รายงานการวิจัวิยจั ศึกศึษา วิจัวิยจั สรร เพื่อพื่นำ ไปใช้ปช้ระโยชน์แน์ละพัฒพันา ภายใต้โต้ครงการอนุรันุกรัษ์พันพัธุกธุรรมพืชพือันอัเนื่อนื่งมาจากพระราชดำ ริสมเด็จด็พระเทพรัตรันราชสุดสุาฯ สยามบรมราชกุมกุารี (อพ.สธ.) จังจัหวัดวัระนอง ปีงปีบประมาณ 2569ผผักัผัเหลยีงบริษริ ัท เอเอม็ซีอเีวนทแ อนดแ พลนเนอร จาํกดัเลขที่ 204/94 หมทู ี่1 ตาํบล มะขามเตยี้อาํเภอเมอืงสรุาษฎรธ านีจงัหวดัสรุาษฎรธ านี84000โทร 086-513-9333 อีเอีมล [email protected]รรักัรัษ ..
1รายงานการศึกษา วิจัยสรรพคุณทางยาสมุนไพร “ผักเหลียง”เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้ อนุรักษ์ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นบริเวณสถานีพัฒนาที่ดินระนองภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(อพ.สธ.) จังหวัดระนองปีงบประมาณ 2569โดยบริษัท เอเอ็มซี อีเวนท์แอนด์แพลนเนอร์ จำกัดเลขที่ 204/94 หมู่ที่ 1 ตำบล มะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000โทร 086-513-9333 อีเมล [email protected]
2บทคัดย่อ (Abstract)การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาชนิด แหล่งกำเนิด สรรพคุณทางยา และคุณค่าทางโภชนาการของผักเหลียงในพื้นที่จังหวัดระนอง 2) รวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากผักเหลียงผ่านปราชญ์ชาวบ้าน 3) พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากผักเหลียงร่วมกับสมุนไพรท้องถิ่น และ 4) ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาทิตยาฟาร์มระนอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยการศึกษาเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงผลการศึกษาพบว่า ผักเหลียง (Gnetum gnemon var. tenerum) เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดี ในสภาพร่มเงา นิยมปลูกแซมในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีในด้านองค์ประกอบทางพฤกษเคมีและโภชนาการ พบว่าใบผักเหลียงอุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และมีปริมาณเบต้า แคโรทีนสูงถึง 1,089 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม รวมถึงมีสารประกอบฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ซึ่งมีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาในการบำรุงสายตา ต้านการอักเสบ บำรุงกระดูก และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะผู้วิจัยได้นำภูมิปัญญาการบริโภคพื้นบ้านมาต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตร ที่เน่าเสียและล้นตลาด โดยพัฒนาเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบ \"แกงเลียงผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูป (บรรจุถ้วย)\" ผลิตภัณฑ์นี้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-Drying Technology) ซึ่งสามารถรักษาสี กลิ่น รสชาติ และเก็บกักคุณค่าทางสมุนไพรของผักเหลียงสดไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งยังช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้นาน 1-2 ปีสรุปได้ว่า ผักเหลียงเป็นทรัพยากรพันธุกรรมพืชที่มีศักยภาพสูง การบูรณาการองค์ความรู้ ระดับฐานรากเข้ากับวิทยาศาสตร์การอาหาร สามารถยกระดับพืชผลทางการเกษตรสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP เชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ข้อเสนอแนะจากการศึกษา คือ หน่วยงานภาครัฐควรให้การสนับสนุนด้านการรับรองมาตรฐาน (อย., มผช.) การส่งเสริมให้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของผักเหลียงระนอง และการศึกษาวิจัยเชิงลึกเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืนต่อไป
3คำนำรายงานผลการศึกษาวิจัยฉบับนี้ จัดทำขึ้นภายใต้โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้ อนุรักษ์ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นบริเวณสถานีพัฒนาที่ดินระนอง ภายใต้โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้ อนุรักษ์ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นบริเวณสถานีพัฒนาที่ดินระนอง ปีงบประมาณ 2569(โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(อพ.สธ.) จังหวัดระนอง) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรวบรวม ศึกษา และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาสมุนไพรตลอดจนคุณค่าทางโภชนาการของ \"ผักเหลียง\" ซึ่งถือเป็นพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่มีความสำคัญยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนเนื้อหาภายในรายงานได้ครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ สภาพนิเวศวิทยาที่เหมาะสม การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นจากปราชญ์ชาวบ้านและหมอพื้นบ้าน ไปจนถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การอาหาร เพื่อต่อยอดและพัฒนาผักเหลียงให้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ต้นแบบ อาทิ ผลิตภัณฑ์แกงเลียงผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูป ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาความผันผวนของราคาผลผลิต ยืดอายุการเก็บรักษา สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในจังหวัดระนองคณะผู้วิจัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารรายงานฉบับนี้ จะเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญ และเป็นแนวทางในการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสำหรับเยาวชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปบริษัท เอเอ็มซี อีเวนท์แอนด์แพลนเนอร์ จำกัด(คณะผู้วิจัย)
4สารบัญเนื้อหา หน้าที่บทที่ 1 บทนำ 5บทที่ 2 ระเบียบวิธีวิจัย 6บทที่ 3 ผลการศึกษา 7ประเด็นที่ 1 ชนิดและแหล่งพันธุ์พืชสมุนไพร ผักเหลียง 7ประเด็นที่ 2 สรรพคุณทางยา คุณค่าทางโภชนาการ และประโยชน์อื่นๆ 11ประเด็นที่ 3 ภูมิปัญญาและการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพรผักเหลียง 12 (ข้อมูลการสัมภาษณ์)ประเด็นที่ 4 การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรผักเหลียง โดยการนำมาพัฒนา 24 เป็นผลิตภัณฑ์\"แกงเลียงผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูป (บรรจุถ้วย)\"ประเด็นที่ 5 ปัญหา ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนาพืชสมุนไพรผักเหลียง 31บทที่ 4 กรณีศึกษา (Case Study) ในจังหวัดระนอง 32บทที่ 5 สรุปและแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบ) 35บทที่ 6 บทสรุปและข้อเสนอแนะ 39บรรณานุกรม 40ภาคผนวก 41ภาคผนวก ก แบบเครื่องมือวิจัย 42(แบบฟอร์มการสัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้าน / หมอพื้นบ้าน)ภาคผนวก ข ข้อมูลโภชนาการและผลการวิเคราะห์สาระสำคัญของผักเหลียง 45ภาคผนวก ค ภาพถ่ายการลงพื้นที่เก็บข้อมูล 47
5บทที่ 1 บทนำ1. ที่มาและความสำคัญประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น จังหวัดระนองเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี (อพ.สธ.) ได้มุ่งเน้นให้ชุมชนเห็นคุณค่า อนุรักษ์ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรม พืชท้องถิ่นอย่างยั่งยืน“ผักเหลียง” (ชื่อวิทยาศาสตร์: Gnetum gnemon var. tenerum) ถือเป็น “ราชินีผักพื้นบ้านภาคใต้” ที่พบมากในจังหวัดระนอง ชุมพร และพื้นที่ใกล้เคียง นิยมปลูกแซมในสวนยางพาราและสวนผลไม้ผักเหลียงไม่เพียงแต่เป็นอาหารประจำถิ่นที่มีรสชาติอร่อย แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากผักเหลียง ในปัจจุบัน ยังจำกัดอยู่เพียงการบริโภคสดและประกอบอาหารในครัวเรือนดังนั้น การศึกษาวิจัยสรรพคุณทางยาสมุนไพรของผักเหลียง การบูรณาการร่วมกับวัตถุดิบอื่น ในท้องถิ่น (เช่น ผึ้งชันโรง และสมุนไพรเหงือกปลาหมอ) เพื่อนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (บาล์มสมุนไพร) และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป (แกงเลียงผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูป) จึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดระนอง2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา2.1) เพื่อศึกษาชนิด แหล่งกำเนิด สรรพคุณทางยา และคุณค่าทางโภชนาการของผักเหลียงในพื้นที่จังหวัดระนอง2.2) เพื่อรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากผักเหลียง ผ่านปราชญ์ชาวบ้านและหมอพื้นบ้าน2.3) เพื่อต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากผักเหลียงร่วมกับสมุนไพรท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์จากผึ้งชันโรง (บาล์มสมุนไพร และ แกงเลียงบรรจุถ้วย)2.4) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาทิตยา ฟาร์มระนอง3. ขอบเขตการศึกษา3.1) ขอบเขตด้านเนื้อหา : ศึกษาสรรพคุณทางยา โภชนาการ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน และกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผักเหลียง 3.2) ขอบเขตด้านพื้นที่ : จังหวัดระนอง (เน้นพื้นที่ที่มีการปลูกผักเหลียงหนาแน่น และพื้นที่ตั้งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป้าหมาย)3.3) ขอบเขตด้านประชากร : กลุ่มผู้ปลูกผักเหลียง, ปราชญ์ชาวบ้าน/หมอพื้นบ้าน วิสาหกิจชุมชนอาทิตยาฟาร์มระนอง
6บทที่ 2 ระเบียบวิธีวิจัยการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยมีขั้นตอนดังนี้:1. การเก็บรวบรวมข้อมูล 1.1) การศึกษาจากเอกสาร (Documentary Research): ทบทวนวรรณกรรม งานวิจัย ฐานข้อมูลออนไลน์ และตำรายาไทย โดยรวบรวมข้อมูลรายละเอียดจำเพาะของ \"ผักเหลียง เพื่อศึกษาโครงสร้างทางเคมี มีสรรพคุณเด่นในการบำรุงสายตา เสริมสร้างกระดูก ป้องกันโรคโลหิตจาง และต้านอนุมูลอิสระ อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน แคลเซียม และวิตามินนานาชนิด 1.2) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) : ลงพื้นที่สัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้านและหมอพื้นบ้านในจังหวัดระนอง เพื่อเก็บข้อมูลภูมิปัญญาการปลูก การเก็บเกี่ยว และการใช้เป็นยารักษาโรค2. วิธีการศึกษาและกลุ่มตัวอย่าง 2.1) กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) : คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ประกอบด้วย ปราชญ์ชาวบ้าน/หมอพื้นบ้าน / ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรในพื้นที่ระนอง(กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาทิตยาฟาร์มระนอง)2.2) กลุ่มตัวอย่างวิสาหกิจชุมชนเป้าหมาย: กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาทิตยาฟาร์มระนอง เพื่อเป็นพื้นที่กรณีศึกษา (Case Study) ในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการทำต้นแบบผลิตภัณฑ์2.3) เครื่องมือที่ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview),
7บทที่ 3 ผลการศึกษา (แยกตามประเด็นที่ 1 - 5)ประเด็นที่ 1 ชนิดและแหล่งพันธุ์พืชสมุนไพร ผักเหลียง 1.1) ข้อมูลพฤกษศาสตร์ ผักเหลียง (เหมียง, ปะเหมียง) เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง ไม่มีรากแก้ว ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน ลักษณะใบรีแหลม สีเขียวเข้ม ผิวเป็นมัน 1.2) แหล่งพันธุ์ในจังหวัดระนอง พบได้ทั่วไปในทุกอำเภอของจังหวัดระนอง มักเจริญเติบโตได้ดีในสภาพร่มเงา (Shade-tolerant) จึงนิยมปลูกแซมในสวนยางพารา หรือสวนปาล์มน้ำมัน ดินที่เหมาะสมคือดินร่วนปนทรายที่มีอินทรียวัตถุสูง และมีความชื้นสม่ำเสมอ1.3) การขยายพันธุ์ นิยมใช้ 3 วิธี คือ การเพาะเมล็ด (เติบโตช้า แต่ได้ต้นที่แข็งแรง),การตอนกิ่ง (นิยมมากที่สุด ให้ผลผลิตเร็ว), และการแยกต้นอ่อนจากราก (Root suckers)1. ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์และสัณฐานวิทยาของผักเหลียงผักเหลียง จัดเป็นพืชเมล็ดเปลือย (Gymnosperm) ที่มีความเก่าแก่ทางวิวัฒนาการ มีความโดดเด่นทางสัณฐานวิทยาและนิเวศวิทยาที่เหมาะสมกับภูมิประเทศของภาคใต้ตอนบน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง ชุมพร และพังงา• ชื่อวิทยาศาสตร์: Gnetum gnemon var. tenerum Markgr.• ชื่อวงศ์: GNETACEAE• ชื่อเรียกในท้องถิ่น : ผักเหลียง (ระนอง, ชุมพร), ผักเหมียง (พังงา, ภูเก็ต), ผักกะเหรี่ยง (กระบี่)ภาพ ต้นผักเหลียง
8ลักษณะทางสัณฐานวิทยา (Morphology): 1) ต้นและราก : เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง ความสูงเฉลี่ย 1-3 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก ทรงพุ่มค่อนข้างทึบ ลำต้นมีลักษณะกลม เปลือกต้นเรียบสีเทาอมน้ำตาล ระบบรากไม่มีรากแก้ว (Taproot) แต่มีรากแขนงและรากฝอยที่แผ่กระจายหาอาหารบริเวณผิวดินตื้นๆ ทำให้เหมาะกับการปลูกแซมในสวนพืชเศรษฐกิจอื่นๆ โดยไม่แย่งอาหารพืชหลัก2) ใบ : เป็นส่วนที่มีการนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด ลักษณะเป็นใบเดี่ยว (Simple leaf) ออกเรียงตรงข้ามกัน (Opposite) รูปทรงรี (Elliptic) ถึงรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ผิวใบเรียบและเป็นมันวาวทั้งสองด้าน ใบอ่อนมีสีแดงอมส้มถึงเขียวอ่อน เมื่อแก่จัดจะมีสีเขียวเข้ม แผ่นใบค่อนข้างเหนียว ไม่มีหูใบ
93) ดอกและผล : เนื่องจากเป็นพืชเมล็ดเปลือย จึงไม่มีดอกที่แท้จริง แต่มีอวัยวะสืบพันธุ์ ที่เรียกว่า \"สโตรบิลัส\" (Strobilus) หรือช่อดอกแบบหางกระรอก แยกเพศอยู่คนละต้น (Dioecious) ผลมีลักษณะเป็นเมล็ดเปลือยรูปกระสวย เปลือกนอกเมื่อสุกมีสีเหลืองถึงส้มแดง ภายในมีเมล็ดแข็ง4) นิเวศวิทยาและการเจริญเติบโต : ผักเหลียงเป็นพืชที่ต้องการร่มเงา (Shadeloving plant) เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความเข้มแสงประมาณ 30-50% หากได้รับแสงแดดจัดโดยตรงใบจะหยาบกระด้างและมีสีเหลือง ขาดความน่ารับประทาน ชอบสภาพดินร่วนปนทรายที่มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี และมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง ซึ่งตรงกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นฝนตกชุกของจังหวัดระนองภาพ สถานที่ปลูกต้นผักเหลียงเป็นพืชที่ต้องการร่มเงา
102. องค์ประกอบทางพฤกษเคมี (Phytochemicals) และเภสัชวิทยาการศึกษาวิจัยสารสำคัญในผักเหลียง พบว่าอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) หลายกลุ่มที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพและมีสรรพคุณทางยา ซึ่งสนับสนุนภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้ผักเหลียงในการบำรุงสุขภาพและบรรเทาอาการอักเสบ1) กลุ่มสารประกอบต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Compounds) : 1.1) สารประกอบฟีนอลิก (Phenolic Compounds) และ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) : สารสกัดจากใบเหลียงมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมและฟลาโวนอยด์สูง ซึ่งสารกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ (Natural Antioxidants) ช่วยยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในเซลล์ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความเสื่อมต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ และความชราของเซลล์1.2) เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene): ใบเหลียงถือเป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีนที่สูงมาก (ปริมาณเฉลี่ย 1,089 - 1,200 ไมโครกรัม ต่อ 100 กรัมน้ำหนักสด) เบต้าแคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ (Provitamin A) ที่มีบทบาทสำคัญในการบำรุงจอประสาทตา ป้องกันภาวะตาบอดกลางคืน และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน2) ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา (Pharmacological Activities) : 2.1) ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory Effect) : สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ของหมอพื้นบ้านที่นำใบและรากมาต้มดื่มหรือพอกเพื่อลดอาการปวดเมื่อย สารพฤกษเคมีในกลุ่มซาโปนิน (Saponins) และแทนนิน (Tannins) ที่พบในพืชสกุลนี้ มีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบในร่างกาย2.2) อนุพันธ์ของเรสเวอราทรอล (Resveratrol derivatives): งานวิจัยในพืชวงศ์เดียวกัน (Gnetum spp.) พบสารกลุ่ม Oligostilbenes เช่น สารจีเนติน ซี (Gnetin C) ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ต้านการอักเสบ และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นสารยืดอายุเซลล์ (Anti-aging) 3. คุณค่าทางโภชนาการระดับจุลภาค (Micronutrients)การบริโภคผักเหลียง ไม่ได้ให้เพียงเส้นใยอาหาร แต่ยังให้แร่ธาตุที่จำเป็นต่อกระบวนการทำงานของร่างกาย ดังนี้3.1) แคลเซียมและฟอสฟอรัส ทำงานร่วมกันในการเสริมสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูก ป้องกันภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ3.2) ธาตุเหล็ก ช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์และสตรีหลังคลอด ซึ่งตรงกับภูมิปัญญาที่ใช้แกงเลียงผักเหลียงในการบำรุงเลือดและกระตุ้นน้ำนมแม่ลูกอ่อนประเด็นที่ 2 สรรพคุณทางยา / คุณค่าทางโภชนาการ หรือประโยชน์อื่นๆ
11องค์ประกอบ สรรพคุณและประโยชน์เบต้าแคโรทีน มีปริมาณสูงกว่าแครอทและผักบุ้ง (ประมาณ 1,089 ไมโครกรัม/100 กรัม) ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคตาบอดกลางคืน และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแคลเซียม / ฟอสฟอรัส เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันภาวะกระดูกพรุนใยอาหาร (Fiber)สูงมาก ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ปรับสมดุลระบบขับถ่าย และลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลสรรพคุณทางยาไทยใบ: รสจืดมัน ช่วยบำรุงเส้นเอ็น บำรุงกระดูก แก้ปวดเมื่อยราก/ลำต้น (ตำรับโบราณ): ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ แก้ร้อนใน ต้านการอักเสบสรรพคุณทางยาและประโยชน์ต่อสุขภาพ• บำรุงสายตา เบต้าแคโรทีนสูงช่วยป้องกันภาวะตาฝ้าฟางและบำรุงสายตาในที่มืด• ต้านอนุมูลอิสระ มีสารพฤกษเคมีที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง และป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ• ควบคุมระดับน้ำตาล มีฤทธิ์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน• บำรุงกระดูกและเส้นเอ็น แคลเซียมและฟอสฟอรัสช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน• แก้โรคซางในเด็ก ภูมิปัญญาพื้นบ้านใช้บำรุงร่างกายเด็กที่ผอมแห้งให้เจริญอาหาร• แก้กระหาย ชาวบ้านนิยมเคี้ยวยอดสดเวลาเดินป่าเพื่อแก้อาการขาดน้ำและเพิ่มกำลังวังชา• บำรุงผิวพรรณประเด็นที่ 3 ภูมิปัญญาและการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพรผักเหลียง (ข้อมูลสัมภาษณ์)
12ผู้ให้ข้อมูลรายที่ 1 : นางสาวอาทิตยา เพชรเพ็งประธานศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดระนองปราชญ์ชาวบ้าน ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนองบทสัมภาษณ์: สรุปเนื้อหาภาพรวมทั้งหมดบทสัมภาษณ์นี้เป็นการพูดคุยกับ คุณฟาง (นางสาวอาทิตยา เพชรเพ็ง) เจ้าของ \"อาทิตยาฟาร์ม\"จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิด มาต่อยอด สวนเกษตรผสมผสานของครอบครัว โดยดึงเอา \"ผักเหลียง\" ซึ่งเดิมเป็นเพียงพืชรองในสวน ขึ้นมาเป็น แหล่งสร้างรายได้หลัก เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่วิธีการปลูกผักเหลียงแบบธรรมชาติไร้สารเคมี ไปจนถึงปัญหาความท้าทายที่เกษตรกรต้องเจอ ทั้งเรื่องสภาพอากาศที่ทำให้ผลผลิตขาดช่วง วิกฤติโควิด-19 เศรษฐกิจ ที่ส่งผลให้ร้านอาหารสั่งซื้อลดลง และราคาที่ผันผวนอย่างหนัก เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน คุณฟางจึงมีแนวคิดและกำลังดำเนินการ แปรรูปผักเหลียงเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (เช่น แกงเลียงผักเหลียงฟรีซดราย)เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา สร้างมูลค่าเพิ่ม และเพื่อให้สามารถประกันราคารับซื้อช่วยเหลือเกษตรกรในชุมชนต่อไปได้ถอดบทสัมภาษณ์ เรียงลำดับ แยกเป็นหัวข้อ พร้อมสรุปใจความสำคัญ ดังนี้
13หัวข้อที่ 1 ประวัติและจุดเริ่มต้นของ \"อาทิตยาฟาร์ม\" คุณฟางเรียนจบนิติศาสตร์และทำงานที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อพ่อแม่เกษียณ อายุราชการ จึงตัดสินใจลาออกกลับมาระนองเพื่อดูแลท่านและสานต่อสวนของครอบครัว (ในฐานะรุ่นที่ 3) เริ่มต้นจากการนำผลผลิตในสวนโดยเฉพาะผักเหลียงมาโพสต์ขายผ่านเพจเฟซบุ๊ก จนได้ส่งให้ร้านอาหาร ในกรุงเทพฯ กว่า 20 สาขา ต่อมาในช่วงปี 2562 เกษตรอำเภอได้ชักชวนให้เข้าเป็น Young Smart Farmer ทำให้ได้นำความรู้จากเครือข่ายมาพัฒนาฟาร์มอย่างเต็มตัวหัวข้อที่ 2 วิถีเกษตรและการจัดการ \"ผักเหลียง\" 2.1 การปลูกและดูแล : ผักเหลียงปลูกเป็นพืชแซมใต้ร่มไม้ใหญ่ในสวนยาง และสวนผสมผสานรวมกว่า 20 ไร่ เป็นพืชที่ดูแลง่ายมาก อายุยืนคล้ายไม้ยืนต้น ไม่ต้องรดน้ำ ทนแล้ง ไม่ต้องปลูกใหม่และไม่ค่อยมีแมลงรบกวน2.2 ไม่ใช้สารเคมี: ฟาร์มเน้นความปลอดภัย 100% ไม่ใช้สารเคมีเลย อาศัยเพียงปุ๋ยธรรมชาติ เช่น ขี้วัวและเกลือ2.3 การเก็บเกี่ยว : จะเลือกเก็บ \"ใบเพสลาด\" (ใบสีเขียวอ่อนนุ่ม) ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด และหลีกเลี่ยงใบยอดสีส้มที่มีกรดยูริกสูง โดยสามารถหมุนเวียนเก็บได้รวดเร็วทุกๆ 3-5 วันต่อต้นหัวข้อที่ 3 วิกฤติและปัญหาทางการตลาดแม้จะเป็นพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนเร็ว แต่ฟาร์มต้องเผชิญหลายปัญหา ได้แก่3.1 สภาพอากาศ: ช่วงหน้าฝนจัดใบจะเน่าเสีย (ส.ค.-ต.ค.) และช่วงแล้งจัดผลผลิตจะขาดหายไป 23 เดือน3.2 คู่แข่งและการผูกขาด: ช่วงโควิด-19 วัยรุ่นกลับบ้านเกิดมาปลูกผักเหลียงและขายแข่งจำนวนมาก และมีพ่อค้าคนกลางรายใหญ่เข้ามากว้านซื้อรวบตลาด 3.3 ราคาที่ผันผวนรุนแรงและเศรษฐกิจซบเซา: ราคาผักเหลียงเคยพุ่งทะลุถึง200 บาท/กก. ในช่วงที่ของขาดตลาด แต่เมื่อของล้นตลาดและร้านอาหารที่เป็นลูกค้าหลักยอดขายตกต่ำ ราคาเคยร่วงลงต่ำสุดเพียง 35-40 บาท/กก. (ถึงขั้นชาวสวนแทบไม่ได้กำไรหากหักค่าจ้างเก็บหัวข้อที่ 4 การแก้ปัญหาด้วย \"การแปรรูป\" เพื่อความยั่งยืนของชุมชน เพื่อหนีจากปัญหาตลาดสดที่ไม่แน่นอน คุณฟางเปลี่ยนมาทำผลิตภัณฑ์แปรรูปแบบอาหารสำเร็จรูป เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือ หากผลิตภัณฑ์แปรรูปนี้ติดตลาด จะทำให้ฟาร์มมีรายได้ที่นิ่งพอที่จะ \"ประกันราคา\" รับซื้อผักเหลียงจากเกษตรกรในวิสาหกิจชุมชนได้ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงให้เกษตรกร และทำให้มีวัตถุดิบป้อนเข้าโรงงานได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนหน้านี้เคยลองทำข้าวเกรียบผักเหลียง แต่ติดปัญหากำลังคน
14หัวข้อที่ 5 การทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ \"แกงเลียงผักเหลียงสำเร็จรูป\" ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ มีการทดลองชิมแกงเลียงผักเหลียงรูปแบบ Freeze-dryที่มีอายุการเก็บรักษา 6 เดือน แค่เติมน้ำร้อนก็ทานได้ รสชาติ: ใบเหลียงยังคงความกรอบได้ดี รสชาติออกไปทางแกงเลียงภาคกลาง ที่รสชาติกลางๆ ทานง่าย แต่สำหรับคนใต้แท้ๆ อาจจะรู้สึกว่ายังขาดความเข้มข้นของกะปิและพริกไทย บรรจุภัณฑ์และต้นทุน : ปัจจุบันผลิตในปริมาณน้อยทำให้ต้นทุนสูงถึงเกือบ 100 บาท/ถ้วย จึงมีการหารือเพื่อเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เช่น ใช้ถุงฟอยล์ หรือซีลสูญญากาศ เพื่อลดต้นทุนให้ถูกลง โดยมองว่าผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับโรงพยาบาล ผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการอาหารสุขภาพ ที่พกพาสะดวก
15ภาพ ทดสอบ (ทดลอง) ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “แกงเคยผักเหลียง” เติมน้ำร้อนภาพ ทดสอบ (ทดลอง) ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “แกงเคยผักเหลียง” หลังจากเติมน้ำร้อน เพื่อดูสีสัน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภาพ ทดสอบ (ทดลอง) ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “แกงเคยผักเหลียง”
16ผู้ให้ข้อมูลรายที่ 2 : คุณธัญลักษณ์ โมราศิลป์ ปราชญ์ชาวบ้าน ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนองศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ชนิดพืช ปาล์มน้ำมัน และโครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ที่มีด.ต.สมนึก โมราศิลป์เป็นเจ้าของแปลงต้นแบบ (รวมถึงบทบาทของ คุณธัญลักษณ์ โมราศิลป์ในการร่วมบริหารจัดการหรือขับเคลื่อนโครงการ) ภาพรวมแปลงต้นแบบ ศพก. ปาล์มน้ำมัน (ด.ต.สมนึก โมราศิลป์)แปลงต้นแบบภายใต้ ศพก. มักจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น \"จุดถ่ายทอดเทคโนโลยี\" โดยนำงานวิจัยจากภาครัฐหรือสถาบันการศึกษามาลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษาดูงาน โดยมีเป้าหมายหลักคือ \"ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และพัฒนาคุณภาพ\"
17ประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนงานวิจัยในแปลงต้นแบบ :• การจัดการปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและใบ (Site-Specific Nutrient Management) : นำงานวิจัยด้านธาตุอาหารพืชมาใช้ โดยตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของใบปาล์มและดิน เพื่อผสมปุ๋ยใช้เองตามความต้องการจริงของต้นปาล์ม ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีได้อย่างเป็นรูปธรรม• การบริหารจัดการน้ำ (Water Management) : ระบบการให้น้ำในสวนปาล์มที่สอดคล้องกับสภาพอากาศ เพื่อรักษาเสถียรภาพของผลผลิตในช่วงฤดูแล้ง ไม่ให้ทะลายปาล์มฝ่อหรือขาดคอ• การจัดการทะลายปาล์มและการเก็บเกี่ยว (Quality Harvesting) : การถ่ายทอดมาตรฐานการตัดปาล์มสุก เพื่อให้ได้เปอร์เซ็นต์น้ำมัน (OER) สูงสุด ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการกำหนดราคารับซื้อ• การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ (Zero Waste Agriculture ): นำทางปาล์ม หรือทะลายปาล์มเปล่า กลับมาทำปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ช่วยรักษาความชื้นและปรับปรุงโครงสร้างดินคุณธัญลักษณ์มักจะมีบทบาทสำคัญในด้าน :• การบริหารจัดการข้อมูล (Data Management): การจดบันทึกต้นทุน บัญชีฟาร์ม และผลผลิตซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประเมินผลโครงการวิจัย• การเป็นวิทยากรหรือผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้: นำเสนอข้อมูลผลลัพธ์จากการทำแปลงต้นแบบให้แก่หน่วยงานราชการ เกษตรกร และผู้ที่มาศึกษาดูงาน• การประสานงานโครงการ: ทำงานร่วมกับนักวิจัย นักวิชาการเกษตร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่จริง
18ถอดบทสัมภาษณ์ เรียงลำดับ แยกเป็นหัวข้อ พร้อมสรุปใจความสำคัญ ดังนี้การสัมภาษณ์คุณธัญรักษ์ โมราศิลป์เกี่ยวกับการทำเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติในจังหวัดระนอง โดยเน้นไปที่การปลูก ผักเหลียง และการเลี้ยง ผึ้งโพง เป็นรายได้เสริมในสวนปาล์มน้ำมัน เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่เทคนิคการคัดเลือกสายพันธุ์ผักเหลียงใบใหญ่ที่เคี้ยวกรอบ รวมถึงความสำเร็จในการนำนวัตกรรมรวงผึ้งเทียม มาใช้เพื่อช่วยให้เก็บน้ำผึ้งได้สะอาดโดยไม่ทำลายตัวอ่อน นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการยกระดับสินค้าชุมชนผ่านการ แปรรูป เช่น แกงเลียงผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูปและน้ำผึ้งบรรจุซอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายฐานลูกค้าไปสู่ระดับสากล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำเกษตรแบบไร้สารเคมีเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาวผักเหลียงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เสริมที่ดีเยี่ยมในพื้นที่จังหวัดระนอง โดยเฉพาะเมื่อนำมาปลูกแซมในร่มเงาของสวนปาล์มน้ำมัน เป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลรักษาง่าย แทบไม่มีศัตรูพืชและเป็น \"พืชที่ฆ่า ไม่ตาย\" สามารถเก็บเกี่ยวสร้างรายได้ตลอดทั้งปีนอกจากจะขายเป็นใบสดให้แก่ร้านอาหารและส่งออก นอกพื้นที่แล้ว ปัจจุบันยังมีการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดแปรรูปเป็นผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูป (Freeze-dried) แบบอัดก้อนเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านการเก็บรักษาและขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคต่างพื้นที่หัวข้อที่ 1 : จุดเริ่มต้นและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสวนนี้เริ่มปลูกผักเหลียงแซมต้นปาล์มมาประมาณ 14-15 ปีแล้ว ผักเหลียงเป็นพืชที่ไม่ชอบแดดจัด การปลูกใต้ร่มเงาปาล์มน้ำมันจึงเหมาะสมมาก หากปลูกในสวนยางพารา ช่วงที่ยางผลัดใบแล้วผักเหลียงโดนแดดจัดจะทำให้ใบมีรสขม ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของระนองที่เอื้ออำนวย ทำให้ผักเหลียงเติบโตได้ดีมาก แค่เอากิ่งที่มีรากนิดเดียวไปปักก็ขึ้นแล้วหัวข้อที่ 2 : สายพันธุ์และลักษณะของใบผักเหลียงพันธุ์ดั้งเดิมนำมาจากอำเภอละอุ่นและกะเปอร์จากการสังเกตของผู้ปลูกพบว่าผักเหลียงมี 2 ลักษณะ คือ ต้นที่ใบเล็กเรียวยาว ก้านจะเหนียวและเด็ดยาก ส่วน ต้นที่ใบกว้างอ้วนกลมจะกรอบ เด็ดง่าย และให้รสชาติที่อร่อยกว่า ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนเก็บและคนรับประทานหัวข้อที่ 3 : อุปสรรค ศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยวใจความสำคัญ: ผักเหลียงไม่มีปัญหาเรื่องศัตรูพืชหรือแมลงเลยแต่มีอุปสรรคเล็กน้อยในช่วงหน้าฝนที่ยอดอาจจะเน่าและเก็บเกี่ยวลำบาก นอกจากนี้ยางของผักเหลียงอาจจะกัดมือเวลาเก็บ จึงต้องใช้ความระมัดระวังหรือใส่ถุงมือ แต่ไม่มีปัญหาเมื่อนำมารับประทาน การเก็บเกี่ยวสามารถเก็บหมุนเวียนได้เรื่อย ๆ เพราะใน 1 กอ จะแตกยอดหลายรุ่นหัวข้อที่ 4 : การตลาดและข้อจำกัดของพื้นที่ปลูกเคยมีการขายกิ่งพันธุ์ไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น เชียงใหม่ หรือภาคอีสาน แต่พบว่าพื้นที่อื่นปลูกแล้วมักจะไม่รอดหรือตายหมด เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยเหมือนภาคใต้ (ระนอง ชุมพร พังงา) ปัจจุบันเน้นขายส่งใบสดให้กับร้านอาหารทะเลในพื้นที่เป็นหลัก และปฏิเสธการส่งห้างโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ เพราะมีเงื่อนไขรัดกุมเรื่องปริมาณการส่งมอบที่ต้องมีตลอดทั้งปี ซึ่งหากทำไม่ได้อาจโดนปรับ
19หัวข้อที่ 5 : การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มีการร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทำการวิจัยและแปรรูปเป็น \"แกงเลียงผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูป\" (Freeze-dried) ที่บรรจุในซองสุญญากาศเพื่อให้มีอายุการเก็บรักษา (Shelf life) นานขึ้น เพียงเติมน้ำร้อนก็ทานได้เลย ปัจจุบันต้นทุนยังอยู่ที่ประมาณ 80 กว่าบาทต่อชิ้นเพราะผลิตจำนวนน้อย แต่ในอนาคตมีแผนจะพัฒนาบรรจุภัณฑ์และปรับลดต้นทุน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ไกลขึ้นและขายเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว
20ผู้ให้ข้อมูลรายที่ 3 : คุณปณิตา สรรค์คุณากร ปราชญ์ชาวบ้าน ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนองนา งส า ว ปณิต า ส ร ร ค์คุณา ก ร คือเกษต ร กร ร ุ่นใหม่และเจ้า ของ “ส ว นม ร ด ก ” (Morradhok Garden) แหล่งผลิตเกษตรอินทรีย์ชื่อดังในจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พลิกฟื้นสวนวิถีดั้งเดิมสู่มาตรฐานอินทรีย์ระดับประเทศประวัติและความเป็นมา• ภูมิหลังการศึกษา : ปณิตาจบการศึกษาด้านการตลาด และเคยร่วมสร้างสรรค์งานวิจัยเชิงกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ เช่น “ฉันทนามาร์เก็ตติ้ง” ของมหาวิทยาลัยมหิดล และงานวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค
21• จุดเริ่มต้นกล้าคืนถิ่น : เธอตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดระนอง ภายใต้โครงการแนวคิด \"กล้าคืนถิ่น\" เพื่อพัฒนาพื้นที่สวนดั้งเดิมของครอบครัวให้กลายเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ระบบปิดที่ยั่งยืน• การขับเคลื่อนชุมชน : ได้รับการสนับสนุนและทำงานร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง เพื่อเป็นต้นแบบการทำเกษตรปลอดภัยและสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบท้องถิ่นข้อมูล “สวนมรดก” ระนอง• มาตรฐานการันตี: เป็นแหล่งเพาะปลูกที่ได้รับรองมาตรฐาน Organic Thailand ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีอย่างเด็ดขาด• ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ : สินค้าหลักคือ ใบเหลียงอินทรีย์(ผักเหลียง) พืชพื้นเมืองขึ้นชื่อของเมืองระนองที่มีรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจัดส่งกระจายความอร่อยไปทั่วประเทศ• อาหารใต้สไตล์ระนอง : นอกจากการขายผักสดแล้ว สวนมรดกยังแปรรูปอาหารใต้พร้อมทานผ่านทางเพจ Morradhok Garden สวนมรดก โดยเน้นเมนูหาทานยาก เช่น แกงคั่วส้มสับปะรดอินทรีย์ และหมูสับผัดเครื่องแกงคลุกใบส้มแป้น ที่ไม่ใส่ผงชูรสและใช้เฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่น
22สรุปเนื้อหาภาพรวมทั้งหมดบทสัมภาษณ์นี้เป็นการพูดคุยระหว่าง นายอนันต์ เกษตรเกรียงไกร และนางสาวรรณา สุวัธนเมธากุล (ผู้เก็บข้อมูลโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ) และคุณสุพรรณี พุทธัง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง และ \"คุณบุ้ง\" นางสาวปณิตา สรรค์คุณากร เจ้าของสวนมรดก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ \"ผักเหลียง\" ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดระนอง เพื่อนำไปต่อยอดในโครงการของภาครัฐ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของคุณบุ้งที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ กลับมาสานต่อสวนเกษตรอินทรีย์อายุนับร้อยปีของครอบครัว การประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ \"สวนมรดก\" การแปรรูปผักเหลียงเป็นซอสเพสโต้เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ไปจนถึงการหารือเรื่องการส่งตรวจคุณค่าทางโภชนาการทางวิทยาศาสตร์ และการเชิญคุณบุ้งไปออกรายการวิทยุเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่
23ถอดบทสัมภาษณ์ เรียงลำดับ แยกเป็นประเด็น พร้อมสรุปใจความสำคัญ1. วัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่และการประสานงานจากภาครัฐo ใจความสำคัญ : คุณเอกและทีมงานลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลพืชท้องถิ่น 3 ชนิด ได้แก่ เหงือกปลาหมอ ผักเหลียง และผึ้งชันโรง ภายใต้โครงการพระราชดำริ (อพ.สธ.) เพื่อนำไปศึกษาและพัฒนา ต่อยอด รวมถึงพาเจ้าหน้าที่เกษตรฯ มาทำความรู้จักกับคุณบุ้ง เพื่อเชิญชวนให้นำผลิตภัณฑ์ไปร่วมออกบูธ ในงานเกษตรแฟร์และเชิญไปสัมภาษณ์ในรายการวิทยุของ สวท. เพื่อพูดคุยในประเด็น \"เด็กยุคใหม่กับเกษตรอินทรีย์\"2. ประวัติและการวางแผนชีวิตของคุณบุ้ง (เกษตรกรรุ่นใหม่)o ใจความสำคัญ : คุณบุ้งจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านโบราณคดี (ศิลปากร) และ ปริญญาโทด้านการตลาด (มหิดล) เคยทำงานด้านการสร้างแบรนด์ที่บริษัท SCG ในกรุงเทพฯ คุณบุ้งมีการวางแผนชีวิตที่ชัดเจน โดยตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานว่า เมื่ออายุครบ 40 ปี จะกลับมาอยู่บ้านเกิดที่ระนอง เมื่อถึงเวลาและรู้สึกอิ่มตัวกับชีวิตการทำงานในเมืองหลวง จึงตัดสินใจกลับมาสานต่อสวนของครอบครัว โดยนำความรู้ด้านการตลาดมาประยุกต์ใช้3. ข้อมูล \"สวนมรดก\" และการทำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand)o ใจความสำคัญ:o สวนมรดกมีพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง (บางริ้น) ห่างจากถนนใหญ่เพียง 400 เมตร เป็นสวนแบบผสมผสานอายุนับร้อยปีo ผักเหลียงที่ปลูกเป็น สายพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิม (Original Ranong) 100% ที่ขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติจากการแตกแขนงราก โดยไม่มีสายพันธุ์อื่นเจือปนo ดินในสวนเป็นดินร่วนสีดำที่อุดมสมบูรณ์มากจากการทับถมมาเป็นร้อยปี ไม่เคยใช้สารเคมี ใช้เพียงน้ำหมักชีวภาพ (EM) และน้ำหมักปลาสูตรของคุณแม่o ความมุ่งมั่นของคุณบุ้งคือการทำให้เกษตรอินทรีย์เป็นที่ประจักษ์ จึงดำเนินเรื่องขอมาตรฐานOrganic Thailand ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบดินและน้ำอย่างละเอียดนานนับปีจนได้รับใบรับรอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากในพื้นที่ที่มีสวนเศรษฐกิจล้อมรอบ
244. การตลาด การจำหน่าย และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ (ซอสเพสโต้)• ใจความสำคัญ :o การขายผักสด : เน้นส่งตรงให้กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น ร้านอาหารออร์แกนิก, ร้านอาหารใต้ในกรุงเทพฯ, ร้านอาหารแบบ Fine Dining และลูกค้าปลีกแบบครัวเรือน โดยใช้ช่องทาง Line Official และ Facebook (ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง)o การแปรรูปสร้างมูลค่า : เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตในช่วงฤดูฝนที่ผักเหลียงออกน้อย คุณบุ้งได้นำความชื่นชอบอาหารอิตาเลียนมาประยุกต์ โดยทำ \"ซอสเพสโต้ผักเหลียง\" ใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (เม็ดกาหยู) วัตถุดิบท้องถิ่นแทนไพน์นัท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่ชอบทานกับขนมปังซาวร์โด
25
265. ปัญหา อุปสรรค และแผนการต่อยอดในอนาคต• ใจความสำคัญ :o ปัญหาหลัก : ในช่วงหน้าฝนที่แดดน้อย ผักเหลียงจะแตกยอดน้อยลง ทำให้ผลผลิตขาดหายไปราว 4-5 เดือน ซึ่งถือเป็นช่วง Low Season ของสวนo ความต้องการการสนับสนุน : คุณบุ้งต้องการให้หน่วยงานรัฐหรือสถาบันวิจัย (เช่น วว. หรือ ม.สงขลานครินทร์) ช่วยตรวจวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ (เช่น ค่าโปรตีน สารอาหารต่างๆ) ของใบ ผักเหลียงในสวนอย่างเป็นทางการ เพื่อนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาใช้ยืนยันและสนับสนุนการทำการ ตลาดต่อไปo แผนในอนาคต : คุณบุ้งมีแผนจะต่อยอดผักเหลียงไปสู่ผลิตภัณฑ์กลุ่มเบเกอรี่ โดยจะร่วมมือกับพี่สาวซึ่งเป็นเชฟขนมหวานที่อยู่ประเทศสวีเดน และมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาวิถีอินทรีย์ 100% ต่อไป เพื่อเจาะตลาดระดับพรีเมียม
27ประเด็นที่ 4 การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรผักเหลียง โดยการนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ \"แกงเลียงผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูป (บรรจุถ้วย)\" จากการศึกษาสรรพคุณทางยาและภูมิปัญญาพื้นบ้าน คณะผู้วิจัยได้นำองค์ความรู้มาต่อยอด เชิงพาณิชย์ เพื่อยกระดับพืชสมุนไพรท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตเร่งรีบในปัจจุบัน แต่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการและอัตลักษณ์ของจังหวัดระนองไว้อย่างครบถ้วน โดยเลือกใช้เทคโนโลยีการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-Drying Technology) ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่สามารถรักษา สารเบต้าแคโรทีนสี กลิ่น และรสชาติของผักเหลียงได้ดีที่สุด4.1 สูตรการผลิต (สำหรับทำต้นแบบ 200 ถ้วย)สูตรการผลิตนี้ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมมีความเป็นมาตรฐาน และสามารถผลิตซ้ำได้ (Reproducibility) ในระดับวิสาหกิจชุมชนส่วนประกอบหลัก (วัตถุดิบสด)1) ใบผักเหลียงสด (เลือกเฉพาะใบเพสลาด) 33%2) เครื่องแกง (กะปิ , หอมแดง , พริกไทย , เห็ดนางรม และเกลือ) 21%3) สารเพิ่มมวล (INS1400) เห็ดเข็มทอง 17%4) บวบ 17%5) น้ำตาลทราย 2% 6) เกลือ 1 % 7) ใบแมงลัก 1% 8) ไดโซเดียม 5'-ไรโบนิวคลีโอไทด์ (INS 635) 0.1%4.2 กรรมวิธีและขั้นตอนการผลิตแบบละเอียด (ตั้งแต่การเตรียมจนถึงบรรจุภัณฑ์)โดยความร่วมมือของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)กระบวนการผลิตแบ่งออกเป็น 4 ระยะหลัก เพื่อให้ได้มาตรฐานความสะอาดและปลอดภัย ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) ดังนี้ระยะที่ 1 ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ (Raw Material Preparation)1) การคัดเลือกและทำความสะอาดผักเหลียง นำใบผักเหลียงสดที่รับซื้อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาคัดแยกใบที่แก่จัดหรือมีรอยแมลงกัดกินออก เลือกเฉพาะ \"ใบเพสลาด\" (ใบที่ไม่หนาและ ไม่อ่อนจนเกินไป) นำไปล้างผ่านน้ำไหล 2 รอบ และแช่ในน้ำเกลือความเข้มข้น 1% เป็นเวลา 10 นาที เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและลดปริมาณจุลินทรีย์2) การหั่นและลวก หั่นใบเหลียงเป็นชิ้นขนาดประมาณ 1.5 - 2 นิ้ว (เพื่อให้พอดีคำเมื่อคืนรูปในถ้วย) จากนั้นนำไปลวกในน้ำเดือดจัด (อุณหภูมิ 90-95 องศาเซลเซียส) เป็นเวลา 30-45 วินาที กระบวนการนี้สำคัญมากเพื่อ \"ทำลายเอนไซม์\" ที่ทำให้ใบผักเปลี่ยนสีเป็น สีน้ำตาล จากนั้นรีบตักขึ้นน็อกในน้ำแข็งทันที (Shocking) เพื่อหยุดความร้อน วิธีนี้จะทำให้ใบเหลียงคงสีเขียวสดและรักษาเบต้าแคโรทีนไว้ได้
283) การเตรียมเครื่องแกง โขลกพริกไทยดำเม็ดให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดงและกุ้งแห้งโขลกจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว สุดท้ายใส่กะปิระนองที่ย่างไฟแล้วลงไปโขลกผสมให้เข้ากัน จะได้น้ำพริกแกงเลียงที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวระยะที่ 2 ขั้นตอนการปรุงสุก (Cooking Process) 1) ตั้งหม้อต้มน้ำซุปกระดูกให้เดือด นำเครื่องแกงเลียงที่โขลกไว้ลงไปละลายคน ให้เข้ากันจนส่งกลิ่นหอม 2) ใส่เนื้อปลาช่อนย่างหรือกุ้งสดลงไปต้มจนสุก ปรุงรสด้วยเกลือป่นและน้ำตาลทรายแดง ชิมรสชาติให้มีความเค็มนำ หวานตามเล็กน้อย และมีความเผ็ดร้อนจากพริกไทยดำ 3) เมื่อน้ำแกงเดือดจัดและได้รสชาติที่ต้องการ ให้ปิดไฟทันที จากนั้นนำใบเหลียงที่ลวกเตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้าในน้ำแกง (ไม่ควรต้มใบเหลียงในน้ำแกงนานเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ใบเปื่อยยุ่ยเมื่อนำไปผ่านกระบวนการทำแห้ง) 4) พักน้ำแกงเลียงผักเหลียงให้คลายความร้อน จนอุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 40 องศาเซลเซียสระยะที่ 3 ขั้นตอนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-Drying Process) ขั้นตอนนี้เป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนอาหารสดให้เป็นอาหาร กึ่งสำเร็จรูป1) การตักใส่แม่พิมพ์ (Portioning) ตักน้ำแกงและเนื้อชิ้นส่วนต่างๆ (ใบเหลียง เนื้อสัตว์) ในอัตราส่วนที่เท่ากัน ลงในแม่พิมพ์พลาสติกหรือซิลิโคนรูปทรงกลม (ขนาดพอดีกับก้นถ้วยบรรจุภัณฑ์) น้ำหนักประมาณ 100-120 กรัมต่อ 1 หลุมแม่พิมพ์ 2) การแช่เยือกแข็ง (Pre-freezing) นำแม่พิมพ์เข้าตู้แช่แข็งอุณหภูมิติดลบ(-40 องศาเซลเซียส) เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำในแกงเลียงเปลี่ยนสถานะเป็นผลึกน้ำแข็งทั้งหมด 3) การระเหิดในระบบสุญญากาศ (Sublimation) นำก้อนแกงเลียงที่แข็งตัวเข้าเครื่องทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze Dryer) ภายใต้สภาวะสุญญากาศ ผลึกน้ำแข็งจะเกิดการ \"ระเหิด\" กลายเป็นไอโดยไม่ผ่านสถานะของเหลว กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 18-24 ชั่วโมง 4) ผลลัพธ์ที่ได้จะได้ก้อนแกงเลียงผักเหลียงแห้งที่มีน้ำหนัก เบามาก (ความชื้นเหลือไม่ถึง 5%) มีรูพรุนสูง รักษารูปทรงเดิม ไม่หดตัว และเก็บกักคุณค่าทางสมุนไพรของ ผักเหลียงไว้ได้อย่างครบถ้วนระยะที่ 4 ขั้นตอนการบรรจุภัณฑ์ (Packaging Process) 1) การเลือกบรรจุภัณฑ์ใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทถ้วย (Cup) ทำจากพลาสติก PP (Polypropylene) หรือกระดาษเคลือบฟู้ดเกรดที่สามารถทนความร้อนจากน้ำเดือดได้ (ทนอุณหภูมิได้ถึง 110 องศาเซลเซียส) 2) การบรรจุ นำก้อนแกงเลียงที่ผ่านการฟรีซดรายใส่ลงในถ้วย พร้อมใส่ช้อนพลาสติกแบบพับได้ 1 คัน 3) การปิดผนึก ปิดปากถ้วยด้วยพลาสติก โดยใช้เครื่องซีล ความร้อน ปิดให้สนิทเพื่อป้องกันอากาศและความชื้นจากภายนอกเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยยืดอายุการ เก็บรักษา (Shelf-life) ได้นาน 1-2 ปีโดยไม่ต้องใส่วัตถุกันเสีย
294) การติดฉลาก ปิดทับด้วยฝาพลาสติกอีกชั้น จากนั้นหุ้มฉลากผลิตภัณฑ์ (Shrink Film) รอบถ้วย โดยบนฉลากต้องระบุข้อมูลให้ครบถ้วนตามมาตรฐาน อย. ได้แก่ชื่อผลิตภัณฑ์แกงเลียงผักเหลียง กึ่งสำเร็จรูป “รักษ์ใบเหลียง” แกงพื้นบ้าน ผักพื้นถิ่น จากเมืองป่าฝนระนอง”ส่วนประกอบสำคัญ1) ใบผักเหลียงสด (เลือกเฉพาะใบเพสลาด) 33%2) เครื่องแกง (กะปิ , หอมแดง , พริกไทย , เห็ดนางรม และเกลือ) 21%3) สารเพิ่มมวล (INS1400) เห็ดเข็มทอง 17%4) บวบ 17%5) น้ำตาลทราย 2% 6) เกลือ 1 % 7) ใบแมงลัก 1% 8) ไดโซเดียม 5'-ไรโบนิวคลีโอไทด์ (INS 635) 0.1%วัตถุดิบหลักจาก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาทิตยา ฟาร์มระนอง)วิธีรับประทาน เพียงเติมน้ำร้อน ปิดฝาทิ้งไว้ 3 นาที ส่วนผสมจะคืนรูปกลายเป็นแกงเลียงผักเหลียงที่หอมกรุ่น เหมือนปรุงสุกใหม่ๆ รับประทานเป็นซุปเคียงกับข้าวสวย หรือเป็นมื้อเบาๆ เพื่อสุขภาพวิธีเตรียม แกงเลียงผักเหลียง กึ่งสำเร็จรูป 3 ขั้นตอนง่ายๆ1. ฉีกซอง• เปิดฝาฉีกซองแกงเลียงผักเหลียงใส่ถ้วย2. เติมน้ำร้อน• เติมน้ำ 160 มล. แล้วคนผสมให้เข้ากัน3. พักทิ้งไว้• พักทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วรับประทานได้สถานที่ผลิต สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120และที่สำคัญต้องมีข้อความระบุถึงการได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (อพ.สธ.) จังหวัดระนองเพื่อแสดงถึงที่มาและความภาคภูมิใจของชุมชนฉลาก
30ประเด็นที่ 5 ปัญหา ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนาพืชสมุนไพรผักเหลียง
31 ปัญหา : 1) การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest) ใบผักเหลียงสดจะเหี่ยวและช้ำง่าย เก็บได้ไม่นาน หากส่งขายข้ามจังหวัดมักเกิดความเสียหาย2) ตลาดส่วนใหญ่ยังมองผักเหลียงเป็นเพียง \"พืชผักสวนครัว\" ขาดการสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับอุตสาหกรรมสุขภาพข้อเสนอแนะและแนวทางพัฒนา :1) ควรมีการสนับสนุนเทคโนโลยีการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-Dry) เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา2) ควรวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสกัดสารเบต้าแคโรทีนบริสุทธิ์จากผักเหลียง เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเวชสำอางและอาหารเสริม3) ส่งเสริมให้ขึ้นทะเบียน GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ของผักเหลียงระนอง เพื่อสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
32บทที่ 4 กรณีศึกษา (Case Study) ในจังหวัดระนองการศึกษากลุ่มตัวอย่าง : กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาทิตยา ฟาร์มระนอง (ประเด็นศึกษาข้อที่ 6)ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาทิตยา ฟาร์มระนอง เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ สมาชิกในกลุ่มมีการปลูกผักเหลียงแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี 1. ประวัติความเป็นมาวิสาหกิจชุมชนอาทิตยา ฟาร์มระนอง (ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง) เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่ นำโดยแกนนำคือ คุณอาทิตยา เพชรเพ็ง และคุณรักษ์สิทธิ์ ไกรศาสตร์ ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นการเกษตรที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ ทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด เช่น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและหอการค้าจังหวัด ในการให้คำปรึกษาเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและแปรรูป โดยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากพืชพื้นถิ่นที่ปลูกได้ดีในสภาพภูมิอากาศของระนอง
332. การจัดหารายได้รูปแบบการสร้างรายได้ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาทิตยา ฟาร์มระนอง มีการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้หลายทาง ได้แก่การจำหน่ายผลผลิตสด : รายได้จากการขายพืชผักผลไม้จากระบบเกษตรผสมผสานในฟาร์ม ส่งตลาดชุมชนและร้านอาหารการแปรรูปสินค้าเกษตร: นำผลผลิตที่ล้นตลาดหรือต้องการยืดอายุการเก็บรักษา มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมทานหรือเครื่องปรุง ซึ่งให้สัดส่วนกำไรที่สูงกว่าการขายวัตถุดิบสดการเป็นแหล่งศึกษาดูงาน : เปิดพื้นที่ฟาร์มให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและวิสาหกิจชุมชน ซึ่งอาจสร้างรายได้เสริมจากการจัดกิจกรรมและการขายสินค้าของฝากหน้าฟาร์ม3. ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ \"ผักเหลียง\"\"ผักเหลียง\" หรือที่ได้รับสมญานามว่า \"ราชินีผักพื้นบ้านภาคใต้\" เป็นพืชที่ปลูกและเติบโตได้ดีมากในจังหวัดระนอง ทางกลุ่มได้นำมาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ดังนี้3.1) ผักเหลียงสดคัดเกรด : บรรจุถุงหรือกล่องที่ได้มาตรฐาน ส่งขายให้กับร้านอาหารหรือซูเปอร์มาร์เก็ต3.2) ผลิตภัณฑ์แปรรูปพร้อมทาน : เช่น ผลิตภัณฑ์แกงเคยผักเหลียง ซึ่งเป็นเมนูอาหารพื้นถิ่นที่นำมาแปรรูปในรูปแบบที่เก็บรักษาได้นานขึ้น หรือพร้อมอุ่นรับประทาน ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่ 3.3) ขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์ทางเลือก : เช่น ผักเหลียงอบกรอบ หรือผักเหลียงบดผงสำหรับชงดื่มหรือผสมในอาหาร เพื่อเพิ่มกากใยและวิตามิน4. ประโยชน์ และการต่อยอด ประโยชน์ที่ได้รับ : 1) ด้านสุขภาพ : ผักเหลียงมีเบตาแคโรทีนสูงมาก บำรุงสายตา มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีแคลเซียมสูง2) ด้านเศรษฐกิจชุมชน : เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงขึ้นจากการปลูกผักเหลียงซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดูแลรักษาง่าย และเกิดการจ้างงานในกระบวนการแปรรูปแนวทางการต่อยอดเพื่อสร้างความโดดเด่น 1) การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนตัวตน สำหรับผลิตภัณฑ์อย่าง \"แกงเคยผักเหลียง\" ควรใช้บรรจุภัณฑ์ที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดระนองอย่างชัดเจนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยในการออกแบบจะต้องเว้นพื้นที่บนฉลากไว้ให้ครบถ้วนสำหรับระบุ สถานที่ผลิต สูตร ส่วนประกอบ และปริมาณแคลอรี ซึ่งจะช่วยยกระดับสินค้าให้ดูมีความเป็นมืออาชีพและเข้าถึงกลุ่มคนรักสุขภาพได้มากขึ้น 2) การเชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาระดับภูมิภาค นำผลิตภัณฑ์ผักเหลียงแปรรูปเหล่านี้ ไปเป็นสินค้าของฝากของที่ระลึก เพื่อรองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้3) การเล่าเรื่องผ่านสื่อสมัยใหม่ นำเสนอเรื่องราวความพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกในสภาพอากาศแบบ \"ฝนแปด แดดสี่\" ของระนอง ไปจนถึงกระบวนการผลิต ผ่านภาพถ่าย วิดีโอสั้น หรือสื่อโฆษณาที่ดูทันสมัยและเป็นมิตรกับธรรมชาติ
34ผลการประเมินเบื้องต้น :สมาชิกมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ได้ผลิตภัณฑ์และวางแผนที่จะบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามเพื่อจำหน่ายเป็นของฝากประจำฟาร์ม (OTOP ของที่ระลึก) ต่อไป
35บทที่ 5 สรุปและแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบ)นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการ ความสะดวกสบาย โครงการวิจัยได้เสนอแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบ (Food Product Prototype) คือ \"แกงเลียงผักเหลียงกึ่งสำเร็จรูป (บรรจุถ้วย)\"แนวคิดผลิตภัณฑ์ (Product Concept):ชื่อผลิตภัณฑ์: แกงเลียงผักเหลียง กึ่งสำเร็จรูป “รักษ์ใบเหลียง” แกงพื้นบ้าน ผักพื้นถิ่น จากเมืองป่าฝนระนอง”รูปแบบ : ผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูป บรรจุในถ้วยพลาสติกทนความร้อน (Cup Noodle Style เป็นซุปเพื่อสุขภาพ)กลุ่มเป้าหมาย : คนวัยทำงาน ผู้รักสุขภาพ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อของฝากที่สื่อถึงเอกลักษณ์อาหารใต้ภาพรวมผลิตภัณฑ์ (Product Overview): ผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบนี้คือการนำ \"แกงเลียงผักเหลียง\" ซึ่งเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ มาพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป (Instant Food) บรรจุในถ้วยที่ออกแบบมาอย่างทันสมัยและใช้งานง่าย ตัวผลิตภัณฑ์เน้นตอบโจทย์วิถีชีวิตที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว แต่ยังคงรักษารสชาติความอร่อยแบบดั้งเดิม และคุณค่าทางโภชนาการของวัตถุดิบชูโรงอย่าง \"ผักเหลียง\" รวมถึงเครื่องแกงสมุนไพรและเห็ดต่างๆ ไว้ได้อย่างครบถ้วน
36ฉลาก
37แนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Concept)• การชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นและเรื่องราว (Local Identity & Storytelling) : ดึงจุดเด่นของความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ \"เมืองป่าฝนระนอง\" มาสร้างเป็นเรื่องราวให้กับตัวสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงความสดใหม่และแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ปลอดภัย เป็นการนำเสนอเสน่ห์ของอาหารใต้ผ่านเรื่องราวของธรรมชาติ• การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร (Value-Added Agriculture): ยกระดับ \"ผักเหลียง\" ซึ่งเป็นผักเศรษฐกิจและผักพื้นถิ่นให้กลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่มีความทันสมัย ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ขยายตลาดให้กว้างขึ้น และเป็นการสนับสนุนการกระจายรายได้สู่เกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน• การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สื่อสารชัดเจน (Functional & Modern Design): เน้นความ เรียบง่าย สบายตา และดูเป็นธรรมชาติ (Natural-Friendly) โดยออกแบบให้บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่สื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน ทั้งวิธีการเตรียมอาหารแบบง่ายๆ ข้อมูลเชิงลึกของวัตถุดิบ และจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจบนชั้นวางสินค้านวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ (Health & Convenience Innovation): ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ด้วยการนำเสนออาหารพื้นบ้านที่อุดมไปด้วยสมุนไพรในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ทานสะดวกเพียงแค่เติมน้ำร้อนหรือเข้าไมโครเวฟ
38กระบวนการผลิตเชิงแนวคิด :1) นำผักเหลียง กุ้งแห้ง พริกไทย หอมแดง และกะปิระนอง ปรุงเป็นน้ำแกงเลียงรสชาติเข้มข้นดั้งเดิม2) นำไปผ่านกระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-drying Technology) ซึ่งจะช่วยรักษาสีเขียวของใบเหลียง รักษาวิตามิน เบต้าแคโรทีน และรสชาติของเครื่องแกงไว้ได้ถึง 95%3) บรรจุลงใส่ถุงสุญญากาศ บรรจุใส่ถ้วย (Cup) พร้อมช้อนพลาสติก วิธีรับประทาน : เพียงเติมน้ำร้อน ปิดฝาทิ้งไว้ 3 นาที ส่วนผสมจะคืนรูปกลายเป็นแกงเลียง ผักเหลียงที่หอมกรุ่น เหมือนปรุงสุกใหม่ๆ รับประทานเป็นซุปเคียงกับข้าวสวย หรือเป็นมื้อเบาๆ เพื่อสุขภาพวิธีเตรียม แกงเลียงผักเหลียง กึ่งสำเร็จรูป 3 ขั้นตอนง่ายๆ1. ฉีกซอง• เปิดฝาฉีกซองแกงเลียงผักเหลียงใส่ถ้วย2. เติมน้ำร้อน• เติมน้ำ 160 มล. แล้วคนผสมให้เข้ากัน3. พักทิ้งไว้• พักทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วรับประทานได้บทที่ 6 บทสรุปและข้อเสนอแนะ
391. บทสรุปการศึกษาวิจัยสรรพคุณผักเหลียงเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้ อนุรักษ์ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นบริเวณสถานีพัฒนาที่ดินระนอง ภายใต้โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้ อนุรักษ์ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นบริเวณสถานีพัฒนาที่ดินระนองปีงบประมาณ 2569 (โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(อพ.สธ.) จังหวัดระนอง) สรุปได้ว่า ผักเหลียงเป็นทรัพยากรพันธุกรรมพืชที่มีศักยภาพ สูงมาก ทั้งในเชิงโภชนาการและการรักษาเชิงป้องกัน การบูรณาการองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านเข้ากับเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์การอาหาร (Food Science) ทำให้เกิดแนวคิดผลิตภัณฑ์ \"แกงเลียงผักเหลียง บรรจุถ้วย\" ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาวัตถุดิบทางการเกษตร แต่ยังเป็นการยกระดับพืชผักสวนครัวให้กลายเป็นสินค้า OTOP เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูง การดำเนินงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนอาทิตยา ฟาร์มระนอง แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำงานวิจัยไปใช้จริงในระดับฐานราก2. ข้อเสนอแนะ 2.1) ด้านการตลาด : หน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด ควรช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ให้เข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน (อย., มผช.) เพื่อให้สามารถวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า หรือร้านของฝากระดับพรีเมียมได้ 2.2) ด้านการวิจัยต่อยอด : ควรมีการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อศึกษาอายุการเก็บรักษา (Shelf-life) ของแกงเลียงผักเหลียงแบบถ้วยสมุนไพรผักเหลียงอย่างเป็นระบบบรรณานุกรรม
40กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2563). ทำเนียบสมุนไพรพื้นบ้านภาคใต้และ สรรพคุณทางยา. กระทรวงสาธารณสุข.กรมวิชาการเกษตร. (2561). คู่มือการปลูกและจัดการผักเหลียงเชิงพาณิชย์. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.กองโภชนาการ กรมอนามัย. (2558). ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย. กระทรวงสาธารณสุข.คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2560). การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและพฤกษศาสตร์ของพืชสกุลจีเนตัมในภาคใต้ของประเทศไทย. รายงานการวิจัย.สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. (2562). ศักยภาพและการเพิ่มมูลค่าพืชพื้นเมือง ภาคใต้: กรณีศึกษาผักเหลียง. วารสารวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น, 14(2), 45-58.สำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง. (2565). รายงานสถานการณ์การเพาะปลูกและข้อมูลพืชเศรษฐกิจทางเลือก จังหวัดระนอง ประจำปี 2565. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนอง. (2564). แนวทางการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP จากฐานทรัพยากรชุมชน. รายงานการดำเนินงานประจำปี.
41ภาคผนวก
42ภาคผนวก กแบบเครื่องมือวิจัย (แบบฟอร์มการสัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้าน / หมอพื้นบ้าน)แบบฟอร์มบันทึกการสัมภาษณ์ปราชญ์ท้องถิ่นหัวข้อ: ภูมิปัญญาและการใช้ประโยชน์ [ ] เหงือกปลาหมอ [ ] ผักเหลียง [ ] ผึ้งชันโรงส่วนที่ 1: ข้อมูลพื้นฐาน (Metadata)• วันที่สัมภาษณ์: // . เวลา: . • สถานที่/พิกัด: // .• ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์: // . อายุ: // . ปี• ความเชี่ยวชาญหลัก:o [ ] สมุนไพร/หมอพื้นบ้านo [ ] เกษตรกรรมo [ ] เลี้ยงชันโรง [ ] อื่นๆ ____________• ประสบการณ์/จำนวนปีที่ทำ: // .• ผู้สัมภาษณ์/ผู้จดบันทึก: // .
43ส่วนที่ 2: บันทึกข้อมูลเชิงลึก (Deep Dive Notes) 2. ผักเหลียง (วิถีเกษตรและอาหารเป็นยา)• สภาพดิน/น้ำ/แสง ที่ผักเหลียงชอบ:_______________________________________________________________________________________________________________________________________________________________• สรรพคุณทางยาแฝง/ประโยชน์ต่อร่างกาย:_______________________________________________________________________________________________________________________________________________________________• เทคนิคการปลูก/ขยายพันธุ์ให้รอดตายสูง:_______________________________________________________________________________________________________________________________________________________________• เมนูอาหารโบราณ/พืชที่นิยมกินคู่กัน:_______________________________________________________________________________________________________________________________________________________________
44ส่วนที่ 3: ความเชื่อมโยงและอนาคต (Synergy & Future)• ปัญหา/อุปสรรคในปัจจุบัน: (เช่น สภาพอากาศ, สารเคมี, พื้นที่ป่าลดลง)o บันทึก:_________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________• การอนุรักษ์/การถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง:o บันทึก:_________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________o ส่วนที่ 4: เช็กลิสต์สื่อประกอบ (Media Checklist)(ทำเครื่องหมาย เมื่อบันทึกภาพ/วิดีโอแล้ว เพื่อนำไปใช้ทำสื่อหรือรายงาน)• [ ] ภาพ Portrait ของปราชญ์ชาวบ้าน (ขณะกำลังทำงาน/ยิ้มแย้ม)• [ ] ภาพลักษณะใบ/ดอก/ต้น ของเหงือกปลาหมอในพื้นที่• [ ] ภาพลักษณะทรงพุ่ม/ยอด ของผักเหลียง• [ ] ภาพกล่องเลี้ยงชันโรง / ตัวชันโรง / น้ำผึ้งชันโรง• [ ] วิดีโอสั้น: ปราชญ์สาธิตการทำยา / การเก็บเกี่ยว / การเปิดรังชันโรง• [ ] วิดีโอสั้น: สัมภาษณ์ประโยคเด็ด (Quote) เรื่องแนวคิดธรรมชาติบำบัดข้อสังเกตเพิ่มเติมของทีมงาน (Post-Interview Observations):จดความประทับใจ เกร็ดความรู้ หรือสิ่งที่ค้นพบโดยบังเอิญนอกเหนือจากคำถาม
45ภาคผนวก ขข้อมูลโภชนาการและผลการวิเคราะห์สาระสำคัญของผักเหลียง(อ้างอิงจากกรมอนามัย หรือสถาบันวิจัย)ข้อมูลโภชนาการและผลการวิเคราะห์สารสำคัญของผักเหลียง (ใบเหลียง)ผักเหลียงได้รับการขนานนามว่าเป็น \"ราชินีผักพื้นบ้านภาคใต้\" เนื่องจากมีรสชาติอร่อย ไม่มีรสขม และอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูงมาก โดยเฉพาะแร่ธาตุและวิตามินสำคัญ1. ข้อมูลทางโภชนาการ (Nutritional Information)จากการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของใบเหลียงสด (ปริมาณต่อ 100 กรัม) พบว่ามีสารอาหารหลักและแร่ธาตุที่โดดเด่น ดังนี้ 1.1 พลังงาน : ประมาณ 100 - 120 กิโลแคลอรี (จัดเป็นผักที่ให้พลังงานสูงกว่าผักกินใบ ชนิดอื่นเล็กน้อย เนื่องจากมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสะสมอยู่)1.2 โปรตีน : ประมาณ 6 - 8 กรัม (ถือว่าสูงมากสำหรับผักใบเขียว)1.3 ไขมัน : ต่ำมาก (ประมาณ 1 - 2 กรัม)1.4 ใยอาหาร (Dietary Fiber) : สูง ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและบำรุงลำไส้1.5 แคลเซียม (Calcium ): ประมาณ 150 - 151 มิลลิกรัม (บำรุงกระดูกและฟัน)1.6 ฟอสฟอรัส (Phosphorus) : ประมาณ 224 มิลลิกรัม (ทำงานร่วมกับแคลเซียมในการสร้างกระดูก)1.7 ธาตุเหล็ก (Iron) : ประมาณ 2.5 มิลลิกรัม (บำรุงเลือด ป้องกันภาวะโลหิตจาง)1.8 วิตามินซี (Vitamin C) : มีส่วนช่วยในเรื่องภูมิคุ้มกันและการดูดซึมธาตุเหล็ก1.9 วิตามินเอ (Vitamin A) : สูงมาก บำรุงสายตา2. ผลการวิเคราะห์สารสำคัญทางชีวภาพ (Active Phytochemicals)สารสำคัญที่พบในผักเหลียงซึ่งเป็นตัวชูโรงในด้านสรรพคุณทางยาและอาหารเสริมสุขภาพ ได้แก่ 2.1 เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene)ผลการวิเคราะห์: ผักเหลียงมีเบต้าแคโรทีนสูงมาก (ประมาณ 1,089 ไมโครกรัม เทียบเท่าเรตินัล หรือสูงกว่าผักบุ้งจีนและผักตำลึงในปริมาณที่เท่ากัน)คุณสมบัติ: เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคตาบอดกลางคืน และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ สารประกอบฟีนอลิก : (Phenolic Compounds) และ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)ผลการวิเคราะห์: พบสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มนี้ในปริมาณที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในใบเพสลาด (ใบที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไป)คุณสมบัติ: ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ป้องกันความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ และมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งบางชนิด2.2 สารไนอะซิน (Niacin หรือ วิตามินบี 3):คุณสมบัติ: ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน บำรุงระบบประสาทและระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ
46สรุปจุดเด่นเพื่อการใช้ประโยชน์การมีโปรตีน แคลเซียม และเบต้าแคโรทีนสูง เป็นจุดขายที่สำคัญที่สุดของผักเหลียง ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้สนับสนุนในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป หรือใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงบนบรรจุภัณฑ์เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยมแหล่งอ้างอิงหลักดังนี้:1. สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แหล่งข้อมูล : เอกสาร \"ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย\" ส่วนที่ใช้อ้างอิง : ปริมาณพลังงาน โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และปริมาณเบต้าแคโรทีน (ข้อมูลของกรมอนามัยเป็นแหล่งอ้างอิงหลักที่ระบุชัดเจนว่าผักเหลียงมีเบต้าแคโรทีนสูงมากเมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านชนิดอื่น)2. สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล แหล่งข้อมูล : ฐานข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการและสารพฤกษเคมีของผักพื้นบ้านไทย ส่วนที่ใช้อ้างอิง : การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับวิตามิน ใยอาหาร และคุณสมบัติของสารอาหารที่ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย3. งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การอาหารและพฤกษเคมี (โดยเฉพาะจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) แหล่งข้อมูล : รายงานการวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระในพืชผักพื้นถิ่นภาคใต้ ส่วนที่ใช้อ้างอิง : ข้อมูลของสารกลุ่มฟีนอลิก (Phenolic Compounds) ฟลาโวนอยด์(Flavonoids) และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เหมาะมากสำหรับการนำไปโปรโมตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพหรืออาหารฟังก์ชัน (Functional Food)4. กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แหล่งข้อมูล : องค์ความรู้เรื่องพืชผักพื้นเมืองภาคใต้และการใช้ประโยชน์ ส่วนที่ใช้อ้างอิง: ประวัติการใช้ประโยชน์ สรรพคุณทางยาเบื้องต้น และความเหมาะสมในการบริโภคทั่วไป
47ภาคผนวก คภาพถ่ายการลงพื้นที่เก็บข้อมูลศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดระนอง นางสาวอาทิตยา เพชรเพ็งที่ตั้ง 15/1 หมู่ที่ 6 ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง
48
49