1
2
หน่วยท่ี 1
ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกับอนิ เทอร์เนต็
หวั ขอ้ เรอ่ื ง (Topics)
1.1 ความหมายของอินเทอร์เน็ต 1.3 ประโยชน์และการใช้งานบนอินเทอร์เนต็
1.2 ประวัตคิ วามเปน็ มาของอินเทอรเ์ น็ต 1.4 การให้บริการบนอนิ เทอรเ์ นต็
1.5 ยคุ ของอนิ เทอรเ์ น็ต
แนวคิดสําคญั (Main Idea)
ปัจจุบันเป็นยุคของการสื่อสารไร้พรมแดน อินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวนั ของผู้คน
ท่วั โลกอยา่ งหลีกเล่ยี งไมไ่ ด้ ประโยชน์ของการใชง้ านอินเทอรเ์ น็ตน้ันมมี ากมาย ทั้งในดา้ นการศึกษา ในวงการธรุ กิจ
การค้า การลงทุน ความบันเทิง การบรรเทาสาธารณภัย อินเทอร์เน็ตช่วยให้ผู้ใช้งาน เข้าถึงข่าวสารข้อมูลทุกมิติ
ตลอดจนการขอความช่วยเหลือต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ประสานความสัมพันธ์ ของผู้คนในสังคมทั่วโลกได้อย่าง
ใกลช้ ิด
สมรรถนะย่อย (Element of Competency)
แสดงความรูเ้ กี่ยวกับอินเทอร์เนต็
จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives)
1. บอกความหมายและความสําคัญของอินเทอร์เนต็ ได้
2. บอกประวัติความเปน็ มาของอนิ เทอรเ์ นต็ ได้
3. บอกประโยชนแ์ ละการใช้งานบนอนิ เทอรเ์ นต็ ได้
4. อธบิ ายการให้บรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ นต็ ได้
5. อธบิ ายยคุ ของอนิ เทอร์เน็ตในแต่ละยคุ ได้
3
เน้อื หาสาระ (Content)
1.1 ความหมายของอนิ เทอรเ์ นต็
อินเทอร์เน็ต (Internet) หมายถึง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยจะ
เป็น การเชอ่ื มตอ่ เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์หลาย ๆ เคร่อื งจากทวั่ โลกมาเชอ่ื มตอ่ เขา้ ด้วยกัน ซงึ่ ชว่ ยให้ตดิ ตอ่ สอื่ สาร และ
แลกเปล่ยี นขอ้ มูลระหวา่ งกันได้ทวั่ โลก ในการติดตอ่ กนั ระหว่างเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ จาํ เป็นต้องมีการ ระบวุ ่า ส่งมา
จากไหน ส่งไปให้ใครซ่ึงต้องมีการระบุ ชื่อเครื่อง (คล้ายกับเลขที่บ้าน) ในอินเทอรเ์ น็ตใช้ ข้อตกลงในการติดตอ่ ท่ี
เรียกว่า TCP/IP (ขอ้ ตกลงท่ที าํ ใหค้ อมพิวเตอรต์ ดิ ต่อกันได)้ ซึ่งจะใชส้ ิ่งทีเ่ รียกคา่ "ไอพีแอดเดรส (IP-Address)” ใน
การระบุชื่อเครอ่ื งจะไม่มเี บอร์ท่ซี ้ำกันได้
รูปท่ี 1.1 ระบบการเช่อื มต่อของอนิ เทอร์เน็ต
(ที่มา : https://peannung1.files.wordpress.com/2011/03/comlink1.jpg)
1.2 ประวัติความเปน็ มาของอินเทอรเ์ นต็
อินเทอร์เน็ต มีพัฒนาการมาจากอาร์พาเน็ต (ARPAnet) เรียกสั้น ๆ ว่า อาร์พา ที่ตั้งขึ้นในปี
2512 เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ที่ใช้ในงานวิจัยด้านทหาร (Advanced
Research Project Agency: ARPA)
ปี 2515 หลังจากที่เครือข่ายทดลองอาร์พาประสบความสําเร็จอย่างสูง และได้มีการปรับปรุง
หนว่ ยงานจากอารพ์ ามาเปน็ ดาร์พา (Defense Advanced Research Project Agency: DARPA)
4
ปี 2518 อารพ์ า ข้ึนตรงกบั หนว่ ยการสื่อสารของกองทัพ (Defense Communication Agency)
ปี 2526 อารพ์ า ไดแ้ บง่ ออกเป็น 2 เครอื ข่ายด้านงานวจิ ยั ใชช้ ื่ออาร์พาเนต็ เหมือนเดมิ สว่ นเครือขา่ ย ของกองทัพ
ใช้ชื่อว่า มิลเน็ต (Military Network: MILNET) ซึ่งมีการเชื่อมต่อโดยใช้ โพรโตคอล TCP/IP (Transmission
Control Protocol/Internet Protocol) เปน็ ครั้งแรก
ในปี 2528 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติของอเมริกา (NSF) ได้ให้เงินทุนในการสร้างศูนย์ซูเปอร์
คอมพิวเตอร์ 6 แหง่ และใช้ชื่อวา่ NSFNET
ปี 2533 อาร์พารองรับภาระที่เป็นกระดูกสันหลงั (Backbone) ของระบบไมไ่ ด้ จึงได้ยุติอาร์พา
เนต็ และเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครอื ข่ายขนาดมหมึ า จนถงึ ทุกวันน้ี และเรยี กเครือข่ายน้วี ่า อินเทอร์เนต็ โดย
เครือข่ายส่วนใหญจ่ ะอยใู่ นอเมรกิ า ปจั จุบนั นี้มเี ครอื ข่ายย่อยมากถึง 50,000 เครอื ขา่ ยท่เี ดยี ว และ คาดว่า ภายใน
ปี 2543 จะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งโลกประมาณ 100 ล้านคน หรือใกล้เคียงกับประชากรในโลก
ท้งั หมด
สาํ หรบั ประเทศไทยน้นั อินเทอรเ์ น็ตเริ่มมบี ทบาทอย่างมากในชว่ งปี 2530-2535 โดยเริ่มจากการ
เป็น เครือข่ายในระบบคอมพิวเตอร์ระดับมหาวิทยาลัย (Campus Network) แล้วจึงเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต
อย่างสมบูรณ์เมือ่ เดือนสิงหาคม 2535 และในปี 2538 ได้เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตในเชิงพาณิชย์ (รายแรก คือ
อนิ เทอร์เนต็ เคเอสซี) ซึง่ ขณะน้นั เวิลดไ์ วด์เวบ็ กาํ ลงั ไดร้ บั ความนิยมอย่างมากในอเมริกา
อินเทอร์เน็ต เรียกกันย่อ ๆ ว่า เน็ต (Net) หรือ The Net หรือ อินเทอร์เน็ตก็คือ เว็บ (Web) และ เวิลด์ไวด์เวบ็
(World Wide Web) เป็นเพยี งบรกิ ารหน่งึ ของอนิ เทอร์เน็ตเท่านนั้ แต่บริการนี้ ถือว่าเปน็ บรกิ ารท่ีมีผู้นิยมใช้มาก
ทส่ี ุด
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
ประเทศไทยได้เร่ิมติดต่อกบั อินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2530 ในลักษณะการใช้บริการ จดหมายเลก็
ทรอนิกส์ แบบแลกเปลี่ยนถุงเมล์เป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ( Prince of
Songkhla University) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที (AIT) ภายใต้โครงการความร่วมมือ
ระหว่าง ประเทศไทยและออสเตรเลีย (โครงการ IDP) ซึ่งเป็นการติดต่อเชื่อมโยงโดยสายโทรศัพท์ จนกระทั่งปี
พ.ศ. 2531 มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ ไดย้ น่ื ขอทอี่ ยู่อนิ เทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยได้รับท่ี
อยอู่ ินเทอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซึ่งนับเป็นท่อี ยู่อินเทอรเ์ น็ตแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมา ปี พ.ศ. 2534 บรษิ ัท
DEC (Thailand) จํากัด ได้ขอที่อยู่อนิ เทอร์เน็ตเพ่ือใช้ประโยชน์ภายในของบริษัท โดยได้รบั ที่อยู่อินเทอร์เนต็ เป็น
dect.co.th โดยท่ีคํา “th” เปน็ สว่ นท่ีเรียกว่า โดเมน (Domain) ซง่ึ เปน็ ส่วนท่ี แสดงโชนของเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ต
ในประเทศไทย โดยย่อมาจากคําว่า Thailand
5
รปู ที่ 1.2 แสดงการใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ แทนการเขียนจดหมายส่งทางไปรษณีย์
การใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ ชนดิ เตม็ รูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ในประเทศไทยเกิดขน้ึ เป็นคร้ังแรกเมือ่
เดอื น กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 โดยสถาบันวิทยบรกิ าร จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ไดเ้ ชา่ วงจรสอ่ื สารความเร็ว 9600
บติ ตอ่ วินาที จากการส่ือสารแห่งประเทศไทยเพื่อเช่ือมเข้าสูอ่ ินเทอรเ์ น็ตทบ่ี รษิ ัท ยูยูเนต็ เทคโนโลยี (บบNET
Technologies) ประเทศสหรัฐอเมรกิ า
ในปเี ดียวกันได้มหี นว่ ยงานที่เชอื่ มตอ่ แบบออนไลน์กบั เครอื ขา่ ยอินเทอร์เนต็ ผ่านจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั หลายแหง่ ดว้ ยกนั ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยแี ห่งเอเชยี (AIT) มหาวทิ ยาลยั มหิดล สถาบัน เทคโนโลยี
พระจอมเกล้า วทิ ยาเขตเจา้ คุณทหารลาดกระบงั มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลยั อัสสัมชญั บรหิ ารธรุ กิจ
โดยเรียกเครอื ขา่ ยนี้วา่ เครือข่าย “ไทยเน็ต" (THAInet) ซง่ึ นับเป็นเครอื ข่ายทีม่ ี "เกตเวย์ " (Gateway) หรอื ประตูสู่
เครอื ขา่ ยอินเทอร์เนต็ เป็นแหง่ แรกของประเทศไทย
ปัจจบุ ันมีผู้ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตมากขึน้ มีอัตราการเติบโตมากกว่า 100% สมาชิกของอนิ เทอร์เนต็ ขยาย
จากอาจารย์และนสิ ิตนกั ศึกษาในระดบั อุดมศกึ ษาไปสู่ประชาชนท่ัวไป ในยุคแหง่ สังคมข่าวสารเช่น ปจั จุบัน การ
สือ่ สารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอรย์ ง่ิ ทวคี วามสาํ คัญมากขึน้ เป็นลําดับ เครือข่ายคอมพิวเตอรใ์ ห้ แลกเปลีย่ นข่าวสาร
ระหว่างกันไดโ้ ดยงา่ ย ในปัจจบุ นั มีเครือขา่ ยคอมพิวเตอรเ์ ชอื่ มโยงไปทวั่ โลก ผูใ้ ช้ใน ซกี โลกหนึ่งสามารถติดต่อกับ
ผู้ใช้ในซกี โลกหนึง่ ได้อย่างรวดเร็ว
"อินเทอร์เน็ต" (Internet) เป็นเครอื ขา่ ยทมี่ ีบทบาทสาํ คญั ที่สุดในยคุ ของสงั คมข่าวสารปัจจุบนั
อนิ เทอรเ์ น็ตมขี อบขา่ ยครอบคลุมพนื้ ท่แี ทบทุกมมุ โลก สมาชกิ ในอินเทอร์เนต็ สามารถใชค้ อมพวิ เตอร์ที่ ตั้งอยู่ทีจ่ ุด
ใด ๆ เพื่อสง่ ข่าวสารและขอ้ มูลระหวา่ งกันได้ บรกิ ารขอ้ มูลในอินเทอร์เนต็ มีหลากรปู แบบและ
6
มีผูน้ ยิ มใชเ้ พิ่มมากขึน้ ปัจจบุ ันมีเครือข่ายทวั่ โลกทีเ่ ช่อื มเข้าเป็น อนิ เทอร์เน็ตประมาณ 45,000
เครือขา่ ย จํานวนคอมพวิ เตอร์ในทกุ เครือข่ายรวมกนั คาดว่ามปี ระมาณ 4 ล้านเครือ่ ง หรอื หากประมาณจํานวนผูใ้ ช้
อนิ เทอรเ์ นต็ ทั่วโลกคาดวา่ มปี ระมาณ 25 ลา้ นคน และมีแนวโน้มเพ่ิมมากขึ้น
การเช่ือมตอ่ เข้าสอู่ นิ เทอรเ์ นต็ ของประเทศไทยมีจุดกาํ เนิดมาจากเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรร์ ะหวา่ ง
มหาวทิ ยาลยั หรอื ท่ีเรียกว่า "แคมปัสเนต็ เวริ ก์ " (Campus Network) เครอื ข่ายดงั กลา่ วได้รับการสนับสนนุ จาก
"ศูนย์เทคโนโลยอี เิ ล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาต"ิ (NECTEC) จนกระท่ังได้เชอ่ื มเข้าสู่ อินเทอร์เน็ตโดย
สมบูรณ์ในเดอื นสิงหาคม ปี พ.ศ. 2535 ประเทศไทยไดเ้ ริม่ ตดิ ตอ่ กับอินเทอร์เน็ตโดยใช้ E-mail ตั้งแตป่ ี พ.ศ. 2530
โดยเริ่มท่ี "มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ"่ เป็นแหง่ แรก และ สถาบนั เทคโนโลยีแหง่ เอเชยี
ภายใตค้ วามรว่ มมอื ระหว่างไทยและออสเตรเลียในชว่ งเวลาตอ่ มา ในขณะนั้น ยังไม่ไดม้ กี ารเช่ือมต่อ แบบ On-line
หากแตเ่ ป็นการแลกเปล่ียนข่าวสาร ดว้ ย E-mail โดยใชร้ ะบบ MSHnet และ บบCP โดยทางออสเตรเลียจะ
โทรศพั ท์เชอื่ มเขา้ มาสู่ระบบวนั ละ 2 คร้ัง
1.3 ประโยชนแ์ ละการใชง้ านบนอนิ เทอรเ์ น็ต
ปจั จบุ นั อินเทอรเ์ น็ต มคี วามสาํ คัญต่อชวี ิตประจําวนั หลายด้าน อาทิ ด้านการศึกษา พาณิชย์
ธุรกรรม วรรณกรรม และอ่ืน ๆ ดังนี้
1.3.1 ประโยชน์ของอนิ เทอร์เนต็
1. ดา้ นธุรกิจและการพาณชิ ย์
(1) คน้ หาข้อมูลตา่ ง ๆ เพ่อื ช่วยในการตดั สนิ ใจทางธุรกจิ
(2) สามารถซ้อื ขายสนิ ค้า ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
(3) ผู้ใช้ทเี่ ป็นบรษิ ทั หรอื องคก์ รตา่ ง ๆ สามารถเปิดใหบ้ รกิ าร และสนับสนนุ ลกู ค้าของตน
ผา่ นระบบเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ตได้ เชน่ การใหค้ ําแนะนาํ สอบถามปัญหาตา่ ง ๆ ใหแ้ ก่ลกู ค้า แจกจ่าย ตัวโปรแกรม
ทดลองใช้ (Shareware) หรอื โปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เปน็ ตน้
2. ดา้ นสนับสนุนการศึกษา การใช้อนิ เทอร์เนต็ เพื่อการติดต่อส่อื สาร เป็นการใช้ อินเทอรเ์ น็ต
ในการตดิ ต่อสือ่ สาร ระหว่างคณาจารย์และนักศึกษาสถาบนั การศึกษาเก่ียวกบั การเรียน การสอนดังนี้
(1) การใช้เปน็ ระบบสอื่ สารสว่ นบุคคล บนอินเทอร์เน็ตมอี เิ ลก็ ทรอนิกสเ์ มลห์ รอื เรยี กย่อ
ๆ ว่า อีเมล์ (E-mail) เปน็ ระบบท่ีทําให้การสอื่ สารระหว่างกันเกิดข้นึ ไดง้ า่ ย แตล่ ะบุคคลจะมีตูจ้ ดหมายเป็น ของ
ตัวเองสามารถส่งขอ้ ความถึงกนั ผ่านในระบบน้ีโดยส่งไปยงั ตู้จดหมายของกันและกัน นอกจากนี้ ยงั สามารถ
ประยกุ ต์ไปใชท้ างการศกึ ษาได้
7
(2) ระบบขา่ วสารบนอินเทอร์เนต็ มีลกั ษณะเหมือนกระดานข่าวที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก
ทุกคนสามารถเปิดกระดานข่าวที่ตนเองสนใจหรือสามารถส่งข่าวสารผ่านกลุ่มข่าวบนกระดานนี้ เพื่อ โต้ตอบ
ขา่ วสารกันได้
(3) การใช้เพื่อสืบค้นข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตมีแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ ท่ี
เชื่อมโยงกัน และติดต่อกับห้องสมุดทั่วโลก ทําให้การค้นหาข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทําได้อย่างรวดเร็วและ มี
ประสิทธิภาพ หมายถึงสามารถค้นหาและได้มาซึ่งข้อมูลในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะบนอินเทอร์เน็ตจะมี คําหลัก
(Index) ไว้ใหส้ าํ หรบั การสบื คน้ ท่ีรวดเรว็
(4) ฐานข้อมูลเครือข่ายใยแมงมุม (World Wide Web) เป็นฐานข้อมูลแบบเอกสาร
(Hypertext) และแบบมีรูปภาพ (Hypermedia) จนมาปัจจุบัน ฐานข้อมูลเหล่านี้ได้พัฒนาขึ้นจนเป็นแบบ
มลั ติมีเดีย (Multimedia) ซง่ึ มที ง้ั ขอ้ ความ รูปภาพ วดิ ีโอ วีดิทศั น์ และเสียงผใู้ ชเ้ ครือข่ายน้สี ามารถสบื ค้นได้ จากที่
ตา่ ง ๆ ทั่วโลก
(5) การพูดคุยแบบโต้ตอบหรือคุยเป็นกลุ่ม บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถเชื่อมต่อ
กนั และพดู คุยกนั ไดด้ ้วยเวลาจริง ผพู้ ดู สามารถพิมพ์ขอ้ ความโตต้ อบกันได้ไมว่ า่ จะอยทู่ ใ่ี ดบนเครือขา่ ย
(6) การส่งถ่ายข้อมูลระหว่างกันแบบ FTP (Files Transfer Protocol) คือ สามารถ
โอนยา้ ยถ่ายเทข้อมูลระหว่างกนั เปน็ จํานวนมาก ๆ ได้ โดยส่งผ่านระบบเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ตซึ่งทําให้ สะดวกต่อ
การรบั -ส่งขอ้ มลู ข่าวสารซงึ่ กนั และกัน โดยไม่ต้องเดนิ ทางและข่าวสารถงึ ผู้รับได้รวดเร็วย่งิ ขึน้
(7) การใช้ทรัพยากรที่ห่างไกลกัน ผู้เรียนอาจเรียนอยู่ที่บ้านและเรียกใช้ข้อมูลที่เป็น
ทรัพยากรการเรยี นร้ขู องมหาวิทยาลัยได้
รปู ท่ี 1.3 การใช้งานอินเทอรเ์ น็ตด้านการศึกษา
(ที่มา : https://www.isranews.org/images/2014/isranews/06/0111.jpg)
8
ข้อพึงระวงั ในการใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ เพ่อื การศกึ ษา
(1) การสืบคน้ ข้อมลู เนอื่ งจากขอ้ มูลบนเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต เปน็ ขอ้ มูลท่ไี มไ่ ดม้ ี การ
รบั รองจากผู้เชียวชาญ องคก์ ร หรอื สถาบันใด และเป็นข้อมูลท่ีผ้ใู ช้เครือขา่ ยทกุ คนมสี ิทธทิ ่นี ําเสนอ ความคดิ เห็น
เผยแพรข่ ่าวสารอยา่ งเป็นอิสระ ดงั นั้น ผู้ใช้จงึ จําเป็นตอ้ งตรวจสอบข้อมลู และใชว้ ิจารณญาณ ในการเลือกสรรเอา
เอง
(2) การติดตอ่ สอ่ื สาร แม้ว่าการสง่ อเี มล์จะเป็นวธิ ีการติดตอ่ สือ่ สารที่แสนสะดวกสบาย
แต่ก็มีขอ้ จํากัดบางอยา่ ง คือ ผ้รู ับไม่สามารถสังเกตการแสดงออกทางสีหนา้ ท่าทาง หรือนา้ํ เสียง ประกอบ ของผสู้ ่ง
ไดเ้ ลย ดงั นน้ั การเขยี น หรือพมิ พ์ข้อความใด ๆ ในอเี มลจ์ ึงจําเป็นต้องเขยี นใหช้ ัดเจน กระชับ และ ถูกกาลเทศะ เพ่อื
ป้องกนั ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขน้ึ ได้
(3) การเผยแพร่ข้อมูล เนอื่ งจากอินเทอรเ์ นต็ เป็นเครอื ข่ายไรพ้ รหมแดน ที่ไม่มเี จ้าของ
และไมข่ ้นึ กบั กฎระเบียบขององคก์ รใดองค์กรหนงึ่ ดังน้นั ผูใ้ ชเ้ ครอื ข่ายที่ตอ้ งการเผยแพรข่ อ้ มูลขา่ วสาร หรือ
นําเสนอขอ้ คดิ เห็นใด ๆ บนเครือขา่ ยจึงจําเป็นจะต้องมจี รรยาบรรณในการใช้อินเทอร์เนต็ โดยตระหนกั ถึง ความ
รบั ผิดชอบต่อผูอ้ ื่น และหลีกเล่ยี งการนาํ เสนอข้อมูลท่ีไม่เหมาะสม คลาดเคล่ือน หรอื ท่ีอาจ กระทบกระเทอื น หรือ
สรา้ งความเสียหายตอ่ ผู้อ่นื ได้
3. ด้านความบันเทงิ
(1) คน้ หา Magazine online รวมท้ังหนังสือพมิ พแ์ ละขา่ วสารอน่ื ๆ ได้
(2) ฟังวทิ ยุผา่ นเครอื ข่ายอนิ เทอร์เนต็ ได้
(3) ดาวนโ์ หลด (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่าง ท้ังภาพยนตรใ์ หมแ่ ละเกา่ มาดไู ด้
รูปท่ี 1.4 การใช้งานอินเทอรเ์ น็ตดา้ นความบนั เทิง
(ทม่ี า : https://www.scb.co.th/content/dam/scb/personal-banking)
9
1.3.2 การใชง้ านบนอนิ เทอรเ์ น็ต
1. การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตเพือ่ สง่ จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส์ (E-mail) ผ่านเครือขา่ ยทส่ี มัครเปน็
สมาชกิ แทนการส่งจดหมายแบบเขยี นใส่ซองปดิ ผนึกจ่าหนา้ ซองถึงผรู้ ับ แต่การส่งอเี มลท์ ําให้ถึงผูร้ บั ได้ อยา่ ง
รวดเรว็ กว่าแบบเดมิ
2. การใช้งานอินเทอรเ์ นต็ เพอื่ ค้นขอ้ มลู ข่าวสารที่มอี ยู่มากมายจากแหลง่ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ทว่ั โลกได้
โดยผ่าน World Wide Web
3. สอื่ สารดว้ ยข้อความ Chat เป็นการพดู คยุ โดยพมิ พ์ข้อความตอบกนั การสนทนากันผ่าน
อินเทอรเ์ น็ต เปรียบเสมอื นเราน่งั อยู่ในหอ้ งสนทนาเดียวกนั แมอ้ ย่คู นละประเทศหรือคนละซีกโลก
รปู ท่ี 1.5 คน้ หาข่าวสารดว้ ย Google และส่ือสารขอ้ ความด้วย Facebook
(ทม่ี า : https://www.rainmaker.in.th/wp-content/uploads/2020/02)
10
1.4 การให้บริการบนอนิ เทอรเ์ นต็
1.4.1 เวลิ ด์ไวด์เวบ็ (WWW)
เวิลด์ไวด์เว็บ หรือเครือข่ายใยแมงมุม เหตุที่เรียกชื่อนี้เพราะว่าเป็นลักษณะของการเชื่อมโยง
ข้อมลู จากที่หนึง่ ไปยงั อีกท่หี นึ่งเร่ือย ๆ เวิลด์ไวดเ์ วบ็ เปน็ บริการท่ไี ดร้ ับความนยิ มมากท่ีสุด ในการเรียกดู เวบเซต
ตองอาศยั โปรแกรมเวบ็ บราวเซอร์ (web browser) ในการดขอ้ มูล บราวเซอรท์ ี่ไดร้ บั ความนยิ ม เซเน ปัจจุบนั เช่น
โปรแกรม Internet Explorer (IE), Netscape Navigator, Google Chrome, Safari, Opera
1.4.2 จดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Mail)
การตดิ ต่อสอื่ สารโดยใช้อีเมลสะดวก และประหยัดเวลา หลักการทํางานของอเี มล เปรียบเสมือน
การส่งจดหมายธรรมดา โดยจะตอ้ งมีท่ีอย่ทู ี่ระบชุ ดั เจน เรยี กว่า “อเี มลแอดเดรส (E-mail address)"
องค์ประกอบของ E-mail address ประกอบด้วย
1. ชอ่ื ผใู้ ช้ (User name)
2. ชอื่ โดเมน Username@domain_name
การใช้งานอีเมล สามารถแบง่ ไดด้ ังน้ี
1. Corporate E-mail คือ อีเมล ที่หน่วยงานต่าง ๆ สร้างขึ้นให้กับพนักงานหรือบุคลากรใน
องค์กรนัน้ เช่น [email protected] คอื E-mail ของนักศึกษาของสถาบนั ราชภฏั สวนดุสิต เปน็ ต้น
2. Free E-mail คือ อีเมล ที่สามารถสมัครได้ฟรีตาม web mail ต่าง ๆ เช่น Hotmail, Yahoo
Mail La Chaiyo Mail
1.4.3 บรกิ ารโอนย้ายไฟล์ (File Transfer Protocol)
บรกิ ารโอนย้ายไฟลเ์ ป็นบรกิ ารท่ีเกยี่ วขอ้ งกับการโอนย้ายไฟล์ผา่ นระบบอินเทอร์เน็ต การโอนย้าย
ไฟลส์ ามารถแบ่งได้ ดงั น้ี
1. การดาวน์โหลดไฟล์ (Download File) คอื การรบั ขอ้ มูลเข้ามายังเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้
ปจั จุบนั มีหลายเว็บไซต์ทีจ่ ัดให้มกี ารดาวนโ์ หลดโปรแกรมได้ฟรี เชน่ www.download.com
2. การอัพโหลดไฟล์ (Upload File) คอื การนําไฟลข์ ้อมลู จากเคร่ืองของผู้ใช้ไปเก็บไว้ใน เครื่องท่ี
ให้บริการ (Server) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น กรณีที่ทําการสร้างเว็บไซต์ จะมีการอัพโหลดไฟล์ ไปเก็บไว้ใน
เครอื่ งบริการเว็บ สต์ (Web Server) ที่เราขอใช้บริการพน้ื ท่ี (Web Server) โปรแกรมทช่ี ่วยใน การอัพโหลดไฟล์
เช่น FTP Commander
11
1.4.4 บริการสนทนาบนอินเทอร์เนต็ (Instant Message)
สนทนาบนอินเทอร์เน็ต คือ การส่งข้อความถึงกันโดยทันทีทันใด นอกจากนี้ ยังสามารถส่ง
สญั ลักษณ์ตา่ ง ๆ อาทิ รปู ภาพ ไฟลข์ อ้ มูลไดด้ ้วย การสนทนาบนอินเทอร์เน็ตนับเปน็ โปรแกรมทไ่ี ดร้ ับความ นิยมไม่
นอ้ ย ตวั อยา่ งโปรแกรมประเภทนี้ เชน่ Messenger, Line, Tinder, WEChat เป็นต้น
1.4.5 บรกิ ารคน้ หาขอ้ มลู บนอนิ เทอร์เนต็
1. web directory คือ การค้นหาโดยการเลือก Directory ที่จัดเตรียมและแยกหมวดหมู่ไว้
เรยี บรอ้ ยแล้ว เวบ็ ไซต์ทีใ่ หบ้ รกิ าร Web Directory เช่น www.yahoo.com, www.sanook.com
2. Search Engine คือ การคน้ หาข้อมลู โดยใชโ้ ปรแกรม Search โดยการเอาคําทีต่ อ้ งการ ค้นหา
ไปเทียบกบั เว็บไซต์ตา่ ง ๆ ว่ามีเวบ็ ไซตใ์ ดบ้างทีม่ คี ําท่ีเราต้องการคน้ หา website ที่ใหบ้ รกิ าร search engine เช่น
www.yahoo.com, www.sanook.com, www.google.co.th, www.sansarn.com
3. Metasearch คือ การค้นหาข้อมูลแบบ Search engine แต่จะทําการส่งคําที่ต้องการไป
ค้นหาในเว็บไซต์ทีใ่ ห้บริการสืบค้นข้อมูลอื่น ๆ อีก ถ้าข้อมูลที่ไดม้ ีซ้าํ กัน ก็จะแสดงเพียงรายการเดียว เว็บไซต์ ท่ี
ใหบ้ ริการ Metasearch เชน่ www.search.com, www.thaifind.com
1.4.6 บริการกระดานข่าวหรอื เว็บบอรด์ (Web board)
เว็บบอร์ดเป็นศูนย์กลางในการ
แสดงความคิดเห็น มีการตั้งกระทู้ ถาม-ตอบ ใน
หวั ข้อทสี่ นใจ เวบ็ บอรด์ ของไทยท่ีเป็นทน่ี ิยม และมี
ผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นมากมาย คือ เว็บบอร์ด
ของพนั ทปิ .คอม (www.pantip.com)
antip.com)
1.4.7 ห้องสนทนา (Chat Room) รูปที่ 1.6 สื่ออินเทอรเ์ น็ตมีความสําคญั ต่อชวี ติ ประจําวนั
ห้องสนทนา คือ การสนทนา (ท่ีมา : https://lh3.googleusercontent.com)
ออนไลน์ประเภทหน่ึง ที่มีการส่งข้อความสัน้ ๆ ถึง
กัน การเข้าไปสนทนาต้องเข้าไปในเว็บไซต์ ท่ี
ให้บริการห้องสนทนา เช่น www.sanook.com,
www.pantip.com
12
1.5 ยุคของอินเทอรเ์ นต็
อินเทอร์เน็ตเปน็ ระบบเครอื ขา่ ยที่มีการพัฒนามาต่อเน่ือง ในตลอดชว่ งพฒั นาการของอินเทอร์เน็ตน้ัน
สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยคุ ดงั น้ี
1.5.1 "Internet 1.0"
ยุคแรกของการเช่ือมต่อเพ่ือการสอ่ื สารระหว่างบุคคล (Human-to-Human Communication)
ในยุคนี้พัฒนาการของอินเทอร์เน็ตจะเป็นเพื่อการสื่อสารระหว่างบุคคลที่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อ กับ
อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีที่สําคัญที่พฒั นาใช้งานกับอนิ เทอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารในยุคนี้ได้แก่ อีเมล (E-mail) และ
ยสู เน็ต (UseNet)
อเี มลเปน็ เทคโนโลยีท่ียงั มีการใช้งานในปัจจุบนั นอกจากการสอ่ื สารระหว่างบคุ คลแลว้ อเี มล ได้มี
การประยุกต์ใช้เพื่อการสื่อสารระหว่างบุคคลกับกลุ่มบุคคล (Human-to-Community Communication) ด้วย
เทคโนโลยเี พ่อื การน้ีเรียกวา่ เมลล่งิ ลสิ ต์ (Mailing List) ซ่งึ กย็ ังมกี ารใช้งานอยู่เชน่ กัน
สว่ น UseNet ได้รบั ความนิยมลดน้อยลง แตก่ ย็ ังมีการใช้งานอยู่อย่างสมํ่าเสมอจากผู้ใช้ท่ีใช้ งาน
มาต้งั แตใ่ นอดตี ผ้ใู ห้บริการ UseNet รายสําคัญในปัจจบุ ันคอื Google ภายใต้ชือ่ Google Groups
1.5.2 "Internet 2.0"
ยุคที่สองของการเชื่อมต่อเพื่อสื่อสารระหว่างบุคคลกับคอมพิวเตอร์ (Human-to-Computer
Communication) เทคโนโลยีสําคัญที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตในยุคนี้ได้แก่ เว็บ (Web หรือ World
Wide Web) เปิดโอกาสให้บุคคลสามารถเข้าใช้คอมพิวเตอร์เพื่อทํางานใดงานหนึ่งจากระยะไกลได้ผ่าน
กระบวนการใชง้ านทีเ่ ป็นมาตรฐานเดยี วกนั
ในอดีต ผู้ใช้งานจะต้องใช้โปรแกรมจําลองหน้าจอเพือ่ เขา้ ไปใชง้ านเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ เครื่องใด
เครื่องหนึ่งแล้วใช้โปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นทํางาน กล่าวโดยสรุปคือในมุมมองเชิง แนวความคิด
(Conceptual Prospective) แล้ว เว็บทําให้การใช้งานอินเทอร์เนต็ เปลี่ยนจากการอยู่บน พื้นฐานของ “เครื่อง”
เป็น “ระบบ"
1.5.3 "Internet 3.0"
ยุคที่สามของอินเทอรเ์ นต็ เป็นยุคที่กําลังจะก้าวไปสู่ยคุ ของการสื่อสารเพือ่ การเช่ือมต่อ ระหว่าง
คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ (Computer-to-Computer Communication) เป็นการเชื่อมต่อใน ระดับของ
สารสนเทศ (Information) ซงึ่ เปน็ การเชอ่ื มต่อในระดับท่ีสูงกว่าใน “การรบั รูค้ วามหมาย” มากกว่า การเช่ือมต่อ
เพื่อการส่งผ่านข้อมูล (Data Communication) เท่านั้น เป็นยุคที่ “ระบบงาน” ติดต่อสื่อสารกัน เพื่อให้
สารสนเทศซ่ึงกันและกันเพอ่ื ใหบ้ ริการแก่ผู้ใช้ ในมุมมองเชิงแนวความคิด (Conceptual Prospective) แลว้ ในยุค
น้ี “ระบบงาน" จะให้ “บรกิ าร” สารสนเทศของตนแกร่ ะบบงานอ่นื ๆ และใช้บริการ สารสนเทศจากระบบงานอ่ืน
ๆ เพอ่ื ประกอบเป็นบริการของตนให้แก่ผูใ้ ช้ ไดแ้ ก่
13
1. "Web 2.0" (อ่านว่า Web Two Point Oh) หรือ “Web Services"ในยุคที่สามนี้จะมี การ
กล่าวถึง "บริการ” ระหว่างกันและในการติดต่อส่ือสารของข้อมลู ในระบบนีก้ ย็ ังผ่านเทคโนโลยพี ้ืนฐาน บางอย่าง
ของเว็บ ในยุคที่สามของอินเทอร์เน็ตนั้นถือได้ว่าเป็นยุคที่สองของเว็บ คํานึงถึงสถานะของผู้ใช้ และการเข้าถึง
ข้อมลู เป็นหลัก
ในสถานะของผู้ใชน้ ัน้ ยุคแรกของเว็บจะเป็นยคุ “เวบ็ เพือ่ อา่ นอยา่ งเดยี ว" (Read-Only Web) ซ่งึ
ผอู้ ่านและผูเ้ ขียนจะแยกกนั อย่างชัดเจน ผ้เู ขียนจะมหี นา้ ทีเ่ ขียนสว่ นผูอ้ ่านจะมหี นา้ ทอี่ า่ น ไมป่ ะปนกนั ส่วนในยุคท่ี
สองจะเปน็ ยุค “เว็บเพ่ือการอ่านและเขียน” (Read-write Web) ในยุคนี้ผู้อ่านและ ผู้เขียนจะเป็นบคุ คลเดยี วกัน
การเข้าถึงข้อมลู น้ัน ในยุคแรกเวบ็ จะมี “Site"เป็นเว็บไซต์ (Web Site) นั่นคือ สารสนเทศจะมีท่ีอยู่ท่ีแน่นอน แต่
ในยุคที่สองเว็บจะไม่มี “Site” อีกต่อไป สารสนเทศจะเกิดการแลกเปลี่ยน กันโดยระบบงานเพ่ือไปหาผู้ใช้ กล่าว
อกี มมุ หน่ึงคอื ในยคุ แรกผู้ใชต้ ้อง “ไปหา" สารสนเทศ แตย่ คุ ที่สอง สารสนเทศจะ "มาหา” ผใู้ ชน้ นั่ เอง
2. "Outlook from Thailand” ในขณะนี้อินเทอร์เนต็ กาํ ลังก้าวสู่ยุคท่ีสาม และเว็บซึ่งเป็น ส่วน
หนึ่งของยุคของอินเทอร์เน็ตนั้นก็กําลงั ก้าวสู่ยุคที่สอง ความหวังของประเทศไทยในฐานะนักพัฒนา ซอฟต์แวร์ ที่
เป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีที่เป็นส่วนหนึ่งของยุคใหม่สามารถทําให้ประเทศไทยไดป้ รากฏในแผนที่ โลกที่ถือว่าเป็น
“ผู้ให"้ เทคโนโลยีแก่ชาวโลกเชน่ เดียวกัน
รปู ท่ี 1.7 ตวั อย่าง Web 2.0 เชน่ www.youtube.com
(ทีม่ า : www.youtube.com)
14
ใบงาน 1.1 สรปุ องค์ความรู้
คำสัง่
ให้นักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเป็น 6 กลุม่ ศึกษาเนือ้ หาแล้วสรุปเปน็ องคค์ วามรู้ (Mind mapping)
หนว่ ยที่ 1 ความรเู้ บื้องต้นเกย่ี วกบั อินเทอรเ์ น็ต สามารถใช้โปรแกรม หรอื แอพพลเิ คชั่น ทม่ี ี
ความถนดั หรือจะวาดเขยี นลงในกระดาษ แลว้ นำส่งในหอ้ งเรียน Classroom
15
ใบงาน 1.2
คำสั่ง ตอบคำถามให้สมบรู ณ์
1. จงบอกความหมายของอนิ เทอร์เนต็
2. จงบอกประวัตคิ วามเป็นมาของอินเทอร์เนต็ มาพอสังเขป
3. จงบอกประโยชน์และการใชง้ านบนอนิ เทอร์เน็ตดา้ นธรุ กิจ และดา้ นสนบั สนนุ การศกึ ษา
มาพอสังเขป
4. จงอธบิ ายความหมายของเวลิ ด์ไวด์เว็บ (WWW)
5. จงบอกความหมายของการดาวน์โหลด
6. จงบอกความหมายของการอพั โหลดไฟล์
7. จงอธบิ ายยุคของอินเทอร์เน็ตแบ่งไดก้ ่ียุคอะไรบ้าง
16
แบบทดสอบหลังเรียน
หนว่ ยท่ี 1
คําชี้แจง ใหน้ ักเรียนทาํ เครื่องหมายกากบาท (X) ทับขอ้ ทีเ่ หน็ ว่าถูกต้องทส่ี ดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. ข้อใดคอื ความหมายของอนิ เทอรเ์ น็ต
ก. ระบบเครือขา่ ยของขอ้ มลู และคอมพวิ เตอรส์ าธารณะ
ข. จุดกาํ เนดิ เริ่มแรกของอินเทอร์เนต็
ค. ระบบอินเทอร์เนต็ ในปจั จุบนั นัน้ อาศัยโพรโทคอล
ง. ระบบนส้ี รา้ งมาเพื่อนําชือ่ สามารถจดจาํ ได้ง่าย
2. ขอ้ ใดคือประวตั ิความเป็นมาของระบบเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็
ก. ระบบเครือขา่ ยของข้อมูลและคอมพวิ เตอร์สาธารณะ
ข. จดุ กาํ เนิดเร่ิมแรกของอินเทอร์เน็ตวัตถปุ ระสงค์ทางทหาร
ค. ระบบอินเทอร์เน็ตในปัจจุบนั น้นั อาศัยโพรโทคอล
ง. ระบบนี้สรา้ งมาเพอ่ื นาํ ช่อื สามารถจดจําไดง้ ่าย
3. พ้นื ฐานการทาํ งานของระบบอนิ เทอร์เนต็ หมายถึง
ก. ระบบเครือขา่ ยของขอ้ มูลและคอมพวิ เตอรส์ าธารณะ
ข. จุดกําเนดิ เริ่มแรกของอินเทอร์เน็ต
ค. ระบบอินเทอร์เนต็ ในปจั จุบันนน้ั อาศัยโพรโทคอล
ง. ระบบนีส้ ร้างมาเพื่อนาํ ชอ่ื สามารถจดจําไดง้ ่าย
4. โดเมนเนม หมายถึงข้อใด
ก. ระบบเครือข่ายของขอ้ มลู และคอมพิวเตอร์สาธารณะ
ข. จดุ กําเนิดเรม่ิ แรกของอินเทอรเ์ น็ต
ค. ระบบอนิ เทอรเ์ น็ตในปัจจุบนั นน้ั อาศยั โพรโทคอล
ง. ระบบนีส้ ร้างมาเพื่อนําชอ่ื สามารถจดจาํ ไดง้ า่ ย
5. โดเมนเนม ภาษาองั กฤษเขียนอยา่ งไร
ก. Domain Name
ข. Domain Name
ค. Domain Name
ง. Domain Name
17
6. ประเทศใดไม่ต้องใชส้ ถานที่ต้ังบอกโดเมนเนม
ก. ไทย
ข. จีน
ค. สหรัฐอเมรกิ า
ง. รัสเซีย
7. บริการ IRC คือข้อใด
ก. บรกิ ารพูดคุยภายในหอ้ ง
ข. บรกิ ารโอนย้ายไฟล์
ค. บริการที่ได้รับความนยิ มอยา่ งรวดเรว็
ง. ถูกทกุ ขอ้
8. บรกิ าร FTP คอื ขอ้ ใด
ก. บริการพดู คยุ ภายในห้อง
ข. บริการโอนยา้ ยไฟล์
ค. บริการทไ่ี ด้รับความนิยมอย่างรวดเรว็
ง. ถูกทุกข้อ
9. บรกิ าร WWW คือข้อใด
ก. บริการโอนย้ายไฟล์
ข. บริการพูดคุยภายในห้อง
ค. บริการทไี่ ดร้ บั ความนยิ มอย่างรวดเร็ว
ง. ถูกทกุ ข้อ
10. IE ย่อมาจาก
ก. Internet Explorer
ข. Internet Express
ค. Internet Explore
ง. Control Message Protocol
18