นวตั กรรมสง่ เสรมิ การอา่ น
“กรี ออาตี Concept Learning”
สระในภาษาไทย
สำนกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หนราธวิ าส
ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอเจาะไอรอ้ ง
หอ้ งสมดุ ประชาชนอำ๑เภอเจาะไอรอ้ ง
นวัตกรรม“กีรออาตี Concept Learning”
ความหมายและความสำคัญ
ภาษาเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม อันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้าง
บุคลิกภาพของคนในชาติใหม้ ีความเปน็ ไทย เป็นเคร่อื งมอื ในการตดิ ตอ่ ส่ือสารเพ่อื สร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์ที่ดี
ต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงานและดำเนินชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้ อย่างสันติสุขและเป็น
เครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ กระบวนการคิด
วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจนอกจ ากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ
ดา้ นวฒั นธรรม ประเพณี สุนทรียภาพเป็นสมบัตลิ ้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนรุ กั ษ์ และสบื สานใหค้ งอยคู่ ชู่ าติไทยตลอดไป
ในการสอนด้านภาษาไม่วา่ ภาษาใดจะต้องเนน้ การสอนทักษะเบ้ืองตน้ คือ การฟงั พดู อ่าน และเขยี นเพราะถือ
ว่าทักษะทางภาษาดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต การจัดการเรียนการสอนจึงมุ่งฝึกฝนให้นักเรียน
เกิดความคล่องแคล่วทั้ง ๔ ด้าน เพื่อช่วยให้พัฒนาการทางภาษาของนักเรียนได้เพิ่มพูนขึ้นตามวัยและวุฒิภาวะ
โดยเฉพาะการอ่านภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญในการวางรากฐานการเรียนโดยทั่วไปการที่จะให้นักเรียนเกิดทักษะการอ่าน
และสามารถอ่านได้ถูกต้องคล่องแคล่วนั้นจำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนการอ่านสะกดคำ ตั้งแต่พยัญชนะ สระ คำ และ
ประโยค เพ่อื ทีน่ ักเรียนสามารถอ่านหนังสือได้ การฝกึ ทกั ษะจึงจำเป็นต้องฝกึ เพื่อเปน็ การทบทวนความเข้าใจและฝึกฝน
ส่งิ ที่ยังบกพร่องอยใู่ หพ้ ฒั นาข้ึนตามความสามารถท่ีผ้รู ับบริการควรจะทำได้
ห้องสมุดประชาชนอำเภอเจาะไอรอ้ ง เป็นแหลง่ เรยี นรู้ ทใี่ หค้ วามสำคญั ในการจดั กจิ กรรมใหก้ บั ผเู้ รยี นได้เรียนรู้
ด้วยตนเองอย่างหลากหลายในห้องสมุดให้ความสำคัญในด้านการสง่ เสริมการอา่ น เน่ืองจากการอ่านภาษาไทย เป็นส่ิง
สำคัญในการวางรากฐานการเรยี นรู้ ทจี่ ะใหผ้ ู้เรียนสามารถอา่ นภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว หอ้ งสมุดประชาชน
อำเภอเจาะไอร้องจงึ ไดค้ ดิ คน้ “กีรออาตี Concept Learning”ขน้ึ เพอื่ แกป้ ัญหาการอ่านออกเสียงและการสะกดคำของ
ผู้เรียน เพือ่ ผเู้ รียนสามารถเรียนรดู้ ว้ ยตนเองอย่างมคี วามสขุ จนเกิดเปน็ นิสัยรกั การอา่ นท่ีมัน่ คงและย่ังยนื ตลอดไป
๒
คำนำ
การรหู้ นังสือ เป็นพืน้ ฐานทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การเรยี นรู้ การสื่อสารและเปน็ เคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ ท่ที ุกคนมี
สทิ ธิ์ไดร้ ับการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานอย่างเทา่ เทียมกันและมีคุณภาพ ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
อำเภอเจาะไอร้อง มบี ทบาทหน้าทใ่ี นการสง่ เสริมใหบ้ คุ คลท่ีไม่รู้หนังสอื หรือลมื หนงั สื่อ จงึ ได้สร้างหนงั สอื ค่มู ือ
นวตั กรรมสง่ เสริมการอา่ น“กีรออาตี Concept Learning” ไดม้ ีการแนะนำ พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ขึ้นมาเพ่ือ
เป็นแนวทางให้กับสถานศึกษา นำไปใชเ้ ปน็ เคร่ืองมือในการจัดการเรียนการสอนใหก้ ับนักศกึ ษาและประชาชนทวั่ ไปที
สนใจจะเรยี นรู้
หนังสอื คมู่ ือ นวตั กรรมสง่ เสริมการอ่าน“กรี ออาตี Concept Learning”โดยมวี ตั ถุประสงค์ เพื่อให้
กลุ่มเป้าหมายได้รบั การสง่ เสรมิ การอ่าน เพ่ือประชาสมั พันธ์กิจกรรม ห้องสมุดประชาชนอำเภอเจาะไอร้อง
ในโอกาสน้ี กศน. อำเภอเจาะไอร้อง จงั หวัดนราธวิ าส ใครข่ อขอบคณุ ผทู้ ี่มสี ่วนร่วมในการจัดทำโครงการคร้ังน้ี
ทกุ ท่านทไี่ ด้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
งานอัธยาศยั
หอ้ งสมุดประชาชนอำเภอเจาะไอร้อง
๓
สารบญั หนา้
ก
บทนำ ข
คำนำ ๕
สารบัญ ๖
เนือ้ หา ๘
หัวเรอื่ งที่ 1 การใช้สระในภาษาไทย
หัวเรื่องที่ 2 สระในภาษาไทย
หัวเรือ่ งท่ี 3 การสระประสม
๔
การใชส้ ระในภาษาไทย
การใชส้ ระในภาษาไทย
การใชส้ ระในภาษาไทยใหถ้ ูกตอ้ งนนั้ เราควรศกึ ษาเรียนรู้
เพราะสระแต่ละตัวมหี ลักเกณฑ์ในการเขยี นต่างกนั
สระบางตัวเมื่อมีตัวสะกดก็จะเขียนแตกต่างไปจากเม่ือไมม่ ีตวั สะกด บางสระจะลดรูป บางสระจะเปล่ยี นรูป
แตบ่ างสระจะคงรปู เชน่ เดิมดังทก่ี ำชัย ทองหลอ่ (2540 : 69 –70) ได้อธิบายไว้ดังนี้
๑. คงรปู คือ ตอ้ งเขยี นรปู ใหป้ รากฏชัด เชน่ กะบะ กะปิ ไปไหน ทำไม
๒. ลดรูป คือ ไม่ตอ้ งเขียนรูปสระใหป้ รากฏหรอื ปรากฏแต่เพยี งบางส่วน
แตต่ ้องออกเสียงให้ตรงกับรปู สระที่ลดนั้น การลดรปู มี 2 อยา่ ง คือ
๒.๑ ลดรปู ทง้ั หมด ไดแ้ ก่ พยัญชนะ + สระโอะ + ตัวสะกด (ยกเว้นตวั ร) เช่น
น + โ_ะ + ก = นก
ม + โ_ะ + ด = มด
ก + _อ + ร - สะกด = กร
จ + _อ + ร -สะกด = จร
๒.๒ ลดรปู บางสว่ น ได้แก่ สระท่ีลดรปู ไมห่ มด
เหลือไว้แตเ่ พียงบางส่วนของรูปเตม็ พอเป็นเครอ่ื งสังเกตให้รวู้ า่ ไมซ่ ำ้ กับรูปอ่ืน เชน่
ก + เ_อ + ย- สะกด = เกย (ลดรปู ตวั อ เหลอื แต่ไม้หน้า)
ก + _ั ว + น- สะกด =กวน(ลดไม้หนั อากาศ เหลอื แตต่ วั ว)
๓.แปลงรปู คือ แปลงสระรปู เดิมใหเ้ ปลี่ยนเป็นอีกรปู หนง่ึ เชน่
ก + _ะ + น – สะกด = กัน (แปลงวสิ รรชนยี ์ เปน็ ไมห้ ันอากาศ)
ก + เ_ะ + ง – สะกด = เกง็ (แปลงวสิ รรชนียเ์ ป็นไมไ้ ตค่ )ู้
ข + แ_ะ+ ง – สะกด = แข็ง (แปลงวิสรรชนยี เ์ ปน็ ไม้ไตค่ )ู้
ด + เ_อ + น – สะกด = เดิน (แปลง อ เป็น พนิ ท์ุอ)ิ
จะเหน็ ไดว้ ่าสระเมื่อมีตวั สะกด แตล่ ะสระจะมีวิธีการเขียนทแี่ ตกต่างกันไป มีทัง้ คงรปู เชน่ รบี จงู เป็นต้น
4.สระเปลยี่ นรปู เชน่ เกบ็ เปิด เปน็ ตน้ และลดรูป เชน่ นก ชวน เป็นตน้
บางสระสามารถเป็นได้ท้ังสระลดรูปและสระเปล่ยี นรูป เชน่ สระ “เออ” เมื่อมตี ัวสะกด
ในทุกมาตรา ยกเว้นมาตราแม่เกย “อ” จะเปล่ยี นรูปเปน็ “พินทุอิ” เช่น เกดิ เดิน เชญิ เปน็ ตน้
แตเ่ มอื่ มีตวั สะกดในมาตราแม่เกย “อ” จะลดรูปหายไป เช่น เนย เคย เลย เป็นต้น
๕
สระภาษาไทย
สระ คือ เสยี งทีเ่ ปล่งออกจากลำคอโดยตรง โดยมีริมฝปี ากหรอื ลน้ิ กระทบอวยั วะในปากเป็น
เครื่องช่วย ตามหลักภาษาถอื ว่าพยญั ชนะจำเป็นต้องอาศัยสระจึงจะออกเสียงได้
สระ ในทางภาษาศาสตร์ หมายถงึ เสียงทเ่ี ปล่งออกมาจากชอ่ งเสียง โดยไมม่ กี ารกกั อากศ ต่าง
กบั พยญั ชนะ ทจ่ี ะมกี ารกักอากาศดว้ ยอวยั วะออกเสียงในช่องปากอย่างนอ้ ยหนงึ่ จดุ สระเป็น
ส่วนประกอบหน่งึ ของพยางค์ และทัว่ ไปมักจะเป็นแกนของพยางค์ โดยมพี ยัญชนะและวรรณยุกต์ เปน็
อกี สองส่วนประกอบของพยางค์
สระ ชือ่ เรยี ก สระ ชือ่ เรียก
ะ วสิ รรชนีย์ ใ ไมม้ ้วน
ั ไมห้ นั อากาศ หรอื ไม้ผดั ไ ไมม้ ลาย
ั ไมไ้ ตค่ ู้ โ ไมโ้ อ
า ลากขา้ ง อ ตวั ออ
ั พินทุ หรอื พิทอุ ิ ย ตวั ยอ
' ฝนทอง ว ตวั วอ
" ฟนั หนู ฤ ตัว ฤ (รึ)
. นฤคหติ หรอื หยาดนำ้ ค้าง ฤๅ ตัว ฤๅ (รอื )
ั ตนี เหยยี ด ฦ ตวั ฦ (ลึ) ปจั จบุ ันเลกิ ใช้แล้ว
ั ตนี คู้ ฦๅ ตัว ฦๅ (ลอื ) ปัจจบุ ันเลกิ ใชแ้ ลว้
เ ไม้หน้า
๖
เสยี งสระในภาษาไทยมี 32 เสยี ง ดงั นี้
สระไทย 32 เสยี ง
เม่ือเวลาออกเสยี งสระ เช่น อะ อา เอะ เอ เอียะ เอยี จะออกเสยี งแตกตา่ งกนั บางตวั ออก
เสียงส้นั บางตวั ออกเสยี งยาว บางตวั เหมือนมสี ระสองเสยี งกลำ้ กนั ดงั นน้ั จงึ จดั แบง่ เสยี งสระเปน็
พวกใหญ่ ๆ ได้ 5 พวกดว้ ยกัน คือ
/ สระเสียงสัน้ ไดแ้ ก่ สระทอ่ี อกเสยี งสั้น คอื อะ อิ อึ อุ เอะ แอะ โอะ เอาะ เออะ เอียะ
เออื ะ อัวะ ฤ ฦ อำ ไอ ใอ เอา
/ สระเสียงยาว ไดแ้ ก่ สระท่ีออกเสียงยาว คือ อา อี อื อู เอ แอ โอ ออ เออ เอีย เอือ อวั
ฤๅ ฦๅ
/ สระเดี่ยว ไดแ้ ก่ สระทเี่ ปลง่ เสยี งออกมาเปน็ เสียงเดียว ไมม่ ีเสียงอนื่ ประสมมี 18 ตวั ได้แก่
อะ อา อิ อี อึ อื อุ อู เอะ เอ แอะ แอ เออะ เออ โอะ โอ เอาะ ออ
๗
/ สระประสม คือ สระทม่ี เี สยี งสระเด่ียว 2 ตวั ประสมกนั มี 6 ตวั ได้แก่
1. เอยี ะ เสยี ง อิ กับ อะ ประสมกนั 4. เออื เสยี ง อื กับ อา ประสมกนั
2. เอยี เสยี ง อี กบั อา ประสมกนั 5. อัวะ เสยี ง อุ กับ อะ ประสมกนั
3. เอือะ เสยี ง อึ กบั อะ ประสมกนั 6. อวั เสียง อู กบั อา ประสมกนั
/ สระเกนิ คือ สระท่ีมีเสียงซ้ำกับสระเดยี่ ว ต่างกนั กแ็ ตว่ า่ สระเกิน จะมเี สียงพยญั ชนะประสมหรอื
สะกดอยู่ด้วย มี 8 ตัว ได้แก่
1. ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ (รึ รอื ลึ ลือ) มีเสยี งพยัญชนะ ร ล ประสมอยู่
2. อำ มีเสียง อะ และพยัญชนะ ม สะกด
3. ใอ ไอ มเี สยี ง อะ และพยญั ชนะ ย สะกด (คอื อัย)
4. เอา มเี สียง อะ และพยัญชนะ ว สะกด
สระรปู เดียว
ะ อั อ็ า อิ อุ อู เ ใ ไ โ ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ
สระ ๒ รปู ไดแ้ ก่
เสียงสระ เกดิ จาก รปู สระ
อี
อึ เกิดจาก พินทุอ์ ิ + ฝนทอง
อื
เ-ะ เกดิ จาก พินทอุ์ ิ + หยาดน้ำค้าง (นฤคหิต)
เอ-็
แอ เกิดจาก พนิ ทอุ์ ิ + ฟันหนู
โ-ะ
เ-อ เกดิ จาก ไม้หน้า + วสิ รรชนีย์
อวั
-ำ เกดิ จาก ไม้หนา้ + ไม้ไต่คู้
เ-า
เกดิ จาก ไมห้ นา้ + ไม้หนา้
เกดิ จาก ไม้โอ + วิสรรชนยี ์
เกิดจาก ไม้หน้า + ตวั อ
เกดิ จาก ไมห้ ันอากาศ + ตัว ว
เกดิ จาก หยาดน้ำค้าง + ลากข้าง
เกิดจาก ไมห้ น้า + ลากขา้ ง
๘
เสยี งสระ เกดิ จาก สระ ๓ รปู ได้ แก่
แ-ะ เกิดจาก รปู สระ
อวั ะ เกดิ จาก
เ-อะ เกดิ จาก ไม้หนา้ +ไมห้ นา้ + วิสรรชนีย์
เ-าะ เกดิ จาก ไมห้ นั อากาศ+ ตัว ว + วิสรรชนยี ์
เสยี งสระ เกดิ จาก ไมห้ น้า + ตวั อ + วิสรรชนีย์
เอยี เกิดจาก ไมห้ นา้ + ลากข้าง + วิสรรชนยี ์
เออื เกดิ จาก สระ ๔ รปู ได้ แก่
เสียงสระ เกดิ จาก รูปสระ
เอยี ะ เกดิ จาก ไม้หนา้ + พินท์ุอิ + ฝนทอง+ตวั ย
เอือะ เกดิ จาก ไมห้ น้า + พินท์ุอิ + ฟนั หนู+ตวั อ
สระ ๕ รปู ได้ แก่
รปู สระ
ไมห้ นา้ + พนิ ทุ์อิ + ฝนทอง+ตวั ย+ วสิ รรชนยี ์
ไมห้ นา้ + พินท์ุอิ + ฟันหน+ู ตัว อ + วิสรรชนีย์
การวางตำแหน่งสระการวางตำแหนง่ สระ
หนา้ หลงั หนา้ + หลงั บน หนา้ +บน+หลงั ลา่ ง
พยญั ชนะตน้ พยญั ชนะตน้ พยญั ชนะตน้ พยญั ชนะตน้ พยญั ชนะตน้ พยญั ชนะตน้
ตวั อย่างเชน่ ตวั อย่างเช่น ตัวอย่างเชน่ ดี ถึง
เปล แต่ โธ่ เขา เตะ เบาะ เสยี สู่
ตา จา๋ เลอะเทอะ หรือ เกลือ คุณ
(บน+หลัง)
กลวั
(บน+หลงั )
๙
ตวั อย่างการประสมสระ
๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
๒๑
๒๒
๒๓
นวตั กรรมสง่ เสริมการอ่าน
“กีรออาตี Concept Learning”
ทป่ี รึกษา
1. นายคมกฤช สาหลัง ตำแหน่งผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอเจาะไอรอ้ ง
2. นายมะสขุ รี ซเี ดะตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสมั พนั ธ์วิทยา
3. คณะกรรมการสถานศึกษา
ผูจ้ ดั ทำ
1. นางสาวรัตนาวาตี ซายอ ตำแหน่งบรรณารกั ษ์
คณะทำงาน
๑. นายแวดาโอะ สามะ ตำแหน่งครูผูช้ ่วย
๒. นายซอบือรี แซะเซ็ง ตำแหน่งครผู ชู้ ว่ ย
๓. นางสาวซาณยี า ยะโกะ๊ ตำแหน่งครผู ชู้ ว่ ย
4. นางสาวนภิสา หะยวี าจิ ตำแหน่งครูผชู้ ่วย
5. นายมะซายตู ี ลาเตะ๊ บือริง ตำแหนง่ ครูอาสาฯประจำตำบล
6. นางสาวมาดฮี ๊ะ เจะ๊ เมาะ ตำแหนง่ ครกู ศน.ตำบล
7. นายสุรศกั ดิ์ สอดี ตำแหน่งครูอาสาฯปอเนาะ
8. นางสาวนาอีหม๊ะ อาแวกาจิ ตำแหนง่ ครูอาสาฯปอเนาะ
9. นางสาวนริ ดา เอยี่ มสะอาด ตำแหน่งครูอาสาฯปอเนาะ
๒๔
กศน.อำเภอเจาะไอรอ้ ง
Fb : หอ้ งสมดุ ประชาชนอำเภอเจาะไอรอ้ ง จงั หวดั นราธวิ าส
http://narathiwat.nfe.go.th/choaironglibra
rynfe
๒๕