มหาเวสสันดรชาดก
กัณฑ์มัทรี
จัดทำโดย กลุ่มพ๊ะษ๊ะไท๊ยย์
การเเปลความเนื้อเรื่อง
เมื่อสมเด็จพระยอดมิ่งเยาวมาลย์มัทรี กราบทูลพระราชสามีสักเท่าใด ๆ ท้าวเธอจะได้ปราศรัยก็ไม่มี
พระนางยิ่งหมองศรีโศกกำส รดสะอึกสะอื้น ถวายบังคมคืนออกมาเที่ยวแสวงหาพระลูกรัก
ทุกหนแห่ง กระจ่างแจ้งด้วยแสงพระจันทร์ส่องสว่างพื้นอัมพรประเทศวิถี
แปลความหมาย
เมื่อพระนางมัทรีกราบทูลพระเวสสันดรเท่าใดๆ พระเวสสันดรก็ไม่ตอบพระนางมัทรีเลย พระนางมัทรี
จึงเกิดอาการเศร้าหมอง ก็ถวายบังคมลาพระเวสสันดรออกเที่ยวเสาะแสวงหาพระลูกรักทั้งสองทุกหน
ทุกแห่ง ในคืนที่แสงของดวงจันทร์ส่องสว่างกระจ่างแจ้งทั่วผืนฟ้า
คำศัพท์ยาก อัมพร = ท้องฟ้า 1
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
การเเปลความเนื้อเรื่อง
นางเสด็จจรลีไปหยุดยืนในภาคพื้นปริมณฑลใต้ต้นหว้า จึ่งตรัสว่า อิเม เตชมพุกา รุกขา ควรจะ
สงสารเอ่ยด้วยต้นหว้าใหญ่ใกล้อาราม งามด้วยกิ่งก้านประกวดกัน ใบชอุ่มประชุมบ่อเป็นฉัตรชั้นคั่ง
ฉัตรทอง แสงพระจันทร์ดั้นส่องต้องน้ำค้างที่ขังให้ไหลลงหยดย้อย เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อย ๆ
อยู่พราย ๆ ต้องกับแสงกรวดทรายที่ใต้ต้นอร่ามวามวาวดูเป็นวนวงแวว ดั่งบุคคลเอาแก้วมา
ระแนงแกล้งมาโปรยโรยรอบปริมณฑลก็เหมือนกัน งามดั่งไม้ปาริชาตในเมืองสวรรค์มาปลูกไว้
แปลความหมาย
นางเสด็จไปยังต้นหว้าใหญ่ใกล้วัด จึ่งตรัสว่า อิเม เต ชมฺพุกา รุกฺขา กิ่งก้านแผ่นกว้างใบเขี้ยวชอุ่ม
เหมือนฉัตรทองสงจันทร์ส่องกระทบน้ำค้างที่ขังเหมือนกับพลอยส่องสว่างถูกทับ กรวยทรายแสง
แวววาวเหมือนกับคนนำมาโปรยไว้ โดยรอบงามเหมือนต้นปริชาตที่อยู่บนสวรรค์
คำศัพท์ยาก ชมพุกา รุกขา = ต้นหว้า 2
ปาริชาต = ต้นทองหลาง
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
การเเปลความเนื้อเรื่อง
ลูกรัก เจ้าแม่เอ่ยเจ้าเคยมาอาศัยนั่งนอน ประทับร้อนสำราญร่มรื่น ๆ สำรวลเล่นเย็นสบายพระพายรำเพยพัด
゜มาฉิวเฉื่อย เรไรระรี่เรื่อยร้องอยู่หริ่ง ๆ แต่ลูกรักของแม่ทั้งชายหญิงไปอยู่ไหนไม่เห็นเลย มหานิโครธชาต
อนิจจา ๆ เอ่ยเห็นแต่ไทรทองถัดกันไปกิ่งก้านใบรากห้อยยื่นระย้าเจ้าเคยมาห้อยโหนโยนชิงช้าชวนกันแกว่งไกว
แล้วเล่นไล่ปิดตาหาเร้นแทบหลังบริเวณพระอาวาส อิมา ตา โปกขรณี รมมา เจ้าเคยมาประพาสสรงสนานใน
สระศรีโบกขรณีตำแหน่งนอกพระอาวาส
แปลความหมาย
ลูกเคยมานอนใต้ต้นมีลมพัดเหมือนกับพระพายทรงมาพัดลูกทั้งสองในตอนหายไปไหนแม่มองไม่เห็นเจ้า
เห็นแต่ต้นไทรทองที่อยู่ถัดไปมีกิ่งก้านใบรากที่ห้อยระย้าลงมาเราเคยมาห้อยโหนชิงช้าไปมา แล้วมีการไล่
ปิดตาอยู่หลังพระอาวาส เราเคยได้ไปเที่ยวในสระศรีโบกขรณี
゜คำศัพท์ยาก ชาต = ฝูง,หมู่ 3
โบกขรณี = สระบัว
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
การเเปลความเนื้อเรื่อง
นางเสด็จลีลาศไปเที่ยวเวียนรอบ จึ่งตรัสว่าน้ำเอ่ยเคยมาเปี่ยมขอบเป็นไรจึ่งขอดข้นลงขุ่นหมอง พระ
พายเจ้าเอ๋ยเคยมาพัดต้องกลีบอุบล พากลิ่นสุคนธ์ขจรรสมารวยรื่นเป็นไรจึงเสื่อมหอมหายชื่นไม่เฉื่อยฉ่ำ
ฝูงปลาเอ๋ยเคยมาผุดคล่ำดำแฝงฟอง บ้างก็ขึ้นล่องว่ายอยู่ลอยเลื่อนชมแสงเดือนอยู่พราย ๆ เป็นไรจึ่ง
ไม่ว่ายเวียนวง นกเจ้าเอ่ยเคยบินลงไล่จิกเหยื่อทุกเวลา วันนี้แปลกเปล่าตาแม่แลไม่เห็นพระลูกเอ่ยเจ้าเคย
มาเที่ยวเล่น แม่แลไม่เห็นแล้ว
แปลความหมาย
นางเสด็จไปเที่ยวเวียนรอบ จึ่งพูดว่าน้ำเคยเปี่ยมขอบเป็นอย่างไรก็ต้องขอดลง พระพายเคยมาจับดอกบัวที่มี
กลิ่นหอมรวยรื่นอย่างไรความหอมก็ต้องหายไปอยู่ดี ฝูงปลาเคยมาผุดดำทำฟอง บ้างตัวก็ขึ้นมาว่ายไปมาชม
แสงเดือนอยู่บ่อยๆ แต่ไม้ว่ายเวียนไปมา นกเคยบินลงมาไล่จิกเหยื่อทุกเวลา แต่วันนี้แปลกแม่มองไม่เห็นนกเลย
แต่พระลูกเราเคยมาเที่ยวเล่น แม่มองไม่เห็น
คำศัพท์ยาก อุบล = ดอกบัว 4
สุคนธ์ = กลิ่นหอม/เครื่องหอม
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
จัดทำโดย
1. นาย เฉลิมพล ปัญญา เลขที่ 4
2. นาย ปัณณวัฒน์ เขียวบ้านยาง เลขที่ 28
3. น.ส. พิมพิศา พึ่งเพ็ง เลขที่ 29
4. น.ส. ณัฐชาภรณ์ กลิ่นหอม เลขที่ 32
5. น.ส. ณิชาพัชร์ กำพร้าศัตรู เลขที่34
6. น.ส. อุษณีษ์ ปรีชาศุทธิ์ เลขที่ 35
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.1