ประวัติบุคคลสำคัญ
ของนาฏศิลป์ไทย
คำชี้แจง ก
ปก
คำชี้แจง
คำนำ
ผู้จัดทำ
อ้างอิง
คำนำ ข
E-BOOK เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชานาฏศิลป์ไทยมีจุด
ประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับบุคคลที่สำคัญของนาฏศิลป์ไทยซึ่งเป็น
เนื้อหาส่วนหนึ่งของวิชานาฏศิลป์
คณะผู้จัดทำได้เรียบเรียงเนื้อหาต่างๆเป็นE-BOOK เล่มนี้
โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอต่อผู้อ่านที่สนใจทางด้านนาฏศิลป์ไทย
ให้ได้ประโยชน์จากการดูเนื้อหา
E-book หวังว่า E-Book เล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เยี่ยม
ชมไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ ค
เรื่อง หน้า
คำชี้แจ้ง
ก
คำนำ บ
ค
สารบัญ
4
ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี 5
6
ลมุล ยมะคุปต์
7
คุณครูเฉลย ศุขะวณิช 8
9
นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์
10
นายกวี วรศะริน 11
12
เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี
13
พระชายาทองอยู่ 14
15
เจียร จารุจรณ
คุณครูอาคม สายาคม
คุณครูสอาด แสงสว่าง
อ้างอิง
ผู้จัดทำ
4
ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี
ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี
(สกุลเดิม สุทธิบูรณ์; 25 ธันวาคม พ.ศ. 2446 –
24 กันยายน พ.ศ. 2543)
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย ทั้งยังเป็นผู้
คิดค้นท่ารำใหม่โดยยึดระเบียบแบบแผนตาม
ประเพณีโบราณ
และมีความสามารถในการประพันธ์บทโขนละคร
เคยเป็นหม่อมในสมเด็จพระอนุชาธิราช
เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา
ถือเป็นหญิงสามัญชนที่ไม่ใช่ลูกหลานขุนนางคน
แรกที่ได้เป็นสะใภ้หลวง หลังสามีทิวงคตจึงสมรส
ใหม่กับหม่อมสนิทวงศ์เสนี
(หม่อมราชวงศ์ตัน สนิทวงศ์)
ลมุล ยมะคุปต์ 5
ลมุล ยมะคุปต์ ท่านถือได้ว่า เป็นผู้หญิงบุคคล
สำคัญของวงการนาฎศิลป์ไทย เป็นครูนาฏศิลป์
คนแรกในการวางหลักสูตรการเรียนการสอน
นาฏศิลป์ไทย โดยร่างหลักสูตรให้แก่วิทยาลัย
นาฏศิลป ทำให้การเรียนนาฏศิลป์มีระบบ มีขั้น
ตอนในการฝึกหัด นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
อันล้ำค่า
6
คุณครูเฉลย ศุขะวณิช
คุณครูเฉลย ศุขะวณิช เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน
พุทธศักราช ๒๔๔๗ เป็นผู้เชี่ยวชาญการสอนและออกแบบ
นาฏศิลป์ไทย แห่งวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ซึ่งมี
ความรู้ความ สามารถสูงในกระบวนท่ารำทุกประเภท
ทางราชการได้มอบหมายให้เป็นผู้วางรากฐานจัดสร้าง
หลักสูตร การเรียนการสอนวิชานาฏศิลป์ตั้งแต่ระดับต้น
จนถึงขั้นปริญญา เป็นผู้มีความเมตตาเอื้ออารี อุทิศตนเพื่อ
ประโยชน์แก่การศึกษาและงานศิลป์อย่างต่อเนื่อง
ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขา นาฏศิลป์ สหวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ วิทยาลัยครู
บ้านสมเด็จเจ้าพระยา นางเฉลย ศุขะวณิช สมควรได้รับ
การยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ
สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ประจำปีพุทธศักราช
๒๕๓๐
7
นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์
ประวัติของ นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์ เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม
พุทธศักราช 2469 ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นละครหลวง
สำนักพระราชวังรุ่นสุดท้าย ปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า
อยู่หัว เป็นนาฏศิลปินที่มีความเชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย
ทั้งแบบพื้นเมืองและแบบราชสำนัก เคยแสดงเป็นตัวเอกในละครแบบ
ต่างๆ ให้กรมศิลปากรมาแล้วมากมายหลายเรื่องหลายตอน บทบาทที่
ได้รับการยกย่องและนิยมชมชอบจากผู้ชมมากที่สุด “ตัวพระ”
เช่น อิเหนา สังข์ทอง พระไวย ไกรทอง สัตยวาน บางครั้งก็แสดงเป็น
“นางเอก” เช่น ละเวงวัลลา เป็นต้น
แม่ครูสุวรรณี เป็นผู้อนุรักษ์แบบแผนท่ารำนาฏศิลป์ไทย และละครรำไว้
ได้มากที่สุด เคยแสดงและนำคณะไปแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมใน
หลายประเทศ ได้ถ่ายทอดวิชานาฏศิลป์ให้กับนิสิตนักศึกษาใน
มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนต่าง ๆ หลายแห่ง เป็นผู้เพียบ
พร้อมด้วยจริยธรรมคุณธรรม และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ให้แก่สาขา
วิชาชีพมาเป็นเวลากว่า 50 ปี จนเป็นที่ยอมรับกันในวงการนาฏศิลปินว่า
เป็นผู้มีความสามารถสูงยิ่งต่อเนื่องมาตลอด ท่านจึงได้รับการยกย่อง
เชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ – ละคร
รำ) พุทธศักราช 2533
นายกวี วรศะริน 8
นายกวี วรศะริน เกิดที่กรุงเทพมหานคร เป็นศิลปินผู้ทรงวิทยา
คุณในด้านนาฎศิลป์โขนของกรมศิลปากร มีความสามารถใน
กระบวนการงานนาฎศิลป์ และการแสดงโขนทุกประเภท เป็นแม่
แบบการแสดงโขน โดยเฉพาะตัวลิงในบทหนุมานที่สามารถแสดง
ได้เยี่ยมและมีฝีมือเป็นเลิศ เป็นทั้งผู้แสดง ผู้ฝึกซ้อม ผู้ควบคุม
การแสดง รวมทั้งเป็นหัวหน้าคณะควบคุมข้าราชการศิลปิน และ
นักเรียน ไปเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทั้งในประเทศและต่าง
ประเทศ นอกจากชำนาญในด้านการแสดงแล้ว นายกรี วรศะริน
ยังเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการประดิษฐ์ท่ารำต่างๆ เป็นผู้
ถ่ายทอดฝึกสอนความรู้ทางนาฎศิลป์โขนภาคปฏิบัติฝ่ายลิงให้แก่
นักเรียนวิทยาลัยนาฎศิลป์ ศิลปินและครูนาฎศิลป์ ทำให้บุคคล
เหล่านี้มีชื่อเสียงมาแล้วหลายรุ่น
9
เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี
พระนามเดิม จุ้ย พระโอรสสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ (สมเด็จพระเจ้าพี่นางพระองค์-
น้อย-ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช)
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรีมีความชำนาญในการ
ช่างและศิลปะหลายสาขา งานฝีพระหัตถ์อย่างหนึ่งที่ทรงได้
รับความยกย่องอย่างมากคือ เกรินสำหรับยกพระโกศขึ้นตั้ง
บนรถหรือบุษบกโดยไม่ต้องเปลื้องประกอบใหม่ นอกจากทรง
เป็นกวีผู้มีโวหารดีแล้ว ยังทรงมีความสามารถในการออกแบบ
ท่ารำและตีบทถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ทรงเป็นครูละครที่เคารพกันทั่วไปในแวดวงละครรำ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรีสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่
27 พฤษภาคม พ.ศ. 2365 พระชนมายุได้ 53 ปี
ทรงเป็นต้นราชสกุลมนตรีกุล
10
พระชายาทองอยู่
พระชายาทองอยู่ เดิมท่านเป็นชาววังสมัยอยุธยา เป็นข้าหลวงสำนักเจ้า
ฟ้าจันทวดี เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 นั้น พม่าเผาเมืองริบทรัพย์และ
กวาดต้อนชาวกรุงศรีอยุธยากลับพม่า เจ้าฟ้าหญิงจันทวดี เจ้าฟ้าหญิง
พินทวดี ทรงถูกกักขังที่ค่ายโพธิ์สามต้น ไม่ได้ถูกกวาดต้อนในคราวแรก
ร่วมกับเจ้านายหลายพระองค์ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชตีค่าย
โพธิ์สามต้นแตก จึงได้เชิญเจ้าฟ้าหญิงพินทวดีมาประทับยังกรุงธนบุรี
ส่วนเจ้าฟ้าหญิงจันทวดีนั้นไม่ปรากฏ
คุณทองอยู่ได้ตามเสด็จในฐานะข้าหลวงของสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดี
หลวงฤทธินายเวร (บรรดาศักดิ์กรมพระราชวังหลังในครั้งนั้น) พบเข้า
จึงมีจิตปฏิพัทธ์ ท่านสา (สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพ
สุดาวดี) จึงทูลขอคุณทองอยู่จากสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพินทวดี ซึ่งสมเด็จ
เจ้าฟ้าฯ ก็มีพระกรุณาประทานให้ เหตุการณ์นี้น่าจะอยู่ในช่วงราว พ.ศ.
2310-2312 นี้เอง เพราะคุณทองอยู่ให้กำเนิดบุตรคนแรก (พระ
สัมพันธวงศ์เธอ กรมหมื่นนราเทเวศร์) ในเดือนอ้าย พ.ศ. 2313
บ้านเมืองเริ่มเข้าภาวะปกติบ้างแล้ว
พระชายาทองอยู่สิ้นพระชนม์ปีใดไม่ปรากฏ พระราชทานเพลิงพระศพที่
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร พระอัฐิบรรจุไว้ที่สุสานวัดระฆังโฆสิตา
ราม
เจียร จารุจรณ 11
นายรงภักดี (เจียร จารุจรณ) เกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.
2442 ที่จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรของจางวางจอน และนางพริ้ง
เป็นศิลปินอาวุโสด้านนาฏศิลป์ที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับใน
วงการนาฏศิลป์ไทยโดยทั่วไป เคยรับราชการเป็นมหาดเล็กใน
พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มชิวิตศิลปินในกรม
โขนหลวง โดยฝึกหัดเป็นตัวยักษ์ ได้รับการถ่ายถอดท่ารำ
จากบรรดาครู
ที่สืบเนื่องจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นศิลปินผู้เดียวที่ได้
รับการถ่ายทอดท่ารำหน้าพาทย์สูงสุด ความสามารถในการร่าย
รำนี้ ทำให้ได้รับบทเป็นตัวแสดงเอก จนได้รับพระราชทินนามว่า
"นายรงภักดี"
นายรงภักดี (เจียร จารุจรณ) เข้ารับการฝึกหัดโขนยักษ์ ในรัช
สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครูที่ประสิทธิ์
ประสาทวิชานาฏศิลป์ไทย
คุณครูอาคม สายาคม 12
ครูอาคม สายาคม เดิมชื่อ บุญสม เกิดเมื่อวันที่ 26
ตุลาคม พ.ศ. 2406 ณ บ้านสี่แยกหลานหลวง
จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของนายเจือ ศรียาภัย และ
นางผาดศรียาภัย สกุลเดิม อิศรางกูร ณ อยุธยา
(นามสกุลสายาคมเป็นนามสกุลที่ได้รับพระราชทานจาก
รัชกาลที่ 6) ครูอาคมได้รับการฝึกหัดโขนพร้อมกับเรียน
หนังสือจนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 จากนั้น
เข้ารับตำแหน่ง “พระ” แผนกโขนหลวง กรมพิณพาทย์
และโขนหลวง กระทรวงวัง
ต่อมา พ.ศ. 2478 โอนมาประจำโรงเรียนศิลปากร
แผนกดุริยางค์ ดำรงตำแหน่งนักวิชาการละครและ
ดนตรี
7 กองการสังคีต กรมศิลปากร เมื่อเกษียณอายุ
กรมศิลปากรได้เชิญให้เป็นผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์
สอนนักศึกษาปริญญาตรี
คุณครูสอาด แสงสว่าง 13
สอาด (อัมพผลิน) แสงสว่าง เกิดที่ตำบลบางกรวย
อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ เป็นบุตรนายอั๋น
นางสาย อัมพผลิน ในระหว่างเยาว์วัยได้ศึกษาวิชา
สามัญ พออายุ ๘ ปี บิดาได้นำตัวมามอบไว้กับ
เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ณ บ้านสามเสน เพื่อศึกษาและ
ฝึกหัดวิชานาฏศิลป์ไทย ซึ่งมีครูอาจารย์ฝีมือเยี่ยม
ประกอบกับนางสอาด เป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด
ฝึกหัดละครมาเยาว์วัย และมีความจดจำเป็นเลิศ
จึงทำให้นางสอาด มีความรู้ในด้านวิชานาฏศิลป์ไทย
เป็นอย่างดี จนกระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็นตัวพระเอก
ของเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ โดยได้ออกแสดงในงานพิธี
ต่างๆ ให้เจ้านาย ละข้าราชการชั้นผู้ใหญ๋ในสมัยนั้น
ทอดพระเนตรและชมเป็นประจำ จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก
ดีทั้งในหมู่ท่านผู้ชมและวงการนาฏศิลป์ทั่วไป
อ้างอิง 14
https://sites.google.com/site/sittipanareerat422
http://changrum.com
https://krunoppawan.blogspot.com
https://www.clearnotebooks.com/th/notebooks/1916159
https://th4.egg-thailand.com
ผู้จัดทำ 15
น.ส. จารุลักษณ์ แท้ตระกูล เลขที่12 6.2
น.ส. จิรภิญญา ปานเขียว เลขที่21 6.2
นาย ศุภเดช ปัญญาทิพย์ เลขที่24 6.2
น.ส. อารยา อุ่นคำ เลขที่28 6.2
น.ส. ริชุฎา ทองหลอม เลขที่29 6.2