ขนมไทยพื้นบ้าน
ภาคเหนือ
ขนมเทียน ส่วนผสม
1.แป้งข้าวเหนียวดำ 300 กรัม
2.น้ำตาลปี๊ บ 1 ถ้วย
3.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
4.เกลือป่น 1 ช้อนชา
5. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.นำมะพร้าวขูดลงผัดในกระทะ ใช้ไฟปานกลาง ผัดพอหอม ใส่เกลือ 1
ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากัน
2. ผัดไส้มะพร้าวจนเหนียวดีแล้ว พักไว้
3.ทำแป้งขนม นำแป้งนวดผสมกับน้ำ และเกลือป่น 1 ช้อนชา
ให้เข้ากันจนเป็นก้อน
4.ฉีกใบตองกว้างประมาณ 10 ซม. นำด้านที่ห่อมาทาน้ำมันให้ทั่ว
5. นำแป้งที่นวดมาทำเป็นแผ่นกลม ใส่ไส้มะพร้าวตรงกลาง แล้วห่อ
แป้งให้มิดไส้ แล้วคลึงเป็นก้อนกลม
6. ทำใบตองเป็นรูปทรงกรวย ใส่ขนมลงในใบตอง พับทบล่าง ซ้าย
ขวา นำด้านที่แหลมสอดพับ แล้วห่อจะได้ขนมทรงสามเหลี่ยม
7. นำไปนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 20 นาที
ใช้ใน : วันวิสาขบูชา งานวันเข้าพรรษา งานวันออกพรรษา
วันอาสาฬหบูชา
ขนมตาล ส่วนผสม
1.ตาลสุก 400 กรัม
2. แป้งข้าวเจ้า 600 กรัม
3. น้ำตาลทราย 500 กรัม
4.กะทิ 2 ถ้วย
5.เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ผสมน้ำ น้ำกะทิ และน้ำใบเตย ให้เข้ากัน
2. ใส่มะพร้าวทึนทึกขูด คนให้เข้ากัน
3. ใส่แป้งข้าวเหนียว คนให้แป้งละลาย
4. ใส่น้ำอ้อย คนให้เข้ากัน
5. นำส่วนผสมไปตั้งไฟ ให้ใช้ไฟอ่อน กวนจนแป้งสุกและเหนียว
6. ทิ้งไว้ให้เย็น นำมาห่อใบตองเป็นรูปสี่เหลี่ยม
7. นึ่งไฟกลาง ประมาณ 30 นาที
ใช้ใน : งานแต่ง เทศกาลสำคัญ งานบุญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ
ขนมวง ส่วนผสม
1.แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
2.กล้วยน้ำว้าสุก 5 ลูก
3.ไข่ไก่ 3 ฟอง
4.น้ำอ้อยป่น 1 ถ้วย
วิธีทำ
1. ผสมแป้งข้าวเหนียวและกล้วยน้ำว้าสุก นวดให้เข้ากัน
2. ใส่ไข่ไก่ นวดให้เข้ากัน
3. เติมน้ำทีละน้อย นวดไปเรื่อย ๆ
4. นวดจนส่วนผสมเข้ากัน และติดกันเป็นก้อน
5. หยิบแป้งมาคลึงให้เป็นเส้นยาว แล้วนำปลายมาชนกันเป็น
วงกลม
6. ตั้งน้ำมันให้ร้อน นำแป้งที่เตรียมไว้ลงทอด
7. พอขนมเหลืองทั่ว ตักขึ้นใส่ตะแกรงพักไว้
8. เคี่ยวน้ำอ้อยจนเหนียวได้ที่ หยอดลงบนหน้าขนมวง
ใช้ใน : งานปอยหรืองานบุญ
ภาคกลาง
ขนมหม้อแกง วัตถุดิบ
1. เผือกนึ่งสุกหรือถั่วเขียวผ่าซีกนึ่งแล้วบดให้ละเอียด 1 ถ้วยตวง
2. ไข่เป็ด 5 ฟอง
3. มะพร้าวขูด 1 1/2 ถ้วยตวง
4. น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วยตวง
5. หอมเจียวสีเหลือง
6. น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันพืช
วิธีทำ
1.นึ่งเผือกทั้งเปลือกหรือถั่วเขียวผ่าซีกให้สุกปอกเปลือกเผือก แล้วบดให้
ละเอียดอย่าให้เป็นเม็ด
2.ผสมไข่ น้ำตาล มะพร้าว ให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวบาง
3.ผสมเผือกหรือถั่วเขียวกับน้ำกะทิ ในข้อ 2 ค่อย ๆ ผสมทีละน้อย จนเผือก
หรือถั่วเขียวละลายเข้าเป็นเนื้อ เดียวกัน เอาขึ้นตั้งไฟกลาง ๆ คนพอขนม
ข้นและแข็งตัว
4.ทาน้ำมันในถาดสำหรับปิ้ งแล้วนำขนมใส่ลงในถาด นำเข้าเตาอบหรือผิง
ไฟล่าง ไฟบน
ใช้ใน : งานบวช หรืองานแต่งงาน
ขนมลูกชุบ สส่่ววนนผผสสมม
ถั่วเขียวนึ่งสุกบดละเอียด 1 กิโลกรัม, น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง, หัวกะทิ
(มะพร้าว 400 กรัม) 1 ถ้วยตวง, สีผสมอาหารสีต่างๆ
ส่วนที่ชุบ
วุ้นผง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำ 2 1 /2 ถ้วยตวง, น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1.ผสมถั่วบด น้ำตาลทราย กะทิ เข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟ
2.กวนด้วยไฟอ่อนๆ จนล่อนจับกันไม่ติดกระทะ
3.พักถั่วกวนไว้ให้เย็น นำมาปั้ นเป็นรูปผลไม้ต่างๆตามต้องการ เสียบไม้ไว้
4.ใช้พู่กันจุ่มสีระบายลงบนขนมที่ปั้ น โดยระบายเลียนแบบของจริง ทิ้งไว้ให้แห้งจึง
นำไปชุบวุ้น
5.ผสมวุ้นกับน้ำยกขึ้นตั้งไฟ ให้ละลายก่อนจึงใส่น้ำตาลทราย เคี่ยววุ้นจนข้น
6.เอาขนมที่ปั้ นแล้วเสียบไม้ ลงชุบวุ้นครั้งเดียวให้ทั่ว ทิ้งไว้จนแห้งแล้วชุบอีก ทำเช่น
นี้ประมาณ 3- 4 ครั้ง จะชุบแต่ละครั้งต้องให้เย็น วุ้นแข็งตัวก่อนทุกครั้ง
7.เมื่อวุ้นแข็งจึงเอาไม้เสียบออก ตกแต่งด้วยก้านและใบให้สวยงาม
ใช้ใน : ไหว้พระจันทร์ การจัดกระเช้าเพื่อมอบในวันปีใหม่ การ
จัดพานผลไม้มงคลเนื่องในวันเกิด
ขนมจ่ามงกุฎ ส่วนผสม
ใช้ใน : นิยมทำกันในงานฉลองยศ 1. เม็ดแตงโมแกะแล้ว 1/2 ถ้วย
ฉลองตำแหน่ง 2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
3. น้ำดอกมะลิ 1 ถ้วย
4. ทองคำเปลวแท้ 2 แผ่น
5. แป้งสาลี 1 ถ้วย
6. ไข่แดงของไข่ไก่ 3 ฟอง
วิธีทำ
1. ใช้น้ำตาลกับน้ำดอกมะลิตั้งไฟให้เดือด กรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วตั้งไฟต่ออีก 5 นาที
2. คั่วเม็ดแตงโมโดยใช้มือจุ่มลง ในน้ำเชื่อม แล้วกวาดไปมา จนน้ำตาลแห้งแล้ว ใช้มื่อจุ่มน้ำ
เชื่อม จนน้ำตาลเกาะเป็นหนามติดเม็ดแตงโมพองาม เก็บใส่ภาชนะ
3. ระหว่างที่กวาดเม็ดแตงโมอยู่นั้น ต้องตะแคงกะทะและใช้ ผ้าขาวบางเช็ดกะทะให้สะอาดอยู่
เสมอ
4. นวดแป้งกับไข่แดงจนนิ่มมือ ถ้ายังแห้งอยู่จึงเติมน้ำ แล้ว คลึงแป้งเป็นแผ่นบาง ๆ กดให้กลม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร นำแผ่นแป้งที่ตัดแล้ว ใส่ในถ้วยตะไลใช้มือ กดเบา ๆ ให้
เป็นรูปก้นถ้วยตะไล ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วจึงเอาไป อบพอสุกกลายเป็นแป้งรองขนม
5. การทำมงกุฏ ให้เอาน้ำตาลทรายใส่หม้อเล็ก ๆ ใส่น้ำนิด หน่อย ตั้งไฟอ่อน ๆ พอน้ำตาลละลาย
เอาเม็ดแตงโมที่ กวาดไว้แล้วลงจุ่มให้น้ำตาลติดกับแป้งที่อบไว้รอบ ๆ
6. ปั้ นทองเอกกลม ๆ วางตรงกลาง ใช้มีดปลายแหลมผ่าเป็น 6 พู เหมือนผลมะยม แล้วปั้ นเป็น
ก้อนเล็ก ๆ เท่าเม็ดถั่วเขียววางบนยอดขนมที่ผ่าไว้ ใช้ทองคำเปลวตัดเป็น สี่เหลี่ยมชิ้นเล็ก ๆ
แตะตรงยอดมองเห็นเหมือนมงกุฎ
ภาคอีสาน
ข้าวโป่ง ส่วนผสม
1. ข้าวเหนียวสุก (ข้าวใหม่)
2. น้ำตาลทราย
3. ไข่ไก่ต้มสุก
4. น้ำมันหมู
5. งาดำ
วิธีทำ
1. นำข้าวเหนียวสุกใส่ครกกระเดื่องตำให้ละเอียด ผสมน้ำตาลทราย และงา
ดำ ตำต่อไปจนข้าวเหนียวสุกผสมกับน้ำตาลเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้
2. นำไข่ไก่ต้มสุกเลือกเฉพาะไข่แดงผสมกับน้ำมันหมูเป็นเนื้อเดียวกัน นำไป
ทาบาง ๆ บนแผ่นพลาสติก นำแป้งจากข้อ 1 ปั้ นเป็นลูกกลม ๆ ประมาณไข่ไก่
วางลงบนแผ่นพลาสติกแล้วใช้ไม้รีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ มน ๆ แล้วลอกออก
จากแผ่นพลาสติก นำไปผึ่งแดดประมาณ 1 วัน สามารถเก็บไว้รับประทานได้
3 สัปดาห์
3. ย่างด้วยไฟอ่อน ๆ แป้งข้าวโป่งจะค่อย ๆ พองออก ลักษณะสีน้ำตาลอ่อน
ผสมสีขาว ให้รสชาติหอมหวาน
ใช้ใน : ประเพณีรับขวัญข้าว
ใช้ใน : ถวายพระในงานบุญวันออกพรรษา หรืองานตักบาตร ส่วนผสม
เทโว
1.ข้าวเหนียว(ใช้ข้าวเหนียวเก่า หรือข้าวเหนียวเขี้ยวงู) ½ กก.
2.หัวกะทิ ½ กก.
3.หางกะทิ 1 กก.
4.น้ำตาลทราย ½ กก.
5.เกลือ ½ ชต.
6.กล้วยน้ำว้าฝานครึ่งลูกสำหรับเป็นไส้ขนม
7.ถั่วดำต้มสุก 2 ถ้วย
8.ใบตองสำหรับห่อ
9.ตอกสำหรับมัดห่อข้าวต้มมัด(แช่น้ำไว้ประมาณ 1ชม.)
วิธีทำ
1.ข้าวเหนียวแช่น้ำไว้ ประมาณ 2-3 ชม.
2.ตั้งกระทะสำหรับกวนข้าวเหนียวเทหางกะทิทั้งหมดลงไปใส่ข้าว
เหนียว เกลือ และน้ำตาลประมาณ 1 ใน 3ลงไปค่อยๆ กวนระวังอย่าให้
ไหม้นะค่ะ
3.กวนจนเริ่มแห้งค่อยๆใส่หัวกะทิลงไปและน้ำตาลทรายที่เหลือ กวนจน
เม็ดข้าวเหนียวเริ่มบาน แต่ตรงกลางข้างในยังเป็นไตอยู่ ยกลงพักให้
เย็น
4.ตักข้าวเหนียวประมาณ 1 ½ ชต.เกลี่ยใส่ในใบตองที่ตัดเตรียมไว้
สำหรับห่อ วางกล้วยลงไปตรงกลาง จากนั้นนำข้าวเหนียวมาห่อปิด
กล้วยไว้ วางถั่วดำต้มลงไป
5.จัดการห่อข้าวต้มมัด แล้วนำข้าวต้มมัดสองอันมาประกบเข้าด้วยกัน
มัดด้วยตอก 2 เปลาะ
6.นึ่งให้สุกประมาณ 1 ½ ชม.
ขนมกระยาสารท ส่วนผสม
1. น้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วยตวง
2. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
3. แบะแซ 1 ช้อนโต๊ะ
4. ข้าวเม่าราง 1 1/2 ถ้วยตวง
5. ข้าวตอกคั่วกรอบ 1 1/2 ถ้วยตวง
6. งาขาวหรือดำคั่ว 1 1/2 ถ้วยตวง
7. ถั่วลิสงคั่ว 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. เคี่ยวน้ำตาลกับหัวกะทิด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนเป็นยาง
มะตูม ใส่แบะเซ คนให้เข้ากัน ยกลงพักไว้
2. ผสมของที่คั่วทั้งหมดคนให้เข้ากันดี ใส่ลงในน้ำตาลที่เครี่ยวไว้
คนให้เข้ากัน
3. ปั้ นเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร หรือ
จะเทใส่ถาดเกลี่ยให้แบน เย็นแล้วตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมก็ได้
ใช้ใน : งานบุญประเพณีของไทย
ภาคใต้
ขนมลา ส่วนผสม
ใช้ใน : ถวายพระสงฆ์ในงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ แป้งข้าวเจ้า 2 ส่วน (ปรับลดได้ตามจำนวนชิ้นที่ต้องการ)
แป้งข้าวเหนียว 1 ส่วน (ปรับลดได้ตามจำนวนชิ้นที่ต้องการ)
น้ำตาลปี๊ บ หรือ น้ำตาลทรายแดง ที่เคี่ยวจนละลายแล้ว ส่วนนี้จะนำไป
ผสมในแป้งเพื่อที่จะนวดให้แป้งเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
น้ำมันในการทอด นิยมใช้น้ำมันพืชและน้ำมันปาล์ม เพราะหาซื้อได้
สะดวก
ไข่แดงต้มสุก ส่วนมากนิยมใช้ไข่ไก่ เนื่องจากมีกลิ่นคาวน้อยกว่าไข่เป็ด
วิธีทำ
1.นำแป้งข้าวเจ้า 2 ส่วน ผสมกับแป้งข้าวเหนียว 1 ส่วน ผสมลงในกะละมังที่เตรียม
ไว้
2.เติมน้ำตาลปี๊ บที่เคี่ยวและวางไว้จนเย็นแล้ว ผสมลงไปในแป้งใช้กรองหรือผ้า
บางๆ กรองเอาเศษสิ่งที่เป็นตะกอนและสกปรกออกจากแป้ง
3.นวดแป้งและน้ำตาลให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ประมาณ 20 นาที การสังเกตว่าแป้ง
พร้อมที่จะทอด โดยยกมือขึ้นแป้งจะไหลเป็นสายไม่ขาด ก็แสดงว่าสามารถนำไป
ใช้ได้
4.ตั้งกระทะบนเตา ใช้ไข่แดงต้มสุกผสมน้ำมันพืชเช็ดกระทะให้ทั่วเพื่อป้องกันขนม
ติดกระทะ
5. ใช้ไม้ตีน้ำมันชุบน้ำมันพืชทาให้ทั่วกระทะก่อนโรยแป้ง
6.นำแป้งใส่ภาชนะสำหรับโรย เช่น กะลาหรือกระป๋องเจาะรู นำไปโรยลงกระทะ
เป็นวงกลมสานไปสานมาหลายๆ ครั้ง
7.สุกแล้วใช้ไม้ปลายแหลมแซะแล้วนำขึ้นมาวางซ้อนๆ กัน
ขนมบ้า ส่วนผสม
มันเทศ(เนื้อสีส้ม)1/2กก.
แป้งข้าวเหนียว250กรัม
น้ำตาล3ชต.
เกลือ1ชช
ไข่ไก่1ฟอง
งาขาว2ชต.
น้ำมันสำหรับทอด1ลิตร
วิธีทำ
1.นึ่งมันเทศให้สุก แล้วบดให้ละเอียด
2.นำมันเทศมานวดกับแป้ง
3.ไส่น้ำตาล เกลือ ไข่ไก่ ลงในแป้ง แล้วนวดต่อจนเข้ากันดี
4.นำแป้งมาปั้ นเป็นก้อนกลมๆกดให้แบน แล้วเอาไปคลุก
กับงาขาว นำไปทอดในน้ำมัน
ใช้ใน : ประเพณีสารทเดือนสิบ
ขนมเจาะหู ส่วนผสม
1. แป้งข้าวจ้าว (อาจจะผสมแป้งข้าวเหนียวเล็กน้อย 1/3)
2. น้ำมันพืช
3. น้ำตาลแว่น
4. เกลือ
5. ผงฟู
วิธีทำ
1. ตั้งไฟละลายน้ำตาลแล้วทิ้งไว้ให้เย็นนำมานวดแป้งข้าวจ้าวที่เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันในกระทะนำขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟปานกลาง
3. เมื่อน้ำมันร้อน ปั้ นแป้งเป็นแผ่นกลม เจาะรูตรงกลาง นำลงไปทอดใน
กระทะที่เตรียมไว้
4. ทอดขนมจนเป็นสีเหลืองอ่อนทั้งสองด้าน นำขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
ใช้ใน : ประเพณีสารทเดือนสิบ
thanks you
ศุภชญา โลหรัตนวิศิษฏ์ ม.5/5 เลขที่ 26