Joyful travel to explore Lamphun ท่องเที่ยวสุขใจไปแอ่วลำ พูน ท่องเที่ยวลำ พูน ตามรอยเทยเที่ยวไทย เชิญรับประทานก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำ ไย แวะชมผ้าไหมยกดอกสินค้าส่งออกที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก แวะแขวนโคมที่เทศกาลโคมแสนดวง
บทบรรณาธิการ สารคดีเล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อนำ เสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและวิถีชีวิตของคนในจังหวัดลำ พูน จังหวัดลำ พูน หรือ ที่รู้จักกันในท้องถิ่นว่า “เมืองหละปูน” เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีความงดงามและเอกลักษณ์ ในด้านต่างๆ ทั้งด้านอาหาร ศิลปะสิ่งทอ การแสดงพื้นเมือง โดยคณะผู้จัดทำ ได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นจุดเด่นของ จังหวัดลำ พูน มานำ เสนอในสารคดีเล่มนี้ เพื่อเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจ และต้องการท่องเที่ยวภายในจังหวัดลำ พูน ได้รับรู้ ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลำ พูน ทางคณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสารคดีเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน หากเกิดข้อผิดพลาดประการใดต้อง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัผู้ จัดทำ
สารบัญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม่ม ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้จัดทำ สารคดี ท่องเที่ยวทั่วไทยไปแอ่วลำ พูน ทรงพระเจริญ อัจฉริยะนารี ศรีแผ่นดิน สยามศิลป์ สะท้อนค่า สง่าศักดิ์ พระกรณีย์ เป็นที่รู้ เป็นที่จัด พร้อมใจภักดิ์ ทั้งโลกหล้า ทรงพระเจริญ
ก๋ว ก๋ ยเตี๋ย ตี๋ วหมูตุ๋นตุ๋ ลำ ไย Mo Tun Lam Yai Noodle ก๋ ว ย เ ตี๋ ย ว เ ด็ ด ที่ ลำ พู น ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋ มู ตุ๋ นลำ ไยอาหารสตรีทฟู้ดของลำ พูน
MAGAZINE VOL. 1 หากคุณเดินทางมาเที่ยวจังหวัดลำ พูนเมืองเล็กๆ หลายครั้งที่คุณมาเที่ยว แล้วคุณอาจจะรู้สึกเหนื่อยหรือ อาจจะรู้สึกว่าลำ พูนเป็น ป็ เมือ มื งเล็ก หาร้านอาหารหรือ ของกินยาก อาหารที่ถือว่าขึ้นชื่อของเมืองลำ พูนเมื่อมา แล้วคุณคุควรจะได้ลิ้มลองก่อนกลับ นั่นก็คือ ก๋วยเตี่ยวหมู ตู๋นลำ ไย ซึ่งตั้งอยู่ใยู่กล้กับวัดพระธาตุหตุริภุญชัย เพียงข้าม ถนนมาฝั่งตรงข้ามวัด เดินข้าข้มสะพานขัวมุงท่าสิงห์ตรง มาอีกเล็กน้อน้ย จะเห็นร้าร้นตั้งอยู่ทยู่างซ้ายมือ เป็นอาหา รสตรีทฟู้ดหากินง่าย ราคาประหยัดยัและที่สำ คัญความ พิเศษของก๋วยเตี๋ยวที่นี่คื นี่ คื อมีการใส่เส่นื้อลำ ไยลงไปด้วย ทำ ให้ก๋ห้ก๋วยเตี๋ยวนี้มี นี้ มี ความเป็น ป็ อัตลักษณ์ของลำ พูน ซึ่งเรา ไม่คม่วรพลาด 2 ร้าร้นนี้มี นี้ เ มี มนูเนูด็ดอยู่ที่ยู่ที่ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นตุ๋ลำ ไย (50-60 บาท) และความพิเศษก็คือ น้ำ ซุปที่ใช้ลำ ไย อบแห้งห้มาตุ๋นกับหมูพมูร้อมด้วยเครื่องตุ๋นยาจีนซึ่ง เป็น ป็ สูตสูรเฉพาะของร้าร้น ใช้เวลาเคี่ยวนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงได้น้ำ ซุปที่หวานหอมจากลำ ไยอบแห้ง บวกกับความหอมของเครื่อ รื่ งยาจีน ส่วส่นเนื้อหมูก็ ตุ๋นจนเปื่อ ปื่ ยนุ่มนุ่ ได้ที่ ตักใส่ชส่ามมาพร้อร้มกับเนื้อลำ ไย ได้ความหวานกินอร่อร่ยคู่กับทั้งเส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นส้ ใหญ่ บะหมี่ ที่เลือกได้ตามใจ
อีกเมนูชนูวนกินของร้าร้นคือ ก๋วยเตี๋ยวทรงเครื่อ รื่ ง โบราณ เป็น ป็ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ขลุกลุขลิก ใส่เส่ครื่อ รื่ งมาเต็ม ชาม ทั้งหมูตุ๋มูตุ๋นตุ๋ลำ ไย เลือดหมู ถั่วฝักฝัยาว มะม่วม่งสับสั ถั่วลิสงป่นป่ ปรุงรสมาให้เห้รีย รี บร้อร้ย เวลากินต้องคลุกลุ เคล้าให้ทั่ห้ทั่วๆ จะได้ความหอมมันมัจากถั่วลิสงป่นป่ ความหอมหวานจากน้ำ ลำ ไย และความเปรี้ย รี้ วจาก มะม่วม่งสับสั กินก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำ ไยก็ต้องมาคู่กับ น้ำ ลำ ไย ที่ต้มมาจากลำ ไยอบแห้งชิ้นใหญ่คัดคุณภาพ รสชาติหวานกำ ลังดี หอมลำ ไย ดื่มแล้วชื่นใจ ก๋วยเตี๋ยวทรงเครื่อรื่งโบราณ น้ำ ลำ ไย อย่าย่ลืมนะคะ ที่พลาดไม่ไม่ด้เด้มื่อมื่มาเยือยืนลำ พูน ก็คือ “ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นตุ๋ลำ ไย” ก๋วยเตี๋ยวอร่อร่ยๆ ที่ปรุงรุมาจากลำ ไย ถ้าทุกทุท่านเดินดิทางมาเที่ยว จังจัหวัดวัลำ พูน ลองมาแวะทานก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นตุ๋ ลำ ไยที่เป็นป็ซิกซิเนเจอร์ขร์องจังจัหวัดวัลำ พูน และ หากทุกทุท่านที่ได้มด้าเที่ยวลำ พูน แวะสักสัการะพระ ธาตุหตุริภุริญภุชัยชัเสร็จร็แล้วข้าข้มฝั่งมาชิมชิก๋วยเตี๋ยว อร่อร่ยๆ น้ำ ซุปหอมหวานจากลำ ไย กันได้เด้ลยค่ะ
เทยเที่ย ที่ วไทย รายการที่นำ ที่ นำ เสนอแหล่ง ล่ ท่อ ท่ งเที่ย ที่ วจังหวัดลำ พูน
เทยเที่ย ที่ วไทย FILM NEGATIVE FILM NEGATIVE FILM NEGATIVE 1 0 1 1 หากพูดถึงถึรายการท่อท่งเที่ย ที่ วของไทย รายการหนึ่ง นึ่ ที่ลื ที่ มลื ไม่ไม่ด้เด้ลยคือคืเทยเที่ย ที่ วไทย คาดว่าว่ท่าท่นผู้อ่ผู้ าอ่นคงเคยเห็นห็ ผ่าผ่นตากันกัมาบ้าบ้งแล้วล้เพราะนี่คื นี่ อคืรายการท่อท่งเที่ย ที่ วใน ตำ นานที่มี ที่ มมีายาวนานถึงถึ 12 ปี ได้เด้ดินดิทางท่อท่งเที่ย ที่ วมาแล้วล้ ทั่วทั่ ประเทศไทย รวมถึงถึลำ พูนเอง ซึ่ง ซึ่ มาถึงถึสามครั้งรั้ด้วด้ยกันกั เทยที่ย ที่ วไทยเป็นป็รายการท่อท่งเที่ย ที่ วในรูปรูแบบไลฟสไตล์ ของกะเทย นำ โดยพิธีพิกธีรหลักลัอย่าย่ง กอล์ฟล์ -กิตกิติพัติทพัธ์ ชลา รักรัษ์,ษ์ก๊อก๊ตจิ-จิทัชทัชกร บุญบุลัภลัยานันนัท์ และ เจนนี่ ปาหนันนั ซึ่ง ซึ่ รายการนี้ไนี้ ด้อัด้ ปอั โหลดวิดีวิโดีอลงยูทูยูบทูทางช่อช่ง GMMTV และ เทยเที่ย ที่ วไทย & friends
เทยเที่ย ที่ วไทย หากพูดถึงถึรายการท่อท่งเที่ย ที่ วของไทย รายการหนึ่ง นึ่ ที่ลื ที่ มลื ไม่ไม่ด้เด้ลยคือคืเทยเที่ย ที่ วไทย คาดว่าว่ท่าท่นผู้อ่ผู้ าอ่นคงเคยเห็นห็ ผ่าผ่นตากันกัมาบ้าบ้งแล้วล้เพราะนี่คื นี่ อคืรายการท่อท่งเที่ย ที่ วใน ตำ นานที่มี ที่ มมีายาวนานถึงถึ 12 ปี ได้เด้ดินดิทางท่อท่งเที่ย ที่ วมาแล้วล้ ทั่วทั่ ประเทศไทย รวมถึงถึลำ พูนเอง ตอนแรกของรายการเทยเที่ยที่วไทย: เทยเที่ยที่วไทย ตอน 1 - พาเที่ยที่วเมือมืงจำ ลอง พัทพัยา เทยเที่ยที่วไทย ตอน 57 - พาเที่ยที่ว ลพบุรีบุรี เทยเที่ยที่วไทย ตอน 121 - พาเที่ยที่ว กระบี่ เทยเที่ยที่วไทย The Route | ตอน 344 | พาเที่ยที่ว ล่อล่งแก่งก่หินหิเพิงพิจ.ปราจีนจีบุรีบุรี รายการนี้ยันี้งยัเคยมาถ่าถ่ยทำ ที่ลำที่ลำพูนอีกอีด้วด้ย: เทยเที่ยที่วไทย ตอน 559 - พาเที่ยที่ว จ.ลำ พูน เทยเที่ยที่วไทย ตอน 593 | เทปสุดสุท้าท้ยที่พัที่ทพัยา จนกว่าว่จะได้พด้บกันกั ใหม่ เทยที่ย ที่ วไทยเป็นป็รายการท่อท่งเที่ย ที่ วในรูปรูแบบไลฟสไตล์ขล์องกะเทย นำ โดยพิธีพิกธีรหลักลัอย่าย่ง กอล์ฟล์ -กิตกิติพัติทพัธ์ ชลารักรัษ์,ษ์ก๊อก๊ตจิ-จิทัชทัชกร บุญบุลัภลัยานันนัท์ และ เจนนี่ ปาหนันนัซึ่ง ซึ่ รายการนี้ไนี้ ด้อัด้ ปอั โหลดวิดีวิโดีอ ลงยูทูยูบทูทางช่อช่ง GMMTV และ เทยเที่ย ที่ วไทย & friends
ในครั้งรั้แรก ตอนที่ 158 ได้เด้ที่ยวชมสถานที่หลาย แห่งห่เช่นช่วัดวัพระธาตุหตุริภุริญภุชัยชัวรมหาวิหวิาร, พิพิพิธพิภัณฑ์ชุมชนเมือมืง, คุ้มคุ้เจ้าจ้ราชสัมสัพันพัธวงษ์, จิรจิ ธนาฟาร์มร์ , สะพานทาชมภู,ภูขัวขัมุงท่าสิงสิค์ ซึ่งซึ่เป็น สถานที่ที่มีคมีวามสำ คัญและมีชื่มีชื่อชื่เสียสีงของลำ พูน ครั้งรั้ที่สอง ปรากฎในตอนที่ 455 พาเที่ยว “ทาปัน รักรัษ์” ซึ่งซึ่เป็นออร์แร์กนิคนิ ฟาร์มร์ที่ได้รัด้บรัมาตราฐาน อินทรีย์รีภย์าคเหนือนื (มอน.) มีกิมี กิจกรรมให้ทำห้ ทำมากมาย อย่าย่ง เก็บผักผัผลไม้ พิซพิซ่าซ่เตาถ่าน และในตอนที่ 455 นี้ยันี้งยัได้แด้ขวนโคมที่ลานอนุสนุาวรีย์รี ย์ พระนางจามเทวี ได้ชื่ด้ ชื่นชื่ชมความสวยงามของเทศกาล โคมแสนดวงที่มีมมีาอย่าย่งช้าช้นาน เพื่อพื่น้อน้มถวายเป็นป็พุทธ บูชาแด่อด่งค์พระเจ้าจ้หริภุริญภุชัยชั ครั้งรั้ที่สามคือในตอนที่ 559 ซึ่งซึ่ในตอนนี้ เทยเที่ยวไทยได้ พาเยี่ยยี่มชม The Terracotta at Lamphun ซึ่งซึ่เป็นป็ร้าร้น อาหารคาเฟ่ที่ฟ่ ที่รายล้อมไปด้วด้ยประติมากรรมฝาผนังนั สไตล์ขอม ที่ทำ จากดินดิเผา อีกทั้งทั้ยังยัมีสมีระมรกตและ เจดีย์ดีแย์บบทวารวดีใดีห้ชห้มกัน จบด้วด้ยการไปตลาดชุมชน บ้าบ้นดอยแก้ว แหล่งรวมของป่าป่ของหายากอันขึ้นขึ้ชื่อชื่ ของลำ พูน หากไม่รู้ม่ว่รู้าว่จะไปเที่ยวที่ไหนดี ถึงลำ พูนจะเป็นป็ เมือมืงเล็ก แต่ก็มีสมีถานที่ให้ไห้ด้ได้ปเที่ยวชมไม่น้ม่อน้ยหน้าน้ จังจัหวัดวัอื่น TOEYTIEWTHAI
ผ้าไหมยกดอกลำ พูน หัตถศิลป์ที่ ป์ แ ที่สดงถึงความเป็น ป็ อัตลัก ลั ษณ์ของท้อ ท้ งถิ่น ถิ่ ของลำ พูน
เป็นงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของลำ พูนที่มี ความงดงามประณีตด้วยฝีมือและเป็นมรดกทาง วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนเช่น เดียวกับศิลปวัฒนธรรมอื่นๆของลำ พูนมีการเริ่ม ต้นในคุ้มเจ้าซึ่งแต่เดิมมีการทอผ้ายกดอกกันอยู่ ก่อน แต่เป็นการทอผ้ายกดอกในผ้าฝ้ายและเป็น ลวดลายธรรมดาๆไม่สวยงามวิจิตรนักจนกระทั่ง พระราชชายาเจ้าดารารัศมีซึ่งเป็นพระญาติกับ เจ้าเมืองลำ พูนได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องการทอ ผ้ายกดอกที่มีลวดลายสวยงามและมีความวิจิตร บรรจงให้แก่หมู่ข้าราชบริพารในคุ้มเจ้าต่อมาการ ทอผ้ายกดอกจึงได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณะชน ทั่วไปโดยได้มีการฝึกหัดชาวบ้านจนมีความรู้เรื่อง การทอผ้ายกดอกเป็นอย่างดีจึงทำ ให้จังหวัด ลำ พูนกลายเป็นศูนย์กลางการทอผ้าไหมยกดอก แหล่งสำ คัญของประเทศไทย ผ้าไหมยกดอกลำ พูน หากท่า ท่ นผู้อ่า อ่ นทุก ทุ ท่า ท่ นได้เดินทาง มายังจัง จั หวัดลำ พูนสิ่งของขึ้น ขึ้ชื่อ ของลำ พูนอีก อี หนึ่งสิ่งต้องยกให้ ผ้า ไหมยกดอกลำ พูน เพราะมีความ เป็น ป็ เอกลัก ลัษณ์
ลวดลายและกรรมวิธีกธีารทอ LAMPHUN ลายดอกพิกุล กุ ผ้าผ้ไหมยกดอกลำ พูน การนำ ไปใช้ปช้ระโยชน์ Yok Dok Silk ผ้ายก หมายถึง ผ้าไหมที่ทอยกลวดลายให้นูนสูงขึ้นกว่าผืนผ้า โดยเลือกยกบางเส้นและข่มข่บางเส้น แล้วพุ่งพุ่กระสวยไปในระหว่าง กลางด้วยดิ้นเงินหรือดิ้นทอง ซึ่งเทคนิคในการทอยกให้เกิดลวดลายนี้ เรียกว่า เทคนิคการยกดอก ผ้ายกเป็นผ้าโบราณที่อดีตใช้ในคุ้มเจ้า หรือในพระราชสำ นักเท่านั้น ผ้าไหมยกดอก มีความหมายเดียวกับผ้ายก ต่างกันที่การใช้ไหม พุ่งพุ่อาจจะใช้เส้นไหมสีต่างๆ แทนเส้นดิ้นในการทอผ้า คำ ว่า ยกดอก นั้นเพื่อบ่งบ่บอกถึงเทคนิคที่ใช้ทอผ้าและบ่งบ่บอกถึง ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลำ พูนที่เป็นลวดลายดอกไม้ เช่นช่ ลายดอกพิกุล ดังนั้นจึงเรียกว่า "ผ้าไหมยกดอก" หรือ "ผ้าไหมยกดอก ลำ พูน" การประดิษฐ์ลวดลายนั้น ผ้ายกลำ พูนนับว่าเป็นศิลปะการทอผ้าที่ มีลวดลายงดงามมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มีรูปแบบลวดลายที่อ่อน ช้อยงดงามของธรรมชาติ เป็นเรื่องราวของดอกไม้ ใบไม้ เช่นช่ลาย ดอกพิกุล ลายกลีบลำ ดวน ลายใบเทศ ลายเม็ดมะยม และลายพุ่มพุ่ข้าว บิณฑ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำ ลวดลายธรรมชาติเหล่านี้ประยุกต์เข้า กับลายไทยต่างๆ ตามจินตนาการของผู้ออกแบบ สำ หรับลวดลายที่ เป็นลายโบราณดั้งเดิมและยังได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ ลายดอก พิกุลหรือดอกแก้ว ซึ่งเริ่มแรกในสมัยโบราณไม่มีม่ มีการบันทึกลวดลาย เป็นลายลักษณ์อักษร ต้องจดจำ ลวดลายไว้ในหัวสมอง ถ้าความจำ ลบ เลือนหรือเสียชีวิตไป ลวดลายที่จดจำ ไว้นั้นก็สูญหายไปด้วย ทำ ให้ลาย ผ้าโบราณหายไปมากเพราะไม่ไม่ด้ลอกลายไว้ ต่อมา เจ้าพงศ์แก้ว ณ ลำ พูน (สมรสกับโอรสเจ้าผู้ครองนครลำ พูน) ได้รับการถ่ายทอดวิชา ทอผ้าด้วยกี่พื้นบ้าน และมีความสามารถในการเรียนรู้ลายผ้ายก โบราณที่สวยงามของคุ้มลำ พูน จึงได้เริ่มเก็บลวดลายไว้โดยบันทึกไว้ ในกระดาษกราฟ เพื่อเป็นต้นแบบและป้องกันการสูญหาย การทอผ้าไหมยกดอกซึ่งถือ ถื ว่าเป็น ป็ ผ้าที่มี ที่มีชื่อ เสียงในระดับประเทศ มีลวดลายดั้งเดิม เพียง ลวดลายเดียวคือ ลายดอกพิกุลกุหรือ รื ดอกแก้ว ก้ ซึ่งได้รับ รั แรงบัน บั ดาลใจมาจากดอกไม้ เอกลัก ลัษณ์เฉพาะ ผ้าไหมยกดอกลำ พูนคือผ้า ทอยกดอกที่ย ที่ กลวดลายให้สูห้ งสูกว่าผืนผ้า คำ ว่า “ยก”มาจากลัก ลัษณะการทอเส้นไหมที่เ ที่ชิดขึ้นขึ้ เรีย รี กว่ายก และเส้นไหมที่จ ที่ มลงเรีย รี กว่า“ข่มข่ ” แล้ว ล้ พุ่งกระสวยไปในระหว่างกลางโดยเลือ ลื กยก บางเส้นข่มข่บางเส้นเพื่อให้เ ห้ กิดกิลวดลาย โดยผ้า ยกลำ พูนจะเป็น ป็ ผ้ายกที่ใที่ช้เส้นไหมเพิ่มพิเศษ ทอยกให้เ ห้ กิดกิลวดลาย ซึ่งแยกกับ กั การทอ โครงสร้า ร้ งผ้าที่เ ที่ป็น ป็ การทอด้วยลวดลายขัด ขั2 ตะกอ และในปัจ ปั จุบัน บั มีการใช้ดิ้นทองดิ้นเงินงิมา ทอยกเป็น ป็ เส้นเพิ่มพิเศษให้เ ห้ กิดกิลวดลายที่สที่ วย ลามเพิ่มขึ้นขึ้ลวดลายที่เ ที่ป็น ป็ เอกลัก ลัษณ์ของ จัง จั หวัดลำ พูนที่เ ที่ป็น ป็ ลวดลายดอกไม้ เช่น ลาย ดอกพิกุลกุดังนั้นจึงจึเรีย รี กว่า ผ้าไหมยกดอก ลำ พูน รูปแบบการทอผ้ายกลำ พูน รูปแบบการทอผ้ายกลำ พูนนั้นมีรูปแบบการทอโดยใช้กี่พื้นเมือง (กี่กระทบหรือกี่มือ) ซึ่งมีทั้งกี่พื้นเมืองโบราณและกี่พื้นเมือง ประยุกต์ ดังนี้ 1. การทอผ้าด้วยกี่พื้นเมืองโบราณ การทอผ้ายกลำ พูนด้วยกี่ ทอผ้าพื้นเมืองโบราณนั้นเรียกอีกว่าการทอผ้าโดยการเกล้าจุก คือ การทอผ้าโดยไม่มีม่ มีหัวม้วนเข้ามาช่วช่ยในการดึงเส้นไหมยืน ผู้ที่ ใช้กี่ทอชนิดนี้ส่วส่นมากเป็นผู้สูงอายุที่ทอผ้ามาแต่โบราณ ซึ่งจะมี ความชำ นาญในการทอและการแก้ปัญหาการพันกันของเส้นไหม หรือแม้แต่การต่อเส้นไหมที่ขาด ตลอดจนการร้อยไหมให้ถูก ตะกอ(เขา) การทอผ้ายกด้วยกี่พื้นเมืองโบราณนั้นมีข้อจำ กัดคือ หากผู้ทอไม่มีม่ มีความชำ นาญจะทำ ให้เนื้อผ้าหลวม ไม่เม่รียบเนียน และได้ลวดลายไม่สม่วยเนื่องจากเส้นไหมหย่อย่น 2. การทอผ้าด้วยกี่พื้นเมืองประยุกต์ การทอผ้ายกลำ พูนใน ปัจจุบันนิยมใช้กี่ทอที่ประยุกต์จากกี่พื้นเมืองโบราณ โดยการเพิ่ม อุปกรณ์อื่นๆ เข้ามาประกอบในตัวกี่ เพื่อเพิ่มความสะดวก และ แก้ปัญหาการหย่อย่นของเส้นไหมยืน รวมถึงป้องกันการพันกัน ของเส้นไหม อุปกรณ์ที่ประกอบเพิ่มได้แก่ หัวม้วนไหมเส้นยืน ไม้ ค้ำ ดันหัวม้วน ฟืม(ฟันหวี) คานรับตะกอดอก ไม้ม้วนผ้าทอ ดังนั้น เมื่อประกอบอุปกรณ์เหล่านี้เข้าไปจึงทำ ให้ผู้ทอสะดวกมากขึ้น และทำ ให้เกิดการผิดพลาดน้อยลงในการต่อเส้นไหมที่ขาด เนื่องจากเห็นเส้นไหมเรียงเส้นชัดเจนขึ้น อีกทั้งยังได้ผ้าทอที่เรียบ แน่นน่เมื่อลงแรงกระทบด้วยจังหวะที่พอดี จึงทำ ให้การทอผ้ามี มาตรฐานมากขึ้น ในอดีตเจ้านายฝ่ายในจะใช้ผ้ายกเป็นผ้านุ่งนุ่จะ ทรงพร้อมกับเสื้อเยียรบับ (ผ้าที่ทอด้วยทองและเส้น ไหม) แขนยาวสำ หรับออกงานพระราชพิธีเท่านั้น ใน ปัจจุบันผู้ผลิตได้พัฒนาคุณภาพให้มีความหลาก หลายของลวดลายและสีสัน สามารถนำ มาตัดเย็บ เป็นเสื้อผ้าโดยนิยมใช้สวมใส่ใส่นโอกาสพิเศษต่างๆ ผ้าไหมยกดอกลำ พูนขึ้นทะเบียน GI ทั้งนี้เมื่อ 27 กันยายน พ.ศ.2550 ผ้าไหมยกดอก ลำ พูน ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ที่ถ่ายทอดมรดกทางภูมิปัญญาจากอดีตสู่ปัสู่ ปัจจุบัน ซึ่งข้อดีอย่าย่งหนึ่งของการขึ้นทะเบียน GI คือการ ทำ ให้อาชีพปลูกหม่อม่นเลี้ยงไหมในพื้นที่ลำ พูนต้อง เดินหน้าต่อ เพราะสินค้า GI จะต้องให้รายละเอียด ไปถึงแหล่งที่มาของเส้นไหม และโรงทอที่อยู่ใยู่น พื้นที่ของลำ พูนเลย ทว่าสิ่งที่น่าน่กังวลก็คือกลุ่มผู้ ทอผ้ายกดอกที่นับวันจะหาผู้สืบทอดได้ยากเต็มที
การแสดงศิลปะ การฟ้อ ฟ้ นดาบ Lanna sword dance
Fauget การฟ้อนดาบ อุปกรณ์และวิธีเล่น การฟ้อ ฟ้ นดาบเป็น ป็ การรำ ที่ใช้ ดาบเป็น ป็ เครื่อ รื่ งประกอบ มี ลวดลายท่วงท่าหลายชั้นเชิง ชิ โดยใช้เครื่อ รื่ งดนตรีก รี ลองปู่เ ปู่ จ่ ฉาบและฆ้อง เป็น ป็ การฟ้อ ฟ้ น แสดงท่าทางการต่อสู้ด้วยมือ มื เปล่า แสดงได้ทั้งชายและหญิง ญิ ใช้ดาบตั้งแต่2-8 เล่ม ปัจุ ปั จุ บัน บั การ ฟ้อ ฟ้ นทั้งสองอย่า ย่ งนี้ไนี้ ด้รับ รั ความ นิย นิ มกันอย่า ย่ งแพร่ห ร่ ลาย 1. ดาบ 2 เล่ม ต่อคน 2. เครื่อ รื่ งดนตรี ได้แก่ ฆ้องโหม่ง ฉาบกลาง กลองปู่เ ปู่ จ่ (กลองยาว ของชาวไตใหญ่) 3. ชุดเครื่อ รื่ งแต่งกายในการฟ้อน ดาบ ได้แก่ เตี่ยวสะดอ (กางเกง ขาก๊วยขาสั้น) เสื้อหม้อห้อม ผ้าคาด เอว ผ้าโพกศรีษ รี ะ 4. ผู้ฟ้อน 1 – 2 คน และนักดนตรี อีก 4 – 5 คน
วิธีก ธี ารฟ้อ ฟ้ นดาบ การฟ้อ ฟ้ นดาบ จะเริ่มริ่ต้นด้วยการตีฆ้อ ฆ้ งนำ แล้วต่อจากนั้น นั้ จะตีฉาบและ กลองให้เ ห้ ข้า ข้ จังหวะเร้าใจเป็น ป็ ทำ นองเพลงปู่เปู่จ่ ผู้แผู้ สดงเริ่มริ่ ฟ้อ ฟ้ นดาบตามหลัก เกณฑ์ ซึ่ง ซึ่ มี 2 ช่วช่งคือ ช่วช่งที่ 1 ไหว้ครูโดยผู้ฟ้ผู้ อ ฟ้ นจะวางดาบลงไว้ด้านหน้า น้ให้ไห้ ขว้กัน แล้วจึงไหว้ครู ช่วช่งที่ 2 หลังจากไหว้ครูแล้วก็เริ่มริ่ ฟ้อ ฟ้ นท่าต่างๆ รวบรวมมี 32 ท่า เช่นช่ท่าบิดบิ บัว บั บาน เกี้ยวเกล้า โดยใช้อ ช้ วัยวะส่วส่นต่างๆ ของร่าร่งกายรับ รั ดาบไว้ เช่นช่ ปาก คาบ หนีบ นี รักแร้ขาพับ พั เข่าข่การฟ้อ ฟ้ นจะฟ้อ ฟ้ นไปจนจบกระบวนท่าทั้ง 32 ท่า หรือจะน้อ น้ ยกว่านั้น นั้ ก็ได้ ถ้าฟ้อ ฟ้ นคู่ก็ คู่ ก็ จะรำ ไปพร้อ ร้ มกัน อาจมีห มี ลอกล่อกันบ้า บ้ ง แต่ไม่มีม่ก มี ารฟัน ฟั ดาบ โอกาสหรือเวลาที่เล่น ใช้แสดงเมื่อ มื่ ถึงคราวมีง มี านนัก นั ขัต ขั ฤกษ์ เช่น ช่ งานประเพณีขึ้ ณี ขึ้ น ขึ้ปีใปี หม่ งาน สงกรานต์ งานปอย พิธี พิ ร ธี ดน้ำ ดำ หัว หั ปัจ ปั จุบัน บั มีก มี ารพัฒ พั นาให้เ ห้ป็น ป็ การออก กำ ลังกายสำ หรับ รั นัก นั เรีย รี นในการเรีย รี น คุณ คุ ค่าหรือ รื เวลาที่เล่น การใช้ดาบเป็น ป็ อาวุธเป็น ป็ วิชาต่อสู้ป้อ ป้ งกันตัวของชายชาวล้านนา ซึ่ง ซึ่ จะได้รับ รั การฝึกฝนเพื่อ พื่ ใช้ต่ ช้ ต่ อสู้ศัต ศั รูยามสงครามและเมื่อ มื่ มีค มี วาม ชำ นาญ ก็อาจใช้แสดงเพื่อ พื่ ความรื่น รื่ เริง ริ เมื่อ มื่ มีก มี ารแสดงมากขึ้น ขึ้ ก็มีก มี าร ประยุกต์ดัดแปลงลีลาท่าทาง และการเคลื่อนไหว ประกอบเพลงและ อาวุธมากขึ้น ขึ้ ปัจ ปั จุบัน บั จะเน้น น้ เรื่อ รื่ งการแสดงเพื่อ พื่ ความบัน บั เทิง โดย เฉพาะในงานแสดงต้อนรับ รั นัก นั ท่องเที่ยว และพัฒ พั นาเป็น ป็ การออกกำ ลัง กาย ซึ่ง ซึ่ นอกจากจะได้ออกกำ ลังกายแล้ว ยัง ยั เป็น ป็ การอนุก นุ รัก รั ษ์ วัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย
เทศกาลโคมแสนดวง 1ปีมี ปี ค มี รั้งเดียวที่ลำ พูน
เทศกาลโคม แสนดวง เทศกาลโคมแสนดวงที่เ ที่ มือมืงลำ พูน ซึ่ง ซึ่ ถือถืเป็นส่วน หนึ่ง นึ่ ของงานประเพณีลณีอยกระทง หรือประเพณียี่ณี ยี่ เป็ง เป็นประเพณีที่ณี ไที่ ด้ปด้ฏิบัฏิติบัสืติ สืบต่อต่กันกัมาเป็นเวลา ยาวนาน จนเป็นที่รู้ ที่รู้จักของนักนัท่อท่งเที่ย ที่ วทั้งทั้ชาวไทย และต่าต่งประเทศ ลำ พูน ถ้าถ้ เราได้มีด้ โมีอกาสไปเที่ย ที่ วเมือมืงลำ พูนในช่วช่งระหว่าง เดือดืนกันกัยายน – พฤศจิกายนของทุกทุปี เรามักมัจะ พบโคมล้าล้นนาประดับดั ประดาส่องสว่างตามสถานที่ ท่อท่งเที่ย ที่ วในย่าย่นใจกลางเมือมืงลำ พูน โดยเฉพาะ อย่าย่งยิ่งยิ่ที่วั ที่ วัดพระธาตุหตุริภูญภูชัยชัวรมหาวิหาร และ อนุสนุาวรีย์พย์ระนางจามเทวี ที่เ ที่ ปรียบเสมือมืนกับกัศูนย์ รวมหัวหั ใจของคนจังหวัดลำ พูน
สามารถบูชาโคมได้ที่วัดพระธาตุหริ ภุญชัยวรมหาวิหาร พร้อมทั้งเขียนชื่อ และข้อความขอพรลงบนโคม ก่อนจะนำ โคมไปโคมแขวนด้วยตัวเอง และจะพบ กับบรรยากาศโคมไฟหลากสีสัน สวยงามทั้งในตอนกลางวัน และกลาง คืน เปรียบประดุจดัง “ทะเลโคม” นับ แสนดวง และยังได้กราบนมัสการขอ พรแห่งพระธาตุหริภุญชัยฯเพื่อความ เป็นสิริมงคลอีกด้วย การถวายโคมแสนดวงจัดทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อถวาย เป็นพุทธบูชบูาต่อต่องค์พค์ระธาตุเตุจ้าหริภุญภุชั ย และเพื่อเคารพสักการะพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แย์ห่งห่ เมือมืงลำ พูน เมื่อ มื่ ถึงถึงาน เทศกาลยี่เ ยี่ ป็ง ชาวล้าล้นนาจะนิยนิมประดับดั ประดาตกแต่งต่บ้าบ้นเรือนให้สห้วยงามด้วด้ย การจุดผางประทีปทีหรือประดับดั โคมไฟให้ สว่างสดใสตลอดช่วช่งเทศกาล ชาวล้าล้นนา เชื่อ ชื่ ว่าการทำ โคม เป็นการบูชบูา พระพุทธเจ้าที่ปที่ ระทับทับนสรวงสวรรค์ และแสงประทีปทีจากโคมจะช่วช่ยส่อง ประกายให้ชีห้วิชีวิตมีคมีวามเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นย็เป็นสุข
ด้ว ด้ งกว่า ว่ ง Beetle
ด้วงกว่าง ด้วงกว่างมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากแมลงปีกแข็งจำ พวกอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดคือตัวผู้มี ขนาดที่ใหญ่ แลดูบึกบึนมีปีกที่พัฒนาเป็นเปลือกแข็ง1คู่หุ้มลำ ตัวด้านบนที่นูนอยู่เหมือนสวมชุดเกราะ มีสีดำ คล้ำ หรือ น้ำ ตาลเข้มที่เงางาม ขณะที่บางชนิดอาจมีสีอ่อนกว่าหรือแม้กระทั่งสีทอง มีจุดเด่นที่ เห็นได้ชัดคือมีอวัยวะบริเวณส่วนหัวที่งอกยาวออกมาคล้ายเขาจำ นวนอย่างน้อย1คู่อยู่ด้านบนและ ด้านล่างของส่วนหัว มีการนำ เอากว่างมาตั้งวางขาย เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบกว่างได้เลือกซื้อกัน ซึ่งราคาขายมีตั้งแต่ หลัก 100 -1,000 บาท ขึ้นอยู่กับลักษณะสี รูปร่าง ขนาดตัว และขนาดเขาของด้วงกว่างแต่ละตัว ซึ่งกว่างหรือด้วงกว่าง ที่จับมาจากธรรมชาติเป็นที่นิยมและชื่นชอบของลูกค้าเพราะมีลักษณะที่ สวยงาม การชนกว่างเป็นการนำ กว่างตัวผู้ที่มีเขาโง้งยาวมีรูปร่างสวยงามตัวเป็นมัน สีน้ำ ตาลแดงถึงเข้มขนาดประมาณ1-2 นิ้วชาวบ้านเรียกกว่างที่มีลักษณะดีนี้ว่า “กว่างโซ้ง”พวกมันจะถูกนำ มาประกวดความงามกันและโดยเฉพาะนำ มาแข่งชนกัน นับเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวล้านนาที่นิยมเล่นกันมาเป็นเวลานาน นัยว่ามีมาก่อนยุคของพระนางจามเทวี กลายเป็นประเพณีของชาวล้านนา จนมีคำ กล่าวขานกันว่า “กว่างนักสู้แห่งล้านนา” ขายด้วงกว่างเป็นอาชีพเสริม ชนกว่าง
วัด วั พระธาตุห ตุ ริภุญภุ ชัยวรมหาวิหาร ศูนย์รวมจิตใจ ของคนเมืองลำ พูน H 2 G 5 + R C R ถ น น ร อ บ เ มื อ ง ใ น ตำ บ ล ใ น เ มื อ ง อำ เ ภ อ เ มื อ ง ลำ พู น ลำ พู น 5 1 0 0 0
หากท่านผู้อ่ผู้ อ่านมาเที่ยวจังหวัดลำ พูนพูเมือมืงเล็กๆของภาคเหนือนื เราขอเชิญชิชวนเข้าข้ชมวัดพระธาตุหตุริภุริญภุไชย ศูนศูย์รย์วมจิตใจของ คนจังหวัดลำ พูนพูเป็นป็วัดที่ขึ้นขึ้ชื่อชื่ที่ตั้งอยู่ใยู่จกลางเมือมืงลำ พูนพู ซึ่งซึ่วัดพระธาตุหตุริภุริญภุไชยวรมหาวิหาร เป็นป็ ปูชนียนีสถานสำ คัญใน ภาคเหนือนื สิ่งสิ่ศักศัดิ์สิทธิ์ที่ธิ์ที่อยู่คู่ยู่ คู่เคู่มือมืงลำ พูนพูมาอย่าย่งยาวนานตั้งอดีต นับนัเวลามากกว่าพันพั ปี ตั้งอยู่ใยู่จกลางเมือมืงลำ พูนพูห่าห่งจากศาลา กลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถมีนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนน อัฏฐารสทางทิศเหนือนืถนนชัยชัมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมือมืงทาง ทิศตะวันออก ซึ่งซึ่วัดพระธาตุหตุริภุริญภุชัยชั ในอดีตนิยนิมเรียรีก วัดเจดีย์หย์ลวง เป็นป็พระอารามหลวงชั้นชั้เอกชนิดนิวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใยู่จกลางเมือมืงลำ พูนพูมีเมีนื้อนื้ที่ทั้งหมดประมาณ 28 ไร่ 3 งาน 26 ตารางวา วัดพระธาตุหตุริภุริญภุชัยชั ได้รับรัการขึ้นขึ้ทะเบียบีนเป็นป็ โบราณสถานของ ชาติ เมื่อมื่ปี พ.ศ. 2478 วัดพระธาตุห ตุ ริภุ ริ ญภุ ชัย ชั THAILAND , NORTH LAMPHUN นอกจากการเป็นองค์พระธาตุประจำ ปีเกิด ยังเป็นที่รู้จักในฐานะของ พระเกศบรมธาตุหริภุญไชย ที่อยู่ในโกศทองคำ ซึ่งประกอบด้วยฐาน ปัทม์แบบฐานบัวลูกแก้ว ย่อเกียจ ซึ่งต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียง กลมสามชั้น และมีองค์ระฆังกลมบัลลังก์ย่อเหลี่ยมสูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ โดยมีสัตติ-บัญชร 2 ชั้น และก็มี สำ เภาทอง ที่ประดิษฐานไว้ประจำ รั้วชั้นนอก ทั้งทิศเหนือและทิศใต้ นอกจากนี้ยังมีซุ้มกุมภัณฑ์และฉัตรประจำ สี่มุม รวมทั้งหอคอยประจำ ทุก ด้าน รวม 4 หอที่มีการบรรจุพระพุทธรูปนั่งอยู่ ในภายในองค์พระธาตุ ประจำ ปีเกิดนั้นยังมีโคมประทีปและแท่นบูชาที่เป็นที่สักการะบูชาของ พุทธศาสนิกชนทั่วไป วัดวัพระธาตุหตุริภุริญภุชัยชัวรมหาวิหวิาร เดิมดิเป็นป็ที่ ประทับทัของสมเด็จด็พระเจ้าจ้อทิตทิยาราช แต่ต่ต่อต่มาได้แด้ ปรสภาพเป็นป็ สังฆารามที่อุที่ทิอุศทิ ให้ กับกัพระพุทพุธศาสนา วัดวัแห่งห่นี้ขึ้นี้นขึ้ชื่อชื่ในเรื่อรื่งรูปปั้นปั้ สิงโตขนาดใหญ่ที่ญ่ที่ ประดับดั ประดาไว้ สร้าร้งขึ้นขึ้เพื่อพื่ปกป้อป้งวัดวัตามความเชื่อชื่โบราณ ของภาคเหนือนื วิ ห า ร ห ล ว ง
วัดพระธาตุหตุริภุริญภุชัยชัวรมหาวิหาร ตั้ง อยู่ใยู่จกลางเมือมืงลำ พูนพูมีถมีนนล้อมรอบ สี่ด้าน สร้าร้งขึ้นขึ้เมื่อมื่พ.ศ. 1651 มีสิ่ มีงสิ่ที่ น่าน่สนใจคือ ซุ้มซุ้ ประตูซึ่ตูซึ่งซึ่ก่อนที่จะ เข้าข้ไปในบริเริวณวัด ต้องผ่าผ่นซุ้มซุ้ ประตู ก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตร พิสพิดาร เป็นป็ ฝีมืฝีอมื โบราณสมัยมัศรีวิรีวิชัยชั ประกอบด้วยซุ้มซุ้ยอดเป็นป็ชั้นชั้ๆ เบื้อบื้ง หน้าน้ซุ้มซุ้ ประตูมีตูสิ มีงห์ให์หญ่คู่ญ่ คู่หคู่นึ่งนึ่ยืนยืเป็นป็ สง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่ห์ คู่ นี้ปั้นี้ปั้นปั้ขึ้นขึ้ ใน สมัยมัพระ เจ้าอาทิตยราช เมื่อมื่ทรงถวายวังให้เห้ป็นป็ สังฆารามวิหาร หลวง เมื่อมื่ผ่าผ่นซุ้มซุ้ ประตูเตูข้าข้ไปแล้วจะ เห็นห็วิหารหลังใหญ่ เรียรีกว่าวิหารหลวง เป็นป็วิหารหลังใหญ่มีญ่พมีระระเบียบีงรอบ ด้านและมีมุมีขมุออกทั้งด้านหน้าน้และ ด้านหลัง เป็นป็วิหารที่สร้าร้งขึ้นขึ้ ใหม่แม่ทน วิหารหลังเก่าซึ่งซึ่ถูกถูพายุพัดพัพังพัทลาย ไปเมื่อมื่พ.ศ. 2466 สถานที่ท่องเที่ยว : อำ เภอเมือมืงลำ พูน : วัดวัพระธาตุหตุริภุริญภุชัยชัวรมหาวิหวิาร W A T P H R A T H A T H A R I P H U N C H A I อำ เ ภ อ เ มื อ ง ลำ พู น วิหารหลวง พระเมือมืงแก้วได้สร้าร้งวัดนี้เนี้มื่อมื่พ.ศ. 2055 และเจ้าดาราดิเรกรัตรันไพโรจน์ไน์ด้ ทำ การบูรณะพระวิหารจากภาพเก่า โดยมีรูมีรูปทรงวิหารเป็นป็สี่เสี่หลี่ยมผืนผ้าผ้และผนังนัโล่ง แบบอาคารโถงที่มีแมีนวผนังนัระเบียบีงก่ออิฐฉาบปูนเตี้ย โครงสร้าร้งหลังคาเป็นป็ขื่อขื่ม้าม้ตั่งไหม และมุงมุกระเบื้อบื้งดินขอ ลดชั้นชั้ซ้อซ้นกัน 3 ชั้นชั้อีกทั้งยังยัมีหมีน้าน้บันบัแกะไม้ปม้ระดับลวดลายปูน ปั้นปั้ ในกรอบช่อช่งลูกฟักฟัแบบล้านนา และป้าป้นลมเป็นป็รูปตัวเหงา ที่มีกมีารแกะสลักไม้ ประดับกระจก และผนังนัวิหารด้านหลังพระประธานเป็นป็ ไม้ โครงสร้าร้งไม้หม้ลังคาทั้งหมด ภายในอาคารเปิดปิเปลือย เครื่อรื่งไม้ทั้ม้ทั้งหมดประดับลายคำ น้ำ แต้ม และฐานชุกชีรชีองรับรั พระพุทพุธรูปประธานมีแมีนวเป็นป็ สี่เหลี่ยม ก่ออิฐฉาบปูน และมีร่มีอร่งรอยประดับลวดลาย พรรณพฤกษาลงรักรัปิดปิทอง แต่ไม่ปม่รากพระประธาน มีเมีพียพีงพระอันดับ 2 องค์ และสุดท้ายนี้อนี้ย่าย่ลืมมาแวะชมวัดพระธาตุที่ตุที่เป็นป็สถานที่สงบสุขสุเรียรีกให้ทุห้กทุท่านเข้าข้มา พักพัผ่อผ่นใจกับความงดงามแห่งห่ศิลศิปะและศาสนา ขอเชิญชิชวนทุกทุท่านมาสัมสั ผัส บรรยากาศเก่าแก่ที่ยังยัคงอุ่นไว้ใจที่วัดพระธาตุหตุริภุริญภุไชย จังหวัดลำ พูนพู วัดพระธาตุห ตุ ริภุ ริ ญภุ ชัย ชั วรมหาวิหาร ป ร ะ ตู โ ข ง วิ ห า ร พ ร ะ ล ะ โ ว้
เจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ Chao Chakkhamkhajornsak
เจ้าน้อยจักรคำ ได้ดำ รงอิสริยยศเป็น เจ้า บุรีรัตน นครลำ พูนและเมื่อเจ้าอินทยงยศ โชติ เจ้าผู้ครองนครลำ พูน องค์ที่ 9 ถึงแก่ พิราลัย ในปี พ.ศ. 2454 จึงได้รับพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รั้งตำ แหน่ง เจ้าผู้ ครองนครลำ พูน สืบต่อมาจนถึงเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 จึงทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญา บัตรตั้งเป็น "เจ้านครลำ พูน" มีราชทินนาม ว่า เจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ อรรคสัตยาทิคุณ หริภุญไชยรัษฎาธิวาส ประชาราษฎร์ บริบาล ธาตุเจติยสถานบูชากร ลำ พูนนคร เชษฐกุลวงษ์ จำ นงภักดีนราธิปก เอกัจ โยนกชนาธิบดี เจ้านครลำ พูน เจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ เมื่อครั้งดำ รง อิสริยยศเป็น "เจ้าบุรีรัตน์" ได้ดำ เนิน การสร้างถนนสายตะวันออกจากประตู ท่าขาม ไปยังกิ่งอำ เภอแม่ทา และถนน สายจากตัวเมืองลำ พูนไปจนถึงฝั่งแม่น้ำ ปิง ต่อมาเมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็น เจ้าผู้ครองนครลำ พูน ก็ได้สร้าง สาธารณกุศลแก่ประชาชนชาวลำ พูน มากมาย อาทิ การบูรณะวัดกู่สิงห์ทอง ซึ่งเป็นวัด เก่าแก่ตั้งแต่สมัย พ.ศ. 2324 และ ตั้งชื่อวัดนี้ว่า "วัดจักรคำ ภิมุข" สร้างกุฏิให้วัดพระธาตุหริภุญชัย มอบที่ดินสำ หรับสร้างที่ทำ การ ไปรษณีย์โทรเลข บ้านพักสัสดี จังหวัดลำ พูน และโรงเรียนส่วน บุญโญปถัมภ์ มอบคุ้มหลวงเดิมให้แก่รัฐบาล เพื่อ ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดลำ พูน ก่อตั้งโรงเรียนสำ หรับนักเรียนชาย ประจำ จังหวัด คือ โรงเรียนจักรคำ คณาทร ต่อมาในปี พ.ศ. 2469 รัชสมัยพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ดำ เนิน นโยบายยกเลิกตำ แหน่งเจ้าหลวง หากเจ้า หลวงเมืองใดว่างลงจะไม่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นอีก แต่ก็ยังให้ความสำ คัญใน การสืบราชสกุล ณ เชียงใหม่ ณ ลำ พูนณ ลำ ปาง เจ้านายฝ่ายเหนือ ก็ยังคงดำ รง สถานะความเป็น "เจ้า" โดยกำ เนิดต่อไป เจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ เสด็จถึงแก่พิราลัย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 (สิริ ชนมายุ 69 ปี รวมระยะเวลาที่ทรง ปกครองเมืองนครลำ พูน 32 ปี 23 ตุลาคม 2460 – กรรมการพิเศษ โรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่ 1 มกราคม 2460 – ราชองครักษ์พิเศษ ผู้บังคับการกรมเสือป่าราบที่ 3 พระยศทหาร 19 มิถุนายน 2454 – นายพันเอก ในกรมทหารบก พลตรี 26 มกราคม 2469 – เข้ารับพระราชทานสัญญา บัตรยศ พระยศพลเรือน 1 ตุลาคม 2456 – มหาอำ มาตย์ตรี พระยศเสือป่า นายหมู่เอก 13 ตุลาคม 2456 – นายกองตรี เจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ พระกรณียกิจ เป็น ป็ เจ้าผู้ครองนครลำ พูน องค์ที่ 10 พระยศ ตำ แหน่งพิเศษ
กระเทียม Garlic ข อ ง ดี ข อ ง เ ด็ ด อำ เ ภ อ บ้ า น โ ฮ่ ง
กระเทียม เป็นพืชสมุนไพรไทย ชนิดหนึ่งมักถูกจัดอยู่ใน ประเภทเครื่องเทศมีลักษณะ กลมแป้นประกอบด้วยกลีบที่ ห่อหุ้มด้วยเปลือกสีขาวคนไทย นิยมนำ มาใช้ทำ อาหาร เนื่องจากช่วยดับกลิ่นคาวและ เพิ่มรสชาติให้เมนูอาหารมี ความเข้มข้นยิ่งขึ้นขึ้ ประโยชน์ ของกระเทียมมีมากมาย ลักษณะทั่วไปของกระเทียม กระเทียมเป็นพืชล้มลุกประเภท กินหัว ลำต้นสูง 1-2 ฟุต มีหัว ลักษณะกลมแป้นขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลาง 1-2 นิ้ว ภายนอกของหัวกระเทียมมี เปลือกบางๆหุ้มอยู่หลายชั้นชั้ ภายในหัวประกอบแกนแข็ง ตรงกลางด้านนอกเป็นกลีบ เล็กๆ จำ นวน 10-20 กลีบ เนื้อ กระเทียมในกลีบมีสีเหลืองอ่อน และใสมีน้ำ เป็นองค์ประกอบสูง มีกลิ่นฉุนจัด ประโยชน์และสรรพคุณคุทางยา ช่วยป้องกันความดันโลหิต รักษาหวัด แก้ผิวหนังอักเสบ แก้ปัญหาผมร่วง ลด ระดับไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงการ เกิดโรคมะเร็ง ฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก บำ รุงสายตา รักษาสิว ช่วยลดอาการ ท้องผูก แก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้เชื้อรา และกลากเกลื้อน ช่วยรักษาเยื่อบุจมูก อักเสบ กระเทียทีม กระเทีย ที ม GARLIC แหล่งเพาะปลูกลู กระเทียมสามารถปลูกลูได้ทั่ด้ ทั่วทั่ ไปในทุกทุภาค ของประเทศไทยแต่นิยนิมปลูกลูกัน ทางภาคเหนือนืและภาคตะวันวัออกเฉียง เหนือนืเนื่อนื่งจากมีสมีภาพดินดิและสภาวะ อากาศที่เหมาะสมมากกว่าว่ภาคอื่นๆ ทำ ให้กห้ระเทียมเจริญริเติบโตได้ดีด้ ไดีด้ ผลผลิตสูงสูและมีรมีสชาติที่ดีกดีว่าว่
การเผาขยะ ใบไม้ Beetlburning garbage leaves
ปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควัน ดูจะเป็นเรื่อรื่งใกล้ ตัวที่คนไทยต้องพบเจออยู่ทุกปี โดยเฉพาะในช่วช่ง หน้าหนาวและหน้าร้อร้น จนอาจทำ ให้หห้ลายคนรู้สึรู้ สึก คุ้นเคยหรือรืเคยชินชิ ไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีการณรงค์ และแม้กระทั่งทั่ประกาศห้าห้มไม่ให้มีห้ มีการเผา แต่ไม่ บ่อยเลยที่จะได้ยิน นักวิชาการออกมาบอกว่า ทำ ไมจึงต้องห้าห้ม และอันตรายของการรับรัสัมผัส ควันจากการเผานี้มีมากแค่ไหน ในบทความนี้ ผู้เขียนจึงได้รวบรวมข้อมูลทางวิชาการถึง อันตรายของควันจากการเผาใบไม้ หรือรืเศษวัสดุ ทางการเกษตรมานำ เสนอ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะ เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเกิดความตระหนักและ เห็นห็ความจำ เป็นในการต้องช่วช่ยกันลดการเผา ควัน (Smoke) จากการเผาเป็นกลุ่มอนุภาคขนาดเล็ก ที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ในควันจะประกอบ ไปด้วยสารที่อยู่ในสถานะของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ชีวชีมวล (Biomass) หมายถึง วัสดุที่มาจากพืชหรือรื สัตว์ ที่พบได้บ่อย คือ ฟืนฟืเศษไม้ ใบหญ้า และเศษวัสดุ ทางการเกษตรอื่น ๆ เช่นช่ ใบอ้อย ฟาง และซังซัข้าวโพด เป็นต้น ควันจากการเผาชีวชีมวลจะมีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพหลายร้อร้ยชนิด สารที่พบมากได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บร์อนมอนอคไซด์ ออกไซด์ของ ไนโตรเจน รวมถึงสารก่อมะเร็งร็อย่าง สารเบนซีนซี ฟอร์มร์าดีไฮด์ และสารพีเอเอช สารพิษในควันจากการ เผาชีวชีมวลจึงมีไม่น้อยไปกว่าควันบุหรี่ที่ รี่ ที่ พวกเรากลัว กันเลย ซึ่งซึ่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะควันบุหรี่นั้ รี่ นั้นั้ก็เกิดมา จากการเผาใบยาสูบซึ่งซึ่เป็นพืชชนิดหนึ่งเหมือนกัน และ ด้วยความมีค่าของมัน บุหรี่ยั รี่ ยังผ่านกระบวนการที่ดีมา ตั้งตั้แต่การเพาะปลูกไปจนถึงการผลิตในโรงงาน ไม่ เหมือนกับชีวชีมวลและเศษขยะ ดังนั้นนั้ควันที่เกิดจาก การเผาที่เรากำ ลังพูดถึงจึงอาจอันตรายกว่าควันบุหรี่ ตารางด้านล่างนี้ แสดงข้อมูลสารเคมีที่พบได้ในควัน จากการเผาชีวชีมวลที่พบได้บ่อยและผลกระทบต่อ สุขภาพ ควันจากการเผาชีวมวล อาจอันตรายกว่าที่คิด การรับรัสัมผัสควันจากการเผาชีวชีมวลอาจสร้าร้ง ผลกระทบต่อสุขภาพได้หลายอย่าง องค์การ อนามัยโลก (2016) รายงานว่าในแต่ละปีควัน พวกนี้ได้ทำ คนเสียชีวิชีวิตไปประมาณ 4.3 ล้าน คน จากโรคร้าร้ยแรงหลายชนิด ได้แก่ โรคปอด อักเสบ โรคปอดอุดกั้นกั้เรื้อรื้รังรัหรือรื โรคซีโซีอพีดี (COPD) โรคมะเร็งร็ ปอด โรคหัวหัใจ โรคหลอด เลือดสมอง การรับรัสัมผัสส่วนใหญ่เกิดจากการ ใช้ชีช้วชีมวลสำ หรับรัการทำ อาหารและการสร้าร้ง ความอบอุ่นในช่วช่งที่อากาศหนาว
อัน อั ตรายของควัน วั จากการเผาขยะ การเผาหญ้า ญ้ เผาขยะมี ความผิดผิทั้งทั้จำ ทั้งทั้ปรับรั ปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควันวัดูจดูะเป็นป็เรื่อรื่งใกล้ตัวที่คนไทยต้องพบ เจออยู่ทุยู่กทุปี โดยเฉพาะในช่วช่งหน้าน้หนาวและหน้าน้ร้อร้น จนอาจทำ ให้ หลายคนรู้สึรู้กสึคุ้นคุ้เคยหรือรืเคยชินชิ ไปแล้วถึงแม้ว่ม้าว่จะมีกมีารรณรงค์และ แม้กม้ระทั่งทั่ประกาศห้าห้มไม่ใม่ห้มีห้กมีารเผา แต่ไม่บ่ม่อบ่ยเลยที่จะได้ยิด้นยินักนั วิชวิาการออกมาบอกว่าว่ทำ ไมจึงจึต้องห้าห้มและอันตรายของการรับรั สัมสัผัสผัควันวัจากการเผานี้มีนี้มมีากแค่ไหน ควันวัจากการเผาเศษฟืนฟืเศษไม้ ใบหญ้าญ้และเศษวัสวัดุทดุางการเกษตรอื่นๆ เช่นช่ ใบอ้อย ฟาง และซังซั ข้าข้วโพด จะมีสมีารพิษพิที่เป็นป็อันตรายต่อสุขสุภาพหลายร้อร้ยชนิดนิสารที่ พบมากได้แด้ก่ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บร์อนมอนอคไซด์ ออกไซด์ ของไนโตรเจน รวมถึงสารก่อมะเร็งร็อย่าย่งสารเบนซีนซี ฟอร์มร์าดีไดีฮด์ และสารพีเพีอเอช สารพิษพิ ในควันวัจากการเผามีคมีวามอันตรายไม่น้ม่อน้ยไป กว่าว่ควันวับุหรี่ เนื่อนื่งจากบุหรี่ยัรี่งยัผ่าผ่นกระบวนการที่ดีมดีาตั้งตั้แต่การเพาะ ปลูกลูไปจนถึงการผลิตในโรงงาน ไม่เม่หมือมืนกับการเผาชีวชีมวลและเศษ ขยะ การรับรัสัมสัผัสผัควันวัจากการเผาชีวชีมวลจึงจึอาจสร้าร้งผลกระทบต่อ สุขสุภาพได้หด้ลายอย่าย่ง โดยองค์การอนามัยมั โลก (2016) รายงานว่าว่ ใน แต่ละปีคปีวันวัพวกนี้ไนี้ด้ทำด้ ทำคนเสียสีชีวิชีตวิ ไปประมาณ 4.3 ล้านคน จากโรค ร้าร้ยแรงหลายชนิดนิ ได้แด้ก่ โรคปอดอักเสบ โรคปอดอุดกั้นกั้เรื้อรื้รังรัหรือรื โรคซีโซีอพีดีพี ดี(COPD) โรคมะเร็งร็ปอด โรคหัวหัใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคติดเชื้อชื้ ในทางเดินดิหายใจชนิดนิเฉียบพลันในเด็กด็ โรคหลอดลอักเสบ เรื้อรื้รังรั โรค COPD โรคต้อกระจก โรคมะเร็งร็ปากมดลูกลูโรคหอบหืดหื โรคหัวหัใจ และวัณวั โรค นอกจากนี้ยันี้งยัมีรมีายงานว่าว่การรับรัสัมสัผัสผัควันวั ไฟ ยังยัมีคมีวามสัมสัพันพัธ์กัธ์ กับความสามารถในการเรียรีนรู้ขรู้องเด็กด็ภาวะน้ำ หนักนัแรกคลอดต่ำ กว่าว่เกณฑ์ การเผาหญ้าญ้หรือรืเผาขยะ แม้จม้ะเผาในที่ของตนเองก็ตาม แต่หาก การกระทำ ดังดักล่าว ทำ ให้เห้กิดเหตุรำตุรำคาญ เช่นช่กลิ่น แสง รังรัสี เสียสีง ความร้อร้น สิ่งสิ่มีพิมีษพิความสั่นสั่สะเทือน ฝุ่นละออง เขม่าม่เถ้า หรือรื กรณีอื่ณีอื่นใด จนเป็นป็เหตุใตุห้เห้สื่อสื่มหรือรือาจเป็นป็อันตรายต่อสุขสุภาพ ตามความในมาตรา 25 เจ้าจ้พนักนังานในท้องถิ่นมีอำมี อำนาจสั่งสั่ให้หห้ยุด เผาได้ และเมื่อมื่มีคำมี คำสั่งสั่ห้าห้มกรณีดัณีงดักล่าวได้ตด้ามมาตรา 26 ประกอบ กับมาตรา 28 ซึ่งซึ่หากยังยัคงมีกมีารกระทำ ดังดักล่าวหลังจากการที่เจ้าจ้ หน้าน้ที่ได้มีด้คำมี คำสั่งสั่ห้าห้มแล้ว จะเป็นป็กรณีฝ่ณี ฝ่าฝืนตามมาตรา 28 ประกอบ กับไม่มีม่เมีหตุหตุรือรืข้อข้แก้ตัวอันสมควรหรือรืขัดขัขวางการปฏิบัติบั ติหน้าน้ที่ ของเจ้าจ้พนักนังานท้องถิ่น ตามมาตร 28 ผู้ซึ่ผู้ ซึ่งซึ่ฝ่าฝืนหรือรืไม่ปม่ฏิบัติบั ติ ตาม จะต้องระวางโทษจำ คุกคุไม่เม่กิน 3 เดือดืน หรือรืปรับรัไม่เม่กิน 25,000 บาท หรือรืทั้งทั้จำ ทั้งทั้ปรับรัตามาตรา 74 แห่งห่พระราชบัญบัญัติญั ติ สาธารณสุขสุพ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มพิ่เติมและการเผาดังดักล่าว อาจเข้าข้ข่าข่ยคดีอดีาญาด้วด้ย แม้เม้ป็นป็การเผาทรัพรัย์ขย์องตนเองก็ตาม หากเป็นป็อันตรายต่อผู้อื่ผู้ อื่นและทรัพรัย์ขย์องผู้อื่ผู้ อื่น ตามมาตรา 220 ผู้ใผู้ด กระทำ ให้เห้กิดเพลิงไหม้แม้ก่วัตวัถุใถุดๆ แม้เม้ป็นป็ของตนเอง จนน่าน่จะเป็นป็ อันตรายแก่บุคคลอื่นหรือรืทรัพรัย์ขย์องผู้อื่ผู้ อื่น ต้องระวางโทษจำ คุกคุไม่ เกิน 7 ปี และปรับรัไม่เม่กิน 140,000 บาท