The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมแผนการจัดการเรียนรู้ (ทดลองสอนและฝึกฏิบัติในรายวิชา)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Krittiyanee.aunthong555, 2022-05-01 12:02:04

แผนการจัดการเรียนรู้ (ขั้นทดลองสอนและฝึกฏิบัติในรายวิชา)

รวมแผนการจัดการเรียนรู้ (ทดลองสอนและฝึกฏิบัติในรายวิชา)

.
.

Google Meet

Power point
.

.

. Power point
..
..
. Google Meet
.
.
. Youtube
.

.

.

point Youtube Power
Google classroom Power point
.
meet Google

ษมา กราดธ

บุ



11 32511
55

1.1

1. 16. 31.
2. 17. 32.
3. 18. 33.
4. 19. 34.
5. 20. 35.
6. 21. 36.
7. 22. 37.
8. 23. 38.
9. 24. 39.
10. 25. 40.
11. 26. 41.
12. 27. 42.
13. 28. 43.
14. 29. 44.
15. 30. 45.

11 32511
55

1.2

1.
1. 2. 3. 4.

2.
1. 2. 3. 4.

3.
1. 2. 3. 4.

4.
1. 2. 3. 4.

5.
1. 2. 3. 4.

6.
1. 2. 3. 4.

7.
1. 2. 3. 4.

8.

9.

10.
1. 2. 3. 4.

11.

12.
1. 2. 3. 4.

13.
1. 2. 3. 4.

14.
1. 2. 3. 4.

15.
1. 2. 3. 4.

16.
1. 2. 3. 4.

17.
1. 2. 3. 4.

18.
1. 2. 3. 4.

19.
1. 2. 3. 4.

20.
1. 2. 3. 4.

21.
1. 2. 3. 4.

22.
1. 2. 3. 4.

23.
1. 2. 3. 4.

24.
1. 2. 3. 4.

25.
1. 2. 3. 4.

26.
1. 2. 3. 4.

27.
1. 2. 3. 4.

28.
1. 2. 3. 4.

29.

30.



โครงสร้างกาหนดการสอน

หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย
ชุด ภาษาเพ่อื ชีวติ ภาษาพาที และวรรณคดีลานา ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ เวลา(ชว่ั โมง)
๑ ครอบครวั พอเพยี ง ๖
๒ คนละไม้ คนละมอื ๑๐
๓ วิชาเหมือนสินค้า ๗
๔ ภยั เงียบ ๖
๕ ประชาธิปไตยใบกลาง ๗
๖ พอ่ ค้าจากเมาะตะมะ ๗
๗ รว่ มแรง รว่ มใจ ๕
๘ จากคลองสหู่ อ้ งแอร์ ๕
๙ กาเนดิ ผดิ พ้นคนทงั้ หลาย ๑๐
๑๐ ดง่ั หยาดทิพย์ชโลมใจ ๖
๑๑ กา้ วให้ไกล ไปให้ถึง ๘
๑๒ กระเช้าของนางสดี า ๘

กาหนดการสอนภาษาไทย

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๘๕ ช่วั โมง (๕ ชั่วโมง/สปั ดาห์)

หน่วยที่/ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนกั
(ช่ัวโมง) (คะแนน)
ภาษาพาที ท ๑.๑ ป.๕/๒ ๑. ทราบถึงชนิดของพืชผักสวนครัว
หรอื ดอกไมต้ ่าง ๆ ที่ปลูกตามร้ัวแล้ว ๖ ๑๐
สามารถเก็บมากินได้ รวมท้ังการ
บทท่ี ๑ ครอบครัว ท ๑.๑ ป.๕/๓ กักเก็บน้าไว้ใช้ และการทาปุ๋ยหมัก
จากพืชโดยไม่ใช้สารเคมี
พอเพียง ท ๑.๑ ป.๕/๕ ๒. การอ่านจับใจความ โดยจะต้อง
สามารถหาส่วนสาคัญของเร่ือง ซ่ึง
ท ๑.๑ ป.๕/๖ จะปรากฏอยู่ตามส่วนย่อหน้าต่าง ๆ
ของเรื่องที่อ่าน อาจจะอยู่ส่วนต้น
ท ๑.๑ ป.๕/๘ ส่วนกลาง หรือส่วนท้ายของยอ่ หน้า
๓. ทราบหลกั การพดู และเขยี นแสดง
ท ๒.๑ ป.๕/๒ ความรู้สึกที่ถูกวิธี นั่นคือ การที่ผู้พูด
สื่อสารต่อผฟู้ ัง และผู้เขียนสง่ สารต่อ
ท ๒.๑ ป.๕/๖ ผู้อ่านในโอกาสต่าง ๆ เช่น แสดง
ความยินดี แสดงความเสียใจ โดยท่ี
ท ๒.๑ ป.๕/๘ สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิต
ประจาวันได้
ท ๒.๑ ป.๕/๙

ท ๓.๑ ป.๕/๑

ท ๕.๑ ป.๕/๑

ท ๕.๑ ป.๕/๒

ภาษาพาที ท ๑.๑ ป. ๕/๑ ๑. การอ่านออกสยี ง เปน็ การอา่ นให้ ๑๐ ๑๐
ผู้อ่ืนฟัง หากผู้อ่านออกเสียงถูกต้อง
บทที่ ๒ คนละไม้ ท ๑.๑ ป. ๕/๒ จังหวะชัดเจน ช่วยให้การสื่อสารมี
ประสทิ ธิภาพ ผูฟ้ ังรับสารได้ชดั เจน
คนละมอื ท ๑.๑ ป. ๕/๘ ๒. เรียนรู้และเข้าใจเรื่องคาบุพบท
ว่าคือ คาท่ีเขียนหรือพูดนาหน้า
ท ๒.๑ ป. ๕/๑ คานาม คาสรรพนาม หรือคากริยา
เพ่ือเชือ่ มหรือขยายคาที่อยู่ด้านหน้า
ท ๒.๑ ป. ๕/๓ เพื่อบอกสถานท่ี บอกความเป็นผู้รับ
บอกความเป็นเจ้าของ และบอก
ท ๒.๑ ป. ๕/๖ เวลา
๓. เคร่ืองหมายวรรคตอน เป็น
ท ๒.๑ ป. ๕/๘ เคร่ืองหมายที่ใช้ประกอบการเขียน
เมื่ออ่านข้อความท่ีใช้เครื่องหมาย
ท ๔.๑ ป. ๕/๑

ท ๕.๑ ป.๕/๒

วรรณคดีลานา ท ๑.๑ ป.๕/๑ บางชนิดต้องออกเสียงให้สอดคล้อง ๗ ๑๐
บทที่ ๓ วิชาเหมือน ท ๑.๑ ป.๕/๓ กบั ขอ้ ความ
สินคา้ ท ๑.๑ ป.๕/๔ ๔. การอ่านร้อยแก้ว เป็นข้อเขียนท่ี
นาคามาเรียบเรียงเป็นข้อความหรือ
ท ๑.๑ ป.๕/๕ เร่ืองราวซ่ึงมีแบบต่าง ๆ เช่น การ
ท ๑.๑ ป.๕/๖ บรรยาย พรรณนา อธิบาย ฯลฯ โดย
ท ๑.๑ ป.๕/๘ จะต้องสามารถอา่ นร้อยแก้วได้อย่าง
ท ๒.๑ ป.๕/๑ ถกู ต้อง
ท ๒.๑ ป.๕/๒ ๕. การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง เป็น
ท ๒.๑ ป.๕/๙ การแสดงให้เห็นเนื้อเร่ืองโดยรวม
ท ๓.๑ ป.๕/๑ ของทั้งเร่ือง โดยจะต้องเข้าใจและ
ท ๓.๑ ป.๕/๓ จบั ใจความสาคญั ของเร่ืองได้
ท ๓.๑ ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป. ๕/๖ ๑. ทราบวิธีการอ่านและสามารถ
ท ๕.๑ ป.๕/๑ อ่านทานองเสนาะได้ ซ่ึงการอ่าน
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ทานองเสนาะเป็นการอ่านออกเสียง
ท ๕.๑ ป.๕/๓ อย่างไพเราะตามลีลาของบทร้อย
ท ๕.๑ ป.๕/๔ กรองแต่ละประเภท หรือหมายถึง
การอ่านตามทานองเพ่ือให้เกิดความ
เสนาะ
๒. การอ่านออกเสียง เป็นการอ่าน
ให้ผู้อ่ืนฟัง หากผู้อ่านออกเสียง
ชัดเจนถูกต้อง ย่อมช่วยให้การ
สื่อสารมีประสิทธิภาพ ผู้ฟังสามารถ
รับสารได้อย่างสมบูรณ์ จึงควรฝึกให้
ชานาญ เพ่ือให้สามารถนาไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวนั ได้
๓. ชใ้ี ห้นักเรียนเห็นความสาคัญของ
การศึกษาเล่าเรียนหรือการ “เรียน
วิชา” ว่าเปรียบเหมือนการแสวงหา
สินค้าที่อยู่แดนไกลต้องยากและ
ลาบากและต้องใช้การพยายามใน
ก า ร เ ดิ น ท า ง เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ไ ด้ สิ น ค้ า
เปรียบส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ของเรา เหมือนกับส่วนต่าง ๆ ของ
เรอื

ภาษาพาที ท ๑.๑ ป.๕/๑ ๑. การอ่านในใจท่ีดีและมีจุดหมาย ๖ ๑๐
บทที่ ๔ ภยั เงยี บ ท ๑.๑ ป.๕/๒ แล้วสามารถต้ังคาถาม ตอบคาถาม ๗ ๕
ท ๑.๑ ป.๕/๕ ลาดับเหตุการณ์และอภิปรายแสดง
ท ๑.๑ ป.๕/๗ ความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่อ่าน
ท ๑.๑ ป.๕/๘ อย่างมีเหตุผล จะทาให้เข้าใจเรื่อง
ท ๒.๑ ป.๕/๒ ไดด้ ี
ท ๒.๑ ป.๕/๔ ๒. การเขียนงานประเภทต่าง ๆ
ท ๒.๑ ป.๕/๙ ผู้เรียนควรจะต้องฝึกเขียนแผนภาพ
ท ๓.๑ ป.๕/๒ โครงเรื่อง และแผนภาพความคิด
ท ๔.๑ ป.๕/๒ ผ่านทางตัวอักษรหรือรูปภาพต่าง ๆ
ท ๔.๑ ป.๕/๕ เพ่ือฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ แล้ว
ท ๕.๑ ป.๕/๑ นาแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพ
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ความคิดไปใช้พัฒนางานเขียนของ
ท ๕.๑ ป.๕/๓ ตนเอง
๓. คาและสานวนในภาษาไทยมี
ภาษาพาที ท ๑.๑ ป.๕/๑ ความหมายใกล้เคียงกัน เราจึงต้อง
บทท่ี ๕ ท ๑.๑ ป.๕/๒ สังเกตความหมาย และเลือกใช้ให้
ประชาธปิ ไตย ท ๑.๑ ป.๕/๔ ถูกตอ้ งและเหมาะสม
ใบกลาง ท ๑.๑ ป.๕/๕ ๔. ภาษาไทยมีการยืมคาจาก
ท ๑.๑ ป.๕/๖ ภาษาต่างประเทศมาใช้ คาบางคา
ท ๑.๑ ป.๕/๘ รับมาใช้เหมือนคาเดิม แต่คาบางคา
ท ๒.๑ ป.๕/๓ นามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการ
ออกเสียงของคนไทย โดยจะต้อง
ฝึกอ่านเขียนและใช้ให้ถูกต้อง ถ้า
ต้องการทราบว่าคาใดมาจากภาษา
ใดให้ศึกษาจากพจนานุกรม ซึ่งจะ
อธิบายท้ังท่ีมาและความหมายของ
คาไว้อย่างชัดเจน
๕. ทราบและเข้าใจเก่ียวกับประโยค
และส่วนประกอบของประโยค

๑. ทราบและเข้าใจเรื่องคาเช่ือม
หรือคาสันธาน ในลักษณะการใช้
คาเชื่อมคา วลี ประโยค ข้อความ
เข้าด้วยกัน โดยอาจจะมีลักษณะ
ท่ีเป็นเหตุเป็นผลกัน ขัดแย้งกัน
คล้อยตามกัน หรอื เลือกเอาอย่างใด
อยา่ งหน่ึง

วรรณคดลี านา ท ๒.๑ ป.๕/๔ ๒. การย่อความ โดยจะต้องสามารถ ๗ ๑๐
บทที่ ๖ พอ่ คา้ ท ๒.๑ ป.๕/๘ เขียน และเก็บใจความสาคัญของ ๕ ๕
จากเมาะตะมะ ท ๒.๑ ป.๕/๙ เรื่องแล้วนามาเรียบเรียงใหม่ ด้วย
ท ๓.๑ ป.๕/๑ สานวนของตนเองได้อย่างกระชับ
ท ๓.๑ ป.๕/๓ และถูกต้อง
ท ๔.๑ ป.๕/๑ ๓. สามารถคิดวิเคราะห์ และเข้าใจ
ท ๔.๑ ป.๕/๒ ภาษาทใ่ี ช้ในงานเขียนโน้มน้าวใจได้
ท ๕.๑ ป.๕/๑
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ๑. การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว
การอ่านจับใจความ เป็นการอ่าน
ท ๑.๑ ป.๕/๑ เพื่อเก็บใจความสาคัญของเร่ือง อีก
ท ๑.๑ ป.๕/๒ ท้ั ง ฝึ ก คิ ด ห รื อ ต้ั ง ค า ถ า ม เ พ่ื อ ห า
ท ๑.๑ ป.๕/๔ คาตอบจากเรื่อง รวมไปถึงอ่านเร่ือง
ท ๑.๑ ป.๕/๕ แลว้ จะต้องสามารถยอ่ ความได้
ท ๑.๑ ป.๕/๘ ๒. การเขียนแผนภาพโครงเรื่องหรือ
ท ๒.๑ ป.๕/๒ แผนผังเรื่องเพ่ือเป็นการจัดระบบ
ท ๒.๑ ป.๕/๓ ความคิดทีมีต่อการเขียน โดยมีการ
ท ๒.๑ ป.๕/๔ ทราบถึงตัวละคร สถานท่ี วัน เวลา
ท ๒.๑ ป.๕/๖ การกระทา ผลของการการกระทา
ท ๒.๑ ป.๕/๙ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในบทเรียน
ท ๓.๑ ป.๕/๑ ทราบข้อคิดจากเร่ือง และสามารถ
ท ๓.๑ ป.๕/๒ นามาใช้ในชีวติ ประจาได้
ท ๓.๑ ป.๕/๔ ๓. ทราบและเข้าใจในเร่ืองสานวน
ท ๓.๑ ป.๕/๕ โวหารตา่ ง ๆ รวมถึงความหมายและ
ท ๔.๑ ป.๕/๗ สานวนที่บรรยายหรือพรรณนา
ท ๕.๑ ป.๕/๑ ภายในเร่ือง โดยจะต้องวิเคราะห์
ท ๕.๑ ป.๕/๒ และศกึ ษาคา ข้อความ สานวนภาษา
ท ๕.๑ ป.๕/๓ เพ่ือให้อ่านแล้วรู้น้าเสียง อารมณ์
ของตัวละคร รวมถึงทาให้เห็นภาพ
ภาษาพาที ท ๑.๑ ป.๕/๑ ตามเนอ้ื เรือ่ งไดอ้ ย่างชัดเจน
บทที่ ๗ ร่วมแรง ท ๑.๑ ป.๕/๒
ร่วมใจ ท ๑.๑ ป.๕/๔ ๑. การอ่านออกเสียง ซ่ึงเป็นการ
ท ๑.๑ ป.๕/๕ อ่านให้ผู้อ่ืนฟัง หากผู้อ่านออกเสียง
ท ๑.๑ ป.๕/๖ ชัดเจนถูกต้อง ย่อมช่วยให้การ
สื่อสารมีประสิทธิภาพ ผู้ฟังสามารถ
รับสารไดอ้ ย่างสมบูรณ์ จึงควรฝึกให้

ท ๑.๑ ป.๕/๗ ชานาญ เพ่ือให้สามารถนาไปใช้ใน
ท ๑.๑ ป.๕/๘ ชวี ติ ประจาวันได้
ท ๒.๑ ป.๕/๓ ๒. ทราบและเข้าใจในเรื่องของคา
ท ๒.๑ ป.๕/๔ อุทาน ที่เป็นคาเพ่ือแสดงถึงอารมณ์
ท ๒.๑ ป.๕/๗ ความรู้สึกต่าง ๆ ของตัวละครใน
ท ๒.๑ ป.๕/๘ เรื่อง ทั้งในขณะที่ตกใจ ดีใจ เสียใจ
ท ๒.๑ ป.๕/๙ ประหลาดใจ สงสัย หรืออาจจะเป็น
ท ๓.๑ ป.๕/๒ คาท่ใี ช้เสริมคาพดู กย็ ่อมได้
ท ๓.๑ ป.๕/๓ ๓. ขา่ วสารของทางราชการ เป็นการ
ท ๓.๑ ป.๕/๔ สื่ อ ส า ร ข้ อ ค ว า ม จ า ก ห น่ ว ย ก า ร
ท ๓.๑ ป.๕/๕ ราชการ ไม่ว่าจะเก่ียวกับหน่วยรัฐ
ท ๔.๑ ป.๕/๑ หรือเอกชนมาถึงประชาชนบุคคล
ท ๕.๑ ป.๕/๑ ท่ัวไป อาจจัดเป็นรปู แบบต่าง ๆ เมือ่
ท ๕.๑ ป.๕/๒ รบั ทราบแล้วก็จะนาไปปฏิบัตติ ่อไป
๔. การเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง เป็น
ภาษาพาที ท ๑.๑ ป.๕/๑ แนวทางการเขียนเพ่ือแสดงให้เห็น ๕ ๕
ถึงโครงเรื่องทั้งเรื่อง โดยจะต้อง
บทที่ ๘ จากคลอง ท ๑.๑ ป.๕/๒ สามารถจับใจความสาคัญของเร่ืองท่ี
อ่านได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงสามารถ
สู่ห้องแอร์ ท ๑.๑ ป.๕/๓ นาไปใช้ในการเขียนย่อความเร่ืองท่ี
อ่านไดอ้ กี ดว้ ย
ท ๑.๑ ป.๕/๖
๑. การอ่านออกเสียง เป็นการอ่าน
ท ๑.๑ ป.๕/๘ ให้ผู้อ่ืนฟัง หากผู้อ่านออกเสียง
ชัดเจนถูกต้อง ช่วยให้การส่ือสารมี
ท ๒.๑ ป.๕/๑ ประสทิ ธภิ าพ ผฟู้ ังสามารถรับสารได้
อย่างสมบูรณ์ จึงควรฝึกเพื่อให้
ท ๒.๑ ป.๕/๒ สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้
๒. การอ่านเสริมบทเรียน เป็นการ
ท ๒.๑ ป.๕/๓ ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน โดยให้
นักเรียนฝกึ อา่ นในใจและจับใจความ
ท ๒.๑ ป.๕/๖ สาคัญ เป็นการเพ่ิมประสบการณ์
ด้านการอ่าน รู้จักคิดวิเคราะห์เรื่อง
ท ๒.๑ ป.๕/๘ ท่ี อ่ า น แ ล ะ น า ม า ป รั บ ใ ช้ ใ น ชี วิ ต
ประจาวนั ได้
ท ๒.๑ ป.๕/๙ ๓. ทราบวิธีการเขียนเรียงความและ
ก า ร น า ค า ใ น ภ า ษ า ไ ท ย ม า เ รี ย บ
ท ๓.๑ ป.๕/๑ เรียงความคิดเป็นเร่ือง โดยนักเรียน

ท ๓.๑ ป.๕/๒

ท ๓.๑ ป.๕/๓

ท ๓.๑ ป.๕/๔

ท ๓.๑ ป.๕/๕

ท ๔.๑ ป.๕/๓ สามารถแสดงความคิด ความรู้สึก
ท ๕.๑ ป.๕/๑ จินตนาการ และความเข้าใจ ด้วย
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ภาษาท่ีถูกต้อง สละสลวย ซ่ึงการ
เขียนเรียงความเป็นการเขียนที่มี
วรรณคดีลานา ท ๑.๑ ป.๕/๑ รูปแบบค่อนข้างตายตัว กล่าวคือ ๑๐ ๑๐
บทท่ี ๙ กาเนิดผิด ท ๑.๑ ป.๕/๒ ประกอบด้วย คานา เนื้อเรื่อง และ ๖ ๕
พ้นคนทง้ั หลาย ท ๑.๑ ป.๕/๓ บทสรุป

ท ๑.๑ ป.๕/๕ ๑. ทราบและเข้าใจหลักการอ่าน
ท ๑.๑ ป.๕/๘ ออกเสียงทั้งบทร้อยแก้วและบทร้อย
ท ๒.๑ ป.๕/๑ กรองทถ่ี กู ต้อง
ท ๒.๑ ป.๕/๒ ๒. เข้าใจหลักการอ่านทานองเสนาะ
ท ๒.๑ ป.๕/๓ ว่าคือ วิธีการอ่านออกเสียงอย่าง
ท ๒.๑ ป.๕/๔ ไพเราะตามลีลาของบทร้อยกรอง
ท ๒.๑ ป.๕/๕ แต่ละประเภท หรือหมายถึงการ
ท ๒.๑ ป.๕/๙ อ่านตามทานองเพ่ือให้เกิดความ
ท ๓.๑ ป.๕/๑ เสนาะ โดยจะต้องสามารถท่องจา
ท ๓.๑ ป.๕/๒ บทอาขยานบทหลักในเรอื่ งได้
ท ๓.๑ ป.๕/๕ ๓. การเขยี นแสดงความคดิ เห็นอยา่ ง
ท ๔.๑ ป.๕/๔ มีมารยาทและจะต้องสามารถนาไป
ท ๔.๑ ป.๕/๖ ประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวันได้อย่าง
ท ๕.๑ ป.๕/๑ เหมาะสม
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ๔. การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง เปน็
ท ๕.๑ ป.๕/๓ การแสดงให้เห็นเนื้อเร่ืองโดยรวม
ท ๕.๑ ป.๕/๔ ของท้ังเรื่อง โดยจะต้องจับใจความ
สาคัญของเร่ืองทอ่ี า่ นได้
ภาษาพาที ท ๑.๑ ป.๕/๑ ๕. รู้จักเลือกใช้คาราชาศัพท์ให้
บทท่ี ๑๐ ท ๑.๑ ป.๕/๕ เหมาะสมกบั ระดับของบคุ คล
ด่งั หยาดทพิ ย์ ท ๑.๑ ป.๕/๖ ๖. เข้าใจเนื้อเรื่องและสามารถพูด
ชโลมใจ ท ๑.๑ ป.๕/๘ แสดงความรู้ ความคิดเห็น เพื่อให้
ท ๒.๑ ป.๕/๒ ผู้ฟังทราบว่า ผู้พูดคิดอย่างไรกับสิ่ง
ทฟ่ี งั อา่ น หรอื ดู

๑. การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง เปน็
การแสดงให้เห็นเนื้อเรื่องโดยรวม
ของท้ังเรื่อง ซ่ึงต้องสามารถจับ
ใจความสาคญั ของเรอื่ งทอ่ี า่ นได้

ท ๒.๑ ป.๕/๓ ๒. ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับคา
ท ๒.๑ ป.๕/๖ ราชาศัพท์ที่ใช้กับพระมหากษัตริย์
ท ๒.๑ ป.๕/๙ และพระบรมวงศานุวงศ์ ซ่ึงมีการใช้
ท ๓.๑ ป.๕/๑ คาทีแ่ ตกต่างกนั ตามลาดบั
ท ๓.๑ ป.๕/๒ ๓. สามารถนาหลักการใช้และค้นหา
ท ๓.๑ ป.๕/๓ ค า ใ น พ จ น า นุ ก ร ม ม า ใ ช้ ไ ด้ อ ย่ า ง
ท ๓.๑ ป.๕/๔ ถกู ต้องและเกดิ ประโยชน์
ท ๓.๑ ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๒ ๑. ทราบหลักการคิดวิเคราะห์ใน
ท ๔.๑ ป.๕/๔ การรับสาร และสามารถแยกแยะ
ท ๕.๑ ป.๕/๑ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นจากสารท่ี
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ไดร้ ับ อย่างถูกตอ้ ง
๒. สามารถพดู หรือเขียนแสดงความ
ภาษาพาที ท ๑.๑ ป.๕/๑ คิดเห็นเชิงวิเคราะห์ และประเมินค่า ๘ ๑๐
ได้อย่างมีเหตุผลจากเรื่องที่ฟัง ดู ๘ ๑๐
บทท่ี ๑๑ ท ๑.๑ ป.๕/๒ หรอื อ่าน
๓. สามารถเขียนบันทึกการอ่านได้
กา้ วใหไ้ กล ไปใหถ้ งึ ท ๑.๑ ป.๕/๔ อย่างถูกต้อง โดยจะต้องเข้าใจ
ขั้นตอนการเขียน และอาศัยการ
ท ๑.๑ ป.๕/๕ อ่านอย่างมีจุดมุ่งหมาย

ท ๑.๑ ป.๕/๖ ๑. ได้อ่านนิทานไทย เรื่อง กระเช้า
สีดา ท่ีเนื้อเรื่องใช้ภาษาท่ีสละสลวย
ท ๑.๑ ป.๕/๗ แฝงแนวคิดในเรื่องการทาความดี
การเช่ือฟังผู้ ใ หญ่ การมี น้าใ จ
ท ๑.๑ ป.๕/๘ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การพูดจาสุภาพ
อ่อนโยน ซึ่งเหมาะสาหรับผู้เรียนที่
ท ๒.๑ ป.๕/๒ จะนาไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวนั

ท ๒.๑ ป.๕/๔

ท ๒.๑ ป.๕/๕

ท ๒.๑ ป.๕/๖

ท ๒.๑ ป.๕/๙

ท ๓.๑ ป.๕/๑

ท ๓.๑ ป.๕/๓

ท ๓.๑ ป.๕/๕

ท ๕.๑ ป.๕/๑

ท ๕.๑ ป.๕/๒

วรรณคดีลานา ท ๑.๑ ป.๕/๑
บทที่ ๑๒ กระเช้า ท ๑.๑ ป.๕/๕
ของนางสดี า ท ๑.๑ ป.๕/๗

ท ๑.๑ ป.๕/๘
ท ๓.๑ ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๓
ท ๔.๑ ป.๕/๗

ท ๕.๑ ป.๕/๑ ๒. ไดอ้ ่านนิทานท้องถิ่นเปน็ บทเสริม
ท ๕.๑ ป.๕/๒ เรื่องเกาะหนู เกาะแมว ซึ่งได้แฝง
ท ๕.๑ ป.๕/๓ ความรู้เก่ียวกับประวัติความเป็นมา
ของสถานที่ต่าง ๆ จากเร่ืองเล่าท่ีมี
มาช้านานให้ผูเ้ รียนได้ทราบ

ตารางวเิ คราะหส์ าระ

มาตรฐาน

การเรียนรู้ / สาระที่ ๑ การอ่าน สาระที่ ๒ การเขยี น

ตัวชวี้ ดั ชัน้

ปี สาระการ

เรยี นรู้ มฐ. ท ๑.๑ มฐ. ท ๒.๑

๑ ๒ ๓ ๔๕ ๖๗๘ ๑ ๒ ๓ ๔๕๖ ๗

บทที่ ๑ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
ครอบ

ครวั

พอเพียง

บทที่ ๒ คน ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓
ละไม้ คนละ

มอื

บทท่ี ๓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
วิชาเหมอื น

สินค้า

บทที่ ๔ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓
ภัยเงยี บ

บทท่ี ๕ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓
ประชาธิป

ไตยใบกลาง

บทท่ี ๖ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓
พอ่ ค้าจาก

เมาะตะมะ

มาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ ๓ การฟัง สาระที่ ๔ สาระที่ ๕

การดู และการพูด หลักการใช้ภาษาไทย วรรณคดีและ

วรรณกรรม

มฐ. ท ๓.๑ มฐ. ท ๔.๑ มฐ. ท ๕.๑

๗ ๘๙๑ ๒๓๔๕๑ ๒๓๔๕๖๗๑๒๓๔

✓✓ ✓ ✓✓

✓✓ ✓
✓ ✓✓✓✓
✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓✓

✓✓ ✓ ✓✓
✓✓✓ ✓ ✓✓ ✓✓✓✓

✓✓ ✓ ✓✓

มาตรฐาน

การเรียนรู้ / สาระที่ ๑ การอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน

ตวั ชี้วัดชนั้

ปี สาระการ

เรียนรู้ มฐ. ท ๑.๑ มฐ. ท ๒.๑

๑ ๒ ๓ ๔๕ ๖๗๘ ๑ ๒ ๓ ๔๕๖ ๗

บทที่ ๗ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓
รว่ มแรง

รว่ มใจ

บทที่ ๘ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓
จากคลองสู่

ห้องแอร์

บทที่ ๙ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓✓
กาเนิดผิด

พ้นคน

ท้งั หลาย

บทที่ ๑๐ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓ ✓
ดั่งหยาด

ทิพย์

ชโลมใจ

บทที่ ๑๑ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
กา้ วใหไ้ กล

ไปใหถ้ งึ

บทท่ี ๑๒ ✓ ✓ ✓✓
กระเช้าของ

นางสดี า

สาระที่ ๓ การฟัง สาระท่ี ๔ สาระที่ ๕

การดู และการพูด หลกั การใช้ภาษาไทย วรรณคดแี ละ

วรรณกรรม

มฐ. ท ๓.๑ มฐ. ท ๔.๑ มฐ. ท ๕.๑

๗ ๘๙๑ ๒๓๔๕๑ ๒๓๔๕๖๗๑๒๓๔

✓ ✓✓ ✓✓✓✓✓ ✓✓

✓✓✓ ✓✓✓✓ ✓ ✓✓

✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓✓✓

✓✓ ✓✓✓✓ ✓ ✓ ✓✓

✓✓ ✓ ✓ ✓ ✓✓
✓ ✓✓✓✓

รายช

๑. นางสาวนศิ าชล ยนุ รัม
๑. นางสาวปวชิ ญาดา จิต
๒. นางสาวอรนสิ า กาใจใ
๓. นางสาววภิ าพร ห้วยท
๔. นางสาวกฤติยาณี อ้ันท

นักศกึ ษาชัน้ ปีท่ี ๓ คณ

ช่ือสมาชกิ ในกลุ่ม

มย์ รหสั ๖๒๘๑๑๒๔๐๔๑ เลขที่ ๗
ตตแ์ จ่ม รหัส ๖๒๘๑๑๒๔๐๔๗ เลขท่ี ๑๒
ใส รหสั ๖๒๘๑๑๒๔๐๔๙ เลขที่ ๑๔
ทราย รหสั ๖๒๘๑๑๒๔๐๕๐ เลขท่ี ๑๕
ทอง รหสั ๖๒๘๑๑๒๔๐๕๕ เลขที่ ๒๐

หมเู่ รยี น D๒
ณะครศุ าสตร์ สาขาวชิ าภาษาไทย (ค.บ. ๔ป)ี

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๒

รหสั วชิ า ท ๑๕๑๐๑ รายวชิ าภาษาไทย

ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
เวลา ๗ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๕ เรอ่ื ง ประชาธิปไตยใบกลาง เวลา ๑ ช่วั โมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓๒ เรือ่ ง คาเช่ือม

ชอื่ ผู้สอน นางสาวกฤติยาณี อั้นทอง

สอนวนั ที่ ๑๔ เดอื น พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๔

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้ท่ี ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพื่อนาไปใช้ตัดสนิ ใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิตและมนี สิ ัยรกั การอ่าน

สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ

๒. ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และขอ้ ความที่เป็นการบรรยายและการพรรณนา
ท ๑.๑ ป.๕/๘ มีมารยาทในการอา่ น
ท ๔.๑ ป.๕/๑ ระบชุ นดิ และหนา้ ทีข่ องคาในประโยค
ท ๔.๑ ป.๕/๒ จาแนกสว่ นประกอบของประโยค

๓. สาระสาคญั
คาเชื่อมหรือคาสันธาน คือ คาที่ใช้เช่ือมคา วลี ประโยค ข้อความเข้าด้วยกัน โดยอาจจะมีลักษณะท่ี

เป็นเหตุเป็นผลกัน ขัดแย้งกัน คล้อยตามกัน หรือให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหน่ึง การทราบและเข้าใจลักษณะ
ของคาเช่ือมจะช่วยให้สามารถจาแนกชนิดและหน้าที่ในประโยค หรือข้อความจากเรื่องที่อ่านได้ รวมถึง
สามารถนาคาเช่อื มไปใชไ้ ดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม

๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม)

ด้านความรู้ (Knowledge)
๑. สามารถอธิบายความหมายของคาเชือ่ มได้

ด้านทกั ษะ / กระบวนการ (Process)
๑. สามารถจาแนกชนิดและหน้าท่ขี องคาเช่ือมไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
๑. สามารถนาความรู้เร่อื งคาเชอ่ื มไปใช้ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. มีมารยาทในการอา่ น

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๒. ซื่อสตั ยส์ จุ รติ (๒.๒)
๓. มีวนิ ยั (๓.๑)
๔. ใฝ่เรียนรู้ (๔.๑ , ๔.๒)
๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน (๖.๑ , ๖.๒)
๗. รักความเปน็ ไทย (๗.๒)
๘. มีจติ สาธารณะ (๘.๑)

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

๑. ความสามารถในการสอื่ สาร (๑.๑ , ๑.๒ , ๑.๓ , ๑.๔)
๒. ความสามารถในการคดิ (๒.๑ , ๒.๔)
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา (๓.๒ , ๓.๕)
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ (๔.๑ , ๔.๒ , ๔.๓)

๕. กระบวนการจดั การเรยี นรู้

ข้นั นา
๑. ตัวแทนนกั เรียนออกมาถือแถบประโยคทคี่ รเู ตรียมไว้ใหห้ นา้ ชนั้ เรียน

๒. ชวนนักเรยี นอ่านแถบประโยคคาเชื่อม จานวน ๔ ประโยค โดยให้นักเรยี นทกุ คนอา่ นพร้อมกนั
ประโยคที่ ๑ ท้งั พ่อและแม่ของผมเปน็ คนใต้
ประโยคที่ ๒ ธรี ์ชอบอา่ นหนังสือแต่พชี อบฟงั เพลง
ประโยคที่ ๓ นกั เรยี นชอบสนี า้ เงนิ หรอื สชี มพู
ประโยคท่ี ๔ สายป่านมาโรงเรยี นสายเพราะฝนตกหนัก

๓. นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนา และแสดงความคดิ เหน็ โดยครจู ะตัง้ คาถามกระตนุ้ ให้นกั เรยี นหา
ความสมั พนั ธ์ของประโยคท่อี ่าน เพ่อื เชื่อมโยงนาเข้าสู่บทเรียนเรอื่ ง คาเชอื่ ม โดยมแี นวการตอบดังน้ี

ประโยคที่ ๑ คลอ้ ยตามกัน
ประโยคที่ ๒ ขดั แยง้ กัน
ประโยคที่ ๓ เลือกเอาอย่างใดอย่าหนึ่ง
ประโยคที่ ๔ เป็นเหตุเปน็ ผลกนั

ขน้ั กระบวนการเรียนรู้

๔. นกั เรยี นเตรยี มความพรอ้ ม โดยหยิบสมดุ และหนงั สอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษา
เพื่อชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เพอ่ื ใช้ควบคกู่ บั การเรยี น

๕. ครูอธบิ ายเน้ือหาเรื่อง คาเชื่อม และให้นักเรยี นจดบันทกึ เนอ้ื หาลงในสมดุ ตามความเขา้ ใจ
ประกอบกับมีการซกั ถามนักเรียนในระหวา่ งท่ีสอน

๖. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละประมาณ ๔ - ๕ คน ทากิจกรรมหลังเรียน

๗. สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันอ่านอธิบายเพ่ิม เติมความรู้ เร่ือง คาเชื่อม หน้า ๗๐ - ๗๑ และร่วมกัน
อภิปราย โดยนาประโยคมาจาแนกตามชนิดและหน้าที่ของคาเชื่อมแล้วเขียนลงในกระดาษของแต่ละกลุ่ม ซึ่ง
สามารถออกแบบการนาเสนอได้ตามความคดิ ของนักเรยี น

๘. ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอและอภปิ รายผลการทากจิ กรรมกลมุ่ หนา้ ชัน้ เรยี น โดยมคี รูคอยแนะนา
เพมิ่ เติม

ขัน้ สรปุ

๙. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ บทเรยี นเร่ือง คาเช่อื ม และใหค้ าชมแก่นักเรยี น เพื่อสรา้ งเสริมความ
เชอื่ มั่นและกาลงั ใจในการเรยี น

๖. สอ่ื / แหลง่ การเรยี นรู้

๑. แถบประโยคคาเชื่อม
๒. หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
๓. กจิ กรรมหลังเรียน
๔. ค้นควา้ ข้อมลู เพ่มิ เติมจากอนิ เทอร์เน็ต

๗. กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
แบบสังเกต รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
สามารถอธิบายความหมาย สังเกตพฤตกิ รรม
ของคาเชือ่ มได้ (K) การตอบคาถาม รอ้ ยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์

สามารถจาแนกชนดิ และ การทากจิ กรรม แบบประเมนิ การทา รอ้ ยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์
หน้าที่ของคาเช่ือมได้อยา่ ง ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
ถกู ตอ้ ง (P) หลังเรียน กจิ กรรมกล่มุ

สามารถนาความรู้เรอ่ื ง การทากจิ กรรม แบบประเมินการทา
คาเช่ือมไปใช้ไดถ้ ูกต้อง (A) หลังเรียน กจิ กรรมกลมุ่

มมี ารยาทในการอา่ น (A) สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต

บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้

ผลการจดั การเรียนรตู้ ามตวั ช้ีวดั
จานวนนักเรียนท้งั หมด …….. คน

- ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับดี …….. คน คดิ เปน็ ร้อยละ ……………………..
- ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดบั ปานกลาง …….. คน คิดเปน็ ร้อยละ …………
- ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั ปรับปรุง …….. คน คิดเป็นรอ้ ยละ …………

กจิ กรรมเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ความคิดเหน็ (ผ้บู รหิ าร / ผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมาย)

ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ นางสาวกฤตยิ าณี อั้นทอง แล้วมีความคดิ เห็นดังนี้

๑. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดมี าก  ดี

 พอใช้  ตอ้ งปรับปรงุ

๒. การจดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นาเอากระบวนการเรยี นรู้

 ทเี่ นน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม

 ที่ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป

๓. เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี

 นาไปใชส้ อนได้

 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้

๔. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………..ผตู้ รวจ
(นายกฤษฎา กาญจนวงศ)์

บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจดั การเรยี นรู้
ผลการเรียนรทู้ เ่ี กดิ ข้ึนกับผเู้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………………..ผู้สอน ลงช่อื …………………………………..ผตู้ รวจ
(นางสาวกฤตยิ าณี อัน้ ทอง) (นายกฤษฎา กาญจนวงศ์)

แบบสังเกตพฤตกิ รรม

คาชแี้ จง : ทาเคร่อื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤตกิ รรมทนี่ กั เรียนปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
ระดับ ๓ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เหน็ มาก
ระดับ ๒ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ น้อย

พฤตกิ รรม/ระดบั สนใจและ มสี ว่ นรว่ ม มีมารยาท ตั้งใจอา่ น ผลการ หมาย
ลา คะแนน ใหค้ วาม ในการ ในขณะที่ ไมร่ บกวน ประเมนิ เหตุ
ดบั รว่ มมือใน แสดง รวม
ท่ี ช่อื -สกลุ การตอบ ความ อา่ น ผูอ้ น่ื
คาถาม คิดเห็น ไม่
ชอื่ – สกุล ๓๒๑ ๑๒ ผ่าน ผ่าน
๓ ๒๑ ๓ ๒๑๓ ๒๑










๑๐

เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนต้ังแต่ ๗ คะแนนขน้ึ ไป ผา่ น
๙ – ๑๒ = ดี
๕ – ๘ = พอใช้
๑ – ๔ = ปรับปรุง
คะแนนตา่ กว่า ๗ ไมผ่ า่ น

ลงช่ือ............................................................................ผสู้ ังเกต

.................../................../..................

แบบประเมนิ การทากจิ กรรมกลมุ่

กลมุ่ ……………………………………………….
สมาชิกในกลมุ่ 1. ………………………………………………… ๒. …………………………………………………

๓. ………………………………………………… 4. ………………………………………………...
๕. ………………………………………………... ๖. …………………………………………………

คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียน ขณะปฏิบัติกิจกรรม

โดยใหร้ ะดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับพฤตกิ รรมของผเู้ รียน

พฤตกิ รรมทีส่ ังเกต คะแนน
๓ ๒๑

๑. กระบวนการคดิ วเิ คราะหง์ านทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

๒. การนาความรเู้ รอ่ื งท่เี รียนมาใช้

๓. การแบง่ หนา้ ทร่ี ับผิดชอบ
๔. ความรว่ มมอื ในการทางาน

รวม

คะแนน

รายการประเมนิ ๓ ๒๑

๑. กระบวนการคิดวิเคราะห์ สามารถคิดวิเคราะห์ สามารถคิดวเิ คราะหแ์ ละ สามารถคดิ วิเคราะห์และ

งานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย และทางานไดอ้ ย่าง ทางานไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเพียง ทางานได้ถกู ต้อง แต่ตรง

ถูกต้องทกุ ประเด็น บางประเดน็ เท่านนั้ ประเดน็ น้อยมาก

๒. การนาความรเู้ รอ่ื งที่เรียน สามารถนาความรูเ้ ร่ือง สามารถนาความรเู้ รอื่ งท่ี สามารถนาความรทู้ เ่ี รียน
มาใช้ ทเ่ี รยี นมาใชไ้ ด้อยา่ ง
ถกู ตอ้ ง และครบถว้ น เรียนมาใช้ไดบ้ า้ ง มาใชไ้ ดน้ ้อยมาก
๓. การแบง่ หนา้ ทีร่ ับผดิ ชอบ
กระจายงานได้อย่าง กระจายงานไดท้ ่วั ถึงแต่ กระจายงานไม่ท่ัวถงึ
ทัว่ ถงึ และตรงตาม ไม่ตรงตามความสามารถ
ความสามารถของ ของสมาชกิ ทุกคน
สมาชิกทุกคน

๔. ความรว่ มมอื ในการทางาน สมาชิกภายในกลุ่มให้ สมาชกิ ภายในกลุ่มให้ความ สมาชกิ ภายในกลุ่มใหค้ วาม
ความรว่ มมือในการ ร่วมมอื ในการทางาน รว่ มมอื ในการทางานน้อย
ทางานดมี าก ปานกลาง

รวม

เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนต้งั แต่ ๙ คะแนนขึ้นไป ผา่ น
๙ – ๑๒ = ดี
๕ – ๘ = พอใช้
๑ – ๔ = ปรับปรุง
คะแนนตา่ กวา่ ๙ ไมผ่ า่ น

ลงชื่อ............................................................................ผปู้ ระเมิน

.................../................../..................

หนว่ ยที่ ๕ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ พ.ศ.

ผู้ประเมิน เรอ่ื ง ประชาธปิ ไตยใบกลาง (คาเชื่อม) วันท่ี เดอื น
 ครผู ู้สอน

คาชแ้ี จง : ใส่เครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนตามความคดิ เหน็

เลข ชื่อ-สกลุ ซื่อสตั ย์ มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มั่นใน รกั ความ มีจติ รวม
ที่ สจุ ริต การ เปน็ ไทย สาธารณะ
ทางาน

๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ 18










๑๐

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ๓ คะแนน

พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ชิ ัดเจนและบอ่ ยคร้งั ๒ คะแนน

พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั บิ างคร้ัง ๑ คะแนน

หมายเหตุ เกณฑก์ ารผา่ นรอ้ ยละ ๖๐ นักเรียนจะต้องได้ ๑๑ คะแนน ถอื วา่ ผา่ นเกณฑท์ กี่ าหนด

ลงช่ือ............................................................................ผปู้ ระเมิน
.................../................../..................

หนว่ ยท่ี ๕ แบบประเมินสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน พ.ศ.

ผู้ประเมนิ เร่ือง ประชาธปิ ไตยใบกลาง (คาเช่อื ม) วันท่ี เดอื น
 ครผู สู้ อน

คาชแ้ี จง : ใสเ่ คร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องระดบั คะแนนตามความคิดเหน็

เลข ช่ือ-สกลุ การสอ่ื สาร การคิด การแกป้ ญั หา การใช้ทักษะ รวม
ท่ี ชวี ิต ๑๒

๓๒ ๑ ๓๒ ๑ ๓๒ ๑ ๓๒ ๑










๑๐

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมา่ เสมอ ๓ คะแนน

พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ัติชัดเจนและบอ่ ยคร้งั ๒ คะแนน

พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ตั บิ างคร้ัง ๑ คะแนน

หมายเหตุ เกณฑก์ ารผ่านรอ้ ยละ ๖๐ นกั เรียนจะตอ้ งได้ ๗ คะแนน ถอื วา่ ผ่านเกณฑท์ กี่ าหนด

ลงช่ือ............................................................................ผปู้ ระเมิน
.................../................../..................

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๔๕

รหสั วชิ า ท ๒๑๑๐๑ รายวชิ าภาษาไทย

ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
เวลา ๕ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑๒ เร่ือง การสรา้ งคา เวลา ๑ ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๕ เรอ่ื ง คาประสม

ชื่อผู้สอน นางสาวกฤตยิ าณี อัน้ ทอง

สอนวนั ที่ ๒ เดอื น ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๒ การเขียน

มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี น เขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียน
เรอื่ งราวในรูปแบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศละรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ

๒. ตวั ช้วี ดั
ท ๒.๑ ม.๑/๒ เขียนส่ือสารโดยใช้คาถูกต้อง ชดั เจน เหมาะสม และสละสลวย
ท ๒.๑ ม.๑/๙ มมี ารยาทในการเขียน
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคาในภาษาไทย

๓. สาระสาคัญ
คาประสมเกิดจากการนาคามูลต้ังแต่ ๒ คาขึ้นไปท่ีมีความหมายมาประสมกัน เมื่อประสมกันแล้ว

จะเกิดความหมายใหม่ที่แตกต่างไปจากคามูลเดิม หรือยังคงความหมายเค้าเดิมของคามูลนั้นอยู่ ฉะนั้น
การทราบและเข้าใจลักษณะของคาประสมจะช่วยให้นักเรียนสามารถนาคาท่ีมีอยู่เดิมมาสร้างรวมเป็นคาใหม่
และสามารถนามาใช้ในการเขียนสื่อสารในชีวิตประจาวันได้ รวมท้ังสามารถนาคาประสมไปอย่างถูกต้องและ
เหมาะสม

๔. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม)

ด้านความรู้ (Knowledge)
๑. สามารถอธบิ ายลักษณะของคาประสมได้

ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ (Process)
๑. สามารถนาคาประสมมาใชเ้ ขียนสอื่ สารไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง และเหมาะสม

ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
๑. มีมารยาทในการเขยี น

๕. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

๒. ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ (๒.๑)
๓. มวี ินยั (๓.๑)
๔. ใฝเ่ รียนรู้ (๔.๑ , ๔.๒)
๖. มุ่งม่นั ในการทางาน (๖.๑ , ๖.๒)
๗. รักความเปน็ ไทย (๗.๒)
๘. มีจติ สาธารณะ (๘.๑)

๖. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

๑. ความสามารถในการสอื่ สาร (๑.๑ , ๑.๒ , ๑.๓ )
๒. ความสามารถในการคดิ (๒.๒ , ๒.๔)
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา (๓.๒ , ๓.๔)
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ (๔.๑ , ๔.๓)

๗. กระบวนการจดั การเรยี นรู้

ข้นั นา
๑. ร่วมกันสนทนา เรอ่ื ง ความชอบของแต่ละคน เปิดโอกาสให้นกั เรียนทกุ คนมสี ว่ นร่วมในการ
บอกเลา่ ความชอบของตนเองให้เพอื่ น ๆในช้ันเรียนฟัง เช่นชอบเล่นกฬี า ปลูกตน้ ไม้ และฟงั เพลง เป็นตน้

๒. นกั เรยี นชว่ ยกนั รวบรวมคาที่ไดจ้ ากสนทนากันเรอ่ื ง ความชอบของแต่ละคน โดยตัวแทนนกั เรียน
ผลดั กนั ออกมาเขียนคาบนกระดานดาหนา้ ช้ันเรยี น จานวน ๒๐ คา (โดยคาจะตอ้ งไม่ซ้ากนั )

ขั้นกระบวนการเรียนรู้

๓. นกั เรยี นเตรยี มความพรอ้ มโดยหยิบสมุด เพ่อื ใชค้ วบคู่กบั การเรยี นในคาบน้ี

๔. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั อธบิ ายลักษณะของคาท้งั ๒๐ คา บนกระดาน เพอื่ ทบทวนความเข้าใจ
เนอ้ื หาเรื่อง คาประสม โดยครจู ะชวนนักเรียนสังเกต และชว่ ยกนั วเิ คราะห์ตามหัวข้อตอ่ ไปน้ี

- ความหมายของคาประสม
- ลักษณะของคาประสม
- วิธกี ารสร้างคาประสม
- หน้าทีข่ องคาประสม

๕. นกั เรยี นทากจิ กรรมหลังเรยี นลงในสมดุ โดยมโี จทยเ์ ปน็ แนวทางให้คือ นกั เรยี นจะตอ้ งนาความรู้
เรื่อง คาประสม มาใชใ้ นงานเขียนสอื่ สารของตนเองไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และเหมาะสม ซงึ่ สามารถเขยี นได้ตาม
หัวข้อท่นี ักเรยี นคดิ ดว้ ยตนเอง เชน่

- เขยี นแนะนาตนเอง
- เขยี นแนะนาโรงเรียนของฉัน
- เขยี นแนะนาสถานที่ท่องเทย่ี วในจังหวัดตนเอง เป็นต้น

๖. เมอื่ นกั เรียนเขียนเสร็จเรยี บร้อยแล้ว ใหน้ กั เรยี นเตรยี มความพรอ้ มสาหรับการนาเสนอผลงาน
จากการทากจิ กรรมหน้าชัน้ เรียนในคาบตอ่ ไป โดยมีครคู อยแนะนาเพ่มิ เตมิ

ข้ันสรุป

๗. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ บทเรียนเรอ่ื ง คาประสม และเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถามข้อสงสัย

เรอื่ งเนื้อหาท่ีเรยี น และกจิ กรรมหลังเรยี น

๘. ครใู หค้ าชมแกน่ ักเรียนทุกคน เพ่อื สร้างเสรมิ ความเชอื่ มน่ั และกาลงั ใจในการเรียน

๘. ส่ือ / แหลง่ การเรยี นรู้

๑. กระดานดา
๒. สมุดจด
๓. กิจกรรมหลงั เรยี น
๔. คน้ ควา้ ข้อมูลเพิ่มเตมิ จากอินเทอรเ์ นต็

๙. กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ วี ัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
สามารถอธบิ ายลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต
ของคาประสมได้ (K) การตอบคาถามใน พฤตกิ รรม

ชั้นเรยี น

สามารถนาคาประสมมาใช้ การทากจิ กรรม แบบประเมินการทา รอ้ ยละ ๗๐ ผา่ นเกณฑ์
เขยี นสือ่ สารได้อยา่ งถกู ต้อง หลงั เรยี น กจิ กรรม รอ้ ยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์
และเหมาะสม (P)
การทากจิ กรรม แบบประเมินการทา
มมี ารยาทในการเขยี น (A) หลังเรยี น กจิ กรรม

แบบสังเกตพฤตกิ รรม

คาชแี้ จง : ทาเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องระดบั คะแนนพฤตกิ รรมท่ีนกั เรียนปฏิบตั ดิ ังน้ี
ระดบั ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดบั ๒ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ น้อย

พฤตกิ รรม/ระดบั สนใจและ มสี ่วนรว่ ม มีส่วนรว่ ม สามารถ ผลการ หมาย
ลา คะแนน ใหค้ วาม ในการ ในการ อธิบาย ประเมนิ เหตุ
ดบั รว่ มมือใน อธิบาย แสดง ไดอ้ ยา่ ง
ที่ ช่ือ-สกลุ การตอบ ลกั ษณะ ความ ถูกตอ้ ง รวม
คาถาม ของคา คดิ เห็น ชดั เจน ๑๒
เนอื้ หาที่ ประสม เรอื่ งท่ี และ
เรยี น เรียน เหมาะสม

ช่ือ – สกลุ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ไม่
ผา่ น ผ่าน










๑๐

เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนตัง้ แต่ ๗ คะแนนขน้ึ ไป ผา่ น
๙ – ๑๒ = ดี
๕ – ๘ = พอใช้
๑ – ๔ = ปรับปรุง
คะแนนต่ากว่า ๗ ไมผ่ ่าน

ลงช่ือ............................................................................ผสู้ งั เกต

.................../................../..................

แบบประเมินการทากจิ กรรม

เรื่อง……………………………………………….

ชือ่ ………………………………………………. สกุล………………………………… เลขที่………… ชน้ั ……………

คาชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการเขียนส่ือสาร และมารยาทในการเขียนของ

นกั เรยี นในระหว่างเรยี น ขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม โดยใหร้ ะดับคะแนนลงในตารางทตี่ รงกับพฤติกรรมของผู้เรยี น

พฤตกิ รรมทสี่ ังเกต คะแนน
๓ ๒๑

๑. กระบวนการเขยี นสอื่ สารกจิ กรรมหลงั เรยี น

๒. การนาความรเู้ รอื่ งทเ่ี รยี นมาใช้

๓. การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
๔. การมีมารยาทในการเขยี น

รวม

รายการประเมนิ ๓ คะแนน ๑
๑. กระบวนการเขยี นสื่อสาร เขยี นตรงประเดน็ น้อยมาก
กจิ กรรมหลังเรยี น สามารถเขียนสือ่ สารได้ ๒ สะกดคาชัดเจนถกู ตอ้ ง
ตรงประเด็น สะกดคา แตจ่ ะใชภ้ าษาไมค่ อ่ ย
๒. การนาความรเู้ ร่ืองทเี่ รยี น ชดั เจนถกู ตอ้ ง และมี สามารถเขียนสอื่ สารได้ สละสลวยเท่าทีค่ วร
มาใช้ การใชภ้ าษาอยา่ ง ตรงประเดน็ สะกดคา
๓. การปฏิบัติหนา้ ที่ทไ่ี ดร้ บั สละสลวย ชัดเจนถูกตอ้ ง และใช้ สามารถนาความรทู้ ีเ่ รยี น
มอบหมาย สามารถนาความรู้เรอื่ ง ภาษาเขยี นในการเขียนได้ มาใชไ้ ดน้ อ้ ยมาก
ท่ีเรยี นมาใช้ได้อยา่ ง
๔. การมีมารยาทในการเขียน ถูกตอ้ ง และครบถว้ น สามารถนาความรเู้ ร่ืองที่ ทางานไมเ่ สร็จตาม
เรยี นมาใชไ้ ดบ้ า้ ง เป้าหมาย
ทางานไดเ้ สร็จตาม
เปา้ หมายทไ่ี ด้รับ ทางานไดเ้ สร็จตาม ไม่รับผดิ ชอบในงานเขียน
มอบหมาย ตาม เป้าหมาย แต่ช้ากว่า ของตนเอง มกี ารพดู คยุ
ระยะเวลาท่ีกาหนด ระยะเวลาทกี่ าหนด และรบกวนผูอ้ น่ื ในขณะทา
เขยี น มีมารยาทในการ
รับผดิ ชอบในงานเขยี น รับผดิ ชอบในการเขียนของ เขียนระดับนอ้ ย
ของตนเอง ไม่พูดคยุ ตนเอง แตม่ ีการพูดคยุ
ไม่รบกวนผู้อื่น และมี และรบกวนผอู้ น่ื บ้าง
มารยาทในการเขยี น มมี ารยาทในการเขยี น
ระดบั ดีมาก ระดับปานกลาง

รวม

เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนตง้ั แต่ ๙ คะแนนขนึ้ ไป ผ่าน
๙ – ๑๒ = ดี
๕ – ๘ = พอใช้
๑ – ๔ = ปรบั ปรุง
คะแนนต่ากว่า ๙ ไมผ่ า่ น

ลงช่ือ............................................................................ผปู้ ระเมิน
.................../................../..................

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ พ.ศ.

หน่วยที่ ๑๒ เรือ่ ง การสรา้ งคา (คาประสม) วนั ที่ เดือน
ผู้ประเมนิ  ครผู สู้ อน

คาชแ้ี จง : ใสเ่ ครอ่ื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดับคะแนนตามความคดิ เหน็

เลข ชือ่ -สกลุ ซอื่ สตั ย์ มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มุง่ มน่ั ใน รกั ความ มจี ติ รวม
ที่ สุจริต การ เป็นไทย สาธารณะ
ทางาน

๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ 18










๑๐

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ๓ คะแนน

พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ๒ คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบตั บิ างคร้ัง ๑ คะแนน

หมายเหตุ เกณฑก์ ารผ่านรอ้ ยละ ๖๐ นกั เรยี นจะตอ้ งได้ ๑๑ คะแนน ถอื วา่ ผ่านเกณฑท์ ก่ี าหนด

ลงช่ือ............................................................................ผปู้ ระเมิน
.................../................../..................

แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน พ.ศ.

หน่วยท่ี ๑๒ เร่อื ง การสรา้ งคา (คาประสม) วันท่ี เดือน
ผู้ประเมิน  ครผู ้สู อน

คาชแ้ี จง : ใสเ่ ครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนตามความคิดเหน็

เลข ชอื่ -สกลุ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม
ที่ ในการส่อื สาร ในการคดิ การแกป้ ญั หา การใช้ทักษะ ๑๒

๓๒ ๑ ๓๒ ๑ ๓๒ ๑ ชีวิต

๓๒ ๑










๑๐

เกณฑก์ ารให้คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบตั ชิ ัดเจนและสมา่ เสมอ ๓ คะแนน

พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ๒ คะแนน

พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างคร้ัง ๑ คะแนน

หมายเหตุ เกณฑก์ ารผ่านร้อยละ ๖๐ นักเรียนจะตอ้ งได้ ๗ คะแนน ถือวา่ ผ่านเกณฑท์ กี่ าหนด

ลงช่ือ............................................................................ผปู้ ระเมิน
.................../................../..................

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒
ช่ือผ้สู อน นางสาวกฤติยาณี อนั้ ทอง เรอื่ ง ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา เวลา ๔ ช่ัวโมง

เรื่อง ตามรอยสมิงพระราม เวลา ๑ ชัว่ โมง

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๑ การอา่ น

มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวติ และมนี ิสยั รักการอ่าน
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยา่ งเหน็ คณุ ค่า และนามาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
๒. ตวั ชี้วัด

ท ๑.๑ ม.๑/๒ จับใจความสาคัญจากเร่ืองท่ีอา่ น
ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรปุ เนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี ่าน
๓. สาระสาคญั
ราชาธิราช เป็นเร่ืองแปลจากพงศาวดารมอญนามาเรียบเรียงเป็นร้อยแก้ว มีสานวนภาษาสละสลวย
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นผู้อานวยการแปลร่วมกับกวีท่านอ่ืน ซึ่งในการแปลครั้งนี้มีพระราชประสงค์
เพื่อเปน็ การบารุงและส่งเสริมสตปิ ัญญาของคนในชาติ เนื้อเรื่องราชาธิราชเปน็ การเชิดชูเกียรตมิ อญที่สามารถ
ทาสงครามมีชัยชนะเหนือพม่า นับว่าเป็นการปลุกใจทหารให้มีความกล้าหาญ มีไหวพริบปฏิภาณ รู้จักใช้
สติปญั ญา ตลอดจนปลูกฝงั ให้มคี วามรักชาตแิ ละมีความจงรกั ภักดตี ่อสถาบนั พระมหากษตั ริย์
๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)

๑. บอกความเปน็ มา ประวตั ผิ แู้ ต่ง ลกั ษณะคาประพนั ธ์ของเรอื่ งราชาธริ าชได้ (K)
ดา้ นทักษะ / กระบวนการ (Process)

๒. สามารถเขียนสรุปเรือ่ งจากวรรณคดที อ่ี า่ นได้ (P)
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)

๓. เห็นคุณค่าและความสาคัญของเร่อื งราวทางประวตั ิศาสตร์ (A)
๕. ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

๑. ใฝ่เรียนรู้
๒. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

๖. สมรรถนะผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ

๗. สาระการเรยี นรู้
- ประวัติความเป็นมาของราชาธิราช ตอนสมงิ พระรามอาสา
- ข้อคดิ ของเรื่อง ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นา
๑. ชวนนักเรียนดูรูปภาพการแต่งกายของชนชาติมอญจากส่ือ Power Point จากนั้นครูต้ังคาถาม

เพอื่ พฒั นาการคิดแก่นกั เรียน เชน่
- นกั เรยี นคิดวา่ บคุ คลในภาพเปน็ ชนชาตใิ ด
- นกั เรยี นรู้จกั ภาพยนตรห์ รอื หนงั สอื เลม่ ไหนทม่ี เี นอ้ื หาเกย่ี วกบั การสู้รบหรอื ไม่ ถา้ มคี ือเรอ่ื งอะไร
ขนั้ กระบวนการเรียนรู้
๒. ครูนาเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน โดยกล่าวว่า “วีรบุรุษของไทยหลายท่านท่ีพวกเรารู้จักเป็นอย่างดี

เช่น พระศรีสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บคุ คลดงั กล่าวล้วนเป็นบุคคลที่มคี วามสาคัญตอ่ ประเทศของ
เรา เพราะบุคคลดังกล่าวช่วยกันรักษาผืนแผ่นดินน้ี และเป็นต้นแบบในเรื่องของความผู้เสียสละและกล้าหาญ
อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีบุคคลผู้น่ายกย่อง ซ่ึงเร่ืองราวได้ถูกแปลและเรียบเรียงจากพงศาวดารมอญ
มีเน้ือหาเกี่ยวกบั การสู้รบระหวา่ งชาติพม่าและมอญ นน่ั ก็คอื ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา

๓. ครูอธิบายประกอบการซักถามนักเรียนเรื่องผู้แต่ง ที่มา วัตถุประสงค์ในการแต่ง เน้ือหา ตัวละคร
จากวรรณคดเี รอื่ งราชาธิราชโดยการใชโ้ ปรแกรม Power Point ประกอบการสอน

๔. ให้นกั เรยี นชมส่ือวิดีโอ ละครพนั ทาง เร่ืองราชาธริ าช ตอนสมงิ พระรามรบกามนี

๕. นักเรียนศึกษากลวิธีการสู้รบของฝ่ายสมิงพระรามกับกามนีว่าเป็นอย่างไร สมิงพระรามสามารถ
เอาชนะกามนีได้หรือไม่ และใช้กลวธิ อี ย่างไรในการเอาชนะ

๖. ครแู จกใบงาน เรื่องราชาธิราช ตอนสมงิ พระรามอาสา ใหน้ ักเรยี นทาใบงาน

ขน้ั สรุป
๗. นกั เรยี นสง่ ใบงานใหค้ รูตรวจ
๘. ครูส่มุ นกั เรยี นให้สรุป เร่อื งราชาธริ าช ตอนสมงิ พระรามอาสา

๙. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
๑. Power Point เร่อื งราชาธริ าช ตอนสมิงพระรามอาสา
๒. ใบงาน เรื่องราชาธริ าช ตอนสมงิ พระรามอาสา
๓. วิดีโอการแสดงละครพนั ทาง เรอื่ งราชาธริ าช ตอนสมงิ พระรบกามนี

๑๐. ภาระงาน/ชนิ้ งาน

- ใบงาน เรือ่ งราชาธริ าช ตอนสมิงพระรามอาสา

๑๑. กระบวนการวัดผลประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีวัด เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
สามารถตอบคาถามได้
บอกความเป็นมา ประวตั ผิ ู้ สุ่มถาม การส่มุ ถาม มากกว่ารอ้ ยละ ๘๐
แตง่ ลกั ษณะคาประพนั ธ์ ร้อยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์
ของเรือ่ งราชาธิราชได้ (K)
รอ้ ยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์
สามารถเขียนสรุปเร่อื ง ประเมินการทา ใบงาน

จากวรรณคดที ่อี ่านได้ (P) ใบงาน

เห็นคุณคา่ และความสาคญั ประเมินการทา ใบงาน
ของเรอื่ งราวทาง ใบงาน
ประวตั ิศาสตร์ (A)

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้

ผลการจดั การเรียนรตู้ ามตัวช้ีวัด
จานวนนกั เรยี นท้ังหมด …….. คน

- ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดบั ดี …….. คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ……………………..
- ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั ปานกลาง …….. คน คิดเปน็ ร้อยละ …………
- ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดับปรับปรงุ …….. คน คิดเป็นรอ้ ยละ …………

กจิ กรรมเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ความคิดเหน็ (ผ้บู รหิ าร / ผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมาย)

ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ นางสาวกฤตยิ าณี อั้นทอง แล้วมีความคดิ เห็นดังนี้

๑. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดมี าก  ดี

 พอใช้  ตอ้ งปรับปรงุ

๒. การจดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นาเอากระบวนการเรยี นรู้

 ทเี่ นน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม

 ที่ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป

๓. เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี

 นาไปใชส้ อนได้

 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้

๔. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………..ผตู้ รวจ
(นายกฤษฎา กาญจนวงศ)์

บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจดั การเรยี นรู้
ผลการเรียนรทู้ เ่ี กดิ ข้ึนกับผเู้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………………..ผู้สอน ลงช่อื …………………………………..ผตู้ รวจ
(นางสาวกฤตยิ าณี อัน้ ทอง) (นายกฤษฎา กาญจนวงศ์)


Click to View FlipBook Version