คู่มือการเรียน
วชิ า ยุทธวธิ ี เล่ม 3
เรื่อง
การรบในพืน้ ทสี่ ่ิงปลูกสร้าง ( MOUT )
จัดทา/เรียบเรียง โดย ร.ท.พษิ ณุ ป่ิ นชาติ
คำนำ
โรงเรียนนายสิบทหารบก ไดก้ าหนดหลกั สูตรซ่ึง มีระยะเวลาการศึกษา 1 ปี 6 เดือน โดยให้
นกั เรียนนายสิบทหารบก เขา้ รับการศึกษาในเร่ืองต่างๆ วชิ ายทุ ธวิธีทหารราบ เป็นหน่ึงในรายวิชาที่ทาการสอน
ใหก้ บั นกั เรียนนายสิบทหารบก
แผนกยทุ ธวธิ ีจึงไดจ้ ดั ทาและรวบรวมตารา เพอื่ เป็นคู่มือในการเรียนของนกั เรียนนายสิบทหารบก
ใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหา ขอบเขต ตามนโยบายกรมยทุ ธศึกษาทหารบก และกองทพั บก ในรายวชิ า
ยทุ ธวธิ ีทหารราบ จึงไดจ้ ดั ทาคู่มือในการเรียนของนกั เรียนนายสิบทหารบก เร่ืองการรบในพ้นื ท่ีส่ิงปลูกสร้าง
แผนกยทุ ธวิธีหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ หนงั สือคมู่ ือเลม่ น้ีจะเกิดประโยชนต์ อ่ นกั เรียนนายสิบทหารบก,ครู และ
อาจารย์ ของโรงเรียนนายสิบทหารบก รวมถึงผทู้ ี่สนใจ หากมีขอ้ แนะนาประการใด ใหส้ ่งมาท่ี แผนกยทุ ธวธิ ี
กองการศึกษาโรงเรียนนายสิบทหารบก จะเป็นพระคุณอยา่ งยง่ิ
.....................................................
กำรรบในพื้นทีส่ ่ิงปลูกสรำ้ ง
ก.กล่ำวนำ
เน่ืองจากในปัจจบุ ันพ้นื ท่ีอาคารส่งิ ปลกู สรา้ ง เพ่ือขนึ้ มาก พ้นื ทเ่ี ปา้ หมายทางยุทธศาสตร์ และยุทธวธิ ี
มบี างส่วนเปน็ พน้ื ทสี่ ่ิงปลูกสรา้ ง เชน่ สถานีโทรคมนาคม, คลงั ส่ิงอุปกรณ์, สถานี เรดาห์, กองบัญชาการ
สาหรับโอกาสทเ่ี กิดเหตกุ ารณ์ ในพืน้ ที่ปลกู สร้าง มใี หเ้ หน็ อยู่ในปัจจุบัน เชน่ การสรู้ บ ในกัมพชู า, บอสเนีย,
เหตกุ ารณใ์ นโซมาเลยี การฝึกพ้ืนฐานดงั กลา่ ว มคี วามจาเป็นในการปฏิบัตกิ ารในพื้นทีส่ ่ิงปลกุ สรา้ ง ไมว่ า่ จะเป็น
การ รบในแบบหรือการปฏิบัติภารกจิ อ่นื เชน่ การชว่ ยเหลอื พลเรือน ฝ่ายเราในพ้ืนท่ที ่เี กิดเหตกุ ารณ์ไมร่ วม
ข้างตน้ ฉะน้นั ขดี ความสามารถน้จี ะต้องถูกเสริมสร้างขึน้ เพือ่ รองรับภารกิจที่อาจจะเกดิ ข้ึน และเปน็ พ้นื ฐานใน
การฝกึ ชนั้ สงู ต่อไป
วตั ถุประสงค์
“ เพือ่ ใหผ้ รู้ บั การฝึก รถู้ ึงความรทู้ ่ีวา่ จาเป็นในการรบในพืน้ ทสี่ ่ิงปลกู สรา้ ง และสามารถปฏิบัตกิ ารใน
พ้ืนสงิ่ ปลกู สรา้ งขนั้ พ้นื ฐานได้ ตามเกณฑก์ ารทดสอบของหลกั สตู ร เพอื่ สามารถเข้ารบั การฝกึ ในระดับหน่วย
ต่อไป “
เอกสารอา้ งอิง ๑. FM ๙๐ - ๑๐ – ๑ ทบ.สหรัฐ , รส. ๙๐-๑๐พ.ศ. ๒๕๔๘ ทบ.ไทย
๒. US Army MOUT SCHOOL STUDENT HAND OUT
๓. TC-90-10-1 ปี ค.ศ. 2010
ข. กำรเข้ำตใี นพื้นทส่ี ่ิงปลูกสร้ำง แบง่ เป็น สองชนิด
๑.การเขา้ ตเี รง่ ดว่ น
๒.การเขา้ ตปี ระณตี
๑. กำรเข้ำตเี รง่ ด่วน
การเข้าตเี ร่งดว่ นมี ๓ กจิ เฉพาะทต่ี ้องปฏบิ ัติ
๑.๑ หาจุดออ่ น และช่องวา่ งในการต้งั รบั
๑.๒ ตรึงกาลังสว่ นหนา้ ของข้าศึก
๑.๓ เคลอ่ื นทีผ่ ่านชอ่ งวา่ งหรือจุดอ่อนอย่างรวดเร็ว
๒. กำรเขำ้ ตีประณีต แบ่งเป็น ๔ ข้นั ตอน
๒.๑ การลว.เฝ้าตรวจ
๒.๒การตดั ขาดพ้ืนท่เี ป้าหมาย
๒.๓ การยดึ พ้นื ที่รอบนอก
๒.๔ การเข้าปฏบิ ตั ิ ณ ท่ีหมาย
ค. มำตรกำรควบคุม
๑. แผนการเข้าตี
๒. แนวข้ันการปฏิบตั ิ
๓. เส้นแบ่งเขต
๔. จุดตรวจสอบ
๕. จดุ เริม่ โจมตี
ง. กำรตอบโตข้ องข้ำศึก
๑. การซมุ่ ยงิ
๒. การยงิ กราด
๓. การซุ่มโจมตี
๔. การใช้อาวธุ วธิ ีโคง้
จ. กำรฝกึ และกำรเตรยี มกำร
๑. สมรรถภาพรา่ งกาย ของกาลังพลท่ีเข้าทาการรบ
๒. ทกั ษะการใช้อาวุธ
๒.๑ ทักษะการรบประชิด
๒.๒ การยงิ ปืนระยะประชิด ( ฉบั พลนั )
๒.๓ การใชล้ ข.สงั หาร ลข.ควนั
๒.๔ การใช้ ลย.๔๐ มม.
๒.๕ การใช้ หนา้ กากป้องกนั ไอพิษ
๒.๖ การเจาะเข้าสทู่ ีห่ มาย ดว้ ยการใช้ เคร่ืองมือกลการใชว้ ตั ถรุ ะเบดิ การใช้ ปืนลกู ซอง
๓. การใชย้ ุทโธปกรณพ์ เิ ศษ การใช้ปนื ซมุ่ ยงิ
ในสถานการณก์ ารรบในพื้นที่ส่งิ ปลูกสร้าง หนว่ ย จะต้องมีการเตรียมการตง้ั แต่ในยามปกติ
ไม่วาจะเปน็ การฝึก หรอื ขอ้ มูลพืน้ ท่ีปฏบิ ัติการท่ีนา่ จะเปน็ ไปได้ รวมทง้ั ยุทโธปกรณ์ทีจ่ ะต้องเพ่ิมเตมิ
จากยุทโธปกรณท์ ่ีมีอยู่
ฉ. กำรเตรียมกำรของ ผบ.และ ฝอ. มแี นวทำงดงั น้ี
ก. ฝอ. ๒
ข้อมลู พน้ื ท่ีปฏิบตั ิการที่น่าจะเปน็ ไปได้ ตงั แตย่ ามปกตเิ พ่ือ ความรวดเร็วในการนาเสนอ
ขา่ วสารชนั้ ตนเมอ่ื เกิดเหตกุ ารณ์ เชน่ พ้นื ทีส่ ่งิ ปลกู สรา้ งตามแนวชายแดน ไมว่ ่าจะเป็น
ภาพถ่ายทางอากาศ แบบพิมพเ์ ขียว อาคาร สาคัญ เชน่ ศาลว่าการจงั หวดั โรงพกั ตึกแถว
ตามแนวเส้นทางหลกั ในการส่งกาลังตามแผนปอ้ งกันประเทศ แผนที่ ทอ่ งเท่ียว หรือแผนท่ี
สังเขป
ข. ฝอ. ๓
วางแผนการจัดเฉพาะกจิ ไว้เสมอ ทาแผนการฝกึ เสนอแนะการฝึกเมอ่ื มีโอกาส
ประสาน ฝอ. ๔ ในเร่อื ง ความตอ้ งการยุทโธปกรณ์ทจ่ี าเป็นเพ่มิ เติม เช่น แวน่ นิรภยั -ถงุ
มือ – เชอื ก- เสอื้ เกราะ- ปนื ซุม่ ยิง- บนั ได -กระสุน ลย. ๔๐ มม. -แกส๊ CS ( สาหรับ เอ็ม
๒๐๓ ) - กระสุนปืนซมุ่ ยิงทใี่ ชใ้ นการปรบั ปืน ( เพมิ่ จากอัตรามลู ฐาน ที่ไมส่ ามารถใชก้ าร
ไดถ้ า้ ไมม่ ีการปะทะ ฝอ. ๔ เตรยี มการร้องขอ ยทุ โธปกรณแ์ ละ สป. ๕ เพิม่ เตมิ ต้ังแตย่ าม
ปกติ อัตราการใช้ สป. ๕ ในพน้ื ทสี่ ิง่ ปลูกสร้างจะมากกว่าอัตราปกติท่ีกาหนดไว้
โดยเฉพาะ ลข.สงั หาร , ลข.ควัน , ดนิ ระเบิด , เชอื้ ปะทุ ฝักแคระเบิด เคร่ืองจุดระเบดิ
ชดุ รองในหมวกท่เี พิ่มความกระชับจะ
ช่วยให้ทหารปฏบิ ัตกิ ารไดม้ ปี ระสิทธิภาพมากข้นึ
ตวั อย่างอปุ กรณ์ประกอบอาวุธเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการรบ
ตวั อยา่ งชุดเสือ้ กระสุนที่เหมาะกบั การรบในเมือง
เครื่องจบั เวลาในการยิงปืนเป็นสง่ิ ทีข่ าดไมไ่ ดใ้ นการพัฒนาทกั ษะการยิงปืนในการรบในเมอื ง
ตวั อย่างเปา้ สาหรับการฝึกการแยกแยะเปา้ หมายขั้นตน้
เปำ้ ฝึกกำรแยกแยะเป้ำหมำย จำกใบหนำ้ และระดับภัยคกุ คำม
เปาอา ะใชเ้ ปาหนุ่ ดย ดิ
ส ลก ณ หรือ รปทรง
เพื่อการแยกแยะ
ุดท่ียืนยงิ
ดุ ที่ อย ระหวา่ งที่ อยท่ีทบี่ งเปา ะ อ้ งไม่ให้ ้รบการ กเห็นเปาก่อน
ตวั ยำ่ งกำรจดั สถำนีฝกึ พนื้ ฐำนกำรใช้อำวุธในเมือง
สำมำรถใชร้ ปู บุคคลจริงเพื่อกำรฝึกกำรจดจำสังเกต
ทกั ษะพื้นฐำน ในกำรรบในพืน้ ทีส่ ่งิ ปลูกสร้ำง
ความสาเร็จของการทาการรบในพืน้ ทีส่ งิ่ ปลุกสรา้ ง ข้นึ อยู่กับการใช้ หมู่ปืนเล็ก หรือชุดปฏิบตั ิการ
อยา่ งเหมาะสม กาลงั พลทุกนาย จะตอ้ งมีทักษะในการรบในพน้ื ทส่ี ่ิงปลกู สร้าง ในเรื่อง การเคลอื่ นท่ี การเขา้ สู่
อาคาร การกวาดล้างอาคาร การใช้ ลข. การเลือกและการใชท้ ตี่ ้งั ยงิ การนาทิศ และการพรางกาลงั พลทุกนาย
จะตอ้ ง ทางานเปน็ ชุด ๒ นาย หรือระบบ เพื่อนค่หู ู ในการเคลื่อนท่ี ผา่ น พื้นที่ สิ่งปลุกสร้าง
ตอนท่ี ๑ กำรเคลื่อนที่
การเคล่อื นท่ี เปน็ ทักษะอย่างแรกท่ี ทหารจะต้องทาการฝกึ เพอ่ื ใหเ้ ป็นนสิ ยั เพือ่ ลด การเปิดเผยต่อการยิงของ
ขา้ ศกึ และหลกี เลี่ยงการเป้าในพืน้ ทเี่ ปดิ และต้องเลอื กท่ีวางตวั ตอ่ ไปใหเ้ หมาะสม
๕-๑ กำรข้ำมกำแพง
ทหารทุกนายจะต้องเรยี นรกู้ ารข้ามกาแพงทถี่ ูกตอ้ ง ( ภาพ ๕.๑ ) หลงั จากท่ี ทาการตรวจการณ์ อีกข้างหน่ึง
ของกาแพงแล้ว จะต้องกล้งิ ตัวลงใหเ้ ร็ว เพอื่ ไม่ใหร้ า่ งกายตัดกับเสน้ ขอบฟ้า เครื่องทใี่ ห้เร็วและทาตัวใหต้ า่
( ภาพ ๕.๑ )
๕-๒ กำรผ่ำนมมุ อำคำร
พนื้ ที่ มุมอาคาร จะต้องตรวจการณ์ก่อนทุกครั้งที่จะเคล่ือนที่ผา่ น ขอ้ ผดิ พลาดท่ีมักเกิดขึ้นบอ่ ยคือการ ที่ ปล่อย
ใหป้ ากกระบอกปืนโผล่ออกไปกอ่ น ทาให้เป็นการเปิดเผยทต่ี ้ัง และการตรวจการควร ยื่นหวั ออกไปตา่ กวา่ ที่
ข้าศกึ จะคาดคดิ การย่อตัวหรือการนอนตรวจการณ์ตามตัวอยา่ งภาพที่ ๕-๒ ทหารในภาพจะไมย่ ืน่ ปาก
กระบอกปนื ออกจากมุม และ โผลห่ ัวออกเป็นเลก็ นอ้ ยเพยี งแคพ่ อที่จะตรวจการณ์เหน็
ภำพ ๕-๒
๕-๓ กำรเคล่ือนท่ีผ่ำนหน้ำตำ่ ง
ชอ่ งหนา้ ตา่ งก็เปน็ พืน้ ที่อันตรายอกี แห่งหนึง่ ข้อผดิ พลาดที่มกั จะเกดิ ข้ึน ไดแ้ ก่การที่ปล่อยให้หวั ผ่าน
หนา้ ตา่ ง ถา้ ทหารทาแบบ ภาพที่ ๕-๓ ฝ่ายเดียวกันจะสามารถยิงคุ้มกันได้ถา้ ตรวจพบขา้ ศึกที่อย่ใู นชอ่ ง
หนา้ ตา่ ง
ภำพ ๕-๓
ก. ควรอยตู่ ่ากวา่ ระดบั หน้าต่าง และจะต้องไม่ทาตัวตดั กบั ขอบหนา้ ตา่ ง และ ถ้าเคลือ่ นท่ใี กลอ้ าคารจะชว่ ย
ในการกาบัง เพราะถ้าข้าศึกต้องการออกมายิง จะต้องโผล่ตวั ออกจากอาคาร
ข. เทคนิคเดียวกันนี้ควรใช้กบั การผ่าน อาคารชน้ั ลา่ ง หรือ ช้นั ใตด้ นิ ควรเดนิ ชิดกบั ผนังและจะใชก้ ารก้าว
กระโดดขา้ ม ไม่ควรเดิน หรอื วง่ิ ผ่าน ตามภาพ ๕-๔ ซงึ่ โดยปกทหารมักจะไมร่ ะมดั ระวงั ในการเคล่ือนที่
ผา่ นพืน้ ที่ดงั กลา่ ว
ภำพ ๕-๔
๕-๔ กำรใชท้ ำงเขำ้ ประตู
โดยปกติการเข้าทางประตู พ้ืนทที างเข้าเป็นพ้นื ที่ ท่ีอันตรายที่มกั มีการคุ้มกนั ดว้ ยการยิงจากฝ่ายขา้ ศึก ไมค่ วร
ใชเ้ ป็นทางเขา้ หรือ ออก อาคาร Doorways should not be used as entrances or exits since they are
normallyแต่ถา้ จาเปน็ ต้องใชป้ ระตูเป็นทางออก ทหารควรจะเคล่ือนที่ผา่ นอยา่ งรวดเร็ว ไปยังท่ีวางตวั ที่จุด
ต่อไป ทาตวั ให้ตา่ มากทสี่ กุ หลกี เล่ยี งการทาตวั ตัดกบั เสน้ ขอบฟา้ (ภาพ ๕-๕ ) การออกจากประตจู ะต้องเน้น
ในเรอ่ื ง การเลือกท่ีวางตัวต่อไปไวล้ ว่ งหน้าก่อนเคล่ือนที่ จากอาคาร ทาตวั ให้ตา่ และ ให้การค้มุ กนั ด้วยการยงิ
ในระหวา่ งท่ีออกจากประตู
ภำพ ๕-๕
๕-๕กำรเคลื่อนท่ขี นำนกบั อำคำร
ในบางคร้งั ทหาร หรอื หน่วยทหารขนาดเลก็ ไม่สามารถที่ในการเคลอ่ื นที่ ผ่านในอาคารเป็นเสน้ ทางการ
เคลือ่ นที่ได้ ดงั นน้ั อาจจะต้องใชก้ ารเคลอื่ นที่ ภายนอกอาคาร ซึง่ จะต้องใช้ ควนั , การคุ้มครองด้วยการยิง ,
การกาบงั และซ่อนพราง ช่วยในการเคลื่อนท่ี ได้ เทคนคิ ท่ีถกู ต้องคือ เคลอ่ื นท่ใี หช้ ดิ กบั อาคาร ทาตัวให้ตา่ ตัด
กบั เสน้ ขอบฟา้ ให้น้อยทส่ี ดุ และ เคลอื่ นท่ีใหเ้ ร็วไปยังทวี่ างตัวตอ่ ไป ถ้าขา้ ศึกต้องการออกมายิง จะตอ้ งโผลต่ วั
ออกจากอาคาร ซึ่งจะเปน็ โอกาสให้กาลังพลในหมู่สามารถตอบตรวจการณเ์ หน็ และตอบโตไ้ ด้ นอกจากน้ีข้าศกึ
ที่อยูใ่ กล้ออกไปตามถนน จะตรวจจับการเคล่ือนท่ีของเราไดย้ ากขน้ึ
ภาพ ๕-๖ ทหารเคลือ่ นทีน่ อกอาคาร
๕-๗ ทหำรเคล่อื นทไ่ี ปยังทวี่ ำงตวั ตอ่ ไป
( จากภาพจะเหน็ ได้ว่า ทหารที่ อยู่ทางขวา จะคุ้มกันการเคลือ่ นท่ี สว่ นทหารทจ่ี ะเคล่ือนที่ จะตรวจการและ
เลอื กพ้ืนที่ ทจ่ี ะวางตวั ต่อไป และเม่ือพร้อมจะเคลื่อนที่ ซึ่งทกั ษะนีจ้ ะต้องมกี ารฝกึ เพื่อให้ทัง้ สองนาย มีความ
เขา้ ใจรถู้ งึ จงั หวะของแตล่ ะนาย )
๕-๖ กำรเคล่ือนทผี่ ่ำนพ้นื ทเ่ี ปิด
พื้นที่เปดิ เช่น ถนน ซอย สวนสาธารณะ เปน็ พน้ื ที่ทค่ี วรหลกี เล่ยี ง พื้นที่ดงั กล่าวเหมาะกับการเปน็ พ้ืนทสี่ งั หาร
โดยเฉพาะจากอาวุธประจาหน่วยข้าศกึ ( เชน่ ปืนกล )โดยธรรมชาติ ท่ีควร การข้ามพื้นทดี่ งั กลา่ ว ตอ้ งใช้
เทคนิคทถี่ กู ตอ้ งดังน้ี
ก. ปฏบิ ัตติ ามรปจ.หนว่ ยในการขา้ มพืน้ ทีอ่ ันตราย ( ควรมีการใช้ ควนั จาก ลข.ควัน หรือ หมอ้ ควัน เพ่ือ
ซอ่ นพรางการเคล่ือนที่ ทหารทุกนายจะต้องวิ่งผ่านพน้ื ที่ดังกลา่ ว หาที่กาบังจากอาคารเป็นระยะ เพื่อ
ลดโอกาสในการตกเป็นเปา้ ของขา้ ศกึ
ข. กอ่ นการเคลอ่ื นที่ทุกครั้งจะต้องมีการลว.ด้วยสายตา และเลือกท่วี างตัวใหม่ ทมี่ ีทปี่ กปิดกาบงั ทด่ี ีทีส่ ุด
ในบรเิ วณนนั้ ในขณะเดยี วกันใหเ้ ลือกเสน้ ทางท่จี ะเคล่ือนท่ีไปยังที่วางตัวใหม่ดว้ ย
๕-๗ กำรใชช้ ุดยิง
การเคลอ่ื นทเี่ ปน็ ชุดยิง จากอาคารหน่งึ ไปยังอีกอาคารหนงึ่ ปัญหาทจี่ ะเกดิ ขน้ึ คือชดุ ยงิ จะเปน็ เป้าที่ใหญ่
สาหรับข้าศกึ เม่ือ จาเปน็ จะตอ้ งเคล่ือนท่ีเปน็ ชดุ ยงิ จะต้องเคลอ่ื นทเ่ี ป็นกลมุ่ การเคล่อื นท่ีจากอาคารสู่อาคาร
( ภาพ ๕-๘ , ๕-๙ ) ควรใช้อาคารเป็นที่กาบังเทคนิคการข้ามพน้ื ที่อนั ตรายแบบเปดิ ต้องนามาใช้ ระยะต่อ
ระหว่างบุคคล ๓-๕ เมตร วางแผนการใช้ทัศนะสัญญาณ การปรบั รปู ขบวนหน้ากระดานแบบฉับพลัน ข้าม
พน้ื ท่ีเปดิ อย่างรวดเร็ว
ภำพ ๕-๘ กำรเคลอ่ื นท่เี ปน็ ชดุ ยิง
ภาพ ๕-๙ การเคลอ่ื นทีระหว่างอาคาร
(ในภาพ ๕-๙ จะเปน็ การ คุ้มครองการเคลื่อนทีข่ องกาลงั ภายในหมวดเดยี วกัน โดยท่ี อีกชดุ ยิง กาลงั เคล่ือนท่ี
อยู่ในฝั่งตรงข้าม)
๕-๘ กำรเคลอื่ นที่ระหวำ่ งทว่ี ำงตัว
เมอื่ ต้องเคล่ือนท่ีเปล่ยี นทว่ี างตัว จะตอ้ งระมัดระวังไม่ใหบ้ งั ทิศทางการยิงคมุ้ กันของฝ่ายเดียวกนั เมอ่ื ถงึ ท่ี
วางตวั จะต้อง เตรยี มท่จี ะคุ้มกนั ให้กับกาลงั พลทจ่ี ะเคล่ือนทต่ี อ่ มา โดยจะต้องอยใู่ นทา่ ยิงที่ถนัดสามารถใช้
อาวธุ ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยควรจะต้องยงิ ได้จากท้ังสองไหล่
ก. ขอ้ ผิดพลาดสว่ นมากคือการยิงจากด้านบนของท่ีกาบงั ซ่ึงทาใหต้ ้องโผลอ่ อกมากง่ายต่อการเป็นเป้า
ใหฝ้ า่ ยตรงข้ามดังนั้นควรใชเ้ ทคนคิ การยิงจากทางขา้ งของที่กาบังเพ่อื ลดเป้าหมาย(ภาพ ๕-๑๐ )
ข. ขอ้ ผิดพลาดอีกอย่างคือคนที่ยิงปนื มือขวา มักจะพยายามท่ีจะยงิ จากท่ีกาบงั ทางด้านซา้ ยของอาคาร
ถ้าสามารถยิงด้วยไหล่ซา้ ย จากด้านซ้ายของท่ีกาบังกจ็ ะสามารถลดเป้าหมายได้มาก ดังนั้น ทหารควรฝึกให้ยงิ
ไดจ้ ากท้งั สองไหล่ หรือการใช้เทคนิคการเอย้ี วตวั ออกเพ่ือใชท้ ่ีกาบังให้เปน็ ประโยชน์ในการทาการยงิ จากที่
กาบัง โดยเฉพาะจากขา้ งท่ีตนเองไมถ่ นดั
ภำพ ๕-๑๐ กำรยงิ จำกด้ำนข้ำงของท่กี ำบัง ภำพ ๕-๑๑ กำรยงิ โดยใช้ไหลซ่ ้ำยจำกดำ้ นซ้ำย
ของที่กำบงั
๕-๙ กำรเคลอ่ื นทใ่ี นอำคำร
เมือ่ เคล่ือนที่ ในอาคารในขณะที่อาคารถกู โจมตี ( ภาพ ๕-๑๒ ) ทหารควรหลีกเลี่ยง การผา่ นประตู หนา้ ตา่ ง
และเมื่อต้องใช้ทางเดนิ ภายในอาคาร ( ๕-๑๓ )จะต้องเดนิ ใกล้กาแพง เพ่ือ หลีกเล่ยี ง การตกเปน็ เป้าหมาย
เมอ่ื ต้องปฏบิ ัตกิ ารในเมือง ที่มเี งื่อนไขละเอียดอ่อน เชน่ การปฏบิ ัติการทีย่ ังไมเ่ ข้าส่ภู าวะสงคราม หรือยังมี
ประชาชนอยู่ การเคล่ือนต้องปรับใหเ้ ขา้ กฎการปะทะ
ภำพ ๕-๑๓ กำรใช้ทำงเดนิ ในอำคำร
ภาพที่ ๕-๑๒ การหลกี เลี่ยง หนา้ ต่าง
ก. ข้าศกึ มักจะวาง กับระเบิด แสวงเครือ่ ง ท่หี น้าต่างหรอื ประตู ดังนั้นเม่ือก่อนจะ เข้าใหห้ ลีกเลย่ี งการใช้
ลกู บิดประตู ให้ใช้ ปนื ยงิ ทีร่ อบลกู บดิ ประตู หรือสาย ยู และถบี ให้เปิดออก ถ้าตรวจพบ กบั ระเบิด ให้
ทาเครื่องหมายไว้ รายงานและอ้อนผ่านไป
ข. การท่จี ะเขา้ ห้องโดยใชล้ ข. ทหารคนแรกจะตอ้ งถอดสลักระเบดิ และปล่อยกระเด่ืองทิ้งไว้(cook off )
นับใน ใจ ๒ วินาท(ี หนงึ่ พัน ๑ หนง่ึ พนั สอง )และขว้างระเบิด เขา้ ไปใน หอ้ ง ควรจะมีการแจ้งเตอื นฝา่ ย
เดยี วกนั ด้วย คาส่ัง ( ระวังสะเก็ด Frag out )
แตถ่ า้ ตรวจพบระเบิดขา้ ศึกของข้าศึกท่ขี ว้างมา ใหต้ ะโกนคาว่า “ ระเบิด “
ข้อควรระวงั
เนื่องจากสะเกด็ จาก ลข. เอม็ ๖๗ อาจจะทาใหท้ หารทอ่ี ยนู่ อกห้องเป็นอันตรายไดจ้ งึ ควรใช้ ระเบิด
MK 3 A2 แทน และการ ดึงสลกั นริ ภัยแลว้ ปลอ่ ยกระเด่ืองและทิง้ ไว้ อาจเป็นอันตรายถ้าปฏิบตั ิไมถ่ ูก
วธิ ี
ค. เม่อื ระเบิดระเบิด กาลงั พลลาดับท่ี ๒ จะต้องเขา้ ไปทันที และทาการยงิ เป้าหมายด้วยการยงิ แบบ สาม
นดั (ภาพ ๕-๑๔ )และตรวจค้นหอ้ งและคนแรก จะต้องตามเขา้ ไปวางตวั ในตาแหนง่ ข้างกบั คนท่ี ๒
ใหพ้ น้ จากทางเข้าประตู ในขณะท่ีกาลงั ที่อยู่ข้างนอกทเี่ หลือ ระวงั ปอ้ งกนั นอกห้อง ( ตามรส. ๗-๘ )
ภาพ ๕- ๑๔ การเข้าหอ้ ง
ง. ทหารจะต้องใช้เสียงในการกระตุ้น และ ส่ือคาสงั่ การใช้เสียง การใช้เสยี งเป็นการปฏิบตั ิที่สาคญั มาก
ทหารจะต้อง. ให้คนในทีมรู้ว่าเขากาลงั ทาอะไรอยู่ เม่ือ ตรวจคน้ ห้องเรยี บร้อย ให้ตะโกนคาว่า “
เรียบรอ้ ย “(clear!), และก่อนที่จะเคล่ือนที่ออกจากห้องต้องจะโกนคาว่า ออกจากห้อง (เพ่อื ให้คนที่
ระวังปอ้ งกันอยู่ทราบ), ถ้ากาลงั จะข้ึน หรอื ลง บันได กเ็ ช่นเดียวกนั ใหต้ ะโกนวา่ กาลงั จะขึ้น หรอื
กาลงั จะลง ทีมที่รวป.อยู่ ถ้ามีให้ตะโกน ตอบวา่ ลงได้หรือออกได้ (หรอื อาจะใช้ในลกั ษณะของรหสั
คาพูดท่เี ขา้ ใจกนั )
จ. โพรงที่อยตู่ ามผนัง ความกว้าง ประมาณ ๒ ฟุตทหารสามารถใช้เปน็ ทางเข้าได้ ปลอดภยั กว่าทางประตู
แตเ่ พื่อความปลอดภยั การใช้ ลข. ขวา้ งกอ่ นเข้าเป็นส่งิ ท่ีพงึ ประสงค์
ตอนที่ ๒เทคนคิ การเข้าสู่อาคาร
เม่ือ จะทาการเข้าสู่อาคาร จะต้องทาตัวใหล้ ดเป้าหมายใหม้ ากทส่ี ุด จะต้องเลือกจุดเขา้ ก่อนทีจ่ ะ
เคล่อื นที่ไปสอู่ าคาร หลกี เลย่ี งการใช้ประตหู รือหนา้ ต่าง ใช้ ควนั ในการซ่อนเร้นการเคล่ือนท่ี เข้าไปยังอาคาร
และใช้ระเบิด , กระสุนปืนใหญร่ ถถงั , ยานรบทหารชา่ งสนาม ในการเจาะทางเข้าใหม่ , ขว้างระเบดิ นากอ่ นที่
จะเขา้ อาคาร เข้าสูอ่ าคารทันทีหลลังจากการระเบิด และต้องมีกระค้มุ กันในระหว่างบดั ดี้ ( ชดุ ๒ นาย )
๕-๑๐ กำรเขำ้ จำกช้นั บน
การกวาดล้างอาคารจากช้ันบนเปน็ วธิ ที ่พี ึงประสงค์ที่สดุ การตงั้ รบั และการกวาดลา้ งอาคารจากชน้ั
บน จะง่ายกว่า การกวาดล้างขนึ้ แรงโนม้ ถ่วงของโลกจะเอื้ออานวยในการใช้ ลข. ซงึ่ จะช่วยในการกวาดลา้ ง
จากช้นั หน่งึ ไปยงั อกี ชนั้ หน่ึง
ก. ในการกวาดลา้ งขึน้ จากช้นั ล่างข้าศึก ซง่ึ ถูกอาจจะถูกไล่จนจนมมุ อาจจะต่อสอู้ ย่างรุนแรงแบบสุนัขจน
ตรอก หรือ อาจจะหนีขึ้นไปดาดฟา้ แต่ถา้ เรากวาดล้างจากด้านบน –ข้าศึกจะถกู บังคับใหอ้ อกจากอาคาร และ
ตกเปน็ เป้าของกาลังฝา่ ยเราที่อยดู่ า้ นนอก
ข. วธิ ีการ หลากหลายเช่น การใชบ้ ันได ท่อน้า เถาไม้เลื้อย อากาศยานปีกหมนุ หรือ หลังคาและหนา้ ต่างที่
ตดิ กัน สามารถใชป้ ระโยชน์ในการข้นึ ไปยังช้นั บนสดุ ของอาคารที่หมาย ในบางครง้ั ทหารสามารถใชก้ ารปนี
ข้ึนบนไหล่ของเพอ่ื นทหารในทีม ใหส้ ูงพอท่ีจะจบั ยึดและดึงตัวเองขนึ้ อีกวิธีหน่งึ คอื การใช้โยธกาตดิ กบั เชอ่ื ที่
มดั ปมไว้สาหรับปนี ไต่ข้นึ กาแพง หรือ ไตจ่ ากตึกหนง่ึ ไปยังอีกตึกหนงึ่ หรอื การเขา้ ผ่านหน้าตา่ งช้ันบน
๕-๑๑ กำรใชบ้ นั ได
ภำพ ๕-๑๖ กำรใช้บันได
การใชบ้ ันไดเป็นวธิ ที ่ีเร็วทส่ี ุดในการเขา้ สู่อาคาร จากชนั้ บน ของอาคาร( ภาพ ๕-๑๖ ) หนว่ ยสามารถ
ใชบ้ ันไดท่มี ีขายท่วั ไปตามท้องตลาด หรือ ร้องขอการสนับสนนุ วสั ดทุ ใ่ี ช้ในการทาบนั ได ตามสายการสง่ กาลงั
บันไดสามารถ สร้างได้จากวัสดุทีม่ อี ยู่ในเมืองท่ัวไป ตัวอย่างเช่น ไมท้ เี่ อาออกมาจากผนังของอาคาร ( ภาพ ๕-
๑๗)ท่ีถงึ แม้วา่ บนั ไดท่ีทาจะไมส่ ามารถขึ้นถงึ ช้ันบนสดุ แต่ว่า กส็ ามารถทจี่ ะความปลอดภัยและความรวดเร็วใน
การปฏิบตั งิ านได้
ภำพที่ ๕-๑๗ ไมท้ ี่งดั ออกมำจำฝำบ้ำนนำมำใชท้ ำบันไดได้
๕-๑๒ กำรใชโ้ ยทะกำ
โยทะกาท่เี หมาะสมน้ันจะต้อง แข็งแรง นาพาสะดวก ขวา้ งง่าย และต้องสามารถเกาะเกย่ี วได้ดี เส้นผ่าน
ศนู ย์กลางของเชือกควร จะอยูใ่ นระหวา่ ง ๕/๘ ถงึ ๑ นวิ้ และยาวพอที่จะขน้ึ ถึงหนา้ ต่าง หรอื ระเบยี ง ที่หมาย
ปมทผ่ี กู ควรจะมรี ะยะประมาณ ๑ ฟตุ เพ่ือให้ปนี ได้ง่าย
การใชง้ านโยธกามีขนั้ ตอนท่ัวไปดงั น้ี
ก. ในขณะที่โยนโยธกาใหย้ นื ใกลก้ ับอาคารมากทีส่ ุด ( ๕-๑๘ )ยงิ่ ยืนใกลม้ ากเทา่ ไร ก็จะเปดิ เผยตวั เองต่อ
ขา้ ศึกน้อยลงเท่านัน้ และยิ่งยืนใกล้ระยะในการโยนทางระดับกจ็ ะลดลงดว้ ย
ข. ต้องมัน่ ใจวา่ เชอื ก ยาวพอ ถือ โยธกาในมือ พร้อมกับขดเชือกไวใ้ นมือ๒-๓รอบ เชอื่ ท่ีเหลืออย่ใู นมืออกี
ข้าง ปลอ่ ยให้เชือก ออกไปอย่างอิสระ การขว้างควรขว้างอยา่ งนุ่มนวล ใหต้ ะขออยูด่ ้านบนพรอ้ มทจ่ี ะ
เกาะเกย่ี ว ข้าวงไปพร้อมกบั ปล่อยเชอื กที่เหลือ
ค. เม่ือตะขอเก่ยี วในหนา้ ต่างหรือหลงั คา ดงึ เชือกใชม้ ่ันคง ก่อนทจี่ ะปีน เม่ือใชห้ น้าต่าง จะต้องดึงให้โยธ
กา มาท่ีมมุ ของหนา้ ตา่ งและลองดึงดูให้ม่นั ใจวา่ โยธกาไดเ้ กาะเกีย่ วอย่างมั่นคงพอทจี่ ะรบั น้าหนกั ได้
รวมทั้ง การไต่ข้ึนควรหลกี เล่ยี งการผ่านหนา้ ตา่ งที่อย่ใู นช้ันต่ากวา่
ง. วธิ กี ารใชโ้ ยธกาเป็นวิธกี ารท่กี ารท่ีพงึ ประสงคน์ ้อยทส่ี ุด ใช้เมื่อไม่สามารถใช้วธิ ีการอ่ืนได้แลว้ วธิ ีการน้ี
เป็นวธิ ีการหน่ึงทดี่ ีในการเคล่ือนท่ี จากหลังคาอาคารหน่งึ สหู่ ลังคาอีกอาคารหน่งึ ซ่ึงจะให้การ
ซ่อนเรน้ ได้
ภำพกำรใชโ้ ยธกำ Collapsible Grappling Hooks
โยธกาท่ใี ชใ้ นทบ.สหรัฐมีทัง้ ที่ทาจากเหล็ก(30US$)และไททาเนยี ม( 70US$ )
๕-๑๓ ไต่กำแพง
ในขณะท่หี นว่ ยกาลงั ปืนกาแพงอยู่ ทหารจะตกเปน็ ป้าทเี่ ปิดเผย มาตรการในการซอ่ นเรน้ ทง้ั มวลต้อง
นามาใช้ ควนั และ มาตรการการเบย่ี งเบนความสนใจจะชว่ ยจะชว่ ยใหก้ ารเขา้ สทู่ ่หี มายสาเร็จ การใชค้ วน
จะต้องมที าใหส้ อดคล้องกบั ทิศทางลม มาตรการการเบีย่ งเบนความสนใจเชน่ การยงิ การตะโกน การ
เคลื่อนท่ลี วงโดยสว่ นอ่ืนๆ เพ่ือดงึ ความสนใจข้าศึก
ก. ในขณะท่ีทหารปนี กาแฟงจะเปน็ จุดออ่ นต่อ พลซมุ่ ยงิ ขิงขา้ ศกึ ทหารทีจ่ ะเคล่ือนท่จี ะตอ้ งมีการคุ้ม
กนั ดว้ ยการยงิ พ้ืนที่ ระหว่างอาคาร จะเป็นท่ีมีพื้นการยิงดีทง้ั สองฝ่าย การใช้อาวุธ ท่เี หมาะสมใน
การกดดันขา้ ศึก ซึ่งไดแ้ ก่ เคร่ืองยิงลกุ ระเบดิ ขนาด ๔๐ มม.เอ็ม ๒๐๓ จะสามารถใชใ้ นการกาจัด
ข้าศกึ ในห้องได้เปน็ อยา่ งดีโดยการยงิ ผา่ นหน้าต่าง
ข. ไม่ควรไตก่ าแพงด้วยเชือกผ่านหน้าต่างหอ้ งท่ยี งั ไม่กวาดล้าง และหลีกเลี่ยงการผ่านหนา้ ตา่ งชน้ั ที่
ตา่ กวา่ และ หนา้ ต่างห้องท่ยี ังไม่ได้กวาดล้าง อาวุธประจากายควรสะพายอยู่ที่ไหลด่ า้ นที่ใช้ยงิ หรอื
ในลักษณะทส่ี ามารถใชง้ านได้รวดเร็ว และควรกวาดล้างหอ้ งทอี่ ย่ตู า่ กวา่ ด้วยระเบิดกอ่ นที่ จะออก
จากหน้าตา่ ง ควรดึงสลักออกกอ่ นท่จี ะโผล่ออกไปท้งั นี้เพอ่ื ใหส้ ามารถใช้มือเพยี งข้างเดียวในการ
โยนระเบดิ กอ่ นทีจ่ ะเขา้ ทุกหน้าต่างควรจะกวาดล้างดว้ ยระเบิดก่อนทุกครัง้
ค. การเข้าหนา้ ตา่ งจะต้องทาตวั ให้ตดั กบั เสน้ ขอบฟา้ น้อยท่สี ดุ ( ภาพ ๕-๒๐ ) อาจจะเข้าโดยใชห้ วั
เข้าไปก่อน วธิ ีที่ ควรจะใชค้ ือ การใช้ขาข้างหนึง่ เกี่ยวขอบหน้าตา่ งไวก้ ่อน และเขา้ ในลักษณะ
ตะแคงขา้ ง ละกางขาคร่อมไว้
ภำพ ๕- ๑๙ กำรใช้ เอม็ ๒๐๓ ช่วยในกำรตอ่ ต้ำน พลซุ่มยงิ ขำ้ ศกึ
ภำพ ๕-๒๐ กำรเขำ้ หน้ำตำ่ งทีต่ ้องกำร
๕-๑๔ กำรลงทำงดงิ่ Rappelling (ภาพ ๕-๒๑ ) การลงทางดง่ิ เป็นเทคนคิ ที่ ใช้เข้า จากช้นั บนของอาคาร จาก
ดาดฟ้า หรือหลงั คา ของอาคารสูงเขา้ สู่หนา้ ตา่ ง
ภำพ อุปกรณท์ ่ีใชใ้ นกำรลงทำงด่งิ
๕-๑๕ กำรเขำ้ จำกชั้นลำ่ ง
ถ้าเป็นไปได้ควรกวาดล้างอาคารจากชน้ั บนลงชัน้ ล่าง แตใ่ นบางคร้ังถ้าไม่สามารถเข้าจากชนั้ บนได้ การ
เข้าจากชนั้ ลา่ งเป็นเพยี งหนทางปฏบิ ัติทางเดยี วทเ่ี หลืออยู่ เมอ่ื จาเปน็ ต้องเข้าอาคารจากช้ันลา่ ง ควรหลกี เลย่ี ง
การเข้าทางหนา้ ต่าง และประตูเพราะ ขา้ ศึกอาจจะวาง กับระเบิด แสงเคร่ือง หรือ มีการคุ้มกนั ดว้ ยการยงิ
ข. เม่ือต้องเข้าจากช้นั ลา่ งควรใช้ ระเบดิ ทาลาย เจาะทางเข้า , ปืนใหญ่ รถถัง , อาวุธตอ่ สูร้ ถถัง หรอื
วิธกี ารอื่นๆ ทค่ี ลา้ ยกนั เพื่อสร้างทางเข้าใหม่ ในการท่ีจะหลีกเลีย่ ง กบั ระเบิด และควรเข้าอย่าง
รวดเร็วหลงั จากทมี่ กี ารเจาะ ด้วยการระเบดิ หรือวิธกี ารอนื่ ๆ
ค. เม่ือจาเป็นต้องเขา้ ทางประตหู รอื หนา้ ต่างโดยท่ีหลกี เลี่ยงไม่ไดแ้ ลว้ ควรใช้ การยิงสนบั สนุน หรอื จรวด
ต่อส้รู ถถงั ขนาดเบา ยิงเข้าไปก่อน
ง. ก่อนท่ีจะเข้าอาคาร จะต้องขวา้ งระเบดิ ทป่ี ล่อยสลักนริ ภยั มาแล้ว ๒วนิ าที เขา้ ไป เพื่อขยายผลจาก
การระเบิดจากครง้ั แรก ถ้าอาคารเปน็ อาคารท่ีมวี สั ดทุ ีต่ ิดไฟหรอื ตดิ ไฟง่าย จะต้องมีการประสาน
หนว่ ยขา้ งเคียงก่อนและขออนมุ ตั ิหน่วยเหนอื ก่อนทจ่ี ะปฏบิ ตั ิ เพราะแรงระเบิดอาจจะทาให้อาคาร
พงั ทลายลงมา ( สาหรบั ตัวอยา่ ง เทคนิคการ เข้าส่อู าคาร จากชน้ั ล่าง ดงั ภาพ ๕-๒๒ )
ภำพ ๕-๒๒ กำรเข้ำหน้ำต่ำงจำกช้ันทตี่ ำ่ กว่ำ
ภำพ ๕-๒๒ กำรเขำ้ หนำ้ ต่ำงจำกชัน้ ท่ตี ำ่ กว่ำ ( ตอ่ )
๕-๑๖ กำรใชร้ ะเบิดขวำ้ ง
ระเบดิ ข้างเป็นยทุ โธปกรณ์ท่ีมีประโยชน์มากในการรบในพ้นื ที่สิง่ ปลกู สร้าง โดยเฉพาะ ในการเขา้ ตี ทหารควร
จะขว้างระเบดิ ก่อนทจ่ี ะ เข้าโพรง ขึ้นบนั ได และการเข้าพ้ืนทีอ่ น่ื ๆ โดยจะต้องขว้างได้ท้ังสองมือ และ ท้ังการ
ขว้างแบคว่ามือและหงายมือ การขวา้ งจะตอ้ งปล่อยใหส้ ลักออกก่อน ๒ วนิ าทีกอ่ นท่จี ะขวา้ ง ท้งั น้เี พื่อ ป้องกนั
การขว้างกลับ ของข้าศึก
ก. วัสดุท่ีใชใ้ นการก่อสร้างอาคารท่หี มาย มผี ลตอ่ การใชร้ ะเบิดขว้าง ระเบิดขวา้ งจะมีสะเก็ดมากทั้งน้ี
เมอ่ื วสั ดุที่ทาผนงั อาคาร เป็นไม้อัดบางหรือ วสั ดุท่บี าง เม่ือมีหารใช้ระเบดิ ทหารจะต้องหมอบ
โดยหันศีรษะท่ีมีหมวกนิรภัยไปยงั ทศิ ทางที่ระเบดิ หรือไปยังทที่ ปี่ ลอดภยั จะสะเกด็ ทจี่ ะทะลุผา่ น
ผนงั ท่หี มายออกมา
ข. ทหารควรขว้างระเบิดเขา้ ไปก่อนเขา้ ทกุ ครั้ง เพื่อ กาชดั ขา้ ศึกท่ีอาจจะอยูบ่ ริเวณทางเขา้ การใช้
เคร่อื งยิงลูกระเบิด เอ็ม ๒๐๓ เป็นวธิ หี น่ึงที่จะกวาดล้างห้องท่ีอยชู่ ัน้ บน
ค. เมื่อต้องขวา้ งระเบดิ เขา้ อาคาร ทหารจะต้องยืน อยู่ ใกล้กบั อาคารเพื่อ การกาบัง และกาลงั พลท่ี
ขว้างและกาลังพลท่ีเหลอื จะตอ้ งหาพ้ืนทท่ี ี่จะเขา้ ไปหลบเม่ือ ลกู ระเบดิ ไม่เขา้ หนา้ ต่าง และหล่น
ลงมาส่พู น้ื
ง. ก่อนขวา้ งจะต้องปล่อยกระเดื่องนริ ภัยทงิ้ ไว้ ๒ วนิ าที และก้าวออกไปไกลพอทจี่ ะ โยนระเบิดข้ึน
ไปยังช้นั บน อาวธุ ประจากายจะต้อง เก็บไว้ยงั ข้างไมไ่ ม่ได้ขวา้ งระเบดิ เพ่ือใหส้ ามารถใช้อาวธุ ได้
หรือในทา่ ทส่ี ามารถใชอ้ าวุธได้อยา่ งรวดเรว็ จะต้องไม่วางอาวธุ ประจากาย ไวข้ ้างนอกหรอื ใน
อาคาร ( ควรใชส้ ายสะพาย ) เม่อื ระเบดิ ระเบิด กาลงั พลทเี่ หลือจะต้องเข้ากวาดลา้ งต่อไปอยา่ ง
รวดเร็ว การใช้เทคนิคนจี้ ะต้องใช้เม่ือกระจกหนา้ ตา่ งอาคารแตกอยู่แลว้ มฉิ ะน้นั ระเบดิ อาจจะ
กระดอนกลับมายงั ผขู้ ว้างได้
จ. ถ้าจะต้องใช้บันไดอาคาร ก่อนอื่นจะต้องตรวจดู กับระเบดิ และ ขว้าง ระเบิด ไปยงั ทางข้ึนบนั ได
และเคล่ือนท่เี ข้ากวาดล้างหลังจากท่รี ะเบิดระเบดิ
ภำพท่ี ๕-๒๓ กำรขวำ้ งระเบิด ผำ่ นหน้ำตำ่ ง
ขอ้ ควรระวงั
หลงั จากขว้างระเบดิ ทหารจะต้องตะโกนคาว่า ระเบดิ ( frag out )ทันที เพื่อเป็นการเตอื นว่าระเบิด
ไดข้ ว้างไปแล้ว และ จะตอ้ งหาท่ีกาบัง เพราะระเบดิ อาจจะกระดอนกลับ หรอื ถูกขว้างกลบั หรือ
ขา้ ศกึ อาจจะยงิ ใส่ กาลังพลท่ขี ว้าง
ฉ. วธิ ีการทดี่ ที ี่สดุ ในการเขา้ สอู่ าคารคอื การเจาะ ผนงั อาคารภายนอก การขว้างระเบิดจะต้องขวา้ ง
ผ่านโพรง และใชท่ ่ีกาบังท่ีดีที่สุดทีม่ อี ยู่ เช่น มุมชั้นล่งของอาคาร ( ภาพ ๕-๒๔ )
ภำพ ๕-๒๔ กำรขว้ำงระเบดิ ผำ่ นโพรง
เมื่อจะตอ้ งเข้าประตู ทหารจะต้อง ระวัง กับระเบิด ประตูสามารถเปิดดว้ ย การใช้มอื เท้า การยิง หรอื การใช้
เครอ่ื งมือ กล เชน่ ขวาน ค้อน เม่ือ เปดิ ประตทู หารจะต้อง ใชท้ ีม๒ นาย โดยจะต้อง อยู่ข้างใดขา้ งหน่ึงของ
ทางเข้าประตูไม่ขวางทางเข้าประตู การข้าประตู วธิ ีหนึ่งคือการใช้การยงิ รอบลูกบดิ และถีบประตใู ห้เปิดออก
ตามภาพ ๕-๒๕
ช. การยิงจะใชก้ ารยงิ แบบอตั โนมตั ิสน้ั ๆ รอบลูกบิดหรือกลอนประตู เพื่อทาลายตวั ล๊อก วิธีอน่ื เชน่
การใชข้ วาน หรอื วัตถุระเบิด ( ถา้ มี ) เม่ือไม่มอี ุปกรณ์ใดเลยวธิ ีสดุ ทา้ ยทีจ่ ะใช้คือการถบี ด้วยเทา้ ( วธิ นี ีม้ ีข้อเสยี
คอื จะเปน็ การ เตือนขา้ ศกึ ท่อี ยู่ขา้ งในและมโี อกาสท่จี ะถกู ยิงสวนออกมามาก )
เมอ่ื ประตเู ปดิ ออก จะต้องขว้างระเบดิ เข้าไป ทหารเขา้ ไปคนแรกให้เข้าไปทางซา้ ย หรอื ขวา ยิงทหี่ มายท่ีตรวจ
การพบทันที ด้วยการยิงเรว็ หรือ การยงิ อัตโนมตั ิแบบสนั้ ๆ และตรวจการณ์ไปรอบห้อง ส่วนทเี่ หลอื ให้การ
ระวังป้องกนั คนแรกจะเปน็ คนกาหนดว่าคนต่อไปจะเข้ามาวางตัวที่ไหน
ด้วยการสั่งวา่ .” คนตอ่ ไป ทำงซ้ำย (ขวำ )“
คนท่ีเขา้ มาต่อไปจะตะโกนวา่ “ มำแลว้ ทำงซ้ำย ( ขวำ ) “
เมอ่ื คนต่อไปเขา้ มาถึง ก็ใหต้ รวจการณ์และยงิ ถา้ มีท่ีหมายปรากฏ
เมอื่ ต้องการคนเข้าห้องเพมิ่ ผู้ท่อี วุโส ทสี่ ุดจะตอ้ งสง่ั วา่ “ คนต่อไปเขำ้ มำ “
คนในทมี แตะละคนจะตอ้ งรู้วา่ กาลังพลท่ีอยู่ในชดุ เดยี วกนั อยทู่ ี่ ไหน การฝกึ ให้เกิดความสมั พนั ธร์ ะหว่างเพื่อ
รว่ มทมี ชุด มคี วามสาคญั มากในการปฏิบัตกิ ารเข้ากวาดล้างระดับชุด หรือ ทีม
ภำพที่ ๕-๒๕ กำรยิงเพ่ือเขำ้ ประตู
(ขอ้ ควรระวังคือวสั ดุที่ทำประตู อำจจะเกิดกำรสะท้อนกลบั ของกระสนุ ซึ่งอำจจะเปน็ อนั ตรำยกบั คนท่ี
อยใู่ กล้ )
การเคลอ่ื นท่ีผา่ นโพรง ทหารจะตอ้ งทาตัวใหต้ ่า และใชท้ ี่กาบังที่ดีทีส่ ดุ ทีม่ ีอยู่ ใหเ้ หมาะสม
ช. ถึงแม้วา่ วธิ ีท่ีดีทสี่ ดุ จะเป็นการกวาดล้างจากบนล่าง แต่ในบางครง้ั ก็เปน็ ไปไม่ไดท้ จ่ี ะการกวาดล้าง
จากบนลา่ ง ทหารอาจจะต้องเจอกับการใช้บันไดในอาคาร ระเบิดยงั มีความจาเป็นในการขึน้
บนั ได
การขว้างควรใช้การขว้างแบบหงายมือ( ดงั ภาพ ๕-๒๖ ) เมอื่ กวาดล้าง ชน้ั บนเรียบร้อย จงึ จะลง
มากวาดล้างช้ันล่างต่อ ( ในกรณที ี่เข้าจากชัน้ ทอี่ ยู่กลาง )
หมำยเหตุ
ในการรบในพ้นื ท่ีสงิ่ ปลกู สร้าง มีความจาเปน็ จะต้อมีการการส่งกาลังโดยเฉพาะ สป. ลูกระเบดิ ขวา้ ง อยา่ ง
ต่อเน่ือง เนื่องจาก มกี ารใช้ ลข. เป็นจานวนมาก ในการวาดลา้ งอาคาร
ภำพท่ี ๕-๒๖ กำรขวำ้ งระเบิดขึ้นบนั ได
ตอนท่ี ๓ ท่ตี ั้งยิง
ความสาเร็จในการเข้า ตี ต้งั รบ หรอื รน่ ถอย ขึ้นอยู่กับ ความสามารถของทหารแต่ละบคุ คลในเร่ืองความ
แมน่ ยาในการใช้อาวุธ ตอ่ ขา้ ศึก และ การลดเป้าหมาย กาลงั พลแต่ละนายจะต้อง คน้ หาและใช้ทตี่ ้ังยิงอยา่ ง
รวดเร็วเหมาะสม
๕-๑๗ ท่ตี ้ังยงิ เรง่ ด่วน
ที่ตั้งยงิ เร่งดว่ นมักจะใช้เม่ือ การเขา้ ตใี นตอนตา้ น เปน็ ตาบลท่ี ทหารสามารถยิงไปยงั ข้าศึกได้ และสามารถ
กาบังการยิงจากขา้ ศึก ในบางคร้งั อาจจะถูกบงั คบั ให้ใชท้ ่ีดงั กลา่ วเพราะ ขา้ ศึกยิงกดดนั อยู่ โดยทท่ี ่ตี ้งั ยงิ หรอื ที่
วางตวั ดังกลา่ วไมม่ ีการเตรียมไวก้ ่อน
ตัวอยา่ ง เชน่ การใช้ กาแพง , มุมอาคาร หนา้ ตา่ ง โพรง หรือ หลงั คาบา้ น
ก. มุมอาคาร มมุ อาคารสามารถให้การกาบงั ได้ในการเป็นท่ีวางตวั เรง่ ดว่ น
๑. ผยู้ ังควรจะสามารถยิงได้ท่งั จากไหล่ซา้ ยและขวา ข้อผิดพลาดส่วนมากเกิดจากการใชไ้ หล่
ผิดข้างหรือใช้ท่ายงิ ท่ี ทาใหต้ ัวตอ้ งโผลอ่ ออกไปมาก การใช้ท่ายิงท่ถี ูกต้องจะลดเป้าหมาย
ไดด้ ี
๒. ขอ้ ผิดพลาดอีกประการหนง่ึ คือการโผล่ออกไปในระดับความสูงของรา่ งกายปกตทิ ่ีขา้ ศึก
คาดการณ์ไว้
ข. การใชก้ าแพงควรยงิ จากทางด้านข้างของกาแพง ดงั ภาพ ๕-๒๗
ภำพ ๕-๒๗ กำรยงิ ในจำกด้ำนขำ้ งของกำแพง
ค. การใชห้ นา้ ต่าง หน้าตา่ งให้ความสะดวกในการตรวจการณ์เละเปน็ ทตี่ งั้ ยงิ ที่ดี ไมค่ วรใช้ทา่ ยืนยงิ เพราะ
จะตกเป็นเป้าทช่ี ัดเจน รวมท้ังไฟจากปากกระบอกปนื จะเป็นทส่ี ังเกตของขา้ ศึกได้เป็นอย่างดี
ตาแหนง่ ในการยิงจากหน้าต่างที่เหมาะสมควรอยหู่ ่างจากขอบหนา้ ต่างลึกเขา้ ไปในห้อง และใชท้ ่า
คกุ เข่าหรือนัง่ เพื่อลดเป้าหมาย ดงั ภาพ ๕-๒๘
ภำพ ๕-๒๘ กำรยิงจำกหน้ำต่ำง
ง. การยงิ จากโพรง ทหารอาจจะทาการยิงผ่านโพรงตามผนงั และหลีกเล่ียงการใชห้ น้าตา่ ง(ภาพ ๕-๒๙ )
โดยควรวางตวั ลึกเข้าไปจากปากโพรง เพ่ือไมใ่ ห้ปลายปากกระบอกปนื โผล่ออกจากผนัง และทั้งยงั เป็นการพรา
ไฟจากปากลากลอ้ งดว้ ย
ภำพท่ี ๕-๒๙ กำรวำงตัวในกำรยงิ ผ่ำนโพรง
จ. กำรยิงบนหลังคำ หลังคาจะเปน็ พ้ืนท่ที เี่ หมาะสมในการวางพลซุม่ ยงิ เน่ืองจาก มีพนื้ การตรวจการณ์
และพน้ื การยงิ ที่ดี ( ภาพ ที่ ๕-๓๐ ) ปลอ่ งไฟ ชอ่ งระบายควนั หรือ วัตถุอ่นื ๆ บนหลังคาหรอื ดาดฟ้า
จะช่วยในการกาบังและลดเป้าหมายได้เปน็ อยา่ งดี
ภำพ ที่ ๕-๓๐ กำรวำงตวั บนหลงั คำ
ฉ. กรณที ี่ไม่มีทวี่ างตวั เมอ่ื ทหารอยใู่ นพืน้ ที่เปดิ ระหว่างอาคาร เชน่ ถนน หรอื ซอย และถูกขา้ ศึกโจมตี
จากอาคาร ทอี่ ยู่ข้างหนา้ และไม่มีท่ีกาบงั ทหารจะต้องเขา้ ไปนอนหมอบหาทีก่ าบงั ให้ใกล้กบั อาคารท่ี
ข้าศึกอยู่ หรอื ฝ่ังเดียวกับท่ขี ้าศกึ อยู่ โดยให้ชิดกับตัวอาคารให้มากท่ีสดุ จะทาใหข้ า้ ศึกไม่สามารถทา
การยงิ จากข้างในอาคารได้ และถา้ ต้องการยิงจะต้อง โผล่ออกมาจากหนา้ ต่าง เพอ่ื มายิงฝ่ายเรา
ช. กรณีที่ไมม่ ีท่กี าบัง เมือ่ ไม่มที ่ีกาบัง หนทท่ี ่ดี ที ่สี ดุ คอื การเคลื่อนท่ีอย่างรวดเร็วและหาหมออยใู่ นพน้ื ท่ที ่ี
มเี งา และไม่ทาตัวตดั กบั ขอบฟา้ , สง่ิ ก่อสรา้ งหรืออาคาร
๕-๑๘ กำรเตรยี มท่ตี ัง้ ยิง
ในการเตรียมทีต่ ้งั ยงิ หรอื ทีว่ างตวั มไี วเ้ พ่ือเตรยี มทาการยิงตอ่ ที่หมายในพืน้ ท่ีหนงึ่ ซง่ึ จะตอ้ ง พิจารณา
ถึง เส้นทางการเคลอ่ื นท่ีเขา้ และออก ตาแหน่งข้าศกึ การลดเป้าหมาย รวมทง้ั การสิง่ กีดขวาง ตัวอยา่ งของ การ
เตรยี มท่ตี ง้ั ยงิ เช่น การปิดกน้ั หนา้ ต่าง , การดดั แปลงโพรง , การทาที่วางตัวพลซุ่มยิง ทต่ี ั้งยงิ อาวุธต่อสู้ยาน
เกราะ และท่ตี งั้ ยิงปนื กล
ก. ทต่ี ง้ั ยิงโดยธรรมชาติ สง่ิ หน่งึ ไดแ้ ก่ หนา้ ต่าง ซง่ึ จะตอ้ งมีการดดั แปลงโดยการปดิ กัน้ หนา้ ตา่ ง และ
เหลือช่องยิงไว้ สาหรบั ผ้ยู ิง ดงั ภำพ ๕-๓๑ การปดิ กั้น อาจจะสรา้ งจากวสั ดทุ ่ีร้ือมาจากภายในอาคารเอง หรือ
วัสดุที่เตรียมมา การทาเคร่ืองปิดกัน
ควรหลีกเล่ียง
๑ การปดิ แตห่ นา้ ต่าง เพราะจะเปน็ ทส่ี งั เกตได้งา่ ย
๒. การทาชอ่ งยิง เป็นส่ีเหลยี่ มอย่างประณตี เพราะจะทาให้เป็นท่สี ังเกตเชน่ กนั
ชอ่ งยิงไม่ควรทาใหเ้ ป็นระเบียบ , การยงิ จากสว่ นล่างของ หนา้ ตา่ งจะทาให้สังเกตได้ยาก ควรมีการใช้กระสอบ
ทรายเสรมิ เพ่ือการกาบงั , กระจกหน้าต่างควรเลาะออกทั้งหมด, มา่ นท่ีเปน็ ผา้ ถักจะทาให้ผูย้ งิ สามารถ ตรวจ
การณไ์ ด้โดยเป็นการพรางจากสายตาของขา้ ศึก ผ้าห่มเปยี กจะช่วยลดฝ่นุ ที่จะเกดิ จากการยิงปนื ได้เป็นอยา่ งดี
ลวดตาขา่ ย / จะช่วยในการป้องกนั ลข.จากข้าศึกไดเ้ ป็นอย่างดี
ข. ถงึ แม้ว่าหน้าตา่ งจะเป็นทีต่ ง้ั ยิงอยา่ งดี แต่บางคร้ังก็ไม่สามารถที่จะครอบคลุมพน้ื ที่รับผดิ ชอบได้หมด
(๑) เพือ่ หลีกเลีย่ ง การวางตวั เปน็ รูปแบบทีส่ ามารถคาดเดาได้ ผยู้ งิ จะตอ้ งเตรยี มช่อง หรือโพรงไว้
อาจจะใช้การเจาะ สรา้ งโพรงที่จะใช้ในการตรวจการณ์ให้ครอบคลุมพื้นทร่ี บั ผดิ ชอบ เพื่อ
สามารถตรวจการณ์ และทาการยงิ เมื่อ ช่องยิงจากหนา้ ตา่ งไม่สามารถตรวจการณ์หรือทาการ
ยิงเป้าหมายได้
(๒) กระสอบทรายควรตง้ั เพื่อเสริมความแข็งแรง ควรวาง ทง้ั ด้านลง ด้านขา้ ง ด้านบน ควรวางไว้
เพ่ือป้องกนั หากมีการระเบิดจากด้านลา่ ง ( ถ้าที่ตงั้ ยิงอยู่ชัน้ บน ) ควรตง้ั กาบงั ด้านหลงั ด้วยเพ่ือ
ปอ้ งกนั การระเบดิ จากขา้ งใน
(๓) โต๊ะ , พน้ื เตยี ง หรือวัสดุอื่นๆ ควรนามาใช้ในการทาท่กี าบงั เหนือศีรษะ เพ่ือป้องกนั วัสดุ หรือ
การระเบดิ ท่ีเกดิ ขน้ึ ด้านบน
(๔) ควรเจาะรเู พิ่มและสง่ิ ของที่ไม่ใช้ในอาคารวางเพ่ือใหข้ า้ ศึกสับสน
ภำพ ๕-๓๑ กำรเตรยี มทีต่ งั้ ยิงจำกหนำ้ ตำ่ ง
ภำพ ท่ี ๕-๓๒ กำรเตรยี มที่ตั้งยงิ จำกโพรงในอำคำร (ภาพทเี่ ห็นเป็นภาพตัดขวาง )
ค. ปลอ่ งไฟหรือสิ่งก่อสรา้ งอ่นื ๆบนหลงั คา จะเปน็ ที่วางตัวของพลซุ่มยิงได้เป็นอย่างดี บางสว่ นของ หลงั คา
อาจจะถูกถอดออกเพ่อื ให้ เป็นทวี่ างตัว ควรวางตวั ในอาคาร อยู่บนคาน หรือพ้ืนที่ มัน่ คง เหลอื เพียงแคไ่ หล่
และหัวเท่าน้ันทโ่ี ผล่ขน้ึ (หลงั ปลอ่ งไฟ) กระสอบทรายวาอยขู่ า้ งๆ เพื่อป้องกนั พลซุ่มยิงฝ่ายตรงขา้ มยงิ จาก
ทางปีก
ง. ถา้ ไม่มสี ่งิ ก่อสร้างที่อยู่บนหลงั คา ท่ีวางตวั ควรอยใู่ ต้หลงั คา เสรมิ ความแข็งแรงดว้ ยกระสอบทราย และถอด
เอาวัสดมุ งุ หลงั คาเพยี งบางส่วนออกเพ่ือ ใหส้ ามารถตรวจการณ์และทาการยงิ ได้ ควรมกี ารรือ้ วสั ดมุ งุ หลงั คา
ในทีอ่ ื่นออกดว้ ยเพ่ือสรา้ งความสับสนให้กบั ข้าศึก
ภำพ ๕-๓๓ กำรวำงพลซุ่มยิงใตห้ ลงั คำ
จ. ข้อพิจารณาในการเลอื กและการเข้าทีว่ างตัว ได้แก่
(๑) ใชท้ กี่ าบงั และซ่อนพรางที่มีอย่ใู ห้เกดิ ประโยชน์สงู สดุ
(๒) หลกี เล่ยี งการยงิ เหนือทีก่ าบัง ถ้าเปน็ ไปไดใ้ หย้ ิงจากดา้ นขา้ ง
(๓) หลกี เลย่ี งการทาตวั ตดั กบั อาคารทีม่ สี ีอ่อน( สวา่ ง ) และไม่ทาตวั ตัดกบั เส้นขอบฟา้
(๔) เลือกท่วี างตัวใหมอ่ ยา่ งระมัดระวงั
(๕) หลกี เลี่ยงการวางตัวทเ่ี ปน็ รปู แบบ
(๖) ให้โผลจ่ ากทกี่ าบังหรือพื้นทีเ่ ปิดให้น้อยท่ีสุด เม่ือต้องไล่ออกไปให้รวดเร็ว
(๗) ดดั แปลงและปรับปรุงทว่ี างตัวเรง่ ด่วนทันทหี ลังจากเข้าท่ีวางตวั เม่ือมีเวลา
(๘) จาไว้วา่ ท่ีวางตวั ที่มกี ารกาบงั ทางระดบั พน้ื อาจจะไม่ให้การกาบังจากช้นั ท่ีสงู กวา่
ฉ. ในการเข้าพนื้ ท่สี ่งิ ปลูกสรา้ ง อาวุธไรแ้ รงสะท้อนและ อาวุธตอ่ ส้รู ถถังนาวิธี จะต้องมีการเลือกอยา่ ง
ระมดั ระวังมาก เนื่องจากจะต้องคานึงถึงอันตรายจาก เปลวไฟท้ายรงั เพลิง ในบางครงั้ พลยงิ อาจจะไม่
มเี วลาพอท่ีจะพังกาแพงท่ีอยู่ขา้ งหลัง ดังนนั้ จะตอ้ งเลือก ท่ีทม่ี ีทใี่ นการระบายเปลวไฟทา้ ยรังเพลิง เชน่
หนา้ ต่างท่ีมุมอาคาร ท่ี ลกู จรวดจะออกผ่านหนา้ ตา่ งหนึ่ง และ เปลวไฟท้ายรังเพลงจะออกอีกหน้าต่าง
หนึ่ง มุมของอาคารจะต้องมกี ารเสริมความแข็งแรงด้วยกระสอบทราย ( ภาพ ๕-๓๔ )
ภำพท่ี ๕-๓๔ ท่ีต้ังยิงอำวธุ ตอ่ ส้รู ถถงั มุมอำคำร
ช. หมู่ ปล. ในการเขา้ ตี หรือการตัง้ รบั ในพนื้ ท่สี ง่ิ ปลกู สรา้ งมักจะได้รับอาวุธ ตถ.มาขนึ้ สมทบดงั นัน้ ผบ.
หม่จู าเป็นต้องสามารถเลือกท่ีต้งั ยิงของ อาวธุ ตถ.ได้เปน็ อย่างดี เพ่ือง่ายในการควบคุม
ซ. หลกั การเลอื กท่ีต้ังยิง อาวธุ ตถ มหี ลายขอ้ เช่น ใชท้ ่ีกาบงั ที่มีอยู่ให้เกดิ ประโยชนส์ งู สุด , สามารถให้
การสนบั สนนุ หรอื ชว่ ยเหลือกันได้ , พิจารณาพืน้ ทส่ี าหรบั เปลวไฟท้ายรังเพลงิ
ฌ. การปฏิบตั กิ ารในพน้ื ทีส่ ิง่ ปลุกสร้างทหารจะต้องเลอื กท่วี างตัวสารองไวห้ ลายๆที่ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ
เมื่อ ทวี่ างตัวหรือโครงสร้างอาคารท่วี างตวั ไมส่ ามารถให้การกาบงั จากกระสุนปล.ได้ และควรท่จี ะใช้
เงามอื ในอาคารใหเ้ ป็นประโยชน์ในการเปน็ ทีว่ างตัว
ญ. อาวธุ ไร้แรงสะทอ้ นและ อาวุธ ตถ. สามารถใชท้ ี่กาบังจากปล่องไฟหรือสงิ่ กอ่ สร้างบนบนหลงั ( ภาพ ๕-
๓๕ ) และด้านหลงั ควรเสรมิ ด้วยกระสอบทราย
ภำพ ๕-๓๕ กำรวำงอำวุธ ตถ.หรอื ปรส.บนหลังคำ
ฎ. เมือ่ มีการเลือกที่ตั้งยงิ อาวุธ ตถ.หรอื อาวุธไรแ้ รงสะท้อน ควรใช้ เศษวสั ดุ มุมอาคาร หรือซาก
ยานพาหนะ มาใช้ในการเปน็ ทก่ี าบังให้กับพลประจาปืนนัน้ ๆ อาวุธ ตถ.สามารถเคลอื่ นย้าย ไปตาม
หลังคา ( ดาดฟ้า ) เพื่อหามุมยิงท่ดี ีทีส่ ุด ซึ่งจะสามารถยิงยานเกราะขา้ ศึกได้ ถ้าเปน็ อาคาร ท่ีมกี าร
ยกระดบั จะสามารถใชต้ ัวอาคารในการเป็นทก่ี าบังเหนือศีรษะ ( ภาพ ๕-๓๖ )ตอ้ งพิจารณาถงึ
อันตรายจากเปลวไฟท้ายรังเพลิงในการหาทที่ โ่ี ปร่งพอท่จี ะไม่เกดิ อนั ตรายกับผู้ยิง หรือ กาลังพล
ใกล้เคยี ง
หมายเหตุ : เมอื่ มีการยิงจากพน้ื เอยี ง มุมยงิ จะตอ้ ง ไม่มากกว่า ๒๐ องศากับพนื้ ระดบั หรือพนื้ ท่ีทาการยิง และ
เมื่อยงิ ในอาคารจะต้อง มน่ั ใจวา่ มพี ืน้ ท่ี อย่างนอ้ ย ๑๐ x ๑๕ ฟตุ และต้องไมม่ ีเศษฝุ่นผงมาก แชะจะต้องมี
ประตู หน้าตา่ ง หรือโพรง ท่จี ะเปน็ ทางระบายออกของเปลวไฟท้ายรังเพลงิ
ภำพที่ ๕-๓๖ กำรตั้งยิงอำวุธ ตถ.โดยใชอ้ ำคำรเป็นท่กี ำบังเหนือศีรษะ
ฏ. ปืนกลไม่มียา่ นอันตรายทา้ ยรังเพลงิ จึงสามารถวางเกือบทุกที่ ในการเข้าตี หนา้ ตา่ ง ประตู เป็นท่ีต้ังยิง
ได้ แต่เน่ืองจาก หน้าต่างและประตลู ้วนเปน็ ทท่ี ี่ข้าศกึ มกั จะตรวจการณ์ และทาการยิง จึงควร
หลกี เล่ียง ผนงั ที่ถกู จา เปน็ ท่ีตง้ั ยงิ ได้เป็นอยา่ งดี เมอื่ ไม่มโี พรง เราสามารถใช้วตั ถุระเบดิ ขนาดเล็กเจาะ
เพื่อสร้างโพรง เพื่อเปน็ ชอ่ งยิง
ภำพที่ ๕-๓๗ กำรตง้ั ยงิ ท่ีประตู
ภำพ ๕-๓๘ กำรต้ังยิงปนื กลจำกโพรงผนังอำคำร
ฐ. ในการเขา้ ยึดอาคาร ทหาร ทหารจะต้องปิดก้ันหน้าต่างโดยเหลอื ช่องเลก็ ๆไว้และสามารถใชป้ ระตู
หรือหนา้ ตา่ งเป็นชอ่ งยงิ ได้ โดยเฉพาะใชเ้ ปน็ ช่องยิงสารอง
ฑ. ชอ่ งยิงจากโพรงเป็นวธิ ีการทค่ี วรใชอ้ ยา่ งมากในการตั้งรบั ไมค่ วรสร้างอย่างเป็นระเบยี บ รปู แบบ ไม่
ควรอยูใ่ นชัน้ เดียวกันท้ังหมด ควรมหี ลายๆความสูง หลายแห่ง เพอื่ ใหย้ ากแกก่ ารพิสจู นท์ ราบของ
ข้าศกึ ,โพรงช่องยงิ ปลอม , การถอดแผน่ มุงหลังคาออก ควรทาไว้ช่วยในการลวง โพรงท่ีอยหู่ ลังต้นไม้
พุ่มไมเ้ ลก็ , โพรงใตเ้ สาขา้ งประตู
โพรงใต้ชายคาบา้ น เป็นโพรงทีถ่ กู ตรวจพบไดย้ าก
ฒ. การเพิ่ม พ้นื การยิงสามารถกระทาโดยการต้ังปนื กลที่มมุ อาคาร หรือ การใชก้ ระสอบทราบช่วยในการ
วางปนื กลใต้อาคาร วสั ดุท่มี ีอยู่เชน่ โตะ๊ เก้าอี้ เก้าอร้ี บั แขก และอุปกรณ์เคร่ืองเรือน สามารถนามาใช้
ในการทาที่ม่ันและทก่ี าบังซ่อนพรางไดเ้ ป็นอย่างดี ( ภาพ ๕-๔๐ )
ภำพ ๕-๓๙ กำรตัง้ ยิงปนื กลใต้อำคำรและกำรใช้กระสอบทรำย
ภำพที่ ๕-๔๐ กำรต้ังยิงปืนกลจำกมุมอำคำร
และกำรใช้เคร่อื งเรือนและกระสอบทรำยช่วยในกำรกำบัง
ณ. การยิงกราดของ ปก. ในบางครง้ั อาจจะกระทาไมไ่ ด้ ในบางครงั้ มีซากรถทบ่ี ัง เศษวสั ดบุ งั พลประจา
ปนื จะต้องหาทีต่ ้ังยิงใหม่ ที่มีระดับสงู ขึน้ อาจจะตั้งยิงท่ีช้ัน ๒ หรอื ช้ัน ๓ ของอาคาร ท่วี างตวั สามารถ
สร้างในหอ้ งใต้หลังคาได้ และเม่ือมีการสรา้ งโพรงช่องยิงจะต้องมีการพรางและการทาโพรงลวง
ภำพที่ ๕-๔๑
๕- ๑๙ การค้นหาเปา้ หมาย
พ้นื ท่สี งิ่ ปลุกสร้างเป็นพืน้ ทที่ ่ี ท้าทายในการปฏบิ ัติการหน่วยในการค้นหาเป้าหมาย อาคารจะบังการ
เคลอื่ นท่ี มีผลต่อการยิงเลง็ ตรงและการเลง็ จาลอง เศษวสั ดุจากการทาลายอาคาร และตัวอาคารเองให้การ
ซ่อนเร้นและการกาบัง ให้กับทง้ั ผู้ที่เข้าตีและผู้ท่ตี ้ังรับ การหาเปา้ หมายจงึ กระทาไดย้ าก ในเมืองจะมีขอ้ ดีตอ่ เรา
สามารถ ชี้ชัดแนวทางการเคลือ่ นที่เข้าสู่ทีห่ มาย ได้ ซึ่งทาใหส้ ามารถแบ่ง พื้นที่เป็นสว่ นๆไดง้ า่ ย
ก.เทคนคิ การ ลวง และการต้ังจุดตรวจการณ์ สามารถนามาประยุกตใ์ ช้ไดเ้ ป็นอย่างดี ไม่ตา่ งจากการปฏิบตั ิการ
ในพ้ืนทป่ี า่ ใชเ้ ทคนคิ การลว. ในการบอกตาแหน่งทตี่ ง้ั ข้าศึก พฒั นาเปา้ หมายสาหรับอาวธุ เล็งตรง และเลง็
จาลอง ในการตั้งรบั และ หาแนวทางการเคลื่อนท่ีท่ี ปกปิดกาบังในการรุก
ข.อาวธุ และยานพาหนะสว่ นมากจะมลี ักษณะเฉพาะท่ีแตกต่างกนั มาจากการออกแบบ และสงิ่ แวดล้อมที่
ยทุ โธปกรณ์ใช้งาน เช่น การยิงปืนรถถังในพน้ื ท่ีทีแ่ หง้ และมีฝนุ่ จะทาใหฝ้ ุ่นลอยฟุง้ ไปทวั่ หรือเม่อื รถถัง
เคลื่อนทีผ่ ่านพน้ื ท่ีสงิ่ ปลูกสรา้ งจะทาให้เกดิ เสยี งดังมากวา่ ผ่านพืน้ ที่ปา่ , หรือทหารท่เี คลื่อนที่ ผ่านถนน หรอื
กองซากประรักหกั พัง จะก่อให้เกดิ เสยี งดังมากกวา่ การเคล่ือนทีใ่ นป่า ทหารทุกนายจะต้องจดจา สังเกต
ลกั ษณะเหลา่ นไี้ มว่ ่าจะเป็นการรมองเหน็ เสยี ง และกลิ่น ที่อาจจะชว่ ยในการค้นหาเปา้ หมาย และปฏบิ ัตติ ่อ
เปา้ หมายได้อย่างรวดเร็ว
ค.การค้าหาเป้าหมายจะต้องกระทาอยา่ งต่อเน่อื งไม่วา่ จะในระหว่างการเคลอื่ นท่ีหรือการหยดุ หน่วย พ้ืนท่สี ่งิ
ปลุกสรา้ งจะให้การกาบังและซ่อนเรน้ กบั ท้งั ฝา่ ยเข้าตแี ละตั้งรบั แตโ่ ดยปกติฝ่ายตงั้ รบั จะได้เปรยี บเพราะ
อยู่ในพืน้ ที่นานกวา่ ซึ่งทาให้การคน้ หาเปา้ หมายเปน็ สิง่ ทจี่ าเป็นอย่างย่งิ เพราะวา่ ฝา่ ยไหนที่ยิงก่อนจะเป็น ผู้
ท่ชี นะในการปะทะครั้งน้นั ๆ
ง. เมอ่ื หน่วยต้องเคลอื่ นที่เขา้ ไปในพ้นื ที่ขา้ ศึก และคาดว่าจะมโี อกาสในการปะทะข้าศึก หนว่ ยจะต้องเตรยี ม
หนว่ ยท่ีอานาจกาลงั รบ เหนือกว่า โดยหนว่ ยจะตอ้ งมีการตรวจการทัง้ ในระดับเดยี วกนั และตา่ งระดับ (
ระดบั ทสี่ งู กว่าท่หี นว่ ยกาลงั เคลือ่ นที่ หรอื ช้นั บนของอาคาร )
จ.การเคลอ่ื นทีแ่ บบลักลอบ จะใชเ้ มือ่ เคลื่อนที่ในระยะท่ีไม่มาก ระหวา่ งฝา่ ยเข้าตีและตง้ั รบั ควรใช้แตท่ ัศนะ
สญั ญาณ ( สญั ญาณมอื และแขน )เท่านั้น ใชจ้ นกระท่งั มกี ารปะทะ หน่วยจะต้องหยุด ตรวจการณ์ และฟงั
การณ์ เปน็ ระยะๆเพ่ือให้มน่ั ใจวา่ หน่วยไม่ไดถ้ ูกสะกดรอย หรอื กาลงั มีขาศึกเกาะเคลื่อนที่ขนานไปกบั หนว่ ย
กาลงั ซุม่ โจมตีฝา่ ยเรา , การเลือกเส้นทางจะต้องเลือกอยา่ งระมดั ระวัง อาคารและกองวากวัสดุ ล้วนเปน็ ที่
ปกปิดกาบังในการเคลอ่ื นท่ีได้
ฉ. หนา้ ทีใ่ นการตรวจการณจ์ ะต้องใหค้ าสงั่ กับกาลังพลในหมู่อย่างชัดเจน โดยจะตอ้ งครอบคลมุ รอบทิศทาง
ตลอดเวลา ประสาทสมั ผัสทัง้ หมดจะต้องใชอ้ ย่างระมัดระวัง ในการคน้ หาเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างย่ิง
การฟัง การดมกล่นิ ทหารต้องสามารถจดจา เสียงยานพาหนะ หรอื เสียงคนในระที่เคล่อื นที่ผา่ น ซากวสั ดุ
ในเมือง กลนิ่ ของน้ามนั เชื้อเพลิง น้าหอม และอาหาร จะอาจจะสามารถบอกถึง ตา่ เหนง่ ที่นา่ จะเปน็ ไปได
ของข้าศึก
ช. จุดตรวจการณค์ ือตาแหนง่ ท่ีทหารสามารถ มองเหน็ และ ฟัง ภาพ หรือเสยี งของการกปฏิบตั ิของข้าศึกได้
ในพนื้ ทีๆ่ หน่ึง โดยที่จะต้องสามารถแจ้งเตือน การเขา้ มาของข้าศึก และที่ทเ่ี หมาะสมในการเป็นจดุ ตรวจ
การณ์ คือ ตาแหน่งทอี่ ยู่ช้ันบนของอาคาร ซึ่งจะให้มุมมองท่ีดกี วา่ การอยูร่ ะดบั เดียวกบั ถนน
ซ. ในการตัง้ รับ ผา้ มว่ งจะให้ตาแหน่งคร่าวของจุดตรวจการณ์ แต่ ผบ.หมูจ่ ะเลือกพ้นื ที่ทแ่ี น่นอน ( ภาพ ๕-
๔๒ ) โดยปกตจิ ะมที ี่ตรวจการณ์อยา่ งน้อยมว.ละ ๑ จดุ และแตล่ ะจุดจะประกอบดว้ ยกาลังพล๒ ถึง ๔
นาย และอยู่ในระยะทีส่ ามารถสนบั สนุนดว้ ย ปนื เล็ก จุดตรวจการณ์ควรจะมีพ้ืนท่ีการตรวจการณจ์ ะ
ครอบคลุมพ้ืนท่รี ับผดิ ชอบ คาบเก่ยี วกบั จดุ ตรวจการอกี จุดหนึง่ และต้อมกี ารกาบงั และซ่อนเร้น ใน
เสน้ ทางที่จะเขา้ ไปสู่จุดตรวจการณ์ ควรใชช้ ัน้ บนของอาคาร แตไ่ ม่ควรใช้อาคารทีเ่ ปน็ ท่สี ังเกตขอขา้ ศกึ
เชน่ ถงั ประปา หอระฆงั
ภาพที่ ๕-๔๒ จุดตรวจการณท์ ี่มีพน้ื ตรวจการณ์คาบเกี่ยวกัน
ฌ. ทหารจะต้องฝกึ ในการตรวจการณ์ค้นหาพนื้ ทีเ่ ป้าหมาย จากจุดตรวจการหรอื ท่ีวางตัว การใช้เทคนิค
การตรวจการณ์ ที่ถกู ต้องเหมาะสม จะทาให้สามารถค้นหาเปา้ และพิสูจน์ทราบเปา้ หมายไดอ้ ย่าง
รวดเร็ว ในการทไี่ ม่มกี ลอ้ งชว่ ยในการตรวจการณ์ จะทาใหส้ ามารถหาเป้าหมาย ที่เปน็ ที่สังเกตได้อยา่ ง
รวดเรว็ การใชป้ ระสามสัมผัสของทหารตรวจจับลักษณะเด่นของเป้าหมาย ถา้ มีเวลามากพอ และยัง
หาเป้าหมายดว้ ยตาเปล่าไม่พบ ก็ จะต้องค้าหาอยา่ งละเอียดดว้ ยกลอ้ งสอ่ งสองตา โดยใช้เทคนคิ การ
แบง่ พนื้ ท่ีทีละ ๕๐ เมตร
ข้นั แรก ตรวจการณใ์ นระยะ ๕๐ เมตรแรกจากขวาไปซ้าย และ ค้นหาในพน้ื ที่ถดั ไปอกี ๕๐ เมตร ใหพ้ ื้นท่ี
คาบเกี่ยวกนั โดยตรวจการณ์จากซา้ ยไปขวา ตรวจการณ์ไปจนสุดพน้ื ท่รี บั ผดิ ชอบ ในพื้นท่ีทเ่ี ปน็ ใจ
การเมืองการคาบเกีย่ วกันจะมีมาก โดยเฉพาะกับพ้นื ที่ท่ีมีอาคารหลายชน้ั
ญ. ในบางคร้ังอาจจะใชเ้ ครอื่ งช่วยในการคน้ หาเป้าหมาย เช่น image intensification devices,
กลอ้ งเล็ง ตรวจจับความร้อน , เรดาห์ตรวจจบั ภาคพนื้ ดนิ ground surveillance radar (GSR).,
เครอ่ื งแจ้งเตือนระดับหมวด remote sensors(REMs) and platoon early warning
systems (PEWS).
ไมค่ วรใช้อุปกรณเ์ พยี งชนดิ เดยี วในการเฝา้ ตรวจ เพราะในแต่ละอุปกรณ์ จะมีข้อจากัดท่ีไม่เหมือนกัน ซ่ึงแต่ละ
ชนดิ จะชดเชยข้อจากดั ของกันและกนั และจะทาใหเ้ กิดความครอบคลุมมากพ้ืนท่ีมากข้นึ
กำรรบประชิด
CLOSE QUARTER BATTLE
ควำมหมำย
การรบประชดิ เปน็ พ้นื ฐานในการปฏิบัตกิ ารในการช่วยเหลือตัวประกัน และการปฏิบตั ิการในพน้ื ทสี่ ่ิง
ปลกู สรา้ ง ซงึ่ มาจากคาวา่ CLOSE QUARTER BATTLE คือการส้รู บในพื้นที่จากดั โดยปกติแลว้ จะหมายถึงท่ี
มน่ั ท่ีมีฝ่ายตรงข้ามอยู่ ไมว่ ่าจะเปน็ อาคารยานพาหนะสถานทสี่ ่งิ กอ่ สรา้ ง สว่ นใหญจ่ ะมีระยะในการ ใช้อาวุธ
ตงั้ แต่ 5-25 เมตร ตามมิติของส่ิงกอ่ สรา้ งนน้ั ๆ โดยการรบประชดิ นน้ั จะต้องอาศัยทักษะการใช้อาวธุ ระยะใกล้
เป็นอยา่ งมาก รวมทัง้ จะต้องมีปฏิกริ ิยาตอบสนองประกอบกบั การวนิ ิจฉัยเปา้ หมายอย่างรวดเรว็ ประกอบกับ
การทางานเป็นชดุ ท่สี อดคล้องกัน
กำรใชง้ ำนของหน่วยจูโ่ จม
หน่วยจ่โู จมมีความจาเปน็ ในการ ใชเ้ ทคนคิ ในการรบประชดิ ในสถานการณก์ ารรบในพนื้ ที่สง่ิ ปลูกสรา้ ง
หรือการเข้าปฏบิ ัติ ในที่หมายทเ่ี ป็นอาคาร สิ่งก่อสร้างเช่น อาคารทา่ อากาศยาน
สนามบนิ ศูนยโ์ ทรคมนาคม ทตี่ ง้ั เรดาห์ อาคารกองบัญชาการ ท่ีบงั คบั การ รวมทง้ั ในท่ีม่นั ดดั แปลงแขง็ แรง
หลกั กำร
1. Surprise การจู่โจม
2. Speed ความเรว็
3. Momentum ความหนนุ เน่อื ง
4. Accuracy ความแมน่ ยา
5. Team Work การทางานร่วมกัน
ลำดบั ข้ันในกำรปฏบิ ัติ
1. การโจมตี (Fight through)
2. การตรวจคน้ (Fight Back)
3. การวางกาลัง (Re – Organize)
4. การถอนตัว (With Draw)
1. กำรโจมตี(Fight through)
- เริม่ ตงั้ แตเ่ ขา้ สู่ที่หมาย (strong hold) ชุดปฏิบตั กิ ารจะทาการคน้ หาและทาลายขา้ ศกึ ในที่หมาย หาก
เปน็ สถานการณ์ท่ีมตี ัวประกันในการต่อสกู้ ารก่อการร้าย กจ็ ะทาการคน้ หาและชว่ ยเหลอื ตัวประกัน
และกาจดั ควบคมุ เป้าหมาย (ผกู้ ่อการร้าย)ในพน้ื ทีท่ ่ีรับผิดชอบอย่างรวดเรว็ โดยการยงิ ประกอบการ
วนิ ิจฉยั เป้าหมาย หากเป็นสถานการณท์ ่ีต้องการค้นหายุทโธปกรณ์สาคญั ก็จะปฏบิ ัติ พร้อมกนั กบั
การทาลายขา้ ศกึ ดว้ ย
2. กำรโจมตีกลบั , ตรวจค้น (Fight Back)
- เร่มิ เมือ่ ทีห่ มายไดถ้ ูกโจมตีผ่านแลว้ โดยชดุ ปฏบิ ัติการจะเข้าไป clear ในพืน้ ที่ทโ่ี จมตผี า่ น
ไปแล้วอกี ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถควบคุมพ้ืนที่รบั ผดิ ชอบได้ท้งั หมด โดยมีการปฏิบัติสาคัญ เชน่ การ
CHECK DEATH ข้าศกึ หรอื ผูก้ อ่ การร้าย
3. กำรวำงกำลงั หรือปรับกำลงั (Re – Organize)
ในหว้ งน้ีชดุ ปฏบิ ตั ิจะทาการวางกาลงั เพ่ือควบคมุ พนื้ ท่รี ับผิดชอบ โดยชุดจะตอ้ งทาการสารวจ
สถานภาพตัวประกนั , ผู้กอ่ การร้าย และกาลงั ฝา่ ยเรา
4. กำรถอนตวั (With – Draw)
เมอื่ ทาการสารวจและรายงานสถานภาพเรียบรอ้ ยชดุ ปฏบิ ตั ิการจะต้องคอยคาสัง่ การถอนตวั เวน้ แตม่ ีการ
ปฏบิ ัตฉิ กุ เฉินตามแผนท่วี างไว้
CQC Close Quarter Combat
ก. กลำ่ วนำ
การตอ่ สแู้ บบ CQC การตอ่ สู้จะเป็นการปฏิบัติในระยะใกล้มาก(ภายใน 10เมตร)และ รวดเร็วมาก
(เป้าหมายจะปรากฏแค่ภายในไม่กีว่ นิ าที) สว่ นมากการต่อสู้แบบCQC การวดั กันที่ ใครยงิ กอ่ น(hits first)
และ ฝ่ายตรงขา้ มลม้ ลงไดเ้ ร็วกวา่ การควา่ ฝา่ ยตรงข้ามโดยเร็วทสี่ ุดเท่าทท่ี าไดม้ ี ควำมสำคัญมำกกวำ่ กำรทำ
กำรสงั หำรฝำ่ ยตรงขำ้ ม เพ่อื ที่จะชนะในการต่อสแู้ บบ CQC, ทหารจู่โจม ต้องจาเป็นตอ้ งปฏิบัตใิ ห้
เร็ว ,แมน่ ยาและ ด้วยปฏกิ ิรยิ าสนองตอบอัตโนมตั ิ การฝกึ การยงิ ด้วยปฏิกิริยาสนองตอบอตั โนมตั ิ จะทาให้
ประสบผลสาเร็จ จงจาไว้วา่ ไมว่ ่าคณุ เปน็ ผ้เู ช่ียวชาญอย่างไร ,ต้องยิงจนกระทั่งฝ่ายตรงขา้ มลม้ ลงเสมอ การ
ฝึกการยงิ ด้วยปฏิกิรยิ าสนองตอบอัตโนมัติ (ยงิ ฉบั พลัน) จะทาการยงิ ดว้ ยการเล็งสองตา(เปดิ สองตา)
หมำยเหตุ ผลการวิจยั ได้ระบถุ ึง, คา่ เฉลีย่ , ที่มีเพยี งแค่ 3คน ของคนในจานวน 10 คน เท่านัน้ ท่ี
สามารถทาการยงิ ดว้ ยอาวุธของตนอย่างได้จรงิ ๆในขณะที่เผชิญหนา้ กับข้าศึก ในระหวา่ งการปฏิบัตกิ ารเข้า
กวาดล้างห้อง
ทัง้ น้ี การอยูร่ อด ในสภาพการปฏบิ ตั กิ ารในเมือง ไม่ได้ขนึ้ อยกู่ บั ทกั ษะ หรือ เทคโนโลยี ขั้นสงู แต่
ความสาเรจ็ ใน การรบประชิดในอาคาร จะเร่มิ ต้นดว้ ย การเตรียมดา้ นจติ ใจ ซ่ึง การสรา้ งความม่นั ใจดว้ ยการ
ฝกึ ให้มีพ้นื ฐานทหารจู่โจมและ ทักษะพลแม่นปืน ,การใชอ้ าวุธพ้นื ฐาน
ข.ท่ำทำงกำรยิงปืนฉบั พลัน หรอื ท่ำยนื ต่อสู้(stance) ระยะห่างของการวางเทา้ เทา่ กับ ระยะ
ความกวา้ งของไหล่ ปลายเท้าช้ีตรงไปข้างหนา้ (ตามทิศทางของการเคล่ือนที่) เทา้ ข้างท่ีประทับอาวุธ จะวาง
เหล่อื มมาด้านหลังเล็กน้อยของดา้ นทีไ่ มป่ ระทบั อาวุธ เข่าท้ังสองขา้ งงอเล็กน้อย และลาตัวทอ่ นบนโน้มไป
ดา้ นหนา้ เลก็ นอ้ ย ไมห่ ่อไหล่ พานท้ายปนื วางอยใู่ นร่องไหล่ เกบ็ ศอกขา้ งทปี่ ระทบั อาวุธมชี ิดลาตวั ท่ายืน
ควรจะปรับ เพื่อให้แน่ ใจว่ายืนตอ่ สู(้ ท่าขมุ )อยู่ในลักษณะสบาย
(1) ทำ่ เตรยี มยงิ ระดบั ตำ่ Low Ready Technique
ลกั ษณะท่ำทำง พานท้ายปืนประทบั วางไวท้ ่ีร่องไหล่ลากล้องปนื ชี้ลง ดงั น้ันศูนยห์ น้า และ
กล้องเลง็ กลางวนั จะ ไม่อยใู่ นพ้นื ของการมอง(just out of the field of vision) ศีรษะอยู่ในลักษณะตรง
ตลอดเวลา เพ่ือตรวจหาเปา้ หมาย
สถำนกำรณ์ท่ีใช้ เทคนิคน้ี ใช้ในสถานการณ์ ท่ีไม่มภี ัยคุกคามท่เี ดน่ ชดั ไมม่ สี ่งิ บอกเหตุของ
ภัยคุกคาม และแนะนาให้ใช้ เมอ่ื ทีมกวาดลา้ งไดเ้ ข้ามาอยใู่ นห้อง
(2) ท่ำเตรยี มยงิ ระดบั สูง High ready technique
ลกั ษณะทำ่ ทำง เรม่ิ จากพานทา้ ยปืนประทับไวท้ ีร่ ่องรักแร้ ลากลอ้ งปนื ถูกกวาดข้ึน โดยที่
ศนู ย์หน้าอย่ใู นขอบนอกของการตรวจการณ์ของตน ผลกั ดา้ มจบั ปนื ไปข้างหนา้ ตรงๆ และดนั ปืนเขา้ ที่ร่อง
ไหล่ วางประทบั การยงิ อยา่ งเหมาะสม
สถำนกำรณ์ทีใ่ ช้ ใช้ในสถานการณท์ ี่ภยั คุกคามเดน่ ชัด เทคนคิ นี้ เหมาะสมทีส่ ุดสาหรับการ
(Line-up) จัดรปู ขบวนด้านภายนอกทางเขา้ , การเคล่อื นท่ีในอาคารที่มหี ลายชั้น ,กลมุ่ อาคารทีก่ วาดลา้ ง
ยังไม่สมบรู ณ์
หมำยเหตุ
การระมัดระวงั ในเร่ืองทิศทาง ตาแหน่งของ ปากกระบอกปืน เปน็ ท่สี าคญั มาก ตลอดเวลาทหารจู่
โจมจะตอ้ งไมช่ ้ี หรือ กวาดปากกระบอกปืนผา่ นเพื่อนทหารฝา่ ยเดยี วกนั รวมทงั้ ควรท่จี ะหลกี เล่ียงการโผลข่ อง
ปากกระบอกปนื บริเวณมุมต่างๆ เพราะการท่โี ผลอ่ อก จะเป็นการบ่งบอกตาแหน่งที่อยู่ของตนเองกบั ฝา่ ยตรง
ข้าม , รวมทงั้ ล่อแหลมต่อการแย่งอาวธุ
ค. กำรแกไ้ ขเหตุตดิ ขดั ของอำวธุ ปืน
เมือ่ เกดิ เหตตุ ดิ ขดั เม่ือใดก็ตามใน ระหว่างการฝกึ การรบประชิดในอาคาร (CQC) , จะต้อง
ทาการคุกเข่าทนั ที เมื่อแก้ไขเหตุเรยี บรอ้ ย ไมจ่ าเป็นตอ้ งลกุ ขน้ึ ยืนอย่างเรว็ เพ่ือยงิ ต่อเป้าหมาย สามารถ
ประหยัดเวลาหลายวินาทีอย่างมีค่า โดยยงิ ต่อเนื่องจากท่าคกุ เข่าขา้ งเดยี ว และเมอื่ ไหร่ก็ตามทีส่ มาชกิ ในทีม
คนอื่นเหน็ คนหนึ่งในทีมน่งั คุกเขา่ ลง กาลงั พลทีเ่ หน็ จะต้องรับผดิ ชอบกวาดล้าง เขตการยิง ใหโ้ ดยอัตโนมตั ิ
กอ่ นทจี่ ะยืนขน้ึ ทาการแจ้งเตอื นใหเ้ พื่อนในทีมทราบ และยนื ขน้ึ หลงั จากทีเ่ พ่ือนได้รบั รู้แล้ว
เทา่ นนั้ ถา้ มีการติดขัดเกดิ ขน้ึ ในขณะการปฏบิ ัติ ณ ทางเข้า ผู้ทปี่ ืนตดิ ขดั จะตอ้ ง เข้าไปในหอ้ งให้ หา่ งเพยี ง
พอทจ่ี ะให้คนอ่นื ๆเคลอื่ นท่ตี ามเขา้ มา ( ไมบ่ ังทางเข้าคนอืน่ ) และ เคลอ่ื นทผี่ า่ นไปได้ การฝึกฝนในการแกไ้ ข
เหตุติดขัดจาเปน็ ต้องถูกฝึกโดยต่อเนื่องจนกระท่งั ปฏบิ ัติไดใ้ นเวลาอันสัน้ และ เปน็ ธรรมชาติ
ง. กำรเขำ้ ส่ตู ัวอำคำร หรอื จุดเจำะเข้ำ ( approaching the building or breach point) หนึง่ ใน
ลกั ษณะของการปฏบิ ัติของจโู่ จม คือ การใชล้ ักษณะทัศนะวิสัยจากดั เม่อื เป็นไปได้ การเจาะและการเข้า
ควรจะปฏบิ ตั ิการในเวลา และสภาวะจากดั การมองเห็น ทหารจโู่ จมควรใช้ความไดเ้ ปรียบในการกาบงั และ
ซอ่ นพราง เทา่ ทหี่ าได้
ทมี เจาะและเขา้ ควรกาหนดหมายเลข สาหรับจุดมุ่งหมายในการระบุตวั , การตดิ ต่อส่ือสาร และการ
ควบคมุ
(1) หมำยเลขหนึ่งปกตคิ วรจะเปน็ ผู้ทมี่ ปี ระสบการณ์/อาวุโส ท่สี ดุ ในทีม ตอ่ จากหวั หน้าทีม หมายเลขหนึง่
ความรับผิดชอบ ระวังป้องกนั ด้านหนา้ และ จดุ เข้า/จุดเข้า
(2) หมำยเลขสองอยู่ดา้ นหลังตอ่ จากหมายเลขหนึง่ ในรูปขบวนการเคล่อื นที่ และปกตมิ ีความรบั ผิดชอบ
เปน็ คนหนงึ่ ของสมาชกิ ในทีม
(3) หมำยเลขสำมโดยปกตจิ ะเปน็ หวั หน้าทมี และมีความรับผดิ ชอบ สาหรับ รเิ ริม่ สั่งการดว้ ยเสียง และ
การสมั ผสั หัวหนา้ ทีมจาเปน็ ต้องต่ืนตวั ต่อสถานการณ์ตลอดเวลาใน เรื่อง กจิ เฉพาะ,หนว่ ยข้างเคยี ง และ
การปฏบิ ัติตอ่ ข้าศึก เทคนิคอันหน่งึ ที่ควรใช้หมายเลขสาม คอื เปน็ คนเจาะ โดยคนเจาะอาจจะใชห้ น่งึ ใน
สามเทคนิคซ่ึงมี
- กระสนุ (ลูกซอง,ปลย.อน่ื ๆ)
- เครอื่ งมือกล (ขวาน,ค้อน,แชลง)
- ระเบิด (ระเบิดลูกบดิ , อนื่ ๆ)
(4)หมำยเลขสป่ี กตเิ ปน็ ปืนเล็กกล และโดยทว่ั ไปจะใชป้ ืนกลมินมิ ิ M249 หมายเลขสี่ รบั ผิดชอบระวงั
ปอ้ งกนั ด้านหลังโดยปกติจะเป็นคนสดุ ท้ายของทีมทจ่ี ะเขา้ หอ้ ง และสามารถตอบโตด้ ้วยปริมาณของอานาจ
การยงิ ทย่ี อดเยย่ี ม ,หัวหน้าทีมควรทจ่ี ะต้องมอบหมายการยงิ ตามต้องการ เทคนิคประโยชนอ์ ่ืน ๆ คือการ
ใชห้ มายเลขส่เี ปน็ คนเจาะ
จ. กำรปฏบิ ตั ิภำยนอกจดุ เข้ำ (Actions the outside the point of entry) การวางตาแหนง่ จดุ
เขา้ และ อาวุธแต่ละอย่างเป็นสงิ่ สาคัญ สมาชกิ ในทีมท่เี ข้ากวาดลา้ ง ควรจะยนื ให้ใกล้ทางเข้ามากที่สุด,พร้อม
ท่จี ะเข้า ทาการ ระวังป้องกัน 360 องศา ตลอดเวลา สมาชกิ ในทมี จาเปน็ ตอ้ งใหส้ ัญญาณใหก้ บั คนตอ่ ไปวา่
พรอ้ ม ณ จดุ เขา้ โดยเทคนิคการใหส้ ญั ญาณ ที่ได้ผลอย่างหน่งึ คือ คือ การบีบต้นแขน หรือ ขา ถ้าใช้วธิ ีการ
ตบหลัง อาจจะสับสน เมื่อมีการ การชนโดย ไม่ตง้ั ใจ ซ่ึง อาจจะทาให้เกดิ การเขา้ ใจผิดข้ึนได้
ฉ. กำรเขำ้ (action upon entry) การใชร้ ะเบิดมือจะเป็นส่งิ แรก เพ่ือการเข้าในอาคาร ถา้ ทราบ
ว่าขา้ ศกึ อยใู่ นห้อง , โดยต้องพจิ ารณาเร่ืองของผนัง,โครงสรา้ งอาคาร ถา้ เปน็ ผนังไม้อัดบางๆ หรือ ผนงั ไม้ไผ่
การใชร้ ะเบิดจะเปน็ อนั ตรายตอ่ ฝ่ายเราได้
ในส่วนการใช้ จรวด อาจจะสร้างความเสียหายอย่างหนกั ต่อโครงสรา้ งอาคารท่ีไม่แขง็ แรง สมาชิกในทีม
จาเปน็ ตอ้ งฝึกฝน การควบคุมการยิง และการแยกแยะ ระหว่าง ข้าศกึ และ ผู้ทไี่ ม่เกี่ยวข้อง
ในการกวาดลา้ งห้างหลายห้อง จะตอ้ งเข้าไมน่ ้อยกว่า 2 คน ต่อ ๑ ห้อง โดยในกรณที ี่ ห้องนัน้ เลก็
มาก โดยท่ีแคบเกินกวา่ ทจ่ี ะเข้ามาทั้งทีม เช่นหอ้ ง เด็ก, หอ้ งเก็บของ ให้ หมายเลขหนึ่ง หรอื หมายเลขสอง
อาจจะตะโกนว่า “ห้องแคบ”
ช. กำรกวำดล้ำง ณ ทำงเข้ำ (clearing the entry point) สมาชกิ ในทีมจาเป็นตอ้ ง กวาดล้างจดุ
เขา้ เพอื่ ทาลายขา้ ศึกท่ีคุกคาม และ อานวยใหส้ มาชิกในทีมที่เหลอื เคลอ่ื นทีเ่ ข้าหอ้ ง การปฏบิ ตั ิ ณ จุดเขา้
จะเปน็ ความเสียหายอยา่ งหนัก เมอ่ื ขา้ ศึกได้ใช้เปน็ จุดระดมยิง
ซ. กำรกวำดลำ้ งในห้อง(clear the room) สมาชิกในทมี เคล่ือนทีอ่ อกจากทางเข้า และ ทาการ
วางตัวในห้องในบริเวณที่สามารถกาจัดภยั คุกคามได้ดีทสี่ ดุ ภยั คุกคามใด ๆ จะถูกกาจัดหรือทาให้หมด
ประสทิ ธิภาพ โดยขณะที่แตล่ ะคนในทมี เคล่ือนทเ่ี ข้าวางตวั ในจุดของตนเอง ไม่ใชเ่ ม่อื ไดไ้ ปถงึ จดุ วางตวั ทหาร
สามารถยิงต่อเปา้ หมายอยา่ งแม่นยา โดยไม่เคล่ือนที่เร็วเกินไป
กำรกวำดลำ้ ง CLEARING
คือ การปฏบิ ัตเิ พ่ือควบคมุ พนื้ ท่ที ร่ี บั ผดิ ชอบน้นั ๆ โดยการใชห้ ลกั การรบประชดิ เพื่อให้ฝ่ายตรงขา้ มใน
พื้นทถี่ ูกกาจัดหรือถูกควบคุม โดยไมต่ ้องทาลายสิง่ ก่อสร้างสถานทนี่ น้ั ท้งั หมด โดยกาลังปฏิบตั ิตอ้ งควบคุมพ้ืนที่
รับผดิ ชอบไดท้ ัง้ หมด
โดยท่ัวไปการกวาดล้างจะเป็นการปฏบิ ัติ ณ. ทห่ี มายเพ่อื ให้มีชัยชนะโดยเด็ดขาดในพ้ืนที่นน้ั ๆ ใน
ขน้ั ตอนน้ีกค็ ือ การตะลุมบอนในการเขา้ ตีในการรบตามแบบ ซึ่งจะใช้หลกั การเดยี วกัน แต่ต่างกันทีล่ ักษณะของ
ท่ีหมาย การกวาดลา้ ง (Clearing)
ทีก่ ลา่ วถึงต่อไปนีจ้ ะไมม่ ีเง่ือนไขตัวประกนั โดยหลกั การที่ใช้กจ็ ะเหมือนกนั เพยี งแต่ถ้าเป็นการกวาด
ลา้ งในภารกิจทตี่ ้องทาลายกาลังฝ่ายตรงข้ามก็จะใช้อาวธุ ท่ีหนักกว่าไมจ่ าเป็นต้องระมดั ระวงั ในการเลือก
เป้าหมาย เพราะทุกชวี ิตในที่หมายคอื ขา้ ศึก แต่หากมเี งื่อนไขตวั ประกันก็จะมีรายละเอียดเพ่มิ เติมต่อไป
กำรกวำดลำ้ งห้อง (ROOM CLEARING)
ในการปฏบิ ตั ิ ณ. พ้นื ทส่ี ่งิ ปลูกสรา้ งขอบเขตท่ัวไปกจ็ ะแบง่ เปน็ หอ้ งซ่งึ การกวาดลา้ งห้องจะเป็นพื้นฐาน
ของการกวาดลา้ งอาคารตอ่ ไป
รปู แบบการกวาดล้างของหน่วยปฏบิ ัติการพิเศษมหี ลากหลายรูปแบบ โดยท่ีจะกลา่ วถึงเป็นพน้ื ฐาน
ของผปู้ ฏบิ ตั กิ ารทุกนายที่เรม่ิ การฝึกการรบประชดิ
กำรเขำ้ หอ้ ง (ROOM ENTRY)
การเขา้ ห้องน้นั ก่อนจะเข้าห้องควรจะมั่นใจว่าฝ่ายตรงข้ามทีอ่ ยูภ่ ายในไม่คาดคิด หรือทาอยา่ งไรก็ได้
ให้ฝ่ายตรงข้ามไม่พร้อมทีจ่ ะทาการต่อสู้ ต้านทาน ถ้าเป็นการกวาดล้างเพ่ือทาลาย การใชร้ ะเบิด, อาวธุ หนัก
กอ่ นท่จี ะเข้า เป็นวธิ ที ่ีพงึ ประสงคท์ ี่สุด หากเป็นการปฏิบตั เิ พอ่ื ช่วยเหลือบุคคล อาจจะใช้ Flash bang หรือ
วธิ กี ารเข้าส่ทู ี่หมายอืน่ ๆ (MOE) ซึง่ จะกล่าวถงึ ในโอกาสต่อไป การเข้าห้องโดยทัว่ ไปจะมี 2 รปู แบบ
1. การเข้าแบบกลัดกระดุม
2. การเขา้ แบบไขว้ หรือแบบกรรไกร
1. กำรเขำ้ แบบกลัดกระดมุ
เป็นการเข้าโดยไมต่ ดั ทางกันในระหวา่ งเขา้ และในระหวา่ งนนั้ ทาการลดเป้าหมายของตนเอง
ลงโดยใช้เทคนคิ การวางเทา้
12
12
2. กำรเข้ำแบบไขว้
1 2
21
ข้อดีของการเขา้ แบบนคี้ ือ ผูป้ ฏิบัติจะได้เหน็ พ้นื ทรี่ ับผิดชอบตนเองก่อนเขา้ นานกวา่ การเขา้ แบบท่ี ๑ เล็กน้อย
สาหรบั การฝกึ ขั้นพ้ืนฐาน ควรใชแ้ บบกลัดกระดุม เพอ่ื ลดอันตรายจากการตัดทางปนื
กำรปฏบิ ัตกิ ำรกวำดลำ้ งห้อง
เทคนคิ การกวาดล้างห้องมีหลายรูปแบบแต่รปู แบบทน่ี ยิ มในการฝึกเบ้ืองต้นคือ BLOCK FORMATION
คอื การเขา้ ไปวางตัว และกวาดล้างด้วยการยิงขน้ั ตน้ กอ่ นแลว้ จงึ เคลื่อนที่เพ่ือโจมตี (Fight through)
อกี รูปแบบคอื FLUID หรอื แบบเคลือ่ นทป่ี ระกอบการโจมตี (Fight through) ซึง่ รปู แบบท่เี คลื่อนท่ี
ประกอบการโจมตีนน้ั จะมี ข้อดีคือ ไมต่ กเปน็ เปำ้ นิ่ง ดำรงควำมหนนุ เนื่อง แตห่ ากผู้ปฏิบัตไิ มร่ ับการฝึกทด่ี ีพอ
อาจจะเปน็ อนั ตรายกับฝา่ ยเดียวกัน รวมท้งั ในการปฏบิ ตั นิ ั้นไมม่ แี บบทแี่ น่นอน ตายตัว ผู้ปฏิบตั จิ ะต้องมีความ
อ่อนตัว และสามารถรเิ ร่ิม ได้ตามความเหมาะสม แต่การฝึกปฏบิ ัติจะต้องใชร้ ูปแบบเพื่อเป็นพน้ื ฐาน เมื่อผู้รับ
การฝึกผา่ นการฝึกขัน้ ตน้ แล้ว และมกี ารฝึกเขา้ กับปัญหาภาคสนามท่ซี บั ซอ้ นมากข้ึนกจ็ ะสามารถนาไปดัดแปลง
ใชไ้ ด้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
กำรฝึกพน้ื ฐำน
การปฏิบตั ิงานในการกวาดลา้ งขนั้ ตา่ ท่ีพงึ ประสงคจ์ ะตอ้ งใช้ 2 นายขน้ึ ไป เพอ่ื สามารถชว่ ยเหลือกันได้
ในหลาย ๆ กรณี ฉะนน้ั การฝึกการกวาดลา้ งจะเริม่ ท่ชี ุด 2 คน และเพ่ิมเป็น 4, 6 ตามลาดับ กอ่ นท่จี ะไปเขา้ ฝึก
ในระดับชุด เพื่อใหเ้ กดิ ทักษะพนื้ ฐาน
ก. กำรฝกึ กำรใชช้ ุด 2 คนกวำดลำ้ ง
กำรเคลอ่ื นท่ีเขำ้ สูทำงเขำ้ Approach
1. คนท่ีนาจะตอ้ งพร้อมใชอ้ าวธุ , ปลดเซฟ, ปืนชใ้ี นทิศทางเขา้ การเข้าจะต้องไม่อยใู่ น
แนวทางเดนิ ชอ่ งทางเข้า
พ้ืนที่
อน ราย
2. เมอ่ื พบประตู คนทเ่ี หน็ ประตูใหร้ ะวงั ป้องกนั ท่ชี อ่ งทางเขา้ โดยตะโกนคาวา่ “คมุ
ประตู” หรอื “COVER” คนทีอ่ ยดู่ ้านหลงั ผ่านหรอื ออ้ มคนท่ี COVER ประตูไว้ โดยการช้ีปืนเขา้ หาประตู
ตลอดเวลา และเตรียมเขา้ ทาการเปดิ ประตู, เตรยี มระเบิด, MOE
2
1
1
2
หรือ
2
1
1
2
3. เม่อื ถึงประตู หมายเลข 1 และ 2 ประสานกันใหส้ ญั ญาณในการเปิด
- เมือ่ เปิดประตูแล้วกข็ วา้ งระเบิด (ถ้ามี) โดยการ COOK OFF 2 วินาที โดยให้ระวัง
สิง่ กดี ขวางภายในห้อง โดยจะตอ้ งเวน้ ระยะใหร้ ะเบิดทางาน 1-2 วนิ าทีก่อน
- ถ้าขว้าง FLASH BANG ให้ขว้างข้ึนบนในแนว 45 องศา
- คนที่ระวงั ป้องกนั ประตูอยจู่ ะเขา้ ก่อนสามารถยิงทหี่ มายที่ปรากฏไดท้ นั ที
- คนเปดิ ประตเู ข้าตามยิงเป้าหมายตามเหตุการณ์ในพนื้ ทรี่ บั ผิดชอบ
กำรปฏบิ ตั ิกำร Fight through (กำรโจมต)ี
1. ไมข่ วางทางเข้าประตู, ไมร่ ีบร้อนลนลานตน่ื เตน้ , ห้ามวิง่ กระโดด โดยไมจ่ าเป็น
2. ไมเ่ ข้าลึกจนเกนิ ไป
3. คนท่ีเข้าอยู่ด้านประตเู ปิดจะต้องเขา้ ชดิ ประตู
4. เม่ือทาการยิงทีห่ มายท่ีปรากฏเรียบร้อย
หมายเลข 1 ตะโกนคาว่า clear เรยี บรอ้ ย
หมายเลข 2 เรียบรอ้ ย
ยนื ตรวจการด้านหนา้ ดา้ นหลงั
- การตรวจการณ์ เร่ิมจากพน้ื ไกลสุดมาใกล้สดุ
- ตรวจการณ์ดา้ นหลัง
- เพดานจากใกล้ไปไกล (โดยเฉพาะการรบในพ้ืนทส่ี ่งิ ปลูกสรา้ ง)
การตรวจการต้องตรวจอยา่ งเร็ว แต่ รอบคอบ
กำรเคลอ่ื นทก่ี วำดลำ้ ง (ADVANCE)
ก. ผู้ปฏบิ ัติจะใหส้ ัญญำณกนั โดยใชค้ ำว่ำ “go” เคลื่อนทต่ี รวจตำมจดุ อับตำ่ ง ๆ ในหอ้ ง
นน้ั ๆ
- สายตากบั แนวปนื จะต้องไปพร้อมกัน
- การประสานกนั ของทง้ั 2 นายจะต้องมีเปน็ อยา่ งดี
- นึกเสมอวา่ ห้องยังไม่ปลอดภัย อาจมีข้าศึกหลงเหลืออยู่
- ตอ้ งใช้ความรวดเรว็ และรอบคอบ
ข. เมอ่ื เคลื่อนท่ีไปจนสุด ก็จะทาการตรวจค้น (โจมตกี ลับ) (Fight Back)
ค. กำรตรวจค้น (Fight Back)
1. ตรวจเพดานผนงั พน้ื ให้ความสนใจกบั รอยแตกขนาดใหญ่ เพราะอาจเป็นทางหรือท่ที ่ี
ฝ่ายตรงข้ามซ่อนตัวอยู่ หรือเข้ากลับมาโจมตฝี า่ ยเรา (โดยปกตจิ ะเน้นในกรณีการรบในพน้ื ท่ีที่ส่ิงปลูกสรา้ ง ที่
ขา้ ศึกมเี วลาในการเตรยี มที่หมาย )
2. การตรวจสอบ ขา้ ศึก ว่าตายหรือไม่ (CHECK DEATH)
3. เมือ่ เคลื่อนที่กลบั มายังจดุ เร่ิมโจมตี ให้สญั ญาณวา่ หอ้ งนี้ถกู ตรวจคน้ เรยี บร้อยแล้ว
ตะโกนคาว่า Clear (เรยี บรอ้ ย)
ง. กำรถอนตัว
การออกนอกห้องกรณที ่ีมกี ารระวังปอ้ งกัน, มีการปฏบิ ัติหลายทมี ก่อนออกให้คนทจี่ ะออก
ก่อนตะโกนคาวา่ “พร้อมออก, พร้อมออก” คนท่ี COVER อยู่ ต้องตะโกนคาว่า “ออกได้” จงึ จะออกได้
* ในการปฏบิ ตั งิ านอาจจะใช้วิธีการอื่นไดห้ ลายอยา่ งเพื่อปอ้ งกันการสับสน เชน่ การใช้
chem light (แทง่ เรอื งแสง) หรือการใชร้ หสั ผา่ น / สญั ญาณผา่ น เป็นต้น
การปฏบิ ัติงานโดยชุด 2 คนเปน็ พ้ืนฐานท่ีสาคญั เป็นปัจจยั ที่จะมผี ลต่อความสาเร็จของหน่วย การฝกึ ท่ี
สมบรู ณค์ วรจะเร่ิมท่ีชดุ 2 คน จนเกิดความชานาญปฏิบตั ิจนเปน็ ธรรมชาติ เพราะหากการปฏิบัตเิ พยี ง 2 คนขัน้
พนื้ ฐานทาได้ไม่ดี เม่ือไปปฏบิ ตั ิเป็นชดุ ทใี่ หญ่ขึน้ จะมีรายละเอียดท่มี ากข้ึนรวมท้งั อาจจะเกดิ อันตรายระหว่าง
การฝึกได้ ดงั นนั้ ผู้ควบคุมการฝึกจะต้องระมัดระวงั ในการฝึกท่รี วดเรว็ ข้ามขนั้ ตอนจนเกินไป โดยไม่มคี วาม
จาเป็น
ทีม ๒ นำยเข้ำประตูกลำง
ทีม ๒ นำยเขำ้ ประตูมุม
ทมี ๓นำยเข้ำประตูกลำง
ทมี ๔ นำยเขำ้ ประตูกลำง
รูปขบวนสคี่ น (Four-Man Stack) กวำดลำ้ งห้องเดียว
รปู ขบวนส่คี น (Four-Man Stack): ตามตัวอย่าง (ภาพ 14-5-1ถงึ 14-5-9) การทาให้มเี กดิ
ประสิทธิผล โดยกาหนดหมายเลขหน่งึ ถงึ ส่ี(#1-#4) โดย #1 ตอ้ งปฏบิ ตั ิใหเ้ ร็วท่ีสดุ และทาการตัดสนิ ใจได้
ในทันที โดยเมอ่ื หมายเลขหน่ึงเข้าห้องทาการขจดั ต่อภัยคุกคามทันที และ เลือกทจี่ ะเคลื่อนท่ีไปทางซ้าย หรือ
ขวา,เขา้ มุมหนึ่งมุมใดในสองมุม ขีดความสามารถในการเคลื่อนที่เขา้ มุม จะพิจารณาจาก สิ่งกีดขวาง ขนาด
หอ้ ง และสถานการณข์ ้าศึก ในขณะท่ผี ่านจุดทางเข้า ,#1 ทาการตรวจการณ์ในทันที ตรวจภยั คกุ คามมุมใด
มุมหนึ่ง โดยทนั ทีท่ีพบข้าศกึ ทาการเคลื่อนทเี่ ขา้ สู่ขา้ ศึกและทาการกาจดั มนั ขณะเขา้ ไปยังมุมน้ัน
ถา้ ในทนั ทีที่ไม่พบภัยคุกคามอยู่ในมุมแรก #1 ควรตัดสนิ ใจ ม้วนกลบั หลงั ”button-hooking” ไปยังอีกมุมหนงึ่
เพอื่ หลีกเลีย่ งการถกู ยิงจากข้างหลงั
#2 สองเคลือ่ นขนานกาแพง ดา้ นทิศทางตรงข้ามกบั #1 ทัง้ #1 และ #2 เคลียรจ์ ุดเขา้ ต่อข้าศกึ ในพนื้ ที่ของ
ตนท้ังหมดทันที ในขณะทีเ่ คลื่อนท่เี ข้าสู่มุม เพ่ือควบคมุ มุมในหอ้ ง
#3 เคล่อื นที่ตรงกนั ข้าม กบั #2 ภายในหอ้ ง และหา่ งออกจากประตูอย่างน้อยหนึง่ เมตร #4เคล่อื นท่ีตรงข้าม
กบั #3 ทุกคนในทมี หยดุ เคล่ือนที่ เมื่อเคลยี ร์(ประตู) และเม่ือเข้าสู่จดุ วางตัวภายในห้อง
หมายเหตุ สมาชิกในทีมจาเป็นต้องเตรียม ปฏบิ ตั ิ หน้าท่ีทุกตาแหน่ง (#1-4) หลังจากห้องแรกได้เคลียรแ์ ลว้
ทุกคนในทมี จาเป็นต้องฝึกสลบั ในแต่ละตาแหน่งกนั
หมายเหตุ ขน้ั ตอนปฏิบัตกิ ารเคลยี รห์ ้อง เป็น เทคนิค หรอื รปจ.และไม่ใช่ Doctrine (หลกั การ) ทหารจูโ่ จม
จะได้รับการผลักดันในการทารปจ. เมอ่ื ได้ไปอยู่หน่วย อยา่ งไรกต็ าม รปจ.สาหรับสภาวะแวดล้อมสิง่ ปลูก
สรา้ ง จาเปน็ ตอ้ งใช้ความคิดท่ีสมเหตุผล และ บางทีอาจจะไม่เหมาะสมลักษณะทก่ี าลงั อาจจะเผชิญ
ยกตัวอย่างเชน่ กฎการปะทะ(ROE) มผี ลกระทบ ตอ่ การใช้เครอื่ งกระสุน และการใชเ้ ทคนิคใหเ้ ปน็ ประโยชน์
ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้าง
(j)เขตกำรยงิ (sectors of fire) #1 เขา้ และไปด้านซ้าย หรือขวา ขนึ้ อยู่กับที่อยกู่ บั บรเิ วณภัยคุกคาม #2
ไปด้านตรงขา้ ม #1 และยงิ ตอ่ เปา้ หมายทีเ่ กดิ ขนึ้ ในเขตการยงิ ของตน ผลการปฏิบตั ิโดยปกติหอ้ งจะถูกแบ่ง
ครึง่ และพืน้ ที่ของห้อง(100%)จะถูกสแกนยกเวน้ ชน้ั บน #3เขา้ และเคลยี ร์ จากจดุ เข้าไปทางซ้ายและ
ทางขวา และทาการสแกนพน้ื ทีเหนือศรี ษะ เป็นสิ่งแรก #4เข้าและเคลือ่ นทต่ี รงข้ามกบั #3 และทาการ
ระวังปอ้ งกันดา้ นหลงั เมื่อส่งั ตามเหตุการณ์
(k) กำรควบคมุ หอ้ ง (locking down the room)
(1) ควบคมุ เหตุการณภ์ ายในห้อง
(2) ใชส้ ญั ญาณมือ ที่ สนั้ ชดั เจน การส่ังการด้วยเสยี งควรเกบ็ ใหน้ ้อยที่สดุ เพ่ือลดความสับสน และ
ป้องกนั ขา้ ศึก(ซ่ึงอาจจะอยู่ในห้องถดั ไป)รูว้ ่าเกิดอะไร น่ีเป็นเสริมโอกาสของการจู่โจม และทาให้ ส่วน
โจมตี มโี อกาสตรวจพบกาลังใดๆทก่ี าลงั เข้ามา
(3) ดารงรกั ษาอทิ ธพิ ลให้เหนือกว่าทั้งทางกายภาพและทางจติ วทิ ยา
(4) วางการระวงั ป้องกนั และรายงานสถานะภาพ
(5) ทาการตรวจอย่างผิวเผินรวมถึงเพดาน (การตอ่ สู้3มติ ิ)
(6) ยืนยันว่าเสียชวี ติ ดว้ ยเทคนิคการตรวจสอบการตอบสนอง (เชน่ การใช้วธิ ีนิ้วหรอื วตั ถุจม้ิ ตาผู้ที่เรา
คิดวา่ แกลง้ เสยี ชวี ติ )
(7) ตรวจคน้ ห้อง ตามหวั ข้อข่าวสาร, และ สิง่ ของทมี่ ีคา่ ตามแต่ละภารกจิ และเวลาท่ีมี
(8) อพยพบคุ คล
(9) ทาห้องปลอดภยั โดย (เคมไี ลท์, เชือกทหารชา่ ง, ปนู ขาว, พ่นส,ี แผ่นสัญญาณ,อ่นื ๆ)
ทีมเด่ยี วกวาดลา้ งห้องประตกู ลาง
ภาพที่ 14-5-1a ,# 1 ภาพที1่ 4-5-1b , # 2
STEP 1 ทาการตรวจหาภัยคกุ คามทนั ที STEP 1 # 2เคลือ่ นที่ตรงขา้ ม#1 ถ้าไม่มีภยั คกุ คามใหก้ ลบั
หลงั ”buttonhook” STEP 2 ตรวจการณม์ ุมใกล้ เคลยี ร์
STEP 2 ตรวจการณ์ที่มมุ ด้านไกลก่อนเคลื่อนท่ีไปถึง (ขวา)ไปทางซา้ ย เคลียร์มมุ ไกลกอ่ นเคลอ่ื นท่ีถึงมุมใกล้
(จุดวางตัว)
หมายเหตุ # 1 ตดั สนิ ใจไปทางซา้ ย STEP 3 เคลื่อนทไี่ ปยงั จุดวางตัว
หรือทางขวา โดยข้นึ อยู่กับ ข้าศกึ , เคลยี ร์(ขวา)ไปทางซา้ ย เขตการ
เครื่องกีดขวาง และสญั ชาติญาณ ยิงหา่ ง#1หนึง่ เมตร
ภาพท่ี 14-5-1c, # 3 ภาพท่ี 14-5-1d ,# 4
STEP 1 #3เคลียรภ์ ัยคกุ คามทนั ที เคลื่อนท่ีตรงขา้ ม#2 STEP 1 #4เคลียร์ภยั คกุ คามทันที
เคลยี รโ์ ถง (doorway)และหยุด ณ จดุ วางตัว โดยเคลอื่ นทีต่ รงข้าม#3หยุด ณ จดุ
ทีมเดยี่ วกวาดล้างห้องประตูมุม
ภาพท่ี 14-5-2a ,#1 ภาพท่ี 14-5-2b ,# 2
STEP 1 ตรวจหาภัยคกุ คามท่ีมมุ ขวาทันที STEP 1 #2เคลือ่ นที่ตรงขา้ มกับ#1
ถ้าไม่มีภัยคุกคาม ฮกุ ซ้าย”buttonhook” STEP 2 ตรวจการณ์ มุมใกล้(ขวา)ไปไป
STEP 2 ตรวจการณ์ ที่มุมซา้ ย และมุมไกล
ทางซ้าย เคลียร์มมุ ไกล ก่อนทจ่ี ะเคลื่อนท่ีถงึ
กอ่ นเคลื่อนที่ถงึ มุม มมุ ใกล้ ซึ่งเปน็ จดุ วางตวั
หมายเหตุ #1 ตัดสนิ ใจเคล่ือนท่ีไปทางซ้าย STEP 3 เคล่อื นที่ไปยังจดุ วางตวั เคลียร์(ขวา)
หรือทางขวา ขึ้นอยู่กบั ข้าศึก,เครอ่ื งกีดขวาง ไปทางซา้ ย เขตการยิง หา่ ง#1 หนงึ่ เมตร
และสัญชาติญาณ
ภาพท่ี 14-5-2d ,# 4
ภาพที่ 14-5-2c ,#3
STEP 1 # 3เคลียร์ภัยคกุ คามทันที โดยเคลอื่ นท่ี STEP 1 # 4เคลยี ร์ภัยคุกคามทันที
ตรงข้าม #2เคลียรโ์ ถง(doorway) และหยดุ ณ ทันใด โดยเคลอ่ื นที่ตรงขา้ ม#3
จดุ วางตัว
หยดุ ณ จุดวางตัว
เทคนคิ กำรกวำดลำ้ ง ทมี เดียวหอ้ งเดีย่ ว
ภำพเขตกำรยิงหมำยเลข1
ภำพเขตกำรยิงหมำยเลข2
ภำพเขตกำรยงิ หมำยเลข3
ภำพเขตกำรยงิ หมำยเลข4
ภำพเปรียบเทยี บกำรเข้ำประตูมมุ และประตูกลำง
หลำยทีมกวำดลำ้ ง หลำยห้อง
MULTIPLE TEAM ,MULTIPLE ROOM
ภาพท่ี 14-5-3