บทนำ
1.1 ทมี่ ำและควำมสำคัญของโครงงำน
ปัจจุบนั น้ีจำนวนรถยนตท์ ้งั ในประเทศไทยและโลกมีกำรเพิม่ จำนวนข้นึ ตลอด จนทำใหเ้ กิดปัญหำรถติดตำมตวั เมืองใหญๆ่
หรือมีอุบตั ิเหตุเกิดข้ึนอยำ่ งกวำ้ งขวำงจนเกิดเป็นปัญหำระดบั ชำติ ที่เป็นปัญหำที่หำวิธีแกไ้ ขไม่ไดท้ ้งั ในประเทศไทย และ
ในหลำยๆ ประเทศ
จำกกำรท่ีคณะผจู้ ดั ทำไดศ้ ึกษำปัญหำรถยนตท์ ี่มีมำกในปัจจุบนั เลยอยำกจดั ทำกำรสำรวจรถยนตท์ ี่มีในแต่ละครอบครัว
และสรุปเป็นผลเฉล่ียต่อครอบครัวโดยจะทำกำรสำรวจโดยกำรสุ่มจำกกลุ่มตวั ยำ่ ง 100
คนรวมถึงสอบถำมอำยขุ องรถแตล่ ะคนั ดว้ ย
ซ่ึงถำ้ รถยนตม์ ีอำยกุ ำรใชง้ ำนท่ีนำนประสิทธิภำพในกำรทำงำนก็จะนอ้ งลงดว้ ยก็จะส่งผลใหเ้ กิดปัญหำมลพษิ ตำมมำ
ดงั น้นั คณะผูจ้ ดั ทำ มีควำมเห็นใหท้ กุ คน ตระหนกั ถึงท่ีโลกของเรำน้นั มีรถมำกเกินไป ทำใหเ้ กิดเป็นปัญหำ
กำรเดินทำงหรือกำรขนส่ง และมลพิษที่เกิดข้ึนจำกรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ใหห้ นั มำใชจ้ กั รยำน หรือ
รถโดยสำรข้ึนขนส่งสำธำรณะ ใหม้ ำกยงิ่ ข้นึ
1.2 ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งในโครงงำน “สำรวจกำรใช้รถยนต์ของนักเรียนโรงเรียนเฉลมิ พระเกยี รติฯกำญจนบุรี
ในปี กำรศึกษำ2557”
1.2.1 ประกอบด้วย 3ห่วง
ห่วงท่ี1: พอประมำณ คือ นำกระดำษท่ีเหลือใชม้ ำเป็นแบบสำรวจ
และหำขอ้ มลู ประกอบท่ีใชใ้ นกำรทำกำรสำรวจอยำ่ งพอดีไม่มำกไมน่ อ้ ยเกินไป
ห่วงที่2: มีเหตุผล คอื วำงแผนกำรทำงำนกบั สมำชิกในกำรทำงำนโครงงำน
และหำรือกนั เร่ืองวิธีกำรทำงำนวำ่ จะเร่ิมตน้ กนั อยำ่ งไร
ห่วงที่ 3: มีภูมิคุม้ กนั ท่ีดีในตวั เอง
คอื มีเตรียมตวั ในกำรพดู โนม้ นำ้ วใหก้ ลุ่มตวั อยำ่ งท่ีเรำเลือกน้นั ใหค้ วำมร่วมมือในกำรทำแบบสำรวจและมีกำรแบ่งกำรทำงำน
อยำ่ งเป็นระบบ
1.2.2 เง่ือนไข
เง่ือนไขควำมรู้ คือ กำรนำโครงงำนท่ีสำเร็จแลว้ ไปเผยแพร่
เพอ่ื ใหค้ วำมรู้เกี่ยวกบั เรื่องที่เรำทำและมีกำรจดั กำรรณรงคเ์ รื่องกำรใชร้ ถยนตว์ ำ่ ใหร้ ะมดั ระวงั ในเรื่องกำรใช้ รถยนต์
เง่ือนไขคณุ ธรรม คือ โครงงำนสำรวจกำรใชร้ ถยนตข์ องนกั เรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯกำญจนบุรี
ในปี กำรศึกษำ2557.เป็นโครงงำนที่ใหค้ วำมรู้เก่ียวกบั ขอ้ เสียของรถยนตแ์ ละจะเสนอใหท้ ุกคนท่ีไดอ้ ่ำนใส่ใจกบั เร่ืองรถยนตม์
ำกยงิ่ ข้ึนเพื่อประโยชน์และโลกเรำจะน่ำอยมู่ ำกยงิ่ ข้นึ
1.3 จุดประสงค์กำรทำโครงงำน
1.3.1.ทำใหไ้ ดร้ ู้จำนวนกำรใชร้ ถของนกั เรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทร์กำญจนบุรีปี กำรศึกษำ 2557
1.3.2.ทำใหท้ รำบถึงจำนวนรถท่ีมีอยใู่ นแตล่ ะครัวเรือนวำ่ มีจำนวนมำกนอ้ ยเพยี งใดจึงทำใหป้ ริมำณรถน้นั เพม่ิ มำกข้ึน
1.4 ประโยชน์ทไ่ี ด้รับ
1.4.1ทำใหไ้ ดร้ ู้จำนวนกำรใชร้ ถของนกั เรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทร์กำญจนบรุ ีปี กำรศึกษำ 2557
1.4.2 ทำใหท้ รำบถึงจำนวนรถที่มีอยใู่ นแต่ละครัวเรือน วำ่ มีจำนวนมำกนอ้ ยเพียงใด
1.4.3 ทำใหค้ นหนั มำลดกำรใชร้ ถยนตม์ ำกยงิ่ ข้นึ
1.5 ขอบเขตของกำรศึกษำ
นกั เรียน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์กำญจนบุรีปี กำรศึกษำ 2557
1.6 คำนิยำมศัพท์ที่ใช้ในกำรศึกษำโครงงำน
“รถ หมำยถึง ยำนพำหนะทำงบกที่ขบั เคลื่อนท่ี ในที่น้ีจะกล่ำวถึงรถยนต์ รถจกั รยำนยนต์ รถจกั รยำน และรถยนตม์ ำกกวำ่ 4
ลอ้ ”
2.1 คำนิยำมศัพท์
รถยนต(์ องั กฤษ: car , automobile)
หมำยถึงยำนพำหนะทำงบกท่ีขบั เคล่ือนท่ีดว้ ยพลงั งำนอยำ่ งใดอยำ่ งหน่ึงและถำ่ ยทอดลงสู่ลอ้ เพ่ือพำผขู้ บั ผโู้ ดยสำร
หรือสิ่งของ ไปยงั จุดหมำยปลำยทำง
ปัจจุบนั รถยนตโ์ ดยส่วนมำกไดร้ ับกำรออกแบบอยำ่ งซบั ซอ้ นในทำงวิศวกรรมและหลำกหลำยประเภท
ตำมควำมเหมำะสมของกำรใชง้ ำน หรือใชส้ ำหรับงำนเฉพำะกิจท้งั น้ีเวน้ แต่รถไฟ
2.1.1 ประเภทของรถ 4 ประเภท
2.1.1.1 รถจกั รยำน
2.1.1.2 รถจกั รยำนยนต์
2.1.1.3 รถยนต์
2.1.1.4 รถยนตม์ ำกกวำ่ 4 ลอ้
2.2 บคุ คลท่ีกล่ำวถงึ ปัญหำรถล้นโลก
นำยบญั ชำ ชุมชยั เวทย์ ไดก้ ล่ำวเก่ียวกบั กำรเจริญเติบโตของรถยนตใ์ นประเทศไทยไวว้ ำ่
“ผมมนั่ ใจไดว้ ำ่ ช่วงน้ีมีเรื่องรำวที่พดู ถึงกนั บอ่ ยคอื
ทกุ วนั น้ีวนั หยดุ รถติดกวำ่ วนั ทำงำนซะอีกผมพดู ถึงเรื่องน้ีเพรำะวำ่ มีรถยนตม์ ำเกี่ยวขอ้ งกบั ชีวติ ทกุ คนในช่วงน้ีทำใหผ้ มนึกถึง
ภำพฝงู รถยนตก์ วำ่ 8 แสนคนั ท่ีกำลงั ไดป้ ระโยชน์จำกมำตรกำรรถยนตค์ นั แรกในชีวิต จำนวนรถยนต์ท้งั หมดกวำ่ 8
แสนคนั ก็จะออกมำวิ่งบนถนนครบกนั ซะที นน่ั หมำยควำมวำ่ รอยตอ่ ของปี 2555 ถึง 2556 กลำยเป็นปี ท่ีน่ำท่ึง
และกำ้ วกระโดดของคนในวงกำรผลิตและขำยรถยนต์
ปี 2556ท่ีผำ่ นไปนบั วำ่ เป็นอีกปี ประวตั ิศำสตร์สำหรับอตุ สำหกรรมรถยนตไ์ ทยโดยเป็นปี ท่ีอตุ สำหกรรมรถยนตไ์ ทยประสบค
วำมสำเร็จอยำ่ งยงิ่ ใหญด่ ว้ ยตวั เลขท้งั ยอดขำยในประเทศ
ยอดกำรส่งออกและยอดกำรผลิตที่นอกจำกจะสูงเกินกวำ่ ที่คำดกำรณ์ไวท้ ้งั หมดแลว้ ยงั สำมำรถทำสถิติตวั เลขท่ีสูงท่ีสุดเป็นปร
ะวตั ิกำรณ์ดว้ ยตวั เลขยอดขำยในประเทศท่ีสูงเกินกวำ่ 1.4 ลำ้ นคนั ยอดกำรส่งออกสูงกวำ่ 1 ลำ้ นคนั
และยอดกำรผลิตที่สูงถึงระดบั 2.4
ลำ้ นคนั โดยเฉพำะในส่วนของยอดกำรผลิตท่ีทำใหไ้ ทยสำมำรถขยบั ตำแหน่งข้ึนเป็นประเทศผผู้ ลิตรถยนตท์ ่ีใหญท่ ่ีสุดเป็นอนั
ดบั 9 หรืออนั ดบั 10 ของโลกได้
แน่นอนวำ่ แรงส่งสำคญั นอกจำกกำรฟ้ื นคนื กำลงั กำรผลิตสู่ระดบั ปกติไดอ้ ยำ่ งรวดเร็วของคำ่ ยรถหลงั เกิดปัญหำน้ำท่วมในปล
ำยปี 2554 และกำรเปิ ดตวั รถยนตร์ ุ่นใหม่ท่ีตอบสนองต่อควำมตอ้ งกำรตลำดไดด้ ีแลว้ โครงกำรรถยนตค์ นั แรก
ทำใหอ้ ุตสำหกรรมยำนยนตม์ ีกำรเติบโตมำกโดยเฉพำะคร่ึงปี หลงั ท่ีเป็นช่วงกำรขำยประกอบกบั ควำมพร้อมของผผู้ ลิตรถยนต์
ในตอนน้ีกลบั มำ 100% หำกมองเฉพำะยอดขำยในประเทศไทยจะมีมำกกวำ่ 1.1 ถึง 1.2 ลำ้ นคนั สุดเกินยอดแลว้
ขณะท่ีแนวโนม้ ของอตุ สำหกรรมยำนยนตใ์ นปี 2557 น้นั ตำมปกติกำรเติบโตแต่ละปี อย่ำงนอ้ ยจะอยทู่ ่ี 10%
โดยคำดวำ่ บริษทั ผผู้ ลิตรถยนตจ์ ะมีรถรุ่นใหมๆ่ ออกมำเปิ ดตวั อยำ่ งตอ่ เน่ืองนอกจำกน้ี
ก็อำจจะมีบริษทั ผผู้ ลิตรถยนตใ์ หมๆ่ เขำ้ มำในประเทศไทยเพม่ิ มำกข้ึนโดยในช่วงท่ีผำ่ นมำผผู้ ลิตจำกเกำหลีกใ็ หค้ วำมสนใจบำ้
นเรำพอสมควรซ่ึงหำกมีผผู้ ลิตเพม่ิ ข้ึนก็จะส่ง
ผลดีต่อภำพรวมเศรษฐกิจและอตุ สำหกรรมยำนยนตไ์ ทยเนื่องจำกผบู้ ริโภคจะมีทำงเลือกเพม่ิ มำกข้ึน
โดยเฉพำะในส่วนของตลำดส่งออกที่กำรโยกกำลงั กำรผลิตกลบั มำเพอื่ ส่งออกมำกข้ึนน่ำจะทำใหก้ ำรส่งออกยงั คงขยำยตวั ได้
ดี และทำสถิติสูงสุดเป็นประวตั ิกำรณ์ไดต้ ่อท่ีระดบั 1,230,000 ถึง 1,290,000 คนั ขยำยตวั ข้นั ต่ำ 20% ถึง 26%
ซ่ึงจะไปช่วยชดเชยตลำดในประเทศที่อำจจะหดตวั ลงเลก็ นอ้ ยข้นั ต่ำก็ 2% ถึง 7% หรือคิดเป็นยอดขำยประมำณ 1,340,000 ถึง
1,410,000
คนั หลงั จำกท่ีผลของโครงกำรรถยนตค์ นั แรกทำใหค้ วำมตอ้ งกำรรถยนตใ์ นอนำคตถูกดึงไปใชแ้ ลว้ ล่วงหนำ้ ต้งั แตป่ ี ที่แลว้ และ
ส่งผลใหย้ อดขำยในช่วงคร่ึงหลงั มีโอกำสหดตวั ลงจำกช่วงเดียวกนั ในปี 2555
ซ่ึงกำรส่งออกรถยนตท์ ี่เขำ้ ไปช่วยชดเชยกำรหดตวั ดงั กล่ำวทำใหก้ ำรผลิตรถยนตป์ ี 2556
น้ีมีโอกำสทำสถิติสูงสุดเป็นประวตั ิกำรณ์ไดเ้ ช่นเดียวกนั ที่ตวั เลขระหวำ่ ง 2,500,000 ถึง 2,600,000 คนั หรือขยำยตวั ต้งั แต่ 5%
ไปถึง 9%
สุดทำ้ ยน้ี คนใชร้ ถบนทอ้ งถนนก็เตรียมเผ่ือเวลำกนั ใหม้ ำกข้ึนกวำ่ ในช่วง 4–5 ปี ที่ผำ่ นมำนะครับ
เพรำะไม่วำ่ จะเป็นถนนกต็ ดั ใหมไ่ ม่ทนั ไม่วำ่ จะเป็นส่วนต่อขยำยรถไฟฟ้ำท้งั บนดิน
และใตด้ ินกต็ อ้ งร้องเพลงรอจนถึงวนั ที่เปิ ดใชบ้ ริกำรจริงๆ กต็ อ้ งมีไม
่่นอ้ ยกวำ่ 3–4 ปี เห็นม้ยั เศรษฐกิจไทยโตดีจริงๆ!”
ขณะท่ีผศ.ดร.สิริแข พงษส์ วสั ด์ิ คณบดีและทีมงำน คณะวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มหำวิทยำลยั เทคโนโลยรี ำชมงคลธญั บุรี
ไดก้ ล่ำวเก่ียวกบั ปัญหำทำงมลพิษท่ีไดจ้ ำกกำรมีรถยนตท์ ี่มำกข้ึนวำ่ “จำกผลกำรตรวจวดั คุณภำพอำกำศในประเทศ 20
ปี ท่ีผำ่ นมำมีสภำวะดีข้นึ แตป่ ัญหำฝ่นุ ขนำดเลก็ และกำ๊ ซโอโซนจำกกำรเผำไหมข้ องรถยนตย์ งั มีมำกข้ึนแทนสำรตะกว่ั
ประเดน็ ปัญหำของฝ่นุ เกิดจำกกำรวิ่งของรถในปริมำณมำกส่วนก๊ำซโอโซนถือเป็นประเดน็ ท่ีแกไ้ ขยำกมำกและพบปริมำณเกิ
นคำ่ มำตรฐำนบ่อยคร้ังที่สุดเม่ือเทียบกบั มลพิษอื่น ๆ
โดยกำ๊ ซโอโซนเกิดจำกปฏิกิริยำระหวำ่ งสำรอินทรียร์ ะเหยงำ่ ยกบั ออกไซดข์ องไนโตรเจนจำกไอเสียของรถยนต์
มีแสงแดดเป็นตวั เร่งปฏิกิริยำทำใหก้ ๊ำซโอโซนมีมำกในช่วงเท่ียงและบ่ำยซ่ึงจะถูกกระแสลมพดั พำไปสะสมในบริเวณตำ่ ง
ๆจะเห็นไดว้ ำ่ มีปัจจยั หลำยอยำ่ งยำกตอ่ กำรควบคุมก๊ำซน้ีใหอ้ ยใู่ นระดบั มำตรฐำน
ถึงภำครัฐจะออกมำตรฐำนใหใ้ ชน้ ้ำมนั ยโู ร 4
เพ่ือลดมลพิษแตก่ ็มน่ั ใจไมไ่ ดว้ ำ่ มลพิษทำงอำกำศจำกรถยนตจ์ ะดีข้ึนเน่ืองจำกปริมำณรถมีมำกเมื่อปลอ่ ยออกมำมำก ๆ
มำตรกำรต่ำง ๆท่ีวำงไวอ้ ำจไม่ไดช้ ่วยอะไร ซ่ึงกำ๊ ซโอโซน มีผลต่อมนุษยท์ ำให้ระคำยเคืองตำผิวหนงั บริเวณคอ
และอำจมีอำกำรไอปวดหวั ร่วมดว้ ยนอกจำกน้ียงั ทำใหพ้ ืชกำรเกษตรออกผลผลิตต่ำ สะสม
อำหำรไดน้ อ้ ยลงติดโรคและแมลงงำ่ ย ตลอดจนทนต่อกำรเปล่ียนแปลงของสภำพอำกำศไดน้ อ้ ยท้งั น้ี
ฝ่นุ และกำ๊ ซโอโซนมีผลตอ่ ระบบทำงเดินหำยใจผดิ ปกติ โดยเฉพำะในเดก็ คนชรำ และผเู้ ป็นโรคภูมิแพ้
หอบหืดซ่ึงมีปริมำณมำกข้ึนจำกผลกระทบน้ีอีกดว้ ย
จำกผลสำรวจของกรมควบคุมมลพษิ พบวำ่ ในกรุงเทพฯพ้นื ท่ีซ่ึงมีกำรจรำจรติดขดั มีผลใหฝ้ ่นุ ละอองขนำดเลก็ และโอโซนมีม
ำกคอื เขตพญำไท วงั ทองหลำง หว้ ยขวำง บำงกะปิ
บำงนำซ่ึงมีปริมำณเบนซินท่ีเป็นสำรก่อมะเร็งเกินมำตรฐำนอนั เป็นผลร้ำยตอ่ มนุษย์
ยำ่ นปริมณฑลที่มีค่ำอำกำศเกินมำตรฐำนคือ สมทุ รปรำกำร ปทมุ ธำนี
สมุทรสำครนนทบุรีส่วนในต่ำงจงั หวดั จะมีมำกในบริเวณหวั เมืองใหญ่และสถำนท่ีทอ่ งเที่ยวตำ่ ง
ๆและจำกกำรประเมินมีขอ้ สังเกตวำ่ ในพ้นื ท่ีจงั หวดั ท่ีมีโรงงำนอุตสำหกรรมมำกเป็นปัจจยั หน่ึงของปริมำณมลพิษทำงอำกำศ
ที่เกินมำตรฐำนเพรำะบำงคร้ังของเสียท่ีเกิดในอำกำศส่วนหน่ึงมำจำกกระบวนกำรผลิตของโรงงำนและผสมรวมกบั มลพษิ จำ
กรถยนตท์ ่ีมีกำรขนส่งทำใหป้ ระชำกรบริเวณน้นั มีควำมเส่ียงท่ีจะมีปัญหำเกี่ยวกบั ระบบทำงเดินหำยใจและส่ิงท่ีตอ้ งคำนึงอยำ่
งมำกในคนท่ีอำศยั อยใู่ กลก้ ำรจรำจรแออดั และระบำยอำกำศไมส่ ะดวกอยำ่ งเช่น
พ้นื ท่ีใตส้ ถำนีรถไฟฟ้ำควรติดต้งั เคร่ืองระบำยอำกำศในห้องพกั ฝ่นุ และก๊ำซต่ำง ๆมีขนำดเลก็ สำมำรถผำ่ นเขำ้ ไปได้
ไมค่ วรปิ ดห้องมิดชิดโดยไม่มีกำรระบำยอำกำศเพรำะมีกำรเปรียบเทียบวำ่ คนท่ีอยภู่ ำยนอกอำจอนั ตรำยนอ้ ยกวำ่ คนท่ีอยใู่ นหอ้
งพกั โดยไมม่ ีกำรระบำยอำกำศในสถำนที่ซ่ึงมีมลพิษมำกทส่ี ำคญั รัฐควรมีมำตรกำรใหค้ วำมรู้ประชำชนเกี่ยวกบั มลพษิ ทำงอำ
กำศท่ีเพม่ิ จำกปัญหำรถยนตท์ ่ีมำกข้ึนซ่ึงประชำชนท่ีแพห้ รือตอ้ งทำงำนบริเวณที่มีมลพิษนำน ๆควรใส่หนำ้ กำกป้องกนั ขนำด
10 ไมครอน
ตำมร้ำนอุปกรณ์แพทยเ์ พรำะที่ผำ่ นมำหนำ้ กำกท่ีขำยตำมร้ำนสะดวกซ้ือยงั มีขนำดบำงทำใหป้ ้องกนั ไมไ่ ดอ้ ยำ่ งจริงจงั
อนำคตปัญหำมลพิษจำกรถยนตใ์ นประเทศคงยงั มีอยเู่ นื่องจำกปริมำณรถที่มำกข้ึนและกำรแกป้ ัญหำท่ีมีอยกู่ ็ยงั ไมจ่ ริงจงั ทำให้
ประชำชนส่วนใหญ่ตอ้ งทนอยกู่ บั มลพษิ เดิม ๆ
สะสมควำมเครียดจนทำใหป้ ระชำกรมีสภำพร่ำงกำยท่ีอ่อนแอหำกภำครัฐไม่ใหค้ วำมรู้และกำรแกไ้ ขอยำ่ งเป็นรูปธรรม
มลพษิ อำกำศจำกรถยนตอ์ ำจยงั ไมเ่ ห็นปัญหำในเร็ววนั แต่สำรพิษตำ่ ง ๆ คอ่ ย ๆ สะสมอยใู่ นร่ำงกำย
ซ่ึงใครกไ็ ม่อยำกรอวนั น้นั จึงจำเป็นอยำ่ งยงิ่ ท่ีตอ้ งเปลี่ยนทศั นคติคนไทยใหห้ นั มำใชร้ ะบบขนส่งมวลชนมำกข้นึ
และผลกั ดนั ใหภ้ ำครัฐทกุ ภำคส่วนมองเห็นปัญหำท่ีตำมมำอยำ่ งรอบดำ้ น”
ภำพที่ 2.1ปัญหำรถติด
ท่มี ำhttp://www.dailynews.co.th/Content/Article/11241
2.2.1 สภำพรถยนตก์ บั ปัญหำมลพษิ ทำงอำกำศ
ในสิงคโปร์ รถที่มีอำยใุ ชง้ ำนนำนกวำ่ 7 ปี ตอ้ งขออนุญำติใชง้ ำนบนทอ้ งถนน แบบปี ต่อปี ในรูปของ COE (Certificate of
Entertainmnet) และมีค่ำใชจ้ ่ำยสูงมำก ส่วนมำกจะเป็นรถโบรำณ มูลค่ำสูง จึงจะเขำ้ ข่ำย COE
เพระยงิ่ รถมีอำยกุ ำรใชง้ ำนมำกเท่ำใดประสิทธิภำพในกำรใชง้ ำนจึงลดลงไปดว้ ย
สิงคโปร์เป็นประเทศท่ีดูแลสภำพแวดลอ้ มท่ีดีมำกจึงทำใหต้ อ้ งเกบ็ คำ่ บริกำรแก่รถยนตท์ ี่มีอำยกุ ำรใชง้ ำนมำกกวำ่ 7ปี
ในประเทศไทย ตรำบเท่ำที่สำมำรถตรวจสภำพผำ่ น กส็ ำมำรถต่อทะเบียน (ป้ำยวงกลม) และใชง้ ำนบนทอ้ งถนนได้ ดงั น้นั
เรำจึงเห็นรถอำยเุ กิน 10 ปี วิ่งอยบู่ นถนน กนั ส่วนขอ้ เสียกค็ ือ รถท่ีมิไดม้ ีกำรบำรุงรักษำตำมมำตรฐำน
กจ็ ะมีโอกำสเสียกลำงถนน และกีดขวำงกำรจรำจรในชวั่ โมงเร่งด่วน โดยเฉพำะในฤดูฝน
2.2.2 อำยเุ ฉล่ียของรถยนต์
ข้ึนอยกู่ บั สภำพกำรใชง้ ำนและกำรบำรุงรักษำ แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยใู่ นระยะ 200,000 กม. หรือ 5-6 ปี
แตร่ ถที่บำรุงรักษำตำมมำตรฐำนของผผู้ ลิต และใชง้ ำนไมห่ นกั กจ็ ะมีสภำพสมบรู ณ์และอำจจะ อยไู่ ดเ้ กิน 10 ปี
2.3.4 ส่งเสริมกำรใชร้ ถประจำทำง รถไฟ หรือระบบขนส่งมวลชนประเภทตำ่ ง
ๆโดยรัฐตอ้ งเขำ้ มำจดั ควำมเป็นระเบียบในแงก่ ำรตรงต่อเวลำสะดวกในกำรเดินทำงและบริกำร
2.3.5 ขบั รถยนตใ์ หน้ อ้ ยลงเม่ือตอ้ งไปทำงำนใกลบ้ ำ้ น
2.3.6 รัฐควรมีกำรเคร่งครัดในกำรตรวจสอบควนั ดำ และกวดขนั อยำ่ งต่อเนื่อง
2.4 ปัญหำเรื่องมลพษิ จำกรถยนตแ์ ละกำรแกป้ ัญหำสังคมของโลก
2.4.1ปัญหำสิ่งแวดลอ้ ม
ในอดีตปัญหำส่ิงแวดลอ้ มไม่รุนแรงนกั เพรำะประชำกรโลกมีนอ้ ยและมนุษยม์ ีควำมเป็นอยอู่ ยำ่ งงำ่ ย ๆ
กำรทำลำยระบบนิเวศกำรทำลำยระบบสมดุลของธรรมชำติ จึงมีนอ้ ย แต่เมื่อ
ประชำกรโลกมำกข้นึ ควำมเจริญทำงดำ้ นวิทยำศำสตร์มีมำกข้นึ มนุษยไ์ ดค้ ดิ คน้ ส่ิงประดิษฐ์ใหม่ ๆ เช่นเคร่ืองจกั ร เครื่องยนต์
เพอื่ ควำมสะดวกสบำยรวมท้งั กำรผลิตสำรบำงชนิดเพื่อกำรเกษตรอุตสำหกรรมกำรกระทำของมนุษยไ์ ดไ้ ปทำลำยระบบนิเวศ
ทำลำยควำมสมดุลของธรรมชำติโดยเฉพำะในเมืองใหญ่ปัญหำส่ิงแวดลอ้ มเป็นพิษไดเ้ พ่มิ มำกข้นึ ทกุ ทีจนเป็นอนั ตรำยตอ่ มนุ
ษย์ ปัจจุบนั ปัญหำสิ่งแวดลอ้ มไดก้ ลำยเป็นปัญหำร่วมกนั ของมนุษยชำติ
ลมฟ้ำอำกำศท่ีกำลงั เปล่ียนแปลงยอ่ มช้ีใหเ้ ห็นผลกระทบจำกระบบนิเวศ ดิน ป่ ำไม้ ทุง่ หญำ้ แหลง่ น้ำ ฯลฯ
ส่ิงเหลำ่ น้ีลว้ นพ่ึงพำอำศยั ซ่ึงกนั และกนั ทำใหเ้ กิดวงจรต่ำง ๆ เช่น วงจรโซ่แห่งอำหำร (Food Chains)
มีควำมสมดุลไดส้ ดั ส่วน และมีผลตอ่ ควำมเป็นอยขู่ องมนุษย์ หำกระบบตำ่ ง
ๆถูกทำลำยควำมสมดุลกจ็ ะเสียไปนน่ั หมำยถึงวถิ ีชีวติ ของมนุษยก์ ็จะตอ้ งเปลี่ยนไปในทำงเลวร้ำยยง่ิ ข้ึน
2.4.1.1สำเหตสุ ำคญั ที่ทำให้เกิดปัญหำส่ิงแวดลอ้ ม
กำรทำลำยสภำพแวดลอ้ มตำมธรรมชำติ ท่ีสำคญั คือ
กำรตดั ไมท้ ำลำยป่ ำอนั เป็นผลมำจำกควำมตอ้ งกำรขยำยที่ทำกินขยำยที่อยอู่ ำศยั และเพื่อกำรนำไมไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในกำรดำรง
ชีวติ และใชป้ ระโยชน์เชิงพำณิชย์ ทำใหเ้ กิดกำรตดั ไมท้ ำลำยป่ ำมำกข้ึนทุกทีท้งั ที่ถกู ตอ้ งตำมหลกั วิชำกำร
ซ่ึงไมน่ ่ำเป็นห่วงมำกนกั แต่ท่ีอนั ตรำยมำก คือกำรตดั ไมท้ ำลำยป่ ำไมถ่ ูกตอ้ งตำมหลกั วชิ ำกำร
โดยไมส่ ำมำรถควบคมุ ไดซ้ ่ึงมีมำกในประเทศดอ้ ยพฒั นำ ดงั เช่น ในทวีปเอเชีย แอฟริกำ
และละตินอเมริกำตวั อยำ่ งที่เห็นไดช้ ดั เจนคือ ประเทศไทย ในอดีตเป็นประเทศที่มีป่ ำอดุ มสมบรู ณ์เป็นแหลง่ ตน้ น้ำลำธำร
เป็นแหลง่ อำหำรที่ไม่เพียงเพื่อกำรบริโภคภำยในประเทศเทำ่ น้นั ยงั เป็นอู่ขำ้ วอู่น้ำส่งออกเล้ียงประชำกรโลกในภูมิภำคอ่ืนดว้ ย
ปัจจุบนั ป่ ำท่ีอุดมสมบรู ณ์ เช่น ป่ ำสำละวนิ ป่ ำทุ่งใหญ่นเรศวร ป่ ำเขำใหญ่
ป่ ำดงลำนไดถ้ กู ทำลำยดว้ ยควำมรู้เทำ่ ไม่ถึงกำรณ์ของมนุษยแ์ ละท้งั ดว้ ยควำมเห็นแก่ไดข้ องขบวนกำรตดั ไมท้ ำลำยป่ ำทำใหแ้
หล่งตน้ น้ำถูกทำลำย แม่น้ำ ลำธำรหลำยสำยเร่ิมต้ืนเขินส่งผลใหแ้ หล่งอำหำรลดนอ้ ยลง เกิดภำวะแหง้ แลง้
ฝนฟ้ำเริ่มปรวนแปรกำรเกษตรเร่ิมมีปัญหำทำใหก้ ำรส่งออกผลิตผลทำงกำรเกษตรไม่ขยำยตวั นอกจำกน้นั สภำพกำรซึมซบั มล
พิษทำงอำกำศก็ลดศกั ยภำพลงดว้ ยสภำพปัญหำดงั กล่ำวไดเ้ กิดข้ึนในหลำยประเทศ
นอกจำกกำรตดั ไมท้ ำลำยป่ ำแลว้ ปัญหำกำรทำลำยระบบนิเวศก็เกิดข้ึนทวั่ ไป เช่น
กำรทำลำยสภำพป่ ำชำยเลนกำรทำลำยระบบนิเวศในทะเลและมหำสมุทร ตลอดจนกำรบุกรุกแหลง่ น้ำธรรมชำติ
2.4.1.2กำรคดิ ประดิษฐแ์ ละผลิตส่ิงท่ีก่อมลพิษ
จำกกำรเปลี่ยนแปลงของกระบวนกำรผลิตของสงั คมโลกยคุ ใหม่ทำใหเ้ คร่ืองจกั รเคร่ืองยนตเ์ ขำ้ มำมีบทบำทมำก
มีกำรนำสำรสงั เครำะหช์ นิดต่ำง ๆเขำ้ มำใชใ้ นกระบวนกำรผลิตก่อให้เกิดมลพิษท้งั ทำงอำกำศ ทำงน้ำ
และในดินมำกข้นึ ทุกทีจนกระทงั่ เป็นอนั ตรำยต่อมนุษย์ สัตวแ์ ละพืช
2.4.1.3กำรขำดจิตสำนึกของมนุษย์
หรืออำจเรียกวำ่ เป็นควำมมกั ง่ำยของมนุษยท์ ี่ทำควำมสกปรกใหแ้ ก่ธรรมชำติ เช่นทิ้งสิ่งของที่ยอ่ ยสลำยไดย้ ำกลงในแม่น้ำ
และพ้ืนดิน
2.4.2 ปัญหำสิ่งแวดลอ้ มที่สำคญั
2.4.2.1ปัญหำมลพิษทำงอำกำศ
อำกำศบริสุทธ์ิเป็นสิ่งจำเป็นของมนุษยแ์ ตใ่ นปัจจุบนั น้ี ประชำกรหนำแน่นเกิดโรงงำนอุตสำหกรรมมำกข้นึ มียำนยนตม์ ำกข้นึ
ควนั หมอก เขมำ่ จึงมำกข้ึนดว้ ยกลำยเป็นพษิ ท่ีทำลำยสุขภำพอนำมยั ของประชำกรโลก สำรพษิ ที่สำคญั
มีซลั เฟอร์ไดออกไซดค์ ำร์บอนมอนอกไซด์ คำร์บอนไดออกไซด์ ออกไซด์ ของไนโตรเจน สำรไฮโดรคำร์บอนต่ำง
ๆรวมท้งั อนุภำคบำงชนิด และไอของตะกว่ั ซ่ึง
เป็นสำรท่ีทำอนั ตรำยต่อมนุษยส์ ำรบำงชนิดอำจทำใหท้ ำรกในครรภผ์ ิดปกติไดอ้ นั ตรำยจะมำกหรือนอ้ ยข้ึนอยกู่ บั ควำมเขม้ ขอ
งกำ๊ ซหรือสำรอนั ตรำยน้นั อยำ่ งไรก็ตำมกำ๊ ซพษิ และสำรพิษท่ีอยใู่ นอำกำศไดก้ ่อใหเ้ กิดอนั ตรำยแก่มนุษย์
และสตั วก์ ๊ำซบำงชนิดทำใหร้ ่ำงกำยออ่ นเพลียสุขภำพเสื่อมโทรมและหำกสูดดมในปริมำณมำกอำจถึงตำยไดบ้ ำงชนิดทำลำยเ
ยอื่ จมูกและหลอดลม ขดั ขวำงกำรรับออกซิเจนในเมด็ เลือดทำใหเ้ ป็นโรคปอดได้ กำ๊ ซบำงชนิดทำใหเ้ กิดกำรระคำยเคอื งตำ
คนั ตำมผวิ หนงั หรืออำจทำใหเ้ กิดโรคมะเร็งไดอ้ นุภำคในอำกำศของสำรหลำยชนิดเป็นอนั ตรำยต่อร่ำงกำยมนุษยเ์ ช่น
กรดกำมะถนั ปริมำณเพยี ง 1 มิลลิกรัมตอ่ อำกำศ 1 ลกู บำศกเ์ มตรจะสำมำรถทำใหร้ ะบบหำยใจผดิ ปกติได้ กรดอำร์ซีนิก
และสำรตะกว่ั จำกท่อไอเสียรถยนตก์ ท็ ำอนั ตรำยต่อมนุษย์ ถำ้ มนุษยไ์ ดร้ ับติดตอ่ กนั วนั ละ 8 ชว่ั โมง สปั ดำห์ละ 5
วนั จะสำมำรถทำลำยสมองเกิดกำรเสื่อมสลำยของเส้นโลหิตฝอยโรคสมองท่ีเกิดจำกพษิ สำรตะกว่ั ทำใหเ้ กิดกำรตกเลือดในสม
อง ปวดศีรษะจนอำจเป็นอมั พำตได้ และพบวำ่ ยงั มีผลตอ่ ควำมเส่ือมของเซลล์ สืบพนั ธุ์ของมนุษยไ์ ดน้ อกจำกน้นั
สำรตะกว่ั ยงั เป็นอนั ตรำยร้ำยแรงต่อกำรเจริญเติบโตของเด็กอีกดว้ ย
สำรท่ีมนุษยเ์ ร่ิมตระหนกั ในพษิ ภยั อีกชนิดหน่ึง คือ สำรคลอโรฟลูโอคำร์บอน (Chlorofluocarbon) หรือสำร CFC จะลอยข้ึน
ไปทำลำยก๊ำซโอโซนในบรรยำกำศทำใหเ้ กิดช่องโหวท่ ่ีแสงอลั ตรำไวโอเลต (Ultra Violet)
จำกดวงอำทิตยส์ ำมำรถส่องตรงมำยงั ผิวโลกไดโ้ ดยตรง ยงิ่ มีควนั จำกโรงงำนอตุ สำหกรรมซ่ึงมีก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์
เป็นส่วนผสมสำคญั ร่วมดว้ ยกจ็ ะทำใหภ้ ำวะเรือนกระจกรุนแรงมำกข้นึ
จำกกำรสำรวจของนกั วิจยั แห่งมหำวิทยำลยั อลำสกำพบวำ่ ภูเขำน้ำแขง็ ขนำดใหญท่ ี่ช่ือวำ่ ” กรีนแลนด์ ไอซ”์
กำลงั ละลำยอยำ่ งรวดเร็วเกินควำมคำดหมำยควำมสูงของภเู ขำน้ำแขง็ ลดลงเฉลี่ยปี ละหน่ึงฟุตคร่ึงและเม่ือเปรียบเทียบกบั ขอ้ มู
ลตน้ ทศวรรษ 1990 ทำใหท้ ีมนกั สำรวจตอ้ งตะลึงเม่ือพบว่ำภูเขำน้ำแขง็ ละลำยจนบำงลงเป็นสองเทำ่ เมื่อเปรียบเทียบกบั 40 ปี
ก่อนสำเหตทุ ่ีทำใหภ้ เู ขำน้ำแขง็ ในอลำสกำละลำยอยำ่ งรวดเร็วน้ีน่ำจะเป็นผลมำจำกภำวะเรือนกระจกเน่ืองจำกชำวโลกพำกนั
ปลอ่ ยก๊ำซพิษข้นึ สู่บรรยำกำศทำใหโ้ ลกร้อนข้ึน
นอกจำกน้ีกำรนำเอำพลงั งำนนิวเคลียร์เขำ้ มำใชใ้ นอตุ สำหกรรมผลิตกระแสไฟฟ้ำกท็ ำใหเ้ กิดโศกนำฏกรรมคร้ังใหญ่มำแลว้
เมื่อมีกำรร่ัวไหลของสำรกมั มนั ตภำพ
2.5 บุคคลที่เป็นห่วงถึงปัญหำรถลน้ โลก
นำย บิลฟอร์ดประธำนบริหำรฟอร์ดมอเตอร์คมั ปะนี ไดแ้ สดงวิสัยทศั น์ โดยกำรบรรยำยพิเศษ
ในหว้ ขอ้ อนำคตของกำรเดินทำงในเมืองใหญ่ (Urban Mobility)
นำย
บิลฟอร์ดไดแ้ สดงวสิ ัยทศั น์ของแนวโนม้ กำรเดินทำงในเมืองใหญซ่ ่ึงจะครอบคลุมถึงประเด็นควำมกงั วลเก่ียวกบั กำรถือกรรม
สิทธ์ิยำนพำหนะท่ีเพมิ่ ข้นึ ทวั่ โลก และควำมเป็นไปไดข้ องกำรเกิดควำมแออดั ของยำนพำหนะทวั่ โลก(Global Gridlock)
นำยบิลฟอร์ดยงั จะกลำ่ วถึงอนำคตของกำรเช่ือมต่อของระบบกำรขนส่ง (Ttransportation Ecosystem)
ซ่ึงเป็นระบบกำรเชื่อมตอ่ อจั ฉริยะที่เช่ือมกำรเดินทำงรูปแบบตำ่ งๆ รวมถึงระบบสำธำรณูปโภคเขำ้ ไวด้ ว้ ยกนั
เพอ่ื ระบบกำรขนส่งที่ดีข้ึนนำยฟอร์ดกล่ำววำ่
ในช่วงทศวรรษที่ผำ่ นมำอตุ สำหกรรมยำนยนตม์ ีพฒั นำกำรอยำ่ งมำกในกำรจดั กำรกบั ปัญหำดำ้ นส่ิงแวดลอ้ มยำนยนตใ์ นปัจจุ
บนั จึงสะอำดข้นึ กวำ่ เดิม ประหยดั น้ำมนั มำกข้ึนสำมำรถนำวสั ดุต่ำงๆ
กลบั มำใชใ้ หม่ไดแ้ ละมีควำมเป็นมิตรต่อส่ิงแวดลอ้ มอยำ่ งยง่ั ยนื ยง่ิ กวำ่ ที่เคย
อยำ่ งไรก็ดี เม่ือมองถึงอนำคต จะเห็นวำ่
ควำมทำ้ ทำยท่ีตอ้ งเผชิญในอนำคตไม่ไดเ้ กิดจำกรถแต่ละคนั เพียงอยำ่ งเดียวเพรำะปัจจุบนั เรำมีรถอยบู่ นทอ้ งถนนประมำณ
1,000 ลำ้ นคนั ทว่ั โลกกำรที่ประชำกรมีจำนวนเพ่ิมข้ึนเร่ือยๆทำใหผ้ เู้ ช่ียวชำญคำดกำรณ์วำ่ ภำยในปี ค.ศ. 2020
ตวั เลขดงั กลำ่ วจะเพิ่มข้ึนอีกเทำ่ ตวั และเมื่อมองไกลออกไปเช่ือวำ่ จะมีรถวิง่ อยบู่ นทอ้ งถนนทวั่ โลกมำกถึง 4,000
ลำ้ นคนั ภำยในปี 2050
"แมว้ ำ่ ภำคอุตสำหกรรม
จะมีรถที่ปล่อยมลภำวะเป็นศูนยแ์ ละใชแ้ หล่งพลงั งำนทดแทนไดแ้ ต่หำกสังคมยงั ใชย้ ำนพำหนะกนั โดยปรำศจำกกำรไตร่ตรอ
งแลว้ จำนวนรถท่ีมำกเกินไปกอ็ ำจก่อใหเ้ กิดอุปสรรคร้ำยแรงต่อพฒั นำกำรท้งั ดำ้ นเศรษฐกิจ สังคม
และสิ่งแวดลอ้ มซ่ึงปัญหำดงั กล่ำวจะเกิดข้นึ มำกที่สุดในเขตเมืองเพรำะในอีกไม่ก่ีทศวรรษขำ้ งหนำ้
เป็นท่ีคำดกนั วำ่ ประชำกรโลก 75 % จะยำ้ ยมำอยอู่ ำศยั กนั ในเขตเมือง และจะมีเมืองขนำดใหญ่ถึง 50
แห่งท่ีมีจำนวนประชำกรอำศยั อยมู่ ำกกวำ่ 10 ลำ้ นคนจึงมีควำมเป็นไปไดว้ ำ่ อำจจะเกิดปรำกฏกำรณ์
“กำรจรำจรติดขดั ทวั่ โลก” ซ่ึงหมำยถึงสถำนกำรณ์รถติดที่ไมจ่ บสิ้น ทำใหเ้ สียท้งั เวลำสิ้นเปลืองพลงั งำน และทรัพยำกรโลก "
นำยฟอร์ดกลำ่ ววำ่ กรุงเทพฯ เป็นตวั อยำ่ งท่ีเด่นชดั
ในเร่ืองของควำมทำ้ ทำยที่เกิดจำกกำรเติบโตและควำมเจริญรุ่งเรืองทำงเศรษฐกิจเพรำะประชำกรในกรุงเทพฯ
เพ่มิ จำนวนข้ึนสองเท่ำตวั ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผำ่ นมำและ เมื่อเดือนกนั ยำยนท่ีผำ่ นมำ
ประเทศไทยมีจำนวนผเู้ ป็นเจำ้ ของรถยนตท์ ่ีเพิ่มข้นึ อยำ่ งมหำศำลยอดขำยรถยนตใ์ นประเทศไทยเพิ่มข้ึนสูงกวำ่ 1
ลำ้ นคนั เป็นคร้ังแรกในประวตั ิศำสตร์ ซ่ึงฟอร์ดเช่ือวำ่ ในสิ้นปี น้ีไทยจะมีกำรขำยรถ สูงทำสถิติเป็นประวตั ิกำรณ์ที่ 1.4
ลำ้ นคนั "
วิธีดำเนินกำร
3.1 สถำนทแี่ ละระยะเวลำในกำรศึกษำค้นคว้ำ
โครงงำนสำรวจเรื่อง รถลน้ โลก ไดท้ ำกำรสำรวจท่ี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเดจ็ พระศรีนครินทร์กำญจนบรุ ี”
ภำคกำรศึกษำ 2557 สำรวจจำกกลุ่มตวั อยำ่ งจำนวน 100 คน
3.2 วสั ดอุ ุปกรณ์ที่ใช้ในกำรสำรวจ
3.2.1. แบบสอบถำม 100 แผน่
3.2.2. ปำกกำ
3.3 วิธกี ำรเลือกกล่มุ ตวั อย่ำง
3.3.1. กำรเลือกกลุ่มตวั อยำ่ งแบบบงั เอิญ (Accidental sampling)
เป็นกำรเลือกกลุม่ ตวั อยำ่ งเพ่ือใหไ้ ดจ้ ำนวนตำมตอ้ งกำรโดยไม่มีหลกั เกณฑ์
กล่มุ ตวั อยำ่ งจะเป็นใครกไ็ ดท้ ี่สำมำรถใหข้ อ้ มลู ได้
3.4 วิธกี ำรสำรวจ
3.4.1 ออกแบบ แบบสอบถำมเกี่ยวกบั จำนวนรถที่แตล่ ะครอบครัวของนกั เรียนจะมี
3.4.2 ระบุชนิดรถ คือ รถยนตแ์ ละจกั รยำนยนต์ ซ่ึง1คนอำจมีไดห้ ลำยคนั
3.3.3 เม่ือออกแบบแบบสอบถำมเสร็จกเ็ ร่ิมนำไปสำรวจกลุม่ ตวั อยำ่ งจำกนกั เรียนทกุ ระดบั ช้นั เป็น
จำนวน100 คน
3.4.4 เก็บรวบรวมแบบสอบถำมของนกั เรียน
3.4.5 สรุปจำนวนรถแตล่ ะชนิดที่ไดข้ องนกั เรียนทกุ ระดบั ช้นั
3.4.6 นำขอ้ มูลท่ีไดแ้ สดงออกมำเป็นตำรำงแสดงผล
ผลกำรวเิ ครำะหข์ อ้ มูล
ตำรำงสำรวจจำนวนรถยนต์ทม่ี ใี นครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนเฉลมิ พระเกียรติสมเดจ็ พระศรีนครินทร์ กำญจนบรุ ี
คนท่ี ประเภทของรถ
จกั รยำน อำยรุ ถ จกั รยำนยนต์ อำยรุ ถ รถยนต์ อำยรุ ถ รถยนต์ อำยรุ ถ
(คนั ) (ปี ) (คนั ) (ปี ) (คนั ) (ปี ) >4 ลอ้ (ปี )
เฉลย่ี ร 1.49 4.09 1.84 10.3 1.72 5.39 0.18 1.26
วม
จำกกำรสำรวจจำนวนรถยนตท์ ี่มีในครอบครัวของนกั เรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเดจ็ พระศรีนครินทร์
กำญจนบุรีพบวำ่ แต่ละครอบครัวมีจำนวนของรถและประเภทของรถที่แตกต่ำงกนั ดงั ตำรำงที่4.1
จะเห็นวำ่ ต่อ1ครอบครัวจะมีรถจกั รยำนมีประมำณ 2 คนั อำยปุ ระมำณ4-6ปี จกั รยำนยนตม์ ีประมำณ 2 คนั อำยปุ ระมำณ 10
ปี รถยนตม์ ีประมำณ 2 คนั อำยปุ ระมำณ4-6 ปี และรถยนตม์ ำกกวำ่ 4 ลอ้ ประมำณ1คนั อำยปุ ระมำณ 2ปี ตำมลำดบั
สรุปผล อภปิ รำยและข้อเสนอแนะ
5.1 สรุปผลกำรสำรวจ
จำกตำรำงสำรวจผล
สรุปผลไดว้ ำ่ ในแต่ละครอบครัวของกลมุ่ ตวั อยำ่ งท่ีเรำไดส้ ำรวจมำน้นั ต่อ1ครอบครัวรถจกั รยำนมีประมำณ 2 คนั
อำยปุ ระมำณ4-6ปี รถจกั รยำนยนตม์ ีประมำณ 2 คนั อำยปุ ระมำณ 10 ปี รถยนตม์ ีประมำณ 2 คนั อำยปุ ระมำณ4-6 ปี
และรถยนตม์ ำกกวำ่ 4 ลอ้ ประมำณ1คนั อำยปุ ระมำณ 2ปี ตำมลำดบั
5.2 ข้อเสนอแนะ
ในกำรสำรวจคร้ังน้ี กลมุ่ ของขำ้ พเจำ้ กพ็ บวำ่ กำรสำรวจซ่ึงสุ่มจำกกลุม่ ตวั อยำ่ ง
100คนขอ้ มูลท่ีไดม้ ำอำจจะยงั ไมค่ รอบคลมุ เพยี งพอท่ีจะนำมำตอบสรุปเลยไดว้ ำ่ ทกุ ครอบครัวจะมีจำนวนรถประมำณน้ี
ดงั น้นั ถำ้ มีผใู้ ดอยำกต่อยอดโครงงำนน้ีกลุ่มของขำ้ พเจำ้ จึงอยำกเสนอใหส้ ำรวจจำกกลมุ่ ตวั อยำ่ งที่หลำกหลำยมำกกวำ่ น้ี
และอำจจะจดั ในกำรรณรงคใ์ หม้ ีกำรใชร้ ถยนตใ์ นปริมำณท่ีนอ้ ยลง
เอกสำรอำ้ งอิง
บญั ชำ ชุมชยั เวทย.์ 2558.ไมเ่ กิน 5 ปี พไี่ ทยผลิตรถยนตก์ วำ่ 3 ลำ้ นคนั (ออนไลน)์ .แหล่งที่มำ:
http://www.thairath.co.th/content/436129 .28 มกรำคม2558
มลู นิธิวิกิมีเดีย.2558 .รถยนต(์ ออนไลน)์ .แหล่งที่มำ: http://th.wikipedia.org/wikiรถยนต์ .28 มกรำคม2558
บำ้ นจอมยทุ ธ .2558.ปัญหำและกำรแกป้ ัญหำสงั คมของโลก(ออนไลน์).แหลง่ ที่มำ:
http://www.baanjomyut.com/library_4/global_society/03_1.html .30มกรำคม 2558
ทีมวำไรต้ี.2558 .จำนวนรถเพมิ่ มลพษิ อำกำศเพ่มิ !!(ออนไลน์)
.แหลง่ ท่ีมำ:http://www.dailynews.co.th/Content/Article/จำนวนรถเพ่ิม...มลพิษสำกำศเพม่ิ !+มองจุดเส่ียงแกป้ ัญหำดว้ ยตวั เอง
. 5 กุมภำพนั ธ์ 2558.
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์.2558.ฟอร์ดวติ กรถลน้ โลก กระทบจรำจรเมืองใหญ่(ออนไลน)์ .แหล่งท่ีมำ:
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/auto-mobile/auto-mobile/20121130/480243/%.html. 7 กุมภำพนั ธ์ 2558
กลั ยำ วำนิชยบ์ ญั ชำ. 2542.กำรวเิ ครำะห์สถิติ :สถิตเิ พื่อกำรตัดสินใจ. พิมพค์ ร้ังที่ 4. กรุงเทพฯ :
โรงพมิ พแ์ ห่งจุฬำลงกรณ์วิทยำลยั .
โครงงำนกำรสำรวจกำรใชร้ ถยนต์
บทท่ี1 บทนำ
บทที่2 เอกสำรท่ีเกี่ยวขอ้ ง
บทที่3 วิธีดำเนินกำร
บทท่ี4 ผลกำรวิเครำะห์ขอ้ มลู
บทที่5 สรุป อภิปรำยผลและขอ้ เสนอแนะ
ผจู้ ดั ทำ
หนำ้ แรก
เอกสำรอำ้ งอิง
ผ้จู ัดทำ
1.นำงสำว ปิ ยะฉตั ร สนทนำวงศ์ เลขที่ 3
2.นำงสำว ภทั รำนิษฐ์ ขนนั เยยี่ ม เลขท่ี 6
3.นำงสำว กมลรัตน์ หวำนเสนำะ เลขที่ 22
4.นำงสำว รพีพรรณ ปำนยนื เลขที่14
5.นำงสำว อำรยำ แสงทอง เลขที่20
ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที่ 5/12