The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pimwalanzaza60, 2020-10-19 21:45:48

นาเดียแมเง๊าะ

BUSINESS DIJITAL BASIC


พื้นฐาน











รหัสวิชา 3204-2109

ธุรกิจดิจิทัล














































เรียบเรียงโดย



นางสาว นูรนาเดีย แมเง๊าะ

เลขที่ 7 ปวส.1/1
ดแ
สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล

วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี




ประกาศนยบัตรวิชาชพชั้นสง(ปวส)ปการศกษา 2563



ค ำน ำ







หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรำยวิชำ พื้นฐำนธุรกิจดิจิทัล



รหัสวิชำ 30204-2001 ซึ่งในหนังสืออิเล้กทรอนิกส์เล่มนี้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับ


ึ่
พื้นฐำนธุรกิจดิจิทัล ซงวัตถุประสงค์ที่คณะผู้จัดท ำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้



ขึ้นมำ คณะผู้จดท ำหวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำหนังสืออิเล็กทรอนิกส?เล่มนี้มีประโยชน์ต่อผู้


ที่น ำไปศึกษำเพื่อเป็นควำมรู้ต่อในด้ำนพื้นฐำนธุรกิจดิจิทัล หำกมีข้อมีผิดพลำด


ประกำรใดหรือข้อมูลไม่สมบูรณ์คณะผู้จัดท ำจึงขออภัยมำ ณ ที่นี้ด้วย








นูรนำเดีย แมเง๊ำะ




ผู้จัดท ำ


สำรบญ



เรื่อง หน้ำ







1. หลักการของธรกิจดจทัล 1-3




2. โครงสรางพื้นฐานของธรกิจดจทัล 4-6




3. นวัตกรรมส าหรบธรกิจดจทัล 7-8




4. ระบบการท าธรกรรมในธรกิจดจทัล 9-10






5. สอสังคมออนไลนกับธรกิจดจทัล 11-13



6. ธรกิจดจทัลโมบาย 14-16



7. ความมั่นคงปลอดภัยในการท าธรกรรมดจทัล 17-20




8. กฎหมายและจรยธรรมและการท าธรกรรมดจทัล 21-25

1





หลักกำรของธุรกิจดิจิทัล






บทนำ






เศรษฐกิจดจตอลจะมการเปลยนแปลงและทันสมัยมากข้นในขณะทต้องเผชญหน้ากับความรวดเรว





ใสรางสรรค์นวัตกรรมให้กับบรรดาบรษัท เมอประสบความส าเรจและความล้มเหลวจะถกก าหนดโดย













ความเรวของการกระท าหรอการตอบสนอง วิธทเจ้าของธรกิจสามารถขับเคลอนไปตามกระบวนการและ

การด าเนนงานเพือให้ท างานได้อย่างรวดเรวและเปนอสระ? นคอแนวทางทเปนประโยชนทอาจช่วยให้คณ























คดทบทวนวิธทจะเผชญกับปญหาและโอกาสส าหรบธรกิจของคณ

1. กำรใชประโยชนจำกกำรออกแบบดิจตอลเพื่อสรำงผลิตภัณฑและบรกำร
















ธรกิจในปจจบันน้ควรมการสรางสรรค์ผลตภัณฑ์หรอกล่มผลตภัณฑ์และบรการใหม่ โดยการ





ผลักดันการพัฒนาให้ก้าวออกจากรปแบบผลตภัณฑ์เดม ๆ ด้วยการปรบปรงทเปนไปได้ด้วยการใช้





ประโยชนจากการออกแบบดจตอลวิธน้บรษัทสามารถพัฒนาและท าการค้าในส่วนต่างๆ จากห่วงโซ่อปทาน











การผลต โดยการใช้กลไกการจัดการทมอยู่ภายใน หรอจากภายนอก บรษัทอย่างเช่น Tesla, Volkswagen,
ี่

Boeing, Apple, และ IBM ต่างก็ด าเนนการด้วยโหมด “ผู้เชยวชาญ” ทั้งส้น ยกตัวอย่างเช่น ความพยายามของ





ี่

ี่
Tesla ในการพัฒนาตัวผลตแบตเตอรจากภายนอก โรงงานผลตแบตเตอรลเธยม-ไอออน แสดงให้เหนว่า

บรษัท มความสามารถในการพัฒนาขดความสามารถภายในในการแข่งขันในอตสาหกรรมนวัตกรรมใน





ลักษณะน้จะช่วยปองกันการเลยนแบบจากค่แข่ง ช่วยให้บรษัทสามารถดงดดและรกษาความสามารถสดยอด








ไว้ได้ และส่งเสรมให้พวกเขารกษาความถกต้องในขั้นตอนของวงจรการออกแบบ




2.สรำงทีมงำน “สตำรทอัพ”
ทมงาน ‘สตารทอัพ’ ภายในองค์กรสามารถประกอบด้วยพนักงานของบรษัท ทมความสามารถใน
ี่






ี่
การรวบรวมทรพยากรทจ าเปนต่อนวัตกรรมโดยใช้บรการสอกลางทให้การเข้าถงทักษะและเครองมอพิเศษ

ื่

ื่






ทมงานเหล่าน้ ี ซงอาจจะมค่าใช้จ่ายในการด าเนนงานก่อนหน้าน้ในระดับทกว้างข้น ตอนน้สามารถ











ด าเนนการได้ถกกว่าและง่ายทจะสนับสนนความก้าวหน้าของเครองมอการออกแบบระบบดจตอล ส าหรบ








ผู้บรหารทจัดตั้งอย่างมั่นคง โหมดน้จะช่วยให้ทมงาน ผู้ประกอบการขนาดเล็กพัฒนาความคดส าหรบ






ผลตภัณฑ์หรอบรการใหม่และทดสอบด้วยค่าใช้จ่ายทน้อยทมงาน ‘สตารทอัพ’ ยังสามารถช่วยสรางช่องทาง


















ของแนวคดแบบดั้งเดมทมความคดทง่ายและพัฒนาข้นในแง่ของการออกแบบและการทดสอบแนวคด





มากกว่าวิธการดั้งเดมทอาจจ าเปนต้องมหลายส่วนจากหลายระดับในกระบวนการอนมัต ความเรวมความจ า




















เปนมากทสดในการด าเนนงานในโหมดน้ และทมงานทเชอใจได้ต้องสามารถด าเนนการอย่างรวดเรวเพือ


รกษาความเปนผู้น าในการสรางนวัตกรรม

2
2


3. ขบเคลือนขอมูลประสบกำรณของลูกคำ





โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาบรษัทและนักการตลาดควรใช้ประโยชนจากข้อมูลทได้รบมา ผ่านทาง











พฤตกรรมผู้บรโภคในปจจบัน ยกตัวอย่างเช่น ในแต่ละคร้งทลกค้าเลอนบนหน้าจอโทรศัพท์มอถอหรอ






ื่
โพสต์อัพเดทลงบนสอสังคมออนไลน์ จะท าให้เราทราบถงข้อมูลทเกียวข้องกับการก าหนดลักษณะและ







พฤตกรรมปฏกิรยาเหล่าน้ ี มศักยภาพส าหรบแบรนด์ทจะได้มโอกาสท าความเข้าใจในวิธการสราง











ประสบการณลกค้าส่วนบคคล โดยการรวมข้อมูลจากบคคลแรกและบคคลทสาม (จากสอสังคมออนไลน ์







ื่


ื่
เครองมอค้นหาอน ๆ ) ในแพลตฟอรมการจัดการข้อมูล (DMP) บรษัท สามารถสรางมมมองแบบองค์รวม



ของฐานลกค้าของพวกเขาได้วิธน้ท าให้เจ้าของธรกิจมความเข้าใจในรปแบบและเรองราวทขยายเกินจด




















ดั้งเดมทเคยสัมผัสมาก่อน และค้นพบความจรงเกียววิธทลกค้าของพวกเขามปฏสัมพันธกับโลกออนไลน ์







และโลกออฟไลนรอบตัวพวกเขา!ใช้เรองราวและข้อมูลเหล่าน้ในการสรางเปาหมายเฉพาะตลาดและท า

ความเข้าใจลกค้าของคณในระดับแยกประชากร บรษัทชั้นน าของตลาดหลายบรษัท น าวิธน้มาใช้เมอมการ















พัฒนากลยุทธการตลาดทขับเคลอนด้วยข้อมูลเชงลกจากข้อมูลขนาดใหญ่


4. เขำใจพันธมิตรและมูลคำทีพวกเขำเสนอ










เพือใช้ประโยชนจากมูลค่าของพันธมตรดจตอลหรอเครอข่ายธรกิจอย่างเต็มท บรษัททั้งหลายควร











ส ารวจเรองต่าง ๆ ต่อไปน้:สรางพันธมตรใหม่: พิจารณาการสรางพันธมตรกับเพือนร่วมธรกิจใหม่ หรอ





แม้แต่ค่แข่งในอดตเพือเสนอการขยายทครอบคลมและความคล่องตัวของกระบวนการดจตอลการขับเคลอน











ข้อมูลด้วยแบบจ าลองทางธรกิจ: แบ่งปนข้อมูลททรงคณค่าระหว่างเครอข่ายดจตอล เพือสรางความสัมพันธ ์












การท างานอย่างใกล้ชดข้นกับซัพพลายเออรและผู้จัดจ าหน่ายทส าคัญของคณเครอข่ายความร่วมมอ: การ



ท างานร่วมกันในระบบการตลาดแนวตั้งเปนกุญแจส าคัญในการสรางมูลค่าประสบการณของผู้ใช้งาน: ซัพ

พลายเออรและผู้จัดจ าหน่ายถอเปนผู้บรโภคด้วยเช่นกัน และพวกเขาจะกลายเปนทค้นเคยกับประสบการณ ์













ของผู้บรโภค การใช้งานทางธรกิจควรจะสามารถทจะให้ประสบการณการใช้งานได้ง่ายเหมอนกับผู้ใช้งาน




คนก่อนเมอเทยบกับแบบดั้งเดม ธรกิจของบรษัทในวันน้สามารถทจะได้รบประโยชนจากการแบ่งปนข้อมูล
















และรปแบบพฤตกรรมของลกค้าทถอเปนพันธมตรทมมูลค่าและผู้มส่วนได้ส่วนเสย ในทางกลับกัน วิธการ











น้ก็จะเพิ่มความคมชัดการน าเสนอผลตภัณฑ์ในขณะทเพิ่มความน่าดงดดใจของบรษัท ในสายตาของ



ผู้บรโภคร่วมธรกิจและนักลงทนต่อไป!ในแง่ของศักยภาพของเศรษฐกิจดจตอลท บรษัท ส่วนใหญ่ใช้เพียง








แค่ผิวเผินนั้น เนองจากอนเตอรเนตได้เข้ามาอย่างแพร่หลายไปยังการเชอมต่อแบบไฮเปอร ความร่วมมอท ่ ี


















จะกลายเปนความก้าวหน้าทส าคัญมากข้น ย่อมจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของระบบดจตอล ซงในทสดแล้ว









จะน าไปส่การเชอมต่อกันของเศรษฐกิจหลายภาคส่วนด้วยการเชอมต่อแบบดจตอลก่อนทคณจะออกไป




3



จัดท าขั้นตอนการท างานขององค์กรและกระบวนการ สรางแรงบันดาลใจด้วย เคล็ดลับเดดในการ











ออกก าลังกล้ามเน้อพลังสรางสรรค์ ใครจะร คณอาจได้รบมมมองทสรางสรรค์มากข้น ทสามารถเร่มต้น







กระบวนการทมประสทธผลมากข้นอกด้วย!















อ้างอง : https://www.tokiomarine.com/th/th-life/personal/learn/blog/4-Main-Ways-to-Innovate-in-a-

Digital-Economy.html

4


โครงสร้ำงพื้นฐำนธุรกิจดิจิทัล



บทนำ










การพัฒนาเขตการค้าเสรดจทัล (DFTZ) ในมาเลเซยจะท าให้มาเลเซยเปนศูนย์กลางอคอมเมรซของ







ภมภาค ซงสอดคล้องกับแนวคด Electronic World Trade Platform (eWTP) เปนการสรางเขตการค้าเสรแบบ


ดจทัล ท าให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเชอมต่อกับการค้าทั่วโลกผ่านทาง e-commerce ได้










อย่างสะดวก การอ านวยความสะดวกทางด้านศลกากรแก่ธรกิจอคอมเมรซ การยกเว้นภาษ การลดอปสรรค

ในการเข้าส่ตลาดใหม่ ๆ และช่วยให้ธรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถงแหล่งเงนทนได้ง่ายข้น และนถอเปน “ฮับ




ี่







อคอมเมรซ” แห่งแรกนอกประเทศจนของอาลบาบา


ดัชนความพรอมโครงข่าย (Networked Readiness Index: NRI) ทว่าด้วยการประเมนความพรอมด้าน






เครอข่ายของประเทศทั่วโลกในด้านสภาพแวดล้อม การเมอง การตลาด โครงสรางพื้นฐานความพรอมของ








ธรกิจ ภาครฐ และบคคล รวมถงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอสารซงเปนรากฐานส าคัญของการ


ื่









สราง Digital Economy ปจจบันดัชนความพรอมโครงข่าย มการจัดอันดับครอบคลมประเทศทั้งส้น139







ประเทศ ปจจัยหลักทใช้ในการพิจารณาการจัดอันดับดัชนความพรอมทางเครอข่าย ประกอบด้วย 4 ปจจัย

หลักได้แก่ ด้านสภาพแวดล้อม (Environment) ด้านความพรอม (Readiness) ด้านการใช้ (Usage) และด้าน
ี่
ื่
ผลกระทบ(Impacts)เมอพิจารณาผลการจัดอันดับ ป 2559 พบว่า ประเทศไทยอยู่อันดับท 62 ของทั้งหมด 139

ประเทศโดยมปจจัยธรกิจและสภาพแวดล้อมในการสรางสรรค์นวัตกรรม (business and innovation






















environment)เปนประเดนทไทยอยู่ในอันดับทดทสดเมอเปรยบเทยบกับด้านอน ๆ โดยอยู่ในอันดับท 48
นอกจากน้ยังมปจจัยอนทไทยขยับข้นมาก คอ ความสามารถในการเข้าถงการสอสาร (Affordability) อยู่
ื่










ี่
อันดับ 64 รองลงมาปจจัยผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic impacts) อันดับท 74 อย่างไรก็ตามหาก









พิจารณาเปรยบเทยบการพัฒนาดัชนความพรอมโครงข่ายระหว่างป 2555 กับป 2559 จะเหนได้ว่า โครงสราง
พื้นฐานและดจทัลคอนเทน (Infrastructure and digital content) และการใช้งานของภาคประชาชน


(Individual usage) มความพรอมอย่างก้าวกระโดด ทั้งน้ดัชนความพรอมด้านอนๆก็เพิ่มข้นตามการพัฒนา








ของประเทศ

รปท1 ดัชนความพรอมโครงข่าย (Networked Readiness Index) ของไทยป 2555 และป 2559
ี่





ทมา: การวิเคราะหโดย OBELS จากข้อมูลของ World Economic Forum

ี่


5
ขณะเดยวกันจากผลการจัดอันดับ ป 2559 พบว่า ประเทศมาเลเซยอยู่อันดับท 31 ของทั้งหมด 139 ประเทศ








โดยมปจจัยการใช้งานของภาครฐ (Government usage) เปนประเดนทมาเลเซยอยู่ในอันดับทดทสดเมอ






























เปรยบเทยบกับด้านอน ๆ โดยอยู่ในอันดับท 6 นอกจากน้ ยังมปจจัยอนทมาเลเซยขยับข้นมาก คอ ปจจัยทาง


ธรกิจและสภาพแวดล้อมในการสรางสรรค์นวัตกรรม (Business and innovation environment) อยู่อันดับ 18
รองลงมาเปนปจจัยทางสภาพแวดล้อมทางการเมองและกฎระเบยบ (Political and regulatory environment)







อันดับท 24 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเปรยบเทยบการพัฒนาดัชนความพรอมโครงข่ายระหว่างป 2555 กับ

ี่




ป 2559 จะเหนได้ว่า การใช้งานของภาคประชาชน (Individual usage) การใช้งานของภาคธรกิจ (Business
usage) และธรกิจและสภาพแวดล้อมในการสรางสรรค์นวัตกรรม (business and innovation environment) มี









ความพรอมทเพิ่มข้น มเพียงความสามารถในการเข้าถงการสอสาร (Affordability) ทลดลง ทั้งน้ดัชนความ





ื่
พรอมด้านอนๆ มแนวโน้มทรงตัว















รปท 2 ดัชนความพรอมโครงข่าย (Networked Readiness Index) ของมาเลเซยป 2555 และป 255


ทมา: การวิเคราะหโดย OBELS จากข้อมูลของ World Economic Forum

ี่
อย่างไรก็ตามเมอพิจารณาดัชนความพรอมโครงข่าย (Networked Readiness Index) ของ








ประเทศไทยและประเทศมาเลเซยเปรยบเทยบกันแล้วนั้น พบว่า ในป 2555 ดัชนความพรอมโครงข่ายของ





ไทยยังด้อยกว่ามาเลเซยค่อนข้างมาก มเพียงความสามารถในการเข้าถงการสอสาร (Affordability) เท่านั้นท ่ ี





ประเทศไทยมค่าดัชนเฉลยใกล้เคยงกับประเทศมาเลเซย ขณะเดยวกันในป 2559 ท่ามกลางการพัฒนาความ






พรอมโครงข่ายของทั้งสองประเทศจะเหนได้ว่าประเทศไทยมค่าดัชนความสามารถในการเข้าถงการสอสาร


















(Affordability) ทดกว่าประเทศมาเลเซยทมแนวโน้มลดลง ส่วนดัชนความพรอมด้านอนๆ ของไทยยังคงด้อย


กว่ามาเลเซยในปจจัยหลักทางด้านสภาพแวดล้อม (Environment) ด้านผลกระทบ (Impacts) และด้านการใช้
(Usage) ได้แก่ ปจจัยทางสภาพแวดล้อมทางการเมองและกฎระเบยบ (Political and regulatory environment)




ธรกิจและสภาพแวดล้อมในการสรางสรรค์นวัตกรรม (Business and innovation environment) การใช้งาน

6
ของภาคประชาชน (Individual usage) การใช้งานของภาคธรกิจ (Business usage) การใช้งานของภาครฐ


(Government usage) และทักษะในการใช้เทคโนโลยี (Skills)























รปท 3 เปรยบเทยบดัชนความพรอมโครงข่าย (Networked Readiness Index) ของไทยกับมาเลเซยป 2555 และป 2559
ี่



ทมา: การวิเคราะหโดย OBELS จากข้อมูลของ World Economic Forum
ี่



ขณะทความตกลงว่าด้วยการอ านวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation Agreement: TFA)





ทว่าด้วยการลดขั้นตอนและระยะเวลาของพิธการทางศลกากรและการสรางความชัดเจนด้านระเบยบและวิธ ี


ปฏบัต เข้าเปนส่วนหนงของความตกลงมารราเกซจัดตั้งองค์การการค้าโลก หลังจากวันท 22 กุมภาพันธ ์











2560 ถอว่าเปนวันทความตกลงว่าด้วยการอ านวยความสะดวกทางการค้าได้มผลบังคับใช้อย่างเปนทางการ







นั่นคอ ประเทศทเปนสมาชกต้องด าเนนการด้านการอ านวยความสะดวกทางการค้าตามหลักการ 4 ข้อ คอ





การลดขั้นตอนทยุ่งยาก (Simplification) ความกลมกลน (Harmonization) มาตรฐานเดยวกัน




(Standardization) และความโปร่งใส (Transparency) ประเทศไทยได้ยืนตราสารยอมรบพิธสารแก้ไขความ






ตกลงมารราเกซจัดตั้งองค์การการค้าโลก เมอวันท 5 ตลาคม 2558 และได้แจ้งข้อบททไทยพรอมปฏบัตได้
ี่









ทันททความตกลงมผลบังคับใช้ (Category A) คดเปนรอยละ 92 ของข้อบททั้งหมดภายใต้ความตกลง TFA
ี่






ส่วนประเทศมาเลเซยได้ยืนตราสารยอมรบพิธสารแก้ไขความตกลงมารราเกซจัดตั้งองค์การการค้าโลก เมอ

วันท 26 พฤษภาคม 2558 และได้แจ้งข้อบททมาเลเซยพรอมปฏบัตได้ทันททความตกลงมผลบังคับใช้
ี่
ี่


ี่






(Category A) คดเปนรอยละ 94.2 ของข้อบททั้งหมดภายใต้ความตกลง TFA ซงมความพรอมปฎบัตทันทท ี่










ความตกลงบังคับใช้ระดับสงกว่าประเทศไทยนอกจากน้ หากพิจารณาศักยภาพการอ านวยความสะดวกทาง




7
การค้าด้วย Trade Facilitation Indicator ซงจัดท าโดย Organisation for Economic Co-operation and


Development (OECD, 2015) พบว่า ศักยภาพของประเทศไทยในด้านการอ านวยความสะดวกทางการค้าโดย

เฉลยอยู่ในระดับต ากว่าค่าคะแนนของประเทศ Best Practice

















รปท 4 ศักยภาพด้านการอ านวยความสะดวกทางการค้าของไทย ป 2012 และ 2015

ี่

ทมา: OECD, 2015
ี่


ตัวช้วัดด้านเผยแพร่ข้อมูล (Information availability) ขั้นตอนการผ่านพิธการ (Formalities–


procedures) ความร่วมมอภายในระหว่างหน่วยงานทพรมแดน (Internal border agency cooperation) และ









ความร่วมมอภายนอกระหว่างหน่วยงานทพรมแดน (External border agency cooperation) มค่าเฉลยสงกว่า





ประเทศ Best practice ขณะทตัวช้วัดด้านการมส่วนร่วมของชมชนการค้า (Involvement of trade community)
การวินจฉัยล่วงหน้า(Advance rulings) กระบวนการอทธรณ (Appeal procedures) ค่าธรรมเนยม (Fees and





charges) การใช้เอกสารผ่านพิธการ (Formalities–documents) การใช้ระบบ Automation ในการผ่านพิธการ







(Formalities–automation) และธรรมาภบาลและความเปนกลาง (Governance and impartiality) มค่าเฉลยต า
กว่าประเทศ Best practice อย่างไรก็ตามเพือพิจารณาเปรยบเทยบระดับการอ านวยความสะดวกทางการค้า



ระหว่างป 2012 และ 2015 กลับพบว่า ค่าเฉลยของป 2015 ต าว่าป 2012ขณะเดยวกันศักยภาพของประเทศ









มาเลเซยในด้านการอ านวยความสะดวกทางการค้าเฉลยอยู่ในระดับต ากว่าค่าคะแนนของประเทศ Best








Practice เช่นเดยวกันกับประเทศไทย ซงมตัวช้วัดด้านการใช้เอกสารผ่านพิธการ (Formalities-documents)











เพียงตัวช้วัดเดยวทมค่าเฉลยสงกว่าประเทศ Best practice อย่างไรก็ตามเพือพิจารณาเปรยบเทยบระดับการ






อ านวยความสะดวกทางการค้าระหว่างป 2012 และ 2015 กลับพบว่า ค่าเฉลยของป 2015 สงกว่าป 2012

8

















ี่

รปท 5 ศักยภาพด้านการอ านวยความสะดวกทางการค้าของไทย ป 2012 และ 2015

ี่
ทมา: OECD, 2015




อย่างไรก็ตาม เมอพิจารณาเปรยบเทยบศักยภาพด้านการอ านวยความสะดวกทางการค้าของทั้ง



สองประเทศ พบว่า ตัวช้วัดด้านเผยแพร่ข้อมูล (Information availability) การมส่วนร่วมของชมชนการค้า
(Involvement of trade community) การใช้ระบบ Automation ในการผ่านพิธการ (Formalities-automation)


ี่

ขั้นตอนการผ่านพิธการ (Formalities-procedures) ความร่วมมอภายในระหว่างหน่วยงานทพรมแดน

(Internal border agency cooperation) และ ความร่วมมอภายนอกระหว่างหน่วยงานทพรมแดน (External




border agency cooperation) ไทยมค่าเฉลยสงกว่ามาเลเซย ในขณะทตัวช้วัดด้านการวินจฉัยล่วงหน้า






(Advance rulings) ค่าธรรมเนยม (Fees and charges) การใช้เอกสารผ่านพิธการ (Formalities-documents)






ธรรมาภบาลและความเปนกลาง (Governance and impartiality) ไทยมค่าเฉลยต ากว่ามาเลเซย



รปท 6 เปรยบเทยบศักยภาพด้านการอ านวยความสะดวกทางการค้าของไทยกับมาเลเซย ป 2015





ี่
ี่
ทมา: OECD, 2015

9





ทั้งน้จากการพิจารณาเปรยบเทยบดัชนความพรอมโครงข่าย (Networked Readiness Index: NRI) การ


อ านวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation Agreement: TFA) และศักยภาพการอ านวยความสะดวก

ทางการค้า (Trade Facilitation Indicator) ของทั้งสองประเทศจะเหนได้ว่า ไทยยังด้อยกว่ามาเลเซย


ทางด้านสภาพแวดล้อม (Environment) ด้านผลกระทบ (Impacts) และด้านการใช้ (Usage) ของดัชนความ
พรอมโครงข่ายและการอ านวยความสะดวกทางการค้า ถงแม้ภาพรวมของศักยภาพการอ านวยความสะดวก










ทางการค้าจะมค่าเฉลยทสงกว่ามาเลเซย แต่ถ้าหากนักลงทนค านกถงธรรมาภบาลและความเปนกลางและ





ค่าธรรมเนยมเปนปจจัยส าคัญ ท้ายสดแล้วมาเลเซยก็ยังคงมสภาพแวดล้อมทน่าลงทนมากกว่าไทย อย่างไรก็








ตาม ศักยภาพการอ านวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation Indicator) ทางด้านการมส่วนร่วมของ






ชมชนการค้า ความร่วมมอภายในระหว่างหน่วยงานทพรมแดน และความร่วมมอภายนอกระหว่าง







หน่วยงานทพรมแดน ถอได้ว่าเปนจดแข็งของไทยทจะสามารถดงดดการลงทนจากต่างประเทศเพือเปน






ศูนย์กลางการกระจายสนค้าเข้าส่กล่มประเทศ CLMV



10





นวัตกรรมส ำหรับ ธุรกิจดิจิทัล



บทนำ






เศรษฐกิจและสังคมดจทัล หมายถง เศรษฐกิจและสังคมทใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอสาร














(หรอทเรยกว่าเทคโนโลยีดจทัลเพือให้ทันยุคสมัย) เปนกลไกส าคัญในการขับเคลอนการปฏรปกระบวนการ







ผลต การด าเนนธรกิจ การค้า การบรการ การศกษา การสาธารณสข การบรหารราชการแผ่นดน รวมทั้ง



กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอนๆ ทส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคณภาพชวิตของคนใน







สังคม และการจ้างงานทเพิ่มข้น






ในโลกยุคปจจบันน้ เราต่างได้ยินค าว่า เทคโนโลยี ดจทัล ออนไลน และนวัตกรรมอยู่บ่อยคร้งใน



ชวิตประจ าวัน ทั้งด้านการตดต่อสอสาร การเก็บข้อมูล หรอการท าธรกรรมทางการเงน แต่หลายคนก็ยังไม่












ค้นเคยกับการน าส่งเหล่าน้มาใช้กับการท างานในเชงอตสาหกรรม All Around Plastics ฉบับน้จะพาทกท่าน






ไปท าความรจักกับนวัตกรรมดจทัลทจะมาช่วยเพิ่มประสทธภาพของการท างานในแง่มมธรกิจและ






อตสาหกรรมให้มากยิ่งข้นคณมงคล เฮงโรจนโสภณ Vice President – Olefins Business and Operations หนง













ในผู้น าของธรกิจเคมคอลส เอสซจ อธบายแนวคดของ Digital Innovation หรอนวัตกรรมดจทัลให้เข้าใจง่าย




ๆ ไว้ว่าเปนการสรางส่งใหม่ ๆ ทตอบโจทย์ผู้ใช้งานโดยอาศัยเทคโนโลยีสองส่วนหลักอย่าง IT และ OT มา


ท างานร่วมกัน โดย IT หรอ Information Technology เปนการเก็บรวบรวมข้อมูลนับแสนนับล้านให้เปน







ระบบ น ามาผสมผสานกับ OT หรอ Operation Technology ไม่ว่าจะเปนเครองมอ หรอโปรแกรมต่าง ๆ เพือ



มาจัดการ วิเคราะหข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นให้สามารถแก้ไขปญหา เพิ่มประสทธภาพในการท างานได้ และ






พยากรณเหตการณในอนาคตได้อย่างแม่นย า


ี่
ทมา : https://images.app.goo.gl/91aw83nh7ox1Lt7u6

11













นวัตกรรมดจทัล จงไม่จ าเปนต้องจ ากัดอยู่แค่การคดค้นสนค้าข้นมาใหม่ หรอสรางสนค้าทไม่เคยมมา





ก่อนบนโลก แต่เปนการน าเทคโนโลยีมาท างานร่วมกับข้อมูล พัฒนามาเปนนวัตกรรมการจัดการรปแบบ
ใหม่ ทตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้เปาหมายแรกในการน าเอาเรองดจทัลมาใช้ในการจัดการ












โรงงานของเอสซจ คอการเพิ่มขดความสามารถในการแข่งขันของบรษัท จากเมอก่อนทอตสาหกรรมจะเน้น







แข่งขันกันแต่พัฒนาผลตภัณฑ์ใหม่ ๆ แต่ในความเปนจรงแล้วนวัตกรรมไม่ได้เฉพาะเจาะจงเพียงเรองของ



ี่

ผลตภัณฑ์ใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังปรบใช้กับเรองการคดค้นระบบการจัดการข้อมูล หรอระบบการท างานทน า





เทคโนโลยีมาช่วยให้มประสทธภาพมากข้นตัวอย่างเช่น Augmented Reality (AR) เทคโนโลยีทจ าลอง

ี่












ภาพเสมอน 3 มตเข้ามาทับซ้อนกับภาพจรงซงใช้กันแพร่หลายในวงการเกมเพือท าให้ผู้เล่นรสกสมจรงยิ่งข้น











ก็สามารถน ามาใช้กับการวิเคราะหเครองจักรในโรงงานได้โดยน ามาปรบให้สามารถเชอมต่อภาพเครองจักร





และแสดงข้อมูลให้วิศวกรผู้เชยวชาญสามารถตรวจสอบสภาพเครองจักรผ่านเครองมอสอสารหรอ







คอมพิวเตอรได้แม้ไม่ได้อยู่หน้าเครองจักร เปนต้น หรออปกรณอย่างโดรนทคนทั่วไปใช้ในการถ่ายภาพ







วีดโอ เมอน ามาผสมผสานกับเทคโนโลยี RFID ก็สามารถประยุกต์ใช้กับการตดตามความคบหน้าของ






โครงการก่อสรางต่าง ๆ ได้รวดเรว สามารถเหนภาพได้ชัดเจนข้น เปนต้น จะเหนได้ว่านวัตกรรมดจทัลนั้น












ถกพัฒนาข้นตามความต้องการของลกค้าหรอผู้ใช้งานนั่นเองแนวคดในการท างานเรองดจทัลของเอสซจคอ










เราต้องอยู่ใกล้เทคโนโลยี เข้าใจความต้องการของลกค้าทั้งภายในและภายนอก และมความพรอมในการ




ผสมผสานข้อมูลกับเทคโนโลยีเพือสรางนวัตกรรมได้อย่างรวดเรว“ด้วยความทธรกิจเคมคอลส เอสซจ ม ี







ื่



ประสบการณในเรองการบรหารจัดการโรงงานปโตรเคมมามากกว่า 30 ป ท าให้เราเหนความต้องการท ี่





ชัดเจนว่าอะไรจะช่วยให้เราท างานได้มประสทธภาพมากข้น ไม่ว่าจะเปนเรองการเพิ่มประสทธภาพของ











กระบวนการผลต ความปลอดภัย ตลอดจนการบ ารงรกษา เราก็น าความต้องการนั้นมาเปนตัวตั้งต้น เพือหา




โซลชันใหม่ ๆ มาพัฒนาหรอแก้ปญหาทเกิดข้นได้อย่างมประสทธภาพ และท าได้รวดเรวข้น”หาก












เปรยบเทยบเปนสมการ ก าหนดให้ Y คอผลลัพธ์ทเราต้องการ Y ย่อมประกอบด้วยหลายปจจัย เช่น X1 + X2
ี่






+ X3 + X4 ซงก็คอข้อมูลแต่ละตัว เราอาจยังไม่รว่า X แต่ละตัวส่งผลต่อ Y อย่างไร แต่เมอน าเอาข้อมูล













ทั้งหมดมาจัดกระบวนการทางสถตโดยใช้ AI คัดเลอกข้อมูลทเกียวข้องมาหาความเชอมโยง ค านวนดว่าเมอ




เพิ่ม-ลดค่า X ตัวใดแล้วจะเกิดผลกระทบกับ Y อย่างไรบ้าง AI ก็จะสามารถสรางระบบวิธการคด เพือเสนอ




แนวทางการแก้ไขปญหาให้เราได้“เราต้องเร่มจากแนวคดว่าท าอย่างไรให้การท างานเปน Automation มาก






ข้น แล้วน า Automation กับ Information ไปส่การสราง Algorithm (ระเบยบวิธคด) จากเมอก่อนทเปนเพียง







การรวบรวมข้อมูลแล้วน าไปให้ ’คน’ เปนผู้ตัดสนใจ ดังนั้นหากเปลยนคน ผลการตัดสนใจก็จะเปลยนไป







ตามความรหรอประสบการณของแต่ละคน ซงต่างจาก AI ทจะตัดสนด้วยตรรกะและข้อมูลสนับสนน


ี่







มหาศาล เสมอนเปนการรวบรวมประสบการณทั้งหมดมารวมกันไว้ในระบบนั่นเอง”การพัฒนานวัตกรรม





ดจทัลจงเปนปจจัยส าคัญทจะช่วยสรางความสามารถในการแข่งขัน เมอวิเคราะหเหนจดทยังขาด




















ประสทธภาพก็ต้องเร่งเข้าไปจัดการในช่วงระยะเวลา 10-20 ปทผ่านมาน้ ธรกิจเคมคอลส เอสซจ ได้พัฒนา

12
AI ข้นมาแล้วกว่า 60 ตัวส าหรบจัดการงานในโรงงานเปนหลัก ซงเปาหมายถัดไปคอการพัฒนานวัตกรรม












ดจทัลเพือตอบโจทย์ลกค้าในธรกิจเคมคอลสได้อย่างรวดเรวและมประสทธภาพมากยิ่งข้นคณมงคลให้
















ความเหนเพิ่มเตมถงการใช้นวัตกรรมดจทัลว่า “ทผ่านมาเอสซจให้ความส าคัญกับการพัฒนานวัตกรรมต่าง




เพือตอบโจทย์ความต้องการของลกค้าอยู่แล้ว แต่เราต้องการจะท าให้เหนอความคาดหมายข้นไปอก ต้องการ













สรางความน่าตนเต้นให้ธรกิจ สรางนวัตกรรมดจทัลทตอบความต้องการลกค้าแบบล ้าหน้าไปอกขั้น”







ี่
ทมา : https://images.app.goo.gl/i7rgULPj7xYLGfEV8
ี่
ี่
“เราต้องมองไปข้างหน้า มองเทรนด์ให้ออก และทส าคัญต้องเข้าใจความต้องการทแท้จรง

ของลกค้า เพือน ามาพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ซงในการท างานอาจจะไม่ได้ประสบความส าเรจทันท แต่










จดส าคัญคอต้องเรยนรข้อผิดพลาด และน ามาปรบปรงพัฒนาใหม่ให้เรว โดยผ่านขบวนการท างานแบบใหม่









ี่

ทสามารถปรบเปลยนได้อย่างรวดเรวหรอทเรยกกันว่า Agile process เพื่อให้สดท้ายเราสามารถตอบโจทย์

ี่



ลกค้าและสังคมได้อย่างต่อเนองและดข้นเรอย ๆ”การเร่มต้นน านวัตกรรมดจทัลเข้ามาใช้กับธรกิจจงไม่ใช่

















เพียงซ้อโปรแกรมใหม่ ๆ หรอตดตั้งเครองมอเก็บข้อมูลให้ทั่วโรงงาน แต่เปนการเข้าใจความต้องการของ















ธรกิจอย่างถ่องแท้เพือทจะหาวิธและเครองมอทเหมาะสม ส าหรบส่งทท าได้ดอยู่แล้วก็น านวัตกรรมมาช่วย


เพิ่มประสทธภาพให้ดยิ่งข้นอก และทส าคัญก็คอการอยู่ใกล้ชดกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทพัฒนาอย่างก้าว











กระโดด รบท าความเข้าใจ เรยนรให้เรว น ามาทดลอง ปรบใช้กับข้อมูลทมให้เรว แม้เกิดความผิดพลาดไม่













ได้ผลตามทคาดหวังก็ต้องเร่มต้นใหม่ให้เรวด้วยเช่นกัน (Fail Fast, Learn Fast) ธรกิจจงจะวิ่งไปตามจังหวะ


ของความเปนดจทัลและสรางความสามารถในการแข่งขันได้ทัน





13
ระบบกำรท ำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล
บทนำ





ปจจบันโลกเร่มเข้าส่ยุคระบบเศรษฐกิจและสังคมดจทัลทเทคโนโลยีดจทัลจะไม่ได้เปนเพียง








เครองมอสนับสนนการท างานเฉกเช่นทผ่านมาอกต่อไป หากแต่จะหลอมรวมเข้ากับชวิตคนอย่างแท้จรง








และจะเปลยนโครงสรางรปแบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจกระบวนการผลต การค้า การบรการ และ









กระบวนการทางสังคมอนๆ รวมถงการมปฏสัมพันธระหว่างบคคลไปอย่างส้นเชง ประเทศไทยจงต้องเร่ง







ื่





ื่
น าเทคโนโลยีดจทัลมาใช้เปนเครองมอส าคัญในการขับเคลอนการพัฒนาประเทศ โดยในบรบทของประเทศ


ี่


ไทยเทคโนโลยีดจทัลสามารถตอบปญหาความท้าทายทประเทศก าลังเผชญอยู่หรอเพิ่มโอกาสในการพัฒนา

ทางเศรษฐกิจและสังคม




ในยุคดจทัลทแทบจะกลายเปนสังคมไรเงนสดอย่างเบ็ดเสรจ เพราะไม่ว่าจะท าธรกรรมใดๆเราก็






ี่
สามารถท าผ่านแค่ปลายน้ว ผ่านสมารทโฟน Mobile App E-wallet ได้แทบทกทและท าได้ทกคนทมบัญช ี



ี่












ธนาคารหรอมพรอมเพย์ รานค้ารานอาหารต่างก็มบรการระบบจ่ายเงน ช าระเงนผ่าน QR code ซงสรางความ







สะดวกสบายเปนอย่างมาก อกทั้งทกการจ่ายและช าระเงนนั้นก็จะบันทกลงไปอย่างอัตโนมัต สามารถ




ตรวจสอบการโอนได้แบบ real time ไม่ต้องคอยเชค Bank book ให้เสยเวลา กล่าวได้ว่าระบบธรกรรมดจทัล







นั้นได้เข้ามามบทบาทกับสังคมไทย ทกธนาคารนั้นต่างก็มแอพพลเคชั่นทใช้ในการท าธรกรรมนอกจากนั้น











แล้วก็ยังมแอพพลเคชั่นทางเลอกอนๆทเข้ามาช่วยให้ชวิตเราง่ายข้น ทั้งในเรองการจองตั๋วหนัง การเตมเงน




มอถอ หรอ จ่ายค่าน ้า ค่าไฟ ค่าอปโภค บรโภคต่างๆ แต่ถ้ามองในเรองการท าธรกิจ แน่นอนว่า ระบบธกรรม









ดจทัลนั้นมความจ าเปนอย่างมาก ไม่ว่าจะเปนธรกิจประเภทใดและขนาดใด ออนไลนออฟไลน ต่างก็ต้องใช้















ความรวดเรวในการท าธรกรรมทางการเงน เพราะทกกระบวนการของธรกิจนั้นขับเคลอนด้วยต้นทน หากม ี






ความขัดข้องทางการเงน อาจท าให้ธรกิจนั้นตดขัดและมปญหาได้








https://images.app.goo.gl/1KGGifWSAFLqxeVr9






14


ระบบธุรกรรมดิจทัล









ระบบธรกรรมดจทัล ช่วยส่งเสรมให้การท าธรกิจนั้นมความมั่นคงข้น เพราะได้อ านวยความสะดวกให้การ


ท าธรกรรมทางการเงน เกิดข้นได้ทกททกเวลา และน ามาซงความเปลยนแปลงทางสังคม พฤตกรรม











ผู้บรโภค และเศรษฐกิจโลก จากผลส ารวจธรกรรมการช าระเงนผ่านบรการ Mobile Banking ของธนาคาร





แห่งประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยมจ านวนบัญชลกค้าทใช้บรการ Mobile Banking มากกว่า 37 ล้านบัญช ี




เพิ่มข้นจากช่วงเวลาเดยวกันในปทแล้วกว่า 11 ล้านบัญช สะท้อนให้เหนความนยมของคนไทยทเพิ่มมากข้น















ต่อบรการน้ อันเปนสัญญาณดทแสดงให้เหนถงการก้าวส่ความเปน 4.0 และสังคมไรเงนสด (Cashless













Society) ของประเทศไทยอกทั้งยังเกิดการสรางธรกิจอย่างมั่นคงผ่านระบบธรกรรมดจทัล และหากดในกล่ม





ธรกิจทส าคัญต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างธรกิจ e-Commerce พบว่าแต่ละธนาคารพัฒนาระบบ Mobile






Banking ให้สามารถตอบทกโจทย์ความต้องการของผู้ซ้อ–ผู้ขายสนค้าออนไลน รวมทั้งการพัฒนาระบบและ








ฟเจอรให้ครอบคลมทกวงจรการท าธรกิจของผู้ประกอบการอคอมเมรซมากทสด




15




สื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล




บทน า





ื่

ื่

ื่

ี่

สอสังคมออนไลน์(Social Media) หมายถง สอดจทัลทเปนเครองมอในการปฏบัตการ ทาง


สังคม (Social Tool) เพือใช้สอสารระหว่างกันในเครอข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์และ

















โปรแกรมประยุกต์บนสอใด ๆ ทมการเชอมต่อกับอนเทอรเนต โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งทเปนผู้ส่งสารและผู้รบ





สารมส่วนร่วม (Collaborative)อย่างสรางสรรค์ ในการผลตเน้อหาข้นเอง (User-GenerateContent:UGC) ใน

ี่




รปของข้อมูล ภาพ และเสยง โดยทเครอข่ายสังคมออนไลน มักน ามาใช้ด าเนนงานหรอกิจกรรมต่าง ๆ โดยม ี








บคคลหรอหน่วยงานต่างๆร่วมกันเปนเครอข่ายเพือใช้ทรพยากรร่วมกัน แลกเปลยน แบ่งปนทรพยากร




ข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ ปจจบันค าว่า (Social Network) หมายถงระบบเครอข่ายบนโลกออนไลน หรอการ









ตดต่อสอสารผ่านอนเทอรเนตซงปจจบันบรการเครอข่ายอนเทอรเนตมการน ามาใช้ในการสอสารระหว่าง























บคคล เพือการสอสารทางธรกิจ หรอการสอสารของหน่วยงานราชการ ตลอดจนองค์กรต่าง ๆ มลักษณะเปน

ี่

ื่



ี่
การสอสารแบบสองทาง ทมรปแบบการทางานในลักษณะออนไลน์และสามารถทจะใช้สรางและเพิ่มเตม










เน้อหาได้สอสังคมออนไลนจงเปนช่องทางการสอสารอกช่องทางหนงทหน่วยงานราชการหน่วยงานของรฐ









รฐวิสาหกิจและหน่วยงานของเอกชนในทกหน่วยงาน สามารถจะน ามาใช้ในการตดต่อสอสารกับบคคลต่าง


ๆ ได้เพือเผยแพร่ข้อมูลการให้ความรรวมทั้งเปนการเผยแพร่ประชาสัมพันธและใช้ตดต่อสอสารกับ












สาธารณะ ซงกล่าวโดยทั่วไปแล้วสอสังคมออนไลนจงมทั้งข้อดและข้อด้อย ดังนั้นในฐานะทหน่วยงานของ












รฐเปนองค์กรนตบัญญัตในการน ามาใช้ควรจะก าหนดเงอนไขการใช้และ ข้อก าหนดความรบผิดชอบให้










ชัดเจนนอกจากน้สอสังคมออนไลนยังเปนสอทมการเปลยนแปลงอย่างรวดเรวและเปนสอทมการปรบปรง




















แก้ไขข้อมูลได้ตลอดเวลา จะเปน ทจะต้องตดตามความเคลอนไหวของเน้อหาสาระอย่างต่อเนอง ตลอดจน






ตอบข้อสงสัยอย่างสม าเสมอและรวมทั้งต้องรกษาความเปนกลาง และต้องไม่สรางความแตกแยกในสังคม


ในการน าสอสังคมออนไลนหลากหลายชนดมาประยุกต์ใช้เพือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชน ด้วย
ื่

ี่


ความรสกทเปนมตรและเปนประโยชนต่อสาธารณชนในปจจบันประเทศก าลังมการพัฒนาเปน “ประเทศ











ื่
ี่

ื่



ไทย 4.0” สอสังคมออนไลน์(Social Media)สอดจทัลทเปนเครองมอในการปฏบัตการทางสังคม (Social
ื่







Tool)“ดจทัล 4.0” และ “ดจทัลไทยแลนด์” จะส่งผลอะไรต่อชวิตเราและประเทศไทยบ้างคนไทยมชวิตผูกตด









กับดจทัลมานานแล้วไม่ว่าจะเปนการใช้อนเทอรเนต ซ้อขายออนไลน อคอมเมรซ ท าธรกรรมการเงนผ่าน








16


แอพพลเคชั่น การสอสาร แต่เพียงเท่าน้ยังไม่พอทจะพาสังคมไทยเข้าส่ยุคดจทัล 4.0 ได้เทคโนโลยีและโลก















ดจทัลมักไปไว และเคลอนทไม่มหยุดองค์กรจงจะเปนต้องปรบตัวให้ทันตามเทรนด์พัฒนานวัตกรรมเพือต่อ



ี่




ยอดการให้บรการบวนการแข่งขัน ทรวดเรวและรอบด้าน จาก SME ให้กลายเปน Smart Enterprise ทม ี



ศักยภาพสงข้นจากบรการธรรมดาให้

กลายเปน High Value Service เพือความมั่นคง มั่งคั่ง เชอมั่นและยั่งยืนของหน่วยงานของรฐ






ี่
ทมา: https://images.app.goo.gl/LUHmp2J4QuzCsX3E9

ธุรกิจดิจิทัลโมบำย 17






4 ข้อของการท าโมบายแอปเพือปรบใช้ในธรกิจของคณ




1. สงมอบคุณคำทีเหนอกวำใหกับลูกคำของคุณ









การท าธรกิจเปนเรองของการแลกเปลยน คณเปนผู้น าเสนอสนค้า/บรการ แล้วลกค้าก็ควักเงนใน



















กระเปาเพือจ่ายเงนซ้อตามความต้องการของพวกเขา เรองมันก็มแค่น้ใช่ไหม?คนท าธรกิจหรอเจ้าของราน







มักชอบเน้นย ้าให้พนักงานกระต้นให้ลกค้าใช้บรการ และยินดควักเงน ทั้งการพูดคย โน้มน้าว หรอแนะน า

บรการ ซงส่วนใหญ่มักท าร่วมกับการส่งเสรมการขาย (ให้ส่วนลด) แน่นอนว่าคณต้องการน าเสนอคณค่าทม ี




















ระดับให้กับลกค้าของคณทพวกเขาไม่สามารถจะหาได้จากทอนอกวิธหนงทรานค้าต่างๆ นยมท ากันก็คอ







การสรางโปรแกรมความภักด (Loyalty Program) ด้วยแนวคดทว่า ยิ่งลกค้ามปฏสัมพันธกับธรกิจและสนค้า










ของคณมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งได้รบคะแนนสะสมทมากข้น และน าคะแนนไปแลกใช้ได้ตามทพวกเขา








ต้องการ*สตารบัคสท าโมบายแอปเพือใช้สะสมคะแนนและมอบรางวัลให้แก่สมาชก สรางแรงจงใจให้ลกค้า




ซ้อกาแฟ (และของว่างแสนอร่อยอนๆ) อย่างต่อเนอง และก็ล ้าหน้ากว่าเดมด้วยการอนญาตให้ลกค้าสามารถ








ช าระเงนผ่านโมบายแอปซงช่วยท าให้กระบวนการท าธรกรรมทั้งหมดสะดวกรวดเรวยิ่งข้นหากคณม ี







แผนการท างานแบบน้อยู่แล้ว - ยอดเยียมเลยครบ ซงหากคณสามารถรวมฟงก์ชันต่างๆ ให้รวมอยู่ในในโม















บายแอปได้ ก็เท่ากับว่า ทกการสั่งซ้อของลกค้ามความหมายมากยิ่งข้น สะดวกข้น รวดเรวข้น จาก








กระบวนการภายในรานค้าทเปนดจทัล ซงหากคณยังไม่ได้ท าโมบายแอป...รบท าเถอะครบ



2. สรำงแบรนดที่แข็งแกรง













อกหนงประโยชนของการท า "โมบายแอปพลเคชัน" ก็คอ การพัฒนาการสอสารและการรบรแบรนด์











ของคณ การมปฏสัมพันธกับกล่มเปาหมายของคณได้อย่างสม าเสมอจะช่วยส่งเสรมความไว้วางใจให้ม ี






เพิ่มข้นในระยะยาวยิ่งผู้บรโภคของคณไว้วางใจคณมากเท่าไร พวกเขาก็จะยิ่งยินดรบฟงการขายทจะเกิดข้น




ตามมา และให้ความส าคัญกับแบรนด์ของคณมากข้น "โมบายแอปพลเคชัน" มส่วนช่วยให้ผู้ใช้งานของคณ





ตระหนักได้ว่า ท าไมพวกเขาถงต้องเชอใจแบรนด์ของคณการแจกจ่ายโมบายแอปก็ไม่ต่างอะไรกับการแจก





















ของทระลกทมชอและโลโก้บรษัทของคณตดอยู่ มันมท าหน้าทช่วยคณโปรโมทและโฆษณาธรกิจของคณ













ซงการสรางโมบายแอปจะช่วยเสรมสรางแบรนด์และสรางการรบรของลกค้า นจงเปนสาเหตทธรกิจใหญ่









จ านวนมากในทกภาคส่วนก าลังเร่มสรางโมบายแอปเปนของตัวเองการสมัคร LINE Official Account มี
ลักษณะใกล้เคยงกันกับการเปดรานในห้างสรรพสนค้าหรอตลาด เนองจากเปนพื้นททผู้คนต่างก็เข้ามา




















จับจ่ายใช้สอย พูดคยกันทั้งเรองงาน เรองส่วนตัว ทส าคัญคอค่แข่งของคณก็ท าเช่นกัน การท าโมบายแอป







ี่






เปรยบเหมอนการทคณมหน้ารานหรอมออฟฟศเพือให้บรการในพื้นทของตนเอง ลกค้าของคณสามารถ






เข้าถงบรการทคณเตรยมไว้ได้อย่างรวดเรวผ่าน "ไอคอน" ทมชอเปน "ธรกิจของคณ" ซงตดตั้งไว้บนหน้าจอ
















18








สมารทโฟนผู้บรโภคของคณจะสามารถรบรได้ถงความตั้งใจและความแตกต่างของการให้บรการด้วย




ฟังก์ชันทหลากหลายภายในโมบายแอปช่วยให้พวกเขามั่นใจกับแบรนด์ของคณเพิ่มมากข้น









อ้างอง : https://images.app.goo.gl/WKyJ1gfdryNGXYoAA




3. เชอมตอกับลูกคำมำกข้น






การบรการลกค้าจากน้ไปจะไม่ใช้การพบกันระหว่างพนักงานขายทแจกให้รอยยิ้มกับผู้บรโภค เพราะอะไร






หรอครบ?ผู้บรโภคชาวไทยกว่า 55 ล้านคน พวกเขานยมใช้อนเทอรเนตผ่านสมารทโฟนเพราะต้องการเข้าถง















ข้อมูลตลอดเวลา นเปนสัญญานบอกว่าถงเวลาแล้วทรปแบบของงานบรการลกค้าต้องปรบเปลยนไปสการ











ให้บรการบนสมารทโฟนทั้งหมดได้เช่นกันท าไมล่ะ?ผู้บรโภคสามารถได้รบบรการทต้องการได้ทันทผ่าน








ี่



โมบายแอปโดยไม่ต้องหงดหงดใจจากผู้ให้บรการทมความเปนมนษย์ มอารมณทแปรปรวน หรอม ี



ประสทธภาพการท างานทลดลงธรกิจสามารถแจ้งข้อมูล ข่าวสารให้กับลกค้าด้วยเน้อหาและรปแบบท ี ่










เหมอนกัน พรอมๆ กันได้ในคราวเดยวนักการตลาดส่วนใหญ่ทมักมองว่าการท าโมบายแอปเปนแค่วิธการ








ปรบปรงงานบรการลกค้า และส้นเปลองแต่ในความเปนจรง การทธรกิจของคณได้อยู่ใกล้ชดกับลกค้ามัน










เปนเรองดไม่ใช่หรอครบ? ยกตัวอย่างเช่น หากมคนได้ยินเกียวกับโมบายแอปของคณในตอนกลางคน พวก












เขาต้องการรบข้อมูลเดยวนั้น ส่งทพวกเขาต้องท าก็แค่เปดสมารทโฟนแล้วดาวนโหลดโมบายแอปของคณ







เมอเกิดความคดว่าอยากซ้อสนค้าหรอบรการ พวกเขาก็สามารถท าได้ทันทโดยไม่ต้องรอเวลาเปดท าการปกต ิ



ื่
















หรอรอให้รานของคณเปดหรอแม้กระทั่งการเชอมโยงไปยังเว็บไซต์เพือรจักธรกิจของคณ หรอเข้าสอสังคม


(Social Media) เพือดกิจกรรมต่างๆ หรอแม้แต่สั่งซ้อสนค้าของคณจากรานค้าออนไลนทเตรยมไว้ ทั้งหมดน้ ี











ท าได้ผ่านโมบายแอปซงเปนศูนย์กลางของทั้งหมดดังนั้นหากการบรการลกค้าเปนหนงในภารกิจส าคัญ









19





อันดับแรกของคณ (ซงมันควรจะเปน) การท าโมบายแอปจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลกค้าด้วยบรการและ





สอทั้งหมดทคณเตรยมไว้ในช่องทางเดยว



4. เพิ่มผลก ำไร






เมอความพึงพอใจของลกค้าเพิ่มข้น ยอดขายของธรกิจก็จะเพิ่มข้นตามไปด้วยเช่นกัน SalesForce เคยให้






ข้อมูลว่า รอยละ 70 ของประสบการณการซ้อนั้นมอทธพลมาจากความรสกของลกค้าทได้รบจากการปฏบัต ิ











ื่
หรอการให้บรการเมอสนค้าและธรกิจของคณได้รบความสนใจและสรางความพึงพอใจมากข้น ความ














ต้องการของผู้บรโภคก็จะเพิ่มข้นตามไปด้วยเช่นกัน นคอส่งทโมบายแอปช่วยให้คณสามารถตอบสนอง



ความต้องการของลกค้าได้แตกต่างไม่เหมอนใคร มแค่เว็บไซต์ได้หรอไม่? แน่นอนว่าคณควรมเว็บไซต์ท ี ่












ออกแบบให้เข้ากับหน้าจอมอถอทกขนาดเพือกันไม่ให้ผู้บรโภคของคณหงดหงด แต่หากคณท าโมบายแอป

ควบค่ไปกับเว็บไซต์ คณสามารถเพิ่มได้ทั้งยอดขายและสรางประสบการณของลกค้าพรอมๆ กันคณต้อง








เข้าใจว่า โมบายแอปนั้นออกแบบมาเพือม่งสรางการเชอมต่อบนอปกรณพกพา ดังนั้นฟงก์ชันการใช้งาน







ต่างๆ จงม่งเน้นทการสัมผัสทั้งการกดและการสไลด์ เน้อหาจะถกจัดเรยงให้เปนสัดส่วนในรปแบบเมนท ี ่












เข้าถงง่าย การออกแบบม่งสรางประสบการณการใช้งานทไหลลนมากกว่าการใช้งานผ่านเว็บไซต์ทส่วน












ใหญ่จะมข้อมูลจ านวนมาก และต้องพึงพาสัญญานอนเทอรเนตในการเชอมต่อ




อ้างอง : https://images.app.goo.gl/dw2xSoud5bzYs4ix5
















20


ั่
ควำมมนคงปลอดภัยในกำรท ำธุรกรรมดิจิทัล





ความมั่นคงปลอดภัย (Security) คอ สถานะทมความปลอดภัยไรกังวล หรออยู่ในสถานะทไม่มอันตรายและ














ได้รบการปองกันจากภัยอันตรายทั้งทเกิดข้นโดยตั้งใจหรอบังเอญ เช่น ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ



ย่อมเกิดข้นโดยมระบบปองกันหลายระดับ เพือปกปองผู้น าประเทศ ทรพย์สน ทรพยากร และประชาชนของ





ประเทศความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ (Information







System Security) คอการปองกันข้อมูลสารสนเทศรวมถงองค์ประกอบอนๆ ทเกียวข้อง เช่น ระบบและ

ฮารดแวรทใช้ในการจัดเก็บและถ่ายโอนข้อมูลสารสนเทศนั้นให้รอดพ้นจากอันตรายอยู่ในสถานะทมความ
ี่






ปลอดภัยไรความกังวลและความกลัว

ประวัติของกำรรกษำควำมปลอดภัยของขอมูล




1.กำรรกษำควำมปลอดภัยดำนกำยภำพ (Physical Security) ในอดตข้อมูลทส าคัญจะอยู่ในรปแบบวัตถโดย













จะถกบันทกไว้บนแผ่นหนแผ่นหนังหรอกระดาษแต่บคคลส าคัญส่วนใหญ่ไม่นยมบันทกข้อมูลทส าคัญ



มากๆ ลงบนสอถาวรและไม่สนทนาเกียวกับข้อมูลกับคนทไม่ไว้ใจ ถ้าต้องส่งข้อมูลไปทอนต้องมผู้ค้มกัน








ตดตามไปด้วยเพราะภัยอันตรายจะอยู่ในรปแบบทางกายภาพ เช่นการขโมย




ื่

2.กำรรกษำควำมปลอดภัยดำนกำรสอสำร (Communication Security)การรกษาความปลอดภัยด้านการ


สอสารถกพัฒนามาอย่างต่อเนอง โดยเฉพาะในช่วงสงครามทข้อมูลข่าวสารเปนปจจัยส าคัญของชัยชนะ เช่น













ี่


ยุคของจูเลยสซซาร (ยุคศตวรรษท 2) มการคดค้นวิธใช้ส าหรบ “ซ่อน” ข้อมูลหรอการเข้ารหัสข้อมูล












(Encryption) เรยกว่า รหัสซซาร (Caesar cipher) ซงจัดเปนวิธเข้ารหัสทง่ายและแพร่หลายทสด โดยใช้

หลักการแทนทตัวอักษร โดยตัวอักษรในข้อความต้นฉบับแต่ละตัวจะถกแทนด้วยตัวอักษรทอยู่ในล าดับ










ถัดไปตามจ านวนทแน่นอน เช่น ถ้าเข้ารหัสโดยเลอนไป 3 ตัวอักษรตัวอักษร B ในต้นฉบับก็จะถกแทนด้วย












ตัวอักษร E เปนต้น ช่วงสงครามโลกคร้งท 2 เยอรมันใช้เครองมอทเรยกว่าอนกมา (Enigma) เข้ารหัสข้อมูลท ี่






รบ/ส่งระหว่างหน่วยงานทหาร เนองจากเยอรมันสอสารข้อมูลทางวิทยุเปนหลักเพือความสะดวกรวดเรว






ข้อมูลทส่งทางวิทยุนั้นเปนสอสาธารณะทใครๆ ก็ได้ยินได้ เยอรมันจงจ าเปนจะต้องแปลงข้อมูลเหล่านั้นด้วย





















อนกมาให้อยู่ในรปทอ่านไม่รเรองก่อน อนกมาเปนรหัสทซับซ้อนและเยอรมันมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะไม่มใคร



ี่



ท าลายได้ส าเรจการทอังกฤษสามารถถอดรหัสอนกมาได้ ถอเปนจดเปลยนของสงครามเลยทเดยว

ี่


องคประกอบของควำมมันคงปลอดภัยของขอมูล


NSTISSC (Nation Security Telecommunications and Information Systems Security) หรอคณะกรรมการ




ด้านความมั่นคงด้านโทรคมนาคมและระบบสารสนเทศแห่งชาตของสหรฐอเมรกา ได้ก าหนดแนวคดความ




มั่นคงปลอดภัยข้นมา ต่อมาได้กลายเปนมาตรฐานการประเมนความมั่นคงของระบบสารสนเทศทได้รบการ



ยอมรบส่งส าคัญในการด าเนนงานความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศนั้นมส่งทต้องค านงถงเปนหลักได้แก่










ความลับ (Confidentiality) ความคงสภาพ (Integrity) และความพรอมใช้งาน (Availability) นอกจากน้ยังต้อง


21









ค านงถงนโยบายการปฏบัตงาน การให้การศกษา และเทคโนโลยีทจะน ามาใช้เปนกลไกควบคมและปองกัน




ทต้องเกียวข้องกับการจัดการความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศด้วย โดยในทน้จะกล่าวถงส่งทต้อง







ค านงถงเปนหลักก่อน



1. ความลับ (Confidentiality)











เนองจากข้อมูลบางอย่างมความส าคัญจ าเปนต้องเก็บเปนความลับ หากถกเปดเผยอาจมผลเสยหรอเปน

อันตราย เช่น ข้อมูลทางการทหาร ข้อมูลทางธรกิจ เปนต้น การรกษาความลับเปนการรบประกันว่าผู้มสทธ์ ิ











และได้รบอนญาตเท่านั้นทสามารถเข้าถงข้อมูลได้ องค์กรต้องมมาตรการปองกันการเข้าถงสารสนเทศทเปน







ความลับ เช่น การจัดประเภทของสารสนเทศ การรกษาความปลอดภัยในกับแหล่งจัดเก็บข้อมูล ก าหนด


นโยบายรกษาความมั่นคงปลอดภัยและน าไปใช้ ให้การศกษาแก่ทมงานความมั่นคงปลอดภัยและผู้ใช้กลไก



หลักทใช้ในการรกษาความลับ คอ การเข้ารหัสข้อมูล (Cryptography or Encryption) โดยมหลักการคอ การ
ี่











เปลยนรปแบบข้อมูลทอ่านออกให้อยู่ในรปแบบทไม่สามารถอ่านออกหรอเข้าใจได้ โดยมการใช้ Key



(Password) ในกระบวนการเข้ารหัสและถอดรหัส ตัวอย่างเช่น การซ้อสนค้าผ่านระบบเว็บไซต์ด้วยบัตร







เครดต ซงบรษัทบัตรเครดตต้องมการรกษาความลับของลกค้าโดยต้องมการกรอกข้อมูลยืนยันพรอม









รหัสผ่านจงจะสามารถท าการซ้อสนค้าได้ ส าหรบผู้ทใช้บรการเว็บไซต์มส่งทสามารถสังเกตได้คอ เว็บไซต์






ี่


ทมการเข้ารหัสจะใช้โพรโทคอล https แทน http โดยโพรโทคอล https จะมการเข้ารหัสก่อนส่งข้อมูล ท าให้




แม้จะถกดักฟงข้อมูลไปแต่หากถอดรหัสไม่ได้ก็จะไม่สามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ ต่างจากโพรโทคอล http ซง
ส่งข้อมูลเปนตัวอักษรธรรมดาทสามารถอ่านได้ทันทกลไกอนๆ ทใช้ปกปองความลับ ได้แก่ การควบคมการ


















เข้าถง (Access Control) ทจะต้องมการพิสจนทราบตัวตนของผู้ใช้งานก่อนว่ามสทธ์ใช้งานหรอไม่ เช่น การ

ี่
ล็อกอนก่อนเข้าใช้งาน

2. ความคงสภาพ (Integrity)






ความคงสภาพ คอ ความครบถ้วน ถกต้อง และไม่มส่งแปลกปลอม สารสนเทศจะขาดความคงสภาพเมอ




สารสนเทศนั้นถกเปลยนแปลงหรอปลอมปนด้วยสารสนเทศอน ถกท าให้เสยหาย ถูกท าลาย หรอถกระท า




















ในรปแบบอน ๆ ซงจะส่งผลต่อความเชอได้ของข้อมูลหรอแหล่งทมา ผู้รบผิดชอบจงต้องปกปองข้อมูลให้




คงสภาพเดม ไม่ถกดัดแปลงแก้ไขโดยผู้ทไม่ได้รบอนญาตกลไกหลักทใช้ในการรกษาความคงสภาพ







ประกอบด้วย 2 ส่วน คอ การปองกัน (Prevention) และการตรวจสอบ (Detection)



1) การปองกัน (Prevention) เปนการปองกันไม่ให้มการเปลยนแปลงแก้ไขข้อมูลโดยผู้ทไม่ได้รบอนญาต

















รวมถงปองกันการเปลยนแปลงแก้ไขข้อมูลนอกเหนอขอบเขตของผู้ได้รบอนญาต ซงอาจใช้การพิสจน


ตัวตน (Authentication) และการควบคมการเข้าถง (Access Control) ในประเด็นแรก และใช้การตรวจสอบ
สทธ์ (Authorization) ในประเด็นหลัง







2) การตรวจสอบ (Detection) เพือดว่าข้อมูลยังคงมความน่าเชอถอได้อยู่หรอไม่ ซงสามารถตรวจเชค







วิเคราะหเหตการณต่างๆ ทเกิดข้นจาก Log File




22


ื่
3) ความพรอมใช้ (Availability)ความพรอมใช้ หมายถง ความสามารถในการใช้ข้อมูลหรอทรพยากรเมอ






ต้องการ สารสนเทศจะถกเข้าถงหรอเรยกใช้งานได้อย่างราบรน โดยผู้ใช้หรอระบบอนทได้รบอนญาต

















เท่านั้น หากเปนผู้ใช้หรอระบบทไม่ได้รบอนญาต การเข้าถงหรอเรยกใช้งานจะถกขัดขวางและล้มเหลวใน










ทสด ความพรอมใช้งานจัดเปนส่วนหนงของความมั่นคง ความน่าเชอถอ (Reliability) ของระบบ ระบบอาจ









ถกโจมตโดยผู้ไม่ประสงค์ดทพยายามท าให้ระบบไม่สามารถใช้งานได้ แนวทางการปองกัน เช่น การท า



โหลดบาลานซซง (Load Balancing) เพื่อกระจายงานให้กับเครองแม่ข่ายหลายเครอง หรอการท าระบบ






ส ารอง (Backup System) เพือให้สามารถกู้คนข้อมูลได้หากข้อมูลเสยหายหากข้อมูลหรอสารสนเทศขาด





คณสมบัตด้านใดด้านหนงหรอหลายด้าน จากทั้ง 3 คณสมบัต ได้แก่ความลับ ความคงสภาพ และความพรอม





ใช้ จะถอว่าข้อมูลหรอสารสนเทศนั้นไม่มความปลอดภัย




23




กฎหมำยและจริยธรรมและกำรท ำธุรกรรมดิจิทัล


บทนำ






สังคมสารสนเทศเปนสังคมใหม่ เพือให้การอยู่ร่วมกันของคนในสังคมเปนไปโดยสันตและสงบสข เอ้อ











ประโยชนซงกันและกัน จงต้องมกฎเกณฑ์ทมาก าหนดควบคมเพือให้สังคมดังกล่าวให้มความสงบเรยบรอย










ในปจจบันเครอข่ายอนเทอรเนตได้เข้ามามบทบาท ในชวิตประจ าวัน มการใช้คอมพิวเตอรและระบบสอสาร



ื่








กันมาก ขณะเดยวกันก็มผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางทไม่ถก ไม่ควร ดังนั้นจงจ าเปนต้องมกฎหมาย

เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้บังคับควบคมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และเมอมกฎหมายออกมาบังคับใช้

ื่


แล้ว ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะปฏเสธว่าไม่รกฎหมายไม่ได้

กฎหมำยเทคโนโลยีสำรสนเทศ


กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Law) หรอมักเรยกกันว่า กฎหมายไอท (IT Law) เสนอโดย


กระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และ ส่งแวดล้อม และเหนชอบให้คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ


แห่งชาต(National Information Technology Committee) หรอทเรยกโดยย่อว่า คณะกรรมการไอทแห่งชาต ิ








หรอกทสช. (NITC) ท าหน้าทเปนศูนย์กลางและประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ด าเนนการจัดท า

ี่









กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศและกฎหมายอน ๆ ทเกียวข้อง ทั้งน้คณะกรรมการไอทแห่งชาตหรอ กทสช.
(NITC) ได้แต่งตั้งคณะอนกรรมการเฉพาะกิจ เพือยกร่างกฎหมายไอททั้ง 6 ฉบับ โดยมอบหมายให้ศูนย์






เทคโนโลยีอเล็กทรอนกสและคอมพิวเตอรแห่งชาต (National Electronics and Computer Technology







Center) หรอทมักเรยกโดยย่อว่า "เนคเทค" (NECTEC) ส านักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแห่งชาต ิ





(National Science and Technology Development Agency) หรอทเรยกโดยย่อว่า "สวทช."



กระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและส่งแวดล้อม ในฐานะส านักงานเลขานการคณะกรรมการไอทแห่งชาต ิ






ท าหน้าทเปนเลขานการในการยกร่างกฎหมายไอททั้ง 6 ฉบับ เนคเทคจงได้เร่มต้นโครงการพัฒนากฎหมาย






เทคโนโลยีสารสนเทศข้นเพื่อปฏบัตตามนโยบายทได้รบมอบหมายจากรฐบาลและคณะกรรมการไอท ี
ี่






แห่งชาต ในการยกร่างกฎหมายไอททั้ง 6 ฉบับ ให้แล้วเสรจ คอ



1. กฎหมำยเกียวกับธุรกรรมทำงอิเล็กทรอนกส (Electronic Transactions Law)


เพื่อรบรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอเล็กทรอนกสให้เสมอข้อมูลทท าในกระดาษ อันเปนการรองรบ
ี่









นตสัมพันธต่าง ๆ ซงแต่เดมอาจจะจัดท าข้นในรปแบบของหนังสอให้เท่าเทยมกับนตสัมพันธรปแบบใหม่ท ี ่









จัดท าข้นให้อยู่ในรปแบบของข้อมูลอเล็กทรอนกสรวมตลอดทั้งการลงลายมอชอในข้อมูลอเล็กทรอนกส ์












และการรบฟง





พยานหลักฐานทอยู่ในรปแบบของข้อมูลอเล็กทรอนกส ์

2. กฎหมำยเกี่ยวกับลำยมือชออิเล็กทรอนกส (Electronic Signatures Law)
ื่

24


เพื่อรบรองการใช้ลายมอชออเล็กทรอนกสด้วยกระบวนการใด ๆ ทางเทคโนโลยีให้เสมอด้วยการลงลายมอ




ื่









ชอธรรมดา อันส่งผลต่อความเชอมั่นมากข้นในการท าธรกรรมทางอเล็กทรอนกส และก าหนดให้มการการ

















กับดแลการให้บรการ เกียวกับลายมอชออเล็กทรอนกสตลอดจนการให้ บรการอน ทเกียวข้องกับลายมอชอ




อเล็กทรอนกส ์
3.กฎหมำยเกี่ยวกับกำรพัฒนำโครงสรำงพื้นฐำนสำรสนเทศใหทั่วถึงและเทำเทียมกัน(NationalInformation



Infrastructure Law)



เพือก่อให้เกิดการส่งเสรม สนับสนน และพัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศ อันได้แก่โครงข่าย



โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ สารสนเทศทรพยากรมนษย์ และโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศส าคัญ


ื่



อนๆอันเปนปจจัยพื้นฐานส าคัญในการพัฒนาสังคมและชมชนโดยอาศัยกลไกของรฐซงรองรบเจตนารมณ ์





ส าคัญประการหนงของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรฐตาม รฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช






2550 มาตรา 78 (3) ในการกระจายสารสนเทศให้ทั่วถง และเท่าเทยมกัน และนับเปนกลไกส าคัญในการช่วย



ลดความเหลอมล้าของสังคมอย่างค่อยเปนค่อยไป เพือสนับสนนให้ท้องถ่นมศักยภาพในการปกครองตนเอง

ื่

พัฒนาเศรษฐกิจภายในชมชน และ

น าไปส่สังคมแห่งปญญา และการเรยนร ู ้






4. กฎหมำยเกียวกับกำรคุมครองขอมูลสวนบุคคล (Data Protection Law)






เพือก่อให้เกิดการรบรองสทธ และให้ความค้มครองข้อมูลส่วนบคคลซงอาจถกประมวลผลเปดเผยหรอ










เผยแพร่ถงบคคลจ านวนมากได้ในระยะเวลาอันรวดเรวโดยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยี จนอาจก่อให้เกิด

การน าข้อมูลนั้นไปใช้ในทางมชอบอันเปนการละเมดต่อเจ้าของข้อมูล ทั้งน้โดยค านงถงการรกษาดลยภาพ














ระหว่างสทธขั้นพื้นฐานในความเปนส่วนตัว เสรภาพในการตดต่อสอสาร และความมั่นคงของรฐ


5. กฎหมำยเกี่ยวกับกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร (Computer Crime Law)



เพือก าหนดมาตรการทางอาญา ในการลงโทษผู้กระท าผิดต่อระบบการท างานของคอมพิวเตอรระบบ



ข้อมูล และระบบเครอข่าย ทั้งน้เพือเปนหลักประกันสทธเสรภาพ และการค้มครองการอยู่ร่วมกันของสังคม







6. กฎหมำยเกี่ยวกับกำรโอนเงินทำงอิเล็กทรอนกส (Electronic Funds Transfer Law)










เพือก าหนดส าคัญทางกฎหมายในการรองรบระบบการโอนเงนทางอเล็กทรอนกสทั้งทเปนการโอนเงน






ระหว่างสถาบันการเงน และระบบการช าระเงนรปแบบใหม่ในรปของเงนอเล็กทรอนกสก่อให้เกิดความ










เชอมั่นต่อระบบการท าธรกรรมทางการเงน และการท าธรกรรมทางอเล็กทรอนกสมากยิ่งข้น







ต่อมาคณะกรรมการกฤษฎกาได้น าร่างพระราชบัญญัตว่าด้วยธรกรรมทางอเล็กทรอนกสและร่าง

ื่






พระราชบัญญัตลายมอชออเล็กทรอนกสรวมเปนฉบับเดยวโดยได้ผ่านร่างพระราชบัญญัตดังกล่าวให้รฐสภา


25





พิจารณาและตราเปนพระราชบัญญัตว่าด้วยธรกรรมทางอเล็กทรอนกส พ.ศ.2544 ดังนั้นกฎหมายเทคโนโลยี




สารสนเทศของไทยในปจจบันจงมทั้งส้น 5 ฉบับ ได้แก่



1. พระราชบัญญัตว่าด้วยธรกรรมทางอเล็กทรอนกส พ.ศ. 2544




2. ร่างพระราชบัญญัตว่าด้วยการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานสารสนเทศ พ.ศ...



3. ร่างพระราชบัญญัตว่าด้วย ร่างพระราชบัญญัตว่าด้วยการค้มครองข้อมูลส่วนบคคล พ.ศ…





4. พระราชบัญญัตว่าด้วยการกระท าความผิดเกียวกับคอมพิวเตอร พ.ศ. 2550

5. ร่างพระราชบัญญัตว่าด้วยการโอนเงนทางอเล็กทรอนกส พ.ศ…












จะเหนได้ว่ากฎหมายดังทกล่าวมาข้างต้นทั้ง 5 ฉบับ ม 3 ฉบับทเปนร่างของกฎหมายซงยังคงอยู่ใน







ขั้นตอนการพิจารณาออกบังคับใช้ จงควรพิจารณาแต่เฉพาะกฎหมายทมผลบังคับใช้อยู่ในปจจบัน คอ



พระราชบัญญัตว่าด้วยธรกรรมทางอเล็กทรอนกส พ.ศ. 2544 และ พระราชบัญญัตว่าด้วยการกระท าความผิด





เกียวกับคอมพิวเตอร พ.ศ. 2550


Click to View FlipBook Version