The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติกีฬาบาสเกตบอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by basic_3404, 2021-12-15 03:30:24

ประวัติกีฬาบาสเกตบอล

ประวัติกีฬาบาสเกตบอล

ประวตั ิกีฬาบาสเกตบอล และ
พ้ืนฐานในการเล่นบาสเกตบอล

จดั ทาโดย
นางสาวจนั ทร์ฉาย โพธ์ิศรี

สาขาพลศึกษา
มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั กาญจนบุรี

1

คานา

รายงานฉบับน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของวิชา 10321202 การ
สร้างสรรคแ์ ละผลิตสื่อการศึกษา เลือกเสรี โดยมีจุดประสงค์ เพื่อ
การศึกษาความรู้ที่ได้จากการเรียน เลือกผลิตส่ือ ซ่ึงรายงานน้ีมี
เน้ือหาเก่ียวกบั ความรู้ ประวตั ิบาสเกตบอล และพ้ืนฐานในการ
เล่นบาสเกตบอล เพื่อให้นักเรียนได้รู้ท่ีมาของกีฬาบาสเกตบอล
และนาไปใชท้ กั ษะพ้นื ฐานที่ถกู ตอ้ ง

ผูจ้ ดั ทาไดเ้ ลือก หัวขอ้ น้ีในการทารายงาน เนื่องมาจาก
เป็ นเรื่องท่ีน่าสนใจ ผูจ้ ัดทาขอขอบคุณ อาจารยท์ ่ีปรึกษา ผูใ้ ห้
ความรู้ และแนวทางการศึกษาเพอื่ น ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือ
มาโดยตลอด ผูจ้ ดั ทาหวงั ว่ารายงานฉบบั น้ีจะให้ความรู้ และเป็น
ประโยชน์แก่ผูอ้ ่านทุก ๆ ท่าน หากผิดพลาดประการใดขออภยั ไว้
ณ ท่ีน้ีดว้ ย

ผจู้ ดั ทา

นางสาวจนั ทร์ฉาย โพธ์ิศรี

2

สารบญั

เร่ือง หนา้

ประวตั ิกาบาสเกตบอล 1

กติกา 13 ขอ้ ของ Dr.James 4

ประวตั ิบาสเกตบอลในประเทศไทย 10

แนะนาอุปกรณ์บาสเกตบอล 12

- สนาม – ขนาด 13
- เสน้ ขอบสนาม 14
- วงกลมกลาง,เส้นกลาง แดนหนา้ และแดนหลงั 15
- เขตยงิ ประตู 16
- เขต 3 วนิ าที (เขตกาหนดเวลา) 17
- พ้ืนที่นงั่ ของทีม 18
- กระดานหลงั (แป้น) 20
- ห่วงประตู 21
- ลูกบอล วสั ดุ ขนาด และน้าหนกั

สารบญั (ต่อ) 3

ทา่ พ้ืนฐานในการเล่นบาสเกตบอล 22

- การเล้ียงลูก (Dribbling) 24
- การชูต๊ (Shooting) 26
- การส่งลูก (Passing) 28
30
ขอ้ สอบ ขอ้ กา และ ขอ้ เขียน

เฉลย

11

ประวตั ิบาสเกตบอล

บาสเกตบอล ( Basketball ) เป็ นกีฬาประจาชาติอเมริกัน
ถูกคิดข้ึน เพื่อตอ้ งการช่วยเหลือบรรดาสมาชิก Y.M.C.A. ไดเ้ ล่น
กีฬาในฤดูหนาว เน่ืองจากในช่วงฤดูหนาวสภาพพ้ืนภูมิประเทศ
โดยทั่วๆไป ถูกหิมะปกคลุมอันเป็ นอุปสรรคในการเล่นกีฬา
กลางแจง้ เช่น อเมริกนั ฟุตบอล เบสบอล คณะกรรมการสมาคม
Y.M.C.A. ไดพ้ ยายามหาหนทางแกไ้ ขให้บรรดาสมาชิกท้งั หลาย
ไดเ้ ล่นกีฬาในช่วงฤดูหนาวโดยไมบ่ งั เกิดความเบ่ือหน่าย

ในปี ค.ศ.1891 Dr.James A.Naismith ครูสอนพลศึกษา
ของ The International Y.M.C.A. Training School อยู่ท่ี เมื อ ง
Springfield รัฐ Massachusetts ไดร้ ับมอบหมายจาก Dr.Gulick ให้
เป็ นผูค้ ิดคน้ การเล่นกีฬาในร่มท่ีเหมาะสมท่ีจะใช้เล่นในช่วงฤดู
หนาว Dr.James ไดพ้ ยายามคิดคน้ ดดั แปลงการเล่นกีฬาอเมริกัน
ฟุตบอลและเบสบอลเขา้ ดว้ ยกนั และให้มีการเล่นที่เป็นทีมในคร้ัง
แรก Dr.James ไดใ้ ชล้ กู ฟตุ บอลและตะกร้าเป็นอปุ กรณ์สาหรับให้
นกั กีฬาเล่น เขาไดน้ าตะกร้าลูกพีชไปแขวนไวท้ ี่ฝาผนังของห้อง
พลศึกษา

22

แลว้ ให้ผูเ้ ล่นพยายามโยนลูกบอลลงในตะกร้าน้ันให้ได้ โดยใช้
เน้ือที่สนามสาหรับเล่นใหม้ ีขนาดเลก็ ลงแบ่งผเู้ ล่นออกเป็นขา้ งละ
7 คน ผลการทดลองคร้ังแรกผูเ้ ล่นไดร้ ับความสนุกสนานต่ืนเตน้
แตข่ าดความเป็นระเบียบ มีการชนกนั ผลกั กนั เตะกนั อนั เป็นการ
เล่นที่รุนแรงในการทดลองน้ัน ต่อมา Dr.James ได้ตดั การเล่นที่
รุนแรงออกไป และไดท้ าการวางกติกาหา้ มผเู้ ล่นเขา้ ปะทะถูกเน้ือ
ตอ้ งตวั กัน นับไดว้ ่าเป็ นหลกั เบ้ืองตน้ ของการเล่นบาสเกตบอล
Dr.James จึงไดว้ างกติกาการเลน่ บาสเกตบอลไวเ้ ป็นหลกั ใหญๆ่ 4
ขอ้ ดว้ ยกนั คือ

1. ผเู้ ล่นที่ครอบครองลูกบอลอยนู่ ้นั จะตอ้ งหยดุ อยกู่ บั ที่

หา้ มเคล่ือนที่ไปไหน

2. ประตูจะตอ้ งอยู่เหนือศีรษะของผเู้ ล่น และอยขู่ นานกบั
พ้นื

3. ผเู้ ล่นสามารถครอบครองบอลไวน้ านเทา่ ใดก็ได้ โดยคู่
ต่อสูไ้ มอ่ าจเขา้ ไปถูกตอ้ งตวั ผเู้ ล่นท่ี ครอบครองบอลได้

4. ห้ามการเล่นท่ีรุนแรงต่างๆโดยเด็ดขาด ผูเ้ ล่นท้งั สอง
ฝ่ายจะตอ้ งไม่กระทบกระแทกกนั

3

3

เม่ือไดว้ างกติกาการเลน่ ข้ึนมาแลว้ ก็ไดน้ าไปทดลอง และ
พยายามปรับปรุงแกก้ ไขระเบียบดีข้ึน เขาไดพ้ ยายามลดจานวนผู้
เล่นลงเพอ่ื หลีกเล่ียงการปะทะกนั จนในท่ีสุดกไ็ ดก้ าหนดตวั ผูเ้ ล่น
ไวฝ้ ่ ายละ 5 คน ซ่ึงเป็ นจานวนที่เหมาะสมที่สุดกบั ขนาดเน้ือท่ี
สนาม Dr.James ได้ทดลองการเล่นหลายคร้ังหลายหน และ
พฒั นาการเล่นเร่ือยมา จนกระทง่ั เขาไดเ้ ขียนกติกาการเล่นไวเ้ ป็ น
จานวน 13 ขอ้ ดว้ ยกนั และเป็นตน้ ฉบบั การเล่นท่ียงั คงปรากฏอยู่
บนกระดานเกียรติยศในโรงเรียนพลศึกษา ณ Springfield อยู่
จนกระทงั่ ทกุ วนั น้ี

44

กติกา 13 ขอ้ ของ Dr.James มีดงั น้ี
1. ผเู้ ลน่ หา้ มถือลกู บอลแลว้ ว่งิ

2. ผูเ้ ล่นจะส่งบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มือเดียว
หรือสองมือกไ็ ด้

55

3. ผูเ้ ล่นจะเล้ียงบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มือเดียว
หรือสองมือก็ได้

4. ผูเ้ ล่นตอ้ งใช้มือท้งั สองเขา้ ครอบครองบอล ห้ามใช้
ร่างกายช่วยในการครอบครองบอล

66

5. ในการเล่นจะใช้ไหล่กระแทก หรือใช้มือดึง ผลัก ตี
หรือทาการใดๆใหฝ้ ่ ายตรงขา้ มลม้ ลงไม่ได้ ถา้ ผเู้ ล่นฝ่ าฝื นถือเป็ น
การฟาวล์ 1 คร้ัง ถา้ ฟาวล์ 2 คร้ัง หมดสิทธ์ิเล่น จนกว่าฝ่ ายหน่ึง
ฝ่ ายใดทาประตูกนั ได้จึงจะกลบั มาเล่นได้อีก ถา้ เกิดการบาดเจ็บ
ระหวา่ งการแข่งขนั จะไม่มีการเปลี่ยนตวั ผเู้ ลน่

6. หา้ มใชข้ าหรือเทา้ แตะลูก ถือเป็นการฟาวล์ 1 คร้ัง
7. ถา้ ฝ่ายหน่ึงฝ่ายใดทาฟาวลต์ ิดต่อกนั 3 คร้ัง ใหอ้ ีกฝ่าย
หน่ึงไดป้ ระตู
8. ประตูท่ีทาไดห้ รือนบั วา่ ไดป้ ระตนู ้นั ตอ้ งเป็นการโยน
บอลใหล้ งตะกร้า ฝ่ ายป้องกนั จะไปยงุ่ เกี่ยวกบั ประตูไมไ่ ดเ้ ด็ดขาด

77

9. เมื่อฝ่ ายหน่ึงฝ่ ายใดทาลูกบอลออกนอกสนาม ให้อีก
ฝ่ ายหน่ึงส่งลูกเข้ามาจากขอบสนามภายใน 5 วินาที ถ้าเกิน 5
วินาที ให้เปลี่ยนส่ง และถา้ ผเู้ ล่นฝ่ ายใดพยายามถ่วงเวลาอยู่เสมอ
ใหป้ รับเป็นฟาวล์

10. ผู้ตัดสินมีหน้าที่ตัดสินว่าผู้เล่นคนใดฟาวล์ และ
ลงโทษใหผ้ เู้ ล่นหมดสิทธ์ิ

11. ผูต้ ดั สินมีหน้าท่ีตดั สินว่าลูกใดออกนอกสนาม และ
ฝ่ ายใดเป็ นฝ่ ายส่งลูกเข้าเล่น และจะทา หน้าท่ีเป็ นผูร้ ักษาเวลา
บนั ทึกจานวนประตูท่ีทาได้ และทาหน้าที่ทว่ั ไปตามวิสัยของผู้
ตดั สิน

12. การเล่นแบ่งออกเป็น 2 คร่ึงๆละ 20 นาที

13. ฝ่ ายท่ีทาประตูไดม้ ากท่ีสุดเป็นผชู้ นะ ในกรณีคะแนน
เท่ากนั ใหต้ ่อเวลาออกไป และถา้ ฝ่ ายใด ทาประตูไดก้ ่อนถือวา่
เป็ นฝ่ ายชนะ

88

แม้ว่ากติกาการเล่นจะกาหนดข้ึนเพื่อเปิ ดโอกาสให้
ผสู้ ูงอายไุ ดเ้ ล่นเพื่อความสนุกสนานในแง่นนั ทนาการ แต่กีฬาน้ีก็
ไดร้ ับความนิยมจากเยาวชนอยา่ งรวดเร็ว ท้งั ๆที่มีผูค้ นเป็นจานวน
มากเห็นว่าเป็ นกีฬาสาหรับผูอ้ ่อนแอ และพยายามที่จะพิสูจน์
ความเห็นน้ีดว้ ยการหาเร่ืองทะเลาะวิวาทกบั ผูเ้ ล่นบาสเกตบอลก็
ตาม อย่างไรก็ดี ความรู้สึกเช่นน้ีค่อยๆเร่ิมจางหายไปเมื่อความ
รวดเร็วและความแม่นยาในการเล่นบาสเกตบอล ได้สร้างความ
ประทับใจและดึงดูดความสนใจของผูค้ นเพ่ิมมากข้ึน และได้
แพร่กระจายไปทางตะวนั ออกของอเมริกาอย่างรวดเร็วและเมื่อ
โรงเรียนต่างๆไดต้ ระหนกั ถึงความสาคญั ของกีฬาชนิดน้ี จึงพากนั
นิยมเลน่ ไปทว่ั ประเทศ

ก่อนปี ค.ศ. 1915 แมว้ ่าบาสเกตบอลจะเป็ นกีฬาท่ีได้รับ
ความนิยมอยา่ งกวา้ งขวางเป็นอยา่ งมากก็ตาม แต่ก็จากดั เป็นเพียง
การเล่นเพื่อออกกาลงั กายในห้องพลศึกษาเท่าน้ัน ไม่มีองคก์ รใด
รับผิดชอบจดั การเล่นเป็ นกิจลกั ษณะ ยกเวน้ องคก์ รบาสเกตบอล
อาชีพที่เกิดข้ึนเพียง 2-3 องค์กรแลว้ ก็เลิกลม้ ไป ฉะน้ันการเล่น
บาสเกตบอลในแต่ละท่ีแตล่ ะแห่งจึงต่างก็ใชก้ ติกาผิดแผกแตกต่าง
กนั ออกไป ทาใหเ้ ป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและการพฒั นา
กีฬาบาสเกตบอลเป็นอยา่ งมาก

99

ดังน้ันในปี ค.ศ. 1915 สมาคม Y.M.C.A. สมาคมกีฬา
มหาวิทยาลยั แห่งชาติและสมาพนั ธ์กีฬาสมคั รเล่น ไดร้ ่วมประชุม
เพื่อร่างกติกาการเล่นบาสเกตบอลข้ึนมาเพ่ือเป็ นบรรทัดฐาน
เดียวกนั กติกาน้ีไดใชส้ ืบมาจนกระทง่ั ปี ค.ศ. 1938 และไดร้ ับการ
ปรับปรุงแก้ไขให้ดีข้ึนในการแข่งขนั กีฬาโอลิมปิ กคร้ังที่ 11 ณ
กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี โดยคณะกรรมการโอลิมปิ ก
นานาชาติเป็ นผู้พิจารณาสหรัฐอเมริ กายอมรับการเล่น
บาสเกตบอลเป็นกีฬาประจาชาติเม่ือวนั ที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1892
ซ่ึงได้มีการเล่นบาสเกตบอลอย่างเป็ นทางการข้ึนเป็ นคร้ังแรก
สมาคม Y.M.C.A. ไดน้ ากีฬาบาสเกตบอลไปเผยแพร่ในทุกส่วน
ของโลก ได้แพร่เขา้ ไปในประเทศจีนและอินเดียในราวปี ค.ศ.
1894, ฝร่ังเศส ในราวปี ค.ศ. 1895, ญี่ป่ นุ ราวปี ค.ศ. 1900 เกือบจะ
กล่าวได้ว่า บาสเกตบอลมีการเล่นในทุกประเทศทว่ั โลก ต้งั แต่
ก่อนสงครามโลกคร้ังท่ี 1 และคาดวา่ ก่อนปี ค.ศ. 1941 มีประชาชน
ทว่ั โลกเล่นกีฬาบาสเกตบอลเป็นจานวนถึง 20 ลา้ นคน ในขณะน้ี
มีผนู้ ิยมเล่นบาสเกตบอลกนั ทวั่ ทุกมมุ โลก ไม่นอ้ ยกวา่ 52 ประเทศ
นอกจากน้ีไดม้ ีการแปลกติกาการเล่นเป็ นภาษาต่างๆมากกว่า 30
ภาษา

1100

ประวตั ิบาสเกตบอลในประเทศไทย

กีฬาบาสเกตบอลแพร่หลายเขา้ มาในประเทศไทยเป็ น
คร้ังแรกในสมยั ใด ปี ใดน้นั มิไดม้ ีหลกั ฐานท่ีจะปรากฏยืนยนั แน่
ชดั ได้ ทราบแต่เพียงว่า ในปี พ.ศ.2477 นายนพคุณ พงษส์ ุวรรณ
อาจารยส์ อนภาษาจีนท่ีโรงเรียนมธั ยมวดั บพิตรพิมขุ ไดช้ ่วยเหลือ
กรมพลศึกษาจดั แปลกติกาการเล่นบาสเกตบอลข้ึน ต่อมาในปี
พ.ศ. 2478 กระทรวงธรรมการ ไดจ้ ดั การอบรมครูจงั หวดั ต่างๆ
จานวน 100 คน ภายในระยะเวลา 1 เดือน และได้รับความ
ช่วยเหลือจาก พ.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล ผูซ้ ่ึงมีความรู้และ
เช่ียวชาญทางการเล่นกีฬาบาสเกตบอลคนหน่ึง ท้งั ได้>เคยเป็ น
ตวั แทนของมหาวิทยาลยั เขา้ ร่วมการแข่งขนั เม่ือคร้ังท่านกาลัง
ศึกษาอย่ใู นสหรัฐอเมริกา มาเป็นผบู้ รรยายเกี่ยวกบั เทคนิคและวธิ ี
เลน่ บาสเกตบอลแก่บรรดาครูที่เขา้ รับการอบรม ต่อมากเ็ ป็นผลทา
ใหก้ ีฬาบาสเกตบอลแพร่หลายไปทวั่ ประเทศไทย

1111

ในปี พ.ศ. 2496 สมาคมบาสเกตบอลสมัครเล่นแห่ง
ประเทศไทยไดถ้ ูกจดั ต้งั ข้นึ ตามแบบอนั ถูกตอ้ ง โดยจดทะเบียนที่
สภาวฒั นธรรมแห่งชาติ และไดก้ ลายมาเป็นสมาคมบาสเกตบอล
แห่งประเทศไทยในปี เดียวกนั น้ันเอง และในวนั ที่ 10 กรกฎาคม
พ.ศ. 2496 สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยก็ไดเ้ ขา้ ร่วมเป็ น
สมาชิกของสมาคมบาสเกตบอลระหวา่ งประเทศ

1122

แนะนาอุปกรณ์บาสเกตบอล

สนาม - ขนาด

สนามที่ใชเ้ ล่นบาสเกตบอลจะตอ้ งเป็นส่ีเหล่ียมผืนผา้ มี
พ้ืนเรียบแข็งปราศจากส่ิงกีดขวางใด ๆ ซ่ึงสนามที่ใช้แข่งขัน

โอลิมปิ ก และชิง

แ ช ม ป์ เ ป้ี ย น โ ล ก
จะตอ้ งมีขนาด ยาว 28
เมตร และกว้าง 15
เมตร โดยวดั จากขอบ
ในของเส้นเขตสนาม
ส า ห รั บ ก า ร แ ข่ ง ขั น
ระดับอื่นๆ ในองค์กร
ภายใตก้ ารควบคุมของ
( FIBA) เ ช่ น ค ณ ะ
กรรมการบริ หารข อง
โซน (Zone) ในกรณีการแข่งขนั ระดบั โซน และระดบั ทวีปหรือ
สมาคมกีฬาบาสเกตบอลของชาติน้ันๆ ในกรณีการแข่งขัน
ภายในประเทศ จะมีอานาจในการรับรองสนามแข่งขนั ซ่ึงมีขนาด

1133

ตามกาหนดดงั ต่อไปน้ีคือ ความยาวลดลงกวา่ มาตรฐานไดไ้ ม่เกิน
4 เมตร และความกวา้ งลดลงกวา่ มาตรฐานไดไ้ ม่เกิน 2 เมตร

ท้ังน้ีอัตราส่วนของการลดขนาดของสนามต้องเป็ น
สัดส่วนต่อกนั สนามที่จะสร้างข้ึนใหม่ตอ้ งมีขนาดตามที่กาหนด
เพื่อใช้แข่งขันระดับสาคัญๆ ของฟี บ้า คือ ขนาด 28 x 15 เมตร
สาหรับเพดานน้ันให้มีความสูงอย่างน้อย 7 เมตร และพ้ืนสนาม
ควรไดร้ ับแสงสว่างเพียงพอและทว่ั ถึงกนั ท้งั น้ีควรติดต้งั โคมไฟ
โดยมิให้ปิ ดบงั สายตาของผูเ้ ล่นขนาดและพ้ืนของสนามตอ้ งตรง
กบั เกณฑท์ ี่ระบไุ ว้ เพือ่ ใชแ้ ขง่ ขนั ระดบั สาคญั ๆ ของฟี บา้

เส้นขอบสนาม

สนามแข่งขนั ตอ้ งมีเส้นขอบสนามอย่างชดั เจน โดยทุก
จุดตอ้ งมีระยะห่างจากคนดู ป้ายโฆษณา หรือส่ิงกีดขวางอ่ืนๆ
อยา่ งนอ้ ย 2 เมตร เสน้ ขอบสนามทางดา้ นยาวมีชื่อเรียกวา่ เสน้ ขา้ ง
และเส้นขอบสนามทางดา้ นส้ันมีชื่อเรียกวา่ เส้นหลงั เส้นต่างๆ ท่ี
กล่าวในขอ้ น้ี และในขอ้ อ่ืนๆ จะตอ้ งเห็นได้อย่างชดั เจน และมี
ขนาดกวา้ ง 5 เซนติเมตร

1144

วงกลมกลาง

วงกลมกลางตอ้ งมีรัศมี 1.80 เมตร และอยู่ที่กลางสนาม
ใหว้ ดั รัศมีจากขอบนอกของเส้นรอบวง

เส้นกลาง แดนหน้า และแดนหลงั

เส้นกลางตอ้ งลากให้ขนานกบั เส้นหลงั จากจุดก่ึงกลาง
ของเส้นข้าง และต้องย่ืนเลยเส้นข้างออกไปอีกข้างละ 15
เซนติเมตร แดนหนา้ ของทีม คอื ส่วนของสนามระหวา่ งเส้นหลงั ท่ี
อยู่ด้านหลังของห่วง
ประตูของคู่แข่งขัน
กบั ขอบด้านใกลข้ อง
เส้น กลาง สาหรับ
ส่ ว น ท่ี เ ห ลื อ ข อ ง
ส น า ม ร ว ม ท้ัง เ ส้ น
กลางคือ แดนหลัง
ของทีม

1155

เขตยิงประตูเพื่อทา 3 คะแนน
เขตยิงประตูเพื่อทา 3 คะแนน คือส่วนของพ้ืนสนามที่มี

เส้นแสดงเป็นเส้นโคง้ 2 แห่ง ซ่ึงแต่ละแห่งจะเป็นเส้นคร่ึงวงกลม
ขนาดรัศมี 6.25 เมตร โดยวดั จากขอบนอกของเส้นคร่ึงวงกลม
ท้งั น้ีจะมีศูนยก์ ลางอย่ทู ี่จุดของเส้นดิ่งท่ีลากผ่านจุดศูนยก์ ลางของ
ห่วงประตูลงจดถึงพ้ืนสนาม และลากเส้นที่ต่อจากปลายเส้นคร่ึง
วงกลมให้ขนานกบั เส้นขา้ งบรรจบกบั เส้นหลงั ระยะห่างระหวา่ ง
จุด ก่ึงกลางของเสน้ หลงั วดั จากขอบในไปยงั จุดศูนยก์ ลางของคร่ึง
วงกลมคือ 1.575 เมตร

เขตยงิ ประตู เพ่ือทา3 คะแนน

16

16

เขต 3 วนิ าที (เขตกาหนดเวลา) เขตโยนโทษ และเส้นโยนโทษ
เขต 3 วินาที คือพ้ืนท่ีในสนามที่มีเขตต้งั แต่เส้นหลัง

เส้นโยนโทษ และเส้นท่ีลากจากเส้นโยนโทษไปบรรจบกับเส้น
ห ลัง จ า ก จุ ด ก่ึ ง ก ล า ง ข อ ง เ ส้ น ห ลัง ไ ป สิ้ น สุ ด ท่ี ข อ บ น อ ก ข อ ง
เสน้ แนวยนื การโยนโทษ ระยะห่าง 3 เมตร

เขตโยนโทษ คอื พ้นื ที่กาหนดท่ีตอ่ จากเขต 3 วนิ าที เขา้ ไป
ในสนามโดยทาคร่ึงวงกลมรัศมี 1.80 เมตร และมีจุดศูนยก์ ลางท่ี
ก่ึงกลางของเส้นโยนโทษ ให้ทาคร่ึงวงกลมขนาดเดียวกนั แต่ตี
เสน้ ปะเขา้ ไปในเขต 3 วินาทีดว้ ย

เส้นโยนโทษ

1177

พืน้ ทนี่ ั่งของทมี

พ้ืนที่น่ังของทีม กาหนด ณ พ้ืนที่นอกเขตสนามทางดา้ น
เดียวกนั กบั โต๊ะเจา้ หนา้ ท่ี พ้ืนที่กาหนดคือเส้นตรงยาว 2 เมตร ท่ี
ลากตอ่ จากเส้นหลงั และเสน้ ตรงยาว 2 เมตร ลากจากจุดท่ีห่างจาก
เสน้ กลาง 5 เมตร ใหต้ ้งั ฉากกบั เส้นขา้ ง เสน้ ตรง 2 เมตรจะตอ้ งมีสี
แตกต่างจากสีของเส้นขา้ งและเส้นหลงั

พ้ืนท่ีนง่ั ของทีม พ้นื ท่ีนงั่ ของทีม

1188

กระดานหลงั (แป้น) ขนาด วสั ดุ และตาแหน่งทต่ี ิดต้งั

กระดานหลงั จะตอ้ งทาจากไมเ้ น้ือแขง็ หนา 3 เซนติเมตร
หรือเป็นวสั ดุโปร่งใสท่ีเหมาะสม ( แผน่ เดียวและมีความหนาแน่น
เช่นเดียวกับไมเ้ น้ือแข็ง) การแข่งขนั ในระดับโอลิมปิ กและชิง
แชมป์ เป้ี ยนโลก กระดานหลงั จะตอ้ งมีขนาดความยาว 1.80 เมตร
กวา้ ง 1.05 เมตรและขอบล่างสูงจากพ้ืนสนาม 2.90 เมตร สาหรับ
การแข่งขนั ระดบั อ่ืนๆ ใหอ้ งคก์ รภายใตก้ ารควบคุมของฟี บา้ เช่น
คณะกรรมการบริหารของโซนในกรณีการแข่งขนั ของโซนหรือ
ทวีป หรือสมาคมกีฬาบาสเกตบอลของชาติน้ันๆ สาหรับการ
แข่งขนั ของโซนหรือทวีป หรือสมาคมกีฬาบาสเกตบอลของชาติ
น้นั ๆ สาหรับการแข่งขนั ภายในประเทศ จะมีอานาจในการรับรอง
ขนาดของกระดานหลงั ซ่ึงจะเป็นขนาดยาว 1.80 เมตร กวา้ ง 1.20
เมตร ขอบล่างสูงจากพ้ืนสนาม 2.75 เมตร หรือขนาดยาว 1.80
เมตร กวา้ ง 1.05 เมตร และมีขอบล่างสูงจากพ้นื สนาม 2.90 เมตรก็
ได้ ส่วนกระดานหลงั ที่ติดต้งั ใหม่ท้งั หมด จะตอ้ งมีขนาดเท่ากบั ท่ี
ระบุไวส้ าหรับการแข่งขนั ระดบั โอลิมปิ ก และชิงแชมป์ เป้ี ยนโลก
คือขนาด 1.80 x 1.05 เมตร

1199

พ้ืนด้านหน้าของกระดานหลังต้องเรี ยบและมีสีขาว
ยกเวน้ กระดานหลงั ท่ีเป็นแบบโปร่งใส ใหม้ ีเคร่ืองหมายต่อไปน้ีท่ี
พ้ืนด้านหน้าของกระดานหลงั คือ ทารูปสี่เหลี่ยมผืนผา้ หลงั ห่วง
โดยมีเส้นขอบหนา 5 เซนติเมตร มีขนาดยาวตามแนวนอน 59
เซนติเมตร และกวา้ ง 45 เซนติเมตร

2200

ห่วงประตู

ห่วงตอ้ งเป็ นเหล็กตนั มีขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลางวดั จาก
ขอบในของห่วง 45 เซนติเมตร ทาดว้ ยสีส้ม เหล็กที่ทาห่วงตอ้ งมี
ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางอย่างน้อย 1.70 เซนติเมตร และขนาดใหญ่
ที่สุด 2 เซนติเมตร โดยมีตะขอเลก็ ๆ เก่ียวอยขู่ า้ งลา่ ง หรืออุปกรณ์
อ่ืนท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกนั เพื่อใชย้ ดึ เก่ียวตาข่าย ห่วงตอ้ งติดแน่น
กับกระดานหลัง และอยู่ในแนวขนานกบั พ้ืนสนาม สูงจากพ้ืน
สนาม สูงจากพ้ืนสนาม 3.05 เมตร ท้งั น้ีตอ้ งอยกู่ ่ึงกลางดา้ นต้งั ของ
กระดานหลงั ขอบห่วงดา้ นที่ใกลก้ บั กระดานหลงั จะห่างจากพ้ืน
ดา้ นหนา้ ของกระดานหลงั 15 เซนติเมตร ตาข่ายตอ้ งเป็นเส้นดา้ ย
สีขาวผกู ติดกบั ห่วง และมีลกั ษณะช่วยตา้ นลกู บอลเลก็ นอ้ ย

2211

ลกู บอล วสั ดุ ขนาด และน้าหนกั

ลูกบอลตอ้ งเป็ นทรงกลม และมีสีส้มตามท่ีได้รับรอง
แลว้ โดยมีเปลือกนอกทาดว้ ยหนงั ยาง หรือวสั ดุสังเคราะห์ ท้งั น้ี
จะมีเส้นรอบวงไม่น้อยกว่า 74.9 เซนติเมตร และไม่เกิน 78
เซนติเมตร หนกั ไมน่ อ้ ยกวา่ 567 กรัม และไม่เกิน 650 กรัม จะตอ้ ง
สูบลมใหแ้ ข็งโดยประมาณวา่ เมื่อปล่อยลูกบอลจากท่ีสูงประมาณ
1.80 เมตรลงสู่พ้ืนไม้แข็งหรื อพ้ืนสนามแข่งขัน ลูกบอลจะ
กระดอนข้ึนไมต่ ่ากวา่ 1.20 เมตร หรือสูงไมเ่ กิน 1.40 เมตร เม่ือวดั
จากส่วนบนของลูกบอล ตะเขบ็ และ / หรือร่องของรอยตอ่ ลกู บอล
จะตอ้ งไมเ่ กิน 0.635 เซนติเมตร

2222

ท่าพืน้ ฐานในการเล่นบาสเกตบอล
1. การเล้ียงลกู (Dribbling)

การเล้ียงลกู ถือวา่ เป็นทกั ษะแรกท่ีนกั บาสตอ้ งฝึก จะบอก
ว่าเป็ นสกิลที่สาคญั ท่ีสุดก็ได้ เพราะบนสนามบาส เราไม่
สามารถอุ้มลูกวิ่งไปเฉย ๆ ได้ นักบาสจึงมีแต่ต้องว่ิงไป
พร้อม ๆ กบั การเล้ียงลูกเท่าน้ัน การเล้ียงลูกจึงเป็ นวิธีท่ีง่าย
ท่ีสุด ที่นักบาสจะพาตัวเองไปยังจุดที่ต้องการแล้วทา
คะแนน

2233

เทคนคิ การฝึ กเลยี้ งลกู บาส

– อย่าใช้ฝ่ ามือในการจับลูกบาส แต่ให้ใช้ปลายนิ้วแทน
ระหว่างลูกบาสกับมือ ควรจะมีช่องว่างอยู่ การจบั ดว้ ยปลายนิ้ว
กางมือออกอย่างพอประมาณ จะช่วยให้นกั บาสคุมลูกไดก้ ระชบั
มากข้ึน

– ในข้ันตอนแรกอาจจะเริ่มจากการฝึ กเล้ียงลูกอยู่กับที่
(Pound dribbles)

– พยายามฝึ กเล้ียงลกู ให้ชานาญท้งั สองมือ แมว้ ่าคุณจะถนดั
ขวา แต่มือซา้ ยก็ตอ้ งเล้ียงลูกไดน้ ะ

– ถ้าฝึ กเล้ียงลูกจนพอได้ระดับหน่ึงแล้ว ให้ลองมองหา
เทคนิคการเล้ียงลูกให้เร็วข้ึนแทน เพราะมนั จะช่วยเพิ่มโอกาสรุก
และรับไดม้ ากทีเดียว

– ฝึ กเองบ่อย ๆ ขอ้ ดีของการฝึ กเล้ียงลูกคือ คุณสามารถฝึ ก
เองคนเดียวได้ แลว้ ถา้ จบั ทางไดเ้ มื่อไร การฝึ กก็จะเห็นผลไดอ้ ยา่ ง
ชดั เจน แมจ้ ะฝึกในระยะเวลาส้ัน ๆ

2244

2. การชู๊ต (Shooting)

เทคนคิ การฝึ กชู๊ตลูกบาส

– การชู๊ตลูกท่ีดี ควรใช้แรงส่งจากขาช่วย โดยอาจจะงอเข่า
เลก็ นอ้ ย แลว้ ส่งแรงไปท่ีขอ้ มือเพือ่ ชูต๊

– ถา้ คุณกาลงั ฝึ กชู๊ตมือเดียว ให้พยายามเก็บขอ้ ศอกให้ชิด
ลาตัวไว้ พอยกแขนจะชู๊ต ลาแขนจะต้ังตรง ช่วยให้เล็งลูกได้

2255

แม่นขึน การยืดแขนให้สุดมือ ก็ช่วยเร่ืองแรงส่งได้ดี แถมยงั ทา
ใหช้ ูต๊ สูงข้ึนดว้ ย

– ถา้ ถนัดชู๊ตสองมือ ก็ไม่ตอ้ งห่วงเร่ืองศอกมากนัก เพราะ
การชู๊ตดว้ ยสองมือจะทาใหเ้ ลง็ ง่ายข้นึ อยแู่ ลว้

– ในการชู๊ตแบบมือเดียว ให้ใช้อีกมือช่วยประคองเบา ๆ
(เผือ่ วา่ มือสั่น หรือมือยงั ไม่นิ่งพอ) และออกแรงชู๊ตดว้ ยการสะบดั
ขอ้ มือ ไมใ่ ช่เหว่ียงท้งั แขน

– การต้งั ท่าให้บาลานซ์เป็ นเรื่องสาคัญ ถา้ คุณถนัดชู๊ตมือ
ขวา ตอนฟอร์มท่าชู๊ตใหก้ า้ วเทา้ ขวาออกมาดา้ นหนา้ เลก็ นอ้ ย กาง
ขาประมาณความกวา้ งไหล่ ฟอร์มประมาณน้ีจะค่อนขา้ งสมดุล
สาหรับการชู๊ต

2266

3. การส่งลูก (Passing)

เทคนิคการฝึ กส่งลกู บาส

– ผเู้ ล่นมือใหมอ่ าจจะเร่ิมจากการศึกษาระยะห่างที่เหมาะสม
ของตวั เองกบั ทีม การส่งลูกใหเ้ พ่ือนร่วมทีมท่ีอยู่ใกลเ้ กินไป อาจ
ทาใหอ้ ีกฝ่ ายรับไดไ้ ม่ถนดั นกั หรือถา้ โชคร้ายก็อาจจะบาดเจ็บได้
เลย ในทางกลบั กัน ถ้าส่งลูกให้เพื่อนในระยะที่ไกลเกินไป ก็
อาจจะทาใหล้ ูกถกู แยง่ ไประหวา่ งทางได้

2277

– ในบางคร้ัง การส่งลูกแบบเรียบง่ายกไ็ ดผ้ ลดี ไม่จาเป็นตอ้ ง
ใชเ้ ทคนิคลีลามากมายตลอดเวลา ถา้ จงั หวะโอเค ก็เหว่ียงบอลไป
เลย!

– พยายามมองใหท้ ว่ั สนาม แลว้ วเิ คราะหส์ ถานการณ์ไปดว้ ย
เพ่อื หาจงั หวะดี ๆ ในการทาคะแนน

– แมว้ ่าบางคร้ังการส่งลูกให้เพ่ือนร่วมทีมอาจจะไม่สาเร็จ
แต่ก็อย่าเพิ่งทอ้ ไป เพราะในตอนที่มนั ไม่สาเร็จ คุณก็จะเห็นแลว้
วา่ ปัญหาคอื อะไร และจะแกไ้ ขอยา่ งไรไดบ้ า้ ง จริงไหม?

2288

ขอ้ สอบ
ใหน้ กั เรียน X ขอ้ ท่ีถกู ตอ้ งที่สุด และ ตอบคาถาม1 ขอ้

1. กีฬาบาสเกตบอล เป็นกีฬาประจาชาติของประเทศอะไร

ก. อเมริกา ข. อเมริกนั

ค. ไทย ง. เกาหลี

2. บาสเกตบอล เร่ิมกีฬาอะไรกบั กีฬาอะไรมาผสมกนั จนเป็นกีฬา
บาสเกตบอล

ก. กีฬาอเมริกนั ฟุตบอลและเบสบอล

ข. กีฬาฟุตบอลกบั ปิ งปอง

ค. กีฬาเบสบอลกบั แบทมินตนั

ง. กีฬารักบ้ีกบั ยมิ นาสติก

3. กติกา บาสเกตบอล ของ Dr.James มีก่ีขอ้

ก. 13 ขอ้ ข. 10 ขอ้

ค. 20 ขอ้ ง. ค ขอ้

2299

4. สนามท่ีใช้แข่งขนั โอลิมปิ ก และชิง แชมป์ เป้ี ยน โลกจะตอ้ งมี
ขนาด กวา้ งยาวเท่าไร

ก. กวา้ ง 25 ยาว 10 ข. กวา้ ง 28 ยาว 15

ค. กวา้ ง 15 ยาว 28 ง. กวา้ ง 10 ยาว 26

5. จานวนผเู้ ล่นในสนามมีก่ีคน

ก. 10 คน ข. 3 คน

ค. 8 คน ง. 5 คน

เขียนคาตอบลงในกระดาษใหถ้ กู ตอ้ ง
6. ทา่ พ้นื ฐานในการเลน่ บาสเกตบอล มีก่ีท่า และท่าอะไรบา้ ง
ตอบ.

3300

เฉลยขอ้ กา

1. ข
2. ก
3. ก
4. ค
5. ง

เฉลย ขอ้ เขยี น

มี3 ท่า
ทา่ ท่ี 1 การเล้ียงลูก
ท่าที่ 2 การชูต้
ทา่ ที่ 3 การส่งลกู


Click to View FlipBook Version
Previous Book
ບົດທີ 3
Next Book
Batch Plant Performance Improvement in Chemical and Life Science Manufacturing