The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปโครงการประวัติศาสตร์ชาติไทย-2564-ไตรมาส-3-4-ปอเนาะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-11-09 11:06:26

สรุปโครงการประวัติศาสตร์ชาติไทย-2564-ไตรมาส-3-4-ปอเนาะ

สรุปโครงการประวัติศาสตร์ชาติไทย-2564-ไตรมาส-3-4-ปอเนาะ

คำนำ

ตามทีส่ ำนกั งานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวดั นราธิวาส ไดจ้ ดั สรร
งบประมาณประจำปี ๒๕64 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอร้อง
ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของ
พระมหากษตั รยิ ไ์ ทย เพื่อให้ประชาชนในอำเภอเจาะไอร้องมคี วามร้คู วามเข้าใจเกยี่ วกับประวตั ิศาสตร์ชาติไทย
และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย มคี วามรกั ชาติและเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ไทย ตอ่ ไป

บัดนี้การดำเนินการดังกล่าวลุล่วงไปด้วยดี ทางศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อำเภอเจาะไอร้องได้ดำเนินการโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของ
พระมหากษตั ริย์ไทย ซง่ึ โดยดำเนนิ การ ในระหวา่ ง 6 - 9 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันศกึ ษาปอเนาะท้ัง 4
ปอเนาะ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 40 คน กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพต่อไป

จดั ทำ
นางสาวนาอีหม๊ะ อาแวกาจิ

สารบญั หนา้

บทท่ี ๑ บทนำ ๑
- ความเปน็ มาและความสำคญั ของโครงการ ๑

- วัตถปุ ระสงค์ ๒
- เปา้ หมาย ๒
- งบประมาณ ๓
- ผรู้ ับผิดชอบโครงการ ๓
- เครอื ข่ายที่เก่ียวข้อง
- ผลลพั ธ์ ๔

บทที่ ๒ เอกสารที่เกย่ี วข้อง ๕
- ความหมายของประวตั ิศาสตร์ ๗
- การประกอบประวัติศาสตร์ ๘
- วิธีการทางประวัติศาสตร์ ๘
- ประวตั ิความเปน็ มา ๑๐
- ประเภทของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรไ์ ทย
- หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ๑๒
- ข้อมูลที่ไดจ้ ากหลกั ฐานทั้งความจรงิ และขอ้ เทจ็ จรงิ ๑๒
๑๒
บทท่ี ๓ วิธีดำเนนิ การ ๑๓
- ขน้ั การเตรียมการ
- ขนั้ ดำเนนิ การ ๑๕
- นเิ ทศตดิ ตามผล และรายงานผล / ประเมนิ ผล ๑๕
๑๕
บทที่ ๔ ผลการศึกษา
บทที่ ๕ สรปุ ผลการศึกษา

- สรุปผลการศึกษา
- ประโยชนท์ ่ไี ด้รับ
- ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
- ภาพประกอบกจิ กรรม
- โครงการ
- บนั ทึกขออนญุ าตจัดกิจกรรม
- เอกสารขออนมุ ตั ิ
- หนังสือเชญิ
- คำสง่ั
- รายช่อื ผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรม
- แบบประเมนิ โครงการ/กจิ กรร

บทท่ี ๑
บทนำ

ความเป็นมาและความสำคญั

ประเทศไทย มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสัญลักษณ์ของการดำรงของชาติไทยมาอย่าง
ตอ่ เนือ่ ง สงั คมไทยใหค้ วามสำคัญสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ตัง้ แตส่ มัยสุโขทยั จนถึงสมยั รัตนโกสนิ ทรเ์ ป็นสถาบนั
ทางสังคม ที่เข้มแข็งยืนยง ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นไทภายใตพ้ ระบรมโพธิสมภารมาจนถึง
ปจั จุบนั สถาบันพระมหากษัตริย์เปน็ เสาหลกั ทสี่ ำคัญของสังคมไทย ในทกุ ๆ ด้าน เป็นสมบตั ิลำ้ ค่าท่ชี าวไทยทกุ
คนจะต้องร่วมกันปกป้องให้สถาบันพระมหากษัตริยค์ งอยู่ตลอดไป พระมหากษัตรยิ ์ไทยทรงครองราชย์ปอ้ ง
เมือง ทำนุบำรุงบ้านเมือง ศาสนา และสังคมมาจนถุงทุกวันนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะมีรูปแบบการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย แต่สถาบันพระมหากษัตริย์กลับเป็นที่เคารพสักการะจากประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่มี
เปล่ียนแปลงจนถงึ สมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรากูร รัชกาลที่ 10 กย็ ังคงมคี วามเป็น
ห่วงราษฎรในทุกเรื่อง โดยเฉพาะด้านการศึกษา ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งในด้านการศึกษา โดยเน้นให้
การศกึ ษาต้องมงุ่ สร้างพ้ืนฐานให้แก่ผ้เู รยี น การสร้างทัศนคตทิ ี่ถกู ตอ้ ง (อุปนสิ ัย) ทีม่ น่ั คงเข้มแข็ง การสอน
ให้มีอาชพี มีงานทำ รวมถึงการทำให้เยาวชนมีความสนใจ และเขา้ ใจในเร่ืองของสถาบันพระมหากษัตรยิ แ์ ละ
ประวัตศิ าสตร์ชาติไทย ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

จากพระมหากรุณาคุณของพระมหากษัตริย์ไทยที่มีต่อพสกนกิ รชาวไทย จากอดีตจนถงึ ปัจจุบัน ศูนย์
การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอร้อง ซงึ่ เป็นหนว่ ยงานสง่ เสรมิ สนับสนุนการจัด
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้กับประชาชนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ซึ่งมีทั้งเยาวชน
และประชาชนทั่วไป ได้เล็งเห็นความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างระบบความรู้ ความเข้าใจและ
ปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตริย์ไทย ให้กับกลุ่มเป้าหมาย กศน. ได้แก่
โต๊ะครู สถาบนั ศกึ ษาปอเนาะ นักศกึ ษาในสถาบันศกึ ษาปอเนาะ เพอื่ นำไปขยายผลให้กับผทู้ สี่ นใจบริเวณรอบ
ๆ สถาบันศึกษาปอเนาะ และสามารถนำไปสกู่ ารปฏิบัติให้เปน็ รูปธรรมและสามารถออกไปเผยแพร่ เพ่ือสร้าง
และขยายเครือข่าย กระจายความรู้ สพู่ น้ื ท่ภี ายนอกได้อย่างย่ิงจริง

ดังนน้ั ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอรอ้ ง ตระหนักถึงความสำคัญ
ดงั กล่าว จงึ จดั กิจกรรมอบรมประวตั ศิ าสตร์ชาติไทยสำหรับนกั ศึกษาปอเนาะ เพ่อื ให้กลุม่ เปา้ หมายไดร้ บั ความรู้
ความเข้าใจและสามารถนำไปขยายผลใหก้ บั เยาวชน ผ้รู ับบริการท่ีเป็นประชาชนท่วั ไป รวมทง้ั สามารถนำไปสู่
การปฏิบตั ใิ หเ้ ปน็ รปู ธรรม สามารถออกไปเผยแพร่ เพื่อสร้างและขยายเครอื ข่ายกระจายความรู้ สง่ ผลถึงสงั คม
ภายนอกพืน้ ท่ีได้อยา่ งจรงิ จงั

วตั ถุประสงค์
๑ เพื่อเสรมิ สร้างอดุ มการณร์ กั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษตั รยิ ไ์ ทยใหโ้ ตะ๊ ครู และนักศึกษา

สถาบันศึกษาปอเนาะ
2 เพอ่ื นำความรู้ไปถา่ ยทอดและเผยแพรใ่ ห้กับผูเ้ รียนและประชาชนทว่ั ไปได้อย่างถกู ต้อง
๓ เพือ่ ใหก้ ลุ่มเปา้ หมายสามารถพฒั นาและเสรมิ สรา้ งความรู้ ความเข้าใจ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ

พอเพยี ง ศาสตร์พระราชา หลกั การทรงงาน และพระบรมราโชวาท
๔ เพ่อื มุ่งเนน้ สง่ เสรมิ ใหก้ ลมุ่ เป้าหมาย เข้าร่วมชมรมอาสาพัฒนาปอเนาะ

เป้าหมาย จำนวน 10 คน
จำนวน 10 คน
๑.เชงิ ปรมิ าณ
- นกั ศึกษาสถาบนั ศึกษาปอเนาะดะวะหต์ ลุ อสิ ลามียะห์ จำนวน 10 คน
- นกั ศกึ ษาสถาบนั ศึกษาปอเนาะมะฮห์ ัดฟัจรุลอสิ ลาม จำนวน 10 คน

- นักศกึ ษาสถาบนั ศึกษาปอเนาะดารลุ กรู อาน
- นักศกึ ษาสถาบนั ศึกษาปอเนาะอลั มฮู ายีรีน

วมจำนวนทั้งหมด 40 คน
๒. เชงิ คุณภาพ

นักศกึ ษาในสถาบนั ศึกษาปอเนาะ ท้ัง 4 แห่งในอำเภอเจาะไอร้อง ทเี่ ข้าร่วมโครงการมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตรยิ ์ไทย มีความรักชาติและเทิดทูน

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย เกิดแนวคิดที่ดีในการน้อมนำหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงสูก่ ารปฏิบัติไดจ้ รงิ

และเขา้ รว่ มชมรมจิตอาสาภายในสถาบันศกึ ษาปอเนาะ เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ความเปน็ จิตสาธารณะ
และมีพฤติกรรมทสี่ ามารถอยู่ร่วมกันในสงั คมไดเ้ ป็นสขุ ตามหลักธรรมาธิบาล

งบประมาณ

แผนงาน : บูรณาการขบั เคล่อื นการแกไ้ ขปญั หาในจงั หวัดชายแดนภาคใต้ โครงการเสริมสรา้ ง
ภมู ิคุ้มกันเพอ่ื สันตสิ ุขในพ้ืนท่ีจงั หวัดชายแดนภาคใต้ กิจกรรมการศกึ ษาเพื่อความมน่ั คง งบรายจ่ายอน่ื
รหัสงบประมาณ 20002010D1700001 โครงการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในสถาบันศึกษา
ปอเนาะ

1. สถาบนั ศกึ ษาปอเนาะดะหต์ ุลอสิ ลามียะห์

ค่าตอบแทนวทิ ยากร จำนวน 1 คน x ชม.ละ200 บาท x จำนวน 4 ชม. เปน็ เงนิ 800 บาท

ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 10 คน X 45 บาท X 1 มือ้ เป็นเงนิ 450 บาท

คา่ อาหารวา่ งและเครอื่ งดม่ื จำนวน 10 คน X 20 บาท X 1 มื้อ เป็นเงนิ 200 บาท

รวมเป็นเงิน 1,450 บาท

2. สถาบนั ศกึ ษาปอเนาะมะฮห์ ัดฟจั รลุ อสิ ลาม

ค่าตอบแทนวทิ ยากร จำนวน 1 คน x ชม.ละ200 บาท x จำนวน 4 ชม. เป็นเงนิ 800 บาท

คา่ อาหารกลางวัน จำนวน 10 คน X 45 บาท X 1 ม้ือ เป็นเงิน 450 บาท

ค่าอาหารว่างและเครอื่ งดมื่ จำนวน 10 คน X 20 บาท X 1 ม้ือ เป็นเงิน 200 บาท

รวมเป็นเงิน 1,450 บาท

3. สถาบนั ศึกษาปอเนาะดารลุ กรู อาน

ค่าตอบแทนวทิ ยากร จำนวน 1 คน x ชม.ละ200 บาท x จำนวน 4 ชม. เปน็ เงนิ 800 บาท

ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 10 คน X 45 บาท X 1 ม้ือ เปน็ เงิน 450 บาท

ค่าอาหารว่างและเครอื่ งดมื่ จำนวน 10 คน X 20 บาท X 1 ม้อื เปน็ เงิน 200 บาท

รวมเปน็ เงิน 1,450 บาท

3. สถาบนั ศกึ ษาปอเนาะอัลมฮู ายรี นี

ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน x ชม.ละ200 บาท x จำนวน 4 ชม. เปน็ เงนิ 800 บาท

ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 10 คน X 45 บาท X 1 ม้อื เปน็ เงิน 450 บาท

ค่าอาหารว่างและเครอ่ื งดื่ม จำนวน 10 คน X 20 บาท X 1 มอื้ เป็นเงนิ 200 บาท

รวมเป็นเงิน 1,450 บาท

รวมท้ังส้นิ 5,800 บาท

ตัวอักษร ( ห้าพันแปดร้อยบาทถว้ น )

หมายเหตุ : ทกุ รายการถัวเฉลย่ี จ่ายตามท่ีจ่ายจรงิ

แผนการใช้งบประมาณ

กิจกรรมหลกั ไตรมาสที่ ๑ ไตรมาสที่ ๒ ไตรมาสท่ี ๓ ไตรมาสที่ ๔

๑.สำรวจกลมุ่ เปา้ หมาย --- -
๒.วางแผนการดำเนนิ งาน
--- -
๓.เขียนโครงการเพ่อื ขออนุมัติ
4.แตง่ ต้งั คณะทำงานดำเนนิ งานฝา่ ยต่างๆ --- -
--- -
5.ดำเนินการตามกิจกรรมอบรมประวัตศิ าสตร์
ชาติไทยสำหรบั นกั ศึกษาปอเนาะ --- 5,800

6.นิเทศ/ตดิ ตามผล --- -
--- -
7.สรุปประเมินผลโครงการ --- -

8.รายงานผลการดำเนนิ โครงการ

ผูร้ บั ผดิ ชอบโครงการ ตำแหน่ง ครูอาสาฯ ปอเนาะ โทร 082-8259510
ตำแหน่ง ครอู าสาฯ ปอเนาะ โทร 089-5964936
นางสาวนาอหี มะ๊ อาแวกาจิ
นายสรุ ศกั ดิ์ สอีด ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย โทร 089-2941481
ตำแหน่ง ครอู าสาฯ ปอเนาะ โทร 081-0991171
นางสาวซาณียา ยะโกะ๊
นางสาวนิรดา เอีย่ มสอาด

เครอื ขา่ ย
๑ กอ.รมน.จงั หวัดนราธิวาส

๒ วัฒนธรรมอำเภอเจาะไอรอ้ ง
3. สำนกั งานเกษตรอำเภอเจาะไอร้อง

โครงการทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
-

ผลลพั ท์ ( Outcome )

กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์
ไทย มคี วามรักชาตแิ ละเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ไ์ ทย

บทท่ี ๒
เอกสารทเ่ี ก่ียวข้อง

วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์

การศึกษาประวัติศาสตร์ มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับหลักฐานทางประวัติศาสตร์กาลเวลา และนัก
ประวัติศาสตร์ ดังนั้น จำเป็นต้องมีวิธกี ารในการรวบรวมค้นคว้าหาข้อมลู เพื่อนำมาวิเคราะห์หาเหตุผล และ
ข้อสรุป ซึ่งจะเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยวิธีการทา ง
ประวตั ศิ าสตร์

1. การกำหนดหวั เร่อื งท่จี ะศึกษา/การต้งั ประเดน็ ทจี่ ะศกึ ษา

การศกึ ษาเรอื่ งราวในประวัตศิ าสตรเ์ ร่มิ จากความสงสัย อยากรู้ ไม่แน่ใจกบั คำอธบิ ายเร่ืองราวทีม่ มี าแตเ่ ดมิ
ดงั น้นั ผูศ้ ึกษาจึงเรมิ่ จากการกำหนดเรือ่ งหรอื ประเด็นที่ต้องการศกึ ษาซึง่ ในตอนแรก อาจกำหนดประเด็นท่ี
ตอ้ งการศกึ ษาไว้กว้าง ๆ ก่อน แล้วจงึ ค่อยจำกดั ประเด็นลงใหแ้ คบ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความชดั เจนในภายหลงั เพราะ
บางเรื่องขอบเขตของการศกึ ษาอาจกว้างมากท้งั เหตกุ ารณ์ บคุ คล และเวลาการกำหนดหวั เรอ่ื งอาจเก่ยี วกบั
เหตุการณ์ ความเจรญิ ความเสอื่ มของอาณาจกั รตัวบุคคลในช่วงเวลาใดเวลาหนงึ่ อาจยาวหรอื สัน้ ตามความ
เหมาะสม ซงึ่ ผ้ศู กึ ษาเห็นวา่ เป็นชว่ งเวลาทส่ี ำคญั และยังมหี ลกั ฐานขอ้ มลู ทผี่ ้ตู อ้ งการศกึ ษาหลงเหลืออยู่ หัวขอ้
เรอ่ื งอาจปรบั ใหม้ คี วามเหมาะสมหรอื เปล่ียนแปลงได้ ถา้ หากหลกั ฐานท่ีใชใ้ นการศึกษามนี อ้ ยหรือไมน่ า่ เชือ่ ถอื

2. การรวบรวมหลักฐาน/สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู

การรวบรวมหลกั ฐาน คือ การรวบรวมรายละเอยี ดและสง่ิ ตา่ ง ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั หวั ข้อทจ่ี ะศึกษา ซึง่ มีทง้ั
หลกั ฐานที่เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร และหลักฐานท่ไี ม่เปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร

1) หลักฐานทเี่ ป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ไดแ้ ก่ หลักฐานทเี่ ป็นตวั หนังสอื โดยมนุษยไ์ ดท้ งิ้ ร่องรอยขดี เขยี นเป็น
ตวั หนังสอื ประเภทตา่ ง ๆ ในรปู ของการจารกึ ในศลิ าจารึกและการจารกึ บนแผ่นโลหะ นอกจากนห้ี ลกั ฐานทาง
ประวตั ิศาสตรท์ เ่ี ปน็ ลายลักษณ์อกั ษรประเภทอ่ืน เชน่ พงศาวดาร จดหมายเหตุ ตำนาน เอกสารพื้นบ้าน และ
กฎหมาย

2) หลักฐานทเ่ี ป็นวัตถุ ได้แก่ วตั ถุทีม่ นุษย์แตล่ ะยุคแต่ละสมยั ไดส้ ร้างขึ้น และตกทอดมาจนถึงปจั จบุ ัน เชน่
โบราณสถาน ประกอบด้วย วัด เจดยี ์ มณฑป และโบราณวตั ถุ เชน่ พระพทุ ธรปู ถว้ ยชามสงั คโลก

ประเภทของหลักฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ทย

แบง่ ตามลำดับความสำคญั ของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์เป็น 2 ประเภท คือ

1) หลักฐานช้ันต้นหรือหลักฐานปฐมภูมิ (Primary Sources) เป็นหลักฐานที่มาจากเหตกุ ารณ์ทีเ่ กดิ ขึน้ ใน
สมัยนั้นจริง ๆ โดยมีการบันทึกของผู้ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์โดยตรงหรือผู้ที่รู้เหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง ดังนั้น
หลักฐานชว่ งตน้ จงึ เปน็ หลักฐานทีม่ ีความสำคัญและน่าเชือ่ ถอื มากทีส่ ดุ เพราะบนั ทกึ ของบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับ
เหตุการณห์ รือผู้อยใู่ นเหตกุ ารณบ์ นั ทึกไว้ เช่น จดหมายเหตุ คำสมั ภาษณ์เอกสารทางราชการ ท้ังท่เี ปน็ เอกสาร

ลบั และเอกสารท่เี ปดิ เผยบันทกึ ความทรงจำกฎหมายหนงั สอื พิมพ์ ประกาศ สนุ ทรพจน์ รายงานข่าว ภาพยนตร์
สไลด์ วดี ีทัศนแ์ ถบบันทึกเสยี ง ภาพถ่าย เหตกุ ารณ์ทเี่ กิดข้ึน โบราณสถาน แหล่งโบราณคดี โบราณวตั ถุ เปน็ ตน้

2) หลกั ฐานชน้ั รองหรือหลักฐานทตุ ิยภูมิ (Secondary Sources) เปน็ หลักฐานที่เขยี นขึน้ โดยบุคคลที่ไม่ได้
มสี ่วนเกย่ี วข้องกบั เหตุการณ์นนั้ โดยตรง โดยมกี ารเรียบเรียงขึ้นภายหลงั จากเกดิ เหตุการณน์ ั้น ๆ ส่วนใหญ่อยู่
ในรูปของบทความทางวิชาการและหนังสือต่าง ๆ เช่นพงศาวดาร ตำนาน บันทึกคำบอกเล่า ผลง านทางการ
ศึกษาคน้ คว้าของนักวิชาการ เปน็ ต้น สำหรับหลักฐานชน้ั รองน้ันมีข้อดี คอื มีความสะดวกและงา่ ยในการศกึ ษา
ทำความเขา้ ใจ เน่อื งจากเป็นข้อมลู ทไ่ี ดผ้ ่านการศกึ ษาค้นคว้าตรวจสอบข้อมลู วิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ และอธิบาย
ไว้อย่างเป็นระบบโดยนกั ประวัตศิ าสตร์มาแลว้

หลกั ฐานช้ันตน้ และหลักฐานชั้นรองจดั ว่ามีคณุ คา่ แตกต่างกนั คือ หลกั ฐานช้นั ตน้ มีความสำคญั มาก เพราะเป็น
หลักฐานรว่ มสมยั ที่บนั ทกึ โดยผู้รู้เห็น หรอื ผูท้ ีเ่ กี่ยวขอ้ งกับเหตกุ ารณ์โดยตรง ส่วนหลักฐานช้นั รองเปน็ หลักฐาน
ท่ีทำขึน้ ภายหลงั โดยใช้ข้อมูลจากหลกั ฐานช้นั ต้น แตห่ ลักฐานชั้นรองจะชว่ ยอธบิ าย เรื่องราวให้เขา้ ใจหลกั ฐาน
ชน้ั ตน้ ไดง้ า่ ยขนึ้ ละเอยี ดข้นึ อนั เปน็ แนวทางไปสู่หลกั ฐานข้อมูลอ่ืน ๆ ซ่ึงปรากฏในบรรณานุกรมของหลักฐาน
ชน้ั รองทงั้ หลกั ฐานชัน้ ต้น และชนั้ รองสามารถค้นควา้ ไดจ้ ากหอ้ งสมดุ ของทางราชการ และของเอกชนตลอดจน
ฐานขอ้ มูลในเครอื ข่ายอนิ เทอร์เนต็ (website)
แหลง่ รวบรวมหลักฐานประวัตศิ าสตรไ์ ทยที่สำคญั คอื สำนักหอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ

ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งรวบรวมเอกสาร ตัวเขียนที่เป็นสมุดฝรั่ง ภาพถ่ายเก่าส่วน
สำนักหอสมุดแห่งชาติเป็นที่เก็บเอกสารตัวเขียนท่ีเป็นสมุดไทยพิพิธภัณฑสถานแ ห่งชาติทั้งในพระนครและ
ต่างจังหวัดเป็นสถานที่ที่มีศิลาจารึกโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุเก็บไว้จำนวนมาก นอกจากนี้หอสมุดกลางของ
มหาวิทยาลัยต่าง ๆบางแห่งก็มหี ลักฐานทางประวตั ิศาสตร์เก็บไวเ้ ช่นกันหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยส่วน
หน่งึ มกี ารพิมพเ์ ผยแพร่ โดยหลายหนว่ ยงานซงึ่ ทำใหเ้ กิดความสะดวกแกก่ ารศึกษาค้นควา้ รวมทัง้ มีการปรวิ รรต
หรือถอดเป็นภาษาปัจจบุ ันด้วยหน่วยงานสำคญั ท่ีเป็นแหลง่ พิมพเ์ ผยแพรห่ ลักฐานประวตั ิศาสตรไ์ ทย คือ กรม
ศิลปากรคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย สมาคมประวัติศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำนกั พมิ พ์มหาวิทยาลยั ตา่ ง ๆ ตลอดจนสำนักพิมพ์เอกชนท้งั หลาย
การใชห้ ลักฐานทางประวัติศาสตร์ทเี่ ปน็ หลกั ฐานชน้ั ตน้ ใช้ได้สะดวกพอสมควรแต่บางสว่ นอาจใช้จากฉบบั สำเนา
เพราะต้นฉบับเดิมกระดาษกรอบและขาดง่าย เนื่องจากอากาศร้อนชื้นและมีอายุมาก ดังนั้น การใช้จึงต้อง
ระมัดระวัง และตอ้ งช่วยกันถนอมรักษา เพราะหลกั ฐานเหล่าน้ีเป็นสมบัตทิ ี่สำคญั ของชาติ ไม่สามารถจะหามา
ใหม่ทดแทนได้

หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์

หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ หมายถึง ร่องรอยหรือหลักฐานที่เกดิ ขึ้นในอดีตที่มีความเกี่ยวข้องกับพัฒนาการ
และความเป็นมาของมนุษย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคิด ความเชื่อและการดำ เนินชีวิตของมนุษย์ในแต่ละยคุ
สมัยหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรเ์ ป็นส่ิงสำคัญในการศกึ ษาเร่อื งราวทางประวัติศาสตร์ เพราะช่วยให้สามารถทำ
ความเข้าใจเก่ียวกับเรื่องราวทีเ่ กิดข้ึนในอดีตได้อยา่ งถูกต้อง ตรงประเด็น ทราบเรือ่ งราวได้อยา่ งใกล้เคียงกับ
ความจรงิ ทีส่ ดุ

ตวั อย่างหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ ี่ใช้ในการศกึ ษาเหตุการณส์ ำคัญในสมยั รตั นโกสนิ ทร์

1) จารึก เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทลายลักษณ์อักษรทีม่ ีการบนั ทกึ ลงในวัตถุต่าง ๆ เช่น แผ่น
ศิลาแผ่นผนัง แผ่นกระเบื้อง ใบลาน เป็นต้น มักเป็นการบันทึกเรื่องราวของช่วงเวลานั้น ๆ หรือบันทึกวิชา
ความรู้ต่าง ๆ เมือ่ ทำการจารึกแลว้ จะไมม่ ีการแก้ไข เพราะเปน็ การจารึกเพียงครัง้ เดียวจึงมคี วามน่าเชอื่ ถอื เช่น
จารึกที่วัดพระเชตุพลวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รชั กาลที่ 3) แห่งกรุงรตั นโกสินทร์โปรดเกลา้ ฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาทสี่ ำคัญแลว้ จารึกไวบ้ นแผน่

2) พงศาวดาร เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีลักษณะเป็นบันทกึ เรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากษัตรยิ ์และ
ราชวงศเ์ นอื้ หามักเป็นเร่อื งทเ่ี กดิ ขึ้นในอาณาจักรหรือราชสำนัก ซ่ึงช่วยใหค้ วามรู้เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และ
ราชสำนกั ได้อย่างดี เช่นพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหตั ถเลขา พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนิ ทร์ เป็น
ตน้

3) บันทกึ ของชาวต่างชาติ เป็นหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ ีช่ าวต่างชาตซิ ึ่งเขา้ มาในประเทศไทยได้บันทึกถึง
เหตุการณ์ที่ตนเองได้ประสบพบเห็นในช่วงเวลานั้น ๆ เช่นการดำเนินชีวิตของผู้คน ลักษณะทางภูมิศาสตร์
วฒั นธรรมและประเพณี เป็นต้น บนั ทึกของชาวต่างชาติทน่ี ่าสนใจ เช่น บันทกึ ของเซอร์ จอห์น เบาวร์ งิ่ ราชทูต
ที่สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งอังกฤษส่งมาเจริญสัมพันธไมตรีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้
เจา้ อย่หู ัว (รัชกาลที่ 4) ใน พ.ศ. 2397 ซึง่ ไดม้ โี อกาสบันทกึ ถงึ ราชสำนกั และบา้ นเมอื งในสมยั นั้น เป็นตน้

4) เอกสารทางราชการ เป็นเอกสารที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ ออกขึ้น เพื่อใช้ในงานหรือกิจการที่มคี วาม
เกย่ี วข้องซ่ึงถือเป็นหลกั ฐานที่มีความนา่ เชอื่ ถอื เพราะเป็นบันทึกท่ีอยใู่ นช่วงเวลานน้ั เชน่ กฎหมายตราสามดวง
ที่ชำระแก้ไขในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช(รัชกาลที่ 1) เอกสารแจ้งข่าวของ
กระทรวงการต่างประเทศในสมยั พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระราชหัตถเลขา
ของพระมหากษัตรยิ ์ ทีม่ ีถึงหนว่ ยงานตา่ ง ๆ เปน็ ต้น

5) แหล่งโบราณสถาน โบราณสถานสำคญั ทส่ี ามารถใช้ในการศึกษาเรอื่ งราวทางประวัติศาสตร์ท่ีเกิดขึ้นในรัช
สมัยรัตนโกสินทรน์ ั้น มีด้วยกันหลายแห่งด้วยกัน เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวัง วดั
อรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดพระเชตุพลวมิ ลมังคลารามราชวรมหาวหิ าร ปอ้ มพระสุเมรุ พระทีน่ ่ังจักรี
มหาปราสาท พระทน่ี ง่ั อนันตสมาคม เปน็ ต้น

ทมี่ า : www.attazone02.blogspot.com ท่มี า : www.rimkhobfabooks.com

ทมี่ า : www.rimkhobfabooks.com ภาพ : ปอ้ มพระสุเมรุ กรงุ เทพฯ

ภาพ: วดั พระศรีรัตนศาสดารามภาพ ภาพ : วัดอรณุ ราชวราราม ราชวรมหาวหิ าร

ขอ้ มูลทไ่ี ด้จากหลักฐานทั้งความจริงและขอ้ เท็จจรงิ

ในการสรุปข้อมูลท่ไี ด้จากหลักฐาน ส่ิงท่ผี ้ทู ำการศึกษาค้นคว้าจะมีทงั้ ข้อเทจ็ จรงิ และความจริงท่ีปรากฏอยู่บน
หลกั ฐาน ผู้ท่ีทำการศกึ ษาจะตอ้ งทำความเข้าใจกอ่ นวา่ ขอ้ เท็จจริงกบั ความจริงทไ่ี ด้จากหลักฐานนนั้ แตกต่างกัน
อยา่ งไร

ขอ้ เท็จจริง คือ เร่ืองราวหรอื ส่ิงทป่ี รากฏอยูใ่ นหลกั ฐานซึง่ มีท้งั สว่ นท่เี ป็นจรงิ (ขอ้ จริง)และส่วนท่ีไม่เป็นความ
จริง (ข้อเท็จ) ปะปนกนั อยู่ จึงต้องไดร้ ับการประเมินและตรวจสอบความน่าเชอ่ื ถอื อยา่ งรอบคอบ

ความจริง คอื เร่อื งราวซ่งึ ไดร้ ับการประเมิน และใหก้ ารยอมรับว่ามคี วามน่าเช่อื ถือเป็นเรือ่ งราวท่ีใกล้เคียงกับ
ความเป็นจรงิ มากทีส่ ดุ และมหี ลกั ฐานท่ีน่าเช่ือถือไดใ้ หก้ ารสนบั สนนุ

ดังนั้น การศึกษาเรือ่ งราวทางประวตั ศิ าสตร์ โดยใช้ขอ้ มลู จากหลักฐานนัน้ จึงต้องมีการแยกแยะถงึ ข้อเท็จจรงิ
และความจริงเสมอ เพราะเร่ืองราวในประวัติศาสตร์เปน็ สงิ่ ทีเ่ กดิ ขน้ึ มาแลว้ ในอดีต เราจึงไม่สามารถทราบได้ว่า

เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร การใช้ข้อมูลจากหลักฐานจึงต้องทำการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจนกว่าจะได้
ขอ้ มูลทมี่ ีความนา่ เชือ่ ถอื เพอ่ื ใหไ้ ดเ้ รือ่ งราวที่ใกลเ้ คียงกบั ความจริงมากทส่ี ุด

3. การประเมินคณุ ค่าของหลักฐาน/การวเิ คราะหแ์ ละตคี วามข้อมลู ทางประวัตศิ าสตร์

หลกั ฐานทางประวัติศาสตรท์ ่ีคน้ คว้ามาได้ กอ่ นท่ีจะทำการศกึ ษาจะตอ้ งมกี ารประเมนิ คณุ ค่าว่าเป็นหลักฐานที่
แท้จริงเพียงใด การประเมินคณุ ค่าของหลักฐานนี้เรยี กวา่ “วิพากษว์ ธิ ที างประวตั ิศาสตร์” มี 2 วธิ ี ดังต่อไปนี้

1) การประเมินคุณค่าภายนอกหรือวิพากษ์วิธีภายนอก หมายถึง การประเมินคุณค่าของหลักฐานจาก
ลักษณะภายนอกของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ บางครั้งก็มีการปลอมแปลงเพื่อการโฆษณาชวนเชือ่ ทำให้
หลงผดิ หรือเพอ่ื เหตุผลทางการเมอื ง การคา้ ดงั นน้ั จึงตอ้ งมีการประเมินวา่ เอกสารนั้น เป็นของจรงิ หรอื ไม่ ใน
ส่วนวิพากษ์วิธีภายนอก เพื่อประเมินหลักฐานว่าเป็นของแท้ พิจารณาได้จากสิ่งที่ปรากฏภายนอก เช่น เนื้อ
กระดาษ ของไทยแต่เดิมจะหยาบและหนาส่วนกระดาษฝรั่งที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เริ่มเข้ามาในรัชสมัย
พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกล้าเจา้ อยหู่ วั (รชั กาลที่ 3) แต่ทางราชการจะใชก้ ระดาษฝรงั่ หรอื สมุดฝรง่ั มากขึ้น ในตน้
รัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เกี่ยวกบั ตัวพิมพด์ ีดเริ่มใชม้ ากข้ึนในกลางรชั
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถ้าปรากฏว่ามีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา้ เจ้าอยหู่ วั ใชต้ วั พิมพ์ดดี ก็ควรสงสัยว่าหลักฐานนน้ั เปน็ ของปลอม

2) การประเมินคุณค่าภายในหรือวิพากษ์วิธีภายใน เป็นการประเมินคุณคา่ ของหลักฐานจากข้อมูลภายใน
หลักฐานนัน้ เปน็ ต้นว่า มชี ่อื บุคคล สถานที่ เหตุการณ์ ในชว่ งเวลาท่หี ลักฐานนน้ั ทำ ข้นึ หรอื ไม่ ดงั เช่น หลักฐาน
ซึ่งเชื่อว่าเป็นของสมัยสุโขทัยแต่มีการพูดถึงสหรัฐอเมริกาในหลักฐานนั้น ก็ควรสงสัยว่าหลักฐานน้ันเป็นของ
สมยั สุโขทยั จริงหรอื ไม่ เพราะในสมัยสุโขทยั ยังไมม่ ปี ระเทศสหรัฐอเมรกิ า แต่นา่ จะเปน็ หลกั ฐานที่ทำขึ้น เม่ือคน
ไทยได้รบั รวู้ ่ามีประเทศสหรัฐอเมรกิ าแล้ว หรือหลักฐานเปน็ ของเก่าสมัยสุโขทัยจริง แต่การคัดลอกต่อกันมามี
การเติมชอื่ ประเทศสหรฐั อเมริกาเขา้ ไป เปน็ ตน้

วพิ ากษว์ ิธีภายในยังสังเกตไดจ้ ากการกล่าวถงึ ตวั บุคคล เหตกุ ารณ์ สถานทถ่ี ้อยคำ เป็นต้น ในหลักฐานว่ามคี วาม
ถูกต้องในสมยั น้ัน ๆ หรือไม่ ถา้ หากไม่ถูกต้องกค็ วรสงสัยว่าเป็นหลักฐานปลอมแปลง หลักฐานท่แี ทจ้ รงิ เท่านั้น
ท่มี คี ณุ คา่ ในทางประวตั ิศาสตร์ส่วนหลักฐานปลอมแปลงไมม่ ีคณุ คา่ ใด ๆ อกี ท้ังจะทำใหเ้ กิดความรู้ที่ไม่ถูกต้อง
ดงั นั้นการประเมนิ คณุ ค่าของหลักฐานจึงมคี วามสำคัญและจำเปน็ มาก

4. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมขู่ อ้ มลู

เมื่อทราบว่าหลักฐานนั้นเป็นของแท้ ให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงหรือความจริงในประวัติศาสตร์ผู้ศึกษา
ประวัติศาสตร์ก็จะต้องศกึ ษาข้อมูลหรือข้อสนเทศในหลักฐานนั้นวา่ ให้ขอ้ มูลทางประวัตศิ าสตร์อะไรบ้าง ข้อมูล
นั้นมคี วามสมบูรณเ์ พียงใด หรอื ข้อมูลนั้นมจี ุดมุง่ หมายเบอื้ งต้นอยา่ งไร มีจุดมุ่งหมายแอบแฝงหรือไม่ ข้อมูลมี
ความยุตธิ รรมหรอื ไม่ จากนัน้ จงึ นำข้อมูลท้งั หลายมาจัดหมวดหมู่ เช่น ความเป็นมาของเหตกุ ารณ์ สาเหตุท่ีทำ
ใหเ้ กิดเหตุการณ์ความเป็นไปของเหตกุ ารณ์ ผลของเหตกุ ารณ์ เป็นต้น เมอื่ ได้ขอ้ มูลเปน็ เรือ่ ง เป็นประเด็นแล้ว
ผู้ศกึ ษาประวัตศิ าสตร์เรือ่ งนั้นกจ็ ะต้องหาความสมั พันธ์ของประเด็นต่าง ๆ และตคี วามข้อมลู วา่ มีข้อเทจ็ จรงิ ใดที่
ซอ่ นเร้นอำพรางไมก่ ลา่ วถงึ หรอื ในทางตรงกนั ขา้ มอาจมขี ้อมลู กล่าวเกนิ ความเปน็ จรงิ ไปมาก

ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ควรมีความละเอียดรอบคอบ วางตัวเป็นกลาง มี
จนิ ตนาการ มีความรอบรู้ โดยศึกษาข้อมลู ท้งั หลายอยา่ งกว้างขวาง และนำผลการศกึ ษาเร่ืองนั้นท่ีมีแต่เดิมมา
วิเคราะหเ์ ปรียบเทียบ รวมทั้งจัดหมวดหมขู่ ้อมลู ให้เปน็ ระบบ

5. การเรยี บเรียงและการนำเสนอข้อมลู /การเรียบเรยี ง รายงาน ข้อเทจ็ จรงิ ทางประวตั ศิ าสตร์

การเรยี บเรยี งหรอื การนำ เสนอจดั เป็นขัน้ ตอนสุดทา้ ยของวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ ซึ่งมีความสำคัญมาก โดยผู้
ศึกษาประวัตศิ าสตร์จะต้องนำข้อมูลทั้งหมดมารวบรวมและเรยี บเรียงหรือนำเสนอให้ตรงกับประเด็นหรือหัว
เรื่องทีต่ นเองสงสัย ต้องการอยากรู้เพิม่ เติมทั้งจากความรูเ้ ดิมและความรู้ใหม่ รวมไปถงึ ความคิดใหม่ที่ไดจ้ าก
การศึกษาครั้งนีซ้ ึ่งเทา่ กับเปน็ การรื้อฟื้นหรือจำลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ขึน้ มาใหม่ อย่างถูกต้องและ
เป็นกลางในขน้ั ตอนการนำเสนอ ผู้ศึกษาควรอธบิ ายเหตุการณอ์ ยา่ งมรี ะบบและมคี วามสอดคลอ้ งตอ่ เน่อื ง เป็น
เหตุเป็นผล มีการโตแ้ ย้งหรอื สนบั สนนุ ผลการศกึ ษาวิเคราะห์แตเ่ ดิม โดยมขี ้อมูลสนบั สนนุ อย่างมีน้ำหนัก เป็น
กลาง และสรปุ การศึกษาว่าสามารถให้คำตอบที่ผูศ้ ึกษามคี วามสงสัยอยากรูไ้ ด้เพียงใด หรือมีขอ้ เสนอแนะให้
สำหรับผู้ทต่ี อ้ งการศกึ ษาต่อไปอย่างไรบา้ งจะเห็นไดว้ า่ วิธีการทางประวตั ิศาสตรเ์ ป็นวิธีการศึกษาประวัติศาสตร์
อย่างมีระบบ มีความระมัดระวัง รอบคอบ มีเหตุผลและเป็นกลาง ซื่อสัตย์ตอ่ ข้อมลู ตามหลักฐานทีค่ ้นคว้ามา
อาจกล่าวได้วา่ วิธีการทางประวัตศิ าสตร์เหมือนกบั วิธีการทางวิทยาศาสตร์ จะแตกต่างกันก็เพียงวิธีการทาง
วิทยาศาสตรส์ ามารถทดลองได้หลายครั้ง จนเกิดความแนใ่ จในผลการทดลอง แตเ่ หตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
ไม่สามารถทำใหเ้ กิดขึ้นใหมไ่ ด้อีก ผู้ศึกษาประวตั ศิ าสตร์ที่ดีจงึ เปน็ ผู้ฟ้ืนอดีตหรือจำลองอดีตใหม้ ีความถกู ต้อง
และสมบรู ณ์ทีส่ ดุ โดยใช้วธิ กี ารทางประวัติศาสตรเ์ พอ่ื ที่จะไดเ้ กิดความเข้าใจอดีต อนั จะนำมาสู่ความเข้าใจใน
ปัจจบุ นั

ภาพ : ปอ้ มพระจลุ จอมเกลา้

ตัวอยา่ งการนำวิธกี ารทางประวตั ศิ าสตรม์ าใช้ศกึ ษาประวตั ศิ าสตรไ์ ทย

การศึกษาเรอื่ งราวเกยี่ วกบั ป้อมพระจลุ จอมเกล้า จงั หวัดสมุทรปราการดว้ ยวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์

1. การกำหนดหัวเรอื่ งท่ีจะศกึ ษา/การต้งั ประเด็นท่ีจะศึกษา จะต้องตั้งประเด็นปัญหาเพอ่ื ใช้เป็นแนวทางใน
การศึกษาก่อน เพราะการตั้งประเดน็ ปญั หาจะช่วยกำหนดเป้าหมายในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยได้อย่าง
ถกู ตอ้ งและตรงประเด็น การตง้ั กำหนดปัญหาเพ่อื ใช้เป็นแนวทางในการศึกษาน้นั มีดว้ ยกันหลายอยา่ ง ดงั น้ี

“ป้อมพระจลุ จอมเกล้าสรา้ งขึน้ มาเม่อื ใด”

“ใครเป็นผู้ท่ีสร้างปอ้ มพระจลุ จอมเกล้าน้ีขน้ึ ”

“ป้อมพระจลุ จอมเกล้าถูกสร้างขึ้นไว้ในบรเิ วณใด”

“ปอ้ มพระจุลจอมเกลา้ ถูกสรา้ งขน้ึ ดว้ ยจดุ ประสงคใ์ ด”

“ลักษณะโดยทั่วไปของปอ้ มพระจุลจอมเกล้าเป็นอยา่ งไร”

“ป้อมพระจุลจอมเกล้ามีความสำคญั อย่างไรในทางประวัตศิ าสตร์”

2. การรวบรวมหลกั ฐาน/สืบค้นและรวบรวมขอ้ มูล ในการศกึ ษาเรอื่ งราวเกี่ยวกบั ปอ้ มพระจลุ จอมเกลา้ นั้นผู้
ที่ไดศ้ ึกษาจะต้องทำการคน้ คว้าและรวบรวมข้อมูลหลกั ฐานเก่ียวกบั ป้อมพระจลุ จอมเกล้าจากแหล่งต่าง ๆ ซ่ึง
แหล่งข้อมูลที่สามารถรวบรวมข้อมูลหลักฐานได้นั้นมีด้วยกันหลายอย่าง เช่น ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุด
ประชาชน หอสมุดแห่งชาติหอจดหมายเหตุแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จังหวัด

สมทุ รปราการ ปอ้ มพระจลุ จอมเกลา้ จังหวดั สมุทรปราการ เว็บไซตต์ ่าง ๆ นติ ยสาร สารคดี รวมถึงผู้ทม่ี ีความรู้
เกย่ี วกับประวตั ศิ าสตร์หรอื เก่ียวกับปอ้ มพระจลุ จอมเกล้า เปน็ ต้น

3. การประเมินค่าของหลักฐาน/การวิเคราะห์และตีความข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เมื่อทำการวิเคราะห์
ข้อมลู หลักฐานจนไดข้ อ้ มลู ทมี่ คี วามถกู ต้องและตรวจสอบความน่าเช่ือถอื ของข้อมลู หลกั ฐานเหล่านั้น ท้ังน้ี ใน
การศึกษาเรือ่ งราวเกีย่ วกับป้อมพระจุลจอมเกล้านัน้ ควรใช้ข้อมูลหลักฐานที่มีความหลากหลายและจะต้องมี
การเทียบเคยี งขอ้ มูลหลกั ฐานหลาย ๆ อยา่ ง เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มูลทีม่ คี วามถูกต้องมากทสี่ ุด และจะตอ้ งวิเคราะห์ด้วย
ใจทเ่ี ปน็ กลาง ไม่มอี คติ

4. การวิเคราะห์ สังเคราะห์และจัดหมวดหมู่ข้อมูล เมื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลหลกั ฐานที่มจี นได้ข้อมูลท่มี ี
ความถูกต้องและใกล้เคียงมากที่สดุ แล้ว ผู้ที่ทำการศึกษาจะต้องนำข้อมูลท่ีมีเหล่าน้ีไปใช้ในการตอบประเดน็
ปัญหาท่ตี งั้ ไว้เกีย่ วกบั ป้อมพระจุลจอมเกลา้ ดังน้ี

▪ ปอ้ มพระจลุ จอมเกล้าสรา้ งขนึ้ มาเมื่อใด เร่มิ สรา้ งเม่ือ พ.ศ. 2427 รชั สมยั พระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยู่หวั พระมหากษตั รยิ ์รชั กาลท่ี 5 แห่งกรงุ รตั นโกสนิ ทร์
▪ ใครเป็นผู้ที่สร้างป้อมพระจุลจอมเกล้านี้ขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รชั กาลที่ 5
▪ ปอ้ มพระจลุ จอมเกล้าถูกสร้างข้ึนไว้ในบรเิ วณใด บริเวณปากแมน่ ้ำเจา้ พระยาฝ่ังขวาตำบล
แหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จงั หวดั สมุทรปราการ
▪ ป้อมพระจุลจอมเกล้าถูกสร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ใด เพื่อสกัดกั้นการรุกรานของกองเรือ
ตา่ งชาติทีจ่ ะรุกล้ำเข้ามาบริเวณปากแมน่ ้ำเจ้าพระยา
▪ ลักษณะโดยท่ัวไปของป้อมพระจลุ จอมเกลา้ เปน็ อยา่ งไร ป้อมพระจุลจอมเกล้ามีลกั ษณะการ
สรา้ งเป็นป้อมปนื ใหญแ่ บบตะวนั ตก ประกอบด้วยหลุมปืนใหญจ่ ำนวน 7 หลุม ติดต้ังปืนอาร์ม
สตรองขนาด 155 มิลลิเมตร เรียกว่า “ปืนเสือหมอบ”ซึ่งสั่งมาจากประเทศอังกฤษ ภายใน
ประกอบด้วยคูหาและห้องสำหรับเกบ็ กระสนุ ปนื ใหญ่ มีการออกแบบป้อม เพื่อลดการสูญเสีย
หากถูกโจมตดี ้วยการยงิ จากปืนใหญจ่ ากฝ่ายตรงขา้ ม
▪ ป้อมพระจุลจอมเกล้ามีความสำคัญอย่างไรในทางประวัติศาสตร์ วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112
(พ.ศ. 2436) ในชว่ งทม่ี หาอำนาจตะวนั ตกพยายามคุกคามประเทศไทยป้อมพระจลุ จอมเกล้า
มีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นการรุกรานของกองเรือฝรั่งเศส จำนวน 3 ลำ ที่เข้ามาบริเวณ
ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดการต่อสู้กันและทหารที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าสามารถยิงเรือรบ
ฝรั่งเศสจนเกยตื้นได้ 1 ลำ เรอื รบที่เหลอื ของฝร่งั เศสไดร้ ับความเสียหาย แต่สามารถฝา่ เข้าไป
จนถึงกรุงเทพฯ ได้ ปัจจุบันป้อมพระจุลจอมเกล้าอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ โดยฐาน
ทัพเรือกรุงเทพซึ่งได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปเที่ยวชม และศึกษาเรื่องราวที่สำคัญทาง
ประวัติศาสตร์ของชาติตลอดจนชมทัศนียภาพของระบบนิเวศที่อยู่โดยรอบป้อมพระ
จลุ จอมเกล้าอีกดว้ ย

5. การเรียบเรียงและนำเสนอข้อมลู /การเรียบเรียงรายงานข้อเท็จจริงทางประวัตศิ าสตร์ ในการเรียบเรียง
เรอ่ื งราวทางประวัติศาสตรน์ ั้น ผ้ทู ที่ ำการศึกษาจะต้องลำดบั เรื่องราวใหม้ ีความถูกต้องตามข้อมลู ท่ีได้มา และใน
การนำเสนอข้อมลู ที่ได้จากหลักฐานทางประวตั ิศาสตรน์ ั้นสามารถทำไดห้ ลายวิธีการ เช่น การนำขอ้ มลู เก่ยี วกับ

ป้อมพระจุลจอมเกล้ามาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง การจัดทำรายงานเกี่ยวกับปอ้ มพระจุลจอมเกล้าและความสำคัญ
ทางประวัติศาสตร์ การจดั นิทรรศการเพอื่ เผยแพรค่ วามรู้ เป็นตน้

ภาพ : ปอ้ มพระจลุ จอมเกลา้ ภาพ : ปืนเสือหมอบ

บทท่ี ๓
วิธีดำเนินการ

โครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ของศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นใน

ระหว่าง 6 - 9 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันศึกษาปอเนาะทั้ง 4 ปอเนาะ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา
กศน.อำเภอเจาะไอรอ้ ง จำนวน 40 คน มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย และบญุ คุณของ
พระมหากษตั ริย์ไทย มคี วามรักชาตแิ ละเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษัตริย์ไทยและสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอด

ให้กบั ประชาชนในชมุ ชนได้ โดยมีขนั้ ตอนการดำเนินงาน ดงั นี้
ขั้นท่ี ๑ ข้ันการเตรยี มการ
๑.๑ประชุม/วางแผนบคุ ลากร

๑.๒ จดั เวทปี ระชาคมสำรวจความต้องการของกลุม่ เป้าหมาย
๑.๓ เขียนโครงการเพือ่ เสนอขออนมุ ัตงิ บประมาณในการดำเนินโครงการ
ขัน้ ท่ี ๒ ขั้นดำเนนิ การ

ดำเนินการจัดกิจกรรมตามโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และ
บุญคณุ ของพระมหากษัตริย์ไทย
ขนั้ ท่ี ๓ นเิ ทศตดิ ตามผล และรายงานผล / ประเมินผล

๓.๑ การนเิ ทศตดิ ตามผลการดำเนินโครงการ
๓.๒ การประเมินผลและสรปุ ผลการดำเนินโครงการ
๓.๓ การรายงานและเผยแพร่ผลการดำเนนิ โครงการ

ดัชนีชวี้ ดั ผลสำเรจ็ ของโครงการ (Key Performance Indicator : KPI)

ตวั ชว้ี ดั ความสำเรจ็ สอดคล้องกบั วธิ ีการประเมนิ เคร่ืองมอื ท่ีใช้
มาตรฐาน กศน.ที่
ผลผลติ (Outputs) การสงั เกต แบบบันทึกการสงั เกต
กลุ่มเป้าหมายนกั ศกึ ษา ๑,๒
ประเมินความพงึ พอใจ แบบประเมินความพงึ
กศน.จำนวน 90 คน ๑,๒ ของผ้เู ข้ารว่ มกจิ กรรม พอใจ
จดั เปน็ รุ่น ทั้งหมด 3 รุ่น
รุ่นละ 30 คน
ผลลัพธ์ (Outcomes) ร้อย
ละ ๘๐ ของกลุ่มเป้าหมาย

มีความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับประวัตศิ าสตร์ชาติ
ไทย และบุญคุณของ
พระมหากษัตริย์ไทย มี
ความรักชาติและเทิดทูน
สถาบันพระมหากษัตริย์

ไทย ความรู้ไปถ่ายทอด
ให้กับนักศึกษาในสถาบัน
ศึกษาปอเนาะ

บทท่ี ๔
ผลการศกึ ษา

โครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งโดย
ดำเนินการ ในระหว่าง 6 - 9 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบนั ศึกษาปอเนาะท้ัง 4 ปอเนาะ มีกลุ่มเป้าหมายเปน็
นักศกึ ษา กศน.อำเภอเจาะไอรอ้ ง จำนวน 40 คน ปรากฏผลดงั น้ี

๑. ผลการศึกษาข้อมูลเก่ยี วกับสถานภาพของผตู้ อบแบบสอบถาม
ผ้ตู อบแบบสอบถามในการศกึ ษาในครัง้ น้ี เปน็ กลุ่มนักศกึ ษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส
ทเี่ ข้าร่วมโครงการโดยใช้ค่ารอ้ ยละดงั ปรากฏในตารางที่ ๑ ดงั น้ี

ตาราง ๑แสดงจำนวนและค่ารอ้ ยละของนกั ศกึ ษากลมุ่ เป้าหมายจำแนกตามสถานภาพของกลมุ่ เป้าหมาย

สถานภาพของประชากร จำนวน ร้อยละ

๑. เพศ 10 25%
30 75%
๑.๑ ชาย 40 ๑๐๐%

๑.๒ หญิง 40 ๑๐๐%
รวม ๐ ๐
90 ๑๐๐%
๒. อายุ
0 0
๒.๑ ระหวา่ ง ๑๕-๓๙ ปี 25 62.5%
15 37.5%
๒.๒ ๔๐-๕๙ ปีขนึ้ ไป - -
- -
รวม 40 ๑๐๐.๐%
๓. ระดบั การศึกษา

๓.๑ ประถมศกึ ษา

๓.๒ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
๓.๓ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
๓.๔ ปวส.
๓.๕ ปรญิ ญาตรี

รวม

จากตารางที่ ๑ ผู้ตอบแบบสอบถามมจี ำนวน 40 คน จำแนกตามสถานภาพ ดงั น้ี

๑. เพศชายจำนวน 10 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 25% เปน็ เพศหญิง จำนวน 30 คนคดิ เป็น
ร้อยละ 75%

๒. อายุ ระหวา่ ง ๑๕- ๓๙ ปี จำนวน 10 คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐%
๓. ระดบั การศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ระดับมัธยมศกึ ษา
ตอนต้น จำนวน 25 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 62.5% ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 15 คน คดิ เปน็ ร้อย
ละ 37.5%

๒. ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย

และบุญคณุ ของพระมหากษตั ริยไ์ ทย ซ่ึงโดยดำเนินการ ในระหวา่ ง 6 - 9 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันศึกษา
ปอเนาะทั้ง 4 ปอเนาะ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 40 คน ของศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอรอ้ ง จงั หวดั นราธิวาส

ตาราง ๒ ค่าเฉลี่ยความพงึ พอใจของโครงการอบรมให้ความรูป้ ระวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของ

พระมหากษัตริย์ไทย ซงึ่ โดยดำเนินการ ในระหวา่ ง 6 - 9 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันศกึ ษาปอเนาะทั้ง 4
ปอเนาะ มีกลุม่ เปา้ หมายเปน็ นักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 40 คน ของศนู ย์การศึกษานอกระบบ

และการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอเจาะไอรอ้ ง โดยภาพรวมและรายดา้ น

ดา้ น ความพงึ พอใจ  ระดับ ลำดบั ที่
๑ หลกั สตู ร ๔.๐๔ มาก ๑
๒ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๐๔ มาก ๑
๓ วทิ ยากรผสู้ อน ๓.๙๒ มาก ๒
๔ สือ่ และวสั ดอุ ุปกรณ์ ๓.๙๐ มาก ๓
๕ ผลท่ีได้รบั จากการเรียนรหู้ รอื การเข้ารว่ มกจิ กรรม ๓.๘๑ มาก ๔
๖ ความพึงพอใจตอ่ การใหบ้ รกิ าร ๔.๐๔ มาก ๑

รวม ๓.๙๖ มาก

จากตาราง ๒ พบว่าความความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรปู้ ระวัติศาสตร์ชาติไทย
และบุญคณุ ของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทย ซึง่ โดยดำเนนิ การ ในระหวา่ ง 6 - 9 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันศึกษา
ปอเนาะทั้ง 4 ปอเนาะ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 40 คน ของศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอร้องจังหวัดนราธิวาสโดยภาพรวมอยู่ในระดับ
มาก และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่ามีความพงึ พอใจอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับค่าเฉลีย่ จากมากไปหา
น้อย คือ ด้านความพึงพอใจตอ่ การใหบ้ ริการผูเ้ รียนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการ เจ้าหน้าที่ใหบ้ ริการด้วย
ความเต็มใจ รวดเร็ว ชี้แจงข้อมูลรายละเอียดชัดเจนและมีการติดตอ่ ประสานงาน ด้านหลักสตู รมเี นื้อหาตรง
ตามความตอ้ งการของผู้เรยี น ดา้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ส่งเสริมให้ผเู้ รยี นมคี วามรู้ ความเขา้ ใจหรอื มีทกั ษะ
ตามจุดประสงค์ของหลักสูตร การจัดกิจกรรมเป็นไปตามลำดับขั้นตอนเรียงลำดับจากง่ายไปหายาก ด้าน
วิทยากรมีความรู้และชำนาญในเรื่องที่สอน ถ่ายทอดความรู้ได้ชัดเจนและเขา้ ใจงา่ ย ด้านสื่อและวัสดุอุปกรณ์
สอดคลอ้ งกับขัน้ ตอนการจัดกจิ กรรมและด้านผลทีไ่ ดร้ ับจากการเรยี นรู้หรอื การเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เรียนได้รับ
ความรู้และทักษะด้านการประกอบอาชีพ มีความเชื่อมั่นต่อความสามารถในสถานศึกษาของกศน .ในการจัด
กจิ กรรมตามลำดับ

บทท่ี ๕
สรุปผลการศึกษา

จากผลการประเมินความพึงพอใจตามโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณ
ของพระมหากษตั ริย์ไทย ซึ่งโดยดำเนนิ การ ในระหวา่ ง 6 - 9 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันศึกษาปอเนาะทงั้
4 ปอเนาะ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 40 คน ของศูนย์การศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอร้องจังหวัดนราธิวาส มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 40 คน มี
ผตู้ อบแบบประเมินความพงึ พอใจหลงั การเข้ารับการเรยี นโครงการอบรมใหค้ วามรูป้ ระวัตศิ าสตรช์ าตไิ ทย และ
บุญคุณของพระมหากษตั ริยไ์ ทย กลุ่มเป้าหมายทัง้ หมดจำนวน 40 คนโดยเปน็ เพศชาย 10 คน คดิ เป็นร้อย
ละ 25 ปอร์เซ็นต์ เพศหญิง 30 คิดเป็นร้อยละ 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่มีอายรุ ะหว่าง 15 - 39 ปี คิด
เป็นร้อยละ ๑๐๐ ปอร์เซ็นต์ ผู้เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของ
พระมหากษัตริย์ไทย ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัด
นราธิวาสมคี วามพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากมีค่าเฉล่ีย ๓.๙๖ คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๒๐ และเมื่อพิจารณา
เป็นรายด้านพบว่าด้านความพึงพอใจต่อการให้บริการผู้เรยี นมีความพึงพอใจต่อการให้บริการด้านหลักสูตรมี
เนอ้ื หาตรงตามความต้องการของผู้เรยี น ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูส้ ง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจ
หรือมีทักษะตามจุดประสงค์ของหลักสูตรด้านวิทยากรมีความรู้และชำนาญในเรื่องที่สอนด้านสื่อและวัสดุ
อปุ กรณส์ อดคล้องกบั ขั้นตอนการจัดกจิ กรรมและดา้ นผลทไ่ี ดร้ ับจากการเรยี นรหู้ รอื การเขา้ รว่ มกิจกรรม ผเู้ รยี น
ได้รบั ความรู้ ตามลำดับ

ประโยชน์การเขา้ ร่วมโครงการ
กลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรม โครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของ

พระมหากษัตริย์ไทย กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของ
พระมหากษตั รยิ ไ์ ทย มีความรกั ชาตแิ ละเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ไ์ ทย

ข้อคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของผ้เู ขา้ ร่วมการอบรม
๑. นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์

ไทย
๒. นักศึกษามีความรักชาติและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ควรมีการดำเนินโครงการอยา่ ง

ต่อเน่ืองเพือ่ เปน็ การต่อยอดในการฝกึ อาชีพ

ภาคผนวก

รูปกิจกรรม

โครงการอบรมใหค้ วามรู้ประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย และบญุ คณุ ของ
พระมหากษตั ริยไ์ ทย

รปู กิจกรรม

โครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวัตศิ าสตรช์ าติไทย และบญุ คณุ ของ
พระมหากษตั ริย์ไทย

รปู กิจกรรม

โครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวัตศิ าสตรช์ าติไทย และบญุ คณุ ของ
พระมหากษตั ริย์ไทย

รูปกิจกรรม
โครงการอบรมใหค้ วามรูป้ ระวัติศาสตรช์ าติไทย และบญุ คณุ ของ

พระมหากษัตริย์ไทย

.


Click to View FlipBook Version