The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่มที่ 2 นักบริหารยุคดิจิทัล
1. การเป็นผู้ใฝ่รู้และมีวิสัยทัศน์
2. หลักธรรมาภิบาล และความซื่อสัตย์สุจริต
3. สมรรถนะด้านการใช้เครื่องมือการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yongyutt.tha, 2021-07-03 02:45:38

รายงานกลุ่ม 2 นักบริหารยุคดิจิทัล

กลุ่มที่ 2 นักบริหารยุคดิจิทัล
1. การเป็นผู้ใฝ่รู้และมีวิสัยทัศน์
2. หลักธรรมาภิบาล และความซื่อสัตย์สุจริต
3. สมรรถนะด้านการใช้เครื่องมือการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล

46
46

ข้อดีของการนําเสนองานด้วยมลั ติมีเดยี
1.เสนอขอ้ มูลได้ในรปู แบบของ ตวั หนงั สือ เสยี ง ภาพนง่ิ และภาพเคลอื่ นไหว
2.ผูร้ บั สามารถเลอื กรบั ข้อมูลจากจุดใดก็ไดโ้ ดยไม่ต้องเรยี งลาดับเน้ือหา
3.นาไปใชก้ ับการเสนองานในรูปแบบอนื่ ได้ เชน่ ภาพยนตร์ เกม เว็บไซต์

เว็บไซต์ (Website)
การนาเสนอข้อมูลผา่ นหนา้ จอคอมพวิ เตอร์ทเี่ ช่ือมต่อกบั อินเตอรเ์ น็ต ทาใหส้ ามารถนาเสนอไดค้ รอบคลุม

ทั่วโลก การสร้างงานนาเสนอประเภทน้ี ต้องมีความรู้เก่ียวกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ท่ีส่งเสรมิ การทางานบน
อินเตอร์เน็ต ฮาร์ดแวร์ที่ต้องใช้ เช่น การ์ดแลน ลาโพง วิดีโอแคม โมเด็ม ส่วนซอฟต์แวร์ เช่น โปรแกรมเว็บ
บราวน์เซอร์ Dremweaver Notepad เป็นต้น

ข้อดขี องการนําเสนองานดว้ ยเว็บไซต์
1.นาเสนอได้หลายรปู แบบ เช่น ตวั หนังสือ เสยี ง ภาพน่ิง และภาพเคลื่อนไหว
2.สามารถเช่อื มโยงไปยังแหลง่ ข้อมลู อื่นๆ บนอนิ เทอร์เน็ตได้
3.ใช้งานไดท้ กุ ท่ี ทุกเวลา ทม่ี คี อมพวิ เตอร์เชอ่ื มตอ่ กบั อนิ เทอรเ์ นต็
4.มีการปฏิสัมพนั ธ์และตอบสนองต่อผรู้ บั ข้อมลู
5.สามารถแลกเปลย่ี นขอ้ มูลต่างๆกับผู้นาเสนอไดท้ นั ที

หลักการพ้ืนฐานของการนาเสนอผลงาน มจี ุดเนน้ สาคัญดังนี้
1) การดึงดูดความสนใจ

โดยการออกแบบให้ส่ิงท่ีปรากฏต่อสายตานั้นชวนมอง และมีความสบายตาสบายใจข้ึน เมื่อชมการนาเสนอ
ดังนั้นการเลือกองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น สีพื้น แบบ สี และขนาดของตัวอักษร รูปประกอบ ต้องเหมาะสม
สวยงาม

47 47

2) ความชดั เจนและความกระชับของเน้ือหา
ส่วนที่เป็นข้อความต้องสั้นแต่ได้ใจความชัดเจน ส่วนที่เป็นภาพประกอบต้องมีส่วนสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับ
ข้อความที่ต้องการสื่อความหมาย การใช้ภาพประกอบ มีประโยชน์มาก ดังคาพังเพยภาษาอังกฤษท่ีว่า "A
picture is worth a thousand words" หรือ "ภาพภาพหนึ่งนั้นมีค่าเทียบเท่ากับคาพูดหน่ึงพันคา" แต่
ประโยคนคี้ งไม่เปน็ จริงหากภาพนัน้ ไมม่ คี วามสัมพันธ์ อยา่ งสรา้ งสรรคก์ บั ความหมายท่ีตอ้ งการสื่อ ดงั นนั้ ก่อนท่ี
จะตดั สินใจใช้ภาพใดประกอบ จึงควรตอบคาถาม ให้ไดเ้ สยี ก่อนว่าต้องการใชภ้ าพเพื่อสื่อความหมายอะไรและ
ภาพที่เลอื กมานั้นสามารถทาหน้าทส่ี ่ือความหมายเชน่ นัน้ จริงหรอื ไม่

3) จดั หาเครื่องมอื ตามความต้องการของซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมแต่ละโปรแกรมมีความสามารถไม่เหมือนกัน ขนาดของโปรแกรมก็ไม่เท่ากัน ทาให้
ความต้องการของฮาร์ดแวร์ในการทางานตามโปรแกรมน้ันแตกต่างกัน ในคู่มือการใช้งานโปรแกรมหรือ
ซอฟต์แวร์น้ันจะบอกข้อกาหนดของฮาร์ดแวร์ท่ีต้องการสาหรบั การใช้งานไว้วา่ จะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
เราจะต้องจัดหาฮาร์ดแวร์ให้ได้ตามข้อกาหนดน้ันเพ่ือให้สามารถใช้งานซอฟ ต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภา พ
สาหรบั ระบบโปรแกรมสาเรจ็ รปู ที่ใชก้ ับไมโครคอมพิวเตอร์น้นั สว่ นใหญส่ ามารถนามาใชก้ บั ไมโครคอมพวิ เตอร์
มาตรฐานที่มีขายทั่วไปได้เลย ยกเว้นอุปกรณ์ประเภทเคร่ืองพิมพ์ที่อาจเลือกได้ตามความต้องการว่าเป็น
เคร่ืองพิมพ์สีขาว/ดา หรือหลายสี จอภาพจะใช้ขนาดใหญ่ก่ีนิ้ว หรือฮาร์ดดิสก์ท่ีอาจต้องดูขนาดความต้องการ
ว่าซอฟต์แวร์มีขนาดเท่าใด และฮาร์ดดิสก์จะพอใช้หรือไม่ เพราะในไมโครคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องน้ันเรามักจะ
บรรจุโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ไวห้ ลายชนิด และปริมาณแฟ้มข้อมลู ที่มีอยูเ่ ดิมอาจมากจนกระทั่งพื้นท่ีทเี่ หลือไม่
เพยี งพอตอ่ การใชง้ านโปรแกรมสาเรจ็ รูปใหม่น้ัน

4.) การใชง้ านโปรแกรม
ในการใช้งานน้ัน นอกจากผู้ใช้จะต้องทาความเข้าใจการทางานของฮาร์ดแวร์ว่าใช้งานอย่างไรแล้ว
รายละเอียดการใช้งานซอฟต์แวร์ ก็เป็นส่งิ สาคัญท่ีผู้ใช้จะต้องทาความเข้าใจให้ชัดเจนกอ่ นการใชง้ าน สว่ นใหญ่
จะศึกษาจากคู่มือของโปรแกรมสาเร็จรูปน้ันเพื่อความเข้าใจในความสามารถก่อน ปกติแล้วคู่มือการใช้งานมา
จากเจ้าของผูผ้ ลติ ซอฟต์แวร์ ซงึ่ มกั จะอธิบายถึงความสามารถตามฟังกช์ น่ั ทม่ี ีอยู่ แตม่ ักจะไมค่ ่อยมีตวั อย่างการ
ประยุกต์ใช้ ผู้ใช้ต้องทดลองเอง จึงได้มีผู้ท่ีมีความรู้ความสามารถในโปรแกรมนั้น ๆ ทาคู่มือการใช้งานใน
ลักษณะการประยกุ ต์ มีตวั อย่างของงานแสดงให้เหน็ ทาใหส้ ามารถเรียนรไู้ ด้รวดเร็วข้นึ และในปัจจบุ ันนี้มีการ

48 48

ทาคู่มือการใช้งานในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์ที่เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่น ทาเป็นซีดีการใช้งาน เป็นต้น
ฉะนั้นผู้ใช้งานที่ยังไม่มีประสบการณ์จึงควรเรียนรู้จากคู่มือการใช้งาน ทาความเข้าใจให้ชัดเจนก่อน แล้วจึงลง
มือปฏิบัติด้วยตนเอง (อ้างใน https://sites.google.com/site/ldkgld/kar-chi-thekhnoloyi-sar-sn-
thekhnoloyi-ni-karna-senx-phl-ngan/hlak-kar-phun-than-khxng-karna-senx-phl-ngan)

3.5 การตดิ ตอ่ ส่อื สารและการประสานงาน

แนวคิดการส่ือสารยุคดิจิทัล (Communication Model in digital Age) ปัจจุบันสื่อใหม่ถือเป็นการ
ส่ือสารที่มีรูปแบบการสื่อสารใหม่ ๆ เกิดข้ึนเพื่อเพิ่มส่วนขยายทางการสื่อสารเปิดโอกาสให้มนุษย์สามารถ
นาเสนอเร่อื งราวความรู้สกึ นกึ คิดตลอดจนความคิดเห็นไดอ้ ยา่ งเสรีบนพน้ื ที่ส่วนตัวหรือโลกเสมือนจรงิ (Virtual
Reality) และยังสามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนที่มีพื้นที่เสมือนจริงได้จนขยายเป็นเครือข่ายสังคม แบบ
ออนไลน์(Social Networking) สร้างปฏิสัมพันธ์ต่อกันได้หลากหลายทางการตอบกลับในเวลาต่อมาและ
โต้ตอบแบบทันทีทันใด (Real Time Interaction) อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์แห่งการเปลี่ยนแปลงอาจไม่ใช่เพียง
แค่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการส่ือสารเพียงอย่างเดียวแต่อาจหมายรวมถึงพฤติกรรมทางการส่ือสาร
ของมนุษย์ท่ีได้รับอิทธิพลมาจากการพัฒนารูปแบบการส่ือสารใหม่ๆอีกด้วย การสื่อสารผ่านสื่อใหม่ทาให้
บทบาททางการสื่อสารมีความเปล่ียนแปลงด้วยการทาลายข้อจากดทางการส่ือสารจากเดิมท่ีผู้รบั สารจะต้องรอ
เวลาในการเผยแพร่เน้อื หาผ่านสอื่ ดั้งเดิม บทบาททางการสือ่ สารของผู้รับสาร (Receiver) อยู่ในลักษณะที่เป็น
ผตู้ าม (Passive Receiver) แตด่ ว้ ยคณุ ลกั ษณะของส่ือใหมท่ ่ีเปิดโอกาสใหผูร้ ับสารสามารถเขา้ ถงึ เน้ือหาได้ตาม
ความต้องการ ทั้งด้านเวลาสถานท่ีรวมถึงความสนใจ ผู้รับสารสามารถเข้าถึงและแสวงหาข้อมูลด้วยตนเองทา
ใ ห้ บ ท บ า ท ข อ ง ผู้ รั บ ส า ร เ ป็ น ไ ป ใ น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร แ ส ว ง ห า ข้ อ มู ล ห รื อ เ ป็ น ผู้ เ ลื อ ก ม า ก ก ว่ า ผู้ ต า ม
(Active Audience) หรือเรยี กว่าเปน็ ผแู้ สวงหาหรอื เลอื กข้อมลู ทีโ่ ดยเสรี (Active Seeker)

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยีการส่ือสารได้เปล่ียนแปลงไปมนุษย์ก็จะตอบรับการเปล่ียนแปลง
เหล่าน้ันด้วยพฤติกรรมวัฒนธรรมและค่านิยมเช่นกัน นับเป็นพลวัตแห่งการเปล่ียนแปลงท่ีเป็นปัจจัยในการ
พัฒนาซึ่งกันและกันไม่สามารถตัด ปัจจัยตัวใดตัวหน่ึงออกไปได้ ปรากฏการณ์ทางการส่ือสารในยุคดิจิทัลเป็น
เครื่องบ่งชี้ให้เห็นถึงลักษณะความสัมพันธ์ระหวา่ งเทคโนโลยกี ารส่ือสารกับสงั คมมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นทางเลอื ก
ในการสื่อสารชอ่ งทางการสอ่ื สารใหม่ ๆ รปู แบบการสือ่ สาร พฤตกิ รรมในการสื่อสาร รวมไปถงึ วฒั นธรรม

49 49

การสื่อสารที่เปล่ียนแปลงไปสอดคล้องกับวลีของ มาร์แชล แมคลูฮัน ที่ว่า “Medium is the
message : สื่อเปน็ ตัวกาหนดแนวทางการส่อื สารของมวลมนุษยชาติ ” (วรวุฒิ ออ่ นน่วม,2555:2)

องค์ประกอบหลักของแบบจาลองการสอื่ สารประกอบด้วย (เพญ็ นดิ า ไชยสายัณห์,2553:1)
1. ผ้ทู าการส่ือสาร
2. รหสั
3. ตัวสอื่ /ชอ่ งทาง
4. ตัวสาร
5. บริบท
ทั้ง 5 องค์ประกอบดงักล่าวน้ีให้พิจารณาในเรื่องของบทบาทท่ีท้ัง 5 องค์ประกอบสวมอยู่ จาก
องค์ประกอบทั้งหมดที่ได้กล่าวมาแลว้ ข้างตน้ เมือ่ นามาประกอบเป็นโครงสร้างของแบบจาลองได้นาเสนอไว้ใน
แผนภาพท่ี 1 ลักษณะของแบบจาลองมีลักษณะท่ีได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างของ DNA ของมนุษย์ท่ี
ค้ น พ บ โ ด ย เ จ ม ส์ วั ต สั น กั บ ฟ ร า น ซิ ส ค ริ ก ( James D.Watson and Francis H.C. Crick: DNA
Model,www.wikipedia.com)

ภาพ ท่ี 3.2 ภาพแบบจําลองการส่ือสารยุคดิจทิ ัล

50
50

จากการท่ีได้ศึกษาแนวคิดส่ือดิจิทัลหรือสื่อใหม่ (New Media) แล้ว ได้เห็นว่าสื่อในยุคดิจิทัลน้ัน
มีความสาคัญในทุก ๆ เรื่องไม่ว่า จะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเผยแพร่หรือแสดงความคิดเห็น
ต่างๆ ที่ตนเองสนใจได้อย่างอิสระรวมถึงมีผลต่อการผลิตและเผยแพร่ส่ือออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์
กจิ กรรมพเิ ศษของบริษัทต่าง ๆ ก็ได้นาแนวคิดส่อื ใหมน่ ี้มาใชใ้ นการผลติ ส่อื ออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพและยัง
สามารถสร้างความผูกพันธ์อันดกี ับผ้ทู ่เี ข้ารว่ มกิจกรรมพเิ ศษของบริษทั ตา่ ง ๆ ไดอ้ ีกดว้ ยและสื่อใหมน่ ปี้ ระชาชน
ยังสามารถแสดงความคิดเห็นต่างๆ ที่ตนเองสนใจที่จะโต้ตอบก็สามารถที่จาทาได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะน้ัน
ส่ือใหม่น้ีถือเป็นการส่ือสารแบบสองทาง (Two-way Communication) เป็นการติดต่อส่ือสารที่ผู้รับสาร มี
การตอบสนองและมีปฏิกริ ิยาตอบกลับไปยังผู้ส่งสารสามารถโตต้ อบ ปรึกษาหารอื และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
กนั ไดซ้ ึ่งแตกต่างจากส่ือเก่าในสมัยก่อนท่ีผรู้ บั สารไม่สามารถมีการตอบสนองหรือมปี ฏิกิรยิ าตอบกลับไปยังผู้ส่ง
สารได้เลยท่เี รียกว่า การสอื่ สารแบบทางเดียว (One-way Communication) เปน็ การตดิ ต่อสือ่ สารในลักษณะ
ที่ผู้ส่งเป็นผู้ให้ข่าวสารอย่างเดียว มีอิทธิพลต่อผู้รับเพียงฝ่ายเดียวโดยผู้รับไม่มีโอกาสได้โต้ตอบหรือซักถามข้อ
สงสัยใด ๆ

ภาพ 3.3 ภาพการสื่อสารยุคดิจิทัล
ทม่ี า : https://www.prosoftibiz.com/Article/Detail/78407

51 51

บรรณานุกรม

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2545).แนวทางพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรมไทย.กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ
กระทรวงศึกษาธกิ าร.

ดวงรตั น์ เรืองอุไร.2555.แหล่งข้อมลู สําหรับผบู้ ริหาร.แหลง่ ทม่ี า :
https://www.gotoknow.org/posts/455325?fbclid=IwAR2bzQ0LsbXbDPiz_lhV8tKKJT1ht
WmZ7Wdl4Ki6D3UgNYONYyKlH9sk_wE. 23 มิถุนายน 2564.

ถวิลวดี บรุ ีกลุ . (2559). ธรรมาภิบาล : กลไกสาคัญในการปฏริ ปู เพอ่ื พัฒนาประเทศ. บทความใน KPI
YEARBOOK 2558:ดลุ อานาจในการเมืองการปกครองไทย.กรุงเทพมหานคร : สถาบันพระปกเกล้าฯ

เนตรนภา รักษายศ. 2555.การสร้างวสิ ัยทัศน(์ Visioning). แหลง่ ทม่ี า :
http://netnaparaksayot.blogspot.com/2012/09/visioning.html. 22 มิถนุ ายน 2564.

ปธาน สวุ รรณมงคล. (2558). การบรหิ ารงานภาครัฐกับการสรา้ งธรรมาภบิ าล. กรุงเทพมหานคร:
สถาบันพระปกเกล้าฯ.

พระครูสตุ วุฒคิ ณุ (ปรชี า ญาณวฑฒฺ โน) และเดือนเพ็ญ ทองนว่ ม.(2560)การพัฒนาวสิ ัยทัศนข์ องผู้บริหารใน
ศตวรรษที่ ๒๑.วารสารครุศาสตรป์ ริทรรศนฯ์ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย.

ภาณวุ ัฒน์ กาศแก้ว.(2559) มิติวสิ ัยทัศน์ของผ้บู รหิ ารกับการบรหิ ารงานวิชาการในสถานศึกษา สงั กดั
สาํ นกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครปฐม เขต 2.วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบัณฑติ
มหาวิทยาลัยศลิ ปากร.

ราชบณั ฑติ ยสถาน.(2556).พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2556.กรุงเทพมหานคร:พฒั นาศึกษา.
รุ่งอรณุ เขยี วพมุ่ พวง. (2557). กิจกรรมนนั ทนาการเพอ่ื พัฒนาคุณธรรมและจรยิ ธรรมของเด็ก.

กรุงเทพมหานคร: เอส.ออฟเซท็ กราฟฟิคดีไซน.์
วิพา ตณั ฑลุ พงษ.์ (2554).หัวใจนกั ปราชญ์ : การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และการเขียน.กรุงเทพฯ: สานกั งานเขต

พ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษา.

52 52

สถาบนั พระปกเกล้า (2558) .ดุลอํานาจในการเมืองการปกครอง.กรงุ เทพมหานคร : สถาบนั พระปกเกล้า.
สมคิด เลศิ ไพฑูรย์และคณะ(2556).ท้องถิ่นโปรง่ ใส. กรุงเทพมหานคร : สานกั พิมพม์ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร.์
สมร่ืน สิทธิยา (2559).การพัฒนาตัวบ่งช้ีความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต สาํ หรับนกั เรียนชั้นประถมศึกษา.

ปริญญานพิ นธ์มหาบัณฑติ . บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.
เสน่ห์ จ้ยุ โต.(2557).มติ ิใหมก่ ารบรหิ ารธรรมาภบิ าลขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น. นนทบุรี: สานกั พิมพ์

มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช.
สานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.(2559).ประกาศสํานักคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ เร่อื ง

หลักธรรมาภบิ าลของสาํ นกั งานคณะกรรมการวจิ ัยแห่งชาติ.กรุงเทพมหานคร:สานักคณะกรรมการ
วจิ ัยแหง่ ชาติ.
สานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2553). แนวทางการพัฒนา การวัดและประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพมหานคร :
ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย.
อารัญยายี กลางคาร.(2555).การพัฒนาตวั บง่ ชคี้ ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ด้านใฝเ่ รียนรู้ สําหรบั นกั เรียนชน้ั
มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 สังกัดสํานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต27.วทิ ยานิพนธ์ปริญญา
มหาบณั ฑติ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
Alisha Ali, Hilary Catherine Murphy, & Sanjay Nadkarni. (2014). Hospitality students’
perceptions of digital tools for learning and sustainable development. Journal of
Hospitality,Leisure, Sport & Tourism Education, 15(1), 1-10.
Curtis Jay Bonk Donald J. Cunningham. (1998). Electronic collaborators: Learner-centered
technologies for literacy apprenticeship, and discourse. USA: Lawrence Erlbaum
Associates.

53 53

David A. Armstrong. (2011). Students’ perceptions of online learning and instruction tools: A
qualitative Study of undergraduate students use of online tools. The Turkish Online
Journal of Educational Technology, 10(3), 222-226.

Graham John and others.(2003). Principles for Good Governance in the 21st Century
(Ottawa: Institute On Governance, 2003), 3.

Ibrahim ARPACI. (2017). The role of self-efficacy in predicting use of distance education tools
and learning management systems. Turkish Online Journal of Distance Education,
18(1), 52-62.

Interactive Teaching in Languages with Technology. (2017). Digital tools. Retrieved October
13, 2017, from http://bit.ly/2h6ENUi

Jane Hart. (2017). Top 200 tools for Learning 2017. Retrieved January 6, 2018, from
http://c4lpt.co.uk/top100tools/

Judi Moreillon. (2015). Increasing interactivity in the online learning environment: Using digital
tools to support students in socially constructed meaning-making. TechTrends,
59(3),41-47.

Meesuwan, W. (2014). Cloud computing for education. Journal of Education Naresuan
University, 16(1), 149 – 157. (in Thai)

Megan Poore. (2013). Using social media in the classroom a best practice guide. Thousand
Oaks: SAGE Publications.

Nada Dabbagh, & Helen Fake. (2017). College students’ perceptions of personal learning
environments through the lens of digital tools, processes and spaces. Journal of New
Approaches in Educational Research, 6(1), 28-36.

54 54

Stefano Za, Paolo Spagnoletti, & Andrea North-Samardzic. (2014). Organizational learning as
anemerging process: The generative role of digital tools in informal learning
practices.British Journal of Educational Technology, 45(6), 1023-1035.

Sungkawadee, R., & Keawurai, R. (2017). The development of e –learning courseware
integratedwith activities on facebook in the ways of living in the digital age course:
The ethics of living in the digital era of living for bachelor degree students, Naresuan
University.Journal of Education Naresuan University, 19(3), 133 – 146. (in Thai)

Tanya Joosten. (2012). Social media for educators: Strategies and best practices. US: Jossey-
Bass.

55

56 56

ภาพงานนาํ เสนอจาก Power Point
เรือ่ ง การเป็นผู้ใฝ่รแู้ ละมีวสิ ยั ทศั น์ หลกั ธรรมาภบิ าล ความซื่อสัตย์สุจรติ

และสมรรถนะด้านการใช้เคร่ืองมอื การเรยี นรใู้ นยุคดจิ ิทัล

57 57

ภาพงานนาํ เสนอจาก Power Point
เรื่อง การเปน็ ผใู้ ฝ่รแู้ ละมีวิสยั ทัศน์ หลักธรรมาภบิ าล ความซื่อสัตยส์ จุ รติ

และสมรรถนะด้านการใชเ้ ครอ่ื งมอื การเรียนรใู้ นยคุ ดจิ ิทัล

58


Click to View FlipBook Version