The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา วิชาการหลักการตลาด
ปีการศึกษา 2567
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุพรรณพร สาลีผล, 2025-03-11 11:18:26

การวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดของบริษัท GMM Grammy

รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา วิชาการหลักการตลาด
ปีการศึกษา 2567
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม

Keywords: วิชาหลักการตลาด

การวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดของบริษัท GMM Grammy จัดท าโดย นายมนตรี จันทร์เทวี รหัสนักศึกษา 664327018 นางสาวรัตนพร สาลีผล รหัสนักศึกษา 664327021 นายสรวิชญ์ อ่อนแช่ม รหัสนักศึกษา 664327031 เสนอ อาจารย์สุพินดา ฤทธิจันทร์ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา วิชาการหลักการตลาด ปีการศึกษา 2567 มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม


ก ค าน า การศึกษากลยุทธ์การตลาดของบริษัท GMM Grammy ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์และท าความเข้าใจถึงการน าหลักการตลาดมาประยุกต์ใช้ในการด าเนินธุรกิจของบริษัท ที่มีบทบาทส าคัญในวงการบันเทิงไทย ทั้งในด้านการผลิตเพลง ภาพยนตร์ และกิจกรรมต่าง ๆ การวิเคราะห์นี้จะครอบคลุมหลากหลายด้าน รายงานประกอบไปด้วยเนื้อหา ประวัติของบริษัท, ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท,กลยุทธ ์ ช่องทางการจ าน่าย ระบบขาย ออนไลน์ ออฟไลน์ โลจิกติส์ การขนส่ง, การวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด SWOT Analysis กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด ,กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด งานวิจัย ,การวิจัยการตลาด กรณีศึกษาการแบ่งส่วนตลาดและการเลือกเป้าหมายSTP กลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าคือใคร ,พฤติกรรมผู้บริโภค การตลาดระหว่างช่วงวัย ของผู้บริโภคกับการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ ,แนวโน้มและการประยุกต์ใช้ ในการด าเนินธุรกิจ รายงานนี้จะท าการวิเคราะห์ SWOT เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมทางการตลาด และศึกษา กรณีศึกษาของบริษัท รวมถึงการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการบริหารจัดการและการพัฒนาธุรกิจให้ เติบโตและมีความยั่งยืนในตลาด คณะผู้จัดท า


ข สารบัญ หน้า ค าน า ก สารบัญ ข บทที่ 1 ประวัติของบริษัท 1-5 1.1 ความเป็นมา บทที่ 2 ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท 6-12 บทที่ 3 กลยุทธ์ 13-15บทที่ 4 ช่องทางการจ าน่าย ระบบขาย ออนไลน์ ออฟไลน์ โลจิกติส์ การขนส่ง 16-18 4.1 ช่องทางการจัดจ าหน่ายและระบบการขาย บทที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด SWOT Analysis 19-23 บทที่ 6 กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด 22-24 6.1 การโฆษณา 6.2 การประชาสัมพันธ์ 6.3 การส่งเสริมการขาย 6.4 การขายโดยบุคคล 6.5 การตลาดโดยตรง บทที่ 7 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการตลาด SWOT Analysis 25-27 บทที่ 8 งานวิจัย การวิจัยการตลาด กรณีศึกษา 28-31 บทที่ 9 การแบ่งส่วนตลาดและการเลือกเป้าหมายSTP กลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าคือใคร 32-36 บทที่ 10 พฤติกรรมผู้บริโภค (ยุคปัจจุบัน อตีต)การตลาดระหว่างช่วงวัย ของผู้บริโภคกับการ ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ 37-43 บทที่ 11 แนวโน้มและการประยุกต์ใช้ในการด าเนินธุรกิจ 44-50 บรรณานุกรม


1 บทที่1 ประวัติของ บริษัท GMM grammy บริษัท GMM Grammy Public Company Limited (GMM Grammy) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2526 โดยคุณ สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจด้านการจัดจ าหน่ายเพลง โดย เริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตและจ าหน่ายแผ่นเสียง และขยายกิจการไปยังธุรกิจการผลิตและจัดจ าหน่าย เพลงในรูปแบบต่าง ๆ ในช่วงแรก บริษัท GMM Grammy ประสบความส าเร็จอย่างรวดเร็วใน อุตสาหกรรมดนตรีไทย เนื่องจากได้สร้างเครือข่ายการผลิตเพลงที่ครอบคลุมและการสร้างสรรค์ ผลงานเพลงที่มีคุณภาพในช่วงปี พ.ศ. 2530 GMM Grammy ได้เริ่มขยายธุรกิจไปยังด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบันเทิง เช่น การผลิตรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และคอนเสิร์ต รวมถึงการจัดการ ศิลปิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวค่ายเพลงต่าง ๆ อาทิGrammy Gold, GMM Z, และ GMM TV ซึ่งสร้างชื่อเสียงและก าหนดทิศทางของการตลาดบันเทิงในประเทศไทยตลอดระยะเวลาหลายปี GMM Grammy ได้น าเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล การก้าวเข้าสู่ ธุรกิจออนไลน์และการให้บริการสตรีมมิ่งเพลงผ่าน GMM Music และความต้องการของผู้บริโภคใน ยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ GMM Grammy ยังได้ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันและการตลาดออนไลน์ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดในยุคใหม่ GMM Grammy ยังเป็นผู้น าด้านการผลิตคอนเสิร์ตและการจัดงานใหญ่ในวงการบันเทิง เช่น การจัด คอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่หลากหลาย รวมถึงการผลิตรายการโทรทัศน์ ที่ได้รับความนิยมสูง ท าให้ GMM Grammy ยังคงเป็นบริษัทที่มีอิทธิพลในวงการบันเทิงไทยอย่าง ต่อเนื่องจากความส าเร็จในการบริหารธุรกิจบันเทิงและการตลาดของ GMM Grammy ท าให้บริษัทได้ ขยายสาขาธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น การส่งออกเพลงและการสร้างเครือข่ายการจัดจ าหน่าย ไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลกโดยสรุปแล้ว GMM Grammy เป็น บริษัทที่มีการเติบโตและพัฒนาตามความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตลาดบันเทิงในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยค านึงถึงการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคและการสร้างสรรค์ผลงานที่ มีคุณภาพเป็นหลัก ซึ่งบริษัทได้ท าการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ กลุ่มเป้าหมายของตัวเองอย่างต่อเนื่อง


2 ความเป็นมา ของบริษัท GMM Grammy • พ.ศ. 2526 (1983): บริษัท GMM Grammy ก่อตั้งขึ้นในปี 2526 โดยคุณสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต โดยเริ่มต้นจากการผลิต และจ าหน่ายแผ่นเสียงในประเทศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการบันเทิงของบริษัท โดยใน ช่วงแรก GMM Grammy เป็นผู้น าในการผลิตแผ่นเสียงและเทปคาสเซ็ทที่ได้รับความนิยมจากตลาดคนฟังเพลงในยุค นั้น • พ.ศ. 2530 (1987): ในปีนี้ GMM Grammy ขยายกิจการไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบันเทิงอื่น ๆ โดยเริ่มจากการผลิต และจัดจ าหน่ายเพลงในรูปแบบของ CD และแผ่นเสียง อีกทั้งยังขยายเข้าสู่ธุรกิจการผลิตรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และคอนเสิร์ต รวมถึงการจัดการศิลปินต่าง ๆ ซึ่งได้ช่วยสร้างเครือข่ายการบันเทิงในประเทศไทย • พ.ศ. 2535 (1992): GMM Grammy ได้เปิดตัว GMM TV ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่มุ่งเน้นการผลิตและโปรโมตศิลปินใหม่ๆ ใน วงการบันเทิงไทยโดยค่ายนี้มีบทบาทส าคัญในการท าให้ศิลปินหลายคนในวงการได้รับความนิยมและ สร้างสรรค์ผลงานเพลงที่ได้รับการยอมรับจากผู้ฟัง ภาพที่ 1 โลโก้ของค่าย GMM25 ที่มา https://pantip.com/topic/32627779


3 • พ.ศ. 2540 (1997): ในช่วงนี้ GMM Grammy ได้เริ่มเข้าสู่การพัฒนาและขยายธุรกิจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยการ เปิดตัว GMM Music ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ในยุคแรกๆ และสร้างโอกาสในการเข้าถึง ผู้บริโภคในตลาดที่ก าลังเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่ามาสู่ยุคดิจิทัล ภาพที่ 2 โลโก้ของค่ายเพลง GMM25 ที่มา https://ibusiness.co/detail/9670000048531 • พ.ศ. 2549 (2006): GMM Grammy ได้เปิดตัว GMM Z ค่ายเพลงและสื่อบันเทิงที่มุ่งเน้นการผลิตรายการโทรทัศน์และ กิจกรรมคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของ ศิลปินต่าง ๆ และการผลิตรายการวาไรตี้ที่ได้รับความนิยม ภาพที่ 3 โลโก้ของรายการโทรทัศน์ GMM25 ที่มา https://www.google.com/gasearch?q=gmm%20z&source=sh/x/gs/m2/5#vhid=FDnhuFVrlbY


4 • พ.ศ. 2551 (2008): การเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวของ GMM Grammy เริ่มชัดเจนเมื่อบริษัทเปิดตัว GMM Music ซึ่ง เป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มการฟังเพลงออนไลน์ที่สามารถดาวน์โหลดและสตรีมเพลงได้อย่างสะดวกสบาย รวมทั้งให้บริการเพลงผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ • พ.ศ. 2556 (2013): GMM Grammy ร่วมมือกับ JOOX แพลตฟอร์มการสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ที่เป็นที่นิยมในเอเชีย โดย ได้ขยายการให้บริการไปยังทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการร่วมมือกับ JOOX ช่วยเพิ่ม ขีด ความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดดิจิทัล ภาพที่ 4 โลโก้การสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ JOCX ที่มา https://www.joox.com/th • พ.ศ. 2560 (2017): GMM Grammy เริ่มมีการลงทุนในสื่อดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในด้านการผลิตรายการโทรทัศน์ การสร้างคอนเทนต์ ออนไลน์ และการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง • พ.ศ. 2562 (2019): การพัฒนาแพลตฟอร์ม GMM Music ซึ่งสามารถรองรับการฟังเพลงและดูคลิปวิดีโอต่าง ๆ ได้ผ่าน ทางแอปพลิเคชันในมือถืออย่างสะดวก และเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่สามารถสตรีมมิ่งเพลงออนไลน์ได้ทุกที่ทุก เวลา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคนรักเพลงและผู้บริโภคในยุคดิจิทัล


5 • พ.ศ. 2565 (2022): GMM Grammy ยังคงพัฒนาการบริการให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การน าเทคโนโลยี AI มาใช้ใน การแนะน าเพลงให้กับผู้ฟังตามรสนิยม และพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้การฟังเพลงมีประสบการณ์ที่ดีขึ้น รวมทั้งยังคงเป็นผู้น าในการจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมบันเทิงที่มีความหลากหลาย ปัจจุบัน GMM Grammy ยังคงรักษาต าแหน่งผู้น าในอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย ด้วยการลงทุนใน ธุรกิจสื่อดิจิทัล การผลิตคอนเสิร์ต การจัดการศิลปิน และการพัฒนาแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ตอบสนอง ต่อการเติบโตของตลาดดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะเป็นผู้น าที่แข็งแกร่งในตลาดบันเทิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ภาพที่ 5 ความส าเร็จในท าซี่รีส์ ที่มา https://www.joox.com/th


6 บทที่ 2 ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท บริษัท GMM Grammy มีหลากหลายที่ครอบคลุมทั้งด้านการบันเทิง การผลิตเพลง การจัดจ าหน่าย สื่อดิจิทัล และการบริการที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้: 1. ธุรกิจการผลิตและจ าหน่ายเพลง การผลิตเพลง: GMM Grammy เป็นผู้น าในการผลิตเพลงในประเทศไทย บริษัทมีค่ายเพลงหลายค่าย เช่น Grammy Gold, GMM Z, GMM TV, GMM One, และอื่น ๆ โดยศิลปินที่อยู่ในสังกัดของ GMM Grammy มักมีผลงานเพลงที่ได้รับความนิยมและประสบความส าเร็จในตลาดเพลงการจัดจ าหน่ายเพลง: นอกจากการผลิตเพลงแล้ว GMM Grammy ยังมีการจัดจ าหน่ายเพลงในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบของ CD, DVD, Blu-ray, และไฟล์เพลงดิจิทัลผ่านช่องทาง ต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ GMM Music, JOOX, และ Spotify ภาพที่ 6 แผ่นซีดีเพลงของ GMM ที่มา https://www.lazada.co.th/products/cd-gmm-grammy-1-i5023514755.htm


7 2. ธุรกิจการผลิตและจัดจ าหน่ายคอนเสิร์ต การสตรีมมิ่งเพลง: GMM Grammy ได้เปิดบริการ GMM Music ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลง ของบริษัทเอง และร่วมมือกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น JOOX และ Spotify เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเพลง ได้ทุกที่ทุกเวลา ภาพที่ 7 ทางการสตรีมมิ่งเพลงของ GMM ที่มา https://brandingforum.org/general/understanding-spotify-logo-meaning-history-andevolution/ 3.ธุรกิจการผลิตและจัดจ าหน่ายคอนเสิร์ต การจัดคอนเสิร์ต: GMM Grammy เป็นผู้น าในการจัดคอนเสิร์ตใหญ่และกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ เช่น การจัดคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งได้จัดการแสดงใหญ่หลายครั้ง เช่น คอนเสิร์ตของศิลปินยุคใหม่และยุคคลาสสิก กิจกรรมส่งเสริมการขาย: GMM Grammy จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อ ส่งเสริมการขายผลงานของศิลปิน เช่น การจัดกิจกรรม ภาพที่ 8 การจัดคอนเสิร์ตของ GMM ที่มา https://www.theconcert.com/concert/200


8 4. ธุรกิจสื่อบันเทิง การผลิตรายการโทรทัศน์: GMM Grammy ผลิตรายการโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย เช่น รายการเกมโชว์ วาไรตี้โชว์ และละครโทรทัศน์ต่าง ๆ ผ่านช่อง GMM 25, GMM One, GMM TV และ อื่น ๆ การผลิตภาพยนตร์: GMM Grammy มีการผลิตและจ าหน่ายภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น การผลิตภาพยนตร์ที่ได้รับการยอมรับในวงการบันเทิงและได้รับรางวัลหลายครั้ง รายการเพลง: GMM Grammy ผลิตรายการเพลงที่มีศิลปินเข้าร่วม เช่น รายการ The Voice Thailand ซึ่งได้รับความนิยมจาก ผู้ชมในไทยการบริหารจัดการศิลปิน: GMM Grammy มีการจัดการศิลปินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยคัดเลือกศิลปินที่มีศักยภาพในการเติบโตในวงการบันเทิง และท าการโปรโมตในหลาย ๆ ช่องทาง เช่น การจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆการโปรโมตศิลปิน: GMM Grammy จัดการการโปรโมตศิลปินอย่าง ครบวงจร เช่น การออกอัลบั้มใหม่และผลิตภัณฑ์ของศิลปิน GMM Grammy ยังผลิตและจัดจ าหน่ายสินค้าที่ เกี่ยวข้องกับศิลปินในสังกัด เช่น เสื้อผ้า, อัลบั้ม, ของที่ระลึก, และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับคอนเสิร์ตหรือ กิจกรรมที่ศิลปินเข้าร่วม ภาพที่ 9 รายการเกมโชว์ของ GMM ที่มา https://www.gmm25.com/shows_detail.html?id=600


9 5. ธุรกิจจัดการศิลปินและกิจกรรม การบริหารจัดการศิลปิน: GMM Grammy มีการจัดการศิลปินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดย คัดเลือกศิลปินที่มีศักยภาพในการเติบโตในวงการบันเทิง และท าการโปรโมต ในหลาย ๆ ช่องทาง เช่น การ จัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆการโปรโมตศิลปิน: GMM Grammy จัดการการโปรโมตศิลปินอย่างครบวงจร เช่น การออกอัลบั้มใหม่และผลิตภัณฑ์ของศิลปิน GMM Grammy ยังผลิตและจัดจ าหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง กับศิลปินในสังกัด เช่น เสื้อผ้า, อัลบั้ม, ของที่ระลึก, และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมที่ศิลปิน เข้าร่วม ภาพที่ 9 การจ าน่ายของ ให้กลับแฟนคลับ ที่มา https://www.google.com/gasearch?q=gmm%20portai%20art&source=sh/x/gs/m2/5#vhid=2gD WsGJSc1kcuM&vssid=mosaic


10 6. ธุรกิจการศึกษาและการฝึกอบรม ก า ร ฝึ กอบ รมศิลปิน: GMM Grammy มีโ ค รงก า ร ฝึกอบ รม แ ล ะพัฒน าศิลปินหน้ าใหม่ ให้มีความสามารถทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และทักษะที่เกี่ยวข้องในวงการบันเทิง• การฝึกอบรมใน วงการบันเทิง: บริษัทยังมีการฝึกอบรมบุคคลทั่วไปที่สนใจท างานในวงการบันเทิงในด้านต่าง ๆ เช่น การผลิต เพลง การจัดคอนเสิร์ต และการบริหารศิลปิน ภาพที่ 10 รายการการแข่งขันการร้องเพลง ที่มา https://www.google.com/gasearch?q=atp%202022%20season%206&source=sh/x/gs/m2/5#vh id=oi96gw6TQG-XUM&vssid=mosaic


11 8. ธุรกิจการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การโฆษณา: GMM Grammy เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการโฆษณาทางโทรทัศน์ การจัดกิจกรรม การตลาด และการโปรโมตคอนเสิร์ตของศิลปินผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และแพลตฟอร์มต่าง ๆการ ประชาสัมพันธ์: GMM Grammy มีทีมงานที่ดูแลด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วย โปรโมตสินค้าและ บริการ รวมถึงกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ภาพที่ 11 ซี่รีส์ ที่มา https://www.google.com/gasearch?q=atp%202022%20season%206&source=sh/x/gs/m2/5#vh id=oi96gw6TQG-XUM&vssid=mosaic


12 9. ธุรกิจการตลาดออนไลน์ การตลาดดิจิทัล: GMM Grammy ให้ความส าคัญกับการท าการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การ โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย การท าแคมเปญการตลาดผ่านแอปพลิเคชัน การโปรโมตเพลงและคอนเสิร์ตผ่าน ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ภาพที่ 12 งานประกาศซี่รีส์ 2025 ที่มา https://www.reddit.com/r/ThaiBL/comments/1gt7tdp/gmmtv_2025_riding_the_wave/?tl=th


13 บทที่3 กลยุทธ์ราคา บริษัท GMM Grammy ใช้กลยุทธ์การตั้งราคาอย่างหลากหลายและมีการปรับตัวตามสถานการณ์ ตลาดและความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษาความสามารถในการ แข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นี่คือรายละเอียดของกลยุทธ์ราคาโดยใช้ ในหลายด้าน 1. การตั้งราคาตามคุณค่า (Value-Based Pricing) GMM Grammy ตั้งราคาผลิตภัณฑ์และบริการโดยค านึงถึงคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับจากสินค้าหรือ บริการนั้น ๆ โดยไม่เพียงแต่ค านึงถึงต้นทุนหรือคู่แข่ง แต่ยังค านึงถึงความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ลูกค้าจะ ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ หรือการใช้บริการของบริษัท ดังนี้ 1.1 คอนเสิร์ตและกิจกรรม บันเทิง: ราคาบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตจะขึ้นอยู่กับความพิเศษของศิลปินที่ขึ้นแสดงหรือความหรูหราของสถานที่ จัดงาน เช่น คอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกหรือศิลปินที่มีฐานแฟนคลับมาก จะตั้งราคาสูงเพื่อสะท้อนถึงคุณค่า ของการได้รับประสบการณ์พิเศษในการชมการแสดงสด และค่าสัมผัสที่ใกล้ชิดกับศิลปิน 1.2 เพลงและอัลบั้ม : ส าหรับผลิตภัณฑ์ดนตรี (เพลงหรืออัลบั้ม) GMM Grammy จะตั้งราคาตาม คุณค่าของเนื้อหาภายในอัลบั้มและความนิยมของศิลปิน หากศิลปินมีชื่อเสียงและฐานแฟนคลับที่ใหญ่ ราคาจะ สูงขึ้น โดยเฉพาะถ้าเป็นอัลบั้มที่มีเพลงฮิตหรือพิเศษที่แฟน ๆ คอยรอคอย คอนเสิร์ตพิเศษหรือ VIP: ราคาบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตในโซน VIP จะสูงกว่าบัตรธรรมดา โดยมีการให้บริการพิเศษ เช่น ที่นั่งใกล้เวทีหรือ สิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าในกลุ่มที่ต้องการประสบการณ์ที่เหนือกว่าผู้ชมทั่วไป 2. การตั้งราคาตามการแยกส่วน (Price Segmentation) GMM Grammy ใช้กลยุทธ์การตั้งราคาที่แตกต่างกันตามกลุ่มลูกค้าและกลุ่มตลาดที่แตกต่างกัน โดย อาศัยการแยกส่วนราคาหรือการก าหนดราคาตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่มีการบริการที่แตกต่างกัน ดังนี้: 2.1 บัตรคอนเสิร์ต: บริษัทมีการตั้งราคาบัตรคอนเสิร์ตในหลากหลายระดับตามประเภทของที่นั่ง เช่น ราคาส าหรับที่นั่งทั่วไป (Standard) จะถูกกว่าที่นั่ง VIP ซึ่งมีบริการพิเศษ เช่น ที่นั่งใกล้เวทีหรือบริการอาหาร ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยดึงดูดลูกค้าหลายระดับที่มีความสามารถในการจ่ายที่แตกต่างกัน 2.2 แพลตฟอร์มดิจิทัล: ส าหรับบริการสตรีมมิ่งและการขายเพลงออนไลน์ เช่น GMM Music, JOOX, หรือการดาวน์โหลดเพลง GMM Grammy จะมีการตั้งราคาให้แตกต่างกันตามระดับการเข้าถึง เนื่องจากมีการ เสนสมัครสมาชิกหลายแบบ เช่น สมาชิกปกติ, สมาชิกพรีเมียมที่มีสิทธิพิเศษในการฟังเพลงโดยไม่ต้องมี


14 โฆษณารบกวน รวมถึงการให้บริการเพลงในรูปแบบที่แตกต่าง เช่น การดาวน์โหลดเพลง, ฟังแบบออฟไลน์ หรือการให้บริการเพลงคุณภาพสูง 3. การตั้งราคาตามคู่แข่ง (Competition-Based Pricing) GMM Grammy ยังใช้กลยุทธ์การตั้งราคาตามคู่แข่ง โดยการตรวจสอบราคาของผลิตภัณฑ์หรือ บริการที่คล้ายกันในตลาดและตั้งราคาของตัวเองให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด: 3.1 บริการสตรีมมิ่ง: ส าหรับบริการสตรีมมิ่ง เช่น JOOX หรือ Spotify GMM Grammy อาจจะปรับ ราคาสมาชิกตามการตั้งราคาของคู่แข่ง โดยการตั้งราคาค่าสมาชิกให้ไม่สูงเกินไปหรือดึงดูดลูกค้าให้เลือกใช้ บริการของตัวเองมากขึ้น เมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยค านึงถึงประสบการณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น การให้สิทธิ์ พิเศษในการเข้าถึงเนื้อหาหรือคอนเสิร์ต 3.2 คอนเสิร์ตและกิจกรรมพิเศษ: เมื่อมีการจัดกิจกรรมหรือคอนเสิร์ตร่วมกับค่ายเพลงหรือบริษัทจัด งานที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ GMM Grammy จะพิจารณาราคาเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่จัดกิจกรรมในลักษณะ เดียวกัน เพื่อให้สามารถดึงดูดลูกค้าและไม่สูญเสียตลาด 4. การตั้งราคาแบบเก็บค่าบริการรายเดือน (Subscription-Based Pricing) การตั้งราคาผ่านระบบสมาชิกหรือการเก็บค่าบริการรายเดือน เช่น GMM Music หรือแพลตฟอร์ม สตรีมมิ่งที่มีการเก็บค่าบริการรายเดือนหรือรายปี เป็นอีกกลยุทธ์ที่ GMM Grammy ใช้ในการดึงดูดลูกค้า โดย ลูกค้าจะได้รับการเข้าถึงเนื้อหาหรือคอนเสิร์ตพิเศษจากศิลปิน โดยสามารถใช้บริการต่อเนื่องและได้รับข้อเสนอ พิเศษในการใช้งาน 5. การตั้งราคาตามประสิทธิภาพของสินค้า (Dynamic Pricing) GMM Grammy บางครั้งใช้การตั้งราคาแบบยืดหยุ่นตามสถานการณ์ โดยการปรับราคาให้เหมาะสม กับความต้องการของตลาดในช่วงเวลานั้น ๆ เช่น 5.1 บัตรคอนเสิร์ต: การตั้งราคาบัตรคอนเสิร์ตอาจมีการปรับขึ้นหรือลงตามความต้องการของลูกค้า และความสามารถในการจัดการของบริษัท เช่น ในช่วงที่คอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังได้รับความนิยมสูง ราคา บัตรอาจเพิ่มขึ้น ส่วนในกรณีที่คอนเสิร์ตในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่มีความต้องการต่ า ราคาบัตรอาจถูกปรับลงเพื่อ ดึงดูดลูกค้า


15 6. การตั้งราคาคอมโบ (Bundle Pricing) การตั้งราคาคอมโบเป็นอีกกลยุทธ์ที่ GMM Grammy ใช้ โดยการน าผลิตภัณฑ์หลายรายการมา จ าหน่ายในราคาแพ็คเกจที่รวมกัน ซึ่งลูกค้าจะได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าการซื้อแยก เช่น 6.1 คอนเสิร์ตและสินค้าเสริม: ขายบัตรคอนเสิร์ตพร้อมกับสินค้าเสริม เช่น เสื้อยืดหรือของที่ระลึก ของศิลปินในราคาพิเศษ หรือการซื้ออัลบั้มพร้อมกับตั๋วคอนเสิร์ตในราคาพิเศษ 6.2 การขายเพลงและบริการเสริม: เสนอขายแพ็คเกจที่ให้ลูกค้าเข้าถึงเพลงจ านวนมากหรือสมาชิกพ รีเมียมในการฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณา


16 บทที่ 4 ทางการจ าน่าย ระบบขาย ระบบออนไลน์ ระบบออฟไลน์ โลจิกส์ติก การขนส่ง บริษัท GMM Grammy ใช้กลยุทธ์การตั้งราคาอย่างหลากหลายและมีการปรับตัวตามสถานการณ์ ตลาดและความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษาความสามารถในการ แข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วคือรายละเอียดของกลยุทธ์ราคาโดยใช้ในหลาย ด้าน: ช่องทางการจัดจ าหน่ายและระบบการขาย 1. ช่องทางออฟไลน์ • ร้านค้าแบบ Modern Trade และร้านค้าย่อย: GMM Grammy จ าหน่ายสินค้าผ่านร้านค้า แบบ Modern Trade และร้านค้าย่อยต่าง ๆ รวมถึง Kiosk เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง • โฮมช็อปปิ้ง: บริษัทได้เปิดตัวธุรกิจโฮมชอบปปิ้งภายใต้ชื่อ “GCJ O Shopping” ซึ่ง สามารถรับชมได้ผ่านแพลตฟอร์ม GMM Z ช่อง 0 และแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมอื่น ๆ รวมถึงเคเบิลทีวีทั่ว ประเทศ • ร้านจ าหน่ายเพลงและแผ่นเสียง: แม้ว่าในยุคปัจจุบันการจ าหน่ายเพลงออนไลน์จะมี บทบาทส าคัญ แต่ GMM Grammy ยังคงรักษาร้านจ าหน่ายเพลงแบบดั้งเดิม เพื่อให้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบ แผ่นเสียงหรือซีดี สามารถหาซื้อได้ตามร้านที่จ าหน่าย • คอนเสิร์ตและการจัดกิจกรรมออฟไลน์: GMM Grammy ใช้ช่องทางการจัดคอนเสิร์ตในที่ สาธารณะ ซึ่งเป็นการจัดจ าหน่ายตั๋วและการเข้าชมกิจกรรมทางดนตรีโดยตรง เช่น การจัดคอนเสิร์ตของ ศิลปินและกิจกรรมพิเศษของบริษัท • ร้านขายสินค้าและสินค้าเกี่ยวกับศิลปิน: มีร้านจ าหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับศิลปินต่าง ๆ ที่ มีชื่อเสียง เช่น เสื้อผ้า ของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการตลาดของศิลปินในค่าย 2. ช่องทางออนไลน์ • เว็บไซต์และแพลตฟอร์มออนไลน์: GMM Grammy จ าหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และคอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างสะดวกสบาย


17 • ความร่วมมือกับ VGI บริษัทได้ร่วมมือกับ VGI เพื่อขยายช่องทางการท าการตลาดและการ จัดจ าหน่าย โดยใช้สื่อโฆษณาครบวงจรที่ครอบคลุมเส้นทางการใช้ชีวิตและการเดินทางของผู้คนในเมืองหลวง ไปจนถึงหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ • แพลตฟอร์มดิจิทัลและสตรีมมิ่ง: GMM Grammy ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นที่นิยมใน ประเทศไทยเพื่อจ าหน่ายเพลงและเนื้อหาบันเทิง รวมถึงการให้บริการสตรีมมิ่ง เช่น: • JOOX: แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงยอดนิยมที่ GMM Grammy เป็นพันธมิตรส าคัญในการ จัดจ าหน่ายเพลงและคอนเทนต์บันเทิงต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มนี้ • GMM Music: แอปพลิเคชันส าหรับสตรีมมิ่งเพลงที่เป็นของบริษัทเอง เพื่อจ าหน่ายเพลง ไทยให้แก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ • YouTube: การใช้ YouTube เป็นช่องทางในการเผยแพร่คอนเทนต์ดิจิทัล เช่น รายการ โทรทัศน์ คอนเสิร์ตออนไลน์ และวิดีโอคอนเทนต์อื่น ๆ • GMM Grammy Official App: แอปพลิเคชันทางการของ GMM Grammy ที่รวบรวม เนื้อหาทั้งเพลง ภาพยนตร์ และคอนเสิร์ต สามารถให้ผู้ใช้งานรับชมหรือดาวน์โหลดคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้ตาม ต้องการ 3.ระบบโลจิสติกส์และการขนส่ง GMM Grammy ให้ความส าคัญกับระบบโลจิสติกส์และการขนส่งเพื่อให้การจัดจ าหน่าย สินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการด าเนินการดังนี้: • การจัดการคลังสินค้า: บริษัทมีการจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการจัดเก็บ และกระจายสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ • การขนส่งสินค้า: บริษัทมีระบบการขนส่งสินค้าที่ครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์และ ออนไลน์ เพื่อให้สินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ด้วยการผสมผสานช่องทางการจัดจ าหน่ายที่ หลากหลายและระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ GMM Grammy สามารถตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมและทันสมัย • การขนส่งสินค้าและการจัดส่งแผ่นเสียง ซีดี หรือสินค้าดิจิทัล: ในกรณีที่ลูกค้าซื้อแผ่นซีดี หรือสินค้ากายภาพจากร้านค้าหรือออนไลน์ GMM Grammy จัดการการขนส่งสินค้าผ่านบริษัทขนส่งชั้นน า เช่น ไปรษณีย์ไทย หรือขนส่งเอกชนอื่น ๆ


18 • การขนส่งคอนเสิร์ตและอีเวนต์การขนส่งอุปกรณ์ส าหรับการจัดคอนเสิร์ต การจัดเวที การ ขนส่งศิลปิน และการขนส่งเครื่องเสียง รวมถึงการขนส่งในกรณีที่มีการจัดงานหรือกิจกรรมพิเศษ • ระบบจัดส่งดิจิทัล: ในส่วนของการจ าหน่ายเพลงออนไลน์ผ่านบริการต่าง ๆ เช่น JOOX หรือ GMM Music ระบบการจัดส่งดิจิทัลจะมีการอัปโหลดลดเพลงหรือคอนเทนต์สตรีมมิ่งไปยังแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ทันที


19 บทที่5 การวิเคราะห์ SWOT Analysis การวิเคราะห์ SWOT ของบริษัท ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จ ากัด (มหาชน) (GMM Grammy) อย่างละเอียดมีดังนี้: จุดแข็ง (Strengths) 1. การมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักในตลาด GMM Grammy ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกและผู้น าในวงการบันเทิงไทย ด้วยชื่อเสียงที่ สะสมมาตลอดหลายปี และการลงทุนในศิลปินที่มีคุณภาพ รวมถึงผลงานเพลงที่เป็นที่นิยม ท าให้แบรนด์ของ GMM Grammy มีกระแสความนิยมสูงในตลาด 2. ความหลากหลายของธุรกิจและผลิตภัณฑ์ บริษัทมีความหลากหลายทางธุรกิจจากการขยายไปยังหลายภาคส่วน เช่น เพลง, โทรทัศน์, ภาพยนตร์, คอนเสิร์ต, การจัดการศิลปิน และการให้บริการดิจิทัล ที่สามารถตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภคในหลายรูปแบบ 3. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการแพลตฟอร์มออนไลน์ GMM Grammy ได้ปรับตัวและน าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในแง่ของการจัดจ าหน่ายเพลงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น Spotify, JOOX, YouTube, iTunes, และการท างานร่วมกับพันธมิตรดิจิทัลเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ได้จากทุกที่ 4. การบริหารจัดการศิลปินที่มีคุณภาพ บริษัทได้สร้างชื่อเสียงจากการจัดการศิลปินที่มีผลงานคุณภาพและมีความสามารถ ในการตอบโจทย์ตลาด เช่น การสร้างสรรค์เพลงฮิต การโปรโมทศิลปินอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุน กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปิน 5. การบริหารจัดการศิลปินที่มีคุณภาพ บริษัทได้สร้างชื่อเสียงจากการจัดการศิลปินที่มีผลงานคุณภาพและมีความสามารถ ในการตอบโจทย์ตลาด เช่น การสร้างสรรค์เพลงฮิต การโปรโมทศิลปินอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุน กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปิน GMM Grammy ยังได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยการส่งออก เพลงและคอนเทนต์ไปยังต่างประเทศ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่เป็นที่นิยมใน หลายประเทศ จุดอ่อน (Weaknesses) 1. การพึ่งพิงตลาดในประเทศ รายได้ของบริษัทส่วนใหญ่ยังคงมาจากตลาดในประเทศ ท าให้เกิดความเสี่ยงหาก ตลาดในประเทศไม่เติบโต หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ


20 2. การขาดการพัฒนาในส่วนของนวัตกรรมในบางธุรกิจ แม้ว่า GMM Grammy จะมีความส าเร็จในหลายธุรกิจ แต่บางส่วนยังไม่ได้ลงทุน หรือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างเต็มที่ เช่น ระบบการ จัดการคอนเสิร์ตออนไลน์ หรือการใช้ AI ในการพัฒนาเนื้อหาหรือการตลาด 3. การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบันเทิง อุตสาหกรรมบันเทิงในประเทศไทยและต่างประเทศมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะใน ด้านการผลิตเพลงและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ส่งผลให้บริษัทต้องใช้เงินลงทุนจ านวนมากในการรักษา คุณภาพและพัฒนาเนื้อหาที่ใหม่และน่าสนใจ 4. การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา แม้ว่าบริษัทจะมีผลงานเพลงและคอนเทนต์ที่โดดเด่น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากการ ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายและการสตรีมมิ่งออนไลน์ โอกาส (Opportunities) 1. การเติบโตของตลาดสตรีมมิ่ง ปัจจุบันการบริโภคคอนเทนต์ดิจิทัล เช่น เพลงและวีดีโอ ผ่านสตรีมมิ่งบริการ เช่น Spotify, JOOX, YouTube และแพลตฟอร์มอื่นๆ ก าลังเติบโตอย่างรวดเร็ว GMM Grammy สามารถใช้ โอกาสนี้ในการขยายฐานลูกค้าและรายได้จากตลาดนี้ 2. การขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ GMM Grammy มีโอกาสขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงส าหรับการน าเสนอคอนเทนต์ไทย และการร่วมมือกับ พันธมิตรต่างประเทศ เช่น Tencent Music 3. การพัฒนาและการขยายกิจกรรมออนไลน์ การเติบโตของการใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยและทั่วโลก เปิดโอกาสให้ GMM Grammy สามารถพัฒนาและขยายการให้บริการออนไลน์เพิ่มเติม เช่น การขายตั๋วคอนเสิร์ตออนไลน์ การจัดคอนเสิร์ตเสมือนจริง (Virtual Concerts) หรือการเปิดตัวสินค้าใหม่พิเศษผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิทัล 4. การเพิ่มการใช้โซเชียลมีเดียและการตลาดดิจิทัล GMM Grammy สามารถใช้โซเซียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, Twitter, YouTube ในการโปรโมทศิลปินและผลงานเพลงเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยการใช้ Influencer Marketing หรือการโฆษณาออนไลน์


21 อุปสรรค (Threats) 1. การละเมิดลิขสิทธิ์และการก๊อปปี้เนื้อหา ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงเป็นปัญหาส าคัญในอุตสาหกรรมดนตรี โดยเฉพาะใน ยุคที่การเข้าถึงคอนเทนต์ดิจิทัลเป็นเรื่องง่าย ท าให้ GMM Grammy ต้องใช้ทรัพยากรจ านวนมากในการ ปกป้องลิขสิทธิ์และคอนเทนต์ของบริษัท 2. การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในประเทศไทยและทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ จ่ายของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น ค่าบริการแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ตั๋วคอนเสิร์ต หรือการซื้อสินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ 3. การแข่งขันจากแพลตฟอร์มดิจิทัลและผู้ผลิตคอนเทนต์รายอื่น GMM Grammy ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Apple Music, Spotify และ YouTube รวมถึงการเข้ามาของผู้ผลิตคอนเทนต์รายอื่นๆ ที่มีทั้งทรัพยากรและ เทคโนโลยีที่ดีในการแข่งขันในตลาด 4. การปรับตัวของเทคโนโลยีและตลาดดิจิทัล การที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมดิจิทัล ท าให้ GMM Grammy ต้องปรับตัวและลงทุนในการพัฒนาความสามารถทางด้านดิจิทัลเพื่อรักษาความสามารถในการ แข่งขันและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต


22 บทที่ 6 กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดของ GMM Grammy การส่งเสริมการตลาด (Marketing Communication) เป็นส่วนส าคัญของกลยุทธ์การตลาด ของ GMM Grammy ที่ช่วยสร้างความสนใจและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อจากกลุ่มเป้าหมาย ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การขายโดยบุคคล และการตลาดทางตรง ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้ 1. การโฆษณา (Advertising) การโฆษณาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มการขายของ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ GMM Grammy โดยมักจะใช้หลายช่องทางเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยกลยุทธ์ การโฆษณาของ GMM Grammy ประกอบด้วย • โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์: GMM Grammy ใช้ช่องทางสื่อโทรทัศน์ในการโฆษณาผลิตภัณฑ์ หรือบริการต่าง ๆ เช่น การโปรโมทคอนเสิร์ตใหม่ การเปิดตัวเพลงใหม่ หรือรายการโทรทัศน์ที่บริษัทผลิต • โฆษณาผ่านสื่อออนไลน์: โฆษณาผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram, YouTube หรือ TikTok โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ผู้บริโภคใช้เวลาบนแพลตฟอร์มเหล่านี้มากขึ้น • โฆษณาผ่านวิทยุ: โฆษณาผ่านคลื่นวิทยุที่เป็นที่นิยมในการส่งเสริมการขายหรือโปรโมท กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปิน • โฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์: การใช้สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ เพื่อโปรโมท สินค้าใหม่ ๆ หรือกิจกรรมของบริษัท • โฆษณาผ่านบิลบอร์ดหรือป้ายโฆษณาภายนอก: การใช้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในจุดที่มีคน ผ่านไปมามาก เช่น ในกรุงเทพฯ หรือพื้นที่ส าคัญต่าง ๆ 2. การประชาสัมพันธ์ (Public Relations) การประชาสัมพันธ์ของ GMM Grammy เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชนและ กลุ่มเป้าหมาย ผ่านกิจกรรมและสื่อสารที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของบริษัท การประชาสัมพันธ์ของ GMM Grammy ได้แก่: • จัดงานแถลงข่าว (Press Conference): เมื่อมีการเปิดตัวสินค้าหรือกิจกรรมใหม่ ๆ เช่น การเปิดตัวอัลบั้มใหม่ หรือคอนเสิร์ตใหญ่ GMM Grammy จะจัดแถลงข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความ ตระหนักให้กับสื่อมวลชนและผู้บริโภค


23 • กิจกรรมร่วมกับศิลปิน: GMM Grammy มักจะใช้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปินเพื่อสร้าง การประชาสัมพันธ์ให้มีความน่าสนใจ เช่น การให้ศิลปินมาร่วมงานสัมภาษณ์หรือกิจกรรมพิเศษที่ศิลปินร่วม โปรโมท • การสร้างพันธมิตรกับองค์กรอื่น ๆ: บริษัทมักจะร่วมมือกับองค์กรหรือบริษัทอื่น ๆ เพื่อ สร้างความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจบันเทิง • บทความและการสัมภาษณ์ในสื่อ: การเผยแพร่บทความที่เกี่ยวข้องกับศิลปิน รายการ โทรทัศน์ หรือคอนเสิร์ตในสื่อมวลชนต่าง ๆ เช่น นิตยสารบันเทิง หรือเว็บไซต์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง 3. การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion) การส่งเสริมการขายของ GMM Grammy คือการกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีการตัดสินใจซื้อโดยใช้ กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น • โปรโมชั่นส่วนลด: การให้ส่วนลดในราคาผลิตภัณฑ์ เช่น ซีดี เพลง หรือสินค้าอื่น ๆ ในช่วง เวลาพิเศษ • แคมเปญสะสมแต้ม: ใช้การสะสมแต้มในการซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อแลกรางวัล เช่น การ ให้แต้มสะสมเมื่อซื้อคอนเสิร์ตหรือตั๋วที่สามารถน าไปใช้ในครั้งถัดไป • ของแถม: การแจกของแถมเมื่อซื้อสินค้า เช่น การให้ของที่ระลึกจากศิลปินหรือสินค้า พิเศษที่เกี่ยวข้องกับคอนเสิร์ต • กิจกรรมที่เชื่อมโยงกับศิลปิน: เช่น การจัดกิจกรรม “Meet & Greet” หรือการให้แฟน เพลงได้มีโอกาสเจอศิลปินในกิจกรรมส่งเสริมการขาย 4. การขายโดยบุคคล (Personal Selling) การขายโดยบุคคลของ GMM Grammy มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์และการแนะน า ผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าผ่านตัวแทนจ าหน่าย: • พนักงานขายที่เป็นตัวแทนจ าหน่ายสินค้า: พนักงานขายที่ท าหน้าที่แนะน าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ซีดีหรือสินค้าที่เกี่ยวกับศิลปินให้กับลูกค้า • การจัดกิจกรรมสัมผัสผลิตภัณฑ์: เช่น การตั้งบูธในงานต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลอง สินค้าหรือฟังเพลงใหม่ ๆ • การขายในงานคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ: ในงานคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมใหญ่ ๆ พนักงานขายจะท าหน้าที่ขายสินค้าผ่านบูธหรือจุดจ าหน่าย 5. การตลาดทางตรง (Direct Marketing) การตลาดทางตรงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ อย่างรวดเร็ว:


24 • การส่งอีเมลและ SMS: GMM Grammy ใช้การส่งอีเมลหรือข้อความ SMS เพื่อแจ้ง ข่าวสารเกี่ยวกับการเปิดตัวเพลงใหม่ โปรโมชั่น หรือคอนเสิร์ต • การตลาดผ่านแอปพลิเคชัน: การส่งโปรโมชั่นหรือข่าวสารผ่านแอปพลิเคชัน GMM Music หรือแอปพลิเคชันทางการของ GMM Grammy เพื่อกระตุ้นการใช้งานและการซื้อสินค้า • การโฆษณาผ่านคอนเทนต์ทางออนไลน์: การโปรโมทผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ ลูกค้าได้ซื้อสินค้าหรือเข้าร่วมกิจกรรมโดยตรง


25 บทที่7 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการตลาด SWOT Analysis เป็นเครื่องมือที่ส าคัญในการประเมินสภาพแวดล้อมของบริษัท เพื่อเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถวางกลยุทธ์ในการด าเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใน กรณีของ GMM Grammy การท า SWOT Analysis จะช่วยให้เข้าใจถึงต าแหน่งทางการตลาดของบริษัทใน อุตสาหกรรมบันเทิงของไทยได้ดีขึ้น โดยการวิเคราะห์นี้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ จุดแข็ง (Strengths) • แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและการยอมรับในตลาด: GMM Grammy เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงใน วงการบันเทิงไทย ทั้งในด้านการผลิตเพลงและคอนเทนต์ต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมและคอนเสิร์ต ซึ่งท าให้ GMM Grammy มีความสามารถในการดึงดูดผู้บริโภคในตลาดได้อย่างดี • เครือข่ายศิลปินที่แข็งแกร่ง: GMM Grammy มีการจัดการศิลปินในหลากหลายแนวเพลง และค่ายเพลงที่หลากหลาย เช่น Grammy Gold, GMM Z, และ GMM TV ซึ่งเป็นการสร้างความหลากหลาย ในการตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน • ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการ: GMM Grammy ไม่เพียงแค่เป็นค่ายเพลง แต่ ยังขยายไปสู่การผลิตรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และคอนเสิร์ต ซึ่งท าให้บริษัทมีช่องทางรายได้หลากหลาย • การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ: GMM Grammy มีการน าเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ใน กระบวนการสร้างสรรค์และการจัดจ าหน่าย เช่น การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและสตรีมมิ่งเพลง เช่น JOOX และ GMM Music ซึ่งท าให้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าในยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้น • ช่องทางสื่อที่ครอบคลุม: GMM Grammy มีช่องทางสื่อที่หลากหลาย ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ท าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง • ฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น: GMM Grammy มีศิลปินและเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ท าให้มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและพร้อมสนับสนุนผลงานอย่างต่อเนื่อง • ช่องทางสื่อที่ครอบคลุม: GMM Grammy มีช่องทางสื่อที่หลากหลาย ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ท าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง จุดอ่อน (Weaknesses) • การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูง: อุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อในประเทศไทยมีการแข่งขันที่ รุนแรง โดยมีผู้เล่นรายอื่นที่มีศักยภาพในการผลิตคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เช่น RS, Sony Music และ Warner Music ที่มีการลงทุนในศิลปินและคอนเทนต์ที่ดึงดูดผู้บริโภค


26 • การพึ่งพิงรายได้จากตลาดเพลง: แม้ว่าบริษัทจะขยายธุรกิจไปยังหลายๆ ด้าน แต่ก็ยังมี รายได้หลักจากการขายเพลงและคอนเสิร์ต ท าให้ธุรกิจมีความเสี่ยงในกรณีที่แนวโน้มของอุตสาหกรรมเพลง เปลี่ยนไป • การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ: ในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว GMM Grammy อาจต้องปรับตัวให้เร็วขึ้นในการพัฒนาแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงและบริการออนไลน์เพื่อแข่งขันกับ ผู้ให้บริการอื่นๆ • การตลาดที่ยังมีข้อจ ากัดในตลาดต่างประเทศ: ถึงแม้ว่า GMM Grammy จะพยายาม ขยายการตลาดไปต่างประเทศ แต่การขยายตลาดไปในต่างประเทศยังคงมีข้อจ ากัดในเรื่องของการขยายฐาน ลูกค้าและการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ • การพึ่งพาธุรกิจเพลง: ถึงแม้จะมีธุรกิจหลากหลาย แต่รายได้หลักของ GMM Grammy ยังคงมาจากธุรกิจเพลง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงหากตลาดเพลงมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการแข่งขันสูง • การปรับตัวช้าต่อเทคโนโลยี: ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว GMM Grammy อาจต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้สูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน • การบริหารจัดการศิลปิน: การบริหารจัดการศิลปินในสังกัดให้มีประสิทธิภาพและรักษา ความนิยมอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งส าคัญ ซึ่งอาจเป็นความท้าทายส าหรับ GMM Grammy • ภาพลักษณ์และความขัดแย้ง: ในบางครั้ง GMM Grammy อาจมีภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง กับความขัดแย้งหรือประเด็นทางสังคม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท • กระจายความเสี่ยง: GMM Grammy ควรลดการพึ่งพาศิลปินบางคน และหันมาสร้าง ศิลปินหน้าใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง • บริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ: GMM Grammy ควรให้ความส าคัญกับการ บริหารจัดการต้นทุน เพื่อเพิ่มผลก าไร • สร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลาย: GMM Grammy ควรสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน โอกาส (Opportunities) • การเติบโตของตลาดดิจิทัล: ตลาดสตรีมมิ่งเพลงและการขายคอนเทนต์ดิจิทัลก าลังเติบโต อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง GMM Grammy สามารถใช้เทคโนโลยีในการขยายฐาน ลูกค้าไปยังตลาดใหม่ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ • การขยายกิจกรรมในต่างประเทศ: การขยายกิจกรรมคอนเสิร์ตและผลิตภัณฑ์ทางดนตรีไป ยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่มีความนิยมในเพลงไทยและคอนเทนต์บันเทิงจากไทย • ความนิยมของศิลปินไทยในต่างประเทศ: การที่ศิลปินจาก GMM Grammy ได้รับความ นิยมในต่างประเทศเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดและสร้างแบรนด์ในระดับนานาชาติ


27 • การลงทุนในสื่อบันเทิงใหม่ๆ: GMM Grammy สามารถลงทุนในสื่อบันเทิงใหม่ๆ เช่น แพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ๆ หรือการท าคอนเทนต์พิเศษที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในยุค ดิจิทัล ภัยคุกคาม (Threats) • การแข่งขันจากผู้เล่นใหม่: การที่มีผู้เล่นใหม่ในตลาดบันเทิง เช่น บริษัทสตรีมมิ่งเพลงจาก ต่างประเทศ (Spotify, Apple Music) ที่มีการลงทุนและข้อเสนอที่ดึงดูดผู้บริโภคในวงกว้าง • การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค: ผู้บริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงใน พฤติกรรมการบริโภค เช่น ความต้องการที่หลากหลายในการเข้าถึงเพลงและคอนเทนต์ ซึ่งท าให้ GMM Grammy ต้องปรับตัวตามเทรนด์ใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว • ความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยีและระบบออนไลน์: ความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีใน ด้านต่างๆ เช่น การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและการป้องกันข้อมูลส่วนตัวในยุคดิจิทัล • ข้อจ ากัดในการขยายตลาดไปต่างประเทศ: แม้ว่าบริษัทจะมีการขยายตลาดไปต่างประเทศ แต่ยังมีอุปสรรคในด้านวัฒนธรรม การเข้าถึงตลาด และการแข่งขันจากค่ายเพลงที่มีการลงทุนในระดับ นานาชาติ • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจ: สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนอาจ ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในการเข้าร่วมกิจกรรมบันเทิง เช่น การดูคอนเสิร์ตหรือการซื้อเพลง


28 บทที่ 8 งานวิจัย การวิจัยตลาด กรณีศึกษา GMM Grammy เป็นบริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีธุรกิจหลากหลายครอบคลุมทั้งเพลง ละคร ภาพยนตร์ คอนเสิร์ต และดิจิทัลคอนเทนต์ การวิเคราะห์ตลาดของ GMM Grammy มีความส าคัญ อย่างยิ่งต่อการก าหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจและการรักษาความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิงที่มี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ตลาด 1. เข้าใจสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ: วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อธุรกิจของ GMM Grammy เช่น แนวโน้มผู้บริโภค เทคโนโลยี และการแข่งขัน 2. ประเมินศักยภาพของตลาด: วิเคราะห์ขนาดของตลาด กลุ่มเป้าหมาย และโอกาสในการ เติบโต วิเคราะห์คู่แข่ง: ศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน กลยุทธ์ และส่วนแบ่งการตลาดของคู่แข่ง 3. ระบุโอกาสและความท้าทาย: วิเคราะห์โอกาสในการขยายธุรกิจและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น 4. ก าหนดกลยุทธ์ทางการตลาด: พัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของ ตลาดและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ระเบียบวิธีวิจัย 1.การวิเคราะห์ตลาดของ GMM Grammy อาจใช้วิธีการวิจัยที่หลากหลาย เช่น 2.การวิจัยเชิงปริมาณ: รวบรวมข้อมูลเชิงตัวเลขจากแหล่งต่างๆ เช่น แบบส ารวจ สถิติทาง การตลาดและรายงานอุตสาหกรรม 3.การวิจัยเชิงคุณภาพ: รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่าง เช่น การสัมภาษณ์ การ สนทนากลุ่มและการวิเคราะห์เนื้อหาการวิเคราะห์ SWOT: ประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรคของ GMM Grammy ผลการวิเคราะห์ตลาด ผลการวิเคราะห์ตลาดจะช่วยให้ GMM Grammy เข้าใจสถานะของบริษัทในตลาด รวมถึง ปัจจัยที่มีผลต่อความส าเร็จและความล้มเหลว ตัวอย่างเช่น 1.แนวโน้มผู้บริโภค: ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว GMM Grammy ต้องเข้าใจความต้องการเหล่านี้และน าเสนอเนื้อหาที่ตอบโจทย์ 2.เทคโนโลยี: เทคโนโลยีมีบทบาทส าคัญในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหา GMM Grammy ต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น สตรีมมิ่งแพลตฟอร์มและโซเซียลมีเดีย 3.การแข่งขัน: อุตสาหกรรมบันเทิงมีการแข่งขันสูง GMM Grammy ต้องพัฒนากลยุทธ์ที่ แตกต่างและสร้างสรรค์เพื่อดึงดูดผู้ชม


29 ข้อเสนอแนะ จากผลการวิเคราะห์ตลาด GMM Grammy สามารถน าข้อค้นพบไปปรับปรุงกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ดังนี้: 1. พัฒนาเนื้อหาที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค: GMM Grammy ควรผลิต เนื้อหาที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่แตกต่างกัน 2. ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี: GMM Grammy ควรใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการ เผยแพร่เนื้อหาและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ชม 3.สร้างความร่วมมือกับพันธมิตร: GMM Grammy ควรสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อ ขยายฐานผู้ชมและเพิ่มโอกาสในการเติบโต 4.ลงทุนในการพัฒนาบุคลากร: GMM Grammy ควรลงทุนในการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพ สรุป การวิเคราะห์ตลาดเป็นกระบวนการที่ส าคัญส าหรับ GMM Grammy ในการท าความเข้าใจ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ประเมินศักยภาพของตลาด และก าหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม การน าผลการวิเคราะห์ ไปใช้จะช่วยให้ GMM Grammy รักษาความสามารถในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรม บันเทิง


30 ตัวอย่างกรอบงานวิจัย GMM ภาพที่13 งานวิจัยและการพัฒนา ที่มา https://www.google.com/url?q=http://irithesis.swu.ac.th/dspace/bitstream/123456789/515/1/gs581130351.pdf&sa=U&sqi=2&ved=2ah UKEwj7kdql1c2LAxVE3TQHHVqAAAgQFnoECCkQAQ&usg=AOvVaw1SoYricByzHg-zpxmBXP0w งานวิจัยเกี่ยวกับ Gaussian Mixture Models (GMM) มีการศึกษาและพัฒนาในหลายด้าน โดยเฉพาะในการประมวลผลข้อมูลและการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ต่อไปนี้คืองานวิจัยที่ เกี่ยวข้องกับ GMM ในหลากหลายด้าน: 1. การใช้ GMM ในการจัดกลุ่มข้อมูล (Clustering) งานวิจัย: ใช้ GMM ในการแบ่งกลุ่มข้อมูลที่ไม่สามารถแยกได้ด้วยวิธีการจัดกลุ่มแบบ Kmeans ทั่วไป เนื่องจาก GMM สามารถจับลักษณะการกระจายที่ไม่เป็นรูปทรงกลม เช่น การจัดกลุ่ม ข้อมูลที่มีการกระจายเป็นวงรีหรือมีความไม่สมมาตร ตัวอย่าง: งานวิจัยในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพ เช่น การจัดกลุ่มเซลล์หรือข้อมูลทาง พันธุกรรมที่มีการกระจายแบบหลายกลุ่ม


31 2. การพัฒนาใหม่ส าหรับการเรียนรู้ของ GMM งานวิจัย: การพัฒนาแอปใหม่ๆ ส าหรับการประมาณพารามิเตอร์ของ GMM โดยใช้วิธีเช่น การปรับปรุงการหาค่าพารามิเตอร์ในกรณีที่มีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือมีการรบกวน (noise) ตัวอย่าง: การพัฒนาวิธี EM ที่มีประสิทธิภาพสูงในด้านการปรับค่าเบื้องต้น (initialization) หรือการใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) เพื่อเพิ่มความแม่นย า 3. การใช้ GMM ในการประมาณความน่าจะเป็น (Density Estimation) งานวิจัย: การใช้ GMM ในการประมาณค่าความน่าจะเป็นของการกระจายข้อมูล เช่น ใน การประมวลผลภาพหรือการท านายอนาคต โดย GMM จะพยายามหากลุ่ม (cluster) ที่เหมาะสม ที่สุดเพื่ออธิบายการกระจายของข้อมูล ตัวอย่าง: งานวิจัยในด้านการประมวลผลสัญญาณ (Signal Processing) และการวิเคราะห์ ภาพ (Image Analysis) 4. การใช้ GMM ในการตรวจจับสิ่งผิดปกติ (Anomaly Detection) งานวิจัย: ใช้ GMM ในการตรวจจับข้อมูลที่ผิดปกติหรือออกนอกขอบเขตของการกระจาย ปกติ เช่น การตรวจจับข้อผิดพลาดในการเก็บข้อมูล หรือการท านายพฤติกรรมผิดปกติในระบบ ตัวอย่าง: งานวิจัยด้านการตรวจจับการโจมตีในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือการวิเคราะห์ พฤติกรรมลูกค้าในธุรกิจ 5. การประยุกต์ใช้ GMM ในการประมวลผลภาพ (Image Processing) งานวิจัย: ใช้ GMM ในการแยกแยะและจัดกลุ่มส่วนต่างๆ ของภาพ เช่น การแยกแยะวัตถุใน ภาพที่มีพื้นหลังหรือแสงที่แตกต่างกัน ตัวอย่าง: การประยุกต์ใช้ในด้านการรู้จ าภาพ (Image Recognition) โดย GMM สามารถใช้ ในการตรวจจับขอบเขตของวัตถุในภาพได้ 6. การพัฒนาวิธีการและเทคนิคในการประเมินผล GMM งานวิจัย: การศึกษาและพัฒนาเทคนิคในการประเมินความแม่นย าของ GMM เช่น การใช้ Cross-validation หรือวิธีการวัดคุณภาพของการจัดกลุ่ม


32 บทที่ 9 การแบ่งส่วนตลาดและการเลือกเป้าหมาย STP กลุ่มเป้าหมาย ลูกค้า คือใคร การแบ่งส่วนตลาดและการเลือกตลาดเป้าหมาย (STP) ของบริษัท GMM Grammy STP Marketing Model เป็นแนวคิดทางการตลาดที่ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1. Segmentation (การแบ่งส่วนตลาด) 2. Targeting (การเลือกตลาดเป้าหมาย) 3. Positioning (การวางต าแหน่งทางการตลาด) กลุ่มเป้าหมาย บริษัท GMM Grammy เป็นผู้น าในอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย โดยเฉพาะธุรกิจเพลง ภาพยนตร์ และสื่อบันเทิงต่าง ๆ ซึ่งใช้กลยุทธ์ STP Marketing ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของตนเองได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 1. Segmentation (การแบ่งส่วนตลาด) GMM Grammy แบ่งตลาดตาม พฤติกรรมผู้บริโภค (Behavioral Segmentation), ประชากรศาสตร์ (Demographic Segmentation) และจิตวิทยา (Psychographic Segmentation) 1.1 แบ่งตามประชากรศาสตร์ (Demographic Segmentation) อายุ : ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น คนท างาน ไปจนถึงวัยกลางคน เพศ : มีการท าตลาดทั้งชายและหญิง ระดับรายได้ : ครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่คนทั่วไปจนถึงกลุ่มที่มีก าลังซื้อสูง อาชีพ : นักเรียน นักศึกษา พนักงานบริษัท ผู้ประกอบการ 1.2 แบ่งตามพฤติกรรม (Behavioral Segmentation) • กลุ่มที่ฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น YouTube, Spotify, Apple Music • กลุ่มที่รับชมภาพยนตร์และซีรีส์ ผ่านช่องทางทีวีดิจิทัล และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง • กลุ่มที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตและอีเวนต์ 1.3 แบ่งตามจิตวิทยา (Psychographic Segmentation) • กลุ่มที่ชอบแนวเพลงเฉพาะ เช่น ป๊อป ร็อก ลูกทุ่ง ฮิปฮอป • กลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์รักความบันเทิง และติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ


33 • กลุ่มที่มีอิทธิพลต่อแฟนคลับ (Influencers และ Fan Clubs) 2. Targeting (การเลือกตลาดเป้าหมาย) หลังจากแบ่งกลุ่มผู้บริโภค GMM Grammy จะเลือกกลุ่มที่เหมาะสมที่สุดในการท าตลาด ซึ่ง กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ 2.1 กลุ่มวัยรุ่นและวัยท างาน (อายุ 15-35 ปี) • เป็นกลุ่มที่มีก าลังซื้อสูง ติดตามศิลปินและคอนเทนต์ออนไลน์ • ชอบใช้โซเซียลมีเดียและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง • นิยมซื้อบัตรคอนเสิร์ต และสินค้าที่เกี่ยวกับศิลปิน 2.2 กลุ่มแฟนคลับศิลปิน (Fandom Market) • เป็นฐานลูกค้าส าคัญที่สนับสนุนศิลปินโดยตรง • มีก าลังซื้อสินค้าศิลปิน เช่น อัลบั้ม โฟโต้บุ๊ค ของสะสม • ติดตามทุกอีเวนต์ของศิลปิน เช่น Fan Meeting, คอนเสิร์ต 2.3 กลุ่มคนรักดนตรีทุกวัย • คนที่ฟังเพลงจากศิลปินหลากหลายแนว • ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการฟังเพลง เช่น Spotify, YouTube • ชอบดูคอนเสิร์ต และสนับสนุนอุตสาหกรรมดนตรี 2.4 กลุ่มผู้ชมซีรีส์และภาพยนตร์ • คนที่ติดตามละครและซีรีส์ที่ GMM Grammy ผลิต • ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Netflix, Viu, iQIYI • สนใจเรื่องราวและนักแสดงที่มีชื่อเสียง 3. Positioning (การวางต าแหน่งทางการตลาด) GMM Grammy วางต าแหน่งให้ตัวเองเป็น “ผู้น าด้านอุตสาหกรรมบันเทิงครบวงจรของ ไทย” โดยมีจุดเด่นที่ชัดเจน ได้แก่ 3.1 การเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย • มีค่ายเพลงดัง เช่น Genie Records, Grammy Gold, White Music • ผลิตซีรีส์และละครยอดนิยม เช่น Club Friday, Friend Zone • จัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ใหญ่เป็นประจ า


34 3.2 การเน้นสร้าง Brand Loyalty ผ่านศิลปินและคอนเทนต์ • ใช้ Influencer Marketing ผ่านนักร้อง นักแสดง และ Youtubers • มีแพลตฟอร์ม GMMTV และช่อง GMM25 ส าหรับเผยแพร่คอนเทนต์ • มีการจัดกิจกรรมที่ให้แฟน ๆ มีส่วนร่วม เช่น Fan Meeting 3.3 การใช้ Digital Transformation • เน้นขายเพลงและคอนเทนต์ผ่านช่องทางดิจิทัล • ใช้ Social Media และ Data Analytics ในการท าตลาด • สร้างรายได้ผ่าน YouTube, Spotify และ TikTok ลูกค้า GMM นั้นมีหลากหลายกลุ่มมากครับ เนื่องจาก GMM เป็นบริษัทบันเทิงที่มีธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละธุรกิจก็มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป 1. ธุรกิจเพลง (GMM Music) กลุ่มผู้ฟังเพลง ทุกเพศทุกวัย: GMM Music มีเพลงหลากหลายแนว ตั้งแต่เพลงป๊อป เพลงร็อค เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต ไปจนถึงเพลงแดน ท าให้มีกลุ่มผู้ฟังเพลงที่กว้างขวาง กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มผู้ฟังเพลงหลักของ GMM Music เนื่องจาก GMM มีศิลปิน และเพลงที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นจ านวนมาก กลุ่มคนท างาน กลุ่มคนท างานก็เป็นกลุ่มผู้ฟังเพลงที่ส าคัญของ GMM Music เนื่องจากเพลง สามารถช่วยสร้างความผ่อนคลายและสร้างแรงบันดาลใจในการท างานได้ กลุ่มแฟนคลับ แฟนคลับศิลปิน: GMM Music มีศิลปินจ านวนมากที่มีแฟนคลับที่เหนียวแน่น ซึ่งแฟนคลับ เหล่านี้จะสนับสนุนผลงานเพลงและกิจกรรมต่างๆ ของศิลปิน แฟนคลับรายการ: GMM Music มีรายการเพลงและคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยม ซึ่งมีแฟน คลับที่ติดตามรายการเหล่านี้อย่างสม่ าเสมอ 2. ธุรกิจละครและซีรีส์ (GMM TV) กลุ่มผู้ชมละครและซีรีส์ ทุกเพศทุกวัย: GMM TV มีละครและซีรีส์หลากหลายแนว ตั้งแต่ละครรัก ละครตลก ละครด ราม่า ไปจนถึงละครแอคชั่น ท าให้มีกลุ่มผู้ชมละครและซีรีส์ที่กว้างขวาง


35 กลุ่มวัยรุ่น: กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มผู้ชมละครและซีรีส์หลักของ GMM TV เนื่องจาก GMM มี นักแสดงและเนื้อหาที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นจ านวนมาก กลุ่มคนท างาน: กลุ่มคนท างานก็เป็นกลุ่มผู้ชมละครและซีรีส์ที่ส าคัญของ GMM TV เนื่องจากละครและซีรีส์สามารถช่วยสร้างความผ่อนคลายและให้ข้อคิดในการด าเนินชีวิตได้ กลุ่มแฟนคลับนักแสดง แฟนคลับนักแสดง: GMM TV มีนักแสดงจ านวนมากที่มีแฟนคลับที่เหนียวแน่น ซึ่งแฟนคลับ เหล่านี้จะติดตามผลงานละครและซีรีส์ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของนักแสดง 3. ธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ (GMM Live) กลุ่มผู้ชมคอนเสิร์ตและอีเวนต์เพศทุกวัย: GMM Live จัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์หลากหลาย รูปแบบ ตั้งแต่คอนเสิร์ตเพลง คอนเสิร์ต K-POP ไปจนถึงอีเวนต์แฟนมีตติงท าให้มีกลุ่มผู้ชมคอนเสิร์ตและอี เวนตที่กว้างขวาง กลุ่มวัยรุ่น: กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มผู้ชมคอนเสิร์ตและอีเวนต์หลักของ GMM Live เนื่องจาก GMM มีศิลปินและคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นจ านวนมาก กลุ่มคนท างาน: กลุ่มคนท างานก็เป็นกลุ่มผู้ชมคอนเสิร์ตและอีเวนต์ที่ส าคัญของ GMM Live เนื่องจากคอนเสิร์ตและอีเวนต์สามารถช่วยสร้างความผ่อนคลายและสร้างความสุขให้กับชีวิตได้ กลุ่มแฟนคลับศิลปิน: แฟนคลับศิลปิน: GMM Live จัดคอนเสิร์ตและอีเวนตองศิลปินทั้งไทยและ ต่างประเทศ ซึ่งมีแฟนคลับที่ติดตามและสนับสนุนเป็นจ านวนมาก 4. ธุรกิจช่องทีวี (GMM 25) กลุ่มผู้ชมช่องทีวี: ทุกเพศทุกวัย: GMM 25 มีรายการทีวีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่รายการข่าว รายการบันเทิง รายการละครและซีรีส์ไปจนถึงรายการวาไรตี้ ท าให้มีกลุ่มผู้ชมช่องทีวีที่กว้างขวาง กลุ่มวัยรุ่น: กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มผู้ชมช่องทีวีหลักของ GMM 25 เนื่องจาก GMM 25 มี รายการและเนื้อหาที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นจ านวนมาก กลุ่มคนท างาน: กลุ่มคนท างานก็เป็นกลุ่มผู้ชมช่องทีวีที่ส าคัญของ GMM 25 เนื่องจาก รายการทีวีสามารถช่วยสร้างความผ่อนคลายและให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ได้ นอกจากนี้ GMM ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป เช่น ธุรกิจภาพยนตร์ ธุรกิจ สื่อสิ่งพิมพ์ และธุรกิจดิจิทัล ซึ่งแต่ละธุรกิจก็มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไปโดยรวมแล้ว ลูกค้าของ GMM นั้น มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกช่วงวัย ซึ่งเป็นผลมาจากความหลากหลายของธุรกิจและเนื้อหาที่ GMM น าเสนอ


36 บทที่ 10 พฤติกรรมผู้บริโภค การตลาดระหว่างช่วงวัยของผู้บริโภคกับ การใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันและอดีต: ผลต่อการตลาดระหว่างช่วงวัย พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามี บทบาทในชีวิตประจ าวันมากขึ้น การท าความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัยจึงเป็นสิ่งส าคัญส าหรับ นักการตลาด เพื่อน าเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด พฤติกรรมผู้บริโภคในอดีต ในอดีต ผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และวิทยุ การเลือกซื้อ สินค้ามักจะขึ้นอยู่กับค าแนะน าของคนรู้จัก หรือจากโฆษณาที่น่าสนใจ สินค้าที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสม มักจะได้รับความนิยม ผู้บริโภคในยุคอดีตมีความภักดีต่อแบรนด์สูง และมักจะซื้อสินค้าจากแบรนด์เดิม ๆ ที่ คุ้นเคย พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตมีบทบาทส าคัญใน การด าเนินชีวิต ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและหลากหลาย การเลือกซื้อสินค้าจึง ไม่ใช่แค่พิจารณาจากคุณภาพและราคา แต่ยังรวมถึงความสะดวกสบาย ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และ ประสบการณ์ที่ได้รับ ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเองสูง และกล้าที่จะทดลองสินค้าใหม่ๆ การตลาดระหว่างช่วงวัย การแบ่งกลุ่มผู้บริโภคตามช่วงวัยเป็นสิ่งส าคัญในการท าการตลาด เนื่องจากผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัยมี ความต้องการและความสนใจที่แตกต่างกัน นักการตลาดจึงต้องเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย เพื่อน าเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเหมาะสม -กลุ่มวัยรุ่น: กลุ่มวัยรุ่นมักจะให้ความส าคัญกับเทรนด์ใหม่ๆ และนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ นักการ ตลาดอาจใช้ Influencer หรือสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจบนแพลตฟอร์มเหล่านี้เพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น - กลุ่มวัยท างาน: กลุ่มวัยท างานมักจะมองหาสินค้าและบริการที่ช่วยอ านวยความสะดวกและตอบ โจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ นักการตลาดอาจน าเสนอแพ็คเกจหรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจส าหรับกลุ่มวัยท างาน -กลุ่มผู้สูงอายุ: กลุ่มผู้สูงอายุอาจให้ความส าคัญกับความคุ้นเคยและความน่าเชื่อถือ นักการตลาดอาจ น าเสนอเนื้อหาที่สร้างความผ่อนคลายหรือรายการที่เกี่ยวกับสุขภาพและชีวิตประจ าวัน ตัวอย่างการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ -ผลิตภัณฑ์: ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ส าหรับวัยรุ่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารส าหรับผู้สูงอายุ


37 -บริการ: บริการที่อ านวยความสะดวกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เช่น บริการส่งอาหาร บริการเรียกรถ -เนื้อหา: เนื้อหาที่น่าสนใจและตรงกับความสนใจของผู้บริโภค เช่น เนื้อหาบันเทิง เนื้อหาความรู้ เนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจ ข้อเสนอแนะ -ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง: นักการตลาดควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้ทันต่อสถานการณ์ -สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค: นักการตลาดควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภคผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ หรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย -น าเสนอเนื้อหาที่หลากหลาย: นักการตลาดควรน าเสนอเนื้อหาที่หลากหลายและตอบโจทย์ความ ต้องการของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันและอดีต: ผลต่อการตลาดระหว่างช่วงวัย เพื่อให้คุณได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น ผมขอเสริมรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรม ผู้บริโภคและผลต่อการตลาดระหว่างช่วงวัย ดังนี้ครับ 1. พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล -การเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้น: ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลและเปรียบเทียบสินค้า/บริการได้อย่าง ง่ายดายผ่านอินเทอร์เน็ต ท าให้มีอ านาจในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น การสื่อสารสองทาง: ผู้บริโภคสามารถแสดง ความคิดเห็นและติชมสินค้า/บริการผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ท าให้แบรนด์ต้องใส่ใจและปรับปรุงผลิตภัณฑ์/ บริการให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ความคาดหวังที่สูงขึ้น: ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมีความคาดหวังที่ สูงขึ้นต่อสินค้า/บริการ พวกเขาต้องการสินค้า/บริการที่มีคุณภาพดี ราคาเหมาะสม และตอบโจทย์ความ ต้องการของตนเอง การมีส่วนร่วมกับแบรนด์: ผู้บริโภคต้องการมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น พวกเขาต้องการ แสดงความคิดเห็นและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของแบรนด์ความหลากหลายของช่องทาง: ผู้บริโภคสามารถ เลือกซื้อสินค้า/บริการผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ท าให้แบรนด์ต้องปรับตัวและ น าเสนอสินค้า/บริการในช่องทางที่หลากหลาย 2. ผลต่อการตลาดระหว่างช่วงวัย -การแบ่งกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: นักการตลาดต้องแบ่งกลุ่มเป้าหมายตามช่วงวัยและความสนใจ เพื่อ น าเสนอเนื้อหาและผลิตภัณฑ์/บริการที่ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม -การใช้ช่องทางที่หลากหลาย: นักการตลาดต้องใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์และ ออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงวัย - การสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ: นักการตลาดต้องสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม เช่น เนื้อหาที่สร้างความบันเทิง เนื้อหาที่ให้ความรู้ หรือเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจ


38 -การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค: นักการตลาดต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคใน ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับรู้แบรนด์ การเลือกซื้อสินค้า/บริการ ไปจนถึงการบริการหลังการขาย -การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี: นักการตลาดต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ และน า เทคโนโลยีมาใช้ในการท าการตลาด เช่น การใช้ Big Data ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค หรือการใช้ AI ในการสร้างเนื้อหา 3. ตัวอย่างการปรับตัวของแบรนด์ต่างๆ เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป -การพัฒนาแอปพลิเคชัน: หลายแบรนด์ได้พัฒนาแอปพลิเคชันของตนเอง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถ เข้าถึงสินค้า/บริการได้อย่างสะดวกสบาย - การสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจบนสื่อสังคมออนไลน์: แบรนด์ต่างๆ ได้สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจบนสื่อสังคม ออนไลน์ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคและสร้างการรับรู้แบรนด์ - การน าเสนอสินค้า/บริการที่ปรับแต่งได้: หลายแบรนด์ได้น าเสนอสินค้า/บริการที่สามารถปรับแต่ง ได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย -การให้ความส าคัญกับการบริการลูกค้า: แบรนด์ต่างๆ ได้ให้ความส าคัญกับการบริการลูกค้ามากขึ้น โดยมีการจัดตั้งศูนย์บริการลูกค้าและให้ความช่วยเหลือลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ การตลาดในเด็กแต่ละคน Gen Generation X (1965 – 1980) “สนามอารมณ์วัยเก๋า” กลุ่มคนที่พร้อมเปย์ถ้าคุ้มจริง และยังวิ่งหา วันเวลาเก่า ๆ สาเหตุส าคัญที่ท าให้กลุ่ม Gen X กลายเป็นสนามอารมณ์ของยุคนี้ เป็นเพราะการเปลี่ยนผ่านอ านาจที่ กลุ่ม Boomer เริ่มลดบทบาทลง และกลุ่ม Gen X กลายเป็นกลุ่มคนที่มีอ านาจแทนทั้งในแวดวงวงธุรกิจและ อิทธิพลทางการเมือง แต่สิ่งที่ Gen X แตกต่าง คือการรับมือกับภาวะดังกล่าวที่ดีกว่า Boomer ท าให้การตอบโต้ของคน Gen X จะเน้นไปที่การอธิบาย การรับฟังเพื่อให้เกิดการแก้ไขไปในแนวทางที่ดีขึ้น หรือ เลือกที่จะนิ่งเฉย มากกว่าการปะทะจนเกิดปัญหา นอกจากนี้ในโลกการท างาน คนกลุ่มนี้ยังสามารถปรับตัวได้เก่ง เข้าใจการใช้เทคโนโลยีได้ดี และมี ความมั่นคงทางอารมณ์มากกว่า รับมือกับสถานการณ์ในสังคมที่ท างานได้ดีกว่าคนเจเนอเรชันอื่น ๆ อีกด้วย ความมั่นคงทั้งทางอารมณ์และฐานะทางการเงินของคน Gen X ส่งผลให้คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มผู้บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยระดับพรีเมียมในล าดับต้น ๆ แม้จะเป็นกลุ่มคนที่ เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูที่ให้ความส าคัญกับการประหยัดอดออม เพราะพวกเขาเข้าใจความคุ้มค่าจากการ บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีกว่า ทนทานมากกว่า จึงยอมที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อแลกกับการสร้าง ประสบการณ์การจับจ่ายที่ดีกว่าทั้งในแง่การให้บริการและคุณภาพของสินค้า การท าการตลาดเพื่อสื่อสาร ความคุ้มค่าและทนทานจึงเป็นเรื่องจ าเป็น


39 รวมถึงโปรแกรมสมาชิกและสิทธิพิเศษส าหรับลูกค้าประจ าที่จะช่วยดึงลูกค้า Gen X ให้มีความ จงรักภักดีกับแบรนด์ (Brand Loyalty) พร้อมแบบยาว ๆ โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวกับความงาม ซึ่งเป็นกลุ่ม สินค้าที่ผู้บริโภคหญิง Gen X พร้อมจ่าย และคนกลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มก าลังซื้อในสัดส่วนที่สูงกว่า การเจาะถึงความคิดและมุมมองที่สาว ๆ Gen X มีต่อตนเองจึงส าคัญ ผู้หญิงในเจนนี้ไม่ได้อยากจะ อ่อนวัย ดูเด็ก แต่พวกเธอเชื่อในความงามที่หลากหลาย ทั้งสีผิว เชื้อชาติ รูปร่าง หรือสีผม และยังยึดถือ แนวคิดความงดงามตามวัยที่ส่งเสริมให้ผู้คนมีความงามตามวัยในรูปแบบของตนเอง เป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ความพยายามที่จะลดอายุของตนเองจนเกินจริง พวกเธอจึงพร้อมที่จะสนับสนุนและเลือกซื้อสินค้าที่ สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงวัยกลางคนที่ดูดี มั่นใจ และมีความสุข เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อระดับความมั่นใจ และ ความรู้สึกดีของตนเองได้มากขึ้นด้วย ส่วนการออกแบบการสื่อสารที่จะตรงใจวัย Gen X ได้มากที่สุด จะต้องเข้าใจภูมิหลังของคนเจนนี้ ว่า เป็นกลุ่มคนที่ก้าวข้ามการเปลี่ยนผ่านจากยุค Analog มาสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ จึงท าให้คน Gen X มี ความต้องการที่จะย้อนระลึกความทรงจ า (Nostalgia) Gen Z (1996 – 2011) เจนนี้มาแน่ “ผู้ปั้นเทรนด์ในโลกดิจิทัล” ในขณะที่คนวัย 30 ต้องเผชิญกับวิกฤตความส าเร็จ Gen Z ช่วงวัย 20 ปี ที่เพิ่งจะก้าวสู่โลกการ ท างานก็ต้องเจอกับวิกฤต “First Job Crisis” ภาวะการณ์ปรับตัวเข้ากับสังคมและการท างานไม่ทันท่วงทีหลัง โควิด-19 ระบาด ท าให้กลุ่ม Gen Z กลายเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่จะถูกคัดออกจากที่ท างานหากบริษัท จ าเป็นต้องลดจ านวนคน สอดคล้องกับผลส ารวจจาก WGSN และ UNICEF ที่รายงานว่า Gen Z และ กลุ่ม Millennials ช่วง ปลาย คาบเกี่ยวกับคน Gen Z) กว่า 44% หางานได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับวัยเดียวกันในยุคพ่อแม่ โดยรายงาน วิจัย Social Media Behavior โดย Pulse ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า คน Gen Z นั้นเปรียบเสมือนคนพื้นเมือง ของโลกดิจิทัล Gen Z ในช่วงอายุ 18 – 24 ปีนั้นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทรนด์และไวรัลบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมาก ถึง 71% ช่วงวัย 20 ปี ที่เพิ่งจะก้าวสู่โลกการท างานก็ต้องเจอกับวิกฤต First Job Crisis ภาวะการปรับตัวเข้า กับสังคมและการท างานไม่ทันท่วงทีหลังโควิด-19 ระบาด ท าให้กลุ่มเจนซีกลายเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่จะถูกคัด ออกจากที่ท างานหากบริษัทจ าเป็นต้องลดจ านวนคน สอดคล้องกับผลส ารวจจาก WGSN และ UNICEF ที่รายงานว่า เจนซีและเซนเนียล (กลุ่มมิลเลนเนียลช่วงปลาย คาบเกี่ยวกับคนเจนซี) กว่า 44% หางานได้ยาก กว่าเมื่อเทียบกับวัยเดียวกันในยุคพ่อแม่ ท าให้คนกลุ่มนี้มองหางานที่อิสระและยังตอบโจทย์ความสนใจของ ตนเองได้ จึงได้ผันตนเองเป็นออนไลน์ครีเอเตอร์ ติ๊กต็อกเกอร์ และอินฟลูเอนเซอร์บนโลกโซเชียลมีเดียมากขึ้น ขณะเดียวกัน โซเซียลมีเดียท าให้พวกเขารู้สึกเหงามากขึ้น จึงท าให้เกิดพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เรียกว่า JOLO หรือ Joy of Logging Off ที่คนเจนซีเริ่มลดการใช้งานโซเซียลมีเดียลง และเริ่มออกมาใช้ชีวิตกันมากขึ้น เช่น การออกไปคาเฟ่กินอาหารอร่อยๆ กับกลุ่มเพื่อน การเข้าร่วมกิจกรรมตามชุมชนใกล้บ้าน การท าเวิร์กช็อป หรือการวางแผนท่องเที่ยวในด้านการจับจ่ายใช้สอย กลุ่มเจนซีเลือกที่จะจับจ่ายใช้สอยอย่างสมเหตุสมผลและ มองถึงความคุ้มค่า จึงท าให้คนกลุ่มนี้สนใจสินค้าแฟชั่นมือสอง และแฟชั่นจากแบรนด์ในประเทศ


40 ALPHA (2010 – 2024) “ผู้กุมชะตาโลกอนาคต” กับการอยากเห็นผู้คนบนโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แม้กลุ่ม Alpha ยังไม่ใช่ผู้มีอ านาจการซื้อหลักในอนาคตอันใกล้นี้ แก็นับเป็นกลุ่มที่แบรนด์ นักการตลาด และ นักโฆษณาจะต้องเริ่มให้ความสนสิ่งที่ต้องวิเคราะห์และตกผลึกให้ได้นั่นคือ สิ่งที่เจอเนอเรอชันนี้ต้องเผชิญใน ระหว่างการเติบโต ที่จะท าให้พวกเขามีมุมมอง ความคิด และค่านิยมการให้ความส าคัญกับบางสิ่ง ที่อาจส่งผล ต่อพฤติกรรมการบริโภคได้คือ Gen Alpha นับเป็นกลุ่มที่เติบโตกับโลกดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ท าให้เจนนี้มีความ ใฝ่ฝันที่จะท างานในฐานะ Content Creator มากที่สุด และในอนาคตอาจจะมีต าแหน่งงาน หรืออาชีพอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกดิจิทัลที่จะพร้อมรองรับให้ Gen Alpha เข้าสู่โลกการท างานแบบเต็มตัวได้ ภาพที่ 13 เด็กในแต่ละช่วงวัยในการเข้าถึงโซเซียล ที่มา https://www.blockdit.com/posts/6369ee0ad23092f52fe4bc9c


41 j ภาพที่ 14 รายได้ของบริษัท Gamm ที่มา https://www.prachachat.net/marketing/news-32091


42 บทที่ 11 แนวโน้ม และการประยุกต์ใช้ในการด าเนินธุรกิจ เพื่อให้ข้อมูลของคุณมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผมขอเสริมรายละเอียดเกี่ยวกับ แนวโน้มและการประยุกต์ใช้ในการด าเนินธุรกิจ ดังนี้ครับ 1. แนวโน้มที่ก าลังมาแรง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): แนวคิดที่ให้ความส าคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมี ประสิทธิภาพ ลดของเสีย และน าวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ธุรกิจที่ปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนจะสามารถลด ต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ - การปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล (Digital Transformation): การน าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุก ด้านของธุรกิจ ตั้งแต่การด าเนินงาน การตลาด ไปจนถึงการบริการลูกค้า ธุรกิจที่ปรับตัวสู่ดิจิทัลจะสามารถเพิ่ม ประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน - การท างานแบบ Hybrid (Hybrid Work): การผสมผสานการท างานในส านักงานและการ ท างานทางไกล ธุรกิจที่รองรับการท างานแบบ Hybrid จะสามารถดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ ได้ - ความหลากหลายและความเท่าเทียม (Diversity and Inclusion): การให้ความส าคัญกับ ความหลากหลายและความเท่าเทียมในองค์กร จะช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและดึงดูดคนเก่งๆ เข้ามาร่วม งาน - สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellbeing): ผู้บริโภคให้ความส าคัญกับ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น ธุรกิจที่น าเสนอสินค้า/บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพจะ ได้รับความนิยม 2. การประยุกต์ใช้ในการด าเนินธุรกิจ เศรษฐกิจหมุนเวียน - การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน: ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและ สามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้ -การลดของเสีย: ลดปริมาณของเสียที่เกิดจากการผลิตและการด าเนินงาน - การน าวัสดุกลับมาใช้ใหม่: น าวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ การปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล -การใช้ Cloud Computing: ใช้ Cloud Computing เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดต้นทุน -การใช้ Big Data: ใช้ Big Data ในการวิเคราะห์ข้อมูลและปรับปรุงกลยุทธ์ทางธุรกิจ


43 -การใช้ Internet of Things (IoT): ใช้ IoT ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ และเก็บข้อมูลเพื่อ น ามาวิเคราะห์และปรับปรุงการด าเนินงาน - การท างานแบบ Hybrid - การจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์: จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จ าเป็นส าหรับการท างาน ทางไกล -การสร้างระบบการสื่อสาร: สร้างระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ -การสนับสนุนพนักงาน: สนับสนุนและให้ก าลังใจพนักงานที่ท างานทางไกล ความหลากหลายและความเท่าเทียม -การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง: สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและยอมรับความ แตกต่าง -การสรรหาบุคลากรที่หลากหลาย: สรรหาบุคลากรจากหลากหลายภูมิหลังและกลุ่ม - การให้โอกาสที่เท่าเทียม: ให้โอกาสในการท างานและการเติบโตที่เท่าเทียมกัน 3.เจาะลึกแนวโน้มที่ก าลังมาแรง -ประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า (Superior Customer Experience): ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันไม่ได้ มองหาสินค้า/บริการเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขามองหาประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจ ดังนั้น ธุรกิจที่ สามารถสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่าจะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน -ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ (Transparency and Trust): ผู้บริโภคต้องการทราบข้อมูล เกี่ยวกับสินค้า/บริการอย่างละเอียด รวมถึงกระบวนการผลิตและที่มาของวัตถุดิบ ธุรกิจที่โปร่งใสและ น่าเชื่อถือจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า - การปรับตัวอย่างรวดเร็ว (Agility and Adaptability): สภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง อยู่เสมอ ธุรกิจที่สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจะสามารถอยู่รอดและ เติบโตได้ -การท างานร่วมกัน (Collaboration): การท างานร่วมกันระหว่างธุรกิจต่างๆ จะช่วยสร้างโอกาส ใหม่ๆ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน -การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning): เทคโนโลยีและทักษะใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ธุรกิจที่ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของพนักงานจะสามารถพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถที่ทันสมัย


44 การมีแนวโน้มและการประยุกต์ใช้ที่ส าคัญในการด าเนินธุรกิจในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านการ วิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Decision Making) ซึ่งสามารถช่วยให้ ธุรกิจท าการตัดสินใจที่แม่นย าและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในหลายกรณี ดังนี้: 1. การตลาดและการจัดกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation) - แนวโน้ม: GMM สามารถใช้ในการแบ่งกลุ่มลูกค้าที่มีลักษณะพฤติกรรมและความต้องการที่ คล้ายคลึงกัน โดยที่ไม่จ าเป็นต้องใช้รูปแบบการจัดกลุ่มที่เป็นแบบวงกลมหรือเชิงเส้นอย่าง K-meansการ ประยุกต์ใช้: -การสร้างกลุ่มลูกค้า ที่มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าหรือบริการที่คล้ายคลึงกัน เช่น การจัดกลุ่มลูกค้าตาม พฤติกรรมการซื้อของที่มีความแตกต่างในรูปแบบการกระจาย (ไม่เป็นกลุ่มทรงกลม) ซึ่งจะช่วยในการปรับกล ยุทธ์การตลาดให้เหมาะสม -การปรับแคมเปญการตลาด เช่น การส่งโปรโมชั่นหรือโฆษณาที่มีความเฉพาะเจาะจงตามกลุ่มลูกค้า แต่ละกลุ่ม 2. การตรวจจับและวิเคราะห์การทุจริต (Fraud Detection) -แนวโน้ม: การใช้ GMM ในการตรวจจับกิจกรรมที่ผิดปกติหรือการทุจริตจากพฤติกรรมที่ไม่เป็นไป ตามปกติ การประยุกต์ใช้: - ใช้ GMM ในการตรวจจับการทุจริตในระบบการช าระเงินออนไลน์ เช่น การวิเคราะห์ลักษณะการท า ธุรกรรมที่ผิดปกติหรือไม่เป็นไปตามรูปแบบปกติ - การวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบเช่น ธนาคาร, การประกันภัย, หรือ อีคอมเมิร์ซ เพื่อหากิจกรรมที่มี ความเสี่ยงสูง 3. การท านายและคาดการณ์ (Predictive Analytics) แนวโน้ม: GMM ใช้ในการท านายและคาดการณ์ผลลัพธ์ในอนาคตจากข้อมูลที่มีการกระจายหลาย รูปแบบ การประยุกต์ใช้: - การท านายพฤติกรรมลูกค้า: GMM สามารถช่วยท านายพฤติกรรมของลูกค้า เช่น การท านายลูกค้า ที่จะยกเลิกการใช้บริการ (churn prediction) หรือการท านายยอดขายในอนาคต - การคาดการณ์ปริมาณความต้องการสินค้า เช่น การท านายความต้องการของสินค้าในช่วงเทศกาล หรือช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง


45 4. การปรับปรุงการด าเนินงาน (Operations Optimization) แนวโน้ม: GMM ช่วยในการท าความเข้าใจและปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อน ซึ่งมีหลาย ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ การประยุกต์ใช้: -การปรับปรุงกระบวนการผลิต เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องจักรในโรงงานเพื่อลดข้อผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพ -การจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์: GMM สามารถใช้ในการท านายและปรับปรุงกระบวนการ จัดการคลังสินค้าโดยการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของสินค้าตามฤดูกาล 5. การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) แนวโน้ม: GMM ใช้ในระบบการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่มีความ ซับซ้อน การประยุกต์ใช้: - การวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเซียลมีเดีย: GMM สามารถใช้ในการแบ่งกลุ่มความคิดเห็นหรือความรู้สึก ของผู้ใช้จากโพสต์ในโซเซียลมีเดีย เพื่อเข้าใจแนวโน้มการตลาดและความต้องการของลูกค้า - การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจขนาดใหญ่: เช่น การใช้ GMM ในการวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตหรือข้อมูล การขายในองค์กรขนาดใหญ่เพื่อหาความสัมพันธ์และท านายผลลัพธ์ในอนาคต 6. การพัฒนาแอปพลิเคชันด้านสุขภาพและการแพทย์ (Healthcare and Medical Applications) แนวโน้ม: GMM ถูกใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ เช่น การวิเคราะห์ ภาพถ่ายทางการแพทย์ (Medical Imaging) หรือการคัดแยกกลุ่มผู้ป่วย การประยุกต์ใช้: - การจัดกลุ่มผู้ป่วย: ใช้ GMM ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ เช่น ประวัติการรักษา หรือข้อมูล ชีวภาพ เพื่อตรวจหากลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง - การวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์: การใช้ GMM ในการแยกแยะโครงสร้างในภาพถ่าย เช่น การ แยกแยะเนื้อเยื่อปกติและเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติ


46 7. การปรับปรุงบริการลูกค้า (Customer Service Optimization) แนวโน้ม: การใช้ GMM เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะสมกับลูกค้าโดยการวิเคราะห์ข้อมูล การบริการลูกค้า การประยุกต์ใช้: - การใช้ GMM เพื่อวิเคราะห์การสนทนาในช่องทางบริการลูกค้า เช่น การโทรศัพท์หรือการแชท เพื่อ แยกแยะประเภทของค าถามหรือปัญหาที่ลูกค้าเผชิญ - การจัดกลุ่มการบริการลูกค้าตามประเภทปัญหาหรือค าขอเพื่อให้การตอบสนองมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยภาพรวม Gaussian Mixture Models (GMM) ก าลังได้รับการประยุกต์ใช้มากขึ้นในธุรกิจในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การตลาด, การวิเคราะห์การทุจริต, การท านายธุรกิจ, จนถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการด าเนินงานใน องค์กร ทั้งนี้ GMM ช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนและการกระจายหลายรูปแบบได้ อย่างมีประสิทธิภาพ, ช่วยเพิ่มการตัดสินใจที่แม่นย า และสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้ในตลาด ภาพที่ 15 จุดแข็งในการด าเนินบริษัท ที่มา https://brandinside.asia/gmm-music-show-2019-revenue/


47 ภาพที่ 16 การเติบโตของบริษัท ที่มา https://brandinside.asia/gmm-music-show-2019-revenue/


Click to View FlipBook Version