The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chet8000w, 2023-09-01 03:50:37

คู่มือนักเรียน นักศึกษา 2566

ประจำปีการศึกษา 2566

pg. 1


pg. 2 คำนำ “ช่างทุกประเภท เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน เพราะ ตลอดชีวิตเรา เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่าง ๆ ที่มาจากฝีมือของช่างทุกวีทุกวัน ผู้เป็น ช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุก ๆ ฝ่าย ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่าง เจริญก้าวหน้า ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูงให้มีสิ่งใช้สอย ที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ” พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม เป็นสถานศึกษาที่เปิดสอนด้านวิชาช่างอุตสาหกรรมเป็นหลัก เพื่อผลิตแรงงานฝีมือด้านช่างอุตสาหกรรมสู่ตลาดแรงงาน ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และส่งเสริม ให้ผู้เรียนเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน สร้างสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมออกสู่สาธารณชน ให้บริการด้านวิชาชีพ แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี วิทยาลัยฯ ได้รับนักเรียน นักศึกษาใหม่เข้ามาเรียนในทุก สาขาวิชาทุกระดับ ซึ่งนักเรียน นักศึกษาใหม่ได้รับการอบรมเพื่อให้มีความรู้ในการดำรงชีวิตที่ สถานศึกษาและเรียนรู้จนจบหลักสูตร ออกไปประกอบอาชีพได้ โดยวิทยาลัยฯ ได้จัดการ ปฐมนิเทศเป็นเบื้องต้นและได้จัดทำคู่มือนักเรียน นักศึกษาเล่มนี้ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและ ผู้ปกครองศึกษาเพิ่มเติม สำหรับเป็นแนวทางในการศึกษาและทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างที่ศึกษา อยู่ในวิทยาลัยฯ แห่งนี้ วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือนักเรียน นักศึกษาเล่มนี้จะเป็นแนวทาง ให้นักเรียน นักศึกษา ได้เข้าใจหลักสูตรการเรียนการสอน บริบทของสถานศึกษาและการปฏิบัติ ตนเองให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย รักษาแนวปฏิบัติของวิทยาลัยฯ อย่างเคร่งครัด วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม


pg. 3 สารบัญ หน้า ประวัติการก่อตั้งวิทยาลัยเทคนิค 1 การจัดการศึกษา 2 แผนกวิชาที่เปิดสอน 2 แผนภูมิบริหารสถานศึกษา 4 บุคลากรวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ปีงบประมาณ 2566 5 สภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา 10 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการลงทะเบียนรายวิชา 10 การขอผ่อนผันชำระเงินบำรุงการศึกษา 10 เงื่อนไขการลงทะเบียน 10 การเปลี่ยน การเพิ่มรายวิชา และการถอนรายวิชา 11 การพักการเรียน 11 การนับเวลาเรียนเพื่อสิทธิในการสอบสำหรับการเรียนในชั้นเรียน 12 การอนุญาตเลื่อนการประเมิน (สอบ) 12 การโอนผลการเรียน 13 วิธีการประเมินผลการเรียน 14 การตัดสินผลการเรียน 17 การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร 17 การเข้าร่วมกิจกรรม 20 งานนักศึกษาวิชาทหาร 20 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา 23 การประกันอุบัติเหตุ 23 ห้องสมุดและศูนย์วิทยบริการ 25 การใช้รถจักรยานยนต์ของนักเรียน นักศึกษา 26 แนวปฏิบัติในการทำบัตรจอดรถจักรยานยนต์เข้า-ออก วิทยาลัยฯ 26 แนวปฏิบัติในการเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง 27 แนวปฏิบัติในการฝึกงานของนักเรียน นักศึกษา 27 แนวปฏิบัติในการลงทะเบียน 28 แนวปฏิบัติในการขอสอบแก้ศูนย์ “0” ระดับ ปวช. 28


pg. 4 แนวปฏิบัติในการขอสอบแก้ ม.ส. 29 แนวปฏิบัติในการเรียนภาคฤดูร้อน 29 แนวปฏิบัติในการลงทะเบียนเรียนเพิ่ม 29 ระเบียบวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ว่าด้วยเรื่องไว้ทรงผมของนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2566 30 ระเบียบวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ว่าด้วยเครื่องแบบเครื่องแบบของนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2566 32 ระเบียบวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ว่าด้วย หลักเกณฑ์การพิจารณาโทษนักเรียน และนักศึกษา พ.ศ. 2565 35 แผนการเรียนหลักสูตร ปวช. 51 แผนการเรียนหลักสูตร ปวส. 111


pg. 1 ประวัติการก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2481 เดิมชื่อ โรงเรียนช่างไม้นครปฐม ตั้งอยู่บริเวณพระราชวังสนามจันทร์ ทางด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัดนครปฐม เปิดสอน หลักสูตรอาชีวศึกษาชั้นต้น ด้านวิชาช่างไม้ปลูกสร้าง รับนักเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เข้า ศึกษาต่อ 3 ปี พ.ศ. 2490 ได้ย้ายโรงเรียนมาตั้งที่โรงเรียนช่างทอผ้า ของโรงเรียนช่างสตรีนครปฐม บริเวณใกล้วัดไผ่ล้อม ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมในปัจจุบัน พ.ศ. 2497 กรมอาชีวศึกษาได้พิจารณาว่าบริเวณที่ตั้งมีเนื้อที่น้อยมาก ไม่เหมาะแก่การ ขยายการศึกษาในอนาคต จึงได้ย้ายโรงเรียนไปตั้งใหม่ บริเวณแยกสนามจันทร์ (เป็นที่ตั้งของ โรงเรียนสาธิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน) พ.ศ. 2500 กรมอาชีวศึกษาได้มีคำสั่งเปลี่ยนชื่อ โรงเรียนช่างไม้นครปฐม เป็น โรงเรียน การช่างนครปฐม แต่ยังคงเปิดสอน วิชาช่างไม้ปลูกสร้างเพียงแผนกเดียว ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ เป็น แผนกวิชาช่างก่อสร้าง พ.ศ. 2515 ทางราชการต้องการสถานที่บริเวณโรงเรียนการช่างนครปฐม และโรงเรียน เกษตรกรรมนครปฐม ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร และโรงเรียนสาธิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงได้ย้ายโรงเรียนมาตั้งใหม่ ในที่ดินของวัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งในปัจจุบัน โดยเช่าที่วัดเป็นรายปี พ.ศ. 2519 กรมอาชีวศึกษาได้มีคำสั่งให้ โรงเรียนการช่างนครปฐมยุบรวมกับโรงเรียน การช่างสตรีนครปฐม แต่ยังคงแยกกันอยู่และให้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม โดยโรงเรียนการช่างให้วงเล็บต่อท้ายว่า วิทยาเขต 1 และโรงเรียนการช่างสตรีให้ต่อท้ายว่า วิทยาเขต 2 พ.ศ. 2522 กรมอาชีวศึกษา ได้มีคำสั่งให้ทั้งสองวิทยาเขตแยกออกจากกัน โดยตั้งเป็น วิทยาลัย วิทยาเขต 1 ให้เปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม วิทยาเขต 2 ให้เปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ดังเช่นในปัจจุบัน


pg. 2 การจัดการศึกษา วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม จัดการศึกษา ดังนี้ 1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า ใช้เวลาศึกษาตลอกหลักสูตรประมาณ 3 ปี 2. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ใช้เวลาศึกษาตลอดหลักสูตรประมาร 2 ปี 3. หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (ปริญญาตรี) สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า (ต่อเนื่อง) รับผู้สำเร็จ การศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ใช้เวลาศึกษาตลอดหลักสูตรประมาณ 2 ปี แผนกวิชาที่เปิดสอน 1. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 1. แผนกวิชาช่างยนต์ 1.1 สาขางานยานยนต์ 2. แผนกวิชาช่างกลโรงงาน 2.1 สาขางานเครื่องมือกล 3. สาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะ 3.1 สาขางานโครงสร้าง 4. แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง 4.1 สาขางานไฟฟ้ากำลัง 5. แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ 5.1 สาขางานอิเล็กทรอนิกส์ 6. แผนกวิชาช่างก่อสร้าง 6.1 สาขางานก่อสร้าง 7. แผนกวิชาสถาปัตยกรรม 7.1 สาขางานสถาปัตยกรรม 8 แผนกวิชาช่างซ่อมบำรุง 8.1 สาขางานซ่อมบำรุงอุตสาหกรรม 9. แผนกวิชาเทคนิคคอมพิวเตอร์ 9.1 สาขางานเทคนิคคอมพิวเตอร์


pg. 3 2. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาอุตสาหกรรม 1. สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล 1.1 สาขางานเทคนิคยานยนต์ 1.2 สาขางานเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า 2. สาขาวิชาเทคนิคการผลิต 2.1 สาขางานเครื่องมือกล 3. สาขาวิชาเทคนิคโลหะ 3.1 สาขางานเทคโนโลยีงานเชื่อมโครงสร้างโลหะ 4. สาขาวิชาไฟฟ้า 4.1 สาขางานไฟฟ้ากำลัง 5. สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ 5.1 สาขางานอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม 6. สาขาวิชาช่างก่อสร้าง 6.1 สาขางานก่อสร้าง 7. สาขาวิชาเทคนิคสถาปัตยกรรม 7.1 สาขางานเทคนิคสถาปัตยกรรม 8. สาขาวิชาเทคนิคอุตสาหกรรม 8.1 สาขางานเทคโนโลยีวิศวกรรมซ่อมบำรุงอุตสาหกรรม 9. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 9.1 สาขางานนักพัฒนาระบบสมองกลฝังตัวและไอโอที


pg. 4


4


pg. 5 บุคลากรวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ปีงบประมาณ 2566 ข้าราชการครู ที่ ชื่อ – สกุล ตำแหน่ง วุฒิการศึกษา/วิชาเอก ผู้บริหารสถานศึกษา 1 ว่าที่ ร.ต.ชนะคมศร คงยืน ผู้อำนวยการ ศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (การบริหาร การศึกษา 2 นายฉัตรชัย โภคา รองผู้อำนวยการ ค.อ.ม.บริหารการศึกษา 3 นายณัฐดนัย คงเพชรศักดิ์ รองผู้อำนวยการ พุทธศาสตร์มหาบัณฑิต: การบริหาร การศึกษา 4 นางสาวจุฑามาส ศรีทองคำ รองผู้อำนวยการ บธ.ม.การจัดการทั่วไป 5 นายจีรทีปต์ ณ ลำปาง รองผู้อำนวยการ ศษ.ม.การบริหารการศึกษา ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต (การบริหารการศึกษา) 1. แผนกวิชาสามัญสัมพันธ์ 6 นายธีระพล ฤทธิ์เปี่ยม ครู คบ.พลศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ 7 นางฐาปนีย์ มหารัตนวงศ์ ครู ค.อ.ม.บริหารการศึกษา 8 นางสาวณัฐทิตา ภูเลี่ยมคำ ครูผู้ช่วย ศศ.บ.ภาษาอังกฤษสื่อสารสากล 9 นางสาวพัชรินทร์ จุเฉย ครูผู้ช่วย คบ.คณิตศาสตร์ 10 นายศราวุฒิ ท่าเลิศ ครูผู้ช่วย คบ.ชีววิทยา 11 นางสาวพิมพ์สมร บุญฤทธิ์ ครูผู้ช่วย น.บ.นิติศาสตร์บัณฑิต 12 นายชาญวิทย์ ภูผา ครูผู้ช่วย คบ.ภาษาไทย 2. แผนกวิชาช่างก่อสร้าง 13 นายจักรพันธุ์ แก้วกัญหา ครู วศ.ม.การจัดการงานวิศวกรรม 14 นายอพิรุฬห์ แกล้วกล้า ครู ค.บ.อุตสาหกรรมศิลป์ 15 นายพชร จตุรกูล ครูผู้ช่วย วศ.บ.วิศวกรรมโยธา 16 นายจตุพล หงษ์แก้ว ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมโยธา 17 นายศิริทรัพย์ สุราทิพย์ ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมโยธา 3. แผนกวิชาสถาปัตยกรรม 18 นางสาววรัญญพัชร พงษ์หนองโน ครูผู้ช่วย สถ.บ.เทคโนโลยีสถาปัตยกรรม


pg. 6 ที่ ชื่อ – สกุล ตำแหน่ง วุฒิการศึกษา/วิชาเอก 19 นายภูมิพงษ์ วงศ์สุวรรณ ครู คม.หลักสูตรและการสอน 20 นายวันเฉลิมชัย พลนวพัฒน์ ครูผู้ช่วย ศ.ษ.ม.การบริหารการศึกษา 21 นายปณิธาน บุตรแก้ว ครูผู้ช่วย สถ.ม.เทคโนโลยีอาคาร 22 นายกิตติธัช บุญรัมย์ ครูผู้ช่วย สถ.ม.เทคโยโลยีสถาปัตยกรรม 4. แผนกวิชาช่างยนต์ 23 นายทศพร นามพุก ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมเครื่องกล 24 นายขจรศักดิ์ ธัญเมธารัตน์ ครู ค.บ.อุตสาหกรรมศิลป์ 25 นายประดิษฐ์ เลิศโพธาวัฒนา ครู ค.อ.ม.เครื่องกล 26 นายณัฐ เกิดสุขผล ครู ค.อ.ม.หลักสูตรและการสอนอาชีวศึกษา 27 นายสำรวย วรพิน ครู ค.อ.ม.เครื่องกล 28 นายจักรพันธ์ โทสิทธิ์ ครู ค.อ.ม.เครื่องกล 29 นายวีรศักดิ์ สุวรรณประภา ครู ค.อ.ม.เทคโนโลยีการจัดการพลังงาน 30 นายสาโรช พันธุ์ตุ้ม ครู ค.อ.บ.วิศวกรรมเครื่องกล 31 นายธรรมนูญ ล้ำเลิศ ครู อส.บ.เทคโนโลยีเครื่องต้นกำลัง 32 นายสมศักดิ์ สกุลรัตนกุลชัย ครู ปทส.เทคนิคช่างยนต์ 33 นายหัสชัย ชัยหา ครู ค.อ.บ.วิศวกรรมเครื่องกล 34 นายวริทธิ ลัคนาโฆษิต ครูผู้ช่วย วศ.บ.วิศวกรรมเครื่องกล 35 นางสาววัลลภา ใจดี ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมเครื่องกล 36 นายนิคม ประทุมมาศ ครูผู้ช่วย ค.อ.ม.เครื่องกล 5. แผนกวิชาช่างกลโรงงาน 37 นายวุฒิชัย ใจมิภักดิ์ ครูผู้ช่วย วศ.ม.วิศวกรรมเครื่องกล 38 นายศุภชัย ชิณศรี ครู คม.หลักสูตรและการสอน 39 นายคนิฐ กิตติไชยากุล ครู อ.ส.บ.เทคโนโลยีเครื่องกล 40 นายพงษ์สนิท แสงจินดา ครู ค.อ.บ.วิศวกรรมอุตสาหการ 41 นายวรพงศ์ มนูญธรรมพร ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมอุตสาหการ 42 นายชยพล ศรีดีเอี่ยม ครูผู้ช่วย อส.บ.วิศวกรรมเครื่องกล


pg. 7 6. สาขาวิชาช่างซ่อมบำรุง 43 นายนพพันธุ์ แก้วเพชร ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมอุตสาหการ 44 นายดำรงค์ พลเสน ครู วท.บ.เทคโนโลยีเครื่องกล 7. แผนกวิชาเทคนิคพื้นฐาน 45 นายธันยธรณ์ อุ่นศิริ ครู ค.อ.บ.วิศวกรรมอุตสาหการ 46 นายฤกษ์ฤทธิ์ จันทุดม ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมอุตสาหการ 47 นายวิชิต ประทีปเกาะ ครู ปทส.เครื่องมือกล 48 นายสถาพร วรรณวงศ์กา ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมอุตสาหการ 8. แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง 49 นายสืบสกุล เสมอเหมือน ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมไฟฟ้า 50 นายฤกษ์ชัย ศรีสมบัติ ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้า 51 นายกฤตนัน จั่นรัด ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้า 52 นายสมคิด จุติยนต์ ครู วศ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้า 53 นายคมสัน กลางแท่น ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้า 54 นายพลกฤษณ์ หนูทองพูล ครู วศ.ม.เทคโนโลยีพลังงาน 55 นางสาวกุสุมา สิบแม่แต่ ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้า 56 นายประสงค์ พูลเพิ่มพันธ์ ครู ค.อ.บ.วิศวกรรมไฟฟ้า 57 นางสาวนฤมล เหรียญทองวัฒนา ครู ค.อ.บ.วิศวกรรมไฟฟ้า 58 นางสาววรางคณา จันทารักษ์ ครู ค.อ.บ.ไฟฟ้ากำลัง 59 นางสาวทัดดาว ชื่นด้วง ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมไฟฟ้า 60 นางสาวรัตนาภรณ์ ลาภเพิ่มพูลยิ่ง ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมไฟฟ้า 61 นายศรัญญู ส่งเจริญทรัพย์ ครูผู้ช่วย วศ.ม.เทคโนโลยีพลังงาน 62 นางสาววายุรี พรมสุรินทร์ ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมไฟฟ้า 63 นางสาวปัณณิกา โขขัด ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมไฟฟ้า 64 9. แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ นายวิโรจน์ ศิริประเสริฐสุข ครู ปทส.ครูเทคนิคไฟฟ้าสื่อสาร 65 นายมนต์ชัย ตั้งพรโชติช่วง ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง


pg. 8 66 นายเรืองแสง ทองสุขแสงเจริญ ครู ศษ.ม.สิ่งแวดล้อมศึกษา 67 นายจารุวัฒน์ อินทรบำรุง ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้า 68 นายพิเชษฐ์ รอดคลองตัน ครูผู้ช่วย วศ.บ.วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 69 นายภูเบศร์ แสนสิทธิ์ ครูผู้ช่วย อส.บ.วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 70 นายพุฒิพนธ์ ศรีจันทร์ธนัต ครูผู้ช่วย วศ.บ.วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 71 10. แผนกวิชาเทคนิคคอมพิวเตอร์ นายสิทธิชัย แก้วแววน้อย ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร 72 นายวิบูลย์ ชิโนเรศโยธิน ครู วท.บ.อิเล็กทรอนิกส์ 73 นายมนต์ชัย พงศกรนฤวงษ์ ครู ศษ.ม.หลักสูตรและการนิเทศปรัชญาดุษฎี บัณฑิตหลักสูตรและการสอน 74 นายณัฐกฤษณ์ แสนละเอียด ครู ค.อ.ม.คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ 75 11. แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ นายศรราม ราชรินทร์ ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมอุตสาหการเชื่อมประสาน 76 นายปราโมทย์ พันธ์สว่าง ครู ปทส.เชื่อมและประสาน 77 นายชิงชัย จันทรเสนา ครู ค.อ.ม.วิศวกรรมเครื่องกล 78 นายวิรัตน์ เพ็ชประดิษฐ ครู ปทส.เชื่อมและประสาน 79 นายพสุรัตน์ พงสา ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมอุตสาหการ 80 12. แผนกวิชาเมคคาทรอนิกส์และ หุ่นยน์ นายฐิติวัสส์ อริยเจริญดำรงค์ ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.เมคคาทรอนิกส์ 81 นางสาวรัตนาพร แก้วขาว ครูผู้ช่วย ค.อ.บ.วิศวกรรมโทรคมนาคม 82 นายสมคิด ลำพาย ครูผู้ช่วย ค.อ.ม.วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร


pg. 9 ครูพิเศษสอน ที่ ชื่อ – สกุล สอนประจำแผนกวิชา วิชาเอก 1 นายพนม คำเครือสายญาติ ช่างไฟฟ้ากำลัง วศ.บ.วิศวกรรมไฟฟ้า 2 นายธีรัช ใจดี ช่างยนต์ ค.อ.บ.ครุศาสตร์อุสาหกรรมบัณฑิต 3 นางสาวดาวประกาย อ่อนสด ช่างเชื่อมโลหะ ค.อ.บ.วิศวกรรมอุตสาหการ 4 นายกฤษดา บุญพามี ช่างกลโรงงาน ค.อ.บ.วิศวกรรมอุตสาหการ 5 นางสาวสุรีพร ภมรพล สามัญสัมพันธ์ ค.บ.ภาษาอังกฤษ 6 นางสาวศศิชา สิงห์โต สามัญสัมพันธ์ ศศ.บ.ภาษาอังกฤษ 7 นางสาวสาวิตรี สวัสดี สามัญสัมพันธ์ ค.บ.วิทยาศาสตร์ 8 นางสาวบงกช เอมทอง สามัญสัมพันธ์ ค.บ.สังคมศึกษา 9 นายปิยะฉัตร์ สุดใจ เทคนิคคอมพิวเตอร์ ป.ตรี เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม 10 นายทินกร มโนภิรมย์กุล เทคนิคคอมพิวเตอร์ ค.บ.คอมพิวเตอร์การศึกษา


pg. 10 สภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา 1. การเป็นนักเรียน นักศึกษา 1.1 ต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน นักศึกษาด้วยตนเองพร้อมผู้ปกครองให้คำรับรองและมอบตัวตาม วัน เวลาที่กำหนด พร้อมชำระเงินตามระเบียบ (นักเรียน นักศึกษาระบบทวิภาคีต้องให้ผู้ปกครองมาให้คำ รับรองและทำสัญญาฝึกอาชีพกับสถานประกอบการ) 1.2 ต้องมีบัตรประจำตัวนักเรียน นักศึกษา และสามารถเรียกตรวจสอบได้ 1.3 ต้องมีครูที่ปรึกษา 2. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการลงทะเบียนรายวิชา 2.1 ต้องให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียน (ตามวันที่สถานศึกษากำหนด) 2.2 ต้องได้รับความเห็นชอบจากครูที่ปรึกษา หรือผู้ควบคุมการฝึก (ระบบทวิภาคี) 2.3 ต้องมาลงทะเบียนด้วยตนเอง ถ้าจะให้ผู้อื่นลงทะเบียนแทนให้พิจารณาเป็นราย ๆ ไป 2.4 ต้องชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามระเบียบ 2.5 นักเรียน นักศึกษาจะลงทะเบียนหลังวันที่กำหนดไว้ในข้อ 2.1 ได้ตามวันที่สถานศึกษากำหนดให้ ลงทะเบียนล่าช้า โดยต้องเสียเงินค่าปรับตามระเบียบ 3. การขอผ่อนชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา 3.1 ขอผ่อนผันชำระได้เฉพาะค่าลงทะเบียนรายวิชา ให้ผู้ปกครองยื่นคำร้องต่อหัวหน้าสถานศึกษา อนุญาตเป็นราย ๆ ไป 3.2 ผ่อนชำระได้ 2 งวด งวดสุดท้ายต้องชำระก่อนวันสอบปลายภาค เพื่อสิทธิในการเข้าสอบ 4. เงื่อนไขการลงทะเบียน 4.1 การลงทะเบียนรายวิชาต้องได้รับความเห็นขอบจากครูที่ปรึกษา 4.2 นักศึกษาต้องลงทะเบียนรายวิชาด้วยตนเอง ตามวันและเวลาที่สถานศึกษากำหนด พร้อมทั้ง ชำระเงินค่าลงทะเบียนรายวิชาและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่สถานศึกษากำหนด ในกรณีที่นักศึกษาไม่สามารถลงทะเบียนรายวิชาด้วยตนเองได้ จะมอบหมายให้ผู้อื่นมา ลงทะเบียนแทน ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาเป็นราย ๆ ไป นักศึกษาที่ประสงค์ขอผ่อนผันการชำระเงินค่าลงทะเบียนรายวิชา ให้หัวหน้าสถานศึกษา พิจารณาอนุญาตเป็นราย ๆ ไป ทั้งนี้ ต้องชำระให้เสร็จสิ้นก่อนวันเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน


pg. 11 4.3 นักศึกษาลงทะเบียนรายวิชาได้ไม่เกินภาคเรียนละ 22 หน่วยกิต สำหรับการเรียนแบบเต็มเวลา และได้ไม่ เกินภาคเรียนละ 12 หน่วยกิต สำหรับการเรียนแบบไม่เต็มเวลา ส่วนการลงทะเบียนรายวิชาในภาคเรียนฤดู ร้อน ให้ลงทะเบียนได้ไม่เกิน 12 หน่วยกิต เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าสถานศึกษา 4.4 ถ้าไม่ได้ลงทะเบียนภายในเวลาที่กำหนดหากต้องการรักษาสภาพนักเรียน นักศึกษาไว้ต้องติดต่อ ลาพักการเรียนภายใน 15 วัน นับจากวันปิดการลงทะเบียน พร้อมชำระเงินค่ารักษาสภาพนักเรียน นักศึกษา ยกเว้นได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว (ยื่นคำร้องผ่านงานทะเบียน) 5. การเปลี่ยน การเพิ่มรายวิชา และการถอนรายวิชา 5.1 การเปลี่ยน การเพิ่มรายวิชา 5.1.1 ต้องกระทำภายใน 15 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนปกติ หรือภายใน 15 วัน นับแต่วัน เปิดภาคฤดูร้อน (ยื่นคำร้องผ่านงานทะเบียน) 5.1.2 ครูผู้สอนและหรือครูฝึกและครูที่ปรึกษาและหรือผู้ควบคุมการฝึกเห็นชอบ 5.2 การถอนรายวิชา 5.2.1 ต้องกระทำภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนปกติ หรือภายใน 10 วัน นับแต่วัน เปิดภาคเรียนฤดูร้อน (ยื่นคำร้องผ่านงานทะเบียน) 5.2.2 ครูผู้สอนและหรือครูฝึกและครูที่ปรึกษาและหรือผู้ควบคุมการฝึกเห็นชอบ 5.2.3 การถอนรายวิชาหลังกำหนดในข้อ 5.2.1 สามารถทำได้ถ้าสถานศึกษาอนุญาต เพราะ เหตุผลสมควร 5.2.4 ถ้าถอนในกำหนด ข้อ 5.2.1 หรือได้รับอนุญาตตามข้อ 5.2.3 ให้ระดับผลการเรียน “ถ.น.” ถ้าถอนหลังกำหนด ข้อ 5.2.1 ให้ระดับผลการเรียน “ถ.ล.” 6. การพักการเรียน 6.1 การลาพักการเรียน 6.1.1 กรณีที่ขอพักการเรียนได้ 1) ได้รับทุนการศึกษาให้ไปศึกษาหรือดูงาน หรือเป็นตัวแทนของสถานศึกษา หรือ สถานประกอบการในการเข้าร่วมประชุมหรือกรณีอื่น ๆ อันควรแก่การส่งเสริม 2) เจ็บป่วยต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน โดยมีคำรับรองของแพทย์ปริญญา 3) กรณีลาพักเพื่อรับราชการทหารกองประจำการให้ลาพักได้จนกว่าจะได้รับการนำ ปลด 4) เหตุจำเป็นอย่างอื่นตามที่สถานศึกษาและสถานประกอบการจะพิจารณา เห็นสมควร


pg. 12 6.1.2 วิธีการ 1) ยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมหลักฐานประกอบ (ผ่านงานทะเบียน) โดยมี ผู้ปกครอง (ผู้บรรลุนิติภาวะจะมีหรือไม่มีก็ได้) 2) ต้องชำระเงินค่ารักษาสภาพนักเรียน นักศึกษา (งานการเงิน) แต่ถ้าได้ชำระค่า ธรรมเนียนสำหรับภาคเรียนนั้นแล้ว ไม่ต้องชำระเงินค่ารักษาสภาพนักเรียน นักศึกษาสำหรับภาคเรียนนั้น 6.1.3 ข้อกำหนด 1) ต้องให้สถานศึกษาอนุญาตก่อนจึงจะพักการเรียนได้ มิฉะนั้นจะถือว่าขาดเรียน เว้นแต่เหตุสุดวิสัยเมื่อสถานศึกษาอนุญาตแล้วให้ทำหลักฐานแจ้งผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษร 2) เมื่อครบกำหนดลาพัก นักเรียน นักศึกษาต้องยื่นคำร้องขอกลับเข้าเรียน (ผ่าน งานทะเบียน) พร้อมหลักฐานการอนุญาตภายใน 15 วัน นับแต่วันครบกำหนด เมื่อได้รับอนุญาตจึงกลับเข้า เรียนได้ หากพ้นกำหนดถือว่าพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา เว้นแต่เหตุสุดวิสัย 7. การนับเวลาเรียนเพื่อสิทธิในการสอบสำหรับการเรียนในชั้นเรียน 7.1 ข้อกำหนด 7.1.1 ต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเปิดเรียนเต็ม สำหรับรายวิชานั้น จึงจะมี สิทธิเข้าสอบ ยกเว้นเหตุจำเป็นอันสุดวิสัยให้สถานศึกษาพิจารณาผ่อนผันเป็นราย ๆ ไป 7.1.2 เวลาเปิดเรียนเต็มปกติ ภาคเรียนละ 18 สัปดาห์ 7.2 การนับเวลาเรียนในกรณีพิเศษ 7.2.1 ถ้ามีการย้ายสถานศึกษาระหว่างภาคเรียน ให้นำเวลาทั้งสองแห่งมารวมกัน 7.2.2 ถ้ามีการลาออกแล้วได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียนใหม่ในภาคเรียนเดียวกัน ให้นับเวลา เรียนที่เรียนมาแล้วรวมกัน 7.2.3 ถ้ามีการลาพักการเรียนหรือถูกสั่งพักการเรียนในระหว่างภาคเรียนให้นับเวลาเรียน ก่อนและหลังลาพักหรือถูกสั่งพักมารวมกัน 7.2.4 รายวิชาที่มีผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ให้นับเวลาเรียนรวมกัน 7.2.5 ถ้ามีการเปลี่ยนหรือเพิ่มรายวิชา ให้นับเวลาเรียนตั้งแต่เริ่มเรียนรายวิชาใหม่ 8. การอนุญาตเลื่อนการประเมิน (สอบ) 8.1 กรณีที่ขอเลื่อนสอบได้ 8.1.1 ประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยระหว่างสอบหรือก่อนสอบ 8.1.2 ถูกควบคุมตัวโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย 8.1.3 เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม หรือกิจกรรมอื่น โดยสถานศึกษายินยอม


pg. 13 8.1.4 สถานศึกษาพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างแท้จริง 8.2 ระยะเวลา ไม่เกินกำหนดวันสอบปลายภาคเรียนถัดไป 8.3 วิธีการ 8.3.1 ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานก่อนการสอบอย่างน้อย 3 วัน ถ้าทำไม่ได้ให้สถานศึกษา พิจารณาเป็นราย ๆ ไป 8.3.2 การอนุญาต จะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร มอบให้นักเรียน นักศึกษาทราบ โดย กำหนดวันสอบไว้ด้วย (ถ้าสามารถทำได้) 8.4 การเข้าสอบ 8.4.1 ให้นักเรียน นักศึกษาเข้าสอบตามวันที่สถานศึกษากำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตให้เลื่อน การสอบ 8.4.2 ถ้าไม่มีการกำหนดวันสอบไว้ในหนังสืออนุญาตให้เลื่อนสอบให้นักเรียน นักศึกษายื่นคำ ร้องเพื่อขอเข้าสอบ พร้อมหลักฐานการอนุญาตให้เลื่อนการสอบ 8.4.3 กรณีถูกควบคุมตัวโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายจะให้สอบได้ เมื่อมีการตัดสอน แล้วว่าไม่มีความผิด หรือเป็นความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือเป็นความผิดลหุโทษ หรือให้ประกันทัณฑ์บน ไว้ หรือรอการลงโทษ 8.5 การตัดสินผล 8.5.1 เช่นเดียวกับการตัดสินผลการเรียนในกรณีปกติ 8.5.2 ถ้าไม่ได้เข้าสอบภายในวันกำหนดสอบปลายภาคถัดไป ให้ถือว่าขาดสอบ และให้ สถานศึกษาทำการประเมินตัดสินผลการเรียน 1) ถ้าเป็นการสอบปลายภาค ให้ระดับผลการเรียน เป็น ม.ท. 2) ถ้าเป็นการสอบย่อย ได้คะแนน 0 ในครั้งนั้น 9. การโอนผลการเรียน หลักสูตรเดียวกัน ปวช. 2562 และ ปวส. 2563 1. รับโอนผลการเรียนทุกรายวิชา (นอกจากรายวิชาที่มีผลการเรียนต่ำกว่า 2.00) 2. รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ำกว่า 2.00 จะรับโอนหรือทำการทดสอบใหม่ก็ได้ โดยขออนุญาต วิทยาลัยฯ เป็นราย ๆ ไป 3. ในรายวิชาที่รับโอน วิทยาลัยฯ สามารถทำการสอบใหม่อีกก็ได้ ผลการทดสอบให้เป็นไปตามที่ได้ จากการประเมิน แต่ต้องไม่สูงไปกว่าเดิม 4. ต้องลงทะเบียนรายวิชาในสถานศึกษาแห่งหลังสุดไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน


pg. 14 5. สำหรับนักเรียน (ปวช.) ที่ย้ายสถานศึกษามีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ (ตก) ในรายวิชาใด แล้วยังไม่ได้สอบแก้ตัวให้สถานศึกษาเดิมดำเนินการสอบแก้ตัว หากมีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย ให้สถานศึกษาที่ รับเข้าเรียนพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ว่าควรสอบแก้ตัวให้หรือไม่ 10. วิธีการประเมินผลการเรียน 10.1 ให้ประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชาตามสภาพจริงต่อเนื่องตลอดภาคเรียนทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์จากกิจกรรมการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติและงานที่ มอบหมายรวมทั้งการวัดผลปลายภาคเรียน ซึ่งครอบคลุมจุดประสงค์ สมรรถนะรายวิชาและเนื้อหาวิชาโดย ใช้เครื่องมือและวิธีการหลากหลายตามความเหมาะสม 10.2 ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี้ 4.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม 3.5 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก 3.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี 2.5 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีพอใช้ 2.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์พอใช้ 1.5 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อน 1.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อนมาก 0 หมายถึง ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ (ตก) 10.3 รายวิชาใดที่แสดงระดับผลการเรียนตามข้อ 10.2 ไม่ได้ ให้ใช้ตัวอักษรต่อไปนี้ ข.ร. หมายถึง ขาดเรียน ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาพเรียน เนื่องจากมีเวลาเรียนต่ำ กว่าร้อยละ 80 โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร ข.ป. หมายถึง ขาดการวัดผลปลายภาคเรียน โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มี เหตุผลสมควร ถ.ล. หมายถึง ถอนรายวิชาภายหลังกำหนด โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่มี เหตุผลสมควร ถ.น. หมายถึง ถอนรายวิชาภายในกำหนด ท. หมายถึง ทุจริตในการสอบหรืองานที่มอบหมายให้ทำ ม.ส. หมายถึง ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียนโดยไม่ได้ รับอนุญาตจากหัวหน้าสถานศึกษาหรือไม่ส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาตามกำหนด


pg. 15 ม.ท. หมายถึง ไม่สามารถเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียนทดแทนภายในเวลาที่สถานศึกษากำหนด ผ. หมายถึง ได้เข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนดหรือผลการประเมินผ่าน ม.ผ. หมายถึง ไม่เข้าร่วมกิจกรรม หรือผลการประเมินไม่ผ่าน ม.ก. หมายถึง การเรียนโดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการสำเร็จการศึกษาตาม หลักสูตร และผลการประเมินผ่าน 10.4 ในกรณีต่อไปนี้ให้ระดับผลการเรียนเป็น 0 (ศูนย์) เฉพาะรายวิชา (1) ได้ ข.ร. (2) ได้ ข.ป. (3) ได้ ข.ส. (4) ได้ ถ.ล. (5) ได้ ท. (6) ได้ ม.ท. 10.5 นักศึกษาที่ทำการทุจริต หรือส่อเจตนาทุจริตในการสอบหรืองานที่มอบหมายให้ทำในรายวิชาใด ให้สถานศึกษาพิจารณาดำเนินการดังนี้ (1) ให้ได้คะแนน 0 (ศูนย์) เฉพาะครั้งนั้น หรือ (2) ให้ระดับผลการเรียนเป็น 0 (ศูนย์) หรือ (3) ดำเนินการตาม (2) และตัดคะแนนความประพฤติตามระเบียบว่าด้วย การตัดคะแนน ความประพฤติที่สถานศึกษากำหนดตามความร้ายแรงแล้วแต่กรณี 10.6 การคำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ให้ปฏิบัติดังนี้ (1) ให้นำผลบวกของผลคูณระหว่างจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชากับระดับผลการเรียน หารด้วยผลบวกของจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา คิดทศนิยมสองตำแหน่งไม่ปัดเศษ (2) ให้คำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย จากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตาม ข้อ 10.2 และ ข้อ 10.3 สำหรับรายวิชาที่นักศึกษาเรียนซ้ำ เรียนแทน ให้ใช้ระดับผลการเรียนและนับจำนวนหน่วยกิตตาม ข้อ 10.7 (3) ให้คำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ดังนี้ ก. ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำภาคเรียน คำนวณจากรายวิชาที่ได้ระดับผลการ เรียนเฉพาะในภาคเรียนหนึ่ง ๆ ข. ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม คำนวณจากรายวิชาที่เรียนมาทั้งหมดและได้ระดับ ผลการเรียนตั้งแต่สองภาคเรียนขึ้นไป


pg. 16 10.7 นักศึกษาผู้ใดประสงค์จะเรียนซ้ำรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ำกว่า 2.0 หรือเลือกเรียนรายวิชาอื่น แทน ถ้าเป็นรายวิชาเลือก เพื่อประเมินปรับค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมให้สูงขึ้น ให้สถานศึกษาหรือสถาน ประกอบการดำเนินการให้เรียนซ้ำหรือเรียนแทนภายในเวลาก่อนสำเร็จการศึกษา การเรียนซ้ำรายวิชา ให้นับจำนวนหน่วยกิตสะสมเพียงครั้งเดียว ส่วนการเรียนแทนให้นับ เฉพาะจำนวนหน่วยกิตของรายวิชาที่เรียนแทนเป็นจำนวนหน่วยกิตสะสม การนับจำนวนหน่วยกิตสะสมในกรณีนี้ จะกระทำเมื่อนักศึกษาได้ระดับผลการเรียน ตั้งแต่ 2.0 ขึ้นไปเท่านั้น รายวิชาที่เรียนซ้ำหรือเรียนแทนแล้วได้ระดับผลการเรียน 0 (ศูนย์) ให้ถือระดับผลการเรียน ต่ำกว่า 2.0 ตามเดิม ยกเว้นการได้ระดับผลการเรียน 0 (ศูนย์) ตามข้อ 10.5 (2) หรือ (3) 10.8 กรณีตามข้อ 10.7 การคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ถ้าเป็นรายวิชาที่เรียนซ้ำให้นับจาก หน่วยกิตเป็นตัวหารเพียงครั้งเดียว ส่วนการเรียนรายวิชาอื่นแทนให้นับเฉพาะจำนวนหน่วยกิตของรายวิชาที่ เรียนแทนมาเป็นตัวหาร 10.9 ผู้ที่ได้ ม.ส. เนื่องจากไม่สามารถส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาได้ตาม กำหนดให้นักศึกษาส่งงานนั้นภายใน 10 วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา หากไม่สามารถ ดำเนินการได้ให้สถานศึกษาประเมินผลการเรียนจากคะแนนที่มีอยู่ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่หัวหน้าสถานศึกษา พิจารณาเห็นสมควร ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดการวัดผลปลายภาคเรียนของภาคเรียนถัดไป 10.10 นักศึกษาต้องเข้ารับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ เมื่อนักศึกษาได้ลงทะเบียนรายวิชาครบทุก รายวิชาตามหลักสูตรแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชาหรือตามระยะเวลาที่คณะกรรมการประเมินมาตรฐาน วิชาชีพกำหนด ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด นักศึกษาจะมีหลักสิทธิ์สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรได้ จะต้องเข้ารับการประเมินมาตรฐาน วิชาชีพ และผลการประเมินผ่านเกณฑ์ที่กำหนด 10.11 นักศึกษาต้องเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สถานศึกษาจัดไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อ สัปดาห์ ครบทุกภาคเรียน ตามแผนการเรียนที่สถานศึกษากำหนด โดยมีเวลาเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมไม่น้อย กว่าร้อยละ 60 ของเวลาที่จัดกิจกรรมในแต่ละภาคเรียน เมื่อนักศึกษาได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมครบถ้วนตามเกณฑ์ในภาคเรียนใด ถือว่าประเมินผ่าน ในภาคเรียนนั้น ให้บันทึกชื่อกิจกรรมและตัวอักษร “ผ.” ในระเบียนแสดงผลการเรียน ช่อง “ผลการเรียน” ซึ่งหมายถึง “ผ่าน”


pg. 17 หากนักศึกษาเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ในภาคเรียนใด ให้สถานศึกษา พิจารณามอบงานหรือกิจกรรมในส่วนที่นักศึกษาผู้นั้นไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติ ให้ปฏิบัติให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ สถานศึกษากำหนด เมื่อนักศึกษาดำเนินการครบถ้วนแล้วถือว่าประเมินผ่าน แล้วจังบันทึกชื่อกิจกรรมและ ตัวอักษร “ผ.” ในระเบียนแสดงผลการเรียนของภาคเรียนนั้น ซึ่งหมายถึง “ผ่าน” ถ้านักศึกษาดำเนินการไม่ครบถ้วน ถือว่าประเมินไม่ผ่าน ให้บันทึกชื่อกิจกรรมและตัวอักษร “ม.ผ.” ซึ่งหมายถึง “ไม่ผ่าน” ให้นักศึกษาที่เข้าฝึกอาชีพ หรือฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพในสถานประกอบการ เข้าร่วม ปฏิบัติกิจกรรมที่สถานประกอบการจัด ตามเกณฑ์และข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสถาน ประกอบการ 11. การตัดสินผลการเรียน 11.1 ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา 11.2 รายวิชาที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับ 1 ขึ้นไป ถือว่าประเมินผ่านและให้นับจำนวนหน่วยกิตของ รายวิชานั้น เป็นจำนวนหน่วยกิตสะสม 11.3 เมื่อได้ประเมินผลการเรียนแล้วนักเรียน ระดับ ปวช. ที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ (ตก) ระดับ ศูนย์ (0) ให้รับการประเมินใหม่ได้ 1 ครั้ง (สำหรับนักเรียนระดับ ปวส. ไม่มีการประเมินใหม่) ภายในเวลาที่ สถานศึกษาหรือสถานประกอบการกำหนด ไม่เกิน 10 วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา เว้นแต่มี เหตุจำเป็นอันสุดวิสัย การประเมินใหม่ ให้ระดับผลการเรียนได้ไม่เกิน 1 หากประเมินใหม่ไม่ผ่าน ถ้าเป็น รายวิชาบังคับที่กำหนดให้เรียนในแต่ละประเภทวิชา สาขาวิชาและสาขางาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ถ้าเป็น รายวิชาเลือกจะเรียนซ้ำ หรือเรียนรายวิชาอื่นแทนก็ได้ 11.4 นักเรียน นักศึกษาที่ผลการเรียนระดับ 0 (ศูนย์) ถ้าเป็นรายวิชาบังคับที่กำหนดให้เรียนในแต่ ละประเภทวิชา สาขาวิชาและสาขางานให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ถ้าเป็นรายวิชาเลือกจะเรียนซ้ำหรือเรียน รายวิชาอื่นแทนก็ได้ 12. การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร 12.1 ได้รับวิชาและจำนวนหน่วยกิตสะสมในหมวดวิชาทักษะวิชาชีวิต หมวดวิชาทักษะวิชาชีพ และ หมวดวิชาเลือกเสรี ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชาและตามแผนการ เรียนที่สถานศึกษากำหนด 12.2 ได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำว่า 2.00 12.3 ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ


pg. 18 12.4 ได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรและ “ผ่าน” ทุกภาคเรียน ตามแผนการเรียนที่ สถานศึกษากำหนด 13. การพ้นสภาพและการกลับเข้าเรียนของผู้ที่พ้นสภาพ 13.1 การพ้นสภาพ 13.1.1 การพ้นสภาพไปเอง - สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร - ลาออก - ถึงแก่กรรม 13.1.2 สถานศึกษาสั่งให้พ้นสภาพ 1) ขาดเรียน หรือขาดฝึกอาชีพติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน โดยสถานศึกษาและหรือ สถานประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือมีพฤติกรรมอย่างอื่นที่แสดงว่าไม่มีความ ตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนหรือรับการฝึกอาชีพ 2) ไม่มาติดต่อเพื่อรักษาสภาพนักเรียน นักศึกษา 3) ประพฤติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษา หรือสถานประกอบการหรือ ของทางราชการ หรือประพฤติผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง จนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่สถานศึกษาหรือ ประพฤติตนเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง 4) ต้องโทษคดีอาญา โดยคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่ความผิดลหุ โทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท 5) ขาดพื้นความรู้หรือคุณสมบัติของผู้เข้าเรียน 13.1.3 การพ้นสภาพการเป็นนักเรียน ว่าด้วย การประเมินผลการเรียน (ระดับ ปวช.) 1) เมื่อนักเรียนได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 2 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 40 หน่วย กิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่า ควรให้เรียนต่อไป หรือให้พ้นสภาพนักเรียน 2) เมื่อนักเรียนได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 4 ภาคเรียนหรือไม่น้อยกว่า 75 หน่วย กิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำว่า 1.75 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่า ควรให้เรียนต่อไป หรือให้พ้นสภาพนักเรียน 3) เมื่อนักเรียนได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 6 ภาคเรียนหรือไม่น้อยกว่า 100 หน่วย กิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำว่า 1.90 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่า ควรให้เรียนต่อไป หรือให้พ้นสภาพนักเรียน


pg. 19 4) นักเรียนที่ได้เรียนหรือฝึกอาชีพตามปกติ ประเมินใหม่หรือเรียนซ้ำ หรือเรียนแทนรายวิชาที่ได้ ระดับผลการเรียน 0 (ศูนย์) และระดับผลการเรียนต่ำกว่า 2 หรือเทียบโอนผลการเรียนรู้มาเป็นเวลารวม 8 ภาคเรียนแล้ว แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ ให้สถานศึกษาพิจารณาว่า ควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 6 ปีการศึกษานับตั้งแต่วันขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน โดยไม่นับภาคเรียนที่ลาพักการเรียนหรือถูกสั่งพักการเรียน 13.1.4 การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ว่าด้วย การประเมินผลการเรียน (ระดับ ปวส.) 1) เมื่อนักศึกษาได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 2 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 40 หน่วย กิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำว่า 1.75 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่า ควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักศึกษา 2) เมื่อนักศึกษาได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 4 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 80 หน่วยกิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำว่า 1.90 ให้สถานศึกษา พิจารณาว่า ควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักศึกษา 3) นักเรียนที่ได้เรียนหรือฝึกอาชีพตามปกติ ประเมินใหม่หรือเรียนซ้ำ หรือเรียน แทนรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียน 0 (ศูนย์) และระดับผลการเรียนต่ำกว่า 2 หรือเทียบโอนผลการเรียนรู้มา เป็นเวลารวม 6 ภาคเรียนแล้ว แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ ให้ สถานศึกษาพิจารณาว่า ควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 4 ปีการศึกษานับตั้งแต่วัน ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน โดยไม่นับภาคเรียนที่ลาพักการเรียนหรือถูกสั่งพักการเรียน 13.2 การกลับเข้าเรียน กรณีที่ 1 นักเรียน นักศึกษาที่ลาออก ถูกสั่งให้พ้นสภาพเพราะขาดเรียน พ้นสภาพไม่ ลงทะเบียนรักษาสภาพ ลาพักการเรียนหรือถูกสถานศึกษาสั่งพักการเรียน ให้ยื่นคำร้องขอกลับเข้าเรียนได้ ภายใน 1 ปี นับแต่วันถัดจากวันพ้นสภาพ เมื่อสถานศึกษาอนุญาตจึงให้กลับเข้าเรียนได้ เงื่อนไข 1. ต้องเข้าเรียนในสัปดาห์แรกของภาคเรียน เว้นแต่กลับเข้าเรียนในภาคเดียวกัน 2. ต้องเรียนตามหลักสูตรขณะนั้น 3. นำหน่วยกิตของรายวิชาที่สอบได้ไว้และยังมีอยู่ในหลักสูตรมานับรวมกันได้ กรณีที่ 2 พ้นสภาพเพราะสถานศึกษาให้ออกเนื่องจากประพฤติผิดร้ายแรง เงื่อนไข ต้องพ้นสภาพมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงจะมีสิทธิ์สมัครสอบ


pg. 20 การเข้าร่วมกิจกรรมชมรม กิจกรรมชมรมเป็นกิจกรรมที่นักเรียน นักศึกษาต้องเข้าร่วม ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย การจัดกิจกรรมในสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 2 คาบต่อสัปดาห์ โดยมีเวลาเข้าร่วม กิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาที่จัดกิจกรรมในแต่ละภาคเรียน การเข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นข้อกำหนด ในการตัดสินผลการเรียนว่าจบหลักสูตรหรือไม่ ดังนั้นนักเรียน นักศึกษาทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชมรมใด ชมรมหนึ่งทุกภาคเรียน สถานศึกษาได้เปิดกิจกรรมชมรมเพื่อให้นักเรียน นักศึกษาเลือกลงทะเบียน เข้าร่วม กิจกรรม 10 ชมรม คือ 1. ชมรมวิชาชีพช่างก่อสร้าง 2. ชมรมวิชาชีพช่างยนต์ 3. ชมรมวิชาชีพช่างกลโรงงาน 4. ชมรมวิชาชีพช่างเชื่อมโลหะ 5. ชมรมวิชาชีพช่างไฟฟ้ากำลัง 6. ชมรมวิชาชีพช่างอิเล็กทรอนิกส์ 7. ชมรมวิชาชีพช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล 8. ชมรมวิชาชีพช่างสถาปัตยกรรม 9. ชมรมลูกเสือวิสามัญ 10. ชมรมวิชาชีพช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ การเลือกลงทะเบียนชมรม 1. นักเรียน นักศึกษาต้องลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมชมรมอย่างน้อย 1 ชมรม/ภาคเรียน 2. นักเรียนชั้น ปวช.1 ทุกสาขาวิชาต้องลงทะเบียนชมรมลูกเสือวิสามัญเพียงชมรมเดียวเท่านั้น 3. นักเรียน นักศึกษา ชั้น ปวช.2, ปวช.3, ปวส.1, ปวส.2 สามารถเลือกลงทะเบียนชมรมใดก็ได้ หลักเกณฑ์การผ่านชมรม 1. ต้องลงทะเบียนชมรมทุกภาคเรียนตามวัน เวลาที่สถานศึกษากำหนด 2. เข้าร่วมกิจกรรมที่ลงทะเบียนไว้อย่างน้อยร้อยละ 60 ของเวลาจัดกิจกรรมในแต่ละภาคเรียนและ ผ่านการประเมินตามหลักสูตร 3. หากผลการประเมินกิจกรรมชมรม “ไม่ผ่าน” ต้องลงทะเบียนซ่อมและทำกิจกรรมซ่อมตาม หลักเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด งานนักศึกษาวิชาทหาร นักศึกษาวิชาทหาร หมายถึง บุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงและอยู่ใน ระหว่างการฝึกวิชาทหาร ตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ใช้คำย่อว่า “นศท.” นักศึกษาของ สถานศึกษา ที่มีสิทธิสมัครเข้ารับการฝึกวิชาทหารต้องมีคุณลักษณะ คุณสมบัติ และอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังนี้ 1. คุณลักษณะของผู้สมัครเป็น นศท. ชั้นปีที่ 1


pg. 21 1.1 เป็นชายหรือหญิง มีสัญชาติไทย 1.2 อายุไม่เกิด 22 ปีบริบูรณ์ นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร สำหรับผู้ที่ยังไม่ บรรลุนิติภาวะต้องได้รับความยินยอมจาก บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง 1.3 ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรค ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามกฎหมายว่าด้วย การรับราชการทหาร พ.ศ. 2479 1.4 ไม่เป็นบุคคล ซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้เฉพาะท้องที่ ตามกฎหมายที่ออกตามความ ในมาตรา 13(3) แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2597 1.5 มีความประพฤติเรียบร้อย 1.6 ไม่เป็นทหารประจำการ กองประจำการ หรือถูกกำหนดตัวเข้ากองประจำการแล้ว 1.7 มีน้ำหนัก ขนาดรอบตัว ขนาดส่วนสูง ตามส่วนสัมพันธ์ ดังนี้ อายุ / ปี ชาย หญิง ความขยายของอก (ซม.) น้ำหนัก กก. ความสูง ซม. น้ำหนัก กก. ความสูง หายใจเข้า หายใจออก ซม. ไม่เกิน 15 75 72 42 152 41 148 16 76 73 44 154 42 149 17 77 74 46 156 43 150 18 78 75 48 158 44 151 19-22 80 77 50 160 45 152 2. คุณสมบัติของผู้สมัครเป็น นศท. ชั้นปีที่ 1 2.1 กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง เปิดทำการฝึกวิชาทหาร 2.2 สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีผลการศึกษาของ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า ตั้งแต่ 1.0 ขึ้นไป 3. เงื่อนไขบังคับต้องปฏิบัติตามระเบียบ หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง ดังต่อไปนี้ 3.1 ต้องสมัครและรายงานตัวจึงจะเข้ารับการฝึกได้ 3.2 ต้องชำระเงินบำรุงเพื่อส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร 3.3 ต้องไว้ทรงผมตามระเบียบหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง ความยาวด้านหน้าไม่เกิน 7 ซม.


pg. 22 3.4 ต้องแต่งกายตามระเบียบฯ ที่กำหนด 3.5 ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตาม คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ โดยเคร่งครัด 3.6 ผู้สมัครใหม่ชั้นปีที่ 1 (ชาย/หญิง) ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามระเบียบฯ ที่กำหนดดังนี้ ลำดับ การทำสอบ ชาย หญิง จำนวน เวลา จำนวน เวลา 1 ลุก – นั่ง 34 ครั้ง 2 นาที 20 ครั้ง 2 นาที 2 ดันพื้น 22 ครั้ง 2 นาที 10 ครั้ง 2 นาที 3 วิ่ง 800 เมตร 3 นาที 15 วินาที 800 เมตร 5 นาที 4. สถานที่ดำเนินการ กรมการสัตว์ทหารบก ค่ายทองฑีฆายุ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 5. หลักฐานการสมัครเป็น นศท. ชั้นปีที่ 1 5.1 ใบสมัคร ติดรูปถ่าย 3x4 เซนติเมตร (ห้ามใช้รูป 1 นิ้ว) กรอกข้อความให้ครบถ้วน ชัดเจน ผู้ปกครองต้องลงนามให้คำยินยอม ให้เรียบร้อย 5.2 สำเนาทะเบียนบ้านที่ชัดเจน ของผู้สมัคร 1 ฉบับ โดยให้ผู้ปกครองลงนามรับรองสำเนา 5.3 หลักฐานการศึกษา ใบ ปพ.1 และถ่ายสำเนา 1 ฉบับ (ต้องมีผลการเรียนชั้น ม.3 ตั้งแต่ 1.00 ขึ้นไป) 5.4 ใบรับรองแพทย์ ใช้แบบฟอร์มของหน่วยบัญชาการกำลังสำรองกำหนด 6. การชำระเงินบำรุง - ชำระเงินบำรุง 500 บาท - ค่าทำบัตรประจำตัว 30 บาท


pg. 23 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ความหมาย คือ กองทุนที่ให้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ไม่เกินอัตราที่รัฐกำหนด แล้วค่อยผ่อนให้คืน ภายหลัง เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแล้ว เมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่รัฐกำหนด คุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน 1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย 2. มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท ต่อปี 3. มีคุณสมบัติอื่น ๆ ครบถ้วนตามที่กองทุนกำหนด วิธีการขอกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 1. ยื่นผ่านระบบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแบบดิจิทัล (DSL) โดยเข้าไปที่เว็บไซด์ของกองทุนฯ www.studentloan.or.th และเลือกระบบการให้กู้ยืมสำหรับนักเรียน/นักศึกษา (ระบบ DSL) แล้วเลือก ลงทะเบียนของสิทธิ์เข้าใช้งาน จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนในระบบ 2. ยื่นผ่านระบบ กยศ. Connect โดยดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น กยศ. Connect ลงชื่อเข้าใช้งาน แอปพลิเคชั่น กยศ. Connect ด้วยเลขประจำตัวประชาชน จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนในระบบ ผลการอนุมัติการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา กยศ. จะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ หมายเหตุ : นักเรียน นักศึกษา ต้องแสดงความประสงค์ขอกู้ยืมเงินฯ ทุกภาคเรียน การขอรับทุนการศึกษา นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีความประพฤติดี และเรียนดี มีความประสงค์ จะขอรับ ทุนการศึกษาซึ่งเป็นทุนให้เปล่าโดยไม่มีการใช้คืน ให้ขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครขอรับทุนการศึกษาได้ที่ งานแนะแนวอาชีพและการจัดหางาน วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม การประกันอุบัติเหตุ วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม มีนโยบายให้นักเรียน นักศึกษาทุกคนทำประกันอุบัติเหตุ เพราะในการ เรียนการสอนมีภาคปฏิบัติ และนักเรียน นักศึกษาอยู่ในวัยคะนอง อีกทั้งสถานประกอบการบางแห่งไม่รับ นักเรียน นักศึกษาเข้าฝึกงาน หากไม่ทำประกันอุบัติเหตุไว้ก่อนซึ่งเป็นการเสียโอกาสที่จะได้รับรู้ปฏิบัติงานจริง รู้จักแก้ปัญหาที่ไม่มีในสถานศึกษา ซึ่งประกันอุบัติเหตุจะคุ้มครองอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มคุ้มครอง ตั้งแต่ วันที่ 5 พฤษภาคม ของปีที่ทำประกันถึงเวลา 12.00 น. 5 พฤษภาคม ของปีถัดไป โดยในการ ดำเนินการจะให้ผู้ปกครองทำหนังสือยินยอมให้นักเรียน นักศึกษาในปกครองของตนทำประกันอุบัติเหตุกับ บริษัทที่วิทยาลัยฯ ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการคัดเลือก ได้แก่ ผู้แทน ผู้บริหาร ครู นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง


pg. 24 หลักฐานที่ใช้ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากอุบัติเหตุ 1. ใบคำร้องขอรับค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากอุบัติเหตุ 2. ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลตัวจริง พร้อมสำเนา รวม 1 ชุด 3. ใบรับรองแพทย์ตัวจริงโดยระบุชัดเจนว่าเป็นอุบัติเหตุ พร้อมสำเนา รวม 1 ชุด (กรณีเจ็บป่วยธรรมดาเบิกไม่ได้) 4. สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน นักศึกษา 1 ชุด หลักฐานที่ใช้ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต 1. สำเนาใบชันสูตรศพจากโรงพยาบาล จำนวน 2 ฉบับ 2. สำเนาใบชันสูตรศพจากตำรวจ จำนวน 2 ฉบับ 3. สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ จำนวน 2 ฉบับ 4. สำเนาบัตรประชาชน (นักศึกษา) จำนวน 2 ฉบับ 5. สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา จำนวน 2 ฉบับ 6. สำเนาทะเบียนบ้านแจ้งการเสียชีวิต จำนวน 2 ฉบับ 7. สำเนาใบมรณบัตร จำนวน 2 ฉบับ 8. สำเนาบัตรประชาชน (บิดา) จำนวน 2 ฉบับ 9. สำเนาบัตรประชาชน (มารดา) จำนวน 2 ฉบับ 10. สำเนาทะเบียนบ้าน (บิดา) จำนวน 2 ฉบับ 11. สำเนาทะเบียนบ้าน (มารดา) จำนวน 2 ฉบับ 12. สำเนาทะเบียนสมรส (บิดา มารดา) จำนวน 2 ฉบับ บิดาและมารดารับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ การขอสินไหมทดแทนให้นำหลักฐานมาติดต่อได้ที่ห้องงานสวัสดิการนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ในวัน เวลาราชการ


pg. 25 ห้องสมุดและศูนย์วิทยบริการ อาคารห้องสมุดและศูนย์วิทยบริการของวิทยาลัยฯ ให้บริการด้านสารสนเทศ ประกอบด้วย หนังสือ วารสาร ซีดี-รอม วีดีทัศน์ และสื่ออินเตอร์เน็ต เวลาเปิดทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 18.00 น. การใช้ศูนย์วิทยบริการ 1. นักเรียน นักศึกษา ครู และเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยฯ มีสิทธิในการใช้ศูนย์วิทยบริการและยืม ทรัพยากร (เฉพาะหนังสือ ทรัพยากรอื่น ๆ ที่ห้ามยืมให้ใช้ได้เฉพาะในห้องสมุดและศูนย์วิทยบริการเท่านั้น) 2. ระเบียบการยืมหนังสือ นักเรียน ระดับ ปวช. ยืมได้ครั้งละ 3 เล่ม เป็นเวลา 7 วัน นักศึกษา ระดับ ปวส. ยืมได้ครั้งละ 5 เล่ม เป็นเวลา 7 วัน ถ้ายืมเกิดกำหนดเสียค่าปรับวันละ 1 บาท ต่อเล่ม 3. บัตรประจำตัวนักศึกษา สามารถใช้ยืมหนังสือได้ 4. นักเรียน นักศึกษา ต้องนำบัตรประจำตัวนักศึกษา มาต่ออายุทุกภาคเรียน โดยใช้หลักฐานการ ลงทะเบียนในแต่ละภาคเรียน 5. ผู้ที่ไม่คืนหนังสือ ห้องสมุดและศูนย์วิทยบริการจะเสนอสถานศึกษา ระงับการออกใบ รบ. 6. ในการเข้าใช้บริการห้องสมุด และศูนย์วิทยบริการ ผู้ใช้จะต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของห้องสมุด และศูนย์วิทยบริการอย่างเคร่งครัด ซึ่งติดประกาศไว้หน้าห้องสมุดและศูนย์วิทยบริการ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ จะถูกลงโทษร้ายแรงที่สุดคือ ขโมยหรือตัดส่วนหนึ่งส่วนใดของทรัพยากรห้องสมุดและศูนย์วิทยบริการทุก ประเภท จะมีโทษตั้งแต่พักการเยน จึงถึงไล่ออก งานบริการของห้องสมุดและศูนย์วิทยบริการ 1. บริการยืม – คืนหนังสือ ด้วยระบบบาร์โค้ด ซึ่งผู้ยืมสามารถตรวจสอบการยืม – คืน ได้ด้วยตนเอง 2. บริการวารสาร หนังสือพิมพ์ และกฤตภาค 3. บริการสืบคืนข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต สามารถสืบค้นได้ทั้งข้อมูลในห้องสมุดและ ศูนย์วิทยบริการและจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ทั่วโลก 4. บริการทรัพยากรอ้างอิง และข้อมูลสารสนเทศ 5. บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า


pg. 26 การใช้รถจักรยานยนต์ของนักเรียน นักศึกษา การเดินทางไป-กลับของนักเรียน นักศึกษา สถานศึกษาไม่สนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษาขับขี่รถจักรยานยนต์ มาสถานศึกษา เพราะมีนักเรียน นักศึกษาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ปีละหลายราย โดย ปกติขอความร่วมมือให้เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง แต่หากจำเป็นต้องขับขี่รถจักรยานยนต์มา สถานศึกษา ขอให้ผู้ปกครองช่วยกวดขันนักเรียน นักศึกษาดังต่อไปนี้ 1. ขับขี่ด้วยความระมัดระวังไม่ประมาท ไม่เร็วเกินไป และปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัด 2. รถจักรยานยนต์ต้องมีทะเบียนที่ถูกต้อง และเสียภาษีตามกำหนด รวมทั้งการประกันภัยบุคคลที่ สามอย่างถูกต้อง 3. ผู้ขับขี่จะต้องทำบัตรประจำตัวผู้นำรถเข้ามาจอดในสถานศึกษา มีใบอนุญาตขับขี่โดยถูกต้อง และ จะต้องสวมหมวกนิรภัย (หมวกกันน็อค) ทุกครั้ง ถ้าไม่สวมหมวกนิรภัย สถานศึกษาจะไม่อนุญาตให้นำ รถจักรยานยนต์เข้าในสถานศึกษา 4. ในกรณีที่มีผู้ซ้อนท้าย ไม่ควรเกิน 2 คน (คนขับขี่กับคนซ้อน 1 คน) และอนุญาตให้ผู้ขับขี่เข้าพื้นที่ จอดรถคนเดียวเท่านั้น เพื่อความสะดวกในการจอดรถ 5. เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย สถานศึกษาห้ามนักศึกษาขับขี่รถจักรยานยนต์ภายในสถานศึกษา และจัดที่จอดรถไว้เป็นจุดรวมให้นำรถเข้าจอดตามจุดที่สถานศึกษากำหนดไว้ 6. ผู้ปกครองควรจัดหา และกวดขันให้นักเรียน นักศึกษานำกุญแจมาล็อครถจักรยานยนต์ทุกครั้งที่ นำมาจอดไว้ในสถานศึกษา 7. รถจักรยานยนต์ที่จอดภายในสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามกฎจราจรเท่านั้น 8. นักเรียน นักศึกษา จะเข้าโรงจอดรถได้เวฃา 07.00 – 08.00 น., 12.00 – 13.00 น. และหลังเลิก เรียน 9. ให้นักเรียน นักศึกษา จอดรถด้านในก่อนและถอยออกมาตามลำดับจนถึงทางเข้า แนวปฏิบัติในการทำบัตรจอดรถจักรยานยนต์เข้า-ออก สถานศึกษา นักเรียน นักศึกษาที่นำรถจักรยานยนต์ไปเรียนจะต้องขอรับใบคำร้องขอทำบัตรจอดรถจักรยานยนต์ เพื่อนำรถเข้าจอดภายในสถานศึกษา โดยนักเรียน นักศึกษาจะต้องนำหลักฐานไปยื่นขึ้นทะเบียน รถจักรยานยนต์ ดังนี้ 1. สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 ฉบับ 2. รูปถ่ายชุดนักเรียน นักศึกษา ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป (ถ่ายไม่เกิน 3 เดือน) 3. ใบแจ้งความ (กรณีทำบัตรหายจอขอทำบัตรใหม่)


pg. 27 แนวปฏิบัติในการเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง แนวปฏิบัติกิจกรรมหน้าเสาธงของนักเรียน นักศึกษา ทุกคนมุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษาเป็นผู้มีความ รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกยืดมั่นเทิดทูนในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารจากสถานศึกษา นักเรียน นักศึกษาจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงตามที่กำหนด โดยมีครูตรวจเช็คชื่อทุกวัน ดังนี้ - นักเรียน นักศึกษาเริ่มเข้าแถวทำกิจกรรมหน้าเสาธงในเวลา 07.40 น. เข้าเรียน เวลา 08.00 น. หมายเหตุ นักเรียน นักศึกษาที่ไม่ปฏิบัติตามสถานศึกษากำหนด จะตักเตือนเชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อร่วมกัน แก้ปัญหา ถ้ายังไม่ปรับปรุงแก้ไข จะดำเนินการลงโทษตามขั้นตอนของสถานศึกษา แนวปฏิบัติในการฝึกงานของนักเรียน นักศึกษา นักเรียน นักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบการ ฝึกงานในสถานประกอบการ 1. นักศึกษาฝึกงานในขณะเรียนปกติ ได้แก่ นักเรียน ระดับ ปวช. ทุกสาขาวิชา และนักเรียน นักศึกษาทวิภาคี 2. นักเรียน นักศึกษาฝึกงานภาคฤดูร้อน ได้แก่ นักศึกษาระดับ ปวส. ทุกสาขาวิชา และนักเรียน ระดับ ปวช. ที่ฝึกงานแก้ตัว 3. นักเรียน นักศึกษาที่ขอฝึกงานเป็นกรณีพิเศษ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษาที่สถานศึกษาอนุญาตให้ ฝึกงานได้เป็นราย ๆ ไป สถานที่ฝึกงาน 1. สถานศึกษาอนุญาตให้นักเรียน นักศึกษาฝึกงานตามสถานประกอบการที่สถานศึกษาเห็นสมควร และเหมาะสม 2. สถานศึกษาเน้นการฝึกงานในสถานประกอบการของเอกชน 3. ต้องฝึกงานในสถานประกอบการที่ตรงตามสาขาที่เรียน ขั้นตอนในการฝึกงาน 1. นักเรียน นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนขั้นต้น เพื่อขอฝึกงานตามหลักสูตร รับแบบฟอร์มได้ที่งาน อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี


pg. 28 2. ส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนขั้นต้นที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยตามวัน เวลาที่กำหนดที่งานอาชีวศึกษาระบบทวิ ภาคี 3. เตรียมตัวให้พร้อมที่จะออกฝึกงาน เช่น ที่พักในขณะฝึกงาน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ 4. เข้าฟังการปฐมนิเทศก่อนออกฝึกงานตามวัน เวลา ที่สถานศึกษากำหนด 5. ลงทะเบียนเรียนและชำระเงินตามระเบียบ 6. รับหนังสือส่งตัวนักเรียน นักศึกษาฝึกงานที่งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 7. นำหนังสือส่งตัวไปยื่นและรายงานตัวต่อเจ้าของสถานประกอบการ และเข้ารับการฝึกงานตามวัน เวลา ที่กำหนด แนวปฏิบัติในการลงทะเบียนเรียน 1. รับใบแจ้งยอดการชำระเงินค่าลงทะเบียนรายวิชาได้ที่งานทะเบียน เพื่อชำระเงินที่ธนาคาร 2. รับบัตรลงทะเบียนที่งานทะเบียน นำไปให้ครูที่ปรึกษาเซ็น 3. นำใบแจ้งยอดการชำระเงินที่ผ่านการชำระเงินแล้ว ให้ครูที่ปรึกษาออกใบเสร็จรับเงิน 4. นำบัตรลงทะเบียนที่ผ่านขั้นตอนที่ 2 – 3 แล้ว มาลงทะเบียนที่งานทะเบียน เพื่อลงชื่อและ ประทับตรา ลงทะเบียน งานทะเบียนจะคืนส่วนของนักเรียน นักศึกษา ครูที่ปรึกษาให้ หมายเหตุ วันลงทะเบียนต้องเป็นไปตามประกาศของสถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา ที่ไม่ ลงทะเบียนเรียนจะต้องรักษาสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ภายใน 15 วัน หลังจากครบกำหนดการ ลงทะเบียนเรียน แนวปฏิบัติในการขอสอบแก้ศูนย์ “0” ระดับ ปวช. 1. ขอรับใบคำร้องที่งานวัดผลและประเมินผล จำนวน 1 แผ่น แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนชัดเจน 2. เสนอครูที่ปรึกษาและงานวัดผลและประเมินผล ลงนามรับทราบ 3. ชำระเงินที่งานการเงิน 4. เมื่อดำเนินการ ตามข้อ 1 – 3 เรียบร้อยแล้ว ให้นำแบบคำร้องฉบับนี้ไปยื่นต่อครูผู้สอนเพื่อนัดวัน สอบ (ถ้าครูผู้สอนมีหลายท่าน นักเรียน นักศึกษาต้องถ่ายสำเนาเอกสารให้ครูผู้สอนแต่ละท่าน) 5. ครูผู้สอนดำเนินการแก้ศูนย์ พร้อมส่งผลการแก้ศูนย์ และแบบคำร้องนั้นมายังงานวัดผลและ ประเมินผล แนวปฏิบัติในการขอสอบแก้ ม.ส.


pg. 29 1. นักเรียน นักศึกษา ทั้งในระดับ ปวช. และ ปวส. ที่ติด “ม.ส.” ให้ติดต่อครูผู้สอนโดยตรง ภายใน 10 วัน หลังจากประกาศผลสอบ 2. ครูผู้สอนดำเนินการแก้ ม.ส. แล้วส่งผลมายังงานวัดผลและประเมินผล ภายในระยะเวลาที่ สถานศึกษากำหนด แนวปฏิบัติในการเรียนภาคฤดูร้อน 1. นักเรียน นักศึกษาทุกชั้นปี มีสิทธิร้องขอเปิดภาคเรียนฤดูร้อน โดยต้องมีจำนวนนักเรียน นักศึกษา 15 คนขึ้นไป หรือตามความเห็นชอบของสถานศึกษา 2. ให้นักเรียน นักศึกษาที่มีสิทธิร้องขอให้สถานศึกษาเปิดสอนภาคฤดูร้อง ทำบันทึกข้อความถึงสถานศึกษา ผ่านหัวหน้าสาขาวิชา, ครูที่ปรึกษา และครูผู้รับสอน ส่งที่ฝ่ายวิชาการ ภายในเดือนมกราคมของทุกปี และ ประกาศผลการพิจารณา 3. ถ้าสถานศึกษาไม่เปิดสอนภาคฤดูร้อน ให้ขออนุญาตจากสถานศึกษาอย่างเป็นทางการไปเรียนที่ สถานศึกษาอื่น โดยแนบหลักฐานของสถานศึกษาอื่นว่าเปิดสอนวิชาที่นักเรียน นักศึกษาต้องการเรียนจริง แนวปฏิบัติในการลงทะเบียนเรียนเพิ่ม 1. ตรวจสอบรายวิชาที่จะลงเพิ่มว่ามีเปิดสอนและตารางเรียนไม่ทับกับตารางเรียนในภาคเรียนที่จะลง เรียน 2. ต้องลงทะเบียนรายวิชาในภาคเรียนก่อน 3. ขอคำร้องที่งานทะเบียน กรอกข้อมูล รายวิชาที่จะลงเรียน และให้ครูประจำวิชาเซ็นรับเข้าเรียน 4. ขอความเห็นจากครูตามข้อ 1 – 5 ที่มีอยู่ในคำร้องขอลงทะเบียนเพิ่ม 5. นำส่งงานทะเบียนเพื่อขอบัตรลงทะเบียนไปดำเนินการลงทะเบียนต่อไป


pg. 30


pg. 31


pg. 32


pg. 33


pg. 34


pg. 35


pg. 36


pg. 37


pg. 38


pg. 39


pg. 40


pg. 41 ระเบียบการแต่งกาย ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)


pg. 42 รูปแบบการแต่งกายชุดนักเรียน ระดับ ปวช. นักเรียนชาย นักเรียนหญิง


pg. 43 รูปแบบการแต่งกายชุดนักศึกษา ระดับ ปวส. นักศึกษาชาย นักศึกษาหญิง


pg. 44 รูปแบบการแต่งกายชุดพลศึกษาระดับ ปวช. นักเรียนชาย นักเรียนหญิง


pg. 45 รูปแบบการแต่งกายชุดพลศึกษาระดับ ปวส. นักศึกษาชาย นักศึกษาหญิง


Click to View FlipBook Version