The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thetum_mynameenchant, 2023-02-06 14:42:32

สื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล

วิถีชีวิตชาวประมง และ การเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล


สารบัญ จังหวัดเพชรบุรี 4-5 วัฒนธรรมและมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น 6-7 วิถีชีวิตชาวประมง 8-9 คำบอกเล่าจากบรรพบุรษ 10-11 ปัญหาที่เกิดขึ้น 12-13 ฟาร์มทะเลตัวอย่าง 14-15 การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบไร้มลภาวะ 16-19 กิจกรรมภายในโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง 20-25


สัตว์เศรษฐ 2 น้ำ 7 ชนิด 26-27 ปลานวลจันทร์ทะเล 28-29 ปลานิล 30-31 ปลากะพงขาว 32-33 กุ้งขาว 34-35 กุ้งก้ามกราม 36-37 ปลาจาระเม็ด 38-39 ปลาหมอเทศ 40-41 อาชีพที่สร้างรายได้ 42-43 ปูม้า 44-46 สาหร่ายพวงองุ่น 47-49


เพชรบุรีเป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นเมืองหน้า ด่านที่สำคัญของไทยในกลุ่มหัวเมืองฝ่ายตะวันตก มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ มี หลักฐานชื่อเรียกปรากฏในหนังสือชาวต่างประเทศ เช่น ชาวฮอลันดาเรียกว่า พิพรีย์ ชาวฝรั่งเศสเรียกว่า พิพพีล์และ ฟิฟรีจึงสันนิษฐานกันว่าชื่อ "เมืองพริบพรี" จังหวัดเพชรบุรี


วิถีชีวิตชาวประมงทะเลแบบดั้งเดิมจากท้องทะเล อ่าวไทย ที่ผูกโยงเข้ากับกับป่าชายเลนและผืนน้ำอันกว้างใหญ่ได้ อย่างงดงามและลงตัว แหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทางทะเล โค้งอ่าวลุ่มน้ำเพชรบุรีกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของแหล่ง ท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยเฉพาะหมู่บ้านประมงเรือเล็ก วัฒนธรรมและ มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น


วิถีชีวิตชาวประมง PHETCHADURI


วิ ถี ชี วิ ต คื อ ก า ร เ ป็ น สั ง ค ม เกษตรกรรมที่ทุกคนอาศัยอยู่รวมกันเป็น ชุมชนในระดับครอบครัวเป็นครอบครัวขยาย ที่มีคนหลายรุ่นอาศัยอยู่รวมกัน คือ รุ่นปู่ย่า ตายาย รุ่นพ่อแม่ รุ่นลูก รุ่นหลาน รวม ทั้งมีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ใกล้ชิดกันโดยมี ศูนย์กลางของชุมชน คือ ศาสนสถาน เช่น วัด มัสยิด ผู้ใหญ่ในชุมชน เช่น พระ ผู้ใหญ่ บ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ ได้รับการนับถือและเป็นผู้ ตัดสินความขัดแย้งในชุมชน มีขนบธรรมเนียม ประเพณี การละเล่น และความเชื่ออันเนื่องมา จากการเป็นสังคมเกษตรกรรมจากการนับถือ ศาสนาและความเชื่อดั้งเดิมเรื่องการนับถือผี สางเทวดา ชาวประมงคือการจับปลาและสัตว์ น้ำอื่น ๆ จากแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือมหาสมุทร รวมถึงแปรรูปผลิตภัณฑ์ประมง อาจแบ่งเป็น หลายประเภท เช่น ประมงน้ำจืด ประมงน้ำเค็ม ประมงชายฝั่งประมงน้ำลึก ประมงนอกอ่าวไทย วิถีชีวิต ชาวประมง คือโดยจะทำ มาหากินออกหาสัตว์น้ำ จำ พวกกุ้ง หอย ปู ปลา แถบชายฝั่งทะเลเป็นการทำประมงแบบ วันเดียว และต้องทำมาหากินตามฤดูกาล โดยใช้เครื่อง มือประมงแบบง่ายๆที่ทำขึ้นเอง ดังนั้น ‘ทะเล’ จึงเปรียบ เสมือนลมหายใจของชาวบ้านที่คอยหล่อเลี้ยงและผูกพัน กับ ‘วิถีชีวิตชาวประมง’ ตั้งแต่เกิดจนเติบโตซึ่งดูเป็นชีวิต ที่เรียบง่ายและพอเพียงแต่เปี่ยมไปด้วยความสุข จึงทำให้ เรารู้ว่าพื้นที่ทำมาหากินแห่งนี้เป็นที่รักและหวงแหน เพราะ อนาคตทั้งหมดได้ฝากไว้กับชายฝั่งซึ่งเป็นที่พึ่งแรกและที่ พึ่งสุดท้ายของชาวประมง แต่วิถีชีวิตประจำวันคือการทำประมงเพียงอย่าง เดียวนั้นอาจทำ ให้เกิดปัญหาเมื่อช่วงเวลาที่เกิดมรสุม และการหาปลาที่เน้นปริมาณมากจนเกินไปจึงส่งผลกระ ทบอย่างหนักต่อชาวบ้าน ดังนั้นเพื่อให้ทะเลอันเป็นแหล่ง วิถีชีวิตและบ้านของพวกเขายังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่ นั้นการทำประมงอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นมิตรต่อ ท้องทะเลนี่เองคือทางออกของการปกป้องทรัพยากรทาง ประมงพื้นบ้าน หมายความว่า การทำการประมงในเขต ทะเลชายฝั่งไม่ว่าจะใช้เรือประมงหรือใช้เครื่อง มือโดยไม่ใช้เรือประมงทั้งนี้ที่มิใช่เป็นประมง พาณิชย์


ในอดีตนั้นเมืองเพชรบุรี เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญของสยามประเทศ มาแต่เก่าก่อนจนกระทั่งสยามประเทศได้มี การทำ สนธิสัญญาเบอร์นีเพื่อให้มีเพียง แค่เมืองท่าเดียวคือท่าเรือกรุงเทพ(ท่าเรือ คลองเตย) หลังจากสนธิสัญญาได้ยกเลิก ไปแล้วนั้นรัฐบาลก็ไม่ได้เคยคิดฟื้นฟูเมือง ท่าตามหัวเมืองอีกเลย ” ในสมัยเมืองเพชร ยังมีความรุ่งเรืองมีการติดต่อค้าขายกับต่าง ประเทศเช่น ประเทศจีน ฮอลันดา โปรตุเกส อินเดีย เป็นต้น จึงยังความให้ชาวเมืองเพชร ได้รับ อารยธรรมจากที่อื่นในการประกอบ อาหารคาว-หวาน จนเป็นเอกลักษณ์ของ คนเมืองเพชร ‘‘ คำบอกเล่าจากบรรพบุรุษ ’’ จากการเล่าขานเหล่านี้ก็ได้มีอยู่ว่า“ได้มี สำเภาจีนได้บรรทุกสินค้า จาน ชาม แก้ว แหวน เงินทอง มาเต็มลำเพื่อมาค้าขายยัง เมืองเพชร แต่ได้ประสบกับลมมรสุมจนเรือ ได้อับปางลง สินค้าและทรัพย์สินมีค่าจึงได้ จมลง จากตำนานดังกล่าวทำให้บรรพบุรุษ เชื่อว่าที่ดินในพื้นที่ตำ บลบางแก้วซึ่งใน อดีตเป็นทะเลมีทรัพย์สินที่มีค่าอยู่ในผืน แผ่นดินแห่งนี้ประกอบกับชายหาดของ บางแก้วที่มีกระซ้าซึ่งเป็นเปลือกหอยที่มี อยู่มากที่ชายฝั่งทะเลบางแก้วยามเมื่อต้อง แสงตะวันเป็นประกายระยิบระยับ ชาวบ้าน จึงได้ออกหาสิ่งที่มีค่าที่ยังคงสภาพอยู่ บริเวณชายหาดทำ ให้ได้เรียกขนานนาม ว่า “บางแก้ว” จนมาถึงปัจจุบัน และตำนาน นี้ก็ยังเป็นเรื่องเล่าสู่ลูกหลานกันต่อไป


กาลเวลาผ่านไปประเทศไทยได้มีการพัฒนาประเทศจากเกษตรแบบพึ่งพาอาศัยเกื้อกูล มาเป็นเกษตรอุตสาหกรรม ทำให้กระซ้า (เปลือกหอย) ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ชาว บ้านที่อาศัยใกล้เคียงชายทะเลอ่าวบางแก้วจึงได้ลักลอบเข้าขุดกระซ้าบรรจุถุงจำหน่าย และปัญหาการบุกรุกป่า ชายเลนได้มีความรุนแรงขึ้นจนไม่มีสภาพความเป็นป่าชายเลน เกิดปัญหาการกัดเซาะชายทะเลอย่างรุนแรงแบบ ที่ไม่เคยมีมาก่อน สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนของประชาชน วัดวาอาราม ต้องรื้อย้ายเข้ามาในแผ่นดินมาก ขึ้น อันเนื่องจากไม่มีปราการธรรมชาติในการป้องกันแรงกระแทรกของคลื่นลมที่พัดเข้าชายฝั่งในฤดูกาลที่คลื่น ลมแรง ประกอบกับการสร้างเขื่อนทำให้มีการขังน้ำไว้ในเขื่อน ตะกอนที่แขวนลอยในน้ำจึงตกตะกอนในเขื่อน ตะกอนที่จะลอยตามน้ำออกปากอ่าวแล้วมาเติมให้กับชายฝั่งจึงลดลง ทางด้านชายฝั่งทะเลอ่าวบางแก้ว (อ่าวไทย) ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาก ที่สุด มีการกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้หมู่บ้าน ศาลากลางบ้านบางแก้ว วัดโคมนารามต้องดำเนินการย้ายสิ่งก่อสร้าง ขยับเข้ามาในผืนดินให้มากขึ้น จนกระทั่งได้มีศึกษาผลกระทบจากปัณหาดังกล่าวเพื่อแก้ไขอย่างเร่งด่วน และ ได้ทำการสร้างเขื่อนหินโดยสร้างจากชายฝั่งเป็นจำนวน 14 กอง เพื่อช่วยในการลดความแรงที่จะเข้ามาปะทะ ชายฝั่งของคลื่นลมที่จะปะทะกับชายฝั่งได้หลังจากสร้างเขื่อนแล้วปัญหาการกัดเซาะได้ลดความรุนแรงของการ พังทลายของชายฝั่งลง ปัญหาที่เกิดขึ้น....


ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ จังหวัดเพชรบุรีมีสภาพพื้นดินเดิมเป็นดินเค็มเนื่องจากเป็นนาเกลือทิ้งร้าง ดังนั้นการพัฒนาเป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจึงจำเป็นต้องนำดินมาถมสร้างคันบ่อและพื้นบ่อเพื่อกักเก็บน้ำทะเลและ วางระบบการหมุนเวียนของน้ำระหว่างน้ำจืดและน้ำทะเลให้สมดุลและเหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำทะเล แต่ละช่วงชีวิต สรุปผลการดำเนินงาน ดังนี้ บริเวณโครงการฯ มีแหล่งน้ำจืดจากคลองซอยชลประทาน ทำให้สามารถเลี้ยงสัตว์สองน้ำ เช่น กุ้ง ก้ามกราม ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากะพงขาวจนถึงปลาน้ำเค็ม เช่น ปลากุดสลาด ปลากะรัง และปลาหมอทะเล เป็นต้น โดยในฟาร์มมีระบบท่อน้ำเชื่อมโยงถึงกันทุกฟาร์มย่อย ทั้งนี้ของเสียจากทุกฟาร์มย่อยจะถูกนำมา ใช้เป็นอาหารของไรน้ำเค็ม (อาร์ทีเมีย) ที่ดำรงชีวิตโดยการกรองกินอินทรีย์สารทุกชนิด และตัวไรน้ำเค็มเอง สามารถนำมาใช้เป็นอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อนในฟาร์มด้วย น้ำที่เค็มจัดจากการเลี้ยงไรน้ำเค็มจะส่งต่อไปยังแปลงสาธิตการทำนาเกลือ ที่เป็นอาชีพดั้งเดิมของ เกษตรกรแหล่งนี้แต่พัฒนาต่อยอดไปสู่การทำน้ำทะเลธรรมชาติแบบผงที่สะดวกต่อการนำไปใช้เพาะเลี้ยงสัตว์ น้ำในที่ห่างไกลจากทะเลเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตเกลือให้มีราคาสูงขึ้น ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ จังหวัดเพชรบุรี


กระบวนการสุดท้ายของการทำนาเกลือจะได้ปุ๋ยสำหรับนำไปเพาะปลูกต้นไม้ซึ่งสรุปว่าฟาร์มทะเลตัวอย่าง จะไม่มีการปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มสู่สิ่งแวดล้อม เรียกว่า ฟาร์มซีโร่เวสท์(Zero waste) นอกจากนี้ฟาร์ม ทะเลสามารถคงความเค็มของน้ำทะเลในทุกฟาร์มย่อยต่างๆ ให้คงที่ได้ตลอดทั้งปีซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนา ระบบสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำ โดยมีการพัฒนาระบบน้ำไหลเวียนขึ้นลงเลียนแบบธรรมชาติหรือหลักการนำพา ออกซิเจน แร่ธาตุ รวมทั้งสารอาหารไปหาผู้ใช้ประโยชน์คือ สาหร่ายเซลล์เดียวจนถึงสาหร่ายขนาดใหญ่ ครบ วงจรทำให้ลดการเน่าเสียหรือการล้มลงของห่วงโซ่อาหารทุกห่วงโซ่เป็น องค์ความรู้ที่เกษตรกรสามารถนำไป ใช้เป็นแบบอย่างได้ ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ จังหวัดเพชรบุรีนับ เป็นที่รวมของนวัตกรรมการพัฒนาอุปกรณ์ในการ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อจากต่างประเทศ เช่น อุปกรณ์ แยกของเสียจำพวกโปรตีนออกจากน้ำ (protein skimmer) เรือและถังลำเลียงปลาให้มีชีวิตรอด ถัง รวบรวมไข่ปลาทูหลังการวางไข่ เครื่องให้อากาศ พลังงานแสงอาทิตย์เครื่องให้อาหารสัตว์น้ำอัตโนมัติ กระชังเลี้ยงสัตว์น้ำที่เคลื่อนที่ได้ฯลฯ ในส่วนพื้นที่ตามคันบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำในฟาร์ม ยังจัดให้มีการปลูกพืชคลุมดิน เช่น ผักเบี้ย ตะไคร้ หอม ส่วนพืชยืนต้นทนเค็มที่หายาก ได้แก่ มะพร้าว น้ำหอม มะพร้าวสีทอง มะแพร้ว มะขามป้อม ทับทิม มะม่วงหาวมะนาวโห่ มะขวิด กระทิง ในฟาร์มยังคงสภาพผืนป่าชายเลนภายใน ฟาร์มให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของประชาชนทั่วไป และแหล่งเลี้ยงตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อน และทรัพยากร มีชีวิตอื่นๆ ส่วนในทะเลมีแปลงสาธิตการเลี้ยงหอย แมลงภู่แบบแพเชือก ซึ่งเป็นรูปแบบการเลี้ยงแบบใหม่ ที่ลดปัญหาการตายของหอยแมลงภู่ จากการหัก ล้มของหลักไม้ในฤดูมรสุมและความเสื่อมโทรมของ สิ่งแวดล้อมบริเวณแปลงเลี้ยงที่เกษตรกรมักตัดโคน หลักทิ้งตอไว้ในพื้นทะเล รวมทั้งการปักหลักล่อหอย ที่หนาแน่นเป็นสาเหตุของการเป็นโรคพยาธิในหอย สองฝาหลายชนิด


การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไร้มลภาวะ (Zero Waste) หมายถึง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หมุนเวียนน้ำ และบำบัดคุณภาพน้ำตามธรรมชาติเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศวิทยา ให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของ สัตว์น้ำตลอดระยะเวลาการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยไม่มีการระบายน้ำที่ผ่านการเลี้ยง และสารอินทรีย์ลงสู่สิ่งแวดล้อม เมื่อสิ้นสุดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบไร้มลภาวะ (Zero Waste) นอกจากจะได้ผลผลิตสัตว์น้ำ ยังสามารถนำของเสียมาทำให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่า โดยน้ำทะเลที่ผ่านการเลี้ยงสัตว์น้ำจะเปลี่ยนเป็นเกลือ ทะเล หรือน้ำทะเลผง ส่วนของเสียจากการเลี้ยงสัตว์น้ำและสารอินทรีย์อื่นๆ เช่น เศษอาหาร สิ่งขับถ่ายของ สัตว์น้ำ เป็นต้น จะเปลี่ยนเป็นไรน้ำเค็มหรืออาร์ทีเมีย จึงเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืน และลดผลกระทบ จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เกิดต่อสิ่งแวดล้อม รูปที� ๑ การเลี�ยงสัตว์นํ�าไร้มลภาวะ (ZERO WASTE) เครื�องดันนํ�า เครื�องตีนํ�า ทิศทางการไหลเวียนของนํ�า ทิศทางการนําสารอาหาร ไปเลี�ยงอาร์ทีเมีย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบไร้มลภาวะ (Zero Waste) โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริ


1.การเตรียมบ่อและคลองบำบัดคุณภาพน้ำ 1.การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไร้มลภาวะ (Zero Waste) จะประกอบด้วย ตามรูปที่ 1 - บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ขนาดประมาณ 40x70x2.5 เมตร เตรียมน้ำทะเลเข้าสู่บ่อเลี้ยง พร้อมติดตั้ง เครื่องตีน้ำ เครื่องให้อากาศ และแอร์โอทูอย่างละ ๑ ชุด และเปิดเครื่องตีน้ำเป็นระยะๆ จนกระทั่งสาหร่ายทะเล หรือหญ้าทะเลเริ่มขึ้นน้ำในบ่อเลี้ยงจะใส จึงปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยง - บ่อเลี้ยงอาร์ทีเมีย ขนาดประมาณ 40x75x4 เมตร เตรียมน้ำความเค็ม 90 – 170 ส่วนในพัน เพื่อเลี้ยงไรน้ำเค็ม (อาร์ทีเมีย) เมื่อสิ้นสุดกระบวนการเลี้ยงสัตว์น้ำจะนำเศษอาหาร สารอินทรีย์อื่นๆ จากบ่อ เลี้ยงสัตว์น้ำ ไปเลี้ยงไรน้ำเค็ม - นาเกลือ รับน้ำทะเลจากธรรมชาติหรือน้ำความเค็มสูงจากบ่อเลี้ยงไรน้ำเค็ม ที่นำไปบำบัดบ่อเลี้ยง สัตว์น้ำแล้ว ผลิตเป็นเกลือแกง และน้ำทะเลผง - คลองบำบัดคุณภาพน้ำ รอบบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยแบ่งคลองบำบัดน้ำเป็นรูปตัวซีขนาดด้านละ ประมาณ 15x230x2.5 เมตร เตรียมน้ำทะเลเข้าสู่คลองบำบัดคุณภาพน้ำ พร้อมบำบัดคุณภาพน้ำด้วยการ หมุนเวียนน้ำ การเติมอากาศ การเลี้ยงสาหร่ายทะเล และการเลี้ยงปลากินพืชในกระชัง และปลากินเนื้อ เช่น ปลากะพงขาว 2.การหมุนเวียนน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ ๑. การหมุนเวียนน้ำทะเลคลองบำบัดคุณภาพน้ำ เป็นเลียนแบบการขึ้นลงของน้ำทะเล โดยเปิดเครื่องดัน น้ำในคลองบำบัดคุณภาพน้ำ เพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้นด้านหนึ่ง (น้ำขึ้น) และระดับน้ำลดลงอีกด้านหนึ่ง(น้ำลง) และดำเนินการสลับเปลี่ยนทิศทางการขึ้นลงของน้ำทุกวัน เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของมวลน้ำทะเล นำสาร อาหารแพร่กระจายไปสู่สาหร่ายทะเลในคลองบำบัดคุณภาพน้ำ ๒. การหมุนเวียนน้ำทะเลในบ่อเลี้ยง โดยรับน้ำทะเลจากคลองบำบัดคุณภาพน้ำด้านที่มีระดับสูงเข้าบ่อ เลี้ยง และระบายน้ำออกลงคลองด้านคลองบำบัดคุณภาพน้ำที่มีระดับน้ำต่ำ ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง และ ดำเนินการสลับทิศทางการรับน้ำเข้าและออกของบ่อเลี้ยง ตามการเลียนแบบการขึ้นลงของน้ำในคลองบำบัด คุณภาพน้ำ ๓.น้ำที่ผ่านการเลี้ยงสัตว์น้ำและหมุนเวียนลงคลองบำบัดคุณภาพน้ำ จะได้รับการปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยชีวะวิธีคือ - การเลี้ยงสาหร่ายทะเล เช่น สาหร่ายกลวง สาหร่ายเม็ดพริกไทย เป็นต้น ในคลองบำบัดคุณภาพน้ำ เพื่อดูดใช้สารอาหาร (แอมโมเนีย และไนไตร์ท) ที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์น้ำ - การเลี้ยงปลากินพืชในกระชัง ตามคลองบำบัดคุณภาพน้ำ เพื่อควบคุมปริมาณสาหร่ายทะเล และ แพลงค์ตอน ให้เหมาะสมต่อการบำบัดคุณภาพน้ำ เช่น ปลากะบอก ปลาทูปลานวลจันทร์ทะเล เป็นต้น - การเลี้ยงปลากินเนื้อ เพื่อควบคุมประชาการปลากินพืชในคลองบำบัดคุณภาพน้ำ และปลากินพืช หลุดรอดจากกระชัง เช่น ปลากะพงขาว ปลากะรัง เป็นต้น


แผนผังแสดงกลไกการทํางานของเครื�องผันนํ�า (มุมมองด้านข้าง) 3.การใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าของเสีย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไร้มลภาวะ (Zero Waste) จะเป็นการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ไม่มีการระบายของเสียลงสู่สิ่ง แวดล้อม ทั้งระหว่างการเลี้ยง และเมื่อสิ้นสุดการเลี้ยง แต่จะเพิ่มคุณค่าของเสียให้เกิดมูลค่า ดังนี้ ๑.เมื่อสิ้นสุดการเลี้ยงสัตว์น้ำ สารอินทรีย์และเศษอาหารที่ตกค้างพื้นบ่อเลี้ยง จะดำเนินการบำบัด ด้วยการพรวนดินพื้นบ่อด้วยเครื่องแอร์โอทู2 – 3 ครั้ง และจะนำไปเพิ่มมูลค่าด้วยการเลี้ยงไรน้ำเค็มหรืออาร์ ทีเมีย เพื่อจำหน่ายหรือใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อไป ๒.น้ำทะเลที่ผ่านการเลี้ยงสัตว์น้ำ จะไม่มีการถ่ายเทลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติแต่จะดำเนินการเพิ่มมูลค่า โดยผ่านกระบวนการเปลี่ยนเป็นเกลือแกง และน้ำทะเลผงสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือการเลี้ยงปลาสวยงาม


4.ผลการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไร้มลภาวะ (Zero Waste) โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริดำเนินการเลี้ยงสัตว์น้ำไร้มลภาวะ (Zero Waste) มี ผลผลิตสัตว์น้ำและอื่นๆ ๑๑,๐4๘ กิโลกรัม และสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายสัตว์น้ำและผลผลิต จำนวน ๘7๒,๓๔9 บาท ชนิดสัตว์นํ�า ผลผลิต (ก.ก.) รายได้ (บาท) 1.ปลากะพงขาว 1,006 127,680 2.ปลากะพงขาว 1,117 177,638 3.ปลากะพงขาว 1,010 168,800 4.กุ้งกุลาดํา 1,321 183,780 ๕.ไรนํ�าเค็ม(อาร์ที เมีย) ๓,๐๓๖ 167,011 ๖.นํ�าทะเลผง ๓,๕๕๘ ๔๗,๔๔๐ รวม ๑๑,๐๔๘ ๘๗๒,๓๔๙


กิจกรรมภายในโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ


เดิมการทำการประมงของชาวประมงท้องถิ่น มีหลายแบบ เช่น การเดินเก็บหอย ปูการขึงอวนดักปลา กุ้ง ปูสัตว์น้าต่างๆ ขณะน้ำทะเลลงต่ำ การใช้เรือรุน เรืออวนปูเรืออวนปลา และเรืออวนล้อม นอกจากนี้ยัง มีเรือประมงขนาดใหญ่จากต่างถิ่นเข้ามาทำการประมงผิดประเภท ทาให้ปริมาณสัตว์น้ำในบริเวณนี้มีน้อยลง จนในฤดูร้อนแทบจะจับสัตว์น้าไม่ได้เลย แต่หลังจากมีโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริฯขึ้น การ ทำการประมงพื้นบ้าน เช่น การวางอวนปูก็ได้ปูเยอะขึ้น จากเดิมที่บางฤดูจับปูได้น้อยหรือไม่ได้เลย มาถึงทุก วันนี้จับปูได้ปริมาณสม่ำเสมอ ออกเรือทุกวันก็จะมีปูติดอวนมาทุกวัน ชาวบ้านที่เดินเก็บหอยตลับ หรือที่นี่ เรียกหอยขาว หอยแครง หอยเสียบ ก็มีมากขึ้น เรือประมงจากที่เคยไปจอดไว้ในคลองอื่นๆ ก็กลับมาจอดที่ นี่เยอะขึ้น อีกทั้งกรมประมงยังมาส่งเสริมเรื่องธนาคารปูม้าอีกด้วย และในโครงการฯ ก็มีการเลี้ยงหอยแมลงภู่ แบบแพเชือกแขวน ซึ่งเป็นแนวกั้นเรือประมงขนาดใหญ่อย่างดีและเป็นแหล่งอนุบาลลูกปูมีที่สำคัญของพื้นที่นี้ เลย อีกทั้งชาวบ้านเริ่มมีความรู้สึกหวงแหนทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่มากขึ้น ช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้คน ต่างถิ่นเข้ามาลุกล้าทาการประมงอย่างผิดกฎหมาย ไม่จับหอยตัวเล็ก ปูตัวเล็ก ส่งผลให้สัตว์ทะเลพวกหอย ปู กุ้ง มีเพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องออกเรือไปหาสัตว์น้าไกลๆ มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เพราะแค่ไปวางอวนแล้วก็ ไปเก็บอวน แค่นี้ก็มีปูขายทั้งปีแล้ว หลายคนจากเดิมต้องไปรับจ้างไกลบ้าน ก็ได้กลับมาทำงานใกล้บ้าน พบปะ ญาติพี่น้องมากขึ้น ครอบครัวก็อบอุ่น ถึงแม้จะมีค่าแรงน้อยกว่าทำงานแบบอื่น อีกหน่อยต้องมีนักท่องเที่ยว มา ทำให้ชาวประมงและคนในชุมชนมีความหวังในการประกอบอาชีพมากขึ้น พร้อมร่วมแรงร่วมในการพัฒนา ท้องถิ่นของพวกเขา โครงการยังเป็นการทำฟาร์มทะเลแบบผสมผสานกลมกลืนกัน มีการปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆ มีการเลี้ยง ปลา เลี้ยงกุ้งให้ได้ผลผลิตดีไม่มีโรค มีการเพาะพันธุ์ปลาหายากและปลาเศรษฐกิจ เช่น ปลาทูมีการเอา สาหร่ายมาทำเป็นอาหารสัตว์ซึ่งทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ไปด้วย กิจกรรมในโครงการก็มีมากมายทั้งบนบกและ ในทะเล โครงการฯ ทำให้สัตว์ทะเลต่างๆ กลับมาอยู่แถวนี้มากขึ้น 1.กลุ่มธนาคารปูม้า ดำเนินการโดยชาวประมงพื้นบ้านตำบลบางแก้ว


2.กิจกรรมการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบไร้มลภาวะ (Zero Waste Farm) โดยมีระบบน้ำไหลขึ้น-ลง เลียนแบบกลไกธรรมชาติพร้อมจัดสมดุลของระบบหมุนเวียนระหว่างน้ำจืด น้ำทะเล ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่ความเค็ม5 ส่วนในพัน ถึงมากกว่า 170 ส่วนในพัน จึงสามารถเลี้ยงสัตว์สองน้ำ เช่น กุ้งก้ามกราม ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากะพงขาว จนถึงปลาทะเล เช่น ปลากุดสลาดปลากะรัง และปลาหมอทะเล เป็นต้น 3.กิจกรรมเพิ่มมูลค่าของเสียจากฟาร์มย่อยโดยใช้เป็นอาหารของไรน้ำเค็ม น้ำความเค็มสูงจากการเลี้ยงไรน้ำเค็ม ผลิตเกลือหรือน้ำทะเลผง ที่สะดวกต่อการนำไปใช้เพาะเลี้ยงสัตว์ น้ำในที่ห่างไกลจากทะเลกระบวนการสุดท้ายของการเพาะเลี้ยงแบบไร้มลภาวะจะไม่มีการถ่ายเทของเสียสู่สิ่ง แวดล้อม


4.กิจกรรมปูแสมคืนถิ่นและปลูกพืชยืนต้นทนเค็ม ปลูกผักเบี้ยเพื่อสร้างแหล่งหลบซ่อน และอาหารแก่ปูแสม ปลูกพืชยืนต้นทนเค็มกินได้ไม่ผลัดใบ เป็นพืชคลุมดิน ช่วยลดการ พังทลายของคันดิน 5.กิจกรรมพัฒนาสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์สองน้ำระบบปิด เป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์สอง น้ำ เช่น กุ้งก้ามกราม ปลากระบอก ปลานวลจันทร์ปลากะพงขาว ปลาจาระเม็ดทองฯลฯ ควบคุมให้ความเค็มผันแปรอยู่ระหว่าง 5 ถึง 30±5 ส่วนในพันส่วน 6.กิจกรรมพัฒนาสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทนเค็มสูงระบบปิด เป็นการเลี้ยงไรน้ำ เค็มในน้ำความเค็มสูง ระหว่าง 90 ถึง 170±20 ส่วนในพันส่วน โดยใช้ของเสียจาก การเลี้ยงสัตว์น้ำ และมูลฝอยภายในฟาร์มย่อยเป็นอาหารไรน้ำเค็ม และเป็นแหล่งผันน้ำ ความเค็มจัดไปใช้ต่อในฟาร์มย่อยอื่นๆ


7.กิจกรรมพัฒนาสาธิตการผลิตเกลือและน้ำทะเลผง เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของ น้ำเค็มจากฟาร์มย่อยต่างๆ เป็นน้ำทะเลผงเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และมี ผลพลอยได้เป็นปุ๋ยขี้แดด 8.กิจกรรมการเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแพเชือก เป็นการเปลี่ยนสารอาหารจาก ธรรมชาติเป็นรายได้ด้วยการเลี้ยงหอยทะเลที่กรองกินแพลงก์ตอนธรรมชาติที่มีมาก ในทะเลเป็นอาหาร และเปรียบเสมือนปะการังเทียมลอยน้ำ เป็นแหล่งอาศัย และขยาย พันธุ์ของสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ เพิ่มความชุกชุมของสัตว์น้ำเพื่อประโยชน์แก่ชาวประมง พื้นบ้าน 9.กิจกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังเป็นการพัฒนาต่อยอดการจับ และลำเลียงสัตว์ ทะเลมีชีวิต โดยรวบรวมสัตว์น้ำ ที่อาศัยหลบซ่อนใต้แพเชือกเลี้ยงหอย และลำเลียงมา เพาะเลี้ยงในบ่อดินหรือโรงเพาะฟักภายในฟาร์มทะเลต่อไป


Click to View FlipBook Version