หนว่ ยที่ 4
ธรุ กรรมการเงนิ ดจิ ทิ ัล (Fintech)
แนวคิดสำคัญ (Main Idea)
ในปัจจุบันการเงินกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้นด้วยข้อจำกัดที่ลดลง ธุรกรรมการเงินดิจิทัลหรือ
เทคโนโลยีทางการเงิน คือ การนำเอาการเงิน (Financial) มาบวกเข้ากับเทคโนโลยี (Technology) เพื่อสร้าง
นวัตกรรมใหม่ด้านการเงิน ธุรกรรมการเงินดิจิทัลแบ่งได้กว้าง ๆ เป็น 7 ประเภท คือ (1) เทคโนโลยีการธนาคาร
(Banking Technology) (2) เทคโนโลยีการให้บริการสินเชื่อ (Lending Technology) (3) สกุลเงินดิจิทัล
(Cryptocurrency) (4) เทคโนโลยกี ารชำระเงนิ (Payment Technology) (5) ส่วนตอ่ ประสานโปรแกรมประยุกต์
(Application Programming Interface : API) (6) เทคโนโลยีการตรวจสอบความปลอดภัยทางการเงิน
(Regulation Technology) และ (7) เทคโนโลยีการประกนั ภยั (Insurance Technology)
ผทู้ ี่ไดใ้ ช้ประโยชนจ์ ากธรุ กรรมการเงนิ ดิจิทลั คอื บคุ คลท่วั ไป ธนาคาร ผใู้ หบ้ ริการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ผู้ประกอบการด้านสตาร์ตอัป และนักลงทุน ผู้ใช้สามารถลงทุนกับฟินเทคได้ด้วยการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี
เทคโนโลยีการให้และข้อสินเชื่อ และเทคโนโลยีประกันภัย สำหรับในประเทศไทยมีสถิติการใช้ระบบการชำระเงิน
มากเป็นอนั ดับ 1 ในเอเชยี จากการซ้อื สนิ คา้ ออนไลน์
สมรรถนะย่อย (Element of Competency)
แสดงความรูพ้ น้ื ฐานเกยี่ วกับกับความหมาย องคป์ ระกอบธุรกรรมการเงนิ ดิจทิ ลั (Fintech)
วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives)
1. อธบิ ายความหมายของธุรกรรมการเงินดจิ ิทัลได้
2. จำแนกรูปแบบการให้บรกิ ารของธรุ กิจธรุ กรรมการเงนิ ดิจทิ ัลได้
3. บอกประโยชน์และผลกระทบของธรุ กรรมการเงนิ ดจิ ทิ ลั ได้
4. บอกบทบาทของธุรกรรมการเงินดจิ ทิ ัลกับระบบการเงนิ ของไทยในอนาคตได้
5. บอกวิธีการเตรียมตัวเขา้ ส่ยู ุคดิจทิ ัลได้
เนือ้ หาสาระ (Content)
4.1 ความหมายของธุรกรรมทางการเงนิ ดจิ ิทัล
ธุรกรรมการเงินดิจิทัลหรือฟินเทค (Financial Technology หรือ Fintech) หมายถึง การนำเอา
เทคโนโลยมี าใช้กับการเงนิ ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ เพ่ือเป็นสินคา้ บรกิ าร การแก้ปัญหาทางการเงิน รวมถึงเป็น
แนวทางในการประกอบธรุ กิจใหม่ ๆ ทำให้การเข้าถงึ ทางการเงนิ เปน็ ไปได้ง่ายขนึ้ ดว้ ยเทคโนโลยี
ฟนิ เทคมจี ดุ เรม่ิ ต้นจากการนำระบบคอมพวิ เตอร์มาใชใ้ นระบบงานของธนาคาร เมือ่ เทคโนโลยีเตบิ โต
ขึ้นพร้อมกับความสามารถในการเข้าถึงของบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนที่ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงทำให้อำนาจในการทำธุรกรรมและการเข้าถึงบริการทางการเงินไม่ถูกจำกัดอยู่กับสถาบันการเงินอีก
ต่อไป
4.2 รูปแบบการใหบ้ รกิ ารของธรุ กรรมการเงนิ ดิจทิ ัล
ฟินเทค ให้ถูกนำไปใช้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้ใช้
สามารถจำแนกตามจุดประสงค์ในการใช้งาน แบ่งออกไดเ้ ปน็ 7 ประเภท ดังนี้
4.2.1 เทคโนโลยกี ารธนาคาร (Banking Technology)
การนำเทคโนโลยมี าใชร้ ่วมกับระบบธนาคารเป็นส่ิงคนุ้ เคยและเช่ือว่าโทรศพั ทข์ องผู้ใช้วัยทำงาน
ส่วนใหญ่มีแอปพลิเคชันธนาคารติดตั้งอยู่แล้ว ฟินเทคประเภทนี้คือ การทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตบน
สมาร์ตโฟน (Mobile Banking) ที่มีขึ้นเพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการบริหารจัด
การเงนิ ไดด้ ้วยตนเอง ทำงานในฟังกช์ ันเดียวกับท่ีธนาคารแบบด่ังเดิมทำ ยกเว้น การจดั การกบั เงินสด
นอกจากเทคโนโลยี “หน้าบ้าน” หรือเทคโนโลยีที่ผู้ใช้บริการได้ใช้งานโดยตรงที่กล่าวมายังมี
เทคโนโลยี “หลังบ้าน” ที่จะเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานของผู้ให้บริการให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ปลอดภัยและมี
ต้นทุนท่ถี กู ลง ตัวอย่างเช่น
1. เทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology :
DLT) เทคโนโลยกี ารประมวลผลแบบกระจายศูนย์ซงึ่ หน่งึ ในนั้นคือ เทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain) ที่ได้ทำมา
ประยุกตใ์ ช้ในภาคการเงินมากท่ีสุด ดว้ ยคุณลกั ษณะเด่นของบล็อกเชนที่ทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องมีข้อมูลชุดเดียวกันโดย
ข้อมูลไม่ได้ถูกจัดเก็บไว้ที่เดยี ว มีระบบข้อตกลงร่วมในระบบ (Consensus) ที่ผู้เกี่ยวข้องทกุ ฝ่ายต้องรบั ทราบและ
ยอมรับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูล ทำให้ข้อมูลระบบมีความโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือสูง สามารถตรวจสอบได้
ตลอดเวลา และมั่นคงปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ โดยในภาคการเงินไทย ได้เริ่มมีการนำบล็อกเชนมาใช้ในการ
ให้บริการหนังสือค้ำประกัน (Letter of Guarantee) ที่ช่วยให้สถาบันการเงินมีกระบวนการผลิต จัดเก็บ และ
นำสง่ หนงั สือค้ำประกันทีร่ วดเร็ว ปลอดภยั และน่าเชอ่ื ถือได้ดีกว่าในรูปแบบกระดาษ ซงึ่ นน่ั หมายถือประโยชน์ต่อ
ภาคธุรกิจที่จะสามารถมั่นใจได้ว่าหนังสือค้ำประกันมีความถูกต้อง แม่นยำ และลดต้นทุนในการจัดเก็บและนำส่ง
หนังสือค้ำประกันไปให้กับคู่ค้า นอกจากนี้ ยังมีการนำเอาบล็อกเชนเข้ามาใช้เพื่อการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่ง
จะทำใหม้ ตี น้ ทุนทตี่ ำ่ ลง และรวดเรว็ มากขึ้นดว้ ย
2. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีความสำคัญ
ปัญญาประดิษฐ์ คือ การสรา้ งความฉลาด ความเข้าใจ ความรู้ ทีม่ ีในมนษุ ย์ใหก้ ับส่งิ ท่ีไม่มีชวี ิต โดยปัญญาประดิษฐ์
สามารถประยุกต์ใช้ในการให้บริการทางการเงินได้หลากหลาย อาทิ การรู้จำตัวอักษร (Optical Character
Recognition : OCR) เช่น การอ่านข้อมูลบัตรประชาชนด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและลด
ความผดิ พลาดจากการกรอกข้อมลู ผดิ การรู้จำคำพดู (Speech Recognition) เชน่ การพูดคำสง่ั เมอ่ื โทรเข้า ระบบ
โตต้ อบทางโทรศัพท์ (Call Center) ทเี่ ป็นระบบอัตโนมัติทเี่ พ่ิมความสะดวกรวดเรว็ ในการให้บริการและการเรียนรู้
ของเครื่อง (Machine Learning) ที่สามารถเรียนรู้และทำนายข้อมูลได้ผ่านการศึกษาและสร้างอัลกอริทึม
(Algorithm)
3. ส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ (Application Programming Interface : API)
เป็นเทคโนโลยีช่วยให้การเชื่อมต่อฐานข้อมูลแอปพลิเคชัน (Application) หรือระบบงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อ
กนั เพอ่ื แลกเปล่ยี นข้อมลู ระหวา่ งผใู้ หบ้ ริการทงั้ สถาบนั การเงนิ และที่ไม่ใช่สถาบันการเงินไดส้ ะดวกยิ่งขึ้นตามความ
ประสงค์ของผูใ้ ช้บรกิ ารบนพืน้ ฐานของความเป็นสว่ นตัวของข้อมลู และการจัดการความปลอดภัยที่เหมาะสม
4.2.2 เทคโนโลยีการใหบ้ รกิ ารสนิ เช่ือ (Lending Technology)
เทคโนโลยีเพื่อการขอสินเชื่อหรือกู้ยืมเงินมีลักษณะเป็นเพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์
เพื่อให้เกิดการขอและให้สินเชื่อ ฟินเทคประเภทนี้จะอยู่บนพื้นฐานการสมัครขอสินเชื่อ ตรวจสอบเครดิต และ
อนุมตั สิ ินเช่อื
บริการสนเชือ่ ระหว่างบุคคล (P2P Lending) คือ การกู้ยืมระหว่างบุคคลกับบุคคลผา่ นช่องทาง
ออนไลน์ โดยมีแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางระหว่างผู้ก็และผู้ให้กู้ (Matchmaker) และจัดให้มีการทำสัญญาสินเชื่อ
ทั้งนี้ ระหว่างบุคคลกับบุคคลต้องเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาตผ่านทางธนาคารแห่งประเทศไทย โดย
กระทรวงการคลงั จะเปน็ ผู้ออกใบอนญุ าตให้ โดยแพลตฟอรม์ ทำหน้าทเี่ ปน็ คนกลางระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้มาพบกัน
ผ่านแฟลตฟอร์มนี้ โดยผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่จะกู้มาเป็นเงินทุนสำหรับทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(SMEs) โดยเสนอโครงการผ่านแพลตฟอร์มน้ีโดยแพลตฟอร์มจะตรวจสอบผู้กู้ ว่าโครงการนีด้ ำเนนิ การเปน็ ไปได้แค่
ไหน มีโอกาสจะสำเร็จหรอื ไม่ และแสดงขอ้ มลู ผู้กทู้ ่ีจำเปน็ ในการประกอบการตัดสนิ ใจให้กับผูใ้ หก้ สู้ ามารถดูได้
4.2.3 สกุลเงินดจิ ิทัล (Cryptocurrency)
สกลุ เงนิ ดจิ ิทัลเปน็ การสมมติชุดข้อมูลขึน้ มาด้วยวิธีใดวิธีหน่ึงในโลกออนไลน์ แลว้ ทำให้ใช้งานได้
เหมือนเงินจริง สามารถใชจ้ ่ายได้ รวมถึงเกง็ กำไรได้ โดยสกุลเงินดิจิทัลสกลุ แรกที่ถือกำเนิดมาในโลกคือ บิตคอยน์
ปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิทัลมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ลิบรา (Libra) สกุลเงินดิจิทัลของเฟซบุ๊ก (Facebook) ซึ่งอาจ
เป็นการพลิกผันทางเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต การเกิดขึ้นของฟินเทคประเภทนี้ถือเป็นโอกาสที่สร้างความ
เท่าเทียมทางการเงิน หรืออาจเป็นภยั ต่อระบบการเงนิ ดั่งเดมิ ของโลก อยา่ งกด็ สี กุลเงนิ ดิจิทลั ถือเป็นระบบการเงิน
แห่งอนาคตท่ีมผี ู้ใหค้ วามสนใจเพ่มิ ขึ้น
4.2.4 เทคโนโลยกี ารชำระเงนิ (Payment Technology)
ระบบการชำระเงินที่ดำเนินการด้วยเทคโนโลยีฟินเทคประเภทนี้ คือ ระบบตัวแทนการใช้จา่ ยที่
ผใู้ ชต้ ้องเปิดบัญชกี ับทางแพลตฟอร์มจงึ จะสามารถใช้งานได้ เช่น ระบบกระเปา๋ เงินอิเล็กทรอนกิ ส์ (E-Wallet) ต่าง
ๆ เครดิตการ์ด ซึ่งระบบการชำระเงินแตกต่างจากระบบการทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ตโฟนซึ่ง
เจ้าของแพลตฟอรม์ มใิ ชธ่ นาคาร และให้บริการเฉาพะการใชจ้ ่ายเทา่ น้นั
ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Payment System : E-Payment) คือระบบท่ี
ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนในยุคปัจจุบันโยเป็นระบบที่สามารถโอนเงิน ชำระเงินผ่านทางส่ื อ
อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านสมารต์ โฟน โดยมีระบบอินเทอร์เน็ตเปน็ ช่วยสำคญั นอกจากนี้สามารถทำธรุ กรรมทางการเงิน
ผา่ นบัตรเครดติ ไดซ้ ึ่งอยภู่ ายใต้การกำกบั ดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ดงั นน้ั ก่อนเปิดใชง้ านจงึ ต้องขออนุญาต
กอ่ น
รูปแบบของระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยมี
ทง้ั หมด 8 ประเภท ดงั นี้
1. ระบบการเงนิ แบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (e-Money)
ระบบการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นระบบที่ใช้มูลค่าของเงินที่บันทึกไว้บนสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์โดยส่วนใหญ่มาจากการทำธุรกรรมทางออนไลน์แทนเงินสด และการโอนชำระค่าสินค้าและบริการ
ตา่ ง ๆ เป็นตน้
2. บริการเครอื ข่ายบตั รเครดิต (Card Network)
บริการเครือข่ายบัตรเครดิตเป็นบริการที่ทำหน้าที่ในการับ-ส่งข้อมูลทางการเงิน โดย
ส่งไปยงั ผูใ้ หบ้ ริการบัตรเครดติ
3. บรกิ ารเครอื ขา่ ยอดี ซี ี (EDC Network)
บริการเครือข่ายอีดีซีเป็นจุดเชื่อมโยงที่ได้ทำการเชื่อมโยงเครื อข่ายของอุปกรณ์หรือ
เคร่อื งมอื ตา่ ง ๆ สำหรับรับ – สง่ ข้อมลู การชำระเงินทางอิเล็กทรอนกิ สเ์ ข้าไว้ด้วยกัน
4. บรกิ ารสวติ ช่ิงในการชำระเงนิ (Transaction Switching)
บริการสวิตชิ่งในการชำระเงินทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อรับ – ส่งข้อมูลการชำระเงิน
ทางอิเล็กทรอนิกสไ์ ปใหผ้ ใู้ ห้บรกิ าร
5. บริการหักบญั ชี (Clearing)
บริการหักบัญชีเป็นบริการเพื่อให้ตรวจสอบ ยืนยันคำสั่งในการชำระเงินแบบหักบัญชี
ระหวา่ งเจ้าหนกี้ บั ลกู หนี้ เพื่อให้มคี วามรวดเรว็ และแมน่ ยำขึน้
6. บริการชำระดุล (Settlement)
บริการชำระดุลเป็นบริการที่ช่วยจัดการชำระเงินแบบล่วงหน้า โดยการหักเงินในบัญชี
ของผ้ใู ชบ้ รกิ ารเพื่อนำไปชำระแกเ่ จ้าหนแ้ี บบอัตโนมัติ
7. บรกิ ารชำระเงนิ แทน
บริการชำระเงินแทนเปน็ บรกิ ารที่จะทำการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกสแ์ ทนเจ้าหนี้
8. บรกิ ารชำระเงินทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ผา่ นอุปกรณ์
บรกิ ารชำระเงนิ ทางอิเล็กทรอนิกส์ผา่ นอปุ กรณ์เปน็ การชำระเงินผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น
โทรศพั ทม์ อื ถอื คอมพวิ เตอร์ โดยมรี ะบบอนิ เทอร์เน็ตเปน็ ตวั เชอื่ มตอ่ แต่จะไมม่ ีการเกบ็ เงนิ ไว้
4.2.5 สว่ นต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ (Application Programming Interface : API)
ระบบส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์หรือเอพีไอทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมต่อ
ระหว่างผู้ใช้กับแพลตฟอร์ม เป็นเหมือนประตูบ้านที่อนุญาตให้เฉพาะข้าวของบัญชีหรือผู้ใช้ที่ถูกต้องเข้าถึงข้อมูล
นั้น ๆ ได้ระบบนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับระบบการทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ตโฟนและแพลตฟอรม์
อื่น ๆ
สว่ นตอ่ ประสานโปรแกรมประยุกต์ ซงึ่ คอื คำส่งั (Code) ที่อนญุ าตให้ซอฟต์แวรส์ ามารถสื่อสาน
ระหว่างกันได้ ส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์เป็นช่องทางสำหรับขอใช้บริการคำสั่งจากระบบปฏิบัติการ
(Operation System : OS) หรือโปรแกรมประยุกต์อื่นๆ ใช้งานโดยติดตั้งฟังก์ชันและเรียกใช้งานตามเอกสาร
(Document) ที่เขียนไว้
ส่วนประกอบของเอพไี อ สร้างขนึ้ จากสว่ นสำคัญ 2 สว่ น คอื
1. ข้อกำหนดที่อธิบายการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโปรแกรมซึ่งทำออกมาให้ลักษะของ
เอกสารเพือ่ บอกวา่ ต้องการ/ตอบสนองอย่างไร
2. ซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้นตามข้อกำหนดและทำการเผยแพร่ออกไปให้ใช้งานแอปพลิเคชันที่มี
เอพีไอจะต้องถูกเขยี นเป็นภาษาคอมพิวเตอร์และพัฒนาเพ่ิมได้ง่าย จงึ จะเปน็ ตอ้ งมีการตรวจสอบโครงสร้างเอพีไอ
เพราะฉะนั้นเอพีไอที่ดี ผู้ที่ออกแบบต้องให้ความสำคัญในการทดสอบเพื่อนตรวจสอบเชิงตรรกะที่สามารถเกิดขึน้
ไดจ้ ากการใช้งาน
การใชง้ านเอพไี อ
การใช้งานในแอปพลิเคชันเพื่อสื่อสารกับผู้ใช้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ หลายบริษัทมีการ
เปิดเอพไี อใหภ้ ายนอกเข้ามาใช้งาน เช่น เฟซบกุ๊ กเู กิล ทวิตเตอร์ ผพู้ ัฒนาระบบที่สนใจสามารถนำเอพีไอเหล่านี้ไป
ต่อยอดซง่ึ ทางบริษทั สามารถขยายฐานลกู คา้ ออกไปได้อีก รูปแบบการนำเอพีไอไปใชง้ านมีดังนี้
1. ไลบรารีและเฟรมเวิร์ก (Libraries and Frameworks) เอพีไอมักเอาไปใช้เป็นซอฟต์แวร์
ไลบรารซ่ี ึง่ เขียนข้นึ ตามเอกสารในรูปแบบภาษาคอมพิวเตอร์ที่ตา่ งกันออกไปตามความเหมาะสมกับงาน เพื่อนำไป
ทำเป็นเฟรมเวิร์กให้กับระบบใช้ในการสอ่ื สารกัน
2. ระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) เอพีไอสามารถใช้การสื่อสารระหว่างโปรแกรม
ประยุกต์และระบบปฏิบัติการ เช่น โพสซิกส์ (POSIX) หรือมาตรฐานการสื่อสารของระบบปฏิบัติการเองก็มีเอพีไอ
เป็นบรรทดั คำส่งั (Command Line) เพ่ือควบคุมการทำงานของระบบปฏบิ ตั ิการ
3. รีโมตเอพีไอ (Remote APIs) ทำไว้ให้นักพัฒนาระบบสามารถเข้าควบคุมทรัพยากรผ่าน
ทางโปรโตคอลเพื่อให้มีมาตรฐานการสื่อสารเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นละเทคโนโลยี เช่น ฐานข้อมูลเอพีไอ
(Database API) สามารถอนุญาตให้นักพัฒนาระบบเข้ามาดึงข้อมูลในฐานข้อมูลหลากหลายชนิดได้ผ่านฟังก์ชัน
เดียวกัน เพราะฉะนั้น รีโมตเอพีไอจึงถูกใช้บ่อยในงานบำรุงรักษาโดยทำงานที่ฝั่งไคลเอนต์ให้ไปดึงข้อมูลาก
เซิร์ฟเวอรก์ ลับลงมาทำงาน
4. เว็บเอพีไอ (Web API) นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะอยู่ในกลุ่มของเอชทีทีพี (HTTP)
และขยายออกไปสู่รูปแบบเอกซ์เอ็มแอล (XML) และ เจซัน (JSON) ซึ่งโดยรวมแล้วคืออยู่บนระบบซอฟต์แวร์ท่ี
สนบั สนุนการแลกเปลีย่ นข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ผา่ นระบบเครือขา่ ย (Web Service) เช่น
4.1 โซป (Simple Object Access Protocol : SOAP) ใช้รูปแบบเอกซ์เอ็มแอลส่ง
ข้อมูล
4.2 เรสต์ (Representational State Transfer : REST) สามารถใช้รูปแบบเอกซ์แอ
มแอลหรอื เจซนั ส่งข้อมลู
4.2.6 เทคโนโลยตี รวจสอบความปลอดภัยทางการเงนิ (Regulation Technology)
ฟนิ เทคสามารนถนำมาใชเ้ พ่ือตรวจสอบและป้องกันการเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ในลักษณะที่ไม่ถูกต้องด้วยเทคโนโลยีตรวจสอบความปลอดภัยทางการเงินหรือเร็กเทค (Regtech) ถูกพัฒนาขึ้น
เพื่อจรวจสอบการทำธุรกรรมให้เป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น อาจเป็นปัญญาประดิษฐ์หรือระบบภ ายในของ
ธนาคารหรอื แพลตฟอร์ม
เร็กเทค เป็นการใช้เทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์มาเพิ่มประสิทธิภาพงานด้วยการปฏิบัติตาม
กฎเกณฑ์หรือรายงาน ซึ่งคาดว่าจะมกี ารเตบิ โตอยา่ งรวดเร็ว เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้บรโิ ภคควบคู่ไปกับการ
รกั ษาความมน่ั คงของระบบการเงนิ
หลักการที่สำคญั ของเรก็ เทค
1. ความคล่องตัว (Agility) ประมวลผลขอ้ มูลท่ียงุ่ เหยงิ ทำใหเ้ ปน็ ระบบมากขึ้น
2. ความรวดเร็ว (Speed) ช่วยจัดทำรายงานนำเสนอให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายต่อผู้ใช้งาน
อยา่ งอตั โนมตั ิและรวเรว็
3. การรวบรวมข้อมูล (Integration) รวบรวมข้อมูลให้อยู่ในกรอบที่วางไว้ เพื่อย่นระยะเวลาใน
การแกป้ ญั หา และสามารถทำใหข้ อ้ มลู มคี วามตอ่ เน่ืองกัน
4. การวิเคราะห์ (Analytics) วิเคราะห์ข้อมูลอย่างชาญฉลาดแม่นยำ ด้วยการจัดการข้อมูล
ขนาดใหญ่จำนวนมาก (Big Data) อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะสามารถนำข้อมูลไป
ประยกุ ตใ์ ช้งานไดห้ ลาย ๆ วัตถปุ ระสงค์
4.2.7 เทคโนโลยีการประกนั ภัย (Insurance Technology)
การซื้อประกันภัย ประกันชีวิต คือ การลงทุนรูปแบบหนึ่ง รวมทั้งระบบการคำนวณเบี้ยประกนั
มีความซับซอ้ น การใชฟ้ ินเทคเช้ามาชว่ ยดา้ นการคำนวณเบย้ี ประกนั ผลตอบแทน ความเส่ียง รวมถึงอัตราส่วนลด
อย่างเป็นเหตุผลด้วยเทคโนโลยีการประกันภัยหรืออินชัวร์เทค (Insurtech) ทำให้ผู้ซื้อและผู้เสนอขายประกันภัย
ประกันชีวิต สามารถบริการจัดการระบบประกันได้สะดวกขึ้น เช่น ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนทนา ออนไลน์เป็น
ขอ้ ความ (Chatbot) กบั ลกู ค้าโดยไมต่ อ้ งติดตอ่ กับพนักงานเพ่ือซื้อประกันสอบถามข้อมลู เคลมคา่ เสยี หาย เป็นตน้
4.3 ประโยชนแ์ ละผลกระทบเกีย่ วข้องธุรกรรมการเงินดจิ ิทลั
4.3.1 ประโยชน์ของฟนิ เทคต่อกลุม่ ผูใ้ ช้งาน
1. บุคคลทั่วไป ได้ประโยชน์จากฟินเทคในลักษณะการขายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน
(Financial Inclusion) ทำหน้าทใี่ ห้ผู้ท่ีไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้จ่าย ทำธรุ กรรม รวมถงึ ขอสินเช่ือลงทุนได้ด้วย
ตนเอง
2. สถาบันการเงินใช้ประโยชน์จากฟินเทคได้ด้วยการนำระบบส่วนต่อประสานโปรแกรม
ประยุกต์มาใช้ หรือการจรวจสอบความปลอดภัยด้วยเร็กเทค รวมถึงสิ่งที่ง่ายและเป็นประโยชน์ที่สุดคือการสร้าง
ระบบธนาคารยอ่ ย ๆ แบบการทำธุรกรรมการเงนิ ผา่ นอินเทอร์เนต็ บนสมารต์ โฟนลงมาให้อยู่ในโทรศัพท์มือถือ
3. ผู้ให้บริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในรูปแบบของระบบการชำระเงินการ
เชื่อมต่อส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ และเทคโนโลยีการธนาคาร เพราะเป็นการขายออนไลน์ที่เกิดการใช้
จ่ายขึน้ ในแพลตฟอรม์
4. นักลงทุน ฟินเทคเอื้อต่อการลงทุนทั้งในรูปแบบตลาดสกุลเงินดิจิทัล เทคโนโลยีประกันภัย
และเทคโนโลยีการให้บริการสินเช่ือ เหมาะสำหรับนักลงทุนทต่ี อ้ งการลงทุนในรูปแบบใหม่ ๆ
4.3.2 ผลกระทบของฟินเทคตอ่ ธนาคารและอุตสาหกรรมอ่นื ๆ
การทำให้บุคคลทั่วไปมีอำนาจจัดการ การเงินของตัวเองเทียบเท่ากับที่ธนาคารสามารถทำได้
ประกอบกบั มีการให้บริการหลายรปู แบบ นอกจากประโยชน์ท่เี กดิ ข้นึ แลว้ มกี ลุ่มท่ไี ด้รับผลกระทบ ดงั นี้
1. ธนาคารหรือสถาบันการเงนิ
ด้วยความเป็นเจ้าเก่าที่ครองอำนาจทางการเงินมาโดยตลอด ทำให้เมื่อฟินเทคกำเนิดชึ้นมา
โดยมีลักษณะที่คล้ายกับการให้บริการของทางธนาคาร จึงมีการตั้งคำถามว่าธนาคารจะอยู่ได้หรือไม่หากคนหันไป
ใช้ฟินเทคกันมากขึ้น แม้ฟินเทคจะมีหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการในการบริหารจัดการการเงิน แต่
ไม่ได้มีที่ไหนรับฝากเงินเหมือนที่ธนาคารทำ การได้รับเงินสดจากเทคโนโลยีทางการเงินนั้นเป็นไปได้ยาก จะเห็น
ตวั เลขแต่ไมไ่ ดเ้ ห็นตัวเงินจรงิ จนกวา่ จะมกี ารแลกเปลยี่ นผา่ นทางสถาบันการเงิน
2. หา้ งสรรพสินคา้
เมอื่ มกี ารซื้อขายออนไลน์แบบครบขน้ั ตอนในแพลตฟอร์มเกดิ ขึ้นด้วยความชว่ ยเหลือจากฟิน
เทค การซอื้ ขายสนิ ค้าทีต่ ้องเดินทางออกไปเพ่ือคน้ หาจึงมีความจำเป็นลดน้อยลง หา้ งสรรพสินค้าจึงเป็นส่วนหน่ึงท่ี
อาจได้รับผลกระทบ แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ขอบซื้อสินค้าที่ได้สัมผัสด้วยมือ มองเห็นด้วยตา รวมถึงต้องการ
สถานที่เพื่อนัดพบรับประทานอาหารหรือใช้บริการต่าง ๆ ยังมีอยู่เช่นกัน นับว่าฟินเทคเป็นประโยชน์ในการสร้าง
โอกาสเพ่ิมอัตราการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และการขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน
4.4 บทบาทของธุรกรรมการเงินดจิ ทิ ลั กบั ระบบการเงนิ ของไทยในอนาคต
เทคโนโลยีทางการเงินเป็นหนึ่งในทิศทางการพัฒนาระบบการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้
ความสำคญั โดยมุ่งใหเ้ กดิ การนำเทคโนโลยมี าสนับสนนุ และสง่ เสริมการพฒั นานวตั กรรมทางการเงนิ ที่หลากหลาย
รวมถึงผลักดันใหเ้ กดิ ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอ้ือตอ่ การประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาบรกิ ารทางการเงิน
อย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้ดีขึ้น เพิ่มความสะดวก
รวดเร็ว ค่าใช้จ่ายลดลง ขณะทมี่ ีความม่ันคงปลอดภยั และมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยมีการดำเนินการ
ในหลายด้าน ได้แก่
1. สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมทางการเงินผ่านกลไกการทดสอบบริการทางการเงิน (Regulatory
Sad box) ที่เอื้อให้ผู้ให้บริการทางการเงินทั้งสถาบันการเงินและที่ไม่ใช่สถาบันการเงินสามามารถพัฒนาบริการ
ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และให้บริการได้รวดเร็วขึ้น โดยเริ่มจากการทดสอบการให้บริการในขอบเขตจำกัดเพื่อให้
สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ และมีการติดตามประเมินผลจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิดก่อนนำออก
ให้บริการในวงกว้าง
2. การส่งเสริมความรว่ มมือในการพฒั นานวัตกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะที่มีลักษณะเป็นโครงสร้าง
พน้ื ฐาน รองรับการาพฒั นาต่อยอดบรกิ ารในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว
3. การสง่ เสริมองค์ความรู้ด้านฟินเทคกเู้ ก่ียวข้อง ท้ังสถาบันการเงนิ หนว่ ยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ
ผ่านกจิ กรรมตา่ ง ๆ เชน่ Bangkok FinTech Fair เพอ่ื สง่ เสรมิ การพฒั นานวตั กรรมทางการเงินและเผยแพร่ความรู้
ด้านฟินเทคผ่านการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของวิทยากร ผู้มีประสบการณ์สูงทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศ และการจัดแสดงนวัตกรรมทางการเงิน การจัดงาน Blockchain the Series @ BOT เพื่อเผยแพร่
องค์ความรูเ้ กี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบ,อกเชนในบริการทางการเงนิ และงาน Journey of Biometrics in
Financial Services เพื่อสนับสนุนการและเปลี่ยนแนวคิดและมุมมองในการใช้เทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วยอัต
ลักษณบ์ ุคคลเพอ่ื เพ่ิมประสิทธภิ าพและความปลอดภยั ในการบรกิ ารทางการเงินและการชำระเงนิ
4.5 การเตรียมตวั เข้าสู่ยคุ ดิจิทัล
การก้าวทันยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์การต้องการพนักงานที่พร้อมจะปรับตัวให้เก่งขึ้น
รวมถึงความรวดเรว็ ในการตัดสินใจ และความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง รวมถึงทักษะในการพัฒนาที่ต้อง
พร้อมอยู่เสมอ และที่สำคัญที่สุดของบุคลากรในยุคดิจิทัล คือ การเข้าใจงานในภาพรวม มีความรู้ที่กว้างขวาง
แม้ว่าจะเป็นพนักงานบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ที่ไม่ได้ทำงานกับระบบเทคโนโลยี หรือคิดเนื้องานอย่างใกล้ชิดแต่
ต้องตอบคำถามหลากหลายจากผู้บรโิ ภค
4.5.1 ทักษะการวิเคราะห์ขอ้ มูล (Data Analysis)
ทักษะการคดวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาแปรผลและนำมาใช้ประโยชน์กับธุรกิจ เป็นทักษะที่มี
ความจำเป็นอย่างมาก จึงควรฝึกฝนด้วยการแปรผลข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ โดยเริ่มตั้งแต่การจัดระเบียบ
ขอ้ มลู
4.5.2 ทักษะการปกปอ้ งความปลอดภัยในทางดจิ ิทลั
เมื่อมีข้อมูลมากมาย โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก ต่างมีข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้อยู่
ภายในองค์กร ข้อมูลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การปกป้องข้อมูลเป็นเรื่องที่จำเป็น ทักษะที่มีความจำเป็นในด้านการ
ปกปอ้ งความปลอดภัยทางดิจทิ ัลจึงเป็นทักษะท่ีมีความต้องการขององค์กร เมื่อมีการเก็บข้อมูลมากข้ึนก็ย่อมมีการ
โจมตีระบบเพอ่ื ขโมยข้อมลู หรือหวงั ผลที่ไม่ดีอย่างอน่ื จึงเปน็ เหตผุ ลให้อาชพี ที่มีทักษะทางดา้ นน้ีมีความต้องการใน
องคก์ รมากข้ึน
4.5.3 ทักษะทเ่ี กี่ยวกบั การตลาดดิจิทลั
การตลาดดจิ ิทัลเปน็ ทักษะหน่ึงที่มีความต้องการในตลาดแรงงานในระดับสูง เนือ่ งจากเป็นสาขา
ใหม่ ในประเทศไทยมหาวิทยาลัยมีการเปิดสอนไม่มากนัก ส่วนมากเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ และการ
เรยี นรู้ด้วยตวั เอง ทกั ษะทางดา้ นน้จี ำเปน็ ต้องเรียบรอู้ ย่างเจาะลึก ไมเ่ พยี งทำหนา้ ทซี่ อื้ สื่อในออนไลน์เท่าน้ันแต่ต้อง
เกบ็ ขอ้ มูลตา่ ง ๆ เพอี่ มาวเิ คราะห์ การเรียนรกู้ ารตลาดดจิ ทิ ลั เร่ิมเรยี นรูท้ ฤษฎี จนถึงพฤติกรรมของผู้ใชอ้ ินเทอร์เน็ต
แลว้ นำข้อมูลทไี่ ดจ้ ากการโฆษณาไปวิเคราะหต์ ่อเน่ือง เพื่อใหไ้ ดผ้ ลลพั ธอ์ อกมาอย่างมีประสิทธิภาพ
เม่ือพนักงานเริ่มรู้สึกถึงความไว้ในที่องค์กรมตี ่อพนักงาน และร้สู ึกใกล้ชิดกับข้อมลู ที่มคี วามสำคัญขององค์กร
ก็จะช่วยกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม การปรับตัว และตื่นตัวในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสร้าง
โอกาสทางธุรกิจให้กับองค์กรเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจสถาบัน
การเงินด้วยนวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการเกิดความสะดวก รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าฟินเทคที่กำลัง
ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก เป็นผลมากจากเทคโนโลยี 4 ด้าน ประกอบด้วย สื่อสังคมออนไลน์
โทรศัพท์มือถือ การวิเคราะห์ข้อมูล และคลาวด์ ที่เกิดการประยุกต์ใช้บนแนวโน้มการเติบโตด้านอินเทอร์เน็ตที่มี
ผใู้ ช้จำนวนมากขน้ึ เร่ือย ๆ