คำนำ
แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน ( Performance Agreement : PA ) จัดทาข้ึนเพื่อนาเสนอขอ้ ตกลงในการ
พัฒนางานสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจาปีงบประมาณ 2565 ระหว่างวันท่ี 1 ตุลาคม
พ.ศ.2564 ถึงวันท่ี 30 กันยายน พ.ศ 2565 ท่ีไดเ้ สนอต่อผู้อานวยการสถานศกึ ษา เพ่ือแสดงเจตจานงวา่ ภายในรอบ
การประเมินจะพัฒนาผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียน เอให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะประจาวิชา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะท่ีสาคัญตามหลักสูตรให้สูงข้ึน โดยสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติท่ีคาดหวัง
ของตาแหน่งและวิทยฐานะท่ีดารงอยู่และสอดคล้องกับเป้าหมายและบริบทของสถานศึกษา นโยบายของส่วน
ราชการและกระทรวงศึกษาธิการโดยผู้อานวยการสถานศึกษาได้เห็นชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน
ประกอบดว้ ย 2 ส่วน ไดแ้ ก่
สว่ นที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตาแหน่ง
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานทีเ่ สนอเป็นประเดน็ ท้าทายในการพฒั นาผลลัพธ์การเรยี นรู้ของผ้เู รยี น
ซึ่งข้อมูลท่ีได้นาเสนอนี้ ข้าพเจ้าจะนาไปพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนบา้ นเชียงเพง็ สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 ใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพสงู สดุ
นางนิตยา แสนชัย
ครู โรงเรียนบ้านเชียงเพง็
3 หน้ำ
สำรบัญ ก
ข
เรือ่ ง 1
1
คำนำ 1
สำรบัญ 1
ผูจ้ ดั ทำขอ้ ตกลง 1
2
ขอ้ มูลท่ัวไป 3
ประเภทหอ้ งเรยี นทจ่ี ดั การเรียนรู้ 13
ส่วนท่ี 1 ข้อตกลงในกำรพฒั นำงำนตำมมำตรฐำนตำแหนง่ 16
1. ภาระงาน 20
2. งานทจี่ ะปฏิบัตติ ามมาตรฐานตาแหน่ง 20
20
ดา้ นการจดั การเรยี นรู้ 21
ดา้ นการสง่ เสรมิ และสนับสนุนการจัดการเรยี นรู้ 21
ดา้ นการพัฒนาตนเองและวิชาชพี 22
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในกำรพัฒนำงำนท่เี ป็นประเด็นทำ้ ทำย
ประเด็นทา้ ทาย
สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
วิธดี าเนินการใหบ้ รรลุผล
ผลลัพธ์การพฒั นาท่ีคาดหวงั
ควำมเห็นของผู้อำนวยกำร
4 PA 1/ส
แบบข้อตกลงในกำรพัฒนำงำน (PA)
สำหรับข้ำรำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐำนะครชู ำนำญกำรพเิ ศษ
(สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พนื้ ฐำน)
ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2565
ระหวำ่ งวนั ที่ 1 เดอื น ตลุ ำคม พ.ศ. 2564 ถงึ วันท่ี 30 เดือน กนั ยำยน พ.ศ. 2565
ผ้จู ัดทำข้อตกลง
ช่อื นางนิตยา นามสกุล แสนชัย ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านเชยี งเพ็ง สงั กัด สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3
รบั เงินเดอื นในอันดับ คศ. 3 อัตราเงินเดือน 50,460บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดกำรเรยี นรู้ (สามารถระบไุ ด้มากกว่า 1 ประเภทหอ้ งเรียน ตามสภาพการจัด
การเรยี นรูจ้ รงิ )
หอ้ งเรียนวิชาสามญั หรือวชิ าพื้นฐาน
ห้องเรียนปฐมวัย
ห้องเรียนการศึกษาพิเศษ
หอ้ งเรียนสายวิชาชีพ
ห้องเรยี นการศกึ ษานอกระบบ / ตามอธั ยาศัย
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจานงในการจัดทาข้อตกลงในการพัฒนางานตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญ
การพเิ ศษ ซง่ึ เปน็ ตาแหน่งและวิทยฐานะที่ดารงอยู่ในปจั จบุ ันกับผ้อู านวยการสถานศึกษา ไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี
ส่วนที่ 1 ขอ้ ตกลงในกำรพัฒนำงำนตำมมำตรฐำนตำแหน่ง
1. ภาระงาน จะมภี าระงานเปน็ ไปตามท่ีก.ค.ศ. กาหนด
1.1 ชัว่ โมงสอนตามตารางสอน รวมจานวน 26 ช่วั โมง/สปั ดาหด์ ังน้ี
1.1.1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ าภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
จานวน 4 ช่วั โมง/สัปดาห์
1.1.2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาป่ี 6
จานวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1.3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จานวน 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์
1.1.4 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา
และวฒั นธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์
1.1.5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาประวตั ิศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์
1.1.6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา รายวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์
5
1.1.7 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชาศิลปะ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 จานวน 1 ชวั่ โมง/
สปั ดาห์
1.1.8 กลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี รายวิชาการงานอาชพี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
จานวน 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์
1.1.9 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาองั กฤษ จานวน 2 ช่ัวโมง/
สัปดาห์
1.1.10 กลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รายวชิ าหน้าทีพ่ ลเมอื ง
จานวน 1 ชวั่ โมง/สัปดาห์
1.1.11 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาการปอ้ งกันการ
ทุจริต จานวน 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์
1.1.12 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 3 ชัว่ โมง / สปั ดาห์
1.2 งานสง่ เสรมิ และสนับสนุนการจดั การเรียนรู้ จานวน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
1.2.1 งานระบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น จานวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
1.2.2 งานอาหารกลางวนั จานวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์
1.3 งานพฒั นาคุณภาพการจดั การศึกษาของสถานศึกษา จานวน 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์
1.3.1 งานวชิ าการ จานวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจดุ เน้น จานวน 5 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
1.4.1 โครงการลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู้ จานวน 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์
1.4.2 โครงการโรงเรียนสขี าว จานวน 1 ชวั่ โมง/สัปดาห์
1.4.3 โครงการโรงเรียนสุจรติ จานวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
1.4.4 โครงการสถานศึกษาพอเพียง จานวน 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์
1.4.5 โครงการโรงเรยี นวถิ ีพุทธ จานวน 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
6
2. งานทีจ่ ะปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานตาแหนง่ ครู (ให้ระบรุ ายละเอียดของงานท่ีจะปฏิบตั ิในแตล่ ะดา้ นว่าจะ
ดาเนินการอย่างไร โดยอาจระบุระยะเวลาที่ใช้ในการดาเนินการด้วยกไ็ ด้)
ลักษณะงำนท่ีปฏิบัติ งำน (Tasks) ผลลัพธ์ ตัวชี้วัด (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ทีจ่ ะดาเนินการพฒั นา (Outcomes) ที่จะเกิดขึน้ กบั ผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ที่แสดงให้เห็นถึงการ
1. ดำ้ นกำรจัดกำรเรยี นรู้ การประเมนิ ที่คาดหวงั ใหเ้ กิดขึ้น เปลี่ยนแปลงไป
1.1 กำรสรำ้ งและหรอื พัฒนำ (โปรดระบุ) กับผ้เู รยี น ในทาง
หลกั สูตร (โปรดระบุ) ที่ดขี ึ้นหรือมกี าร
1. ศึกษาหลักสูตรสถานศกึ ษา พัฒนา
รเิ ร่ิม พฒั นารายวชิ าและ หน่วย โรงเรียนบา้ นเชียงเพง็ 1.ทาใหผ้ เู้ รียนได้ มากขนึ้ หรือ
การเรยี นรู้ ให้สอดคล้องกบั พุทธศกั ราช 2563 เรยี นร้ทู ่สี อดคล้องกบั ผลสมั ฤทธิ์
มาตรฐานการเรยี นรู้ และตัวชว้ี ัด 2. วเิ คราะหม์ าตรฐาน ตวั ช้วี ดั ธรรมชาติในการ สูงข้นึ (โปรดระบ)ุ
หรือผลการเรยี นรู้ ตามหลกั สูตร และ ผลการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระ เรียนรอู้ ย่างเมาะสม
บริบทของสถานศึกษา ผู้เรียน และ การเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ส่งผลใหน้ ักเรียนมี 1.ผู้เรยี นร้อยละ 70
ท้องถ่ิน สามารถแกไ้ ขปญั หาในการ 3. จดั ทาโครงสรา้ งรายวิชา ความสนใจ มีความสนใจ
จัดการเรียนรู้ เพ่ือใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นา คณิตศาสตร์ กระตือรอื ร้นในการ กระตือรือรน้ ในการ
สมรรถนะและการเรียนรู้เต็มตาม 4. ปรบั ปรุงพฒั นาหน่วยการ เรยี นรู้ และมีทักษะ เรียนรู้
ศักยภาพ สง่ ผลให้คุณภาพการ เรยี นรู้ที่ 6 ในการเรยี นรู้ 2.ผเู้ รยี นรอ้ ยละ 75
จัดการเรยี นรสู้ งู ข้นึ และเป็น ทีเ่ น้นทกั ษะศตวรรษที่ 21 และ มคี วามสามารถใน
แบบอยา่ งทด่ี ี ในการสร้างและหรือ หรอื Active Learning แบบใช้ การเรยี นร้สู ามารถ
พฒั นาหลักสูตร ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem-bas ทางานตามที่กาหนด
Learning : PBL ) ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
1.2 กำรออกแบบกำรจดั กำร 1. ทาการศึกษา และวิเคราะห์ 1.ทาใหผ้ ้เู รียนได้ 1.ผู้เรยี นมผี ลการ
เรียนรู้ มาตรฐาน และตัวช้วี ดั สาระที่ เรยี นรตู้ ามความ ประเมนิ ตามตัวชว้ี ัด
2 การวัดและเรขาคณิต ค 2.1 สนใจ ตามความถนัด อยใู่ นระดบั ดี รอ้ ยละ
ริเร่ิม คิดค้น การออกแบบการ
จดั การเรียนรู้ โดยเน้นผเู้ รยี นเปน็ ซ่งึ ทาใหผ้ ูเ้ รียนมี 80
สาคญั สามารถแกไ้ ขปญั หา และ
พัฒนาคณุ ภาพการจัดการเรียนรใู้ ห้
7
ลกั ษณะงำนท่ีปฏบิ ัติ งำน (Tasks) ผลลัพธ์ ตวั ช้ีวดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ท่จี ะดาเนินการพฒั นา (Outcomes) ที่จะเกิดข้ึนกับผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ทแ่ี สดงให้เห็นถึงการ
การประเมิน ทค่ี าดหวังให้เกิดข้ึน เปลย่ี นแปลงไป
(โปรดระบ)ุ กบั ผ้เู รยี น ในทาง
(โปรดระบุ) ท่ีดีขึ้นหรอื มีการ
พัฒนา
มากข้นึ หรือ
ผลสัมฤทธ์ิ
สูงข้นึ (โปรดระบ)ุ
สูงขนึ้ เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมีความรู้ ทักษะ ตัวชวี้ ัด ป 6/2 ความต้งั ใจ สนใจใน 2. ผู้เรยี นรอ้ ยละ 80
คณุ ลักษณะประจาวิชา คณุ ลักษณะ 2. วิเคราะห์ผเู้ รยี น การเรยี นรู้ ส่งผลให้ มีผลสมั ฤทธิท์ างการ
อนั พึงประสงค์และสมรรถนะท่สี าคัญ 2.1 ดว้ ยแบบทดสอบก่อน นกั เรียนมี เรยี นสูงขึน้
ตามหลักสูตร มกี ระบวนการคิดและ เรียน คุณลกั ษณะเป็นไป 3. ผูเ้ รียนรอ้ ยละ 75
ค้นพบองค์ความรูด้ ว้ ยตนเอง และ 2.2 ด้วยวเิ คราะหผ์ ลสัมฤทธ์ิ ตามมาตรฐานและ มคี วามสามารถ
สรา้ งแรงบนั ดาลใจ และเป็น 3. กาหนดวัตถุประสงค์ ท่ี ตวั ชีว้ ดั และมี ทางานรว่ มกับผู้อื่นได้
แบบอยา่ งทดี่ ใี นการออกแบบการ ครอบคลุมทัง้ 3 ด้านความรู้(K) ผลสัมฤทธิท์ างการ
จดั การเรยี นรู้ ด้านทกั ษะ(P) เรยี นสูงขนึ้
และด้านคุณธรรม จริยธรรม(A) 2. ทาใหผ้ ูเ้ รียนมี
4. ออกแบบการจัดกจิ กรรมการ ความสามารถทางาน
เรยี นรู้ด้วยวธิ ีการจดั การเรียนรู้ เปน็ ทีมได้
แบบใชป้ ัญหาเป็นฐาน
(Problem-bas Learning :
PBL )
5. จดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้
ทเ่ี น้นนักเรียนเปน็ สาคัญ
6. จดั หาวัสดุฝกึ ปฏิบตั ิ
-แบบฝึกเสรมทกั ษะ
คณติ ศาสตร์ เร่ือง โจทยป์ ญั หา
เกี่ยวกับพน้ื ทข่ี องรูปหลาย
เหลยี่ ม
7. จัดหาส่อื การสอนเพอ่ื ใช้
ประกอบการจดั กจิ กรรมการ
เรียนรแู้ บบฝึกทักษะ และแหลง่
เรียนรู้
- https://proj14.ipst.ac.th/
(Project 14 ) บทเรยี น
8
ลกั ษณะงำนท่ีปฏบิ ตั ิ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตวั ชว้ี ดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหน่ง ท่ีจะดาเนินการพฒั นา (Outcomes) ท่ีจะเกิดข้ึนกบั ผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามขอ้ ตกลง ที่แสดงใหเ้ หน็ ถึงการ
1.3 กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ การประเมนิ ทค่ี าดหวงั ใหเ้ กิดข้ึน เปล่ยี นแปลงไป
มกี ารรเิ รม่ิ คิดคน้ และพัฒนา (โปรดระบ)ุ กับผเู้ รียน ในทาง
(โปรดระบุ) ทีด่ ขี น้ึ หรือมีการ
นวัตกรรม การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ออนไลน์คณติ ศาสตร์ พฒั นา
ที่สามารถแกไ้ ขปญั หาในการจัดการ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 1.ผ้เู รยี นมี มากข้ึนหรือ
เรียนรู้ ทาใหผ้ เู้ รยี นได้พฒั นาเต็มตาม - https://www.dltv.ac.th/ ความสามารถในการ ผลสัมฤทธิ์
ศกั ยภาพ เรียนรูแ้ ละทางานรว่ มกนั มูลนิธิการศกึ ษาทางไกลผา่ น เรียนรูด้ ้วยตนเอง สูงขึ้น(โปรดระบ)ุ
มีกระบวนการคดิ และค้นพบองค์ ดาวเทยี ม (DLTV) ส่งผลให้ผ้เู รยี นมี
ความรดู้ ้วยตนเอง และสร้างแรง - แบบฝึกเสริมทักษะ ทักษะการคิดในการ 1.ผเู้ รียนรอ้ ยละ 70
บันดาลใจและเปน็ แบบอย่างท่ีดใี น คณิตศาสตร์ เร่ือง โจทยป์ ัญหา แก้ปัญหา มที ักษะการคดิ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เกยี่ วกับพืน้ ท่ขี องรูปหลาย 2.ผู้เรียนมี แกป้ ญั หา
เหลีย่ ม คุณลักษณะอันพึง 2.ผ้เู รยี นร้อยละ 70
8. สร้างเคร่ืองมือวัดและ ประสงค์ มคี ุณลักษณะที่พงึ
ประเมินผล ประสงค์อยู่ในระดบั ดี
- แบบทดสอบ 3.ผู้เรยี นรอ้ ยละ 75
- แบบประเมนิ ผลงาน มีความสามารถ
- แบบประเมินทักษะ ทางานรว่ มกนั กบั
คณิตศาสตร์ ผู้อ่ืนได้
1. ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรียน ดว้ ย
เทคนคิ วิธที ่มี ีความหลากหลาย
เพอื่ กระตุ้น ความสนใจของ
ผ้เู รียน เชน่ เกม วดี ีทศั น์การ
หาพื้นทหี่ ลายเหลย่ี ม ชน้ั
ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
2. ข้ันกจิ กรรมการเรยี นรู้ ด้วย
วิธกี าร ขัน้ ตอน กระบวนการ ท่ี
หลากหลาย เช่น
- แบบมสี ่วนร่วม
- แบบสบื ค้น
9
ลกั ษณะงำนที่ปฏิบัติ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตัวชี้วดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหน่ง ท่จี ะดาเนนิ การพัฒนา (Outcomes) ท่จี ะเกิดขึน้ กับผู้เรียน
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ทแี่ สดงใหเ้ หน็ ถึงการ
การประเมนิ ท่คี าดหวังใหเ้ กิดข้ึน เปลยี่ นแปลงไป
(โปรดระบุ) กบั ผู้เรยี น ในทาง
(โปรดระบุ) ที่ดีขน้ึ หรอื มกี าร
พฒั นา
มากขนึ้ หรือ
ผลสมั ฤทธ์ิ
สูงขึ้น(โปรดระบ)ุ
- แบบแก้ปัญหา 3.ผ้เู รียนมี
- แบบคดิ วเิ คราะห์ ความสามารถในการ
- แบบPBL ทางานเป็นทีมได้
- แบบปฏบิ ตั ิจรงิ
3. ข้ันสรุปบทเรยี น ด้วยวิธกี าร
ทห่ี ลากหลาย เช่น
- แบบถาม – ตอบ
- Mind map
- แบบเขยี นบันทึก
1.4 กำรสร้ำงและหรือพัฒนำสือ่
นวัตกรรม เทคโนโลยี และ แหล่ง
เรียนรู้
มกี ารริเรม่ิ คิดคน้ และพัฒนาส่ือ 1. จัดทาสื่อประเภท On-hand 1.ทาใหผ้ ู้เรยี นมคี วาม 1. ผูเ้ รยี นรอ้ ยละ 80
นวตั กรรม เทคโนโลยแี ละแหล่ง ไดแ้ ก่ สนใจในการเรียนรู้ มีผลสัมฤทธ์ทิ างการ
เรยี นรสู้ อดคล้องกบั กิจกรรมการ แบบฝึกเสรมิ ทักษะคณิตศาสตร์ เพ่ิมมากขึน้ สง่ ผลให้ เรียนสูงข้ึน
เรียนรู้สามารถแก้ไขปัญหาในการ เร่ือง โจทย์ปญั หาเก่ียวกบั พื้นท่ี ผเู้ รียนมีผลสัมฤทธ์ิ 2. ผ้เู รยี นร้อยละ 75
เรยี นร้ขู องผเู้ รียน และทาให้ผู้เรียนมี ของรปู หลายเหลี่ยม ทางการเรยี นสูงขึ้น มที ักษะกระบวนการ
ทกั ษะการคิดและสามารถสรา้ ง 2. จัดทา และพัฒนาส่ือประเภท 2.ทาใหผ้ ูเ้ รยี นมี คิดสามารถทางาน
นวัตกรรมไดแ้ ละเปน็ แบบอย่างท่ดี ีใน Online ทักษะกระบวนการ ตามท่กี าหนดได้
การสรา้ งและหรือพัฒนาสื่อ ท้งั ระบบปดิ และระบบเปิด คดิ สามารถคิด ถกู ต้อง
นวตั กรรม เทคโนโลยีและแหลง่ ไดแ้ ก่ เกมจบั คู่ เกมหาคู่ แก้ปญั หาและ
เรยี นรู้ 3. จดั ทาสอ่ื และรวบรวมสือ่ สรา้ งสรรคผ์ ลงาน
ประเภท On-Demand ไดแ้ ก่
วดี ที ศั นโ์ จทยป์ ัญหาการหาพื้นท่ี
ของรปู หลายเหล่ยี ม
4. รวบรวมส่อื ประเภท On-air
ได้แก่
10
ลกั ษณะงำนที่ปฏบิ ัติ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตัวช้วี ัด (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ที่จะดาเนินการพัฒนา (Outcomes) ทีจ่ ะเกิดข้ึนกับผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามขอ้ ตกลง ทีแ่ สดงใหเ้ ห็นถึงการ
การประเมนิ ท่ีคาดหวังให้เกิดข้ึน เปลย่ี นแปลงไป
(โปรดระบุ) กับผู้เรียน ในทาง
(โปรดระบ)ุ ท่ดี ีข้ึนหรอื มกี าร
พฒั นา
มากข้ึนหรือ
ผลสมั ฤทธ์ิ
สูงขึน้ (โปรดระบ)ุ
-https://proj14.ipst.ac.th/
(Project 14 ) บทเรยี น
ออนไลนค์ ณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
- https://www.dltv.ac.th/
มลู นิธิการศกึ ษาทางไกลผ่าน
ดาวเทียม (DLTV)
https://www.youtube.com/
5. ริเริ่มจดั ทาคลงั สอ่ื รูปแบบ
Digital แพลตฟอรม์ ต่าง ๆ
เช่น QR-Code
1.5 กำรวัดและประเมนิ ผลกำรจัด
กำรเรียนรู้
มีการรเิ ริ่ม คิดคน้ และพัฒนา 1. สร้างและรวบรวมเคร่ืองมือ 1.ทาให้ผ้เู รียนได้รบั 1.ผู้เรียนร้อยละ 70
รูปแบบการวดั และประเมินผลการ วดั ผลประเมนิ ผลทีห่ ลากหลาย การพฒั นาการเรียนรู้ มผี ลสัมฤทธ์ทิ างการ
เรยี นร้ตู ามสภาพจริง ด้วยวธิ ีการที่ เช่น อย่างต่อเนื่อง มี เรยี นสงู ขน้ึ
หลากหลายเหมาะสม และสอดคลอ้ ง - แบบทดสอบ ความสามารถในการ
กบั มาตรฐานการเรยี นรู้ และนาผล - แบบสังเกตพฤติกรรม พัฒนาตนเองได้
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ มา - แบบประเมินผลงาน สง่ ผลให้ผู้เรียนมี
ใช้แก้ไขปัญหาการจัดการเรยี นรู้ 2. รเิ ริ่ม พฒั นาการสร้าง ผลสัมฤทธ์ทิ างการ
เพื่อให้ผเู้ รยี นพฒั นาการเรียนรอู้ ย่าง แบบทดสอบออนไลน์ดว้ ย เรยี นท่สี ูงข้นึ
ต่อเนอื่ ง และเป็นแบบอย่างท่ีดีใน โปรแกรม Google form
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ Word wall
11
ลักษณะงำนที่ปฏบิ ตั ิ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตวั ช้ีวัด (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ที่จะดาเนินการพฒั นา (Outcomes) ทจ่ี ะเกิดข้นึ กับผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ท่แี สดงใหเ้ หน็ ถึงการ
การประเมนิ ทค่ี าดหวงั ใหเ้ กดิ ข้ึน เปลย่ี นแปลงไป
(โปรดระบุ) กบั ผู้เรียน ในทาง
(โปรดระบ)ุ ที่ดีขึน้ หรอื มกี าร
พฒั นา
มากข้ึนหรือ
ผลสัมฤทธ์ิ
สูงข้ึน(โปรดระบุ)
1.6 กำรศึกษำ วิเครำะห์
สังเครำะห์ เพ่ือแกป้ ัญหำหรือ
พฒั นำกำรเรยี นรู้
มีการริเร่มิ คดิ คน้ วิเคราะห์ และ 1. วเิ คราะหผ์ ู้เรียนเปน็ 1.ผเู้ รยี นไดร้ ับการ 1.ผเู้ รียนร้อยละ 70
สงั เคราะห์ เพอื่ แก้ไขปญั หาหรอื รายบุคคล ดว้ ยวิธที ดสอบก่อน แกไ้ ขพฒั นาการ มีผลการประเมิน
พัฒนาการเรียนรู้ท่ีส่งผลต่อคุณภาพ เรียน เรียนรทู้ าใหม้ ีผลการ มาตรฐานและตัวชีว้ ัด
ผเู้ รียนและนาผลการศึกษาวเิ คราะห์ 2. จัดทาแฟม้ ขอ้ มูลผู้เรียนเป็น เรียนรตู้ ามมาตรฐาน ผ่านเกณฑ์ในระดับดี
และสงั เคราะห์ มาใช้แก้ไขปัญหา รายบุคคล และตวั ชีว้ ดั ผา่ น ขึ้นไป
หรอื พฒั นาคณุ ภาพการจัดการเรียนรู้ 3. ริเริม่ พัฒนา จดั ทาระบบ เกณฑ์ที่กาหนด
ใหส้ งู ขน้ึ และเป็นแบบอยา่ งท่ีดใี น สารสนเทศเกยี่ วกับขอ้ มลู ผู้เรียน
การศกึ ษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เปน็ รายบคุ คล ดว้ ย
เพ่ือแก้ไขปญั หาหรือพฒั นาการ -ดว้ ยระบบเก็บข้อมลู นักเรียน
เรียนรู้ รายบคุ คล (DMC)
-โปรแกรมระบบบรหิ ารผลการ
จดั การผลการเรยี น ( School
MIS )
1.7 กำรจัดบรรยำกำศที่ส่งเสริม 1. รเิ รมิ่ ปรับปรงุ พัฒนา 1.ทาให้ผเู้ รยี นมี 1.ผู้เรียนรอ้ ยละ 80
และพัฒนำผู้เรยี น หอ้ งเรยี นให้น่าดู นา่ อยู่ น่า ความสขุ และ มผี ลสัมฤทธ์ทิ างการ
มกี ารริเรม่ิ คดิ คน้ และ เรยี น มกี ารจัดบรรยากาศในชั้น กระตือรือรน้ ในการ เรยี นสูงข้ึน
เรียนท้งั ดา้ นกายภาพและดา้ น เรียนรู้ สง่ ผลให้ 2.ผเู้ รียนรอ้ ยละ 70
พฒั นาการจดั บรรยากาศ ท่ี จติ วิทยา ผเู้ รยี นมผี ลสัมฤทธ์ิ มีทักษะกระบวนการ
เหมาะสม สอดคล้องกับความ กำรจดั บรรยำกำศทำง ทางการเรียนสูงขนึ้ คิด
แตกต่างผ้เู รียนเปน็ รายบุคคล กำยภำพ และมที ักษะ
สามารถแก้ไขปัญหาการเรยี นรู้ และ กระบวนการคดิ
สรา้ งแรงบนั ดาลใจส่งเสริมและ
พัฒนาผเู้ รียนใหเ้ กดิ กระบวนการคิด
ทักษะชวี ิต ทกั ษะการทางาน ทักษะ
12
ลกั ษณะงำนที่ปฏบิ ัติ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตัวช้วี ัด (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ท่ีจะดาเนินการพัฒนา (Outcomes) ที่จะเกิดขน้ึ กับผู้เรียน
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ที่แสดงใหเ้ หน็ ถึงการ
การเรยี นร้แู ละนวัตกรรม ทกั ษะดา้ น การประเมนิ ทค่ี าดหวังให้เกิดข้ึน เปลีย่ นแปลงไป
สารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยีและ (โปรดระบ)ุ กับผู้เรียน ในทาง
เปน็ แบบอยา่ งทดี่ ใี นการจัด (โปรดระบ)ุ ที่ดขี น้ึ หรอื มกี าร
บรรยากาศทส่ี ง่ เสริมและพฒั นา พัฒนา
ผู้เรยี นเรยี นรู้และนวตั กรรม ทกั ษะ มากข้นึ หรือ
ดา้ นสารสนเทศ ส่อื และเทคโนโลยี ผลสัมฤทธิ์
สูงขน้ึ (โปรดระบ)ุ
บรรยากาศทางกายภาพหรอื
บรรยากาศทางดา้ น
วตั ถุ หมายถงึ การจัด
สภาพแวดล้อมตา่ ง ๆ ภายใน
หอ้ งเรียนให้เป็นระเบยี บ
เรยี บรอ้ ย น่าดู มีความ
สะอาด มเี ครื่องใช้ และสง่ิ
อานวยความสะดวกต่าง ๆ ท่จี ะ
สง่ เสรมิ ให้การเรยี นของนักเรียน
สะดวกขน้ึ เช่น ห้องเรยี นมี
ขนาดเหมาะสม แสงเข้าถูกทาง
และมแี สงสวา่ ง
เพยี งพอ กระดานดามีขนาด
เหมาะสม โตะ๊ เก้าอ้ีมขี นาด
เหมาะสมกับวัยนักเรยี น เป็นตน้
กำรจัดบรรยำกำศทำงดำ้ น
กำยภำพ
การจดั บรรยากาศทางดา้ น
กายภาพ เปน็ การจัดวัสดุ
อปุ กรณ์สงิ่ อานวยความสะดวก
ตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวกับการเรียนการ
สอน รวมตลอดไปถงึ สง่ิ ต่าง
ๆ ทเ่ี สรมิ ความรู้ เช่น ปา้ ยนเิ ทศ
มุมวิชาการ ชั้นวางหนังสือ โต๊ะ
วางสื่อการสอน ฯลฯ ใหเ้ ป็น
ระเบยี บเรียบรอ้ ย ทาให้เกิด
ความสบายตา สบายใจ แกผ่ ู้พบ
13
ลกั ษณะงำนที่ปฏิบตั ิ งำน (Tasks) ผลลัพธ์ ตวั ชี้วดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ทจ่ี ะดาเนนิ การพฒั นา (Outcomes) ท่ีจะเกิดขึน้ กบั ผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามขอ้ ตกลง ท่แี สดงให้เหน็ ถึงการ
การประเมนิ ทคี่ าดหวงั ใหเ้ กิดข้ึน เปลี่ยนแปลงไป
(โปรดระบ)ุ กบั ผเู้ รียน ในทาง
(โปรดระบ)ุ ท่ีดีข้ึนหรอื มีการ
เหน็ ถา้ จะกล่าวโดยละเอียด พัฒนา
แล้ว การจัดบรรยากาศทางด้าย มากขึ้นหรือ
กายภาพ ไดแ้ ก่ การจัดส่งิ ผลสัมฤทธ์ิ
ต่อไปนี้ สูงข้นึ (โปรดระบุ)
-การจดั โตะ๊ เรียนและเกา้ อข้ี อง
นักเรียน
-การจดั โตะ๊ ครู
-การจัดป้ายนิเทศ
-การจดั สภาพหอ้ งเรียน ต้องให้
ถกู สุขลักษณะ
-การจัดมุมตา่ ง ๆ ในห้องเรยี น
กำรจดั บรรยำกำศทำงดำ้ น
จิตวทิ ยำ
การจดั บรรยากาศทางดา้ น
จิตวทิ ยาหรือทางดา้ นจติ ใจ จะ
ช่วยสรา้ งความร้สู กึ ให้นักเรียน
เกิดความสบายใจในการ
เรียน ปราศจากความกลวั และ
วติ กกงั วล มบี รรยากาศของการ
สร้างสรรคเ์ รา้ ความสนใจ ให้
นักเรียนรว่ มกจิ กรรมการเรยี น
การสอนด้วยความสุข นักเรียน
จะเกดิ ความรู้เช่นน้ี ข้ึนอยู่กับ “
คร”ู เป็นสาคัญ ในขอ้ เหลา่ น้ี
บุคลกิ ภาพพฤติกรรมการสอน
เทคนิคการปกครองช้ันเรยี น
1. ปฏิสมั พนั ธใ์ นห้องเรียน
14
ลกั ษณะงำนที่ปฏิบัติ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตัวชี้วัด (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหน่ง
ที่จะดาเนินการพฒั นา (Outcomes) ท่จี ะเกิดข้นึ กับผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ท่แี สดงให้เห็นถึงการ
การประเมนิ ที่คาดหวงั ให้เกิดข้ึน เปลยี่ นแปลงไป
(โปรดระบุ) กบั ผู้เรียน ในทาง
(โปรดระบ)ุ ทด่ี ีขึน้ หรือมีการ
พัฒนา
มากขึน้ หรือ
ผลสัมฤทธ์ิ
สูงขึ้น(โปรดระบุ)
2. จดั รปู แบบการจัดกจิ กรรม
การเรยี นรูท้ ี่ตอบสนองความ
สนใจ ความถนดั ท้งั ราย
บุคคล และ เปน็ กลมุ่
ดว้ ยวธิ ี การจดั การเรยี นรู้แบบ
ใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน แนวคดิ เป็น
กระบวนการจดั การเรียนรทู้ ี่
เริ่มต้นจากปัญหาที่เกิดขนึ้ โดย
สร้างความรู้จากกระบวนการ
ทางานกลุม่ ตวั ปญั หาจะเป็นจุด
ตั้งตน้ ของกระบวนการเรยี นรู้
และเป็นตวั กระตุ้นการพฒั นา
ทักษะการแกป้ ัญหาด้วยเหตุผล
และการสบื คน้ หาข้อมูลเพื่อ
เขา้ ใจกลไกของตัวปญั หา
รวมทงั้ วธิ ีการแก้ปัญหา
ม่งุ เนน้ พัฒนาผ้เู รยี นในดา้ น
ทกั ษะและกระบวนการเรยี นรู้
และพัฒนาผู้เรยี นใหส้ ามารถ
เรยี นรโู้ ดย การช้นี าตนเอง ซึง่
ผเู้ รยี นจะได้ฝึกฝนการสร้างองค์
ความรโู้ ดยผ่านกระบวนการคิด
ด้วยการแก้ปญั หาอย่าง มี
ความหมายต่อผเู้ รียน
3. จดั บรรยากาศการเรียนรู้ที่
เปน็ เชิงบวกและสร้างสรรค์
ด้วย
15
ลกั ษณะงำนท่ีปฏิบตั ิ งำน (Tasks) ผลลัพธ์ ตวั ช้ีวัด (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหน่ง
ทจี่ ะดาเนินการพฒั นา (Outcomes) ทจ่ี ะเกิดขน้ึ กบั ผู้เรียน
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามขอ้ ตกลง ทีแ่ สดงให้เห็นถึงการ
การประเมนิ ทีค่ าดหวงั ให้เกดิ ข้ึน เปล่ียนแปลงไป
(โปรดระบ)ุ กบั ผู้เรียน ในทาง
(โปรดระบุ) ท่ดี ขี น้ึ หรอื มกี าร
พัฒนา
มากขึน้ หรือ
ผลสมั ฤทธ์ิ
สูงข้นึ (โปรดระบุ)
- การสร้างบรรยากาศเชิง
บวกในชน้ั เรยี น เชน่ การจัด
หอ้ งเรียน ความสะอาด บอรด์
สารสนเทศ บอรด์ นิทรรศการ
ความรู้ เปน็ ต้น
- ครจู ดั กิจกรรมการเรียนรูใ้ น
เชงิ บวก โดยเน้นผู้เรยี นเป็น
สาคญั ผ่านกระบวนการ
Active Learning นกั เรยี นมี
ปฏสิ ัมพันธ์เชิงบวก รกั และมี
ความสุขในการเรยี นรู้
4. จัดบรรยากาศสง่ เสริมความ
เปน็ ผ้นู า ผู้ตาม ระบอบ
ประชาธิปไตย ดว้ ยวธิ ี ให้
ความสาคญั ต่อนักเรียนเท่า
เทียมกนั ให้ความเสมอภาค ให้
อสิ ระ ใหโ้ อกาสแก่ทุกคนในการ
แสดงความคดิ เหน็ ขณะเดียวกัน
ครูต้องใจกวา้ ง ยินดีรบั ฟัง
ความเห็นของทุกคน และควร
ฝึกใหน้ กั เรียนปฏิบัตติ นตาม
สิทธหิ นา้ ท่ี รจู้ กั เคารพสทิ ธขิ อง
ผ้อู นื่ ให้รจู้ ักการอยู่ร่วมกันอย่าง
ประชาธปิ ไตย
16
ลกั ษณะงำนที่ปฏิบัติ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตัวชว้ี ัด (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ที่จะดาเนนิ การพฒั นา (Outcomes) ทจ่ี ะเกิดขึ้นกบั ผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ท่แี สดงใหเ้ ห็นถึงการ
1.8 กำรอบรมและพัฒนำ การประเมิน ท่ีคาดหวงั ให้เกดิ ข้ึน เปลีย่ นแปลงไป
คุณลกั ษณะทด่ี ขี องผู้เรยี น (โปรดระบุ) กับผเู้ รียน ในทาง
มกี ารอบรมบม่ นสิ ัยให้ผู้เรียนมี (โปรดระบุ) ทด่ี ขี น้ึ หรือมกี าร
1. จดั ทาบนั ทกึ การอบรม พัฒนา
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คณุ ลกั ษณะอัน คณุ ธรรม จริยธรรม ด้วยแบบ 1.ผเู้ รียนมคี ุณธรรม มากขึ้นหรือ
พงึ ประสงค์ และคา่ นยิ มความเปน็ บนั ทกึ ความดี จรยิ ธรรม ผลสมั ฤทธ์ิ
ไทยทด่ี ีงาม โดยรเิ ริ่ม คดิ คน้ และ 2. จดั ทา และรวบรวมคาสอน 2.ผ้เู รยี นมี สูงข้นึ (โปรดระบ)ุ
พฒั นารูปแบบการดาเนนิ การท่มี ี คตธิ รรม เพ่อื อบรมคุณธรรม คุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสทิ ธิภาพ คานงึ ถงึ ความแตกตา่ ง จริยธรรม กับผู้เรียน ดว้ ยวิธี ประสงคท์ ่ีดี 1.ผ้เู รยี นรอ้ ยละ 90
ของผเู้ รียนเปน็ รายบุคคล และ รวบรวมคาสอนทาเป็นสมดุ เลม่ มีมีคุณธรรม
สามารถแก้ไขปัญหาและพฒั นา เล็ก 1.ครูผสู้ อนมขี ้อมูล จริยธรรมตามท่ี
ผเู้ รยี นได้ และเปน็ แบบอย่างทีด่ ใี น 3. จัดทาโครงงานคุณธรรม ท่ี สารสนเทศของ กาหนด
การอบรมและพัฒนาคุณลกั ษณะทีด่ ี ตอบสนองคุณธรรมอัตลักษณ์ ผ้เู รยี นสามารถ 2.ผเู้ รยี นรอ้ ยละ 100
ของผู้เรียน และคุณธรรมเป้าหมาย ของ นาไปใช้ได้รบั ความ มคี ุณลักษณะอันพงึ
สถานศกึ ษา ทง้ั ระดบั หอ้ งเรียน ช่วยเหลอื สนบั สนนุ ประสงค์ผ่านเกณฑ์
2. ด้ำนกำรสง่ เสรมิ และสนับสนนุ และ ระดับสถานศึกษา ให้มคี ณุ ลักษณะท่ีพงึ
กำรจดั กำรเรยี นรู้ โครงงานห้องเรียนสะอาด 1.ผู้เรียนรอ้ ยละ 80
บรรยากาศนา่ อยู่ มีผลสมั ฤทธทิ์ างการ
2.1 กำรจดั ทำขอ้ มูลสำรสนเทศ เรยี นสูงข้นึ
ของผเู้ รยี นและรำยวชิ ำ 1. จดั ทาข้อมูลสารสนเทศ 2.ผู้เรียนรอ้ ยละ 100
มกี ารรเิ รมิ่ คดิ ค้น และพัฒนา ผู้เรยี นเปน็ รายบุคคล ดว้ ย มีสุขภาพจิตดีข้ึนมี
ระบบเก็บข้อมูลนักเรยี น อารมณ์ร่าเริงแจม่ ใส
รปู แบบการจัดทาข้อมลู สารสนเทศ รายบุคคล (DMC)
ของผเู้ รียนและรายวิชา ใหม้ ีข้อมลู 2. ริเร่มิ จัดทาข้อมลู ผลการ
เป็นปจั จุบัน เพ่ือใช้ในการส่งเสรมิ เรียนรขู้ องผู้เรยี นดว้ ยระบบ ICT
สนบั สนนุ การเรียนรู้ แกไ้ ขปัญหา
17
ลกั ษณะงำนที่ปฏิบตั ิ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตวั ชว้ี ดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหน่ง ที่จะดาเนินการพัฒนา (Outcomes) ท่ีจะเกิดขนึ้ กับผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ที่แสดงให้เหน็ ถึงการ
การประเมิน ที่คาดหวังให้เกดิ ขึ้น เปลี่ยนแปลงไป
(โปรดระบุ) กบั ผ้เู รยี น ในทาง
(โปรดระบุ) ทด่ี ีขึ้นหรือมกี าร
พฒั นา
มากขึ้นหรือ
ผลสมั ฤทธ์ิ
สูงขน้ึ (โปรดระบ)ุ
และพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน และเป็น ไดแ้ ก่ โปรแกรมระบบบรหิ ารผล ประสงค์ตามสภาพ
แบบอยา่ งทด่ี ี การจัดการผลการเรียน ( ปัญหา ทาให้นกั เรียน
School MIS ) มีสุขภาพจิตใจและ
พฤติกรรมการเรียนรู้
ท่ีดขี ึน้ สง่ ผลใหผ้ ้เู รยี น
มีผลการเรียนรู้สงู ขนึ้
2.2 กำรดำเนนิ กำรตำมระบบ
ดูแลชว่ ยเหลือผู้เรยี น
มกี ารใช้ข้อมูลสารสนเทศ 1. จัดทาขอ้ มลู สารสนเทศระบบ 1.ผ้เู รยี นไดร้ ับการ 1.ผเู้ รยี นรอ้ ยละ 80
เก่ียวกบั ผ้เู รยี นรายบุคคล และ ดูแลช่วยเหลือผเู้ รียน ช่วยเหลอื อย่างทั่วถงึ มีผลสัมฤทธิท์ างการ
ประสานความร่วมมือกับผมู้ ีสว่ น ดาเนนิ การดูแลช่วยเหลือผูเ้ รียน ต่อเนื่อง ทาใหผ้ เู้ รียน เรียนสูงข้ึน
เกีย่ วข้อง เพื่อพัฒนาและแกไ้ ข ในการส่งเสรมิ ปอ้ งกนั และ มีสขุ ภาพกายและ 2.ผ้เู รียนรอ้ ยละ 100
ปญั หาผู้เรยี น และรเิ ริม่ โครงการหรือ แก้ไขปัญหาใหน้ ักเรยี นมี สขุ ภาพจิตดีขึ้น ผา่ นการเรียนรู้
จัดกจิ กรรมเชิงสรา้ งสรรค์ด้วยวธิ กี าร คุณลักษณะที่พึงประสงค์ และมี เรียนร้ไู ด้อยา่ งมี รายวิชาตามเกณฑท์ ี่
ทห่ี ลากหลายในการดแู ลชว่ ยเหลอื คุณภาพ ตามทสี่ ังคมต้องการ ความสุข สง่ ผลให้ กาหนด
ผู้เรยี น และเปน็ แบบอย่างทีด่ ี วเิ คราะหข์ ้อมลู สารสนเทศ ผลสมั ฤทธท์ิ างการ
ของนักเรียนรายบคุ คล คัดกรอง เรยี นสงู ขน้ึ
ผเู้ รยี นกลุ่มเส่ียง ใหค้ าปรึกษา 2.ผู้เรียนสามารถผ่าน
ช่วยเหลือผเู้ รียนอย่างทวั่ ถึงตรง การเรียนรรู้ ายวิชาได้
ตามสภาพปัญหา ท้ังในด้าน อยา่ งมีคุณภาพ
รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รยี นมี
ความสามารถสูงขึน้ โดยออก
เย่ียมบา้ นผูเ้ รยี นและประสาน
ความรว่ มมือกบั หนว่ ยงานที่
เกยี่ วข้องและผ้ปู กครองในการ
18
ลักษณะงำนท่ีปฏิบตั ิ งำน (Tasks) ผลลัพธ์ ตวั ช้ีวดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหน่ง ท่จี ะดาเนินการพฒั นา (Outcomes) ท่ีจะเกิดข้ึนกบั ผู้เรียน
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามข้อตกลง ท่แี สดงให้เห็นถึงการ
2.3 กำรปฏบิ ัตงิ ำนวิชำกำรและ การประเมิน ทีค่ าดหวงั ใหเ้ กิดข้ึน เปลย่ี นแปลงไป
งำนอ่นื ๆของสถำนศึกษำ (โปรดระบุ) กับผู้เรียน ในทาง
ร่วมปฏิบัติงานทางวชิ าการ และ (โปรดระบุ) ที่ดขี ้นึ หรอื มกี าร
ช่วยเหลือผู้เรียนตามสภาพ พฒั นา
งานอ่ืนๆ ของสถานศกึ ษาเพือ่ ปญั หาของแตล่ ะคน 1.ผู้เรยี นมีนิสยั รัก มากขน้ึ หรือ
ยกระดับคณุ ภาพการจดั การศึกษา 2. จัดทาระบบ SDQ คดั กรอง การอ่าน ส่งผลทาให้ ผลสมั ฤทธ์ิ
ของสถานศกึ ษา โดยมีการพัฒนา ผู้เรยี นเปน็ รายบุคคล ผเู้ รียนใฝ่เรียนรู้ สูงขน้ึ (โปรดระบ)ุ
รปู แบบหรอื แนวทางการดาเนินงาน 3. จดั ทาขอ้ มลู EQ ของผูเ้ รียน
ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพสูงขึ้นและเปน็ 4. ริเร่ิมใช้ Social network 1.ผู้เรียนรอ้ ยละ 70
แบบอย่างทีด่ ี เพือ่ กากบั ตดิ ตามชว่ ยเหลือ มีสมรรถนะในการใฝ่
ผเู้ รียน ดว้ ยแพลตฟอร์ม Line เรียนรู้
Grope 2.ผ้เู รยี นรอ้ ยละ 80
5. จัดกจิ กรรมเยย่ี มบ้านผู้เรียน มผี ลสมั ฤทธทิ์ างการ
ท้ังระบบ Onsite และ Online เรยี นสูงขนึ้
ด้วยแพลตฟอร์ม Line Grope
1. จดั ทาแผนปฏิบตั ิการงาน
วิชาการ ร่วมปฏิบัติงานทาง
วชิ าการของสถานศึกษาเพ่ือ
สง่ เสริมใหก้ ารจัดการเรียนร้มู ี
คุณภาพตามเปา้ หมายของ
สถานศกึ ษา เช่น รว่ มจัดทา
โครงการสง่ เสริมนสิ ัยรกั การ
อ่าน และงานอน่ื ๆตามทีต่ น
ได้รับมอบหมาย
2. จัดทาแผนการนเิ ทศภายใน
3. รเิ รมิ่ พัฒนา จัดทาระบบ
รายงานผลการปฏิบตั งิ าน
วิชาการ และงานอน่ื ๆ เป็น
19
ลกั ษณะงำนท่ีปฏิบตั ิ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตวั ชี้วดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ท่จี ะดาเนินการพัฒนา (Outcomes) ที่จะเกิดข้ึนกบั ผู้เรียน
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามขอ้ ตกลง ทแี่ สดงใหเ้ หน็ ถึงการ
2.4 กำรประสำนควำมร่วมมอื กับ การประเมิน ทคี่ าดหวงั ใหเ้ กิดขึ้น เปลี่ยนแปลงไป
ผ้ปู กครอง ภำคเี ครอื ขำ่ ย และ (โปรดระบุ) กบั ผู้เรยี น ในทาง
(โปรดระบ)ุ ทด่ี ขี นึ้ หรอื มีการ
หรอื ระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ด้วย พัฒนา
สถำนประกอบกำร รปู แบบ Flip - eBook 1.ผเู้ รยี นมี มากขึน้ หรือ
การประสานความรว่ มมือกบั 4. จัดทากิจกรรม PLC เพ่ือ ความสามารถในการ ผลสัมฤทธ์ิ
แกไ้ ขปญั หา และยกระดับ เรยี นรไู้ ด้อยา่ งมี สูงขน้ึ (โปรดระบุ)
ผปู้ กครอง ภาคีเครือขา่ ย และหรือ คุณภาพด้านวิชาการ อย่าง ประสทิ ธภิ าพส่งผล
สถานประกอบการ เพ่ือร่วมกันแกไ้ ข นอ้ ยสปั ดาห์ละ 1 ครั้ง ใหผ้ ลสมั ฤทธท์ิ างการ 1.ผเู้ รยี นร้อยละ 80
ปัญหาและพฒั นาผเู้ รยี น และเปน็ เรยี นสงู ขนึ้ มผี ลสัมฤทธิ์ทางการ
แบบอย่างทีด่ ี 1. จดั ทาเอกสารแผ่นพบั เรียนสูงขนึ้
จดหมายข่าว ประสานความ
ร่วมมอื กบั ผูป้ กครอง
2. ริเรม่ิ จดั ทาช่องทางการ
ติดตอ่ ส่ือสารดว้ ยระบบ Social
network ทห่ี ลากหลายรูปแบบ
กับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย
ผู้ประกอบการ เพือ่ ช่วยเหลือ
แก้ไขปัญหา และพัฒนาผ้เู รียน
ดว้ ยแพลตฟอรม์ Line grope
3. ด้ำนกำรพฒั นำตนเองและ 1. จัดทา ID Plan เพ่ือพฒั นา 1.ครนู าความรูท้ ่ี 1.ผ้เู รยี นร้อยละ 80
วชิ ำชพี
ตนเอง เรื่อง ได้มาออกแบบวิธีการ มผี ลสัมฤทธิ์ทางการ
3.1 กำรพัฒนำตนเองอย่ำงเปน็
ระบบและต่อเน่อื ง 1. ทกั ษะภาษาไทย เรยี นรู้ท่ีท้าทาย เรยี นสูงขึ้น
พฒั นาตนเองอย่างเปน็ ระบบ
และต่อเนื่อง เพือ่ ใหม้ ีความรู้
ความสามารถ ทักษะ โดยเฉพาะ
20
ลกั ษณะงำนที่ปฏิบัติ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตวั ชว้ี ดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่
ที่จะดาเนนิ การพัฒนา (Outcomes) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน
อยา่ งยิง่ การใช้ภาษาไทยและ
ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร และ ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามขอ้ ตกลง ท่แี สดงให้เหน็ ถึงการ
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อ
การศกึ ษา สมรรถนะวชิ าชพี ครแู ละ การประเมนิ ทค่ี าดหวงั ใหเ้ กิดข้ึน เปลย่ี นแปลงไป
ความรอบรู้ในเน้ือหาวชิ าและวิธกี าร
สอน และเป็นแบบอย่างทด่ี ี (โปรดระบุ) กบั ผู้เรียน ในทาง
3.2 กำรมสี ่วนร่วมในกำร (โปรดระบุ) ที่ดขี ้ึนหรือมีการ
แลกเปล่ยี น
พฒั นา
เรยี นรทู้ ำงวชิ ำชพี เพ่อื
พัฒนำกำร มากขึน้ หรือ
จดั กำรเรยี นรู้ ผลสัมฤทธ์ิ
มีสว่ นรว่ ม และเปน็ ผูน้ าในการ
แลกเปลี่ยนเรยี นรูท้ างวิชาชพี เพือ่ สูงขึน้ (โปรดระบุ)
แก้ไขปญั หาและสรา้ งนวัตกรรมเพื่อ
พฒั นาการจัดการเรยี นรู้และเป็น 2. ด้านเทคโนโลยี หลากหลาย ทาให้
แบบอยา่ งที่ดี
2. ศกึ ษา ค้นคว้า เรยี นรู้ เนื้อหา ผเู้ รยี นไดร้ บั การ
สาระทางดา้ นวิชาการ และ เรยี นรจู้ ากส่อื
สาระทีต่ นเองสนใจ เพื่อพัฒนา สมัยใหม่ ทาให้
ตนเอง ผเู้ รียนมีความสนใจ
3. เขา้ รบั การอบรมพฒั นา และกระตือรือร้นใน
ตนเอง เนอื้ หาสาระทางดา้ น การเรียนรมู้ ากขนึ้
วชิ าการ และ เนือ้ หาสาระท่ี สง่ ผลให้ผูเ้ รยี นมี
ตนเองสนใจ ท้ังในระบบ และ ผลสัมฤทธิ์ทางการ
นอกระบบเชน่ Thai MOOC เรียนรู้สงู ข้ึน
4. เข้ารับการอบรมพัฒนา
ตนเอง ด้านคอมพวิ เตอร์ และ
เทคโนโลยี
1. เขา้ ร่วมกจิ กรรมแลกเปล่ยี น 1.ผูเ้ รียนได้รับการ 1.ผ้เู รยี นรอ้ ยละ 80
เรียนรูช้ มุ ชนการเรยี นรูท้ าง จัดการเรยี นรู้ทมี่ ี มผี ลสัมฤทธิ์ทางการ
วิชาชพี (PLC) เพ่ือแก้ไขปัญหา ประสทิ ธิภาพสงู เรียนสูงขน้ึ
และยกระดับคุณภาพ ผู้เรยี นมีความสนใจ
ดา้ นการจัดการเรยี นรู้ ในระดับ ทา้ ทายท่ีได้เรยี นร้สู ่งิ
โรงเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ใหม่ ทาให้ผูเ้ รยี นมี
คณิตศาสตร์ ความสนใจและ
2. เข้ารว่ มกจิ กรรมแลกเปล่ยี น กระตือรอื ร้นในการ
เรยี นรู้ใน เรยี นร้มู ากข้ึน ส่งผล
วงวิชาการ นอกสถานศึกษา ให้ผ้เู รยี นมีผลสมั ฤทธิ์
เพอื่ แก้ไขปญั หา และ สรา้ ง ทางการเรยี นรู้สูงขน้ึ
21
ลักษณะงำนที่ปฏิบัติ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตัวชว้ี ดั (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ท่จี ะดาเนนิ การพฒั นา (Outcomes) ท่ีจะเกิดขน้ึ กบั ผู้เรยี น
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ ของงานตามขอ้ ตกลง ที่แสดงให้เหน็ ถึงการ
การประเมิน ทค่ี าดหวังใหเ้ กิดขึ้น เปลีย่ นแปลงไป
(โปรดระบ)ุ กับผเู้ รียน ในทาง
(โปรดระบุ) ทดี่ ขี ้ึนหรือมีการ
พฒั นา
มากขึ้นหรือ
ผลสัมฤทธ์ิ
สูงขน้ึ (โปรดระบ)ุ
นวตั กรรม ตามกระบวนการ
PLC สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดย
เป็นทงั้ ผู้นาและผู้เข้าร่วมการ
ปฏิบัติการ
นาความรแู้ ละประสบการณ์
จากการทา PLC มาวางแผน
ปรับปรุงพฒั นาการจัดการ
เรยี นรู้อยา่ งต่อเนอ่ื ง
3. ริเร่ิม พฒั นา การใช้ระบบ
Social network เพอ่ื เปน็ ช่อง
ทางการแลก เปลยี่ นเรยี นรู้
ทางด้านวชิ าการ ดว้ ย
แพลตฟอร์ม Line grope
Google Meet
3.3 กำรนำควำมรคู้ วำมสำมำรถ
ทักษะทไ่ี ดจ้ ำกกำรพัฒนำตนเอง
และวิชำชพี มำใช้ในกำรพฒั นำ
กำรจัดกำรเรยี นรู้ กำรพัฒนำ
คุณภำพผ้เู รียน และกำรพัฒนำ
นวัตกรรม กำรจดั กำรเรยี นรู้
นาความรู้ ความสามารถ ทักษะ 1. นาความรทู้ ี่ได้ศึกษา คน้ คว้า 1.ผู้เรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ 1.ผเู้ รียนร้อยละ 70
ทไี่ ดจ้ ากการพัฒนาตนเองและ การอบรมพฒั นา มาปรบั ปรุง ทางการเรียนสูงขนึ้ มีผลสมั ฤทธท์ิ างการ
วิชาชีพมาใชใ้ นการพัฒนาการจดั การ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ 2.ผเู้ รยี นสามารถ เรียนสงู ขน้ึ
เรยี นรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน -ศกึ ษาหาความรเู้ พ่ิมเตมิ เร่ือง เรียนรผู้ ่านเกณฑ์การ 2.ผู้เรยี นร้อยละ 100
รวมถึงการพัฒนานวตั กรรมการ รูปแบบการสอนคณิตศาสตร์ เรยี นรทู้ ี่กาหนดอยา่ ง ผา่ นการเรยี นรู้
จัดการเรียนรทู้ ่มี ีผลต่อคณุ ภาพ โดยใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน มคี ณุ ภาพ รายวิชาตามเกณฑท์ ่ี
ผู้เรียน และเปน็ แบบอย่างท่ดี ี ( Problem-based Learning ) กาหนด
22
ลกั ษณะงำนท่ีปฏิบตั ิ งำน (Tasks) ผลลพั ธ์ ตวั ช้ีวัด (Indicators)
ตำมมำตรฐำนตำแหน่ง ทจ่ี ะดาเนินการพฒั นา
ตามข้อตกลงใน 1 รอบ (Outcomes) ทีจ่ ะเกิดข้นึ กับผู้เรียน
การประเมนิ
(โปรดระบุ) ของงานตามขอ้ ตกลง ทีแ่ สดงใหเ้ ห็นถึงการ
- ศกึ ษาการใชโ้ ปรแกรม ทคี่ าดหวงั ใหเ้ กดิ ข้ึน เปล่ียนแปลงไป
Google Form
กับผู้เรยี น ในทาง
- ศึกษาการใชโ้ ปรแกรม
Wordwall (โปรดระบ)ุ ท่ดี ขี ึ้นหรือมกี าร
2. นาความรู้ทไ่ี ด้ศึกษา คน้ คว้า
การอบรมพัฒนา มาปรบั ปรงุ พัฒนา
พฒั นา การจดั กจิ กรรมการ
เรียนการสอน การแกโ้ จทย์ มากขนึ้ หรือ
ปญั หา เพอื่ แก้ไขปญั หาการหา
พื้นท่ีรปู หลายเหลย่ี ม ช้นั ผลสมั ฤทธ์ิ
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
3. นาความรูท้ ี่ได้ศกึ ษา ค้นคว้า สูงขึ้น(โปรดระบุ)
การอบรมพัฒนา มาสรา้ ง และ
พฒั นาส่ือการสอน และแหลง่
เรียนรู้ เชน่
- โปรแกรม Google Form
- โปรแกรม Wordwall
4. นาความรู้ท่ีได้ศึกษา ค้นคว้า
การอบรมพฒั นา มาสรา้ ง และ
พฒั นา เครอื่ งมือวดั ผลและ
ประเมนิ ผล ทม่ี คี วามรวดเรว็
และทันสมยั เช่น สรา้ ง
แบบทดสอบโดยใชโ้ ปรแกรม
Google Form
23
หมำยเหตุ
1. รปู แบบการจัดทาขอ้ ตกลงในการพฒั นา ตามแบบ PA 1 ใหเ้ ปน็ ไปตามบริบท และสภาพการ
จัดการเรยี นรขู้ องแต่ละสถานศึกษา โดยความเหน็ ชอบรว่ มกันระหว่างผู้อานวยการสถานศกึ ษา และขา้ ราชการ
ครผู จู้ ัดทาข้อตกลง
2. งาน (Tasks) ท่เี สนอเป็นข้อตกลงในการพัฒนางานต้องเปน็ งานในหน้าที่ความรบั ผิดชอบหลกั ที่
สง่ ผลโดยตรงต่อผลลัพธ์การเรยี นร้ขู องผู้เรียน และให้นาเสนอรายวชิ าหลักทท่ี าการสอน โดยเสนอในภาพรวม
ของรายวชิ าหลักท่ีทาการสอนทกุ ระดับชน้ั ในกรณที ี่สอนหลายรายวิชา สามารถเลอื กรายวิชาใดวิชาหนึ่งได้
โดยจะตอ้ งแสดงให้เหน็ ถึงการปฏิบัตงิ านตามมาตรฐานตาแหน่ง และคณะกรรมการประเมนิ ผลการพัฒนางาน
ตามข้อตกลงสามารถประเมินได้ตามแบบการประเมิน PA 2
3. การพัฒนางานตามข้อตกลง ตามแบบ PA 1 ให้ความสาคัญกับผลลพั ธ์การเรียนรู้ ของผเู้ รียน
(Outcomes) และตวั ชีว้ ดั (Indicators) ที่เปน็ รูปธรรม และการประเมนิ ของคณะกรรมการประเมนิ ผลการ
พฒั นางานตามข้อตกลง ให้คณะกรรมการดาเนนิ การประเมิน ตามแบบ PA 2 จากการปฏบิ ตั งิ านจริง สภาพ
การจัดการเรยี นรใู้ นบรบิ ทของแต่ละสถานศกึ ษา และผลลัพธ์การเรยี นรูข้ องผู้เรียนท่เี กิดจากการพัฒนางาน
ตามข้อตกลงเป็นสาคญั โดยไมเ่ นน้ การประเมินจากเอกสาร
ส่วนท่ี 2 ข้อตกลงในกำรพฒั นำงำนท่เี ป็นประเด็นทำ้ ทำยในกำรพัฒนำผลลพั ธก์ ำรเรียนรู้ของผู้เรยี น
ประเด็นทที่ ้าทายในการพัฒนาผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ของผ้เู รยี นของผจู้ ดั ทาข้อตกลง ซ่งึ ปัจจุบัน
ดารงตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ ต้องแสดงให้เห็นถงึ ระดับการปฏิบัตทิ ่ีคาดหวังของวิทยฐานะ
ครชู านาญการพเิ ศษ คอื การรเิ ร่ิม พฒั นา การจัดการเรียนรู้และการพฒั นาคุณภาพการเรียนรขู้ องผู้เรียน ให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดขี นึ้ หรือมกี ารพัฒนามากข้ึน (ท้ังน้ี ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงใหเ้ ห็นถงึ
ระดบั การปฏิบัติท่คี าดหวังในวทิ ยฐานะท่สี งู กว่าได)้
ประเดน็ ท้ำทำย เร่อื ง กำรพัฒนำทกั ษะกำรแกโ้ จทยป์ ญั หำเกยี่ วกับพ้นื ท่ขี องรูปหลำยเหลี่ยม
ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี 6
1. สภำพปัญหำกำรจัดกำรเรียนร้แู ละคณุ ภำพกำรเรยี นรขู้ องผู้เรียน
จากการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 พบวา่ นกั เรียนมปี ญั หา
เร่อื งการแกโ้ จทย์ปัญหาเกี่ยวกับพ้ืนท่ีของรูปหลายเหลีย่ ม เน่ืองจากนักเรยี นวิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หาไม่ได้ อา่ น
โจทย์ไม่เข้าใจ ตคี วามโจทย์ไม่ชดั เจน และขาดทักษะการคดิ อย่างมเี หตผุ ล รวมถงึ ไม่สามารถนาความรไู้ ป
ประยุกตใ์ ช้ได้ สง่ ผลใหน้ กั เรียนมคี ะแนนในเรื่องโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับพ้ืนท่ีของรูปหลายเหล่ียมตา่ กวา่ เกณฑ์ที่
ครผู ู้สอนกาหนดไว้ และไมผ่ า่ นการประเมนิ ตัวชีวัดในเรอ่ื งดังกลา่ ว ครจู ึงพัฒนาและสร้างสือ่ การสอน เร่ืองการ
แก้โจทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั พน้ื ทีข่ องรูปหลายเหล่ยี ม และนารูปแบบการสอนคณติ ศาสตรโ์ ดยใชป้ ญั หาเป็นฐานมา
บูรณาการในการจัดกิจกรรม เพ่ือพฒั นาทักษะการแกโ้ จทย์ปญั หาเกีย่ วกบั พ้นื ท่ขี องรูปหลายเหล่ยี มของ
นักเรยี น ซึ่งมรี ายละเอยี ด ดังนี้
24
2. วิธีกำรดำเนินกำรใหบ้ รรลุผล
2.1 ศึกษาและวิเคราะหห์ ลกั สูตรกลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง 2563)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค
2.1 ป 6/2 เข้าใจพ้ืนฐานเก่ยี วกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวัด และนาไปใช้ ชัน้
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
2.2 ศึกษารปู แบบการสอนคณิตศาสตร์ โดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน ( Problem – based
Learning:PBL) Google From และ Wordwall
2.3 จดั ทาหนว่ ยการเรียนรู้ “โจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั พืน้ ท่ีของรปู หลายเหลย่ี ม” และแผนการ
จดั การเรียนรู้ โดยนาสื่อการสอนเรอ่ื งการแกโ้ จทย์ปัญหาเกี่ยวกับพ้ืนที่ของรูปหลายเหล่ียมและรปู แบบการ
สอนคณติ ศาสตร์ โดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน ( Problem – based Learning:PBL) ลงสูก่ ารจัดกจิ กรรมใน
หอ้ งเรียน
2.4 การจดั กจิ กรรม เร่อื ง การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั พื้นท่ีของรปู หลายเหล่ียม มีขั้นตอน
ดงั น้ี
ครูผูส้ อนทดสอบความรกู้ ่อนเรียน เรือ่ งโจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับพน้ื ท่ีของรปู หลายเหล่ียมเพื่อจะไดท้ ราบ
ความรู้พ้ืนฐานของนักเรยี นรายบุคคลในเรื่องดงั กล่าว และเปน็ แนวทางในการออกแบบหรอื ปรบั กระบวนการ
จัดการเรียนรู้ของครใู หเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ งกับความรู้ความสามารถของนักเรยี น
ขั้นที่ 1 กำหนดปญั หำ
ครสู รา้ งสถานการณต์ า่ งๆ เพื่อกระตุ้นนกั เรียน โดยอาจเป็นการแนะนาแนวทาง ยกตวั อย่าง
สถานการณ์ หรือถามคาถามท่ใี หน้ ักเรยี นคิดต่อ เพ่ือให้นกั เรียนเกดิ ความสนใจและมองเหน็ ปญั หา มีโอกาส
เลือกเฟน้ และเสนอปัญหาท่ีหลากหลาย ซงึ่ ก่อนท่ีจะกาหนดปัญหานน้ั
ขัน้ ที่ 2 ทำควำมเข้ำใจกับปัญหำ
ครูกระตุน้ นักเรยี นดว้ ยคาถามหรอื การเสริมแรง เพ่ือใหน้ กั เรียนทาความเข้าใจกับปัญหาที่
อยากรู้ เพื่อหาแนวทางและวธิ ีการหาคาตอบ โดยครูผสู้ อนคอยดแู ลตรวจสอบเพ่ือให้เกิดความถกู ต้อง
ขั้นท่ี 3 ดำเนินกำรศกึ ษำค้นควำ้
นกั เรียนต้องศกึ ษาวธิ กี ารคิด วธิ กี ารหาคาตอบอยา่ งเปน็ ระบบ โดยมีการกาหนดกตกิ า
วางเปา้ หมาย และดาเนนิ กจิ กรรมตามระยะเวลาทีก่ าหนด โดยมคี รผู ู้สอนคอยให้คาชแี้ นะและอานวยความ
สะดวก
ขั้นท่ี 4 สังเครำะหค์ วำมรู้
นักเรียนแต่ละคนสังเคราะหค์ วามร้ทู ไี่ ด้จากการคดิ และศึกษาหาคาตอบ จากน้นั นาความรู้ที่
ได้มาแลกเปล่ียนเรยี นรู้ในหอ้ งเรียน เพือ่ หาข้อสรปุ ทบทวนและตรวจสอบความถูกต้อง โดยมคี รผู ู้สอนถาม
คาถามโดยกระตุน้ ใหน้ ักเรยี นมีการแลกเปล่ียนความคิดเห็นและเกดิ ความคิดรวบยอด
ขน้ั ที่ 5 สรุปและประเมินคำ่ ของคำตอบ
นักเรยี นนาข้อสรปุ ที่ได้มาสร้างเปน็ องค์ความรู้ใหม่ และเลือกวธิ ที จ่ี ะนาเสนอโดยผ่านความ
เหน็ ชอบของครูผูส้ อนในการตรวจสอบความถูกต้อง และความเหมาะสมในการนาเสนอ
25
ขนั้ ท่ี 6 นำเสนอและประเมนิ ผลงำน
นกั เรียนนาองค์ความรู้ทไ่ี ด้ไปนาเสนอตามวิธกี ารที่ได้กาหนดไว้ เพือ่ เผยแพร่กับเพื่อนรว่ มช้นั
เรยี น โดยครูผู้สอนประเมนิ ผลการเรยี นรู้จากการดาเนนิ งานของนักเรยี นตามสภาพจริง เพ่อื พฒั นาการเรยี นรู้
ของนักเรียน
2.5 ทดสอบหลังเรียน เรอื่ งโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกับพนื้ ที่ของรูปหลายเหลยี่ ม เพ่อื ดูพฒั นาการ
ทางการเรียนของนักเรียน
2.6 ประเมินส่ือการสอนเร่ืองการแก้โจทย์ปัญหาเกีย่ วกับพื้นท่ขี องรปู หลายเหลี่ยมและ
รปู แบบการสอนคณิตศาสตร์ โดยใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน ( Problem – based Learning:PBL) จากนนั้ นาผลการ
ประเมินมาปรับปรงุ และพัฒนาใหม้ ปี ระสิทธภิ าพมากขึ้น
3. ผลลพั ธก์ ำรพัฒนำที่คำดหวัง
3.1 เชิงปรมิ ำณ
1) นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 รอ้ ยละ 100 ไดร้ บั การพัฒนาทกั ษะการแก้โจทย์
ปญั หาเกยี่ วกบั พน้ื ท่ีของรูปหลายเหล่ยี ม
2) นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 รอ้ ยละ 70 มีทักษะการแกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ยี วกับ
พ้นื ท่ขี องรูปหลายเหล่ยี ม
3) นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 รอ้ ยละ 70 มคี ะแนนการทดสอบเรื่องโจทยป์ ัญหา
เก่ยี วกับพ้ืนทข่ี องรูปหลายเหล่ยี มผ่านเกณฑท์ ี่กาหนด
3.2 เชิงคณุ ภำพ
1) นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 มีทักษะการแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกบั พน้ื ที่ของรปู
หลายเหล่ยี ม
2) นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 สามารถคดิ แก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ
3) นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 มผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนสงู ขนึ้
ลงชอ่ื ...................................................................
(นางนิตยา แสนชัย)
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชานาญการพิเศษ
ผู้จัดทาข้อตกลงในการพัฒนางาน
1 ตุลาคม 2564
ควำมเหน็ ของผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ
( ) เห็นชอบใหเ้ ป็นข้อตกลงในการพฒั นางาน
( ) ไมเ่ หน็ ชอบให้เปน็ ข้อตกลงในการพัฒนางาน โดยมีข้อเสนอแนะเพื่อนาไปแก้ไข และเสนอ
เพ่อื พจิ ารณาอกี คร้ัง ดงั น้ี
............................................................................................................. ..........................
ลงชื่อ...................................................................
( นายนเรศ พรหมวงศ์ )
ตาแหนง่ ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบ้านเชียงเพง็
1 ตลุ าคม 2564