The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 1 สัญญาจ้างแรงงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sirinapa Panich, 2021-01-05 22:16:44

หน่วยที่ 1 สัญญาจ้างแรงงาน

หน่วยที่ 1 สัญญาจ้างแรงงาน

หนว่ ยที่ 1 สัญญาจา้ งแรงงาน

ลักษณะสาคญั ของสัญญาจ้างแรงงาน
การจ้างแรงงานเกิดขึ้นระหว่างบุคคลสองฝ่าย คือ ฝ่ายนายจ้าง กับฝ่ายลูกจ้าง ท่ีมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน

ก่อให้มีสัญญาเกิดขึ้น หลักกฎหมายลักษณะจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์วางหลักไว้ว่า
“จ้างแรงงานคือสัญญาซึ่งบุคคลคนหน่ึง เรียกว่า ลูกจ้าง ตกลงจะทาให้แก่บุคคลอีกคนหน่ึง เรียกว่านายจ้าง
และนายจ้างตกลงใหส้ ินจา้ งตลอดเวลาท่ที างานให้” 1

จากหลักกฎหมาย ลักษณะสาคัญของการจ้างแรงงาน จึงได้แก่
 จ้างแรงงานเป็นสัญญา คือ มีบุคคลสองฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง จะเป็นฝ่ายละ
หนง่ึ คนหรือหลายคนกไ็ ด้มาตกลงกัน มีนิตสิ ัมพันธ์กันในทางกฎหมาย
 เป็นสัญญาต่างตอบแทน กล่าวคอื คสู่ ัญญา ได้แก่ นายจ้างและลูกจ้างต่างก็มีหน้าท่ีต้องตอบแทน
หรือต่างตอบแทนใหแ้ กก่ ันตามสัญญา
 วัตถุแห่งสัญญาคืองานที่ทา วัตถุแห่งสัญญา หมายถึง สาระหลักใหญ่ตามจุดประสงค์ของสัญญา
คือ งานที่นายจา้ งมอบให้ลกู จ้างทา ซ่งึ ในทางกฎหมายเรียกวา่ วตั ถุแห่งสญั ญา คอื งานที่ให้ลกู จ้างทา

การจ้างแรงงานไม่จาเปน็ ตอ้ งเป็นท่ตี อ้ งใช้กาลังกายเสมอไป
แต่หมายความรวมถงึ งานทใ่ี ช้ความคิดด้วย

 ลูกจ้างต้องทางานให้นายจ้าง และนายจ้างต้องให้ค่าจ้างแก่ลูกจ้าง ความหมายนี้เป็นหน้าท่ีของ
คู่สัญญาต้องปฏิบัติตอบแทนให้กันและกัน คือลูกจ้างต้องทางานให้นายจ้าง งานท่ีทาอาจเป็นการใช้แรงงาน
เช่น ออกแรงทาสวน งานก่อสร้าง งานขับรถประจา หรืองานท่ีทาอาจเป็นงานใช้สมอง เช่น จ้างเป็น
บรรณาธิการ เป็นพนักงานประจาห้างร้าน เป็นพนักงานพิมพ์หนังสือ เป็นต้น ส่วนนายจ้างมีหน้าท่ี ตอบ
แทนด้วยการใหค้ ่าจา้ งหรอื สนิ จ้างแก่ลูกจ้าง ค่าจ้างโดยท่ัวไปคือเงิน แต่อาจตกลงกันว่าให้หรือรับค่าจ้างเป็น
ทรัพย์สนิ อืน่ ก็ได้ เชน่ ลกู จา้ งทางานบ้าน นายจา้ งอาจใหค้ ่าจา้ งลูกจ้างตามที่ตกลงกนั วา่ ใหอ้ าศยั ในบ้าน

 มุ่งที่ผลของงานเฉพาะคราวน้ันๆ กล่าวคือ งานที่ทาในครั้งน้ันๆ จะสาเร็จ หรือไม่สาเร็จก็ได้
ขึ้นอยกู่ ับความประสงค์ของนายจา้ ง เชน่ จา้ งสรา้ งบ้านเป็นแรงงานรายวัน จ้างขบั รถประจา หรือจ้างให้นา
เงินไปฝากธนาคาร จา้ งรถจกั รยานยนต์รับจ้างไปสง่ ทปี่ า้ ยโดยสารประจาทาง เปน็ ต้น

ผูร้ บั เหมาก่อสรา้ งจ้างคนงานมาก่อสร้างบ้าน
โดยจ่ายค่าจ้างเป็นรายวัน ก็จดั เป็นการจ้างแรงงาน

 นายจ้างมีอานาจควบคุมบงั คบั บญั ชาลูกจา้ ง หมายความว่า ลูกจ้างต้องรับคาส่ังเพื่อทางานจาก
นายจ้าง รับคาแนะนาหรือแก้ไขตามคาสั่งนายจ้าง และรวมถึงนายจ้างอาจต้องจัดหาอุปกรณ์ เคร่ืองมือ
สัมภาระท่ีใชใ้ นการทางาน ตลอดถึงการเลยี้ งดขู า้ วปลาอาหารระหว่างที่ลูกจ้างทางานให้นายจ้างหรือไม่ด้วยก็
ได้

 ไม่ได้ตกลงเรื่องค่าจ้าง กฎหมายให้สันนิษฐานว่านายจ้างมีคามั่นว่าจะให้ค่าจ้าง 2
หมายความว่า เมอื่ ให้ลูกจ้างมาทางานให้นายจ้างแล้ว นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างเสมอแม้การจ้าง
ครั้งน้ันไม่ได้มีการตกลงกันเลยว่าจะให้ค่าจ้าง และตามพฤติการณ์ของลูกจ้างก็ไม่ได้แสดงว่าจะทาให้เปล่า
หรือไม่คิดค่าจ้าง กรณีเช่นน้ีกฎหมายให้สันนิษฐานว่านายจ้างมีคามั่นว่าจะให้ค่าจ้าง คือ ต้องให้ค่าจ้างเมื่อ
ทางานใหแ้ ล้ว จะไลก่ ลบั หรอื ส่งนากลับโยมิใหค้ า่ จ้างมไิ ด้

ส่ิงท่ีผู้เรียนควรสนใจเป็นพิเศษอีกหน่ึงประการ คือ สัญญาจ้างแรงงาน กับสัญญาจ้างทาของจะมี
ลักษณะใกล้เคียงกันมาก บางคร้ังอาจสับสนและไม่แน่ใจ ลักษณะงานแบบน้ีเป็นงานจ้างแรงงานหรือจ้างทา
ของ ซ่งึ มหี ลักการพิจารณางา่ ยๆ 2 ประการ คือ

ประการแรก อานาจในการควบคุมบงั คับบัญชาท่ีมีต่อลกู จา้ งอยู่ทใี่ คร ถา้ อยู่ที่นายจา้ ง นน่ั
คือ การจา้ งแรงงาน แต่ถา้ ไม่อยู่ท่นี ายจ้างก็จะเป็นการจ้างทาของ

ประการสอง ผลสาเร็จของงานตามท่ีตกลงกัน หรือทาในคร้ังน้ันๆ ถ้าผลสาเร็จหรือไม่

สาเร็จข้ึนอยู่กับนายจ้าง ก็จะเป็นการจ้างแรงงาน แต่ถ้าผลงานท่ีตกลงกันต้องสาเร็จแล้วส่งมอบ ก็จะเป็น

หน้าที่ของผู้รับจ้างจะไปดาเนินการตามสัญญา แล้วนาผลงานมาส่งมอบให้เมื่องานท่ีรับไปเสร็จตามสัญญา

และการเรยี กช่อื ของคูส่ ัญญาจ้างทาของ จะเรยี กต่างกบั จา้ งแรงงาน โดยเรยี กว่า ผวู้ ่าจ้างฝ่ายหน่ึง และผู้รับ
จ้างฝา่ ยหนง่ึ

แบบของสัญญาจ้างแรงงาน

จากลกั ษณะสาคญั ของสัญญาจ้างแรงงานท่ีกล่าวข้างต้น กฎหมายมิได้กาหนดไว้แต่อย่างใดว่าสัญญา
จา้ งแรงงานจะตอ้ งทากันอย่างไร การที่ไม่กล่าวหรือบัญญัติไว้ เพราะสัญญาจ้างแรงงานไม่มีกฎหมายบัญญัติ
ไว้ใหต้ อ้ งทาอยา่ งไร น่ันคอื เปน็ สญั ญาท่ีไม่มีแบบหรือไม่ต้องทาตามแบบแต่อย่างใดซึ่งต่างกับสัญญาบางชนิด
จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยแน่ชัด หากไม่ทาตามแบบที่กฎหมายกาหนดไว้ สัญญานั้นจะไม่สมบูรณ์ หรือตก
เปน็ โมฆะ อันมผี ลใหส้ ัญญานัน้ เสียเปล่า นามาใช้บงั คบั กันไมไ่ ด้

ฉะนั้น เมือ่ ไม่มีกฎหมายบงั คบั เรอื่ งแบบของสัญญาจ้างแรงงานไว้ การทาสัญญาจ้างแรงงานจึงไม่มีแบบ
แห่งนิติกรรม คู่สัญญาอาจทาสัญญากันด้วยวาจา คือ พูดและตกลงกันตามธรรมดาด้วยปากเปล่าหรือจะทา
สญั ญากันเป็นหนังสอื ระหว่างนายจา้ งกับลูกจา้ งกไ็ ด้ สญั ญาดังกล่าวกใ็ ชบ้ ังคับกนั ได้เสมอ

สิทธิ หนา้ ที่ของนายจ้างและลูกจ้าง
เมื่อนายจ้างและลูกจ้างมีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงานต่อกันแล้ว จะก่อให้เกิดสิทธิหน้าท่ีขึ้น

ระหว่างนายจา้ งกับลูกจา้ ง มรี ายละเอียดดังนี้
 นายจ้างมสี ทิ ธิและหนา้ ท่ี
1.1 สทิ ธินายจ้าง
1) มสี ทิ ธิออกคาสง่ั ให้ลูกจ้างทางานตามท่ตี กลงหรอื มีสัญญาต่อกัน เช่น นายมีตกลงให้นาย

จนมาดายหญ้าและปลูกต้นไม้หน้าบ้านของนายมี นายมีย่อมมีสิทธิออกคาส่ังบอกกล่าวช้ีแนะ หรือแนะนาให้
นายจนทางานบริเวณทจ่ี ะต้องถากถางดายหญ้าและปลูกตน้ ไม้ได้

2) มีสิทธิโอนสิทธิการเป็นนายจ้างของตนให้แก่บุคคลอ่ืนได้เมื่อลูกจ้างยินยอม เช่น
นายจ้างให้นายจนมาเป็นลูกจ้างประจาร้านของตน ต่อมานายมีเลิกกิจการร้านค้าของตน และขายกิจการให้
นายรวย พรอ้ มโอนสิทธกิ ารเป็นนายจา้ งของนายจนไปใหน้ ายรวยดว้ ย กรณีเช่นนี้ จะต้องสอบถามนายจนก่อน
วา่ ยนิ ยอมไปเป็นลกู จา้ งให้แก่นายรวยหรอื ไม่ ถ้านายจนตกลงยนิ ยอมก็สามารถโอนสิทธไิ ม่ได้

3) มีสิทธบิ อกเลกิ สญั ญาจ้างได้
ก. ถา้ ลูกจ้างใหบ้ ุคคลภายนอกมาทางานแทนตน โดยนายจ้างไม่ยินยอม เช่น นายมีจ้าง

นายจนขับรถยนต์ประจาบ้าน ต่อมานายจนได้งานอ่ืนจึงให้นายมาน้องชายมาขับรถยนต์แทนโดยไม่ได้แจ้งให้
นายมีทราบและยินยอมก่อน หากนายมีไม่ชอบนายมา นายมีมีสิทธิบอกเลิกสัญญาว่าจ้างขับรถยนต์นั้นได้
เพราะนายจา้ งต้องเพ่งเลง็ ถงึ คุณสมบัติของลูกจา้ งเป็นสาคัญประกอบดว้ ย

ข. ถา้ ลกู จา้ งขาดงานไปโดยปราศจากเหตอุ นั สมควร เชน่ ลูกจ้างขาดงานติดต่อกันหลาย
วันทาให้งานเสียหาย นายจ้างบอกเลิกสัญญาได้ แต่ถ้าลูกจ้างขาดงานไปเพราะได้ข่าวว่าบิดาตายจึงรีบไปงาน
ศพโดยกะทนั หนั มิได้บอกกล่าวให้นายจ้างทราบเป็นเวลา 3 วัน อาจถือได้ว่าเป็นการขาดงานไปโดยมีเหตุอัน
สมควร และเวลาไม่นานนัก นายจ้างจะหาเป็นเหตุบอกเลิกสัญญาหรือเลิกจ้างไม่ได้ เว้นแต่การขาดงานนั้นทา
ให้นายจา้ งได้รับความเสยี หายอยา่ งใหญ่หลวง

ค. ถ้าลูกจ้างแสดงตนไว้ว่าเป็นฝีมือ แต่ปรากฏว่าไร้ฝีมือ เช่น นายมีจ้างนายดามาปู
กระเบ้ืองพ้ืนห้องน้า ก่อนว่าจ้างนายดาคุยอวดอ้างว่าตนมีฝีมือ สามารถปูกระเบ้ืองได้อย่างเรียบร้อยสวยงาม
เพราะมีผลงานก่อสร้างโรงแรมชั้นหนึ่งมาแล้ว แต่ผลงานปูกระเบ้ืองปรากฏว่าแนวกระเบ้ืองคดเค้ียวไม
เรยี บรอ้ ย เหมือนหดั ปูใหม่ นายมยี ่อมใช้สทิ ธติ ามกฎหมายบอกเลิกการจา้ งได้

4) ว่าจ้างไม่ได้กาหนดระยะเวลาไว้ นายจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ แต่ต้องบอกกล่าวให้
ลูกจ้างทราบล่วงหน้า เม่ือถึงเดือนก่อนกาหนดจ่ายค่าสินจ้างคราวใดคราวหน่ึง เพ่ือให้เป็นผลการเลิกสัญญา
เมือ่ ถงึ กาหนดจ่ายสินจ้างคราวต่อไปขา้ งหน้าก็ได้ เช่น จ้างลูกจ้างเป็นรายเดือน จ่ายค่าจ้างทุกส้ินเดือน เมื่อถึง
วันที่ 25 พฤษภาคม นายจ้างได้บอกให้ลูกจ้างทราบว่าจะเลิกจ้าง และให้มีผลวันเลิกจ้าง คือ ส้ินเดือน
มถิ ุนายน เชน่ นย้ี อ่ มทาได้โดยชอบกฎหมาย สว่ นเร่อื งคา่ ชดเชยจากการเลกิ จ้างจะตอ้ งพจิ ารณาเป็นรายๆไป

5) มสี ทิ ธไิ ลล่ กู จา้ งออกจากงานโดยมิบอกกลา่ วลว่ งหน้าได้ ถ้าลูกจ้างจงใจหรือปฏิบัติอย่าง
ใดอย่างหน่งึ ดงั น้ี

ก. จงใจขดั คาสัง่ อันชอบด้วยกฎหมายของนายจา้ ง
ข. ละเลยไมน่ าพาต่อคาส่ังอนั ชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างเปน็ ประจา
ค. กระทาความผิดอันร้ายแรง เช่น กระทาให้เกิดการแตกความสามัคคีในองค์กรหรือ
กระทาความผดิ ทางอาญา
ง. ละท้งิ หน้าทก่ี ารงานที่มอบใหเ้ ป็นประจา หรือทาให้งานเกิดความเสียหายหรือขาดงาน
เป็นประจา
จ. ไม่สุจริตต่อหน้าท่ีอันเป็นความผิดร้ายแรง เช่น ยักยอกเงินของนายจ้างหรือยักยอก
เงินบรษิ ทั ที่เปน็ นายจ้าง
1.2 หน้าท่นี ายจา้ ง
1) มหี นา้ ทต่ี ้องจา่ ยสนิ จา้ งให้แกน่ ายจา้ งตามระยะเวลาทต่ี กลงกัน หรือตามจารีตประเพณีท่ี
พึงจะจา่ ยตอ่ กัน และถา้ ไม่มกี ารตกลงทง้ั สองประการดังกลา่ วแลว้ ใหจ้ ่ายสินจา้ งเมือ่ ทางานแล้วเสร็จ
2) มีหน้าท่ีต้องออกใบสาคัญแสดงว่าลูกจ้างมาทางานนานเท่าไร งานท่ีทาเป็นอย่างไร
เพื่อให้ลูกจ้างยึดถือไว้เม่ือการจ้างงานส้ินสุดลง ท้ังนี้ก็เพ่ือเป็นหลักฐานแก่ลูกจ้างในการที่จะนาใบสาคัญนี้ไป
สมัครงานอืน่ แสดงให้เห็นว่าเคยทางานที่ใด มคี วามชานาญอย่างไรบา้ งได้
3) มีหน้าท่ีต้องออกค่าเดินทางให้ลูกจ้าง ถ้าเป็นกรณีท่ีนายจ้างได้นาลูกจ้างน้ันมาจากต่าง
ถิน่ หรอื ต่างจงั หวดั เมือ่ การจา้ งสน้ิ สดุ ลง เพือ่ ให้ลกู จา้ งเดนิ ทางกลับภมู ิลาเนาเดิม ท้ังน้ีใหอ้ ยใู่ นเงือ่ นไข ดังน้ี
ก. การจา้ งงานมไิ ดเ้ ลิกเพราะลูกจ้างกระทาความผิด และ
ข. ลกู จ้างกลับไปยังถิ่นภมู ลิ าเนาทจี่ ้างมาภายในเวลาอนั สมควร
4) มีหน้าที่รับผิดร่วมกับลูกจ้าง กรณีได้กระทาละเมิดและเกิดความเสียหายแก่
บุคคลภายนอก ซ่ึงลูกจ้างได้กระทาไปในทางการที่จ้าง เช่น นายมีสั่งให้นายจนลูกจ้างขับรถนาของไปส่งใน
เมือง ระหว่างทางนายจนขบั รถโดยประมาท ซึ่งถือว่าเป็นความผิดของนายจน เป็นเหตุให้เกิดการเฉี่ยวชนกับ
รถของนายแดง และนายแดงได้รับความเสียหาย นายมีซ่ึงเป็นนายจ้างของนายจนต้องร่วมรับผิดชดใช้
ค่าเสียหายให้นายแดง อนั เป็นผลแห่งการละเมิดท่ีนายจนลูกจา้ งไดก้ ระทาไปในทางการท่ีจา้ ง

 ลกู จ้างมสี ิทธแิ ละหน้าท่ี

2.1 สิทธลิ ูกจ้าง
1) มีสิทธิได้รับสนิ จา้ งตลอดเวลาทท่ี างานใหน้ ายจ้าง
2) มีสทิ ธิใหบ้ ุคคลภายนอกทางานแทนตนได้ เมื่อนายจา้ งยินยอม
3) มีสิทธิท่ีจะได้รับสาคัญจากนายจ้าง หลังจากการจ้างแรงงานสิ้นสุดลง เพื่อแสดงว่า

ลูกจ้างทางานมานานเท่าไร และงานที่ทาเป็นงานอย่างไร และงานที่ทาเป็นงานอย่างไร เพ่ือสะดวกในการที่
ลูกจ้างไปสมัครงานใหม่

4) หากลกู จา้ งเปน็ บุคคลที่นายจา้ งไดจ้ ้างมาจากตา่ งถิ่น และออกคา่ เดนิ ทางให้ เมื่อมีการ
เลกิ จา้ งอันมใิ ช่เพราะความผิดของลกู จ้างแลว้ ลูกจ้างมีสิทธไิ ด้คา่ เดินทางขากลับไปยังถนิ่ ท่ไี ดจ้ ้างมา

5) มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ถ้าสัญญาจ้างแรงงานไม่ได้กาหนดไว้ แต่ต้องบอกกล่าว
ลว่ งหน้า

2.2 หน้าทีล่ กู จา้ ง
1) ต้องทางานที่รับจ้างด้วยตนเอง เพราะการจ้างน้ันนายจ้างจะต้องพิจารณาคุณสมบัติ

ของลูกจ้างเป็นสาคัญว่าเหมาะสมกับงาน หากจะให้บุคคลอื่นทาหน้าที่แทน ต้องให้นายจ้างรับรู้และยินยอม
ดว้ ย

2) ต้องมีความสามารถตามที่รับรองว่ามีคุณสมบัติและฝีมือ จนนายจ้างตกลงใจจ้างหาก
ปฏบิ ัติงานแล้วไม่เป็นดงั ทีร่ ับรองหรอื ไร้ฝมี ือ อาจถูกนายจา้ งบอกเลิกจ้างได้

3) ตอ้ งทาตามคาสั่งและปฏิบตั หิ นา้ ที่ใหน้ ายจา้ งดว้ ยสจุ ริต

ความระงับแห่งสญั ญาจา้ งแรงงาน
สัญญาจ้างแรงงานอาจระงับหรือเลิกได้ด้วยเหตุใหญ่ 3 ประการ คือ ระยะเวลา ตัวคู่สัญญา และ

การบอกเลิกสัญญา
 ระยะเวลา
1.1 สัญญาจา้ งกาหนดระยะเวลาไว้ สัญญาจ้างที่ทากันไว้อาจกาหนดเวลาจ้างเป็นช่ัวโมง เป็น

วัน เป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้ เช่น จ้างให้ดายหญ้าภายในบริเวณบ้านรายวัน จ้างให้ขับรถประจาบ้านเป็นราย
เดือน หรือจ้างทางานบ้านจานวน 2 ปี ท้ังหมดน้ีถือว่าเป็นการจ้างแรงงานมีกาหนดระยะเวลา ฉะน้ันถ้า
ระยะเวลาจา้ งส้ินสุดลงแลว้ สญั ญาย่อมระงับ หรอื เรยี กว่าสญั ญาเลกิ กัน

1.2 สัญญาจ้างไม่ได้กาหนดระยะเวลาไว้ คู่สัญญาตกลงว่าจ้างกัน แต่ไม่ได้ระบุเวลาจ้างกัน
นานเท่าไร คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าเม่ือถึงหรือก่อนจะถึงกาหนดจ่าย
สินจ้างในคราวใดคราวหน่ึงเพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกาหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็อาจทา
ได้ แตไ่ มจ่ าเป็นต้องบอกกลา่ วลว่ งหน้าถึงสามเดือน

 ตัวคู่สญั ญา
คู่สัญญาได้แกน่ ายจา้ งและลูกจ้าง อาจมีกรณเี ป็นสาเหตุใหเ้ ลกิ สัญญาได้ มีรายละเอียดดงั น้ี
2.1 ลูกจ้างตายหรือทุพพลภาพ การที่นายจ้างตัดสินใจจ้างลุกจ้างคนใดคนหน่ึงก็ด้วยเล็งเห็น

คณุ สมบตั ขิ องลกู จ้างวา่ เหมาะสม และเป็นคุณสมบตั ิเฉพาะของลกู จ้าง วัตถุแห่งสัญญาคืองานที่ลูกจ้างต้องทา
ให้นายจ้าง หากลูกจ้างตายย่อมเป็นผลให้สัญญาระงับ แต่ถ้าลูกจ้างไม่ตายเป็นเพียงทุพพลภาพไม่สามารถ
ปฏิบัติงานให้นายจ้างได้ สัญญาก็ต้องระงับเช่นเดียวกัน เพราะการชาระหน้ีคือการทางานให้นายจ้างตกเป็น

การพ้นวิสัยอันมิใช่ความผิดของลูกจ้าง ลูกจ้างก็พ้นจากการชาระหนี้ด้วยการเป็นลูกจ้างน้ัน เว้นเสียแต่ว่า
ลูกจ้างปฏิบตั ิงานไมไ่ ด้ แล้วเสนอให้บุคคลภายนอกมาทาแทนตนโดยนายจ้างยินยอม สัญญาจ้างก็เดินต่อไปได้
ด้วยการเปล่ยี นตัวลกู จ้างใหม่

2.2 นายจ้างตาย สัญญาจ้างระงับหรือไม่ กรณีเช่นนี้จะต้องพิจารณาด้วยหลักกฎหมายท่ีว่างาน
ที่จ้างมีสาระสาคัญอยู่ท่ีตัวบุคคลผู้เป็นนายจ้างหรือไม่ ถ้างานท่ีจ้างนั้นมีสาระสาคัญอยู่ที่ตัวบุคคลผู้เป็น
นายจ้าง สญั ญาก็ระงบั แตถ่ ้างานนน้ั ไม่มีสาระสาคัญอยทู่ ตี่ วั บคุ คลผู้เป็นนายจา้ ง สญั ญาก็ไมร่ ะงบั

 การบอกเลิกสัญญา
การบอกเลกิ สญั ญาจา้ งแรงงาน อาจทาได้โยคู่สญั ญาใชส้ ทิ ธบิ อกเลกิ สัญญาประการหน่ึงและอีก

ประการหนึง่ คอื เลิกสญั ญาโดยบทบัญญัติของกฎหมาย
3.1 คู่สัญญาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา สิทธิของคู่สัญญาอาจมีได้เม่ือมีการกาหนดหรือระบุไว้ใน

สญั ญา หากผดิ เงือ่ นไขหรอื ไม่เป็นไปตามท่ีตกลงกันไว้ ใหอ้ กี ฝา่ ยมีสิทธบิ อกเลกิ สญั ญาได้
3.2 สัญญาเลิกโดยบทบัญญัติของกฎหมาย กฎหมายลักษณะจ้างแรงงานกาหนดให้นายจ้าง

และลูกจ้างมสี ิทธิบอกเลกิ สัญญาจ้างแรงงานไวด้ ังน้ี
1) นายจา้ งมีสิทธิบอกเลกิ สัญญา
ก. ลกู จ้างให้บุคคลภายนอกมาทางานแทนตน โดยนายจา้ งไม่ได้ยินยอม
ข. ลูกจ้างรับรองตนเองโดยแจ้งชัด หรือโดยปริยายว่าตนเป็นผู้มีฝีมือพิเศษ แต่

ปรากฏว่าไม่เปน็ ดังท่ีรับรองหรอื ไรฝ้ มี ือ
ค. ลกู จ้างขาดงานไปโดยไม่มีเหตอุ ันสมควร
ง. จา้ งไมไ่ ด้กาหนดระยะเวลาไว้ เมอ่ื บอกกล่าวล่วงหนา้ ใหล้ ูกจา้ งทราบแล้ว
จ. นายจ้างไล้ลูกจ้างออก เพราะลูกจ้างจงใจขัดคาสั่งนายจ้าง หรือกระทาผิดอย่าง

รา้ ยแรง
2) ลูกจา้ งมีสทิ ธิบอกเลกิ สญั ญา
ก. นายจ้างโอนสทิ ธกิ ารจ้างให้บคุ คลภายนอก โดยลูกจา้ งไมย่ ินยอม
ข. จ้างไมก่ าหนดระยะเวลา เมอ่ื ลูกจ้างบอกกล่าวล่วงหนา้ ให้นายจ้างทราบแล้ว


Click to View FlipBook Version