหน็
คุณคา่ ของวรรณคดี


Click to View FlipBook Version