มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 1 สารบัญ จุดเริ่มต้นของนักเดินทาง 2 - 9 บทเรียนการขับเคลื่อนนโบายท้องถิ่น 10 - 103 1 2 ภาพบันทึกความทรงจำา 104 - 115 3 เนื่องในโอกาส ก้าวไปสู่ปีที่ 38 มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมเรียนรู้บทเรียน ประสบการณ์ และความภาคภูมิใจ ในการผลักดันนโยบายท้องถิ่น ของนักขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ ผ่านเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 2 1่ จุดเริ่มต้นของการเดินทาง
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 3 ศาสตราจารย์ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ผมเข้ามาเป็นอาจารย์แพทย์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อเกือบ 50 ปีมาแล้ว ผมไม่รู้เลยกับคำ ว่า “ขับเคลื่อนนโยบาย” มีความหมายอย่างไร ผมเจอเรื่องที่คิดว่า “มันไม่ใช่นะ” เราต้องแก้ปัญหานั้น ผมก็ไปหาหนทางที่นำ ไปสู่การแก้ปัญหาที่ผมอยากจะแก้ พยายามจนแก้ปัญหาได้ ตัวอย่างเรื่องหนึ่งคือ ตอนนั้นที่โรงพยาบาลรามาธิบดีมีคนไข้วัณโรคจำ นวนมาก มีการใช้ยารักษาวัณโรคราคาถูก ชื่อยา TB1 ที่ผลการรักษาไม่ดีเท่ายาใหม่ที่มีราคาแพงขึ้น และเกือบทั่วโลกเขาเลิกใช้ยา TB1 แล้ว ผมจึงนำ เรื่องนี้ พร้อมข้อมูลผลดีผลเสีย / ความคุ้มค่าของยาที่ใหม่กว่า ผลการรักษาดีกว่ายา TB1 ไปปรึกษา ผู้อำ นวยการโรงพยาบาล ขอให้ท่านสั่งให้ทางห้องยาเลิกสั่งยา TB1 มาไว้ที่ห้องยา กลายเป็นว่า โรงพยาบาลรามาธิบดีมี นโยบาย เลิกใช้ยาวัณโรคประสิทธิภาพต่ ำขนานนั้น ผมพบอีกว่า โรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศก็ใช้ยาTB1เนื่องจากมีงบประมาณน้อยผมก็ไปอธิบาย กับผู้ใหญ่ในกองวัณโรค จนสุดท้ายกระทรวงสาธารณสุขก็มีนโยบายเลิกใช้ยา TB1 นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่าง ที่ผม “ขับเคลื่อนนโยบาย” โดยเริ่มต้นไม่ได้คิดว่าเป็นการขับเคลื่อนนโยบาย คิดแต่ว่าจะ แก้ปัญหาที่ต้องแก้ เมื่อมาร่วมทำ งานกับโครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ในปี พ.ศ.2529 ทีมงานกำ หนดเรื่องจะทำ ไว้ 3 ด้านหลัก คือ การเผยแพร่พิษภัยของยาสูบ การขยายเครือข่ายแนวร่วมในการรณรงค์ และการชี้แนะ / ผลักดันนโยบาย ซึ่งขณะ นั้นยังไม่มีกฎหมายควบคุมยาสูบ ผมกับทีมงานไปเสนอให้คณบดีออกประกาศให้ โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นเขตปลอดบุหรี่ ซึ่งคณะกรรมการบริหาร คณะก็สนับสนุน รวมทั้งร้านกิฟท์ชอบที่เคยขายบุหรี่ได้วันละกว่า 400 ซอง ก็เลิกขายบุหรี่ด้วย โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงเป็นโรงพยาบาลใหญ่แห่งแรกในประเทศไทย ที่มีนโยบายห้ามสูบบุหรี่ในโรงพยาบาล "ขับเคลื่อนนโยบาย ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าจะทำาอะไรที่ส่งผลกระทบมาก ต้องขับเคลื่อนนโยบาย"
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 4 ่ ทีมงานเราตั้งเป้าว่า จะต้องรณรงค์ / ผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายห้ามโฆษณาบุหรี่ให้ได้ภายใน 3 ปี โดยเริ่มด้วย การเผยแพร่ผลเสียของการโฆษณาบุหรี่ที่ทำ ให้เด็กติดบุหรี่ ทำ ให้คนสูบบุหรี่ไม่คิดที่จะเลิกสูบ และทำ ให้สื่อที่รับโฆษณา บุหรี่ไม่อยากเผยแพร่พิษภัยของการสูบบุหรี่ กลางปีพ.ศ.2531ครม.ก็มีมติห้ามโฆษณาบุหรี่ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอและต้นปีพ.ศ.2532คณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคก็ออกประกาศเป็นกฎหมาย ห้ามโฆษณาบุหรี่ในทุกสื่อทั้งทางตรงและทางอ้อม กระทรวงสาธารณสุข ยกร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบเป็นกฎหมายปี พ.ศ.2535 ในปีพ.ศ.2536จังหวะที่ผมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติได้ร่วม กับทีมงานหลายท่าน จัดทำข้อมูล / ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุข เสนอ ครม. ให้ขึ้นภาษีบุหรี่ ขณะที่ เครือข่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่และสื่อมวลชนร่วมสร้างกระแสสนับสนุน จน ครม. มีมติขึ้นภาษีบุหรี่ตามที่กระทรวงสาธารณสุข เสนอ แม้จะได้รับการคัดค้านอย่างสุดฤทธิ์จากบริษัทบุหรี่ทั้งไทยและต่างประเทศ หลังจากมีกฎหมายควบคุมยาสูบ มีนโยบายขึ้นภาษียาสูบแล้ว ปัญหาคือ ไม่มีงบประมาณสนับสนุน การสื่อสาร รณรงค์ การบังคับใช้กฎหมาย การวิจัย การขยายเครือข่ายรณรงค์ภาคประชาชน เป็นที่มาของการศึกษาวิจัย สร้างกระแส ผลักดันจนเกิดพระราชบัญญัติกองทุน สสส. ทำ ให้เกิดเครือข่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ไปทั่วประเทศ ทั้งที่เป็นภาคี สสส. และที่ เป็นภาคีมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ภายใต้การสนับสนุนทุนของ สสส. อยากจะให้เข้าใจต่อไปว่า นโยบายสาธารณะมีหลายระดับ ตั้งแต่ของหน่วยงาน องค์กร ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด จนถึงระดับประเทศ ทั้งหมดนี้ใช้หลักการเดียวกัน คือ ต้องคิดให้ชัดว่า ต้องการทำ ให้เกิดนโยบายอะไร ข้อมูลประกอบการตัดสินใจใน การกำ หนดนโยบาย การขายความคิด / ข้อมูลแก่เครือข่ายแนวร่วมที่จะสนับสนุนนโยบายที่เสนอ และที่สำคัญที่สุดคือ ใครคือผู้ที่จะเป็นแกนหลักในการผลักดันจนเกิดนโยบายที่ตั้งเป้าไว้จนสำ เร็จ ผมได้เขียนหนังสือ “ถอดบทเรียน ชี้นำสังคมและผลักดันนโยบายสาธารณะ” ไว้ตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน ลองอ่านดู จะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดมากขึ้น ขอให้กำลังใจ ให้ภาคีทุกคนลองทำและผลักดันนโยบายในระดับต่างๆ สำ เร็จนะครับ สิ่งที่อยากจะฝาก โดยเฉพาะภาคีของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการ ไม่สูบบุหรี่คือ ภาคีสามารถขยายผลการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่ ด้วยการทำ งาน 3 มิติ อย่างที่มูลนิธิฯ ทำอยู่ คือ การให้ความรู้ การ ขยายเครือข่ายแนวร่วม และการขับเคลื่อนนโยบาย อ่านถึงตอนนี้จะเข้าใจว่า ทำ ไมผมจึงเขียนถึงตัวอย่างที่ผม ผลักดันให้โรงพยาบาลรามาธิบดี และกระทรวงสาธารณสุขเลิกใช้ ยารักษาวัณโรคที่ประสิทธิภาพต่ ำ และที่ผมไปขอให้โรงพยาบาล รามาธิบดีประกาศให้เป็นโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ก่อนที่จะมีกฎหมาย ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 5 นางสาวบังอร ฤทธิภักดี เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เมื่อต้นปี2558 อาจารย์ประกิต และทีมงานมูลนิธิฯ พร้อมด้วยอาจารย์ลักขณา ได้ปรึกษากันว่าทำอย่างไรจึงจะ พัฒนาการควบคุมการบริโภคยาสูบให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ทำอย่างไรจึงสามารถสร้างทายาทนักรณรงค์ให้กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ทุกจังหวัด หากเป็นไปได้ทุกอำ เภอ ประเทศไทยเรามีกฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบที่เข้มแข็ง แต่ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็ม ศักยภาพ โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ทุกคนต่างเห็นร่วมกันว่า ควรจะมีการพัฒนาสมรรถนะให้ภาคีในภูมิภาค เป็นนักรณรงค์ที่เข้มแข็ง เพื่อสร้างสังคม ปลอดบุหรี่ ร่วมกันลดนักสูบหน้าเก่า สกัดนักสูบหน้าใหม่ ลดความสูญเสีย ของครอบครัว ของสังคม ทั้งด้านสุขภาพและ เศรษฐกิจ คำว่านักรณรงค์ในที่นี้ขอให้ความหมายที่ชัดเจนว่า ไม่ใช่เพียงแต่รณรงค์ประชาสัมพันธ์(เอดดูเคท) เรื่องพิษภัยของ การสูบบุหรี่ หรือสร้างค่านิยมที่ไม่สูบบุหรี่แต่เพียงอย่างเดียว แต่นักรณรงค์ยังมีภารกิจในการขับเคลื่อนนโยบาย(แอดโวเคท) เพราะเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนคือการเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบ และเชิงนโยบาย ดังนั้น เพื่อความชัดเจน เราจึงเรียกโครงการนี้ว่า โครงการอบรมนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ แต่จะขอเรียกสั้นๆ ว่า นักขับเคลื่อนนโยบาย "ดีใจที่มีนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่น เบ่งบานสะพรั่งทั่วประเทศ นับเป็นพลังที่เข้มแข็ง สวยงาม นำาไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน" เริ่มต้นการเดินทาง Advocate VS Educate ผลักดันนโยบาย VS ยกระดับความรับรู้
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 6 ่ เมื่อได้โจทย์แล้ว ดิฉันจึงร่วมกับอาจารย์ลักขณา ยกร่างหลักสูตรการสร้างนักขับเคลื่อนยโยบายขึ้นมา โดยใช้เก้า คำถามเพื่อการขับเคลื่อนนโยบาย เป็นแกนหลักของหลักสูตร โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการให้คนที่มีความสนใจหรือมี ใจรักเรื่องการสร้างสังคมปลอดบุหรี่ ซึ่งมีอยู่ในทุกภูมิภาค ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้มีการเรียนรู้และมีทักษะในการ ขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ของตัวเอง จริงๆ แล้ว เก้าคำถามเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายนี้เป็นองค์ความรู้สากล ถ้าเราลอง search คำ ว่า advocacy ใน Google ก็จะปรากฏเรื่องเก้าคำถามขึ้นมา ซึ่งได้รับการประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางโดยองค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กร พอดีในส่วนของตัวเอง ได้มีโอกาสไปอบรมเรื่อง policy advocacy ซึ่งจัดโดยนัก Advocates ที่อเมริกามาเมื่อหลาย ปีก่อน ก็ได้มีโอกาสเรียนเรื่อง 9 Questions for policy advocacy แล้วพบว่า เป็นเครื่องมือที่ง่าย แต่เป็นประโยชน์ใน การวางแผนเพื่อผลักดันนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่น เป็นตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมในการจัดระบบความคิด การวางแผน การจัดการข้อมูล จัดการเครือข่าย และจัดระบบการสื่อสาร 9 คำาถาม เพื่อการขับเคลื่อนนโยบาย Q1 ต้องการขับเคลื่อนนโยบาย อะไรเคลื่อนนโยบาย อะไร Q2 ใครคือผู้มีอำ นาจตัดสินใจเคลื่อนนโยบาย อะไร Q3 ใครคือผู้ที่จะช่วยสื่อสารกับผู้มีอำ นาจตัดสินใจ Q4 Message : เรื่องนี้สำ คัญอย่างไร อะไร Q5 จะสื่อสารให้ถึงผู้กำ หนดนโยบายได้อย่างไร Q6 เรามีอะไรอยู่แล้วในมือ(ข้อมูล ความเชี่ยวชาญแนวร่วม) Q7 ยังขาดอะไร Q8 แผนการดำ เนินงาน ก้าวแรกคืออะไร Q9 จะปรับขบวน เมื่อไร อย่างไร 9 คำาถาม เพื่อจัดระบบความคิด และกระบวนการขับเคลื่อนนโยบาย
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 7 เมื่อมีหลักสูตรแล้ว สิ่งที่สำคัญคือคนที่จะเข้าร่วมโครงการ มูลนิธิฯ ได้เชิญเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งนักสื่อสารมวลชน ท้องถิ่น ครู นักพัฒนาชุมชน รวมทั้งนักสาธารณสุข มาเข้าร่วม โดยแบ่งเป็นรุ่น ๆ รุ่นละไม่เกิน 30 คน เรียกว่าจิ๋วแต่แจ๋ว การอบรมใช้เวลาสองวันครึ่ง โดยมีทั้งการบรรยาย การทำกิจกรรมกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ โดยแต่ละคนจะต้อง พัฒนาโครงการที่คิดว่าจะกลับไปขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ โดยมุ่งในการพัฒนาเชิงระบบ ปรากฏว่า เกิดโครงการขึ้นมา มากมาย (โปรดดูหน้า 12) เปรียบประหนึ่งดอกไม้ที่งดงาม บานสะพรั่งทั่วแผ่นดิน ดอกไม้บานสะพรั่ง เพื่อให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ มูลนิธิฯ ได้สนับสนุนทั้งด้านวิชาการ ด้านการสื่อสาร และทุนจำ นวนเล็ก น้อยเพื่อเป็นน้ำ มันเครื่องในการขับเคลื่อนโครงการ ในกรอบระยะเวลา 1 ปี เป็นที่น่าดีใจว่า โครงการกว่า 80% ประสบผลสำ เร็จตามที่ตั้งใจไว้ เกิดผลลัพท์ที่จับต้องได้ สามารถต่อยอดขยายผล สู่ประเด็นอื่น ๆ และเป็นแรงบันดาลใจให้พื้นที่อื่น ๆ โดยนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเหล่านี้ได้ใช้เก้าคำถาม เป็นกรอบ ในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อผลักดันนโยบายท้องถิ่น ที่สำคัญคนเหล่านี้ไม่เพียงแต่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้แต่เขาได้กลายเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในท้องถิ่น ที่มีความ ตั้งใจ มีความรู้ความสามารถเต็มร้อย และมีความมุ่งมั่นพันเปอร์เซ็นต์ในการสร้างสังคมปลอดบุหรี่ที่ยั่งยืน ในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งหลักสูตรและเป็นวิทยากรหลักของหลักสูตรนี้ รู้สึกดีใจและภูมิใจมากกับดอกไม้แห่งความสำ เร็จ ดอกไม้แห่งความมุ่งมั่น ที่บานสะพรั่งทั่วแผ่นดินไทย
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 8 ่ ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย ผู้อำานวยการ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกำาลังคน ด้านการควบคุมยาสูบ ครั้งแรกที่ดิฉันสนใจศึกษา เรื่องการขับเคลื่อนนโยบาย (policy advocacy) ในฐานะที่ต้องเป็นผู้บรรยาย เกิดขึ้นใน ปี 2540 เมื่อครั้งมาเป็นอาจารย์ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในขณะนั้น เพราะกลยุทธ์การส่งเสริมสุขภาพส่วนใหญ่จะเป็นกลยุทธ์ทางการศึกษา / การสื่อสารเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็น หลัก กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ซึ่งเป็นกลยุทธ์การผลักดันเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง นโยบายนั้นจะมีการเรียนการสอนไม่มากนัก ต่อมาการบรรยายเรื่องการผลักดันนโยบาย ได้พัฒนามาเป็น “หลักสูตรการขับเคลื่อนนโยบายสำ หรับงานควบคุมการ บริโภคยาสูบ” โดยพัฒนาร่วมกับคุณบังอร ฤทธิภักดี ในการจัดอบรมของ NCD Alliance ในปี 2555 หลักสูตรการผลักดันนโยบาย ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นหลักสูตรพื้นฐานของสถาบันการเรียนรู้ การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) ของสำ นักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยจัดการ เรียนรู้ให้แก่ภาคี สสส. ในชื่อของหลักสูตรการผลักดันนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ หลักสูตรนี้ใช้เครื่องมือสำคัญคือ“9 คำถามเพื่อการผลักดันนโยบายสาธารณะ” โดยปรับจาก “Advocacy Institute, Washington D.C.” ทีมของเราประกอบด้วยมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ มูลนิธิเพื่อสังคมอาเซียนปลอดบุหรี่ (SEATCA) และศูนย์พัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านควบคุมยาสูบ (พศย.) ได้ปรับหลักสูตรนี้ มาใช้กับภาคีของมูลนิธิฯ ทำ ให้ หลายคนได้แสดงศักยภาพของตน ในการเข้าถึงผู้กำ หนดนโยบายท้องถิ่นและผลักดันให้เกิดนโยบายต่าง ๆ ขึ้น เช่น แหล่ง ท่องเที่ยวปลอดบุหรี่ ตลาดปลอดบุหรี่ ศาสนสถานปลอดบุหรี่ ร้านค้าไม่ขายบุหรี่แก่เยาวชน และล่าสุดคือการร่วมรณรงค์ ให้รัฐบาลยังคงกฎหมายห้ามนำ เข้าบุหรี่ไฟฟ้าในโครงการ “คนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า” อย่างเข้มแข็งอีกด้วย ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็นพลังเล็ก ๆ พลังหนึ่งของการจัดการหลักสูตร “นักขับเคลื่อนนโยบายด้านการ ควบคุมการบริโภคยาสูบ” และทำ ให้เกิดนักชับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่น ร่วมสร้างสังคมปลอดบุหรี่อย่างมีพลังต่อเนื่อง "ภูมิใจที่เป็นพลังเล็ก ๆ ในการพัฒนาและจัดหลักสูตร นักขับเคลื่อนนโยบาย ด้านการควบคุมยาสูบ"
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 9 นางสาวแสงเดือน สุวรรณรัศมี ผู้จัดการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ การสร้างนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ ในระดับพื้นที่เป็นเป้าหมายสำ คัญของมูลนิธิ รณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ด้วยเห็นว่า การแก้ปัญหาการสูบบุหรี่เป็นเรื่องที่คนในชุมชนต้องร่วมมือกัน ซึ่งจะทำ ให้เรื่อง นี้เกิดความยั่งยืน ภาคีเครือข่ายที่ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์ฯ ประกอบด้วย บุคลากรสาธารณสุข บุคลากรด้านการศึกษา บุคลากรขององค์กร ปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) สื่อมวลชนท้องถิ่น เยาวชน รวมถึงผู้นำชุมชน ยกระดับมาเป็นผู้นำ ในการขับเคลื่อนนโยบาย จากรุ่นสู่รุ่นกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค กระบวนการของหลักสูตรนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่น มุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมได้ผ่านการเรียนรู้โดยนำ ไปปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ทำ ให้ผู้ผ่านการอบรมได้พัฒนาการดำ เนินงานหลายด้าน การรวบรวมองค์ความรู้กลยุทธ์การเข้า ถึงผู้กำ หนดนโยบายการสานพลังเครือข่ายรวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีโอกาสได้สร้างกัลยาณมิตรในการเดินทางสาย เดียวกัน และเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่ผู้ผ่านหลักสูตรนี้ ได้นำแนวทางที่ได้เรียนรู้ไปพัฒนาและขยายผลกับการผลักดันนโยบาย ในประเด็นอื่น ๆ อีกทั้งได้เป็นที่รู้จักของคนในท้องถิ่นได้รับการยกย่องเป็นตัวแทนของนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ มี โอกาสทำ งานในระดับนโยบาย เป็นที่ปรึกษาและนักขับเคลื่อนตัวยงในพื้นที่ ความสำ เร็จของทุกพื้นที่ที่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ สร้างกำลังใจและความมุ่งมั่นในการพัฒนาให้เกิดนักขับเคลื่อน นโยบายท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำ เนินโครงการอบรมนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ด้วย หวังว่าจะเกิดนักขับเคลื่อนนโบบายที่ทำ เรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้นกระจายอยู่ทั่วประเทศ อันเป็นกลไกสำคัญที่จะนำ ไปสู่การแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง "การแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ เป็นเรื่องที่คนในชุมชนจะต้อง ร่วมมือกัน ซึ่งจะทำาให้เรื่องนี้ มีความยั่งยืนโดยนักขับเคลื่อน นโยบายท้องถิ่นมีบทบาทสำาคัญ"
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 2 10 ่ บทเรียนการขับเคลื่อน นโยบายท้องถิ่น
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 11 นโยบายตลาด / ถนนคนเดินปลอดบุหรี่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 12 ่ นางสายหยุด ขันขวา ครูเกษียณอายุราชการ / เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จังหวัดขอนแก่น นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 จุดที่ท้าทายที่สุดที่เลือกทำ โครงการตลาดปลอดบุหรี่ คือการ ได้คิดนอกกรอบและพาตัวเองออกจากบริบทพื้นที่ในฐานะคุณครู ที่ทำ งานเคลื่อนนโยบายโรงเรียนปลอดบุหรี่ตลอดอายุราชการ จากการทำ งานได้เปิดโลกทัศน์พาตนเองไปเกี่ยวข้องกับผู้มี ส่วนกำ หนดนโยบาย ซึ่งทำ ให้เรารับทราบข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า ตลาดเป็นสถานที่ที่คนได้รับควันบุหรี่มือสองสูงที่สุด โดยเฉพาะ ตลาดในเทศบาลขอนแก่น เป็นสถานที่ที่มีคนมาใช้บริการมาก เป็นอันดับต้นๆถึงแม้ว่าตลาดจะเป็นสถานที่สาธารณะที่ต้องเป็น เขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมายแต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาอยู่มาก ความภูมิใจคือการสื่อสารกับผู้มีอำ นาจในการกำกับดูแลตลาด ในเทศบาลขอนแก่นซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในโครงการ ด้วยความ พร้อมของข้อมูลด้านต่างๆ จึงทำ ให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ ผู้กำ หนดนโยบายเกิดความตระหนักถึงปัญหานำ ไปสู่การ ประกาศนโยบายที่ชัดเจนตลอดจนมีแนวทางกติการวมไปถึงเกิด “พลังเล็กๆ สร้างจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ สร้างนโยบายด้านสุขภาพ ที่ดีให้คนในชุมชนได้” เครือข่ายพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ร่วมกันสื่อสารเรื่องนี้และขยายผล ไปยังตลาดอื่นๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น บทเรียนสำคัญคือ จากคนที่ทำงานในรอบรั้วโรงเรียนสามารถ รุกออกมาผลักดันโยบายสาธารณะ พลังเล็กๆ สร้างจุดเปลี่ยน ที่ยิ่งใหญ่ สร้างนโยบายด้านสุขภาพที่ดีให้คนในชุมชนได้ แม้เกษียณอายุราชการแล้ว คุณครูยังคงทำ งานอย่างต่อเนื่อง ในฐานะจุดจัดการในฐานะเครือข่ายครูที่เป็นจุดจัดการเพื่อ โรงเรียนปลอดบุหรี่จังหวัดขอนแก่น เป็นที่รู้จักได้รับความเชื่อถือ ความไว้วางใจ ขับเคลื่อนงาน จนเกิดประสบการณ์ใหม่ๆ รวม ถึงสามารถปรับและพัฒนาตนเองในการทำ งานร่วมกับภาคี เครือข่ายที่หลากหลาย และได้รับความไว้วางจากฝ่ายนโยบาย แต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุม ผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดขอนแก่น ด้านการคุ้มครองสิทธิสตรีหรือ สิทธิเด็ก ผลสำ เร็จของการทำสถานศึกษาปลอดบุหรี่ 1) ขยายผลขับเคลื่อนการดำ เนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครอบคลุมทุกอำ เภอในจังหวัดขอนแก่น 2) การประสานงานระหว่างคณะทำ งานและภาคีเครือข่าย ทำ ให้สามารถเข้าร่วมผลักดันการดำ เนินงานโรงเรียน ปลอดบุหรี่ในเชิงนโยบายร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ 3) โรงเรียนปลอดบุหรี่ต้นแบบสามารถยกระดับเป็นศูนย์การ เรียนรู้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประจำอำ เภอในจังหวัดขอนแก่น เข้าพบนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 13 นางโกศล ราษฎร์เหนือ ครูเกษียณอายุราชการ / เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จังหวัดขอนแก่น นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 “คติการดำาเนินงานที่ครูยึดถือมาตลอด คือ เป็นผู้นำาที่รอบรู้ เคียงคู่จิตอาสา รวมพลังขับเคลื่อนนโยบายควบคุมการบริโภคยาสูบ” จบจากภารกิจตลาดปลอดบุหรี่ ก็ยังขับเคลื่อนจุดจัดการ เพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่จังหวัดขอนแก่นต่อเนื่อง และยิ่งจุดจัด การฯเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับ มีความน่าเชื่อถือในการ ดำ เนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่จากหน่วยงานในพื้นที่ ยิ่งทำ ให้ ครูต้องหมั่นเพิ่มพูนประสบการณ์ กระตือรือร้น และแสวงหา องค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้เหมาะสมกับผู้รับ เพื่อให้สามารถทำ งาน ร่วมกับคณะทำ งานและภาคีเครือข่าย ได้อย่างมีความสุข มี ประสิทธิภาพ ปัจจัยความสำ เร็จที่สำคัญ คือ ความรัก สามัคคี เข้าใจ รับฟัง ความคิดเห็น การแบ่งการทำ งานให้เหมาะสมกับศักยภาพของ ทีมงาน รวมไปถึงความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย สื่อ อุปกรณ์ งบประมาณ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดการขยายผลการดำ เนินงาน โรงเรียนปลอดบุหรี่ ไปยังสถานศึกษาที่สังกัดสำ นักงานคณะ กรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำ นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมการศาสนา สิ่งที่กล่าวมามีเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาเยาวชนให้มี ความรู้มีทักษะชีวิต สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความ สุข รวมถึงการป้องกันนักสูบหน้าใหม่จากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ครูเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน คติการดำ เนินงานที่ครูยึดถือมา ตลอดคือ เป็นผู้นำ ที่รอบรู้ เคียงคู่จิตอาสา รวมพลังขับเคลื่อน นโยบายควบคุมการบริโภคยาสูบ ครูร่วมกับครูสายหยุด ทำ โครงการตลาดเทศบาลนครขอนแก่นปลอดบุหรี่ ตอนที่ทำสนุก เปิดมุมมองว่าคนที่จะสนับสนุนงานไม่จำ เป็นต้องเฉพาะคนไม่สูบ บุหรี่เท่านั้น ตอนนั้น ท่านนายกเทศมนตรีก็สูบบุหรี่แต่สนับสนุน งานเต็มที่ นโยบายที่ท่านสนับสนุนช่วยให้การดำ เนินงานผ่านฉลุย ส่วนหนึ่งที่ทำ ให้เกร็งๆคือครูเป็นคนชุมแพถ้าเป็นตลาดชุมแพ เราจะคุ้นหน้าคุ้นตาแม่ค้า แต่มาทำ ที่ตลาดในเมือง ไม่มั่นใจว่า จะเป็นอย่างไร แต่เมื่อเรานำ ทางด้วยนโยบาย ไม่เคยถูกปฏิเสธ ทุกคนยินดีให้ความร่วมมือ คนในตลาด พ่อค้า แม่ค้า ทำ ให้รู้ว่า ตลาดปลอดบุหรี่ คือ ตลาดที่ทุกคนต้องการแถมงานนี้ครูยังได้ มิตรภาพจากคนในเทศบาลที่เชื่อมงานด้วยกันทั้งหมดทำ ให้เชื่อมั่น ในศักยภาพตนเองมากขึ้น นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นเปิดงานตลาดปลอดบุหรี่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 14 ่ นางสาวรัญชน์ปรัตม์ นาวะรัตนกุล ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น หนังสือพิมพ์แอดนิวส์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2557 “ในอนาคตก็จะยังคง รณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่/ บุหรี่ไฟฟ้า จะทำาจนกว่าจะหมดแรง” จุดเริ่มต้นได้ปรึกษากับผู้อำ นวยการโรงพยาบาลอุทัยธานี นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี และคณะกรรมการถนนคนเดิน หลังจากนั้น มีการแต่งตั้งคณะทำ งาน ประกอบด้วย แกนนำ เป็น คลินิกฟ้าใส กลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลอุทัยธานี จัดกิจกรรม ทำการสำ รวจความพึงพอใจ ความคิดเห็นและความร่วมมือของ ประชาชน ร้านค้า ที่ใช้บริการในถนนคนเดิน นำ เสนอข้อมูลที่ ได้ให้ผู้บริหารและคณะกรรมการทราบ เพื่อวางแผนการดำ เนิน งาน จากนั้น นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ได้ประกาศนโยบาย ถนนคนเดินปลอดบุหรี่ 100% หลังจากประกาศนโยบาย ถนนคนเดินตรอกโรงยาเป็นสถาน ที่ปลอดบุหรี่ / บุหรี่ไฟฟ้า ร้านค้าในถนนคนเดิน ตรอกโรงยา ตัวเองมีโอกาสร่วมกิจกรรมกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบ บุหรี่หลายครั้ง ได้รับข้อมูลความร้ายกาจของบุหรี่ ครั้งนี้ได้รับ โอกาสให้ร่วมอบรมหลักสูตรนักขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับนาง วรรณี อัมระนันท์ หรือพี่ญาญ่าต๋อย ของน้องๆ ตลอดการอบรมเรามีความเห็นตรงกันว่า ถนนคนเดินตรอก โรงยาอุทัยใหม่ ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวระดับตำ นานของจังหวัด มีประวัติศาสตร์ให้ศึกษา และมีผู้ใช้บริการเป็นจำ นวนมากเหมาะสมกับการขับเคลื่อนพื้นที่ สาธารณะปลอดบุหรี่ในจังหวัดอุทัยธานี ให้ความร่วมมือติดสติกเกอร์ห้ามสูบบุหรี่ แจกเอกสารเกี่ยว กับพิษภัยของบุหรี่แก่ผู้มาใช้บริการ รวมถึงมีการตั้งบูธให้คำ แนะนำสำ หรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ โครงการนี้มีเพื่อนร่วมงานจากเครือข่ายอาสาสมัครหลาย หน่วยงาน ได้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน, อาสา สมัครแรงงาน, อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์, กองทุนแม่ของแผ่นดินฯ แวะเวียนมาร่วมทำกิจกรรม รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับคนในพื้นที่และคนที่ มาใช้บริการอย่างสม่ ำเสมอ เป้าหมายของการทำ งานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ใน อนาคตก็จะยังคงร่วมกิจกรรมรณรงค์การไม่สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลาด ร้านค้า (จะทำ จนกว่าจะหมดแรง)
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 15 นายสุพมาศ พรหมมาส นักประชาสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนตำาบลปกาสัย และ บก.ศูนย์ข่าวท้องถิ่นกระบี่ จังหวัดกระบี่ นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่นที่ 3 ปี 2558 “การมีความรู้เพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ เราต้องรู้จักนำาออกมาใช้ และการมีความตั้งใจอย่างเดียว นั้นยังน้อยไป เราต้องรู้จักลงมือทำา” ในปี 2560 เป็นปีที่เข้ามาเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนงานการ ควบคุมการบริโภคยาสูบของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบ บุหรี่อย่างจริงจัง เริ่มจากโครงการถนนสายวัฒนธรรม (วิถี ชุมชน หนนหลาดในเหนือคลอง ปลอดบุหรี่) และต่อยอดไป สู่ โครงการ อบต.ปกาสัยปลอดบุหรี่, โครงการสานพลัง ‘เด็ก ปกาสัยปลอดบุหรี่’ สู่ชุมชนน่าอยู่ โครงการกลุ่มนี้จะมีนายก องค์การบริหารส่วนตำ บลปกาสัย เป็นผู้กำ หนดนโยบายในฐานะ ผู้บริหารในพื้นที่ มีกระบวนการทำ งานคือ ประกาศนโยบาย อบรมให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพบุคลากร รณรงค์สร้างกระแส สื่อสารให้เข้าถึงได้ทุกช่องทาง หลังจากสามารถขับเคลื่อนให้ อบต.ปกาสัยปลอดบุหรี่แล้ว จึงได้ยกระดับอีกขั้น โดยการผลักดันให้พื้นที่สาธารณะ ของ อปท. ในอำ เภอเหนือคลองปลอดบุหรี่ ในอำ เภอเหนือคลองมี อปท. จำ นวน 9 แห่ง การขับเคลื่อนลักษณะนี้นอกจากต้องมี นโยบายของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่แล้ว ยังมีผู้กำ หนดนโยบายอีกหลายท่านที่มาร่วมกัน เช่น ผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ หัวหน้าส่วนราชการผู้นำชุมชน สาธารณสุขอำ เภอ รวมไปถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อสม. และสื่อมวลชน ระหว่างการทำ งาน ผมได้เรียนรู้พัฒนาทักษะกระบวนการ ทำ งาน อบรมในหลักสูตรต่าง ๆ อยู่สม่ ำ เสมอ พร้อมกับเป็น วิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนกระบวนการ ทำ งานให้กับหน่วยงาน อปท. โรงเรียน ชุมชน ในพื้นที่ “การ มีความรู้เพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ เราต้องรู้จักนำออกมา ใช้ และการมีความตั้งใจอย่างเดียวนั้นยังน้อยไป เราต้องรู้จัก ลงมือทำ” ปัจจุบัน ผมยังคงมุ่งมั่นและขับเคลื่อนงานการควบคุมการ บริโภคยาสูบ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำ บลปกาสัย สื่อ มวลชน ผู้นำชุมชน เพื่อสร้างตำ บลน่าอยู่ต่อไป ผมหวังว่าเรา จะก้าวร่วมกันและก้าวต่อไป สู่อนาคตแห่งสังคมปลอดบุหรี่ ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้า
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 16 ่ นางสาวเขมวันต์ เหมราช นักจัดรายการสถานีวิทยุ FM 96.75 MHz และผู้ประกาศ (บุคคลภายนอก) NBT Phuket จังหวัดภูเก็ต นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 7 ปี 2560 “ป้ายห้ามสูบบุหรี่น้องย่าหยาในชุดพื้นเมืองภูเก็ต ยังคงมีประชาสัมพันธ์อยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการได้รับความร่วมมือจากชุมชนย่านเมืองเก่า” จาก ปี 2556 จุดเริ่มต้นด้วยการเข้าอบรม นำข้อมูลเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางสื่อที่ตัวเองทำ งานอยู่อย่างต่อเนื่อง ทุกปี และปี2560 เพิ่มบทบาทเป็นนักขับเคลื่อนนโยบายด้าน การควบคุมการบริโภคยาสูบ ดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามามี ส่วนร่วมในการสร้างสังคมปลอดบุหรี่ในพื้นที่มากขึ้น การจัดทำ โครงการตลาดนัด Chillva Market ภูเก็ตเพื่อ โซนปลอดบุหรี่ และโครงการหลาดใหญ่ภูเก็ตปลอดบุหรี่ (หลาดใหญ่ภูเก็ตเป็นตลาดที่เปิดทุกวันอาทิตย์ มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติมาท่องเที่ยวจำ นวนมาก) ก่อให้เกิด ความร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้องกับการกำ หนดนโยบายหลาย ฝ่าย ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ประธานชุมชน ย่านเมืองเก่า สาธารณสุขอำ เภอเมืองภูเก็ต เป็นต้น นวัตกรรมป้ายห้ามสูบบุหรี่น้องย่าหยาในชุดพื้นเมืองภูเก็ต เป็นป้ายรณรงค์ในพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ 3 ภาษา (ไทย/อังกฤษ/ จีน) โดยชุมชนย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ดูแลสถานที่ดังกล่าว ยังคงใช้ป้ายและเพิ่มเติมป้ายห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ของ ตลาดด้วย ส่วนตัวมองว่าการได้รับข้อมูลข่าวสารและได้รับการอบรม เพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีที่ทำ ให้ตัวเอง นำสิ่ง ที่ได้รับไปใช้ในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง จากทำส่วนตัว ขยายสู่ เพื่อนสื่อ ต่อด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนวันหนึ่งที่เขาเห็นถึง ความตั้งใจในการทำ งานด้านนี้ ส่งผลสู่การเป็นส่วนหนึ่ง ของ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดภูเก็ต ณ ปัจจุบัน มองว่าปัจจัยสำคัญที่นำ มาสู่ความสำ เร็จของตัว เองคือ หัวใจของการเป็นจิตสาธารณะ ผนวกกับการสนับสนุน จากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ หรือข้อมูล ข่าวสาร และหัวใจที่จริงใจ ที่มีให้มาโดยตลอด (ประทับใจ) ซึ่งในฐานะนักรณรงค์นักขับเคลื่อนนโยบาย และ ทุกสถานะในบทบาท บ้าน ASH Thailand หลังนี้ก็ยังคงมี เรี่ยวแรงทำ หน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด เครือข่าย เห็นการทำ งานที่จริงจังของเรามากขึ้นและจะพยายามขยาย เครือข่ายจากทุกภาคส่วนมากขึ้น จะเดินหน้ารณรงค์ต่อไป เพื่อสร้างสังคมภูเก็ตให้ปลอดบุหรี่ค่ะ ลงนามความร่วมมือหลาดใหญ่ปลอดบุหรี่
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 17 นางสาวสิวลี เที่ยงธรรม สื่อออนไลน์ Fanpage Phuketok News, www.Phuketoknews.com จังหวัดภูเก็ต นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 7 ปี 2560 “นโยบายเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ แต่การทำาให้เกิดความยั่งยืน และยึดถือปฏิบัติตาม ประกาศนั้นไปตลอด เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก” จุดเริ่มต้นด้วยการเข้าสัมมนา นำข้อมูลข่าวสาร เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางสื่อที่ตัวเองทำ งานอยู่อย่างต่อเนื่อง และ ปี2560ได้รับการชักชวนจากคุณเขมวันต์ เหมราชให้ร่วม อบรมเป็นนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการบริโภค ยาสูบ เป็นการพัฒนาตัวเองให้ทำ งานเป็นทีม และทำ งานระดับ นโยบาย โครงการตลาดนัด Chillva Market ภูเก็ตเพื่อโซนปลอด บุหรี่ และโครงการหลาดใหญ่ภูเก็ตปลอดบุหรี่ ซึ่งเป็นตลาดที่ เปิดทุกวันอาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาท่อง เที่ยวจำ นวนมาก ระหว่างการดำ เนินโครงการมีอุปสรรคหลาย อย่าง แต่สุดท้ายก็เกิดนโยบายจากท่านนายกเทศมนตรีนคร ภูเก็ต เป็นผลสำ เร็จที่ทำ ให้หายเหนื่อย นโยบายเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ แต่การทำ ให้เกิดความ ยั่งยืน และยึดถือปฏิบัติตามประกาศนั้นไปตลอด เป็นสิ่งที่ ท้าทายมาก และในปัจจุบันความนิยมสูบบุหรี่ของคนในภูเก็ตและนัก ท่องเที่ยวเปลี่ยนไป จากสูบบุหรี่เป็นมวน หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้า ตามพื้นที่สาธารณะ เช่น ร้านอาหาร ตลาด ที่เคยทำ โครงการ ไปแล้วและการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังแพร่ระบาดในเยาวชนชาย หญิง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก ในฐานะสื่อมวลชนก็พร้อมขับเคลื่อนในพื้นที่ต่อไป จะทำ หน้าที่ช่วยมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่อย่างเต็มที่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 18 ่ นางธนัยนันท์ พัฒน์จิรวัชร ประธานชมรมนักจัดรายการวิทยุจังหวัดเชียงราย สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2562 "ความยากในการทำาโครงการของเราคูณสอง เพราะเราต้องผลักดันนโยบาย 2 ตลาด ที่มีผู้กำาหนดนโยบายต่างกัน” ดิฉันได้เข้ามาร่วมอบรมนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุม การบริโภคยาสูบ เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 โดยการชักชวนของ พันจ่าอากาศเอกสัมฤทธิ์ สำ ราญฤทธิกุล เมื่ออบรมแล้วเราได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยทำ โครงการถนน คนเดินและถนนคนม่วนจังหวัดเชียงรายปลอดควันบุหรี่ ซึ่ง ท้าทายมากเพราะเป็นตลาดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด มีนักท่องเที่ยวจำ นวนมาก ความยากของเราคูณสอง เพราะเรา ต้องผลักดันนโยบาย 2 ตลาด ที่มีผู้กำ หนดนโยบายต่างกัน แต่ เราไม่ย่อท้อ เดินหน้าตามแนวทาง 9 คำถามที่อบรมมา จนเกิด ผลสำ เร็จคือ ประกาศจากเทศบาลนครเชียงราย เรื่อง ประกาศ นโยบายถนนคนเดินเทศบาลนครเชียงรายปลอดควันบุหรี่ และ ประกาศจากชุมชนสันโค้งน้อย เชียงราย เรื่อง ประกาศนโยบาย ถนนคนม่วนชุมชนสันโค้งน้อยเชียงรายปลอดควันบุหรี่ ปัจจุบันยังนำความรู้ที่เข้าร่วมอบรมมาปฏิบัติงานจริง จน ประสบความสำ เร็จ โดยยังมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ไม่พบผู้สูบบุหรี่ในบริเวณที่กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ นักท่องเที่ยว ก็ปฏิบัติตามกฎกติกา เป็นอย่างดีผู้ประกอบการก็ช่วยสอดส่อง ดูแลและคอยเตือนอยู่ตลอดใจอยากขยายผลต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ด้วย หวังว่าคงได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการ ไม่สูบบุหรี่ต่อไปและตลอดไปค่ะ แถลงข่าวถนนคนม่วนปลอดบุหรี่ ถนนคนเดินจังหวัดเชียงราย
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 19 พันจ่าอากาศเอกสัมฤทธิ์ สำาราญฤทธิกุล สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ 015 จังหวัดเชียงราย สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2562 “จงใช้จิตวิญญาณแห่งนักสื่อสาร เป็นสะพานเชื่อมทุกภาคี ให้รู้เท่าทันโทษ พิษภัยบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” จุดเริ่มต้น ได้เข้าร่วมอบรมสถานีวิทยุในเครือของ กองทัพ อากาศปลอดบุหรี่รู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน งานด้านการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่ สูบบุหรี่ เพราะส่วนตัว ไม่ชอบควันบุหรี่อยู่แล้ว ประกอบกับ หลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อ ป่วยและเสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 62 ปี ทีมแพทย์ผู้ให้การรักษา ลงความเห็นว่าท่านเสียชีวิตเพราะ เหลือเนื้อปอดเพียง 1 ใน 4 ของปอดทั้งหมด เหตุเนื่องมาจาก การสูบบุหรี่มาอย่างยาวนาน แม้จะเลิกสูบบุหรี่แล้วแต่ปอดก็ไม่ สามารถฟื้นตัวได้ สิ่งนี้เองที่ทำ ให้ผมเดินทางกลับไปไม่ทันดูใจท่าน จึงเป็นเรื่อง หนึ่งที่ทำ ให้ผมอยากเข้ามาขับเคลื่อนงานด้านการควบคุมยาสูบ เมื่อได้รับการประสานจากมูลนิธิรณรงค์ฯ ให้เข้าอบรมนักขับ เคลื่อน นโยบายด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ และสามารถ ชักชวนเครือข่ายมาร่วมได้1 คน จึงตัดสินใจเชิญคุณธนัยนันท์ พัฒน์จิรวัชร ประธานชมรมนักจัดรายการวิทยุจังหวัดเชียงราย มาร่วมอบรมด้วยกัน เกิดการขับเคลื่อน โครงการถนนคนเดิน และถนนคนม่วนจังหวัดเชียงรายปลอดควันบุหรี่ ผลักดันให้ เกิดนโยบายสถานที่ท่องเที่ยวปลอดบุหรี่ 2 ฉบับ พร้อมกับ เกิดพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ซึ่งประกอบด้วยภาคส่วน สำ คัญที่จะร่วมมือและสนับสนุนการสร้างสถานที่ปลอดบุหรี่ ต้นแบบ อีก 2 ฉบับ ปัจจุบันทำ งานด้านการควบคุมยาสูบร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์ เพื่อการไม่สูบบุหรี่ / สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทย ปลอดบุหรี่ / พศย.เชียงราย/เยาวชน GenZ เชียงราย/เยาชน YSDN เชียงราย และประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย และ ยังคงทำ งานด้านการควบคุมยาสูบร่วมกับทุกภาคีเครือข่าย ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีใครต้องสูญเสียเหมือนอย่างที่ ผมเคยสูญเสียมา และอยากจะสื่อสารให้ทุกๆ ท่านว่า “โปรด รักษาปอดของท่านไว้ เพื่อคนที่ท่านรักเถอะครับ” พิธีลงนามความร่วมมือถนนคนเดินและถนนคนม่วนปลอดบุหรี่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 20 ่ นางจุฑาวัลย์ บัวกลิ่น ประธานชมรมสื่อมวลชนตาก จังหวัดตาก สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2562 “การเติมเต็มข้อมูลหรือความรู้ ที่อัพเดทตลอดเวลาและสม่ำาเสมอ รวมกับอุดมคติของ การทำางานจิตอาสาเพื่อสังคมด้วยความมุ่งมั่น” การขับเคลื่อนโครงการตลาดกาดนั่งยองคล้องย่าม จังหวัดตากปลอดบุหรี่ เป็นโครงการที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงหลัง จากอบรมนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการบริโภค ยาสูบ เน้นให้เกิดมาตรการในพื้นที่ ซึ่งต้องเชื่อมประสานกับ เทศบาลเมืองตาก ที่เป็นผู้กำ หนดนโยบายของโครงการนี้ นำ คณะทำ งานและภาคีเข้าชี้แจงโครงการกับผู้ว่าราชการ จังหวัด ซึ่งท่านเห็นด้วย และร่วมหารือพูดคุยกับหัวหน้าส่วน ราชการ รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาดกาดนั่งยองคล้องย่าม เพื่อกำ หนดทิศทางในระดับจังหวัด การเข้าพบท่านนายกเทศมนตรีเมืองตาก ซึ่งเป็นเจ้าของ พื้นที่ตลาด ก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง จนสำ เร็จออกมาเป็นประกาศ เทศบาลเมืองตาก เรื่องกำ หนดให้ตลาดกาดนั่งยองคล้องย่าม และตลาดเกาะลอยเป็นเขตปลอดบุหรี่ โดยประกาศเมื่อวันที่ 21 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2563 เข้าพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก หารือร่วมกับท่านนายกเทศมนตรีเมืองตาก การขับเคลื่อนงานบุหรี่ในพื้นที่จังหวัดตากจะร่วมกับภาคี เครือข่ายงดเหล้าและบุหรี่พร้อมแกนนำกลุ่มเด็กและเยาวชน ในจังหวัดตาก เป็นภาคีเสริมหนุนซึ่งกันและกัน การได้มีโอกาสร่วมงานกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบ บุหรี่ และได้ดำ เนินโครงการต่าง ๆ ซึ่งทางมูลนิธิฯ เปิดโอกาส ให้ได้รับข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ที่ทันต่อเหตุการณ์ และการ ได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีต่างๆเกิดความรู้และประสบการณ์ต่างๆ สามารถนำ มาปรับใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการทำ งาน การเติมเต็มข้อมูลหรือความรู้ตลอดเวลาและสม่ ำเสมอ อุดมคติของการทำ งานจิตอาสาเพื่อสังคมด้วยความมุ่งมั่น จะ เกิดการขับเคลื่อนงานต่อไปได้ จะร่วมสร้างแกนนำ รุ่นใหม่และ ประชาชนทุกกลุ่มวัยให้เข้ามามีส่วนร่วม เสริมการทำ งานในเชิง รุกมากกว่าเชิงรับพร้อมกระชับกลุ่มเป้าหมาย
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 21 ร.ต.เกียรติพัทธ์ ลิ้มไพบูลย์ รองประธานชมรมสื่อมวลชนตาก จังหวัดตาก สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2562 “การดำาเนินโครงการผลักดันนโยบาย ต้องพัฒนาองค์ความรู้ มีเป้าหมาย มีความมุ่งมั่นต่อสิ่งที่เราจะทำา" การได้เข้าร่วมกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และได้ ดำ เนินโครงการต่าง ๆ ต้องพัฒนาองค์ความรู้ ทำ ให้การทำ งาน ประสบความสำ เร็จ โดยสิ่งที่สำ คัญจะต้องมีหลัก 4 อย่าง คือ คน เครื่องมือ เวลา งบประมาณ การขับเคลื่อนนโยบายโครงการตลาดกาดนั่งยองคล้องย่าม จังหวัดตากปลอดบุหรี่ สำ เร็จออกมาเป็นประกาศของเทศบาล เมืองตาก แต่ความสำ เร็จมากกว่านั้นคือมีงานแถลงข่าว และพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงตามประกาศนโยบายกำ หนดให้ตลาด กาดนั่งยองคล้องย่าม และตลาดน้ ำ เกาะลอยเป็นเขตปลอดบุหรี่ โดยมีส่วนราชการและภาคเอกชน ร่วมลงนาม ประกอบด้วย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้กำกับการตำ รวจภูธรจังหวัด ตาก นักวิชาการสรรพสามิตชำ นาญการ ประธานเครือข่ายองค์กร งดเหล้า ผู้แทนกรรมการกลุ่มตลาดกาดนั่งยองคล้องย่าม และ นายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ตาก วัตถุประสงค์ในการบันทึกข้อตกลง เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ตามประกาศนโยบายกำ หนดให้ตลาดกาดนั่งยองคล้องย่าม และตลาดน้ ำเกาะลอย เป็นเขตปลอดบุหรี่ และรวมถึงพื้นที่ สาธารณะอื่นๆ ในพื้นที่ ของสำ นักงานเทศบาลเมืองตาก ให้ เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 และ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำ หนดประเภทหรือ ชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำ งาน และยานพาหนะ ให้ ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่และยานพาหนะเป็น เขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ.2561 และเพื่อให้เกิดความร่วมมือที่จะทำ ให้ตลาดปลอดบุหรี่อย่าง ยั่งยืนต่อไป แถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 22 ่ นายกิตติธัช สุเรียมมา บรรณาธิการ/อำานวยการ หนังสือพิมพ์อาณาจักรพายัพ จังหวัดเชียงราย สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 2 ปี 2563 “แม้ว่าการทำาโครงการในห้วงนั้น จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เราก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรค จนเกิดเป็นนโยบายได้สำาเร็จ” เมื่อปี 2562 เรามีเพื่อนสื่อมวลชนจังหวัดเชียงรายได้ทำ เรื่อง ถนนคนเดินปลอดบุหรี่ และเมื่อผมมีโอกาสมาเรียนรู้เมื่อครั้ง ที่มาอบรม ผมจึงสนใจที่จะทำ โครงการตลาดล้านเมืองจังหวัด เชียงรายปลอดควันบุหรี่ เพื่อผลักดันให้เกิดประกาศนโยบาย ตลาดล้านเมืองจังหวัดเชียงรายปลอดควันบุหรี่ โดยผู้บริหาร ตลาดล้านเมือง ซึ่งเป็นตลาดเอกชนอยู่นอกพื้นที่เขตเทศบาล นครเชียงราย มีพื้นที่กว่า160ไร่และมีกลุ่มผู้คนที่เข้ามาใช้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ใน พื้นที่ตลาด มีการติดป้ายสัญลักษณ์ห้ามสูบบุหรี่ชัดเจน ร้านค้า จำ หน่ายบุหรี่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ด้วยการไม่แบ่งซองขาย ไม่ขายบุหรี่ให้แก่เด็กอายุต่ ำกว่า 20 ปี และไม่ให้เด็กอายุต่ ำกว่า 18 ปีขาย การดำ เนินงานได้รับความร่วมมือและการตอบรับเป็นอย่าง ดีจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ประกอบ การร้านค้าถือว่าประสบความสำ เร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูแล สถานที่ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าการทำ โครงการใน ห้วงนั้นจะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เราก็สามารถ ฝ่าฟันอุปสรรคจนเกิดเป็นนโยบายได้สำ เร็จ ผมพร้อมจะนำความรู้ที่เข้าร่วมอบรมมาไปปฏิบัติ และพร้อม ที่จะพัฒนาต่อยอดให้เข้มข้นขึ้นต่อไป
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 23 นางสาวกนกพรรณ รัตนวิเวก สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงราชบุรี จังหวัดราชบุรี นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 7 ปี 2560 “โครงการนี้ได้รับการต่อยอดไปเป็น โครงการระดับจังหวัด โดยยกระดับเป็นตลาดน้ำาปลอดบุหรี่ ขยายไปสู่ตลาดอื่นด้วย” โครงการตลาดน้ ำ ดำ เนินสะดวกปลอดบุหรี่ มีเป้าหมาย ให้เกิดข้อตกลงตลาดน้ ำดำ เนินสะดวกปลอดบุหรี่ (ปลอดบุหรี่ หมายถึง ไม่มีการสูบและปฏิบัติตามกฎหมายห้ามขายบุหรี่ ให้ เด็กอายุต่ ำกว่า20 ปี และไม่แบ่งซองขาย) เพื่อช่วยลดมลภาวะ ที่เป็นพิษทางอากาศ ทำ ให้สุขภาพชีวิตของคนในชุมชน และ นักท่องเที่ยวดีขึ้น จุดเริ่มต้นต้องเข้าพบและหารือกับท่านนายกเทศมนตรี ตำ บลดำ เนินสะดวก เพื่อให้ท่านเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วม ในการขับเคลื่อน จุดที่ยากคือ การพบผู้ประกอบการ เพราะผู้ ประกอบการต้องดูแลกิจการ อาจต้องใช้รูปแบบการสั่งการร่วม ด้วย เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดตลาดน้ ำดำ เนินสะดวกปลอดบุหรี่ตาม กฎหมาย โครงการนี้ได้รับการต่อยอดไปเป็นโครงการระดับจังหวัด โดยยกระดับเป็นตลาดน้ ำ ปลอดบุหรี่ต้นแบบ ภายใต้ความร่วม มือของ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายอำ เภอดำ เนินสะดวก นายกเทศมนตรีตำ บลดำ เนินสะดวก ตัวแทนผู้ประกอบการ ตลาดน้ ำฯ และเครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดราชบุรี ดิฉันและทีมสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียง ราชบุรี ร่วมกันผลักดันให้เกิดโครงการตลาดน้ ำดำ เนินสะดวก ปลอดบุหรี่ด้วยการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง MOU เกิดเป็น ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของจังหวัดราชบุรีส่งผลให้ดิฉันได้ รับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการควบคุม ผลิตภัณฑ์ยาสูบระดับจังหวัด เป็นที่ยอมรับของหลายองค์กร มีโอกาสต่อยอดทำกิจกรรมในด้านอื่น ๆ มากขึ้น เช่น ขยาย ตลาดปลอดบุหรี่ไปสู่ตลาดอื่น พัฒนาศักยภาพเยาวชน GenZ GenStrong เลือกไม่สูบ ในกลุ่มเยาวชนจากโรงเรียนในจังหวัด ราชบุรีรวมถึงเป็นคนเชื่อมประสานสื่อมวลชนในจังหวัดให้รับรู้ ข้อมูลด้านการไม่สูบบุหรี่เพื่อสื่อสารต่อประชาชนในพื้นที่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 24 ่ ว่าที่ ร.ต.หญิง วิราวรรณ เพชรแก้ว (ดีเจสาวนุ้ย) นักจัดรายการวิทยุสถานีวิทยุกองทัพบก กองทัพภาคที่ 4 FM 107.5 MHz จ.ชุมพร สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 2 ปี 2563 “เราร่วมกันผลักดันจนเกิดประกาศนโยบาย สถานที่ท่องเที่ยวชุมชนโอท็อปนวัตวิถีปลอดบุหรี่ โดย ท่านนายกเทศมนตรีเมืองชุมพร" ในชีวิตของนุ้ยโชคดีที่ ตัวเองและคนในครอบครัวไม่สูบบุหรี่ ในการทำ งานเลยไม่หนักใจ เมื่อได้มาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร อบรมนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ รู้สึกขอบคุณและยินดีเป็นอย่างยิ่ง จุดเริ่มต้นของโครงการผลักดันนโยบาย ขับเคลื่อนร่วมกับ โจ คอกาแฟ (นายกิตติวินท์ ครุฑไชยันต์) โดยเห็นตรงกันว่าจะ ขับเคลื่อนสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนโอท็อปนวัตวิถีปลอด บุหรี่ (ปลอดบุหรี่หมายถึง ห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่) มีการติดป้าย สัญลักษณ์ห้ามสูบบุหรี่ชัดเจน เพราะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมในจังหวัด เป็นจุดขายที่ส่งผลดีทั้งต่อ คนในชุมชนและนักท่องเที่ยว เราร่วมกันผลักดันจนเกิดประกาศนโยบายสถานที่ท่อง เที่ยวชุมชนโอท็อปนวัตวิถีปลอดบุหรี่ โดย ท่านนายกเทศมนตรี เมืองชุมพร หลังจากนั้น จึงระดมประชาสัมพันธ์นำ ประเด็นนี้ ไปสื่อสารแทบทุกเวที ที่ได้จับไมค์ ทั้งในรายการวิทยุ ตอนเป็น พิธีกรงานต่างๆ เป็นวิทยากรอบรม ไลฟ์สดในเฟสบุ๊ค หรือ เพจ เรียกว่า ทุกช่องทางที่สามารถสื่อสารได้ทั้งพูด ทั้งเอาเอกสาร ต่างๆ หรือป้าย ไปแจกด้วย ต่อเนื่องมาปี 2566 ขับเคลื่อนต่อไปสู่โครงการ “สนับสนุน ประเด็นคนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนท้อง ถิ่น” ความสำ เร็จที่เกิดขึ้นดูได้จากการที่เราไลฟ์สดแล้วมีคนแจ้ง มาหรือไปแจกเอกสารตามสถานที่ต่างๆ แล้วมีคนสื่อสารข้อมูล ระหว่างกันอยู่เสมอ ทุกกิจกรรมผ่านไปได้ด้วยดีเพราะการสนับสนุนจาก มูลนิธิ รณรงค์ฯ พี่น้องสื่อในพื้นที่ทุกแขนง ผู้นำ ในทุกภาคส่วน พี่น้อง ประชาชนที่ช่วยแชร์ เราได้พัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้น เพราะเรามี พี่เลี้ยงอย่างมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ที่คอยส่งข้อมูลให้ อย่างต่อเนื่องและถูกต้อง ทำ ให้เชื่อมั่นในการนำ เสนอสู่สาธารณะ ได้อย่างชัดเจนในทุกแพลตฟอร์ม กว่าสิบปี ที่ได้มีส่วนร่วมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่อย่างภาคภูมิ ถึง วันนี้ยังคงมีเป้าหมายที่จะทำ ให้คนชุมพร รวมถึงคนที่ติดตาม ได้รับรู้และตระหนักถึงภัยของบุหรี่เพื่อลดละเลิก บุหรี่ในที่สุด
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 25 นายกิตติวินท์ ครุฑไชยันต์ (โจ คอกาแฟ) ช่างภาพ/สื่อมวลชนอิสระ จังหวัดชุมพร สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 2 ปี 2563 “นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ได้ลงนามประกาศนโยบาย สำาหรับการบังคับใช้กฎหมาย ห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ตลาด ถึงแม้ในช่วงแรกของการดำาเนินการจะติดขัดอยู่บ้าง ต้องปรับรูปแบบ หาวิธีแก้ปัญหาแต่ผลที่ออกมาก็ได้ตามเป้าหมาย” รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของ หลักสูตรนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ และขับเคลื่อนประกาศนโยบายสาธารณะ ในตลาดสำคัญ ๆ ครอบคลุมในหลายพื้นที่ เช่น ตลาดนัดวันอาทิตย์ ตลาดสด เทศบาลเมืองชุมพร ร่วมกับทีมสื่อมวลชนจังหวัดชุมพร โครงการได้รับความสนใจ และการตอบรับที่ดีจากผู้มีอำ นาจ ดูแลพื้นที่ โดยนายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ได้ลงนามประกาศ นโยบายสำ หรับการบังคับใช้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ตลาด ถึงแม้ในช่วงแรกของการดำ เนินการจะติดขัดอยู่บ้าง ต้อง ปรับรูปแบบ หาวิธีแก้ปัญหา แต่ผลที่ออกมาก็ได้ตามเป้าหมาย รู้สึกขอบคุณมูลนิธิรณรงค์ฯ ที่ได้จัดอบรมในครั้งนั้น ทำ ให้ได้รู้จัก เพื่อนสื่อเพิ่ม ได้ข้อมูลเพิ่ม ได้พัฒนาต่อยอดสิ่งที่ทำอยู่ ได้บอก ต่อเรื่องที่เป็นประโยชน์กับสาธารณะ เพราะบุหรี่มันร้ายกาจมาก ปัจจัยสำคัญที่จะทำ ให้ทุกอย่าง ดำ เนินการไปสู่ความสำ เร็จ คือ ความร่วมมือจริงจังจริงใจและคาดหวังให้จำ นวนผู้สูบบุหรี่ ของจังหวัดลดลง เพื่อสุขภาพของคนในจังหวัดชุมพรด้วยกัน สำ หรับตัวเองแม้ว่าวิถีชีวิตตั้งแต่วัยรุ่นอยู่ใน กทม. ในวงการ นักดนตรี นักร้อง คนกลางคืน ผมเป็นนักร้องคนหนึ่ง ที่เคย สูบบุหรี่แล้วรู้สึกไม่อร่อย จึงไม่แตะอีกจนปัจจุบัน จึงสามารถ บอกกับทุกคนได้เลยว่า อย่าโทษสภาพแวดล้อมใด ๆ อยู่ที่ตัว เองล้วน ๆ ตอนนี้ไม่ได้ร้องเพลง หันมาจับกล้องสร้างสรรค์สิ่ง สวยงามโพสต์ลงโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ มีความสุข แถลงข่าวตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ชี้แจงประกาศนโยบายกับร้านค้า
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 26 ่ นางกัญญา ประดิษฐ์การ (ดีเจน้องญา นางฟ้าดอกปุด) นักจัดรายการ สถานีวิทยุกระจายเสียงตำารวจภูธรภาค 8 จังหวัดพังงา และสื่อออนไลน์ Dokputnews จังหวัดพังงา สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 3 ปี 2565 “รู้สึกเป็นคนตัวเล็กที่มีหัวใจโต รู้สึกอิ่มใจที่ม่ีส่วนเสริมสร้าง สังคมปลอดควันบุหรี่ ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบาย ขับเคลื่อนและรณรงค์กับภาคีต่าง ๆ ในพื้นที่" หลังจากได้เข้าร่วมอบรมนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุม การบริโภคยาสูบกับทางมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ทำ ให้ได้ รับโอกาสในการร่วมสร้างสังคมปลอดบุหรี่ ภายใต้โครงการ “ตลาด ทุกแห่งในอำ เภอทับปุดปลอดบุหรี่100%” ระยะเวลาในการดำ เนิน โครงการ8 เดือน เราต้องผลักดันให้เกิดประกาศนโยบายและมาตรการ ตลาดทุกแห่งในอำ เภอทับปุดปลอดบุหรี่ 100% และมีการปฏิบัติอย่าง จริงจัง ผลสำ เร็จที่เป็นรูปธรรมคือ การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ภายใต้โครงการ “ตลาดทุกแห่งในอำ เภอทับปุดปลอดบุหรี่ 100%” ณ บริเวณท่าเรือบ้านท่าไทร ตำ บลบ่อแสน อำ เภอทับปุด จังหวัด พังงา โดยได้รับเกียรติจาก นายพจน์ หรูวรนันท์ ปลัดจังหวัดพังงา เป็นประธานและร่วมลงนาม พร้อมภาคีเครือข่ายได้แก่ อำ เภอทับปุด เทศบาลตำ บลทับปุด สำ นักงานสาธารณสุขอำ เภอทับปุด สถานี ตำ รวจภูธรทับปุด องค์การบริหารส่วนตำ บลบ่อแสน องค์การบริหาร ส่วนตำ บลทับปุด และผู้แทนจากเครือข่ายรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ต้องขอขอบคุณองค์กรและภาคีเครือข่ายต่าง ๆ และ ผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนและดำ เนิน งานทำ ให้โครงการสำ เร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอบคุณมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ที่ทำ ให้วันนี้ รู้สึกเป็นคนตัวเล็กที่มีหัวใจโต รู้สึกอิ่มใจที่มีส่วนเสริมสร้าง สังคมปลอดควันบุหรี่ ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบาย ขับเคลื่อนและรณรงค์กับภาคีต่าง ๆ ในพื้นที่ พร้อมที่จะ สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนทุกกลุ่มวัย รู้เท่าทันพิษ ภัยของบุหรี่สร้างพื้นที่ปลอดควันบุหรี่ เพื่อสุขภาวะที่ดีของ คนในสังคมต่อไป
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 27 เมื่อได้เข้าร่วมอบรมนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการ บริโภคยาสูบ (สื่อผู้นำ ) รุ่นที่ 3 ซึ่งการอบรมจะเน้นการสร้างเครือข่าย กับสื่อมวลชนส่วนภูมิภาคให้มีความรู้ด้านการขับเคลื่อนนโยบายใน ระดับพื้นที่ได้ดำ เนินโครงการ“ตลาดทุกแห่งในอำ เภอทับปุด ปลอด บุหรี่ 100%” ซึ่งดำ เนินการทั้งหมด 4 ตลาด ได้แก่ ตลาดสดเทศบาล ตำ บลทับปุด ตลาดนัดแป๊ะซุ่น ตลาดต้นเหนาเขาโต๊ะดำ และตลาดนัด บ่อแสน โดยมีภาคีเครือข่ายที่ทำ งานร่วมกัน ได้แก่ นายอำ เภอทับปุด ผกก.สภ.ทับปุด นายกเทศมนตรีตำ บลทับปุด สาธารณสุขอำ เภอ ทับปุด นายกอบต.บ่อแสน เจ้าของตลาดในอำ เภอทับปุด พ่อค้าแม่ค้า ในตลาดอำ เภอทับปุด ผู้ที่เข้ามาใช้บริการในตลาดอำ เภอทับปุด และ เครือข่ายสื่อมวลชนในจังหวัดพังงา โดยในวันที่ 28 มีนาคม 2566 นายอำ เภอทับปุดลงนามประกาศนโยบายตลาดทุกแห่งในอำ เภอทับปุด ปลอดบุหรี่ 100% เมื่อโครงการสำ เร็จนอกจากได้มีโอกาสแบ่งปันเทคนิค การทำ งาน ให้กับสื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายควบคุมยาสูบรุ่นที่ 4 ยังได้รับ การยอมรับและเป็นที่รู้จักของหน่วยงานอื่น ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ สำ นักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา ที่มักเชิญเป็นวิทยากร บรรยายการ ดำ เนินการ ให้สิ่งแวดล้อมและสถานที่สาธารณะ จังหวัดพังงาปลอด บุหรี่ และขยายผลงานนำ เสนอผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบท นางสาวเทวี พระเมือง ผู้สื่อข่าว / นักจัดรายการ สถานีวิทยุกระจายเสียงตำารวจภูธร ภาค 8 จังหวัดพังงา สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 3 ปี 2565 “ในอนาคตยังคงบอกเล่าถึงพิษภัยจากบุหรี่ จะขับเคลื่อนจะผลักดันนโยบายด้านอื่น ๆ อย่างเต็มกำาลังและความสามารถต่อไป" เรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามผลการดำ เนินงานควบคุม ยาสูบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สำคัญได้เสนอชื่อให้เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อมวลชน (คผจย.) จังหวัดพังงาอีกด้วย งานนี้สำ เร็จได้เพราะมีเพื่อนร่วมงานที่มีวิสัยทัศน์ตรง กัน ทำ งานด้วยเป้าหมายเดียวกัน นำความรู้ที่ได้จากการ อบรมมาปรับใช้กับบริบทในพื้นที่ ใช้ความสามารถในการ ทำ งานของคนให้ถูกงานตามสายอาชีพอย่างเหมาะสมและ มีส่วนร่วม เช่น การล็อบบี้จากผู้มีอำ นาจสูงสุดในการสั่งการ มายังผู้ปฏิบัติ ภายใต้หลักการ “งานเขา คืองานเรา” ในอนาคต ยังคงจะบอกเล่าถึงพิษภัยจากบุหรี่ และ อยากจะขับเคลื่อนผลักดันนโยบายด้านอื่น ๆ ร่วมกับทาง มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ อย่างเต็มกำลังและความ สามารถต่อไป หารือร่วมกับนายอำาเภอทับปุด พังงา
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 28 ่ นางสาวแมะอานิง สะอะ ผู้ประกาศและรายงานข่าว สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนราธิวาส สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 2 ปี 2563 “ยังคงเดินหน้าทำางานเกี่ยวกับการควบคุมและลดการสูบบุหรี่ เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะคนนราธิวาสให้ปลอดภัยจากควันบุหรี่” เป้าหมายของโครงการตลาดน้ ำยะกัง ขนม 100 ปี จังหวัด นราธิวาสปลอดควันบุหรี่ คือต้องการให้เกิดเทศบัญญัติใน การควบคุมการบริโภคยาสูบในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส แต่การทำ โครงการนี้ ทำ ได้แค่เพียงประกาศจากเทศบาลเมือง นราธิวาส เรื่อง การกำ หนดให้ตลาดน้ ำยะกัง (ขนม 100 ปี) เป็น เขตปลอดบุหรี่ โดยมีเนื้อหาสำคัญ ประกอบด้วย 1. สนับสนุนให้มีการแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ใน จุดที่เปิดเผย คนทั่วไปเห็นได้ชัดเจน และไม่มีสิ่งใดมาบดบัง เครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ 2. ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณตลาดน้ ำยะกัง (ขนม 100 ปี) 3. ห้ามไม่ให้มีการขายสินค้าที่มีการนำ โลโกและชื่อยี่ห้อบุหรี่ มาติดแสดงไว้บนสินค้าเพื่อหวังโฆษณาแฝง 4. ห้ามไม่ให้มีการขายบุหรี่ในลักษณะเป็นการเร่ขาย จำ หน่ายบุหรี่โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเกิดบันทึกข้อตกลง (MOU) เรื่องการส่งเสริมและ สนับสนุนให้ตลาดน้ ำยะกัง (ขนม 100 ปี) เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ ระหว่างเทศบาลเมืองนราธิวาส กับ สื่อมวลชนจังหวัดนราธิวาส สำ นักงานสาธารณสุขจังหวัด มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และชมรมตลาดน้ ำยะกัง (ขนม 100 ปี) ปัจจุบันยังคงเดินหน้าทำ งานด้านการควบคุมยาสูบ เพื่อ ปกป้องสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะคนนราธิวาสให้ปลอดภัย จากควันบุหรี่ รวมถึงการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ยังคงก้าว ไปด้วยความสุข ทำความเข้าใจ ติดตามความก้าวหน้า แก้ไข ปัญหา เน้นเรื่องการทำ งานด้วยใจ ทำ งานสนุก และมีความสุข ในการทำ งาน ลงนามบันทึกข้อตกลง
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 29 นโยบายศาสนสถานปลอดบุหรี่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 30 ่ นายสุขฏิพจน์ พรศรี ผู้ช่วยพยาบาลประจำาคลินิกฟ้าใส ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดนครนายก นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2557 “จากมวยวัด มวยภูธร จนสามารถขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ของจังหวัด ไม่ว่ากัลยาณมิตรนั้นจะสูบหรือไม่สูบบุหรี่ก็ตาม รวมทั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุม ผลิตภัณฑ์ยาสูบของจังหวัดนครนายก” จังหวัดนครนายกเป็นแหล่งท่องเที่ยวและได้รับความศรัทธา ของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากการ สำ รวจพบพระภิกษุสามเณรและประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว ยังสูบบุหรี่ในวัดซึ่งเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย 100% อีกทั้งจากการสำ รวจยังพบพระภิกษุอาพาธเป็นโรคเรื้อรังด้วย โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ จึงนำ มาสู่การขับเคลื่อนโครงการวัด นครนายกปลอดบุหรี่ ในจังหวัดนครนายกมีวัดทั้งหมด 207 วัด ทั้งมหานิกายและ ธรรมยุตได้รับการสนับสนุนจากเจ้าคณะจังหวัดและได้รับความ ร่วมมือจากหน่วยงานราชการและเครือข่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐและ เอกชน ซึ่งมีนวัตกรรมตาลปัตรห้ามสูบบุหรี่เป็นต้นแบบที่เกิดขึ้น จากโครงการนี้ นโยบายวัดปลอดบุหรี่เป็นแนวทางถือปฏิบัติโดย ทั่วกัน รวมทั้งการผลักดันทำ ให้เกิดความร่วมมือไม่สูบบุหรี่ใน บริเวณวัดได้เป็นอย่างดี จากมวยวัด มวยภูธรได้ผ่านการอบรมหลักสูตรนักขับเคลื่อน นโยบายฯ ขอขอบคุณ ASH Thailand ที่คัดเลือกผมและทีมเป็น ลูกศิษย์ จนสามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของจังหวัด เช่น วัดปลอดบุหรี่ โรงเรียนปลอดบุหรี่ สถานที่ท่องเที่ยวปลอดบุหรี่ ต้นแบบชุมชนปลอดบุหรี่ ปัจจุบันยังได้เป็นวิทยากรและที่ปรึกษาในการควบคุมการ บริโภคยาสูบให้แก่หน่วยงานของรัฐและเอกชน รวมทั้งเป็นผู้ทรง คุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของจังหวัด นครนายกอีกด้วย
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 31 นางสาวนิตยา เจือจันทร์ เคเบิ้ลทีวี/เพจข่าววันนี้ที่สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2562 “เครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ก็จะยังคงคิด วิเคราะห์ เดินหน้า ในการร่วมรณรงค์ให้ทุกพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100% ต่อไป” การขับเคลื่อนนโยบายโดยเริ่มจากโครงการวัดสุรินทร์นำ ร่อง ปลอดบุหรี่ 100% โดยเครือข่ายรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่จังหวัด สุรินทร์ เครือข่ายสื่อมวลชน จ.สุรินทร์ ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ โดย สำ นักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ สำ นักงานสาธารณสุข จังหวัดสุรินทร์ โรงพยาบาลสุรินทร์ สำ นักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดสุรินทร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.สุรินทร์ เทศบาลเมืองสุรินทร์ สื่อมวลชน ภาคเอกชน และเครือข่าย อสม. ในพื้นที่ จะร่วมรณรงค์ขับเคลื่อนกับวัดต่างๆ ในเขตเทศบาลเมือง สุรินทร์ กำ หนดนำ ร่อง จำ นวน 3 วัด ได้แก่ วัดกลาง วัดศาลาลอย พระอารามหลวง และวัดบูรพารามพระอารามหลวง โดยทาง สำ นักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสุรินทร์ แถลงข่าว ประกาศ นโยบายให้วัดในจังหวัดสุรินทร์ปลอดบุหรี่ รวมถึงมีการทำ บันทึก ข้อตกลงร่วมกันทั้ง 3 วัด ซึ่งมีผู้แทนจากวัดนำ ร่องเข้าร่วมบันทึก ข้อตกลงร่วมกัน การขับเคลื่อนที่จะต้องทำต่อเนื่องจึงได้ต่อยอดโครงการ ขึ้นอีกหนึ่งโครงการคือ โครงการจุดจอดรถปลอดบุหรี่ เป็น อีกหนึ่งโครงการที่ภาคภูมิใจ เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากเทศบาลเมืองสุรินทร์ โดยนายวรรธนินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้ามาอำ นวยความสะดวกณจุดจอดรถ ปลอดบุหรี่ ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ เพื่อทำ ให้จุดจอด รับ-ส่งผู้โดยสาร ทั้ง 4 แห่งปลอดบุหรี่100% โดยรณรงค์ ให้คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างและผู้โดยสารทุกคนไม่สูบ บุหรี่ในพื้นที่จุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร และประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชนทั่วไปรับรู้ว่าจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร ถูกประกาศ ให้เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 32 ่ ร.ต.ต.สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน จังหวัดเพชรบูรณ์ สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2562 “ในอนาคตจะสร้างภาคีร่วมในการขับเคลื่อนรณรงค์ ให้ได้มากที่สุด และเปิดโอกาสให้ทีมงานเครือข่าย เด็กและเยาวชน เข้ามาเป็นแกนหลักในการทำางาน” การอบรมนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการบริโภค ยาสูบครั้งนั้น ทำ ให้เกิดโครงการการขับเคลื่อนนโยบายวัดใน จังหวัดเพชรบูรณ์ปลอดบุหรี่ หรือมีข้อตกลงร่วมในภาคีเครือข่าย ทั้งในส่วนของคณะสงฆ์ หน่วยงานราชการ (สำ นักงานพระพุทธ ศาสนาจังหวัด) องค์กรสื่อ (5 สมาคม) เริ่มต้นจากคณะทำ งานขับเคลื่อนนโยบายวัดในจังหวัด เพชรบูรณ์ปลอดบุหรี่เข้ากราบนมัสการพระศรีพัชโรดม เจ้าคณะ จังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อหารือการจัดเวทีสัมมนาโครงการ ณ โรงเรียน พระปริยัติธรรมวัดมหาธาตุพระอารามหลวงอ.เมืองจ.เพชรบูรณ์ และหารือกับ สำ นักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และสำ นักงาน สาธารณสุขจังหวัด แต่การทำ งานก็เกิดหยุดชะงักไประยะหนึ่งเพราะ พื้นที่การทำ งานที่หวังผลทั้งจังหวัด แต่ยังมุ่งมั่นเดินหน้า ต่อจนเกิดเวทีเสวนาการขับเคลื่อนนโยบายวัดในจังหวัด เพชรบูรณ์ปลอดบุหรี่ โดยมีนายวิเชียร เหล่าเขตกิจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ นายอัครชัย ได้ผลธัญญา ผู้อำ นวยการสำ นักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสุเทพ วรรณ นักวิชาการสาธารณสุขชำ นาญการ สำ นักงานสาธารณสุขอำ เภอเมืองเพชรบูรณ์และได้ประกาศ เจตนารมณ์การขับเคลื่อนนโยบายวัดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ปลอดบุหรี่ไปในคราเดียวกัน เป็นความภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์ต่อสังคม และได้ใช้ความรู้ประสบการณ์ต่างๆให้ เกิดมาตรการหรือนโยบายขึ้นในจังหวัดรวมถึงการได้นำ ประสบการณ์ของตนเองที่เคยสูบบุหรี่ชี้แนะ บอกกล่าว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้เห็นถึงโทษและพิษภัยของ บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ในอนาคตจะสร้างภาคีร่วมในการขับเคลื่อนรณรงค์ ให้ได้มากที่สุด และเปิดโอกาสให้ทีมงานเครือข่ายเด็กและ เยาวชน เข้ามาเป็นแกนหลักในการทำ งาน อบต.สะเดียง จัดกิจกรรมไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า ชี้แจงโครงการในที่ประชุมคณะสงฆ์
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 33 นางสาววรรณิกา หาญกลิ้ง สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์ สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2562 “ปัจจัยที่นำามาสู่ความสำาเร็จคือ แรงหนุนจากภาคีและกัลยาณมิตรที่ดี ไม่ว่ากัลยาณมิตรนั้นจะสูบหรือไม่สูบบุหรี่ก็ตาม” การขับเคลื่อนนโยบายวัดในจังหวัดเพชรบูรณ์ปลอดบุหรี่ เนื่องด้วยจังหวัดเพชรบูรณ์มีวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรมที่สวยงามหลายแห่ง เช่น วัดป่าภูทับเบิก วัดธรรมยาน วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ฯลฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพของพระ สงฆ์ สามเณร ฆราวาส ตลอดจนนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเยี่ยมชม ท่อง เที่ยว และมาทำ บุญที่วัด จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่ทุกวัดในจังหวัด เพชรบูรณ์ จะเป็นสถานที่ปลอดภัยจากควันบุหรี่ ตอนทำ โครงการนี้นับว่าท้าทายมาก การจะพูดคุยกับ พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่และถ้าจะนิมนต์พระสังฆาธิการในจังหวัด เพชรบูรณ์ทั้งหมดก็มีค่อนข้างมาก เราตั้งเป้าหมายความ สำ เร็จไว้สูงไปซึ่งอยากทำ ทั้งจังหวัด แม้สุดท้ายจะเกิดประกาศเจตนารมณ์จากเจ้าคณะ อำ เภอและเจ้าอาวาสบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุม ถ้ามี โอกาสก็อยากนำ กลับมาทำ ใหม่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมาก ยิ่งขึ้นไปอีก การพัฒนาตนเองในด้านการทำ งานรณรงค์มีความ ท้าทายอยู่เสมอ เพราะเราจะเจอโจทย์ใหม่ ๆ อยู่ตลอด และ การติดต่อประสานงานกับกลุ่มคนที่เราจะต้องทำ งานด้วย และชักชวนให้ร่วมดำ เนินการไปกับเรา จะกลายเป็นแรง หนุนจากภาคีและกัลยาณมิตรที่ดี ไม่ว่ากัลยาณมิตรนั้นจะ สูบหรือไม่สูบบุหรี่ก็ตาม หารือร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ ชี้แจงโครงการในที่ประชุมคณะสงฆ์
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 34 ่ นายเพชร หนาแน่น (ดีเจเพชร) นักจัดรายการวิทยุ ผู้อำานวยการสถานีวิทยุสัมพันธ์ซันเรดิโอ FM 106.50 MHz จ.ชัยนาท สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 2 ปี 2563 “จากเดิมที่เราทำางานแค่เฉพาะในด้านของสื่อเสียง จากการที่ได้ทำาโครงการทำาให้เรารู้ตัวเอง ว่าเราเป็นได้มากกว่า “นักพูด” ที่นั่งพูดแค่ในห้องส่งของทางสถานี” โครงการวัดในจังหวัดชัยนาทปลอดบุหรี่ เป็นโครงการที่ดำ เนิน การหลังจากผ่านการอบรมผู้นำฯ ข้อมูลของวัดชัยนาท พบว่า คน มาท่องเที่ยววัดชัยนาทหลายแสนคน มีการสูบบุหรี่ภายในวัด ซึ่ง เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งต่อผู้สูบเองและผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ด้วยเหตุนี้ซึ่งเลือกทำ โครงการวัดในจังหวัดชัยนาทปลอดบุหรี่ เพราะ อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคม เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลและพลังเครือข่ายเพื่อนำ มาขับเคลื่อน นโยบายตามกฎหมาย เกิดเป็นประกาศเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ที่ จจ 5/2564 เรื่องการดำ เนินการวัดปลอดบุหรี่ ของคณะสงฆ์จังหวัด ชัยนาท มีการกำ หนดวัดต้นแบบปลอดบุหรี่100% จำ นวน 5 วัดคือ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร วัดทรงเสวย วัดพรวน วัดท่าช้าง และ วัดห่อทองคำ การประกาศเสียงตามสายห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณวัดในช่วง งานบุญประเพณีต่างๆ รวมถึงการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ข้อมูลการขับเคลื่อนนโยบายวัดปลอดบุหรี่ อย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เราทำ งานแค่เฉพาะในด้านของสื่อเสียง จาก การที่ได้ทำ โครงการทำ ให้เรารู้ตัวเองว่าเราเป็นได้มากกว่า “นักพูด” ที่นั่งพูดแค่ในห้องส่งของทางสถานี แม้มีกฎหมายให้วัดเป็นพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ แต่ก็ไม่มีการ เข้าไปกวดขันมากนัก จึงเป็นโอกาสที่จะสร้างค่านิยมไม่สูบ บุหรี่ในวัด และรณรงค์เลิกสูบบุหรี่ในกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ให้ เกิดประสิทธิผลมากขึ้นอีกทั้งการให้ความร่วมมือการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ข้อมูลการขับเคลื่อนนโยบายวัดปลอด บุหรี่อย่างต่อเนื่อง ทำ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและบุคคลรอบข้าง มองเห็นผลกระทบที่ชัดเจน ทำ ให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจ และใส่ใจพร้อมร่วมรณรงค์
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 35 นายนพล ปิ่นชัยโย นายกสภาสื่อภาคประชาชาชนอาเซียนจังหวัดสระบุรี สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 3 ปี 2565 “ผมมีองค์ความรู้ และสามารถนำาองค์ความรู้ รวมถึงมีแนวทางขับเคลื่อนงาน ในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ" ผมเลือกทำ โครงการวัดจังหวัดสระบุรีปลอดควันบุหรี่ เพราะวัด เป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมที่คนต้องไปทำ บุญ ไปร่วมกิจกรรมตาม วัฒนธรรม ประเพณี อันหลากหลายของคนจำ นวนไม่น้อยในแต่ละ ครั้ง พื้นที่แห่งนี้คนให้ความเคารพ มีความเชื่อที่ว่า เข้าวัดต้องปฏิบัติ ตามที่วัดแจ้ง ตามประกาศ ตามคำสอนของพระสงฆ์ สาวกของพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เราชาวพุทธต่างปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน โครงการวัดจังหวัดสระบุรีปลอดควันบุหรี่ มีพื้นที่เป้าหมายเป็น วัดในจังหวัดสระบุรีจำ นวน 510 วัด ซึ่งแบ่งเป็นมหานิกาย 489 วัด และธรรมยุต 21 วัด ต้องการให้เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ออกประกาศ นโยบายให้วัดในจังหวัดสระบุรีปลอดบุหรี่ เพื่อให้ทุกวัดปฏิบัติตาม ผลสำ เร็จเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากหลายภาคส่วน หลักสูตรอบรมนักขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการบริโภค ยาสูบ ทำ ให้ผมมีองค์ความรู้ และสามารถนำองค์ความรู้ รวมถึงมี แนวทางขับเคลื่อนงานในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ รู้สึกภูมิใจเป็น อย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมหลักสูตรนี้ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนในสังคม โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่สูบบุหรี่ ให้มีที่ยืนอย่างปลอดภัย คนที่ยังสูบอยู่ ได้รู้สึกต้องอดทนอดกลั้น แล้วก็จะลด ละ และเลิกได้ในที่สุด หารือร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี หารือร่วมกับเจ้าคณะตำาบลหนองไข่น้ำา อำาเภอหนองแค สระบุรี
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 36 ่ นายเอกชนะ นวนละมัย นายกสมาคมสื่อภูมิภาคจังหวัดชุมพร สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 3 ปี 2565 “ความท้าทายของชุมพรคือ มีศาสนสถานซึ่งประกอบด้วยวัด จำานวน 96 แห่ง มัสยิด 16 แห่ง คริสตจักร 21 แห่ง จึงต้องเข้าพบผู้กำาหนดนโยบายหลายส่วน” จุดเริ่มต้นของการเลือกทำ โครงการ มองจากภาพที่ผ่านมาเวลา ไปทำ บุญในวัด จะพบเห็นคนสูบบุหรี่มากมายดูแล้วไม่สมควร โดย เฉพาะพระ-เณรเป็นหลัก และมีแบบนี้เหมือนกันทุกวัด แต่ก็มีบางวัด ไม่ค่อยพบเจอเพราะพระจะไม่สูบบุหรี่เลย ทำ ให้ผู้ที่ไปมาวัดนั้นเกิด ความเกรงใจและไม่ค่อยกล้าสูบ ทำ ให้เล็งเห็นว่า น่าจะทำ โครงการ วัดปลอดบุหรี่ เพราะถ้าพระ-เณรไม่สูบบุหรี่ภายในศาสนสถานให้คน เห็น ความเกรงใจและไม่กล้าสูบบุหรี่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน จึงเริ่มโครงการศาสนสถานจังหวัดชุมพรปลอดบุหรี่ ซึ่งศาสน สถานหมายรวมทุกศาสนา เป้าหมายโครงการคือ ต้องออกนโยบาย กำ หนดพื้นที่ปลอดบุหรี่ในศาสนสถานทั้งจังหวัดชุมพร ตามพระราช บัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ปี พ.ศ. 2560 ความท้าทายของชุมพร คือ มีศาสนสถานซึ่งประกอบด้วย วัด จำ นวน 96 แห่ง มัสยิด 16 แห่งคริสตจักร21แห่งจึงต้องเข้าพบผู้ กำ หนดนโยบายหลายส่วนเจ้าคณะจังหวัดและองค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน มีการถวายสติกเกอร์และป้ายวัดปลอดบุหรี่ แด่พระเดชพระคุณพระ ราชวิจิตรปฏิภาณ เจ้าคณะจังหวัดชุมพร สายมหานิกาย ณ วัดพรุ ตะเคียน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เป็นต้นแบบด้วย ถวายป้ายเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุสวี หารือและมอบป้ายให้ผู้แทนโต๊ะอิหม่าม อำาเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร การดำ เนินโครงการประสบความสำ เร็จไประดับหนึ่ง แล้ว สำ หรับวัดเราก็จะขยาย ให้ครบทุกวัดในพื้นที่จังหวัด ชุมพรตอนนี้เริ่มคิดและทำ โครงการให้กว้างไปอีก เพิ่มการ ออกประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น และหาพื้นที่อื่นเพื่อขยายผล ในอนาคตและมีเป้าหมาย จะทำ ให้สำ เร็จเหมือนโครงการที่ ผ่านมา
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 37 นางวีรวรรณ ลิ่มทอง เลขาธิการสมาคมสื่อภูมิภาคจังหวัดชุมพร สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 3 ปี 2565 “กระบวนการอบรมทำาให้เราคิดเป็นระบบมากขึ้น และมองเห็นประโยชน์ในการผลักดัน ให้เกิดนโยบายในพื้นที่ของเรา” ก้าวแรกได้มีโอกาสร่วมสัมมนากับมูลนิธิณรงค์ฯ ตั้งแต่นั้นเป็นต้น มาทำ ให้มีแรงผลักดันจนทำ ให้นายเอกชนะนวนละมัยนายกสมาคม สื่อภูมิภาคจังหวัดชุมพร เลิกสูบบุหรี่ได้จากที่สูบบุหรี่หนักมาก และยัง ได้นำ เอาความรู้ที่ได้รับ ไปให้ความรู้ในขณะที่ลงทำกิจกรรมร่วมกับ ชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ใน ปี 2565 นายเอกชนะ นวนละมัย นายกสมาคมสื่อภูมิภาค จังหวัดชุมพร ได้รับการเชิญร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับ เป็นสื่อผู้นำ จึงได้มาชวนดิฉันไปร่วมอบรมด้วย ในกระบวนการอบรม ทำ ให้เราคิดเป็นระบบมากขึ้น และมองเห็นประโยชน์ในการผลักดัน ให้เกิดนโยบายในพื้นที่ของเรา สมาคมสื่อภูมิภาคจังหวัดชุมพร เล็งเห็นประโยชน์ในการดำ เนิน โครงการศาสนสถานจังหวัดชุมพรปลอดบุหรี่ เพื่อให้เป็นสถานที่ แห่งสุขภาวะ ปลอดบุหรี่และอบายมุขทั้งปวง พระภิกษุสงฆ์ สามเณร คริสต์ และมุสลิม ต้องไม่เสพติดบุหรี่ ขณะที่ฆราวาส คริสต์ และ มุสลิม ที่เข้ามาในศาสนสถาน ก็ไม่ควรสูบบุหรี่ภายในบริเวณศาสน สถาน เพราะเป็นสถานที่ที่ต้องปลอดบุหรี่ 100% จากการที่เข้าพบ ผู้นำ ของแต่ศาสนา ทุกท่านให้ความร่วมมือดี มาก พร้อมทั้งแนะนำ ไปยังสมาชิกที่รับผิดชอบพื้นที่ให้ปิดป้ายประกาศ ให้ชัดเจน การทำ งานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ทำ ให้เราพัฒนาตนเอง คิด ต่อยอดงาน เสียสละเวลา ทำ งานด้วยใจรัก ทำ งานเพื่อสังคม ส่วนรวม และสนุกในงานที่ทำ ถือคติ “คนสำ ราญ งาน สำ เร็จ” ในอนาคตจะทำ งานเพื่อสังคม และจะทำ หน้าที่นัก ขับเคลื่อนนโยบายด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบต่อไป หารือร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดชุมพร
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 38 ่ นายคชณมาศ มณีอัญญะเฟื่องฟู สื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น สื่อมวลชนนักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 1 ปี 2562 “การผลักดันนโยบายที่ควบคู่กับความเข้มแข็งของเครือข่าย ทำาให้การขับเคลื่อนวัดปลอดบุหรี่ ในจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เห็นภาพการสูบบุหรี่ ในบริเวณวัดลดลง แต่ละวัดมีสัญลักษณ์ห้ามสูบบุหรี่ เชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย” จังหวัดขอนแก่นมีเครือข่ายที่ร่วมดำ เนินการเกี่ยวกับการ ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นจำ นวนมากเข้มแข็ง และมีกิจกรรมร่วม กันมาอย่างต่อเนื่อง เช่น สำ นักงานสาธารณสุขจังหวัด สำ นักงาน สาธารณสุขอำ เภอ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่นสำ นักงานควบคุมโรคที่7 ขอนแก่น กลุ่มร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือข่ายครู โรงเรียนปลอดบุหรี่ เครือข่ายสื่อมวลชนขอนแก่น เทศบาลนคร ขอนแก่น เทศบาลตำ บลศิลา สำ นักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ขอนแก่น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนภาคประชาสังคมอื่น ๆ โครงการวัดในจังหวัดขอนแก่นปลอดบุหรี่100% เป็นโครงการ ที่ทำ หลังจากผ่านการอบรมพัฒนาศักยภาพ นักขับเคลื่อนนโยบาย ด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ ขณะนั้นวัดในจังหวัดขอนแก่นมี อยู่ทั้งหมด 1,468 วัด แบ่งเป็นวัดฝ่ายธรรมยุต 222 วัด และวัดฝ่าย มหานิกาย 1,246 วัด การดำ เนินงานได้เข้าพบผู้กำ หนดนโยบายคือสำ นักงานพระพุทธ ศาสนาจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำ เนินการประสานกับเจ้าคณะจังหวัด ทั้ง 2 นิกาย จนกระทั้งได้รับเมตตาจากพระเทพพุทธิมุนี เจ้าคณะ จังหวัดขอนแก่น (ธรรมยุต) และพระเทพวิสุทธิคุณ เจ้าคณะ จังหวัดขอนแก่น เกิดเป็นประกาศนโยบาย และกำ หนดวัน ประกาศวัดในจังหวัดขอนแก่นปลอดบุหรี่100% ทางเครือข่าย จึงได้มาร่วมทำ กิจกรรมมอบป้ายวัดต้นแบบปลอดบุหรี่ 100% และประกาศวัดในจังหวัดขอนแก่นปลอดบุหรี่ 100% เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ณ วัดศรีจันทร์ (พระอาราม หลวง) และวัดหนองแวง (พระอารามหลวง) ตำ บลในเมือง อำ เภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 39 สถานศึกษาปลอดบุหรี่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 40 ่ ว่าที่ ร.ต.เลาะ เทียมเมฆ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม / เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จังหวัดพิษณุโลก นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 3 ปี 2558 “สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการผลักดันนโยบาย จึงการวางแผนเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กองทัพภาคที่ 3 และอีกหลายหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการ สนับสนุนงานนำาไปสู่การปฏิบัติ” หลังจากได้รับการพัฒนาศักยภาพ ทำ ให้เกิดความมั่นใจ ในการ เข้าร่วมผลักดันนโยบายระดับจังหวัด โดยนโยบายแรกที่ขับเคลื่อน เพื่อให้สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ ปฏิบัติตามนโยบายการทำ โรงเรียนปลอดบุหรี่ 100% สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการผลักดันนโยบาย จึงวางแผนเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด นาย แพทย์สาธารณสุขจังหวัด กองทัพภาคที่ 3 และอีกหลายหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการสนับสนุนงานนำ ไปสู่การปฏิบัติ จากนั้น จึงต่อยอดขับเคลื่อนงานตาม 7 มาตรการเพื่อโรงเรียน ปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันดูแล ปลูกฝังค่านิยมไม่สูบบุหรี่ ให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ ไม่ให้นโยบายที่ประกาศไปแล้วเปล่า ประโยชน์ ความมุ่งมั่นในการดำ เนินงาน ส่งผลให้ได้รับการยอมรับจากครู ผู้ บริหารโรงเรียนต่างๆ ทั้งในสังกัดสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน สังกัดสำ นักพระพุทธศาสนา สังกัดอาชีวศึกษา ส่งครู นักเรียนแกนนำ เข้ารับการอบรมพัฒนาศักยภาพฯในโครงการต่าง ๆ ที่ครูจัดขึ้น อย่างต่อเนื่องและมีจำ นวนเพิ่มมากขึ้น ความสำ เร็จดังกล่าวนี้ ต้องมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งทั้ง สำ นักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) สื่อมวลชน สำ นักงาน สาธารณสุขอำ เภอ (สสอ.) สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก อุตรดิตถ์ (สพม.) สำ นักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลกเขต 1,2,3 และองค์กรงดเหล้า ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนงานอย่าง เป็นระบบตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง ซึ่งมีเป้าหมายร่วม กันในการสร้างสังคมไร้ควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 41 ดร.อุบล พงษ์พัฒน์ ข้าราชการบำานาญ / เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จังหวัดพิษณุโลก นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 3 ปี 2558 “นโยบายเป็นเครื่องมือสำาคัญ ที่จะสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนงาน ได้จริงในระดับพื้นที่” ผมร่วมกับครูเลาะ เทียมเมฆ ในนามเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียน ปลอดบุหรี่ จังหวัดพิษณุโลก มีแนวคิดต้องการจะผลักดันนโยบาย สถานศึกษาในจังหวัดพิษณุโลกปลอดบุหรี่ ให้เกิดการปฏิบัติอย่าง จริงจังจึงได้วางแผนการทำ งานจนสามารถผลักดันนโยบายนี้จนสำ เร็จ การผลักดันนโยบายนี้มีเจ้าภาพหลัก3หน่วยงานได้แก่ สำ นักงาน เขตพื้นที่ สพป. และ สพม. สำ นักงานควบคุมโรคที่ 2 พิษณุโลก และ สำ นักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย ทั้ง 3 องค์กร มีนโยบาย เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนงานได้จริงใน พื้นที่ ทำ ให้ผู้ปฏิบัติมีกำลังใจ และทำ งานได้ราบรื่นขึ้น ปัจจุบัน โรงเรียนสังกัด สพป. มีการดำ เนินงานตาม 7 มาตรการ เพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่แล้วอย่างเข้มแข็งมากกว่า200 โรงเรียน และ เพิ่มจำ นวนขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นผลลัพธ์จากนโยบายที่เกิดผลในทาง ปฏิบัติอย่างชัดเจน ทั้งนี้ จากประสบการณ์การทำ งาน ในฐานะครูแนะแนว ตลอด 35 ปี คลุกคลีกับการทำ งานโรงเรียนปลอดบุหรี่ จึงอยากเสนอแนะแนวทางช่วยเหลือนักเรียนที่มี พฤติกรรมสูบบุหรี่ นั่นคือ 1. ศึกษา ภูมิหลัง สภาพปัญหา และสาเหตุที่ทำ ให้นักเรียนมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ และ2. หา วิธีช่วยเหลือที่เหมาะสม เช่น ให้คำ ปรึกษารายบุคคล ใช้ กิจกรรมกลุ่ม ศึกษาดูงานผู้ป่วยที่โรงพยาบาล เป็นต้น เราจะสามารถป้องกันการเข้าสู่วงจรของนักสูบหน้า ใหม่ได้ ในขณะเดียวกัน ก็จำ เป็นต้องช่วยให้คนที่ติดบุหรี่ไป แล้วให้เลิก จึงจะช่วยกันเสริมให้เด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่ ลดลง ผลของนโยบายจึงมีประสิทธิภาพสูงสุด
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 42 ่ นายวิเชียร จิตต์พิศาล ประธานศูนย์เครือข่ายสร้างสุขพังงา จังหวัดพังงา นักขับเคลื่อนนโยบายควบคุมการบริโภคยาสูบ รุ่น 3 ปี 2558 “โครงการที่ทำาตั้งใจจะกระตุ้นให้อำาเภอ ออกนโยบายหรือมาตรการให้สถานศึกษาดำาเนินงาน สถานศึกษาปลอดบุหรี่ ขับเคลื่อนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง” โครงการขับเคลื่อนสถานศึกษาอำ เภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ปลอดบุหรี่ เกิดจากความตั้งใจจะกระตุ้นให้อำ เภอ ออกนโยบายหรือ มาตรการให้สถานศึกษาดำ เนินงานสถานศึกษาปลอดบุหรี่ เพราะ แม้เรารู้ว่ามีกฎหมายอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมายยังมีปัญหา อยู่มาก จึงยังต้องขับเคลื่อนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อย่าง เข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม การป้องกันและแก้ไขปัญหายาสูบ ต้องอาศัย ความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สถานศึกษาและองค์กรภาคประชาชน ฯลฯ เพื่อร่วมกันวางแผน กำ หนดนโยบายและจัดทำ โครงการป้องกัน ควบคุมยาสูบในระดับพื้นที่ ในความคิดเห็นของผม เรื่องบุหรี่เป็นเรื่องที่ผู้คนในสังคมยังมอง ว่าเป็นเรื่องปกติ แต่การเสพติดบุหรี่ทำ ให้เกิดโรคร้ายมากมาย แถม ส่งผลกระทบต่อผู้อื่นด้วย การทำ งานป้องกันควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งและต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งขณะนี้ปัญหาการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนที่มีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคิดว่าต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม มาร่วมคิด แก้ไขปัญหาร่วมกัน ด้วยที่ทำ งานใกล้ชิดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำ ให้เกิดการต่อยอดการทำ งานไปสู่การทำองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นปลอดบุหรี่ โดยเมื่อเกิดนโยบายจากผู้บริหาร ทำ ให้เกิดการจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันควบคุมยาสูบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้น มีการจัดทำ โครงการป้องกัน ควบคุมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งมีการจัด อบรมให้ความรู้แก่ อสม. และจัดสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ให้เป็นเขตปลอดยาสูบตามกฎหมาย โดยใช้งบประมาณ จากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) มอบป้ายห้ามสูบบุหรี่ให้ กศน.ตะกั่วป่า
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 43 นางสาวนรารัตน์ ศรีเปารยะ ผู้สื่อข่าว Hi Cable TV นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 3 ปี 2558 “ทำางานรณรงค์ฯ ด้วยหัวใจ เป็นฟันเฟือง เป็นลมใต้ปีก หรือจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเล็ก ๆ ก็ตาม แต่เต็มใจทุกครั้งที่ได้ทำางานเพื่อสังคม” จุดเริ่มต้น “โครงการข้อตกลงร่วมกัน เพื่อจัดสิ่งแวดล้อมปลอด บุหรี่สำ หรับเด็กปฐมวัยระหว่างเครือข่ายครู-ผู้ปกครองและโรงเรียน เอกชนนำร่อง 10 โรงเรียนในจังหวัดสงขลา” เนื่องจากเล็งเห็นว่า เด็กช่วงวัยนี้ มีปัจจัยเสี่ยงสูงผลกระทบด้านสุขภาพ โดยวางเป้าหมาย ถึงผู้กำ หนดนโยบาย ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้อำ นวยการ การศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา และผู้อำ นวยการโรงเรียนเอกชน 10 โรงเรียนในจังหวัดสงขลา โดยผลักดันควบคู่ไปกับชุมชน ได้แก่ครูอนุบาลในการสอดแทรก เนื้อหาพิษภัยยาสูบ / คุ้มครองสุขภาพเด็กจากยาสูบ ในกิจกรรมการ เรียนการสอนในหลักสูตร สืบเนื่องจากที่ตนเองทำ งานด้านการรณรงค์ฯ ทั้งบทบาท ผู้นำ และผู้สนับสนุนงานกิจกรรมเบื้องหลัง รวมทั้งการนำ เสนอข่าว การเชิญสื่อมวลชนทำข่าว เป็นสื่อกลางถ่ายทอด องค์ความรู้สู่สาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง จึงรู้สึกดีใจและ ภูมิใจมากที่เป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนงานทั้งส่วนของการ ผลักดันนโยบายและการรณรงค์ โดยเฉพาะ การกระตุ้นให้ คนในครอบครัว กัลยาณมิตร เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงพิษภัยบุหรี่และยาสูบมือหนึ่ง มือสอง และมือ สาม หนึ่งในนั้นคือบิดาของตนเองที่สามารถเลิกบุหรี่ได้ ที่ผ่านมาทำ งานรณรงค์ฯ ด้วยหัวใจ เป็นฟันเฟือง เป็น ลมใต้ปีก หรือจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ก็ตาม แต่เต็มใจทุก ครั้งที่ได้ทำ งานเพื่อสังคม โดยอย่างน้อยหวังว่าจะช่วยลด ปริมาณนักสูบหน้าใหม่ และเพิ่มพื้นที่ปลอดควันบุหรี่ให้มาก ขึ้น เพราะรู้สึกมีความสุขที่เห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี ในสิ่ง แวดล้อมที่ดีด้วยเช่นกัน ลงนามความร่วมมือจัดสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่สำาหรับเด็กปฐมวัย
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 44 ่ นางสาวอุษณี แสงสุข ครูวิทยฐานะชำานาญการพิเศษ โรงเรียนนารีนุกูล จังหวัดอุบลราชธานี นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 4 ปี 2558 “จากผลงานที่ทำาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท ร่วมกับเครือข่ายทั้งในและนอกเวลาราชการ จึงได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมเป็น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดอุบลราชธานี” จากบทบาทของคุณครูที่ได้เข้าร่วมอบรมเรื่องการดำ เนินงาน โรงเรียนปลอดบุหรี่ จนก้าวเข้าสู่การเป็นวิทยากรครูเพื่อโรงเรียน ปลอดบุหรี่ และได้จัดอบรมขยายผล แก่โรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัด อุบลราชธานี ต่อมาในปี พ.ศ.2558 จึงได้เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพหลักสูตรผู้นำ นักขับเคลื่อนนโยบายฯ และดำ เนินการเรื่อง การประกาศนโยบาย โรงเรียนเขตเมืองอุบลราชธานีเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย โดย การเข้าพบและหารือกับศึกษาธิการจังหวัดในขณะนั้น พร้อมทั้งเสนอ แนวนโยบาย เพื่อขอความเห็นชอบ กิจกรรมมีการติดตาม รายงาน ผลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ผลักดันให้มีประกาศนโยบาย “โรงเรียนเขตเมือง อุบลราชธานี”ทุกโรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม พ.ศ.2561 มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการจำ นวน 6โรงเรียน และขับเคลื่อนเป็นโรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่ในคราวเดียวกัน ผลสำ เร็จจากการดำ เนินงานเกิดจากความรู้ความสามารถ และ ทักษะ ในการบริหารจัดการโครงการให้สำ เร็จตามเป้าหมาย การพบผู้นำองค์กรระดับสูงของแต่ละสังกัดเพื่อแนะนำ องค์กรและโครงการ ทำ ให้เป็นที่รู้จักแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกิดความคุ้นเคยในการประสานงาน นำ ไปสู่การต่อยอดที่ ต่อเนื่องในระยะต่อ ๆ ไป จากผลงานที่ทำอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท ร่วมกับเครือข่ายทั้งในและนอกเวลาราชการ จึงได้รับเกียรติ เชิญเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิควบคุมผลิตภัณฑ์ ยาสูบจังหวัดอุบลราชธานี(ดำ รงตำแหน่งเป็นวาระที่2) และ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสใช้ตำแหน่งที่มีผลักดันนโยบาย เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่จากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป เสวนาในเวทีขับเคลื่อนการดำาเนินงานสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 45 นางสุมลรัตน์ ชูสกุล พยาบาลวิชาชีพชำานาญการ คลินิกเลิกบุหรี่- สุรา โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่รุ่น 5 ปี2559 “การดำาเนินงานมุ่งเน้น ไปยังผู้บริหารเป็นหลัก ให้เกิดนโยบายก่อน แล้วจึงร่วมขับเคลื่อนไปกับทีมคุณครูและนักเรียน” จุดเริ่มต้นทำ งานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี2559 ทำ “โครงการ โรงเรียนปลอดบุหรี่” กลุ่มโรงเรียนประถมศึกษาในอำ เภอ ห้วยยอด (สปป.ตรัง เขต 2) นำ โดยผู้อำ นวยการเขตพื้นที่การ ศึกษา ตรังเขต 2 ผู้บริหารโรงเรียน 45 โรงเรียน ร่วมกับภาคี เครือข่ายวิทยุ -ดีเจ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง พยาบาลคลินิกเลิกบุหรี่ โรงพยาบาลห้วยยอด และ ผอ.เรืองชัย ช่วยจันทร์ ร่วมเป็นผู้ประสานงานโครงการได้รับความร่วมมือ ขยายผลครอบคลุมทุกโรงเรียนในอำ เภอห้วยยอด การดำ เนินงานมุ่งเน้นไปยังผู้บริหารเป็นหลักให้เกิดนโยบาย ก่อนแล้วจึงร่วมขับเคลื่อนไปกับทีมคุณครูและนักเรียน แนวทาง เช่นนี้สามารถขยายผลไปยังโรงเรียนต่างๆ โดยเฉพาะโรงเรียน สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่านนายกเทศมนตรีและนายก องค์การบริหารส่วนตำ บล เห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วม โดยการสนับสนุนงบประมาณในการทำ โครงการ ต่อเนื่อง ตอนที่ทำ งานได้ศึกษาค้นคว้า พัฒนาความรู้และทักษะใหม่ ๆ ให้กับตนเองและถ่ายทอดสู่หน่วยงานต่าง ๆ บุคลากรที่ทำ งาน ร่วมกัน รวมถึงโรงเรียน หมอมลและทีมพยาบาลคลินิกเลิกบุหรี่ - สุรา โรงพยาบาลห้วยยอดคอยเป็นที่ปรึกษา / พี่เลี้ยงในการทำ กิจกรรมอยู่เสมอ ต่อจากนี้คงยังทำ งานเกี่ยวกับการควบคุมและ ลดการสูบบุหรี่ต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะ คนห้วยยอดให้ปลอดภัยจากควันบุหรี่ รวมถึงการรณรงค์ไม่สูบ บุหรี่ในบ้าน เน้นการทำ งานด้วยใจทำ งานต้องสนุกและมีความสุข กับงานที่ทำ ประชุมความร่วมมือขับเคลื่อนโรงเรียนในจังหวัดตรังปลอดบุหรี่
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 46 ่ นางสุพิมพ์ ค้าขาย เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จังหวัดเชียงใหม่ นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 7 ปี 2560 “ครูนำาความรู้ไปสร้างทีม คณะทำางาน และประยุกต์ใช้แนวคิดสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ครูภูมิใจมากที่แม้จะเกษียณแล้ว แต่หลายองค์กร ยังชวนทำางานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในจังหวัดเชียงใหม่อยู่เสมอ” ณ ช่วงเวลาที่ทำ โครงการ 1 ทำ 4 ขณะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงใหม่ ได้สั่งการนายอำ เภอทุกอำ เภอ รวม 22 อำ เภอ สำ รวจร้าน ค้า ร้านขายของชำ ที่มีการจำ หน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่มี อายต่ ำกว่า 20 ปี จึงเป็นไอเดียนำ มาสู่โครงการ 1 ทำ 4 โดย 1 หมาย ถึง พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 และ 4 หมาย ถึงมาตรการในกฎหมายฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับร้านค้า ได้แก่ มาตรการ ห้ามขายบุหรี่ให้เด็กอายุต่ ำกว่า 20 ปี มาตรการห้ามเด็กอายุต่ ำกว่า 18 ปี ขายบุหรี่ มาตรการห้ามแบ่งมวนขาย และมาตรการไม่ขาย บุหรี่ในสถานที่ที่กฎหมายกำ หนด โครงการนี้ได้ดำ เนินการ และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก หลายภาคส่วนในอำ เภอหางดง จนโครงการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้ง ไว้ทุกประการ อีกทั้งยังสามารถผลิตสื่อสปอตใช้ในการประชาสัมพันธ์ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ออกเสียงตาม สายในชุมชนทุกหมู่บ้าน ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชา สัมพันธ์ชี้แจงให้กับผู้ประกอบการร้านค้า จำ นวน 422 แห่ง ได้รับ ทราบและสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง แนวคิดการผลักดันนโยบายที่ได้เรียนรู้จากการอบรม นำ มาสู่การ ขยายผลการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ที่กว้างขึ้น ครูนำ ความรู้ไปสร้าง ทีม / คณะทำ งาน และประยุกต์ใช้แนวคิดสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่อง การบังคับใช้กฎหมาย และเมื่อเกษียณข้าราชการ ครูมีโอกาสขับเคลื่อนงานจุดจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ เต็มตัวครูภูมิใจมากที่แม้จะเกษียณแล้ว แต่ยังมีองค์กรที่ทำ งานเรื่องบุหรี่ในจังหวัดเชียงใหม่ เชิญชวนให้ร่วมเป็นคณะทำ งาน ให้คำแนะนำ หรือร่วมเป็น ส่วนหนึ่งในการทำ งานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่เสมอเป้าหมายต่อไปคือการขยายการทำ 7มาตรการเพื่อ โรงเรียนปลอดบุหรี่ให้เกิดการดำ เนินงานกับโรงเรียนในทุก สังกัดและทุกระดับของจังหวัดเชียงใหม่ ครูมั่นใจว่าการขับเคลื่อนสถานศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ปลอดบุหรี่ 100% จะต้องดำ เนินการได้แน่ เพราะผู้บริหาร โรงเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสายการศึกษา รวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองทุกคนในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมที่จะขับเคลื่อนงาน ไปด้วยกัน ลงนามโรงเรียนพระปริยัติธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ปลอดบุหรี่
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 47 นางกาญจนา กัณฑษา ครูชำานาญการพิเศษ โรงเรียนนครไทย จังหวัดพิษณุโลก นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 7 ปี 2560 “จากจุดเริ่มต้นการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และการขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ จังหวัดพิษณุโลกต่อเนื่อง ทำาให้สามารถประสาน เจรจากับหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับอำาเภอ ระดับจังหวัด” จุดเริ่มต้นของการทำ งานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จะเริ่มจาก การเป็นคุณครูที่ดูแลสายงานอนามัยโรงเรียน เมื่อปี พ.ศ.2536 ได้ จัดกิจกรรม “วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม” ต่อเนื่องทุกปี สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันสำ คัญที่อยากสร้างเครือข่ายรณรงค์นี้ ให้สำ เร็จ ก็คือความทรงจำ ในวัยเด็กที่เคยเห็นพ่อสูบยาสูบเป็นประจำ จนต้องคอยหลบเลี่ยงกลิ่นและควันบุหรี่มือสองอยู่เสมอ ส่งผลให้ ตนเองไม่อยากเห็นใครก็ตามต้องได้รับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ จึงริเริ่มจากการสร้างสังคมในโรงเรียนให้ปลอดบุหรี่ และกลายเป็น ส่วนหนึ่งของการรณรงค์การงดสูบบุหรี่ยาวนานกว่า 30 ปี โครงการที่ได้ขับเคลื่อนในฐานะนักขับเคลื่อนนโยบาย ได้ผลักดันให้โรงเรียนในอำ เภอนครไทยเป็นต้นแบบการ ดำ เนิน 7 มาตรการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ และชุมชนเกิด การปฏิบัติตามกฎหมายไม่ขายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ ำ กว่า 20 ปี ไม่แบ่งขาย ไม่ขายบุหรี่ในที่สาธารณะและสถานที่ ท่องเที่ยว ห้ามให้เด็กอายุต่ ำกว่า 18 ปี ขายผลิตภัณฑ์ ยาสูบ และไม่แสดงผลิตภัณฑ์ ณ จุดขาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ศึกษาธิการจังหวัดสพม.39 สปพ.พล.3 นายอำ เภอนครไทย สรรพสามิตอำ เภอ พัฒนากรอำ เภอ รวมถึงผู้ปกครอง จากจุดเริ่มต้นการขับเคลื่อนเชิงนโยบายและการขับเคลื่อน โรงเรียนปลอดบุหรี่ จังหวัดพิษณุโลกต่อเนื่อง ทำ ให้สามารถ ประสาน เจรจากับหน่วยงานต่างๆ ในระดับอำ เภอ ระดับ จังหวัดให้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของเครือข่าย และช่วยผลัก ดันการรณรงค์ได้มากยิ่งขึ้น จนส่งผลให้การดำ เนินกิจกรรมต่างๆของศูนย์การเรียน รู้โรงเรียนปลอดบุหรี่สามารถ เข้าถึงผู้คนในสังคมได้อย่าง แพร่หลายไม่ใช่เพียงแต่เฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น เข้าพบนายอำาเภอนครไทยและตัวแทนจากศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก
การเดินทางของนักขับเคลื่ อนนโยบายท้องถิ่ นเพื่ อสังคมปลอดบุหรี 48 ่ นางสมหมาย กิตติภัทรชัย ประธานเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่จังหวัดนครราชสีมา นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 7 ปี 2560 “แนวทางที่ใช้สร้างกระแสเพื่อส่งสารไปถึงส่วนการศึกษา คือการเข้าพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และเผยแพร่แนวทางการสนับสนุนของท่าน สุดท้ายจึงนำามาสู่การประกาศนโยบายสนับสนุนโครงการ ทั้ง สพม.นครราชสีมาและส่วนจังหวัดนครราชสีมา” การผลักดันให้เกิดนโยบายในระดับจังหวัด โดยการดำ เนิน โครงการ “โคราช 2+7 คุ้มครองเด็กและเยาวชน” จังหวัด นครราชสีมา เลข 2 หมายถึงมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการ ห้ามขายบุหรี่ให้แก่เด็กอายุต่ ำกว่า 20 ปี และการห้ามขายบุหรี่ แบบแบ่งซองขาย เลข 7 หมายถึง 7 มาตรการเพื่อทำ โรงเรียน ปลอดบุหรี่ ได้ขับเคลื่อนร่วมกับครูวิชมัด งามจิตร แม้โครงการนี้ผู้กำ หนดนโยบายคือ สำ นักงานเขตพื้นที่การ ศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา แต่แนวทางที่ใช้สร้างกระแส เพื่อส่งสารไปถึงส่วนการศึกษา คือการเข้าพบท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดและเผยแพร่แนวทางการสนับสนุนของท่าน สุดท้าย จึงนำ มาสู่การประกาศนโยบายสนับสนุนโครงการทั้ง สพม. นครราชสีมาและส่วนจังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้ ยังขยายไป ถึงโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ พื้นที่ เทศบาลตำ บลหัวทะเลอีกด้วย เป้าหมายของการทำ งานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในอนาคต จะ ยังคงทำ งานปกป้องเด็กเยาวชนเพื่อลดนักสูบหน้าใหม่ สร้าง และพัฒนาเครือข่ายให้มีความเข้มแข็ง พร้อมรับความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนให้สามารถขยายผลไปสู่สถานศึกษาอื่นเชิญชวน ร่วมกันสร้างค่านิยมไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่จังหวัด นครราชสีมาให้ครบทั้ง 32 อำ เภอ ต่อไป เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
มูลนิธิรณรงค์เพื่ อการไม่สูบบุหรี่ 49 นายพงษ์ศักดิ์ ใสแก้ว หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ นักขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ รุ่น 7 ปี 2560 “รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการนี้ เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน ที่เป็นกำาลังสำาคัญ ที่จะช่วยพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไปในอนาคต” โครงการ “โคราช 2+7 คุ้มครองเด็กและเยาวชน” ขับ เคลื่อนในนามเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ นครราชสีมา เลข 2 หมายถึง มาตรการตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ว่าด้วยการห้ามขายบุหรี่ให้แก่เด็กอายุต่ ำกว่า 20 ปี และห้ามขายบุหรี่แบบแบ่งซอง และ เลข 7 หมายถึง มาตรการ ทำ ให้โรงเรียนปลอดบุหรี่ ประกอบด้วย มีนโยบาย มีการบริหาร จัดการ มีการจัดสภาพแวดล้อม มีการสอนสอดแทรกกับวิชาอื่น ให้นักเรียนมีส่วนร่วมช่วยเหลือนักเรียนที่ติดบุหรี่และมีส่วนร่วม กับชุมชน การดำ เนินโครงการมีครูแป้น (วิชมัด งามจิตร) และครู สมหมาย (สมหมาย กิตติภัทรชัย) เป็นคณะทำ งานหลัก เข้า พบผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดนครราชสีมา นายกเทศมนตรีตำ บลหัวทะเลและทำ งาน ร่วมกัน จนมีการประกาศนโยบายให้ทั้ง 50 โรงเรียนในสังกัด สพม.31 และ 58โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด นครราชสีมา ดำ เนินการ ส่วนของตัวผมได้รับหน้าที่ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เป็นหลักโดยร่วมเป็นวิทยากรในโรงเรียนต่างๆ ที่สังกัดองค์การ บริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาเกี่ยวกับเรื่องบุหรี่และบุหรี่ ไฟฟ้า และได้เขียนสกู๊ปข่าวลงหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และส่วน ท้องถิ่นคือ ธุรกิจโคราช ฉบับวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 รู้สึก ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการนี้ เพื่อ ปกป้องเด็กและเยาวชนที่เป็นกำ ลังสำ คัญที่จะช่วยพัฒนาชาติ บ้านเมืองต่อไปในอนาคต