The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Natchaphon Klinhom, 2022-06-12 23:41:24

5E231043-D400-483F-BF4A-FCD93096015A

5E231043-D400-483F-BF4A-FCD93096015A

มหาเวสสันดรชาดก

กัณฑ์มัทรี

จัดทำโดย กลุ่มพ๊ะษ๊ะไท๊ยย์

การเเปลความเนื้อเรื่อง

เมื่อสมเด็จพระยอดมิ่งเยาวมาลย์มัทรี กราบทูลพระราชสามีสักเท่าใด ๆ ท้าวเธอจะได้ปราศรัยก็ไม่มี
พระนางยิ่งหมองศรีโศกกำส รดสะอึกสะอื้น ถวายบังคมคืนออกมาเที่ยวแสวงหาพระลูกรัก


ทุกหนแห่ง กระจ่างแจ้งด้วยแสงพระจันทร์ส่องสว่างพื้นอัมพรประเทศวิถี

แปลความหมาย
เมื่อพระนางมัทรีกราบทูลพระเวสสันดรเท่าใดๆ พระเวสสันดรก็ไม่ตอบพระนางมัทรีเลย พระนางมัทรี

จึงเกิดอาการเศร้าหมอง ก็ถวายบังคมลาพระเวสสันดรออกเที่ยวเสาะแสวงหาพระลูกรักทั้งสองทุกหน


ทุกแห่ง ในคืนที่แสงของดวงจันทร์ส่องสว่างกระจ่างแจ้งทั่วผืนฟ้า

คำศัพท์ยาก อัมพร = ท้องฟ้า 1

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

การเเปลความเนื้อเรื่อง

นางเสด็จจรลีไปหยุดยืนในภาคพื้นปริมณฑลใต้ต้นหว้า จึ่งตรัสว่า อิเม เตชมพุกา รุกขา ควรจะ
สงสารเอ่ยด้วยต้นหว้าใหญ่ใกล้อาราม งามด้วยกิ่งก้านประกวดกัน ใบชอุ่มประชุมบ่อเป็นฉัตรชั้นคั่ง
ฉัตรทอง แสงพระจันทร์ดั้นส่องต้องน้ำค้างที่ขังให้ไหลลงหยดย้อย เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อย ๆ

อยู่พราย ๆ ต้องกับแสงกรวดทรายที่ใต้ต้นอร่ามวามวาวดูเป็นวนวงแวว ดั่งบุคคลเอาแก้วมา
ระแนงแกล้งมาโปรยโรยรอบปริมณฑลก็เหมือนกัน งามดั่งไม้ปาริชาตในเมืองสวรรค์มาปลูกไว้

แปลความหมาย
นางเสด็จไปยังต้นหว้าใหญ่ใกล้วัด จึ่งตรัสว่า อิเม เต ชมฺพุกา รุกฺขา กิ่งก้านแผ่นกว้างใบเขี้ยวชอุ่ม
เหมือนฉัตรทองสงจันทร์ส่องกระทบน้ำค้างที่ขังเหมือนกับพลอยส่องสว่างถูกทับ กรวยทรายแสง


แวววาวเหมือนกับคนนำมาโปรยไว้ โดยรอบงามเหมือนต้นปริชาตที่อยู่บนสวรรค์

คำศัพท์ยาก ชมพุกา รุกขา = ต้นหว้า 2
ปาริชาต = ต้นทองหลาง

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

การเเปลความเนื้อเรื่อง

ลูกรัก เจ้าแม่เอ่ยเจ้าเคยมาอาศัยนั่งนอน ประทับร้อนสำราญร่มรื่น ๆ สำรวลเล่นเย็นสบายพระพายรำเพยพัด


゜มาฉิวเฉื่อย เรไรระรี่เรื่อยร้องอยู่หริ่ง ๆ แต่ลูกรักของแม่ทั้งชายหญิงไปอยู่ไหนไม่เห็นเลย มหานิโครธชาต


อนิจจา ๆ เอ่ยเห็นแต่ไทรทองถัดกันไปกิ่งก้านใบรากห้อยยื่นระย้าเจ้าเคยมาห้อยโหนโยนชิงช้าชวนกันแกว่งไกว
แล้วเล่นไล่ปิดตาหาเร้นแทบหลังบริเวณพระอาวาส อิมา ตา โปกขรณี รมมา เจ้าเคยมาประพาสสรงสนานใน


สระศรีโบกขรณีตำแหน่งนอกพระอาวาส

แปลความหมาย

ลูกเคยมานอนใต้ต้นมีลมพัดเหมือนกับพระพายทรงมาพัดลูกทั้งสองในตอนหายไปไหนแม่มองไม่เห็นเจ้า

เห็นแต่ต้นไทรทองที่อยู่ถัดไปมีกิ่งก้านใบรากที่ห้อยระย้าลงมาเราเคยมาห้อยโหนชิงช้าไปมา แล้วมีการไล่


ปิดตาอยู่หลังพระอาวาส เราเคยได้ไปเที่ยวในสระศรีโบกขรณี

゜คำศัพท์ยาก ชาต = ฝูง,หมู่ 3

โบกขรณี = สระบัว

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

การเเปลความเนื้อเรื่อง

นางเสด็จลีลาศไปเที่ยวเวียนรอบ จึ่งตรัสว่าน้ำเอ่ยเคยมาเปี่ยมขอบเป็นไรจึ่งขอดข้นลงขุ่นหมอง พระ
พายเจ้าเอ๋ยเคยมาพัดต้องกลีบอุบล พากลิ่นสุคนธ์ขจรรสมารวยรื่นเป็นไรจึงเสื่อมหอมหายชื่นไม่เฉื่อยฉ่ำ
ฝูงปลาเอ๋ยเคยมาผุดคล่ำดำแฝงฟอง บ้างก็ขึ้นล่องว่ายอยู่ลอยเลื่อนชมแสงเดือนอยู่พราย ๆ เป็นไรจึ่ง
ไม่ว่ายเวียนวง นกเจ้าเอ่ยเคยบินลงไล่จิกเหยื่อทุกเวลา วันนี้แปลกเปล่าตาแม่แลไม่เห็นพระลูกเอ่ยเจ้าเคย

มาเที่ยวเล่น แม่แลไม่เห็นแล้ว

แปลความหมาย
นางเสด็จไปเที่ยวเวียนรอบ จึ่งพูดว่าน้ำเคยเปี่ยมขอบเป็นอย่างไรก็ต้องขอดลง พระพายเคยมาจับดอกบัวที่มี

กลิ่นหอมรวยรื่นอย่างไรความหอมก็ต้องหายไปอยู่ดี ฝูงปลาเคยมาผุดดำทำฟอง บ้างตัวก็ขึ้นมาว่ายไปมาชม

แสงเดือนอยู่บ่อยๆ แต่ไม้ว่ายเวียนไปมา นกเคยบินลงมาไล่จิกเหยื่อทุกเวลา แต่วันนี้แปลกแม่มองไม่เห็นนกเลย


แต่พระลูกเราเคยมาเที่ยวเล่น แม่มองไม่เห็น

คำศัพท์ยาก อุบล = ดอกบัว 4
สุคนธ์ = กลิ่นหอม/เครื่องหอม

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

จัดทำโดย

1. นาย เฉลิมพล ปัญญา เลขที่ 4

2. นาย ปัณณวัฒน์ เขียวบ้านยาง เลขที่ 28

3. น.ส. พิมพิศา พึ่งเพ็ง เลขที่ 29

4. น.ส. ณัฐชาภรณ์ กลิ่นหอม เลขที่ 32

5. น.ส. ณิชาพัชร์ กำพร้าศัตรู เลขที่34

6. น.ส. อุษณีษ์ ปรีชาศุทธิ์ เลขที่ 35

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.1


Click to View FlipBook Version