คำ�นำ� ประวัติของเครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์เริ่มขึ้นเมื่อปีพ. ศ. 2481 เมื่อเชสเตอร์ คาร์ลสันได้คิดค้นกระบวนการพิมพ์แบบแห้งซึ่งเรียกว่าซีโรไทซ์ซึ่งเป็นเทคโนโลยี พื้นฐานสำ หรับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่จะมาถึง 2496 ในเครื่องพิมพ์ความเร็วสูงเป็นครั้งแรกที่ได้รับการพัฒนาโดยเรมิงตัน -แรนด์สำ หรับใช้กับคอมพิวเตอร์Univac เครื่อง พิมพ์เลเซอร์ตัวเดิมชื่อ EARS ได้รับการพัฒนาขึ้นที่ศูนย์วิจัย Palo Alto ในซีร็อกซ์ตั้งแต่ปี2512และเสร็จสิ้นใน เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2514 วิศวกรของ บริษัท Xerox GaryStarkweather ได้ปรับเทคโนโลยีเครื่องถ่าย เอกสารของ Xerox ซึ่งช่วยเพิ่มลำแสงเลเซอร์ให้กับเครื่องพิมพ์เลเซอร์"Xerox 9700 Electronic PrintingSystem ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์เอ็กซ์เทอร์นอลรุ่น แรกได้รับการปล่อยตัวเมื่อปีพ. ศ. 2520 ซึ่งเป็นรุ่นที่9700 ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก เครื่องพิมพ์" EARS"ของ PARC ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกด้านเลเซอร์สแกนเนอร์page formattingsoftware เป็นผลิตภัณฑ์แรกในตลาดที่เปิดใช้งานโดย PARC research"
สารบัญ ประเภทของเครื่องพิมพ์ 1 เครื่องพิมพ์ประเภทหัวเข็ม 2 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท 4 เครื่องพิมพ์เลเซอร์ 5 เครื่องพิมพ์ความร้อน 6 เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ 8 ฟังก์ชั่น 9 ความหมายของเครื่องปริ้น 11 ข้อดีและข้อเสียของการใช้งานเครื่องปริ้นเตอร 12
เครื่องพิมพ์5 ประเภทได้แก่ 1. เครื่องพิมพ์ประเภทหัวเข็ม (Dot MatrixPrinter) 2. เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (InkjetPrinter) 3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์(LaserPrinter) 4. เครื่องพิมพ์ความร้อน (ThermalPrinter) 5. เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์(PlotterPrinter) ประเภทของเครื่องพิมพ์มีอะไรบ้าง เครื่องพิมพ์หรือเครื่องปริ้น (Printer)คืออุปกรณ์สำ�หรับพิมพ์เอกสารตามคำ�สั่ง ซึ่งถูกจัดอยู่ ในหมวดของอุปกรณ์แสดงผล(Output) เพราะรับคำ�สั่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องออก คำ�สั่งอื่น ๆ เช่น สมาร์ทโฟน ควบคุมผ่านโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์สั่งการใช้สำ�หรับพิมพ์ตัว อักษรข้อความ หรือรูปภาพ โดยประเภทของเครื่องพิมพ์ส่วนใหญ่ก็จะแบ่งตามระบบการพิมพ์ บางประเภทใช้วิธีพ่นน้ำ�หมึกลงบนกระดาษ บางประเภทใช้เลเซอร์ในการยิงหรือบางประเภท ก็ใช้การกระแทกหัวเข็ม ด้านล่างนี้เราจะมาทำ�ความรู้จักประเภทของเครื่องพิมพ์ทั้ง 5 ประเภท หลักกัน
ขอบคุณภาพจากindiamart.com Dot MatrixPrinter หรือเครื่องพิมพ์หัวเข็ม คือเครื่องพิมพ์ที่ใช้ระบบการพิมพ์ด้วยหัวเข็ม โดยเครื่องพิมพ์จะ กดหัวเข็มลงบนผ้าหมึกหรือริบบอน (Rinbon) ให้ผ้าหมึกไปกระทบกับกระดาษอีกทีหนึ่ง เกิดเป็นหมึกปรากฏเป็น ข้อความหรือลวดลายบนกระดาษตามเข็มที่กระแทกลงไป เวลาที่เครื่องพิมพ์ชนิดนี้ทำ�งาน เราจึงได้ยินเสียงการ ตอกเข็ม ปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้เพราะมีเครื่องพิมพ์เลเซอร์และอิงค์เจ็ทที่ทำ�งานได้เงียบกว่า อย่างไรก็ตาม เรา จะยังเห็นเครื่องพิมพ์Dot Matrix หรือแบบหัวเข็มตามสำ�นักงานต่าง ๆ ห้างร้าน บริษัท หรือหน่วยงานที่ต้องพิมพ์ เอกสารอยู่ตลอดและปริมาณมากยกตัวอย่างเช่น พิมพ์ใบกำ�กับภาษีใบส่งของ ใบเสร็จ หรือเอกสารการเงิน/การ บัญชีฯลฯ ชนิดของเครื่องพิมพ์หัวเข็ม (Dot MatrixPrinter)เครื่องพิมพ์หัวเข็มมักจะแบ่งชนิดตามจำ�นวนเข็ม ซึ่งยิ่ง จำ�นวนเข็มมากเท่าไรก็จะหมายถึงความละเอียดที่เครื่องพิมพ์จะพิมพ์ได้ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ยิ่งจำ�นวนเข็ม เยอะจะยิ่งดีเพียงแต่เลือกให้เหมาะกับความละเอียดของชิ้นงาน ได้แก่ •เครื่องพิมพ์แบบ 9 เข็ม •เครื่องพิมพ์แบบ 24 เข็ม •เครื่องพิมพ์แบบ 32 เข็ม 1. เครื่องพิมพ์ประเภทหัวเข็ม (Dot MatrixPrinter)
ข้อดี/จุดเด่นของเครื่องพิมพ์หัวเข็มหรือ Dot MatrixPrinter Dot MatrixPrinter เหมาะกับการพิมพ์เอกสารอย่างต่อเนื่องจำ�นวนมาก ๆ เพราะความโดดเด่นเรื่อง ความทนทานและต้นทุนการพิมพ์ที่ประหยัดกว่า • มีความทนทานสูง พิมพ์งานได้เสถียรต่อเนื่องยาวนาน • ผ้าหมึกที่ใช้มีราคาถูกเมื่อเทียบกับน้ำ�หมึกที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ประเภทอื่น เครื่องพิมพ์แบบ Dot Matrix ใช้ในงานไหนบ้าง ใช้พิมพ์เอกสารที่ไม่ได้ต้องการความละเอียดสูงหรือพิมพ์สีเดียวเช่น •เอกสารสัญญา •ใบกำ�กับภาษีใบเสร็จ •ใบเสนอราคา •เครื่องคิดเงินแคชเชียร์ •เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ •ตู้กดเงิน ATM •เครื่องพิมพ์สมุดธนาคาร •เครื่องPointofSale (POS) บางรุ่น •งานพิมพ์หนังสือเดินทาง (Passport)
2. เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (InkjetPrinter) ขอบคุณภาพจากofm.co.th เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (InkjetPrinter) หรือเครื่องพิมพ์ระบบพ่นหมึกคือเครื่องพิมพ์ที่เป็นที่นิยมโดยทั่วไป ตามครัวเรือนและสำ�นักงาน เพราะสามารถพิมพ์ได้ทั้งขาว-ดำ�และสีพิมพ์งานได้ละเอียด ได้ภาพสีที่สวยสด แม่นยำ�ราคาถูกเมื่อเทียบกับฟังก์ชัน พิมพ์งานได้รวดเร็วและมีขนาดเล็กกะทัดรัดประหยัดเนื้อที่ตั้งวางหลัก การทำ�งานของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทนั้น คือการพ่นสเปรย์ละอองหมึกลงบนกระดาษ โดยที่หัวเข็มจะขยับไป มาบนกระดาษ ส่วนกระดาษก็จะขยับขึ้นลงเคลื่อนผ่านรางเข็มด้วยล้อหมุน เกิดจุดสีบนกระดาษที่ประกอบ รวมกันเป็นรูปภาพหรือข้อความต่าง ๆ ขึ้นมา โดยคุณภาพการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เราจะดูความ ละเอียดที่ค่า DPI หรือ DotsPer Inch หมายถึงจำ�นวนจุดต่อตารางนิ้วยิ่งค่า DPI สูงก็หมายถึง พิมพ์ได้ความ ละเอียดสูง เช่น 1200 DPI หรือ2400 DPI ตามที่เราคุ้นเคยกันว่า เครื่องพิมพ์ต้องซื้อหมึกมาเติมหรือตลับ หมึกมาเปลี่ยน ก็คือการเปลี่ยนน้ำ�หมึกให้กับเครื่องพิมพ์ประเภทอิงค์เจ็ท โดยสีหลักของเครื่องพิมพ์จะมี4 สีได้แก่Yellow, Magenta, Cyanและ Blackเมื่อพิมพ์ชิ้นงาน เครื่องพิมพ์จะผสมสีให้อัตโนมัติและสำ�หรับ กระดาษที่ใช้คู่กับเครื่องพิมพ์ระบบพ่นหมึกใช้กระดาษทั่วไปพิมพ์ได้เช่น A4 หรือกระดาษปอนด์ทั้งนี้ต้อง มีความหนาเพียงพอที่จะรับน้ำ�หมึกโดยกระดาษไม่อ่อนยุ่ย ปัจจุบัน เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมักออกแบบมาให้เป็นเครื่องพิมพ์แบบ All-in-One สามารถทำ�งานได้หลาย ฟังก์ชัน เช่น สแกน ถ่ายเอกสาร พิมพ์งาน และแฟกซ์จึงทำ�ให้เป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าเครื่องพิมพ์ ประเภทอื่น
3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์(LaserPrinter) ขอบคุณภาพจากth.canon เครื่องพิมพ์เลเซอร์(LaserPrinter)คือเครื่องพิมพ์ที่ใช้ระบบการพิมพ์ด้วยแสงหรือเลเซอร์วาดลงบนกระบอก รับภาพที่มีประจุไฟฟ้าลงบนกระดาษ ผงหมึกในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็จะไปเกาะตามบริเวณที่มีประจุไฟฟ้าอยู่ จากนั้น เครื่องจะอัดผงหมึกลงกระดาษด้วยความร้อน เมื่อพิมพ์งานเสร็จใหม่ๆ เราจึงรู้สึกว่ากระดาษอุ่น จุดเด่นของเครื่องพิมพ์เลเซอร์คือความเร็วโดยสามารถพิมพ์ได้หลายสิบแผ่นต่อนาทีอีกทั้งยังมีความ ละเอียดสูงด้วย ส่วนตลับหมึกของเครื่องพิมพ์เลเซอร์นั้น จะเรียกว่า “โทนเนอร์” (Toner) ซึ่งมีทั้งสีดำ� (Mono) และแบบสี(Color) ทั้งนี้ส่วนใหญ่คนที่เลือกใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์มักจะใช้พิมพ์งานขาว-ดำ�มากกว่า เพราะ ราคาหมึกสีค่อนข้างสูง มักเห็นใช้ทั่วไปตามครัวเรือน สำ�นักงาน ห้างร้าน บริษัท ฯลฯ ในหลายที่มักมีทั้ง เครื่องพิมพ์เลเซอร์สำ�หรับพิมพ์เอกสารขาว-ดำ�และมีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำ�หรับพิมพ์สี ข้อดี/จุดเด่นของเครื่องพิมพ์เลเซอร์(LaserPrinter) เครื่องพิมพ์เลเซอร์โดดเด่นที่ความรวดเร็วในการพิมพ์และความเงียบขณะทำ�งาน อีกทั้งยังให้ความคมของตัว อักษรมากกว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่น ทั้งนี้ราคาของเครื่องพิมพ์และหมึกจะสูงกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท พิมพ์ชิ้นงานได้รวดเร็ว หรือหลายสิบแผ่นต่อนาที นำ�้หมึกคุณภาพดีให้ความคงทนมากกว่าหมึกสีในเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท โดนนำ�้สีไม่เลอะ ทำ�งานได้เงียบที่สุดในบรรดาเครื่องพิมพ์ เครื่องพิมพ์เลเซอร์เหมาะกับงานประเภทไหน เหมาะสำ�หรับคน/สำ�นักงานที่ต้องการพิมพ์เอกสารบ่อยและต้องการความรวดเร็วโดยเฉพาะเอกสารขาว-ดำ� ใช้พิมพ์งาน/เอกสารทั่วไปในครัวเรือนหรือออฟฟิศขนาดเล็ก
4. เครื่องพิมพ์ความร้อน (ThermalPrinter) เครื่องพิมพ์ความร้อน หรือเครื่องพิมพ์ระบบเทอร์มอล(ThermalPrinter) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้วิธีการพิมพ์ด้วยความร้อน ซึ่งกระดาษ ที่ใช้พิมพ์จะต้องเป็นกระดาษความร้อน (ThermalPaper) เท่านั้น จึงจะพิมพ์ติด โดยเครื่องพิมพ์จะให้ความร้อนไปทำ�ปฏิกิริยากับสาร เคลือบบนกระดาษความร้อน ทำ�ให้เม็ดสีที่กักเก็บไว้ในกระดาษแตกตัวออกมาเป็นลวดลาย เครื่องพิมพ์ชนิดนี้สำ�หรับบางคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไรแต่จริง ๆ แล้วเป็นประเภทของเครื่องพิมพ์อีกประเภทที่เราเห็นกันบ่อยใน ฐานะเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ(หรือ LabelPrinter) ตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อในตู้ATM ที่พิมพ์สลิป หรือบัตรคิวตามร้าน ส่วน ใหญ่ก็ใช้เป็นเครื่องพิมพ์ความร้อนกันทั้งนั้น เพราะไม่ต้องใช้หมึก พิมพ์ชิ้นงานได้สะดวกรวดเร็ว ทำ�งานเงียบ และยังมีค่าใช้จ่ายค่อน ข้างตำ�่ ประเภทของเครื่องพิมพ์ความร้อน ระบบพิมพ์ด้วยความร้อนโดยตรง (Direct Thermal)คือระบบการพิมพ์ที่ไม่ต้องใช้ผ้าหมึกหรือริบบอน เพราะเครื่องจะส่งความร้อนไป ยังหัวพิมพ์ให้สัมผัสกับกระดาษโดยตรง ซึ่งกระดาษที่จะใช้ต้องเป็น “กระดาษความร้อน” (Thermal paper) เท่านั้น เมื่อสารเคมีสัมผัส กับความร้อนก็จะทำ�ให้หมึกในกระดาษแตกตัวออกมา กลายเป็นบาร์โค้ด ข้อความ หรือรูปภาพบนกระดาษ ระบบพิมพ์ความร้อนผ่านผ้าหมึก(Thermal Transfer)คือระบบการพิมพ์ที่อาศัยผ้าหมึกริบบอน (Ribbon) ในการพิมพ์โดยตัว เครื่องพิมพ์จะส่งความร้อนไปลงหัวพิมพ์เพื่อละลายหมึกบนผ้าหมึกให้ละลายไปติดกับกระดาษ ซึ่งระบบการพิมพ์ระบบนี้จะให้ ลวดลายหมึกบนกระดาษที่คงทนกว่า ข้อดี/จุดเด่นของเครื่องพิมพ์ความร้อน (ThermalPrinter) สะดวกรวดเร็วและไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนผ้าหมึกให้ยุ่งยาก เหมาะพิมพ์งานที่ไม่ต้องการความคงทนยาวนาน เช่น ใบเสร็จ สลิป ตั๋วบาร์โค้ด ใช้กับกระดาษความร้อน หรือ ThermalPaperกระดาษใบเสร็จความร้อน ขอบคุณภาพจากcommenco.com
เครื่องพิมพ์ความร้อนเหมาะกับงานประเภทไหน กระดาษพิมพ์ใบเสร็จPOS&Print ใช้พิมพ์ชิ้นงานได้หลากหลายเหมาะกับชิ้นงานที่ไม่ได้ต้องการรายละเอียดสูง พิมพ์ข้อมูลสำ�หรับแจ้งเป็น หลักฐาน ชิ้นงานไม่ได้ต้องการความทนทานหรือต้องการใช้งานเป็นเวลานาน เช่น บาร์โค้ด รหัสสินค้า ป้ายราคา ฉลากสินค้าทั่วไป
เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ ขอบคุณภาพจากjavatpoint.com เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์(PlotterPrinter) หรือที่เรียกกันในอีกชื่อว่า “เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง”คือเครื่องพิมพ์ที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลหรือ ลวดลายลงบนกระดาษและมีหน้ากว้างสำ�หรับพิมพ์งานขนาดใหญ่ตั้งแต่A0 – A3 ใช้สำ�หรับงานพิมพ์โครการแบนเนอร์ป้าย หรือสิ่งพิมพ์ โฆษณาขนาดใหญ่และสิ่งพิมพ์ที่ภาพมีความละเอียดซับซ้อนสูง เช่น แผนที่แบบร่างสถาปัตยกรมวิศวกรรม ฯลฯ หลักการทํางานของเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์จะประกอบไปด้วยปากกาหมึกหลากสีจำ�นวน 1 – 6แท่ง ทำ�หน้าที่เคลื่อนไปบนแกนโลหะที่ควบคุม ด้วยโปรแกรมเพื่อวาดจุดลงบนชิ้นงาน ประเภทของเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ ประเภทของเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์มักจะแบ่งเป็น 2แบบด้วยกัน ตามวิธีการพิมพ์ได้แก่ พล็อตเตอร์แบบระนาบ (FlatbedPlotter)คือเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ประเภทที่กระดาษวางอยู่กับที่ส่วนที่เคลื่อนที่คือปากกาที่เคลื่อน ไปมาบนแกนโลหะคอยวาดลวดลายลงบนกระดาษหรือชิ้นงานในแนวระนาบ พล็อตเตอร์แบบดรัม (Drum Plotter)คือเครื่องพิมพ์ประเภทที่มีล้อยางด้านล่างสำ�หรับทําหน้าที่เคลื่อนกระดาษ ส่วนปากกาและหมึกจะอยู่ด้านบน เคลื่อนที่ไปมาซ้าย-ขวาเพื่อวาดรูปบนกระดาษบริเวณที่ล้อหมุนกระดาษมา ข้อดี/จุดเด่นของเครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์(PlotterPrinter) เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่และออกแบบมาเพื่อใช้พิมพ์งานที่มีรายละเอียดซับซ้อนสูง 5. เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์(Plot-
พล็อตเตอร์เหมาะอย่างยิ่งสำ�หรับภาพวาดทางเทคนิคการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย(CAD) การออกแบบสถาปัตยกรรมพิมพ์เขียวโครงการและแบนเนอร์ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาค สถาปนิกวิศวกรรมและการก่อสร้าง (AEC)และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์(GIS) นอกจากนี้ยัง ใช้โดยเอเจนซี่โฆษณาและร้านสิ่งพิมพ์และออกแบบ ฟังก์ชั่น ข้อเสีย แม้ว่าพล็อตเตอร์จะมีข้อดีมากมายแต่หากคุณกำ�ลังทำ�งานโดยมีพื้นที่จำ�กัด คุณอาจมีช่วงเวลาที่ยากลำ�บาก ในการหาตำ�แหน่งที่เหมาะสมสำ�หรับพล็อตเตอร์ของคุณ ใช้พื้นที่มากกว่าเครื่องพิมพ์ทั่วไป นอกจากนี้ ราคาของพล็อตเตอร์ยังสูงกว่าราคาเครื่องพิมพ์มาก ประเภท พล็อตเตอร์โดยพื้นฐานแล้วมีสองประเภทคือพล็อตเตอร์ดรัมและพล็อตพื้นเรียบ พล็อตเตอร์กลองอาจ เรียกว่าโรลเลอร์พล็อตเตอร์ประกอบด้วยลูกกลิ้งหรือดรัมที่หมุนไปมาเพื่อสร้างภาพ ปากกาหมึกถูกจับ โดยแขนวาดของหุ่นยนต์ที่เลื่อนไปทางด้านข้างขณะที่ลูกกลิ้งซึ่งถือกระดาษหรือวัสดุเคลื่อนที่ไปมา ส่งผล ให้การผลิตกราฟิกและภาพคุณภาพสูง พล็อตเตอร์แบบแท่นหรือที่เรียกว่าพล็อตเตอร์ตารางวาดบนแผ่น เรียบที่กางออกและยึดไว้บนโต๊ะสี่เหลี่ยม พล็อตเตอร์ประเภทนี้มีแขนวาดสองข้างแต่ละอันมีชุดปากกา ของตัวเองแขนวาดเคลื่อนไปบนแผ่นวัสดุคงที่และสร้างภาพที่ต้องการ
ข้อดี พล็อตเตอร์สามารถทำ�งานบนกระดาษขนาดใหญ่2 ฟุตขึ้นไปและยังคงรักษาความละเอียดคุณภาพสูง ไว้ได้นอกจากนี้พล็อตเตอร์อาจพิมพ์บนวัสดุที่หลากหลายและทำ�ให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากมายวัสดุที่ พล็อตเตอร์สามารถวาดได้ได้แก่ เหล็กแผ่นไม้อัดอลูมิเนียมพลาสติกกระดาษแข็งและวัสดุแผ่นเรียบ เกือบทุกชนิด ประสิทธิภาพความสามารถในการทำ�ซ้ำ�ความแม่นยำ�และความเร็วล้วนเป็นคุณลักษณะ ของพล็อตเตอร์พล็อตเตอร์สามารถบันทึกรูปแบบและเทมเพลตทั้งหมดบนดิสก์และขจัดความยุ่งยาก ในการโหลดรูปแบบหรือเทมเพลตเดิมซ้ำ�แล้วซ้ำ�เล่า นอกจากนี้ยังสามารถวาดรูปแบบเดียวกันได้หลาย พันครั้งโดยไม่มีการย่อยสลายใด ๆ
ความหมายของเครื่องปริ้น ถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาสำ�หรับงานพิมพ์ ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะการทำ�งานของเครื่องปริ้นเตอร์จะต้องได้รับคำ�สั่งจากระบบ คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือต่างๆ จึงจะสามารถที่จะสั่งปริ้นได้เครื่องปริ้นที่เรา พบเห็นกันก็สามารถที่จะมีฟังก์ชั่นมากมายหลากหลายรูปแบบ สามารถที่จะทำ�งาน ได้เป็นอย่างดีช่วยอำ�นวยความสะดวกต่างๆ ทำ�ให้การพิมพ์งานของเราสามารถที่จะ ตอบโจทย์กับความต้องการได้เป็นอย่างดีเพราะไม่ว่าจะเป็นการจัดทำ�เอกสารหรือการ พิมพ์ภาพอะไรก็ตามมันก็ย่อมจะทำ�ให้ชิ้นงานออกมาดีและมีความสมบูรณ์อย่างมาก
ข้อดีและข้อเสียของการใช้งานเครื่องปริ้นเตอร์ ข้อดีของการใช้งานเครื่องปริ้นเตอร์ สามารถช่วยอำ�นวยความสะดวกได้เป็นอย่างดี สามารถสั่งพิมพ์งานออกมาให้ตรงกับความต้องการได้ สามารถทำ�ให้ชิ้นงานพิมพ์ทุกรูปแบบของเรา ออกมามีความสวยงาม ทำ�ให้ประหยัดเวลาในการพิมพ์รายงาน และที่สำ�คัญ มันตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเรียกได้ว่าการใช้งานเครื่องปริ้นเตอร์ก็เป็น อีกหนึ่งเครื่องมือที่มีประโยชน์และตอบโจทย์เป็นอย่างมากเช่นกัน ข้อเสียของการใช้งานเครื่องปริ้น บางรุ่นหรือบางยี่ห้อของเครื่องปริ้นอาจจะมีต้นทุนในการผลิตที่สูงเป็นอย่างมาก แต่บางยี่ห้อก็มีราคาที่ถูกเราก็จะต้องรู้ก่อนว่าการใช้งานเครื่องปริ้นของเรา จะใช้งาน ลักษณะแบบไหนซะมากกว่า แต่ถ้าเราคิดว่าเราไม่ได้ปริ้นงานทุกวัน หรือนานๆ จะ ปริ้นงานทีก็อาจจะไม่เหมาะสมกับการเลือกใช้เครื่องปริ้น เพราะถ้าหากเราไม่ได้ปริ้น ติดต่อกันหัวน้ำ�หมึกของเครื่องปริ้นเตอร์ก็อาจจะเกิดความเสียหาย ทำ�ให้น้ำ�หมึกมาอุด ตัน และทำ�ให้เราไม่สามารถที่จะปริ้นงานได้ตามที่เราต้องการ
ผลกระทบของเครื่องปริ้น อุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำ�เป็นในสำ�นักงานมีมากมาย เครื่องถ่ายเอกสารคือหนึ่งใน นั้น และถ้าจะมองถึงความเสี่ยงที่จะได้รับ เครื่องถ่ายเอกสารก็เป็นหนึ่งในนั้นอีกเช่น กัน เพราะผู้ที่ใช้เป็นประจำ�ร่างกายจะได้รับสารเคมีต่างๆ โดยไม่รู้ตัว โอโซน (Ozone) หากได้รับโอโซนความเข้มข้น 0.25ppm ขึ้นไป จะทำ�ให้ ระคายเคืองตา จมูกคอ หายใจสั้น วิงเวียนและปวดศีรษะ มีอาการล้า และสูญเสียการ รับรู้กลิ่น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคระบบหายใจเช่น โรคหอบหืด ไม่ควร สัมผัสโอโซน
รังสีUV จากหลอดไฟฟ้าพลังงานสูง ในห้องถ่ายเอกสารจะทำ�ให้มีอาการปวด ศีรษะแสบตา กระจกตาอักเสบ เกิดผื่นคันตามผิวหนัง ผงหมึกในเครื่องถ่ายเอกสารระบบแห้งและระบบเปียก ซึ่งเป็นสารเคมีที่เป็นอันตราย หากสูดดมผงหมึก ทำ�ให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ มีอาการไอจาม ไว้ที่ลูกกลิ้งในเครื่องถ่ายเอกสาร ระเหยออกมาได้
สารเคมีอื่นๆ เช่น เซเลเนียม แคดเมียมซัลไฟด์ซิงค์ออกไซด์และโพลิเมอร์บางตัวซึ่ง เคลือบในระหว่างถ่ายเอกสาร หากสูดดมสารเซเลเนียมเข้าสู่ร่างกายจะทำ�ให้เกิดการ ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เยื่อเมือกกระเพาะอาหาร แต่ถ้าได้รับมากเกินไปจะ ทำ�ให้เกิดอาการลิ้นเฝื่อน มีอาการล้าอาหารไม่ย่อย วิงเวียนศีรษะ และเมื่อได้รับใน ระดับความเข้มข้นสูงจะเป็นอันตรายต่อตับและไตส่วนแคดเมียมเป็นสารก่อมะเร็งจะ ถูกปล่อยออกจากเครื่องถ่ายเอกสารน้อยกว่าเซเลเนียม แต่เป็นอันตรายมากกว่าถ่ายเอกสารทุกครั้งจึงควรปิดฝาครอบให้สนิทต้องติดตั้งพัดลม ดูดอากาศเฉพาะที่สวมถุงมือขณะเติมหรือเคลื่อนย้ายผงหมึกและควรใส่หน้ากากกัน ฝุ่นเคมี สำ�หรับผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเอกสารควรได้รับการแนะนำ�อบรม วิธีการใช้การเปลี่ยนผงหมึกตลอดจนผู้ซ่อมบำ�รุงเครื่องถ่ายเอกสารควรสวมถุงมือแบบ ใช้แล้วทิ้งและหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับลูกกลิ้งด้วย
การเลือกใช้เครื่องปริ้นเตอร์ควรคำ�นึงถึงความต้องการและการใช้งานของคุณ เช่น หากต้องการพิมพ์เอกสารที่มีขนาดใหญ่และมีปริมาณงานมากอาจเลือกเครื่อง ปริ้นเตอร์เลเซอร์แต่ถ้าต้องการพิมพ์รูปภาพหรืองานกราฟิกอาจเลือกเครื่องปริ้นเตอร์ หมึกและในกรณีที่ต้องการพิมพ์ใบแบบหลายชุดพร้อมกัน อาจเลือกเครื่องปริ้นเตอร์ ดอตแมทริกซ์ เครื่องปริ้นเตอร์ในปัจจุบันยังควรมีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่าย เช่น การเชื่อมต่อผ่านสาย USB, Wi-Fi, Bluetooth เพื่อความสะดวกในการใช้งานและ พิมพ์เอกสารได้ทันทีจากอุปกรณ์ที่ต้องการ