The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานสบู่แฮนด์เมด (ฉบับสมบูรณ์) 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by amnatkunnatham, 2022-03-03 10:37:08

โครงงานสบู่แฮนด์เมด (ฉบับสมบูรณ์) 2

โครงงานสบู่แฮนด์เมด (ฉบับสมบูรณ์) 2

โครงงานสบู่แฮนดเ์ มดจากสมุนไพร
HerbalHandmade Soap

นางสาวสติ ยา ชยั วฒั นศักดิ์
นางสาวทัศนยี ์ อำนาจคณุ ธรรม

โครงงานนเี้ ป็นส่วนหน่งึ ของการศกึ ษาตามหลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพชั้นสงู
ประเภทวชิ าบรหิ ารธุรกิจ สาขาวิชาการบญั ชี
วิทยาลัยอาชวี ศึกษาเชยี งใหม่
ปีการศกึ ษา 2564

โครงงานสบแู่ ฮนด์เมดจากสมนุ ไพร
HerbalHandmade Soap

จัดทำโดย
นางสาวสติ ยา ชยั วัฒนศกั ดิ์
นางสาวทัศนยี ์ อำนาจคณุ ธรรม
นกั ศกึ ษา ชัน้ ปวส. 2/4 สาขาการบัญชี

ครทู ี่ปรึกษาโครงการ/ครูประจำวชิ าโครงงาน
นางภัทรานิษฐ์ พัชรวิ โรจน์

โครงงานนเ้ี ปน็ ส่วนหนึง่ ของการศกึ ษาตามหลักสตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสงู
ประเภทวิชาบริหารธรุ กิจ สาขาวิชาการบญั ชี
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาเชยี งใหม่
ปกี ารศกึ ษา 2564

ใบรบั รอง
วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชียงใหม่

เรือ่ ง สบแู่ ฮนด์เมดจากสมนุ ไพร

จดั ทำโดย นางสาวสติ ยา ชยั วฒั นศกั ดิ์ รหสั 63302010095
นางสาวทศั นีย์ อำนาจคณุ ธรรม รหัส 63302010107

ไดร้ ับการรับรองใหน้ บั เปน็ สว่ นหน่งึ ของการศึกษาตามหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี
ช้นั สงู สาขาวิชาการบัญชี ประเภทวชิ าบรหิ ารธุรกิจ

……………………………หัวหน้าแผนกวชิ า ……………………………...รองผ้อู ำนวยการฝา่ ยวิชาการ

(นางจนั ทรา เทพาคำ) (นางจันทมิ า สัตยาภรณ์)

วันท่…ี …เดอื น………………พ.ศ……… วันท…่ี …เดือน……………...พ.ศ……..

คณะกรรมการสอบโครงงาน

………………………………………………….ประธานกรรมการ
(นางจนั ทรา เทพาคำ)

……………………………………………………กรรมการ
(นางสาวอรชิ าภัสร์ อนิ ตะ๊ จกั ร์)

……………………………………………………กรรมการและเลขานกุ าร
(นางภทั รานิษฐ์ พชั ริศวโรจน์)

กติ ติกรรมประกาศ
โครงงานสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพรสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยความกรุณาของหลายฝ่าย
ตัง้ แตผ่ ้อู ำนวยการฯ รองผอู้ ำนวยการฯ ครอู าจารยแ์ ละเจ้าหน้าทว่ี ิทยาลยั อาชวี ศึกษาเชียงใหม่ท่ีได้ให้
การสนับสนนุ การดำเนนิ โครงงานวิชาชพี ดว้ ยดีตลอดมา
ขอขอบคณุ ครภู ทั รานษิ ฐ์ พัชริศวโรจน์ ครูทปี่ รกึ ษาโครงงาน / ครูประจำวิชาโครงงานทใี่ ห้
คำแนะนำในการจัดทำโครงงานวิชาชีพรวมทั้งแก้ไขข้อบกพร่องในส่วนต่าง ๆจนเป็นรูปเล่มสมบูรณ์
และขอขอบคุณคณะกรรมการรบั รองโครงงานและสอบโครงทีใ่ ห้ความเหน็ ชอบในครง้ั นี้
ขอขอบคุณเพ่ือนร่วมห้องครอบครวั ท่ีเป็นกำลังใจรักและหวังดจี นผลงานสำเร็จเรียบร้อยหวัง
เป็นอย่างยิ่งว่าผลการศึกษาโครงงานการครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจศึกษาและผู้ ที่คิดจะ
ประกอบธุรกจิ อาชีพอสิ ระตอ่ ไป

สติ ยา ชยั วฒั นศักด์ิ
ทัศนีย์ อำนาจคณุ ธรรม

ช่อื ผู้จัดทำโครงงาน : นางสาวสติ ยา ชยั วฒั นศกั ดิ์ , นางสาวทศั นีย์ อำนาจคณุ ธรรม
ช่อื โครงงาน : สบแู่ ฮนด์เมดจากสมุนไพร

สาขาวชิ า HerbalHandmade Soap
ประเภทวิชา : การบัญชี
ครทู ป่ี รกึ ษา : บรหิ ารธุรกจิ
ปีการศกึ ษา : นางภทั รนิษฐ์ พชั รริศวโรจน์
: 2564

บทคัดยอ่
โครงงานสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อศึกษาวิธีการทำสบู่
แฮนด์เมดจากสมุนไพร 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจเกี่ยวกับการใช้สบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร ณ
วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ 167 ถ. พระปกเกล้า อ. เมือง จ. เชียงใหม่ และหอพักหญิงนอร์ท
แลนด์คอร์ท เลขที่ 2/2 ถนน เวียงแก้ว ต. ศรีภูมิ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 50200 ระยะเวลาการ
ดำเนนิ งาน ตัง้ แตว่ ันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ถึง วันที่ 31 มกราคม 2565
ผลการดำเนินงานโครงงานสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร เป็นดังนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน
18 คน คนทต่ี อบแบบสอบถามช่วงอายุตำ่ กวา่ 20 ปี ชว่ งอายรุ ะหวา่ ง 20–30 ปี มีจำนวน 15 คน คิด
เป็นร้อยละ 83.3มีจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 11.1 ช่วงอายุระหว่าง 31-40 ปี มีจำนวน 1 คน คิด
เปน็ รอ้ ยละ 5.6 และช่วงอายุ 41-50 ปีข้นึ ไปท่ไี มม่ ีผู้ตอบแบบสอบถามมีอายชุ ่วงนน้ั เลย
ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านผลลิตภัณฑ์ของสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร มีความ
พึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ( ̅X = 4.37 ) โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์
ผลิตจากวัสดุธรรมชาติจริง (̅X = 4.56) ผลิตภัณฑ์ใช้ได้จริง (̅X = 4.44) ผลิตภัณฑ์สามารถสร้าง
รายได้เสริมได้ (X̅ = 4.44) กลิ่นของผลิตภัณฑ์มีความหอม (̅X = 4.44) ประสิทธิภาพในการทำความ
สะอาด (X̅ = 4.44) ผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสมกับราคา (̅X = 4.39) ผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสมกับ
ราคา (̅X = 4.38) ชื่อสินค้า จำง่าย เหมาะสม (̅X = 4.28) เนื้อสัมผัสของสบู่ (̅X = 4.28) รูปลักษณ์
บรรจภุ ัณฑ์สวยงาม (X̅ = 4.17)

สารบัญ หนา้
เรอื่ ง ก
ใบรับรองโครงงาน ข
กิตติกรรมประการ ค
บทคดั ย่อ ง
สารบญั ฉ
สารบัญตาราง ช
สารบญั ภาพ
บทที่ 1 บทนำ 1
1
1.1 ความเป็นมาและความสำคญั ของโครงงาน 2
1.2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 2
1.3 ขอบเขตของการวิจัย 2
1.4 ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะได้รับ
1.5 นยิ มศัพท์เฉพาะ 4
บทที่ 2 แนวคดิ และทฤษฎีและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง 5
2.1 ความรู้เกย่ี วกบั สบู่ 6
2.2 ประโยชน์ของสบู่ 7
2.3 ความรเู้ กี่ยวกบั ใบเตย 8
2.4 ประโยชนข์ องใบเตย 9
2.5 ความรเู้ กยี่ วกับอญั ชนั 10
2.6 ประโยชนข์ องอัญชัน 11
2.7 ความรเู้ กย่ี วกับขม้ิน 13
2.8 ประโยชน์ของขมิ้น 16
2.9 ความรเู้ กี่ยวกับความพึงพอใจ
2.10 งานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง 19
บทท่ี 3 วธิ ีการดำเนินการวิจัย 20
3.1 กรอบแนวคิดสงิ่ ประดิษฐ์ 22
3.2 การออกแบบโครงสร้างส่ิงประดิษฐ์
3.3 ข้นั ตอนการดำเนินงาน

สารบัญ (ต่อ) หนา้
เรือ่ ง 26
28
3.4 สร้างและพัฒนาสง่ิ ประดิษฐ์
3.5 การหาประสิทธิภาพของส่งิ ประดิษฐ์ 31
บทท่ี 4 ผลการดำเนนิ โครงงาน 32
4.1 ผลการดำเนนิ งานโครงงาน/ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู
4.2 อภิปรายผลการดำเนนิ งาน 36
บทท่ี 5 สรปุ ผลการดำเนินงานโครงงานและขอ้ เสนอแนะ 37
5.1 สรุปผลการดำเนินงานโครงงาน 39
5.2 ข้อเสนอแนะ
บรรณานกุ รม 40
ภาคผนวก 48
ภาคผนวก ก โครงร่างโครงงาน(แบบนำเสนอโครงงาน) 53
ภาคผนวก ข แผนธุรกิจ 56
ภาคผนวก ค รปู ครูทป่ี รกึ ษาคณะผูจ้ ดั ทำและรปู สง่ิ ประดิษฐ์ 60
ภาคผนวก ง แบบสอบถามความพึงพอใจ 68
ภาคผนวก จ สร้างและพัฒนาสิง่ ประดิษฐ์ 70
ภาคผนวก ฉ แบบรายงานผลการนำใช้ประโยชน์
ภาคผนวก ช คณะกรรมการอนมุ ตั ิโครงงาน/และคณะกรรมการประเมินโครงงาน 72
ภาคผนวก ซ สรุปแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจ 77
ในการเยยี่ มชมการนำเสนอโครงงาน 79
ภาคผนวก ฌ การนำเสนอโครงงาน
ประวัติผ้จู ัดทำ
ควิ อารโ์ ค้ด

สารบญั ภาพ หนา้
4
รปู ท่ี 5
ภาพท่ี 1. สบู่ 7
ภาพท่ี 2.ใบเตย 9
ภาพที่ 3. อญั ชัน 20
ภาพท่ี 4. ขมน้ิ ชนั 20
ภาพท่ี 5. สบแู่ ฮนด์เมดจากสมุนไพร 20
ภาพที่ 6. หมอ้ ทนความร้อน 20
ภาพที่ 7. มีดและเขยี ง 20
ภาพที่ 8. ทัพพี 20
ภาพท่ี 9. พลาสติกสำหรับห่ออาหาร 20
ภาพที่ 10. เครอื่ งปัน่ บดเอนกประสงค์ 21
ภาพที่ 11. แม่พิมพส์ บู่ 21
ภาพที่ 12. น้ำหอม 21
ภาพที่ 13. เทอร์โมมิเตอร์ 21
ภาพที่ 14. ผ้าขาวบาง 21
ภาพที่ 15. เหยอื กน้ำ 21
ภาพท่ี 16. สเปยแ์ อลกอฮอล์ 21
ภาพที่ 17. บรรจภุ ัณฑ์ 21
ภาพท่ี 18. ตราบรรจภุ ณั ฑ์ 22
ภาพท่ี 19. กลเี ซอรนี 22
ภาพท่ี 20. ขม้นิ 22
ภาพที่ 21. ใบเตย 26
ภาพที่ 22. อัญชนั
ภาพที่ 23. นำสมนุ ไพรท้งั สามชนดิ มาหน่ั เป็นช้นิ พอดีเพื่อนำไปปัน่ ในเครอ่ื งป่นั 26
เอนกประสงค์หรือตำในครกใหล้ ะเอียด 26
ภาพท่ี 24. นำผา้ ขาวบางมากรองสมุนไพรทั้งสามชนดิ ท่ีนำไปป่ัน 26
ภาพที่ 25. หลอมกลีเซอรนี ในหมอ้ ทนความรอ้ นแล้วนำเทอโมมิเตอร์มาวดั อุณหภมู ิ 27
ภาพท่ี 26. นำนำ้ สมุนไพรที่กรองแล้วมาผสมกับกลเี ซอรนี แล้วคนใหเ้ ข้ากนั
ภาพที่ 27. แต่งกล่นิ ด้วยกล่ินนำ้ หอม

สารบญั ภาพ (ต่อ) หนา้
รปู ท่ี 27
ภาพท่ี 28. นำสว่ นผสมทงั้ หมดเทลงแม่พิมพท์ ่ีเตรียมไว้พักทิ้งไว้ให้สบู่แข็งตวั 27
ภาพที่ 29. นำสบู่ออกจากแม่พิมพ์แลว้ นำไปหุ้มพลาสติกเพื่อความสวยงาม 27
ภาพที่ 30. นำสบ่ทู ห่ี อ่ หุ้มด้วยพลาสติกแลว้ มาใส่ในถงุ พร้อมจำหนา่ ย 32
ภาพท่ี 31. แผนภมู แิ สดงการจำแนกเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม 33
ภาพที่ 32. แผนภมู แิ สดงการจำแนกอายุของผู้ตอบแบบสอบถาม 34
ภาพท่ี 33. แผนภมู ิแสดงความพงึ พอใจด้านผลติ ภณั ฑ์สบ่แู ฮนด์เมดจากสมนุ ไพร

สารบญั ตาราง หนา้
ตารางที่ 22
ตารางที่ 1.1 ตารางวิเคราะห์ข้อมลู เพื่อตดั สินใจเลอื กหวั ขอ้ โครงงาน 25
ตารางที่ 1.2 ปฏิทินการปฏิบัติงาน 28
ตารางที่ 1.3 แบบประเมนิ ความพึงพอใจโครงงานสบแู่ ฮนด์เมดจากสมนุ ไพร 33
ตารางที่ 1.4 การจำแนกเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม 34
ตารางท่ี 1.5 การจำแนกอายุของผู้ตอบแบบสอบถาม 35
ตารางท่ี 1.6 ระดับความพึงพอใจดา้ นผลิตภณั ฑ์ 37
ตารางท่ี 1.7 ข้อเสนอแนะสำหรบั การนำผลไปใช้

บทท่ี1
บทนำ

1.1 ความเปน็ มาและความสำคัญของโครงงาน
สำนกั งานคณะกรรมการอาชีวศึกษากำหนดหลกั สูตรประกาศนยี บัตรชีพช้ันสงู พ.ศ. 2564

ใหม้ ีการเรยี นการสอนในรายวิชาโครงงาน รหัส 30201-8501 วิทยาลยั อาชีวศึกษาเชียงใหมไ่ ดจ้ ัดให้มี
การเรียนการสอนใน รายวิชาดงั กลา่ วในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูงปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปี
การศึกษา 2564 แผนกวชิ าการบญั ชี เพ่ือใหเ้ ป็นตามหลักสูตรการศกึ ษาและปฏบิ ตั ิกบั การบรู ณาการ
ความร้แู ละทักษะในระดับเทคนิคทส่ี อดคลอ้ งกับสาขาวชิ าชีพทศี่ กึ ษาเพื่อสรา้ งและหรือพฒั นางาน
ด้วยกระบวนการทดลอง สำรวจ ประดษิ ฐ์ คิดคน้ หรือการปฏบิ ัติงานเชงิ ระบบ การเลือกหวั ข้อ
โครงงาน การศึกษาคน้ ควา้ ข้อมูลและเอกสารอ้างอิงการ เขียนโครงงานการดำเนินงานโครงงาน การ
เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู วิเคราะหแ์ ละแปลผล การสรุปจดั ทำรายงาน การนำเสนอผลงานโครงงาน โดย
ดำเนินงานเปน็ รายบุคคลหรือกล่มุ ตามลักษณะของงานให้แลว้ เสร็จในระยะเวลาที่กำหนด

สบู่ คือ ผลติ ภัณฑ์ทีช่ ว่ ยในการขจัดสิ่งสกปรกออกจากรา่ งกายซงึ่ คนสว่ นมากมกั จะเลอื กสบู่ที่
สามารถทำความสะอาดไดด้ ีมาก จนไม่คำนึงถึงผลเสียทจี่ ะเกิดกับผิวในภายหลงั ปจั จุบันสบู่มีมากมาย
หลายชนดิ ใหเ้ ราเลือกใช้ ตามความเหมาะสมและความชอบของแต่ละบุคคล แต่เรารู้จักสบู่เหล่านัน้ ดี
เพยี งใดและจะมีสกั กคี่ นท่ีใส่ใจในรายละเอยี ดตา่ งๆว่าสบูแ่ ตล่ ะก้อนมีสว่ นประกอบสำคัญอะไรบ้าง
สบทู่ ี่ดีจะต้องมีสว่ นประกอบสำคญั ทจี่ ำเป็นและมปี ระโยชน์ตอ่ ผิว ซึ่งนอกจากจะทำใหส้ บู่ที่ได้ทำความ
สะอาดผวิ ได้ดแี ล้วยงั สามารถบำรงุ ผวิ ได้อีกด้วยสขุ ภาพผิวท่ดี ีคณะผูจ้ ดั ทำโครงงานได้ศึกษาต้นทุน
จัดทำบัญชีและจัดจำหนา่ ยสบูแ่ ฮนดเ์ มดจากสมุนไพรเพ่ือสุขภาพผิวที่ดีของผู้บรโิ ภคและไม่มสี ารเคมี
ปนเป้ือน ดงั นน้ั คณะผู้จดั ทำโครงการจึงสนใจโครงงานน้เี พื่อศกึ ษาวิธกี ารทำสบ่จู ากสมนุ ไพรรวมทั้ง
ศึกษาตน้ ทุนการจัดทำบัญชีและจดั จำหนา่ ยสบสู่ มนุ ไพร

1.2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน
1.2.1 เพื่อศึกษาวธิ ีการทำสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร
1.2.2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจเกยี่ วกบั การใชส้ บ่แู ฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพร

1.3 ขอบเขตของโครงงาน
1.3.1 เปา้ หมายของโครงงาน
เป้าหมายเชงิ คุณภาพ ทำสบู่แฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพรเพื่อศกึ ษาการทำสบแู่ ละใช้สบจู่ าก

สมนุ ไพรเพอื่ เพ่ิมมลู คา่ ของสมุนไพรท่ีสามารถชำระลา้ ง ทำความสะอาดรา่ งกายโดยไม่มีสารเคมีเจอื
ปนสะสม

เปา้ หมายเชิงปริมาณ การทำโครงงานสบ่แู ฮนด์เมดจากสมุนไพร ในระยะเวลา 3 เดือน เร่ิม
ต้ังแต่วนั ที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2565 โดยทำสบ่จู ำนวน 15 ก้อน และใช้แบบ
ประเมนิ ความพงึ พอใจในการทำสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร จำนวน 18 ชุด

1.3.2 ขอบเขตด้านระยะเวลา การดำเนินงานตามโครงงานใชร้ ะยะเวลาประมาณ 17
สัปดาห์ เริ่มต้งั แต่วนั องั คารที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ถงึ วนั ศุกร์ท่ี 11 กุมภาพันธ์ 2565

1.3.3 ขอบเขตด้านสถานท่ี สถานทภี่ ายนอก : บา้ นเลขที่ 2/2 ถนน เวยี งแก้ว อำเภอเมือง
เชยี งใหม่ 50200 สถานที่ ภายใน : วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่

1.4 ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รับ
1.4.1 ไดท้ ราบต้นทุนของสบู่แฮนด์เมดจากสมนุ ไพร
1.4.2 ได้ทราบถงึ กำไรขาดทุนของสบแู่ ฮนด์จากสมุนไพร
1.4.3 ผู้เข้าร่วมโครงการมที ักษะประสบการณ์เก่ียวกับการทำสบู่

1.5 คำนิยามศัพท์
1.5.1 สบู่ หมายถงึ เกลือของกรดไขมัน สบู่ในบา้ นเรือนใช้ชะลา้ งอาบและใช้ในการ

ทำความสะอาดทำหนา้ ท่เี ป็นสารลดแรงตงึ ผิว
1.5.2 สมุนไพร หมายถึง พชื ที่มสี รรพคุณในการรักษาโรค หรอื อาการเจ็บป่วยต่างๆ

การใชส้ มนุ ไพรสำหรับรักษาโรค หรืออาการเจ็บป่วยตา่ งๆ
1.5.3 ดอกอัญชัน หมายถงึ ช่อื ไมเ้ ถาชนิดหน่งึ ดอกงามมีสีต่างๆ
1.5.4 ขมิ้นชนั หมายถึง เปน็ ไมล้ ม้ ลกุ มเี หง้าใต้ดิน เน้ือในสเี หลืองอมสม้ มกี ล่นิ หอม
1.5.5 ใบเตย หมายถึง พืชใบเลยี้ งเดย่ี วลกั ษณะแตกกอเปน็ พมุ่ ขนาดเล็ก ลำตน้ เปน็ ข้อ

ใบออกเป็นพุ่มบริเวณปลายยอด

1.5.6 ตน้ ทุน คือ คา่ ใช้จ่ายที่เกิดขึน้ ในการดำเนินการผลิตสินคา้ หรอื บรกิ าร หรือถา้ พดู กัน
แบบภาษาชาวบา้ น ตน้ ทนุ คือ จำนวนเงินที่ไดจ้ ่ายไปในการซื้อ สนิ คา้ ขา้ วของ วตั ถดุ ิบ ต่างๆ นานา
จิปาถะ เพื่อนำมาผลิตหรือขายสินค้าเพ่ือใหก้ ่อให้เกดิ รายได้คือยอดขายอีกที โดยเร่มิ ตัง้ แตข่ ้นั ตอน
การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การทดสอบ การจัดเกบ็ และการขนสง่ โดยเราสามารถจำแนก
ตน้ ทุนออกไดห้ ลายชนิด

1.5.7 การจัดจำหน่าย (Distribution) หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ เกยี่ วกับการนำสนิ คา้ และ
บริการของผ้ลู ติ ออกสู่ตลาดเพื่อ เสนอต่อผูบ้ ริโภค โดยการจดั หาสถานทข่ี ายหรืออาศัยผู้เชย่ี วชาญ
ทางการตลาดที่เป็นคนกลาง ชว่ ยในการนำเสนอสนิ คา้ และบรกิ ารไปสู่ผ้บู ริโภคในเวลาและสถานที่ที่
เหมาะสมนอกจากนย้ี ังมีสถาบันต่าง ๆ ท่เี กย่ี วข้องเพื่อให้การจดั จำหน่ายมีประสิทธภิ าพ ไมว่ า่ จะเป็น
ทางการเกบ็ รกั ษาสินคา้ การขนส่ง และการกระจาย

บทท่ี 2
แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง
ในการศึกษาเร่ืองสบูแ่ ฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพร ผดู้ ำเนนิ งานไดร้ วบรวมแนวคดิ ทฤษฎีและ
หลักการตา่ ง ๆ จากเอกสารและงานวิจยั ทีเ่ ก่ียวข้องกบั หลกั แนวคิด หลกั ทฤษฎีและงานวิจัยท่ี
เกี่ยวขอ้ งดังน้ี
2.1 ความร้เู กี่ยวกับสบู่
2.2 ประโยชนข์ องสบู่
2.3 ความรู้เกี่ยวกับใบเตย
2.4 ประโยชน์ของใบเตย
2.5 ความรูเ้ ก่ยี วกับอัญชนั
2.6 ประโยชนข์ องอัญชัน
2.7 ความรเู้ กย่ี วกับขมน้ิ
2.8 ประโยชนข์ องขมิน้
2.9 ความรู้เกี่ยวกับการเงนิ และบัญชี
2.10 ความรู้เก่ยี วกับความพึงพอใจ

2.1 ความรเู้ ก่ยี วกบั สบู่

รปู ที่ 1 สบู่
สบู่ (SOAP) คือสารเคมีท่ีเกิดจากการทำปฏกิ ิรยิ ากันระหวา่ งโซเดยี มไฮดรอกไซด์ (ดา่ ง,โซดาไฟ)
และน้ำมันที่มาจากสตั วห์ รอื พืช ปฏิกริ ยิ าที่เกิดขนึ้ นี้เรียกวา่ สปองซิฟิเคชัน่ (Saponfication)
คณุ สมบตั ิ ของสบ่หู รือผลท่ีไดจ้ ากการ สปองซิฟิเคชั่นนี้ จะสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและไขมนั
และสามารถเก็บไขมนั ไวไ้ ด้ จึงมีประสิทธภิ าพในการทำความสะอาดไดเ้ ปน็ อย่างดี (Saponfication:
ออนไลน)์ โดยคำวา่ "สบู่" ในภาษาไทย เพ้ยี นมาจากคำวา่ "soap" ในภาษาองั กฤษ ซ่ึงมาจากคำว่า

"sapo" ซึ่งหมายถงึ สบู่ ในภาษาละตนิ ในทางเคมีสบ่คู ือเกลือของกรดไขมัน สบูใ่ นบ้านเรอื นใช้ชะล้าง
อาบและใชใ้ นการทำความสะอาดบา้ นโดยสบทู่ ำหนา้ ทีเ่ ป็นสารลดแรงตึงผิว และน้ำมนั อิมัลซิไฟเออร์
เพื่อให้สบ่ไู หลไปกับนำ้ ไดใ้ นอุตสาหกรรม สบู่ยงั ใช้กบั การปั่นผ้า และเปน็ ส่วนประกอบสำคญั ของสาร
หลอ่ ลนื่ บางชนิดสบู่สำหรับการชะลา้ งได้มาจากน้ำมันพืชหรือสตั ว์ และไขมนั ท่ีมีค่าเบสสูง เช่น
โซดาไฟหรือโพแทสเซยี มไฮดรอกไซด์ในสารละลายในน้ำไขมนั และน้ำมันเป็นสว่ นประกอบของไตรกลี
เซอไรด์ กล่าวคือ โมเลกุลของกรดไขมันสามโมเลกุลติดกับโมเลกุลของกลีเซอรอลหน่ึงโมเลกุล
สารประกอบอัลคาไลน์ ที่มักถูกเรยี กวา่ ไล (lye) ชักนำให้เกิดกระบวนการการเปลย่ี นเปน็ สบู่
(saponification)ในปฏิกิริยาน้ี ไขมนั ไตรกลเี ซอไรด์จะสลายด้วยน้ำ (hydrolyze) กลายเป็นกรด
ไขมนั อสิ ระ และกรดไขมันอสิ ระจะรวมกับอัลคาไลจนเกิดเปน็ สบหู่ ยาบหรือสว่ นผสมของเกลอื สบู่
ไขมนั หรืออลั คาไลท่เี กนิ มา น้ำ และกลีเซอรอลอสิ ระ (กลเี ซอรีน) ผลพลอยได้คอื กลเี ซอรีนสามารถคง
อยใู่ นรปู ผลิตภัณฑ์สบู่ทำหน้าทเ่ี ป็นสารทท่ี ำให้อ่อนโยน หรอื ถูกแยกออกเพอ่ื นำไปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ ง
อนื่ สง่ิ ท่เี กิดขึน้ นี้เรียกว่า ปฎกิ ริ ิยา Saponification หรอื การเกดิ สบู่เป็นผลท่ีมาจาก Ester (ไขมัน)
และ base (ดา่ ง) รวมกนั ได้เป็นสบขู่ ้นึ มา ดงั เช่น สบูก่ อ้ นที่สว่ นมากทำมาจากไขสตั ว์หรอื ไขพืชเป็น
หลกั โดยการทำปฏิกริ ิยากบั ด่างจงึ มฤี ทธ์เิ ป็นดา่ งซึ่งเราเชื่อวา่ หลายคนอาจมองว่าการใช้สบู่กอ้ นจะทำ
ให้เกิดการระคายเคืองผวิ แต่ในปัจจุบนั สบู่ก้อนไดพ้ ัฒนารูปแบบโดยการใชส้ ารสังเคราะห์ที่มคี วาม
เป็นด่างน้อยลง ซึง่ จากเดิมค่า pH อยูท่ ี่ 10 – 11 ลดลงเหลือเพยี ง pH 8 – 9 เท่าน้ัน

2.2 ประโยชน์ของสบู่
1. สบู่ยังคงใชเ้ พือ่ ทำความสะอาดร่างกาย นำสบู่ก้อนเล็กๆ มาหลอมให้กลายเป็นสบ่กู ้อน

ใหมท่ ี่ใหญ่กวา่ เดิมดว้ ยการนำเศษสบไู่ ปต้มกบั น้ำโดนความร้อนจนสบกู่ ้อนเลก็ ๆ หรือเศษสบู่มีเนือ้
เนยี นเข้ากนั แล้วเตมิ น้ำมนั มะพร้าวสกัดเย็นเพิม่ เขา้ ไปหลงั จากได้นำ้ สบเู่ นียนๆ คุณสมบัตขิ องน้ำมัน
มะพร้าวจะทำใหส้ บจู่ ับตัวกันไดง้ ่ายขึน้ แลว้ เทส่วนผสมท่ีไดใ้ สภ่ าชนะทีเ่ ตรียมไว้ ก่อนจะนำไปแช่
ตเู้ ยน็ และนำออกมาแกะเม่ือสว่ นผสมทงั้ หมดแข็งตัว

2. ทำความสะอาดเล็บ เปน็ เคล็ดลับทีด่ สี ำหรับการป้องกนั ไมใ่ หเ้ ศษผง เศษดนิ เข้าไปติด
ภายในเลบ็ โดยกอ่ นลงมือทำสวน ปลูกตน้ ไม้ หรอื ขุดดิน ฯลฯ คณุ ควรขูดเลบ็ กบั ก้อนสบู่เพ่ือให้เศษ
สบเู่ ขา้ ไปติดในเลบ็ แทนเศษผง เศษดินต่างๆ ทจ่ี ะตอ้ งเขา้ ไปตดิ ในระหว่างการทำสวน เพราะสบจู่ ะทำ
หน้าทีเ่ ปน็ ตวั กั้นไม่ใหส้ งิ่ สกปรกตา่ งๆ เขา้ ไปในเลบ็ ได้ เมื่อทำสวนเสร็จแลว้ ก็ทำความสะอาดมอื และ
เล็บได้ทันที โดยไมต่ ้องกงั วลว่าจะมีเศษดินติดตามซอกเลบ็

3. กำจดั กล่ินในรองเท้า คุณอาจไม่เช่อื ว่าสบู่ก้อนจะมปี ระโยชน์เรอ่ื งการลดกล่นิ เหมน็ จาก
รองเท้า เพยี งนำเศษสบู่ หรอื สบ่กู อ้ นเลก็ ๆ ใสเ่ ขา้ ไปในรองเทา้ ท่มี ีกลิ่นและทิ้งไวข้ า้ มคนื รองเทา้ กจ็ ะ
ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ

4. ทำใหเ้ สอ้ื ผา้ กลนิ่ หอมสดชืน่ สบกู่ อ้ นสามารถชว่ ยดูดซับความชนื้ จากตเู้ สอ้ื ผา้ และลิ้นชกั
ต่างๆ ได้ เพยี งนำสบู่ก้อนหอ่ ใสใ่ นถงุ เสือ้ ผ้า หรือเศษผ้า จากน้นั นำมนั ใส่ไวใ้ นเสอ้ื ผา้ ของพวกคุณ
นอกจากช่วยทำให้เสือ้ ผ้าไมม่ ีกลิน่ เหม็นอบั แลว้ ยังชว่ ยกำจัดแมลงตา่ งๆ ไดด้ ว้ ย

5. บรรเทาอาการคนั จากแมลงกดั ต่อยได้ สบูห่ นึง่ ก้อนสามารถช่วยบรรเทาอาการคันจาก
แมลงกดั ต่อยไดอ้ ย่างรวดเร็ว เพยี งแค่นำสบจู่ ่มุ น้ำและถูให้ทว่ั บรเิ วณที่แมลงกัด สบจู่ ะทำหน้าท่ีเปน็
ช้นั บาง ๆ เคลอื บผวิ หนังส่วนทีโ่ ดนแมลงกดั และชว่ ยบรรเทาอาการคัน ทงั้ ยังชว่ ยเตอื นไม่ให้เราเกา
ผวิ ในบรเิ วณนนั้

6. ชว่ ยใหเ้ ข็มเย็บผ้าทำงานสะดวกข้นึ ผ้าบางประเภทยากตอ่ การเย็บ เพียงแคน่ ำเข็มเย็บผา้
ไปปกั ลงในกอ้ นสบู่ ความล่ืนของก้อนสบ่จู ะทำใหเ้ ข็มนัน้ ทำงานได้งา่ ยและสะดวกขึ้น

7. ทำสัญลักษณบ์ นเน้ือผ้า ใชส้ บทู่ ำเคร่ืองหมายหรือสญั ลักษณบ์ นผา้ แทนการใช้ชอล์กขีดผ้า
จะไดง้ ่ายตอ่ การเย็บ หรอื จดั การกับเสือ้ ผา้ ตา่ งๆ

8. ปลดซิป ใช้สบ่กู อ้ นรูดไปตามซิปทีม่ ลี ักษณะฝืด ความลื่นของสบูจ่ ะช่วยทำให้ซปิ ทำงานได้
งา่ ย สะดวกขน้ึ

9. ชว่ ยหยบิ เศษแกว้ ถ้าทำแกว้ แตก เศษแกว้ ขนาดใหญน่ ั้นเป็นเร่อื งง่ายในการเกบ็ แต่
สำหรบั เศษแก้วเล็กๆ นั้น ให้ใชส้ บูก่ ้อนจุ่มน้ำใหเ้ ปียกแล้วกดไปตามพน้ื ท่ีมีเศษแก้วขนาดเลก็ หล่นอยู่
สบ่กู อ้ นเหลา่ นนั้ กจ็ ะช่วยเกบ็ เศษแกว้ ท่ีหล่นใหห้ มดได้

2.3 ความรเู้ ก่ียวกบั ใบเตย

รปู ที่ 2 ใบเตย
ใบเตย (Pandanus,Fragrant Pandan,Pandom wangi) มีชื่อวิทยาศาสตร์คอื Pandanus
amaryllifolius Roxb Linn.Palm อยใู่ นวงศ์ PANDANACEAE เปน็ พืชที่คนไทยรจู้ กั กันมานานและ
นำมาใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั กนั มาก เนื่องจากหาได้ง่ายในประเทศไทย ราคาถกู เป็นพืชทใ่ี หส้ ี
และกล่นิ ไม่เปน็ พิษภัยในการนำมาประกอบอาหารและทำขนม ใบเตยมสี ารต่างๆ อย่หู ลายชนดิ และ

มสี ารหอมท่ีให้กลน่ิ ด้วย จึงมีผสู้ นใจทีจ่ ะนำใบเตยมาใช้ประโยชนก์ นั มาก โดยทวั่ ไปจะนิยมเรียกว่า
เตย แต่ในบางท้องถิ่นเรียกว่า หวานขา้ วใหม่ (ภาคกลาง) ปาแนะวองิง (มาเลเซยี -นราธวิ าส)
ลกั ษณะทว่ั ไป ใบเตยเป็นพืชใบเลย้ี งเดีย่ วลักษณะแตกกอเป็นพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นเป็นข้อ ใบออกเป็น
พ่มุ บรเิ วณปลายยอด เมื่อโตจะมีรากค้ำจุนช่วยพยงุ ลำตน้ ไว้ ใบเป็นใบเดยี่ วออกเป็นกระจุกเรยี งสลับ
เวียนเป็นเกลยี วขึ้นไปจนถงึ ยอด ลกั ษณะใบยาวเรยี วคลา้ ยใบหอก ปลายใบแหลมบรเิ วณกลางใบเป็น
รอ่ ง ขอบใบเรยี บตรง ผวิ ใบเป็นมนั ด้านทอ้ งใบจะเหน็ เป็นรูปคลา้ ยกระดูกงเู รือใบ มีกล่ินหอม
สารสำคญั ท่ีพบในใบเตยประกอบไปด้วยน้ำมนั หอมระเหย (essential oil) และมีสีเขียวของ
คลอโรฟลิ ล์ (chlorophyll) ซึ่งในน้ำมนั หอมระเหยประกอบไปดว้ ยสารหลายชนดิ เช่น เบนซิลแอซี
เทต (benzyl acetate) และแอลคาลอยด์ (alkaloid) (Fatihanim et.al.,2008) ลินาลลิ แอซเี ทต
(linalyl acetate ) ลนิ าโลออล (linalool) และเจอรานอิ อล (geraniol) และสารท่ที ำให้ทำมกี ลน่ิ
หอม คือคมู ารนิ (coumarin) และเอทลิ วานิลลิน (ethyl vanillin)

2.4 ประโยชนข์ องใบเตย
1. ช่วยบำรุงหวั ใจใหช้ ุม่ ชนื่ และชว่ ยลดอตั ราการเตน้ ของหัวใจ (นำ้ ใบเตย)
2. การดมื่ นำ้ ใบเตยจะชว่ ยดับกระหายคลายร้อนไดเ้ ปน็ อย่างดี เพราะใบเตยมกี ลิ่นหอมเยน็

ดม่ื แล้วจึงรู้สึกสดชืน่ ผอ่ นคลาย
3. รสหวานเย็นของใบเตยช่วยชกู ำลงั ได้
4. การดื่มน้ำใบเตยชว่ ยแก้อาการอ่อนเพลียของรา่ งกายได้
5. ช่วยปรับสมดลุ ในร่างกาย
6. ผู้ท่ีมีธาตเุ จ้าเรือนเป็นธาตุไฟน้นั การรับประทานอาหารท่ปี รงุ จากใบเตยจะช่วยทำให้รสู้ ึก

เยน็ สบายสดชืน่ ได้
7. ช่วยรกั ษาโรคเบาหวาน ชว่ ยควบคมุ ระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งตามตำรับยาไทย
8. ช่วยลดความดนั โลหติ (สารสกัดน้ำจากใบเตย)
9. ชว่ ยป้องกันการแข็งตวั ของหลอดเลอื ด
10. ชว่ ยบรรเทาอาการอาการและดบั พิษไขไ้ ด้
11. ช่วยดบั พิษรอ้ นภายในได้เปน็ อยา่ งดี
12. ใชร้ กั ษาโรคหืด (ใบ)
13. ใช้เปน็ ยาแก้กระษยั (ต้น, ราก)
14. ใช้เปน็ ยาขบั ปัสสาวะด้วยการใช้ต้น 1 ตน้ หรือจะใช้รากคร่งึ กำมือก็ได้ นำมาต้มกบั น้ำ

ด่ืม (ราก, ตน้ )
15. ใช้รักษาโรคหดั ได้

16. ใบเตยสดนำมาตำใช้พอกรักษาโรคผิวหนงั ได้
17. มกี ารนำใบเตยมาใช้แตง่ กล่นิ อาหารอย่างหลากหลายไม่วา่ จะเป็นของหวานตา่ งๆ
อยา่ งเช่น ขนมลอดชอ่ ง ขนมช้นั รวมไปถงึ เค้กและสลัด เป็นตน้
18. มีการนำใบเตยมาทบุ พอแตก นำไปใส่ก้นลงั ถึงสำหรับนึง่ ขนม จะทำใหข้ นมทส่ี ุกแลว้ มี
กล่ินหอมน่ารับประทานมาก
19. ใช้ใบเตยรองก้นหวดสำหรับนง่ึ ขา้ วเหนียว เมอื่ ขา้ วสกุ แล้วจะทำใหม้ ีกลนิ่ หอมมาก
20. สเี ขียวของใบเตยเปน็ สีของคลอโรฟลิ ล์ สามารถนำมาใช้แตง่ สีขนมได้
21. ใช้ใบเตยสดใส่ลงไปในน้ำมนั ทใ่ี ช้แลว้ ตัง้ ไฟใหร้ ้อนแล้วคอ่ ยตกั ใบเตยขน้ึ จะทำให้น้ำมัน
ไม่มีกล่ินเหมน็ หืน ทำใหน้ ำ้ มันทใ่ี ช้ทอดมีกลิ่นเหมือนนำ้ มันใหม่
22. ประโยชน์ของใบเตยกบั การนำมาใช้ทำเป็นทรีตเมนต์สตู รบำรงุ ผิวหนา้ ด้วยการใช้
ใบเตยล้างสะอาด ห่ันเปน็ ชนิ้ เลก็ ๆ นำมาปัน่ รวมกับนำ้ สะอาดจนละเอยี ด จะได้ครมี ขน้ เหนียวแลว้
นำมาพอกหนา้ ท้งิ ไว้ประมาณ 20 นาที

2.5 ความรเู้ กย่ี วกบั อัญชัน

รปู ที่ 3 อัญชัน
อญั ชัน ชอื่ สามัญ Butterfly pea, Blue pea
อัญชนั ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ Clitoria ternatea L. จัดอย่ใู นวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรอื LEGUMINOSAE)
และอยู่ในวงศย์ อ่ ยถ่ัว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรอื PAPILIONACEAE)
สมุนไพรอัญชัน มีช่ือท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า แดงชัน (เชียงใหม)่ , เอ้ืองชัน (ภาคเหนือ) เปน็ ต้น
อญั ชัน เป็นพชื ท่มี ีต้นกำเนดิ ในแถบอเมรกิ าใต้ ปลูกทวั่ ไปในเขตรอ้ น ลกั ษณะของดอกอัญชันจะมสี ี
ขาว สีฟ้า สีมว่ ง ส่วนตรงกลางดอกจะมีสเี หลือง และรูปทรงคล้ายหอยเชลล์ มีสรรพคุณท่เี ป็น
เอกลักษณเ์ ฉพาะตวั เพราะมีสารทช่ี ื่อวา่ "แอนโทไซยานนิ " (Anthocyanin) ซึ่งมหี น้าทไ่ี ปช่วยกระตุน้
การไหลเวยี นของโลหติ ทำให้เลือดไปเลีย้ งส่วนตา่ ง ๆ ไดด้ ีมากขึ้น เชน่ ไปเลย้ี งบริเวณรากผม ซึง่ ช่วย

ทำให้ผมดกดำ เงางาม หรือไปเลีย้ งบรเิ วณดวงตาจึงชว่ ยบำรุงสายตาไปด้วยในตวั หรือไปเลย้ี งบริเวณ
ปลายนว้ิ มอื ซง่ึ กจ็ ะช่วยแก้อาการเหน็บชาได้ด้วย และทีส่ ำคัญสารน้ียงั มีความโดดเด่นทใ่ี ครหลาย ๆ
คนยังไม่ทราบ น่ันก็คอื ช่วยลดความเสี่ยงของการเกดิ เส้นเลือดอุดตนั ได้ และการ "กนิ ดอกอญั ชันทุกๆ
วนั วนั ละหน่งึ ดอก" จะชว่ ยป้องกันโรคเสน้ เลือดสมองตีบได้อกี ดว้ ย
เนอื่ งจากดอกอญั ชนั นน้ั มีฤทธิ์ในการละลายลิม่ เลือด สำหรับผ้มู ีเลือดจางห้ามรับประทานดอกอญั ชัน
เด็ดขาด หรืออาหารเครื่องดื่มท่ีย้อมสีดว้ ยอัญชันก็ไมค่ วรรบั ประทานบ่อย ๆ

2.6 ประโยชน์ของอญั ชนั
1. น้ำอัญชนั มสี ว่ นช่วยต่อตา้ นอนมุ ลู อิสระในร่างกาย
2. เคร่ืองดม่ื นำ้ อัญชนั ช่วยเสริมสรา้ งภมู ติ า้ นทานให้ร่างกายและเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
3. มีสว่ นช่วยในการชะลอวยั และรว้ิ รอยแหง่ วยั
4. ชดอกมสี ว่ นช่วยในการบำรุงสมอง เพ่ิมการไหลเวียนเลอื ด
5. ดอกอญั ชนั มีฤทธ์ิในการละลายล่มิ เลอื ด
6. ชว่ ยปอ้ งกันโรคเสน้ เลือดสมองตบี
7. ช่วยรักษาอาการผมรว่ ง (ดอก)
8. อญั ชันทาค้วิ หวั ใช้เป็นยาปลูกผม ขน ช่วยให้ดกดำเงางามยงิ่ ขึน้ (น้ำค้ันจากดอก)
9. ชว่ ยลดความเสย่ี งจากการเกดิ เส้นเลอื ดอดุ ตัน
11. ช่วยลดความเส่ียงของการเกดิ โรคหัวใจและหลอดเลอื ดหวั ใจอดุ ตนั
12. ชว่ ยลดความเสย่ี งจากการเกดิ โรคมะเรง็ ดว้ ยสารตา้ นอนุมลู อสิ ระ
13. ช่วยลดระดบั น้ำตาลในเลือดของผ้ปู ว่ ยที่เปน็ โรคเบาหวาน
14. อัญชนั มคี ุณสมบตั ิในการช่วยล้างสารพิษและของเสยี ออกจากรา่ งกาย
15. ช่วยบำรุงสายตา แก้อาการตาฟาง ตาแฉะ (นำ้ ค้นั จากดอกสดและใบสด)
16. ช่วยป้องกนั โรคต้อกระจก ต้อหิน ตาเส่อื มจากโรคเบาหวาน (ดอก)
17. ชว่ ยเพมิ่ ความสามารถในการมองเหน็ ให้ดยี ่งิ ขึน้
18. นำรากไปถูกับนำ้ ฝน นำมาใช้หยอดตาและหู (ราก)
19. นำมาถฟู ันแก้อาการปวดฟนั และทำให้ฟันแขง็ แรง (ราก)
20. ใชเ้ ปน็ ยาระบาย แต่อาจทำใหค้ ลื่นไส้อาเจยี นได้ (เมล็ด)
21. ใช้รากปรุงเปน็ ยาขับปัสสาวะ (ราก,ใบ)
22. แก้อาการปัสสาวะพิการ
23. ใชแ้ ก้อาการฟกชำ้ (ดอก)
24. ชว่ ยป้องกนั และแก้อาการเหน็บชาตามนิว้ มือนิ้วเทา้

25. นำมาทำเปน็ เคร่ืองดื่มน้ำอญั ชนั เพ่ือใช้ดับกระหาย
26. ดอกอัญชันตากแห้งสามารถนำมาชงด่ืมแทนนำ้ ชาไดเ้ หมือนกัน
27. ดอกอญั ชนั นำมารับประทานเป็นผกั เช่น นำมาจม้ิ นำ้ พริกสดๆหรือนำมาชบุ แป้งทอด
28. นำ้ ดอกอญั ชนั นำมาใชท้ ำเป็นสีผสมอาหารโดยให้สมี ว่ ง เชน่ ขนมดอกอญั ชัน ข้าวดอก
อญั ชนั (ดอก)
29. ชว่ ยปลกู ผมทำให้ผมดกดำขึน้ (ดอก)
30. ใชเ้ ป็นส่วนผสมในผลิตภณั ฑ์ตา่ ง ๆ อยา่ ง ครีมนวดผม ยาสระผม เปน็ ต้น

2.7 ขมน้ิ ชัน

รปู ท่ี 4 ขม้นิ ชัน
ขมน้ิ หรือ ขมน้ิ ชนั ช่อื สามญั Turmeric ขมนิ้ ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Curcuma longa L. จัดอยู่
ในวงศข์ ิง (ZINGIBERACEAE) ขม้ิน เป็นพชื ลม้ ลุกทจี่ ัดอยใู่ นตระกูลขิง มเี หงา้ อยใู่ ต้ดนิ เนื้อในของ
เหง้าจะเป็นสเี หลอื ง มีกลนิ่ หอมเฉพาะตวั มตี ง้ั แต่สีเหลืองเขม้ จนถึงสีแสดจัด โดยถิน่ กำเนดิ อย่ใู นแถว
เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ และมีชือ่ อ่ืน ๆ อีก เชน่ ขม้ินชนั ขมน้ิ แกง ขมิน้ หยอก ขม้ินหวั ข้ีมิ้น หมิ้น
ท้ังนีข้ นึ้ อยกู่ ับแตล่ ะภาคและจังหวดั นัน้ ๆ นิยมนำไปใช้ในการประกอบอาหาร แต่งสี แต่งกลิ่นอาหาร
เช่น แกงไตปลา แกงกะหร่ี เป็นต้น ขมน้ิ ชันอุดมไปด้วยวติ ามินและแรธ่ าตหุ ลายชนิด เช่น วิตามินเอ
วติ ามนิ บี 1 วติ ามินบี 2 วติ ามินบี 3 วติ ามนิ ซี วติ ามินอี ธาตุแคลเซยี ม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหลก็ และ
เกลือแร่ตา่ ง ๆ รวมไปถึงเสน้ ใย คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน เป็นตน้ และขมิ้นชันมีสรรพคุณทางยาท่ี
รกั ษาอาการและโรคต่าง ๆ ไดห้ ลายชนดิ มีประวตั ใิ นการนำมาใชใ้ นการรักษามากกวา่ 5,000 ปี
สำหรบั ขมนิ้ ชนั ที่จะนำมาใช้ประโยชน์นนั้ การเก็บเกย่ี วไมค่ วรเก็บในระยะท่ีขมนิ้ เรม่ิ แตกหนอ่ เพราะ
จะทำใหส้ ารที่มปี ระโยชน์อยา่ งเคอร์คมู ินในขมน้ิ มีน้อย ส่วนเหงา้ ทีเ่ กบ็ มาต้องมีอายุอย่างนอ้ ย 9-12
เดอื น และต้องไมเ่ ก็บไวน้ านเกนิ ไป และไม่ใหถ้ ูกแสงแดด เพราะนำ้ มันหอมระเหยในขม้ินจะหมดไป
เสียกอ่ น ขม้ินชันเม่ือได้เหงา้ มาแลว้ หากจะนำไปรบั ประทานเพอ่ื ใช้ในการรกั ษาโรคตา่ ง ๆ ควรล้างให้
สะอาดก่อน และไม่ตอ้ งปอกเปลอื ก แต่ห่นั เป็นแว่นชิ้นบาง ๆ แลว้ นำไปตากแดดสัก 2 วันแล้วนำมา

บดใหล้ ะเอยี ด ผสมกับนำ้ ผงึ้ แล้วปั้นเป็นเม็ดเลก็ ๆ เท่าปลายนิ้วกอ้ ย แลว้ นำมารับประทานวนั ละ 3
ครั้ง คร้งั ละ 2-3 เม็ด หลงั อาหารและชว่ งกอ่ นนอน หรอื จะนำเหง้าแก่มาขดู เอาเปลือกออกแลว้ นำไป
ลา้ งนำ้ ใหส้ ะอาด นำมาบดให้ละเอยี ด เติมน้ำแล้วคน้ั เอาแต่นำ้ มารบั ประทานครัง้ ละ 2 ช้อนโตะ๊ วนั ละ
3 ครั้ง หากนำขมิ้นมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพื่อรกั ษาอาการแพ้ ผ่ืนคนั ผิวหนังอักเสบ แมลงสัตวก์ ดั
ตอ่ ย ให้นำเหง้าขม้นิ มาฝนผสมกบั นำ้ ตม้ สุก แลว้ ทาบริเวณท่ีเปน็ วนั ละ 3 ครง้ั หรือจะนำเอาผงขมนิ้
มาโรยกใ็ ชไ้ ดเ้ ช่นกัน

2.8 ประโยชนข์ องขมิ้น
1. ขมิน้ มีสารต่อตา้ นอนุมลู อิสระซึ่งช่วยในการชะลอวยั และชะลอการเกดิ ริ้วรอย
2. ช่วยเสรมิ สร้างภูมิตา้ นทานใหก้ ับร่างกาย
3. ช่วยเสรมิ สรา้ งภูมคิ ้มุ กนั ใหผ้ ิวหนังมีสุขภาพดีแข็งแรง
4. ขม้นิ ชันอาจมีบทบาทชว่ ยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเรง็ ลำไส้ มะเร็งปาก

มดลกู
5. ขมิ้นสามารถช่วยลดระดบั คอเลสเตอรอลในรา่ งกายได้
6. ช่วยกำจดั สารพิษออกจากรา่ งกาย
7. ช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน
8. มสี ่วนชว่ ยรักษาโรคความดนั โลหิตสงู
9. ชว่ ยลดอาการของโรคเกาต์
10. ชว่ ยขับนำ้ นมของมารดาหลังคลอดบตุ ร
11. ชว่ ยรักษาระบบทางเดนิ หายใจท่ีมีอาการผดิ ปกติ
12. ชว่ ยบำรงุ สมอง ป้องกันโรคความจำเส่ือม
13. อาจมสี ว่ นช่วยในการรกั ษาโรครูมาตอยด์ (ยงั ไม่ไดร้ ับการยนื ยนั )
14. ช่วยลดการอกั เสบ
15. ช่วยแกอ้ าการวงิ เวียนศรี ษะ
16. ช่วยรกั ษาอาการแพแ้ ละไข้หวดั
17. ชว่ ยบรรเทาอาการไอ
18. ชว่ ยรกั ษาอาการภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวกให้มีอาการดีข้นึ
19. ช่วยปอ้ งกันการแข็งตวั ของหลอดเลือด
20. ช่วยต่อตา้ นอนมุ ลู อิสระในเม็ดเลือดแดงของผู้ปว่ ยธาลสั ซีเมียฮีโมโกบิลอี
21. ชว่ ยรกั ษาแผลทป่ี าก
22. ช่วยบำรุงปอดให้มีสุขภาพดแี ละแข็งแรง

23. นำ้ มนั หอมระเหยในขมน้ิ มสี รรพคณุ ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง
24. ชว่ ยรักษาอาการท้องเสีย อจุ จาระรว่ ง โดยนำผงขมน้ิ ชันผสมนำ้ ผึง้ ป้นั เปน็ ลูกกลอนแลว้
25. นำมารบั ประทานคร้ังละ 3 เมด็ 3 เวลา
26. ชว่ ยแก้อาการจุดเสยี ด แน่นทอ้ ง ท้องอืด ท้องเฟ้อ
27. ช่วยรกั ษาโรคลำไส้อักเสบ
28. ชว่ ยลดการบีบตวั ของลำไส้
29. ชว่ ยรกั ษาอาการลำไสใ้ หญบ่ วม
30. ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร
31. ชว่ ยในการขับลม
32. ช่วยบรรเทาอาการนิว่ ในถุงน้ำดี
33. มีฤทธใิ์ นการช่วยขับนำ้ ดีชว่ ยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และทำความสะอาดลำไส้
34. ช่วยบำรงุ ตับ ป้องกนั ตบั อกั เสบ ตบั อ่อนอักเสบ และป้องกันตับจากการถูกทำลายของ
ยาพาราเซตามอล
35. ชว่ ยบำรุงหรู ูดกระเพาะปัสสาวะใหแ้ ข็งแรง
36. ชว่ ยปอ้ งกนั การเกดิ โรคริดสดี วงทวาร
37. ชว่ ยแกอ้ าการตกเลือด ด้วยการนำขมิ้นสดมาตำใหล้ ะเอยี ด แล้วค้นั เอาน้ำมาผสมกับน้ำ
ปนู ใสแล้วรับประทาน
38. ชว่ ยแก้อาการตกขาว
39. ชว่ ยรกั ษาอาการปวดหรืออักเสบเน่อื งจากไขข้ออักเสบ
40. ชว่ ยแกอ้ าการน้ำเหลืองเสยี
41. ช่วยแก้ผนื่ คันตามร่างกายขมนิ้ ชนั สรรพคุณ
42. ช่วยรักษาโรคผวิ หนัง ผดผื่นคนั
43. ช่วยรักษากลาก เกลื้อน ดว้ ยการใชผ้ งขมนิ้ ผสมกับนำ้ นำมาทาบรเิ วณท่ีเปน็ กลาก
เกล้อื นทุกวนั วนั ละ 2 ครั้ง
44. ชว่ ยรกั ษาโรคผิวหนงั พพุ อง ต่มุ หนองให้หายเร็วยิง่ ข้นึ
45. ชว่ ยรกั ษาแผลจากแมลงสตั วก์ ัดต่อยได้ ดว้ ยการนำขม้ินมาล้างนำ้ ให้สะอาด แล้วตำจน
ละเอียด ค้ันเอาแต่น้ำมาทาบรเิ วณดงั กล่าว
46. มฤี ทธิใ์ นการต่อตา้ นและฆา่ เชอื้ ราทีเ่ ป็นสาเหตขุ องโรคผวิ หนัง และต่อตา้ นยสี ต์ซึง่ เป็น
ตัวทที่ ำให้ภมู คิ ุ้มกันต่ำ
47. ช่วยต่อตา้ นปรสติ หรือเชอ้ื อะมบี าทเี่ ป็นตน้ เหตุของโรคบิดได้
48. ช่วยต่อตา้ นเชอ้ื แบคทีเรียและไวรัส เช่น แบคทีเรยี ท่ีทำให้เกดิ แผลในกระเพาะอาหาร

แบคทเี รียท่ีทำให้เกิดโรคท้องเสยี แบคทีเรยี ท่ีทำใหเ้ กดิ หนอง เปน็ ตน้
49. มีฤทธิ์ในการต่อตา้ นการกลายพนั ธุ์ ต้านสารก่อมะเร็งท่มี ีความเกี่ยวข้องกบั โรคท่ีเกิด

จากการเสื่อมของรา่ งกาย และโรคเบาหวาน
50. ชว่ ยสมานแผลตามร่างกายใหห้ ายเร็วยงิ่ ข้ึนด้วยการนำผงขมน้ิ มาผสมกับนำ้ แลว้ ทาลง

บนบาดแผล และยงั ช่วยให้บาดแผลไมใ่ หต้ ดิ เช้ือของกระตา่ ยและหนขู าวได้ และสามารถเรง่ ใหแ้ ผลท่ี
ติดเช้อื หายได้

51. ขมน้ิ ยงั มีสรรพคณุ ชว่ ยในการป้องกนั การงอกของขนอีกดว้ ย โดยผู้หญงิ ชาวอนิ เดียมักนำ
ขมน้ิ มาทาผิวเพ่อื ป้องกนั ไมใ่ ห้ขนงอก

52. ขม้นิ ชันขัดผิว ใชท้ ำทรีตเมนต์พอกผวิ ขดั ผิวด้วยขม้ิน ชว่ ยใหผ้ ิวพรรณนุม่ นวล ขาวผอ่ ง
ใส เตง่ ตึง ดว้ ยการนำขมนิ้ สดมาล้างนำ้ ให้สะอาด ห่ันเปน็ ช้ินเลก็ ๆ แลว้ นำไปป่นั รวมกบั ดินสอพอง 2-
3 เม็ด แล้วผสมกับมะนาว 1 ลูก ป่ันจนเขา้ กนั นำมาพอกหน้าหรือผิวทงิ้ ไว้ประมาณ 20 นาที แล้ว
ลา้ งออกดว้ ยนำ้ สะอาด

53. ขม้นิ เปน็ ส่วนประกอบของทรตี เม้นต์รกั ษาสิวเสี้ยน สวิ ผด สวิ อดุ ตัน
54. ขมน้ิ เปน็ สว่ นประกอบอย่างหนง่ึ ในเครื่องสำอางบำรงุ ผิวต่าง ๆ
55. นอกจากน้ยี ังชว่ ยป้องกนั แมลงศตั รูพชื ได้อกี ดว้ ยหเ้ กิดหนอง เปน็ ตน้

2.9 ความรเู้ กยี่ วกับความพึงพอใจ

ความพึงพอใจ (Satisfaction) ได้มผี ใู้ ห้ความหมายของความพงึ พอใจไว้หลายความหมาย
ดังน้ี พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑิตสถาน (2542) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจไว้วา่ พึงพอใจ
หมายถงึ รัก ชอบใจ และพึงใจ หมายถึง พอใจ ชอบใจ

ดิเรก (2528) กลา่ วว่า ความพึงพอใจ หมายถึง ทัศนคติทางบวกของบคุ คลท่มี ีต่อสงิ่ ใดส่ิง
หนึ่ง เป็นความร้สู ึกหรือทศั นคติที่ดตี ่องานที่ทำของบุคคลที่มีต่องานในทางบวก ความสขุ ของบุคคลอนั
เกดิ จากการปฏิบตั ิงานและได้รบั ผลเป็นที่พงึ พอใจ ทำให้บคุ คลเกิดความกระตือรือร้น มีความสุข
ความม่งุ มน่ั ทจ่ี ะทำงาน มีขวัญและมีกำลงั ใจ มีความผูกพันกบั หน่วยงาน มีความภาคภูมิใจใน
ความสำเร็จของงานท่ีทำ และสงิ่ เหลา่ นจ้ี ะส่งผลตอ่ ประสิทธิ

ภวิรฬุ (2542) กล่าววา่ ความพึงพอใจเปน็ ความรู้สกึ ภายในจติ ใจของมนุษย์ทีไ่ ม่เหมือนกัน
ข้ึนอยู่กับแต่ละบุคคลวา่ จะมคี วามคาดหมายกบั สง่ิ หนึง่ สง่ิ ใดอยา่ งไร ถ้าคาดหวังหรือมคี วามตงั้ ใจมาก
และได้รับการตอบสนองดว้ ยดจี ะมคี วามพงึ พอใจมากแตใ่ นทางตรงกนั ขา้ มอาจผิดหวังหรือไม่พึงพอใจ
เป็นอย่างยงิ่ เม่ือไม่ได้รับการตอบสนองตามท่ีคาดหวงั ไวท้ ้ังนี้ขึ้นอยู่กบั สิง่ ทต่ี ง้ั ใจไวว้ ่าจะมีมากหรือ
น้อยสอดคล้องกบั

ฉตั รชัย (2535) กล่าวว่า ความพงึ พอใจหมายถึงความรู้สึกหรอื ทัศนคตขิ องบคุ คลทมี่ ตี ่อสิ่ง
หนึง่ หรอื ปัจจัยต่างๆทเ่ี กย่ี วข้อง ความรู้สกึ พอใจจะเกิดขึ้นเม่อื ความต้องการของบุคคลได้รับการ
ตอบสนองหรือบรรลจุ ดุ ม่งุ หมายในระดับหนง่ึ ความรู้สึกดังกล่าวจะลดลงหรอื ไม่เกิดข้นึ หากความ
ต้องการหรือจดุ มุ่งหมายนั้นไมไ่ ด้รับการตอบสนอง

กิตตมิ า (2529) กล่าวว่า ความพึงพอใจ หมายถงึ ความรสู้ ึกชอบหรอื พอใจที่มีต่อ
องคป์ ระกอบและส่งิ จงู ใจในด้านต่างๆเม่ือไดร้ ับการตอบสนอง

กาญจนา (2546) กลา่ ววา่ ความพึงพอใจของมนุษยเ์ ป็นการแสดงออกทางพฤตกิ รรมท่เี ปน็
นามธรรม ไมส่ ามารถมองเหน็ เปน็ รปู ร่างได้ การทีเ่ ราจะทราบว่าบคุ คลมีความพึงพอใจหรือไม่
สามารถสังเกตโดยการแสดงออกที่ค่อนขา้ งสลับซับซ้อนและตอ้ งมสี ิง่ เรา้ ทตี่ รงต่อความต้องการของ
บคุ คล จึงจะทำให้บคุ คลเกดิ ความพึงพอใจ ดงั นั้นการสงิ่ เร้าจงึ เป็นแรงจูงใจของบุคคลนั้นใหเ้ กดิ ความ
พึงพอใจในงานนัน้

นภารัตน์ (2544) กล่าววา่ ความพงึ พอใจเปน็ ความรู้สกึ ทางบวกความร้สู ึกทางลบและ
ความสุขท่มี ีความสัมพนั ธก์ ันอย่างซบั ซ้อน โดยความพึงพอใจจะเกดิ ขึ้นเม่ือความรสู้ กึ ทางบวกมากกวา่
ทางลบ

เทพพนม และสวิง (2540) กลา่ ววา่ ความพึงพอใจเป็นภาวะของความพงึ ใจหรือภาวะที่มี
อารมณ์ในทางบวกทเี่ กิดขนึ้ เนื่องจากการประเมินประสบการณข์ องคนๆหนงึ่ ส่งิ ที่ขาดหายไประหวา่ ง
การเสนอให้กับสิง่ ที่ไดร้ บั จะเป็นรากฐานของการพอใจและไม่พอใจได้

สงา่ (2540) กลา่ วว่า ความพึงพอใจ หมายถงึ ความร้สู ึกท่เี กิดขึน้ เมื่อไดร้ บั ผลสำเรจ็ ตามความ
มุ่งหมายหรอื เป็นความรูส้ กึ ขั้นสุดทา้ ยทไ่ี ด้รับผลสำเร็จตามวตั ถุประสงค์

จากการตรวจเอกสารข้างตน้ สรปุ ไดว้ ่า ความพงึ พอใจ หมายถึง ความรสู้ กึ ท่ีดีหรือทัศนคติทีด่ ี
ของบุคคล ซ่งึ มักเกิดจากการไดร้ บั การตอบสนองตามทีต่ นต้องการ กจ็ ะเกิดความรสู้ ึกท่ีดีตอ่ สงิ่ นนั้
ตรงกนั ข้ามหากความต้องการของตนไม่ได้รับการตอบสนองความไม่พงึ พอใจกจ็ ะเกดิ ข้ึนและ
ประสิทธผิ ลในการทำงานส่งผลตอ่ ถึงความกา้ วหน้าและความสำเรจ็ ขององคก์ ารอีกดว้ ย
แนวคดิ เกี่ยวกบั ความพึงพอใจ

Shelly อ้างโดย ประกายดาว (2536) ได้เสนอแนวคดิ เกี่ยวกบั ความพึงพอใจ วา่ ความพึง
พอใจเปน็ ความรสู้ ึกสองแบบของมนษุ ย์ คือ ความรสู้ กึ ทางบวกและความรูส้ ึกทางลบ ความรสู้ ึก
ทางบวกเป็นความรูส้ กึ ทเี่ กิดขึ้นแล้วจะทำให้เกิดความสุข ความสขุ น้ีเปน็ ความรูส้ ึกทแี่ ตกต่างจาก
ความรู้สึกทางบวกอ่นื ๆ กลา่ วคอื เป็นความร้สู ึกที่มีระบบย้อนกลบั ความสุขสามารถทำให้เกดิ
ความรสู้ กึ ทางบวกเพิ่มข้นึ ได้อีก ดงั น้ันจะเหน็ ได้ว่าความสขุ เปน็ ความรูส้ กึ ท่สี ลับซับซ้อนและความสุขนี้
จะมีผลตอ่ บุคคลมากกว่าความรสู้ กึ ในทางบวกอน่ื ๆ ขณะท่ีวชิ ยั (2531) กลา่ ววา่ แนวคิดความพงึ
พอใจ มสี ว่ นเกี่ยวขอ้ งกบั ความตอ้ งการของมนุษย์ กลา่ วคือ ความพึงพอใจจะเกดิ ขึ้นไดก้ ็ตอ่ เม่ือความ

ต้องการของมนุษย์ได้รับการตอบสนอง ซง่ึ มนุษย์ไม่วา่ อยใู่ นที่ใดยอ่ มมีความต้องการขน้ั พ้ืนฐานไม่
ตา่ งกัน

พิทักษ์ (2538) กลา่ วว่า ความพึงพอใจเป็นปฏกิ ริ ยิ าดา้ นความรสู้ กึ ต่อส่งิ เรา้ หรือสิ่งกระตุ้น
ทีแ่ สดงผลออกมาในลกั ษณะของผลลพั ธส์ ดุ ท้ายของกระบวนการประเมนิ โดยบง่ บอกทศิ ทางของผล
การประเมนิ วา่ เปน็ ไปในลักษณะทิศทางบวกหรอื ทิศทางลบหรือไม่มปี ฏกิ ิรยิ าคือเฉยๆ ต่อสง่ิ เรา้ หรอื
สิ่งทม่ี ากระตนุ้

สุเทพ (2541) ไดส้ รุปวา่ สิ่งจงู ใจทใ่ี ชเ้ ป็นเครื่องมือกระต้นุ ใหบ้ คุ คลเกิดความพึงพอใจ มี
ดว้ ยกนั 4 ประการ คอื

1. ส่ิงจูงใจท่ีเป็นวตั ถุ (material inducement) ได้แก่ เงิน สิง่ ของ หรอื สภาวะทางกายที่ให้แก่
ผ้ปู ระกอบกิจกรรมตา่ งๆ

2. สภาพทางกายท่ีพึงปรารถนา (desirable physical condition ) คือสงิ่ แวดลอ้ มใน
การประกอบกิจกรรมต่างๆ ซ่ึงเป็นสง่ิ สำคัญอยา่ งหนง่ึ อันก่อใหเ้ กดิ ความสขุ ทางกาย

3. ผลประโยชน์ทางอดุ มคติ (ideal benefaction) หมายถงึ ส่ิงต่างๆทีส่ นองความต้องการ
ของบุคคล

4. ผลประโยชน์ทางสงั คม (association attractiveness) หมายถึง ความสมั พันธฉ์ ันทม์ ิตรกบั
ผู้รว่ มกจิ กรรม อันจะทำใหเ้ กิดความผูกพัน ความพงึ พอใจและสภาพการร่วมกนั อนั เปน็ ความพึพอใจ
ของบุคคลในดา้ นสงั คมหรือความมั่นคงในสังคม ซึ่งจะทำใหร้ ูส้ ึกมหี ลักประกนั และมีความมนั่ คงในการ
ประกอบกจิ กรรมขณะท่ี ปรยี ากร (2535) ไดม้ กี ารสรุปว่า ปจั จัยหรอื องคป์ ระกอบทีใ่ ชเ้ ปน็ เคร่ืองมือ
บง่ ชีถ้ ึงปญั หาทเ่ี กยี่ วกบั ความพึงพอใจในการทำงานน้นั มี 3 ประการ คือ

1. ปจั จัยดา้ นบุคคล (personal factors) หมายถงึ คุณลักษณะส่วนตัวของบุคคลทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับ
งาน ไดแ้ ก่ ประสบการณ์ในการทำงาน เพศ จำนวนสมาชกิ ในความรบั ผิดชอบ อายุ เวลาในการ
ทำงาน การศกึ ษา เงินเดือน ความสนใจ เปน็ ตน้

2. ปจั จยั ด้านงาน (factor in the Job) ได้แก่ ลักษณะของงาน ทักษะในการทำงาน ฐานะทาง
วิชาชีพ ขนาดของหน่วยงาน ความหา่ งไกลของบา้ นและท่ีทำงาน สภาพทางภมู ศิ าสตร์ เปน็ ต้น

3. รายรับ ผลประโยชน์ โอกาสก้าวหนา้ อำนาจตามตำแหนง่ หน้าท่ี สภาพการทำงาน
เพอ่ื นร่วมงาน ความรบั ผดิ การสือ่ สารกบั ผบู้ ังคับบัญชา ความศรทั ธาในตวั ผูบ้ รหิ าร ฯลฯ

ทฤษฎเี กย่ี วกับความพงึ พอใจ
Kotler and Armstrong (2002) รายงานวา่ พฤตกิ รรมของมนุษย์เกิดข้นึ ต้องมสี ่ิงจงู ใจ

(motive) หรอื แรงขับดนั (drive) เปน็ ความต้องการท่กี ดดันจนมากพอทจ่ี ะจูงใจให้บคุ คลเกิด
พฤติกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ซ่ึงความตอ้ งการของแต่ละคนไมเ่ หมือนกัน ความ
ต้องการบางอย่างเปน็ ความต้องการทางชวี วิทยา(biological) เกดิ ขน้ึ จากสภาวะตึงเครียด เชน่ ความ

หวิ กระหายหรอื ความลำบากบางอยา่ ง เป็นความต้องการทางจิตวิทยา (psychological) เกดิ จาก
ความตอ้ งการการยอมรบั (recognition) การยกย่อง (esteem) หรอื การเป็นเจา้ ของทรัพย์สิน
(belonging) ความต้องการส่วนใหญอ่ าจไม่มากพอท่จี ะจงู ใจให้บุคคลกระทำในชว่ งเวลาน้ัน ความ
ตอ้ งการกลายเป็นส่งิ จูงใจ เม่ือไดร้ ับการกระต้นุ อยา่ งเพียงพอจนเกิดความตึงเครยี ด โดยทฤษฎีที่ไดร้ บั
ความนยิ มมากท่สี ดุ มี 2 ทฤษฎี คอื ทฤษฎีของอับราฮมั มาสโลว์ และทฤษฎีของซิกมันด์ ฟรอยด์

2.10 งานวิจัยทเ่ี กย่ี วข้อง
ณฐั กานต์ และ คณะ ( 2557 : บทคดั ยอ่ ) ไดศ้ ึกษาฤทธิต์ า้ นแบคทีเรยี กอ่ โรคในอาหารของนา้ มันหอม
ระเหยจากมะแขว่น รายงานวา่ ค่าความเข้มข้นต่าสุดของน้ามนั หอมระเหยจากมะแขวน่ ทส่ี ามารถ
ยบั ยง้ั เชอื้ แบคทีเรยี (Minimum Inhibitory Concentrations, MIC) ในการต้านเชื้อ
Staphylococcus aureus และ Escherichia coli เท่ากับ 6.64 mg/ml และ ค่า MIC ในการยับย้ัง
เชื้อ Bacillus cereus เทา่ กับ 26.56 mg/mlสารสกัดจากผลมะขามป้อมด้วย ethanol 95%
สามารถตา้ นแบคทีเรีย Bacillus subtilis, Escherichia coli, Salmonella typhosa,
Staphylococcus aureus และ Vibrio cholerae (Ray, 1976; George และ Pandalai, 1979;
พวงน้อย, 2521) สารสกดั จากใบดว้ ยน้าร้อนมฤี ทธต์ิ ้านแบคทีเรีย Aerobacter aerogenes, B.
subtilis, Pseudomonas aeruginosa, Serratia marcescens และ S. aureus (Thakara, 1980)
สารสกดั จากลาต้นด้วย methanol และนา้ (1:1) มีฤทธิต์ ้านเช้ือ Proteus vulgaris และ E. coli
(Nakanishi และ คณะ, 1965) นอกจากนีส้ ารสกดั จากผลมะขามปอ้ มด้วย ethanol และนา้ (1:1) ใน
ความเข้มข้น 50 ไมโครกรัม/ มลิ ลลิ ิตร มีฤทธต์ิ า้ นไวรัสพวก Vaccinia และ Ranikhet virus (Dhar
และ คณะ, 1968; Jain และ Puri. 1984) นอกจากน้ีพบว่าสารสกดั จากผลมะขามป้อมมีฤทธติ์ ้าน
Candida albicans และ Saccharomyces cerevisiae (Ray และ Majumdar, 1976)
การศึกษาถึงคณุ สมบตั ิของสารออกฤทธิ์จากมะขามป้อมในการยับย้งั จุลนิ ทรียท์ ี่ก่อโรคในสัตว์น้ายังมี
การศึกษายังไม่มากเพียงพอ การศึกษาสว่ นใหญ่เน้นถึงการยับย้งั จุลนิ ทรยี ใ์ นแง่การใชเ้ ป็นยารกั ษาใน
คน เช่น ผล ของมะขามป้อมสามารถยบั ยั้งเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis, Proteus vulgaris,
Salmonella typhimurium, Pseudomonas aeruginosa, Escherichia coli และ
Staphylococcus aureus โดยสารสกดั ด้วยแอลกอฮอล์สามารถยับยั้งเชอ้ื ท้ัง 6 ชนดิ ได้ดีมาก และ
สารสกดั ดว้ ยน้าสามารถยบั ยง้ั S. typhimurium ไดด้ ี และยบั ยั้งเชอื้ อีก 5 ชนดิ ไดด้ ี ส่วนสารสกดั ดว้ ย
hexane ไม่แสดงฤทธิ์ในการยงั ยัง้ (Ahmad Mehmood และ Mohammad, 1998)

เบญจมาศ ทานสุวรรณ ( 2559 : บทคดั ย่อ) ไดศ้ ึกษาการวจิ ัยครงั้ นเ้ี ป็นการวิจัยพัฒนา
ผลติ ภณั ฑส์ บจู่ ากกากกาแฟอาราบกิ ้า (ดงมะไฟ) ตำบลมะเกลอื ใหม่ อำเภอสูงเนิน จงั หวันครราชสีมา

มีวัตถปุ ระสงคห์ ลักคือ (1) เพ่ือพฒั นาผลิตภณั ฑส์ บูจ่ ากกากกาแฟจากอาราบิกาที่ใช้แลว้ และ
คำนวณตน้ ทนุ ในการผลติ สบู่ (2) เพื่อ ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใชผ้ ลิตภณั ฑ์สบู่จากกากกาแฟอารา
บกิ ้า (ดงมะไฟ) ประชากรท่ีใช้ในการวจิ ยั ครัง้ น้ี ได้แก่ นกั ศกึ ษาวิชาวจิ ยั เบ้ืองต้นทางการบัญชี ใน
ภาค เรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2559 จำนวน 52 คน ผู้ประกอบการรา้ นกาแฟอาราบิก้า (ดงมะไฟ) 1 คน
และกลุ่มตวั อย่างที่ใชใ้ นการวิจัย ได้แก่ นักศกึ ษาวิชาวจิ ัยเบอ้ื งต้นทางการบญั ชีในภาคเรียน ที่ 1 ปี
การศกึ ษา 2559 จำนวน 45 คน ผ้ปู ระกอบการรา้ นกาแฟอาราบกิ า้ (ดงมะไฟ) 1 คน เครื่องมือที่ใชใ้ น
การรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราสว่ นประมาณคา่ สถิติทีใ่ ช้ในการวิเคราะหข์ ้อมูลได้แก่
ค่าความถ่ี คา่ รอ้ ยละคา่ เฉลย่ี ( X ) และค่าเบ่ียงเบน มาตรฐาน (S.D.) ผลติ ภัณฑส์ บูจ่ ากกากกาแฟอา
ราบกิ า มีการพฒั นาปรับปรุงสูตรจำนวน 3 คร้งั คร้ังท่ี 1 ผลพบว่าสบู่มจี ำนวนกากกาแฟอยู่มาก มี
กล่นิ ฉนุ ของกาแฟ และสบู่แกะออกจากพิมพ์คอ่ นข้าง ยาก จึงมีการพัฒนาครง้ั ที่ 2 ต่อโดยการกรอง
กากกาแฟจำนวนหลายรอบขึ้น ใส่กลนิ่ ข้าวโอด๊ และใส่น้ำมันมะกอก ผลพบว่า ผวิ สบูเ่ นียนขึ้น กลิ่น
ของกาแฟลดลงแต่กลิน่ ขา้ วโอ๊ดฉนุ แรงและ ยังมีกลน่ิ ของนำ้ มนั มะกอก จึงทำใหม้ ีกลนิ่ ทย่ี ังไม่
เหมาะสม ทำให้มีการพัฒนาคร้งั ที่ 3 โดยการ เปลี่ยนกล่นิ เป็นกล่ินซากุระ และเปล่ยี นจากการใช้
น้ำมันมะกอกเปน็ การใชว้ าสลีนแทน ใสผ่ ง ทองคำเพื่อให้ผิวสบูด่ ูน่าใช้ และใส่น้ำผงึ้ เพื่อเพ่ิมความชุ่ม
ช่นื เมอื่ ใช้สบู่ ผลพบวา่ สบมู่ ผี วิ ทเ่ี นียน ข น่าใช้ มีกล่ินหอมจากกลิน่ ซากุระ ไม่มเี ศษกากกาแฟ มีสีสัน
สวยงาม มีคณุ สมบัติทำใหผ้ ิวชมุ่ ช่ืน จากส่วนผสมของน้ำผึง้ ต้านอนุมูลอสิ ระจากกากกาแฟอาราบิก้า
(ดงมะไฟ) ด้านการคำนวณ ต้นทุนในการผลติ สบู่ คำนวณได้ดงั น้ี ต้นทุนผนั แปรรวม 807 บาท ผลิต
สบไู่ ด้ 60 ก้อน ตอ่ 1 กอ้ น ราคาตอ่ กอ้ น กอ้ นละ13.45=14บาท ต้นทุนคงที่รวม 294 บาท ทปี่ รมิ าณ
60 ก้อน =4.90 บาท ความพึงพอใจดา้ นคุณลกั ษณะของผลติ ภณั ฑพ์ บวา่ ผลติ ภณั ฑ์มรี ปู ลักษณ์
สวยงาม ผลติ ภัณฑม์ กี ล่นิ หอม ผลิตภณั ฑ์มสี สี นั สวยงาม ผลิตภณั ฑส์ บูม่ ีขนาดทีเ่ หมาะสมกบั การใช้
งาน และในดา้ นคณุ ภาพของผลิตภณั ฑพ์ บว่า ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ช่มุ ชืน่ ร้สู กึ ผิวสะอาด สดชืน่ กลิ่น
หอมติดทนนาน ปริมาณการเกิดฟองท่ีพอเหมาะ การประเมินความพึงพอในในทุกด้านมีความ พงึ
พอใจในระดบั มา

สุขุมาล เหรียญทอง และคณะ (2564 : บทคดั ย่อ) ไดศ้ ึกษาการออกแบบและพัฒนา
กระบวนการผลติ สบู่สมนุ ไพร กรณศี ึกษาศูนยก์ ารเรยี นรโู้ ครงการบา้ นต่อยอด ตั้งอย่เู ลขท่ี 160 ซอย
พหลโยธิน 50 แขวงอนุสาวรีย์เขตบางเขน กรงุ เทพ โดยศูนยด์ ังกลา่ วประกอบอาชพี ผลิตเคร่ืองสำอาง
ได้แก่ สบสู่ มุนไพร ครีม เซรมั่ งานสปา เป็นต้น และได้มีการจำหนา่ ยผลิตภณั ฑ์เครือ่ งสำอาง ท่ขี นึ้
ทะเบยี นเลขจดแจง้ ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมสี มาชิกของศูนยเ์ รียนรปู้ ระกอบไปด้วย 10
ครอบครัว มนี างสาวญาณี อนันตสุข เป็นผู้กอ่ ต้ังศนู ย์การเรียนรแู้ ละเปน็ ผถู้ า่ ยทอดการผลิต
เครอื่ งสำอางในจังหวดั กรุงเทพมหานครโดยใช้วตั ถดุ บิ สารสกดั สมุนไพร ได้แก่ รงั ไหม ถัง่ เช่า ทานาคา
ขม้ิน น้ำมันมะกอก และทางศูนยม์ กี ารส่งเสริมให้คนในชมุ ชนประกอบอาชีพผลติ สบสู่ มุนไพรท่ใี ชใ้ น

ครัวเรือนและสามารถจัดจำหน่ายเปน็ สินค้าของศนู ย์เรียนรู้การผลิตสบูท่ างศูนย์เรยี นรู้ได้คิดคน้ สตู ร
เพื่อใช้เป็นวัตถดุ ิบในการผลติ ซึ่งสบสู่ มนุ ไพรทผ่ี ลติ ข้นึ มีคณุ ลกั ษณะเฉพาะท่ีหลากหลายมีสรรพคณุ ตรง
ตามผูบ้ รโิ ภค (Tepaya, N.2006)จากนน้ั นำวัตถุดิบที่ได้ไปขึ้นทะเบียนจดแจ้งของกระทรวง
สาธารณสขุ และนำวัตถดุ บิ ที่ผา่ นการอนุญาตมาทำการผสมเปน็ สารตง้ั ต้นเพอ่ื ใชใ้ นการผลิตสบู่
สมนุ ไพร จากการลงพนื้ ท่ีสำรวจปญั หาและเกบ็ ขอ้ มลู พบว่าทางศูนยเ์ รียนรู้กำลงั ประสบปัญหาดา้ น
การออกแบบเพ่ือสรา้ งความแปลกใหมใ่ ห้กบั ผลิตภณั ฑ์ (Khunphonkaew, C., 2003) และการ
พัฒนารูปแบบของสบูเ่ พอ่ื สร้างอัตลักษณ์ให้กบั สนิ คา้ (Inkong, P, 2014) อีกทั้งกำลงั การผลิตไม่
เพยี งพอต่อความตอ้ งการของลกู ค้า ซ่ึงลกู ค้าต้องการสง่ั ซอื้ อยา่ งน้อย 30,000 ก้อนต่อเดือน แต่ทาง
ศูนย์ไม่สามารถผลติ ได้ เนื่องจากกำลงั การผลติ ในปัจจบุ ัน ศูนยเ์ รียนรสู้ ามารถผลิตได้ 12,188 ก้อน/
เดือน จากการสำรวจและวิเคราะห์ปญั หาพบว่าเกดิ จาก กระบวนการผลิตของศนู ย์เรียนรู้ใชว้ ิธีการเท
หล่อสบลู่ งในแม่พมิ พ์ซลิ โิ คน ซึ่งแม่พมิ พด์ ังกล่าวทางศนู ย์ สั่งซ้ือมาจากส่ือออนไลน์และมรี าคา
ค่อนข้างสูง รวมถงึ มีขอ้ จำกดั ในการเพ่ิมกำลงั การผลิตและต้องใช้ เวลาค่อนข้างนานเพื่อใหส้ บู่คงรูป
ทำให้ทางศนู ย์เรียนรตู้ อ้ งปฏเิ สธการสงั่ ซอื้ จากลูกค้าและลูกคา้ บางรายมีความต้องการสบู่สมุนไพร
รปู แบบใหมๆ่ ที่ไม่มขี ายในท้องตลาด ทางศูนย์เรียนรู้ไมส่ ามารถ ผลิตสินค้าไดเ้ พราะขาดความรู้และ
เคร่อื งมอื ท่ีชว่ ยในการออกแบบและผลติ แม่พิมพ์ที่ใชใ้ น กระบวนการผลติ สบูไ่ ม่มีขายในท้องตลาด จงึ
ทำใหท้ างศูนยเ์ รยี นร้ขู าดโอกาสในการเพ่ิมรายได้ และเพ่มิ ชอ่ งทางดา้ นการตลาด จากปัญหาดังกลา่ ว
คณะผวู้ ิจยั จึงมีแนวคิดในการพฒั นาการออกแบบ ผลติ ภัณฑ์และพัฒนากระบวนการผลิตแม่พิมพป์ ั้ม
ขน้ึ รปู สบู่สมนุ ไพร โดยนำเทคโนโลยคี อมพิวเตอร์ ช่วยออกแบบเพื่อพฒั นารปู แบบผลิตภณั ฑแ์ บบใหม่
รวมถึงเทคโนโลยเี ครือ่ งจักรกลซีเอ็นซีเข้ามาชว่ ย พฒั นากระบวนการผลติ แม่พมิ พป์ ม้ั สบู่สมุนไพรเพ่ือ
เพิม่ กำลังการผลิต (Khunphonkaew, C, 2003) และเพม่ิ มูลคา่ ใหก้ ับผลิตภณั ฑ์ ตลอดจนสร้างรายได้
และเกดิ ความยง่ั ยนื ให้แก่ศนู ย์เรียนรู้ตอ่ ไป

บทที่ 3
วธิ ีการดำเนินการวิจัย
ในการวจิ ยั ครั้งนีม้ วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือศึกษาวธิ ีการทำสบู่แฮนด์เมดจากสมนุ ไพร สมุนไพร และศึกษา
ความพึงพอใจเกี่ยวกับการใช้สบ่แู ฮนดเ์ มดจากสมุนไพร เป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านวิชาชีพ
ดงั ตอ่ ไปนี้
3.1 กรอบแนวคิดสิง่ ประดษิ ฐ์
3.2 การออกแบบโครงสรา้ งส่ิงประดษิ ฐ์
3.3 ขนั้ ตอนการดำเนินงาน
3.4 สรา้ งและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์
3.5 การหาประสทิ ธภิ าพของสิ่งประดิษฐ์

3.1 กรอบแนวคดิ สงิ่ ประดิษฐ์

1. กลีเซอรีน 1. ละลายเบสสบแู่ ลว้ สบู่แฮนด์เมด
หรอื เบสสบู่ ยกลงจากเตา จากสมุนไพร

2. นำ้ ใบเตย 2. เติมนำ้ สมนุ ไพร
3. นำ้ อญั ชนั คนให้เข้ากัน
4. น้ำขมิน้
5. เตาแก๊ส 3. เตมิ น้ำหอม
6. หม้อ คนใหเ้ ขา้ กนั
7. กระทะ
8. ไม้คน 4. เทลงในแม่พิมพ์
9. แม่พมิ พ์ ท้ิงไวใ้ ห้สบู่เซ็ตตวั

5. แกะออกจาก
แมพ่ ิมพ์

3.2. การออกแบบโครงสร้างสง่ิ ประดิษฐ์
3.2.1 การประดษิ ฐ์สบู่แฮนด์เมดจากสมนุ ไพร

รูปภาพท่ี 3.1สบ่แู ฮนด์เมดจากสมนุ ไพร
3.2.2 การเขียนแบบสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร

1. วสั ดุอุปกรณ์

รปู ภาพท่ี 3.2 หม้อทนความรอ้ น รปู ภาพที 3.3 มดี และเขยี ง

รูปภาพท่ี 3.4 ทพั พี รปู ภาพที่ 3.5 พลาสตกิ สำหรับหอ่ อาหาร

รูปภาพที่ 3.6 เครือ่ งป่ันบดเอนกประสงค์ รูปภาพท่ี 3.7 แม่พมิ พส์ บู่

รูปภาพที่ 3.8 นำ้ หอม รูปภาพท่ี 3.9 เทอรโ์ มมิเตอร์

รูปภาพที่ 3.10 ผ้าขาวบาง รูปภาพท่ี 3.11 เหยอื กน้ำ

รปู ภาพท่ี 3.12 สเปย์แอลกอฮอล์ รปู ภาพที่ 3.13 บรรจุภัณฑ์

รปู ภาพท่ี 3.14 ตราบรรจภุ ัณฑ์ รูปภาพท่ี 3.15 กลเี ซอรนี

รูปภาพที่ 3.16 ขมิ้น รปู ภาพที่ 3.17 ใบเตย

รปู ภาพที่ 3.18 อัญชัน

3.3 ขน้ั ตอนการดำเนินงาน

3.3.1 ข้ันเตรียมการ

1. ทำการเลอื กโครงงานโดยใช้ตารางวิเคราะหข์ ้อมลู ตัดสนิ ใจเลือกโครงงาน

ตารางการวิเคราะหข์ ้อมลู เพ่ือตัดสินใจเลอื กโครงงาน

รายการวเิ คราะห์ขอ้ มลู โครงงานที่ 1 โครงงานท่ี 2 โครงงาท่ี 3

432143214321

1.ข้อมลู ที่เกี่ยวกับตนเอง

1.ความสนใจ ความถนัด √√ √

2.ความรู้ประสบการณเ์ ดิม √ √√

3.ความพร้อมดา้ นเงินลงทนุ √√ √

4.ความพร้อมในดา้ นการ √ √√

จัดเตรียมวัสดุ/อปุ กรณ์

5.ความพร้อมในด้านเวลา/ √ √√

แรงงาน

2. ด้านสงั คมและสิ่งแวดล้อม

1.เปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง √ √√

ครอบครวั และสังคม

2.สามารถจัดหาวสั ดุ อุปกรณ์ได้ √ √ √

ภายในทอ้ งถ่ิน

3.มีแหลง่ ความรขู้ ้อมลู ต่าง ๆ √ √ √

ภายในทอ้ งถิ่น

4.มีสถานทปี่ ฏิบตั งิ านท่ี √ √√

เหมาะสม

5.มีผู้เชยี่ วชาญใหค้ วามร้แู ละให้ √ √ √

คำปรึกษา

3. ดา้ นความร้แู ละ

ความสามารถของผเู้ รยี น

1.มีความรู้เกี่ยวกบั การ √ √√

ปฎิบัติงานโครงงาน

2.มคี วามรูท้ างวชิ าชีพท่ี √√ √

เกีย่ วขอ้ งกับการปฎิบัติงาน

3.วางแผนขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิที่ √√√

สามารถปฏิบัติได้

4.นำความรู้ทกั ษะท่ไี ดร้ ับจาก

การปฎิบัตโิ ครงงานไปเปน็

ขอ้ มูลสำหรบั การปฎบิ ัตงิ านอ่ืน √ √√

หรอื เปน็ แนวทางการปฏบิ ัตกิ าร

สอนตอ่ ไป

คะแนนรวม 37 38 48

ตารางท่ี 3.1 ตารางวิเคราะห์ขอ้ มลู เพือ่ ตดั สินใจเลอื กหัวข้อโครงงาน

หมายเหตุ ใหผ้ เู้ รียนพจิ ารณาข้อมูลต่าง ๆ และให้คะแนนเพอ่ื ตัดสินใจเลือกโครงงานโดย
1) การใหค้ ะแนน กำหนด 4 ระดบั ดังนี้

4 หมายถงึ มีความพรอ้ มและเหมาะสมมากทีส่ ุด
3 หมายถงึ มีความพร้อมและความเหมาะสมมาก
2 หมายถึง มคี วามพรอ้ มและเหมาะสมปานกลาง
1 หมายถึง มคี วามพรอ้ มและความเหมาะสมน้อย

2) ช่ือโครงงานที่พิจารณา มีดงั นี้
ช่อื โครงงานที่ 1 ศกึ ษาการบญั ชีครัวเรือนปา้ ศรี
ชอ่ื โครงงานที่ 2 กล้วยตากพลงั งานแสงอาทติ ย์
ช่อื โครงงานท่ี 3 สบู่แฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพร

3) ใหค้ ะแนนแตล่ ะโครงงานใหค้ รบทุกข้อแลว้ รวมคะแนนทั้งหมดในแต่ละโครงงาน
สรปุ โครงงานทีไ่ ด้คะแนนสูงสดุ คือ โครงงาน 3 สบู่แฮนดเ์ มดจากสมุนไพร
ได้ 48 คะแนน

2. เขยี นโครงรา่ งโครงงานเพื่อเสนอขออนุมัติโครงงาน โดยมหี ัวข้อดงั น้ี
1) ชื่อโครงงาน
2) ผ้จู ดั ทำโครงงาน
3) ครูท่ปี รึกษาโครงงาน
4) หลักการและเหตุผล
5) วตั ถปุ ระสงค์ของโครงงาน
6) ขอบเขตของโครงงาน
7) แนวคดิ การออกแบบโครงงาน
8) แหลง่ ความรู้/เอกสารอ้างองิ
9) ประมาณวัสดุ - อุปกรณ์ในการทำโครงงาน
10) วิธีการดำเนนิ โครงงาน
11) แผนการดำเนินโครงงาน
12) ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ

3. กรอบแนวคิดศึกษาวิธกี ารทำสบูก่ ากกาแฟโดยนำ เติมกลเี ซอรนี ในหม้อเลก็ แล้วนำไป
วางบนกระทะที่ใชร้ องหม้อเติมน้ำลงไปในกระทะเล็กนอ้ ย อนุ่ ดว้ ยไฟกลางจนกวา่ กลเี ซอรีนจะละลาย
จากนน้ั ใส่กากกาแฟลงไปในหม้อแลว้ คนจนเข้ากันแล้วจึงตักใส่แม่พิมพ์ รอจนสบู่แขง็ ตัวประมาณ 1
ชว่ั โมงแลว้ จงึ แกะออกจากแม่พิมพ์

4. การกำหนดปฏิทินการปฏบิ ัติงานดงั น้ี

วธิ กี ารดาเนินงาน สัปดา้หท่ี
ขั้นเตรียมการ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18
1.สารวจความสนใจ
และพจิ ารณาเลือกโครงงานของ ตารางที่ 3.2 ปฏิทินการปฏิบัตงิ าน
คณะ้ผจู ัดทา
2. เขียน้เคาโคร้งรางโครงงาน
เพอ่ื เสนอขออนุมตั ิ
3. เขียนแผนการดาเนินงาน
4. ศกึ ษาเอกสาร ทฤษฎี และ
งานวจิ ัยทเี่ กี่ยว้ของ
5. รวบรวม้ขอมลู
ข้ันดาเนินการโครงงาน
1. จัดเตรียมอุปกร้ณในการทาส้บู
2.ปฏิบัตติ ามแผนการดาเนินงาน
3.ตดิ ตามผลงาน ความ้กาวห้นา
ขั้นสรุปผลโครงงาน
1.รวบรวม้ขอมลู วเิ คราะ้ห้ขอมลู
2.เขียนรายงานโครงการ
3.นาเสนอผลงาน
4้.สงรายงานผลการดานินงาน

5. 5. ศกึ ษาเอกสาร ทฤษฎี และงานวิจยั ท่ีเกย่ี วข้องโดยมหี ัวขอ้ ดังตอ่ ไปน้ี
1) ความร้เู กี่ยวกับโครงงานทีท่ ำ 2) ทฤษฎีท่ีเก่ียวขอ้ ง 3) ประวตั ิวทิ ยากร
4) งานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วข้อง
3.3.2 ขนั้ ดำเนนิ การปฏบิ ัตงิ านโดยใชก้ ระบวนการวงจร (PDCA) ดงั ต่อไปน้ี
1. สร้างและพัฒนาสบ่แู ฟนตาซีจากกากกาแฟ
2. ปฏบิ ัติตามแผน P D C A และปฏทิ นิ ปฏบิ ัตงิ าน
3. รายงานความก้าวหน้าของการปฏิบตั งิ าน เปน็ รายบคุ คล ตามแบบบันทึก การ

ปฏบิ ตั ิงานวชิ าโครงงาน

3.4 สร้างและพัฒนาสง่ิ ประดิษฐ์
3.4.1 วธิ ีการทำขา้ วสบ่แู ฮนด์เมดจากสมุนไพร
1. นำสมนุ ไพรท้งั สามชนดิ มาห่นั เป็นชิน้ พอดีเพ่อื นำไปปั่นในเครือ่ งปั่น

เอนกประสงค์หรือตำในครกใหล้ ะเอียด

2. นำผา้ ขาวบางมากรองสมุนไพรท้ังสามชนิดทนี่ ำไปปั่น

3. หลอมกลเี ซอรีนในหม้อทนความร้อนแลว้ นำเทอโมมิเตอร์มาวัดอุณหภูมิ

4. นำน้ำสมุนไพรที่กรองแล้วมาผสมกบั กลีเซอรีนแล้วคนใหเ้ ข้ากนั

5. แตง่ กล่นิ ดว้ ยกลนิ่ นำ้ หอม

7. นำส่วนผสมทง้ั หมดเทลงแม่พมิ พ์ทเ่ี ตรียมไว้พักทิ้งไว้ใหส้ บู่แข็งตัว
8. นำสบูอ่ อกจากแม่พมิ พ์แล้วนำไปหมุ้ พลาสติกเพ่ือความสวยงาม
9. นำสบทู่ ห่ี ่อหุ้มด้วยพลาสติกแลว้ มาใส่ในถุงพร้อมจำหน่าย

3.5 การหาประสทิ ธิภาพ
3.5.1 การสร้างเคร่ืองมือเพื่อหาประสิทธภิ าพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยการกรอกแบบสอบถาม
ความพึงพอใจสบู่แฮนดเ์ มดจากสมุนไพร

แบบประเมินความพงึ พอใจโครงงานสบ่แู ฮนด์เมดจากสมุนไพร
คำชี้แจง 1. แบบประเมินความพงึ พอใจน้จี ดั ทำขึ้นมาเพื่อใช้ในการประเมนิ ผลโครงงานสบู่

แฮนด์เมดจากสมนุ ไพร โดยผจู้ ดั ทำจะนำข้อมูลท่ีไดร้ ับไปปรบั ใช้และพฒั นาต่อไป
2. ให้ทำเครอ่ื งหมาย √ ลงในระดับความพึงพอใจ
ตอนท่ี 1 สถานภาพของผตู้ อบแบบประเมินความพึงพอใจ

เพศ □ หญงิ □ ชาย

อายุ □ ต่ำกวา่ 20 ปี □ 20-30 ปี □ 31-40 ปี □ 41-50 ปขี ึ้นไป
ตอนที่ 2 ระดับความพึงพอใจของผตู้ อบแบบประเมินที่มีผลต่อโครงงานสบู่แฮนด์เมดจาก
สมนุ ไพร

ระดบั ความพึงพอใจ
ท่ี รายการ 5 4 3 2 1

มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย
ท่ีสดุ กลาง ท่สี ุด
1 ผลิตภณั ฑใ์ ชไ้ ดจ้ รงิ
2 ผลติ ภัณฑผ์ ลติ จากวสั ดธุ รรมชาติจริง
3 ผลิตภณั ฑ์มีความเหมาะสมกับราคา
4 ผลิตภัณฑส์ ามารถสร้างรายได้เสรมิ ได้
5 กลน่ิ ของผลิตภณั ฑม์ ีความเหมาะสม
6 ผลติ ภณั ฑ์มสี สี ันสวยงาม
7 ชอ่ื สินค้า จำง่าย เหมาะสม
8 เนื้อสมั ผสั ของสบู่
9 รูปลักษณบ์ รรจุภณั ฑ์สวยงาม
10 ประสิทธภิ าพในการทำความสะอาด
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
............................................................................................................................. ...................................
ขอขอบคณุ ทกุ ท่านทตี่ อบแบบสอบถามคร้ังนี้

3.5.2 การเก็บรวบรวมข้อมูล
การรวบรวมขอ้ มลู จากการแจกแจงแบบสอบถามความพงึ พอใจในการทดลองใชส้ บู่

แฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพรซง่ึ เปน็ ครู อาจารย์ เจา้ หน้าท่ีและนักเรียน นกั ศกึ ษา วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษา
เชยี งใหมแ่ ละประชาชนท่ัวไป จำนวน 18 คน

3.5.3 การวเิ คราะห์ข้อมลู
การวิเคราะหข์ อ้ มูลจากแบบสอบถามความพึงพอใจในการทดลองใช้สบู่กากกาแฟในแต่

ละตอนดังต่อไปนี้
ตอนที่ 1 ข้อมลู เบ้ืองตน้ ของผู้ตอบแบบสอบถาม

จากการหาค่ารอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถามความพงึ พอใจในการทดลองใช้สบู่กาก
กาแฟ โดยใชส้ ตู รดงั ต่อไปนี้

สูตร = × 100



เม่อื แทน คา่ ร้อยละ
แทน ความถี่ตอ้ งการแปลงใหเ้ ปน็ คา่ ร้อยละ
แทน จำนวนความถ่ีทง้ั หมด

ตอนที่ 2 ระดบั ความพงึ พอใจในการทดลองใชส้ บกู่ ากกาแฟจำนวน 20 คน โดยการหาค่าเฉลี่ยเลข
คณิตและส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน

1. การหาคา่ เฉลี่ยเลขคณิต
สูตร ̅ = ∑



เม่อื ̅ แทน ค่าเฉล่ีย
∑ แทน ผลรวมของระดับความพึงพอใจ
แทน จำนวนผตู้ อบสอบถามทัง้ หมด

2. การหาส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
สตู ร S.D. = √∑( − )2

− 1

สูตร S.D. = √ ∑ 2−(∑ )2

( −1)

เมื่อ S.D. แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน

แทน ค่าคะแนน

แทน จำนวนคา่ คะแนนในแต่ละกล่มุ
3. การแปลงผลตามเกณฑ์การประเมนิ ผล

4.01 ข้นึ ไป หมายถงึ ดีมาก
3.01 - 4.00 หมายถงึ มาก
2.01 - 3.00 หมายถงึ ปานกลาง
1.01 - 2.00 หมายถึง น้อย
0.00 - 1.00 หมายถงึ ปรับปรงุ
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
นำขอ้ เสนอแนะจากผตู้ อบแบบสอบถามมาเปน็ ความเรียงและหาอัตรารอ้ ยละของ
ข้อเสนอแนะจากผูต้ อบแบบสอบถามความพึงพอใจในการทดลองใช้สบแู่ ฮนด์เมดจากสมุนไพรโดยใช้
สตู ร = × 100



เมอ่ื แทน คา่ ร้อยละ

แทน ความถ่ตี อ้ งการแปลงใหเ้ ปน็ ค่าร้อยละ

แทน จำนวนความถท่ี ้งั หมด

บทที่ 4
ผลการดำเนนิ โครงงาน
การดำเนนิ โครงงานสบู่แฮนดเ์ มดจากสมุนไพร มีวัตถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ ศึกษาวธิ กี ารทำสบู่
แฮนด์เมดจากสมนุ ไพร 2. เพ่ือศกึ ษาความพงึ พอใจเกย่ี วกับการใชส้ บู่แฮนด์เมดจากสมนุ ไพร วันท่ี 2
พฤศจิกายน 2564 ถงึ วันที่ 31 มกราคม 2565 ณ วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชียงใหม่ และหอพกั หญงิ หอ
แลนดค์ อรท์ เลขท่ี 2/2 ถนน เวียงแกว้ ตำบล ศรีภูมิ อำเภอ เมอื ง จงั หวดั เชยี งใหม่ 50200 จากการ
วิเคราะหข์ ้อมลู ผ้ดู ำเนนิ โครงงานมีผลการดำเนนิ งานโครงงานดงั ตอ่ ไปนี้
4.1 ผลการดำเนนิ งานโครงงาน/ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
4.2 อภปิ รายผลการดำเนนิ งาน

4.1 ผลการดำเนินงานโครงงาน/ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
4.4.1 การศึกษาวธิ ีการทำสบจู่ ากสมนุ ไพร
วิธกี ารทำสบูก่ ลีเซอรีนสมุนไพร

ข้นั ตอนท่ี 1. ละลายเบสสบู่แลว้ ยกลงจากเตา
2. เตมิ นำ้ สมุนไพร คนใหเ้ ข้ากนั
3. เติมน้ำหอม คนใหเ้ ข้ากัน
4. เทลงในแม่พิมพ์ ท้ิงไว้ใหส้ บู่เซ็ตตวั
5. แกะออกจากแม่พิมพ์

วิธีการละลายเบสสบู่ สามารถทำได้ 3 วิธี
1. นำใส่หม้อตนุ๋ ไฟฟ้าใช้ไฟปานกลาง
2. ทำในหม้อตุ๋นเองโดยใชห้ ม้ออลมู เิ นยี มใบใหญ่และเลก็ อย่างละ 1 ใบ โดยนำหมอ้ ใสน่ ้ำตั้ง
บนเตาแกส๊ ไฟออ่ น-กลางแลว้ จึงนำเบสสบู่ใสใ่ นหมอ้ เล็กและตงั้ หม้อเลก็ ในหมอ้ ใหญ่ คน
ไปเรื่อยๆจนเบสสบลู่ ะลาย
3. ต๋นุ ในหมอ้ ไมโครเวฟโดยใช้ไฟกลาง ตั้งเวลานำออกมาคนทุกๆ 1 นาที จนเบสสบลู่ ะลาย

วธิ กี ารเตรยี มสมุนไพร
1. เบสสบู่ 100 กรมั ใส่สมนุ ไพร 1 ชอ้ นชา
2. ละลายสมุนไพรในนำ้ อนุ่ อัตราส่วน สมนุ ไพร 1 ชอ้ นชาตอ่ น้ำอนุ่ 1 ชอ้ นโต๊ะ
3. ปรบั อัตราส่วนสมุนไพรตามน้ำหนกั เบสสบทู่ ี่ทำแตล่ ะคร้ัง

วธิ กี ารเตมิ นำ้ หอม
1. เบสสบู่ 100 กรมั เตมิ นำ้ หอม 0.5-1cc
2. ควรทงิ้ ให้เบสสบเู่ ยน็ ลงสกั ครู่ถา้ ยงั รอ้ นจัดอยู่ (ไม่สามารถเอามือจบั ภาชนะทีใ่ ส่ได้เกิน 5
วินาท)ี แล้วจงึ ใสน่ ำ้ หอมเพ่ือไมใ่ หก้ ลนิ่ นำ้ หอมระเหย

4.4.2 การศึกษาหาความพงึ พอใจเกย่ี วกบั การใช้สบู่แฮนด์เมดจากสมนุ ไพร
ตอนท่ี 1 ข้อมูลท่ัวไปของผตู้ อบแบบประเมินความพึงพอใจสบแู่ ฮนด์เมดจากสมนุ ไพร
1. เพศ
แผนภมู แิ สดงการจำแนกเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม

ภาพที่ 4.1 แผนภมู ิแสดงการจำแนกเพศของผูต้ อบแบบสอบถาม

ตารางที่ 4.1 การจำแนกเพศของผู้ตอบแบบสอถาม

เพศ จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม

จำนวน ร้อยละ

ชาย 4 22.2

หญิง 14 77.8

รวม 18 100

จากตารางท่ี 4.1 พบว่าการจำแนกเพศของผตู้ อบแบบสอบถามจำนวน 18 คน เปน็ ผู้ชาย

จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 22.2 และเปน็ ผู้หญิงจำนวน 14 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 77.8

2. อายุ
แผนภมู ิแสดงการจำแนกอายขุ องผู้ตอบแบบสอบถาม

ภาพที่ 4.2 แผนภูมิแสดงการจำแนกอายขุ องผตู้ อบแบบสอบถาม

ตารางที่ 4.2 การจำแนกอายุของผตู้ อบแบบสอบถาม

อายุ จำนวนผูต้ อบแบบสอบถาม

จำนวน รอ้ ยละ

อายุต่ำกวา่ 20 ปี 2 11.1

20 - 30 ปี 15 83.3

31 - 40 ปี 1 5.6

41 - 50 ปขี น้ึ ไป - -

รวม 18 100

จากตารางที่ 4.2 พบวา่ การจำนวนอายุของผ้ตู อบแบบสอบถามจำนวน 18 คน คนท่ตี อบ

แบบสอบถามช่วงอายุต่ำกวา่ 20 ปี มีจำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 11.1 ช่วงอายรุ ะหวา่ ง 20–30 ปี

มีจำนวน 15 คน คิดเปน็ ร้อยละ 83.3 ชว่ งอายรุ ะหว่าง 31-40 ปี มจี ำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 5.6

และช่วงอายุ 41-50 ปขี ้ึนไปท่ีไมม่ ผี ตู้ อบแบบสอบถามมีอายุชว่ งน้นั เลย

ตอนที่ 2 ระดบั ความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบประเมนิ ความพงึ พอใจสบ่แู ฮนด์เมดจากสมุนไพร
1. ผลติ ภัณฑข์ องสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร
แผนภูมิแสดงความพึงพอใจดา้ นผลิตภณั ฑข์ องสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร

ภาพท่ี 4.3 แผนภมู ิแสดงความพึงพอใจด้านผลติ ภณั ฑส์ บู่แฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพร

จากตารางท่ี 4.3 ระดับความพึงพอใจดา้ นผลติ ภัณฑ์

ขอ้ ประเดน็ พจิ ารณา ̅ S.D. การแปลความ

1 ผลติ ภัณฑ์ใช้ได้จรงิ 4.44 0.68 มาก

2 ผลติ ภณั ฑผ์ ลติ จากวสั ดธุ รรมชาตจิ ริง 4.56 0.76 มาก

3 ผลิตภัณฑ์มคี วามเหมาะสมกับราคา 4.39 0.68 มาก

4 ผลิตภัณฑ์สามารถสรา้ งรายได้เสริมได้ 4.44 0.60 มาก

5 กลิ่นของผลติ ภณั ฑม์ ีความหอม 4.44 0.68 มาก

6 ผลิตภณั ฑม์ คี วามเหมาะสมกับราคา 4.38 0.67 มาก

7 ช่อื สนิ คา้ จำงา่ ย เหมาะสม 4.28 0.80 มาก

8 เน้อื สมั ผสั ของสบู่ 4.28 0.73 มาก

9 รปู ลกั ษณ์บรรจภุ ัณฑส์ วยงาม 4.17 0.83 มาก

10 ประสทิ ธภิ าพในการทำความสะอาด 4.44 0.76 มาก

รวม 4.37 0.65 มาก

จากตารางท่ี 4.3 พบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านผลลิตภณั ฑ์ของสบู่
แฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพร มีความพงึ พอใจโดยรวมอยูใ่ นระดับมาก ( X̅ = 4.37 ) โดยเรียงลำดบั จากมาก
ไปหาน้อย ผลติ ภณั ฑผ์ ลติ จากวสั ดธุ รรมชาตจิ ริง (X̅ = 4.56) ผลติ ภณั ฑใ์ ช้ได้จรงิ (X̅ = 4.44)
ผลติ ภัณฑส์ ามารถสรา้ งรายได้เสริมได้ (̅X = 4.44) กลน่ิ ของผลติ ภัณฑ์มีความหอม (X̅ = 4.44)
ประสทิ ธิภาพในการทำความสะอาด (̅X = 4.44) ผลติ ภัณฑ์มีความเหมาะสมกบั ราคา (X̅ = 4.39)
ผลิตภัณฑ์มคี วามเหมาะสมกับราคา (̅X = 4.38) ช่ือสินคา้ จำง่าย เหมาะสม (X̅ = 4.28)
เนอื้ สัมผัสของสบู่ (X̅ = 4.28) รปู ลักษณบ์ รรจุภณั ฑส์ วยงาม (̅X = 4.17)

บทท่ี 5
สรุปผลการดำเนนิ งานโครงงานและข้อเสนอแนะ
การดำเนนิ การโครงงาน สบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพร ท่ีอยู่ ถนนเวยี งแกว้ อำเภอ เมือง จังหวัด
เชียงใหม่ ระหว่างวนั ที่ 1 พฤศจกิ ายน 2564 ถึงวนั ท่ี 31 มกราคม 2565 ผดู้ ำเนนิ โครงงานมีสรปุ ผล
การดำเนินงานโครงงานและข้อเสนอแนะดงั ต่อไป
5.1 สรุปผลการดำเนนิ งานโครงการ
5.2 ข้อเสนอแนะ

5.1 สรปุ ผลการดำเนินงานโครงงาน
5.1.1 วัตถปุ ระสงค์ของโครงงาน
1. เพื่อศึกษาวิธกี ารทำสบู่แฮนด์เมดจากสมนุ ไพร
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจเกีย่ วกับการใชส้ บูแ่ ฮนดเ์ มดจากสมุนไพร
5.1.2 วธิ ดี ำเนนิ งานโครงงาน
1. ข้นั เตรียมการ
1) พิจารณาเลือกโครงงาน
2) เขียนเค้าโครงร่างโครงงานเพือ่ เสนอขออนุมัติ
3) ศึกษาเอกสารและงานวิจยั ที่เกยี่ วขอ้ ง
2. ขน้ั ดำเนนิ การ
1) ตดิ ตอ่ ประสานงาน
2) ปฏบิ ัตติ ามแผนโดยใชก้ ระบวนการ P D C A
3) รายงานความกา้ วหน้าของการปฏิบตั งิ าน
3. ข้นั สรุปและประเมินผล
1) รวบรวมข้อมลู และวิเคราะห์ข้อมลู
2) เขยี นรายงานโครงงาน
3) นำเสนอผลการดำเนนิ งานโครงงาน
4) ประเมินผลโครงงาน

5.1.3 ผลการดำเนินงานโครงงาน
ผศู้ ึกษาไดผ้ ลติ สบแู่ ฮนด์เมดจากสมุนไพรและศกึ ษาความพึงพอใจการใชส้ บแู่ ฮนดเ์ มดจาก

สมนุ ไพร การศึกษามีดังนี้ละลายเบสสบูแ่ ล้วยกลงจากเตาเติมน้ำสมุนไพรคนใหเ้ ข้ากนั เติมนำ้ หอมคน
ใหเ้ ข้ากันเทลงในแมพ่ ิมพ์ ทง้ิ ไวใ้ ห้สบ่เู ซ็ตตัวแกะออกจากแม่พิมพ์ ผลการศึกษาพบว่าสบู่แฮนดเ์ มด
จากสมุนไพรสามารถใช้ได้จรงิ และการทดลองแบบประเมนิ ความพงึ พอใจพบวา่ สบ่แู ฮนด์เมดจาก
สมุนไพร ภาพรวมอยูใ่ นระดับความพึงพอใจ ดมี าก คา่ เฉล่ยี คือ 4.37

5.1.4 สรุปผลการดำเนินงาน
ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้กรอกแบบประเมนิ ความพึงพอใจ
เพศ จำนวนของผูต้ อบแบบสอบถามจำนวน 18 คน เป็นผชู้ าย จำนวน 4 คน คิดเป็น

ร้อยละ 22.2 และเป็นผ้หู ญงิ จำนวน 14 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 77.8
อายุ จำนวนอายุของผ้ตู อบแบบสอบถามจำนวน 18 คน คนทต่ี อบแบบสอบถามชว่ ง

อายุต่ำกว่า 20 ปี มีจำนวน 2 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 11.1 ช่วงอายุระหว่าง 20–30 ปี
มีจำนวน 15 คน คิดเปน็ ร้อยละ 83.3 ชว่ งอายุระหว่าง 31-40 ปี มจี ำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 5.6
และชว่ งอายุ 41-50 ปีขึ้นไปที่ไม่มีผู้ตอบแบบสอบถามมีอายุชว่ งนน้ั เลย

ตอนที่ 2 ระดบั ความพึงพอใจของโครงงานสบู่แฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพร
ผ้ตู อบแบบสอบถามมีความพงึ พอใจดา้ นผลลิตภณั ฑข์ องสบู่แฮนดเ์ มดจากสมนุ ไพร
มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับดมี าก ( ̅X = 4.37 ) โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ไดแ้ ก่
ผลติ ภัณฑผ์ ลติ จากวสั ดธุ รรมชาตจิ ริง (̅X = 4.56) ผลิตภณั ฑ์ใช้ได้จริง (̅X = 4.44) ผลติ ภณั ฑส์ ามารถ
สร้างรายไดเ้ สริมได้ (̅X = 4.44) กล่นิ ของผลติ ภณั ฑ์มีความหอม (̅X = 4.44) ประสทิ ธิภาพในการทำ
ความสะอาด (̅X = 4.44) ผลิตภณั ฑม์ คี วามเหมาะสมกบั ราคา (X̅ = 4.39) ผลติ ภัณฑ์มคี วามเหมาะสม
กบั ราคา (X̅ = 4.38) ชอ่ื สนิ คา้ จำง่าย เหมาะสม (̅X = 4.28) เนื้อสัมผัสของสบู่ (̅X = 4.28)
รปู ลักษณบ์ รรจภุ ณั ฑ์สวยงาม (̅X = 4.17)

5.2 ข้อเสนอแนะ

5.2.1 ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลไปใช้

ปญั หาอุปสรรคในการดำเนินโครงงาน ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการพัฒนา

1. รูปทรงสบู่เรยี บเกนิ ไป 1. ควรทำรูปทรงท่ีหลากหลายกวา่ น้ี เชน่ รปู

ดอกไม้ รปู ผลไม้ และรูปวงกลม

2. รูปทรงสบ่ทู ที่ ำออกมายังไมค่ อ่ ยเท่ากัน 2. ต้องดดู ๆี ก่อนจะเทสบ่ลู งแม่พมิ พ์

ตาราง 5.1 ขอ้ เสนอแนะสำหรับการนำผลไปใช้

5.2.2 ขอ้ เสนอแนะในการศกึ ษาคร้งั ต่อไป
จากการทไี่ ด้ศึกษาและลงมือปฏิบตั ิในการทำผลิตภัณฑส์ บู่แฮนดเ์ มดจากสมุนไพรเพอ่ื

ศึกษาวิธีการทำสบู่ในคร้งั นี้แล้วจึงไดข้ อ้ เสนอแนะจากผู้ตอบแบบสอบถามวา่ ควรใหป้ รับรูปทรงที่
หลากหลายกว่าน้ี เช่น รปู ดอกไม้ รปู ผลไม้ และรปู วงกลม ทางคณะผูจ้ ัดทำจึงได้ข้อสรปุ ว่าในการ
จัดทำหรอื ศึกษาสบู่แฮนด์เมดจากสมนุ ไพรในคร้ังต่อไปควรพฒั นาและปรับปรงุ ตามข้อเสนอแนะ
ดังกล่าวและยงั สามารถพฒั นาสบู่แฮนด์เมดจากสมนุ ไพรให้มีรูปทรงท่หี ลากหลายและดีขึ้นดว้ ยการนำ
เทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคตความคิดริเรมิ่ สรรค์ของผทู้ ตี่ อ้ งการจะศึกษาสบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพรใน
อนาคตอกี ด้วย

บรรณานกุ รม
กลเี ซอรนี (ออนไลน)์ . เขา้ ถึงได้จาก : http://greentechbiolab.blogspot.com/.

สืบค้นเมอ่ื วันที่ 1 ธันวาคม 2561.
น้ำมนั หอมละเหย (ออนไลน์). เข้าถงึ ได้จาก:https://www.botanicessence.com/essential-oil/.

สบื คน้ เม่อื วนั ท่ี 5 ธนั วาคม 2561.
ประเภทและสว่ นประกอบของสบู่ (ออนไลน)์ . สืบคน้ เมื่อวันที่ 1 ธนั วาคม 2561.

เขา้ ถงึ ได้จาก : https://sites.google.comwiraneewongling/.
รักฤดี สารธมิ า และ ผศ.ศรัณยู คำเมอื ง. (2558). สบสู่ มุนไพรมะม่วงขมิน้ . (ออนไลน์).

สืบค้นเมอ่ื วนั ที่ 21 มถิ นุ ายน 2556 จาก :http://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2015/.
ampro content. (2565). สบู่สมุนไพรปลอดภยั และดตี ่อสุขภาพผิวจรงิ ไหม. (ออนไลน์).

สบื คน้ เมอื่ วันที่ 30 สงิ หาคม 2562 จาก : https://amprohealth.com/magazine/.

ภาคผนวก ก
โครงรา่ งโครงงาน(แบบนำเสนอโครงงาน)


Click to View FlipBook Version