ปั จจุบันสังคมทำให้คนต้องมีการแข่งขันไคว่คว้า
โอกาสแต่เงินทอง สร้างค่านิ ยมให้คนมีความสุขด้วย
เงินจนหลงลืมความสุขใกล้ตัว ความพอดีและพอใจ
ในสิ่ งที่ตนมี โดยมีภาพให้เห็นเป็ นชายหนุ่ มคนนี้
ดิเรกเป็ นชายหนุ่ มที่ทะเยอทะยานเพราะตั้งแต่เขายังเด็ก เขาต้องช่วย
พ่อแม่ทำงานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็ นงานบ้าน และธุ ระกิจของที่บ้าน
เขามีน้ องสาว 1 คนและน้ องชาย 1 คน 2 เขาเป็ นพี่ใหญ่ในบ้านจึงต้อง
ช่วยพ่อแม่ดูแลน้ องตอนยังเด็กด้วย ด้วยภาระหน้ าที่มากมายของเขา
ทำให้เขาเหนื่ อยล้าอยู่บ่อยครั้งแต่เขาก็ต้องทำแบบนั้ นอยู่ตลอด
ไม่เคยบ่นให้ใครฟั งเพราะด้วยนิ สัยต่อสู้ อดทนของเขาเอง
ถึงดิเรกจะเป็ นคนที่ขยันขันแข็งขนาดไหนแต่เขาเป็ นนั กเรียนที่
เรียนไม่เก่ง เพราะเขามักใช้เวลากับอย่างอื่นมากกว่าเรื่องการ
เรียน ทำให้ความสามารถเรื่องวิชาการของเขามีไม่เยอะแต่เขามี
ครอบครัวที่น่ ารัก น้ องสาวและน้ องชายของเขาเมื่อโตขึ้นนิ ด
หน่ อยก็ดูแลตัวเองได้ พ่อแม่สอนให้ลูกเขารู้จักพึ่งพาตัวเอง
เวลาผ่านไปน้ องๆของดิเรกเริ่มโต ภาระหน้ าที่ของดิเรกก็ลด
น้ อยลงแต่การเรียนของเขายังไม่ได้ดีตามที่เขาคิด เมื่อดิเรก
เรียนจบด้วยผลการเรียนที่ไม่เยอะแต่พอสามารถนำวุฒิการ
เรียนระดับมหาลัยไปทำงานได้อยู่
เขาใช้ชีวิตวันแล้ววันเล่าด้วยรายรับที่เท่าเดิมจนเขามีภรรยา และมีลูก
ด้วยกัน2คน ลูกทั้งสองของเขาเลี้ยงง่าย โตขึ้นก็เป็ นเด็กที่เชื่อฟั ง ไม่ดื้อ
ไม่ขี้งอแงโวยวาย ดิเรกและภรรยาของเขามีความสุขมากเพราะมีลูกที่
น่ ารัก ภรรยาเขาเองก็เป็ นแม่บ้านที่ดี เรียกได้ว่าในวัยนั้ นดิเรกมีชีวิต
ที่สมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ เวลาล่วงเลยผ่านไป ดิเรกใช้ชีวิตกับ
ความซ้ำซากแต่เอ่อล้นไปด้วยความสุข เมื่อลูกๆของเขาโตขึ้น
มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น
พ่อแม่ของดิเรกเสี ยชี วิตตามกันไปโดยที่ ไม่ได้มีการ
ร่ำลา พ่อแม่ของเขาเสียไปก็ไม่ได้มีสมบัติอะไรตกทอด
มาที่เขาจึงทำให้เขารู้สึกน้ อยใจเล็กน้ อย เหตุการณ์นี้
ทำให้ เขาฉุกคิดขึ้นมาว่าเขาเองไม่มีสมบัติหรือสิ นทรัพย์
ที่มีมูลค่าพอให้สามารถใช้เป็ นสมบัติต่อไปให้รุ่นลูกรุ่น
หลายของเขาได้ เพราะลูกของเขาก็โตขึ้นทุกวัน เขาคิด
หนั กเพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเขาจะจากไปวันไหน หากจาก
ไปกระทันหันแล้วไม่ได้มีสมบัติเหลือไว้ แล้วภรรยา
และลูกของเขาจะอยู่ยังไง
เมื่อเขาเริ่มคิดแบบนั้ น เขาก็หาวิธีทางที่เขาจะหาเงินเพิ่มเพื่อให้เป็ นเงิน
เก็บต่อไปได้ เขาใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ สังเคราะห์ความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้วยความสงสั ยว่าทำไมเขาทำงานมาทั้งชี วิตถึงไม่มีสมบัติมากมาย
เหมือนคนอื่นทั้งที่เขาเองก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่มาโดยตลอด แต่ด้วย
ผลการเรียนที่ไม่ดีตั้งแต่ต้น ฝี มือการทำงานของเขาก็ไม่ได้ดีพอสำหรับ
ตำแหน่ งงานที่สูงพร้อมเงินเดือนมากมาย หลังจากนั้ นเขาก็เริ่มทำงาน
หนั กขึ้น เพราะความดื้อดันของเขา จากการทำงานหนั กทำให้ไม่มีเวลา
มากพอที่จะมาอยู่กับครอบครัวเหมือนเมื่อก่อน เขาเครียดกับเรื่องนี้ หนั ก
มากถึงกับลาออกจากงานเดิมที่ทำมาหลายปี แล้วหันมาเริ่มทำธุ รกิจส่วน
ตัว ขายของนู้ นนี่ ไปเรื่อย ซึ่งเป็ นงานที่หนั กเหมือนเดิมแต่รายได้ก็พอๆ
กับงานเดิมที่ทำอยู่ ดิเรกทำแบบนั้ นไปหลายปี ลูกของเขาเข้าเรียนชั้น
มัธยมปลาย แต่สมบัติที่เขามีก็ยังไม่พอใจเขาเพราะแต่ละเดือนเงิน
เหลือจากค่าใช้จ่ายทั้งหมดช่างเล็กน้ อยเหลือเกิน
เขาเครียดมากขึ้น ในทุกวันเขาจะใช้เวลากับการคิดแล้วคิดเล่า
จนวันนึ งเขาไปขอคำปรึกษาจากรุ่นพี่ที่เขารู้จัก เขาเป็ นเศรษฐี
ที่ดูมีทั้งเงินและความสุข ดิเรกอยากมีให้ได้เหมือนเขาบ้างจึง
ตัดสินใจไปขอคำปรึกษา เมื่อดิเรกได้คุยกับเศรษฐีคนนั้ น
ดิเรกก็เล่าเรื่องราวว่ามีเหตุการณ์ไปมาอย่างไร เมื่อเศรษฐีได้
ฟั งแล้วก็รู้สึกตลกในความดื้อดึงของดิเรกเล็กน้ อย แล้วเล่า
เรื่องราวเรื่องนึ งให้ดิเรกฟั ง
กาลครั้งหนึ่ งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยผู้คนหลาก
หลายฐานะ มีครอบครัวหนึ่ งซึ่งมีฐานะปานกลาง ครอบครัวนี้ มี
ลูกชาย2คน คือ หนุ่ ม และ น้ อย หนุ่ มเป็ นลูกชายคนโต เป็ นคน
ขยันทำงาน รู้จักอดออม มีน้ำใจ เป็ นที่รักใคร่ของคนในชุมชน
น้ อย ลูกชายคนเล็ก เนื่ องจากเป็ นลูกคนเล็กพ่อแม่ก็จะตามใจ
เป็ นพิเศษ เขาเป็ นคนเอาแต่ใจ ใช้เงินฟุ่ มเฟื อย ไม่ทำงาน
ขอเงินพ่อแม่บ่อยครั้ง ไม่มีน้ำใจเห็นแก่ตัว จึงทำให้คนใน
ชุมชนไม่อยากเข้าใกล้เขาเลย ชีวิตประจำวันของหนุ่ มเรียบง่าย
ตื่นแต่เช้ามาทำขนมเพื่อเอาไปขายในตลาด ใส่เสื้อผ้าธรรมดาๆ
ที่มีรอยเย็บหลายจุด ส่วนชีวิตประจำวันของน้ อย ก็คือการไป
เที่ยวเล่น ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ใส่เสื้อผ้าดูโก้หรู ราคาแพง
วันหนึ่ งที่ตลาด หนุ่ มกำลังจะเดินไปขายขนม เจอเด็ก
น้ อยวิ่งล้มลงแล้วร้องไห้ หนุ่ มก็เลยหยุดดูแล้วถามว่า
"เป็ นอะไรมากมั้ยหนู ค่อยๆยืนนะ เดี๋ยวลุงทำแผลให้"
หนุ่ มทำแผลให้เด็กน้ อย พร้อมกันให้ขนมไป1ห่อ เด็ก
หน่ อยพูดขึ้นว่า "ขอบคุณครับคุณลุง คุณลุงใจดีจังเลย"
หนุ่ มรู้สึกชื่นใจที่ได้ช่วยเหลือ เขาก็เดินไปขายของต่อ
ขนมของเขาขายดีมาก ด้วยความมีน้ำใจของเขา ทำให้
ชาวบ้านมาช่วยอุดหนุนขนมอยู่เป็ นประจำ
ขากลับจากขายขนม หนุ่ มเจอชายชรากำลังจะเข็นมอเตอร์ไซค์ไปซ่อม หนุ่ มผู้มีน้ำใจ ก็ยื่น
มือไปช่วยเข็นและช่วยซ่อมรถให้คุณตา หนุ่ มมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น เค้าใช้ชีวิต
เรียบง่าย เมื่อขายของเสร็จก็กลับบ้านไปใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัว ระหว่างทางเดิน
กลับบ้านเขาก็ได้พบน้ อยจึงชวนกันเดินกลับบ้านด้วยกัน ทั้ง2ได้เดินไปพบกับคุณป้ าคน
หนึ่ งซึ่งเป็ นคนสนิ ทของพ่อแม่ของตน คุณป้ ากำลังยืนซื้อไอติมให้หลานๆอยู่ แต่เงินของ
ป้ าขาดไป10บาท จึงหันมาหาน้ อยและพูดขึ้นว่า "น้ อยลูก ป้ าขอยืมเงินสัก10บาทได้มั้ยจ๊ะ
เดี๋ยวเย็นๆป้ าเอาไปคืน" น้ อยทำหน้ าเสียอารมณ์แล้วพูดขึ้นมาว่า "ใครซื้อก็จ่ายเองสิป้ า"
หนุ่ มเดินมาแล้วตำหนิ น้ อยว่า พูดแบบนี้ กับผู้ใหญ่ได้ยังไง พร้อมกับนำเงินให้คุณป้ า
ไป10บาท หนุ่ มสอนน้ องว่า"เงินแค่เล็กน้ อยถ้าเราพอมีให้ ก็ให้เขาไปเถิด อีกอย่างคุณป้ า
เขาก็คอยช่วยเหลือครอบครัวเรามาตลอด" น้ อยไม่สนใจและตอบไปว่า"จะไปสนใจทำไม
ที่มาช่วยเพราะบ้านเรามีเงินรึเปล่า ใครๆก็อยากจะช่วยเราทั้งนั้ นแหละ" น้ อยพูดเสร็จก็
เดินกลับบ้านไป
อยู่มาวันหนึ่ งพ่อของหนุ่ มและน้ อยก็ล้มป่ วยและเสียชีวิตลง
ทั้งคู่เสียใจมาก เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวการเสียชีวิตของพ่อ ชาว
บ้านก็ได้เดินทางมาที่บ้านของพวกเขา แล้วเข้ามาปลอบ
หนุ่ ม นำอาหารมาให้หนุ่ มรับประทาน แต่ไม่มีใครสนใจ
น้ อยเลย น้ อยจึงพูดขึ้นมาว่า "พวกเจ้าไม่กล้ามายุ่งกับข้า
เพราะข้ามีฐานะรวยกว่าพวกเจ้าล่ะสิ" แล้วน้ อยก็เดินหนี
เข้าไปในบ้าน หนุ่ มได้แต่มองน้ องชายแล้วส่ายหน้ า "ข้า
ขอโทษแทนน้ องชายข้าด้วยนะจ๊ะ เขาคงเสียใจเลยพูดไม่คิด
ออกมา ขอบคุณทุกๆคนมากที่มาช่วยปลอบข้านะ"
เมื่อพ่อของพวกเขาได้เสียชีวิตลงก็ไม่มีใครคอยให้เงินน้ อยใช้
อีกแล้ว เงินของน้ อยเริ่มร่อนหรอลงทุกวัน ไร้มิตรสหาย
ไม่มีที่พึ่ง เป็ นทุกข์จนนอนไม่หลับ เขาจึงไปหาพี่ชายแล้วถาม
ว่า "ข้าจะทำอย่างไรดีตอนนี้ เงินแทบจะไม่เหลือ ข้าทุกข์ใจยิ่ง"
หนุ่ มกำลังจะขนของไปตลาด ก็หันกลับมาตอบน้ องชายว่า
"น้ องเอ๋ยเงินที่เจ้าบอกว่าเหลือน้ อยยังมีมากกว่าเงินที่พี่มีเสีย
อีก" น้ อยจึงถามกลับไปว่า "แล้วเหตุใดพี่จึงมีความสุขกว่าข้า"
พี่ชายส่ายหัวเบาๆพร้อมพูดว่า "วันนี้ เจ้าจะไปตลาดกับพี่หรือ
ไม่ เผื่อจะพบคำตอบที่เจ้ากำลังสงสัย"
จากนั้ นสองพี่น้ องก็เดินทางไปตลาด ที่ตลาดมีผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ไป
มา น้ องชายบอกว่าพี่ชายขายขนมราคาถูกเกินไปน่ าเคืองใจยิ่งนั ก แต่ก็มี
ลูกค้าล้อมรอบจนน่ าประหลาดใจ ทันใดนั้ นมีหญิงชราผู้หนึ่ งเดินเข้ามาขอ
ขนมหน้ าร้าน น้ องชายรีบไล่ทันควัน "เฮ้ยป้ า ข้านั่ งขายของเหนื่ อยมาทั้งวัน
ทุกอย่างเป็ นเงินเป็ นทองจะมาขอของฟรีได้เยี่ยงไร จงไปซะ" พี่ชายรีบห้าม
น้ อง "หยุดไล่เขาเถิดให้เค้าซักชิ้นสองชิ้นจะเป็ นอะไรไป " หญิงชรารีบ
ขอบคุณพร้อมรับขนมจากมือหนุ่ มผู้ใจดีผู้นี้ แล้วเธอก็ไปกินขนมใต้ต้นไม้
ใหญ่ด้วยสีหน้ ามีความสุข น้ องชายได้เห็นภาพเช่นนี้ ก็พึมพำว่า "เพราะเหตุ
นี้ เองทุกคนต่างก็รักพี่" หลังจากตลาดปิ ดหนุ่ มพาน้ อยไปทานข้าวที่บ้าน
แล้วแบ่งเงินที่ขายขนมได้วันนี้ ให้น้ องชาย
น้ อยก็พูดว่า "ขอบคุณพี่มากนะ วันนี้ ข้าได้เรียนรู้อะไรมากเลย ข้ารู้แล้ว
ทำไมคนในชุมชนถึงไม่รักข้าเลย ต่อจากนี้ ข้าจะพยายามปรับตัวนะ"
พี่ชายจึงสอนน้ องว่า กว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทเหนื่ อยแทบแย่ จะต้องรู้จักอดออม
ใช้เงินในสิ่ งที่จำเป็ น และเราต้องมีน้ำใจต่อคนที่ลำบาก เพราะการที่เรามีเงินมากๆ
แต่เราไม่มีน้ำใจ เราก็จะไม่มีความสุขเลย น้ อยพูดว่า "พรุ่งนี้ ข้าขอไปขายขนมกับพี่
อีกนะ ข้าอยากจะขยันทำงานแล้ว หลังจากนั้ นเราเอาขนมไปแจกเด็กๆกันนะ"
พี่ชายตอบว่า ได้เลย อย่าลืมล่ะ เราควรพอใจในสิ่ งที่เรามี เพราะพี่พอใจในสิ่ งที่พี่
มี พี่จึงมีความสุข สุขของการไม่ครอบครองทรัพย์สินมากมาย และเป็ นสุขของการมี
น้ำใจ หลังจากนั้ นน้ อยก็ยึดคำสอนของพี่ชายไว้ตลอด "เราควรพอใจในสิ่ งที่ตนเอง
มี และมีน้ำใจต่อคนอื่นเสมอ" คนในชุมชนเริ่มรักน้ อยมากขึ้น สองพี่น้ องก็ช่วยกัน
ทำมาหากิน ช่วยเหลือผู้คน และใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข
เมื่อดิเรกฟั งอย่างนั้ น เขาก็เริ่มทำใจปล่อยวาง รู้จัก
พอใจในสิ่ งที่เขามีอยู่แล้ว หันมาสนใจคนในครอบครัว
ให้ความสำคัญกับคนที่รัก มองหาความสุขมากๆ
เวลาผ่านไป เขาก็เริ่มมีความสุขในแบบของเขา
มีสิ่ งที่เขาชอบทำ มีครอบครัวน่ ารักที่คอยสนั บสนุน
เขาดี ใจที่ ในที่ สุ ดเขาก็มีความสุ ขที่ พอดี กับตัวเขา