ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทเ่ี ป็ นส่วนขยายของพนั ธุศาสตร์เมนเลล
การข่มร่วมกนั (codominance)
หมายถงึ การทแี่ อลลลี 2 แอลลลี มาเข้าคู่กนั แล้วแสลงลกั ษณะเล่นไล้เท่าๆกนั จงึ
แสลงออกเท่าๆกนั เช่น
การผสมววั สีแลงกบั วัวสีขาว จะไล้ลกู สีนา้ ตาลแกมแลง(สีโรน)ท้งั หมล และเม่ือลูทเ่ี ส้นขนพบว่า
โคนเส้นขนจะมสี ีขาวแต่ทป่ี ลายขนจะมีสีแลง และเมื่อให้ววั สีนา้ ตาลแกมแลงนีผ้ สมกนั
จะไล้ลูกสีแลง : สีนา้ ตาลแกมแลง : สีขาว เป็ น 1 : 2 : 1
ววั สีแลง X ววั สีขาว
รุ่นพ่อแม่
รุ่นลกู ววั สีนา้ ตาลแกมแลง (โรน)
P generation Red Cattle x White Cattle
Phenotype RR RW WW
Genotype all R all W
gametes
pair them up
F1 generation
Phenotype Roan Cattle x Roan Cattle
Genotype RW RW
gametes
F2 generation R and W R and W
Genotypes
Phenotypes RR, RW, RW, WW
Red, Roan and white cattle
ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทเี่ ป็ นส่วนขยายของพนั ธุศาสตร์เมนเลล
มัลติเปิ ลแอลลลี (multiple alleles)
ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทถี่ ูกควบคุมล้วยยนี มากกว่า 2 แอลลลี ทต่ี าแหน่ง (locus)
เลยี วกนั ของโครโมโซมทเี่ ป็ นคู่กนั ( homolocous chromosome) แต่จะมีเพยี ง 2
แอลลลี เท่าน้ันทคี่ วบคุมลกั ษณะทางพนั ธุกรรม เช่น
พนั ธุกรรมหมู่เลือลระบบ ABO มยี นี ควบคุม 3 แอลลลี คือ IA IB และ i
หมู่ A มีจีโนไทป์ IAIA หรือ IAi หมู่ B มจี ีโนไทป์ IBIB หรือ IBi หมู่ O มจี โี นไทป์ ii
หมู่ AB มจี โี นไทป์ IAIB ( ซึ่ง IA และ IB ต่างกเ็ ป็ นลกั ษณะเล่นจงึ แสลงออกท้งั 2 จึงจลั เป็ น
การข่มร่วมกัน ( codominance ) ล้วย
มัลตเิ ปิ ลแอลลลี (multiple alleles)
สูตร การหาจีโนไทป์ ของมลั ตเิ ปิ ลแอลลลี n ( n + 1 )
2
เมื่อ n คือ จานวนแอลลลี ในมลั ตเิ ปิ ลแอลลลี ชุลหนึ่ง
เช่น หมู่เลือล ABO มี 3 แอลลลี จึงมจี ีโนไทป์ = 3 ( 3 + 1 ) = 6 แบบ
2
หมู่เลือล ABO ในคนจาแนกตามชนิลของแอนตเิ จนซึ่งเป็ นสารประกอบพวก
ไกลโคโปรตนี อยู่ทเ่ี ย่ือหุ้มเซลล์เมล็ เลือลแลง มี 2 ชนิลคือ แอนตเิ จน A และแอนติเจน B
เค. แลนล์สไตเนอร์ ( K. Landsteiner )
ผู้ศึกษาระบบเลือล ABO
ในปี ค.ศ. 1901 เค. แ(ลmนuลl์สtiไpตlเeนอaรll์ e(lKes.) Landsteiner ) ไล้แบ่งหมู่เลือลของมนุษย์เป็ น 4 หมู่
โลยอาศัยปฏกิ ริ ิยาการตกตะกอนของเมล็ เลือลแลง ซ่ึงเกลิ จากแอนตเิ จนทผ่ี วิ เมล็ เลือลแลง
และแอนติบอลที ี่อยู่ในเซรุ่ม หมู่เลือลท้งั 4 หมู่มีองค์ประกอบลงั นี้
ตารางท่ี แสลงแอนตเิ จนและแอนตบิ อลขี องหมู่เลือลระบบ ABO
หมู่ องค์ประกอบของเลือล ทาปฏิกริ ิยากบั
เลือล แอนติบอลี
แอนตเิ จน แอนตบิ อลี แอนติบอลี แอนตบิ อลี
AB
AA B+-
BB A - +
AB A , B - ++
O - A,B - -
+ = เกลิ ปฏิกริ ิยาการตกตะกอนของเม็ลเลือลแลง
- = ไม่เกลิ ปฏกิ ริ ิยาการตกตะกอนของเมล็ เลือลแลง
ภาพที่ แสลงแอนตเิ จนและแอนตบิ อลขี องหมู่เnลือลระบบ ABO
2
ปฏกิ ริ ิยาการตกตะกอนของเมล็ เลือลแลงจะเกลิ ขึน้ ไล้เม่ือแอนตเิ จนและแอนตบิ อลเี ป็ น
ชนิลเลยี วกนั เช่น แอนตเิ จน A ทาปฏิกริ ิยากบั แอนตบิ อลี A หรือ
แอนตเิ จน B ทาปฏกิ ริ ิยากบั แอนตบิ อลี B จะเกลิ การตกตะกอนของเมล็ เลือลแลง
ลงั น้ันในแต่ละคนจะมีแอนติเจนและแอนตบิ อลตี ่างชนิลกนั
คาถาม
1. จงบอกความหมายของการข่มร่วมกนั พร้อมท้งั ยกตัวอย่าง
การข่มร่วมกนั (codominance) หมายถึง การทีแ่ อลลลี 2 แอลลลี มาเข้าคู่กนั แล้วแสลง
ลกั ษณะเล่นไล้เท่าๆกนั จงึ แสลงออกเท่าๆกนั
ตัวอย่างเช่น การผสมววั สีแลงกบั ววั สีขาว จะไล้ลูกสีนา้ ตาลแกมแลง หมู่เลือล AB เกลิ จาก
จโี นไทป์ IA และ IB ซ่ึงต่างกเ็ ป็ นลกั ษณะเล่นจงึ ข่มกนั ไม่ลง ทาให้ไล้หมู่เลือล AB ขนึ้
2. จงบอกความหมายของมลั ตเิ ปิ ลแอลลลี พร้อมท้งั ยกตวั อย่าง
มลั ตเิ ปิ ลแอลลลี (multiple alleles) หมายถงึ ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทถี่ ูกควบคุมล้วยยนี
มากกว่า 2 แอลลลี ที่ตาแหน่ง (locus) เลยี วกนั ของโครโมโซมทเี่ ป็ นคู่กนั
ตัวอย่างเช่น พนั ธุกรรมหมู่เลือลระบบ ABO
คาถาม
3. จงบอกองค์ประกอบของเลือลหมู่ A B AB และ O
องค์ประกอบของเลือลหมู่ A คือ มแี อนตเิ จน A แอนตบิ อลี B
องค์ประกอบของเลือลหมู่ B คือ มแี อนตเิ จน B แอนตบิ อลี A
องค์ประกอบของเลือลหมู่ AB คือ มีแอนตเิ จน A และ B ไม่มี แอนติบอลี
องค์ประกอบของเลือลหมู่ O คือ ไม่มีแอนติเจน แต่จะมีแอนตบิ อลี A และ B
เหน่ือยม้ยั พกั หน่อยนะคะ
การทเี่ มล็ เลือลแลงรวมตวั กนั ตกตะกอนในเซรุ่ม เรียกปฏิกริ ิยานีว้ ่า แอกกลูตเิ นชัน
( agglutination ) กรณกี ารถ่ายเลือลให้กบั ผู้ป่ วยจาเป็ นต้องหลกี เลย่ี งปฏิกริ ิยาการตกตะกอนของ
เม็ลเลือลแลงท่จี ะเกลิ ขึน้ และจะทาให้ผู้ป่ วยเป็ นอนั ตรายถึงชีวติ ไล้
วธิ ีการถ่ายเลือลทปี่ ลอลภัยทสี่ ุล คือ การถ่ายเลือลจากคนทมี่ หี มู่เลือลเลยี วกนั
แต่ถ้าจาเป็ นต้องมกี ารถ่ายเลือลต่างหมู่ กระทาไล้ตามภาพต่อไปนี้
ภาพท่ี แสลงการถ่ายเลือลของระบบเลือล
O ABO
AB
AB
หมู่ O สามารถถ่ายเลือลให้หมู่อ่ืน ๆ ทุกหมู่ แต่ไม่สามารถรับเลือลจากหมู่อื่นไล้
นอกจากหมู่เลือลเลยี วกนั จงึ เรียก หมู่ O ว่า ยูนิเวอร์ซอลโลเนอร์ (universal donor)
สาหรับหมู่เลือล AB ไม่สามารถถ่ายเลือลให้หมู่อื่นไล้ แต่สามารถรับเลือลจากหมู่อ่ืนไล้ทุกหมู่
เรียกหมู่ AB ว่า ยูนิเวอร์ซอลรีซิเปี ยนท์ (universal recipient)
ในปี ค. ศ. 1925 เอฟ. เบริ ์นสไตน์ ( F. Bernstien) ไล้อธิบายว่า
หมู่เลือล ABO ควบคุมล้วยมลั ตเิ ปิ ลแอลลลี ประกอบล้วยยนี 3 แอลลลี คือ
IA ควบคุมการสังเคราะห์แอนตเิ จน A (หมู่เลือล A)
IB ควบคุมการสังเคราะห์แอนตเิ จน B (หมู่เลือล B)
i ควบคุมไม่ให้มกี ารสังเคราะห์แอนตเิ จน A และ B (หมู่เลือล O)
ระลบั การข่มของยนี ชุลนี้ IA และ IB แสลงลกั ษณะเล่นร่วมกนั
และสามารถข่ม i ไล้อย่างสมบูรณ์ ( IA = IB > i )
ลงั น้ันจโี นไทป์ ของคนทม่ี หี มู่เลือลต่างๆเป็ นลงั นี้
ฟี โนไทป์ ( หมู่เลือล ) จโี นไทป์
A IAIA , IAi
B IBIB , IBi
AB IAIB
O ii
ภาพ แสลงจโี นไทป์ ของลกู จากการผสมของเซลล์สืบพนั ธ์ุจากพ่อและแม่
ตัวอย่าง
พ่อมหี มู่เลือล O แม่มหี มู่เลือล AB ลูกจะมโี อกาสมหี มู่เลือล A และ B ในอตั ราส่วน ?
ฟี โนไทป์ พ่อ แม่
จีโนไทป์ หมู่เลือล O x หมู่เลือล AB
ii IA IB
เซลล์สืบพนั ธ์ุ i IA IB
ลกู จโี นไทป์ IA i IB i
ฟี โนไทป์ หมู่เลือล A หมู่เลือล B
ทากจิ กรรมที่ 15.3 นะคะ