บทเรียนรายวิชา คณุ ธรรมในการใช้ส่ือสงั คมออนไลน์ รหัสวิชา สค0200035
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ขน้ั ตอนการเรยี นรบู้ ทเรียนออนไลน์
1. ใหน้ กั ศึกษาทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ศึกษาเน้ือหา
3. ใหน้ กั ศกึ ษาทำแบบทดสอบหลงั เรียน
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น คร้ังที่ 14
คำช้ีแจง จงเลือกคำตอบที่ถกู ต้องเพียงข้อเดียว
1. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการสื่อสาร
ก. ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)
ข. ข้อมูลข่าวสาร (Message)
ค. ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
ง. ผู้แสดงดวามคิดเห็น
2.ข้อใดกล่าวถึงความหมายของการส่ือสารข้อมูลได้ถูกต้องท่ีสุด
ก. การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ข. การถ่ายทอดความรู้จากคนหน่ึงไปสู่อีกคนหน่ึง
ค. การส่งข่าวสารข้อมูลต่างๆให้แก่ผู้รับ
ง. การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์
3. ข้อใดเป็นประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยี Videoconference
ก. เพิ่มความถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยา ในการรับ – ส่งเอกสาร
ข. ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประชุมไกลๆ
ค. สามารถบันทึกเสียงของไว้ในเคร่ืองบันทึกเทปแล้วเปิดฟังภายหลังได้
ง. ข้อมูลเช่ือมถึงกันผ่าน Server ได้ ทาให้ทางานได้เร็วขึ้น
4.สัญญาณดิจิตอล คือข้อใด
ก. เป็นสัญญาณแบบต่อเน่ือง มีลักษณะเป็นคลื่นไซน์ (sine wave) โดยแต่ละคล่ืนจะมีความถี่และ
ความเข้มของสัญญาณที่ต่างกัน
ข. เป็นสัญญาณที่มีขนาดเปล่ียนแปลงเป็นค่าของเลขลงตัว โดยปกติมักแทนด้วย ระดับแรงดันท่ีแสดง
สถานะเป็น "0" และ "1"
ค. เป็นการเช่ือมโยงระหว่างเครื่องเทอร์มินอล หรือ คอมพิวเตอร์เพียง 2 เคร่ือง โดยผ่านทางสาย
ส่ือสารเพียงสายเดียว
ง. ถูกทุกข้อ
5. ข้อใดเป็นสื่อกลางในการส่อื สารข้อมูลท้ังหมด
ก. เส้นลวดทองแดง สายไฟ สายเคเบิล
ข. ดาวเทียม ดาวพฤหัสบดี คลื่นดาวเทียม
ค. อากาศ ลม คล่ืนไมโครเวฟ
ง. สายไฟเบอร์ออฟติก สาย twisted paire สายยาง
ครงั้ ท่ี 14
กำรสอ่ื สำรในยุคดิจิทลั
ควำมหมำย องค์ประกอบ และวตั ถุประสงค์ของกำรสือ่ สำร
กำรสือ่ สำร คอื กระบวนการสาหรบั แลกเปลีย่ นสาร รูปแบบอยา่ งง่ายของสาร คือ จะต้องสง่ จากผู้ส่งสาร
หรืออุปกรณ์เข้ารหัส ไปยงั ผ้รู ับสารหรืออุปกรณ์ถอดรหัส อาจอยใู่ นรูปแบบของท่าทางสัญลกั ษณ์ บางอย่างอยใู่ น
รปู แบบของภาษา การสื่อสารเกดิ จากความตอ้ งการทค่ี นจะสง่ ขอ้ มลู หากัน การศึกษาเกย่ี วกบั การส่อื สารอาจจาแนก
ได้หลายหมวดหมู่
องค์ประกอบของกำรสื่อสำรโดยทวั่ ไปมี 4 ประกำร คือ
1. ผ้สู ง่ สาร (Sender)
2. สาร (Message)
3. ช่องทางการส่ือสารหรอื สื่อ (Channel)
4. ผู้รับสาร (Receiver)
ผูส้ ่งสาร คือ ผเู้ ร่มิ ตน้ การส่ือสาร (เร่ิมต้นสรา้ งและสง่ สารไปยังผูอ้ ืน่ ) ในการสื่อสารครั้งหนึง่ ๆ นน้ั ผู้สง่
สารจะทาหน้าทเ่ี ข้ารหสั (Encoding) อนั เปน็ การแปรสารใหอ้ ยู่ในรูปของสัญลกั ษณท์ ีม่ นุษย์คิดสร้างข้นึ แทน
ความคิด ไดแ้ ก่ ภาษา (ภาษาพูด,ภาษาเขียนหรือวัจนภาษา) และอากัปกิรยิ าท่าทางต่าง ๆ (อวจั นภาษา) สารทถ่ี กู
เขา้ รหสั แล้วนีจ้ ะถกู ผู้ส่งสารไปยงั ผรู้ ับสารโดยผา่ นทางตดิ ต่อทางใดทางหนึ่ง เชน่ ถ้าผสู้ ่งสารต้องการสง่ สาร ก. ไปถึง
ผู้รบั สารทอี่ ยหู่ า่ งไกลจากตนอยา่ งรวดเร็ว ผูส้ ่งสารก็อาจเลือกใช้ วิธโี ทรเลข โทรศพั ท์ จดหมาย ถา้ เป็นปจั จุบนั ก็อาจ
ใช้โทรสาร ( Facsimile (FAX) ) หรือ E-mail (การสื่อสารผ่านทางจอคอมพิวเตอร)์ ซ่งึ สะดวกและรวดเรว็ เป็น
เทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ ดังน้นั โดยท่วั ไปแลว้ ในสถานการณก์ ารส่อื สารหน่ึง ๆ น้ันผูส้ ่งสารจะเป็นบคุ คลหนงึ่ ท่มี ี
ความสาคัญในการทจี่ ะเปน็ ผู้เริ่มตน้ สอ่ื สาร ถือเป็นบุคคลแรกทจ่ี ะทาใหก้ ระบวนการในการสือ่ สารเกิดขึน้
แต่เน่อื งจากการส่ือสารของมนษุ ยม์ ีหลายประเภทและหลายระดบั เพราะฉะนน้ั จานวนของผู้สง่ สารจงึ อาจจะ
แตกต่างกนั ไป เช่น การสอ่ื สารสาธารณะรปู แบบหนงึ่ คือ การอภิปราย ผสู้ ่งสาร อาจมจี านวนมากกว่า 1 คน และผู้
ส่งสารอาจมิไดส้ ่งสารในฐานะที่เป็นตวั ของตัวเอง แต่อาจจะส่งสารในฐานะทเ่ี ปน็ ตวั แทนของหน่วยงาน หรอื สถาบนั
ใดสถาบนั หนึง่ ส่วนในกระบวนการสอ่ื สารมวลชนผู้สง่ สารกค็ ือตัวแทนขององค์กรเก่ยี วกบั การสือ่ สารมวลชน ซึง่
นอกจากจะส่งสารในฐานะที่เป็นตวั ของตัวเองแล้ว กย็ งั ต้องมีความรบั ผิดชอบในฐานะทเี่ ปน็ ตัวแทนของสถาบันการ
สื่อสารมวลชนน้นั ๆ ด้วย
แต่การเป็นผูส้ ง่ สารไม่ว่าจะในการสื่อสารประเภทและระดับใดก็ตาม ย่อมต้องมบี ทบาทและหน้าท่ีในการ
สอ่ื สารท่สี าคญั คือ
1. การมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการสอื่ สารทแ่ี จม่ ชดั
2. การเป็นผู้มีความรคู้ วามเข้าใจเพยี งพอในเนื้อหาของเรื่องราวทต่ี นจะสอ่ื สารกบั ผู้อ่นื
3.การเป็นผูม้ ีความพยายามท่ีจะเขา้ ใจความสามารถและความพร้อมในการรบั สารของผทู้ ี่ตนสื่อสารดว้ ย
4. การเป็นผรู้ ู้จกั เลือกใชว้ ธิ กี ารในการส่ือสารใหเ้ หมาะสมกับเรอ่ื ง โอกาสและผู้รบั สารของตน
ควำมหมำยของกำรใช้สื่อดจิ ิทัลเพือ่ กำรส่ือสำร
การใช้สือ่ ดจิ ทิ ลั เพอ่ื การส่อื สาร คือ กระบวนการที่ใช้ทักษะในการวเิ คราะหผ์ ู้รับสารและส่งสารใหม้ ีความ
เหมาะสมกบั กระบวนการของการส่อื สารของแตล่ ะบคุ คลผ่านชอ่ งทางในการสือ่ สารต่างๆในทนี่ คี้ อื ส่ือดจิ ทิ ัล ทาให้
เกิดการแลกเปล่ยี นสารเช่นข้อความภาพเสียง เปน็ ตน้ เพ่ือใหผ้ ู้รบั สารเขา้ ใจสารท่ตี ามจุดประสงคข์ องผู้สง่ สารตั้งใจ
องคป์ ระกอบหลักของกระบวนกำรส่อื สำร
ประกอบดว้ ย 5 สว่ น
1. ผู้สง่ สารผ้เู ป็นเจ้าของสารสารสนเทศหรือข้อความที่จะต้องการส่งสารของตัวเองไปยงั ผู้รับสาร
2.สารผ้เู ปน็ เจา้ ของสารสารสนเทศหรอื ขอ้ ความที่จะต้องการสง่ สารของตวั เองไปยังผ้รู บั สาร
3.ช่องทางการสือ่ สารชอ่ งทางทีน่ าสารไปยังผรู้ บั สารชอ่ งทางสือ่ สารด้ังเดิมเช่นสื่อบุคคลสื่อส่ิงพิมพ์ส่ือ
โทรศพั ท์สื่อวทิ ยุเป็นตน้ ช่องทางส่อื ดจิ ทิ ัลเชน่ ส่อื อนิ เทอรเ์ น็ตสื่อสงั คมออนไลนส์ อ่ื ชุมชนออนไลนเ์ ปน็ ตน้
4. ผรู้ บั สารเป้าหมายทผี่ สู้ ง่ สารต้องส่ือสารความหมายให้ไปถงึ ซ่ึงเป็นบุคคลหรอื กลุ่มคน
5. ปฏิกิริยาสะท้อนกลับปฏิกิริยาต่อสารที่ผสู้ ง่ สารส่งมาโดยผู้รบั สารสามารถมปี ฏกิ ิรยิ าทางบวกหรือทางลบ
กไ็ ดห้ ลงั จากไดร้ ับสารไปแลว้
รปู แบบกำรส่งสำร
ปจั จัยดา้ นเวลา หมายถงึ การส่อื สารระหว่างผูร้ บั สารและผ้สู งสารโดยมกี ารส่งสารผ่านชอ่ งทางกายใน
ช่วงเวลาเดยี วกนั (Synchronous)กบั การสื่อสารระหว่างผูร้ ับสารและผูส้ ่งสารในชว่ งเวลาที่แตกตา่ งกัน
(Asynchronous)
ปัจจัยดา้ นสถานที่ หมายถึง การส่อื สารระหวา่ งผูร้ ับสารและผู้ส่งสารอยใู่ น สถานท่เี ดยี วกนั (In-
Person)และผ้รู ับสารและผู้ ส่งสารอยู่ตา่ งสถานท่กี ัน(Roam) หรอื การส่ือสาร ผา่ นช่องทางออนไลน์(Online)
ประเภทของกำรสอ่ื สำร
กำรสอ่ื สำรแบบเป็นทำงกำร(Formal communication)
มีรูปแบบของภาษาเปน็ ทางการหรอื ภาษาราชการ เป็นประเภทของการสื่อสารทมี่ รี ะเบียบแบบแผนและมี
ขอ้ กาหนดท่ีได้วางไว้เป็นมาตรฐานขององค์กรหรือสมาคมส่วนมากมักจะใช้ในการติดต่อในระดบั หนว่ ยงานและ
องค์กรต่างๆ
กำรสื่อสำรแบบไม่เป็นทำงกำร (InformalCommunication)
เป็นประเภทของการสอ่ื สารที่ไม่อิงรูปแบบการส่อื สารแบบเป็นทางการไมม่ ีข้อกาหนดรูปแบบของมาตรฐาน
ทีช่ ัดเจนซึ่งจะเปน็ การติดต่อส่ือสารระหวา่ งบคุ คลหรือกลุ่มสมาคมที่อ้างอิงระดบั การสื่อสารจากระดบั ความสมั พนั ธ์
ของแต่ละบุคคล
รูปแบบของกำรสือ่ สำร
กำรสื่อสำรแบบตัวต่อตัว(1-1Communication)
เป็นการสื่อสารท่ีมีผ้รู ับสารและผสู้ ่งสารเพียงไม่เกิน 3 คน ครอบคลุมทงั้ การสือ่ สารระยะใกลแ้ ละระยะไกล
อาจเผชญิ หน้ากันหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยกู่ ับบริบทและจุดประสงคข์ องการสื่อสารซึง่ มีจดุ ประสงคไ์ ด้หลากหลายรปู แบบ
เชน่ การสร้างความสัมพันธก์ ารแจง้ ข่าวการถ่ายทอดความรู้และการเสนอแนะชกั จูงเปน็ ต้น
กำรสือ่ สำรแบบกลุ่ม(Group Communication)
เปน็ การส่อื สารระหวา่ งกล่มุ บุคคลจนวนมากที่มีความสนใจรว่ มหรอื ต้องการแสดงออกในเร่อื งราวเดียวกัน
ซ่งึ สามารถเป็นได้ต้งั แตก่ ารส่ือสารภายในกล่มุ เล็กๆเช่น การลอ้ มวงสนทนาการอภิปรายการสือ่ สารแบบกลุ่มใหญ่
เช่นการสัมมนาการบรรยายเป็นตน้
ลกั ษณะกำรสื่อสำรยุคดจิ ทิ ัล
การส่อื สารแบบด้วยตัวอักษร(Text)
การสอ่ื สารแบบด้วยภาพนิ่ง(Image)
การสอ่ื สารด้วยภาพเชิงสญั ลกั ษณ์(EmoticonและSticker)
การสอ่ื สารแบบด้วยภาพเคลื่อนไหวจริง(Video)
การสื่อสารแบบด้วยภาพเคลื่อนไหวจริงแบบทนั ท่ีทนั ใด(Real TimeVideo/LiveVideo)
กำรส่ือสำรผ่ำนเครือขำ่ ยสงั คมออนไลน์
ปัจจบุ นั เครอื ข่ายสังคมออนไลน์มอี ยูม่ ากมายแต่ท่ีได้รับความนิยมมากได้แก่Facebook,Twitter, Line,
YouTube และInstagram
Facebook ได้กาหนดระดับความเป็นสว่ นตวั 3 ระดบั คือ
สาธารณะ เป็นการกาหนดว่าไมใ่ ครกต็ ามสามารถเห็นโพสต์ข้อความท่ีนาเสนอได้
เพอื่ น เปน็ การกาหนดวา่ เฉพาะเพ่ือนใน Facebook เทา่ น้ันทีส่ ามารถมองเหน็ โพสต์ของเราได้
เฉพาะฉัน เป็นการกาหนดใหเ้ ฉพาะตนเองเทา่ น้นั ที่จะเห็นโพสตน์ ัน่ คือบคุ คลอนื่ ไมส่ ามารถเห็นโพสต์นัน้ ได้
Twitter เป็นชอ่ งทางการส่ือสารออนไลนท์ ม่ี ีความรวดเรว็ สามารถสรา้ งกระแสของขอ้ มูลข่าวสารได้อยา่ งรวดเรว็
ผ่านการTweet(ทวตี )และRetweet(รีทวีต)
InstagramหรือIG ช่องทางการแสดงความคิดเห็นทมี่ จี ดุ เด่นคอื การโพสตร์ ปู ภาพเคลอ่ื นไหวหรอื เร่ืองราวโดยผู้ใช้
สามารถกาหนดผู้รบั สารเฉพาะกลุ่มผู้ติดตามหรือกาหนดเป็นสาธารณะได้(Public)
วิธกี ำรรูปแบบใหมข่ องกำรสื่อสำรดจิ ิทัลที่น่ำสนใจ
Mentions (เรียกว่าการ tag บคุ คลอืน่ ๆ)
Hashtag (เรียกวา่ การติดแฮชแท็ก #)
การใช้ Emoticon หรือ Sticker
คลปิ ส่ือการเรียนรู้
https://youtu.be/UdSofqyi2Hg
https://youtu.be/rGXbWpi-85M