The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ประกอบตามตัวชี้วัดตำแหน่งศึกษานิเทศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ami Na, 2023-03-17 06:01:29

องค์ประกอบตามตัวชี้วัดตำแหน่งศึกษานิเทศ

องค์ประกอบตามตัวชี้วัดตำแหน่งศึกษานิเทศ

Keywords: องค์ประกอบตาม

๒ ตอนที่ ๑ มาตรฐานต าแหน่ง องค์ประกอบที่ ๑ การนิเทศการศึกษา ตัวชี้วัดที่ ๑.๑ ออกแบบ จัดท าแผนการนิเทศการศึกษา ข้าพเจ้ามีการจัดท าแผนการนิเทศการศึกษาให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการจ าเป็น โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบท ของสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา หรือผู้รับการนิเทศที่ ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน เอกสารหลักฐานอ้างอิง : แผนการนิเทศ แผนการนิเทศการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้เทคนิคการนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching & Mentoring) นางสาวอลีนา หลีเด ศึกษานิเทศก์ช านาญการ กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓


๓ ค าน า บทบาทของศึกษานิเทศก์ มีหน้าที่ขับเคลื่อน ประสานงาน เร่งรัด ก ากับ ติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินการบริหารการจัดการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษา ศึกษานิเทศก์ได้วิเคราะห์ข้อมูล สารสนเทศ ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ ส่งเสริมสนับสนุนและด าเนินการเกี่ยวกับ งานด้านวิชาการ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านการจัดการเรียนการ และการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน เพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ตามหลักสูตร และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เอกสารเล่มนี้ จัดท าขึ้นเพื่อวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาสอดคล้องและบูรณาการ กับแผนปฏิบัติราชการของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ ตามนโยบายของ รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ก าหนด เอกสารในเล่ม ประกอบด้วย บทน า ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง วิธีด าเนินการ ผลการด าเนินงาน รายงานแผนนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ส าหรับศึกษานิเทศก์ และผู้สนใจน า แนวทางไปใช้ในการวางแผนนิเทศในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อไป อลีนา หลีเด กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา


๔ บทน า หลักการและเหตุผล การศึกษาเป็นเครื่องมือส าคัญที่จะช่วยพัฒนาคนในชาติให้มีความรู้ความสามารถ และมี คุณลักษณะตรงตามความต้องการของสังคมและประเทศชาติ ดังนั้น การศึกษาจึงมีบทบาทส าคัญในการพัฒนา ประเทศ หรือกล่าวว่าได้ว่า “การศึกษาในยุค Thailand ๔.๐” มีความหมายมากกว่าการเตรียมความพร้อมของ คนหรือให้ความรู้กับคนเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ กล่าวคือ นอกจากให้ความรู้แล้ว ต้องท าให้ เขาเป็นคนที่รักที่จะเรียน มีคุณธรรม และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย นั้นก็คือ การสร้างคนให้มีทักษะ ใน ศตวรรษที่ ๒๑ โดยเน้นทักษะในการคิดวิเคราะห์เป็นหลัก ดังนั้นในการการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจ าเป็นต้อง อาศัยความร่วมมือจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการที่เกี่ยวกับกระบวนการ บริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอน และการนิเทศการศึกษา อันจะท าให้การด าเนินการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาด าเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนิเทศการศึกษามีความส าคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่ง เป็นกระบวนการที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนามาตรฐานการศึกษา หลักการส าคัญของการนิเทศการศึกษา ต้องอยู่บนพื้นฐานทางวิชาการมีจุดมุ่งหมายชัดเจน เป็นประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งการให้ ขวัญและก าลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน การนิเทศการศึกษาจ าเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้นิเทศให้เหมาะสมกับ สภาพการจัดการศึกษาในปัจจุบัน ด้วยการท างานร่วมกันระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ เพื่อให้ประสบ ความส าเร็จในการปฏิบัติงาน ซึ่งผู้นิเทศจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาครูในการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการ สอนให้นักเรียนมีคุณภาพ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีองค์ประกอบส าคัญหลายประการ การนิเทศการศึกษาเป็นหนึ่งใน องค์ประกอบส าคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การนิเทศการศึกษาเป็นกลไกส าคัญที่จะเร่งรัด ปรับปรุง คุณภาพการศึกษา เป็นกระบวนการที่ช่วยให้การจัดการเรียนการสอนของครูมีประสิทธิภาพและส่งผลให้นักเรียน มีคุณภาพตามมาตรฐานหลักสูตร การนิเทศการศึกษาจะส าเร็จได้ผลดีเพียงไรนั้นย่อมขึ้นอยู่กับทักษะและ ความสามารถในการนิเทศของศึกษานิเทศก์ โดยการท างานด้านพัฒนาการจัดการเรียนรู้ร่วมกับครู เพราะ "ศึกษานิเทศก์ คือ ผู้ท าหน้าที่นิเทศ-แนะน า-ชี้น า-กระตุ้นให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษา เกิดความรู้ ความ ตระหนัก และมีทักษะในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการศึกษา รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ ส าหรับนักบริหารระดับสูงในองค์กรที่สังกัด ศึกษานิเทศก์จึงเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะการพัฒนางาน วิชาการ และมีความจ าเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในเชิงวิชาการอย่างต่อเนื่อง กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สงขลา เขต ๓ มีบทบาทส าคัญในการพัฒนาระบบการนิเทศการศึกษา ส่งเสริมและสนับสนุนการนิเทศ รวมถึง ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยรูปแบบและนวัตกรรมการนิเทศการศึกษา โดยด าเนินโครงการพัฒนาการนิเทศการศึกษา และตระหนักถึงความจ าเป็นและความส าคัญของการนิเทศการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้อง กับความต้องการจ าเป็นและสภาวการณ์ในปัจจุบัน จากการลงโรงเรียน ยังพบปัญหาคือนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ า นักเรียนขาดทักษะในการเรียนรู้ ในบางรายวิชาผู้เรียนไม่ได้มีส่วนร่วมในชั้นเรียนนั่งฟังมากกว่าลงมือกระท าและ ครูผู้สอนไม่ได้มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัด การศึกษา ได้น าแนวทางของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และแนวทางของส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ มาบูรณาการเชื่อมโยงกัน จึงได้จัดท าเป็นเอกสาร “แผนนิเทศ ติดตามและ ประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สงขลา เขต ๓ โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring” ขึ้น


๕ วัตถุประสงค์ของแผนนิเทศ ติดตาม ประเมินผล ๑. เพื่อนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ ตามนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด ๒. เพื่อนิเทศ ติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูสู่ชั้นเรียนมุ่งผลการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ชี้แนะ แนะน า และเป็นพี่เลี้ยงให้ครูสามารถปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนโดยใช้กระบวนการ นิเทศ แบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring เป้าหมายการนิเทศ ๑. เป้าหมายเชิงปริมาณ ๑.๑ เพื่อพัฒนา และส่งเสริมศักยภาพของครูผู้สอนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สงขลา เขต ๓ มีการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบ Active Learning สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน และ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ๒. เป้าหมายเชิงคุณภาพ ๒.๑ ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนในสังกัดได้รับการพัฒนาสมรรถนะในการบริหารงานวิชาการ และมีการนิเทศภายในที่เข้มแข็ง ๒.๒ ครูผู้สอน ในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาสมรรถนะในการจัดการเรียนการสอน วิธีการด าเนินการนิเทศ ติดตาม ๑. ศึกษานโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐- ๒๕๗๙) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) ตลอดจนศึกษาวิเคราะห์ สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนการสอน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการพัฒนา คุณภาพการศึกษา ๒. สังเคราะห์กรอบเนื้อหาในการนิเทศเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและเนื้อหาการด าเนินงานตาม นโยบายด้านการศึกษาของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๓. จัดท าแน ว ท าง แ ล ะเ ค รื ่อง มือ ก า ร นิเท ศ ติด ต า ม แ ล ะป ร ะเ มิน ผ ล ก า ร จัด ก า ร ศ ึกษ า เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ๔. ประชุมวางแผนพัฒนาแนวทางและเครื่องมือการนิเทศการนิเทศติดตามและประเมินผลการจัด การศึกษาเพื ่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ และ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๑. โรงเรียนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ ได้รับการนิเทศติดตามตาม นโยบายของหน่วยงานต้นสังกัดครบทุกโรงเรียน ๒. ครูได้รับการนิเทศ ติดตาม ชี้แนะ แนะน า ช่วยเหลือผ่านกระบวนการนิเทศแบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring ส่งผลให้ครูสามารถปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ท าให้กระบวนการเรียนการสอนน่าสนใจเป็น การกระตุ้นจูงใจให้นักเรียนสนใจการเรียน และร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้บริหารสามารถปรับเปลี่ยนวิธีคิด


๖ การบริหารจัดการ นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสนใจการเรียนและร่วมกิจกรรมการเรียนมากขึ้น ส่งผลให้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีค่าพัฒนาที่สูงขึ้น


๗ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring) ๑. ความหมายของการชี้แนะ การชี้แนะคือ วิธีการในการพัฒนาสมรรถภาพการท างานของบุคคลโดยเน้นไปที่การท างานให้ ได้ตามเป้าหมายของงานนั้น หรือการช่วยให้สามารถน าความรู้ความเข้าใจที่มีอยู่หรือได้รับการอบรม มาไปสู่การปฏิบัติได้ จากความหมายของการชี้แนะ อาจสรุปได้ดังนี้ ๑) มีลักษณะเป็นกระบวนการ คือ ประกอบด้วยวิธีการหรือเทคนิคต่าง ๆ ที่วางแผน ไว้อย่าง ดี ด าเนินการตามขั้นตอน จนกระทั่งบรรลุเป้าหมาย ๒) มีเป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึง ๓ ประการ คือ ๒.๑) การแก้ปัญหาในการท างาน ๒.๒) พัฒนาความรู้ ทักษะหรือความสามารถในการท างาน ๒.๓) การประยุกต์ใช้ทักษะหรือความรู้ในการท างาน ๓) มีลักษณะปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชี้แนะกับผู้รับการชี้แนะ คือ เป็นกลุ่มเล็กหรือรายบุคคล (One-on-on relationship and personal support) และใช้เวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๔) มีหลักการพื้นฐานในการท างาน ได้แก่ ๔.๑) การเรียนรู้ร่วมกัน (Co-construction) คือ ไม่มีใครรู้มากกว่าใคร จึงต้อง เรียน ไปพร้อมกัน ๔.๒) การให้ค้นพบวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ๔.๓) การเสริมพลังอ านาจ (Empowerment) เป็นการช่วยค้นหาพลังในตัวบุคคล เมื่อค้นเจอก็คืนพลังนั้นให้เขาไป ๕) เป็นกระบวนการที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวิชาชีพ กล่าวคือ ในการพัฒนา วิชาชีพต้องมีความสัมพันธ์กับวิธีการพัฒนาอื่น ๆ ล าพังการชี้แนะอย่างเดียวไม่ อาจท าให้การด าเนินงานส าเร็จได้ ๒. ความส าคัญของการชี้แนะ กระบวนการ วิธีการในการพัฒนาครูนั้นมีหลากหลายมาก ซึ ่งต ่างมีผลกระทบต ่อการ เปลี่ยนแปลงการสอนของครูแตกต่างกันไป วิธีการที่ถือว่ามีประสิทธิภาพและช่วยให้ครูได้พัฒนาการ สอนได้อย่างยั่งยืนวิธีหนึ่ง คือ การชี้แนะ เนื่องจากสามารถท าให้ครูเกิดความรู้ ทักษะและสามารถ น า ความรู้ไปใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายปลายที่มุ่งหวังให้เกิดขึ้น ดังนี้ประเภทของการ พัฒนาวิชาชีพ ระดับของผลกระทบที่เกิดขึ้นความตระหนัก ความรู้ ทักษะ การน าไปใช้การให้ศึกษา ค้นคว้าการอ่านหรือการฟังบรรยาย การให้เห็นแบบอย่างและการได้สังเกตการปฏิบัติงานที่ดีการให้ ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จ าลองและมีเพื่อนครูให้ข้อมูลป้อนกลับการรับการชี้แนะการสอนในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาความสามารถในการสอน ๓. หลักการของการชี้แนะ ๑) การสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ (Trust and Rapport) การชี้แนะเป็น เรื่อง ของปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชี้แนะกับครูรายบุคคลหรือกลุ่มครู ความเชื่อถือและความไว้วางใจของครู ที่ มีต่อผู้ชี้แนะมีส่วนส าคัญที่ทาให้ การด าเนินการชี้แนะเป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ ๒) การเสริมพลังอ านาจ (Empowerment) การชี้แนะเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ครู ได้ค้นพบ


๘ พลัง หรือวิธีการท างานของตนเอง เป็นวิธีการที่ท าให้เกิดความยั่งยืนและครูสามารถพึ่งพา ความสามารถของ ตนเองได้ เป้าหมายปลายทางของการชี้แนะ คือ การให้ครูสามารถพัฒนาการเรียนการสอน ได้ด้วยตนเอง สามารถก ากับตนเอง (Self-directed) ได้ในระยะแรกที ่ครูยังไม ่สามารถท าด้วยตนเองได้เพราะ ยังขาด เครื่องมือ ขาดวิธีการคิด และกระบวนการท างาน ผู้ชี้แนะจึงเข้าไปช่วยเหลือในระยะแรก จนกระทั่งครู ได้ พบว่าตนเองสามารถท าได้ด้วยตนเอง เป็นช่วยค้นหาพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวครูออกมา ๓) การท างานอย่างเป็นระบบ (Systematic Approach) การด าเนินการซื้อย่างเป็น ระบบ มีขั้นตอน ของกระบวนการที่ชัดเจน ช่วยให้ครูได้จัดระบบการคิด การท างาน สามารถเรียนรู้และพัฒนางานได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากการชี้แนะเป็นกระบวนการพัฒนาวิชาชีพที่ต่อเนื่อง ท าให้ผู้ชี้แนะจ าเป็นต้อง ออกแบบกระบวนการ อย่างเป็นระบบ ที่ช่วยให้ครูได้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ๔) การพัฒนาที่ต่อเนื่อง (Ongoing Development) การชี้แนะเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และพัฒนาการ เรียนการสอนได้ ใช้เวลานานในการท าความเข้าใจและฝึกปฏิบัติให้เกิดผลตามเป้าหมาย การด าเนินการชี้แนะ จึงเป็นการพัฒนาที ่มีความต ่อเนื ่องยาวนาน ตราบเท ่าที ่มีความรู้ใหม ่ทางการสอน เกิดขึ้นมากมาย และมี ประเด็นทางการสอนที่ต้องท าความเข้าใจและน าไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน การด าเนินการชี้แนะก็ยังคง ด าเนินการคู่ขนานไปกับการจัดการเรียนการสอน จึงเป็นงานที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ๕) การชี้แนะแบบมีเป้าหมายหรือจุดเน้นร่วมกัน (Focusing) ในโลกของการพัฒนา บุคลากรครูให้ สามารถจัดการเรียนการสอนได้นั้น มีเรื่องราวที่ต้องปรับปรุงและพัฒนามากมายหลายจุด ดังนั้นนักวิชาการพี่ เลี้ยงจึงต้องตกลงร ่วมกันกับคุณครูว ่าเป้าหมายสุดท้ายที ่ต้องการให้เกิดคืออะไร แล้วร ่วมกันวางแผน วางเป้าหมายย่อย ๆ เพื่อไปสู่จุดหมายนั้น ๖) การชี้แนะในบริบทโรงเรียน (Onsite Coaching) การปฏิบัติการชี้แนะมี วัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ ครูสามารถน าความรู้ ทักษะการสอนที่มีอยู่ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน การประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะ ที่ดีเกิดขึ้นในสภาพการท างานจริง การด าเนินการชี้แนะจึงควรเกิดขึ้น ในการท างานในบริบทของโรงเรียน การด าเนินการชี้แนะเป็นการท างานเชิงลึก เข้มข้น เป็นการช่วยให้ ครูเคลื่อนจากความรู้ความเข้าใจในการ สอนแบบผิวเผิน (Surface Approach) ไปสู่การท าความเข้าใจที่ ลึกซึ้งมากขึ้น (DeepApproach) (Moon. ๒๐๐๔) โดยอาศัยกระบวนการลงมือปฏิบัติ ลงมือ ท างานการชี้แนะ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเข้าไปท างาน ร่วมกับครูในโรงเรียน ๗) การชี้แนะที่น าไปใช้ได้จริง (Work on Real Content) การชี้แนะในประเด็นหรือเนื้อหาสาระ ที่เป็นรูปธรรม (Being Concrete) มีลักษณะเป็นพฤติกรรมที่สามารถสังเกตได้ ปฏิบัติได้จริง ช่วยให้ครู สามารถปรับปรุงหรือพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่ผู้ชี้แนะเป็นบุคคลภายนอก โรงเรียน จึงมีข้อจ ากัด ตรงที่ไม่สามารถอยู่กับครูได้ตลอดเวลา การพบปะครูในแต่ละครั้ง จึงมีคุณค่ามาก จึง ควรใช้เวลาที่มีจ ากัดนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด การชี้แนะแต่ละครั้งจึงเน้นไปที่การน าความรู้หรือทักษะไปใช้ได้ จริง (Knight. ๒๐๐๔) ได้แนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และเป็นขั้นเป็นตอน ไม่เสียเวลาไป กับการอภิปรายหรือ พูดคุยกันเชิงทฤษฎี ๘) การทบทวนและสะท้อนผลการด าเนินงาน (After Action Review and Reflection) การ สะท้อนผลการท างาน (Reflection) เป็นวิธีการที่ช่วยให้ครูได้คิดทบทวนการท างานที่ผ่านมา สรุปเป็นแนว ปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนครั้งต่อไป การชี้แนะจึงใช้การสะท้อนผลการท างานนี้เป็นเครื่องมือส าคัญใน การเรียนรู้ จนได้อีกชื่อหนึ่งว่า การชี้แนะแบบมองย้อนสะท้อนผลการท างาน (Reflective coaching) การ ชี้แนะช่วยให้บุคคลได้สะท้อนความสามารถของตน เพื่อหาจุดที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นการช่วยเหลือ


๙ รายบุคคลในการน าความรู้ไปใช้ในการทางานและพัฒนาความสามารถของตน ไม ่ใช ่การสอนสิ ่งใหม ่ จุด พื้นฐานของการชี้แนะอยู่บนพื้นฐานของความรู้หรือทักษะที่มีอยู่แล้ว ๔. กระบวนการชี้แนะ กระบวนการชี้แนะเป็นกระบวนการที่ช่วยให้บุคคลได้รู้จักช่วยเหลือตนเอง (Coaching is a process of helping people to help themselves) มีนักการศึกษาน าเสนอกระบวนการชี้แนะที่หลากหลาย เนื่องจากการชี้แนะมีกระบวนเฉพาะได้แก่ การชี้แนะทางปัญญา (Cognitive Coaching) การชี้แนะ การสอน (Instructional Coaching) เพื่อนชี้แนะ (Peer Coaching) กระบวนการชี้แนะโดยทั่วไปมี ขั้นตอนของ กระบวนการดังนี้ ๑) ขั้นก่อนการชี้แนะ (Pre-Coaching) ก่อนด าเนินการชี้แนะ มีการตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ ประเด็นหรือจุดเน้นที ่ต้องการชี้แนะร ่วมกัน เนื ่องจากการด าเนินการชี้แนะเน้นไปที ่การเชื ่อมโยง ความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริง เป็นการท างานเชิงลึก (Deep Approach) ดังนั้นประเด็นที่ชี้แนะจึงเป็นจุดเล็ก ๆ แต่เข้มข้น ช่วยให้ เข้าใจอย่างลึกซึ้งแจ่มแจ้ง ช่วยคลี่ปมบางประการให้เกิดผลในการปฏิบัติได้จริง ในกรณีการ สอนกระบวนการ คิด มีประเด็นมากมายที ่ต้องช ่วยกันขยับขับเคลื ่อนไปที ่ละประเด็น เช ่น การใช้ค าถาม กระตุ้นคิดการใช้ กิจกรรมที่ช่วยให้คิดได้อย่างหลากหลาย การใช้ผังกราฟิก (Graphic Organizer) มาใช้ใน การน าเสนอความคิด การช่วยให้นักเรียนอธิบายกระบวนการคิดกระบวนการท างานของตนเอง ซึ่งในประเด็น เหล่านี้ก็ยังมีประเด็น ย่อย ๆ ที่ซ่อนอยู่มากมาย ทั้งผู้ชี้แนะและคุณครูแต่ละคนก็ต้องวางแผนร่วมกันว่าในแต่ ละครั้งที่ด าเนินการ ชี้แนะนั้น จะชี้แนะลงลึกเฉพาะในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ๒) ขั้นการชี้แนะ (Coaching) ในขั้นของการชี้แนะประกอบด้วยขั้นตอนย่อย ๓ ขั้น คือ ๒.๑) การศึกษาต้นทุนเดิม เป็นขั้นที่ผู้ชี้แนะพยายามทาความเข้าใจวิธีคิดวิธีการท างาน และผลที่ เกิดขึ้นจากการท างานของคุณครูว ่าอยู ่ในระดับใด เพื ่อเป็นข้อมูลในการต ่อยอดประสบการณ์ในระดับ ที่ เหมาะสมกับครูแต่ละคน ซึ่งในขั้นนี้อาจใช้วิธีการต่าง ๆ กันไปตามสถานการณ์ ๒.๒) การให้คุณครูประเมินการท างานของตนเอง เป็นขั้นที่ช่วยให้ครูได้ทบทวนการท างานที่ ผ่านมาของตนเอง โดยใช้ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ผ่านมา ได้แก่ การสอนที่เพิ่งสอนจบไปแล้ว ชิ้นงาน ที่นักเรียนเพิ่งท าเสร็จเมื่อสักครู่ มาใช้ประกอบการประเมิน ขั้นตอนนี้เป็นขั้นส าคัญขั้นหนึ่งที่พบว่า ครูไม่ได้ ตระหนักรู้ในสิ่งที่ตนเองสอนหรือกระท าลงไปนัก แต่ การที ่จัดให้มีโอกาสได้ “นึกย้อนและสะท้อนผล การ ท างาน” ช่วยให้ครูได้ทบทวนและไตร่ตรองว่าตนเองได้ใช้ความรู้ความเข้าใจไปสู่การปฏิบัติอย่างไร มีอุปสรรค ปัญหาใดเกิดขึ้นบ้าง ค าถามที่มักใช้กันในขั้นนี้มี ๒ ค าถามหลัก คือ อะไรที่ท าได้ดี จะให้ดีกว่านี้ถ้า ๒.๓) ขั้นต่อยอดประสบการณ์ เป็นขั้นที่ผู้ชี้แนะมีข้อมูลจากการสังเกตการณ์ ท างานและฟังครู อธิบายความคิดของตนเอง แล้วจึงลงมือต่อยอดประสบการณ์ในเรื่องเฉพาะนั้นเพิ่มเติม ซึ่งผู้ชี้แนะ ต้องอาศัยปฏิภาณในการวินิจฉัยให้ได้ว่าคุณครูต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด หากไม่แน่ใจก็อาจใช้วิธีการ สอบถามขอข้อมูลเพิ่มเติม ในขั้นต่อยอดประสบการณ์มักมีการด าเนินการใน ๒ ลักษณะ คือ ๒.๓.๑) เมื่อพบว่าคุณครูมีความเข้าใจที่ผิดพลาดบางประการ หรือมีปัญหา ก็จ าเป็นต้องแก้ไข ปรับ ความรู้ความเข้าใจให้ถูกต้องและช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา ๒.๓.๒) เมื่อพบว่าคุณครูเข้าใจหลักการสอนดี แต่ยังขาดประสบการณ์ในการ ออกแบบการเรียนการ สอน ก็จ าเป็นเพิ่มเติมความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ ๓) ขั้นสรุปผลการชี้แนะ (Post-Coaching) เป็นขั้นตอนที่ผู้ชี้แนะเปิดโอกาสให้ คุณครูได้สรุปผล การชี้แนะเพื ่อให้ได้หลักการส าคัญไปปรับการเรียนการสอนของตนเองต ่อไป มีการวางแผนที ่จะ กลับมาชี้แนะร่วมกันอีกครั้งว่าความรู้ความเข้าใจอันใหม่ที่ได้รับการการชี้แนะครั้งนี้จะเกิดผลในทางปฏิบัติ


๑๐ เพียงใด รวมไปถึงการตกลงร่วมกันเรื่องให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เช่น หาเอกสารมาให้ศึกษา ประสานงานกับ บุคคลอื่นๆ แนะน าแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม เป็นต้น


๑๑ วิธีด าเนินการ การนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ก าหนดรายละเอียดการนิเทศ ติดตาม การจัดการศึกษา ในการนิเทศการศึกษาครั้งนี้ ใช้เทคนิคการนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coachingand Mentoring) โดยใช้กระบวนการ PDCA เป็นตัวก าหนดทิศทางของการท างาน โดยมี ขั้นตอนในการด าเนินงานดังนี้ ๑. การวางแผน (P-Plan) เป็นขั้นของการวางแผนเพื่อออกแบบการนิเทศสู่การพัฒนาคุณภาพของ สถานศึกษาเพื่อศึกษาปัญหา สาเหตุ และแนวทางการแก้ปัญหา เชิงระบบ ให้ครอบคลุมทุก ด้าน ปัญหาและความต้องการที่ส าคัญจากการศึกษาสภาพปัจจุบัน และนโยบายของ หน่วยงานต้นสังกัดมาพิจารณาแล้วสรุปเป็นงานที่ต้องปฏิบัติ ในการร่วมกันวางแผน ก าหนด วัตถุประสงค์และเป้าหมาย ร่วมก าหนดวิธีการและแนวทางพัฒนา ๑.๑ ก าหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการนิเทศร่วมกัน ๑.๒ ก าหนดวิธีการและแนวทางการนิเทศร่วมกัน ๑.๓ ก าหนดและจัดท าแผนการนิเทศร่วมกัน ๑.๔ ก าหนดระยะเวลาในการนิเทศ ๒. การปฏิบัติงานตามแผน (D-Do) ในขั้นการปฏิบัติงาน ผู้นิเทศใช้เทคนิคการนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring) ซึ่งมีขั้นตอนการนิเทศ ดังนี้ ๒.๑ เตรียมการก่อนนิเทศ (๑) ประสานนัดหมายผู้บริหารโรงเรียนและครู (๒) แจ้งวัตถุประสงค์การไปโค้ช และแนวทางจัดกิจกรรม (๓) วางแผนก าหนดค าถามส าคัญ ทบทวนประเด็นปัญหา จุดพัฒนาครูจุดเน้น เพื่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (๔) เตรียมเครื่องมือในการนิเทศ และสร้างเครื่องมือการนิเทศ ๒.๒ ขณะนิเทศ (๑) พบผู้บริหารโรงเรียนตามนัดหมาย (๒) พบคณะครูก่อนนิเทศในห้องเรียน เพื่อสนทนาสร้างความคุ้นเคยและสร้าง เจตคติที่ดีในการนิเทศแก่ครูและนักเรียน (๓) สร้างข้อตกลงในการนิเทศห้องเรียน และทบทวนแผนการสอน (๔) สังเกตกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active learning ดังนี้ - การจัดห้องเรียนและบรรยากาศทั้งภายใน และภายนอกห้องเรียน - กระบวนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ การใช้สื่อเทคโนโลยี - สัมพันธภาพระหว่างครูกับนักเรียน - การวัดและประเมินผล (๕) ทบทวนหลังการจัดการเรียนรู้บันทึกการสังเกต


๑๒ (๖) สะท้อนผลการนิเทศ ให้ข้อมูลย้อนกลับเชิงสร้างสรรค์ ชี้จุดที่ควรพัฒนา จุดแข็งก าหนดค าถามเพื่อการปรับปรุงพัฒนา ระบุปัญหา แนวทาง แก้ปัญหา และสิ่งที่จะด าเนินการในขั้นต่อไป (๗) สรุปวางแผนการนิเทศร่วมกับครูและผู้บริหารเพื่อน าไปพัฒนาต่อยอด และนัดหมายการ นิเทศในครั้งต่อไป ๒.๓ หลังการนิเทศ (๑) ครูน าผลการนิเทศชั้นเรียนมาปรับปรุงพัฒนาแก้ไขการท างานและ ออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือวัดและประเมินผล (๒) ผู้นิเทศน าผลการนิเทศชั้นเรียนมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงกระบวนการ จัดการเรียนรู้ของครู ทบทวนการปฏิบัติการนิเทศ เพื่อปรับปรุงพัฒนาแก้ไข เทคนิควิธีการ/นวัตกรรมการนิเทศ และบันทึกรายงานผลการนิเทศ เตรียมการ นิเทศในครั้งต่อไป ๓. การตรวจสอบและประเมินผล (C-Check) ๓.๑ การปฏิบัติตามขั้นตอนตามแผนการนิเทศ ๓.๒ สังเกตการสอน ๓.๓ สะท้อนผลการนิเทศ ๓.๔ สรุปผลการประเมิน ๔. การน าผลการประเมินมาปรับปรุงงาน (A-Act) ๔.๑ จัดท ารายงานผลการนิเทศ กลุ่มเป้าหมาย 1. โรงเรียนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ จ านวน ๑๙๓ โรงเรียน ๒. โรงเรียนในสังกัดต ารวจตระเวนชายแดนที่ ๔๓ จ านวน ๑๐ โรงเรียน ๓. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๓ จ านวน ๑ โรงเรียน เครื่องมือนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งนี้ ผู้รับผิดชอบโครงการได้สร้าง เครื่องมือนิเทศ ดังนี้ ๑. แบบนิเทศ ติดตามการด าเนินงานตามโครงการ/ภาระงาน ๒. แบบบันทึกการนิเทศ การจัดการเรียนรู้แบบ Active learning ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสงขลา เขต ๓


๑๓ ผลการการด าเนินงาน ขั้นตอนการปฏิบัติการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ด าเนินการจัดก าหนดปฏิทินในการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาโดย คณะกรรมการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา โดยแบ่งคณะกรรมการนิเทศ ติดตามเป็น ๒ คณะ ตามค าสั่งส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ ดังนี้ คณะที่ ๑ ๑. นางสาวกันต์กนิษฐ์ แก้วประภาค ๒. นางมาลีณีย์ขรีดาโอ๊ะ ๓. นายธงชัย ศักดิ์สุวรรณ ๔. นายทศพล เพ็ชรภิมล ๕. นางสาวอภิรดี เกลี้ยงเกิด คณะที่ ๒ ๑. นายจรัญ ชูศรี ๒. นางรัตนา ซุ้นจ้าย ๓. นางสาวสุพรรษา หมัดจรูญ ๔. นายสมพงษ์ นันทโย ๕. นางสาวประภัสสร ท าแก้ว ๖. นางสาวอลีนา หลีเด


๑๔ ปฏิทินการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการนิเทศ ด าเนินการนิเทศ ติดตาม ดังนี้ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ ปฏิทินนิเทศชั้นเรียน (Focus On Classroom) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ ที่ วันเดือนปีที่นิเทศ อ าเภอ โรงเรียน หมายเหตุ ๑. ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เทพา -ชุมชนนิคมสร้างตนเองเทพา -บ้านแม่ที ๒. ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ จะนะ -บ้านป่างาม -บ้านป่าชิง ๓. ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ นาทวี -บ้านประกอบ -บ้านล าชิง ๔. ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ สะเดา -บ้านควนเสม็ด -บ่อเกดวิจิตรวิทยา ๓. ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ สะบ้าย้อย -บ้านบาโหย -สะบ้าย้อย ที่ วันเดือนปีที่นิเทศ อ าเภอ โรงเรียน หมายเหตุ ๑. ๖ มกราคม ๒๕๖๖ เทพา -ชุมชนนิคมสร้างตนเองเทพา -บ้านแม่ที ๒. ๑๓ มกราคม ๒๕๖๖ จะนะ -บ้านป่างาม -บ้านป่าชิง ๓. ๑๘ มกราคม ๒๕๖๖ นาทวี -บ้านประกอบ -บ้านล าชิง ๔. ๒๕ มกราคม ๒๕๖๖ สะเดา -บ้านควนเสม็ด -บ่อเกดวิจิตรวิทยา ๓. ๒๗ มกราคม ๒๕๖๖ สะบ้าย้อย -บ้านบาโหย -สะบ้าย้อย


๑๕ ภาคผนวก


๑๖ เครื่องมือนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา แบบบันทึกการนิเทศ การจัดการเรียนรู้แบบ Active learning ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ โรงเรียน................................................เครือข่ายสถานศึกษา..................................อ าเภอ.............….. ชื่อครู..............................................................ต าแหน่ง....................................วิทยฐานะ..... ................ กลุ่มสาระการเรียนรู้....................................ชื่อวิชาที่สอน................................ ระดับชั้น..................... ตัวชี้วัด...........................................................เรื่อง............................................................................... วัน เดือน ปี ที่นิเทศ..............เวลา.......น. จ านวนนักเรียนในห้องเรียนทั้งหมด...........คน ขาด.......คน ------------------------------------------------------------------- ตอนที่ ๑ กระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู ค าชี้แจง ให้ท่านสังเกตกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู แล้วท าเครื่องหมาย ลงในช่องระดับ คุณภาพ ๕ หมายถึง จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ระดับดีมาก ๔ หมายถึง จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ระดับดี ๓ หมายถึง จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ระดับปานกลาง ๒ หมายถึง จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ระดับพอใช้ ๑ หมายถึง จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ระดับปรับปรุง ข้อ รายการ ไม่ มี มี/ระดับคุณภาพ บันทึกเพิ่มเติม ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. มีการเตรียมการสอนก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๒. ชี้แจงตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนก่อนสอน ๓. สอดคล้องกับตัวชี้วัดและจุดประสงค์การเรียนรู้ ๔. ใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ Active learning คือ ๔.๑ ผู้เรียนมีบทบาท มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนรู้ ๔.๒ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ร่วมมือกันสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ๔.๓ ผู้เรียนมีการอภิปรายเพื่อสรุปบทเรียน ๔.๔ ผู้เรียนมีการสื่อสารและน าเสนอผลงาน ๕. ครูใช้สื่อ อุปกรณ์ ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. ครูมีเทคนิคการสอน ลีลาน่าสนใจ เหมาะสมกับวิชา ๗. มีการสอดแทรกและเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ๘. มีการเสริมแรง และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ๙. มีการวัดและประเมินผลระหว่างเรียน และเมื่อจบบทเรียน


๑๗ ตอนที่ ๒ การสะท้อนความคิดของผู้นิเทศ 1. เทคนิค/วิธีการสอน ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................ ........................................................................................................................................... ................. ๒. จุดเด่นในการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้คือ ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................................................................ ๓. จุดที่ควรพัฒนา/ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ............................................................................................................................. ........................................ ................................................................................................................................... .................................. ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ .................................................................................................................................................... ................. .................................................................................................................. ......... ลงชื่อ........................................................ผู้รับการนิเทศ (........................................................) ต าแหน่ง........................................................... ลงชื่อ........................................................ผู้ นิเทศ (........................................................) ต าแหน่ง...................................................


๑๘ แบบบันทึกการนิเทศโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทยระดับประถมศึกษา


๑๙


๒๐


๒๑


๒๒ ตัวชี้วัดที่ ๑.๒ คัดสรร สร้าง พัฒนา สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ข้าพเจ้ามีการศึกษาค้นคว้าวิเคราะห์สังเคราะห์วิจัยหรือวิธีการอื่นๆที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับ แผนการนิเทศการศึกษาเพื่อช่วยเหลือส่งเสริมสนับสนุนให้ครูสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษา สามารถจัดการศึกษาให้บรรลุโดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาหรือ หน่วยงานการศึกษาผู้เรียนและท้องถิ่น เอกสารหลักฐานอ้างอิง : โปรแกรมสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน และโปรแกรมปพ.๕ และ ปพ.๖ หลักสูตรอิสลามแบบเข้ม


๒๓ ตัวชี้วัดที่ ๑.๓ ปฏิบัติการนิเทศ ข้าพเจ้ามีการนิเทศให้ค าปรึกษาแนะน าชี้แนะและเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูสถานศึกษา และ หน่วยงานการศึกษาโดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ผู้เรียนและท้องถิ่น ตลอดระยะเวลา6เดือนที่ผ่านมาข้าพเจ้าไปนิเทศติดตามให้ค าปรึกษาแนะน าชี้แนะและ เป็นพี่เลี้ยงให้กับครูสถานศึกษาใน การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนจ านวน19 ครั้ง จ านวน 15 โรงเรียน -นิเทศติดตามโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ จ านวน 1 ครั้ง 1โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนบ้านนา -นิเทศติดตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับประถมศึกษา จ านวน 6 ครั้ง 6 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนบ้านเกาะแลหนัง โรงเรียนบ้านปากบาง โรงเรียนบ้านควนเจดีย์ โรงเรียนบ้านควนหรัน โรงเรียน บ้านล าเปา โรงเรียนเกาะทาก -นิเทศติดตามและประเมินผลการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาทักษะภาษาเพื่อการสื่อสารระดับ หมู่บ้าน/ต าบล จ านวน 5 ครั้ง 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านควนหมาก โรงเรียนบ้านสุเหร่า โรงเรียนบ้าน พรุหวา โรงเรียนบ้านเทพา โรงเรียนบ้านปากบาง เอกสารหลักฐานอ้างอิง : ภาพถ่ายการนิเทศชั้นเรียน


๒๔


๒๕


๒๖ ตัวชี้วัดที่ ๑.๔ การพัฒนางานวิชาการ ข้าพเจ้ามีการพัฒนาวิชาการให้ครูสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้ บรรลุผลโดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาผู้เรียนและ ท้องถิ่น เอกสารหลักฐานอ้างอิง : โปรแกรมสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน และโปรแกรมปพ.๕ และ ปพ.๖ หลักสูตรอิสลามแบบเข้ม


๒๗ ตัวชี้วัดที่ ๑.๕ ประสานงานกับหน่วยงานสถานประกอบการ ข้าพเจ้าประสานงานกับหน่วยงานสถานประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมสนับสนุน ให้ครูสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษาสามารถจัดการศึกษาให้บรรลุผลโดยมีการปรับประยุกต์ให้ สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาผู้เรียนและท้องถิ่น โดยได้มีการประสานงานใน เรื่องของการจัดสอบ เอกสารหลักฐานอ้างอิง : ภาพถ่ายการกับโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆ


๒๘ ตัวชี้วัดที่ ๑.๖ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ข้าพเจ้ามีการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของครู สถานศึกษาและหน่วยงาน การศึกษาให้สามารถจัดการศึกษาได้บรรลุผล เอกสารหลักฐานอ้างอิง : ภาพถ่ายการติดตามการสอบ O-NET RT NT นิเทศติดตามโครงการ วิทยาศาสตร์พลังสิบ นิเทศติดตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับประถมศึกษา ตัวชี้วัดที่ ๑.๗ รายงานผลการนิเทศ


๒๙ ตัวชี้วัดที่ ๑.๗ รายงานผลการนิเทศ ข้าพเจ้ามีการจัดท ารายงานผลการนิเทศการศึกษาสอดคล้องกับแผนการนิเทศการศึกษา เอกสารหลักฐานอ้างอิง : รายงานการนิเทศ รายงานผลการนิเทศ


๓๐ องค์ประกอบที่ ๒ การส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา ตัวชี้วัดที่ ๒.๑ วางแผนการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการจัดการศึกษา ข้าพเจ้ามีการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและความต้องการจ าเป็นสังเคราะห์สารสนเทศที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบด้านเพื่อวางแผนการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาการจัดการศึกษา เอกสารหลักฐานอ้างอิง : แผนการนิเทศ, โครงการการพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน,ค าสั่ง โครงการพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน


๓๑ ตัวชี้วัดที่ ๒.๒ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถานศึกษา/หน่วยงานการศึกษา ข้าพเจ้ามีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานองค์กรและสถานประกอบการรวมถึงภูมิปัญญา หรือผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ สถานศึกษาหน่วยงานการศึกษา เอกสารหลักฐานอ้างอิง : ภาพถ่ายการ PLC กับครู ผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการนิเทศภายในที่ เข้มแข็ง


๓๒ ตัวชี้วัดที่ ๒.๓ ติดตามประเมินผลการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา ข้าพเจ้ามีการติดตามประเมินผลการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาและ หน่วยงานการศึกษาให้สามารถจัดการศึกษาได้บรรลุผลตามพันธกิจ เอกสารหลักฐานอ้างอิง : ภาพถ่ายการนิเทศติดตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย และโครงการ วิทยาศาสตร์พลังสิบ ตัวชี้วัดที่ ๒.๔ จัดท ารายงานสารสนเทศ


๓๓ ข้าพเจ้ามีการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดท ารายงานสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและ สนับสนุนการจัดการศึกษาต่อสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษา เอกสารหลักฐานอ้างอิง : รายงานสารสนเทศการประเมินการอ่านการเขียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ (RT)


๓๔ องค์ประกอบที่ ๓ การพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ตัวชี้วัดที่ ๓.๑ พัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ การใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการศึกษา สมรรถนะทางวิชาชีพศึกษานิเทศก์และความรู้ในเนื้อหาที่นิเทศ เอกสารหลักฐานอ้างอิง : ภาพถ่ายการอบรมภาษาไทย, เกียรติบัตรการอบรม


๓๕ ตัวชี้วัดที่ ๓.๒ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อปรับประยุกต์ในการจัดการ เรียนรู้และการจัดการศึกษา เอกสารหลักฐานอ้างอิง : เกียรติบัตรการอบรม,ภาพถ่ายการPLC กับครูผู้บริหารสถานศึกษา


๓๖ ตัวชี้วัดที่ ๓.๓ น าความรู้ความสามารถทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการ พัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีผล ต่อคุณภาพครูและผู้เรียน เอกสารหลักฐานอ้างอิง : โปรแกรมสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน


๓๗ ตัวชี้วัดที่ ๓.๔ เผยองค์ความรู้ด้านการนิเทศการจัดการเรียนรู้และการจัดการศึกษาและบริการ วิชาการแก่หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานต่างๆ เอกสารหลักฐานอ้างอิง : อบรมให้ความรู้ครูเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน อบรมการใช้โปรแกรมสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน


๓๘ ตอนที่ ๒ ประเด็นท้าทาย ตัวชี้วัดที่ ๑ วิธีด าเนินการ ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์นวัตกรรมของ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้การนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching & Mentoring) ๑. สภาพปัญหาของการจัดการเรียนรู้และการจัดการศึกษา แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ ๑๒ การพัฒนาการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนา ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาและการพัฒนาระบบการเรียนรู้ ตลอดชีวิต การวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มและการสร้างระบบการศึกษา เพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ อีกทั้งยังให้ความส าคัญกับการส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุ ปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ การสร้างเสริมศักยภาพ ผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการ ประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง รวมถึงการรวมนักวิจัยและนักเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าเพื่อพัฒนาต่อยอด งานวิจัยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและเสริมสร้างศักยภาพและความ เข้มแข็งของประเทศ โดยมี ๒ เป้าหมายระดับประเด็น ได้แก่ (๑) คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพ ตาม มาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะที่จ าเป็นของโลกศตวรรษที่ ๒๑ สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและ (๒) คน ไทยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถ ของพหุปัญญาดีขึ้น ทั้งนี้ ยังคงมีประเด็นท้าทายที่ต้องด าเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่ ความพร้อมด้านทรัพยากรของโรงเรียน สมรรถนะของครูผู้สอนสู่การเป็น ครูยุคใหม่ การขาดแคลนครูผู้สอนที่สอนตรงสาขาวิชาและการกระจายทรัพยากรในการจัดการเรียน การสอนที่เพียงพอ ในโรงเรียนขนาดเล็กการขาดข้อมูลในมิติที่สามารถสะท้อนคุณภาพของผู้สอน ความ พร้อมของระบบการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและความเชื่อมั่นของครูที่จะปฏิบัติตามแนวทางใหม่ เป็นอีกเรื่องที่ส าคัญต่อความส าเร็จในการน าหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนไป ปฏิบัติ ดังนั้น เราจึงต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูป หลักสูตรตั้งแต่ต้น เพื่อให้พวกเขาพร้อมที่จะเดินตาม ในขั้นตอนการปฏิบัติ นอกจากนั้นครูควรได้รับ การสนับสนุนให้เข้าใจแนวทางใหม่ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนและเข้าถึงทรัพยากรและ ความรู้ใหม่ ๆ ในการสร้างสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนให้เอื้ออ านวยต่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และการ มีกิจกรรมร่วมกัน เช่น การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับระบบการศึกษาการเรียนรู้ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและทักษะที่ จ าเป็นต่าง ๆ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนทั้งในมิติ ระบบบริหารจัดการ ผู้สอน รวมทั้งการขยายโอกาสให้ ครอบคลุมทั้งประเทศและคนกลุ่มต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีทักษะที่จ าเป็น ในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งการบรรลุเป้าหมาย ดังกล่าว ต้องอาศัยปัจจัยส าคัญ ประกอบด้วย การออกแบบ ระบบการเรียนรู้ใหม่ที่มีคุณภาพสอดคล้องกับศตวรรษที่ ๒๑ การเปลี่ยนแปลงบทบาทครูให้เป็นครูยุค ใหม่ การสร้างช่องทางการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้งในระบบและนอกระบบและการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ บริหารจัดการการศึกษา ซึ่งครูหลายท่านคงทราบดีแล้วว่าการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ นอกจากครู


๓๙ จะจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้รับองค์ความรู้แล้ว ครูควรจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริม ให้ผู้เรียนมี สมรรถนะดังนี้ ๑) มีความรอบรู้ด้านเนื้อหา ๒) มีทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา ทักษะการ สื่อสาร ทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทักษะการท างานแบบร่วมมือ ทักษะการเรียนรู้บริบทและ สิ่งแวดล้อม ทักษะ การรอบรู้ด้านสื่อและข้อมูลข่าวสาร ๓) มีความรอบรู้ด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร ๔) มีทักษะชีวิต เช่น การเป็นผู้น าการก ากับและชี้น าตนเอง การรับผิดชอบต่อสังคม ดังนั้นครูต้องมีการ ปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการเรียนรู้ บริบทและบรรยากาศของชั้นเรียนและที่ส าคัญคือการออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนมีบทบาทส าคัญต่อการด าเนินกิจกรรมการเรียนรู้ของตนเอง การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ Active Learning คือ การเรียนรู้ที่ให้ความส าคัญ กับประสบการณ์ ความสนใจ ความกระตือรือร้นและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อ การเรียนรู้ของตนเองในตัวผู้เรียนมากขึ้น โดยผู้เรียนมีบทบาทส าคัญต่อการด าเนินกิจกรรม การเรียนรู้ ของตนเอง ซึ่งการเรียนรู้นั้นจะไม่ใช่การฟังเพียงอย่างเดียว จะต้องเกิดการเรียนรู้ผ่านการอ่าน การเขียน การอภิปราย การแก้ปัญหาหรือการประยุกต์ใช้สู่สถานการณ์จริงร่วมกันด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สูงสุดทั้งด้านความรู้ ทักษะและเจตคติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เรียนจะต้อง มีส่วนร่วมในงานที่ก่อให้เกิดทักษะการคิดขั้นสูง (Bonwelle & Eison ๑๙๙๑) นอกจากนี้การจัดการ เรียนรู้แบบ Active Learning เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสร้างสรรค์ทางปัญญา (Constructivism) ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยง ความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่ มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะน ากระตุ้น หรืออ านวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยกระบวนการคิด ขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมการ เรียนรู้ท าให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและน าไปใช้ในสถานการณ์อื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สถาพร พฤฑฒิกุล, ๒๕๕๘) จากการนิเทศ ติดตาม ครูผู้สอนในกลุ่มสา ระก ารเ รียน รู้วิทยาศ าสต ร์และ เทคโนโลยี โรงเรียนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ เกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี โรงเรียนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ จากทั้งหมด จ านวน ๑๙๓ โรงเรียน ครูขาดความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning ยังยึดติดกับกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบเดิม ๆ ที่ไม่ต้องมีขั้นตอนหรือกระบวนการอะไร มาก เน้นการสอนแบบบรรยายการการเพิ่มเติมความรู้ให้กับนักเรียนโดยการสอนพิเศษหรือการติวก่อน จะมีการทดสอบในระดับต่าง ๆ อีกทั้งยัง การสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อการเผยแพร่หรือเสนอ ขอเพื่อรับรางวัล มีจ านวนผลงานนวัตกรรมที่ครูสร้างสรรค์ ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระดับส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ จึง ตระหนักและเห็นความส าคัญที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สงขลา เขต ๓ ให้พัฒนาการจัดการ เรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์นวัตกรรมของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้การนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching & Mentoring) ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริม พัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถจัดการเรียนรู้แบบ


๔๐ Active Learning อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มี คุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ๒. วิธีการด าเนินการให้บรรลุผล ๒.๑ ส ารวจข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์สภาพปัญหา และความต้องการจ าเป็นในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อใช้วางแผนและจัดท าแผนการนิเทศ ๒.๒ ศึกษา แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching & Mentoring) การพัฒนานวัตกรรมการนิเทศ การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ๒.๓ ออกแบบ ก าหนดตัวชี้วัดความส าเร็จ สร้างเครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และก าหนดปฏิทินการ นิเทศ ติดตามการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์นวัตกรรมของ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้การนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching & Mentoring) ๒.๔ สร้างและพัฒนาชุดนิเทศ การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการ สร้างสรรค์นวัตกรรมของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้การนิเทศแบบ ชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching & Mentoring) ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาในสังกัด สพป.สงขลา เขต ๓ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูและการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มี คุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษ ที่ ๒๑ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ๒.๕ อบรม /ประชุม ทบทวนให้ความรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learningและการ สร้างสรรค์นวัตกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒.๖ ชี้แจงแนวทางนิเทศ ติดตาม การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์ นวัตกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒.๗ ศึกษานิเทศก์และครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกันวางแผนและ ก าหนดปฏิทินการนิเทศ ติดตามทางการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์ นวัตกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒.๘ ด าเนินการนิเทศ ติดตาม ให้ค าปรึกษา แนะน า ชี้แนะ เป็นพี่เลี้ยงให้สถานศึกษาและครูกลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.สงขลา เขต ๓ ตามแผนการนิเทศ การศึกษาโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching & Mentoring) เพื่อให้ผู้รับ การนิเทศพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ Active Learning ส่งผลไปถึงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใน สังกัด สพป.สงขลา เขต ๓ ให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ๒.๙ ประสานงานกับคณะศึกษานิเทศก์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้รับผิดชอบโครงการที่ เกี่ยวข้องระดับส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและ เป็น พี่เลี้ยงให้ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสถานศึกษา สามารถจัด กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์นวัตกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้บรรลุผลตามแผนการนิเทศการศึกษา ๒.๑๐ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์ นวัตกรรมของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


๔๑ ๒.๑๑ รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการด าเนินงานการ การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์นวัตกรรมของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒.๑๒ สรุปและจัดท ารายงานผลการนิเทศการพัฒนาครูให้สอดคล้องกับแผนการนิเทศ ในการจัดการ เรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างสรรค์นวัตกรรมของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ตัวชี้วัดที่ ๒ ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่คาดหวัง ๒.๑ เชิงปริมาณ ๒.๑.๑ ครูผู้สอน ร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการนิเทศ ติดตาม การสร้างพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ทางการศึกษา ที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และผู้เรียน ๒.๑.๒ ครูผู้สอนร้อยละ ๘๐ การสร้างพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ๒.๑.๓ ครูผู้สอนร้อยละ ๘๐ มีแนวทาง หรือวิธีปฏิบัติที่ดีเชิงประจักษ์และเป็นแบบอย่างได้ในการสร้าง พัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ๒.๑.๔ นักเรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการโดยใช้สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการ ศึกษา ที่เหมาะสมตามวัย ๒.๒ เชิงคุณภาพ ๒.๒.๑ ครูผู้สอนได้รับการนิเทศ ติดตามการสร้างพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ที่ สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และผู้เรียน ๒.๒.๒ ครูผู้สอนสามารถสร้างพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย ๒.๒.๓ ครูผู้สอนมีแนวทาง หรือวิธีปฏิบัติที่ดีเชิงประจักษ์และเป็นแบบอย่างได้ในการสร้างพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ๒.๒.๔ ผู้เรียนได้รับการจัดการเรียนการโดยสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ที่เหมาะสมตาม วัย


๔๒


Click to View FlipBook Version