การเขียนผังงาน
เบอื้ งต้น
Basic
Flowcharting
การเขียนผังงาน(Flowcharting)
• ผังงาน หมายถงึ เคร่ืองมอื ท่ชี ่วยในการเขียนโปรแกรม โดย
เขียนเป็ นเคร่ืองหมายภาพสัญลักษณ์แสดงลาดับขัน้ ตอนการ
ทางาน
• การเขียนผังงาน เป็ นการถ่ายทอดความเข้าใจท่ไี ด้จากการ
วเิ คราะห์งานให้อย่ใู นรูปภาพหรือสัญลักษณ์
• ผู้เขียนโปรแกรมจะสามารถเข้าใจลาดบั ขัน้ ตอนการเขียน
โปรแกรมได้อย่างรวดเร็วและง่ายขนึ้ และง่ายต่อการ
ตรวจสอบความถกู ต้องของลาดบั ขัน้ ตอนในวธิ ีการ
ประมวลผล
การเขียนผังงาน(Flowcharting)
• งานทกุ ชนิดท่มี กี ารวเิ คราะห์เป็ นลาดบั ขัน้ ตอนแล้ว เรา
สามารถนามาเขียนผังงานได้ แม้กระท่งั งานท่เี ก่ยี วข้องกบั
ชีวติ ประจาวนั ของเราเอง
ตัวอย่างผังงานท่วั ไป(1/3)
• แสดงการโยนเหรียญ 3 เรม่ิ ตน้
ครัง้ ถ้าออกหวั ผู้โยนจะ
ได้เงนิ 10 บาท ถ้าออก โยนเหรยี ญ
ก้อย ผู้โยนจะเสียเงนิ
10 บาท กอ้ ย หวั
ผลการโยน
เสยี เงนิ 10 บาท ไดเ้ งนิ 10 บาท
ยงั ครบ 3 ครงั้
หรอื ยงั ?
ครบ
หยดุ
ตวั อย่างผังงานท่วั ไป(2/3)
• ผังงานแสดงการเดนิ เรม่ิ ตน้
ข้ามถนนท่มี สี ญั ญาณ รอสญั ญาณไฟ
ไฟจราจร
ไมใ่ ช่ ไฟแดง
หรอื ไม่
ใช่
เดนิ ขา้ มถนน
หยดุ
ตัวอย่างผังงานท่วั ไป(3/3)
เรม่ิ ตน้
• ผังงานพจิ ารณาการใช้ยา
ตามฉลากยาท่ปี ิ ดข้างขวด อายตุ า่ กวา่ ใช่ หา้ มรบั ประทาน
แยกตามขนาดการใช้ ดังนี ้ 5 ปี
ไมใ่ ช่
– อายุต่ากว่า 5 ปี ห้าม อายุ 5 ปี ขนั้ ไป ใช่ ครง้ั ละ 1 เม็ด
รับประทาน แตไ่ มถ่ งึ 8 ปี
– อายุ 5 - 7 ปี ครัง้ ละ 1 เม็ด ไมใ่ ช่
– อายุ 8 - 14 ปี ครัง้ ละ 2 เมด็ อายุ 8 ปี ขน้ั ไป ใช่ ครงั้ ละ 2 เม็ด
แตไ่ มถ่ งึ 15 ปี
– อายุ 15 ปี ขนึ้ ไป ครัง้ ละ 3
เม็ด ไมใ่ ช่
ครง้ั ละ 3 เม็ด
หยดุ
ผังงานทางคอมพวิ เตอร์
ผังงานทางคอมพวิ เตอร์แบ่งออกเป็ น 2 ประเภท
ได้แก่
❖ผังงานระบบ (System flowchart)
❖ผังงานโปรแกรม (Program flowchart)
ผังงานระบบ(System flowchart)
• เป็ นผังงานท่ใี ช้แสดงขัน้ ตอนการทางานของระบบงานอย่าง
กว้าง ๆ ทงั้ ระบบ โดยแสดงให้เหน็ ถงึ ความสัมพนั ธ์ของส่วน
สาคญั ต่าง ๆ ในระบบนัน้
• เช่น เอกสารเบอื้ งต้น หรือส่ือบนั ทกึ ท่ใี ช้อย่เู ป็ นอะไร และ
ผ่านไปยังหน่วยงานใด มีกิจกรรมอะไรในหน่วยงานนัน้ ๆ
แล้วส่งต่อไปยังหน่วยงานใด เป็ นต้น
• ดังนัน้ ผังงานระบบ จะเก่ยี วข้องกบั คน วสั ดุ และเคร่ืองจกั ร
โดยแสดงการนาข้อมูลเข้า ประมวลผล แสดงผลลัพธ์ ว่ามา
จากท่ใี ดกว้าง ๆ
ตวั อย่างผังงานระบบ
เรม่ิ ตน้
• ผังงานแสดงการคานวณ
พนื้ ท่สี ามเหล่ียมจานวน รบั ความสงู และความยาวฐาน
ของสามเหลยี่ ม 100 รปู
100 รูป บนั ทกึ ความสงู และความยาวฐาน
ลงในดสิ ก์
ดสิ กท์ ่ี
บนั ทกึ แลว้
คานวณพน้ื ทขี่ องสามเหลย่ี ม
พมิ พร์ ายงานของ
พน้ื ทส่ี ามเหลยี่ ม
จบ
ผังงานโปรแกรม(Program flowchart)
• เป็ นผังงานท่แี สดงขัน้ ตอนของคาส่ังท่ใี ช้ในโปรแกรม
• ผังงานนีแ้ ยกย่อยมาจากผังงานระบบ โดยผู้เขียนโปรแกรมจะ
ดงึ เอาแต่ละจุดท่เี ก่ยี วข้องกบั การประมวลผลในคอมพิวเตอร์
ท่ปี รากฏในผังงานระบบมาเขียนแสดงรายละเอยี ดในการ
ประมวลผลอย่างเป็ นลาดบั ขัน้ ตอน เพ่อื นาไปประกอบการ
เขียนโปรแกรมต่อไป
ตัวอย่างผังงานโปรแกรม
• ผังงานแสดงการคานวณ เรม่ิ ตน้
พนื้ ท่สี ามเหล่ียมจานวน
100 รูป รบั ความสงู และ
ความยาวฐานทลี ะรปู
คานวณพนื้ ท=่ี 0.5 * ฐาน * สงู
พมิ พพ์ น้ื ทสี่ ามเหลยี่ ม
ทลี ะรปู
ไมใ่ ช่ ครบ 100 รปู แลว้
ใชห่ รอื ไม่
ใช่
จบ
เปรียบเทยี บผังงานระบบและผังงานโปรแกรม
เรม่ิ ตน้ เรม่ิ ตน้
รบั ความสงู และความยาวฐาน รบั ความสงู และ
ของสามเหลยี่ ม 100 รปู ความยาวฐานทลี ะรปู
บนั ทกึ ความสงู และความยาวฐาน ผังงานระบบ
ลงในดสิ ก์
คานวณพนื้ ท=ี่ 0.5 * ฐาน * สงู
ดสิ กท์ ่ี ผังงานโปรแกรม พมิ พพ์ น้ื ทส่ี ามเหลย่ี ม
บนั ทกึ แลว้ ทลี ะรปู
คานวณพนื้ ทขี่ องสามเหลย่ี ม
ไมใ่ ช่ ครบ 100 รปู แลว้
ใชห่ รอื ไม่
พมิ พร์ ายงานของ
พนื้ ทส่ี ามเหลย่ี ม ใช่
จบ จบ
ประโยชน์ของการเขียนผังงาน
• เราสามารถเรียนรู้และเข้าใจผังงานได้ง่าย เพราะผังงานไม่ขึน้ อย่กู ับ
ภาษาคอมพวิ เตอร์ภาษาใดภาษาหน่ึง
• ผังงานเป็ นการส่ือความหมายด้วยภาพ ทาให้ง่ายและสะดวกต่อการ
พจิ ารณาลาดบั ขัน้ ตอนในการทางานดกี ว่าการบรรยายเป็ นตัวอักษร
• ช่วยให้การค้นหาความผดิ พลาดของลาดบั การทางานได้รวดเร็ว และ
สามารถแก้ไขได้ง่าย
• การเขียนโปรแกรมโดยพจิ ารณาจากผังงาน สามารถทาได้รวดเร็วและ
ง่ ายขนึ ้
• ในการบารุงรักษาโปรแกรม หรือมีการเปล่ียนแปลงแก้ไขโปรแกรมให้
มีประสิทธิภาพ ถ้าดจู ากผังงานจะช่วยให้สามารถทบทวนการทางาน
ในโปรแกรมได้ ง่ ายขนึ ้
ข้อจากัดของการเขียนผังงาน
• การเขียนผังงานไม่เหมาะกับงานท่มี ีวธิ ีการซับซ้อน เช่น
มีการท่เี ง่อื นไขในการทอสอบมากมาย ซ่งึ มักจะใช้
ตารางการตัดสินใจ(decision table) เข้ามาช่วยมากกว่า
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(1/13)
• การเขียนผังงานเป็ นการนาเอาภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ
มาเรียงต่อกัน เพ่อื แสดงลาดบั ขนั้ ตอนการทางาน โดย
มีเส้นลูกศรเช่ือมระหว่างภาพต่างๆ
• สัญลักษณ์ในการเขียนผังงานท่นี ิยมใช้กันนัน้ เป็ น
สัญลักษณ์ของหน่วยงานท่ชี ่ือว่า American National
Standard Institute (ANSI) และ International Standard
Organization (ISO) เป็ นผู้กาหนดและรวบรวมให้เป็ น
สัญลักษณ์มาตรฐานในการเขียนผังงาน
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(2/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
1. เร่ิมต้นผัง
การเร่ิมต้นหรือ START
สนิ้ สุดการเขยี น STOP งาน
ผังงาน 2. จบผังงาน
read name
(Terminal) display area 1. รับค่าใส่ในตัว
แปรช่ือ name
รับข้อมูลหรือ
แสดงข้อมูลโดย 2. แสดงค่าจาก
ไม่ระบุส่ือ ตวั แปร area
(Input/output)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(3/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตัวอย่างการใช้ คาอธิบาย
การประมวลผล C=A+B 1. คานวณ A + B
(Process)
และเกบ็ ไว้ใน C
Sum = 0 2. กาหนดค่า sum
เท่ากบั 0
การเปรียบเทยี บ false เปรียบเทยี บถ้า i มีค่า
หรือตวั สินใจ
i <= 10 น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10
(Compare /
Decision) true - เป็ นจริง พมิ พ์ค่า i
เสร็จแล้วไปทา
แสดง i คาส่ังอ่ืน ๆ
- เป็ นเทจ็ ไปทาคาส่ัง
อ่นื ๆ
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(4/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
พมิ พ์ค่า A ทาง
การแสดงผลลัพธ์ print A เคร่ืองพมิ พ์
ทางเคร่ืองพมิ พ์
(Document)
การแสดงผลลัพธ์ display A , B แสดงค่า A, B
ทางจอภาพ บนจอภาพ
(Display)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(5/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
หมายเหตุ
(Comment) read A A = Age
รับค่าทางการกด read A รับค่า A ทาง
แป้ นพมิ พ์ แป้ นพมิ พ์
(Manual Input)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(6/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
การกาหนดค่า for i =1 to 100 กาหนดให้ i มีค่าเท่ากบั
ต่างๆ ไว้ล่วงหน้า 1 และเพ่มิ ค่าทลี ะ 1
จนมคี ่าเป็ น 100 จงึ ออก
(Preparation) sum = sum + i จากการทางานซา้
โดยแต่ละรอบ บวกค่า
i sum ด้วยค่า i
แสดงทศิ ทางและ
ลาดบั ของการ
ทางาน
(Flow line)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(7/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
จุดต่อเน่ืองใน write A หลังจากพมิ พ์ค่า A
หน้าเดยี วกัน แล้วให้ทาตามท่ีจุด
A ต่อเน่ือง A ซ่งึ อยู่ใน
(In-Page หน้าเดียวกัน
connector) A=3
หลังจากกาหนดค่า A
จุดต่อเน่ืองท่ีอยู่ 1 เท่ากบั 3 ให้ทาตาม
คนละหน้า จุดต่อเน่ืองช่ือ 1 ซ่งึ
ไม่ได้อยู่ในหน้า
(Off-Page เดียวกัน
Connector)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(8/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
การรับหรือแสดง read A 1. อ่านค่า A ท่ี
ข้อมูลโดยใช้ บตั รเจาะรู 1
บัตรเจาะรู punch B , C ใบ
(Punch card) 2. เจาะค่า B,C
บนบัตร 1 ใบ
ชุดของบตั รเจาะรู punch
(Card Desk) bi b=1 , เจาะค่า B1 , B2 , Bn
…n บนบัตร n ใบ
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(9/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
อ่านค่า ID , name
การรับหรือแสดง read ID , บนเทปกระดาษ
ข้อมูลโดยใช้เทป name
กระดาษ
(Punched tape)
การรับหรือแสดง
ข้อมูลโดยใช้เทป
แม่เหล็กเป็ นส่ือ
(Magnatic tape)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(10/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
การรับหรือแสดง
ข้อมูลโดยใช้จาน
แม่เหลก็ เป็ นส่ือ
(Magnatic disk)
การรับหรือแสดง
ข้อมูลโดยใช้ดรัม
แม่เหลก็ เป็ นส่ือ
(Magnatic drum)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(11/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
การทางานท่กี าหนด findGrade เรียกโปรแกรม
ไว้แล้ว เช่น ย่อยช่ือ findGrade
โปรแกรมย่อย ให้ทางาน
(Predefine Process)
การควบคุมการ
ทางานด้วยมนุษย์
บางครัง้ เรียกการ
ทางานแบบ
ออฟไลน์
(Offline Processing)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(12/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
การทางานแบบ
ออฟไลน์ของอุปกรณ์ท่ี
ไม่ได้ถูกควบคุมจาก
หน่วยประมวลผลกลาง
โดยตรง
(Auxiliary Operation)
การจัดเรียงลาดบั
ข้อมูล
(Sorting)
สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน(13/13)
สัญลักษณ์ ความหมาย ตวั อย่างการใช้ คาอธิบาย
การส่งข้อมูลทาง
สายส่ือสาร
(Communication
Link)
หลักการจัดภาพผังงาน(1/2)
• ทศิ ทางของผังงานจะเร่ิม บน START ทศิ ทางของเส้น
จากส่วนบนของ
หน้ากระดาษลงมายัง read age
ส่วนล่าง และจากซ้ายมือ
ไปของหน้ากระดาษ และ age > 60 false
ควรเขยี นเคร่ืองหมาย true
ลูกศรกากับทศิ ทางไว้ด้วย
“You are old”
ล่าง STOP
หลักการจัดภาพผังงาน(2/2)
• สัญลักษณ์หรือภาพท่ใี ช้ START ขนาดของ
ในการเขยี นผังงานมี สญั ลกั ษณ์
ขนาดต่าง ๆ กันได้ แต่ sum = 0 ปรับให้เหมาะสมกบั
จะต้องมีรูปมาตรฐานตาม ข้อความใน
ความหมายท่กี าหนด i = 1 to 10 สญั ลกั ษณ์
sum = sum + i
i
sum
STOP
หลักการจัดภาพผังงาน(3/2)
• การเขียนทศิ ทางของผังงานควรเป็ นไปอย่างมีระเบียบ
และหลีกเล่ียงการขดี โยงไปโยงมาในทศิ ทางตดั กนั ถ้า
จาเป็ นต้องโยงถงึ กัน ควรใช้เคร่ืองหมายจดุ ต่อเน่ือง
แทนและถ้าเป็ นไปได้ควรเขียนผังงานให้จบในหน้า
เดยี วกัน
• คาอธิบายในภาพ เขียนเพียงสัน้ ๆ และเข้าใจง่าย
• ผังงานท่ดี ีควรจะมีความเป็ นระเบยี บเรียบร้อยและ
สะอาด นอกจากนีแ้ ล้ว จะมีช่ือของผังงาน ผู้เขียน วันท่ี
เขียน และเลขหน้าลาดบั
รูปแบบการเขียนผังงาน
• แบบตามลาดบั (Sequence)
• แบบการเลือก/ตดั สนิ ใจ/เง่อื นไข
(Selection/Decision/Condition)
• แบบวนซา้ (Iteration / Loop)
รูปแบบตามลาดบั (1/3)
• เป็ นรูปแบบการเขียนโปรแกรมท่งี ่ายท่สี ุด ทางานทลี ะอย่าง
จากบนลงล่าง แสดงลาดบั การทางานจากบนลงล่างตามลูกศร
งานท่ี 1 อา่ นขอ้ มลู คานวณ
งานที่ 2 คานวณขอ้ มลู คานวณ
งานที่ 3 พมิ พผ์ ลลพั ธ์ คานวณ
รูปแบบตามลาดับ(2/3)
START เร่ิมต้น
A = 5 กาหนดค่าตวั แปร A มีค่าเป็ น 5
B = 3 กาหนดค่าตวั แปร B มีค่าเป็ น 3
C = A + B เอาค่า A บวกกบั B แล้วเกบ็ ไว้ใน C
print C พมิ พ์ค่า C
STOP จบการทางาน
รูปแบบตามลาดบั (3/3)
START เร่ิมต้น
รับข้อมูลมาเก็บไว้ในตวั แปร A, B ทาง
A,B แป้ นพมิ พ์
เอาค่า A บวกกบั B แล้วเก็บไว้ใน C
C=A+B
พมิ พ์ค่า C
print C
จบการทางาน
STOP
ตัวอย่างการเขียนผังงานแบบตามลาดบั
• จงเขียนโปรแกรมคานวณค่าไฟฟ้ า โดยรับค่ามิเตอร์จานวนการใช้
ไฟฟ้ าของเดอื นท่แี ล้ว และค่ามเิ ตอร์การใช้ไฟฟ้ าของเดอื นปัจจบุ ัน
คานวณค่าไฟฟ้ า โดยคิดอัตรา 2.5 บาท /1 หน่วยมเิ ตอร์
1. ส่ิงท่โี จทย์ต้องการ
ค่าไฟฟ้ า
2. รูปแบบผลลัพธ์
ป้ อนเลขมิเตอร์เดอื นท่ีแล้ว --> <รอรับเลขมิเตอร์เดือนท่ีแล้ว>
ป้ อนเลขมิเตอร์เดือนปัจจุบัน--> <รอรับเลขมเิ ตอร์เดือนปัจจุบนั >
-----------------------------------------------------
จานวนหน่วยไฟฟ้ าท่ใี ช้ : <แสดงจานวนหน่วยไฟฟ้ าท่ใี ช้>
ค่าไฟฟ้ า : <แสดงค่าไฟฟ้ า>
ตวั อย่างการเขียนผังงานแบบตามลาดบั
3. ข้อมูลนาเข้า
– เลขมเิ ตอร์เดือนท่แี ล้ว
– เลขมเิ ตอร์เดือนปัจจุบัน
4. ตวั แปรท่ใี ช้ในการประมวลผล
– Last_meter แทน เลขมเิ ตอร์เดือนท่แี ล้ว
– Curr_meter แทน เลขมเิ ตอร์เดอื นปัจจุบัน
– Num_meter แทน จานวนหน่วยมเิ ตอร์ท่ีใช้
– Electric_fee แทน ค่าไฟฟ้ า
ตวั อย่างการเขียนผังงานแบบตามลาดบั
5. ขัน้ ตอนวธิ ีการประมวลผล
1. เร่ิมต้น
2. รับค่าใส่ตวั แปร last_meter และ curr_meter จากผู้ใช้ทางแป้ นพมิ พ์
3. คานวณ num_meter = curr_meter – last_meter
4. คานวณ electric_fee = num_meter * 2.5
5. แสดงค่า num_meter , electric_fee
6. จบการทางาน
Flow chart
START
Last_meter ,
Curr_meter
Num_meter = Curr_meter – Last_meter
Electric_fee = Num_meter * 2.5
Num_meter , Electric_fee
STOP
แบบการเลือก
เป็ นการเขียนโปรแกรมแบบมีการเปรียบเทยี บเง่อื นไข และ
ทางานตามคาส่ังอย่างใดอย่างหน่ึงตามเง่อื นไขท่กี าหนด ผล
จากการเปรียบเทยี บเง่อื นไข จะให้ผลลัพธ์เป็ นจริงหรือเทจ็
ถ้าผลเป็ นจริง ให้ทางานตามคาส่ังด้านท่เี ง่อื นไขเป็ นจริง ถ้า
เป็ นเทจ็ ให้ทาตามคาส่ังด้านท่เี ง่อื นไขเป็ นเทจ็
• แบบทางเลือกเดยี ว (IF - THEN)
• แบบสองทางเลือก (IF – THEN - ELSE)
• แบบหลายทางเลือก (IF – THEN – ELSE IF | CASE)
แบบทางเลือกเดยี ว(1/5)
เง่ือนไข จริง เง่ือนไข จริง
เทจ็ ประโยคงาน เทจ็ ประโยคงาน 1
ประโยคงาน 2
งานลาดบั ถดั ไป
งานลาดบั ถดั ไป
แบบทางเลือกเดยี ว(2/5)
START เร่ิมต้น
read age รับค่าใส่ตวั แปร age
age > 60 false เปรียบเทยี บค่า age มากกว่า 60
true
ถ้าเป็ นจริง พมิ พ์ข้อความ You are old
“You are old” ถ้าเป็ นเทจ็ ไม่ต้องทาอะไร
STOP จบการทางาน
แบบทางเลือกเดยี ว(3/5)
รับค่า รหสั ผ่านจากผู้ใช้ ถ้า เริ่ม
รหสั ผ่านท่ปี ้ อนมีค่า GoodLuck
ให้แสดงข้อว่า Welcome รับค่า ans
Manager และข้อความ Exit
Password System เทจ็
ans = “GoodLuck”
จริง
พมิ พ์ Welcome
Manager
พมิ พ์ Exit Password
System
จบ
แบบทางเลือกเดียว(4/5)
• บริษัทแห่งหน่ึงต้องการเพ่มิ เงนิ เดือนให้พนักงานท่ีมีเงนิ เดอื น
ต่ากว่า 5000 อีกคนละ 10% และให้พนักงานทกุ คนได้รับ
โบนัสคนละ 3 เท่าของเงนิ เดือน
• ขัน้ ตอนการประมวลผล
1. รับค่าช่ือพนักงาน . เงนิ เดอื น
2. เปรียบเทยี บค่า เงนิ เดือน
- ถ้าน้อยกว่า 5000 ให้เงนิ เดอื น = เงนิ เดอื น + (เงนิ เดอื น * 10/100)
3. คานวณโบนัส = เงนิ เดอื น * 3
4. แสดงผลลัพธ์
5. จบการทางาน
แบบทางเลือกเดยี ว(5/5)
START A
read bonus = salary * 3
name ,salary
Name , salary ,
false bonus
salary < 5000 STOP
true
salary = salary + (salary*10/100)
A แต่ไม่ต้องเขียนเส้นเช่ือมนี้
ข้อควรจา
• ในการเปรียบเทยี บเง่อื นไขแบบ IF – THEN นิยมให้ทางาน
ตามคาส่ังเม่ือเง่อื นไขมคี ่าเป็ นจริง ไม่นิยมให้ทางามตามคาส่ัง
เป็ นเทจ็
จริง เทจ็
เงื่อนไข เงื่อนไข
เทจ็ ประโยคงาน 1 จริง ประโยคงาน 1
ประโยคงาน 2 ประโยคงาน 2
งานลาดบั ถดั ไป งานลาดบั ถดั ไป
เงื่อนไข จริง IF เง่ือนไข THEN
ประโยคงาน 1
เทจ็ ประโยคงาน 2 BEGIN
ประโยคงาน 1 ;
ประโยคงาน 2 ;
END;
งานลาดบั ถดั ไป
เง่ือนไข เทจ็ IF เง่ือนไข THEN
ประโยคงาน 1
จริง ประโยคงาน 2 ELSE
BEGIN
ประโยคงาน 1 ;
ประโยคงาน 2 ;
END;
งานลาดบั ถดั ไป
แบบสองทางเลือก(1/6)
• การทางานขึน้ อย่กู ับเง่อื นไข ถ้าเป็ นจริงไปทางานด้านหน่ึง ถ้า
เป็ นเทจ็ กจ็ ะไปทางานอีกอย่างหน่ึง
เทจ็ เง่ือนไข จริง
ประโยคงาน1 ประโยคงาน2
งานลาดบั ถดั ไป
แบบสองทางเลือก(2/6)
False Sex = 1 True • ถ้า sex =1 เง่อื นไขเป็ น
จริง จะเพ่มิ ค่าตวั แปร
Female = Female + 1 Male = Male +1 Male ขนึ้ อกี 1
• ถ้า sex =1 เง่อื นไขเป็ น
เทจ็ จะเพ่มิ ค่าตัวแปร
Female ขนึ้ อกี 1
แบบสองทางเลือก(3/6)
START เร่ิมต้น
read age รับค่าใส่ตวั แปร age
false age > 60 true เปรีบเทยี บค่า age มากกว่า 60
“You are young” “You are old” ถ้าเป็ นจริง พมิ พ์ข้อความ You are old
ถ้าเป็ นเทจ็ พมิ พ์ข้อความ You are young
STOP จบการทางาน