แผนการจัดการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 6
เร่อื ง โจทยปญหารูปหลายเหลี่ยม
จดั ทาํ โดย
นางนิตยา แสนชยั
ครู ชํานาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นบา นเชียงเพง็
ตาํ บลหนองสนม อําเภอวานรนวิ าส จงั หวดั สกลนคร
สํานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 3
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี 1 ช้ันประถมศึกษาปท่ี 6
กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร เวลา 4 ชว่ั โมง
หนว ยที่ 6 ชือ่ หนว ย เรขาคณิตสองมติ ิ เวลา 1 ช่ัวโมง
หนวยยอ ยท่ี 6. 2 รูปหลายเหลี่ยม
เร่อื ง โจทยป ญ หาเก่ียวกบั การหาพน้ื ท่รี ปู หลายเหลย่ี ม
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวช้วี ดั
สาระที่ 2 การวัดและเลขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขา ใจพ้ืนฐานเกีย่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ที่
ตองการวัดและนาํ ไปใช
ตวั ชี้วดั ค 6.1 ป 6/1 แสดงวธิ หี าคาํ ตอบของโจทยปญหาเกยี่ วกับปรมิ าตร
ของรปู เรขาคณติ สามมติ ิท่ีประกอบดว ย ทรงสี่เหลีย่ มมุมฉาก
ตัวช้ีวดั ค 6.1 ป 6/2 แสดงวิธหี าคาํ ตอบของโจทยปญหาเกีย่ วกบั ความ
ยาวรอบรูปและพ้ืนทขี่ องรูปหลายเหล่ียม
สาระสาํ คญั
การหาความยาวรอบรูปของรูปหลายเหล่ยี ม หาไดจ ากนาํ ความยาวของดา นทุกดา นของรูป
หลายเหลี่ยมมารวมกัน
การแกโจทยปญ หาเรมิ่ จากการอา นทําความเขา ใจโจทยป ญหา วางแผนแกปญหา
ดาํ เนนิ การหาคาํ ตอบ และตรวจสอบคาํ ตอบ
จุดประสงคก ารเรยี นรู
ดานความรู
เพอ่ื ใหนักเรยี นสามารถแกโ จทยป ญ หาเก่ยี วกบั ความยาวรอบรปู ของรูปหลาย
เหล่ยี ม
ดา นทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
เพือ่ ใหนักเรียน
1. แกป ญหา
2. ใหเหตุผล
3. สื่อสาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร
สาระการเรียนรู การแกโจทยป ญหาเก่ียวกบั ความยาวรอบรูปของรปู หลายเหลีย่ ม
สมรรถนะของผเู รียน
1. ความสามารถดานการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญ หา
คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค
1.ซ่อื สตั ยสจุ ริต
2. มีวนิ ัย
3. ใฝเรยี นรู
4. มุงมัน่ ในการทํางาน
กจิ กรรมการเรยี นรู
ข้นั นาํ
1. ครทู บทวนการหาความยาวรอบรปู ของรปู หลายเหล่ียม โดยครตู ดิ รปู เรขาคณิตท่ี
ประกอบจากรปู หลายเหลี่ยมบนกระดาษ พรอ มกบั แจกใหนักเรยี นเพ่อื ใหนกั เรียนหา
ความยาวรอบรูปของรปู ท่ีประกอบจากรปู หลายเหลี่ยม ดงั น้ี
ครใู ชการถาม – ตอบนกั เรียน ดังน้ี
- นกั เรียนสามารถหาความยาวรอบรปู ของรูปทปี่ ระกอบจากรปู หลายเหลยี่ มน้ีได
หรอื ไม ( ได )
- นักเรียนหาความยาวรอบรูปของรูปท่ปี ระกอบจากรูปหลายเหล่ยี มนี้ไดอ ยางไร
( หาไดจากนาํ ความยาวของแตล ะดา นมารวมกัน )
จากนน้ั ครใู หน กั เรียนลากเสน แสดงความยาวรอบรปู ของรูปเรขาคณิตทแ่ี จกให
แลว รว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอง ดงั นี้
รูปที่ 1
รปู ท่ี 2
รูปท่ี 3
2. ครทู บทวนการแกโจทยปญหาเก่ยี วกับความยาวรอบรูปของรูปหลายเหลี่ยม ครูและ
นกั เรยี นรวมกันอภิปรายเพอื่ แกโ จทยปญหา โดยครูถามนกั เรยี น ดงั นี้
ปลายนาํ ลวดยาว 240 เซนตเิ มตร มาตัดเปนรูปแปดเหลย่ี มดา นเทา มุมเทา ที่ยาวดานละ
5 เซนตเิ มตร ปลายจะตดั ลวดเปน รปู แปดเหล่ียมดา นเทามุมเทาไดม ากที่สุดกี่ช้ิน
- โจทยถามอะไร ( ปลายตดั ลวดไดม ากทีส่ ดุ กช่ี นิ้ )
- โจทยกําหนดอะไร ( ปลายนาํ ลวดยาว 240 เซนตเิ มตร มาตัดเปนรูปแปด
เหลยี่ มดานเทามมุ เทาดา นละ 5 เซนติเมตร )
- รปู แปดเหลยี่ มดา นเทา มุมเทา มลี กั ษณะของความยาวดา นอยา งไร
( รปู แปดเหลี่ยมดา นเทา เปนรูปปด ท่ีมดี า นแปดดานยาวเทา กนั )
- ความยาวรอบรูปของรูปแปดเหลยี่ มดานเทา มมุ เทา หาไดอ ยา งไร และไดเทา ใด
(นําความยาวดา นทุกดานของรูปแปดเหล่ยี มมารวมกัน หรือนําแปดคณู ดวยความยาวของ
ดานจะได 8 × 5 = 40 เซนติเมตร)
- ครแู ละนักเรยี นรวมกันเขียนแสดงวิธคี ิดและวธิ ีทําบนกระดาน ดงั น้ี
วิธีทํา ความยาวรอบรูปของรปู แปดเหล่ียมดา นเทา = 8 × ความยาวของดาน
= 8 × 5 เซนตเิ มตร
= 40 เซนติเมตร
ลวดยาว 40 ซม. ตดั เปนรปู แปดเหล่ียมดา นเทา มุมเทา ได 1 ช้นิ
ถา ลวดยาว 240 ซม. จะตดั เปน รปู แปดเหลยี่ มดานเทามุมเทา ได 240÷40 = 6 ชน้ิ
ดังน้นั ปลายจะตัดลวดเปนรปู แปดเหลย่ี มดานเทา มุมเทาไดม ากที่สดุ 6 ชิ้น
ตอบ ๖ ช้ิน
- นกั เรยี นตรวจสอบคําตอบไดอ ยางไร
รปู แปดเหลย่ี มดานเทายาวดานละ 5 เซนติเมตร จะมคี วามยาวรอบรูป 8x5= 40 เซนตเิ มตร
รูปแปดเหลีย่ มดานจํานวน 6 ช้ิน จะมคี วามยาว 6 x 40 = 240 เซนติเมตร
พบวา สอดคลองกบั โจทย ดงั น้ัน 6 ช้ิน เปนคาํ ตอบท่ีถูกตอง
ข้นั สอน
1. ครูตดิ แถบโจทยปญหาเกยี่ วกบั ความยาวรอบรปู ของรูปหลายเหลยี่ มบนกระดาน โดย
ครแู ละนักเรยี นรวมกนั อภิปรายเพอ่ื แกโ จทยปญหา ดังน้ี
ครถู ามนักเรียน ดงั นี้
- โจทยถ ามอะไร ( ชางปนู ตองเตรยี มเสน ทองเหลืองอยางนอ ยเทาใด )
- โจทยกําหนดอะไร (ชางปูนตัดเสนทองเหลืองเพอ่ื ทําเสน แบงแนวลายหินขดั
ซงึ่ เสนแบงแนวแตละเสนยาว 25 เซนติเมตร)
- รูปเรขาคณติ รูปในสุดและรปู นอกเปนรูปอะไร (รูปหกเหลี่ยมดา นเทาและรูป
สิบสองเหล่ียมดานเทา )
- รูปหกเหลี่ยมดา นเทามลี กั ษณะอยางไร
(รูปหกเหลี่ยมดา นเทา เปนรูปปดที่มดี านหกดานยาวเทากัน)
- รูปสบิ สองเหลย่ี มดานเทามลี กั ษณะอยางไร
(รูปสบิ สองเหล่ียมดา นเทา เปนรูปปด ทม่ี ีดานสบิ สองดานยาวเทา กัน)
- เสนแบงแนวท่เี ชอื่ มระหวา งรูปในสุดและรปู นอกมีก่ีเสน (12 เสน)
- ความยาวของเสน ทองเหลอื งหาไดอ ยางไร
(นาํ ความยาวรอบรปู ของรูปหกเหลย่ี มบวกดว ยความยาวรอบรูปของรปู สิบ
สองเหล่ยี มบวกดว ยจํานวนเสน แบงแนวทีเ่ ชื่อมระหวา งรปู ในสดุ กับรูปนอก แลว
คณู กบั ความยาวของดา น)
ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เขยี นแสดงวิธคี ิดและวธิ ีทาํ บนกระดาน ดงั น้ี
วธิ ีทํา ชา งปูนตดั เสน ทองเหลอื งเพือ่ ทําเสน แบงแนวลายหินขัด
ลายหินขดั รปู ในสุดเปนรปู หกเหลย่ี มดา นเทา มเี สน แบงแนว 6 เสน
ลายหินขดั รปู นอกเปนรปู สิบสองเหลยี่ มดา นเทา มเี สนแบง แนว 12 เสน
ระหวา งรปู ในสุดและรปู นอก มเี สน แบงแนว 12 เสน
จะได ลายหินขดั รูปน้ี มเี สนแบง แนว ทงั้ หมด 6 + 12 + 12 = 30 เสน
เสน แบงแนวแตล ะเสน ยาว 25 เซนตเิ มตร
ความยาวทัง้ หมดของเสน แบงแนว = จาํ นวนเสน แบงแนว × เสน แบงแนวแตล ะ
เสน ยาว
= 30 × 25 เซนติเมตร
= 750 เซนติเมตร
ดังน้ัน ชา งปนู ตองเตรยี มเสนทองเหลืองยาวอยางนอ ย 750 เซนติเมตร
ตอบ ๗๕๐ เซนติเมตร
- นักเรียนตรวจสอบคําตอบไดอ ยา งไร
ชา งปนู ตอ งเตรียมเสน ทองเหลืองยาวอยางนอย 750 เซนตเิ มตร
ซ่งึ ความยาวของเสนทองเหลอื ง และมที ้ังหมด 30 เสน หาไดจาก 750 ÷ 30 = 25 เซนตเิ มตร
พบวาสอดคลอ งกบั โจทย ดังนั้น 750 เซนติเมตร เปนคาํ ตอบทถ่ี กู ตอง
3. ครูใหนกั เรียนหยบิ แถบโจทยป ญหาเกย่ี วกบั การหาความยาวรอบรูปของรูปหลาย
เหลย่ี ม คนละ 1 ขอ เพ่ือใหนกั เรียนฝก การแกโจทยป ญหา ดงั น้ี
1) นวิ ตอ งการทําเหลก็ ดัดติดหนาตา งโดยใหมลี วดลายเปน ชองรูปสี่เหล่ียมมมุ ฉาก
ท่ีมีความยาวของดานยาว 30 เซนตเิ มตร และความยาวของดา นกวาง 5 เซนตเิ มตร
ตอกัน จํานวน 96 ชอง นิวตองเตรยี มเหลก็ เสน ยาวอยางนอยกีเ่ ซนตเิ มตร
2) ทดี่ นิ แปลงหนึ่งเปน รปู สี่เหลย่ี มผนื ผา มีความยาวของดา นยาว 3.5 เมตร และความยาว
ของดานกวา ง 2.5 เมตร ซึ่งขอบดานนอกของทางเดินขนานกับขอบดานในมรี ะยะหา งกนั
1 เมตร ถา นาํ รั้วสําเร็จมาลอ มรอบทางเดินขอบดา นนอกของที่ดินแปลงนจ้ี ะตอ งใชรว้ั
สําเรจ็ ยาวก่ีเมตร
3) ลานนํา้ พุรปู หกเหล่ียมดานเทา ผวู าจางตอ งการใหบรษิ ัทรบั เหมาปลกู ตน ไมรอบลาน
นํา้ พุโดยเวน การจัด 1 ดาน เพอ่ื เวนทางเขา -ออก ซึง่ ทางบริษทั วัดความยาวที่จะปลูกตนไม
ไดระยะทาง 1,250 เมตร ลานนา้ํ พรุ ูปหกเหล่ยี มมคี วามยาวรอบรปู เปน เทา ใด
เม่ือนักเรียนหาคาํ ตอบไดแลว โดยครูตรวจสอบความถกู ตอง ถา กลุมใดหาคาํ ตอบไดไม
ถูกตอ งหรือทําไมได ครอู าจใชการถาม - ตอบเพ่ือใหนักเรยี นรว มกันอภปิ รายการหาคําตอบ และ
รวมกนั เฉลยความถูกตอ ง
1) นวิ ตองการทําเหล็กดัดติดหนาตา งโดยใหมลี วดลายเปนชองรูปสี่เหล่ียมมมุ ฉาก
ท่ีมคี วามยาวของดา นยาว 30 เซนติเมตร และความยาวของดานกวาง 5 เซนตเิ มตร
ตอกัน จํานวน 96 ชอ ง นวิ ตอ งเตรยี มเหล็กเสนยาวอยางนอ ยกี่เซนติเมตร
วิธที าํ นวิ ตอ งการทําเหล็กดดั ติดหนา ตางโดยใหมีลวดลายเปน ชองรูปสีเ่ หลีย่ มมุมฉาก
ท่ีมคี วามยาว 30 เซนติเมตร และความกวา ง 5 เซนติเมตร
เหลก็ ท่ใี ชทาํ ดานกวาง (แนวนอนของลวดลายเหลก็ ดดั
1 ชอ ง มคี วามยาวของดานกวาง 5 เซนติเมตร
2 ชอ ง มีความยาวของดานกวาง 2 × 5 = 10 เซนตเิ มตร
3 ชอ ง มีความยาวของดานกวา ง 3 × 5 = 15 เซนตเิ มตร
.
96 ชอง มีความยาวของดานกวาง 96 × 5 = 480 เซนติเมตร
จะไดวา การทําลวดลายของเหล็กดัด ดา นกวา งจะตองใชเหล็ก 480 เซนติเมตร
ความกวา งของลวดลายเหลก็ ดดั มี 2 ดา น จะตอ งใชเ หลก็ ทงั้ หมด 2×480=960 เซนติเมตร
เหล็กท่ใี ชทาํ ดา นยาว (แนวตง้ั ) ของลวดลายเหลก็ ดัด
ตอ งการทาํ ลวดลายเหล็กดัดทั้งหมด 96 ชอ ง จะตองใชเหล็ก 97 เสน
ดา นยาวของลวดลายเหล็กดัด จะตอ งใชเหล็กทั้งหมด 97 × 30 = 2,910 เซนตเิ มตร
นิวตอ งเตรยี มเหล็กอยา งนอย 960 + 2,910 = 3,870 เซนติเมตร
ดงั น้นั นวิ ตองเตรียมเหล็กเสน อยางนอ ย 3,870 เซนติเมตร
ตอบ ๓,๘๗๐ เซนติเมตร
-นักเรยี นตรวจสอบคําตอบไดอยา งไร
นวิ ตอ งเตรียมเหล็กเสน อยางนอ ย 3,870 เซนตเิ มตร โดยตองการทาํ ลวดลายของเหลก็ ดดั
96 ชอง ซึง่ ลวดลายเปน รูปสีเ่ หลี่ยมมมุ ฉากทม่ี ีความกวาง 5 เซนตเิ มตร
จะได ใชเหล็กทาํ ดา นกวาง (แนวนอน) ของลวดลาย 96 × 5 = 480 เซนตเิ มตร
เนื่องจาก ดานกวา งของลวดลายมี 2 ดาน ใชเ หลก็ ทั้งหมด 2 × 480 = 960 เซนตเิ มตร
จะเหลอื เหล็กท่ีใชทําดานยาวของลวดลาย 3,870 – 960 = 2,910 เซนติเมตร
ถา นิวตอ งการทําลวดลายของเหล็กดดั 96 ชอง จะตอ งตัดเหลก็ ดา นยาว (แนวตัง้ ) 97 เสน
ดงั นน้ั ดานยาวของลวดลายเหล็กดัดยาว 2,910 ÷ 97 = 30 เซนตเิ มตร
พบวา สอดคลอ งกับโจทย ดังน้นั 3,870 เซนตเิ มตร เปน คําตอบทีถ่ ูกตอง
2) ทด่ี นิ แปลงหนง่ึ เปน รปู สี่เหล่ียมผนื ผา มคี วามยาวของดา นยาว 3.5 เมตร และความยาว
ของดานกวาง 2.5 เมตร ซ่ึงขอบดานนอกของทางเดินขนานกบั ขอบดานในมรี ะยะหา งกนั
1 เมตร ถานํารัว้ สําเร็จมาลอ มรอบทางเดินขอบดา นนอกของทีด่ นิ แปลงนจ้ี ะตอ งใชร ั้วสําเรจ็
ยาวกี่เมตร
วธิ ีทํา ทด่ี ินแปลงหนง่ึ เปน รูปสีเ่ หล่ียมผืนผา มีความยาวของดา นยาว 3.5 เมตร
ความยาวของดานกวา ง 2.5 เมตร
1 เมตร
ซ่งึ ขอบดา นนอกของทางเดินขนานกบั ขอบดานในมีระยะหา งกนั
สามารถวาดรูปได ดงั น้ี
1 เมตร
1 เมตร
2.5 เมตร
3.5 เมตร
1 เมตร
นนั่ คอื ทางเดนิ ขอบดานนอกมี ความกวาง 2.5 + 1 + 1 = 4.5 เมตร
ความยาว 3.5 + 1 + 1 = 5.5 เมตร
หาความยาวรอบรปู ของทางเดินขอบดานนอก = (2× ความยาวของทางเดนิ ขอบดา นนอก)
+ (2 × ความกวางของทางเดินขอบดา นนอก)
= (2 × 5.5) + (2 × 4.5) เมตร
= 11 + 9 เมตร
= 20 เมตร
ดงั น้นั ทด่ี นิ แปลงนี้จะตองใชรว้ั สาํ เรจ็ ยาว 20 เมตร
ตอบ ๒๐ เมตร
- นกั เรียนตรวจสอบคําตอบไดอ ยา งไร
ที่ดินแปลงน้ีใชรว้ั สําเรจ็ 20 เมตร ลอมรอบทางเดนิ ขอบดา นนอก
ซ่ึงมคี วามกวางของทางเดินขอบดา นนอก 4.5 เมตร จะได
ความยาวของทางเดินขอบดานนอก 2 ดาน 20 – (2 × 4.5) = 11 เมตร
ความยาวของทางเดนิ ขอบดา นนอก 1 ดา น 11 ÷ 2 = 5.5 เมตร
ซึง่ ขอบดา นนอกของทางเดนิ ขนานกับขอบดา นในมรี ะยะหา งกัน 1 เมตร
ดังนั้น ที่ดนิ แปลงน้ีมคี วามยาวของดานยาว 5.5 – 1 – 1 = 3.5 เมตร
พบวา สอดคลอ งกบั โจทย ดงั นนั้ 20 เมตร เปน คําตอบทถี่ ูกตอ ง
3) ลานนํ้าพุรปู หกเหลี่ยมดา นเทา ผวู าจางตองการใหบรษิ ทั รบั เหมาปลูกตน ไมรอบลานน้ําพุ
โดยเวนการจดั 1 ดาน เพ่ือเวน ทางเขา-ออก ซง่ึ ทางบรษิ ทั วัดความยาวทจี่ ะปลูกตนไม
ไดระยะทาง 1,250 เมตร ลานน้าํ พรุ ูปหกเหล่ยี มมคี วามยาวรอบรปู เปนเทาใด
วิธที ํา ลานน้ําพรุรปู หกเหลม่ี ดา นเทาผูวาจางตอ งการใหบรษิ ทั รับเหมาปลูกตน ไมรอบลานน้ําพุ
โดยเวนการจดั 1 ดา น เพื่อเวน ทางเขา-ออก
จะได บรษิ ทั รบั เหมาจะปลูกตน ไมร อบลานนาํ้ พุ 6 – 1 = 5 ดาน
เนอื่ งจาก บริษทั วัดความยาวท่ีจะปลูกตน ไมไดร ะยะทาง 1,250 เมตร
ลานนํ้าพมุ คี วามยาวดานละ = 1,250 ÷ 5 เมตร
= 250 เมตร
ความยาวรอบรูปของลานน้ําพุ = 6 × ความยาวของดา น
= 6 × 250 เมตร
= 1,500 เมตร
ดงั น้ัน ลานนํ้าพุรูปหกเหลี่ยมมีความยาวรอบรูป 1,500 เมตร
ตอบ ๑,๕๐๐ เมตร
- นักเรียนตรวจสอบคําตอบไดอ ยางไร
ลานนา้ํ พรุ ูปหกเหล่ียมมีความยาวรอบรูป 1,500 เมตร
ลานนา้ํ พุรูปหกเหลีย่ มมีความยาวดา นละ 1,500 ÷ 6 = 250 เมตร
โดยเวน การจดั 1 ดาน เพ่ือเวน ทางเขา-ออก จะไดว า บรษิ ัทรับเหมาจะปลูกตน ไม 5 ดาน
ดังนนั้ ระยะทางท่ีบริษัทรับเหมาจะตอ งปลูกตน ไม = 5 × 250 เมตร
= 1,250 เมตร
พบวา สอดคลอ งกับโจทย ดงั นั้น 1,500 เมตร เปน คําตอบท่ถี กู ตอ ง
5. ครูใหน กั เรียนทกุ คนทําแบบฝก ทกั ษะที่ 1-5
ขั้นสรปุ
6. ครูใชก ารถามตอบเพอื่ ใหน กั เรยี นรวมกนั สรปุ เกยี่ วกับวิธีการแกโ จทยปญหาความยาวรอบรูป
ของรปู หลายเหลีย่ ม โดยครถู ามวา
- การหาความยาวรอบรูปของรปู หลายเหล่ยี ม หาไดอ ยางไร
(นําความยาวของดา นทกุ ดา นของรปู หลายเหล่ียมมารวมกนั )
- การแกโจทยป ญ หาทําไดอยา งไร
(การแกโ จทยป ญ หาเรมิ่ จาก การอา นทาํ ความเขาใจโจทยปญหา วางแผนแกป ญหา
ดาํ เนินการหาคาํ ตอบ และตรวจสอบคําตอบ)
สื่อการเรยี นรู / แหลง เรียนรู เคร่ืองมอื เกณฑการผาน
แบบฝกทักษะท่ี 1-5 แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรยี นไดคะแนนรวมทักษะ
แถบโจทยป ญหา แบบฝกทักษะ และกระบวนการทาง
คณติ ศาสตรไมน อยกวา รอ ย
การวดั และการประเมนิ ผล ละ 60
วธิ ีการ
สังเกตพฤตกิ รรม
ตรวจแบบฝก ทักษะ
กจิ กรรมเสนอแนะ
-
บนั ทกึ หลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนสอน
(ลงชอื่ )___________________________
( นางนติ ยา แสนชัย )
ขอ เสนอแนะของผูบริหาร
(ลงชอื่ )__________________________
( นายนเรศ พรหมวงศ )
ผอู ํานวยการโรงเรยี นบา นเชยี งเพ็ง
แผนการจัดการเรยี นรู ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 6
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร เวลา 4 ชั่วโมง
หนว ยท่ี 6 ชอื่ หนว ย รปู หลายเหล่ยี ม จาํ นวน 1 ชัว่ โมง
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 2 เรื่อง โจทยปญหา
มาตรฐานการเรยี นรู / ตวั ชี้วดั
สาระที่ 2 การวัดและเลขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขา ใจพื้นฐานเกี่ยวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่
ตองการวัดและนําไปใช
ตวั ชีว้ ดั ค 6.1 ป 6/1 แสดงวิธีหาคําตอบของโจทยปญหาเกย่ี วกับปรมิ าตร
ของรปู เรขาคณติ สามมิติที่ประกอบดว ย ทรงสี่เหลย่ี มมมุ ฉาก
ตัวชว้ี ัด ค 6.1 ป 6/2 แสดงวธิ หี าคาํ ตอบของโจทยปญหาเกีย่ วกับ ความ
ยาวรอบรูปและพน้ื ทีข่ องรูปหลายเหลยี่ ม
สาระสาํ คัญ
การแกโ จทยป ญหาเร่ิมจากการทาํ ความเขาใจโจทยปญ หา วางแผนแกปญ หา ดําเนนิ การ
ตามแผน หาคําตอบ และตรวจสอบคําตอบ
จดุ ประสงคการเรียนรู
ดานความรู
เพอ่ื ใหน ักเรียนสามารถแสดงวิธกี ารหาคําตอบของโจทยป ญ หาเก่ยี วกบั พ้ืนทข่ี อง
รูปหลายเหลี่ยม
ดานทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
เพือ่ ใหนกั เรยี น
1. แกป ญหา
2. ใหเ หตผุ ล
3. สอื่ สาร ส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร
สาระการเรียนรู แสดงวธิ ีหาคาํ ตอบของโจทยปญหาเกี่ยวกบั พนื้ ท่ขี องรูปสี่เหล่ียม
สมรรถนะของผเู รียน
1. ความสามารถดานการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค
1.ซื่อสัตยสจุ รติ
2. มีวนิ ัย
3. ใฝเรียนรู
4. มุงม่นั ในการทํางาน
กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนาํ
1. ครตู ิดรูปสีเ่ หลี่ยมคางหมู รปู สเี่ หลี่ยมรปู วา ว จะหาพน้ื ทไี่ ดอ ยา งไร ซึ่งนกั เรยี นอาจบอก
สตู รใชก ารถาม-ตอบเกี่ยวกบั ท่มี าของสตู ร ดงั นี้
- สูตรการหาพ้ืนที่รปู ส่ีเหลี่ยมคางหมู หาไดอ ยางไร
(พนื้ ท่ขี องรปู ส่เี หลีย่ มคางหมู = × ความสูง × ผลบวกของความยาวของดานคูขนาน)
- ทราบหรือไมวาสูตรนไ้ี ดม าอยา งไร
(ลากเสน ทแยงมุม 1 เสน เพื่อแบงรปู สเี่ หลี่ยมคางหมูเปน รปู สามเหล่ียมสองรปู ความสงู
ของรปู สามเหลี่ยมแตล ะรปู จะเทากบั ระยะหา งระหวางดา นคขู นาน ความยาวของดา นคขู นาน
แตละดานจะเปน ความยาวฐานของรูปสามเหลยี่ มแตล ะรปู หาพน้ื ที่ของรูปสามเหลย่ี ม
ท้ังสองรูปมารวมกนั จะไดพนื้ ท่ขี องรปู ส่ีเหล่ยี มคางหม)ู ในกรณีท่ีนักเรยี นไมเ ขาใจท่ีมาของ
สูตรรปู สีเ่ หลี่ยมคางหมู ครูอาจสาธิตการแบงรูปสี่เหล่ียมคางหมใู หเปนรปู สามเหล่ียมสองรูป
แสดงทีม่ าของสูตรใหนักเรียนดูอีกคร้ังหนงึ่ ครูตดิ รปู สเี่ หลีย่ มรูปวาวแลว ทบทวนทม่ี าของ
1. สูตรการหาพ้ืนที่ของรปู ส่ีเหลย่ี มรปู วาว ดังนี้
- สตู รการหาพ้นื ท่ขี องรูปส่ีเหลี่ยมรปู วาว คอื อะไร
(พน้ื ทข่ี องรปู ส่ีเหลี่ยมรปู วาว = × ผลคณู ของความยาวของเสน ทแยงมมุ )
- ทราบหรอื ไมวาสูตรน้ไี ดมาอยางไร
(ลากเสน ทเยงมุม 2 เสน ใหตดั กนั โดยเสนทแยงมมุ เสน หนึ่งไปแบงคร่งึ และตั้งฉากกบั เสน
ทแยงมมุ อกี เสน หนง่ึ กําหนดใหเสนทแยงมุมเสนทไ่ี ปแบงครึง่ เสนทแยงมมุ อกี เสน หน่ึงเปน
ฐานของรูปสามเหล่ียม ความสงู ของรปู สามเหล่ียมแตล ะรปู จะเทา กบั ครงึ่ หนึ่งของความยาว
ของเสน ทแยงมมุ ทถี่ ูกแบง ครงึ่ จากนน้ั หาพ้นื ทขี่ องรูปสามเหล่ียมแตล ะรปู แลว นํามารวมกัน
จะไดสูตรพ้นื ทขี่ องรปู สเ่ี หลีย่ มรปู วาว)
ในกรณีทน่ี กั เรยี นไมเ ขาใจท่ีมาของสตู รรปู สี่เหล่ยี มรูปวา ว ครอู าจสาธติ การแบงรปู สเ่ี หล่ียม
รูปวาวใหเ ปนรูปสามเหลี่ยมสองรูป แสดงท่ีมาของสูตรใหนกั เรยี นดูอีกครงั้ หน่งึ
- พน้ื ทีข่ องรปู ส่เี หล่ยี มทห่ี าไดจาก × ผลคณู ของความยาวของเสนทแยงมุม สามารถ
นาํ ไปใชห าพ้นื ที่ของรปู สี่เหลีย่ มชนิดใดไดอีกบา ง นกั เรียนทราบไดอยา งไร (นําไปหาพ้นื ท่ขี อง
รูปสเ่ี หลี่ยมจตั รุ ัสและรปู สี่เหลี่ยมขนมเปยกปนู ที่ทราบความยาวของเสนทแยงมมุ เนอื่ งจาก
รูปส่ีเหลี่ยมท้งั สองชนดิ นี้มีเสนทแยงมุมตัดเปน มุมฉากและแบงคร่งึ ซึ่งกันและกนั จงึ สามารถหา
พ้ืนทไี่ ดโ ดยแบง รูปสี่เหลีย่ มออกเปนรปู สามเหลี่ยมสองรูป หาพืน้ ท่ีของรูปสามเหล่ียมทงั้ สองรปู
นาํ มารวมกันในลักษณะเดียวกันกับการหาพ้นื ที่ของรูปสี่เหลี่ยมรูปวา ว)
ขั้นสอน
2. ครตู ดิ แถบโจทยปญหาเก่ยี วกับการหาพื้นท่ีของรูปหลายเหลย่ี ม ครแู ละนกั เรียนรว มกนั
อภปิ รายเพ่ือวิเคราะหโจทยปญ หา ดงั น้ี
1) ที่ดินแปลงหนึง่ เปนรูปสเี่ หลี่ยมคางหมู มีดานที่ขนานกันยาว 30 วา และ 40 วา
โดยดา นทขี่ นานกนั มรี ะยะหาง 20 วา ท่ีดนิ แปลงนี้มีพน้ื ท่ีเทา ใด
ครูถามนกั เรียน ดงั นี้
- โจทยถามอะไร (ท่ีดนิ แปลงน้ีมพี ืน้ ท่เี ทา ใด)
- โจทยกาํ หนดอะไร
(ที่ดินแปลงหนงึ่ เปน รูปสี่เหลยี่ มคางหมู มีดานที่ขนานกนั ยาว 30 วา และ 40 วา
โดยดา นที่ขนานกนั มีระยะหาง 20 วา)
- หาพ้ืนทขี่ องทด่ี นิ แปลงน้ีไดอยา งไร
(ใชสูตรการหาพน้ื ท่ีของรปู สีเ่ หล่ยี มคางหมู ไดด งั นี้
พ้ืนทข่ี องรปู ส่ีเหล่ียมคางหมู = 12× ความสูง × ผลบวกของความยาวของดา นคูขนาน)
- ความสูงของรูปสี่เหล่ียมคางหมูเปน เทาใด ทราบไดอยางไร
(20 วา เพราะดานคขู นานมีระยะหา งกนั 20 วา)
ครูใชก ารถามตอบประกอบการเขยี นแสดงวธิ ีทาํ ดงั นี้
วิธที ํา ที่ดินแปลงหนง่ึ เปน รปู สเี่ หล่ียมคางหมู มีดานทข่ี นานกนั ยาว 30 วา และ 40 วา
โดยดานท่ีขนานกนั มีระยะหาง 20 วา
พทดี่้ืนนิทแ่ีขปอลงรงูปนสี้ม่ีเพี หน้ื ลทย่ี ่ีมคาง=ห21มxู =2012×x
ความสงู × ผลบวกของความยาวของดานคขู นาน
(30 + 40) ตารางวา
= 700 ตารางวา
ดังนน้ั ที่ดนิ แปลงนีม้ ีพน้ื ที่ 700 ตารางวา
ตอบ ๗๐๐ ตารางวา
นกั เรียนตรวจสอบคําตอบไดอ ยางไร
(ที่ดนิ แปลงนีม้ ีพืน้ ท่ี 700 ตารางวา เน่ืองจาก ทด่ี ินเปนรปู สเี่ หลี่ยมคางหมู
มีดา นที่ขนานกนั ยาว 30 วา และ 40 วา จากสูตร
พน้ื ท่ขี องรปู สี่เหล่ยี มคางหมู = 12× ความสงู × ผลบวกของความยาวของดานคขู นาน
ใหรูปส่ีเหลย่ี มคางหมูสูง วา จะได
==1221××
700 x (30 + 40)
700 x 70
1400 = × 70
หรือ × 70 = 1400
ใชความสมั พนั ธข องการคูณและการหาร หาความสูง
จะได
= 1400 ÷ 70
= 20
จะไดความสูง 20 วา สอดคลอ งกับโจทย
ดงั น้ัน 700 ตารางวา เปนคาํ ตอบทถี่ กู ตอ ง)
2) สนัน่ มไี มท ําโครงวา ว 2 อนั ยาว 80 เซนตเิ มตร และ ยาว 100 เซนติเมตร ตอ งการตดิ
กระดาษทาํ วาวใหเ ปนรปู สี่เหลีย่ มรูปวาว สนั่นจะใชกระดาษทําวา วอยา งนอยก่ี
ตารางเซนติเมตร
ครถู ามนักเรยี น ดงั น้ี
- โจทยถามอะไร (สนนั่ จะตอ งใชกระดาษทําวาวอยา งนอ ยกต่ี ารางเซนติเมตร)
- โจทยก ําหนดอะไร (สนั่นมีไมท าํ โครงวาว 2 อนั ยาว 80 เซนตเิ มตร และ ยาว 100
เซนตเิ มตร
ตองการติดกระดาษทําวาวใหเปนรูปสเี่ หล่ียมรปู วาว)
- รปู สเี่ หลย่ี มรปู วาวนมี้ ีเสนทแยงมุมยาวเทาใด (ยาว 80 เซนติเมตร และ ยาว 100
เซนตเิ มตร)
ครใู หน กั เรียนแตล ะคนวาดรปู สเ่ี หลยี่ มรูปวาวใหมเี สนทแยงมุมยาว 80 เซนติเมตร และ
100 เซนติเมตร
ตัวอยางรูปคราว ๆ
- หาพ้ืนทข่ี องกระดาษท่ใี ชทาํ วาวไดอยา งไร
(ใชส ตู รการหาพน้ื ทขี่ องรูปสีเ่ หลยี่ มรูปวา ว ไดด ังน้ี
พ้ืนท่ขี องรปู ส่ีเหลี่ยมรูปวาว = × ผลคูณของความยาวของเสนทแยงมมุ )
ครใู ชก ารถามตอบประกอบการเขียนแสดงวธิ ีทาํ ดงั น้ี
วิธีทาํ สนั่นมีไมท าํ โครงวาว 2 อัน ยาว 80 เซนติเมตร และ ยาว 100 เซนติเมตร
ตอ งการติดกระดาษทําวาวใหเ ปนรูปส่ีเหล่ียมรูปวาว
หมายความวา รูปสีเ่ หลี่ยมรูปวา วมีเสน ทแยงมมุ ยาว 80 และ ยาว 100 เซนตเิ มตร
= 12×
จากสตู ร พื้นที่ของรปู สเ่ี หล่ยี มรปู วาว 80 × ผลคณู ของความยาวของเสนทแยงมมุ
กระดาษท่ีใชท ําวาวมพี น้ื ท่ี = 12× 100 ตารางเซนติเมตร
= 4,000 ตารางเซนตเิ มตร
ดงั นน้ั สน่ันตอ งใชก ระดาษทําวา วตวั นอ้ี ยางนอ ย 4,000 ตารางเซนติเมตร
ตอบ ๔,๐๐๐ ตารางเซนตเิ มตร
- นกั เรยี นตรวจสอบคําตอบไดอยา งไร
(พ้ืนทรี่ ูปสเี่ หล่ียมรูปวาวเทากับ 4,000 ตารางเซนติเมตร
เสน ทแยงมุมเสนหนึง่ ยาว 100 เซนตเิ มตร หาความยาวของเสน ทแยงมุมอีกเสน หนงึ่
ใหเสนทแยงมมุ อีกเสน หน่ึงยาว เซนตเิ มตร จะได
4,000 = = 21× 100 ×
4,000 = 50 ×
หรือ
50 × = 4,000
ใชความสัมพนั ธข องการคูณและการหาร
จะได
= 4,000 ÷ 50
= 80
จะได เสนทแยงมุมอกี เสนหน่งึ ยาว 80 เซนตเิ มตร สอดคลอ งกับโจทย
ดังนั้น 4,000 ตารางเซนตเิ มตร เปน คาํ ตอบท่ีถกู ตอ ง)
3. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลมุ ครูติดโจทยป ญหาเกย่ี วกับการหาพน้ื ทขี่ องรูปหลายเหลย่ี มให
นักเรียนแตละกลุมชว ยกันแสดงวธิ หี าคาํ ตอบ
ผนังบานดานหนึ่งเปนรปู ส่ีเหลยี่ มมุมฉากท่มี ีความกวาง 8.4 เมตร ความยาว 12.8 เมตร
ผนงั ดา นนี้มีหนาตา ง 1 บาน เปน รูปสีเ่ หล่ียมคางหมูท่มี ีดา นคูขนานยาว 1.2 เมตร และ
0.7 เมตร หนา ตางบานน้ีมีความสูง 1.4 เมตร ชางคิดคาทาสีผนังตารางเมตรละ 850 บาท
และคดิ คา ตดิ กระจกหนา ตา งตารางเมตรละ 1,600 บาท เจาของบานจะตอ งจายคา ทาสีและ
คา ตดิ กระจกบา นทง้ั หมดกี่บาท
ในระหวางทน่ี กั เรียนแตล ะกลมุ ชว ยกันแสดงวธิ หี าคาํ ตอบ ถากลมุ ใดทําไมไ ดห รือไดคาํ ตอบ
ไมถกู ตอ ง ครใู หคําแนะนาํ เพิ่มเตมิ เมอ่ื นกั เรยี นแตล ะกลุม ทําเสร็จแลวใหนาํ มาติดบนกระดาน
ครูตรวจสอบความถูกตอ งอกี ครั้งหนง่ึ และอภปิ รายถงึ วิธีหาคาํ ตอบรวมกนั
ผนงั บานดา นหน่งึ เปนรปู ส่ีเหลย่ี มมุมฉากท่ีมคี วามกวาง 8.4 เมตร ความยาว 12.8 เมตร
ผนงั ดานนี้มหี นา ตาง 1 บาน เปนรูปสเ่ี หล่ียมคางหมูทมี่ ดี า นคขู นานยาว 1.2 เมตร และ
0.7 เมตร หนาตางบานนม้ี ีความสูง 1.4 เมตร ชางคดิ คาทาสีผนงั ตารางเมตรละ 850 บาท
และคดิ คา ติดกระจกหนา ตา งตารางเมตรละ 1,600 บาท เจาของบานจะตองจายคา ทาสีและ
คา ติดกระจกบานทง้ั หมดก่บี าท
ครูถามนักเรียน ดงั น้ี
- โจทยถ ามอะไร (เจาของบานจะตองจายคา ทาสีและคา ติดกระจกบา นทัง้ หมดกบ่ี าท)
- โจทยก าํ หนดอะไร (ผนงั บา นดา นหนงึ่ เปนรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากท่ีมคี วามกวาง 8.4 เมตร
ความยาว 12.8 เมตร ผนงั ดานน้ีมีหนา ตา ง 1 บาน เปน รูปสี่เหล่ียมคางหมูทม่ี ดี านคูขนาน
ยาว 1.2 เมตร และ 0.7 เมตร หนา ตา งบานนีม้ ีความสูง 1.4 เมตร ชา งคดิ คา ทาสผี นัง
ตารางเมตรละ 850 บาท และคิดคา ตดิ กระจกหนา ตา งตารางเมตรละ 1,600 บาท)
- คา ทาสีผนงั หาไดอยางไร (หาพน้ื ทผ่ี นังทเี่ ปน รูปสเ่ี หล่ียมมุมฉากลบดวยพ้ืนท่หี นา ตางรูป
ส่เี หลี่ยมคางหมู แลวคูณดวย 850 บาท)
- คาติดกระจกหนา ตา งหาไดอ ยา งไร(หาพน้ื ท่ีหนา ตา งรูปส่เี หลี่ยมคางหมูคูณดวย
1,600 บาท)
- รปู สี่เหล่ียมมุมฉากกวาง 8.4 เมตร และยาว 12.8 เมตรมีพื้นท่ีเทาใด
(8.4 × 12.8 = 107.52 ตารางเมตร)
- รูปสเี่ หล่ยี มคางหมูมีดา นคูขนานยาว 1.2 เมตร และ 0.7 เมตร และมีความสูง 1.4 เมตร
มีพน้ื ที่เทาใด (21 × 1.4 × (1.2 + 0.7) = 1.33 ตารางเมตร)
- พน้ื ทีส่ ว นที่ทาสีเทากับเทาใด (107.52 – 1.33 = 106.19 ตารางเมตร)
- คา ทาสีคดิ เปน เงินกบ่ี าท (106.19 × 850 = 90,261.50 บาท)
- คา ตดิ กระจกคิดเปน เงนิ ก่ีบาท (1.33 × 1,600 = 2,128 บาท)
ครูและนักเรียนรวมกันแสดงวิธกี ารหาคําตอบบนกระดาน ดงั น้ี
วิธีทํา ผนงั บา นดานหน่ึงเปน รปู ส่ีเหล่ียมมุมฉากท่ีมีความกวาง 8.4 เมตร
ความยาว 12.8 เมตร
ผนงั บานรปู ส่เี หลย่ี มมมุ ฉากมีพนื้ ที่ 8.4 × 12.8 = 107.52 ตารางเมตร
หนาตางรูปส่ีเหล่ียมคางหมูมีดา นคูข นานดา นหนึง่ ยาว 1.2 เมตร
มีดานคูขนานอกี ดา นหน่งึ ยาว 0.7 เมตร
หนา ตา งบานน้มี ีความสงู 1.4 เมตร
หนาตา งบานนมี้ ีพืน้ ท่ี21 × 1.4 × (1.2 + 0.7) = 1.33 ตารางเมตร
พน้ื ทผ่ี นงั สวนทจ่ี ะทาสี 107.52 – 1.33 = 106.19 ตารางเมตร
ชา งคดิ คา ทาสผี นงั ตารางเมตรละ 850 บาท
คา ทาสีคิดเปน เงิน 106.19 × 850 = 90,261.50 บาท
ชา งคิดคาติดกระจกหนาตา งตารางเมตรละ 1,600 บาท
คาตดิ กระจกคดิ เปนเงิน 1.33 × 1,600 = 2,128 บาท
เจา ของบา นจะตอ งจา ยเงิน 90,261.50 + 2,128 = 92,389.50 บาท
ตอบ ๙๒,๓๘๙.๕๐ บาท
ครูใหน ักเรียนรว มกนั ตรวจสอบคาํ ตอบดว ยเครื่องคิดเลข
4. ครูใหน ักเรียนทําแบบฝกทักษะที่ 1-2
ข้นั สรุป
5. ครใู ชก ารถามตอบเพือ่ ใหนกั เรยี นรวมกนั สรุปเก่ียวกบั วธิ ีการหาคาํ ตอบของโจทยป ญหาเก่ยี วกบั
พื้นทข่ี องรปู หลายเหล่ียม โดยครถู ามวา หาคาํ ตอบของโจทยปญหาทําไดอ ยางไร
1) อานทําความเขา ใจโจทย
- โจทยถามอะไร
- โจทยกาํ หนดอะไร
2) วางแผนแกป ญ หา
3) ดาํ เนินการตามแผน แสดงวิธที ํา และหาคําตอบ
4) ตรวจสอบคาํ ตอบ
- ในกรณที โ่ี จทยปญ หามคี วามซบั ซอนนกั เรียนมวี ิธคี ิดหาคําตอบอยางไร (วเิ คราะหโ จทย
หาคาํ ตอบไปทลี ะข้นั ตอน เพอ่ื นําสกู ารหาคําตอบตามส่งิ ทโ่ี จทยถ าม)
บันทึกหลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนสอน
(ลงชื่อ)___________________________
( นางนิตยา แสนชยั )
ขอเสนอแนะของผูบริหาร
(ลงชอ่ื )__________________________
( นายนเรศ พรหมวงศ )
ผอู ํานวยการโรงเรียนบานเชียงเพง็
แผนการจดั การเรยี นรู ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 6
กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร เวลา 4 ชว่ั โมง
หนว ยที่ 7 ชอ่ื หนว ย รูปหลายเหล่ยี ม จาํ นวน 1 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 3 เรื่อง โจทยป ญ หา
มาตรฐานการเรยี นรู / ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 2 การวัดและเลขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขา ใจพ้ืนฐานเก่ยี วกับการวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่
ตองการวดั และนาํ ไปใช
ตัวช้วี ัด ค 6.1 ป 6/1 แสดงวิธีหาคําตอบของโจทยป ญหาเกี่ยวกับปรมิ าตร
ของรปู เรขาคณติ สามมติ ทิ ่ีประกอบดวย ทรงสีเ่ หลย่ี มมุมฉาก
ตวั ชี้วดั ค 6.1 ป 6/2 แสดงวธิ ีหาคาํ ตอบของโจทยปญหาเกี่ยวกับ ความ
ยาวรอบรูปและพื้นทขี่ องรูปหลายเหลยี่ ม
สาระสาํ คัญ
การแกโ จทยปญหาเรม่ิ จากการทาํ ความเขาใจโจทยปญหา วางแผนแกปญ หา
ดาํ เนินการตามแผนหาคําตอบ และตรวจสอบคาํ ตอบ
จุดประสงคก ารเรยี นรู
ดา นความรู
เพื่อใหนักเรียนสามารถแสดงวิธกี ารหาคําตอบของโจทยปญ หาเก่ียวกบั พน้ื ท่ขี อง
รูปหลายเหล่ียม
ดานทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
เพอ่ื ใหน กั เรียน
1. แกปญหา
2. ใหเหตุผล
3. สือ่ สาร สือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร
สาระการเรยี นรู แสดงวิธีหาคาํ ตอบของโจทยป ญ หาเกย่ี วกบั พ้ืนทขี่ องรูปหลายเหล่ยี มเหลีย่ ม
สมรรถนะของผเู รียน
1. ความสามารถดานการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค
1.ซื่อสัตยส จุ ริต
2. มีวนิ ัย
3. ใฝเรยี นรู
4. มงุ ม่ันในการทาํ งาน
กิจกรรมการเรียนรู
ขัน้ นาํ
1. ครแู จกรูปหลายเหลี่ยมใหนักเรยี นคนละ 1 รปู แลว ใหนกั เรียนแบงรูปหลายเหลยี่ มทไ่ี ด แลวให
นกั เรยี นบอกวิธกี ารหาพ้นื ทขี่ องรูปหลายเหล่ียมดงั นี้
การหาพ้นื ทร่ี ปู หลายเหล่ียมจะหาไดอ ยา งไร (การหาพน้ื ท่ีของรปู หลายเหลี่ยมหาไดจาก
การแบง รูปหลายเหลย่ี มเปนรปู สีเ่ หล่ียมและรปู สามเหลยี่ มแลวหาพืน้ ทข่ี องรูปสีเ่ หลี่ยมและรปู
สามเหล่ียม)แลว นาํ มารวมกัน
ในระหวางท่ีนักเรียนหาพื้นที่รปู หลายเหลีย่ ม ครูสงั เกตนกั เรียนจะพบวา นกั เรียนอาจแบง
รปู หลายเหลย่ี มเปนรูปสเ่ี หลย่ี มและรูปสามเหลี่ยม และหาพื้นที่ของรูปสีเ่ หลี่ยมและรูปสามเหลย่ี ม
แลว นาํ มารวมกนั หรือแบงรูปสามเหล่ยี มทง้ั หมดแลว หาพื้นทขี่ องรูปสามเหลย่ี มทกุ รปู แลว นาํ มา
รวมกนั
ขนั้ สอน
2. ครูตดิ โจทยปญหาเก่ียวกบั พืน้ ที่ของรูปหลายเหล่ยี ม ครูและนกั เรยี นรวมกนั อภิปรายเพือ่
วเิ คราะหโจทยปญหา ดงั นี้
1) ผนงั ตกึ เปน รูปหาเหล่ียมวัดความยาวได ดังรูป ตอ งการวาดภาพบนผนังตกึ โดย
ผวู าดคดิ คา จา งตารางเมตรละ 200 บาท ถา มเี งินจา ง 4,000 บาท จะวาดภาพได
ก่ตี ารางเมตรและเหลอื พืน้ ที่กี่ตารางเมตร
ครถู ามนกั เรยี น ดงั นี้
- โจทยถามอะไร (จะวาดภาพไดก ต่ี ารางเมตร และเหลือพนื้ ทกี่ ตี่ ารางเมตร)
- โจทยกําหนดอะไร
(ผนงั ตกึ เปนรูปหา เหลย่ี ม ตอ งการวาดภาพบนผนังตึกโดยผูว าดคดิ คาจา งตารางเมตรละ
200 บาท ถา มีเงินจาง 4,000 บาท)
- หาพื้นที่ภาพวาดบนผนงั ตกึ ไดอ ยา งไร (นําจํานวนเงนิ คาจาง หารดว ยราคาคาจางตอ
ตารางเมตร)
- จะวาดภาพไดก ่ตี ารางเมตร (4,000 ÷ 200 = 20 ตารางเมตร)
- หาพ้ืนท่ขี องผนังตึกไดอยางไร (แบง เปน รูปสี่เหลย่ี มคางหมู 2 รปู และหาพืน้ ทข่ี องรปู
สีเ่ หลย่ี มทัง้ สองรปู แลวนําพ้นื ทที่ งั้ สองรูปมารวมกนั )
- ผนงั ตกึ มพี ้นื ท่ีเทาไร
(ใชส ูตรการหาพืน้ ทขี่ องรูปส่เี หลยี่ มคางหมู 2 รูป ไดดงั น้ี
พ้ืนทีข่ องรปู ส่ีเหล่ยี มคางหมูรูปแรก มีดานทข่ี นานกันยาว 3.5 เมตร 5 เมตร มรี ะยะหาง
6 เมตร พื้นท่ขี องรูปส่ีเหล่ียมคางหมู = 12× ความสูง × ผลบวกของความยาวของดาน
คขู นาน
เนือ่ งจาก ดา นทีข่ นานกนั มีระยะหาง 6 เมตร แสดงวา มีความสูง 6 เมตร
1
ผนงั รูปสี่เหลีย่ มคางหมูรูปแรกมพี ้ืนที่ 2 × 6 x (3.5 + 5) = 25.5 ตารางเมตร
พืน้ ที่ของรูปสี่เหลีย่ มคางหมรู ปู ทีส่ องมีดา นทข่ี นานกันยา 4เมตร5เมตรมรี ะยะหา ง 2 เมตร
พ้ืนทขี่ องรปู สี่เหลย่ี มคางหมู = 12× ความสงู × ผลบวกของความยาวของดา นคขู นาน
เนอื่ งจาก ดา นทขี่ นานกนั มีระยะหา ง 2 เมตร แสดงวา มีความสูง 2 เมตร
1
ผนังรปู สีเ่ หลี่ยมคางหมูรปู ท่สี องมีพ้ืนที่ 2 × 2 × (4 + 5) = 9 ตารางเมตร
ดงั นนั้ ผนงั ตึกน้มี ีพน้ื ท่ี 25.5 + 9 = 34.5 ตารางเมตร)
- หาพื้นทีท่ ่ีเหลอื ไดอยางไร (นําพื้นทผี่ นงั ทั้งหมด ลบดว ยพื้นทที่ ี่วาดภาพ)
- เหลอื พน้ื ทีก่ ีต่ ารางเมตร
(ผนงั ตกึ นี้มีพืน้ ที่ 34.5 ตารางเมตร และวาดไปแลว 20 ตารางเมตร
เหลอื พ้นื ท่ีเทากบั 34.5 - 20 = 14.5 ตารางเมตร)
- นักเรียนตรวจสอบคําตอบไดอยา งไร
(ผนังตึกมีพน้ื ที่ 34.5 ตารางเมตร ผนงั ตกึ เปน รปู ส่ีเหลย่ี มคางหมู 2 รปู
รปู แรก มดี านที่ขนานกันยาว 3.5 เมตร 5 เมตร มคี วามสงู 6 เมตร
รปู ท่สี อง มีดานทีข่ นานกนั ยาว 4 เมตร 5 เมตร
จะได
พ้ืนทข่ี องผนงั ตกึ =พน้ื ที่ของรปู ส่ีเหล่ียมคางหมูรูปแรก+พืน้ ท่ีของรูปสเ่ี หล่ียมคางหมรู ปู สอง
ใหค วามสูงรูปท่ีสองเปน เมตร จะได
2(215×.56+×(128.×5)+
34.5 = (×× 9)
34.5 = × 9)
ใชความสัมพันธก ารบวกและการลบ จะได
21× × 9 = 34.5 – 25.5
=9
ใชค วามสัมพันธก ารคณู และการหาร จะได
= (9 ÷ ) ÷ 9
= 2 พบวาสอดคลอ งกับโจทย
นัน่ คอื ความสูงรูปทส่ี องเทากบั 2 เมตร
ดังนัน้ เหลอื พ้นื ที่เทากบั 14.5 ตารางเมตร เปน คําตอบท่ถี ูกตอง)
3. ครูแบงนกั เรียนออกเปนกลุม ครูแจกโจทยป ญหาการหาพื้นทีข่ องรปู หลายเหลยี่ ม อยางละ
1 ขอ ครูใหน ักเรยี นแตละกลมุ ทําในกระดาษ A4
1) โรงเรียนจา งผูรับเหมาปูพื้นยางสงั เคราะหส นามเดก็ เลน เปนรูปหกเหล่ยี มดา นเทามุม
เทาแนบในวงกลม มีความยาวดานละ 20 เมตร ระยะหา งระหวา งจุดศนู ยก ลางกับจุด
ก่ึงกลางของแตละดานยาว 17.32 เมตร ผูรับเหมาคิดคาปูพน้ื ยางสงั เคราะหต าราง
เมตรละ 400 บาทโรงเรยี นจะตองจายคาปูพืน้ ยางสังเคราะหก ี่บาท
2) ชาติชายขายท่ดี ิน 3 แปลงทีอ่ ยูติดกนั ดังรูป โดยขายในราคาตารางวาละ 7,000 บาท
ถาชาติชายขายท่ดี ินท้งั 3 แปลงน้ไี ด เขาจะไดเ งนิ กี่บาท
เมือ่ ทุกกลุมหาคําตอบไดแลว ใหต ัวแทนกลุมนาํ กระดาษโปสเตอรมาติดบนกระดาน โดย
ครตู รวจสอบความถูกตอง ถากลมุ หาคําตอบไดไ มถูกตอ งหรอื ทําไมไ ด ครอู าจใชก ารถาม – ตอบ
เพ่ือใหนกั เรียนรวมกันอภิปรายการหาคําตอบ และรว มกันเฉลยความถูกตอ ง
1) โรงเรยี นจางผูรบั เหมาปูพ้นื ยางสังเคราะหส นามเด็กเลนเปน รูปหกเหลีย่ มดานเทามมุ
เทา แนบในวงกลม มีความยาวดา นละ 20 เมตร ระยะหางระหวา งจุดศนู ยก ลางกับจุด
กึง่ กลางของแตละดา นยาว 17.32 เมตร ผูรบั เหมาคิดคา ปูพ้ืนยางสงั เคราะหต ารางเมตรละ
400 บาทโรงเรยี นจะตอ งจายคาปูพ้ืนยางสังเคราะหก ่ีบาท
- โจทยถามอะไร (โรงเรยี นจะตองจา ยคาปพู ้ืนยางสังเคราะหก่ีบาท)
- โจทยก ําหนดอะไร (สนามเด็กเลนเปน รูปหกเหล่ียมดานเทา มุมเทาแนบในวงกลม มีความ
ยาว
ดานละ 20 เมตร ระยะหา งระหวางจดุ ศูนยก ลางกับจดุ ก่งึ กลางของแตละดานยาว
17.32 เมตร ผรู บั เหมาคดิ คาปพู ืน้ ยางสังเคราะหต ารางเมตรละ 400 บาท)
ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั แสดงวธิ กี ารหาคําตอบบนกระดาน
วิธที าํ สนามเดก็ เลน เปนรูปหกเหลยี่ ม มีความยาวดา นละ 20 เมตร
ระยะหางระหวา งจุดศนู ยกลางกบั จดุ กึง่ กลางของแตล ะดานยาว 17.32 เมตร
แบง พน้ื ท่รี ูปหกเหลี่ยม ออกเปนรปู สามเหลี่ยม 6 รูป แตล ะรูปมคี วามยาวของฐาน 20
เมตร
ความสูง 17.32 เมตร
=1212×
จาก พืน้ ทีข่ องรูปสามเหลี่ยม = ความยาวของฐาน × ความสงู
× 20 × 17.32 ตารางเมตร
= 173.2 ตารางเมตร
พื้นท่ขี องรปู หกเหล่ยี ม = 6 × 173.2 ตารางเมตร
= 1,039.2 ตารางเมตร
สนามเปน รปู หกเหล่ียมดานเทา มพี ้นื ท่ี 1,039.2 ตารางเมตร
ผรู บั เหมาคดิ คา จา งตารางเมตรละ 400 บาท
โรงเรียนจะตอ งจายคาปูพื้นยางสงั เคราะห = 1,039.2 × 400 บาท
= 415,680 บาท
ดงั นั้น โรงเรียนจะตองจายคาปูพนื้ ยางสังเคราะห 415,680 บาท
ตอบ ๔๑๕,๖๘๐ บาท
นกั เรยี นตรวจสอบคาํ ตอบไดอ ยา งไร
(โรงเรยี นจะตองจา ยคาปูพื้นยางสังเคราะห 415,680 บาท
ซง่ึ สนามมีพ้ืนที่ 1,039.2 ตารางเมตร
จายคาปูพ้ืนยางสงั เคราะห = พืน้ ทข่ี องสนาม × คาจางตอ ตารางเมตร
ใหค า จา งตารางเมตรละ บาท จะได
415,680 = 1,039.2 ×
ใชค วามสัมพันธการคูณและการหาร
= 415,680 ÷ 1,039.2 = 400 สอดคลองกบั โจทย
นน่ั คือ คา จา งตารางเมตรละ 400 บาท
ดังนั้น 415,680 บาท เปนคาํ ตอบทีถ่ กู ตอง)
2) ชาติชายขายที่ดนิ 3 แปลงทอ่ี ยูติดกนั ดังรปู โดยขายในราคาตารางวาละ 7,000 บาท
ถาชาติชายขายทด่ี นิ ทง้ั 3 แปลงนีไ้ ด เขาจะไดเงินก่ีบาท
- โจทยถ ามอะไร (ถา ชาติชายขายทีด่ นิ ทั้ง 3 แปลงน้ีได เขาจะไดเงินก่ีบาท)
- โจทยกําหนดอะไร (ชาตชิ ายขายทีด่ นิ 3 แปลงที่อยตู ดิ กัน โดยขายราคาตารางวาละ
7,000 บาท)
ครูและนกั เรยี นรวมกันตรวจสอบความถกู ตอ ง
วิธีทํา ชาตชิ ายขายทด่ี ิน 3 แปลงตดิ กนั ดังรูป
แปลงที่ 1 เปนรูปสี่เหลย่ี มคางหมู มีความยาวของดา นคูขนานยาว 50 วา และ 65 วา
และมีความสงู 20 วา
พน้ื ทข่ี องรูปสี่เหลี่ยมคางหมู = 21× ความสูง × ผลบวกของความยาวของดา นคูขนาน
ดงั นั้น ท่ีดินแปลงท่ี 1 มีพนื้ ที่ = 12× 20 × (50 + 65) ตารางวา
= 1,150 ตารางวา
แปลงท่ี 2 เปน รูปสามเหล่ียม มีฐานยาว 30 วา และมคี วามสูง 20 วา
พดัง้ืนนทนั้ ขี่ อทงีด่ รินูปแสปาลมงเหทล่ี 2่ียมมีพ=ืน้12ท×่ี =ค21วา×ม2ส0งู
× ความยาวของฐาน
× 30 ตารางวา
= 300 ตารางวา
แปลงท่ี 3 เปน รปู สี่เหล่ยี มคางหมู มีความยาวของดา นคูขนานยาว 30 วา และ 60 วา
และมคี วามสูง 45 วา
พดงัื้นนทนั้ ่ีขอทง่ีดรนิ ปู แสปี่เหลลงทยี่ มี่ 3คามงพี ห้ืนมทู =ี่ =1221××ค4ว5าม×สูง90×ตผาลรบางววกาของความยาวของดานคูข นาน
= 2,025 ตารางวา
ชาตชิ ายมีที่ดินทง้ั หมด 1,150 + 300 + 2,025 = 3,475 ตารางวา
ขายทดี่ นิ ราคาตารางวาละ 7,000 บาท
ถาชาตชิ ายขายทีด่ นิ ทัง้ 3 แปลงนี้ไดจะไดเงนิ 3,475 × 7,000 = 24,325,000 บาท
ดงั นัน้ ถา ชาติชายขายท่ีดนิ ท้งั 3 แปลงน้ีไดจ ะไดเงนิ 24,325,000 บาท
ตอบ ๒๔,๓๒๕,๐๐๐ บาท
ครูใหนักเรียนรวมกันตรวจสอบคําตอบโดยใชเครอ่ื งคิดเลข
4. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกทกั ษะ 3-5
ขัน้ สรุป
5. ครูใชการถาม-ตอบเพื่อใหน กั เรียนรว มกนั สรุปเก่ียวกับวธิ ีการหาคาํ ตอบของโจทยป ญ หาเกีย่ ว
กับพืน้ ท่ีของรูปหลายเหล่ยี ม โดยครถู ามวา วิธีการหาคําตอบของโจทยปญ หาทําไดอ ยา งไร
1) ทาํ ความเขา ใจโจทย
- โจทยถ ามอะไร
- โจทยกําหนดอะไร
2) วางแผนแกปญ หา
3) ดําเนนิ การตามแผน แสดงวิธที ํา และหาคาํ ตอบ
4) ตรวจสอบคําตอบ
- ในกรณที ีโ่ จทยป ญหามีความซับซอนนักเรยี นมวี ิธคี ิดหาคําตอบอยางไร (วเิ คราะห
โจทยป ญ หาหาคําตอบไปทลี ะขัน้ ตอน เพอ่ื นาํ สูการหาคาํ ตอบตามสิง่ ท่โี จทยถาม)
บนั ทกึ หลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนสอน
(ลงชอื่ )___________________________
( นางนติ ยา แสนชัย )
ขอ เสนอแนะของผูบริหาร
(ลงชอื่ )__________________________
( นายนเรศ พรหมวงศ )
ผอู ํานวยการโรงเรยี นบา นเชยี งเพ็ง
แบบประเมินทักษะ และกระบวนการการทางคณติ ศาสตร : ดานการใหเ หตผุ ล
กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร หนวยการเรยี นรูที่ 6 หนวยยอยที่.......เรื่อง โจทยป ญหา
เรือ่ ง....................... ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2564 วัน เดือน ป
ทีบ่ ันทึก ...............................................................ชือ่ ผูบนั ทกึ นางนิตยา แสนชยั
คําชแ้ี จง จงบันทึกการปฏิบตั หิ รอื การแสดงพฤตกิ รรมของนักเรียนแตล ะคนทสี่ ะทอนทักษะและ
กระบวนการทางคณติ ศาสตรในดา นตอ ไปนี้ โดยทาํ เครื่องหมาย ลงในชอ งที่ตรงกบั ระดับ
คุณภาพที่นักเรียนแสดงออกและเกดิ ขน้ึ จริง
เกณฑการประเมิน นักเรียนตองไดค ะแนนรวมตง้ั แตรอ ยละ 60 จึงผานเกณฑ ( ประมาณ 4
คะแนนขึ้นไป)
ระดับคุณภาพ ดเี ย่ยี ม ดี ผา น ไมผ า น
เกณฑก ารพจิ ารณา ไดค ะแนนรวม ไดค ะแนนรวม ไดค ะแนนรวม ไดคะแนนรวม
2-3 คะแนน
6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน
เลขท่ี ช่อื – สกุล พฤติกรรมทแี่ สดงออก / ระดับคณุ ภาพ คะแนน ผลการ
1 ด.ช.รวีโรจน หุนตริ าช นาํ ความรูท่เี รียนมาใช ใหเหตผุ ล รวม ประเมนิ
2 ด.ช.รงุ วกิ รยั คาํ ปต ะ ประกอบการให ประกอบการตัดสนิ ใจ (6)
3 ด.ช.ณรงคฤทธ์ิ ฮาบสุวรรณ เหตผุ ล และสรุปผลได
4 ด.ช.มนทั ปรีชา ผายเงิน
5 ด.ช.ตนั ติกร ยะภกั ดี เหมาะสม
6 ด.ช.เรืองเดช โทวะดี ดี พอใช ควร ดี พอใช ควร
7 ด.ญ.ณชิ ากานต บํารุงเขต (3) (2) ปรบั (3) (2) ปรับ
8 ด.ญ.กิตตวิ รา เมนะเนตร
9 ด.ญ.ธรรมรัตน โคตรธรรม ปรุง ปรุง
(1) (1)
แบบประเมนิ ทกั ษะ และกระบวนการการทางคณิตศาสตร : ดานการแกป ญหา
กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร หนวยการเรียนรูท่ี 6 หนวยยอ ยท่ี.......เร่ือง โจทยป ญหา
เรอ่ื ง....................... ระดับชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2564 วนั เดือน ป
ทบี่ นั ทกึ ...............................................................ช่ือผูบนั ทกึ นางนติ ยา แสนชยั
คาํ ช้ีแจง จงบันทึกการปฏบิ ัติหรอื การแสดงพฤตกิ รรมของนกั เรียนแตละคนท่สี ะทอ นทกั ษะและ
กระบวนการทางคณิตศาสตรในดานตอ ไปนี้ โดยทําเคร่อื งหมาย ลงในชอ งทตี่ รงกับระดับ
คุณภาพท่นี ักเรยี นแสดงออกและเกดิ ข้นึ จริง
เกณฑก ารประเมิน นักเรียนตองไดค ะแนนรวมตั้งแตรอยละ 60 จึงผา นเกณฑ ( ประมาณ 4
คะแนนข้นึ ไป)
ระดับคณุ ภาพ ดเี ยย่ี ม ดี ผา น ไมผ าน
เกณฑก ารพจิ ารณา ไดคะแนนรวม ไดค ะแนนรวม ไดค ะแนนรวม ไดคะแนนรวม
2-3 คะแนน
6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน
เลขที่ ชอ่ื – สกุล พฤตกิ รรมท่ีแสดงออก / ระดบั คณุ ภาพ คะแนน ผลการ
1 ด.ช.รวโี รจน หุนติราช นาํ ความรูทเ่ี รียนมาใช ใหเ หตุผล รวม ประเมิน
2 ด.ช.รุง วกิ รัย คําปต ะ ประกอบการให ประกอบการตัดสินใจ (6)
3 ด.ช.ณรงคฤทธิ์ ฮาบสุวรรณ เหตุผล และสรุปผลได
4 ด.ช.มนัทปรีชา ผายเงนิ
5 ด.ช.ตนั ตกิ ร ยะภักดี เหมาะสม
6 ด.ช.เรืองเดช โทวะดี ดี พอใช ควร ดี พอใช ควร
7 ด.ญ.ณิชากานต บาํ รงุ เขต (3) (2) ปรบั (3) (2) ปรับ
8 ด.ญ.กิตตวิ รา เมนะเนตร
9 ด.ญ.ธรรมรตั น โคตรธรรม ปรุง ปรุง
(1) (1)
แบบประเมนิ ทักษะ และกระบวนการการทางคณิตศาสตร :
ดา นการสื่อสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร หนวยการเรยี นรูท่ี 6 หนวยยอ ยท่ี.......เร่ือง โจทยป ญ หา
เรื่อง....................... ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศึกษา 2564 วัน เดอื น ป
ทีบ่ ันทึก ...............................................................ชอื่ ผูบนั ทกึ นางนติ ยา แสนชัย
คาํ ชแี้ จง จงบนั ทึกการปฏบิ ัติหรอื การแสดงพฤตกิ รรมของนกั เรียนแตล ะคนท่ีสะทอ นทกั ษะและ
กระบวนการทางคณติ ศาสตรในดา นตอ ไปน้ี โดยทาํ เครอื่ งหมาย ลงในชอ งทีต่ รงกบั ระดบั
คุณภาพทนี่ ักเรียนแสดงออกและเกดิ ข้นึ จริง
เกณฑก ารประเมิน นกั เรียนตอ งไดค ะแนนรวมตงั้ แตรอยละ 60 จึงผา นเกณฑ ( ประมาณ 4
คะแนนขึ้นไป)
ระดับคณุ ภาพ ดเี ย่ียม ดี ผาน ไมผ า น
เกณฑก ารพิจารณา ไดค ะแนนรวม ไดค ะแนนรวม ไดค ะแนนรวม ไดค ะแนนรวม
2-3 คะแนน
6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน
พฤตกิ รรมท่แี สดงออก / ระดบั คณุ ภาพ
นําความรูทเ่ี รียนมาใช ใหเหตุผลประกอบการ
ประกอบการใหเหตผุ ล ตัดสินใจและสรุปผลได
เหมาะสม คะแนน
เลขที่ ชอื่ – สกุล ดี พอใช ควร ดี พอใช ควร รวม ผลการ
(6) ประเมนิ
(3) (2) ปรับ (3) (2) ปรบั
ปรงุ ปรงุ
(1) (1)
1 ด.ช.รวโี รจน หนุ ตริ าช
2 ด.ช.รุงวกิ รัย คําปต ะ
3 ด.ช.ณรงคฤ ทธิ์ ฮาบสุวรรณ
4 ด.ช.มนทั ปรชี า ผายเงนิ
5 ด.ช.ตนั ติกร ยะภักดี
6 ด.ช.เรืองเดช โทวะดี
7 ด.ญ.ณิชากานต บํารงุ เขต
8 ด.ญ.กิตตวิ รา เมนะเนตร
9 ด.ญ.ธรรมรตั น โคตรธรรม