The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนเท่านั้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by omepattarayang, 2022-09-24 11:38:46

โครงสร้างราก

สำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนเท่านั้น

Root

***ËҌ Á¹Ó仨Ó˹ҋ ÂáÅÐ㪌ã¹àª§Ô ¾Ò³ÔªÂ***

สารบัญ

Root structure 1
Zone of maturation
2
• Dicot 3
• Monocot 4
Secondary growth 5
Steps of secondary growth 6
Types of root

ÃÒ¡ (root) 1

Root Structure 1° growth = ปลายราก

• Root cap (หมวกราก)

• อยู่ปลายสุดของราก (root tip)

• เปน็ กลมุ่ เซลล์คล้ายหมวก คลุม apical meristem

• เซลลจ์ ะแตกกลายเปน็ เมอื ก ทำหนา้ ที่ปกป้องปลายราก

• มี amuloplast statoliths ควบคมุ การกระจายตวั

ของ auxin ในราก gravitropism

• Zone of Cell Division
• เปน็ บริเวณของเน้อื เยอื่ เจริญ (meristematic tissue)
• เซลล์ขนาดเล็ก ทรงกลมหรอื สเี่ หลีย่ ม อัดแน่น
• มองเห็นนิวเคลยี สชัดเจน
• มกี ารแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิส
• ขา้ งบน = แบ่งเพ่ือเพิ่มความยาวของราก
• ขา้ งลา่ ง = แบง่ เพือ่ สรา้ ง root cap

• Zone of Elongation
• อยเู่ หนอื zone of cell division

-

• เซลล์ทรงสีเ่ หลยี่ ม มกี ารขยายขนาด (เพ่มิ cytoplasm)
• มองเห็นนวิ เคลียสชัดเจน

• Zone of Maturation
• พืชใบเล้ยี งเดี่ยว
• พชื ใบเลย้ี งคู่

Zone of maturation, differentiation/ root hair 2

protoderm epidermis ของพชื ใบเลยี้ งคู่ (รากแกว้ + รากแขนง)

• อย่ชู น้ั นอกสุด เซลล์รูปสเี่ หล่ยี ม เรยี งตวั ชัน้ เดียว

• ไม่มี cutin ทำให้นำ้ สามารถผ่านเขา้ ออกได้

• ประกอบด้วย epidermal cell

• จดุ กำเนดิ ของ root hair cell

มีรากขนอ่อนงอกออกมาบริเวณน้ีมาก

ground meristem cortex

อยู่ถดั จากช้นั epidermis กว้างกวา่ ชั้นอื่นและกว้างกว่าพืชใบเล้ียงเดย่ี ว

• parenchyma : พบเป็นส่วนใหญ่/เรยี งตวั หลายช้ัน

• ทำหนา้ ท่ีสะสมนำ้ และอาหาร

• endodermis : พบเฉพาะในราก/เรียงตวั ช้ันเดียว

• ทำหน้าท่ีควบคมุ การลำเลียงนำ้ ระหวา่ ง cortex กบั stele

procambium stele

• กลมุ่ เนอื้ เยอ่ื ที่อยู่ถัดจากชัน้ cortex

• pericycle

• เนื้อเย่ือเจริญในราก เรยี งตัวช้ันเดียว ตดิ กบั endodermis

• เป็นจุดกำเนิดของ lateral root

• phloem

• อยรู่ ะหว่างแฉกของ xylem

• ทำหนา้ ทลี่ ำเลยี งอาหาร

• xylem

• เรียงตัวเป็นแฉก (arch) ใจกลางของราก

มักพบเป็น triarch/ tetrarch/ pentarch

• ทำหน้าทลี่ ำเลยี งนำ้ และแร่ธาตุ

Zone of maturation, differentiation/ root hair 3

ของพืชใบเล้ียงเด่ียว (รากแรกเกดิ + รากฝอย)

Protoderm epidermis

• ช้นั นอกสุด เซลล์รปู สีเ่ หล่ยี ม เรียงตัวชน้ั เดยี ว

• ไม่มี cutin ทำให้น้ำสามารถผ่านเขา้ ออกได้

• ประกอบดว้ ย epidermal cell
• เปน็ จดุ กำเนดิ root hair cell

มีรากขนอ่อนงอกออกมาบรเิ วณนีม้ าก อยู่ถดั จากชัน้ epidermis

Ground meristem cortex และกวา้ งนอ้ ยกวา่ พืชใบเลี้ยงคู่

• parenchyma : พบเป็นส่วนใหญ่ เรยี งตวั หลวมๆ หลายช้ัน
• ทำหน้าท่ีสะสมน้ำและอาหาร
• endodermis : พบเฉพาะในราก เรียงตวั ชัน้ เดยี วชัดเจนมากในพืชใบเลี้ยงเดีย่ ว
• ทำหนา้ ที่ควบคมุ การลำเลียงนำ้ ระหว่าง cortex กบั stele

Procambium stele

กลุ่มเนื้อเยอ่ื ที่อยู่ถดั จากช้ัน cortex

• pericycle

• เนือ้ เยอ่ื เจริญในราก เรียงตัวชน้ั เดียว ติดกับ endodermis

• เป็นจุดกำเนิดของ lateral root

• phloem

• อยู่ระหวา่ งแฉกของ xylem

• ทำหนา้ ทลี่ ำเลยี งอาหาร

• xylem มักพบเป็น polyarch

• เรยี งตวั เป็นแฉก (arch)

ระหว่าง phloem

• ทำหน้าท่ลี ำเลยี งนำ้ และแรธ่ าตุ

• pith

• เซลล์ parenchyma ท่ีเรยี งตัว

บริเวณใจกลางราก

ÃÒ¡ (root) 2° growth = การเจรญิ เพ่ือขยายขนาดออกทางดา้ นขา้ งของรากพืชใบเล้ยี งคู่ 4

Periderm Root primary growth
Root secondary growth
• phellem (cork)
• เซลลร์ ปู ส่ีเหลย่ี ม เรียงตวั หลายช้ัน
• เซลล์ไมม่ ชี ีวิต มีการสะสมของ

แทนนนิ ซูเบอรนิ

ทำใหอ้ ากาศและน้ำผ่านเข้าออกไม่ได้

• ดัน epidermis ให้เกิดรอยแตก
เรยี ก lenticel

ทำให้อากาศผา่ นเขา้ ออกได้

• phellogen (cork cambium)
• เจริญจากเซลลช์ นั้ pericycle
• เซลล์มีชวี ิต เปน็ เน้ือเย่ือเจรญิ ดา้ นข้าง
• มกี ารแบง่ เซลล์แบบไมโทซิสตลอดเวลา
• แบ่งเซลล์ออกทางดา้ นนอกให้ cork
• แบ่งเซลล์เข้าทางดา้ นในให้ phelloderm

• phelloderm
• เซลลท์ ่ีมีชีวติ
• ทำหน้าที่สะสมแร่ธาตุและอาหาร

Cambium in vascular bundle

• 1° phloem เกดิ จาก 1° growth อยูน่ อกสุด
• 2° phloem สรา้ งและพฒั นาจาก
vascular cambium
• vascular cambium (เนือ้ เยือ่ เจรญิ ดา้ นข้าง)

• สร้าง 2° phloem และ 2° xylem
• 2° xylem สร้างและพัฒนาจาก vascular
cambium
• 1° xylem ทีเ่ กดิ จาก 1° growth อย่ชู นั้ ในสดุ

ขน้ั ตอนการเกิด 2° growth ในราก 5

เน้ือเย่ือของรากในการเจรญิ เติบโตขนั้ ที่ 1

เร่มิ เกดิ 2° growth โดย vascular
cambium และส่วนของ pericycle ทีอ่ ยู่
เหนอื protoxylem จะแบ่งตวั และเชอื่ มต่อ
กนั เปน็ loop

vascular cambium จะสร้าง 2°
xylem เขา้ มาทางดา้ นในและแบง่ ตวั เพื่อสรา้ ง
2° phloem ออกไปดา้ นนอก

วงของ vascular cambium จะค่อยๆ
กลายเปน็ วงกลม โดยเม่อื vascular Cambium
แข่งตวั ออกไปเรือ่ ยๆ กจ็ ะทำให้ outer bark ซึ่ง
ประกอบด้วย epidermis, cortex และ
primary phloem ฉีกขาดออก

Tas ชนิดของราก (รากพชื ชนดิ หนง่ึ ๆ อาจเป็นได้หลายแบบ) 6

Radicle root 9. รากค้ำจุน (prop root/ stilt root)
(รากแรกเกดิ ) • รากแขนงทเี่ กดิ จากขอ้ บริเวณโคนต้นเจรญิ ลงสู่พื้นดิน
• ท่คี ำ้ จุน ให้ความมัน่ คง และหาอาหาร

1. รากปฐมภมู ิ (1° root) (ไทร เตย ขา้ วโพด ดาวเรอื ง)

• รากแรกสดุ ท่งี อกออกมาจากเมล็ด

เกดิ จากการเปลยี่ นแปลงของ radicle

2. รากทตุ ิยภมู ิ (2° root) 10. รากสะสมอาหาร (storage root)
• รากแขนง (lateral root) • รากทขี่ ยายขนาด ทำหนา้ ทเ่ี ก็บสะสมอาหาร
• แตกแขนงออกจากราก 1° • เจริญจากรากแกว้ (หวั ไช้เท้า แครอท มันแกว)
• เกิดจากช้ัน pericycle • เจริญจากรากฝอย (มันเทศ มันสำปะหลงั กระชาย)

3. รากพิเศษ (adventitious root)
• เจริญมาจากส่วนต่างๆ ของพืช เชน่ S R L
• ค้ำจนุ /หายใจ/สังเคราะหด์ ้วยแสง/สะสมอาหาร

4. รากแกว้ (tap root) 11. รากยดึ เกาะ (climbing root)
• ราก 1° ทีเ่ จรญิ เติบโตอย่างรวดเรว็ • รากอากาศทช่ี ่วยยึดลำต้นใหต้ ดิ กับผนัง/ รั้ว/
• ขยายขนาดตามอายุที่เพมิ่ ขึ้น
• พบใน dicot กำแพง/ต้นไมอ้ น่ื ๆ (พลู พลดู ่าง พริกไทย)

5. รากฝอย (fibrous root) 12. รากกาฝาก (parasitic root)
• ขนาดเล็กเท่าๆ กัน • รากท่ียดึ เกาะกบั พชื อืน่ แลว้ ชอนไชแทงทะลุ
• เกิดหลังรากแก้วสลายมักเจรญิ ในระดับผิวดนิ
• ไมม่ ีการขยายขนาดตามอายุที่เพิ่มข้ึน เนือ้ เย่ือลำเลียงเพื่อดูดน้ำและอาหารจากพืชนนั้
• พบใน monnocot (กาฝาก ฝอยทอง)

6. รากหายใจ (aerial root/pneumatophore)
• โผล่ขึ้นมาเหนือดิน/แลกเปลี่ยนแก๊ส
• รากแขนงของพชื ปา่ ชายเลน (โกงกาง/ลำพ/ู แสม)

7. รากสังเคราะห์ดว้ ยแสง (photosynthetic root)
• เจรญิ ออกมาในอากาศ ปลายรากมีสีเขยี ว

เพราะมี chlorophyll (กล้วยไม้)

8. รากพูพอน (buttress root)
• เกดิ จากโคนลำตน้ แผข่ ยายออกมาเป็นปีกสัน
• คำ้ จุนและให้ความมน่ั คง (งิว้ / ตะแบก)


Click to View FlipBook Version