The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2.การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by domo_pk, 2023-02-14 21:19:02

2.การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า

2.การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า

1


ก คำนำ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าสิ่งที่ช่วยให้การประดิษฐ์ผลงานมีความประณีต เรียบร้อย รวดเร็ว และได้ผลงานที่มีคุณภาพจำเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ผู้ประดิษฐ์จึงต้องศึกษาทำ ความเข้าใจ เตรียมและเลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกวิธีเหมาะสมตามชนิดของงาน เพื่อให้สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเรื่อง การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ จากผ้า เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา งานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า รหัสวิชา ๑๔๐๓-๖๒๐๒ หลักสูตรวิชาชีพ ระยะสั้นซึ่งเป็นอีกกลวิธีหนึ่งในการสอน โดยเอกสารเล่มนี้ผู้เรียนสามารถใช้ประกอบการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ โดยเอกสารเล่มนี้ประกอบด้วยจุดประสงค์ เนื้อหา ใบงานและแบบทดสอบหลังเรียน พร้อมเฉลย เอกสารประกอบการเรียนการสอนเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ผู้สอน โดยใช้เป็นแนวทางในการ จัดการเรียนการสอนตามหลักในการจัดการอาชีวศึกษา หากมีข้อเสนอแนะประการใดผู้เรียบเรียงยินดีน้อมรับ ไว้ด้วยความขอบคุณยิ่ง สุทธภา เฟื่องฟูขจร ผู้เรียบเรียง


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข คำชี้แจงสำหรับผู้เรียน 1 ใบความรู้ที่ 2 2 หน่วยที่ 2 การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า 9 แบบฝึกเย็บเส้นตรง 37 แบบฝึกเย็บเส้นโค้ง 38 แบบฝึกเย็บเส้นซิกแซก 39 แบบทดสอบ 40 อ้างอิง 44 ภาคผนวก 45 เฉลยแบบทดสอบ 46


3 คำชี้แจงสำหรับผู้เรียน ในการใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. เอกสารประกอบการเรียนการสอนหน่วยที่ ๒ เรื่อง การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์จากผ้า จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ยีดผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและยังสามารถประเมินผลการพัฒนาความก้าวหน้า ของตนเองได้อีกด้วย เอกสารเล่มนี้ผู้เรียบเรียงได้จัดแบ่งเนื้อหาตามลำดับดังนี้ ๑. ผ้าที่นิยมใช้ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ๑.๑ ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ ๑.๒. ผ้าจากเส้นใยสังเคราะห์ ๑.๓ ผ้าพื้นเมืองหรือผ้าในท้องถิ่น ๒. วัสดุที่ใช้ประกอบและตกแต่งงานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ๓. อุปกรณ์ที่ใช้ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนการสอนผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองโดยการปฏิบัติ ตามคำแนะนำดังนี้ 1. ผู้เรียนต้องศึกษาเอกสารประกอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือร่วมปรึกษากับเพื่อนถ้ามีปัญหา ให้ปรึกษาครูผู้สอน ๒.ผู้เรียนต้องมีความซื่อสัตย์ไม่ดูเฉลยก่อนตอบแบบทดสอบโดยให้เขียนคำตอบในกระดาษอื่น ไม่ขีด ข้อความใด ๆ ลงในเอกสาร ๓. ผู้เรียนต้องศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้ให้เข้าใจก่อนศึกษาเนื้อหา


4 ใบความรู้ที่ 2 หน่วยที่ 1 รหัสวิชา ๑๔๐๓ - ๖๒๐๒ ชื่อวิชา งานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า สอนครั้งที่ ๑ ชื่อหน่วย การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการ ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า จำนวนชั่วโมง 3 ชื่อเรื่อง การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ชั่วโมงรวม ๖ จุดประสงค์การเรียนการสอน รายการสอน ๑. สมรรถนะประจำหน่วย ๑. แสดงความรู้เกี่ยวกับการเตรียม เลือกใช้ และการดูแลรักษา วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์จากผ้า ๒.เตรียม เลือกใช้และดูแลรักษา วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า เหมาะสมกับลักษณะงาน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ ๒.๑.๑ บอกประเภทของวัสดุอุปกรณ์ ใน การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าได้ ๒.๑.๒ บอกลักษณะ ประโยชน์และการดูแล รักษาวัสดุ อุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จาก ผ้าได้ ๒.๒ ด้านทักษะ ๒.๒.๑ เตรียม เลือกใช้และดูแลรักษาวัสดุ อุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าได้ เหมาะสมกับลักษณะงาน ๒.๓ ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย : เข้าห้องเรียน/ส่งงานตรงต่อ เวลาที่กำหนด ๓.๒ รับผิดชอบ : ปฏิบัติงานตามที่ได้รับ มอบหมายสำเร็จตามที่กำหนดโดยคำนึงถึงความ ปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ๓.๓ จิตอาสา : ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยกำลัง แรงกายและสติปัญญา ๓.๔ สามัคคี : ให้ความร่วมมือและรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ จากผ้า ๑.ผ้าที่นิยมใช้ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ๑.๑ ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ ๑.๒.ผ้าจากเส้นใยสังเคราะห์ ๑.๓ ผ้าพื้นเมืองหรือผ้าในท้องถิ่น ๒.วัสดุที่ใช้ประกอบและตกแต่งงานประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์จากผ้า ๓.อุปกรณ์ที่ใช้ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า


5 ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า สิ่งที่ช่วยให้การประดิษฐ์ผลงานมีความประณีตเรียบร้อย รวดเร็วและได้ผลงานที่มีคุณภาพ จำเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ผู้ประดิษฐ์ จึงต้อง ศึกษา ทำความเข้าใจ และเลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกวิธี เหมาะสมตามชนิดของงาน อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้งาน จะต้องอยู่ในสภาพประกอบที่ สมบูรณ์ควรมีการทำความสะอาด และควรเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพประกอบที่ ใช้งานได้อยู่เสมอ สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ โดยแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆได้ ๓ ประเภทดังนี้ ๑.ผ้าที่นิยมใช้ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ผ้าที่ใช้ในการตัดเย็บงานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 3 ประเภทคือ ๑.๑ ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ ๑.๑.๑ ผ้าฝ้าย(cotton)เป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติจากพืช ดูดซึมความชื้น ทนต่อ แสงแดดและความร้อนได้ดี ผ้าฝ้ายที่นิยมใช้ในงานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าได้แก่ ผ้าฝ้ายญี่ปุ่นซึ่งผลิตด้วย เส้นใยฝ้ายบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็น จึงทำให้เนื้อผ้านุ่ม เนื้อผ้าละเอียดและน่าใช้งานสามารถระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้ามีความอยู่ตัวเป็นทรง ผ้ายีนส์เนื้อผ้าค่อนข้างหนาและแข็ง มีหลายเฉดสีให้เลือกแล้วแต่การฟอก ทรงตัว ได้ดีและผ้าดิบผ้าดิบฟอกเป็นต้น การดูแลรักษา ผ้าฝ้ายสามารถซักด้วยสบู่หรือผงซักฟอกได้ การดูแลรักษาควรรีดในขณะที่ยัง ชื้นอยู่ หรือควรพรมน้ำก่อนรีดและควรรีดให้แห้สนิทถ้ารีดไม่แห้งสนิทเมื่อเก็บไว้อาจเกิดราได้ ประโยชน์นิยมใช้ตัดเสื้อผ้า และ ใช้ในงานประดิษฐ์ต่างๆเช่นกระเป๋า หมวก เป็นต้น ภาพประกอบที่ ๑1 ผ้าฝ้ายญี่ปุ่น ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) หน่วยที่ 2 การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า


6 ๑.๑.๒ ผ้าลินิน (Linin) เป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติเนื้อผ้าจะแข็งแรงกว่าฝ้ายและดูดซับ น้ำได้ดีกว่าแต่ไม่ยืดหยุ่นเท่ากับฝ้าย การดูแลรักษา เช่นเดียวกับฝ้าย ผ้าลินินจะยับง่ายกว่าการเก็บควรเก็บด้วยวิธีการม้วนดีกว่า การพับเพราะจะเกิดรอยยับพับได้ ประโยชน์นิยมใช้ตัดเสื้อผ้า และ ใช้ในงานประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น กระเป๋า ภาพประกอบที่ 12 ผ้าลินิน ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๑.๑.๓ ผ้าไหม(silk) เป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติจากสัตว์ ผ้าไหมไม่ทนแสงแดด ซึ่งจะทำ ให้ผ้าไหมเก่าเร็วก่อนนำผ้าไหมไปตัดชุดหรือไปทำงานประดิษฐ์ควรนำไปอบไอน้ำก่อนเพื่อไม่ให้เนื้อผ้าหดและสี ไม่ตกง่ายในภายหลัง วิธีการดูแลรักษา ไม่ควรใช้ผงซักฟอกเพราะจะทำให้สีตกและเก่าเร็ว ควรใช้สบู่อ่อน แชมพู เด็กหรือผลิตภัณฑ์สำหรับผ้าไหมโดยเฉพาะ ประโยชน์นิยมใช้ตัดเสื้อผ้า และ ใช้ในงานประดิษฐ์ต่างๆ เช่นกระเป๋า หมอนอิง ดอกไม้ ประดิษฐ์ เป็นต้น ภาพประกอบที่ 13 ผ้าไหม ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563)


7 ๑.๒.ผ้าจากเส้นใยสังเคราะห์ ๑.๒.๑ ผ้าชีฟอง(chiffon) เดิมผ้าชีฟองทำมาจากเส้นใยไหมธรรมชาติแต่เนื่องจากมีราคา แพงต่อมาจึงผลิตจากใยสังเคราะห์ ลักษณะของผ้าชีฟอง เนื้อผ้าโปร่งบาง บางชนิดทอเรืองแสง เส้นใยเหนียว ทนทาน เมื่อสวมใส่จะคล้อยตามรูปร่าง วิธีการดูแลรักษา ควรซักแห้งหรือใช้น้ำสบู่อ่อน ไม่ควรบีบผ้าจะทำให้เกิดรอยยับ รีดโดยใช้ไฟ อ่อนหรือใช้ไอน้ำพ่น ประโยชน์นิยมใช้ตัดชุดโอกาสพิเศษของสตรี ผ้าม่านและ ใช้ในงานประดิษฐ์ต่างๆ เช่น โบว์ ติดผม ดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น ภาพประกอบที่ 14 ผ้าชีฟอง ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๑.๒.2 ผ้าซาติน(Satin) ลักษณะผ้าซาตินมีความเงาสูงคล้ายผ้าไหม มีสัมผัสเนื้อนิ่มลื่น เนื้อผ้ามีน้ำหนัก ทำให้เนื้อผ้าทิ้งตัว ดูหรูหรา สวยงาม เนื้อผ้ายังสะท้อนต่อแสงไฟจนเกิดเป็นเงาสะท้อนได้อีก ด้วย นอกจากนี้ผ้าซาตินมีคุณสมบัติไม่ยับ ซักง่าย ไม่จำเป็นต้องรีดทั้งยังไม่ดูดซับสิ่งสกปรก จึงไม่แปลกที่จะ เป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมสูง วิธีการดูแลรักษา ควรซักแห้งหรือใช้น้ำสบู่อ่อน ไม่ควรบีบผ้าจะทำให้เกิดรอยยับ รีดโดยใช้ ไฟอ่อนหรือใช้ไอน้ำพ่น ประโยชน์ นิยมใช้ตัดชุดนอน ชุดสตรี ประดิษฐ์ดอกไม้ โบว์ ต่างๆ ภาพประกอบที่ 15 ผ้าซาติน ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563)


8 ๑.๓ ผ้าพื้นเมืองหรือผ้าในท้องถิ่น ในที่นี้ขอยกตัวอย่างผ้าพื้นเมืองของจังหวัดสงขลา ๑.๓.๑ ผ้าทอเกาะยอ ทอจากฝ้ายและขึ้นลายตามแบบที่นิยมกันมา นับแต่อดีตลายซึ่งทอ กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ การทอผ้าเป็นงานศิลปะวัฒนธรรมที่ชาวเกาะยอนิยมทอผ้ามาไม่น้อยกว่าสมัย รัตนโกสินทร์ สันนิฐานว่าชาวจีนอพยพมาอยู่เกาะยอได้นำการทอผ้ามาด้วยจนผ้าทอเกาะยอมีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งในการทอระยะแรกใช้กี่มือและใช้ตรนแทนกระสวย ใช้สีที่ย้อมเองโดยนำเปลือกไม้มาย้อมสีเส้นด้ายเป็น วัตถุดิบที่ใช้ในการทอผ้ามีทั้งไหมประดิษฐ์ไหมแท้และฝ้าย ผ้าทอเกาะยอมีทั้งที่เป็นผ้าพื้น ผ้าขาวม้า ผ้าโสร่ง หรือผ้าถุง ตลอดถึงผ้าทอยกดอกด้วยตะกอ มีตั้งแต่ ๔-๖-๘ ตะกอ ลวดลายผ้าทอเกาะยอมีเอกลักษณ์ประจำที่ ไม่เหมือนที่อื่น สำหรับการทอผ้าในยุคแรก ๆ นั้นจะเป็นเน้นลายเรียบ ๆ ต่อมาเมื่อประเทศไทยมีการค้าขายกับ ต่างประเทศ จึงได้ประดิษฐ์ลายขึ้นมามากมายประมาณกว่า ๕๐ กว่าลาย อาทิลายราชวัตถ์ดอกเล็ก ลายราช วัตถ์ดอกใหญ่ลายลูกแก้ว ลายดอกพะยอม ลายหางกระรอก ลายดอกพิกุล ลายผกากรอง ลายรสสุคนธ์ ลาย เกร็ดแก้ว ลายหยดน้ำ สำหรับลายราชวัตถ์นั้นถือว่าเป็นผ้าลายดอกที่มีต้นกำเนิดมาจากเกาะยอ ต่อมา กลายเป็นผ้าทอลายนิยมของผ้าทอพื้นเมืองภาคใต้เนื่องจากผ้าเกาะยอเป็นผ้าที่ทอจากเส้นใยที่มีลักษณะที่ แตกต่างกัน ฉะนั้น วิธีการดูแลรักษา ผ้าเกาะยอจึงต้องมีวิธีการที่แตกต่างกันตามลักษณะของเส้นใยที่นำมาทอ เป็นผ้า ซึ่งการดูแลรักษาผ้าวิธีที่ดีที่สุดคือการทำความสะอาดผ้า การซักรีดที่ถูกวิธี จะช่วยถนอมผ้าให้มีอายุการ ใช้งานที่ยาวนานขึ้น ข้อแนะนำในการซักรีดผ้าเกาะยอที่ทอมาจากเส้นใยประเภทต่าง ๆ ดังนี้ ๑). ฝ้าย สามารถซักในน้ำร้อนได้ และใช้ผงซักฟอกที่มีฟองมาก รีดได้ที่อุณหภูมิสูง ๒). เรยอง เป็นใยสังเคราะห์ที่มีความคงตัวสูงไม่ค่อยยับ คืนตัวได้ดีเนื้อผ้าแข็งแรง ซักในน้ำ ร้อนได้และใช้สารซักฟอกชนิดอ่อนได้ หรือให้ซักแห้ง แต่ไม่ควรขยี้ให้ตากในที่ร่ม ไม่จำเป็นต้องลงครามหรือ ฟอกขาวเพราะผ้าเรยองสีขาวไม่เหลือง ควรซักผ้าเรยองที่บอบบางด้วยวิธีซักที่แนะนำไว้สำหรับผ้าที่บอบบาง โดยเฉพาะ ให้รีดด้วยความร้อนปานกลาง ๓). ไนลอน ผ้าที่ทอมาจากเส้นใยไนลอนจะเรียบจึงไม่ค่อยสกปรกและมีความยืดหยุ่นจึง เกือบจะไม่ต้องรีด แต่เนื่องจากไนลอนสีขาวมักดูดสีจากผ้าสี จึงควรซักรวมกับผ้าขาวเท่านั้น เมื่อซักหลาย ๆ ครั้ง ไนลอนสีขาวมักจะเหลืองจึงต้องฟอกขาวด้วยโซเดียมเพอร์บอเรต ให้ซักด้วยมือดีที่สุดให้บีบเอาน้ำออกบ้าง แต่อย่าบิดผ้าเพราะจะทำให้เกิดรอยยับบนผืนได้ ๔). โพลีเอสเทอร์ ซักง่ายมากและเกือบไม่ต้องรีด วิธีซักแล้วแต่วิธีผลิตผ้าให้ขยี้ที่คอปกและ ข้อมือก่อนซักหรือแช่ในผงซักฟอกที่มีเอนไซม์ฟอกขาวผ้าสีขาว ๕). ไหมเทียม ควรซักผ้าทันที่เปื้อนทันทีเพราะเหงื่อไคลจะทำลายเส้นใยให้เสื่อมเร็วกว่า กำหนด ให้ทำความสะอาดด้วยการซักแห้ง แต่ถ้าซักด้วยน้ำต้องซักมือโดยใช้น้ำสบู่อุ่น ม้วนผ้าในผ้าเช็ดตัวเพื่อ บีบเอาน้ำออก การรีดต้องรีดจากด้านในของผ้าในขณะที่ผ้ายังมีความชื้น บริเวณที่ยับมากควรควรรีดรอยยับ ด้วยการรีดบนผ้าชื้น ๖). ไหม ควรซักผ้าทันทีที่เปื้อนทันทีเพราะเหงื่อไคลจะทำลายเส้นใยให้เสื่อมเร็วกว่ากำหนด ให้ทำความสะอาดด้วยการซักแห้งในน้ำสบู่อุ่น ๆ ม้วนผ้าในผ้าเช็ดตัว เพื่อบีบเอาน้ำออก การรีดให้รีดจากด้าน ในของผ้าในขณะที่ผ้ายังมีความชื้นบริเวณที่ยับมากควรรีดรอยยับด้วยการรีดบนผ้าชื้น ประโยชน์นิยมใช้ตัดเสื้อผ้า ผ้าม่านและ ใช้ในงานประดิษฐ์ต่างๆ หมอนอิง เข็มกลัดติดเสื้อ หมวก กระเป๋า


9 ภาพประกอบที่ 16 ผ้าทอเกาะยอ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๒ ผ้าทอบ้านสะพานพลา 3.2.1 ผ้าทอบ้านสะพานพลา ริเริ่มขึ้นในปี ๒๕๔๓ นายเนื่อง ทองแก้ว เป็นชาวบ้าน หมู่บ้านสะพานพลา อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เห็นการทอผ้าที่อยู่ใต้ถุนบ้านของนางบัว จึงชักชวนให้ก่อตั้ง กลุ่มทอผ้าขึ้นโดยนำภูมิปัญญาการทอผ้าจากจังหวัดขอนแก่นที่ติดตัวมาถ่ายทอดให้คนในชุมชน ผ้าทอบ้าน สะพานพลาแรกเริ่มเดิมทีนั้นเป็นการทอผ้าขาวม้า ต่อมาในปี ๒๕๕๓ มีการชักชวนกันก่อตั้งกลุ่มโดยคนใน ชุมชนที่มีความสนใจทำให้มีสมาชิกรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น และสร้างโรงเรือนทอผ้าขึ้นในปี ๒๕๕๓ ผลิตภัณฑ์ผ้าทอของ กลุ่มจากแรกเริ่มที่มีเพียงการทอผ้าขาวม้า และผ้าซิ่นมัดหมี่ ต่อมามีการทอผ้าฝ้าย โดยได้สีจากพืชในท้องถิ่น อาทิเช่น สีหินลูกรัง สีใบขี้เหล็ก ใบขี้ไก่หรือสาปเสือ แก่นขนุน เปลือกฝักสะตอ ใบหูกวาง ต้นกล้วย ใบลิ้นฟ้า (เพกา) เปลือกมังคุด จนพัฒนามาสู่สีของเปลือกยางพารา ทางกลุ่มได้เรียนรู้การเพาะเลี้ยงไหมมีการนำเส้นไหม ที่เลี้ยงมาทอและย้อมสีขึ้นเอง มีการพัฒนาลายผ้าเพื่อหาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ้าทอ จนก่อเกิดเป็น "ลาย ดอกพลา”ซึ่งชื่อมีความเกี่ยวข้องกับต้นไม้ประจำหมู่บ้านคือ ต้นพลับพลา จึงนับได้ว่าปัจจุบันกลุ่มทอผ้ามี ผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดเด่น ๒ ประเภทคือผ้าทอยกดอก "ลายดอกพลา” และผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ วิธีการดูแลรักษา เช่นเดียวกับผ้าเกาะยอ ประโยชน์นิยมใช้ตัดเสื้อผ้า ผ้าม่านและ ใช้ในงานประดิษฐ์ต่างๆ เช่น หมอนอิง เป็นต้น ภาพประกอบที่ 17 ผ้าทอบ้านสะพานพลา ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563)


10 ๓.๓ ผ้าปาเต๊ะหรือผ้าบาติก 3.3.1 ผ้าปาเต๊ะหรือผ้าบาติก เป็นคำที่ใช้เรียกผ้าชนิดหนึ่งนิยมใช้ในจังหวัดภาคใต้ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูลและภูเก็ต มีการทำโดยใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสี และใช้วิธีการ แต้มระบายสี หรือย้อมในส่วนที่ต้องการให้ติดสี ผ้าปาเต๊ะบางชิ้นอาจจะผ่านขั้นตอนการปิดเทียน แต้มสี ระบายสีและย้อมสีนับเป็นสิบๆครั้งส่วนผ้าปาเต๊ะอย่างง่ายอาจทำโดยการเขียนเทียนหรือพิมพ์เทียน แล้วจึง นำไปย้อมสี ที่ต้องการ วิธีการดูแลรักษา ผ้าปาเต๊ะเนื่องจากผ้าปาเต๊ะเป็นลายเขียนด้วยมือการซักผ้าปาเต๊ะควร ซัก ด้วยน้ำยาซักแห้งชนิดอ่อน ไม่แนะนำให้ซักด้วยเครื่องซักผ้าเพราะจะทำให้ผ้ายับมากและรีดยาก ควรซักผ้า ปาเต๊ะด้วยมือ และไม่ควรขยี้หรือบิดผ้าแรงๆ เพราะจะทำให้ผ้าเสียทรง หากนำผ้าบาติกลงน้ำแล้วไม่ควรแช่ไว้ นานโดยเฉพาะผ้าสีสด เช่น สีม่วง สีแดงสด สีชมพูสด สีบานเย็น หลังจากซักเสร็จแล้วควรสลัดผ้าปาเต๊ะให้ คลายตัวและไม่ย่นก่อนนำไปตากเมื่อผ้าแห้งจะทำให้รีดผ้าได้ง่ายขึ้น การตากผ้าปาเต๊ะ ควรตากในที่ร่มหรือ แดดอ่อนๆ เพื่อป้องกันสีซีดเนื่องจากถูกแดดจัด ประโยชน์ นิยมใช้ในทำเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้า งานประดิษฐ์ต่างๆ ภาพประดับสวยงาม ของ ตกแต่งภายในบ้าน ของฝากที่ระลึกและอื่นๆ ภาพประกอบที่ 18 ผ้าปาเต๊ะ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.วัสดุที่ใช้ประกอบและตกแต่งงานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ๒.๑ ซิป(Zipper) คืออุปกรณ์ที่ช่วยยึดปลายของผ้าทั้ง 2 เข้าด้วยกันไว้ชั่วคราว ใช้กับ เสื้อผ้า กางเกง กระเป๋า งานประดิษฐ์ต่างๆ เป็นต้น ซิปมีหลากหลายแบบ ซึ่งซิปแต่ละชนิดก็จะมีการใช้งานที่แตกต่างกันไป บ้าง จากการมีคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ทำแตกต่างกัน ดังนี้ ๒.๑.๑ ซิปไนลอน เป็นซิปที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยที่สุด เพราะเป็นซิปมาตรฐานชนิดแรก ที่คนนิยมใช้เนื่องด้วยราคาไม่แพง และมีความยืดหยุ่นสูง ทำความสะอาดง่าย วัสดุหลักของซิปประเภทนี้คือ ตัวผ้ากับเส้นเอ็น ดังนั้นจึงมีข้อเสียคือ ไม่ทนความร้อนและเกิดการยับงอได้ค่อนข้างง่ายแต่สามารถรีดด้วย ความร้อนไม่สูงมากได้ปัจจุบันในไทยส่วนมากซิปไนลอนจะใช้โพลีเอสเตอร์ทำหมดแล้ว แต่ยังคงติดชื่อเรียก ทางการค้าว่าซิปไนลอนอยู่ ประโยชน์ใช้ประกอบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย งานประดิษฐ์ทั่วไป งานกระเป๋า


11 ภาพประกอบที่ 19 ซิปไนลอน ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๑.๒ ซิปโลหะ ซิปโลหะ จะมีฟันซิปที่ทำจากวัสดุโลหะตามชื่อ ซึ่งส่วนมากที่นิยมใช้ในซิป โลหะคือ ทองเหลือง ทำให้ราคาของซิปโลหะจะสูงกว่าซิปชนิดอื่น แต่นอกเหนือจากความหรูหราของวัสดุ เรายังได้ความแข็งแรงคงทนของซิปที่เพิ่มขึ้นมาด้วย วัสดุนอกจากทองเหลือง เรายังสามารถใช้เป็น อลูมิเนียม เหล็ก และทำสีผิวต่างกันไปในแต่ละเทคนิคการผลิต ประโยชน์นิยมใช้ซิปโลหะนี้ตามกางเกงยีนส์กระเป๋าต่างๆ เป็นต้น ภาพประกอบที่ 20 ซิปโลหะ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๑.๓ ซิปพลาสติก ทำจากการฉีดพลาสติกขึ้นรูปเป็นฟันซิป เราเรียกซิปพลาสติกอีกอย่าง ว่า ฟันกระดูก เนื่องจากรูปลักษณ์โครงสร้างที่ดูแล้วคล้ายกับกระดูสันหลัง มีคุณสมบัติทนต่อน้ำมากกว่าซิป ชนิดอื่นด้วยการที่เป็นพลาสติกเราจึงสามารถผสมทำสีอะไรก็ได้และข้อดีอย่างหนึ่งคือ ซิปพลาสติกจะมีฟัน ใหญ่ ไม่คม ทำให้เป็นมิตรกับเด็ก และด้วยความที่ไม่นำความร้อนหรือเย็น จึงนิยมใช้แทนซิปโลหะในประเทศ แถบที่มีอากาศหนาวเย็น เวลาสัมผัสจึงไม่รู้สึกหนาวมือ อีกทั้งยังคงทนต่อน้ำ สามารถกันน้ำได้มากกว่าซิป ประเภทอื่นๆ ข้อดี ประโยชน์ใช้ประกอบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย งานประดิษฐ์ทั่วไป งานกระเป๋า


12 ภาพประกอบที่ 21 ซิปพลาสติก ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๑.๔ ซิปซ่อน เกิดมาด้วยจุดประสงค์ที่อยากจะลดความเด่นของซิปออกไปจากเสื้อผ้า เพราะซิปทั่วไปจะเห็นฟันซิปชัดเจนเวลาติดตั้ง แต่ซิปซ่อนจะมีเป็นกลไกซิปพิเศษที่จะกลับด้านฟันซิปไปไว้ด้าน ในแทน ทำให้เราสามารถซ่อนฟันและรอยต่อได้อย่างแนบเนียน ซิปมีขนาดเล็ก สามารถใช้กับงานรายละเอียด เล็กๆ ได้สะดวก ประโยชน์เหมาะสำหรับ ซิปที่กระโปรง หรือตามชุดเดรส หรืองานประดิษฐ์ที่เน้นความ สวยงามและประณีต ภาพประกอบที่ 22 ซิปซ่อน ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๒ วัสดุประกอบอื่น ๆ เช่น ห่วงรับปรับสายกระเป๋า พวงกุญแจ ตะขอก้ามปู กระดุมแม่เหล็ก ฯลฯ สามารถเลือกใช้ตามลักษณะและการนำไปใช้งานของงานประดิษฐ์นั้น ๆ


13 ภาพประกอบที่ 23 วัสดุประกอบอื่น ๆ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๓ ผ้าสาลูกาว (เนื้อนุ่ม คล้ายผ้าป่านแต่มีความหนามากกว่า) ด้านหลังเคลือบกาวเม็ดติดแน่น ใช้ สำหรับอัดทับด้านหลังผ้าที่ใช้ตัดชุดผ้าไหม ชุดสูท และเสื้อผ้าทั่วไป เนื้อกาวคุณภาพดีมาก ติดแน่นด้วยความ ร้อนจากเตารีด ใช้ในงานประดิษฐ์และงานฝีมือเกี่ยวกับผ้า ช่วยให้ผ้าคงรูปสวย มีหลายสีให้เลือก วิธีใช้วางผ้าสาลูกาวลงบนโต๊ะรีดผ้า ให้ด้านมีกาวอยู่ด้านบน แล้ววางด้านหลังของผ้าที่ต้องการอัดลง บนด้านกาวของผ้าสาลูกาว แล้วใช้เตารีดไอน้ำรีดบนด้านหน้าของผ้าที่ต้องการอัด โดยการนาบเป็นระยะ ๆ เม็ดกาวของผ้าสาลูกาวจะหลอมติดแนบสนิทกับด้านหลังของผ้าที่ต้องการอัด ระวังอย่าให้เตารีดถูกด้าน กาวของผ้าสาลูกาว ภาพประกอบที่ 24 ผ้าสาลูกาว ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๓ ใยโพลีเอสเตอร์เป็นใยที่ใช้ในงานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าได้หลากหลายชนิด มีหลายแบบให้ เลือกใช้ตามลักษณะของชิ้นงาน ดังนี้


14 ภาพประกอบที่ 25 ใยโพลีเอสเตอร์แบบแผ่น ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๓.๑ ใยโพลีเตอร์แบบแผ่น ลักษณะเหมือนวางใยซ้อนกันหลายชั้น ทำให้หนานุ่ม แต่นำ หนักเบา มีหลายขนาดดังนี้ – น้ำหนัก 140 กรัม เหมาะกับผลงานที่ไม่ต้องการคงรูปมาก เช่น กระเป๋าใบเล็ก ซองใส่ ดินสอ กล่องทิชชู – น้ำหนัก 200 กรัม เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการคงรูปปานกลาง เช่น กระเป๋าสะพาย – น้ำหนัก 250 กรัม เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการคงรูปสูง เช่น กระเป๋าใบใหญ่ ๒.๓.2 ใยลามิเนต เป็นใยสังเคราะห์ที่อัดเป็นแผ่นและมีผ้ารองด้านล่าง มีความแข็งและคงรูป เหมาะกับงานที่ต้องการความคงรูปสูง เช่น กระเป๋าใบใหญ่ รองเท้าผ้า กล่อง ทำขอบชิ้นงานต่าง ๆ ภาพประกอบที่ 26 ใยลามิเนต ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๓.3 ใยโพลีเอสเตอร์ ปั่นฟูสำหรับใส่หมอน ตุ๊กตา และใส่งานตกแต่งต่าง ๆ


15 ภาพประกอบที่ 27 ใยโพลีเอสเตอร์ปั่นฟู ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.๓.4 ลูกปัดที่นิยมใช้ในการตกแต่งงานประดิษฐ์ การปักลูกปัดปกติไม่มีแบบฉบับเฉพาะ ผู้ประดิษฐ์อาจจะออกแบบขึ้นเองได้ โดยใช้การประยุกต์ ลายปักต่างๆ ตามใจชอบ การเลือกใช้เข็มสำหรับงานปักลูกปัดและเลื่อมควรเลือกใช้เข็มที่มีขนาดเล็ก เพื่อให้ สามารถร้อยด้ายผ่านรูของลูกปัดที่มีขนาดเล็กได้สะดวก ควรใช้เข็มปักเบอร์12 การเตรียมลายปักลูกปัด ควร ทดลองปักลูกปัดบนเศษผ้าจนได้ดอกหรือลวดลายปักตามต้องการ ๑) ลูกปัดแก้ว ( Small beads ) เป็นลูกปัดเม็ดกลมขนาดเล็กที่มีลักษณะแวววาว มี หลายสี ทำจากแก้วหรือพลาสติก นิยมนำมาปักเป็นเกสรดอกไม้ ปักใบไม้และกิ่งก้าน ในงานเพ้นผ้าปาเต๊ะปัก เลื่อม-ดีไซน์ใช้ปักดอกโดยใช้คู่กับเลื่อมชนิดกลม ภาพประกอบที่ 28 ลูกปัดแก้ว ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๒.)ลูกปัดมุก ( Pearl beads ) เป็นลูกปัดลักษณะเม็ดกลมคล้ายมุก มีสีให้เลือกทั้ง ขาวเหมือนมุก และสีขาวเหลือบ สีอ่อนๆ คล้ายเนื้อมุก มีให้เลือกใช้ได้หลายสีหลายขนาด ตั้งแต่เม็ดเล็กจนถึง เม็ดใหญ่เท่าเม็ดถั่วลันเตา นิยมนำมาปักเป็นเกสรดอกไม้ และปักชายครุยของผ้าสไบ


16 ภาพประกอบที่ 29 ลูกปัดมุก ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓) ลูกปักคริสตัล ( Large crytal ) เป็นลูกปัดแก้วหรือพลาสติก มีรูปทรงแบบเพชร มีสีสวยงาม โดยการฉีดสีด้านใน ให้เห็นเป็นเม็ดแก้วสีต่างๆ มีทั้งแบบกลมและแบบเหลี่ยม นิยมใช้ปักตกแต่ง เสื้อผ้าแฟชั่น และนำมาร้อยเป็นเครื่องประดับ ตกแต่งงานประดิษฐ์ต่างๆ ภาพประกอบที่ 30 ลูกปัดคริสตัล ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๔) ลูกปัดแท่ง ( Bugle beads ) หรือปล้องอ้อย จะมีลักษณะเป็นแท่งยาว มีทั้ง ขนาด ยาวมากหรือยาวน้อย ถ้าแท่งแก้วหรือปล้องอ้อยที่มีขนาดเล็ก ผิวรอบนอกก็จะกลมเกลี้ยง แต่ถ้าเป็น ปล้องขนาดใหญ่ ผิวรอบนอกก็จะเป็นเหลี่ยม ทำให้มองดูมีความสวยงาม แวววาวกว่าปล้องอ้อยชนิดกลมเล็ก นิยมใช้ปักเป็นก้านเกสร ปักใบไม้และกิ่งก้าน


17 ภาพประกอบที่ 31 ลูกปัดแท่ง ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๕) ลูกปัดโลหะ ( Metallic gold ) เป็นลูกปัดขนาดเล็กเท่ากับลูกปัดแก้ว แต่เป็น ลูกปัดที่ทำด้วยโลหะสีทองหรือชุบทอง ใช้ปักตกแต่งเสื้อผ้างานประดิษฐืต่างๆ ภาพประกอบที่ 32 ลูกปัดโลหะ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๖) ลูกปัดมุกรี( Called an Oat pearl ) หรือมุกเม็ดข้าวสาร ลักษณะของลูกปัด ชนิดนี้มีลักษณะเหมือนเมล็ดข้าว คือ หัวเรียวท้ายเรียว มีหลายขนาดและหลายสี เลือกใช้ได้ตามความ เหมาะสม นิยมใช้ปักเป็นกลีบดอกไม้และใบไม้ เช่น ปักตามเส้นใบของลายผ้าปาเต๊ะเพื่อให้ลวดลายเกิด จุดเด่น เพิ่มความหรูหรา น่าสนใจยิ่งขึ้น


18 ภาพประกอบที่ 33 ลูกปัดมุกรี ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๗) เพชรเทียม ( Rhinestones ) นิยมใช้ปักเป็นเกสรดอกไม้หรือจุดที่ต้องการให้ เสื้อผ้าเด่นสะดุดตา แต่เนื่องจากเพชรเทียมมีราคาแพง จึงทำให้เสื้อผ้าที่ตกแต่งด้วยเพชรเทียมมีราคาเพิ่มขึ้น ด้วย เพชรเทียมมี2 ลักษณะ คือ ๗.๑ เพชรเทียมที่มีรูปทรงเหมือนเพชรเจียระไน เพชรเทียมชนิดนี้มีลักษณะ เหมือนเพชรที่เป็นหัวแหวน คือจะต้องมีสาแหรกสำหรับยึด ซึ่งสาแหรกนี้ทำด้วยโลหะอ่อน มีสีเดียวกับตัวเรือน เพชร เพชรเทียมชนิดนี้จะมีหลายขนาด และมีสีให้เลือกมากมาย ๗.๒ เพชรเทียมที่มีรูปทรงต่างๆ เช่น รูปหัวใจ รูปทรงกลม รูปทรงรีหรือรูป เหลี่ยมต่างๆ ซึ่งจะมีการเจาะรูที่ตัวเพชรไว้สำหรับยึดตรึงติดตามส่วนต่างๆ ภาพประกอบที่ 34 เพชรเทียมที่มีรูปทรงต่างๆ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๘ ) ลูกปัดรูปหยดน้ำ ( Avoriety of drops ) ลูกปัดลักษณะนี้เป็นรูปทรงเหมือน หยดน้ำ จึงนิยมนำไปปักสำหรับส่วนที่เป็นชายห้อย คล้ายตุ้งติ้ง หรือชายครุย ประดิษฐ์จากวัสดุที่มีสีแวววาว บางชนิดก็เหมือนสีมุก ลูกปัดชนิดนี้บางอย่างอาจมีห่วงเล็กๆ สำหรับร้อย บางชนิดก็มีช่องตรงกลางเม็ดลูกปัด สำหรับร้อยได้เช่นกัน มีหลายขนาดและหลายสีให้เลือกตามสีผ้า


19 ภาพประกอบที่ 35 ลูกปัดรูปหยดน้ำ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๙) เลื่อม การปักเลื่อม เพื่อให้เกิดความวิบวับ แวววาวของลาย เป็นรูปแบบของงาน ปักที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันอย่างสูง การปักเลื่อมอาจจะใช้ลูกปัดมาปักเพิ่มด้วย เพื่อเพิ่มความสวยงามได้ อีก ทั้งการปักเลื่อมยังเป็นการปักที่ช่วยทำให้ของดูมีราคาขึ้นอีกด้วย โดยแบ่งเลื่อมออกเป็น 4 ชนิดดังนี้ ๙.๑ เลื่อมชนิดกลม ( Cup Sequins ) มีลักษณะกลม ตรงกลางของเลื่อมจะมีรู และลึกลงเล็กน้อย มีหลายขนาดและมีสีหลากหลาย ขนาดที่นิยมใช้คือ 3.5 มม. 5 มม.8 มม. และ 10 มม. ภาพประกอบที่ 36 เลื่อมชนิดกลม ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) 9.2 เลื่อมชนิดกลมแบน ( Flat Sequins ) ลักษณะของเลื่อมชนิดนี้จะไม่มีส่วน ลึก เลื่อมจะมีลักษณะเรียบแบบ มีรูตรงกลาง เลื่อมสำหรับร้อยลูกปัดเวลาปักลายที่มีความโค้งนูนจะต้องหัก เลื่อมก่อน ลายที่นิยมปักเลื่อม ชนิดนี้ คือ ลายเกลียวมังกรและเกล็ดปลา


20 ภาพประกอบที่ 37 เลื่อมชนิดกลมแบน ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) 9.3 เลื่อมชนิดโลหะ ( Metallic ) เป็นเลื่อมที่ทำจากโลหะเนื้ออ่อน มีน้ำหนัก เบา ริมขอบเลื่อมจะยกเลื่อมคล้ายรูปถ้วย เลื่อมชนิดนี้จะเคลือบหรือชุบสีที่เป็นโลหะ เช่น สีเงิน สีทอง หรือสี โลหะต่าง ภาพประกอบที่ 38 เลื่อมชนิดโลหะ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) 9.4 เลื่อมลักษณะพิเศษ ( Paillettes ) จะเป็นเลื่อมที่มีขนาดใหญ่ และมี รูปร่างทแตกต่างกันออกไป ตามความคิดของผู้ผลิต เลื่อมชนิดนี้จะมีลักษณะสำเร็จรูปคือ สามารถปักตกแต่งและ ใช้ได้ทันที เช่น จะมีลักษณะเป็นรูปดอกไม้ หรือใบไม้ ส่วนสีก็มีให้เลือกมากมาย เลื่อมชนิดนี้จะต่างกับเลื่อมชนิด อื่น คือ นอกจากมีรูตรงกลางแล้ว บางชนิดเช่นรูปใบไม้จะมีรูสำหรับร้อยหรือปักอยู่ที่ส่วนบน หรือริมของเลื่อม เลื่อมชนิดนี้นิยมใช้ปักเสื้อผ้าที่ต้องการจุดเด่นสะดุดตา แต่ไม่ต้องการความละเอียดและประณีตลายเป็นที่พอใจ เพื่อลองใช้ลูกปัดและสีต่างๆ จนถูกใจแล้ว จึงลงมือปักบนเสื้อผ้า จะทำให้ได้ผลงานที่พอใจ


21 ภาพประกอบที่ 39 เลื่อมลักษณะพิเศษ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.อุปกรณ์ที่ใช้ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ๓.๑ อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัด ๓.๑.๑ สายวัด การใช้งาน ใช้ในการวัดสัดส่วนขนาดของงานประดิษฐ์ เพื่อใช้ในการสร้างแบบตัด ลักษณะ สายวัดตัวโดยมาตรฐาน มีขนาดความยาว 150 ซ.ม หรือ 60 นิ้ว เป็นเส้นแบนๆ ทำ ด้วยไฟเบอร์กลาสเทป และทำด้วยผ้าเทป บนสายวัดตัวจะมี2 ด้าน ด้านหนึ่งมีหน่วยเป็นหลักนิ้ว อีกด้านหนึ่ง เป็นหลักเซนติเมตรหรือบางครั้งอาจจะมีทั้งหลักนิ้วและหลักเซนติเมตรอยู่ด้านเดียวกันแต่อยู่คนละข้าง ด้าน ปลายของสายวัดตัวจะห่อหุ้มด้วยโลหะทั้ง 2 ด้านจะมีรูตาไก่กลมๆเจาะไว้ใช้สำหรับแขวน การเก็บดูแลรักษา ไม่ใช้สายวัดแทนสายคาดเอว เพราะจะทำให้สายวัดบิดเบี้ยวเสียรูปและควร เก็บรักษาโดยวิธีการแขวน เพราะจะทำให้สายวัดอยู่สภาพเดิมไม่เสียรูป สะดวกต่อการใช้งาน ภาพประกอบที่ 40 สายวัด ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๑.๒ ไม้บรรทัด การใช้งาน ใช้สำหรับขีดเส้นในการสร้างแบบ และขีดเส้นกำหนดแนวเย็บต่างๆ ลักษณะ ไม้บรรทัดมาตรฐานมีขนาดความยาว 12 นิ้ว หรือ 30 เซนติเมตร ใช้ในงานสร้างแบบใช้โค้ง ส่วนต่างๆแทนไม้โค้งได้ไม้บรรทัดขนาด 18 นิ้วหรือ 45 เซนติเมตรและขนาด 24 นิ้ว หรือ 60 เซนติเมตร ใช้สำหรับต้องการขีดเส้นยาวๆที่ต่อเนื่องกัน


22 การเก็บดูแลรักษา ควรเก็บโดยวิธีแขวนถ้าเป็นไม้บรรทัดพลาสติกควรระวังไม่ให้เกิดรอยขูดขีด เพราะจะทำให้ตัวเลขระยะวัดเลือนหายไม่สามารถอ่านระยะวัดได้ ภาพประกอบที่ 41 ไม้บรรทัด ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๑.๓ ไม้ฉาก การใช้งาน ใช้สำหรับสร้างแบบจะได้สัดส่วนเกณฑ์ตามมาตราส่วนมุมฉากและใช้คู่ กับคัตเตอร์แบบโรตารี่ในการตัดผ้าสำหรับงานที่ต้องการความเที่ยงตรงมาก ๆ เช่น งานตัดต่อผ้า ลักษณะ เป็นรูปสามเหลี่ยม ด้านหนึ่งทำมุมฉาก 90 องศา ด้านตรงข้างทำมุมแหลม ใช้ลากเส้นตั้งฉากในงาน สร้างแบบเสื้อ ไม้ฉากมีขนาด 23 นิ้ว คูณ 11 นิ้ว มีเพียง 2 ด้าน ด้านหนึ่งสั้น และ อีกด้านหนึ่งยาว เป็นรูปตัวแอล จะมีสัดส่วนมาตราเกณฑ์สัดส่วนและวิธีคำนวณอยู่บนไม้ฉาก การเก็บดูแลรักษา ควรเก็บโดยวิธีแขวน ถ้าเป็นไม้บรรทัดพลาสติก ควรระวังอาจจะ หักได้และระวังไม่ให้เกิดรอยขูดขีดเพราะจะทำให้ตัวเลขระยะวัดเลือนหายไม่สามารถอ่านระยะวัดได้ ภาพประกอบที่ 4๒ ไม้ฉาก ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๑.๔ ไม้โค้งเอนกประสงค์ การใช้งาน ใช้โค้งแบบตัดงานประดิษฐ์ที่มีรายละเอียดเป็นแนวโค้ง การเก็บรักษา ควรเก็บรักษา โดยการแขวนจะทำให้ไม่เป็นรอย ตัวอักษรไม่ลบเลือน


23 ภาพประกอบที่ 4๓ ไม้โค้งเอนกประสงค์ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๒ อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัด ๓.๒.๑ กรรไกรตัดผ้า การใช้งาน ใช้สำหรับตัดผ้า ไม่ตัดวัสดุอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผ้าและไม่ควรตัดผ้าซ้อนกันหลาย ชั้น ขณะใช้งานควรวางเบาๆ ระวัง ไม่ให้ตกจะทำให้ไม่คม คุณภาพของกรรไกรทำด้วยเหล็กกล้า มีความคม ของกรรไกรจากโคนกรรไกรถึงปลายกรรไกร โดยทดลองตัดผ้าแล้วผ้าจะขาดตลอด ไม่มีเศษด้ายติดที่กรรไกร แสดงว่ากรรไกรนั้นคมจริง ขนาดของกรรไกรวัดความยาวเป็นนิ้วมีขนาดความยาว 8 นิ้ว ถึง 9 นิ้ว ด้ามโค้งตัด ได้เที่ยงกว่า การเก็บดูแลรักษา หลังจากใช้งานควรปัดฝุ่น ใช้ผ้าชุบน้ำมันเช็ดทำความสะอาด ป้องกันสนิม เก็บในกล่องอุปกรณ์ตัดเย็บ ภาพประกอบที่ 4๔ กรรไกรตัดผ้า ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๒.2 กรรไกรตัดกระดาษ การใช้งาน ใช้สำหรับตัดกระดาษ สร้างแบบ ราคาไม่แพงทำด้วยเหล็กหรืออะลูมิเนียม มีด้ามเป็นพลาสติกสีต่าง ๆเช่น สีส้ม สีแดง สีเขียว เป็นต้น ขนาดที่เหมาะแก่การใช้งาน คือ ขนาดยาว 7-8 นิ้ว เมื่อใช้แยกเฉพาะงานออกไป ไม่ควรใช้ปนกันจะทำให้ความคมหมดไป ขณะใช้งานควรระมัดระวังไม่ให้ กรรไกรตกเพราะจะทำให้ด้ามพลาสติกแตกหักได้ ไม่ควรนำกรรไกรไปตัดลวดเพราะทำให้คมกรรไกรเสีย เนื่องจากกรรไกรตัดกระดาษทำด้วยเหล็กเนื้ออ่อนหรืออลูมิเนียม


24 การเก็บดูแลรักษา ไม่ควรตัดวัสดุ อย่างอื่น และไม่ให้ตกพื้น ควรใช้ผ้าชุบน้ำมันเช็ด ทำความสะอาดหลังจากใช้งานเก็บในกล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ ภาพประกอบที่ 4๕ กรรไกรตัดกระดาษ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๒.3 คัตเตอร์แบบโรตารี่ (Rotary Cutter) คือ ใบมีดโกนที่หมุนได้ ประกอบด้วยใบมีด แบบวงกลมที่หมุนได้ และใช้สำหรับการตัดผ้าเป็นหลัก คัตเตอร์แบบโรตารี่ช่วยให้การตัดเร็วขึ้นและแม่นยำ ยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับกรรไกร มีหลายขนาดให้เลือกใช้งาน มีประโยชน์อย่างมากใน งาน ประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับผ้า หนัง ไม้และกระดาษ ทำให้ง่ายต่อการตัดชิ้นส่วนเย็บปะติดปะต่อกันเพื่อให้มี รูปร่างและขนาดเดียวกันได้ดีกว่าการตัดด้วยกรรไกร ภาพประกอบที่ 4๖ คัตเตอร์แบบโรตารี ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๒.๔ กรรไกรตัดเส้นด้าย การใช้งาน ใช้สำหรับตัดเศษด้าย ลักษณะ เป็นเหล็กธรรมดาปลายกรรไกรแหลมคมด้ามกรรไกรจะจับเป็นแบบหนีบเหมาะ สำหรับใช้ตัดเส้นด้ายหลังจากเย็บตะเข็บต่างๆเสร็จแล้ว การเก็บดูแลรักษา ใช้แล้วควรเช็ด ทำความสะอาด ไม่ควรให้สัมผัสของเปียกชื้น เพราะจะทำให้เป็นสนิมควรจัดเก็บในกล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ


25 ภาพประกอบที่ 4๗ กรรไกรตัดเส้นด้าย ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๒.๕ ที่เลาะผ้า การใช้งาน ใช้สำหรับเลาะแนวตะเข็บต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขหรือเลาะด้ายเนา ลักษณะ ของที่เลาะผ้าหนึ่งอันจะมีส่วนที่ เป็นด้ามทำด้วยพลาสติกหรือไม้ อีกส่วน เป็น ที่เลาะผ้าทำด้วยโลหะแบน การเก็บดูแลรักษา ไม่ควรให้สัมผัสของเปียกชื้นเพราะจะทำให้เป็นสนิมควรจัดเก็บใน กล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ ภาพประกอบที่ 4๘ ที่เลาะผ้า ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๓ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำเครื่องหมาย ๓.๓.๑ กระดาษสร้างแบบ การใช้งาน ใช้สำหรับสร้างแบบตัด ลักษณะ เป็นแผ่นใหญ่เนื้อกระดาษมีความเหนียวใช้สำหรับงานการสร้างแบบก่อนที่ จะนำไปวางแบบตัดเสื้อผ้าลงบนผ้า อีกทีหนึ่ง การเก็บดูแลรักษา ควรเก็บในที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่เปียกชื้นวางกระดาษตามแนวนอน โดยทับซ้อนกันและอย่าให้กระดาษถูกแสง เพราะ จะทำให้กระดาษเหลืองกรอบ


26 ภาพประกอบที่ 4๙ กระดาษสร้างแบบ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๓.๒ ดินสอ การใช้งาน ใช้สำหรับขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายบนแบบตัด ควรเหลาดินสอให้แหลม เพื่อความคมชัดของเส้น ไม่ควรใช้ดินสอที่ไส้อ่อนจนเกินไป จะทำให้ทู่เร็ว ดินสอที่ไส้แข็งเกินไปทำให้กระดาษ สร้างแบบขาดได้ง่ายและมองไม่ชัดเจน ลักษณะ ดินสอที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จะเป็นดินสอดำ HB สำหรับงานการสร้างแบบตัด เย็บเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และทำเครื่องหมายของตำแหน่งในการวางแบบ การเก็บดูแลรักษา ควรจัดเก็บใส่กล่องอุปกรณ์ให้สะดวกต่อการใช้งาน ภาพประกอบที่ ๕๐ ดินสอ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๓.๓ ยางลบ การใช้งาน ใช้สำหรับลบเส้นดินสอที่ใช้ในการสร้างแบบตัด ยางลบที่นำมาใช้จะต้อง เป็นยางลบที่ใช้ลบดินสอ ใช้กับงานการสร้างแบบตัด ยางลบ ควรมีคุณภาพดี สามารถลบรอยดินสอได้สะอาด การเก็บดูแลรักษา ควรจัดเก็บใส่กล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ ให้สะดวกต่อการใช้งาน


27 ภาพประกอบที่ ๕๑ ยางลบ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๓.๔ ชอล์กขีดผ้า การใช้งาน ใช้ทำเครื่องหมายบนผ้า ลักษณะ จะเป็นรูปสามเหลี่ยม มีหลากสีที่นำมาใช้ขีดเส้นลงบนผ้า ไว้ทำเครื่องหมาย บนผ้า ขีดแล้วจะลบออกได้ ควรเลือกสีของชอล์กขีดผ้าให้เหมาะสมกับสีของผ้าจะทำให้ไม่เลอะเปื้อนง่ายในขณะที่ ใช้ชอล์กควรมีความคม การเก็บดูแลรักษา ควรระวังไม่ให้ตกเพราะจะทำให้แตก หักได้และจัดเก็บใส่กล่อง อุปกรณ์การตัดเย็บ ภาพประกอบที่ ๕๒ ชอล์กขีดผ้า ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๓.๕ ลูกกลิ้ง การใช้งาน ใช้กดรอยเพื่อลอกเส้นในขั้นตอนสร้างแบบและกดรอยเส้นที่จะเย็บตะเข็บ ลงบนผ้า ลักษณะ รูปแบบส่วนรวมจะมีด้านเป็นไม้ หรือพลาสติก ส่วนที่เป็นตัวกดรอยจะเป็น โลหะ ใช้สำหรับในการกลิ้งกดรอย การเก็บดูแลรักษา ควรเก็บในกล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ ควรดูแลรักษาไม่ให้สัมผัส ความชื้นเปียก เพราะจะทำให้ลูกกลิ้ง เป็นสนิม


28 ภาพประกอบที่ ๔๓ ลูกกลิ้ง ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๓.๖ กระดาษกดรอย การใช้งาน ใช้ในการลอกลายจากแบบตัด โดยสอดไว้ระหว่างผ้าแล้วกดลูกกลิ้งทับ กระดาษ สีที่ใช้ควรเลือกสีใกล้เคียงกับผ้าหรือสีอ่อนกว่า การเก็บดูแลรักษา เพื่อให้กระดาษกดรอยใช้งานได้ยาวนาน ควรเก็บกระดาษ กด รอยโดยใช้กระดาษไขปิดทับด้านสี และใช้กระดาษขาว A4 ปิดทับด้านที่เป็นสีขาว ภาพประกอบที่ ๕๔ กระดาษกดรอย ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๔ อุปกรณ์ในการเย็บ ๓.๔.๑ เข็มมือ การใช้งาน ใช้สำหรับ เนา สอย เย็บติดเครื่องเกาะเกี่ยว ถักรังดุมมีขนาดที่แตกต่างกัน ลักษณะ ของงาน ที่นำมาใช้ตามเบอร์ดังนี้ คือ 1) ใช้สำหรับงานสอย เนากระเป๋า งานประดิษฐ์ เสื้อผ้า ใช้เข็มมือขนาด เบอร์7 ถึง 9 2) ใช้สำหรับงานถักรังกระดุม ติดเม็ดกระดุม ใช้เข็มมือขนาดเบอร์5 ถึง 6 การเก็บดูแลรักษา หลังจากการใช้งานควรเช็ดด้วยน้ำมัน อย่าให้เปื้อนเหงื่อ ห่อกระดาษ ใส่กล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ


29 ภาพประกอบที่ ๕๕ เข็มมือ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๔.๒ เข็มจักร การใช้งาน ใช้สำหรับเย็บผ้า โดยมีขนาดที่แตกต่างกันตามลักษณะของงาน ที่นำมาใช้ ตามเบอร์ ที่สัมพันธ์กับผ้า จะแบ่งตามประเภทของจักร ดังนี้ คือ 1) เข็มจักรแบบธรรมดาจะมีสัญลักษณ์ คือ HA ต่อด้วยขนาดเบอร์เข็มจักรผ้าบาง ใช้ ขนาดเข็มจักรเบอร์9 ถึง 13 ผ้าหนา ใช้ขนาดเข็มจักรเบอร์14 ถึง 18 ผ้ามีใย สังเคราะห์สูงจะเย็บยาก ใช้เข็มจักรที่มีโคนเข็มที่เป็น สีทอง เรียกว่าเข็มทอง หรือสีน้ำเงินสำหรับ ผ้ายีนส์ ภาพประกอบที่ ๕๖ เข็มจักรแบบธรรมดา ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) 2) เข็มจักรแบบอุตสาหกรรม จะมีสัญลักษณ์ คือ DB ต่อด้วยขนาดเบอร์เข็มจักรผ้า บาง ใช้ขนาดเข็มจักรเบอร์11 ถึง 14 ผ้าหนา ใช้ขนาดเข็มจักรเบอร์16 ถึง 18 การเก็บดูแลรักษา หลังจากการใช้เข็มจักรควรเช็ดด้วยน้ำมันอย่าให้เปื้อนเหงื่อห่อ กระดาษใส่กล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ


30 ภาพประกอบที่ ๕๗ เข็มจักรแบบอุตสาหกรรม ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) 3) เข็มจักรพันริม จะมีสัญลักษณ์ คือ DC ต่อด้วยขนาดเบอร์เข็มจักร ภาพประกอบที่ ๕๘ เข็มจักรพันริม ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๔.๓ เข็มหมุดการใช้งาน การใช้งานใช้สำหรับกลัดผ้าเพื่อเตรียม การเนาและกลัดแบบตัด ควรเลือกเข็มหมุดที่มีปลาย แหลมคม หัวเข็มหุ้มด้วยพลาสติกใสหรือหัวเข็มแบบ หัวมุก ใช้ติดกับงานวางแบบตัดเย็บสามารถใช้แทนการเนาได้ การเก็บดูแลรักษาควรเก็บใส่กล่องเข็มหมุดหรือปักไว้บนหมอนเข็ม


31 ภาพประกอบที่ 5๙ เข็มหมุด ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๔.๔ หมอนเข็ม การใช้งาน ใช้ปักเข็มชนิดต่างๆ ช่วยให้หยิบใช้ ได้ง่าย ไส้หมอนเข็มใช้ผม ขนสัตว์ หรือกาก กาแฟ ผสมเศษเทียนไข เพื่อป้องกันเข็ม เป็นสนิม การเก็บดูแลรักษาระวังอย่าให้ถูกน้ำ เมื่อใช้เสร็จแล้วจึงควรเก็บใส่กล่องเครื่องมือ หรือตู้ อุปกรณ์ ให้เรียบร้อย ภาพประกอบที่ ๖๐ หมอนเข็ม ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๔.๕ ที่สนเข็ม การใช้งาน ใช้สำหรับสนเข็มลักษณะเป็นโลหะแผ่นบางๆ มีก้านลวดเส้นเล็กๆ งอเป็นวงรี ไว้สนเข็มเกาะเกี่ยวเส้นด้าย การเก็บดูแลรักษา เมื่อใช้เสร็จแล้วจึงควรเก็บใส่กล่องเครื่องมือ หรือตู้อุปกรณ์ ให้เรียบร้อย


32 ภาพประกอบที่ ๖๑ ที่สนเข็ม ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๔.๖ ด้ายเนา การใช้งาน ใช้สำหรับเนาเพื่อการลองตัวด้ายเนาจะมีความเปื่อย ซึ่งง่ายต่อการเลาะออก เมื่อเย็บตะเข็บ การเก็บดูแลรักษา ก่อนการเก็บหลอดด้ายควรนำปลายด้ายสอดไว้ในรอยบากหรือที่เก็บ ด้าย ถ้าหลอดด้ายแบบไม่มีรอยบาก ใช้เทปใสปิดปลายด้ายให้ติดกับหลอดด้าย ควรเก็บด้ายในกล่องอุปกรณ์ การตัดเย็บหรือในลิ้นชักจักร ภาพประกอบที่ ๖๒ ด้ายเนา ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๔.๗ ด้ายเย็บ การใช้งาน ใช้เย็บผ้า เย็บประกอบชิ้นส่วนของเสื้อผ้า งานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ให้ติดกัน ควรเลือกสีด้ายให้เหมาะกับผ้า ด้ายใช้เย็บผ้าทั่ว ๆ ไป คือเบอร์ 60 การเก็บดูแลรักษา ก่อนการเก็บหลอดด้ายควรนำปลายด้ายสอดไว้ในรอยบากหรือที่เก็บด้าย ถ้าหลอดด้ายแบบไม่มีรอยบากใช้เทปใสปิดปลายด้ายให้ติดกับหลอดด้าย ควรเก็บด้ายในกล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ หรือในลิ้นชักจักร


33 ภาพประกอบที่ ๖๓ ด้ายเย็บ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๕ จักรเย็บผ้า จักรเย็บผ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพงที่สุดและสำคัญที่สุด มีหลายชนิด ได้แก่ จักรเย็บผ้า ธรรมดาจักรเย็บผ้าแบบกระเป๋าหิ้ว จักรอุตสาหกรรม เป็นต้นซึ่งมีโครงสร้างหลักคล้ายๆกัน ผู้เป็นช่างต้องศึกษา คู่มือแนะนำการใช้จักร ให้เข้าใจ รู้เทคนิคและมีทักษะในการใช้งาน การดูแลรักษาเป็นอย่างดี เพื่อให้จักรใช้งาน ได้สมบูรณ์และยาวนาน ส่งผลให้การเย็บ มีคุณภาพงานที่ดี ๓.๕.๑ จักรเย็บผ้าแบบธรรมดา การใช้งาน ใช้เย็บเดินแนวตะเข็บที่เป็นเส้นตรงธรรมดา และยังนำมาใช้ในการ ปักจักรได้ อีก โดยใช้วิธีการร่อนสะดึงในการปักจักร การดูแลรักษา ศึกษาจากคู่มือการใช้งาน หลังจากใช้งานควรปัดฝุ่นทำความสะอาดและ หยอดน้ำมันสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันสนิม ภาพประกอบที่ ๖๔ จักรเย็บผ้าแบบธรรมดา ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๕.๒ จักรเย็บผ้าแบบกระเป๋าหิ้ว การใช้งาน จักรเย็บผ้ากระเป๋าพัฒนามาจากจักรเย็บผ้าแบบธรรมดา แต่เพิ่มลวดลาย ขึ้นมาใช้ในการตกแต่งเสื้อผ้า เย็บตะเข็บกันลุ้ยริมผ้าได้ ทำแนวรังดุม และสามารถติดเม็ดดุมได้ ส่วนแนว ตะเข็บเส้นตรงธรรมดายังมีอยู่ และมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นให้มีระบบการทำงานแบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้เป็นช่าง จะต้องศึกษาจากคู่มือการใช้จักรในแต่ละรุ่นที่ตนเองใช้ การดูแลรักษาศึกษาจากคู่มือการใช้งาน หลังจากใช้งานควรปัดฝุ่นทำความสะอาดและหยอด น้ำมันสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันสนิม


34 ภาพประกอบที่ ๖๕ จักรเย็บผ้า ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๕.๓ จักรอุตสาหกรรมเข็มเดี่ยว การใช้งาน ใช้เย็บเดินแนวตะเข็บที่เป็นเส้นตรงธรรมดา การดูแลรักษา ศึกษาจากคู่มือ การใช้งาน หลังจากใช้งานควรปัดฝุ่นทำความสะอาดและ หยอดน้ำมันสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันสนิม ภาพประกอบที่ ๖๖ จักรอุตสาหกรรมเข็มเดี่ยว ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๖ จักรพันริม การใช้งาน จักรพันริมหรือจักรโพ้ง มีหลายประเภท ได้แก่ 1) จักรพันริมธรรมดา 2) จักรพันริมอุตสาหกรรม 3) จักรพันริมกระเป๋าหิ้ว ใช้สำหรับพันริมตะเข็บในการตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้ผ้าลุ้ยและ ทำให้ตะเข็บสวยงาม การดูแลรักษา การใช้งานให้ศึกษาจากคู่มือการใช้งาน หลังจากใช้งานควรปัดฝุ่นทำความสะอาด และหยอดน้ำมันสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันสนิม


35 ๓.๖.๑ จักรพันริมธรรมดา ลักษณะเป็นจักรพันริมชนิด 3 เส้นด้าย จะต้องมีความรู้ ความชำนาญ ทักษะในการใช้งาน การร้อยด้ายให้ถูกต้อง ภาพประกอบที่ ๖๗ จักรพันริมธรรมดา ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๖.๒ จักรพันริมอุตสาหกรรม จักรพันริมอุตสาหกรรมมี 3 ประเภท มีประโยชน์ในการงานแตกต่างกัน คือ การใช้งาน แบ่งตามประเภทของจักร ดังนี้ (1) จักรพันริม 3 เส้นด้าย ใช้พันริมตะเข็บเสื้อผ้างานเสื้อผ้าสตรีทั่วไป (2) จักรพันริม 4 เส้นด้าย ใช้พันริมตะเข็บผ้ายืด (3) จักรพันริม 5 เส้นด้าย ใช้พันริมเสื้อผ้าในงานอุตสาหกรรม ๓.๖.๓ จักรพันริมกระเป๋าหิ้ว การใช้งาน ใช้พันริมตะเข็บเสื้อผ้างานเสื้อผ้าสตรีทั่วไป จักรพันริมประเภทนี้มีหลายรุ่น หลาย แบบ การใช้งานจะต้องศึกษาวิธีใช้งานจากคู่มือการใช้งาน ข้อควรระวัง จักรพันริมจะมีใบมีด การใช้งานจะต้องระวังอาจตัดผ้าทำให้เกิดความเสียหายได้ ภาพประกอบที่ ๖๘ จักรพันริมกระเป๋าหิ้ว ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563)


36 ๓.๗ อุปกรณ์ที่ใช้ในการรีด เตารีดมี 2 ชนิด คือ เตารีดธรรมดาและเตารีดไอน้ำใช้รีดผ้าหลังจากเย็บตะเข็บเพื่อให้ตะเข็บ เรียบทำให้งานตัดเย็บดูสวยงามประณีตมากขึ้นเพื่อให้ได้เสื้อผ้าที่มีตะเข็บเรียบ ไม่ย่น เตารีดควรมีน้ำหนักเบา สะดวกที่จะยกด้วยมือตั้งความร้อนให้ สูง-ต่ำ ตามต้องการ ๓.๗.๑ เตารีดธรรมดา การใช้งาน ใช้รีดผ้าให้เรียบก่อนเย็บ ในขณะเย็บ เพื่อให้ตะเข็บสวยงามไม่ย่นรั้ง ทำให้ งานดูสวยงามประณีต ก่อนรีดให้ปรับปุ่มที่หน้าปัดเลือกอุณหภูมิให้เหมาะกับผ้า แต่ละชนิด การเก็บดูแลรักษา หลังการใช้ควรงานเลื่อนปุ่มมาที่อุณหภูมิต่ำสุดดึงปลั๊ก ภาพประกอบที่ 6๙ เตารีดธรรมดา ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๗.๒ เตารีดไอน้ำ การใช้งาน ใช้รีดผ้าให้เรียบ ข้อดีคือสามารถสร้างไอน้ำได้ด้วยตัวเอง ไอน้ำจะทำให้ผ้า คลายตัวและรีดผ้าได้ง่ายขึ้น วิธีการใช้ก่อนรีดให้ปรับปุ่มที่หน้าปัดเลือกอุณหภูมิให้เหมาะกับผ้าแต่ละชนิด เตารีดไอน้ำควรทำตามคำแนะนำที่บอกไว้อายุการใช้งานของเตารีดไอน้ำจะทนถ้าใช้น้ำสะอาดหลังการใช้งาน ควรเทน้ำในเตารีดออกให้หมด การเก็บดูแลรักษา หลังการใช้ควรงานเลื่อนปุ่มมาที่อุณหภูมิต่ำสุดดึงปลั๊กออกเทน้ำในเตา รีดออกให้หมด การเก็บดูแลรักษา ควรสวมผ้ารองรีดกันเปื้อนซึ่งสามารถเปลี่ยนได้ง่าย ไม่ควรวางเตารีด บนที่รองรีดโดยตรงหลังการใช้งานควรพับเก็บให้เรียบร้อย


37 ภาพประกอบที่ ๗๐ เตารีดไอน้ำ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563) ๓.๗.๓ ที่รองรีด การใช้งาน ใช้รองรีดในขณะรีด ไม่ควรวางเตารีดไว้บนผ้ารองรีดนานๆเพราะจะทำให้ผ้า รองรีดไหม้ การเก็บดูแลรักษา ควรสวมผ้ารองรีดกันเปื้อนซึ่งสามารถเปลี่ยนได้ง่าย ไม่ควรวางเตารีด บนที่รองรีดโดยตรงหลังการใช้งานควรพับเก็บให้เรียบร้อย ภาพประกอบที่ ๗๑ ที่รองรีด ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563)


38 ๓.๗.๔ กระบอกฉีดน้ำ การใช้งาน ใช้ฉีดน้ำขณะรีดผ้าเพื่อให้ผ้ารีดเรียบง่ายขึ้น การเก็บดูแลรักษา ใช้แล้วควรหมุนปุ่มปิดไว้ป้องกันน้ำซึมออกมา ควรจัดเก็บเข้าทีให้ เรียบร้อย ภาพประกอบที่ ๗๒ กระบอกฉีดน้ำ ที่มา สุทธภา เฟื่องฟูขจร (2563)


39 แบบฝึกเย็บเส้นตรง ชื่อ...............................................................................ชั้น...........................เลขที่....................................... คำชี้แจง ให้ผู้เรียนฝึกเย็บเส้นตรงตามเส้นที่กำหนด


40 แบบฝึกเย็บเส้นโค้ง ชื่อ...............................................................................ชั้น...........................เลขที่....................................... คำชี้แจง ให้ผู้เรียนฝึกเย็บเส้นโค้งตามเส้นที่กำหนด


41 แบบฝึกเย็บเส้นซิกแซก ชื่อ...............................................................................ชั้น...........................เลขที่....................................... คำชี้แจง ให้ผู้เรียนฝึกเย็บเส้นซิกแซ็กตามเส้นที่กำหนด


42 แบบทดสอบ หน่วยที่ ๒ การเตรียม เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว (คะแนนเต็ม 2๐ คะแนน เวลา ๒๐ นาที) ............................................................................................................................................................. ๑. วัสดุ อุปกรณ์ ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าแบ่งได้เป็นกี่ประเภท ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท ๒. ผ้าฝ้ายที่นิยมใช้ในงานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าคือข้อใด ก. ผ้าฝ้ายญี่ปุ่น ข. ผ้าฝ้ายอิตาลี ค. ผ้าฝ้ายผสมไหม ง. ผ้าฝ้ายเนื้อหนา ๓. ผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติจากสัตว์ได้แก่ข้อใด ก. ผ้าฝ้าย ข. ผ้าลินิน ค. ผ้าชีฟอง ง. ผ้าไหม ๔. การดูแลรักษาผ้าลินินข้อใดถูกต้อง ก. ซักด้วยน้ำสบู่อ่อน พรมน้ำก่อนรีด ข. ซักด้วยน้ำยาซักแห้ง พรมน้ำก่อนรีด ค. ซักด้วยผงซักฟอก เก็บด้วยการม้วน ง. ซักด้วยน้ำร้อน เก็บด้วยการม้วน ๕. ต้องการประดิษฐ์ดอกไม้ โบว์ ควรเลือกใช้ผ้าในข้อใด ก. ผ้าลินิน ข. ฝ้าฝ้าย ค. ผ้าซาติน ง. ผ้าปาเต๊ะ ๖. การประดิษฐ์หน้ากากอนามัยจากผ้าควรใช้ผ้าชนิดใด ก. ผ้าซาติน ข. ผ้าชีฟอง ค. ผ้าทอเกาะยอ ง. ผ้าฝ้ายญี่ปุ่น


43 ๗. ซิปชนิดใดมีความหรูหราและแข็งแรงทนทาน ก. ซิปซ่อน ข. ซิปโลหะ ค. ซิปในลอน ง. ซิปพลาสติก ๘. ผ้าทอบ้านสะพานพลามีผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดเด่นคือข้อใด ก. ผ้ามัดย้อม ข. ผ้าบาติก ค. ผ้าทอยกดอก "ลายดอกพลา” ง. ผ้าทอยกดอก "ลายดอกพลา” และผ้าย้อมสีธรรมชาติ ๙. “ควรซักด้วยมือ และไม่ควรขยี้หรือบิดผ้าแรงๆ เพราะจะทำให้ผ้าเสียทรง หากนำผ้าลงน้ำแล้วไม่ควรแช่ไว้ นานโดยเฉพาะผ้าสีสด หลังจากซักเสร็จแล้วควรสลัดผ้าให้คลายตัวและไม่ย่นก่อนนำไปตากเมื่อผ้าแห้งจะทำ ให้รีดผ้าได้ง่ายขึ้น ควรตากในที่ร่มหรือแดดอ่อนๆ เพื่อป้องกันสีซีดเนื่องจากถูกแดดจัด” จากข้อความนี้คือวิธี ดูแลรักษาผ้าชนิดใด ก. ผ้าปาเต๊ะ ข ผ้าชีฟอง ค. ผ้าทอเกาะยอ ง. ผ้าทอบ้านสะพานพลา ๑๐. ผ้าสาลูกาวมีประโยชน์อย่างไรในงานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ก. ช่วยให้ผ้าเรียบ ข. ช่วยให้ผ้าคงรูป ค. ใช้ใส่หมอนหรือตุ๊กตา ง. ช่วยยึดผ้าตัวนอกให้ขึ้นรูป ๑๑. การปักใบไม้และกิ่งก้าน ควรใช้ลูกปัดชนิดใด ก. เลื่อม ข. คริสตัล ค. ปล้องอ้อย ง. ลูกปัดมุก ๑๒. การปักกลีบดอก ควรใช้ลูกปัดชนิดใด ก. เลื่อมโลหะ, คริสตัล ข. เลื่อมโลหะ, ลูกปัดเล็ก ค. เลื่อมชนิดกลม, ปล้องอ้อย ง. เลื่อมชนิดกลมแบน, ลูกปัดรูปหยดน้ำ


44 ๑๓. การตัดผ้าสำหรับงานที่ต้องการความเที่ยงตรงมาก ๆเช่น งานตัดต่อผ้า ควรใช้อุปกรณ์ชนิดใด ก. กรรไกรตัดผ้า ข. กรรไกรซิกแซก ค. คัตเตอร์แบบโรตารี่ ง. กรรไกรเอนกประสงค์ ๑๔. การใช้กรรไกรควรระมัดระวังเรื่องใดมากที่สุด ก. ไม่ใช้กรรไกรตัดลวด ข. ขณะใช้งานควรวางเบาๆ ค. ไม่ตัดวัสดุอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผ้า ง. ไม่ทำให้กรรไกรตกจะทำให้เสียคม ๑๕. อุปกรณ์ในการทำเครื่องหมายในข้อใดที่ต้องใช้คู่กัน ก. ชอล์กสี,ดินสอ ข. ดินสอ, ลูกกลิ้ง ค. ลูกกลิ้ง,กระดาษกดรอย ง. กระดาษกดรอย,กระดาษสร้างแบบ ๑๖. งานสอย เนากระเป๋า งานประดิษฐ์ ควรใช้เข็มมือขนาดใด ก. เบอร์ ๔ ถึง ๖ ข. เบอร์7 ถึง 9 ค. เบอร์๑๐ ถึง ๑๒ ง. เบอร์๑๓ ถึง ๑๕ ๑๗. ต้องการเย็บกระเป๋าผ้ายีนส์ควรใช้เข็มจักรในข้อใด ก. ใช้เข็มจักรที่มีโคนเข็มที่เป็น สีเงิน ข. ใช้เข็มจักรที่มีโคนเข็มที่เป็น สีทอง ค. ใช้เข็มจักรที่มีโคนเข็มที่เป็น สีขาว ง. ใช้เข็มจักรที่มีโคนเข็มที่เป็น สีน้ำเงิน ๑๘. ”จักรเย็บผ้ากระเป๋าพัฒนามาจากจักรเย็บผ้าแบบธรรมดา แต่เพิ่มลวดลายขึ้นมาใช้ในการตกแต่งเสื้อผ้า งานประดิษฐ์ เย็บตะเข็บได้หลากหลาย และมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นให้มีระบบการทำงานแบบคอมพิวเตอร์” คือจักรเย็บผ้าชนิดใด ก. จักรเย็บผ้าธรรมดา ข. จักรพันริมอุตสาหกรรม ค. จักรพันริมกระเป๋าหิ้ว ง. จักรเย็บผ้าแบบกระเป๋าหิ้ว


45 ๑๙. ด้ายเย็บผ้าที่ใช้โดยทั่วไปคือขนาดใด ก. เบอร์ ๓๐ ข. เบอร์ ๔๐ ค. เบอร์ ๕๐ ง. เบอร์ ๖๐ ๒๐. เตารีดมีกี่ชนิด ก. ๒ ชนิด ข. ๓ ชนิด ค. ๔ ชนิด ง. ๕ ชนิด


46 อ้างอิง 1. บุปผชาติ กัลยา ณ สุนทร . (มปป.) . สืบค้นจาก http://mounbumrungsilcloth5.blogspot.com/p/1.html 2. Kurai Muki . การเย็บจักรขั้นพื้นฐาน หนังสือพื้นฐานการตัดเย็บ : ส านักพิมพ์แม่บ้าน สืบค้น จาก http://bookpanich.com/product 3. สาคร ชลสาคร. (2555).วัสดุที่ใช้ตกแต่งและผลิตเสื้อผ้า . ส านักหอสมุดกลาง : มหาวิทยาลัย รามค าแหง 4. จุฑาทิพย์ รัตนะนราพันธ์ . (2554). การตกแต่งเสื้อผ้า : ส านักพิมพ์โอเดียนสโตร์ .


ภาคผนวก


48 เฉลยแบบทดสอบ หน่วยที่ ๒ การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้า ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ๑ ข ๑๑ ค ๒ ก ๑๒ ข ๓ ง ๑๓ ค ๔ ค ๑๔ ง ๕ ค ๑๕ ค ๖ ง ๑๖ ข ๗ ข ๑๗ ง ๘ ง ๑๘ ง ๙ ก ๑๙ ง ๑๐ ข ๒๐ ก


Click to View FlipBook Version